้
์
้
์
ิ
้
สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ
ิ
์
กรมพระนครสวรรควรพินต
์
ิ
ิ
์
้
ื
้
้
์
ประวัติ จอมพลเรอสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพินต
ี่
้
จอมพลเรอ สมเด็จฯ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพินต (ตนราชสกุล บรพัตร) ประสูติ เมื่อวันพุธท ๒๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๒๔ ป ี
ิ
้
้
์
์
ิ
ิ
ื
็
้
้
มะเส็ง จุลศักราช ๑๒๔๓ ในพระบรมมหาราชวัง ทรงเปนพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ พระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว
่
์
์
้
ี
ั
ี
์
(รชกาลที่ ๕ ในพระบรมราชจักรวงศ) และสมเด็จพระปตุจฉาเจาสุขุมาลมารศร พระอัครราชเทวี เปนพระชนน สมเด็จฯ เจาฟากรมพระนครสวรรคฯ
ี
้
้
็
ิ
์
ี
ั
ั
์
่
้
ี
ี
์
ี
ทรงมพระเชษฐภคิน รวมพระชนน ๑ พระองค คือ สมเด็จฯ เจาฟาหญงสุทธาทิพยรตน กรมหลวงศรรตนโกสินทร และในล าดับต่อมา สมเด็จพระ
ิ
้
็
ิ
้
์
ิ
้
์
้
ื่
ิ
์
บรมชนกาธราชไดพระราชทาน หม่อมเจาหญง ประสงคสมไชยันต พระธดา พระเจาบรมวงศเธอ ชั้น ๔ กรมหมนมหิศรราชหฤทัยเปนพระชายา
การศึกษา
เมื่อสมเด็จ ฯ เจ้าฟ้ ากรมพระนครสวรรค์ฯ มีพระชนมายุได้ ๘ พรรษา ในป ี พ.ศ.๒๔๓๒ สมเด็จพระบรมชนกาธิราชได้ทรงพระกรุณา
ี
้
ี
้
โปรดเกลาฯ ใหทรงศึกษาวิชาภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ที่โรงเรยนพระราชวังสวนกุหลาบ และโรงเรยนราชกุมาร ใน
์
พระบรมมหาราชวัง ซึ่งมี มิสเตอรโรเบิรต มอรนต ปรญญา แอม.เอ.ออกซฟอรด เปนพระอาจารยสอนภาษาอังกฤษ พระองคไดทรง
์
ิ
์
์
้
็
์
์
์
ั
์
ี
้
ื่
์
้
้
้
ั
ศึกษาพรอมกับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยู่หัว รชกาลที่ ๖ และพระราชโอรสพระองคอนๆ กับหม่อมเจาอกหลายพระองค
ี่
การศึกษาทยุโรป
ี
้
ต่อมาในวันท ๓๑ มนาคม ๒๔๓๗ ไดทรงพระกรณาโปรดเกลาฯ ใหพระองคไปศึกษาวิชาทยุโรป ในตอนแรกพระองคไดไปประทับในส านักของ
้
ี่
์
์
้
ี่
ุ
้
ี
็
