The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by s.yuwattana, 2022-03-02 21:56:55

E Book Prince Boripat room







สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ




กรมพระนครสวรรควรพินต










ประวัติ จอมพลเรอสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพินต




















ี่

จอมพลเรอ สมเด็จฯ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพินต (ตนราชสกุล บรพัตร) ประสูติ เมื่อวันพุธท ๒๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๒๔ ป ี












มะเส็ง จุลศักราช ๑๒๔๓ ในพระบรมมหาราชวัง ทรงเปนพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ พระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว









(รชกาลที่ ๕ ในพระบรมราชจักรวงศ) และสมเด็จพระปตุจฉาเจาสุขุมาลมารศร พระอัครราชเทวี เปนพระชนน สมเด็จฯ เจาฟากรมพระนครสวรรคฯ

















ทรงมพระเชษฐภคิน รวมพระชนน ๑ พระองค คือ สมเด็จฯ เจาฟาหญงสุทธาทิพยรตน กรมหลวงศรรตนโกสินทร และในล าดับต่อมา สมเด็จพระ











ื่



บรมชนกาธราชไดพระราชทาน หม่อมเจาหญง ประสงคสมไชยันต พระธดา พระเจาบรมวงศเธอ ชั้น ๔ กรมหมนมหิศรราชหฤทัยเปนพระชายา

การศึกษา
























เมื่อสมเด็จ ฯ เจ้าฟ้ ากรมพระนครสวรรค์ฯ มีพระชนมายุได้ ๘ พรรษา ในป ี พ.ศ.๒๔๓๒ สมเด็จพระบรมชนกาธิราชได้ทรงพระกรุณา






โปรดเกลาฯ ใหทรงศึกษาวิชาภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ที่โรงเรยนพระราชวังสวนกุหลาบ และโรงเรยนราชกุมาร ใน



พระบรมมหาราชวัง ซึ่งมี มิสเตอรโรเบิรต มอรนต ปรญญา แอม.เอ.ออกซฟอรด เปนพระอาจารยสอนภาษาอังกฤษ พระองคไดทรง














ื่





ศึกษาพรอมกับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยู่หัว รชกาลที่ ๖ และพระราชโอรสพระองคอนๆ กับหม่อมเจาอกหลายพระองค

ี่
การศึกษาทยุโรป



























ต่อมาในวันท ๓๑ มนาคม ๒๔๓๗ ไดทรงพระกรณาโปรดเกลาฯ ใหพระองคไปศึกษาวิชาทยุโรป ในตอนแรกพระองคไดไปประทับในส านักของ

ี่



ี่





มิสเตอรแบซิล ทอมสัน ต าบลแอสคอต มณฑลซะรย ประเทศอังกฤษ อันเปน ส านักเดยวกันกับ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยู่หัว



















ี่
รชกาลท ๖ ในล าดับต่อมาทั้งสองพระองคไดยายไปประทับอยูกับ พันตร ซี.วี.ฮยูม ต าบลแกมเบอรลีย มณฑลซะรย สมเด็จฯ เจาฟาบรพัตร








สุขุมพันธุฯ ไดยายจากประเทศอังกฤษไปศึกษา วิชาทหารบกท ประเทศเยอรมน และสมเด็จเจาฟาจักรพงศภูวนารถ กรมหลวงพิษณุโลก

ี่

ประชานารถ ศึกษาวิชาทหารบกทประเทศรสเซีย ในเดือนเมษายน พ.ศ.๒๔๓๙ พระองคไดเขารบการศึกษาในโรงเรยนนายรอยชั้นประถมท ี่





ี่








เมองปอรตสะดัม ประเทศเยอรมน ประทับอยูปเดยว ก็เลื่อนไปศึกษาต่อทโรงเรยนชั้นมัธยม ต าบลโกรซสลิชเตอรเฟลเด กรงเบอรลิน และใน



ี่










เดอนมนาคม พ.ศ. ๒๔๔๒ กทรงสอบไล่ไดตามหลักสูตร ชั้น “แฟนรช” ทหารราบชั้นสัญญาบัตร

ี่
การศึกษาการทหารทยุโรป
































ี่






อนึ่งเปนประเพณในกองทัพเยอรมนอยูอย่างหนึ่งว่านายทหารทเปนเช้อพระวงศ และบุตรผูดีมีตระกูล ย่อมไดรบโอกาสใหไดศึกษาวิชาการราช

