ก
อเมริกาเหนือ
nnoorrtthh aammeerriiccaa
เสนอ คุณครูลภัสภาส์ หนูคง
ข
สารบัญ ค
หน้าปก ก
คำนำ ข
สารบัญ ค
ลักษณะทางกายภาพของทวีปอเมริกาเหนือ 1-29
ลักษณะประชากรของทวีปอเมริกาเหนือ 30-37
ลักษณะสังคมและวัฒนธรรมของทวีปอเมริกาเหนือ 38-44
ลักษณะเศรษฐกิจของทวีปอเมริกาเหนือ 45-71
ภัยพิบัติและแนวทางการจัดการของทวีป 72-78
อเมริกาเหนือ
ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 79-80
และแนวทางการจัดการของทวีปอเมริกาเหนือ
ผู้จัดทำ ง
ลักษณะทาง 1
กายภาพ
ของทวีป
อเมริกา
เหนือ
ที่ ตั้ ง แ ล ะ อ า ณ า เ ข ต ลั ก ษ ณ ะ ทั่ ว ไ ป ลั ก ษ ณ ะ
ภู มิ ป ร ะ เ ท ศ ลั ก ษ ณ ะ ภู มิ อ า ก า ศ แ ล ะ พื ช
พ ร ร ณ ธ ร ร ม ช า ติ
2
ที่ตั้งและภูมิอากาศ
ท วี ป อ เ ม ริ ก า เ ห นื อ มี เ นื้ อ ที่ ป ร ะ ม า ณ 2 4 , 2 4 7 , 0 3 9
ต ร . ก ม . ห รื อ ป ร ะ ม า ณ 1 6 . 5 ข อ ง แ ผ่ น ดิ น โ ล ก
มี ข น า ด ใ ห ญ่ เ ป็ น อั น ดั บ 3 ร อ ง จ า ก ท วี ป เ อ เ ชี ย
แ ล ะ ท วี ป แ อ ฟ ริ ก า
มี ลั ก ษ ณ ะ เ ป็ น พื้ น ที่ ก ว้ า ง ท า ง ต อ น เ ห นื อ แ ล้ ว
เ รี ย บ แ ค บ ล ง ท า ง ต อ น ใ ต้ ค ล้ า ย ๆ ส า ม เ ห ลี่ ย ม
ค ว่ำ หั ว
ท วี ป อ เ ม ริ ก า เ ห นื อ ตั้ ง อ ยู่ ใ น เ ข ต ซี ก โ ล ก เ ห นื อ ร ะ ห ว่ า ง ล ะ ติ จู ด 7
อ ง ศ า 1 5 ลิ ป ด า เ ห นื อ ถึ ง 8 3 อ ง ศ า 3 8 ลิ ป ด า เ ห นื อ แ ล ะ ร ะ ห ว่ า ง
ล อ ง จิ จู ด 5 5 อ ง ศ า 4 2 ลิ ป ด า ต ะ วั น ต ก ถึ ง 1 7 2 อ ง ศ า 3 0 ลิ ป ด า
ต ะ วั น ต ก
3
4
5
6
ลักษณะภูมิประเทศ
ท วี ป อ เ ม ริ ก า เ ห นื อ มี ลั ก ษ ณ ะ ท า ง ก า ย ภ า พ เ ป็ น แ ผ่ น ดิ น ใ ห ญ่ แ ล ะ เ ก า ะ
ข น า ด ต่ า ง กั น จำ น ว น ม า ก มี พื้ น ที่ เ ป็ น อ่ า ว ท ะ เ ล ซึ่ ง เ ป็ น ส่ ว น ข อ ง
ม ห า ส มุ ท ร อ า ร์ ก ติ ก ม ห า ส มุ ท ร แ อ ต แ ล น ติ ก
แ ล ะ ม ห า ส มุ ท ร แ ป ซิ ฟิ ก บ น แ ผ่ น ดิ น ใ ห ญ่ มี พื้ น ที่ เ ป็ น เ ทื อ ก เ ข า ทิ ว เ ข า
ที่ ร า บ สู ง ที่ สู ง ที่ ร า บ แ ล ะ อื่ น ๆ แ บ่ ง ลั ก ษ ณ ะ ภู มิ ป ร ะ เ ท ศ ไ ด้ 7 เ ข ต
ดั ง นี้
7
เทือกเขาที่วางตัวขนานกับชายฝั่ งมหาสมุทรแปซิฟิกในแนวเหนือ - ใต้ ตั้งแต่
เหนือสุดไปจนใต้ของทวีป และต่อเนื่องลงไปถึงเทือกเขาแอนดีสในทวีป
อเมริกาใต้ ประกอบด้วยเทือกเขาสูงสุดสลับซับซ้อนหลายแนว ที่สำคัญเช่น
เทือกเขาร็อกกี , เทือกเขาอะแลสกา , เทือกเขาบรุกส์ , เทือกเขาโคสต์ , และ
เทือกเขาเชียร์เนวาดา ในประเทศสหรัฐอเมริกา เทือกเขาแมกเคนซีในประเทศ
แคนาดา เทือกเขาเชียร์รามาเดรออกซิเดนตัลในประเทศเม็กซิโกมียอดเขาแมก
คินลีย์บนเทือกเขาอะแลสกาเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ คือ มี
ระดับความสูง 6,194 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง
ในระหว่างเทือกเขาสูงที่ต่อเนื่องกันจะพบที่ราบสูงคั่นอยู่ระหว่างเทือกเขา ที่
สำคัญเช่น ที่ราบสูงอะแลสกา , ที่ราบสูงเกรตเบซิน , ที่ราบสูงโคโลราโด , ใน
ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ราบสูงบริดิชโคลัมเบียในประเทศแคนาดา ที่ราบสูง
แม็กซิโกในประเทศแม็กซิโก
8
บ(CริเaวnณaคdะiเaนnเดSียhนieชีldลด)์
เป็นพื้นที่ของหินฐานทวีปซึ่งกำเนิดในมหายุคพรีแคมเบรียน
(Precambrian) มีอายุมากกว่า 541 ล้านปีมาแล้ว ครอบคลุมพื้นที่เป็น
บริเวณกว้าง นับตั้งแต่ลุ่มน้ำแมกเคนซีไปทางตะวันออกจนถึง
คาบสมุทรแลบราดอร์ เนื่องจากมีธารน้ำแข็งปกคลุมพื้นที่มาเป็นเวลา
นาน จึงผ่านการครูดถูบนผิวหินจากการกระทำของธารน้ำแข็ง ทำให้ใน
ปัจจุบันเกิดเป็นภูมิประเทศ 3 แบบ ดังนี้
9
ที่ราบรอบอ่าวฮัดสัน
มีตะกอนเป็นเศษหิน ทราย และดินที่ธารน้ำแข็งพามา
สะสมอยู่ในพื้นที่ราบ
ทะเลสาบ
มีทะเลสาบขนาดเล็กและใหญ่บริเวณตอนใต้ของที่ราบอ่าวฮัด
สัน เกิดจากกระบวนการกระทำของธารน้ำแข็ง ได้แก่ กลุ่มทะเล
