The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 6231280009, 2020-10-16 02:29:08

Microsoft Word - ง๛à¸-มูลชั๋ว๗à¸?งà¸-à¸?à¸-à¸?ทไฆร-ฆรม๕ซ๛าช๋า-ซัà¸?หฎ๛าๆล๛ว1 (2)


รายวิชา การบรหารองค์กรส่วนท้องถ นสมัยใหม่

เรอง กรมเจ้าท่า



จัดทําโดย




1) นาย ธนกร น่วมทม รหัสนสต

2) นางสาว เกล้ากมล พรมสารท รหัสนสต 62440322




3) นางสาว สจตตา ศรสมบัติไพบลย์ รหัสนสต 62440384




4) นางสาว สมตรา จตต์มหมา รหัสนสต62440388








5) นางสาว รัตนพร พลมั น รหัสนสต62440522

(กลุ่ม )
เสนอ


อาจารย์ ปารฉัตร ปองโล่ห ์







ภาควชารฐประศาสนศาตร สาขาบรหารส่วนท้องถ น






คณะรฐศาสตรและนตศาสตรมหาวิทยาลัยบรพา




คํานํา





รายงานฉบับน ีเปนส่วนหนงของ รายวิชาการบรหารองค์กรส่วนท้องถ นสมัยใหม่ โดยม ี












วัตถประสงค์ เพอการศกษาเรยนรทได้จากเรองของการบรหารงานภายในของกรมเจ้าท่าพัทยา ทั งน ใน










รายงานฉบับน มเน อหาซงประกอบด้วย การบรการหารและโครงสรางต่าง ๆ ในกรมเจ้าท่าพัทยา ตลอดจน


การให้บรการสาธารณะในลักษณะรปแบบต่าง ๆ





ทั งน คณะผู้จัดทํา หวังอย่างยิ งว่ารายงานฉบับน จะเปนประโยชน์อย่างมากกับผู้ทต้องการศกษา


ตลอดจนผู้สนใจทั วไป เกี ยวกับกรมเจ้าท่าพัทยา เพื อให้เกิดความเข้าใจกันอย่างทั วถง หากมข้อเสนอแนะ



หรอข้อคดเหนใด ๆขอได้โปรดแจ้งให้ทราบ เพื อการปรบปรงแก้ไข ให้สมบรณ์ข นต่อไป หากรายงานฉบับ





น มความผิดพลาดหรอบกพร่องประการใด จงขออภัยมา ณ ท น ด้วย









คณะผู้จัดทํา

สารบัญ






บทที หนา


บทที 1 ขอมูลทวไปขององคกร กรมเจาทา 1 - 6






บทที การบรหารภายในองคกร 7 - 8




-โครงสรางการบรหารงานภายในกรมเจาทา 9 - 15


-บรการสาธารณะ 16 - 17

-รูปแบบการบรหารงาน/เทคนิคการบรหารงาน 18 - 22

- ปญหา/อุปสรรคในการบรหารงาน 23 - 26



สรุปและขอเสนอแนะ
-ขอเสนอแนะ 27 - 29


-สรุป 29



แหลงอางอิง 30



1


บทที











1. ขอมูลทวไปขององคกร กรมเจาทา


























( รปท กรมเจ้าท่า สมัยกรงสโขทัย )












ครั งกรงสโขทัยเปนราชธานประเทศไทย ตดต่อค้าขายกับต่างชาต สมัยนั นมได้เรยก "กรมเจ้าท่า"









อย่างเช่นปจจบัน เรยก เจ้าภาษีบ้าง นายด่านบ้างและนายขนอมตลาดบ้าง ซงทั งหมดทําหน้าทบังคับการจอด


สมอเรอค้าขาย เก็บค่าธรรมเนยมเรอค้าขายทเข้าและออกราชอาณาจักร โดยอยู่ในความปกครอง บังคับ





บัญชาของกรมพระคลังส่วนคําว่า "กรมท่า" แต่เดมคงหมายถง เจ้าท่าตามระบบเก่า หากแต่มความหมาย




กว้างขวางออกไปอก กรมท่าเปนส่วนราชการทมแต่สมัยกรงศรอยุธยา







2
























(รปท กรมเจ่าท่า ในสมัยกรงศรอยุธยา)








เจ้าท่าในสมัยกรงศรอยุธยาเปนราชธาน ประเทศไทยมการตดต่อค้าขายทางเรอกับต่างชาต สเปน





ฮอลันดา ญีปนอังกฤษเดนมารกและฝร งเศสเข้ามาตดต่อค้าขายตามลําดับการค้าขายกับต่างชาตอยู่ในความ





ควบคมดแลของกรมพระคลังสนค้า ซงสันนษฐานว่าตั งข นในสมัยพระเจ้าประสาททอง เปนหน่วยงาน





หลวง เพอผูกขาดสนค้าบางอย่างเปนสนค้าต้องห้าม ไม่ให้พ่อค้าประชาชนซ อขายโดยตรง นอกจากผูกขาด










ซ อขายสนค้าแล้ว พระคลังสนค้ายังมหน้าทเรยกเก็บค่าธรรมเนยมเรอสนค้าต่างชาต ค่าภาษีสนค้าและ









ค่าธรรมเนยมเข้าออก คําว่า "เจ้าท่า" ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตามประวัตศาสตร คําว่า "เจ้าท่า"



มมาตั งแต่รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในรัชกาลพระองค์ การค้าขายทางเรอกับต่างชาตปรากฏว่า


ร่งเรองย งกว่าสมัยใด ๆ ในยุคนั น คําว่า "เจ้าท่า" สันนษฐานว่ามาจากภาษาเปอรเซย ซงเรยกว่าเจ้าท่าว่า















"Shah Bardar" เจ้าท่าสมัยกรงธนบรเปนราชธาน พระเจ้าตากสนมหาราช ทรงตั งเจ้าท่าเพือดแลตรวจตรา









บรรดาเรอแพ และเก็บค่าธรรมเนยมเรอค้าขายหรอเรอทเข้าออกประเทศไทย เจ้าท่าสมัยกรงรัตนโกสนทร ์





เปนราชธาน พระบาทสมเด็จพระนั งเกล้าเจ้าอยู่เกล้าเจ้าอยู่หัว เมอครั งยังดํารงพระยศเปนพระเจ้าลูกยาเธอ








กรมหมน เจษฎาบดนทร ได้ว่าการกรมท่า และได้ทรงจัดการคลังของประเทศให้มรายได้มากยิ งข นกว่าแต่
กาลก่อน

3






















(รปท กรมเจ้าท่า ในสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)






รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัฐบาลอังกฤษขอเปลยนแปลงสัญญาทางการ







ค้า โดยให้ฝายไทยเลกจังกอบระวางปากเรอ เปลยนมาเก็บภาษขาเข้าร้อยละ 3 และอังกฤษสามารถซ อขาย





สนค้ากับราษฎรได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านพระคลังสนค้าไทยต้องยินยอมทําสัญญา ต่อมาชาตตะวันตกอนๆ





เช่น ฝร งเศส เดนมารก โปรตเกส เนเธอรแลนด์ เยอรมัน สวีเดน นอรเวย์ เบลเยี ยม อตาล ออสเตรย อังการ ี



สเปน รวมทั งสหรัฐอเมรกาก็มาขอแก้สัญญาทางการค้า เช่นกัน นับแต่ทําสัญญาดังกล่าวกิจการของกรมท่าก็



เพิ มพูนมากช นเปนเงาตามตัว กรมท่าได้จัดงานใหม่ เปน 3 ฝายเรยกว่า กรมท่ากลาง กรมท่าซ้าย และกรมท่า








