The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มาตรฐานนักทรัพยากรบุคคล
สุวรรณ มัควรรณ (E-book)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by makkawan.2509, 2022-05-21 05:15:40

มาตรฐานนักทรัพยากรบุคคล -สุวรรณ มัควรรณ

มาตรฐานนักทรัพยากรบุคคล
สุวรรณ มัควรรณ (E-book)

48

49

50
การฟัง 4 ระดับ (4 Levels of Listening) เพ่ือเขา้ ใจการฟังอย่างลึกซง้ึ

อัปเดตเม่อื 16 ต.ค. 2564

 การฟัง 4 ระดับ คือโมเดลสาหรบั อธบิ ายสภาวะของการฟงั เชงิ คณุ ภาพ เพื่อให้เราสามารถพัฒนา
ทักษะการฟังของตนเองต่อไปได้

 ในการฟังแต่ละระดับจะมีคุณลักษณะท่ีแตกต่างกันออกไปให้เราสามารถสังเกตตนเอง และเข้าใจ
สภาวะที่เป็นอยูไ่ ด้

 การฟัง 4 ระดับเปน็ เสมือนภาษาทีถ่ กู นาไปใชใ้ นการพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับความรว่ มมือและ
ความสัมพันธเ์ ชน่ การเรยี นรแู้ บบกลุ่ม, การบาบัดแบบกลุ่ม, focus group, หรอื team-building

ขณะทคี่ ณุ กาลงั ฝกึ ปฏิบตั ิการฟังอย่างลึกซงึ้ คุณอาจสงสัยว่าการฟังของคุณเปน็ การฟงั อย่างลึกซง้ึ หรอื ไม่
และเปน็ เรอ่ ื งยากทีจ่ ะตอบคาถามเหล่าน้ี เพราะการฟงั เป็นการรบั รสู้ ่ิงทีเ่ กิดข้ึนโดยผ่านชอ่ งทางของการได้ยนิ
เปน็ ส่วนใหญ่ และเป็นประสบการณ์เฉพาะ ทาให้การประเมินเป็นเรอ่ ื งท่ียาก
การเรยี นรแู้ ละค่อยๆ สังเกตตนเองวา่ การฟงั อย่างลึกซง้ึ ของคุณมีคณุ ภาพเปน็ อยา่ งไรชว่ ยทาให้คณุ มีทกั ษะ
การฟังที่ดีขึ้น และยงั เปน็ วธิ ที ช่ี ว่ ยเพิ่ม self-awareness หรอื การตระหนักรเู้ ก่ียวกับตนเอง ด้วยเชน่ กัน

"ผู้คนส่วนใหญ่มักจะไมไ่ ด้ฟังเพื่อเข้าใจ แต่กลับฟังเพื่อทีจ่ ะตอบโต้"
- Stephen Covey
4 ระดับของการฟัง (Four levels of Listening)
การฟัง 4 ระดับ คือ โมเดลทถ่ี ูกนามาใชเ้ พื่อประเมินสภาวะของการฟงั (หรอื คณุ ภาพของการฟงั ) โดยเราจะ
สามารถพัฒนาการฟังของเราได้เมื่อตระหนักรวู้ า่ เราอยู่ท่ีระดับการฟังไหน และตระหนักรวู้ า่ ขณะทเ่ี รากาลงั
ฟังตอนนี้ คณุ ภาพการฟังของเราเปน็ อยา่ งไร เม่ือรบั รถู้ ึงคณุ ภาพการฟังของตนเอง เราจะสามารถ
ปรบั เปลี่ยน และเพ่ิมความใส่ใจในการฝกึ ปฏิบตั ิและฟงั อยา่ งลึกซง้ึ ได้

51

การฟัง 4 ระดับ (4 Levels of Listening)

