The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง Ebook

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by juliejulielee2099, 2024-02-28 01:50:17

ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง Ebook

ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง Ebook


ก คำนำ รายงาน เรื่อง ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership) เป็นส่วนหนึ่งของ วิชาภาวะ ผู้นำและคุณธรรมจริยธรรมในการบริหารการศึกษา จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาเรียนรู้ใน เรื่อง ภาวะผู้นำการ เปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership) เพื่อเป็นประโยชน์กับการเรียนคณะผู้จัดทำหวังว่า รายงานเล่ม นี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักศึกษา ที่กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อแนะนำหรือข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย


ข สารบัญ เรื่อง หน้า ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership) คำนำ ก สารบัญ ข บทนำ 1 ความหมายภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership) 2 ความเป็นมาและวิวัฒนาการของทฤษฎีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง 5 องค์ประกอบของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง 8 นิยามศัพท์เฉพาะของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง 17 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 19 เอกสารอ้างอิง 25


ค สารบัญตาราง หน้า ตารางที่ 1 การสังเคราะห์ข้อมูลองค์ประกอบของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง 14


1 ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership) บทนำ ในปัจจุบันภาวะผู้นำหรือความเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพนั้นมีความส่วนสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรใน การดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้องค์กรที่มีการจัดการที่ดีย่อมมีบุคลากรที่มีความเป็นผู้นำมี ประสิทธิภาพ มีความมุ่งมั่นในการทำงาน และมีทักษะในด้านต่างๆ เป็นอย่างดีคุณลักษณะเหล่านี้ย่อมนำพา องค์กรไปสู่ความก้าวหน้าได้ดังนั้นผู้นำยุคใหม่จะประสบความสำเร็จได้ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ให้ทันต่อ สถานการณ์เปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ผู้นำที่มีประสิทธิภาพต้องสามารถที่จะให้ผู้ร่วมงานทำงานได้อย่างมี คุณภาพและเต็มความสามารถ ในสถานศึกษาผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้มีอำนาจหน้าที่ รับผิดชอบในการจัดการศึกษาของสถานศึกษานั้นๆ ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องดำเนินการจัดการศึกษาในระบบ ความคิดและระบบบริหารให้บรรลุเป้าหมายทำให้สถานศึกษาดำรงอยู่และมีความก้าวหน้า ผู้นำเป็นบุคคลที่สำคัญหรือเป็นกุญแจสำคัญของความมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลขององค์กร ไม่ว่า จะเป็นองค์กรในภาครัฐหรือภาคเอกชน เป็นองค์กรระดับชาติหรือเป็นองค์กรระดับท้องถิ่น องค์กรที่มีโครงสร้าง องค์กรชนิดที่มีสายการบริหารหลายขั้นตอนหรือสั่งการหลายชั้นภูมิจะอยู่รอดได้ยากในอนาคต องค์กรต่าง ๆ ต้องประสานความร่วมมือกันโยงใยเป็นเครือข่ายในขณะเดียวกันโครงสร้างภายในองค์กรก็จะต้องกระจาย ความสามารถในการตัดสินใจให้กับงานต่าง ๆ ให้มากที่สุดและมีล าดับชั้นการบริหารน้อยที่สุดและต้อง เปลี่ยนแปลงองค์กรเพื่อรองรับและก้าวให้ทันความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี จึงนับได้ว่าผลงานของ สถานศึกษาขึ้นอยู่กับผู้บริหารสถานศึกษาเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นผู้บริหารที่มีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงจึงถือได้ว่า เป็นปัจจัยหลักความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนที่สำคัญ ด้วยเหตุผลดังกล่าวผู้บริหารจึงต้องมีทักษะ ด้านการบริหารจัดการ และทักษะภาวะผู้นำ โดยเฉพาะภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพราะบริบทการเปลี่ยนแปลง ยุคปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยผู้บริหารประเภทนี้เป็นอย่างยิ่ง โดยผู้บริหารที่มีภาวะผู้นำ มีความสำคัญต่อผู้ร่วมงาน ผู้นำจะพยายามทำให้ผู้ร่วมงานเกิดการยอมรับและโน้มน้าวจิตใจ เพื่อให้ผู้ตามปฏิบัติตาม ดังนั้นผู้บริหารจึงควร ได้รับการพัฒนาเพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะส่งผลให้องค์กรประสบผลสำเร็จตามเป้าประสงค์ ที่ตั้งไว ภาวะผู้นำของผู้บริหารจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการบริหารงานให้สัมฤทธิ์ผล ดังนั้นผู้บริหารจำเป็นต้อง อาศัยการบริหารการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบในการบริหารสถานศึกษา ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงเป็น กระบวนการที่มีอิทธิพลต่อจากการเปลี่ยนแปลงเจตคติในการทำงาน เพื่อให้การศึกษาเป็นไปอย่างมีคุณภาพ ซึ่ง ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะได้รับความพึงพอใจและมีอิทธิพลต่อผู้ตามจึงจำเป็นที่ผู้บริหาร และครูจะต้องเปลี่ยนแปลง วิธีกระบวนการ วิสัยทัศน์ในการทำงาน จากทฤษฎีของ bass and Avolio (1994) ได้กล่าวถึงภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงว่า หมายถึงผู้นำที่สามารถกระตุ้นให้เกิดความสนใจในระหว่างผู้ร่วมงาน และผู้ตาม ให้มองงานของพวกเขาในมุมมองต่างๆ ทำให้เกิดตระหนักรู้เรื่อง ภารกิจ (Mission) และวิสัยทัศน์ (Vision) ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นที่สนใจของนักวิชาการทางการบริหารทั้งในวงการธุรกิจ อุตสาหกรรม รัฐบาล โรงพยาบาล มีการเสนอว่าควรมีการพัฒนาผู้นำให้มีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง (สถาบัน พัฒนาครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา, 2520)


2 ความหมายภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership) เบิร์น (Burns, 1978 : 20) ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง หมายถึง กระบวนการซึ่งผู้นำและผู้ตามต่าง ยกระดับซึ่งกันและกันในด้านศีลธรรมและแรงจูงใจให้สูงขึ้น ซึ่งพลังอำนาจถูกยกขึ้นโดยภาวะผู้นำนี้ จะสามารถ ดำเนินการทำให้จุดประสงค์ที่วางไว้อย่างชัดเจนประสบกับความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงได้ดังที่ตั้งใจไว้ แบส (Bass, 1985 : 14,17,20) ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง หมายถึง ผู้ที่กระตุ้นจูงใจผู้ตามให้กระทำ มากกว่าที่คาดหวัง มีความเชื่อมั่นที่จะปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลตามที่ปรารถนา และใช้ความพยายามเพื่อยกระดับ ความต้องการของผู้ตามให้สูงขึ้น ตามลำดับความต้องการ 5 ขั้นของมาสโลว์ แบสและอโวลิโอ (Bass and Avolio, 1994 อ้างถึงใน ธุมากร เจดีย์คำ, 2559 : 7) ภาวะผู้นำการ เปลี่ยนแปลง หมายถึง คุณลักษณะของผู้นำที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการกระตุ้นให้เกิดความสนใจ ระหว่างผู้ตามและผู้อื่น ให้มองเห็นถึงแง่มุมใหม่ๆ ในการทำงาน และการทำให้เกิด การตระหนักรู้ในเรื่องภารกิจ (Mission) และวิสัยทัศน์(Vision) ของทีมและขององค์การ รวมถึง มีการพัฒนาความสามารถของผู้นำและผู้ตาม ไปสู่ระดับที่สูงขึ้นและมีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น โดยผู้นำการเปลี่ยนแปลงจะชักนำให้ผู้ตามและผู้ตามมองไปไกลเกิน กว่าความสนใจของผู้ตาม เพื่อนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าและมีประโยชน์ต่อกลุ่มมากกว่า ทั้งนี้ผู้นำ การเปลี่ยนแปลงจะชัก นำ ผู้ตามให้ทำงานได้ผลงานมากกว่าที่ผู้ตามได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้น และผู้นำการเปลี่ยนแปลงมักจะใช้การท้าทาย เพื่อนำไปสู่การบรรลุผลงานในระดับที่สูงขึ้น Fullan (2006) ได้สรุปความหมายของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงไวว่า ควรรู้จักการบริหาร ความสัมพันธ์ (Relationship Management) ใน 7 ด้าน ได้แก่ การสร้างแรงบันดาลใจ (Inspirational) การมี อิทธิพลต่อผู้อื่น (Influence) การพัฒนาผู้อื่น (Developing Others) การเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลง (Change Catalyst) การบริหารจัดการความขัดแย้ง (Conflict Management) การสร้างพันธะความผูกพัน (Building Bonds) และการทำงานร่วมกันเป็นทีมและความร่วมมือกัน (Teamwork and Collaboration) กระทรวงศึกษาธิการ (2550 : 8-9) ภาวะผู้นําการเปลี่ยนแปลง หมายถึง ระดับพฤติกรรมที่ผู้นำแสดง ใหเห็นในการจัดการทำงานเป็นกระบวนการที่ผู้นำมีอิทธิพลตอผู้ร่วมงาน โดยการเปลี่ยนสภาพหรือเปลี่ยนแปลง ความพยายามของผู้ร่วมงานใหสูงขึ้นกว่าความพยายามที่คาดหวัง พัฒนาความสามารถของผู้ร่วมงานไปสู่ระดับที่ สูงขึ้นและมีศักยภาพมากขึ้น ทำใหเกิดการตระหนักรูในภารกิจ และวิสัยทัศนของกลุม จูงใจใหผู้ร่วมงานมองไกล เกินกว่าความสนใจของพวกเขาไปสู่ประโยชนของกลุม หรือสังคม ภาวินีนิลอ่อนดำ (2556, หน้า 27) ได้ให้ความหมาย ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง หมายถึง พฤติกรรม ของผู้นำ หรือกระบวนการซึ่งผู้นำ และผู้ตาม ต่างยกระดับซึ่งกันและกัน ในด้านศีลธรรมและแรงจูงใจให้สูงขึ้น โดยผู้นำจะกระตุ้น จูงใจผู้ตามให้มากกว่าที่ผู้ตามคาดหวังไว้ผู้นำแสดงคุณลักษณะที่เป็นตัวแบบหรือเป็น ตัวอย่าง ในการปฏิบัติงานแก่ผู้ตาม ตลอดจนการเพิ่มอำนาจ เพิ่มพลังอำนาจและให้ความสนับสนุนช่วยเหลือแก่ผู้ตาม


