The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by potaty2, 2022-03-08 05:45:01

ใบความรู้งานจักรยานยนต์เบื้องต้น

ระบบจุดระเบิด

Keywords: ระบบจุดระเบิด,จักรยานยนต์เบื้องต้น

ใบความรู้ ๔.๕ หน่วยที่ ๔
บทเรยี นนส้ี อดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษา สอนครัง้ ท่ี ๓
ขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ เวลา ๒๕ นาที
ชื่อวิชา งานชา่ ง
หน่วยการเรียนรู้ : งานจักรยานยนต์เบอ้ื งตน้
สาระการเรียนร้แู กนกลางหรอื สาระเพิม่ เติม : ระบบจุดระเบดิ
ครผู ้สู อน นายวีรพงศ์ เรอื งสันติ

หวั ขอ้ เรอ่ื ง
๑.หน้าที่ของระบบจุดระเบดิ
๒.ระบบจุดระเบดิ แบบหน้าทองขาว
๓.ระบบจดุ ระเบดิ แบบCDI
๔.หัวเทยี น

แนวคิดสำคญั
ระบบจดุ ระเบิดมีความสำคญั กับเคร่ืองยนต์เปน็ อยา่ งมาก เนอื่ งจากเป็นระบบท่ีทำให้ส่วนผสมของน้ำมัน

เชื้อเพลิงกับอากาศ เกิดการเผาไหม้ โดยการเผาไหม้จะต้องถูกต้องตามจังหวะและแม่นยำตลอดจนสัมพันธ์กับ
การทำงานของเคร่อื งยนตด์ ว้ ย จงึ จะทำให้เคร่ืองยนต์ทำงานไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม

๑.บอกชอ่ื ช้ินส่วนของระบบจุดระเบดิ ไดถ้ ูกตอ้ ง
๒.บอกหน้าทขี่ องระบบจดุ ระเบดิ ไดถ้ ูกต้อง

เน้อื หาสาระ

๕.๑ หน้าท่ีของระบบจดุ ระเบดิ
ระบบจุดระเบิด มีหน้าที่ นำเอาไฟแรงเคลื่อนต่ำจากแบตเตอรี่หรือชุดแม็กนีโต ซึ่งมีแรงเคลื่อนประมาณ

๖ – ๑๒ โวลต์ เปล่ียนให้เป็นไฟแรงเคล่อื นสูงประมาณ ๕,๐๐๐ – ๓๐,๐๐๐ โวลต์ สง่ ไปยังหัวเทยี นเพื่อทำให้เกิด
ประกายไฟจุดระเบิดส่วนผสมระหว่างน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศ ในกระบอกสูบ ระบบจุดระเบิดที่ใช้ใน
รถจักรยานยนต์มีหลายรูปแบบ แต่ที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีอยู่ ๒ แบบ คือแบบหน้าทองขาว และระบบจุดระเบิด
แบบ CDI

๕.๒ ระบบจดุ ระเบิดแบบหน้าทองขาว
ระบบจุดระเบิดแบบหน้าทองขาว ในรถจักรยานยนตใ์ นปัจจบุ ันนี้ไม่มีการผลิตแล้ว แต่ยังมีใชอ้ ยู่บา้ งกบั

รถจกั ยายนต์ยนตเ์ ก่าๆ ระบบนีใ้ ชช้ ุดกลไกเปน็ ตัวกำหนดตำแหน่งจุดประกายไฟของหวั เทียน โดยมีอปุ กรณ์ต่างๆ
ในระบบดังน้ี

๕.๒.๑ ล้อแมเ่ หล็ก
ล้อแม่เหล็ก ภายในประกอบด้วย แม่เหล็กถาวร จำนวน ๒ ชุด (๑ คู่ ประกอบด้วย ขั้วเหนือและ

ข้วั ใต)้ ซง่ึ แม่เหล็กจะส่งอำนาจแม่เหล็กอยูต่ ลอดเวลา โดยลอ้ แม่เหล็กตดิ อยู่กบั เพลาขอ้ เหวี่ยงและหมุนไป
พร้อมกับเครื่องยนต์ ทำให้สนามแม่เหล็กจากล้อแม่เหล็กตัดกับขดลวดจุดระเบิด ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้า
ใช้ในการจุดระเบิด และล้อแมเ่ หล็กแบบนี้ยังมีลูกเบยี้ วติดอยู่ดว้ ย เพื่อทำหนา้ ท่ียกหน้าทองขาวให้เปิด ใน
จงั หวะจุดระเบิด
๕.๒.๒ ขดลวดจุดระเบดิ