มิสเตอรแบซิล ทอมสัน ต าบลแอสคอต มณฑลซะรย ประเทศอังกฤษ อันเปน ส านักเดยวกันกับ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยู่หัว
์
้
้
ี
์
์
์
์
้
ี
ิ
ี
่
้
้
ั
์
ี่
รชกาลท ๖ ในล าดับต่อมาทั้งสองพระองคไดยายไปประทับอยูกับ พันตร ซี.วี.ฮยูม ต าบลแกมเบอรลีย มณฑลซะรย สมเด็จฯ เจาฟาบรพัตร
้
ี
์
้
้
้
้
สุขุมพันธุฯ ไดยายจากประเทศอังกฤษไปศึกษา วิชาทหารบกท ประเทศเยอรมน และสมเด็จเจาฟาจักรพงศภูวนารถ กรมหลวงพิษณุโลก
์
ี่
ประชานารถ ศึกษาวิชาทหารบกทประเทศรสเซีย ในเดือนเมษายน พ.ศ.๒๔๓๙ พระองคไดเขารบการศึกษาในโรงเรยนนายรอยชั้นประถมท ี่
้
้
ั
ี
้
ี่
ั
์
ื
ี
์
ุ
ี
เมองปอรตสะดัม ประเทศเยอรมน ประทับอยูปเดยว ก็เลื่อนไปศึกษาต่อทโรงเรยนชั้นมัธยม ต าบลโกรซสลิชเตอรเฟลเด กรงเบอรลิน และใน
้
์
่
ี่
ี
์
์
ี
ี
็
ิ
้
ื
เดอนมนาคม พ.ศ. ๒๔๔๒ กทรงสอบไล่ไดตามหลักสูตร ชั้น “แฟนรช” ทหารราบชั้นสัญญาบัตร
ี่
การศึกษาการทหารทยุโรป
้
ั
์
็
ี
่
ี
ี่
้
ื
้
็
้
อนึ่งเปนประเพณในกองทัพเยอรมนอยูอย่างหนึ่งว่านายทหารทเปนเช้อพระวงศ และบุตรผูดีมีตระกูล ย่อมไดรบโอกาสใหไดศึกษาวิชาการราช
ี่
้
ี
์
ส านักไปในตัวดวย ระหว่างรบราชการประจา ฉะนั้น พระองค จึงทรงรบโอกาสน้เช่นเดียวกันคือพระองคไดไปประจาอยูในกองรอยท ๑๐ กรมทหาร
ั
่
้
์
ั
้
้
ี
์
้
้
้
ี่
์
ั
ี
รกษาพระองคท ๔ ในสมเด็จพระนางเจาเอากุสตา พระบรมราชชนน ต่อมาในเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๔๔๓ พระองคไดเขาศึกษาวิชาทหาร ณ โรงเรยน
ี
การสงครามครกสชูล เมองคัสเซล จนถึงเดือน พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๔๔ กทรงสอบไล่ไดตามหลักสูตร และไดรบคะแนนสูง มีทั้งประกาศนยบัตร
ี
ั
้
้
็
ื
์
้
์
ิ
ี
ี่
ิ
ี
ธรรมดา และประกาศนยบัตรชมเชยพิเศษ ของสมเด็จพระราชาธราชเยอรมัน (ไคเซอรวิลเฮลมท ๒) ทรงสรรเสรญอกฉบับหนึ่งดวย
การศึกษาภาควิชาพิเศษ
ใน พ.ศ.๒๔๔๕ พระองคไดทรงศึกษาวิชาพิเศษตามภาคของการสอน ดังน้ ี
้
์
ั
ื
ี
ี่
ื
ี่
ิ
๑.โรงเรยนแม่นปน ทเมองสะปนเตา ในเวลาทเปดสอนนายทหาร ชั้นนายพัน
์
ี่