ี่



ส านักไปในตัวดวย ระหว่างรบราชการประจา ฉะนั้น พระองค จึงทรงรบโอกาสน้เช่นเดียวกันคือพระองคไดไปประจาอยูในกองรอยท ๑๐ กรมทหาร















ี่



รกษาพระองคท ๔ ในสมเด็จพระนางเจาเอากุสตา พระบรมราชชนน ต่อมาในเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๔๔๓ พระองคไดเขาศึกษาวิชาทหาร ณ โรงเรยน


การสงครามครกสชูล เมองคัสเซล จนถึงเดือน พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๔๔ กทรงสอบไล่ไดตามหลักสูตร และไดรบคะแนนสูง มีทั้งประกาศนยบัตร












ี่



ธรรมดา และประกาศนยบัตรชมเชยพิเศษ ของสมเด็จพระราชาธราชเยอรมัน (ไคเซอรวิลเฮลมท ๒) ทรงสรรเสรญอกฉบับหนึ่งดวย

การศึกษาภาควิชาพิเศษ


























ใน พ.ศ.๒๔๔๕ พระองคไดทรงศึกษาวิชาพิเศษตามภาคของการสอน ดังน้ ี






ี่

ี่

๑.โรงเรยนแม่นปน ทเมองสะปนเตา ในเวลาทเปดสอนนายทหาร ชั้นนายพัน


ี่





ี่
๒.สมทบศึกษาทโรงเรยนปนใหญ ยอเตรบอกค ชั่วคราว ในโอกาสท ทาการอบรมนายทหารชั้นนายพล






ื่
ี่

๓.ศึกษาพิเศษทวิทยาลัยสงคราม (โรงเรยนเสนาธการ) เฉพาะเรอง ต ารายุทธ วิธยุทธศาสตร กับตานานสงครามหนึ่งเทอม และไดเสด็จไป





ี่









กับ กองวิทยาลัยในการฝกนาทัพในสนามดวยหนึ่งคราว นับว่าเปนนายทหารไทยผูเดยว ทไดรบการศึกษาในโรงเรยนเสนาธการเยอรมน









ื่
๔.เขาฟงปาฐกถาในมหาวิทยาลัย กรงเบอรลิน หนึ่งเทอม เรองการ เศรษฐกจ กฎหมายธรรมนยมระหว่างประเทศ และวิธปกครองอาณานคม


การศึกษาการทหารที่ประเทศเยอรมน



-























ี่







ระหว่างทพระองคไดทรงศึกษาวิชาทหารอยูในประเทศเยอรมน นั้น พระองคไดทรงวางพระองคอย่างดี จนเปนทรกใครนับถอ ของนายทหาร ทั้ง
ี่











ี่



ี่



ผูใหญและผูนอยทั่วไป ทั้งเปนทโปรดปรานของสมเด็จพระราชาธราช (ไคเซอรวิลเลียมท ๒) อกดวย ถึงกับไดโปรดใหเขาสมทบในหมูพระ








ราชวงศ ในงานพระราชพิธต่าง ๆ หลายคราว และไดรบยศทหารบกดังต่อไปน้คือ

๑.ในวันท ี่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๔๓ ทรงเป็น ร้อยโท ทหารราบ


๒.ในเดือน เมษายน พ.ศ.๒๔๔๖ ทรงเปน รอยเอก ทหารราบ








ื่


ส าหรบเรองค่าใชจ่ายในการศึกษาของพระองค ทั้งในประเทศอังกฤษ และ ประเทศเยอรมนตลอดเวลา ๘ ปนั้น เปนพระราชทรพยส่วน




ี่

พระองคของ สมเด็จพระบรมชนกาธราชทั้งสิ้น หาไดเกยวกับเงนรายไดของแผ่นดินแต่ประการใด



การเขารบราชการ




























ี่




ี่



พระองคทรงด ารงตาแหน่งหนาทราชการส าคัญทั้งฝายกลาโหมและมหาดไทยหลายรชกาล ดวยทรงเปยมไปดวยพระปรชาสามารถ ทรง

ี่




ิ่


สรางสรรคความเจรญกาวหนาใหแก่กจการททรงรบภาระเปนอย่างดียงทั้งทางดานการทหาร การปกครอง การสาธารณสุข การศึกษา ทรง










วางรากฐานความเจรญของกองทัพเรอไทย กองทัพบก กระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย ทรงดารงพระยศ จอมพล จอมพลเรอ

นายกองเอก และ นายนาวาเอก ร.น.ส.