ขดลวดจุดระเบิด ประกอบด้วย แกนเหล็กและขดลวดที่พันอยู่รอบ ๆ แกนเหล็ก จะทำหน้าที่
ผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งจะทำงานร่วมกับล้อแม่เหล็ก เมื่อประกอบกันแล้วจะเรียกว่า “ชุดแม็กนีโต”
(Magneto) ขดลวดจดุ ระเบิดมีขนาดของเสน้ ลวดเล็กกว่าขดลวดไฟชารจ์ และไฟแสงสว่าง
๕.๒.๓ ชดุ หน้าทองขาว

จังหวะท่หี นา้ ทองขาวถกู ยกตัวขนึ้ กระแสไฟจะถกู ส่งไปยงั คอยล์จุดระเบิดและสง่ ไฟแรงเคล่ือนสูง
ไปท่ี หัวเทียน แต่ในจงั หวะทหี่ นา้ ทองขาวต่อติดกันกระแสไฟจะไหลลงกราวด์
๕.๒.๔ ลกู เบ้ียว

ลูกเบี้ยว ทำหน้าที่ ปิดและเปิดหน้าทองขาวให้ตรงตามจังหวะจุดระเบิด โดยลูกเบี้ยวจะติดอยู่
กับลอ้ แมเ่ หล็ก
๕.๒.๕ คอนเดนเซอร์

คอนเดนเซอร์ ทำหน้าที่ เก็บและจ่ายประจุไฟฟ้า โดยรับประจุไฟฟ้าที่จะพยายามกระโดดข้าม
หน้าทองขาวในขณะที่หน้าทองขาวเปิด เพื่อป้องกันการอาร์กท่ีหน้าทองขาว และจะจ่ายประจุไฟฟ้า เม่ือ
รับประจุเต็ม ทำให้กระแสไฟฟ้าแรงเคลื่อนต่ำส่งไปยังคอยล์จุดระเบิด เพื่อผลิตไฟฟ้าแรงเคลื่อนสูง ให้
กระโดด ข้ามเขีย้ วหวั เทยี น
๕.๒.๖ คอยล์จุดระเบิด

คอยลจ์ ดุ ระเบดิ ทำหนา้ ท่ี แปลงกระแสไฟฟ้าแรงเคลอื่ นต่ำให้เปน็ กระแสไฟฟา้ แรงเคล่ือนสูง เพื่อ
กระโดดข้ามเขี้ยวหัวเทียน ภายในประกอบด้วย ขดลวดไฟแรงเคลื่อนต่ำหรือขดลวดปฐมภูมิ (Primary
Coil) และขดลวดไฟแรงเคลื่อนสูงหรือขดลวดทุติยภูมิ (Secondary Coil) ซึ่งจะมีจำนวนรอบมากกว่า
ขดลวดแรงเคล่ือนตำ่ แตข่ นาดเส้นลวดจะเลก็ กวา่

รูปท่ี ๕.๑ วงจรการทำงานของระบบจุดระเบิดแบบหนา้ ทองขาว

๕.๓ ระบบจดุ ระเบดิ แบบ CDI
CDI ย่อมาจาก Capacitor Discharge Ignition System เป็นระบบจุดระเบิดที่ใช้อุปกรณ์ทาง

อิเล็กทรอนิกส์เป็นตัวกำหนดการจุดระเบิดและผลิตกระแสไฟฟ้า อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์นั้นไม่มีส่วนใด
เคล่อื นท่ี จงึ ไมต่ ้องทำการบำรุงรักษาและปรับต้ังเหมือนระบบจดุ ระเบิดแบบหนา้ ทองขาว

๕.๓.๑ ข้อดีของระบบจุดระเบิดแบบ CDI
๑. การบำรุงรกั ษางา่ ย ๆ
๒. หัวเทียนมีอายกุ ารใชง้ านทยี่ าวนานข้นึ
๓. ให้การจุดระเบิดทแ่ี น่นอนและสม่ำเสมอ ทง้ั ความเรว็ รอบตำ่ และสูง
๔. ไมต่ ้องต้งั ระยะการจดุ ระเบิดเหมือนกับแบบหนา้ ทองขาว
๕. แรงเคล่ือนไฟฟา้ ทไี่ ด้สงู กว่าแบบหนา้ ทองขาว
๖. การเผาไหมห้ มดจด ควนั ไอเสียน้อย
๗. ปอ้ งกนั ความชน้ื ทจี่ ะทำความเสียหายไดด้ กี วา่
ระบบจุดระเบิด แบบซีดีไอ แบ่งออกเป็น ๒ แบบ คือ ซีดีไอใช้กระแสสลับ (AC-CDI) และซีดีไอ