สาบเกรตเลกส์ ทะเลสาบเกรตแบร์ และทะเลสาบวินนิเพก
ที่สูงลอเรนเชียน (Laurentian)
เป็นพื้นที่ที่มีความสูงเหลืออยู่จากการกร่อนโดยธารน้ำ
แข็ง มีภูเขาสูงและทะเลสาบ จำนวนมาก
เทือกเขาแอปพาเลเชียน 10
(Appalachians)
ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกของทวีปทอดแนวขนานกับชายฝั่ งมหาสมุทร
แอตแลนติก กำเนิดจากการยกตัวขึ้นของชั้นหิน ทำให้เปลือกโลกสูงขึ้นเป็น
เทือกเขาแอปพาเลเชียน เมื่อประมาณ 400 ล้านปีที่แล้ว ประกอบด้วย ทิว
เขาต่างๆ ได้แก่ ทิวเขาไวต์ ทิวเขากรีน ทิวเขาแคตสกิลล์
ทิวเขาแอลลิเกนี ทิวเขาบลูริดจ์ และทิวเขาคัมเบอร์แลนด์
ที่ราบเกรตเพลนส์ 11
(Great Plains)
เป็นที่ราบเชิงเขากว้างใหญ่ด้านทิศตะวันออกของระบบเทือกเขาร็อกกี
เกิดจาก เศษหิน ทราย และดินที่แตกกระจัดกระจายอยู่เชิงเขาแล้วถูก
กระแสน้ำของแม่น้ำสายต่างๆ พาตะกอน กรวด หิน ทรายสะสมตัวทิ้งไว้
เนื่องจากกระแสน้ำลดปริมาณและความเร็วลง
12
ที่ลุ่มต่ำตอนกลาง
(Central Lowlands
เป็นบริเวณที่มีภูมิประเทศเป็นที่ลุ่มต่ำ ต่อเนื่องลงมาจากที่ราบเกรดเพลนส์ ในพื้นที่
ประเทศแคนาดาแม่น้ำไหลลงสู่ที่ลุ่มต่ำแล้วลงสู่ ในสหรัฐอเมริกาแม่น้ำที่ไหลจากที่
ราบเกรตเพลนส์ ได้แก่ แม่น้ำมิสซูรีและแม่น้ำอาร์คันซอ แม่น้ำที่ไหลมาจากเทือกเขา
แอปพาเลเซียน ได้แก่ แม่น้ำโอไฮโอและแม่น้ำเทนเนสซี ซึ่งพาตะกอนก่อนลงสู่ที่ราบ
2 ฝั่ งแม่น้ำมิสซิสซิปปี เกิดเป็นที่ราบตะกอนน้ำพา (alluvial plain) ขนาดใหญ่
13
ที่ราบชายฝั่ งและอ่าวด้านมหาสมุทรแอตแลนติก
(GulfAtlantic Coastal Plain
ที่ราบชายฝั่ งทะเลด้านมหาสมุทรแอตแลนติก นับจากคาบสมุทรฟลอริดาขึ้นไปเป็น ที่ราบชายฝั่ งที่
เกิดจากคลื่นพัดพาตะกอนทรายไปทับถมเป็นหาดทรายเกือบตลอดชายฝั่ ง บริเวณที่มีแม่น้ำไหล
ออกจากแผ่นดินมีลักษณะเป็นชายฝั่ งหาดเลน
ที่ราบดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำด้านอ่าวเม็กซิโก มีแม่น้ำหลายสายและแต่ละสายมีลำน้ำสาขา
จำนวนมาก จึงพาตะกอนมาทับถมอยู่ตรงปากแม่น้ำได้มากและตลอดเวลา พื้นที่ บริเวณดังกล่าว
จึงเป็นพื้นดินที่จะเพิ่มขึ้นเป็นบริเวณกว้าง ได้แก่ ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ต่าง ๆ อาทิ แม่น้ำ
มิสซิสซิปปี แม่น้ำแอละแบมา แม่น้ำแซตทาชี แม่น้ำรีโอกรันเด
14
เกาะและหมู่เกาะ
(Islands)
เกาะกรีนแลนด์และหมู่เกาะตอนใต้
ของมหาสมุทรอาร์กติก
หมู่เกาะฮาวายและหมู่เกาะอะลูเชียน
หมู่เกาะเวสต์อินดีส
15
ลักษณะภูมิอากาศและพืชพรรณ
ธรรมชาติ
ปัจจัยควบคุมภูมิอากาศ เขตภูมิอากาศและพืช
พรรณธรรมชาติ
ปัจจัยควบคุมภูมิอากาศ 16
1. ที่ตั้งตามละติจูด ที่ตั้งอยู่ในเขตร้อนขึ้นไปจนถึงขั้วโลกเหนือ จึงมีอากาศทั้งร้อน อบอุ่น และหนาวตามพิกัดทางภูมิศาสตร์
2. ระยะห่างจากทะเล มีพื้นที่กว้างมากบริเวณตอนเหนือ และแคบลงทางตอนใต้ ทำให้ได้รับความชื้นจากทะเลมากน้อยแตกต่างกัน
3. การวางตัวของแนวเทือกเขา ทางด้านทิศตะวันตกมีการวางตัวของเทือกเขาในแนวเหนือใต้ ใกล้กับมหาสมุทรแปซิฟิก จึงเป็นตัว
ขวางทิศทางลม ทำให้ตอนกลางของสหรัฐอเมริกามีอากาศแห้งและร้อนจัดในฤดูร้อน เป็นพื้นที่อับลม
4. กระแสน้ำในมหาสมุทร กระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีมไหลเลียบชายฝั่ งมหาสมุทรแอตแลนติก ทำให้มีอากาศอุ่นและชื้น ทะเลไม่เป็นน้ำ
แข็ง กระแสน้ำอุ่นกุโรชิโอไหลสู่ฝั่ งอะแลสกา ทำให้ทะเลไม่เป็นน้ำแข็ง
5. ลมประจำ ลมตะวันออกเฉียงเหนือ พัดลงทางใต้ผ่านมหาสมุทรแอตแลนติกเข้าสู่ทวีป จึงทำความชุมชื้นมาให้ชายฝั่ งตะวันออก
ของทวีปตลอดทั้งปี ลมประจำตะวันตกเฉียงใต้นำความชื้นเข้ามา
6. ความสูงของพื้นที่ บริเวณเทือกเขาร็อกกีและเทือกเขาสูงมีอุณหภูมิลดต่ำกว่าพื้นที่ราบ แม้อยู่ในแนวละติจูดเดียวกัน
7. พายุหมุน ประเทศในแถบทะเลแคริบเบียน รอบอ่าวเม็กซิโก มีปริมาณฝนสูง และมีพายุเฮอร์ริเคน
17
11..ภภููมมิิออาากกาาศศเเขขตตรร้้ออนน