3 รัตติกรณ์ จงวิศาล (2556, หน้า 247) ได้กล่าวถึง ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ไว้ว่าเป็นกระบวนการที่มิ ทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงเจตคติและพฤติกรรมของสมาชิกในองค์กร มีการสร้างความผูกพัน ต่อเป้าหมายและ กลยุทธ์ที่สำคัญขององค์กรภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวข้องกับอิทธิพลที่มีต่อผู้ตาม แต่อิทธิพลนั้น เป็นการให้ อำนาจแก่ผู้ตามให้สามารถกลายเป็นผู้นำ และร่วมในกระบวนการเปลี่ยนแปลงองค์กร ดังนั้น ภาวะผู้นำการ เปลี่ยนแปลงจึงได้รับการมองว่าเป็นกระบวนการที่เป็นองค์รวมและเกี่ยวขอ้งกบัการดำเนินการของผู้นำในระดับ ต่าง ๆ ในหน่วยย่อยและขององค์การ นอกเหนือจากนั้น ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงยังเป็นกระบวนการที่ผู้นำมี อิทธิผลต่อผู้ตามโดยเปลี่ยนแปลงความพยายามของผู้ตามให้สูงขึ้นกว่าความคาดหวัง มีการพัฒนาความสามารถ ของผู้ตามไปสู่ระดับที่สูงขึ้น มีศักยภาพมากขึ้นทำให้เกิดการตระหนักรู้ในภาระกิจของกลุ่มและองค์กรมีการจูงใจ ผู้ตามให้มองเกินกว่าความสนใจประโยชน์ส่วนตนสู่ประโยชน์ของกลุ่ม องค์กร และสังคม อุไรวรรณ เชาวน์ชื่น (2561 : 28-29) ภาวะผู้นําการเปลี่ยนแปลง หมายถึง ระดับพฤติกรรมที่ผู้นำแสดง ให้เห็นในการจัดการหรือการทำงานเป็นกระบวนการที่ผู้นำมีอิทธิพลต่อผู้ร่วมงาน โดยการเปลี่ยนสภาพหรือ เปลี่ยนแปลงความพยายามของผู้ร่วมงานให้สูงขึ้นกว่าความพยายามที่คาดหวัง ส่งเสริมและพัฒนาความสามารถ ของผู้ร่วมงานไปสู่ระดับที่สูงขึ้น มีศักยภาพมากขึ้นทำให้เกิดความตระหนักรับรู้และปฏิบัติตามภารกิจและ วิสัยทัศน์ขององค์กร จูงใจให้ผู้ร่วมงานมองไกลเกินกว่าความสนใจของพวกเขา ส่งผลต่อการพัฒนาไปสู่ประโยชน์ ขององค์กร ซึ่งกระบวนการที่ผู้น ามีอิทธิพลต่อผู้ร่วมงานจะกระทำโดยผ่านองค์ประกอบพฤติกรรมเฉพาะ 4 ประการคือ การมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ การสร้างแรงบันดาลใจ การกระตุ้นการใช้ปัญญา และการคำนึงถึง ปัจเจกบุคคล แก้วตา มีสิทธิ์(2563 : 15) ภาวะผู้นําการเปลี่ยนแปลง หมายถึง พฤติกรรมที่ผู้นำแสดงออกให้เห็นใน การบริหารหรือการจัดการที่มุ่งเปลี่ยนแปลงองค์กรให้ดีขึ้น โดยผู้นำแสดงบทบาทให้พูดตามไว้วางใจจงรักภักดี และนับถือ จูงใจให้ผู้ตามเปลี่ยนทัศนคติเพิ่มขีดความพยายามให้สูงขึ้นกว่าความพยายามที่คาดหวังตามปกติ โดยกระตุ้นให้เกิดความตระหนักรู้ในภารกิจและวิสัยทัศน์ของกลุ่ม จูงใจให้ผู้ร่วมงานมองการไกลเกินกว่าความ สนใจของพวกเขาไปสู่ประโยชน์สูงสุดของกลุ่มหรือองค์กร นาฮาแวนดี(Nahavandi, 2015, p.p. 288-352) กล่าววา่ ปัจจัยที่สำคัญ เกี่ยวกับ ภาวะผู้นำ อีก ประการก็คือเรื่องของลำดับชั้นภายในกลุ่ม (hierarchy within a group) ซึ่งอาจถูกกำหนดไวอ้ย่างเป็นทางการ หรืออาจไม่ได้ถูกกำหนดไว้อย่างเป็นทางการก็ได้จากที่กล่าวมาสามารถสรุปได้ว่าภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงมี ความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยเสริมความสำเร็จให้แก่องค์การก่อให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลสูงสุดในการ ทำงานของสมาชิกสอดคล้องกับสถานการณ์ได้อย่างมีเหตุผล มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มี ความกระตือรือร้นในการทำงาน มีความสามารถจูงใจให้บุคลากรทำงานด้วยความเสียสละ และมีทักษะการ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ลลิตา วมิูลชาติ(2565 น. 47) สรุปได้ว่า การมีอิทธิพลเชิงอุดมการณ์หมายถึง พฤติกรรมที่ผู้บริหาร โรงเรียนประถมศึกษามีเป้าหมายในการทำงานอย่างชัดเจน ประพฤติตนเป็นแบบอยา่ งที่ดีแสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ที่


4 มีความรู้ความสามารถในการบริหารงาน ปฏิบัติตนด้วยความยุติธรรม และมีลักษณะเป็นมิตรกับผู้ร่วมงานทุกคน สร้างความเลื่อมใสศรัทธา กระตุ้นให้ผู้ร่วมงานอุทิศตนทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ทำให้ผู้ร่วมงานรู้จกัผูกพัน กับสถานศึกษา เคารพนับถือผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาอย่างจริงใจเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำของ ผู้บริหาร ไชยพร สำราญสุข (2566 น. 16) สรุปได้ว่า ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง หมายถึง กระบวนการของผู้นำ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขององค์กรจากเดิมไปสู่ทิศทางใหม่ที่ดีขึ้นด้วยการพัฒนาศักยภาพขีดความสามารถ ของผู้ร่วมงาน ตลอดจนการที่ผู้นำพยายามกระตุ้นให้ผู้ตามรู้สึกอยากเปลี่ยนแปลงและยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่ จะเกิดขึ้นในกลุ่มหรือในองค์กร จากความหมายของภาวะผู้นําการเปลี่ยนแปลง จากนักวิชาการหลายๆ ท่าน สรุปได้ว่า ภาวะผู้นําการ เปลี่ยนแปลง หมายถึง ผู้ที่จะกระตุ้นให้ผู้ร่วมงานเกิดความเชื่อมั่นไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบใดๆ ผู้นำจะมี ความสำคัญในการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภารกิจ วิสัยทัศน์โดยไม่ใช่ผู้ที่จะนำเป็นศูนย์รวม จักรวาล แต่เพื่อจะนำพาทุกคนในองค์กรไปสู่ความสำเร็จลุล่วงด้วยกระบวนการที่ผู้นำมีอิทธิผลต่อผู้ตาม มีการ พัฒนาความสามารถของผู้ตามไปสู่ระดับที่สูงขึ้น มีการจูงใจผู้ตามให้มองเกินกว่าความสนใจประโยชน์ส่วนตนสู่ ประโยชน์ขององค์กร