ขวา กรมท่ากลางดูแลกิจการทั วไปกับตดต่อคนแขก เมอ่จําเปนต้องปรบปรงการฝายเจ้าท่า ให้เหมาะสมกับ





ความเจรญของประเทศทางการจงได้ว่าจ้างกัปตัน จอห์น บช (John bush) ชาวอังกฤษมารเร มงานคน





สมัยก่อนเรยกท่านว่า "ทับประมาสะแตน" มาจากคํา HARBOUR MASTOR ซงหมายถง เจ้าท่า ท่านได้



ปฏบัตราชการมความชอบจนได้รบพระราชทานบรรดาศักด เปนพระยาวิสตรสาครดษฐ






ได้มการตราพระราชบัญญัตว่าด้วยเรอใหม่ 10 มาตรา เรอเล็ก 7 มาตรา แพ โพงพาง และของลอยนํ า 3







มาตรา ทางบก 4 มาตรา รวม 24 มาตรา กฎหมายดังกล่าวนยมเรยก "กฎหมายท้องนํ า" สมัยกัปตัน บุช เปน



เจ้าท่า ตําแหน่งเจ้าท่าข นอยู่ในกรมพระคลัง ต่อมาย้ายสังกัดอยู่ในกระทรวงการต่างประเทศ ซงเดมมชอว่า




"กรมท่า" (Kromata) พ.ศ. 2432 ย้ายไปอยู่กระทรวงโยธาธการ ครั นพระยาวิสตรสาครดษฐ์ชราภาพ ได้กราบ








ถวายบังคับลาออกจากราชการ กัปตัน เอ. อาร. วิล เปนเจ้าท่าสบแทน ต่อมา เมอกัปตันวิล ถงแก่กรรม ใน

4


พ.ศ. 2438 ได้ยุบตําแหน่งเจ้าท่าลงเปนตําแหน่งเวรท่ามีนาย โยเกนซัง ชาวเดนมารก เปนเวรท่า ทําหน้าท ี



ตรวจตราลําแม่นํ า




















(รปท กรมเจ้าท่า ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)









ในรชสมัยพระบาทสมเด็จพระจลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้ตั งททําการของกรมท ี





ตกเจ้าสัวเส็งรมแม่นํ าเจ้าพระยา ข้างตลาดน้อย ตรงข้ามปากคลองสาน (คอทตั งของกรมเจ้าท่าในปจจบัน)




ใน พ.ศ. ทรงยกฐานะเวรท่าเปน กรมเจ้าท่าและทรงแต่งตั ง ม.ร.ว. พณ สนทวงศ์ เปนเจ้ากรมเจ้าท่า




พ.ศ. ย้ายสังกัดกรมเจ้าท่าไปข นอยู่ในกระทรวงนครบาล พ.ศ. กรมเจ้าท่าได้ยกฐานะเปนกรมชั น


อธบด และ ทรงให้ตราพระราชบัญญัตการเดนเรอในน่านนํ าไทย ร.ศ. (พ.ศ. ) และในปน เอง ทรง









เร มปรบปรงกิจกรรมกรมเจ้าท่าข นใหม่ โดยยกเอางานบางส่วนจากกรมคลองเดมมารวมกับกรมเจ้าท่า




รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงตราพระราชบัญญัตการเดนเรอในน่านนํ า


ไทย พ.ศ. ซงกําเนดมาแต่ต้นฉบับภาษาอังกฤษแล้วมาแปลเปนภาษาไทย ในปน เอง ทางราชการได้ยก




กระทรวงนครบาลซงกรมเจ้าท่าสังกัดอยู่ไปรวมกับกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ลดฐานะกรมเจ้าท่า จาก


กรมชั นอธบดเปนกรมชั น เจ้ากรม พ.ศ. ย้ายไปสังกัด สมหพระนครบาล





5







รชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท มีการเปลยนแปลงการปกครองจาก






ระบอบสมบรณาญาสทธราชย์ในป เปนการปกครองระบอบประชาธปไตยได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ย้าย

สังกัดกรมเจ้าท่ามาข นสังกัดในกระทรวงเศรษฐการ และยกฐานะกรมเจ้าท่าจากชั นเจ้ากรมเปนกรมชั น





อธบด และไม่มตําแหน่งปลัดกรมอกต่อไป มตําแหน่งเลขานการกรมแทน โดยมขุนสกลสารารักษ์ (แซ จพา






ศร) ตําแหน่งเลขานุการกรม จนกระทั งวันท กันยายน พ.ศ. จงได้มพระบรมราชโองการแต่งตั งให้



นาวาเอก พระชํานาญนาวากล หัวหน้านายช่างตรวจเรอ กรมเจ้าท่า รักษาการในตําแหน่งอธบดกรมเจ้าท่าอก














ตําแหน่งหนง และหลังจากนั นได้มการแต่งตั งผู้ดํารงตําแหน่งอธบดปรบเปลยนกันเรอยมา






ในวันท 23 สงหาคม พ.ศ. 2484 ทางราชการได้ย้ายสังกัดกรมเจ้าท่าซงเดมสังกัดอยู่ในกระทรวง


เศรษฐการไปสังกัดในกระทรวงคมนาคม กรมเจ้าท่าจงได้ย้ายสังกัดเปนครั งสดท้าย มาข นกับกระทรวง


คมนาคมอย่างเช่นปจจบัน ต่อมาได้มพระราชกฤษฎกา จัดวางระเบยบราชการกรมเจ้าท่า ในกระทรวง





คมนาคม พ.ศ. 2495 แบ่งส่วนราชการกรมเจ้าท่าออกเปนสํานักงานเลขานการกรม ประกอบด้วย แผนกสาร




บรรณ แผนกคลัง แผนกสถตและแผนกยานพาหนะ กองตรวจท่า กองนําร่อง กองตรวจเรอ กองทะเบยนเรอ



หน่วยงานภูมิภาค แบ่งเปน เจ้าท่าภาค เจ้าท่าจังหวัด และในป 2508 ได้มพระราชบัญญัตโอนกิจการบรหาร








ราชการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมเฉพาะทเกี ยวกับราชการขนส่งทางนํ า ไปเปนของกรมเจ้าท่า




กระทรวงคมนาคม จงต้องแก้ไขพระราชกฤษฎกาจัดวางระเบียบราชการในกรมเจ้าท่าเสยใหม่ให้มกอง






ควบคุมและส่งเสรมการขนส่งทางนํ า กองทะเบยนเรอขนส่งทางนํ า และกองขุดและรักษาร่องนํ าทรบโอน


ไปรวมอยู่ด้วย ในขณะนั นการดําเนนการของกรมเจ้าท่าเปนไปตามนโยบายและเปาหมาย ภายใต้ขอบเขต




ของพระราชกฤษฎกาแบ่งส่วนราชการกรมเจ้าท่า พ.ศ. 2508 รวมทั งนโยบายทได้รบมอบหมายจากรฐบาล








และปฏบัติให้เปนไปตามทพระราชบัญญัตการเดนเรอในน่านนํ าไทย พ.ศ. 2456 พระราชบัญญัตเรอไทย



พ.ศ. 2481 และพระราชบัญญัตปองกันเรอโดนกัน พ.ศ. 2497 โดยมนโยบายหลัก 3 ประการคอ 1. ความ





ปลอดภัยในการขนส่ง 2. พัฒนาการขนส่งทางนํ า 3. ค้มครองกรรมสทธเครองอุปกรณ์ในการขนส่งทางนํ า





หลังจากนั น ได้มการเปลยนแปลงการแบ่งส่วนราชการกรมเจ้าท่าอีกหลายครั ง เพือให้เหมาะสมสอดคล้อง




กับสถานการณ์และสภาพงาน

ในป พ.ศ. 2545 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมพลอดลยเดช มพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ



ให้ตราพระราชบัญญัตปรับปรงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 และได้ประกาศในพระราชกิจ่จานเบกษา



เมอวันท 2 ตลาคม 2545กําหนดให้มกรมการขนส่งทางนํ าและพาณชยนาวีอยู่ในสังกัดกระทรวงคมนาคม













โดยมพระราชกฤษฎกาโอนกิจการบรหาร และอํานาจหน้าท ทรัพย์สนงบประมาณ หน สทธ ภาระผูกพัน




6





ข้าราชการ ลกจ้าง และอัตรากําลังของกระทรวงคมนาคม เฉพาะทเกี ยวกับส่วนราชการทั งหมดของกรมเจ้า

ท่า และบางส่วนของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสรมการพาณชยนาวีมาเปนของกรมการขนส่งทางนํ าและ





พาณชยนาวี สังกัดกระทรวงคมนาคม มภาระกิจเกี ยวกับการส่งเสรมการพัฒนาระบบการขนส่งทางนํ าและ




การพาณชยนาวี ให้มีการเชอมต่อระบบการขนส่งอื นๆ ทั งการขนส่งผู้โดยสารและสนค้า ท่าเรอ อู่เรอ กอง








เรอไทย และกิจการเกี ยวเนอง เพือให้ประชาชนได้รบความสะดวกรวดเรว ทั วถง และปลอดภัย ตลอดจน



การสนับสนนภาคการส่งออกให้มความเข้มแข็ง

จนกระทั งป พ.ศ. 2552 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมพลอดุลยเดช ทรงมพระกรณาโปรดเกล้า








ให้ตราพระราชกฤษฎกา เปลยนชอ "กรมการขนส่งทางนํ าและพาณชยนาว" เปน "กรมเจ้าท่า" อาศัยอํานาจ





ตามความในมาตรา 187 ของรัฐธรรมนญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 8 ตรแห่งพระราชบัญญัต ิ


ระเบยบบรหารราชการแผ่นดน พ.ศ. 2534 ซงแก้ไขเพิ มเตมโดยพระราชบัญญัตระเบยบบรหารราชการแผน







ดน (ฉบับท 4) พ.ศ. 2543 เพอให้สอดคล้องกับการปฏบัตภารกิจของส่วนราชการ และเปนการระลกถงพระ

















มหากรณาธคณของพระบาทสมเด็จพระจลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวททรงพระกรณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทาน
นามหน่วยงาน วันคล้ายวันสถาปนากรมเจ้าท่า ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทาง






ราชการได้ทําสัญญาจ้างกัปตัน จอหน บช (John bush) ชาวอังกฤษ มาเปนผู้รเร มงานฝายเจ้าท่า มการลงนาม

ในสัญญาระหว่างไทยกับอังกฤษ เมื อวัน 8ฯ 9 คํา จลศักราช 1221 ปมะแม เอกศก ตรงกับวันศกรท 5











สงหาคม พ.ศ. 2402 กรมเจ้าท่าจงถือเอาวันท 5 สงหาคมของทุกป เปนวันคล้ายวันสถาปนากรมเจ้าท่ากรม




เจ้าท่า มภารกิจเกี ยวกับการกํากับดแล การส่งเสรม การพัฒนาระบบการขนส่งทางนํ าและการพาณชยนาวี ให้







มการเชอมต่อกับระบการขนส่งอน ๆ ทั งการขนส่งผู้โดยสารและสนค้า ท่าเรอ อู่เรอ กองเรอไทยและ










กิจการเกี ยเนอง เพือให้ประชาชนได้รบความสะดวกรวดเรว ทั วถง และปลอดภัย ตลอดจนการสนับสนน


ภาคการส่งออกให้มความเข้มแข็ง


7


บทที


.การบรหารภายในองคกร


. อํานาจหน้าท ในการบรหารภายนองค์การ




1) ดําเนนการตามกฎหมายว่าด้วยการเดนเรอในน่านนํ าไทย กฎหมายว่าด้วยเรอไทยกฎหมายว่าด้วย





การปองกันเรอ

2) โดนกัน กฎหมายว่าด้วยการส่ง เสรมการพาณชยนาวี กฎหมายว่าด้วยการขนส่งต่อเนองหลาย






รปแบบ และกฎหมายอนทเกี ยวข้อง



3) ศกษา วิเคราะห์และพัฒนาโครงสร้างพ นฐานการขนส่งทางนํ า

4) ส่งเสรมและพัฒนาเครอข่ายระบบการขนส่งทางนํ าและการพาณชยนาว ี





5) ดําเนนการจัดระเบยบการขนส่งทางนํ าและกิจการพาณชยนาวี


6) ร่วมมอและประสานงานกับองค์การและหน่วยงานท เกี ยวข้องทั งในประเทศและต่างประเทศในด้าน

การขนส่งทาง




7) นํ าการพาณชยนาวี และในส่วนทเกี ยวกับอนสัญญาและความตกลงระหว่างประเทศ










8) ปฏบัติการอนใดตามทกฎหมายกําหนดให้เปนอํานาจหน้าทของกรมหรอตามทรฐมนตรหรอ





คณะรัฐมนตรมอบหมาย
9) ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม พ.ศ.๒๕๕๘ ให้แบ่งส่วนราชการ
กรมเจ้าท่า ดังต่อไปน ี

1) สํานักงานเลขานการกรม
2) กองกํากับการพาณชยนาวี

3) กองคลัง

4) กองมาตรฐานคนประจําเรอ
5) กองวิศวกรรม

6) กองส่งเสรมการพาณชยนาวี

7) กองสํารวจและแผนท ี

8) ศนย์ฝกพาณชย์นาวี


9) สํานักกฎหมาย
8

10) สํานักความปลอดภัยและส งแวดล้อมทางนํ า

11) สํานักงานเจ้าท่าภูมิภาคที ๖

12) สํานักนําร่อง

13) สํานักแผนงาน
14) สํานักพัฒนาและบํารงรักษาทางนํ า

15) สํานักมาตรฐานทะเบยนเรอ


16) สํานักมาตรฐานเรอ

17) กลุ่มตรวจสอบภายใน
18) กลุ่มพัฒนาระบบบรหาร


9






3. โครงสรางการบรหารงานภายในกรมเจาทา




























































( รปแบบโครงสร้างผู้บรหาร กรมเจ้าท่าพัทยา )


10














































( รปแบบโครงสรางการแบ่งส่วนราชการในกรมเจ้าท่า )


11


. โครงสร้างการแบ่งงานในกรมเจ้าท่า



. . . กล่มบรหาร


. อธบด ี


. รองอธบด (ด้านโครงสร้างพื นฐานการขนส่งทางนํ า) คพ.

. รองอธบด (ด้านส่งเสรมการขนส่งทางนํ า) สส.