ื
่
ื
์
ี่
๒.สมทบศึกษาทโรงเรยนปนใหญ ยอเตรบอกค ชั่วคราว ในโอกาสท ทาการอบรมนายทหารชั้นนายพล
ี
ิ
้
ี
ื่
ี่
๓.ศึกษาพิเศษทวิทยาลัยสงคราม (โรงเรยนเสนาธการ) เฉพาะเรอง ต ารายุทธ วิธยุทธศาสตร กับตานานสงครามหนึ่งเทอม และไดเสด็จไป
ี
์
็
ี
ี่
้
้
ี
ึ
ั
ิ
ี
้
กับ กองวิทยาลัยในการฝกนาทัพในสนามดวยหนึ่งคราว นับว่าเปนนายทหารไทยผูเดยว ทไดรบการศึกษาในโรงเรยนเสนาธการเยอรมน
ิ
ี
ิ
ั
์
ุ
้
ิ
ื่
๔.เขาฟงปาฐกถาในมหาวิทยาลัย กรงเบอรลิน หนึ่งเทอม เรองการ เศรษฐกจ กฎหมายธรรมนยมระหว่างประเทศ และวิธปกครองอาณานคม
ี
การศึกษาการทหารที่ประเทศเยอรมน
-
ี่
ี
็
์
้
์
ั
่
ระหว่างทพระองคไดทรงศึกษาวิชาทหารอยูในประเทศเยอรมน นั้น พระองคไดทรงวางพระองคอย่างดี จนเปนทรกใครนับถอ ของนายทหาร ทั้ง
ี่
่
์
้
ื
้
้
้
่
้
ี่
ี
ิ
์
ี่
็
้
่
ผูใหญและผูนอยทั่วไป ทั้งเปนทโปรดปรานของสมเด็จพระราชาธราช (ไคเซอรวิลเลียมท ๒) อกดวย ถึงกับไดโปรดใหเขาสมทบในหมูพระ
้
้
ี
ั
์
ี
้
ราชวงศ ในงานพระราชพิธต่าง ๆ หลายคราว และไดรบยศทหารบกดังต่อไปน้คือ
๑.ในวันท ี่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๔๓ ทรงเป็น ร้อยโท ทหารราบ
็
้
๒.ในเดือน เมษายน พ.ศ.๒๔๔๖ ทรงเปน รอยเอก ทหารราบ
์
ั
ั
์
็
ี
ื่
ี
้
ส าหรบเรองค่าใชจ่ายในการศึกษาของพระองค ทั้งในประเทศอังกฤษ และ ประเทศเยอรมนตลอดเวลา ๘ ปนั้น เปนพระราชทรพยส่วน
ิ
้
ิ
้
ี่
์
พระองคของ สมเด็จพระบรมชนกาธราชทั้งสิ้น หาไดเกยวกับเงนรายไดของแผ่นดินแต่ประการใด
ั
้
การเขารบราชการ
่
ี่
้
ี
้
ี่
้
ั
์
พระองคทรงด ารงตาแหน่งหนาทราชการส าคัญทั้งฝายกลาโหมและมหาดไทยหลายรชกาล ดวยทรงเปยมไปดวยพระปรชาสามารถ ทรง
ี่
ิ
็
์
ั
ิ่
้
ิ
สรางสรรคความเจรญกาวหนาใหแก่กจการททรงรบภาระเปนอย่างดียงทั้งทางดานการทหาร การปกครอง การสาธารณสุข การศึกษา ทรง
้
้
้
้
ิ
ื
ื
วางรากฐานความเจรญของกองทัพเรอไทย กองทัพบก กระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย ทรงดารงพระยศ จอมพล จอมพลเรอ
นายกองเอก และ นายนาวาเอก ร.น.ส.