5 ความเป็นมาและวิวัฒนาการของทฤษฎีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ทฤษฎีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของแบสและอโวลิโอ (Bass and Avolio) สำหรับการเปลี่ยนแปลงภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของแบส (Bass) ได้พัฒนาแนวคิด ทฤษฎีภาวะผู้นำ การเปลี่ยนแปลงต่อจากเบิร์น (Burns) โดยมีรายละเอียดมากขึ้น เพื่ออธิบายถึง กระบวนการเปลี่ยนสภาพใน องค์การและได้ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างภาวะผู้นำ การเปลี่ยนแปลง แบบมีบารมี (Charismatic) และแบบ แลกเปลี่ยน (Transaction) แบส (Bass) ได้นิยามภาวะผู้นำในแง่ของผลกระทบของผู้นำ ที่มีต่อตัวผู้ตาม ผู้นำ แบบเปลี่ยนสภาพผู้ตามโดยการทำให้พวกเขา ตระหนักในความสำคัญและคุณค่าในผลลัพธ์ของงานมากขึ้น โดย ยกระดับความต้องการของ ผู้ตามหรือชักจูงให้พวกเขาเห็นแก่องค์การมากกว่า ความสนใจของตนเองผลจาก อิทธิพลเหล่านี้ทำให้ผู้ตามมีความเชื่อมั่นและเคารพในตัวผู้นำ และได้รับการจูงใจให้ทำ สิ่งต่าง ๆ ได้มากกว่า ที่ คาดหวังไว้ในตอนแรก แบส (Bass) เห็นว่า ภาวะผู้นำ การเปลี่ยนแปลงเป็นมากกว่า คำเพียงคำเดียว ที่เรียกว่า บารมี(Charisma) บารมีได้รับการนิยามเป็นกระบวนการซึ้งผู้นำส่งอิทธิพลต่อผู้ตาม โดยการปลุกเร้าอารมณ์ที่ เข้มแข็ง และความเป็นเอกลกัษณ์ของผู้นำ แบส (Bass) เห็นว่า ความมีบารมีมีความจำเป็นแต่ยังไม่เพียงพอ สำหรับภาวะผู้นำ การเปลี่ยนแปลง ยังต้องมีส่วนประกอบที่สำคัญอีกสามส่วนของภาวะผู้นำ การเปลี่ยนแปลงที่ มีนอกเหนือจากความมีบารมีคือ การกระตุ้นทางปัญญา (Intellectual stimulation)การคำนึงถึงความเป็นปัด เจบุคคล (Individualized consideration) และการสร้างแรงบันดาลใจ (Inspirational motivation) ทั้งสาม องค์ประกอบรวมการสร้างบารมีเป็นองค์ประกอบที่มีปฏิสัมพันธ์กัน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกับผู้นำ แบบมีบารมีนอกจากนี้ผู้นำการเปลี่ยนแปลงพยายามที่จะเพิ่มพลัง และยกระดับผู้ตาม ในขณะที่ผู้นำ แบบมี บารมีหลายคนพยายามที่จะทำให้ผู้ตามอ่อนแอและ ต้องคอยพึ่งผู้นำ และสร้างความจงรักภกัดีมากกว่า ความ ผูกพันในด้านแนวคิด แบส (Bass) ให้นิยามภาวะผู้นำในทางที่กว้างกว่า เบอร์น (Burns) โดยไม่ใช่แค่เพียงการใช้ จูงใจเพื่อให้ความหมายมากขึ้น แต่จะรวมการทำงานที่ต้องการ มีความชัดเจนขึ้นเพื่อการให้รางวัลตอบแทน นอกจากนั้นภาวะผู้นำ การเปลี่ยนแปลงมีความแตกต่างจากภาวะผู้นำ แบบแลกเปลี่ยน แต่ไม่ใช่ กระบวนการที่ เกิดขึ้นแยกจากแบส (Bass) ยอมรับว่า ผู้นำคนเดียวอาจใช้ทั้งสองแบบ แต่อาจจะใช้ในสถานการณ์หรือเวลาที่ แตกต่าง ในตอนเริ่มต้นทฤษฎีภาวะผู้นำ แบบเปลี่ยนแปลงของแบส (Bass) ปี ค.ศ. 1985 ได้เสนอภาวะผู้นำ 2 แบบ คือ ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational leadership) และ ภาวะผู้นำการแลกเปลี่ยน (Transactional leadership) ซึ้งมีลักษณะเป็นพลวัตรที่มีความต่อเนื่อง ตามรูปแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง โดยผู้นำจะใช้ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนา ความต้องการของผู้สูงขึ้นต่อเนื่องจากภาวะผู้นำ แบบ แลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนสิ่งที่ ต้องการระหว่าง ประสบการณ์ที่แตกต่างกันในเวลาที่แตกต่างกันได้ อย่างไร แบส (Bass) วนว่า ความเป็นภาวะผู้นำการแลกเปลี่ยนสามารถส่งผลในการปรับปรุงประสิทธิภาพขั้นต่ำ ส่วนภาวะผู้นำ เปลี่ยนแปลงช่วยเพิ่มและปรับปรุงประสิทธิภาพในขั้นที่สูงกว่า นอกจากนั้นแล้ว Bass (1985) ยัง ได้กล่าวถึง ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงว่า เป็นส่วนขยาย ของภาวะผู้นำแลกเปลี่ยน เนื่องจากภาวะผู้นำแบบ แลกเปลี่ยนจะเน้นเฉพาะเรื่องการจัดการ หรือ การแลกเปลี่ยนซึ่งเกิดขึ้นระหว่างผู้นำ และผู้ตาม ซึ่งการ แลกเปลี่ยนจะอยู่บนพื้นฐานที่ผู้นำถกเถียงกัน พูดคุยกันว่า มีความต้องการอะไร มีการระบุเงื่อนไขและรางวัลที่ผู้ ตามและผู้ร่วมงานจะได้รับ ถ้าพวกเขาทำ ในสิ่งที่ต้องการได้สำเร็จแต่ภาวะผู้นำ การเปลี่ยนแปลงจะปฏิบัติตาม ผู้ร่วมมงานและผู้ตามมากกว่า การกำหนดใหม่การแลกเปลี่ยนหรือข้อตกลงธรรมดา หากเขาจะมีการปฏิบัติวิธีที่ จะนำไปสู่ผลงานที่สูงขึ้น โดยการปฏิบัติในองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งหรือมากกว่า ที่เกี่ยวกบัการมีอิทธิพล


6 อย่างมีอุดมการณ์ การสร้างแรงบันดาลใจ การกระตุ้น ทางปัญญาและการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล (กระทรวงศึกษาธิการ, 2550) หลังจากนั้น Bass and Avolio (1990) ได้เสนอ โมเดล ภาวะผู้นำแบบเต็มรูปแบบ โดยใช้ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบภาวะผู้นำตามรูปแบบภาวะผู้นำที่เขาเคยเสนอไว้ใน ปี ค.ศ. 1985 โดยโมเดล นี้จะประกอบไปด้วยภาวะผู้นำเปลี่ยนแปลง ภาวะผู้นำ การเปลี่ยนแปลง และภาวะผู้นำ แบบตามสบาย สำหรับ การววิจัยในครั้งนี้ผู้วิจัยขอกล่าวถึงในส่วนของภาวะผู้นำ การเปลี่ยนแปลง ดังนั้น ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational leadership) เป็นกระบวนการที่ผู้นำอิทธิพลต่อผู้ร่วมงานและผู้สูงขึ้น ทำให้เกิดความ ตระหนกในภารกิจวิสัยทัศน์ของทีม และ 26 ขององค์การจูงใจใหผู้ร่วมงานและผู้ตามให้ความสนใจของพวกเขา ไปสู่ประโยชน์ของกลุ่มองค์การหรือสังคม ซึ่งกระบวนการที่ผู้นำ มีอิทธิพลต่อผู้ร่วมมงาน องค์ประกอบด้าน พฤติกรรมเฉพาะ4 ประการ หรือเรียกว่า 4l (Four l’s) คือ 1. การสร้างบารมีหรือการมีอิทธิพลที่เป็นอุดมคติ (Idealized influence or charisma Leadership: II or CL) หมายถึง การที่นำประพฤติตนเป็นแบบอย่างหรือ เป็นโมเดลสำหรับผู้ตาม ผู้นำเป็นที่ยกย่อง เคารพนับถือศรัทธาไว้วางใจและเกิดความภาคภูมิใจเมื่อได้ร่วมงาน พยายามประพฤติให้บรรลุถึงคุณลักษณะนั้นคือผู้นำ จะต้องมีวิสัยทัศน์และสามารถถ่ายทอด ไปยังตาม ผู้นำ จะมี ความสม่ำเสมอมากกว่า การเอาแต่อารมณ์สามารถควบคุมอารมณ์ใดในทุกสถานการณ์ผู้นำ เป็นที่ไวใจได้จะทำ ในสิ่งที่ถูกต้องผู้นำ จะเป็นผู้ถือศีลธรรมและจริยธรรมสูง ผู้นำจะหลีกเลี่ยงที่จะใช้อำนาจ เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน แต่จะประพฤติตนเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นและเพื่อประโยชน์ของกลุ่ม ผู้นำจะแสดงความเฉลียวฉลาด ความ มีสมรรถภาพ ความตั้งใจ ความเชื่อมั้นในตนเองความแน่วแน่ในอุดมการณ์ความเชื่อและค่านิยมของเขาผู้นำ จะ เสริม ความภาคภูมิใจ ความจงรักภักดีและความมั้นใจของผู้ตาม มีการคิดและแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ มีการจูง ใจและสนับสนุน ความคิดริเริ่มสร้างสรรคในการพิจารณาปัญหาและการหาคำตอบของปัญหา มีการให้ใจผู้ตาม พยายามหาทางแกปัญหาด้วยวิธีใหม่ๆ ผู้นำ มีการกระตุ้นให้ผู้ตามแสดงความคิดและเหตุผล และไม่วิจารณ์ ความคิดของผู้ตาม แม้ว่า จะแตกต่างไปจากความคิดของผู้นำ ผู้นำต้องทำให้ผู้ตาม รู้สึกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นสิ่ง ที่ท้าทายและเป็นโอกาสที่ดีที่จะแก้ปัญหาร่วมกัน โดยผู้นำ จะต้อง สร้างความเชื่อมั่น ให้ผู้ตามว่า สามารถ เอาชนะอุปสรรคทุกอย่างที่ดีที่จะแก้ปัญหาร่วมกันได้ ภายหลังมีข้อมูลงานวิจัยเชิงประจักษ์สนับสนุนอย่างมากว่า ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงเป็นที่ต้องการมากกว่าและมีประสิทธิผลมากกว่าภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยน (Bass & Bass, 2008 อ้างถึงใน รัตติกรณ์ จงวิศาล, 2561, น. 315) โดยที่ภาวะผู้นำทั้งสองแบบนี้มีความแตกต่างกัน แสดงดังรูป


7 ทฤษฎีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผู้ศึกษาสามารถสรุปได้ว่า ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง หมายถึง พฤติกรรมที่ผู้บริหารที่แสดงออกถึงความสามารถ ในการบริหารงานโดยแสดงออกถึงการมีภาวะผู้นำการ เปลี่ยนแปลง จูงใจให้ผู้ร่วมงาน เกิดความเชื่อมั่น เสริมแรงให้มีความกระตือรือร้น มุ่งเน้นหาวิธิการที่จะทำงานได้ สำเร็จ ตามเป้าหมาย ทำให้ผู้ร่วมงานเกิดการตระหนักถึงภารกิจแผนงาน นโยบาย และวิสัยทัศน์ของหน่วยงานที่ จะปฏิบัติงานใหม่ประสิทธิผลและเกิดประโยชน์กับส่วนรวมมากที่สุด ซึ่งกระบวนการที่ผู้นำ มีอิทธิพลต่อ ผู้ร่วมงานจะกระทำ โดยผ่านพฤติกรรมเฉพาะใน 4 ด้าน คือ การสร้างบารมี การสร้างแรงจูงใจ การกระตุ้นเชาวน์ ปัญญา และการคำนึงถึงปัจเจกบุคคล