. รองอธบด (ด้านมาตรฐานการขนส่งทางนํ า) มฐ.
. . . สํานักงานเลขานการกรม




. ฝายบรหารงานทั วไป

. ฝายการเจ้าหน้าท ี

. กล่มงานพัฒนาบุคคล
. ฝายประชาสัมพันธ ์


. ฝายช่วยอํานวยการ



. . . กองกับกับการพาณชยนาวี

. ฝายบรหารงานทั วไป


. กล่มกํากับกิจการท่าเรอ




. กล่มกํากับกิจการขนส่งต่อเนองหลายรปแบบ




. กล่มกํากับกิจการพาณชยนาวี
. . . กองคลัง


. ฝายบรหารงานทั วไป

. ฝายการเงน

. ฝายบัญชและงบประมาน



. ฝายพัสดและยานพาหนะ


12



. . . กองมาตรฐานคนประจําเรอ



. ฝายบรหารงานทั วไป

. ฝายสอบความร ู ้



. ฝายสัญญาคนประจําเรอ


. ฝายทะเบยนคนประจําเรอ



. กล่มมาตรฐานหลักสตร
. . . กองวิศวกรรม



. ฝายบรหารงานทั วไป

6.2 กลุ่มแผนงาน

. ฝายสํารวจทางวิศวกรรม

. กล่มวิศวกรรมโยธา

. กล่มวิศวกรรมแม่นํ า
6.6 กลุ่มวิศวกรรมทางทะเล



. . . กองส่งเสรมพาณชยนาวี




. ผู้เชยวชาญเฉพาะด้านเศรษฐกิจการพาณชยนาวี
. ฝายบรหารงานทั วไป


. กล่มส่งเรมการขนส่งทางนํ า



. กล่มขนส่งทางทะเล


. กล่มส่งเสรมกิจการสนับสนน

. . . กองสํารวจและแผนท ี


. ฝายบรหารงานทั วไป



. กล่มแผนงาน
. กล่มอุทกศาสตร ์


13



. กล่มอุทกวิทยา


. กล่มเทคโนโลยแผนท ี



. . . ศูนย์ฝกพาณชยนาว ี




. ผู้เชยวชาญเฉพาะด้านการพัฒนาทรัพยากรบคคลพาณชยนาวี
. ฝายบรหารงานทั วไป



. ฝายบรการ



. กล่มบรการการศกษา

. กล่มมาตรฐานการศกษา



. กล่มวิชาการทั วไป



. กล่มกิจการและสวัสดภาพนักเรยน


. กล่มวิชาการเดนเรอ

9.9 กลุ่มวิชาการช่างกลเรอ


. กลุ่มฝกอบรม

. กลุ่มเรอฝก

. . . สํานักกฎหมาย

. ฝายบรหารงานทั วไป

. กลุ่มกฎหมายทั วไป


. กลุ่มนตกรรมสัญญา

. กลุ่มกฎหมายและความตกลงระหว่างประเทศ

. กลุ่มคดและบังคับคด ี



. . . สํานักความปลอดภัยและส งแวดล้อมทางนํ า

. ผู้เชยวชาญเฉพาะด้านการเดนเรอ





. ฝายบรหารงานทั วไป


14


. กลุ่มตรวจท่า


. กลุ่มเรอตรวจการณ ์



. กลุ่มตรวจการเดนเรอ

. กลุ่มส งแวดล้อม
. สํานักควบคมการจราจรและความปลอดภัยทางทะเล

. กลุ่มสอสาร


. . . สํานักแผนงาน


. ฝายบรหารงานทั วไป


. กล่มนโยบายและแผนงาน


. กล่มสถตวิเคราะห ์



. กล่มเทคโนโลยีสาระสนเทศ

. กล่มกิจการระหว่างประเทศ

. . . สํานักพัฒนาและบํารงรักษาทางนํ า






. ผู้เชยวชาญวิชาชพเฉพาะด้านวางแผนการพัฒนาบํารงรักษาทางนํ า


. ฝายบรหารทั วไป
. กลุ่มแผนงานพัฒนาทางนํ า
. สํานักงานพัฒนาและบํารงรักษาทางนํ า



. กล่มเครองหมายการเดนเรอ



. กล่มช่างกล

. กล่มเรอขุดลอก




. . สํานักมาตรฐานทะเบยนเรอ


. ฝายบรหารงานทั วไป

. กลุ่มทะเบยนและนตกรรม



15



. กลุ่มตรวจสอบทะเบยนเรอกลาง


. กลุ่มพัฒนาระบบทะเบยนเรอ

. . . สํานักมาตรฐานเรอ




. ฝายบรหารงานทั วไป
. กลุ่มตรวจสภาพเรอ


. กลุ่มวิศวกรรมเรอและนวัตกรรม
. กลุ่มควบคุมเรอในเมืองท่า

. กลุ่มมาตรฐานอุปกรณประจําเรอ



. . . กลุ่มตรวจสอบภายใน



. . . กลุ่มพัฒนาระบบบรหาร

16


.บรการสาธารณะ








4.1 การใหบรการประชาชนผานระบบอิเล็กทรอนกส (e-service)







โดยมจดมุ่งหมายเพอ มุ่งเน้นการเชอมโยงและบรณาการบรการในลักษณะแบบเบ็ดเสรจ ณ จด





เดยว (Single Point of Services หรอ One Stop Service) ในรปแบบของศูนย์บรการร่วมอิเล็กทรอนกส์ผ่าน






ระบบเว็บท่าคมนาคม และให้เปนไปในทศทางเดยวกัน สามารถสรางความสอดคล้องเช อมโยง สนับสนน





ซงกันและกัน และให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้รบบรการกลุ่มต่าง ๆ ได้อย่างมีประสทธภาพ










และประสทธผลสงสด โดยมบรการประชาชนในด้านการขนส่งทางนํ าใสส่วนของกรมเจ้าท่าผ่านระบบ
อเล็กทรอนกส์ บรการ ได้แก่










- ด้านทะเบยนเรอ ได้แก่ จดทะเบยนเรอใหม่ , ต่ออายุใบอนญาตใช้เรอ , งานนตกรรม (แก้

กรรมสทธ , โอนกรรมสทธ , ขายฝากเรอ , จํานองเรอไทย , โอนสทธการรบจํานอง , จํานอง พรบ. , ไถ่ถอน









จํานอง , แก้ไขข้อความในสัญญา , เพิ มวงเงนจํานอง

- ด้านตรวจเรอ ได้แก่ ออกใบรับรองการตรวจเรอ (ตรวจเรอครั งแรก , การต่ออายุ, (ธรรมดา ,






เปลยนแปลงรายการสําคัญ , เปลยนแปลงรายการไมสําคัญ ) , รับรองตามอนสัญญาระหว่างประเทศ) , ตรวจ




แบบเรอ , ขอรับรองสถานบรการตรวจสอบและบํารงรักษาอุปกรณ์ประจําเรอ





- ด้านคนประจําเรอ ได้แก่ การขอทดสอบความร้ผู้ทําการในเรอ , การขอออกหนังสอคนประจําเรอ







สัญญาคนประจําเรอ (การจัดทําสัญญาคนประจําเรอ , การเปลยนแปลงคนประจําเรอ , การต่ออายุสัญญาคน










ประจําเรอ (คร. ) , การแจ้งปฏบัตงานในเรอ (แจ้งลงและข นจากเรอเพอรับรองระยะเวลาการปฏบัตงานใน


เรอ))



- ด้านจดทะเบยนผู้ประกอบการพาณชยนาวี ได้แก่ การจดทะเบยนเปนผู้ประกอบการขนส่งทางทะเล


และผู้ประกอบกิจการอู่เรอ , การขออนญาตประกอบกิจการท่าเรอเดนทะเล ตามประกาศของคณะปฏวัต ิ







ฉบับท , การจดทะเบยนเปนผู้ประกอบการขนส่งต่อเนองหลายรปแบบ






17





4.2 การบรการตรวจการขนสงทางนํ า ออกปฏบัติการตรวจความปลอดภัยในการสญจรทางนํ า







ในพ นทรบผิดชอบ บรเวณแสมสาร


โดยตรวจสอบ คณสมบัตผู้ทําการในเรอ สภาพความปลอดภัยตัวเรอ เอกสารประจําเรอ อุปกรณ์เพือ









ความปลอดภัยประจําเรอว่ามครบถ้วนแล้วอยู่ในสภาพดีหรอไม่ รวมถงกฎหมายอ นทเกี ยวข้องกับเจ้าหน้าท ี