52

คุณภาพการฟังอย่างลึกซง้ึ สามารถแบง่ ได้เปน็ 4 ระดับตามทฤษฎี Theory U ของ Otto Scharmer ซง่ึ แต่
ละระดับจะมีการคุณภาพและลักษณะเด่นทีแ่ ตกต่างกันไปเพื่อให้คณุ สามารถใชเ้ ปน็ เครอ่ ื งมือในการสังเกต
ตนเองได้
ระดับที่ 1 ของการฟงั Downloading
การฟังระดับท่ี 1 เป็นการฟังในระดับทีเ่ ราได้ยินเสียงความคิดของตัวเองเปน็ หลกั การฟังในระดับน้ีจะมกี าร
ตัดสินทีเ่ กิดจากความหมาย, ความเชอื่ , ความคิด, ทัศนคติ แบบเดิมมาตัดสินและคัดแยกข้อมลู ให้เราได้ยนิ
เพียงบางด้าน ทาให้การฟงั ในระดับที่ 1 เรยี กวา่ downloading
เพราะหลายครงั้ การฟังในระดับที่ 1 นี้จะทาให้เราตอบรบั หรอื ปฏิเสธอะไรจากความเชอ่ื เดิม เหมือนการ
download ข้อมูลทมี่ ีอยูแ่ ล้วในตนเอง หากมีส่งใดท่ฟี ังดูเข้ากับชุดความเชอื่ เดิมของเรา เราจะเลือกยืนยัน
และเห็นด้วยกับชุดข้อมูล ชุดความเชอ่ื น้ัน แต่หากมีส่ิงใดทไ่ี ม่เข้ากับชุดความเชอื่ ของเรา ไม่วา่ คณุ จะ
แสดงออกหรอื ไม่ ทา่ ทีปฏิเสธหรอื ต่อต้านมักจะเกิดขึ้นภายใน
การเอาตนเองเป็นท่ตี ้ัง เป็นศูนย์กลางน้ีเองทท่ี าให้การฟงั ระดับท่ี 1 มีลักษณะแบบ I-in-me หรอื ตัวฉันเอง
ทเ่ี ป็นศูนยก์ ลาง

ระดับท่ี 1 ของการฟงั Downloading หรอื I-in-Me

53

ลักษณะเด่นของการฟังระดับท่ี 1 (I-in-Me)
 ใชต้ นเองเปน็ ตัวต้ัง ผ่านชุดความเชอ่ื ของตนเอง หรอื หยิบจบั ส่ิงท่ตี นเองเชอ่ื มาเป็นเครอ่ ื งมือเพ่ือ
ตอบสนองชุดความเชอื่ ของตนเอง
 มีข้อสรปุ ภายในเชน่ รูส้ ึกเข้าใจส่ิงทก่ี าลงั ฟังอยู่ท้ังหมด
 หยุดให้ความสนใจ หรอื แสรง้ เปน็ ฟังแต่ไม่ได้ใส่ใจ โดยอาจยอ้ นกลับไปสนใจกับความคิดของตนเอง
 เห็นด้วยและพอใจกับส่ิงทตี่ นเองเห็นด้วย หรอื เชอ่ื เชน่ ความคิด คุณค่า ชุดข้อมูลท่ีตนเองเชอ่ื
 พบได้รูปแบบการพูดคุยแบบโต้เถียง (debate) เน่ืองจากต่างฝ่ายต่างเลือกฟังสง่ิ ที่ตนเองเชอ่ื และ
ฟังผูพ้ ูดด้วยความตั้งใจทีจ่ ะตอบโต้หรอื หาข้อผิดพลาด
 หากอยูใ่ นชวี ติ ประจาวัน จะพบในลักษณะท่ีพูดคุยกันอย่างสุภาพหรอื ผิวเผิน ท่ีต่างฝา่ ยต่างอยากพูด
ในส่ิงทต่ี นเองอยากพูด แต่ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น เม่ือพูดคุยกันจบก็ไม่ได้มีอะไรเกิดข้ึน ซง่ึ มักเกิดข้ึน
จากทั้งจากความค้นุ เคยกัน หรอื การแสดงออกถึงความสุภาพ

ระดับที่ 2 ของการฟัง Factual Listening
การฟังระดับท่ี 2 เป็นการฟังท่ีจะหยุดความคิดภายใน หรอื ห้อยแขวนการตัดสิน (suspending) และได้ยนิ
สิ่งที่ผู้พูดต้องการส่ือสารออกมา ในการฟังระดับที่ 2 จะไมเ่ ลือกรบั ฟงั สิ่งท่ไี ด้ยนิ ผ่านมุมมอง ความเชอ่ื ของ
ตนเอง และจะปรบั เปล่ียนมมุ มองไปยงั ผู้พูด มีความเป็นกลางมากข้ึนโดยอาจยดึ จากขอ้ มูลหรอื หลกั ฐาน
สนับสนุนความเชอ่ื ต่างๆ
Otto Scharmer เรยี การฟงั ระดับที่ 2 วา่ การเปิดความนึกคิด (open mind) เพราะในการฟังระดับท่ี 2 เรา
จะสามารถเข้าใจเน้ือหา แม้จะเปน็ เรอ่ ื งท่ีเราเคยมีประสบการณ์มาก่อน หรอื มีชุดความเชอ่ื เดิมอยูแ่ ล้ว แต่เรา
จะไม่เข้าไปตัดสินส่งิ เหล่าน้ัน การเอาเน้ือหาส่ิงท่ีฟังเปน็ ท่ตี ั้งทาให้การฟังแบบนี้มีลักษณะแบบ I-in-it หรอื มี
ข้อมูลเนื้อหาเปน็ ศูนยก์ ลาง