8 องค์ประกอบของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง Bass (1985 : 14 - 135) ได้ระบุองค์ประกอบของผู้นำการเปลี่ยนแปลงไว้3 องค์ประกอบ คือ 1. ความเสน่หา หรือที่เรียกว่า อิทธิพลเชิงอุดมการณ์ (Idealized Influence : II) คือ พฤติกรรมที่ สามารถกระตุ้นความรู้สึกด้านอารมณ์ของผู้ตามให้สูงขึ้น ก่อให้เกิดการเลียนแบบและผูกพันต่อตัวผู้นำ 2. การกระตุ้นทางปัญญา (Intellectual Stimulation : IS) คือ พฤติกรรมของผู้นำในการทำความเข้าใจ กับปัญหาได้ดีจนสามารถทำให้ผู้ตามมองเห็นปัญหาดังกล่าวจากมุมมองใหม่ของตนได้เอง 3. การคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล (Individualized Consideration : IC) คือ พฤติกรรมของผู้นำ แสดงให้เห็นในการจัดการหรือการทำงาน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลมีการเอาใจเขามาใส่ใจเรา Bass & Avolio (1990 : 199) ได้ระบุองค์ประกอบของผู้นำการเปลี่ยนแปลงไว้4 องค์ประกอบ คือ 1. ความเสน่หา หรือที่เรียกว่า อิทธิพลเชิงอุดมการณ์ (Idealized Influence : II) คือ พฤติกรรมที่ สามารถกระตุ้นความรู้สึกด้านอารมณ์ของผู้ตามให้สูงขึ้น ก่อให้เกิดการเลียนแบบและผูกพันต่อตัวผู้นำ 2. การกระตุ้นทางปัญญา (Intellectual Stimulation : IS) คือ พฤติกรรมของผู้นำในการทำความเข้าใจ กับปัญหาได้ดีจนสามารถทำให้ผู้ตามมองเห็นปัญหาดังกล่าวจากมุมมองใหม่ของตนได้เอง 3. การคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล (Individualized Consideration : IC) คือ พฤติกรรมของผู้นำ แสดงให้เห็นในการจัดการหรือการทำงาน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลมีการเอาใจเขามาใส่ใจเรา 4. การสร้างแรงบันดาลใจ (Inspirational Motivation : IM) ซึ่งเป็นพฤติกรรมของผู้น าที่เกี่ยวกับการ สื่อสาร เพื่อดึงดูดใจสู่วิสัยทัศน์โดยการใช้สัญลักษณ์เพื่อให้เกิดการใช้ความพยายามของผู้ตามให้สูงขึ้นและการที่ ผู้นำแสดงแบบอย่างของพฤติกรรมแก่ผู้ตาม Bennis and Nanus (1985) 1) พัฒนาวิสัยทัศน์ 2) การสร้างความผูกพันและความเชื่อถือต่อวิสัยทัศน์ 3) การส่งเสริมการเรียนรู้ภายในองค์การ Burke (2002 อ้างถึงใน แก้วตา มีสิทธิ์, 2563 : 20) 1. การสร้างแรงบันดาลใจ (Inspiration Motivation) 2. การกระตุ้นทางปัญญา (Intellectual Stimulation) 3. การคำนึงถึงปัจเจกบุคคล (Individualized Consideration) Stephen R. Covey (2004 : 254-255) ได้อธิบายถึงองค์ประกอบของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง 4 องค์ประกอบ 1) การสร้างบารมีหรือการมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ (Charisma or Idealized Influence) คือ ผู้นำ ควรมีการชื่นชมจากผู้ตามโดยผู้นำที่มีบารมีต้องสร้างความชัดเจนต่าง ๆ แสดงให้เห็นคุณค่าของตนเองในทุก


9 อิริยาบถ มีการกำหนดบทลงโทษหรือการอุทธรณ์ให้กับผู้ตามและยึดหลักบทความเป็นจริง ความถูกต้องทาง ศีลธรรมและจริยธรรม 2) การสร้างแรงบันดาลใจ (Inspirational Motivation) คือ ผู้นำควรมองวิสัยทัศน์ร่วมกับผู้ตาม ผู้นำกับ การสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ตามให้มีมาตรฐานสูงขึ้น สื่อสารถึงเป้าหมายในอนาคตและจัดหางานในแต่ละส่วน ผู้ตามจำเป็นต้องใช้เป้าหมายถ้าใช้แรงจูงใจในการแสดงออก มันเป็นส่วนสำคัญในวิสัยทัศน์ของผู้นำที่สนับสนุน ความสามารถในการสื่อสาร โดยอนุญาตให้ผู้น ากล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการยอมรับและแรงผลักดันในการชักชวน และบังคับ 3) การกระตุ้นทางปัญญา (Intellectual Stimulation) คือ ผู้นำควรให้โอกาส ให้การกระตุ้นทางปัญญา ให้ผู้ตามเกิดความคิดสร้างสรรค์ของงานและองค์กร มีการเชื่อมโยงโครงสร้างวิสัยทัศน์ เป้าหมายขององค์การ และผู้นำกับผู้ตามเพื่อที่จะสร้างสรรค์และปรับเปลี่ยนอุปสรรคทิศทางใหม่ ๆ รวมกัน และ 4) การคำนึงถึงความเป็นเอกัตถะบุคคล (Individualized Consideration) คือ ผู้นำต้องพิจารณาใส่ใจ หรือสนใจผู้ตามรายบุคคล โดยผู้นำต้องรับฟังในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้ตาม รวมทั้งสิ่งที่ต้องการต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน และสามารถสร้างทีม ผู้นำสอนให้ผู้ตามเกิดการกระตือรือร้น ช่วยเหลือตนเองได้ ยอมรับในสิ่งที่ผิดพลาดและนำ วิธีการใหม่ๆ มาปรับปรุงเพื่อทำให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น Fullan (2006) ได้กล่าวถึงความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงไว้ว่า ควรรู้จักการบริหารความสัมพันธ์ (Relationship Management) ในด้านต่อไปนี้ 1. การสร้างแรงบันดาลใจ (Inspirational) ผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นผู้ชี้นำและทำให้คนเห็นตาม วิสัยทัศน์หรือภารกิจที่มีร่วมกัน สื่อสารภารกิจร่วมกันโดยวิธีการที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นทำตามได้ กำหนดเป้าหมายร่วมกันที่อยู่เหนือขึ้นไปจากงานที่ทำในหน้าที่แต่ละวัน ทำให้งานที่ทำมีความน่าตื่นเต้นมากขึ้น 2. การมีอิทธิพลต่อผู้อื่น (Influence) ตัวบ่งชี้ผู้นำที่มีอิทธิพลเห็นได้ตั้งแต่การรู้ว่าจะใช้วิธีการใดในการ ดึงดูดใจผู้ฟัง ไปจนถึงรู้ว่าจะดึงบุคคลสำคัญเข้ามาร่วมกลุ่มและการสร้างเครือข่ายในการช่วยเหลือสนับสนุนเมื่อ เกิดความคิดริเริ่ม และรู้จักหว่านล้อมชักจูงและทำให้คนคล้อยตามได้ 3. การพัฒนาผู้อื่น (Developing others) ผู้นำที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาความสามารถของของ ผู้อื่นได้จะแสดงความสนใจอย่างแท้จริงในตัวคนที่เขาช่วยเข้าใจเป้าหมายจุดแข็งและจุดอ่อนของเขา สามารถ ให้ผลสะท้อนกลับที่สร้างสรรค์และรู้เท่าทันความเป็นไปได้ 4. การเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลง (Change Catalyst) ผู้นำที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว จะสามารถรู้ได้ถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ท้าทายสภาพที่เป็นอยู่ เพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นเลิศ เป็นปากเสียงที่เข้มแข็ง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแม้จะมีฝ่ายตรงข้ามคอยคัดค้าน 5. การบริหารจัดการความขัดแย้ง (Conflict Management) ผู้นำที่สามารถจัดการกับปัญหาความ ขัดแย้งได้ดี คือ ผู้ที่ทำให้ทุกฝ่ายกล้าแสดงความคิดของตนเอง เข้าใจมุมมองที่แตกต่างของแต่ละฝ่ายและหาทาง ออกที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันได้ เผชิญหน้ากับข้อขัดแย้งที่ปรากฏและรับรู้ความรู้สึกและความคิดเห็นจากทุกด้าน และปรับทัศนคติให้เป็นไปในทิศทางที่มาจากการตกลงร่วมกัน


10 6. การสร้างพันธะความผูกพัน (Building Bonds) ผู้นำที่มีประสิทธิภาพต้องรู้จักสร้างสายใยแห่ง ความสัมพันธ์ เข้าใจในความแตกต่างของแต่ละบุคคล สร้างความเชื่อถือและความไว้วางใจ รวมทั้งความปรองดอง กันภายในองค์กรและกับผู้ร่วมงานจากภายนอกเครือข่าย 7. การทำงานร่วมกันเป็นทีมและความร่วมมือกัน (Teamwork and Collaboration) ผู้นำที่ดีต้องรู้จัก การทำงานร่วมกันเพื่อสร้างบรรยากาศของการมีอำนาจระหว่างเพื่อนร่วมงานที่เป็นมิตร เป็นแม่แบบของการให้ ความเคารพ การช่วยเหลือกันและการร่วมมือกัน สามารถชักจูงผู้อื่นให้เข้าร่วมท างานอย่างกระตือรือร้น เพื่อ ความพยายามในระดับกลุ่มและสร้างสปิริตและเอกลักษณ์ของกลุ่ม ใช้เวลาในการหล่อหลอมผนึกความสัมพันธ์ เข้าด้วยกันให้ไปไกลเกินกว่าที่ภาระหน้าที่ในการทำงานได้กำหนดไว้ อัมรินทร์ โต๊ะลง และสุรชัย สิกขาบัณฑิต (2562, น. 450-470) ได้อธิบายองค์ประกอบของภาวะผู้นำการ เปลี่ยนแปลงมีองค์ประกอบ 5 ด้าน ดังนี้ 1) การมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ คือการปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใสยึดหลักคุณธรรม ประกอบการพิจารณาตัดสินใจ การมีวิสัยทัศน์ที่สามารถถ่ายทอดไปยังผู้ร่วมงานได้อย่างชัดเจน และ ความสามารถทำให้ผู้ร่วมงานมีความคิดเห็นเป็นหนึ่งเดียวกันได้อย่างเหมาะสม 2) การสร้างแรงดลใจ คือการกระตุ้นให้ผู้ร่วมงานตระหนักถึงการทำงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง โดยใช้รางวัลและผลตอบแทนเป็นแรงจูงใจ การส่งเสริ มความคิดริ เริ่มสร้างสรรค์โดยการกระตุ้นให้ผู้ร่วมงาน ทดลองปฏิบัติงานในโครงการใหม่ๆ ที่ท้าทายความสามารถให้บรรลุเป้าหมาย และการตั้งเป้าหมายในอนาคตที่ เกี่ยวกับการทำงานอย่างชัดเจน 3) การกระตุ้นการใช้ปัญญา เป็นการให้ก าลังใจผู้ร่วมงานที่พยายามหาทางปัญหาด้วยวิธีใหม่ๆ ไม่ วิพากษ์วิจารณ์แม้ว่าความคิดนั้นจะแตกต่างไปจากความคิดของผู้อื่น, การกระตุ้นให้ผู้ร่วมงานเห็นคุณค่าของการ พัฒนาผู้เรียนมีอุดมการณ์และเกิดผลเชิงประจักษ์ และการส่งเสริมให้ผู้ร่วมงานพัฒนาการทำงานโดยการ วิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคโดยใช้ข้อมูลหลักฐานในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ 4) การคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล เป็นการให้ความสนใจแก่ผู้ร่วมงานอย่างทั่วถึงเท่าเทียมกันด้วย บรรยากาศความอบอุ่นคุ้นเคยในการแนะน า การส่งเสริมความร่วมมือของบุคลากรโดยใช้ระบบประชาธิปไตยใน การปฏิบัติงานยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และการรับรู้ศักยภาพของผู้ร่วมงานแต่ละคนเพื่อให้เข้าใจและ ยอมรับถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล 5) การบริหารการเปลี่ยนแปลง ได้แก่การที่ผู้บริหารมีการสนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้ร่วมงานมีค่านิยม ใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น การเปิดโอกาสให้เลือกแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ต่างๆ โดยการมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นสร้างและกำหนดทางเลือก และการตั้งเป้าหมายของการเปลี่ยนแปลง ที่ชัดเจนร่วมกับผู้ร่วมงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ศุภกิจ เกษม (2562 : 33-34) ได้ทำการสังเคราะห์องค์ประกอบของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง โดยมี องค์ประกอบทั้งหมด 5 องค์ประกอบ 1. การกระตุ้นทางปัญญา หมายถึง ระดับพฤติกรรมที่ผู้บริหารแสดงให้เห็นในการจัดการหรือการทำงาน ที่เป็นกระบวนการกระตุ้นผู้ร่วมงานหรือผู้ตามให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และมีความพยายามในการ