ทร่วมปฏบัตการ ทั งน ยังได้ ตดตามมาตรการด้านสาธารณะสขในการปองกันโรคตดต่อจากเช อไวรสโคโร













นา (โควิด -19) ในระยะผ่อนปรน ซงได้รบความร่วมมอจากผู้ประกอบการเรอ และนักท่องเทยวเปนอย่างด ี
รวมถงกํากับ ดแลควบคมการเดินเรอในบรเวณดังกล่าว โดยกําชับและตรวจสอบการสวมใส่เส อชชพของ









นักท่องเทยวขณะเดนทางทางนํ า



4.3 ดําเนนการจัดฝกอบรมใหความรูแกผูทําการในเรอเขตพ นที เมองพัทยาเกี ยวกับการเดินเรอ
















เพอความปลอดภัย และตลอดจนทบทวนระเบียบ ขอกฎหมายในสวนท เกียวของจักตอง


ปฏบัติ




สํานักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยาดําเนนการจัดฝกอบรมให้ความรแก่ผู้ทําการในเรอเขตพื นทเมอง









พัทยา โดยวิทยากรจากเจ้าท่า และทมงานเมืองพัทยา เพือทบทวนความรเกี ยวกับการเดนเรอเพือความ








ปลอดภัย และตลอดจนทบทวนระเบยบ ข้อกฎหมายในส่วนทเกี ยวข้องจักต้องปฏบัต ิ

18


.รูปแบบการบรหารงาน/เทคนคการบรหารงาน



. นโยบายกรม


วิสัยทัศน์ “ พัฒนาระบบขนส่งทางนํ าอย่างเชอมโยง มีมาตรฐาน เพอให้เกิดความสะดวก ปลอดภัย และ




เพิ มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ ”
5.2 พันธกิจ







กํากับดแล การส่งเสรมการพัฒนาระบบการขนส่งทางนํ าและการพาณชยนาวีให้มการเชอมต่อกับ



ระบบการขนส่งอืนๆ ทั งการขนส่งผู้โดยสาร และสนค้า ท่าเรอ อู่เรอ กองเรอไทย และกิจการเกี ยวเนอง





เพือให้ประชาชนได้รบความสะดวก รวดเรว ทั วถง และปลอดภัย ตลอดจนการสนับสนนภาคการส่งออกให้






มความเข้มแข็ง โดยมอํานาจหน้าท ดังน ี


1) ดําเนนการตามกฎหมายว่าด้วยการเดนเรอในน่านนํ าไทย กฎหมายว่าด้วยเรอไทย กฎหมายว่าด้วย









การปองกันเรอโดนกัน กฎหมายว่าด้วยการส่งเสรมการพาณชยนาว กฎหมายว่าด้วยการขนส่ง




ต่อเนองหลายรปแบบ และกฎหมายอนทเกี ยวข้อง




2) ศกษาและวิเคราะห์เพอพัฒนาโครงสร้างพื นฐานการขนส่งทางนํ า





3) ส่งเสรมและพัฒนาเครอข่ายระบบการขนส่งทางนํ าและการพาณชยนาว ี

4) ดําเนนการจัดระเบยบการขนส่งทางนํ าและกิจการพาณชยนาวี



5) รวมมอและประสานงานกับองค์การและหนวยงานท เกยวข้องทั งในประเทศและตางประเทศในด้าน







การขนส่งทางนํ า การพาณชยนาวี และในส่วนทเกี ยวกับอนสัญญาและความตกลงระหว่างประเทศ











6) ปฏบัติการอนใดตามทกฎหมายกําหนดให้เปนอํานาจหน้าทของกรมหรอตามทรัฐมนตร หรอ





คณะรัฐมนตรมอบหมาย



ค่านยมของกรมเจ้าท่า คือ MARINE ได้แก่

1) M Morality ( คณธรรม )
2) A Accountability ( การตรวจสอบได้ )

3) R Responsibility ( ความรบผิดชอบ )

19



4) I Innovation ( นวัตกรรม )

5) N Networking ( การสร้างเครอข่าย )

6) E Effectiveness ( ม่งผลสัมฤทธ )







5.3 วัฒนธรรมองค์กร





เจ้าท่ามีความม่งมั น ร่วมแรงร่วมใจ ใฝเรยนร อยู่คู่คุณธรรม






แลกเปลยน เรยนร้ ร่วมมอ ร่วมแรง แข็งขันทํางาน

. ยุทธศาสตรของกรมเจ้าท่า


1. มโครงสรางพื นฐานและบรการด้านการคมนาคมขนส่งทางนํ าทมคุณภาพและเปนไปตาม






มาตรฐาน



2. ระบบการขนส่งทางนํ ามมาตรฐานและมการกํากับดูแลให้มความปลอดภัย และมั นคง

3. ระบบขนส่งทางนํ าและพาณชยนาวีมประสทธภาพ









4. มระบบทสนับสนนให้มการบรหารนโยบายและยุทธศาสตรไปส่การปฏบัต ิ




5.5 เปาหมายการให้บรการกรมเจ้าท่า


1. พัฒนาและบํารงรกษาโครงสรางพื นฐานและบรการ มความสะดวกและปลอดภัย





2. กํากับ ดูแล และให้บรการเพอให้เกิดความสะดวก และปลอดภัย



3. ผลตและพัฒนาบุคลากร เพอรองรบกิจการพาณชยนาวี









4. กํากับดแลการขนส่งทางนํ าเพอสนับสนนการจัดการปญหาแรงงานต่างด้าวและค้ามนษย์




5. มกลไกทส่งเสรมและสนับสนนให้ยุทธศาสตรขับเคล อนได้






20






กรมเจ้าท่าได้มนโยบายการปฏบัตงานในปงบประมาณ โดยมุ่งเน้นในการส่งเสรมการพัฒนาระบบการ






ขนส่งทางนํ าและการพาณชยนาวีให้มการเชอมต่อกับระบบการขนส่งอืนๆ ทั งการขนส่งผู้โดยสาร และ



สนค้า ท่าเรอ อู่เรอ กองเรอไทยและกิจการเกี ยวเนอง เพือให้ประชาชนได้รบความสะดวก รวดเรว ทั วถงและ








ปลอดภัย ตลอดจนการสนับสนนภาคการส่งออกให้มความ










เข้มแข็ง รวมถงการช่วยรกษาสภาพทางชลศาสตรทช่วยบรรเทาปญหาอุทกภัยและภัยแล้งได้อกทางหนงและ

นโยบายทสําคัญทต้องดําเนนการผลักดัน และขับเคลอนให้สามารถสําเรจได้ตามวัตถประสงค์ โดยคํานงถง

















ประชาชนหรอผู้รบบรการ รวมทั งผู้มส่วนได้-ส่วนเสยเปนหลักทั งมตด้านประสทธภาพและประสทธผล






ขององค์กร คอ




1) การบรหารงานบุคคล เปนกลไกสําคัญในการขับเคลอนบคลากรให้สามารถปฏบัตงานได้อย่างม ี










ประสทธภาพ โดยมแนวทางการดําเนนงาน เช่น - การเลอนระดับให้ดําเนนการตามหลักธรรมาภ ิ

บาล กระบวนการในการพิจารณามความชัดเจนโปร่งใส สร้างกลไกการคัดเลอกให้สามารถวัดผล





ได้ โดยให้คํานงถงประสทธภาพ/ประสทธผลเปนสําคัญ




 เร่งตรวจสอบอัตราว่าง และดําเนินการบรรจุให้เต็ม จัดทําเส้นทางความก้าวหน้าในสายงาน (Career



Path) เพอสรางขวัญและกําลังใจให้บคลากร

 งานวินัย เร่งดําเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว กรณีหากไม่มีมูล/ข้อมูลไม่ชัดเจน ให้ยุติ กรณีที มีมูล
ความผิดทชัดเจน ให้ดําเนนการลงโทษ