ใชก้ ระแสตรง (DC-CDI)
๕.๓.๒ หลกั การทำงานของระบบจดุ ระเบิดแบบ CDI

๑) ระบบจดุ ระเบดิ แบบ CDI ใช้กระแสสลับ
เมื่อล้อแม่เหล็กหมุนตดั กบั ขดลวดเอกซ์ไซเตอร์ทำให้เกิดกระแสไฟฟา้ สลบั โดยมี แรงเคลื่อนไฟฟ้า
ประมาณ ๑๐๐ - ๔๐๐ โวลต์ขึ้นไป จากนั้นกระแสไฟฟ้าสลับนี้จะไหลผ่านชุดไดโอด (๒) ที่อยู่ ภายใน

กล่อง CDI เพื่อแปลงให้เป็นไฟฟ้ากระแสตรง ซึ่งกระแสไฟนีจ้ ะไมส่ ามารถไหลผ่าน SCR ได้ (จนกว่า จะมี
กระแสจำนวนหนง่ึ มากระตุ้นขอเกรทของ SCR) กระแสไฟจึงถูกเก็บประจุไว้ในคารป์ าซเิ ตอร์

เมอ่ื ลอ้ แมเ่ หล็กหมนุ ตอ่ ไปจนต่ิงของล้อแมเ่ หล็กมาตัดกบั ลวดพัลซเ์ ซอร์คอยล์จะเกดิ กระแสไฟฟ้า
สลับแรงเคลื่อนประมาณ ๐.๗-๒.๐ โวลต์ ขึ้นผ่านไปยังทริกเกอร์และไปกระตุ้นขอเกรทของ SCR เพื่อให้
คาร์ปาซิเตอร์คลายประจุไฟที่เก็บไว้ จ่ายไปยังคอยล์จุดระเบิดเพื่อแปลงกระแสไฟแรงเคลื่อนต่ำให้ เป็น
กระแสไฟแรงเคลอื่ นสงู (ประมาณ ๒๕,๐๐๐ โวลตข์ ึน้ ไป) จ่ายไปที่หัวเทยี น ใช้สำหรบั จุดระเบดิ ต่อไป
หากต้องการดบั เครอ่ื งยนต์ เมอื่ ปดิ สวติ ช์กญุ แจ กระแสไฟจากขดลวดเอกซ์ไซเตอร์ จะไหล ผา่ นไดโอด (๑)
และถูกแปลงเป็นกระแสตรงไหลแล้วผ่านไปลงกราวด์ที่สวิตช์กุญแจ หัวเทียนไม่จ่ายไฟ กล่อง CDL
เคร่อื งยนต์จะดบั ลงทันที

รปู ที่ ๕.๒ หลกั การทำงานของระบบจุดระเบิดแบบ CDI ใช้กระแสสลับ
๒) ระบบจดุ ระเบดิ แบบ CDI ใช้กระแสตรง

รถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ในปัจจุบันส่วนใหญ่ ระบบจุดระเบิดจะเป็นแบบกระแสตรงโดย
ใช้ แบตเตอรเี่ ป็นตน้ กำเนิดพลังงานหลกั แทนชดุ อลั เตอรเ์ นเตอร์

การทำงานจะเริ่มจากเม่ือเปดิ สวิตชก์ ุญแจ กระแสไฟจากแบตเตอรี่ซึ่งเป็นกระแสตรง มี
แรงเคลื่อนไฟฟ้าประมาณ ๑๒-๑๕ โวลต์ ไหลเข้ากล่อง CDI โดยผ่านชุดคอนเวอร์เตอร์ซึ่งทำ
หน้าที่แปลง กระแสไฟฟ้าตรงให้กลายเป็นกระแสไฟฟ้าสลับและแรงเคลื่อนเพิ่มขึ้นจาก ๑๒-๑๕
โวลต์ เป็นประมาณ ๒๒๕ - ๒๕๐ โวลต์ขึ้นไป จากนั้นกระแสไฟฟ้าสลับนี้จะไหลผ่านชุดไดโอด
เพื่อแปลงไฟกระแสสลับให้เป็นไฟ กระแสตรงอีกครั้งและลดแรงเคลื่อนลงครึ่งหนึ่ง จากนั้น
กระแสไฟนี้จะยงั ไม่สามารถไหลผ่าน SCR ได้ กระแสไฟจงึ ถูกเก็บประจุไวใ้ นชุดคาร์ปาซเิ ตอร์