-ภูมิอากาศแบบร้อนชื้นแถบเส้นศูนย์สูตร มีอุณหภมิสูงและปริมาณฝนสูงเฉลี่ยเกิน 60 มิลลิเมตรต่อเดือน พบบรเวณด้านทิศตะวันออก
ของอเมริกากลางและหมู่เกาะเวสต์อินดีส
พืชพรรณธรรมชาติ เป็นป่าดิบชื้น มีพรรณไม้หลายชนิดที่มีใบเขียวตลอดปี พรรณไม้พื้นล่างเป็นจำพวกบอน หวาย เฟิน มอสส์ ถัดขึ้นไป
เป็นจำพวกปาล์มและไม้พุ่ม บางพื้นที่ต้นไม้ขึ้นหนาแน่นจนแสงอาทิตย์ส่องไม่ถึงพื้นดิน
-ภูมิอากาศเขตมรสุม ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม ปริมาณฝนเฉลี่ยเกิน 100 มิลลิเมตรต่อเดือน ยกเว้นช่วงเปลี่ยนลมมรสุมจะมีฝนน้อย พบ
ใกล้พื้นที่ภูมิอากาศแบบร้อนชื้นแถบเส้นศูนย์สูตร
พืชพรรณธรรมชาติ เป็นป่าโปร่งและมีการทิ้งใบในหน้าแล้ง มีพรรณไม้เด่นจำพวกไผ่และปาล์ม
-ภูมิอากาศแบบสะวันนา มีช่วงฝนตกชุกจากอิทธิพลของลมมรสุม 6 เดือนและมีช่วงแล้งฝนอย่างเด่นชัดอีก 6 เดือน พบบริเวณอมเริกาก
ลางและหมู่เกาะเวสต์อินดีสเป็นบริเวณกว้าง
พืชพรรณธรรมชาติ มีป่าหญ้าสลับกลุ่มไม้ใหญ่ที่ทนต่อความแห้งแล้งกระจายอยู่ทัวไปในลักษณะป่าละเมาะ
18
22..ภภููมมิิออาากกาาศศเเขขตตแแหห้้งงแแลล้้งง
-ภูมิอากาศแบบทะเลทรายเขตร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่า 18 องศาเซลเซียสและมีปริมาณฝนรายปีเฉลี่ย 250 มิลลิเมตร พบบริเวณทะเล
ทราย โซโนรันที่อยู่โดยรอบอ่าวแคลิฟอร์เนีย
พืชพรรณธรรมชาติ มีพรรณไม้จำพวกพวกกระบองเพชร ไม้พุ่ม ไม้หนามและหญ้า
-ภูมิอากาศแบบทะเลทรายเขตอบอุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียส อากาศเย็นเนื่องจากอยู่บริเวณพื้นที่สูง มีปริมาณฝนรายปี
ต่ำกว่า 250 มิลลิเมตร พบบริเวณทะเลโมฮาวี รัฐแคลิฟอร์เนียของอมเริกา
พืชพรรณธรรมชาติ มีพรรณไม้จำพวกกระบองเพชร ไม้พุ่ม ไม้หนามและหญ้า
-ภูมิอากาศแบบกึ่งแห้งแล้งเขตร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่า 18 องศาเซลเซียส มีปริมาณฝนรายปีตั้งแต่ 250-500 มิลลิเมตร พบบริเวณ
ตอนล่างของที่ราบเกรตแลนส์และระหว่างรัฐเท็กซัสของอเมริกากับชายแดนเม็กซิโก
พืชพรรณธรรมชาติ มีพรรณไม้จำพวกกระบองเพชร ปาล์ม ไม้พุ่ม ไม้หนามและหญ้า
-ภูมิอากาศแบบแห้งแล้งเขตอบอุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส มีปริมาณปีรายปีตั้งแต่ 250-500 มิลลิเมตร พบบริเวณที่
ราบเกรตแพลนส์
พืชพรรณธรรมชาติ มีพรรณไม้จำพวกกระบองเชร ปาล์ม ไม้พุ่ม ไม้หนามและหญ้า
19
33..ภภููมมิิออาากกาาศศเเขขตตออบบออุุ่่นน
-ภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ฤดูร้อนอากาศแห้งแล้งเนื่องจากลมที่พัดออกจากแผ่นดินใหญ่บริเวณที่ราบสูงโคโลราโดและที่ราบ
เกรตเบซินสู่ชายฝั่ งมหาสมุทรแปซิฟิก เมื่อถึงฤดูหนาวได้รับอิทธิพลของลมประจำตะวันตกที่พัดมาจากมหาสมุทรแปซิฟิกเข้าสู้แผ่นดิน
-ลักษณะภูมิอากาศแบบ Csa แห้งแล้งและร้อนในฤดูร้อนพบแถบชายฝั่ งของรัฐแคลิฟอร์เนียของอเมริกาลงไปและบางส่วนของคาบสมุทรบาฮากาลี
ฟอร์เนียทางตอนบนของเม็กซิโก
-ลักษณะภูมิอากาศแบบ Csb แห้งแล้งและอบอุ่นในฤดูร้อน พบแถบชายฝั่ งแคลิฟอร์เนียขึ้นไปจากภูมิอากาศแบบ Csa บริเวณพื้นที่ละติจูด 40 ํ- 45 ํ
เหนือ
พืชพรรณธรรมชาติ มีพรรณไม้ใบหนาเล็ก ผิวมัน ป้องกันการระเหยของน้ำ เชี่น ผลไม้สกุลส้ม
-ภูมิอากาศแบบชื้นกึ่งเขตร้อน ลักษณะอากาศทั่วไปไม่มีฤดูแล้ง ได้รับความชื้นตลอดปีจากมวลอากาศอุ่นและกระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีม ฤดู
ร้อนอุหณภูมิสูงกว่า 22 องศาเซลเซียส พบบริเวณที่ราบเหนืออ่าวเม็กซิโกและชายฝั่ งตะวันออกของอเมริกา
พืชพรรณธรรมชาติ มีพรรณไม้วงศ์สนชนิดต่างๆ เช่น ไพน์ สปรูซ เฟอร์
20
-ภูมิอากาศแบบชื้นสลับแล้งเขตอบอุ่น พบในเขตร้อนบริเวณพื้นที่สูง จึงมีอุณหภูมิต่ำเหมือนเขตอบอุ่นแต่มีฝนตกช่วงฤดูฝนและอากาศ
แล้งใน ฤดูหนาว คล้ายกับภูมิอากาศแบบสะวันนา แต่ต่างกันตรงอุณหภูมิเฉลี่ยที่ต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียส
-ลักษณะภูมิอากาศแบบ Cwa แห้งแล้งในฤดูหนาวและร้อนในฤดูร้อน พบบริเวณที่ราบสูงเม็กซิโกแถบเทือกเขาเซียร์รามาเดรออกซิเดนตัลในเม็กซิโก
-ลักษณะภูมิอากาศแบบ Cwb แห้งแล้งในฤดูหนาวและอบอุ่นในฤดูร้อน พบบริเวณที่สูงแถบเทือกเขาเซียร์รามาเดรออกซิเดนตัลในเม็กซิโกและเทือกเขา
สูงแถบกรุงกัวเตมาลาซิตีของกัวเตมาลา
พืชพรรณธรรมชาติ มีพรรณไม้ เช่น โอ๊ก บีช เฮมล็อก
่ -ภูมิอากาศแบบชายฝั่ งตะวันตกภาคพื้นสมุทร มีฝนตกตลอดปี ไม่มีฤดูแล้ง ได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำอุ่นแปซิฟิกเหนือและลมตะวันตก
ฤดูร้อนอากาศอบอุ่น อุณหภูมิ 4-22 องศาเซลเซียส พบบริเวณชายฝั่ งตะวันตกเฉียงเหนือรัฐวอชิงตันของอเมริกาและชายฝั่ งตะวันตกเฉียง
ใต้รัฐบริติชโคลัมเบียของแคนาดา
พืชพรรณธรรมชาติ โอ๊กและไม้วงศ์สนชนิดต่างๆ
21
44..ภภููมมิิออาากกาาศศเเขขตตหหนนาาวว
-ภูมิอากาศแบบกึ่งอาร์ติกภาคพื้นทวีป มีความแห้งแล้ง เนื่องจากมีฝนตกน้อยและความชื้นที่ได้รับเป็นหิมะจำนวนน้อย
-ลักษณะภูมิอากาศแบบ Dsb แห้งแล้งและอบอุ่นในฤดูร้อน มีปริมาณฝนต่ำกว่า 40 มิลลิเมตร พบบริเวณพื้นที่สูงในรัฐไอดาโฮของอเมริกา
-ลักษณะภูมิอากาศแบบ Dsc แห้งแล้งและหนาวเย็นตลอดฤดูร้อน มีอุหณภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส พบบริเวณพื้นที่สูงในรํฐยูคอนของแคนาดา
-ลักษณะภูมิอากาศแบบ Dwa แห้งแล้งในฤดูหนาวและร้อนในฤดูร้อน พบบริเวณตอนกลางรัฐเซาท์ดาโคตาของอเมริกา
-ลักษณะภูมิอากาศแบบ Dwb แห้งแล้งในฤดูหนาวและอบอุ่นในฤดูร้อน พบบริเวณตอนกลางรัฐนอร์ทดาโคตาของอมเริกา
-ลักษณะภูมิอากาศแบบ Dwc แห้งแล้งทั้งฤดูหนาวและฤดูร้อน พบบริเวณตอนเหนือของแคนาดา
พืชพรรณธรรมชาติ มีป่าสนเป็นส่วนใหญ่
-ภูมิอากาศแบบชื้นภาคพื้นทวีป ลักษณะอากาศมีความชื้นสูงตลอดปีจากฝนและหิมะ
-ลักษณะภูมิอากาศแบบ Dfa ไม่มีฤดูแล้ง มีอากาศร้อนในฤดูร้อน พบในพื้นที่รัฐแคนซัส รัฐมิสซูรีและรัฐเวอร์จิเนียของอเมริกา
-ลักษณะภูมิอากาศแบบ Dfb ไม่มีฤดูแล้ง อากาศอบอุ่นในฤดูร้อน พบบริเวณตอนเหนือของอมเริกาและตอนใต้ของแคนาดาที่ติดต่อกับทะเลสาบ เกรต
เลกส์และเกาะนิวฟันด์แลนด์
-ลักษณะภูมิอากาศแบบ Dfc ไม่มีฤดูแล้ง มีอากาศหนาวในฤดูร้อน พบเป็นบริเวณกว้างในแคนาดา
พืชพรรณธรรมชาติ มีป่าสนวงศ์สนเขา ซึ่งมีใบเล็กแหลม เช่น สปรูซ เฟอร์
22
55..ภภููมมิิออาากกาาศศเเขขตตขขัั้้ววโโลลกก
-ภูมิอากาศแบบทุนดรา ได้รับความชื้นจากอิทธิพลของมวลอากาศภาคพื้นสมุทร อากาศหนาวเย็นถึงขีดเยือกแข็งหรือต่ำกว่า ทำให้น้ำ
ใต้ดินระดับตื้นกลายเป็นน้ำแข็ง เรียกว่า ชั้นดินเยือกแข็งคงตัว
พืชพรรณธรรมชาติ มอสส์ ไลเคนและหญ้าบางชนิด
-ภูมิอากาศแบบทุ่งน้ำแข็ง แผ่นดินมีพืดน้ำแข็งปกคลุมพื้นที่ตลอดปี เช่น ตอนกลางของเกาะกรีนแลนด์
พืชพรรณธรรมชาติ ไม่มีพืชขึ้นได้
23
ดิน
24
ดิน
แม่น้ำมิสซิสซิปปี น้ำ 25
เกิดจากเทือกเขาสูงทางตะวันตกของ แม่น้ำเซนต์ลอว์เรนซ์ แม่น้ำริโอแกรนด์
ทวีป เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในทวีป ไหล
ผ่านที่ราบกว้างลงสู่อ่าวเม็กซิโก เป็น ไหลจากทะเลสาบออนแทริโอ ออกสู่ เป็นภาษาโปรตุเกส แปลว่า "แม่น้ำ
เขตที่ราบที่มีตะกอนทับถมเป็นบริเวณ มหาสมุทรแอตแลนติก แม่น้ำสายนี้ ใหญ่" เป็นแม่น้ำกั้นพรมแดน
กว้าง เหมาะแก่การเพาะปลูก เป็นเขต ใช้ในการขนส่งสินค้าหรือวัตถุดิบทาง
ระหว่างประเทศอเมริกากับประเทศ
ประชากรหนาแน่น อุตสาหกรรม เม็กซิโก
River
26
ทะเลสาบที่สำคัญ เช่น อ่าวที่สำคัญ เช่น
ทะเลสาบทั้ง 5 (Great Lakes) ได้แก่ ทะเลสาบสุพี อ่าวฮัดสัน
เรีย (ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก) มิชิแกน ฮู
รอน อีรีและออนแทริโอ เป็นแหล่งน้ำมีอาณาเขต เป็นทะเลภายในน้ำเค็มขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ทางตะวันออก
ติดต่อกัน ระหว่างทะเลสาบอีรีกับออนแทริโอมีน้ำตก เฉียงเหนือของประเทศแคนาดา
ขนาดใหญ่ "น้ำตกไนแอการา" มีทางระบายเป็นต้น
กำเนิดของแม่น้ำเซนต์ลอเรนไหลลงสู่มหาสมุทร อ่าวเม็กซิโก