 ให้ อ.ก.พ. กรมเจ้าท่าเป็นกลไกในการบริหารงานบุคคล โดยให้จัดการประชุม 2 เดือนครั ง
การพัฒนาบคลากร เรงรดดําเนนการอบรมให้ความรผ้ทําการในสวนภมภาค ในเรองของการออกคําสั งทาง



















ปกครอง เพอปองกันการดําเนนการผิดขั นตอน หรอใช้ฐานอํานาจไมถกต้อง






2) การบรหารงบประมาณให้มประสทธภาพ มแนวทางดําเนนการ เช่น






 การมอบอํานาจในการจัดซ อ-จัดจ้าง เพอให้ความคล่องตัวเพิ มประสทธภาพในการเบกจ่าย






ให้ทกหน่วยดําเนนการให้ถกต้องมความโปร่งใสให้หารอร่วมกับกองคลัง และฝายพัสดุ


21





 ให้เร่งรดการเบกจ่ายงบประมาณทค้างอยู่ (งบประมาณ 2559-2560) และทุกหน่วยงานทม ี



งบลงทุน งบประมาณ 2561 ให้เร่งรัดดําเนนการและผูกพันสัญญาให้ได้ภายใน 31 ธันวาคม

2560

 เงนกองทุน, เงนนอกงบประมาณ ให้พจารณากําหนดเกณฑ์และกลไกในการเบกจ่าย อาจ












ดําเนนการในรปของคณะกรรมการ โดยมอธบดกรมเจ้าท่าหรอรองอธบดกรมเจ้าท่าเปน





ประธาน หน่วยงานทีเกี ยวข้อง และกองคลังเปนกรรมการ เพือร่วมพจารณาการเบกจ่าย

สําหรบการใช้เงนนอกงบประมาณ เขต/สาขาทมความจําเปนต้องใช้ ให้เขยนโครงการ










 นําเสนอมา และให้มการประชมพิจารณากันเปนระยะ โดยอาจกําหนดให้มการประชมทุก

2 เดอน

 การจ้างพนักงานให้เขต/สาขา มอบกองคลังพิจารณาโอนงบประมาณค่าใช้สอบให้กับ
สํานักงาน เจ้าท่าภูมภาคทมการจ้างเหมาบรการเอกชน






3) การกํากับดแลด้านความปลอดภัยทางนํ าในส่วนกลางและภูมภาค นอกจากดําเนนการตามภารกิจ


แล้วต้องมการตดตามข่าวสารทอาจส่งผลส่งผลต่อความปลอดภัยในการเดนเรอหรอสัญจรทางนํ า










รวมถงการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รบทราบ โดยมแนวทางการให้ประชาชนเข้าถงข้อมูลใน

ด้านต่างๆ ได้อย่างรวดเรว โดยเฉพาะด้านความปลอดภัย การควบคุมเรอ การแจ้งเตอนนํ าข น-ลง







และต้องมระบบแจ้งเตอนให้ประชาชนทราบ ตลอดจนการรายงานให้ผู้บรหารทราบด้วย




4) การบรหารจัดการส งล่วงลํ าลํานํ าในส่วนกลางและภมภาคต้องกํากับดแลและพิจารณาอย่าง







รอบคอบให้เปนไปตามพระราชบัญญัตการเดนเรอในน่านนํ าไทย (ฉบับท 17) พ.ศ.2560 และท ี







เกี ยวข้อง โดยจัดให้มคู่มอหรอหลักเกณฑ์ในการดําเนนการแก้ไขปญหาส งล่วงลํ าลํานํ าทีชัดเจน






เช่น การอนญาตก่อสร้างท่าเรอต้องพจารณาทั งในส่วนของขนาดเรอทจะเทยบท่าและตัวท่าเรอให้







สอดคล้องกันด้วย ในสวนของฐานข้อมลให้นําข้อมลของกองสํารวจและสร้างแผนทมาใช้
ประโยชน์
5) การดําเนนงานตาม IUU (Illegal, Unreported and Unregulated) โดยการกํากับดแลการขนส่งทาง






นํ าเพือสนับสนนการจัดการปญหาแรงงานต่างด้าว รวมทั งการดําเนนงานเกี ยวกับการประมงผิด







กฎหมาย ให้มการดําเนนการอย่างต่อเนอง โดยทําให้วิกฤตเปนโอกาสในการพัฒนาการปฏบัตงาน



ของกรม เพื อให้มีการใช้กฎหมายอย่างถกต้องและมประสทธภาพ โดยต้องจัดเตรยมความพรอมทั ง




22

ด้านบคลากรและการจัดหา ตรวจสอบเครองมออุปกรณ์ในการใช้เพื อกํากับดแลเฝาระวังเรอเข้ามาใน







น่านนํ าไทย

6) การพัฒนาโครงสรางพื นฐานทางนํ า ยังคงดําเนนการตามแผนต่างๆ ของกระทรวงคมนาคมอย่าง








ต่อเนอง เช่น การพัฒนาท่าเรอ รวมถงการผลักดันให้มีการเปดเส้นทางการเดนเรอ Ferry ใหม่ ทั งน ี
การพัฒนาใด ๆ ให้ดําเนนการด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ หากไม่สามารถดําเนนการได้ให้ม ี










การประสานงานกับจังหวัดซงเปนเจ้าของพื นท เพือรับทราบถึงปญหาอุปสรรคทไม่สามารถ


ดําเนนการได้ เช่น กรณหลักไฟทไม่สามารถตดตั งได้ เปนต้น












7) การผลตบคลากรด้านพาณชยนาว และกิจการพาณชยนาวให้รกษามาตรฐานการเรยน/การสอนให้ด ี

และให้กํากับหลักสตรต่างๆ ให้เปนไปตามมาตรฐานกําหนด รวมถงการกําหนดมาตรการต่างๆ เพื อ




ส่งเสรมกิจการพาณชยนาวี





8) การเตรยมความพรอมสําหรับการตรวจประเมนของ IMO การค้มครองส งแวดล้อมทางทะเล โดยม ี





หลายหน่วยงานทเกี ยวข้อง ทั งน มอบสํานักมาตรฐานเรอเปนหน่วยงานหลักในการดําเนนงาน






9) ให้ความสําคัญกับการให้บรการแบบเบ็ดเสรจทจดเดยว (One stop service) และการให้บรการทาง


อเล็กทรอนกส์ (e-services )






10) การพัฒนาและปรับปรงกฎหมายต่างๆ ให้เร่งรัดกฎหมายทยังดําเนนการไม่แล้วเสรจ โดย





ดําเนนการในรปของคณะกรรมการกลั นกรองกฎหมายเพอร่วมกันพิจารณาผลกระทบในด้านต่าง ๆ

ให้ครอบคลม

11) การประชมต่างๆ ควรจัดทําข้อมูลให้พร้อม สรปประเด็นให้ชัดเจน หากมีหน่วยงานภายนอกร่วม









ประชม ควรมปายชอและขอให้ดแล ต้อนรับ และอํานวยความสะดวก เช่น ทจอดรถเพอเปน




ภาพลักษณทดของกรม



23



6. ปญหา/อุปสรรคในการบรหารงาน


จากการตรวจสอบมีประเด็นข้อตรวจพบ ดังน ี




ขอตรวจพบท 1 ระบบและอุปกรณต่างๆ ของศูนย์ควบคุมความปลอดภัยทางทะเลบางรายการยังม


คณภาพไม่เพียงพอต่อการใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ จากการตรวจสอบพบว่า อุปกรณ์และระบบต่างๆ