ี่

พระยศทหารและพระยศเสือปา ทเคยด ารงต าแหน่ง




พระยศทหาร




นายพลตร



พระยศทหาร พระยศทหาร นายพลเรอเอก


จอมพล จอมพลเรอ
จอมพล



จอมพลเรอ







พระยศเสอปา


นายกองตร


พระยศเสอปา

นายกองเอก นายกองเอก



วังที่ประทับของสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพินิต




























ี่






วังบางขุนพรหม เปนวังทประทับของสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพินต ตนราชสกุลบรพัตร และ






สมเด็จพระปตุจฉาเจา สุขุมาลมารศร พระอัครราชเทว พระมารดา วังบางขุนพรหม อยูในเน้อท ๓๓ ไรรมแม่น้าเจาพระยา ทางทิศใตของวังเท





ี่




วะเวสม วังบางขุนพรหม มต าหนักรวม ๒ ต าหนัก ไดแก่ ต าหนักใหญ และต าหนักสมเด็จ โดยต าหนักใหญ ก่อสรางขึ้นในป พ.ศ. ๒๔๔๔ โดย









ี่
ื่





การออกแบบของคารล ซันเดรสก สถาปนิกชาวเยอรมัน แต่ไม่แลวเสรจ จึงไดมารโอ ตามัญโญ สถาปนกทมชอเสียงชาวอิตาลี มาด าเนนการ











ออกแบบจนแลวเสรจ ส่วนต าหนักสมเด็จ เปนต าหนักทเพิ่มเติมติดกับต าหนักใหญ ไดรบการออกแบบโดยคารล เดอหรง สถาปนกชาวเยอรมัน


ี่




ในป พ.ศ. ๒๔๕๔

ประวัติของวังบางขุนพรหม






































วังบางขุนพรหมน้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว โปรดเกลาฯ ใหรวบรวมจัดซื้อที่ดินพระราชทานแด่ สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุม






พันธ กรมพระนครสวรรควรพนต เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๒ ใชเปนทประทับ และยังเปนสถานที่จัดงานสโมสรสันนบาต ตอนรบแขกบานแขกเมองหลายคร้ง นอกจากน้ยัง
ี่



















ใชเปนที่จัดงานสังสรรคของพระบรมวงศานุวงศ และเปนสถานที่ใหครชาวต่างประเทศใชจัดสอนวิชาต่าง ๆ ใหกับพระธดาและเจานายฝายในของวังอื่น ๆ ในสมัย




ื่
รชกาลที่ ๕ ซึ่งมชอเรยกกันในสมัยนั่นว่า "บางขุนพรหมยูนเวอรซิตี้"ซึ่งวังบางขุนพรหม ไดรบการยอมรบว่าเปนวังที่ประทับของเจานายชั้นเจาฟา ทถอว่าใหญโต


ี่






















ที่สุด โอ่อ่าที่สุด ท าใหสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพนต ผูที่ประทับ ไดรบสมัญญานามจากคนทั่วไปว่า "เจาฟาวัง










บางขุนพรหม" หรอ"จอมพลบางขุนพรหม ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพนต












ไดยายออกจากวังบางขุนพรหม เสด็จฯไปประทับอยูที่ต าหนักประเสบัน เกาะชวา ประเทศอินโดนเซีย อย่างกะทันหันและประทับอยูที่นั่นจนสิ้นพระชนม ภายหลัง




จอมพล ป. พบูลสงคราม มแนวคิดจะคืนวังบางขุนพรหมใหแก่พระองคเจาจุมภฏพงษบรพัตร ทายาทของเจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ โดยจะใหพลโทประยูร ภมร

















มนตร เปนคนกลางถอจดหมาย แต่พลโทประยูรไม่เห็นดวยและเอาจดหมายไปเกบไวเอง


สถาปตยกรรมของวังบางขุนพรหม



































วังบางขุนพรหม ก่อสรางดวยสถาปตยกรรมแบบเรอเนซองส ผสมผสานกับลวดลายศิลปะแบบนโอ-บารอก ประตูวังสรางดวย




ั่







เหล็กดัดและเสาปูนประดับลวดลายปูนป้นที่งดงาม กึ่งกลางสนามมีน้าพุประดับขอบบ่อดวยรปเงอกฝรงชายหญงและสัตวน้าต่างๆ