เมื่อล้อแม่เหล็กหมุนต่อไปจนต่ิงของล้อแม่เหล็กมาตัดกับขดลวดพัลซ์เซอร์จะเกิด
กระแสไฟฟ้าสลับแรงเคล่ือนประมาณ ๐.๗-๒.๐ โวลต์ ขึน้ ผา่ นไปยังทริกเกอรแ์ ลว้ ไปกระตุ้นขาเก
รทของ SCR เพื่อให้คาร์ปาซิเตอร์คลายประจุไฟฟ้าที่เก็บไว้จ่ายไปยังคอยล์จุดระเบิด เพื่อแปลง
กระแสไฟแรงเคลื่อนตำ่ ให้ เป็นกระแสไฟแรงเคลื่อนสูง (ประมาณ ๒๕,๐๐๐ โวลตข์ นึ้ ไป) จ่ายไป
ทห่ี ัวเทียน ใช้สำหรบั จดุ ระเบดิ ตอ่ ไป

เม่อื ตอ้ งการดับเคร่ืองยนต์ เมือ่ ปิดสวิตซก์ ุญแจ กระแสไฟจากแบตเตอร่ีจะถูกตดั ไม่จ่าย
ไปกล่อง CDI เคร่ืองยนตก์ ็จะดับลงทนั ที่

รปู ท่ี ๕.๓ หลกั การทำงานของระบบจุดระเบิดแบบ CDI ใช้กระแสตรง

๕.๓.๓ ส่วนประกอบของระบบจุดระเบิดแบบ CDI
๑) ล้อแม่เหล็ก ล้อแม่เหล็กภายในประกอบด้วยแม่เหล็กถาวร จำนวนชุดของแม่เหล็กขึน้ อยู่ กับ

การออกแบบของแต่ละผู้ผลิต ล้อแม่เหล็กจะไม่เหมือนแบบหน้าทองขาวคือ ไม่มีลูกเบี้ยว แต่จะมีแถบ
แม่เหล็กที่ลอ้ แมเ่ หล็ก จำนวน ๑ แถบ เพือ่ เอาไว้ตัดกบั พัลเซอร์คอยล์

รปู ที่ ๕.๔ ลอ้ แมเ่ หลก็ ของระบบจุดระเบิดแบบ CDI
๒) ขดลวดจุดระเบิด ขดลวดจุดระเบิดประกอบด้วยแกนเหล็กและขดลวดที่พันอยู่รอบ ๆ แกน
เหลก็ จะทำหนา้ ที่ผลติ กระแสไฟฟ้า ซงึ่ จะทำงานร่วมกบั ล้อแม่เหลก็ เม่อื ประกอบกันแลว้ จะเรยี กว่า “ชุด
แม็กนีโต (Magneto)” ขดลวดจุดระเบิดมีขนาดของเส้นลวดเล็กกว่าโดยจะมีเทปสีดำพันอยู่รอบ ๆ
ขดลวด เพ่ือป้องกันการเสียหาย ส่วนขดลวดไฟชารจ์ และไฟแสงสว่าง จะมขี นาดเส้นลวดที่ใหญก่ วา่ และไม่
มีวสั ดพุ ันขดลวด ดงั รปู ที่ ๕.๕
๓) พลั เซอรค์ อยล์ ทำหนา้ ท่ี ผลติ กระแสไฟฟา้ ไปกระต้นุ ให้ SCR ทำงาน