ของศนย์ฯ หลายรายการมคุณสมบัตไม่เปนไปตามข้อกําหนดใน TOR ขาดความเหมาะสมและความสะดวก



ในการใช้งานตามวัตถประสงค์ ตลอดจนไม่อยู่ในสภาพทพร้อมใช้งาน ดังน ี

6. 1. ระบบแผนททางทะเลแบบดจทัล มรายละเอียดไม่ครบถ้วนตามทกําหนดไว้ใน TOR ขาด











รายละเอียดจดสําคัญทางทะเลท เปนประโยชน์ต่อการบรหารจัดการระบบควบคมการจราจรและดูแลความ









ปลอดภัยทางทะเล ได้แก่ พ นทสําหรับเล่นนํ าทะเล พื นทสําหรบเล่นกีฬาทางนํ า และพื นทสําหรบจอดเรอ






และการจัดทําเส้นทางแนะนําในการเดนเรอบางเส้นทางกําหนดเข้าไปบรเวณกองหนโสโครก ซงอาจเปน




อันตรายต่อการเดินเรอ ทั งน TOR กําหนดให้เส้นทางแนะนําในการเดนเรอจะต้องเปนเส้นทางทปลอดภัย






สําหรับการเดนเรอ นอกจากนั น ระบบแผนทฯ ไม่มการเชอมโยงกับระบบต่างๆ ทเกี ยวข้อง ได้แก่ ระบบ











ตดตามเรอด้วยกล้อง Thermal และระบบควบคมวิทยุสอสารตามทกําหนดไว้ ใน TOR











6. 2 ระบบฐานข้อมลเรอโดยสารท เข้าร่วมโครงการ ไม่มการจัดทําทะเบยนเรอและบัตรประจําตัว





เจ้าหน้าทประจําเรอและไม่ปรากฏข้อมลพ นฐานของเรอและลกเรอในโปรแกรมฐานข้อมูล มเพียง









โครงสร้างฐานข้อมลเปล่า และยังพบว่าเปนโครงสรางฐานข้อมลทไม่ครบถ้วน ไม่สามารถจัดเก็บทะเบยน











เรอ บัตรประจําตัวผู้ขับเรอ บัตรประจําตัวลกเรอ และรปแบบการแต่งกายของลกเรอได้อก ทั งยังไม่มการ









เชอมโยงฐานข้อมลเรอกับโปรแกรมบรหารจัดการตรวจสอบพฤตกรรมและตรวจตราผู้ทถอดหรอไม่ใส่เส อ








ชชพขณะโดยสารเรอ ซงจะทําให้ไม่สามารถใช้เปนข้อมลสําหรบการบรหารจัดการได้อย่างมประสทธภาพ





6. 3. ระบบระบุตําแหน่งเรอโดยใช้สัญญาณ GPS ผ่านดาวเทยม และระบบสอสารจากศูนย์กลางโดย







เทคโนโลยีสอสารแบบ บรอดแบนด์ไรสาย มีคณสมบัตไม่เปนไปตามทกําหนดใน TOR ได้แก่ การระบ ุ





ตําแหน่งเรอโดยสารระบบฯ ไม่สามารถแสดงตําแหน่งเรอโดยสารได้อย่างแม่นยําและเปน เวลาจรง (Real






time) ทั งระบบแสดงผลในห้องศนย์ฯ และบนอุปกรณ์แท็บเล็ตทตดตั งบนเรอโดยสาร และระบบการแสดง




ข้อมูลและการแจ้งเตอนกรณต่างๆ มคณสมบัตไม่เปนไปตามทกําหนด ได้แก่ ระบบแจ้งขอความช่วยเหลอ








ด้วยสัญญาณ SOS ไม่สามารถแสดงตําแหน่งของเรอโดยสารทขอความ ช่วยเหลอบนแผนททางทะเลได้ ไม่







24





มการแจ้งเตอนกรณเรอโดยสารออกนอกเส้นทางการเดนเรอทกําหนดในแผนททางทะเลแบบดจทัล ไม่
















แสดงข้อมูลความเรวและทศทางของเรอโดยสารขณะกําลังวิ ง อยู่จากหน้าจอแสดงตําแหน่งในแผนททาง














ทะเลแบบดจทัล ตลอดจนไม่มระบบแจ้งเตอนกรณเรอ โดยสารหยุดน งหรอไม่เคลอนทขณะกําลังเดนทาง

หรอทํากิจกรรมต่างๆ







6.4 ระบบบรหารจัดการตรวจสอบพฤตกรรมและตรวจตราผู้ท ถอดหรอไม่ใส่เส อชชพขณะโดยสาร




เรอ การตดตั งอุปกรณ์ระบบบรหารจัดการตรวจสอบพฤตกรรมและตรวจตราผู้ทถอดหรอไม่ใส่เส อชชพ












ขณะโดยสารเรอ ยังไม่ครบถ้วน และมคุณสมบัตไม่เปนตามทกําหนด กล่าวคอ มการตดตั งกล้องโทรทัศน์







วงจรปดและอุปกรณต่างๆ บนเรอโดยสารไม่ครบถ้วนตามทกําหนด โดยมการตดตั งอุปกรณ์จํานวน 45 ลํา






แต่มีการรายงานสถานะการทํางานของอุปกรณ์ประจําเรอโดยสารครบจํานวน 50 ลํา ตามทกําหนดใน
โครงการ ทั งน กล้องทตดตั งบนเรอโดยสารบางตัวอยู่ในตําแหน่งหรอมมุมภาพท ไม่สามารถตรวจตราและ













บันทกภาพเหตุการณ์ต่างๆ บนเรอได้อย่างทั วถง เช่น มส งกีดขวางไม่สามารถมองเหนผู้โดยสารบนเรอได้




อย่างชัดเจน มมกล้องไม่ได้หันไปยังตําแหน่งที นั งหรอมผู้โดยสารอยู่บนเรอ เปนต้น ขณะเดยวกันโปรแกรม







บรหารจัดการไม่มการแจ้งเตอนกรณมผู้โดยสารไม่ใส่เส อชชพบนเรอโดยสารไม่สามารถตั งเวลาการ














ตรวจจับภาพเหตการณ และไม่มการเก็บภาพกรณตรวจจับผู้ไม่ใส่เส อชชพไว้ได้แยกไว้เปนการเฉพาะ


สําหรบอุปกรณแท็บเล็ตทตดตั งบนเรอโดยสารก็มคณสมบัตไม่เปนไปตามทกําหนดหลายประการ










6. 5 ระบบกล้อง Thermal มคุณสมบัตไม่เปนไปตามทกําหนดใน TOR กล่าวคอ ยังขาดความพรอม









ในการใช้งานและมขดความสามารถทไม่เพียงพอต่อการใช้งานตามวัตถประสงค์ของการ จัดหาระบบฯ







ได้แก่ ไม่สามารถใช้งานหรอแสดงผลภาพได้ครบทกกล้องในเวลาเดยวกัน ซงมักประสบปญหาเกี ยวกับสาย




ส่งสัญญาณทําให้ไม่สามารถส่งภาพมาท ศนย์ฯ ไม่สามารถสังเกตการณ์เรอโดยสารทเดนทางระหว่างแหลม






บาลฮายและเกาะล้านได้อย่างทั วถงและครอบคลมเส้นทางการเดนเรอ โดยสามารถตรวจจับภาพเรอโดยสาร






ได้สงสดเพยงร้อยละ 28.57 ของการเดนทาง ระบบฯ ไม่สามารถเปลยนโหมดการทํางานของเซนเซอร ์











ระหว่างภาพสและภาพ Thermal ได้โดยอัตโนมัต และไมสามารถควบคมทศทางหรอตําแหนงของมมกล้อง