อาคารในวังบางขุนพรหม


























๑.ต าหนกใหญ หรอ ต าหนกทูลกระหมอม ก่อสรางเสรจสมบูรณเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๙ ออกแบบโดยสถาปนกชาวอิตาเลียน นายมารโอ ตามาญโญ ศิลปะ
















ี่

สถาปตยกรรมแบบ บาโรก และโรโกโก เปนตึก ๒ ชั้น ทปลายปกอีกดานหนึ่งเปนหอกลม ๓ ชั้น ความงามของตึกจะอยูที่ลักษณะเสาชนดต่าง ๆ ทั้งเสากลม เสา










เหลี่ยม เสาแบน เสาบิดเปนเกลียว ตามหัวเสาประดับดวยลวดลายปูนป้น หนาต่างมหลายแบบ มีหนาต่างรปไข่ ลอมดวยลายปูนป้นรปดอกคัทลียา และหนาต่าง











รปครงวงกลมมีรปเครอไมและผลไม หลังคาเปนแบบทรงมังซารด

ึ่

ื่
๒.ต าหนกสมเด็จ สรางขึ้นภายหลังประมาณ พ.ศ. ๒๔๕๖ เพอเปนที่ ประทับของสมเด็จพระปตุจฉาเจา สุขุมาลมารศร พระอัครราชเทวี ออกแบบโดย นายคารล
















เดอรง (Karl Dohring) สถาปนกชาวเยอรมัน ผูออกแบบพระราชวังบานปน จังหวัดเพชรบุร และวังวรดิศ ถนนหลานหลวง มลักษณะ ศิลปะสถาปตยกรรม





แบบอารตนูโว และอารตเดโค มจุดเด่นที่หลังคาเปนแบบ จั่วสูงหัวตัด


๓.ต าหนกหอ เปนเรอน ๒ ชั้น ชั้นล่างก่ออิฐถอปูนเปนผนัง ชั้นบนเปนไมสัก ชั้น ๓ ใชเปนหองประทับ หลังคามุงกระเบื้องสามเสน ก่อสรางเปนต าหนักแรก เพื่อให ้





















ื่

ทรงใชเปนที่ประทับเมื่อทรงเดินทางกลับจากประเทศเยอรมนใน พ.ศ. ๒๔๔๖ ออกแบบโดยพระสถตยนมานการ ต่อมาไดสรางหองเครอง (หองครว) เพิ่มเติม

อาคารในวังบางขุนพรหม
















































๔.ต าหนกน้า เปนต าหนักไมอยู่รมแม่น้าเจาพระยา เปนที่ทรงพระอักษร หองบรรทม และเปนที่เสด็จลงเรอเมื่อคร้งยังทรงด ารง



ต าแหน่งอยู่กระทรวงทหารเรอ


๕.ศาลาแตร เปนศาลาวงกลม สรางแบบยุโรปเรยกกันว่า "กระโจมแตร" ใชเปนที่ตั้งวงดนตรแตรวงของทหารเรอ ทหารบก เมื่อม ี









การเลี้ยงตอนรบแขก







สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพินต กับการทหารเรอไทย




































จอมพลเรอ สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพนต ไดทรงบุกเบิกและวางรากฐานความเจรญดานต่าง ๆ ใหแก่


กองทัพเรอ เปนอันมาก คุณูปการททรงมต่อกองทัพเรอที่ส าคัญ ๆ ดังน้ ี

ี่





-ทรงจัดระเบียบราชการในกองทัพเรอใหรดกุม




- ทรงจัดท าขอบังคับทหารเรอว่าดวยหนาที่ราชการในเรอหลวง









- ทรงวางรากฐานการจัดระเบียบการเรยนการสอนในโรงเรยนนายเรอใหม่






- ทรงเสรมสรางแสนยานุภาพของกองทัพเรอ โดยทรงสั่งซื้อเรอรบจากต่างประเทศเขาประจาในกองทัพเรอ เปนจานวนมาก อาท เรอพระที่นั่งมหาจักร (ล าที่๒)










เรอเสือทะยานชล เรอเสือค ารณสินธุ

- ทรงสนับสนุนการก่อตั้งราชนาวิกสภา













- ทรงกาหนดรปแบบร้วกระบวนเรอพระราชพธ ปรบปรงการเห่เรอและการสรางเรอพระราชพธขึ้นใหม่


ราชสกุลบรพัตร












































ตราประจาราชสกุลบรพัตร










สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพินต สิ้นพระชนม
























จอมพลเรอ สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธ กรมพระนครสวรรควรพินต สิ้นพระชนมดวยพระโรคไตและพระหทัย เมอวันท