ระดับที่ 2 ของการฟัง Factual Listening หรอื I-in-It

54

ลักษณะเด่นของการฟงั ระดับที่ 2 (I-in-It)
 ให้ความสาคัญกับเนื้อหา ข้อมูล และเหตุผลเป็นหลัก
 ผู้ฟังพยายามทาความเข้าใจวา่ เกิดอะไรข้ึน อย่างไร เพราะอะไร
 อาจจะมีแหล่งอ้างองิ หรอื ข้อมูลเชงิ สถิติ
 ไม่เปรยี บเทยี บสิ่งท่ไี ด้ยินกับข้อมูลชุดความเชอ่ื เดิมๆ
 ส่วนมากพบในการสนทนาแบบอภิปราย (discussion) ทีจ่ ะใชเ้ พื่อหาข้อสรปุ แนวทาง การตัดสินใจ
ที่อาศัยข้อมูล หรอื การพูดคยุ เชงิ วชิ าการ

ระดับที่ 3 ของการฟงั Emphatic Listening
การฟังระดับท่ี 3 เปน็ การฟังทจ่ี ะเชอื่ มต่อความรสู้ ึกและอารมณ์กับคนพูด โดยจะสามารถทาความเข้าใจกับผู้
พูดได้ว่าเรอ่ ื งทพ่ี ูดมีความสาคัญอย่างไร โดยมีความเเข้าใจกันเป็นพ้ืนฐาน เสียงทีไ่ ม่เห็นด้วย ดูถูก ขัดแย้ง
จะลดลงเปน็ ความเข้าใจ
แม้วา่ อาจไม่มีความถนัดในเรอ่ ื งนั้นๆ แต่เราจะสามารถรบั รถู้ ึงความรสู้ ึกของผ้พู ูดได้ โดยเราเรยี กลักษณะการ
ฟังแบบน้ีได้วา่ I-in-you เพราะเป็นการเปิดใจ (open heart)

ระดับที่ 3 ของการฟัง Emphatic Listening หรอื I-in-You

55

ลักษณะเด่นของการฟังระดับที่ 3 (I-in-You)
 มีความรสู้ ึกและอารมณ์รว่ มไปกับผู้พูด
 เข้าใจสาเหตุและสิง่ ทเ่ี ขาได้เล่าเสมือนว่าเปน็ คนๆ นั้น
 มีการยอมรบั ซง่ึ และการทาความเข้าใจซง่ึ กันและกัน
 ความขัดแย้ง หงดุ หงดิ ไม่เห็นด้วย ลดลง หรอื ไมไ่ ด้ให้ความสนใจกับสง่ิ เหล่านั้นมากเทา่ กับ
ความรสู้ ึกรว่ มทมี่ ีกับคนพูด
 ขณะที่ฟังอาจเกิดอารมณ์รว่ มจนทาให้รอ้ งไห้ ดีใจ หรอื รสู้ ึกทุกข์สุข ไปพรอ้ มกันกับขณะท่ผี ู้พูดได้พูด
เรอ่ ื งเหล่าน้ันออกมา
 สถานการณ์ทีอ่ าจพบการฟังในลักษณะนี้ได้ เชน่ การสูญเสียของเพื่อนหรอื ครอบครวั ความเจบ็ ปว่ ย
การเผชญิ หน้ากับความยากลาบาก

องค์กรทส่ี ามารถใชก้ ารฟังระดับที่ 3 นี้ได้จะชว่ ยทาให้บุคลากรมีความเข้าใจกัน เห็นอกเห็นใจกันเพราะวา่
empathy ในท่ีทางานเพ่ิมข้นึ และความรสู้ ึกปลอดภัยทางใจในที่ทางานอยู่ในระดับท่เี พียงพอต่อการพูดคุย
ในส่ิงท่ีเปราะบางรว่ มกัน
ระดับท่ี 4 ของการฟัง Generative Listening
การฟังระดับที่ 4 เปน็ การฟังทีฟ่ ังเสียงของสิ่งทเ่ี กิดข้ึนในปจั จุบัน โดยจะรบั รูส้ ิ่งท่ีเกิดข้นึ แต่ละชว่ั ขณะ และ
ปล่อยสิ่งเหล่านนั้นให้ผ่านไป การอนญุ าตให้ส่งิ ต่างๆ ได้ผ่านมา รบั รกู้ ารมีอยู่ของมันและผ่านไปคือ
คณุ ลักษณะของการฟังในระดับน้ี
ความคิดสรา้ งสรรค์จะเกิดข้ึนจากการไม่ยดึ ติดในความเป็นตัวตนและความกลัว จากการเปดิ ความต้ังใจหรอื
เจตจานงค์ (open will) จากการไม่ยึดติดในอดีตและกังวลในอนาคตทจ่ี ะเกิดขึ้น การฟงั ในระดับน้ีจงึ เรยี กวา่
เป็น generative listening เพราะสามารถทาให้การสนทนามีความคิดทีส่ ดใหม่เกิดขึ้นได้