แอตแลนติก เขตที่ราบรอบทะเลสาบทั้ง 5 และลุ่มแม่
น้ำเซนต์ลอเรน มีดินเหมาะแก่การเพาะปลูกเป็น ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอเมริกาและทาวตะวันออกของ
บริเวณที่การขนส่งทางน้ำภายในทวีป จึงเป็นเขตที่มี ประเทศเม็กซิโก ในอ่าวเป็นแหล่งทรัพยากรน้ำมันและก๊าซ
ประชากรหนาแน่น ธรรมชาติที่สำคัญของอเมริกา
อ่าวแคลิฟอร์เนีย
ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศเม็กซิโก ระหว่างคาบ
สมุทรบาฆากาลิฟอร์เนียกับพื้นที่แผ่นดินใหญ่
27
ป่าผลัดใบ ป่าดิบชื้น/ป่าฝนเขตร้อน
พบบริเวณที่มีภูมิอากาศ พบบริเวณที่มีภูมิอากาศร้อยชื้นแถบ
อบอุ่นและหนาว บริเวณ เส้นศูนย์สูตร บริเวณภูมิอากาศ
ทางด้านตะวันออกเฉียง
เหนือ บริเวณตอนใต้ของ อเมริกากลางและแคริบเบียนที่มีฝน
ตกชุก
เกรตเลกส์
ป่าสน ป่าเมดิเตอร์เรเนียน
ป่าผสมผลัดใบกับป่าสน
พบบริเวณที่มีภูมิ พบบริเวณที่มีภูมิอากาศ
อากาศหนาว บริเวณ พบบริเวณที่มีอุณหภูมิหนาวและ เมดิเตอร์เรเนียน บริเวณชายฝั่ ง
ตอนเหนือของแคนาดา อบอุ่น บริเวณทางด้านตะวันตก แคลิฟอร์เนียและตะวันตกเฉียง
จนถึงรอบอ่าวฮัดสัน เฉียงเหนือของอเมริกาและชายฝั่ ง
เหนือของเม็กซิโก
แปซิฟิกของแคนาดา ทุ่งหญ้า
พบบริเวณที่มีภูมิอากาศ
อบอุ่น เป็นบริเวณกว้าง
ตอนกลางของทวีปใน
อเมริกาและแคนดา เรียกว่า
"ทุ่งหญ้าแพรี"
ควายไบซัน 28
กระจายอยู่ตามทุ่งหญ้าธรรมชาติ อัลลิเกเตอร์อเมริกัน
เช่น ที่ราบรอบภูเขาเฮนรี
เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่ใหญ่ที่สุดในทวีป
อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน อเมริกาเหนือ อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำ
อุทยานแห่งชาติวู๊ดบัฟฟาโล
ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอเมริกา
อินทรีหัวขาว
อาศัยใกล้แหล่งน้ำตามชายฝั่ งและทะเลสาบ
พบกระจายไปทั่วและถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์
ของอเมริกาตั้งแต่ พ.ศ.2375
แกะเขาใหญ่ วูลฟ์เวอร์รีน
เป็นแกะป่าที่ใหญ่ที่สุดในทวีป พบมากบริเวณป่าไทกาและทุนดราของ
อเมริกาเหนือ ทวีป เป็นสัตว์ในตระกูลพังพอนขนาด
อาศัยอยู่บริเวณเทือกเขาร็อกกีและ ใหญ่ที่สุด
เป็นสัญลักษณ์ของอุทยานแห่วชาติ
เทือกเขาร็อกกี
แร่ทองแดง แร่เงิน 29
ประโยชน์ : ใช้ทำอุปกรณ์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ ประโยชน์ : ทำเครื่องประดับ เหรียญกษาปณ์ ชื้นส่วนไฟฟ้า
แหล่งสำคัญ : เทือกเขาร็อกกี รอบอ่าวฮํดสัน ที่ราบสูงใน
เม็กซิโก แหล่งสำคัญ : เทือกเขาร็อกกี ทะเลสาบวินนิเพ็ก ตอนกลาง
แร่เหล็ก เม็กซิโก
แร่ ประโยชน์ : ใช้ในอุตสาหกรรมทุกประเภท ก๊าซธรรมชาติ
แหล่งสำคัญ : ทะเลสาบสุพีเรีย คาบสมุทรแลบราดอร์ของ
แคนาดา ประโยชน์ : เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า ยานยนต์
แหล่งสำคัญ : รอบๆอ่าวฮัดสัน ตอนใต้ของแคนาดา
แร่ทองคำ น้ำมันดิบ
ประโยชน์ : ทำเครื่องประดับ เงินทุนสำรองระหว่าง ประโยชน์ : เป็นเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น ยางมะตอย
ประเทศ แหล่งสำคัญ : รอบอ่าวเม็กซิโก รัฐเท็กซัสของอเมริกา
แหล่งสำคัญ : เทือกเขาร็อกกี เกรตเลกส์ อะแสสกา
ถ่านหิน
ประโยชน์ : เป็นเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรม
แหล่งสำคัญ : เทือกเขาแอปพาเลเชียน เทือกเขาร็อกกี
30
31
ลักษณะประชากรของทวีปอเมริกาเหนือ
ทวีปอเมริกาเหนือมีจำนวนนประชากรประมาณ 586 ล้านคน
เมื่อเทียบกับเนื้อที่ประมาณ 24.2 ล้านตารางกิโลเมตร
มีความหนาแน่นประชากรเฉลี่ย 24.2 คนต่อตารางกิโลเมตร
มีความหนาแน่นของประชากรค่อนข้างเบาบาง
1) การตั้งถิ่นฐานและการกระจายของประชากร 32
1.1) ภูมิภาคตอนเหนือของทวีป
มีความหนาแน่นประชากรเฉลี่ยประมาณ 19 คนต่อตารางกิโลเมตร มีเนื้อที่ขนาดใหญ่
บริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น ได้แก่
พื้นที่ชายฝั่ งด้านตะวันออกของทวีป