รูปท่ี ๕.๕ ขดลวดจุดระเบดิ และพัลเซอร์คอยล์
๔) กล่อง CDI (CDI Unit) กล่อง CDI ทำหน้าที่ สร้างกระแสไฟฟ้าแรงต่ำ เพื่อส่งให้คอยล์ จุด
ระเบดิ และเปน็ ตัวกำหนดตำแหนง่ การจุดระเบิดของเครื่องยนต์ ภายในประกอบด้วย วงจรอิเล็กทรอนิกส์
ที่ผนึกติดกันแน่นไม่สามารถเปิดแกะได้ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์
กล่อง CDI ชนดิ AC-CDI และ ชนดิ DC-CDI มวี งจรการทำงานไม่เหมอื นกัน จึงไมส่ ามารถ ใช้แทนกนั ได้

รปู ท่ี ๕.๖ กล่อง CDI ชนดิ AC-CDI และ ชนดิ DC-CDI
๕) คอยลจ์ ุดระเบดิ ทำหน้าท่ี แปลงกระแสไฟฟ้าแรงเคล่ือนต่ำใหเ้ ป็นกระแสไฟฟ้าแรงเคลื่อน สูง
เพื่อกระโดดข้ามเขี้ยวหัวเทียน ภายในจะเหมือนกับคอยล์จุดระเบิดแบบหน้าทองขาว แต่จะให้
ประสิทธิภาพมากกว่า

รูปท่ี ๕.๗ คอยล์จดุ ระเบดิ
๖) SCR (Silicon Controlled Rectifier) มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ไทริสเตอร์ (Thyristor) ทำ
หน้าทีเ่ ป็นสวิตช์อตั โนมตั ิทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์
๗) แบตเตอร่ี ทำหน้าที่ เป็นแหล่งเกบ็ และจ่ายพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ใหก้ ับระบบต่าง ๆ
ในรถจักรยานยนต์ โดยแบตเตอรี่ในปัจจุบันนี้เป็นขนาด ๑๒ V ต่างกันที่ขนาด Ah มีตั้งแต่ ๒.๕ - ๕ Ah
ซึ่ง แบตเตอรี่จะประกอบด้วย แผ่นธาตุบวก แผ่นธาตุลบ แผ่นกั้น น้ำยา (กรดกำมะถันเจือจาง) เปลือก
แบตเตอร่ี ฝาปดิ ขัว้ บวกและข้วั ลบ

รูปที่ ๕.๕ ส่วนประกอบของแบตเตอร่ี

๕.๔) หัวเทยี น
หัวเทียน ทำหน้าที่ รับประกายไฟฟ้าแรงเคลื่อนสูงจากคอยล์จุดระเบิดมาทำให้เกิดประกายไฟ โดยการ

กระโดดขา้ มเขยี้ วหัวเทียน เพอื่ จุดระเบิดสว่ นผสมภายในกระบอกสูบ ซงึ่ ในเครอื่ งยนตเ์ บนซิน หัวเทยี นเป็นอปุ กรณ์
ท่ีสำคัญชิ้นหนึ่ง ระยะห่างของเขี้ยวหัวเทียนต้องตั้งตามค่าท่ีกำหนดของรถแต่ละรุ่น ที่กำหนดมาโดยบริษัทผู้ผลิต
รถจักรยานยนต์ แต่โดยทั่วไปแล้วค่าระยะห่างมาตรฐานจะมีค่าอยู่ระหว่าง ๐.๖ - ๐.๘ มิลลิเมตร (๐.๒๔-๐.๓๑
นิ้ว) โดยมีโครงสร้างและส่วนประกอบ คือ ขั้วหัวเทียน เครื่องกั้นการรั่วของกระแสไฟ ฉนวน ซีลพิเศษ ปะเก็น
เกลียว ข้วั ตอ่ สายไฟ ขว้ั แกนกลาง เข้ียวดนิ ฯลฯ

๕.๔.๑ คณุ สมบตั ิของหวั เทยี น
๑. รับความดนั และอณุ หภมู ิได้สงู
๒. สามารถทนทานต่อแรงเคลอ่ื นไฟฟ้าสงู ๆ ไดด้ ี
๓. สามารถทนตอ่ การส่ันสะเทือนจากชนสวนของเคร่อื งยนตไ์ ด้ดี
๔. สามารถปรบั สภาพกบั การเปลีย่ นแปลงของอุณหภูมแิ ละความดันได้ดี
๕. ทนตอ่ การกัดกรอ่ นของสารเคมีไดด้ ี
๖. มีการจุดประกายไฟท่แี นน่ อนในทุกสภาวะของการทำงานของเคร่ืองยนต์
๗. ป้องกนั การรว่ั ไหลภายใต้ความดนั สงู ๆ ไดด้ ี
๘. มอี ายกุ ารใช้งานที่ยาวนาน