ี่
่
พระยศทหารและพระยศเสือปา ทเคยด ารงต าแหน่ง
พระยศทหาร
ี
นายพลตร
ื
พระยศทหาร พระยศทหาร นายพลเรอเอก
ื
จอมพล จอมพลเรอ
จอมพล
ื
จอมพลเรอ
ื
่
พระยศเสอปา
ี
นายกองตร
ื
่
พระยศเสอปา
นายกองเอก นายกองเอก
์
้
วังที่ประทับของสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพินิต
้
์
์
้
ิ
ิ
์
ิ
็
ี่
์
้
้
้
ิ
์
วังบางขุนพรหม เปนวังทประทับของสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพินต ตนราชสกุลบรพัตร และ
้
ี
ิ
ี
่
สมเด็จพระปตุจฉาเจา สุขุมาลมารศร พระอัครราชเทว พระมารดา วังบางขุนพรหม อยูในเน้อท ๓๓ ไรรมแม่น้าเจาพระยา ทางทิศใตของวังเท
ิ
้
่
้
ื
ี่
้
วะเวสม วังบางขุนพรหม มต าหนักรวม ๒ ต าหนัก ไดแก่ ต าหนักใหญ และต าหนักสมเด็จ โดยต าหนักใหญ ก่อสรางขึ้นในป พ.ศ. ๒๔๔๔ โดย
่
้
์
ี
้
่
ี
ี
ี่
ื่
ิ
็
้
ิ
้
การออกแบบของคารล ซันเดรสก สถาปนิกชาวเยอรมัน แต่ไม่แลวเสรจ จึงไดมารโอ ตามัญโญ สถาปนกทมชอเสียงชาวอิตาลี มาด าเนนการ
ี
์
ี
็
้
ิ
ิ
์
์
่
ออกแบบจนแลวเสรจ ส่วนต าหนักสมเด็จ เปนต าหนักทเพิ่มเติมติดกับต าหนักใหญ ไดรบการออกแบบโดยคารล เดอหรง สถาปนกชาวเยอรมัน
ั
้
ี่
็
ี
ในป พ.ศ. ๒๔๕๔
ประวัติของวังบางขุนพรหม
ี
์
้
้
ิ
้
้
้
้
่
้
วังบางขุนพรหมน้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว โปรดเกลาฯ ใหรวบรวมจัดซื้อที่ดินพระราชทานแด่ สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุม
ิ
ิ
็
ิ
ั
พันธ กรมพระนครสวรรควรพนต เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๒ ใชเปนทประทับ และยังเปนสถานที่จัดงานสโมสรสันนบาต ตอนรบแขกบานแขกเมองหลายคร้ง นอกจากน้ยัง
ี่
์
็
้
้
ี
์
ั
ื
้
็
้
ิ
้
่
้
ู
้
้
ใชเปนที่จัดงานสังสรรคของพระบรมวงศานุวงศ และเปนสถานที่ใหครชาวต่างประเทศใชจัดสอนวิชาต่าง ๆ ใหกับพระธดาและเจานายฝายในของวังอื่น ๆ ในสมัย
์
์
็
ื่
รชกาลที่ ๕ ซึ่งมชอเรยกกันในสมัยนั่นว่า "บางขุนพรหมยูนเวอรซิตี้"ซึ่งวังบางขุนพรหม ไดรบการยอมรบว่าเปนวังที่ประทับของเจานายชั้นเจาฟา ทถอว่าใหญโต
้
ื
ี่
ี
็
้
้
ี
้
ั
ั
่
ั
ิ
์
้
้
ิ
ิ
้
ั
้
์
้
ที่สุด โอ่อ่าที่สุด ท าใหสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพนต ผูที่ประทับ ไดรบสมัญญานามจากคนทั่วไปว่า "เจาฟาวัง
์
ิ
้
้
์
้
ิ
ื
้
บางขุนพรหม" หรอ"จอมพลบางขุนพรหม ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพนต
์
ิ
์
ิ
์
้
้
ี
่
่
้