มีลักษณะเป็นที่ราบ เหมาะเเก่การตั้งถิ่นฐานในมีเเค่ส่งเสริมอุตสาหกรรม ระบบคมนาคมขนส่งสะดวก
พื้นที่ชายฝั่ งด้านตะวันตกของทวีป
เป็นเขตเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การค้า และเมืองท่าสำคัญ
บริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่เบาบาง ได้แก่ บริเวณรัฐอะแลสกาของสหรัฐอเมริกาทางเหนือของแคนาดา
เกาะกรีนแลนด์ เนื่องจากมีอากาศหนาวเย็นมีน้ำแข็งปกคลุม เขตเทือกเขาสูง ที่ราบสูงด้านตะวันตกเขตทะเล
ทรายทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา เนื่องจากมีอากาศร้อนและทุรกันดาร
1.2) ภูมิภาคอเมริกากลาง 33
ความหนาแน่นประชากรโดยเฉลี่ยประมาณ 72 คน ต่อตารางกิโลเมตร มีขนาดใหญ่มีเพียงเม็กซิโก
บริเวรที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น ได้แก่ ตอนกลางของประเทศเม็กซิโก เมืองสำคัญในประเทศต่างๆ เนื่องจาก
เป็นศูนย์กลาง อุตสาหกรรม การค้า การขนส่ง
บริเวณที่ประชากรอาศัยอยู่เบาบาง ได้แก่ ตอนบนของเม็กซิโก เนื่องจาก เป็นที่สูง มีภูมิอากาศแห้งแล้งกึ่ง
ทะเลทราย
1.3) กลุ่มประเทศในทะเลแคริบเบียน
ความหนาแน่นประชากรโดยเฉลี่ยประมาณ 171 คน ต่อตารางกิโลเมตร ประเทศส่วนใหญ่เป็นเกาะที่มี
เนื้อที่ขนาดเล็ก บริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น ได้แก่ เขตในเมืองหลวงและเมืองสำคัญต่างๆ
บริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่เบาบาง ได้แก่ เมืองและเกาะขนาดเล็กต่างๆ ที่ทรัพยากรณ์ธรรมชาติไม่
อุดมสมบูรณ์
2) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากร 34
คือ การเปลี่ยนแปลงขนาดหรือจำนวน และโครงสร้างประชากรในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง มีองค์
ประกอบที่สำคัญ ได้แก่ อัตราเกิด อัตราตาย และการย้ายถิ่น
2.1) อัตราเกิดและอัตราตาย
อัตราเกิด หมายถึง จำนวนการเกิดมีชีพต่อประชากร 1000 คน
ต่อปี ใดปี หนึ่ ง
อัตราตาย หมายถึง จำนวนผู้เสียชีวิตต่อประชากร 1000 คน
ในปี ใดปี หนึ่ ง
ภูมิภาคที่มีประชากรมากที่สุด คือ ตอนเหนือของทวีป เนื่องจากมีขนาดใหญ่ เป็นที่ตั้งของสองประเทศ
ใหญ่อุดมสมบูรณ์ อบอุ่น สบาย จึงเหมาะสมแก่การตั้งถิ่นฐาน
ภูมิภาคที่มีประชากรน้ อยที่สุด คือ กลุ่มประเทศในทะเลแคริบเบียน เนื่องจากมีลักษณะภูมิประเทศเป็น
หมู่เกาะ ส่วนใหญ่เป็นเกาะขนาดเล็ก ที่ราบน้ อย ประเทศส่วนใหญ่จึงมีจำนวนประชากรน้ อย
2.2) การย้ายถิ่น 35
หมายถึง การเคลื่อนย้ายของบุคคล กลุ่มบุคคล จากสถานที่ที่อาศัยอยู่เดิมไปยังสถานที่ใหม่ทั้ง
แบบถาวรและกึ่งถาวร ซึ่งการย้ายถิ่นเป็นสาเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประชากรเช่นเดียวกัน
ทวีปอเมริกาเหนือ(สหรัฐอเมริกาและแคนาดา) เป็นทวีปปลายทางที่มีการรับผู้อพยพเข้าไปมากที่สุด
และมีผู้ย้ายถิ่นไปทวีปอื่นไม่มาก ผู้ย้ายถิ่นที่มาจากถิ่นต่างๆ ได้แก่ จากลาตินอเมริกาและแคริบเบียน
ประมาณ 26.4 ล้านคน ทวีปเอเชียประมาณ 17.2 ล้านคน ทวีปยุโรปประมาณ 7.6 ล้านคน และทวีป
แอฟริกาประมาณ 2.6 ล้านคนทวีปอเมริกาเหนือยังมีการย้ายถิ่นภายในทวีปประมาณ 1.2 ล้านคน
ย้ายไปยังลาตินอเมริกาและแคริบเบียนประมาณ 1.4 ล้านคน ย้ายถิ่นไปยังทวีปยุโรปประมาณ 1 ล้านคน
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีการย้ายถิ่นฐาน เนื่องจากความเจริญก้าวหน้ าทางด้านเศรษฐกิจเป็นสำคัญ ส่งผล
ให้ประชากรจากภูมิภาคต่างๆ ซึ่งมีปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคมอพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐานและหางานทำ
36
2.3) พีระมิดประชากร
เป็ นการจำแนกสัดส่วนประชากรตามอายุและเพศช่วยให้เห็นสัดส่วนประชากร
ในวัยพึ่งพิงคือแรกเกิดถึง 14 ปีและอายุ 60 ห้าปีขึ้นไปวัยทำงานอายุ 15 ถึง 64 ปี
พ.ศ. 2511 มีลักษณะเป็นพีระมิดแบบฐานแคบ บ่งบอกว่ามีประชากรช่วงอายุ 0-4 ปี ต่ำ