ระดับที่ 4 ของการฟัง Generative Listening หรอื I-in-now

56

ลักษณะเด่นของการฟังระดับที่ 4 (I-in-Now)
 สามารถรบั รูส้ ่ิงทเ่ี กิดข้ึนท้งั ภายในตนเองและวงสนทนา เชน่ ความรูส้ ึกของตนเองทเี่ กิดขึ้น สิ่งทค่ี น
พูดต้องการสื่อ ความรสู้ ึกของคนพูด เปน็ ต้น
 ให้ความสาคัญใส่ใจกับส่ิงท่ีปรากฏในปจั จุบันแต่ละขณะ
 อนญุ าตให้สิง่ ทไ่ี ม่รู้ ไม่พอใจ สามารถปรากฏขึ้นมาได้

ในการสนทนาครง้ั หนึ่ง เราอาจไม่ได้อยูใ่ นสภาวะเดียวตลอดเชน่ ระดับที่ 1 ของการฟัง Downloading แบบ
I-in-me ตลอดเวลา หรอื I-in-now ได้ตลอดเวลา นอกจากน้ันยงั รวมไปถึงหากเรามีประสบการณ์คณุ ภาพ
การฟังในระดับที่ 4 ของการฟัง Generative Listening แล้ว ในครง้ั ถัดไปเราอาจไม่ได้มีคุณภาพนี้อยูด่ ้วยก็
ได้ เพราะคณุ ภาพของการฟังเปน็ เสมือนทักษะทีต่ ้องอาศัยการฝึกฝนและฝึกปฏิบตั ิไปเรอ่ ื ยๆ และสามารถมี
คุณภาพลดลงได้หากไม่ได้ใส่ใจอยา่ งต่อเนื่อง ดังนั้นเราควรใส่ใจกับการฟังโดยมีเวลาฝกึ ปฏิบัติอยา่ งต่อเนื่อง

คุณภาพของการฟังทั้ง 4 ระดับกับการใชใ้ นสถานการณ์อื่นๆ
คุณภาพการฟัง 4 ระดับ ยงั เป็นเภาษารว่ มท่ีมักถูกอ้างถึงบอ่ ยๆ ในกิจกรรมทมี่ ีความเก่ียวข้องกับความ
รว่ มมือ การส่ือสาร และการเป็นส่วนหนึง่ ของกลุ่มเชน่
ในโครงการทต่ี ้องอาศัยความรว่ มมือ

 การบวนการ facilitation
 สุนทรยี สนทนา (dialogue)
 การเรยี นรแู้ บบกลุ่ม
 การบาบดั แบบกลุ่ม (group therapy)
 focus group
 team-building
เพราะการฟงั 4 ระดับ เป็นโมเดลการวเิ คราะห์ทชี่ ว่ ยทาให้เราได้วา่ ขณะนี้กลุ่มผู้คนกาลงั อยู่ในสภาวะไหน
และมีความพรอ้ มมากแค่ไหน

ดังน้ันการฟัง 4 ระดับจงึ เป็นเรอ่ ื งสาคัญสาหรบั การอยูร่ ว่ มกันอย่างมีความหมาย และมคี ุณภาพทงั้ ในเชงิ
ความสัมพันธ์ ในเชงิ การเรยี นรู้ และในเชงิ การอยูร่ ว่ มกัน

57

หลกั การออกแบบของ ADDIE model

ADDIE Model เป็นกระบวนการพัฒนารูปแบบการสอนที่นักออกแบบการเรยี นการสอนและนักพัฒนา
การฝกึ อบรมนิยมใชก้ ัน ซงึ่ ADDIE Model มีลาดับการพัฒนาเป็น 5 ขั้น ซงึ่ ประกอบด้วย การวเิ คราะห์ (Analysis)
การออกแบบ (Design) การพัฒนา (Development) การนาไปใช้ (Implemen tation) และการประเมินผล
(Evaluation) ซงึ่ แต่ละข้ันตอนเป็นแนวทางที่มีลักษณะท่ียืดหยุ่นเพ่ือให้สามารถนาไปสรา้ งเป็นเครอ่ ื งมือได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ

ADDIE Model เปน็ ระบบการออกแบบการสอน การออกแบบรปู แบบการสอนส่วนมากในปัจจุบันเปน็
ลักษณะท่ีเปล่ียนแปลงมาจาก ADDIE Model รปู แบบอ่ืนไม่ว่าจะเปน็ Dick & Carey, Kemp ISD Model ส่ิง
หน่ึงทเ่ี ป็นทย่ี อมรบั กันทว่ั ไปในการปรบั ปรงุ รูปแบบคือการใชห้ รอื เรม่ ิ จากรปู แบบดังเดิม ซงึ่ น้ีเป็นแนวคิดที่ยอมรบั
กันมาอยา่ งต่อเน่ืองหรอื เปน็ ข้อมูลสะท้อนทีไ่ ด้รบั เพ่ือการพัฒนารปู แบบในขณะท่ีวสั ดกุ ารสอนถกู สรา้ งขึ้น รูปแบบ
นีพ้ ยายามทาให้ประหยดั เวลาและค่าใชจ้ า่ ยโดยการเข้าใจปญั หาทตี่ ้องการแก้ไข

ทฤษฎกี ารเรยี นการสอนเปน็ ส่ิงทีม่ ีบทบาทสาคัญในการออกแบบวัสดุ หรอื สื่อการเรยี นการสอน
ตัวอย่างเชน่ ทฤษฎี Behaviorism, Constructivism, social learning และ Cognitivism ทฤษฎีเหล่าน้ีชว่ ยใน
การสรา้ งรปู แบบและกาหนดสื่อการสอน ใน ADDIE model แต่ละข้ันตอนจะมีผลลัพท์ทจ่ี ะนาไปสู่ขั้นตอนต่อไป
ซง่ึ มีรายละเอียดดังนี้
ข้ันท่ี 1 ขั้นวเิ คราะห์ (Analysis Phase)

ในข้ันนี้เปน็ การทาความเข้าใจปญั หาการเรยี นการสอน เป้าหมายของรูปแบบการสอนและวตั ถปุ ระสงค์ท่ี
จะสรา้ งขึ้นตลอดจนสภาพแวดล้อมการเรยี นรู้ และความรพู้ ื้นฐานและทกั ษะของผู้เรยี นที่จาเปน็ ต้องมี โดย
พิจารณาจากคาถามเพื่อการวเิ คราะห์ดังนี้

- ใครคือกลุ่มเป้าหมายและเขาต้องมีคณุ ลักษณะอย่างไร
- ระบุพฤติกรรมใหม่ทคี่ าดหวังวา่ จะเกิดขึ้นกับผูเ้ รยี น
- มีข้อจากัดในการเรยี นรทู้ ่ีมีอยู่อะไรบ้าง
- อะไรทีเ่ ปน็ ทางเลือกสาหรบั การเรยี นรทู้ ่มี ีอยู่บา้ ง
- หลกั การสอนทพี่ ิจารณาเป็นแบบไหน อยา่ งไร
- มีชว่ งเวลาการพัฒนาเปน็ อยา่ งไร
ขั้นท่ี 2 การออกแบบ (Design Phase)
ขั้นตอนการออกแบบประกอบด้วย การสรา้ งจุดประสงค์การเรยี นรู้ กาหนดเครอ่ ื งมือวดั ประเมินผล
แบบฝกึ หัด เนื้อหา วางแผนการสอน และเลือกสื่อการสอน ขั้นตอนการออกแบบควรจะทาอยา่ งเป็นระบบและมี
เฉพาะเจาะจง โดยความเปน็ ระบบนห้ี มายถึงตรรกะ มีระเบยี บแบบแผนของการจาแนก การพัฒนา และการ
ประเมินแผนยุทธวธิ ที ว่ี างไว้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย สาหรบั ความเฉพาะเจาะจงหมายถงึ แต่ละองค์ประกอบของการ
ออกแบบรปู แบบการสอนจะต้องเอาใจใส่ทุกรายละเอียด ซงึ่ มขี ั้นตอนดังน้ี
- จาแนกเอกสารของการออกแบบการสอนให้เป็นหมวดหมู่ท้ังด้านเทคนิคยุทธวธิ ใี นการออกแบบการ
สอนและส่ือ
- กาหนดยุทธศาสตรก์ ารเรยี นการสอนให้สอดคล้องกับพฤติกรรมทค่ี าดหวงั ในแต่ละกลมุ่ (cognitive,
affective, psychomotor)
- สรา้ งสตอรบี อรด์
- ออกแบบ User interface และ User Experiment
- สรา้ งส่ือต้นแบบ