รูปท่ี ๕.๙ ส่วนประกอบของหัวเทยี น

๕.๔.๒ อุณหภูมขิ องหวั เทยี น
หวั เทยี นที่ใชง้ านมอี ุณหภมู ิการใช้งานทแ่ี ตกต่างกนั ตามการใชข้ องเครือ่ งยนต์ในสภาวะตา่ ง ๆ หัว

เทียนร้อนหรือหัวเทียนเย็นไม่ไดข้ ึ้นอยู่กับขนาดความยาวของเกลียว แต่ขึ้นอยู่กับระยะทางในการระบาย
ความรอ้ น โดยหัวเทยี นมีค่าความร้อนต่าง ๆ ดังน้ี

๑) หัวเทียนร้อน คือ หัวเทียนที่มีระยะทางระบายความร้อนจากเขี้ยวถึงปลายลา่ งฉนวนยาว ทำ
ให้ระยะเวลาในการระบายความร้อนนาน จึงมีความร้อนสะสมอยู่ในตัวมาก ใช้สำหรับเครื่องยนต์ ท่ี
ทำงานดว้ ยความเรว็ รอบตำ่ หรือใช้งานในช่วงส้นั ๆ เครื่องยนตจ์ ะเรว็ และถึงอณุ หภมู กิ ารทำงานเร็ว

๒) หัวเทียนมาตรฐาน คือ หวั เทียนทมี่ คี ่าความร้อนปานกลาง เหมาะสำหรับเคร่อื งยนต์ ที่ทำงาน
ดว้ ยความเรว็ ปานกลาง รถจกั รยานยนตท์ ่ใี ชค้ วามเรว็ ปานกลางและใช้เป็นประจำ

๓) หัวเทียนเย็น คือ หัวเทียนที่มีระยะทางระบายความร้อนจากเขี้ยวหัวเทียนถึงปลายฉนวนสั้น
ทำให้ระยะทางในการระบายความร้อนสั้น ความร้อนจึงระบายออกได้เร็ว ทำให้เครื่องยนต์ไม่ร้อน
จนเกนิ ไป ใช้สำหรับเครอื่ งยนต์ที่ทำงานด้วยความเร็วสูง ใช้วิ่งทางไกล

รูปท่ี ๕.๑๐ หัวเทียนร้อนหัวเทียนเยน็

๕.๔.๓ โคด้ ของหัวเทยี น
โค้ดของหัวเทียนจะเป็นตัวบอกคุณสมบตั ิและค่าต่าง ๆ ของหัวเทียน ซึ่งโค้ดของหัวเทียน ทุกบริษัท

จะถูกกำหนดให้เปน็ มาตรฐานสากล ตัวอย่างโค้ดของหัวเทยี น BP๗ES
- อกั ษรตัวแรก หมายถึง ขนาดความโตของเกลยี ว
- อักษรตวั ทส่ี อง หมายถงึ ความยาวของแกนกลางท่ีย่นื ยาวออกมานอกความยาวเกลียว (หัวเทียน
ที่แกนกลางไม่ยื่นยาวออกมาจะไม่มีอักษร P ถ้าเป็นอักษร M หมายถึง ชนิดแกนกลางสัน ส่วน
อักษร R หมายถงึ มคี วามต้านทานทแี่ กนกลาง)
- หมายเลขตัวที่สาม หมายถึง จะแสดงช่วงความร้อน เบอร์มากจะเปน็ หัวเทียนเย็น เบอร์ น้อยจะ
เปน็ หัวเทยี นรอ้ น
- อกั ษรตวั ที่สี่ หมายถงึ ขนาดความยาวของแกนหวั เทียน

- อักษรตัวท่ีห้า หมายถึง ลักษณะโครงสร้างพิเศษของหัวเทียน เช่น S คือ แกนกลางเป็น ทองแดง
C คือ ชนิดใชเ้ ครอื่ งยนต์ความเร็วสงู N ใช้กบั รถแข่ง มเี ขีย้ วตวั งอเป็นนกิ เกลิ เปน็ ต้น

๕.๔.๔ การเลือกใช้หัวเทียน
๑) ค่าความร้อนของหัวเทียน ในการเลือกใช้หัวเทียนให้เหมาะสมกับลักษณะและสภาพการ ใช้