ี่




ื่




๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๗ ทต าหนักประเสบัน เมองบันดุง ประเทศอินโดนเซีย ขณะพระชันษา ๖๓ ป อัญเชญพระศพกลับประเทศไทยเมอ

ี่


ื่


ี่
ื่


ี่


ี่
วันท ๒๘ กันยายน พ.ศ.๒๔๙๑ และ ไดมการพระราชทานเพลิงพระศพ ทพระเมรทองสนามหลวง เมอวันท ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๓


วันบรพัตร





หมวกประจาพระองคของจอมพลเรอ สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธ กรมพระ










ี่

ื่

นครสวรรควรพินต ททรงไดรบจากกองทัพเมอคร้งเสด็จพระราชด าเนนไปศึกษา ณ ทวปยุโรป เช่น หมวกพล







เรอนสีกาก หมวกทหารเยอรมัน เปนตน













กระบี่ประจาพระองคของจอมพลเรอ สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธ กรมพระ











นครสวรรควรพินต เช่น กระบี่ทหารเรอ กระบี่ดามงาชาง กระบี่ดามหัวเสือ เปนตน










ื่

เรอหลวงค ารณสินธุ เปนเรอพิหาตตอรปโดขนาดเล็ก ไดจัดหาเขามาประจาการในกองทัพเรอ เพอใช ้





ในการปองกันขาศึก และเปนหลักความมั่นคงของประเทศ โดยคูกับเรอทยานชล โดยขึ้นระวางวันท ี่


๑๘ มิถนายน พ.ศ. ๒๔๕๕ ตรงกับสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว














โตะทรงงานของสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธ กรมพระนครสวรรควรพินต











เอาไวทรงงานและมลิ้นชักเกบของ โดยทาจากไม มความแข็งแรงและทนทาน โดยดานบนโตะจะมีรป

ของเจาฟาบรพัตร ตั้งอยู





เครองราชอิสรยาภรณไทย ของสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธ กรมพระ



ื่







ื่




นครสวรรควรพินต เมอคร้งดารงต าแหน่ง เช่น ๒๔๓๔ เครองขัตติยราชอิสรยาภรณอันมเกยรติคุณ
ื่



รงเรองยงมหาจักรบรมราชวงศ ์




ิ่








เครองราชอิสรยาภรณต่างประเทศ ของสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธ กรมพระ


ื่








ื่
ี่



นครสวรรควรพินต ทไดรบจากต่างประเทศ เมอคร้งดารงตาแหน่ง เช่น ตระกูล LEOPARD



AUSTRIAHUNGARY ชั้นสายสะพาย เปนตน










ฉลองพระองคและอินธนูของหองสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพินิต โดย



ี่
ประกอบดวุดตอนทท่านเสด็จไปทรงศึกษาวิชาการทหารทต่างๆประเทศ เช่น อินธนูนารอยทหารราบเยอรมัน เสื้อคลุม
ี่




ื่


เครองแบบทหารเรอไทย (โดยใชส าหรบประเทศที่อากาศหนาว) เปนตน









ื่
ใบประกาศนยบัตร เครองราชอิสรยาภรณของสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟา





บรพัตรสุขุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพินต โดยท่านไดรบเมอคร้งด ารงต าแหน่ง



ื่


เช่น ใบประกาศนยบัตร เครองราชอิสรยาภรณมงกุฎสยาม ใบประกาศนยบัตร


ื่




นายกองเสือปา เปนตน










รปป้นครงพระองค ของสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพินิต ผูทรงทาพระราช


ึ่





ี่






กรณยกจมากมายและเสรมสรางกองทัพเรอไทยใหพัฒนาและยิ่งใหย่มากขึ้น โดยพระราชกรณยกจทท่านไดทรงทา


ไดแก่ ทรงจัดทาขอบังคับทหารเรอว่าดวยหนาทราชการในเรอหลวง และ ทรงวางรากฐานการจัดระเบียบการเรยนการ





ี่







สอนในโรงเรยนนายเรอใหม่ เปนตน




นอมส านึกในพระมหากรณาธคุณหาที่สุดมิได


Click to View FlipBook Version