58

ข้ันที่ 3 ขน้ั การพฒั นา (Development Phase)
ข้ันตอนการพัฒนาคือขั้นทผ่ี ู้ออกแบบสรา้ งส่วนต่างๆ ท่ไี ด้ออกแบบไวใ้ นข้ันของการออกแบบซงึ่

ครอบคลุมการ สรา้ งเครอ่ ื งมอื วัดประเมินผล สรา้ งแบบฝกึ หัด สรา้ งเนื้อหา และการพัฒนาโปรแกรมสาหรบั ส่ือการ
สอน เม่ือเรยี บรอ้ ยทาการทดสอบเพื่อหาข้อผิดพลาดเพื่อนาผลไปปรบั ปรงุ แก้ไข

ขั้นที่ 4 ข้ันการนาดาเนินการ (Implementation Phase)
ในข้ันตอนการดาเนินการน้ี หมายถึงขั้นของการสอนโดยอาจจะเปน็ รปู แบบชนั้ เรยี น การฝกึ อบรม หรอื

ห้องทดลอง หรอื รปู แบบการเรยี นการสอนทีใ่ ชค้ อมพิวเตอร์ โดยจุดมุ่งหมายของข้ันตอนน้ีคือการสอนอย่างมี
ประสิทธภิ าพและประสิทธผิ ล จะต้องให้การสง่ เสรมิ ความเข้าใจของผเู้ รยี นสนับสนนุ การเรยี นรอบรขู้ องผ้เู รยี นตาม
วัตถปุ ระสงค์ต่างๆท่ตี ั้งไว้

ข้ันที่ 5 ข้ันการประเมินผล (Evaluation Phase)
ข้ันการประเมินผลประกอบด้วยสองส่วนคือการประเมินผลรูปแบบ (Formative) และการประ เมินผล

ในภาพรวม (Summative) การประเมินผลรูปแบบคือการนาเสนอในแต่ละข้ันของ ADDIE Process ซง่ึ เปน็ การ
ประเมินผลเพื่อพัฒนา และการประเมินผลในภาพรวมจะทาเมื่อการสอนเสรจ็ ส้ินเพื่อประเมินผลประสิทธผิ ลการ
สอนทง้ั หมดข้อมลู จากการประเมินผลรวมโดยปกติมักจะถกู ใชเ้ พื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับรปู แบบการสอน

59

ตัวบ่งช้ี เกณฑ์ เครื่องมอื /หลกั ฐาน

3. ด้านการประสานงาน (คะแนน 10 คะแนน) - เอกสารหลักฐานทแี่ สดงถงึ การ
ประสานงาน หรอื การมสี ่วนรว่ มใน
3.1 การประสานความ 1. ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภายใน เพอ่ื รว่ ม กิจกรรม/โครงการ เชน่ คาส่ัง
มอบหมายงาน หลกั ฐานการเขา้ ร่วม
ร่วมมอื ขบั เคลื่อนงานในหน่วยงาน กจิ กรรมการแลกเปลย่ี นเรียนรู้
ภาพถ่าย เอกสารทีเ่ กีย่ วกบั การ
(คะแนน 10 คะแนน) 2. ไดร้ บั ความร่วมมือจากหน่วยงานภายนอกในการ ติดต่อประสานงาน ฯลฯ

สนับสนุนกจิ กรรม หรอื พัฒนางานของหน่วยงาน

3. ไดร้ ับการประสานจากหน่วยงานภายใน หรือ

ภายนอกใหเ้ ขา้ ไปมีส่วนร่วมในกจิ กรรม หรอื พัฒนา

งานของหน่วยงานอืน่ ๆ

๑. ประสานงานกับหน่วยงานภายในสถาบนั การพฒั นาชุมชน
๑.๑ ประสานงานกับ วทิ ยาลัยการพัฒนาชุมชน ในการ

- อบรมพัฒนากรก่อนประจาการ รนุ่ ที่ ๑๒๐ - อบรม ข้าราชการที่ดีกระทรวงมหาดไทย รนุ่ ท่ี ๘๖ และ รนุ่ ท่ี ๘๗