11 สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ส่งเสริมให้ผู้ร่วมงานแสดงความคิดเห็น มองปัญหาในแง่มุมต่าง ๆ มีการวิเคราะห์ปัญหาโดย ใช้เหตุผลและข้อมูลหลักฐาน กระตุ้นให้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 2. การคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล หมายถึง ระดับพฤติกรรมที่ผู้บริหารแสดงให้เห็นในการจัดการ หรือการทำงาน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล มีการเอาใจเขามาใส่ใจเรามีการติดต่อสื่อสารแบบสอง ทางและเป็นรายบุคคล สนใจและเอาใจใส่ผู้ร่วมงานหรือผู้ตามเป็นรายบุคคล มีการวิเคราะห์ความต้องการและ ความสามารถของแต่ละบุคคล เป็นพี่เลี้ยงสอนและให้คำแนะนำและส่งเสริมพัฒนาผู้ร่วมงานให้พัฒนาตนเอง มี การกระจายอำนาจโดยการมอบหมายงานให้ผู้ร่วมงานหรือผู้ตาม 3. การสร้างแรงบันดาลใจ หมายถึง ระดับพฤติกรรมที่ผู้บริหารแสดงให้เห็นในการจัดการหรือการทำงาน ที่เป็นกระบวนการ ทำให้ผู้ร่วมงานหรือผู้ตามมีแรงจูงใจภายในหรือมีแรงบันดาลใจทำงานเพื่องานด้วยความ เพลิดเพลิน ด้วยใจรัก ด้วยความรู้สึกที่เห็นคุณค่าของงานหรือเห็นว่างานนั้นมีความท้าทาย ไม่เห็นแก่ประโยชน์ ส่วนตนแต่อุทิศตนเพื่อกลุ่ม มีการตั้งมาตรฐานในการทำงานสูงและเชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมาย มีความ ตั้งใจแน่วแน่ในการทำงาน มีการให้กำลังใจ และมีการกระตุ้นผู้ร่วมงานหรือผู้ตามให้ตระหนักถึงสิ่งที่สสำคัญใน การทำงาน 4. การสร้างและการสื่อสารวิสัยทัศน์ หมายถึง ระดับพฤติกรรมที่ผู้นำแสดงศักยภาพของการเป็นผู้นำ สามารถถ่ายทอดหรือเชื่อมโยงวิสัยทัศน์นั้น ๆ แก่ครูโดยวิธีการต่าง ๆ ที่เหมาะสม เพื่อให้ครูนำไปดำเนินการ ปรับปรุงการเรียนการสอน การปฏิบัติงานตามโครงการกิจกรรม ยอมรับแนวคิดและนวัตกรรมใหม่ ๆ ประยุกต์ใช้ ให้เหมาะสมกับงาน จนนำพาองค์การสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จ 5. การเป็นแบบอย่างที่ดีและการสร้างบารมีหมายถึง ระดับพฤติกรรมที่ผู้บริหารแสดงออกในการ กระทำที่ดี มีความกระตือรือร้นในการทำงาน โดยผู้บริหารมีคุณลักษณะในด้านความเชื่อมั่นตนเอง มี ความสามารถในการเปลี่ยนแปลง และสามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งได้ เป็นที่ไว้วางใจของครูและผู้ร่วมงานอื่น ๆ ทั้งในและนอกโรงเรียน อรอุมา ศรีประทุมวงศ์(2563 : 37) ได้ทำการสังเคราะห์องค์ประกอบของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง โดยมี องค์ประกอบทั้งหมด 5 องค์ประกอบ 1) การมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ (Idealized Influence) 2) การสร้างแรงบันดาลใจ (Inspirational Motivation) 3) ด้านการกระตุ้นการใช้ปัญญา (Intellectual Stimulation) 4) การคำนึงถึงปัจเจกบุคคล (Individualized Consideration) 5) ด้านการมีวิสัยทัศน์และความคิดสร้างสรรค์ สุกร สุระคำแหง (2563 : 52) ได้สรุปองค์ประกอบของผู้นำการเปลี่ยนแปลงไว้4 องค์ประกอบ คือ 1. อิทธิพลเชิงอุดมการณ์ (Idealized Influence or Charisma Leadership) 2. การสร้างแรงบันดาลใจ (Inspiration Motivation) 3. การกระตุ้นทางปัญญา (Intellectual Stimulation) 4. การคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล (Individualized Consideration)


12 แก้วตา มีสิทธิ์(2563 : 23) ได้ระบุองค์ประกอบของผู้นำการเปลี่ยนแปลงไว้4 องค์ประกอบ คือ 1. อิทธิพลเชิงอุดมการณ์ (Idealized Influence or Charisma Leadership) 2. การสร้างแรงบันดาลใจ (Inspiration Motivation) 3. การกระตุ้นทางปัญญา (Intellectual Stimulation) 4. การคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล (Individualized Consideration) จารุวรรณ นูสา (2564, น.902-911) ได้อธิบายถึงองค์ประกอบของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง มี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) การมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ คือ ผู้น าประพฤติตัวเป็นแบบอย่างน่ายกย่องเคารพนับถือ ทำให้ผู้ ตามเกิดความภาคภูมิใจ มีวิสัยทัศน์และสามารถถ่ายทอดไปยังผู้ตาม สามารถควบคุม อารมณ์ได้ในสถานการณ์ วิกฤต ประพฤติตนเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม มีความเฉลียวฉลาด เชื่อมันในตนเอง มีความแน่วแน่ใน อุดมการณ์ 2) การสร้างแรงบันดาลใจ คือ การจูงใจให้ผู้ตามเกิดแรงบันดาลใจ เกิดความท้าทายในเรื่องงาน ทำให้ผู้ ตาม มีการแสดงออกซึ่งความกระตือรือร้น สร้างเจตคติที่ดีและการคิดในแง่บวก ผู้นำจะแสดงการทุ่มเทต่อ เป้าหมาย และวิสัยทัศน์ 3) การกระตุ้นทางปัญญา คือการที่ผู้นำกระตุ้นผู้ตามให้ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในหน่วยงาน ทำให้ ผู้ติดตามเกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่แสวงหาแนวทางใหม่มาใช้ในแก้ปัญหาในหน่วยงานกระตุ้นให้ผู้ตามรู้สึกว่า ปัญหา ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งท้าทายความสามารถ ทำให้ผู้ตามเกิดความคิดสร้างสรรค์นำเสนอสิ่งใหม่ๆ และแก้ไข ปัญหาด้วยตนเอง 4) การคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล คือ ผู้นำให้การดูแลเอาใจใส่ผู้ตามเป็นรายบุคคล ทำให้ผู้ตามรู้สึก มีคุณค่าและมีความสำคัญ ผู้นำจะเป็นโค้ช และเป็นที่ปรึกษา ผู้นำจะส่งเสริมพัฒนาศักยภาพ ของผู้ตามและ เพื่อนร่วมงานให้สูงขึ้น โดยการให้โอกาสในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เข้าใจและยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล เปิดโอกาสให้ผู้ตามได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ 5) การสร้างวิสัยทัศน์ร่วม คือ ผู้นำจะกำหนดวิสัยทัศน์เพื่อการเปลี่ยนแปลง และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ ตามเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างวิสัยทัศน์ เกิดความคาดหวังกับวิสัยทัศน์ของ องค์การเกิดความปรารถนาที่จะ ก้าวไปสู่วิสัยทัศน์ร่วมกัน บุญญาพร บุราคร (2565 น. 50-51) สรุปองค์ประกอบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงมี 4 ด้าน คือ การคำนึงถึง ความเป็นปัจเจกบุคคล การสร้างแรงบันดาลใจ การกระตุ้นทางปัญญา และการมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ ซึ่ง สอดคล้องกับ Bass and Avolio (2003, p. 80) ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยจึงนำมาใช้ประกอบการศึกษา โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ 1) การคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล หมายถึง การที่ผู้นำมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับบุคคลในฐานะ เป็นผู้บริหาร ให้การดูแลเอาใจใส่ผู้ร่วมงานเป็นรายบุคคล ทำให้ผู้ร่วมงานรู้สึกมีคุณค่าและมีความสำคัญ รับฟัง เรื่องราวและความคิดเห็นของผู้ร่วมงานด้วยความสนใจและตั้งใจจริง มีการส่งเสริมให้ผู้ร่วมงานพัฒนาตนเองตาม ความสามารถ ความถนัดและความสนใจ ผู้นำอำนวยความสะดวก คอยแนะน าให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนการ ทางานของผู้ร่วมงานในองค์กรและปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ร่วมงานทุกคนด้วยความเสมอภาคเท่าเทียมกัน