เนื่องจากอัตราเกิดต่ำ กลุ่มประชากรที่มีจำนวนมากที่สุดคือช่วงอายุ 5-9 ปี ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงอายุ
10-14 ปี แสดงให้เห็นว่ามีประชากรวัยเด็กจำนวนมาก
พ.ศ. 2561 มีลักษณะเป็นพีระมิดแบบฐานแคบลงบ่งบอกว่าอัตราเกิดลดต่ำลงประชากรเพิ่มช้า
ลงกลุ่มประชากรที่มีจำนวนมากคือช่วงอายุ 20-29 ปี และช่วงอายุ 50-59 ปี สัดส่วนประชากรที่มีอายุ
65 ปีขึ้นไปเป็นวัยที่พึ่งพิงมีแนวโน้ มเพิ่มมากขึ้นแสดงให้เห็นว่า ประชากรมีแนวโน้ มเปลี่ยนแปลงเข้า
สู่สังคมผู้สูงอายุ
2.4) ประชากรในเมืองและชนบท 37
เมือง เป็นบริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจและสังคม
ชนบทมีความหนาแน่นของประชากรน้ อยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมสภาพแวดล้อม
มีความเป็ นธรรมชาติมากกว่า
พ.ศ. 2551 มีสัดส่วนประชากรในเมืองมากกว่าชนบทโดยภูมิภาคตอนเหนือของทวีปมีสัดส่วนประชากร
เมืองมากที่สุดในพ.ศ. 2561 มีสัดส่วนของเมืองเพิ่มขึ้นการขยายตัวของเมืองทำให้ความเจริญขายออกไป
ชานเมืองมากและส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆสังคมเมืองยังทำให้คนในเมืองมีแนวโน้ มเป็นโสดมากขึ้นแต่งงานมีลูก
ช้าลงทำให้ประชากรวัยทำงานมีน้ อยลงเรื่อยเรื่อยประชากรวัยสูงอายุมีมากขึ้น
พ.ศ. 2551 ทวีปอเมริกาเหนือมีประชากรวัยเด็กสูงกว่าวัยผู้สูงอายุในทุกภูมิภาค
พ.ศ. 2561 วัยเด็กมีสัดส่วนลดลงทุกภูมิภาค วัยสูงอายุมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นทุกภูมิภาค เนื่องจากความ
เจริญก้าวหน้ าทางการแพทย์และสาธารณสุขทำให้มีทำให้ประชากรมีอายุยืนยาวขึ้นและจะนำไปสู่สังคมผู้สูงอายุ
ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้น
38
ลักษณะสังคมและวัฒนธรรมของ
ทวีปอเมริกาเหนือ
ลักษณะสังคมและวัฒนธรรมของทวีป 39
อเมริกาเหนือ
• แบ่งเขตวัฒนธรรมออกได้เป็น 2 เขตใหญ่ดังนี้
เขตวัฒนธรรมแองโกลอเมริกา เขตวัฒนธรรมลาตินอเมริกา
เป็ นเขตที่ได้รับอิทธิพลจากอังกฤษได้แก่ เป็ นเขตที่ได้รับวัฒนธรรมจากสเปนและ
สหรัฐอเมริกาและแคนาดา โปรตุเกส ได้แก่ประเทศเม็กซิโกประเทศใน
ภูมิภาคอเมริกากลาง เช่นกัวเตมาลาคอน
โดัสนิการากัวปานามาและกลุ่มประเทศใน
ทะเลแคริบเบียนเช่นคิวบาคิเตสหรัฐ
โดมินิกัน
ลักษณะทั่วไปทางสังคมและวัฒนธรรม 40
1) เชื้อชาติประชากรในทวีปอเมริกาเหนืออาจแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มดังนี้
1.1) กลุ่มคนพื้นเมือง
สันนิษฐานว่าอพยพมาจากทวีปเอเชียในสมัยที่คาบสมุทรอะแลสกาเป็ นดินแดนเดียวกับทวีปเอเชีย
1.2) กลุ่มเชื้อสายชาวยุโรป
เป็ นประชากรที่อพยพมาจากทวีปยุโรปเช่นชาวอังกฤษฝรั่งเศสเยอรมันส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาและ
แคนาดาส่วนชาวสเปนอาศัยอยู่ภูมิภาคอเมริกากลาง
1.3) กลุ่มเชื้อสายชาวแอฟริกา
เป็นประชากรดั้งเดิมของทวีปแอฟริกา พี่ชาวยุโรปนำมาขายเป็นทาสในยุคล่าอาณานิคมปัจจุบันกระจายตัวอยู่
ทั่วไปในสหรัฐอเมริกาภูมิภาคอเมริกากลางและเป็ นประชากรส่วนใหญ่ของกลุ่มประเทศในทะเลแคริบเบียน
1.4) กลุ่มเชื้อสายชาวเอเชีย
เป็นกลุ่มคนที่อพยพไปตั้งถิ่นฐานในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาตั้งแต่ยุคตื่นทองในคริสต์ศตวรรษที่ 19 และมี
จำนวนมากขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เช่นชาวจีนญี่ปุ่นเกาหลี
1.5) กลุ่มคนเลือดผสม
• พวกเมสติโซเป็นการผสมผสานทางชาติติดพันระหว่างชาวยุโรปกับชาวอินเดียนพื้นเมือง
• พวกมูแลตโตเป็นการผสมผสานทางชาติพันธุ์ระหว่างชาวยุโรปกับชาวแอฟริกา
• พวกซัมโบ เป็นการผสมผสานทั้งชาติพันธุ์ระหว่างชาวแอฟริกากับชาวอินเดียนพื้นเมือง
2) ภาษา ทวีปอเมริกาเหนือมีภาษาที่ใช้แตกต่างกันแบ่งออกได้ดังนี้ 41
•ภาษาอังกฤษ •ภาษาอินเดียน
เป็ นภาษาทางการของสหรัฐอเมริกาแคนาดาบาง มีใช้ในกลุ่มชาวอินเดียนพื้นเมืองในสหรัฐอเมริกา
ประเทศในภูมิภาคอเมริกากลางและกลุ่มประเทศ และประเทศกลุ่มลาตินอเมริกาด้วยภาษาอินเดีย