ไดยายออกจากวังบางขุนพรหม เสด็จฯไปประทับอยูที่ต าหนักประเสบัน เกาะชวา ประเทศอินโดนเซีย อย่างกะทันหันและประทับอยูที่นั่นจนสิ้นพระชนม ภายหลัง
์
้
้
จอมพล ป. พบูลสงคราม มแนวคิดจะคืนวังบางขุนพรหมใหแก่พระองคเจาจุมภฏพงษบรพัตร ทายาทของเจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ โดยจะใหพลโทประยูร ภมร
์
้
ิ
ี
้
้
้
์
ิ
์
ิ
้
ี
็
ื
้
็
มนตร เปนคนกลางถอจดหมาย แต่พลโทประยูรไม่เห็นดวยและเอาจดหมายไปเกบไวเอง
ั
สถาปตยกรรมของวังบางขุนพรหม
ั
้
้
้
์
้
วังบางขุนพรหม ก่อสรางดวยสถาปตยกรรมแบบเรอเนซองส ผสมผสานกับลวดลายศิลปะแบบนโอ-บารอก ประตูวังสรางดวย
ี
้
ั่
ู
์
ิ
ื
ั
เหล็กดัดและเสาปูนประดับลวดลายปูนป้นที่งดงาม กึ่งกลางสนามมีน้าพุประดับขอบบ่อดวยรปเงอกฝรงชายหญงและสัตวน้าต่างๆ
อาคารในวังบางขุนพรหม
็
๑.ต าหนกใหญ หรอ ต าหนกทูลกระหมอม ก่อสรางเสรจสมบูรณเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๙ ออกแบบโดยสถาปนกชาวอิตาเลียน นายมารโอ ตามาญโญ ศิลปะ
ิ
์
้
ิ
่
ั
ื
ั
่
้
ิ
็
ี
็
ี่
่
สถาปตยกรรมแบบ บาโรก และโรโกโก เปนตึก ๒ ชั้น ทปลายปกอีกดานหนึ่งเปนหอกลม ๓ ชั้น ความงามของตึกจะอยูที่ลักษณะเสาชนดต่าง ๆ ทั้งเสากลม เสา
ั
ี
ู
้
็
้
้
้
้
เหลี่ยม เสาแบน เสาบิดเปนเกลียว ตามหัวเสาประดับดวยลวดลายปูนป้น หนาต่างมหลายแบบ มีหนาต่างรปไข่ ลอมดวยลายปูนป้นรปดอกคัทลียา และหนาต่าง
ั
ู
ั
้
์
็
้
ื
ู
ู
รปครงวงกลมมีรปเครอไมและผลไม หลังคาเปนแบบทรงมังซารด
้
ึ่
ื่
๒.ต าหนกสมเด็จ สรางขึ้นภายหลังประมาณ พ.ศ. ๒๔๕๖ เพอเปนที่ ประทับของสมเด็จพระปตุจฉาเจา สุขุมาลมารศร พระอัครราชเทวี ออกแบบโดย นายคารล
้
ี
ิ
็
้
์
ั
ี
้
ิ
ี
ื
ิ
ั
้
เดอรง (Karl Dohring) สถาปนกชาวเยอรมัน ผูออกแบบพระราชวังบานปน จังหวัดเพชรบุร และวังวรดิศ ถนนหลานหลวง มลักษณะ ศิลปะสถาปตยกรรม
็
์
ี
์
แบบอารตนูโว และอารตเดโค มจุดเด่นที่หลังคาเปนแบบ จั่วสูงหัวตัด
้
๓.ต าหนกหอ เปนเรอน ๒ ชั้น ชั้นล่างก่ออิฐถอปูนเปนผนัง ชั้นบนเปนไมสัก ชั้น ๓ ใชเปนหองประทับ หลังคามุงกระเบื้องสามเสน ก่อสรางเปนต าหนักแรก เพื่อให ้
็
็
้
้
็
ื
็
ื
็
้
ั
้
ี
ิ
ิ
์
ั
้
้
้
็
ื่
้
ทรงใชเปนที่ประทับเมื่อทรงเดินทางกลับจากประเทศเยอรมนใน พ.ศ. ๒๔๔๖ ออกแบบโดยพระสถตยนมานการ ต่อมาไดสรางหองเครอง (หองครว) เพิ่มเติม
อาคารในวังบางขุนพรหม
้
ิ
็
้
็
ื
้
ั
็
๔.ต าหนกน้า เปนต าหนักไมอยู่รมแม่น้าเจาพระยา เปนที่ทรงพระอักษร หองบรรทม และเปนที่เสด็จลงเรอเมื่อคร้งยังทรงด ารง
ั
ื
ต าแหน่งอยู่กระทรวงทหารเรอ