13 2) การสร้างแรงบันดาลใจ หมายถึง การที่ผู้นำสร้างแรงจูงใจให้ผู้ตามเกิดแรงบันดาลโดยการให้กำลังใจ แก่ผู้ร่วมงานในการปฏิบัติงาน เชื่อมันในตัวผู้ร่วมงานว่าสามารถท างานที่ได้รับมอบหมายได้สำเร็จกระตุ้นให้ ผู้ร่วมงานทำงานร่วมกันเป็นทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการตั้งมาตรฐานในการท างานให้ท้าทายความสามารถ ของผู้ร่วมงาน 3) การกระตุ้นทางปัญญา หมายถึง การที่ผู้นำกระตุ้นให้ตระหนักถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้ ผู้ใต้บังคับบัญชามีความต้องการหาแนวทางใหม่ๆ มาแก้ปัญหาในหน่วยงานเพื่อหาข้อสรุปใหม่ที่ดีกว่าเดิม เพื่อทำ ให้เกิดสิ่งใหม่และสร้างสรรค์โดยผู้บริหารมีการคิดและการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยผู้นำสร้างความเชื่อมัน ให้กับผู้ร่วมงานว่า ปัญหาทุกอย่างมีวิธีแนวทางการแก้ไข 4) การมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ หมายถึง การที่ผู้นำประพฤติตัวเป็นแบบอย่างน่ายกย่อง เคารพนับ ถือ ทำให้ผู้ตามเกิดความเลื่อมใส ภาคภูมิใจเมื่อได้ร่วมงาน เกิดการคล้อยตามมีวิสัยทัศน์และสามารถถ่ายทอดไป ยังผู้ตาม เกิดความพยายามเลียนแบบผู้นำ ไชยพร สำราญสุข (2566 น. 24-25) ได้ทำการวิเคราะห์สังเคราะห์แนวคิดของนักวิชาการเกี่ยวกับองค์ประกอบ ของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพื่อกำหนดเป็นกรอบแนวคิดในการวิจัยเรื่องภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงซึ่ง ประกอบด้วย 1) การมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ 2) การสร้างแรงบันดาลใจ 3) การกระตุ้นการใช้ปัญญา 4) การคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคล จากการศึกษาองค์ประกอบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงจากเอกสาร ตำรา ทฤษฎี บทความวิชาการข้างต้น แล้วผู้ศึกษาจึงนำข้อมูลองค์ประกอบของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง มาสังเคราะห์องค์ประกอบภาวะผู้นำการ เปลี่ยนแปลงโดยมีรายละเอียดดังนี้


14 ตาราง 1 การสังเคราะห์ข้อมูลองค์ประกอบของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง องค์ประกอบ ภาวะผู้นำการ เปลี่ยนแปลง Bass (1985) Bass & Avolio (1990) Bennis and Nanus (1985) Burke (2002) Stephen R. Covey (2004) Fullan (2006) อัมรินทร์ โต๊ะลง และสุรชัย สิกขาบัณฑิต (2562) ศุภกิจ เกษม (2562) อรอุมา ศรีประทุมวงศ์ (2563) สุกร สุระคำแหง (2563) แก้วตา มีสิทธิ์ (2563) จารุวรรณ นูสา (2564) บุญญาพร บุราคร (2565) ไชยพร สำราญสุข (2566) ความถี่ การมีอิทธิพลเชิง อุดมการณ์ 10* การกระตุ้นทาง ปัญญา 12* การคำนึงถึงความ เป็นปัจเจกบุคคล 12* การสร้างแรง บันดาลใจ 12* การพัฒนา วิสัยทัศน์ และ ความคิด สร้างสรรค์ 3* การสร้างความ ผูกพันและความ เชื่อถือต่อ วิสัยทัศน์ 3*


15 องค์ประกอบ ภาวะผู้นำ การ เปลี่ยนแปลง Bass (1985) Bass & Avolio (1990) Bennis and Nanus (1985) Burke (2002) Stephen R. Covey (2004) Fullan (2006) อัมรินทร์ โต๊ะลง และสุรชัย สิกขาบัณฑิต (2562) ศุภกิจ เกษม (2562) อรอุมา ศรีประทุมวงศ์ (2563) สุกร สุระคำแหง (2563) แก้วตา มีสิทธิ์ (2563) จารุวรรณ นูสา (2564) บุญญาพร บุราคร (2565) ไชยพร สำราญสุข (2566) ความถี่ การส่งเสริม การเรียนรู้ ภายใน องค์การ 1 การมีบารมี มีอิทธิพลต่อ ผู้อื่น 2 การพัฒนา ผู้อื่น 1 การเป็น ตัวเร่งการ เปลี่ยนแปลง 1 การบริหาร จัดการความ ขัดแย้ง 1 การทำงาน ร่วมกันเป็น ทีมและความ ร่วมมือกัน 1 การบริหาร การเปลี่ยน แปลง 1


16 จากตาราง 1 ผู้ศึกษาได้ทำการวิเคราะห์สังเคราะห์แนวคิดของนักวิชาการเกี่ยวกับองค์ประกอบของภาวะผู้นำ การเปลี่ยนแปลง ผู้วิจัยจึงได้นำเสนอออกมาโดยพิจารณาจากเกณฑ์ความถี่ตั้งแต่ 3 ขึ้นไป เพื่อกำหนดเป็นกรอบ แนวคิด เรื่องภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งประกอบด้วย 1) การมีอิทธิพลเชิงอุดมการณ์ 2) การกระตุ้นทางปัญญา 3) การคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล 4) การสร้างแรงบันดาลใจ 5) การพัฒนาวิสัยทัศน์ และความคิดสร้างสรรค์ 6) การสร้างความผูกพันและความเชื่อถือต่อวิสัยทัศน์


17 นิยามศัพท์เฉพาะของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ภาวะผู้นําการเปลี่ยนแปลง หมายถึง พฤติกรรมที่ผู้นําแสดงใหเห็นในการจัดการหรือการทำงานเป็น กระบวนการที่ผู้นํามีอิทธิพลตอผู้ร่วมงาน โดยการเปลี่ยนสภาพหรือเปลี่ยนแปลงความพยายามของผู้ร่วมงานให สูงขึ้นกว่าความพยายามที่คาดหวัง โดยพัฒนาความสามารถของผู้ร่วมงานไปสู่ระดับที่สูงขึ้นและมีศักยภาพมาก ขึ้น ทำใหเกิดการตระหนักรูในภารกิจและวิสัยทัศนของกลุม รวมทั้งจูงใจใหผู้ร่วมงานมองไกลไปสู่ประโยชน์ของก ลุมหรือองค์กร การมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์หมายถึง พฤติกรรมที่ผู้นำทำให้ผู้ร่วมงานยอมรับ ชื่นชม ศรัทธาและไว ว้างใจในความสามารถของผู้นำ ผู้นำเป็นบุคคลที่มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง ทำให้ผู้ร่วมงานเกิดความภาคภูมิใจ เมื่อได้ร่วมงาน และต้องการเอาเป็นแบบอย่าง โดยผู้นำจะต้องมีวิสัยทัศน์และถ่ายทอดไปยังผู้ร่วมงานได้ การสร้างแรงบันดาลใจ หมายถึง พฤติกรรมที่ผู้นำกระตุ้นจูงใจให้ผู้ร่วมงาน เกิดแรงบันดาลใจ เกิดความ กระตือรือร้นการปฏิบัติงาน โดยผู้นำจะกำหนดมาตรฐาน การปฏิบัติงานของผู้ร่วมงานอย่างชัดเจน มอบหมาย งานที่เหมาะสมกับความรู้ความสามารถของผู้ร่วมงาน สนับสนุนให้ผู้ร่วมงานปฏิบัติงานอย่างมีระเบียบแบบแผน เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานมีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์และชี้หผู้ร่วมงานเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมใน การปฏิบัติงาน ผู้นำจะแสดงความมั่นใจในตัวผู้ร่วมงานว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเอง การกระตุ้นทางปัญญา หมายถึง พฤติกรรมที่ผู้นำกระตุ้นผู้ร่วมงานให้ตระหนักในปัญหาที่เกิดและหา แนวทางวิธีการใหม่ๆ ในการแก้ปัญหา พิจารณาปรับปรุงแก้ไขวิธีการทำงาน คิด และแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ผู้บริหารกระตุ้นให้ผู้ร่วมงานแสดงความคิดเห็นและไม่วิจารณ์ เมื่อความคิดเห็นแตกต่างไปจากความคิดตน เชื่อมั่นในตัวผู้ร่วมงานว่าสามารถแก้ปัญหาและเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ผู้นำทำใหผู้ร่วมงานรู้สึกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ ท้าทายเป็นโอกาสที่ดีที่จะแก้ไขปัญหาร่วมกัน การคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล หมายถึง พฤติกรรมที่ผู้นำเอาใจใส่เป็นพิเศษต่อความต้องการและ ความสามารถของแต่ละบุคคล ให้ความสนใจผู้ร่วมงานเป็นรายบุคคล ทำให้ผู้ร่วมงานรู้สึกมีคุณค่าและมี ความสำคัญในตนเอง ผู้นำจะพัฒนาศักยภาพของแต่ละบุคคลให้สูงขึ้นด้วยการเปิดโอกาสใหผู้ร่วมงานได้แสดง ความสามารถในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ท้าทายความสามารถ มอบหมายงานโดยคำนึงถึง ความแตกต่างระหว่างความสามารถ ความถนัดของแต่ละบุคคล คำนึงถึงความรู้สึกของผู้ร่วมงาน โดยการเอาใจ เขามาใส่ใจเรา การพัฒนาวิสัยทัศน์ และความคิดสร้างสรรค์หมายถึง ระดับพฤติกรรมที่ผู้นำแสดงศักยภาพของการ เป็นผู้นำ สามารถถ่ายทอดหรือเชื่อมโยงวิสัยทัศน์นั้น ๆ แก่ผู้ร่วมงานโดยวิธีการต่าง ๆ ที่เหมาะสม เพื่อให้ ผู้ร่วมงานนำไปดำเนินการปรับปรุงการทำงาน การปฏิบัติงานตามโครงการกิจกรรม ยอมรับแนวคิดและ นวัตกรรมใหม่ ๆ ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับงาน จนนำพาองค์การสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จ การสร้างความผูกพันและความเชื่อถือต่อวิสัยทัศน์หมายถึง ผู้นำจะกำหนดวิสัยทัศน์เพื่อการ เปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพ เข้าใจในความแตกต่างของแต่ละบุคคล สร้างความเชื่อถือและความไว้วางใจ และ