ในทะเลแคริบเบียน เช่น เบลีซ บาฮามาส จาเมกา นั้นมีความแตกต่างกันตามเผ่าต่างๆชาวอินเดียพื้น
บาเบโดส กรีเนดา ดอมินิกา เมืองต่างเผ่ากันจึงไม่สามารถเข้าใจภาษาของกัน
เซนต์ลูเชีย เซนต์วินเซนต์ และเกรนาดีนส์ และกันได้
•ภาษาฝรั่งเศส •ภาษาเอสกิโม
เป็ นภาษาทางการของรัฐควิเบกของแคนาดา
มีใช้ในกลุ่มชาวเอสกิโมในแคนาดาและรัฐอะเเล
และหมู่เกาะที่เคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส เช่น สกาของสหรัฐอเมริกา
เฮติ และบางประเทศที่ใช้เป็นภาษาที่ 2 เช่น
เซนต์ลูเชีย ดอมินีกา กรีนาดา
•ภาษาสเปน
เป็ นภาษาทางการของเม็กซิโกและประเทศใน
ภูมิภาคอเมริกากลางอื่นๆ เช่น กัวเตมาลา
ฮอนดูรัส สหรัฐโดมินิกัน คิวบา
3) ศาสนา ประชากรส่วนใหญ่นับถือคริสต์ศาสนา นิกายที่สำคัญมี 2 42
นิกายดังนี้
นิ กายโปรเตสแตนต์ นิ กายโรมันคาทอลิก
นับถือมากในสหรัฐอเมริกาและ ถือมากในรัฐควิเบตประเทศ
แคนาดาซึ่งเป็ นเขตวัฒนธรรม แคนาดาและประเทศในเขต
แองโกลอเมริกาที่ได้รับอิทธิพล วัฒนธรรมลาตินอเมริการวมทั้ง
จากอังกฤษ ประชากรในเมืองต่างๆของ
สหรัฐอเมริกาที่เคยเป็ น
อาณานิคมของสเปน
นอกจากนี้ยังมีการนับถือศาสนาอื่นๆแต่สัดส่วนไม่มาก เช่น ศาสนาอิสลาม
ศาสนายิว พระพุทธศาสนา และยังมีผู้ที่ไม่นับถือศาสนาใดอยู่ด้วยจำนวนหนึ่ง
การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม 43
ผมและวัฒนธรรมในทวีปอเมริกาเหนือสามารถสรุปเป็นภาพรวมได้ 2 กลุ่มดังนี้
1) กลุ่มแองโกลอเมริกา
สหรัฐอเมริกาและแคนาดาเป็นประเทศใหญ่มีความเข้มแข็งทางการเมือง เศรษฐกิจ
และสังคมอย่างมากเป็ นเวลานานโดยเฉพาะสังคมอเมริกามีบทบาทสูงต่อการชี้นำ
กิจกรรมต่างๆของโลกผ่านสื่ออินเทอร์เน็ตภาพยนตร์กีฬาแฟชั่นอุปกรณ์เทคโนโลยี
ต่างๆการที่ผู้คนย้ายถิ่นฐานเข้ามาตั้งรากฐานในสหรัฐอเมริกาจำนวนมากทำให้สังคมมี
ความหลากหลายกลุ่มชาติพันธุ์ได้สูง เป็นสังคมที่ผู้คนพึ่งพาเทคโนโลยีและข้อมูล
ข่าวสารในการดำรงชีวิตอย่างมาก วัฒนธรรมมีความหลากหลายผสมผสานการพัฒนา
ความเจริญทางวัตถุเป็ นไปอย่างรวดเร็ว
แม้ประเทศในกลุ่มแองโกลอเมริกันจะมีความก้าวหน้ าทางวัตถุและเทคโนโลยีสูง
เป็นประเทศที่มีความเจริญระดับหน้ าของโลกแต่ก็เกิดปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงทาง
สังคมเช่นเดียวกันเช่นปั ญหาสิ่งแวดล้อมปั ญหาอาชญากรรมปั ญหาแพร่ระบาดของสิ่ง
เสพติดคนเร่ร่อนและก่อการร้ายเป็ นต้น
การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม 44
ผมและวัฒนธรรมในทวีปอเมริกาเหนือสามารถสรุปเป็นภาพรวมได้ 2 กลุ่มดังนี้
2) กลุ่มลาตินอเมริกา
มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงจากสังคมชนบทไปสู่สังคมเมือง
มากขึ้น พื้นที่เกษตรกรรมถูกเปลี่ยนไปใช้พื้นที่พาณิชกรรมและอุตสาหกรรม เกษตรกรเปลี่ยน
ไปประกอบอาชีพอื่นมากขึ้นเนื่องจากอาชีพเพาะปลูกมีผลผลิตและรายได้ไม่แน่นอน ผู้คนที่มี
ฐานะยากจนเดินทางเข้าสู่เมืองใหญ่เพื่อเป็นแรงงานมากขึ้น เช่น ในเม็กซิโกซิตี้กัวเตมาลาซิตี้
ขณะที่ประชากรบางส่วนพยายามหาโอกาสเข้าไปทำงานในสหรัฐอเมริกาเพื่อหารายได้และ
โอกาสในชีวิตที่ดีกว่ามักเกิดปัญหาลักลอบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายอยู่เสมอ การ
เปลี่ยนแปลงอีกประการหนึ่ งของสังคมละตินอเมริกาคือการลดลงของจำนวนประชากรที่เป็ น
ชาวอินเดียนพื้นเมือง ซึ่งบรรพบุรุษของเป็นเจ้าของที่ดินในทวีปอเมริกาเหนือ เนื่องจากสภาพ
สังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ยากต่อการรักษารูปแบบการดำเนินชีวิตดั้งเดิม
สำหรับสังคมและวัฒนธรรมของกลุ่มประเทศในทะเลแคริบเบียน ซึ่งมีประชากรส่วนใหญ่
เป็นชนผิวสีส่วนใหญ่มีฐานะปานกลางถึงต่ำพื้นที่เพาะปลูกมีน้ อย มีทรัพยากรทางทะเล
อุดมสมบูรณ์แต่ขาดแคลนสาธารณูปโภค พื้นฐานและระบบสาธารณสุข ช่องว่างทาง
สังคมระหว่างผู้ที่อาศัยในเมืองกับชนบทมีมาก
45
46
47