60

๒. การประสานงานกับฝา่ ยอานวยการ ในการตรวจรบั พัสดุประจาปี ๒๕๖๕ ของ วทิ ยาลัยการพัฒนาชุมชน
จานวน ๓ รายการ ๑.หลงั คาอาคารอานวยการ ๒. ระบบไฟฟ้าอาคารโรงอาหาร ๓.พัสดุครุภัณฑ์ประจาปี ๒๕๖๕

๓. ประสานกลุ่มงานประสานแผนและยุทธศาสตร์ ในการจดั ทาหลักสูตร จานวน ๒ หลักสูตร
๑. หลักสูตร การฝึกอบรมแกนนาขับเคล่ือนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ในการพัฒนาวถิ ีชวี ติ สู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง

๒.หลักสูตร :การฝึกอบรมแบบออนไลน์ โครงการพัฒนาพนื้ ทตี่ ้นแบบการพฒั นาคุณภาพชวี ติ ตามหลัก
ทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” (งบเงนิ ก้ฯู )

61

๔. การประสานงานกลุ่มงานส่งเสรมิ มาตรฐานการพัฒนาทรพั ยากรบุคคล ในการติดตามการประเมินมาตรฐาน
การพัฒนาทรพั ยากรบุคคล ตามโครงการพัฒนาหลักสูตรเสรมิ สมรรถนะผู้ปฏิบัติงานพัฒนาทรพั ยากรบุคคลสู่
ความเปน็ เลิศ กิจกรรมท่ี ๒ ประเมินมาตรฐานการพัฒนาทรพั ยากรบุคคล

62

๒. ประสานความรว่ มมือกับหน่วยงานภายนอก
๒.๑ ประสานงานกับสถาบันคณุ วฒุ ิวชิ าชพี (องค์การมหาชน) (อังกฤษ: Thailand Professional Qualification

Institute (Public Organization)) หรอื สคช. เพ่ือใชโ้ ปรแกรมการประเมินทกั ษะดิจทิ ัล สาหรบั บุคลากร

63

๒.๒ ประสานงานกับ TDGA สถาบันพัฒนาบุคลากรภาครฐั ด้านดิจทิ ลั : Thailand Digital Government Academy
เพ่ือสรา้ งเครอื ข่ายความรว่ มมือ ในการพฒั นาบุคลากรกรมการพัฒนาชุมชน ด้านทักษะดิจทิ ัลของข้าราชการและ
บุคลากรภาครฐั สู่การปรบั เปลย่ี นเปน็ รฐั บาลดิจทิ ลั ด้วยการเรยี น E-learning TDAG

64

เอกสารการประชุม

65

๒.๓ ประสานงานกับ สานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรอื น (ก.พ.)
เพื่อสรา้ งเครอื ข่ายความรว่ มมือ ในการพฒั นาบุคลากรกรมการพัฒนาชุมชน ด้านทักษะดิจทิ ัลของข้าราชการและ
บุคลากรภาครฐั สู่การปรบั เปลีย่ นเป็นรฐั บาลดิจทิ ลั ด้วยการเรยี น E-learning สานักงาน ก.พ.

เอกสารการประชุม

4. ด้านการบรกิ าร (คะแนน 10 คะแนน) 66

4.1 การใหค้ าปรึกษา 1. มคี วามรู้ ความเชี่ยวชาญในองค์ความรทู้ ่ี - เอกสารหลักฐานที่แสดงถงึ การให้
(คะแนน 2 คะแนน) เกีย่ วขอ้ งกับงานตามภารกจิ คาปรึกษา การใหบ้ ริการในการตอบ
ขอ้ คาถาม หรือ ข้อเสนอแนะ เชน่
2. มีความสามารถในการใหค้ าปรกึ ษา แนะนาใน เอกสารรวบรวมวเิ คราะห์ความ
การแก้ไขปัญหา หรือพัฒนางาน ตอ้ งการของผูร้ ับบริการผลการ
วเิ คราะห์ตามความต้องการ
ความพงึ พอใจของผ้รู บั บริการ
ภาพถา่ ยการใหค้ าแนะนาปรึกษา
การถอดบทเรยี น หรือ Focus
Group ตัวอย่างข้อคาถาม ข้อสงั เกต
หรอื ขอ้ คาถามในการใหค้ าปรกึ ษาฯ

๑. After Action Review (AAR) กระบวนการเพ่อื สรา้ งการเรยี นรดู้ ้วยตัวเอง
ด้วยการถอดบทเรยี น จากการอบรม ขา้ ราชการทดี่ ีของกระทรวงมหาดไทย รนุ่ ที่ ๘๖ และ ๘๗