18 สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ร่วมงานเข้ามามีส่วนร่วมจนเกิดสายใยแห่งความสัมพันธ์ในการสร้างวิสัยทัศน์ เกิดความ คาดหวังกับวิสัยทัศน์ขององค์การเกิดความปรารถนาที่จะก้าวไปสู่วิสัยทัศน์ร่วมกัน


19 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในประเทศ เรื่องที่ 1 ชื่อวิทยานิพนธ์ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการของ สถานศึกษา ในสหวิทยาเขตนนทบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 3 ผู้วิจัย อัจฉรา เมฆนิล (2561) วัตถุประสงค์1) เพื่อศึกษาระดับภาวะผู้น าการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา และ 2)เพื่อศึกษา ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนในสหวิทยาเขต นนทบุรีสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 3 ผลการวิจัย 1) ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับสูง เมื่อ พิจารณาจำแนกตามรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับสูงทุกด้าน โดยด้านที่มีภาวะผู้นำสูงที่สุด 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการ สร้างบารมี(X = 4.22) รองลงมาคือ ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ (X = 4.13) และด้านการคำนึงถึงปัจเจกบุคคล (X = 4.11) ตามลำดับ และ 2) ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการ ของโรงเรียน พบว่า ภาพรวมและรายด้านมีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับค่อนข้างสูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 เรื่องที่ 2 ชื่อวิทยานิพนธ์ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา กับความพึง พอใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สังกัดสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดสงขลา ผู้วิจัย นายสุกรี สุระคำแหง (2563) วัตถุประสงค์ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษากับความพึง พอใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สังกัดสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดสงขลา ผลการวิจัย ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา มีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับปาน กลางกับความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สังกัดสำนักงานการศึกษา เอกชนจังหวัดสงขลา โดยรวมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (rxy) เท่ากับ 0.656


20 เรื่องที่ 3 ชื่อวิทยานิพนธ์อิทธิพลเชิงสาเหตุของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และ นวัตกรรมองค์การที่มีต่อการปรับเปลี่ยนสู่องค์การดิจิทัล ของหน่วยงานในสังกัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 1 ภาคเหนือ ผู้วิจัย ทองศุกร์ วงศ์โสภา (2564) วัตถุประสงค์1) เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นปัจจัยภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาทรัพยากร มนุษย์ นวัตกรรมองค์การและการปรับเปลี่ยนสู่องค์การดิจิทัล 2) เพื่อวิเคราะห์อิทธิพลของภาวะผู้นำการ เปลี่ยนแปลง การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และนวัตกรรมองค์การที่มีต่อการปรับเปลี่ยนสู่องค์การดิจิทัลของ หน่วยงานในสังกัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 1 ภาคเหนือ ผลการวิจัย ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงไม่มีมีอิทธิพลทางตรงต่อนวัตกรรมองค์การ ภาวะผู้นำการ เปลี่ยนแปลงมีอิทธิพลทางตรงต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงมีอิทธิพลทางตรงต่อการ เปลี่ยนแปลงสู่องค์การดิจิทัล การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มีอิทธิพลทางตรงต่อการเปลี่ยนแปลงสู่องค์การดิจิทัล การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มีอิทธิพลทางตรงต่อนวัตกรรมองค์การ และนวัตกรรมองค์การมีอิทธิพลทางตรงต่อ การเปลี่ยนแปลงสู่องค์การดิจิทัล เรื่องที่ 4 ชื่อวิทยานิพนธ์ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารที่ส่งผลต่อแการดำเนินงานตามมาตรฐานสถาน พัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ในจังหวัดระยอง ผู้วิจัย บุญญาพร บุราคร (2565) วัตถุประสงค์1) เพื่อศึกษาระดับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ในจังหวัดระยอง 2) เพื่อศึกษาระดับการดำเนินงานตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติในจังหวัด ระยอง และ 3) เพื่อศึกษาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการด าเนินงานตามมาตรฐานสถาน พัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ในจังหวัดระยอง ผลการวิจัย 1) ระดับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติในจังหวัด ระยอง โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) ระดับการดำเนินงานตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติใน จังหวัดระยอง โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และ 3) ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร ส่งผลต่อการ ดำเนินงานตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ซึ่งส่งผลใน ทางบวกคิดเป็นร้อยละ 89.40


21 เรื่องที่ 5 ชื่อวิทยานิพนธ์แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 3 ผู้วิจัย ลลิตา วมิูลชาติ (2565) วัตถุประสงค์1) ศึกษาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา และ 2) เสนอ แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา ผลการวิจัย 1) ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบรี เขต 3 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการมี อิทธิพลเชิงอุดมการณ์ และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านการกระตุ้นทางปัญญา และ 2) แนวทางการพัฒนา ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุพรรณบุรี เขต 3 ประกอบด้วยรายการปฏิบัติรวมทั้งสิ้น 8 รายการปฏิบัติโดยแบ่งเป็น 4 ด้าน คือ ด้านที่ 1 ด้าน การกระตุ้นทางปัญญา มี 2 รายการปฏิบัติ เช่น หน่วยงานต้น สังกัดประกาศนโยบายให้ผู้บริหารโรงเรียนใช้ หลกัการมีส่วนร่วมทั้งด้านความคิด การปฏิบัติงาน และการวางแผน ด้านที่ 2 ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ มี 2 รายการปฏิบัติ เช่น ผู้บริหารและครูร่วมกนั สร้างวัฒนธรรมของโรงเรียนพร้อมทั้งยึดหลักการทำงานเป็นทีม ด้าน ที่ 3 ด้านการคำนึงถึงปัจเจกบุคคล มี 2 รายการปฏิบัติเช่น ผู้บริหารสถานศึกษาทา ความรู้จักผู้ร่วมงานทุกคน มองและเห็นความแตกต่างในพฤติกรรมของผู้ร่วมงาน และด้านที่ 4 ด้านการมีอิทธิผลเชิงอุดมการณ์มี 2 รายการ ปฏิบัติ เช่น ผู้บริหารสถานศึกษาสร้างจิตสำนึก และปลุกจิตสำนึกให้ผู้ร่วมงานมีจิตสาธารณะ และสร้างองค์กรให้ มีความรัก ความสามัคคี เป็นต้น เรื่องที่ 6 ชื่อวิทยานิพนธ์การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ ผู้วิจัย ไชยพร สำราญสุข (2566) วัตถุประสงค์1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร สถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์และ 2) สร้างโปรแกรมเสริมสร้างภาวะผู้นำ การเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ ผลการวิจัย 1) สภาพปัจจุบันของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา โดยรวมและราย ด้านทุกด้านอยู่ในระดับปานกลาง (x̅= 2.55-2.75) ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านการกระตุ้นการใช้ปัญญา สภาพ ที่พึงประสงค์ของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา โดยรวมและรายด้านทุกด้านอยู่ในระดับ


22 มากที่สุด (x̅= 4.68-4.75) ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ส่วนความต้องการจำเป็น (PNImodified) ในการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา เรียงลำดับความต้องการ จำเป็นจากมากไปหาน้อย ได้แก่ด้านการมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ด้านการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล ด้าน การสร้างแรงบันดาลใจ และด้านการกระตุ้นการใช้ปัญญา และ 2) โปรแกรมเสริมสร้างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ คือ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) กลุ่มเป้าหมาย 4) เนื้อหา 5) การดำเนินการ 6) การประเมินผล เนื้อหาสาระ ประกอบด้วย 4 Module ได้แก่ Module 1 การมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์Module 2 การสร้างแรงบันดาลใจ Module 3 การกระตุ้นการใช้ปัญญา และ Module 4 การค านึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล ซึ่งผลการประเมิน โปรแกรมโดยรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̅= 4.69) และมีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด (x̅= 4.78 ) สรุปได้ว่า ผลการพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ในครั้งนี้ช่วยให้สถานศึกษาสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางใน การพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา ได้อย่างเป็นระบบและมีคุณภาพ ต่างประเทศ Davis (2007)การวิจัยครั้งนี้ทำการสำรวจคุณลักษณะด้านภาวะผู้นำแบบเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารหญิง ผลการวิจัยพบว่า คุณลักษณะด้านภาวะผู้นำแบบเปลี่ยนแปลงไม่ใช้สิ่งที่แตกต่างไปจากกรอบของความเป็นเพศ หญิงเท่าใดนัก คุณลักษณะด้านภาวะผู้นำแบบเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือ การมีความมั่นใจในตนเอง การเป็นผู้ มีวิสัยทัศน์การมีความสามารถในการสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา การเป็นผู้ให้ความสำคัญกับภารกิจ การเป็นนักสร้างทีม การเห็นคุณค่าและให้ความก้าวหน้าแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา สามารถกำหนดคุณสมบัติด้านภาวะ ผู้นำในตัวของผู้ใต้บังคับบัญชาได้และยังต้องมีความสามารถและเต็มใจที่จะรับฟัง รับรู้และยอมรับในสิ่งที่ ผู้ใต้บังคับบัญชานำมาบอกกล่าวอีกด้วย ในส่วนของอุปสรรคที่พวกเขามักจะได้พบเจอบ่อยที่สุดถูกมองในมุมที่ แตกต่างออกไปจากผู้บริหารที่เป็นผู้ชาย กล่าวคือเพศหญิงมักจะถูกมองว่าเป็นผู้ที่ต้องคอยดูแลคนในครอบครัว ด้วยความคาดหวังเช่นนี้จึงท าให้ผู้หญิงมีโอกาสแสดงความเป็นผู้นำน้อยลงอย่างไรก็ตามการเอาชนะอุปสรรคใน ข้อนี้สามารถทำได้โดยการใช้วิธีการยืนกรานในจุดยืนของตนเองและยึดถือในคุณค่าและหลักการที่ถูกต้อง ปัจจัย สำคัญที่จะส่งผลให้ประสบความสำเร็จในการเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้ในการพัฒนาภาวะผู้นำแบบเปลี่ยนแปลง ของผู้บริหารหญิงก็คือ การมีผู้ที่คอยให้คำปรึกษาและการมีต้นแบบของบทบาทในด้านบวกนั่นเอง Li (2011) ได้ศึกษาความฉลาดทางอารมณ์และความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงของหัวหน้าพยาบาลใน มหาวิทยาลัยการแพทย์คุนหมิง ในสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับของความฉลาด ทางอารมณ์และความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงและการประเมินความสัมพันธ์ระหว่างความฉลาดทางอารมณ์กับ ความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง เก็บข้อมูลเมื่อเดือนมีนาคม 2011 จากมหาวิทยาลัยการแพทย์ในคุนหมิง จำนวน 8 แห่ง กลุ่มตัวอย่างเป็นหัวหน้าพยาบาล 216 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมที่เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับ ภาวะความเป็นผู้นำและความฉลาดทางอารมณ์ ผลการวิจัยพบว่า 1) ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงโดยรวมของ หัวหน้าพยาบาลอยู่ในระดับสูง การช่วยเหลือและให้ก าลังใจผู้ร่วมงานอยู่ในระดับสูง การมีวิสัยทัศน์และการ