งานของเครื่องยนต์ จะต้องดูที่ค่าความร้อนของหัวเทียน ซึ่งจะบอกอุณหภูมิของหัวเทียนขณะเครื่องยนต์
ทำงานจึงตอ้ งมกี ารออกแบบหวั เทยี นให้เหมาะสมกบั สภาพการใช้งานต่าง ๆ กนั ด้วย

๒) ความสกปรกของหัวเทียน คราบเขม่าที่จับอยู่บนตัวหัวเทียน จะเกิดขึ้นจากการเผาไหม้ ใน
กระบอกสบู ทไ่ี มส่ มบรู ณ์ มสี าเหตมุ าจากสว่ นผสมไอดีไมถ่ ูกต้อง ปรกติคราบเขม่าจะลุกไหม้หลุดไปเองเม่ือ
อุณหภูมิ ๔๕๐-๘,๗๐๐ องศา (อุณหภูมิการทำความสะอาดด้วยตนเอง: Self-Cleaning Action)
เพราะฉะนั้น อุณหภูมิของหัวเทียนจึงเป็นสิ่งท่ีสำคัญมากในการขจัดคราบเขม่า สาเหตุท่ีทำให้เกิดคราบ
เขม่าบนหวั เทียน เชน่ น้ำมนั ทว่ ม ส่วนผสมไอดหี นา อณุ หภูมิหวั เทียนตำ่ เกินไป หัวเทยี นเย็นเกนิ ไป ต้ังไฟ
ออ่ นเกนิ ไป ฯลฯ

๓) หัวเทียนไหม้ หลังจากใช้งานไปนาน ๆ หัวเทียนอาจร้อนจัดจนไหม้ เช่น ขับรถขึ้นเนินยาว ๆ
การทำงานเกินกำลัง (Overload) เครื่องยนต์กระตุก ตั้งไฟจุดระเบิดแก่ทำให้กำลังของเครื่องยนต์ลดลง
ความเร็วรอบลดลง ลูกสบู หรือหวั เทียนไหม้ ส่วนสาเหตุท่ีทำใหเ้ กิดหวั เทียนไหม้ เชน่ ส่วนผสมบางเกินไป
แหวนหัวเทียนรัวหรือขันหัวเทียนไม่แน่น ตั้งไฟแก่ กำลังอัดในห้องเผาไหม้รัว ใช้น้ำมันค่าออกเทนตํา
เกินไป หัวเทียนรอ้ นเกินไป ฯลฯ

ตารางท่ี ๕.๑ รายละเอียดต่าง ๆ ของหวั เทียน NGK

B P ๖ H S
เสน้ ผ่าน หวั เทยี นชนิด P ชว่ งความรอ้ น ความยาวชว่ ง S หัวเทยี น
ศนู ย์กลาง (กระเบื้องกลาง หัวเทียน เกลียว มาตรฐาน
A – ๑๘ มม. ยาวพนั ขอบ ๒ หวั เทยี นร้อน E ๑๙.๐ มม. แกนกลาง
B – ๑๔ มม. เกลยี ว R เป็น ๔ H ๑๒.๗ มม. ทองแดง
C – ๑๐ มม. แบบมคี วาม ๕ L ๑๑.๒ มม. Y หวั สเี ขยี ว
D – ๑๒ มม. ตา้ นทานอยู่ ๖ สำหรับรถแข่ง (เข้ยี วกลางรปู
ขนาดเปลอื ก ภายใน U ชนดิ ) ๗ E ๑๘.๐ มม. ตวั ว)ี
เหล็กท่ีใช้ CREEAGE ๘ H ๑๒.๕ มม. V แกนกลาง
ประแจข้ัน DISCHARGE ๙ เปน็ โลหะพเิ ศษ
A – ๒๕.๔ มม. ๑๐ G ใชก้ บั รถแขง่
B – ๒๐.๖ มม. ๑๑ แกนกลางเป็นนิ
C – ๑๖.๐ มม. ๑๒ เกล
D – ๑๘.๐ มม. ๑๓ หัวเทยี น GV ใช้กับ
เย็น รถแขง่
แกนกลางเป็น
โลหะพิเศษ
L ชว่ งความรอ้ น
ปานกลาง
๑๑.๑๓ เข้ียว
หัวเทยี นกวา้ ง
เป็นพเิ ศษ (๑.๑
มม.)


Click to View FlipBook Version