ในหัวข้อ “วทิ ยาลยั การพัฒนาชุมชน จะพัฒนาโคก หนอง นา พฒั นาชุมชน ให้เปน็ ศูนยก์ ารเรยี นรู้ ให้ดี
ยง่ิ ขน้ึ ได้อยา่ งไร”

67

4.2 การจัดทาองค์ความรู้ 1. จัดทาองค์ความรู้ เอกสาร ตารา คมู่ อื สื่อ - เอกสารวิชาการ เอกสารการ
เอกสาร ตารา คู่มอื ส่ือ เอกสารสรุปรายงานผล เพ่ือเผยแพรค่ วามรู้ท่ีเป็น ถอดบทเรยี น บทความวิชาการ
เอกสารสรปุ รายงานผล ประโยชนต์ ่อการพัฒนาองค์กร องค์ความรู้ ชุดคูม่ ือ ทัง้ ในรูปแบบ
เอกสารเผยแพร่ 2. นาเทคโนโลยี เช่น คิวอาร์โคด้ E- book ฯลฯ ออนไลนแ์ ละออฟไลน์
(คะแนน 3 คะแนน) มาประยุกตใ์ ช้ในการเผยแพร่องค์ความรู้ เอกสาร - หลักฐานแสดงถึงการใช้ระบบ
ตารา คู่มือ สื่อ เอกสารสรุปรายงานผล เทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกตใ์ ช้
3. รวบรวมองคค์ วามรู้ เอกสาร ตารา ค่มู ือ ส่ือ ในการเผยแพร่ชุดความรู้ เช่น
เอกสารสรปุ รายงานผล โดยจัดใหเ้ ป็นหมวดหมู่ ภาพถา่ ย ตวั อย่างเวบ็ ไซต์ แอปพลเิ ค
สามารถใชง้ านได้ในทนั ที ชนั ควิ อาร์โคด้ E- book ฯลฯ
- หลกั ฐานการรวบรวมชดุ ความรู้
เช่น ภาพถ่าย ตวั อยา่ งการรวบรวม
เอกสาร แฟ้มข้อมูล ฯลฯ

๑. จดั ทา E-book องค์ความรใู้ นงานพัฒนาชุมชน จานวน ๑๒๗ องค์ความรู้ และข้ึนชน้ั หนงั สือ bookcase

จานวน ๑๒ ชน้ั หนงั สือ ซงึ่ สามารถศึกษาหาความรไู้ ด้ ท่ี คลังความรกู้ รมการพัฒนาชุมชน ท่ี website ของสถาบนั

การพัฒนาชุมชน https://train.cdd.go.th/km-e-book

68

69

70

71

72

และ E- book ของ ศูนย์ศึกษาและพฒั นาชุมชน

๒. E-book องค์ความรใู้ นงานพัฒนาชุมชน จานวน ๑๒๗ องค์ความรู้ และข้ึนชน้ั หนงั สือ bookcase จานวน ๑๒
ชนั้ หนังสือ ได้รบั การบรรจุใน App “Click ชุมชน ”

73

4. ดา้ นการบรกิ าร 1. มกี ารวางแผนบรหิ ารงานตามภารกจิ /บทบาท - เอกสารหลกั ฐานแสดงถงึ การ
หนา้ ท่ี สรปุ ผลการดาเนนิ งานตามภารกจิ /
4.3 การบรหิ ารจัดการงาน 2. ดาเนินการและควบคุมการดาเนนิ กิจกรรมตาม บทบาทหนา้ ท่ี เสนองานต่อผู้บริหาร
ตามภารกจิ /บทบาทหนา้ ที่ แผน โดยรายงานผลการดาเนินกจิ กรรมใหผ้ ู้บริหาร ให้ทราบถงึ การขบั เคล่อื นงาน
(คะแนน 5 คะแนน) ทราบ - เอกสารหลักฐาน ภาพถา่ ย การ
3. มีการถอดบทเรียน สรุปผลงานตามภารกจิ / ถอดบทเรยี น ในการวิเคราะห์
บทบาทหนา้ ท่ี เพือ่ นามาวิเคราะหป์ ัญหา ผลการดาเนินงานตามภารกจิ /
และหาแนวทางการแกไ้ ขปญั หา เพอื่ ให้เกิด บทบาทหนา้ ที่
ประสทิ ธภิ าพต่อการดาเนนิ กิจกรรมครง้ั ต่อไป

๑. สรุปผลงานตามภารกิจ ของ กลุ่มงานจดั การความรู้

เอกสารสรุปผลงานตามภารกิจ




Click to View FlipBook Version