็
้
๕.ศาลาแตร เปนศาลาวงกลม สรางแบบยุโรปเรยกกันว่า "กระโจมแตร" ใชเปนที่ตั้งวงดนตรแตรวงของทหารเรอ ทหารบก เมื่อม ี
ื
ี
ี
้
็
้
ั
การเลี้ยงตอนรบแขก
้
้
์
ิ
ื
ิ
สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพินต กับการทหารเรอไทย
้
์
์
้
์
ิ
ิ
ิ
้
้
์
้
ื
์
้
้
จอมพลเรอ สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพนต ไดทรงบุกเบิกและวางรากฐานความเจรญดานต่าง ๆ ใหแก่
ิ
กองทัพเรอ เปนอันมาก คุณูปการททรงมต่อกองทัพเรอที่ส าคัญ ๆ ดังน้ ี
ี
ี่
ื
ื
็
้
-ทรงจัดระเบียบราชการในกองทัพเรอใหรดกุม
ั
ื
้
- ทรงจัดท าขอบังคับทหารเรอว่าดวยหนาที่ราชการในเรอหลวง
ื
ื
้
้
ื
ี
ี
- ทรงวางรากฐานการจัดระเบียบการเรยนการสอนในโรงเรยนนายเรอใหม่
ื
้
้
ื
ิ
- ทรงเสรมสรางแสนยานุภาพของกองทัพเรอ โดยทรงสั่งซื้อเรอรบจากต่างประเทศเขาประจาในกองทัพเรอ เปนจานวนมาก อาท เรอพระที่นั่งมหาจักร (ล าที่๒)
ี
ิ
ื
ื
็
ื
์
เรอเสือทะยานชล เรอเสือค ารณสินธุ
ื
- ทรงสนับสนุนการก่อตั้งราชนาวิกสภา
ู
ื
ิ
ื
้
ี
ั
ิ
ี
ุ
ื
ิ
- ทรงกาหนดรปแบบร้วกระบวนเรอพระราชพธ ปรบปรงการเห่เรอและการสรางเรอพระราชพธขึ้นใหม่
ิ
ราชสกุลบรพัตร
ิ
ตราประจาราชสกุลบรพัตร
์
้
์
้
้
์
์
ิ
ิ
สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพินต สิ้นพระชนม
้
ิ
จอมพลเรอ สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธ กรมพระนครสวรรควรพินต สิ้นพระชนมดวยพระโรคไตและพระหทัย เมอวันท
์
ิ
์
ี่
์
้
้
ื
ื่
์
้
ี
๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๗ ทต าหนักประเสบัน เมองบันดุง ประเทศอินโดนเซีย ขณะพระชันษา ๖๓ ป อัญเชญพระศพกลับประเทศไทยเมอ
ิ
ี่
ื
ี
ื่
ี่
ื่
ี
้
ี่
้
ุ
ี่
วันท ๒๘ กันยายน พ.ศ.๒๔๙๑ และ ไดมการพระราชทานเพลิงพระศพ ทพระเมรทองสนามหลวง เมอวันท ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๓
ิ
วันบรพัตร
์
ื
ิ
์
หมวกประจาพระองคของจอมพลเรอ สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธ กรมพระ
้
้
์
้
ิ
์
ิ
ี่
ั
ื่
ี
นครสวรรควรพินต ททรงไดรบจากกองทัพเมอคร้งเสด็จพระราชด าเนนไปศึกษา ณ ทวปยุโรป เช่น หมวกพล
้
ั
็
้
ื
ี
เรอนสีกาก หมวกทหารเยอรมัน เปนตน
์
้
้
้
ิ
์
์
กระบี่ประจาพระองคของจอมพลเรอ สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธ กรมพระ
ื
์
็
้
้
ื
้
ิ
้
นครสวรรควรพินต เช่น กระบี่ทหารเรอ กระบี่ดามงาชาง กระบี่ดามหัวเสือ เปนตน
์
ี
้
ื
ื
์
็
ื
ื่
้