23 สร้างแรงบันดาลใจในการท างานอยู่ในระดับปานกลาง 2) ความฉลาดทางอารมณ์โดยรวมของหัวหน้าพยาบาล อยู่ในระดับสูง การมีความสามารถในการประเมินตนเองและการใช้อารมณ์ตนเองอยู่ในระดับสูง การควบคุม อารมณ์ความรู้สึกของตัวเองอยู่ในระดับปานกลาง 3) ความฉลาดทางอารมณ์กับความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงมี ความสัมพันธ์เชิงบวกจากค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ที่คำนวณเท่ากับ 0.05 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 Ayiro (2014, pp. 24-46) ได้ทำการวิจัยเรื่องภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงต่อผลลัพธ์ด้านการพัฒนา ความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหารโรงเรียนในประเทศเคนย่า โดยได้ทำการศึกษาความฉลาดทางอารมณ์ ประกอบด้วย 4 ด้าน คือ ประสิทธิภาพของภาวะผู้นำ การมีจิตสาธารณะ ประสิทธิภาพการทำงานเป็นทีม และ ประสิทธิภาพในการเป็นผู้นำ ผลการศึกษานั้นพบว่า ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงมีความสัมพันธ์กับการพัฒนา ความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหารโรงเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยเรียงลำดับความสัมพันธ์จากระดับสูง ไประดับต่ำตามลำดับได้แก่ประสิทธิภาพการทำงานเป็นทีม การมีจิตสาธารณะ ประสิทธิภาพของภาวะผู้นำและ ประสิทธิภาพในการเป็นผู้นำ Maria Eliophotou Menon (2014, pp. 509-528) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการ เปลี่ยนแปลงภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยน และภาวะผู้นำแบบหลบเลี่ยง ต่อการรับรู้ประสิทธิผลการเป็นผู้นำและ ความพึงพอใจของครูโรงเรียนประถมศึกษา ในสาธารณรัฐไซปรัส พบว่า ครูมีการรับรู้ประสิทธิผลการเป็นผู้นำ ของผู้นำและความพึงพอใจในผู้บริหารที่มีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยน มีความสัมพันธ์ เชิงบวกต่อการรับรู้ประสิทธิผลการเป็นผู้นำและความพึงพอใจของครูในโรงเรียน Gonzalez (2017, p.p. 113-114) ได้ศึกษาวิจัยเรื่องการฝึกฝนภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ของ ผู้บริหารสถานศึกษาที่ได้รับกองทุนจากรัฐบาล เพื่อศึกษาการฝึกฝนภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ของผู้บริหาร สถานศึกษาที่ได้รับกองทุนจากรัฐบาล โดยใช้โมเดลของ Leithwood กับผู้บริหาร สถานศึกษาในสถานศึกษา ขนาดใหญ่ของ K-12 ในรัฐแคลิฟอเนีย พบว่า การฝึกฝนของผู้บริหาร12 รูปแบบ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ส่วน 1) การกำหนดทิศทางพัฒนาวิสัยทัศน์ร่วมกันของผู้เกี่ยวข้องการใช้ความเป็นทีมเพื่อแสดงวิสัยทัศน์การส่งเสริมการ สื่อสารที่มีประสิทธิภาพอย่างเปิดเผย การเปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้เป็นเป้าหมายร่วมกัน 2)การพัฒนาคน การแบ่งปัน ความรู้การพัฒนาความเป็นมืออาชีพ การแบ่งปันความเชี่ยวชาญ การหาประสบกาณ์การสอนอื่น ๆ ผ่านการ สังเกตในห้องเรียน และ 3) การออกแบบและการจัดการองค์กร การสร้างความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน การสร้างบรรยากาศและวัฒนธรรมของสถานศึกษาที่ดีผ่านการจดัการองค์กรที่ไม่มีโครงสร้างการยกย่อง และ ตระหนักถึงบุคลากรและนักเรียนในการส่งเสริมการเรียนรู้ในชุมชน Plichta (2018, p.p. 131-132) ได้ศึกษาวิจัยเรื่องภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร สถานศึกษา ในสถานศึกษามัธยมศึกษาตอนต้นที่จัดการสอนแบบ Teaming Model โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้ ของผู้บริหารสถานศึกษาและครูในส่วนภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ของผู้บริหารที่เป็นผู้บริหารในสถานศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้นที่มีการประชุมตามมาตรฐาน ความสามารถของรัฐจากการเก็บขอ้ มูลจากครู 13 คน และ 2 ผู้บริหาร ผ่านการสัมภาษณ์จากการกลุ่มประชากรสถานศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น 3 สถานศึกษา พบว่า เกิดชุด รูปแบบที่เกิดขึ้น จากการจัด หมวดหมู่เป็นผู้บริหารสนับสนุนการเคารพซึ่งกันและกนั ไวว้างใจกังวลการทำงาน


24 ร่วมกัน และให้กำลังใจครูเข้าใจว่าผู้บริหารเขา้ใจมุมมองของครูช่วยสร้างคุณค่าในบทบาทและสร้าง แบบจำลอง ความเท่าเทียมกนั ของครูกับ ครูผู้บริหารสถานศึกษารับรู้ว่าผู้บริหารได้รับการสนับสนุน ความร่วมมือและการ สื่อสารกับ ครูเพื่อสร้างความสัมพันธ์และความมั่นใจในวิชาชีพโครงการส่งผลให้เป็นมืออาชีพการประชุมเชิง ปฏิบัติการการพัฒนาสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมความเขา้ใจ ดา้นของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง


25 เอกสารอ้างอิง อุไรวรรณ เชาวน์ชื่น. (2561). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้น าการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาภายใต้ สถาบันการอาชีวศึกษา. (การศึกษาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. กรุงเทพฯ. อุรชา เย็นตระกูล. (2561). ภาวะผู้นําการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา ตามการรับรูของครูผู้สอนใน สำนักงานเขตลาดพร้าว สังกัดกรุงเทพมหานคร. (ครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร. กรุงเทพฯ. อัจฉรา เมฆนิล. (2561). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้น าการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการของ สถานศึกษา ในสหวิทยาเขตนนทบุรี สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 3. (ครุศาสต รมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร. กรุงเทพฯ. ศุภกิจ เกษม. (2562). แนวทางการส่งเสริมภาวะผู้น าการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนขยาย โอกาส สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3. (ครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์. อุตรดิตถ์. พรสุดา ชูพันธ์. (2563). ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรีเขต 2. (การศึกษามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยบูรพา. ชลบุรี. รัชพล สอนใหม่. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผบู้ริหารสถานศึกษากับแรงจูงใจใน การปฏิบัติงานของครูโรงเรียนในกลุ่มบางละมุง 2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3. (การศึกษามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยบูรพา. ชลบุรี. ว่าที่ร้อยตรีหญิงศุภวรรณ รูปงาม. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงกับประสิทธิผลการ บริหารงานบุคคลของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 21. (ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. สกลนคร. สุกรี สุระคำแหง. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา กับความพึง พอใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สังกัดสำนักงานการศึกษาเอกชน จังหวัดสงขลา. (ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยหาดใหญ่. สงขลา. มัณฑนา ชุมปัญญา. (2563). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูใน โรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2. (ปริญญาครุศาสตรมหา บัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. สกลนคร.


26 อรอุมา ศรีประทุมวงศ์. (2563). การศึกษาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2. (ปริญญาครุศา สตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. สกลนคร. แก้วตา มีสิทธิ์. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของนักบริหารการศึกษากับการดำเนินงาน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา. (ครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา. นครราชสีมา. พิมพ์พร วงศ์อนุสิทธิ์. (2564). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสตรีที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในจังหวัดนครพนม. (ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. สกลนคร. วชิราช กันยะโรจน์ . (2565). แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาในกลุ่ม โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ตำบลสันสลีสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เชียงราย เขต 2. (ครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย. เชียงราย. ทองศุกร์ วงศ์โสภา . (2564). อิทธิพลเชิงสาเหตุของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาทรัพยากร มนุษย์และ นวัตกรรมองค์การที่มีต่อการปรับเปลี่ยนสู่องค์การดิจิทัลของหน่วยงานในสังกัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 1 ภาคเหนือ. (ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง. ลำปาง. บุญญาพร บุราคร . (2565). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการดำเนินงานตามมาตรฐาน สถาน พัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ในจังหวัดระยอง. (ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยรังสิต. ระยอง. ลลิตา วมิูลชาติ. (2565). แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรีเขต 3. (ครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราช ภัฏพระนครศรีอยุธยา. พระนครศรีอยุธยา. ไชยพร สำราญสุข . (2566). การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร. (ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัย มหาสารคาม. มหาสารคาม.


Click to View FlipBook Version