เรอหลวงค ารณสินธุ เปนเรอพิหาตตอรปโดขนาดเล็ก ไดจัดหาเขามาประจาการในกองทัพเรอ เพอใช ้
้
้
็
ื
่
ในการปองกันขาศึก และเปนหลักความมั่นคงของประเทศ โดยคูกับเรอทยานชล โดยขึ้นระวางวันท ี่
้
๑๘ มิถนายน พ.ศ. ๒๔๕๕ ตรงกับสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว
่
้
ุ
ิ
้
้
์
ิ
์
๊
์
โตะทรงงานของสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธ กรมพระนครสวรรควรพินต
้
ี
็
้
ู
๊
้
้
ี
เอาไวทรงงานและมลิ้นชักเกบของ โดยทาจากไม มความแข็งแรงและทนทาน โดยดานบนโตะจะมีรป
ของเจาฟาบรพัตร ตั้งอยู
่
้
ิ
้
เครองราชอิสรยาภรณไทย ของสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธ กรมพระ
์
้
้
ื่
ิ
้
์
์
ิ
ี
ื่
์
ี
ิ
ั
นครสวรรควรพินต เมอคร้งดารงต าแหน่ง เช่น ๒๔๓๔ เครองขัตติยราชอิสรยาภรณอันมเกยรติคุณ
ื่
ิ
์
รงเรองยงมหาจักรบรมราชวงศ ์
ี
ื
่
ุ
ิ่
้
้
์
เครองราชอิสรยาภรณต่างประเทศ ของสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธ กรมพระ
้
์
ื่
ิ
์
ิ
้
ั
ื่
ี่
์
ิ
ั
นครสวรรควรพินต ทไดรบจากต่างประเทศ เมอคร้งดารงตาแหน่ง เช่น ตระกูล LEOPARD
้
็
AUSTRIAHUNGARY ชั้นสายสะพาย เปนตน
์
้
้
้
์
ิ
้
์
์
ฉลองพระองคและอินธนูของหองสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพินิต โดย
้
้
ี่
ประกอบดวุดตอนทท่านเสด็จไปทรงศึกษาวิชาการทหารทต่างๆประเทศ เช่น อินธนูนารอยทหารราบเยอรมัน เสื้อคลุม
ี่
้
้
ื
ื่
็
ั
เครองแบบทหารเรอไทย (โดยใชส าหรบประเทศที่อากาศหนาว) เปนตน
้
้
์
์
้
ิ
ี
ื่
ใบประกาศนยบัตร เครองราชอิสรยาภรณของสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟา
ิ
ิ
์
้
บรพัตรสุขุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพินต โดยท่านไดรบเมอคร้งด ารงต าแหน่ง
ั
์
ั
ื่
ี
เช่น ใบประกาศนยบัตร เครองราชอิสรยาภรณมงกุฎสยาม ใบประกาศนยบัตร
ิ
ี
ื่
์
้
่
นายกองเสือปา เปนตน
็
์
้
้
์
้
้
์
ู
รปป้นครงพระองค ของสมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ เจาฟาบรพัตรสุขุมพันธุ กรมพระนครสวรรควรพินิต ผูทรงทาพระราช
์
ั
ึ่
ิ
ื
ี
ิ
ี่
้
ิ
้
ิ
ี
กรณยกจมากมายและเสรมสรางกองทัพเรอไทยใหพัฒนาและยิ่งใหย่มากขึ้น โดยพระราชกรณยกจทท่านไดทรงทา
้
ไดแก่ ทรงจัดทาขอบังคับทหารเรอว่าดวยหนาทราชการในเรอหลวง และ ทรงวางรากฐานการจัดระเบียบการเรยนการ
้
ื
้
ื
้
ี่
ี
้
็
ื
ี
้
สอนในโรงเรยนนายเรอใหม่ เปนตน
ิ
ุ
้
นอมส านึกในพระมหากรณาธคุณหาที่สุดมิได
้