โดยการปอนค่าพิกัด GPS ทําให้ไม่สะดวกต่อการใช้งาน กรณททราบพิกัด GPS ทแน่นอน




6.6 ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปดตรวจตราความเรยบรอยก่อนการลงเรอในจดรบ-ส่ง ผู้โดยสาร ยัง







มคุณสมบัตไม่เปนไปตามทกําหนดไว้ใน TOR และไม่เหมาะสมต่อการใช้งานตามวัตถประสงค์






25








6.6.1 ไม่สามารถแสดงการแจ้งเตอนหรอตั งค่าการแจ้งเตอนเหตการณ์ต่างๆ จาก กล้องบรเวณจดข น







ลงเรอได้ตามทกําหนดไว้ใน TOR ซงกําหนดให้มการออกแบบพัฒนาและเชอมต่อสัญญาณแจ้งเหตกล้อง








6.6.2 ไม่สามารถแสดงภาพได้ครบถ้วนตลอดเวลาซงมักเกิดปญหาเกี ยวกับสายนําส่งสัญญาณและ





ระบบไฟฟาไม่เสถยรทําให้ไม่สามารถส่งภาพมาทศนย์ฯ ได้




6.6.3 หน้าจอแสดงผลไม่ สามารถแสดงภาพได้อย่างต่อเนอง โดยมอาการกระตุกของภาพ



ตลอดเวลาและภาพทแสดงช้ากว่าความเปนจรง






6.6.4 มการติดตั งในตําแหน่งทมมุมภาพทับซ้อนกันโดยไม่จําเปน เช่น บรเวณหาดตา แหวนเกาะ

ล้าน เปนต้น

การทระบบและอุปกรณ์ต่างๆ ของศูนย์ฯ ไม่สามารถใช้งานได้ตามวัตถประสงค์ของการจัดหา ไม่ม ี








ประสทธภาพ มคณสมบัตไม่เปนไปตามทออกแบบไว้ ส่งผลให้ไม่สามารถนําไปใช้งานสนับสนนภารกิจ






ของศนย์ฯ ได้อย่างเหมาะสม มความเสยงทจะทําให้โครงการไม่บรรลุวัตถุประสงค์ ไม่เกิดความคุ้มค่าใน




การใช้จ่ายงบประมาณในการจัดหาอุปกรณ์และระบบต่างๆ เปนเงนกว่า 184 ล้านบาท



26




ขอตรวจพบท


ประเด็นในการพัฒนา/ปญหาอุปสรรค หน่วยงาน
รับผิดชอบ





.) การท่องเทยวด้วยเรอ มปญหาอุปสรรค ดังน ี สวศ., สลก.(ปส.)




. ท่าเทยบเรอข นลงไม่สะดวก/ไม่สวยงาม และขาดส งอํานวย ความ




สะดวกตามจด ต่าง ๆ ( เช่น จดแวะพักเตมนํ ามันทกๆ ๕ กิโลเมตร, จดพักเข้า




ห้องนํ า,จดประชาสัมพันธ์ข้อมูลการท่องเทยว )


. มส งกีดขวางอาจทําให้เกิดอันตราย เช่น มปญหาร่องนํ าต นเขน สพบ.,สวศ.







. ปญหาในการเคลอนย้ายเรอขนาดเล็ก โดยกรมฯ ควรต้องร่วมกันทํา สพว.

ข้อตกลงกับกรมกานขนส่งทางบก ในการเคล อนย้ายเรอขนาดเล็ก






. ควรมการจัดอบรมการออกใบอนญาตขับเรอ และออกใบอนญาตใน สทบ., สมร., สปว.
วันเดยว








.) การท่องเทยวทางนํ าโดยเรอเฟอรรในทะเลมข้อเสนอทจะขอรบการ สผง., สวศ.



สนับสนนจากภาครฐ คอ







. การพัฒนาการท่องเทยวในอนาคตเพอรองรบประชาคมเศรษฐกิจ

อาเซยนเช่น การท่องเทยวเชงสภาพ แบบพักผ่อนระยะยาวของผู้สงอายุ







. การบํารงรักษาร่องนํ าและความลกของหน้าท่า ให้เรอสามารถเข้าออก สพบ.


เทยบท่าได้ตลอดเวลา ทุกฤด ู





. การพิจารณาเกี ยวกับเรอโดยสารให้มอุปกรณ์ชชพให้เพยงพอต่อ สมร., สปว.


จํานวนผู้โดยสาร จภ.๑-๗

. การท่องเทยวทางนํ าโดยเรอเฟอรรในเส้นทางพัทยา ชะอํา ขอให้ สผง.






พิจารณาเส้นทาง ชะอํา-พัทยา รวมทั งการพิจารณาให้มีการทําธรกิจการค้าควบค่ ู



กับการท่องเทยว

27


7. ข้อเสนอแนะ






มข้อเสนอแนะพิจารณาดําเนนการ ดังน ี

7.1. ข้อเสนอแนะสําหรบการแก้ไขปญหาทเกิดข น







แต่งตั งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจรง เพือตรวจสอบความครบถ้วน ความถกต้อง คณสมบัต ิ







และการทํางานของระบบและอุปกรณต่างๆ และให้ดําเนนการแก้ไขให้เปนไปตามทกําหนด และมคุณภาพ





เพยงพอต่อการใช้งานตามวัตถุประสงค์การจัดหา หากไม่สามารถดําเนนการแก้ไขให้เปนไปตามทกําหนด
และให้สามารถใช้ประโยชนได้ตามวัตถุประสงค์อันก่อให้เกิดความเสยหายต่อทางราชการ ให้ตรวจสอบ


ความเสยหายและหาผู้รบผิดชอบความเสยหายดังกล่าว และดําเนนการตามระเบยบแบบแผนของเมองพัทยา






ต่อไป


7.2. ข้อเสนอแนะสําหรบการเดินเรอ
7.2.1 ให้ความสําคัญกับการจัดทําผังงานระบบ (System Flowchart) และผังงานโปรแกรม


(Program Flowchart) เพือให้ผู้ทเกี ยวข้องสามารถนําไปกําหนดรายละเอียดคณสมบัตของระบบและ



อุปกรณต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมตรงตามวัตถุประสงค์การใช้งานตลอดจนนํามาใช้ประโยชน์ในการ




กําหนดค่มอหรอแนวทางการใช้งานได้อย่างมประสทธภาพ






7.2.2 การกําหนดคณสมบัตของอุปกรณ์กล้อง Thermal สําหรบดําเนนการเพิ มเตมในอนาคต หรอ









การดําเนนอืนทมการใช้อุปกรณ์ประเภทหรอลักษณะเดยวกันควรมการกําหนดจดตดตั งและศกษา





ลักษณะทางกายภาพหรอสภาพแวดล้อมของจุดตดตั ง ก่อนกําหนดไว้ในรายละเอยดปรมาณงาน








โดยนําข้อมลทได้มาพิจารณากําหนดคุณสมบัตให้เหมาะสมต่อการใช้งาน ให้สามารถปรบได้ตาม





คณสมบัตหรอปรมาณงานทเปลยนแปลง









. การสรางมาตรฐานเรอรับจ้างนําเทยว(Tourist boat standard) นยามปฏบัตการเรอรบจ้างนําเทยว หมายถง











เรอบรรทุกผู้โดยสารทแล่นในลํานํ าหรอ ทะเลประกอบด้วย 3 ประเภท ได้แก่เรอกลลํานํ า และเรอกลเดน











ทะเลเฉพาะเขต หรอเรอโดยสาร ประเภทอน ๆ ทได้รับการจดทะเบยนให้บรรทกคนโดยสาร โดยม ี






วัตถประสงค์เพอการท่องเทยว เรอรบจ้างนําเทยว ตามมาตรฐานน แบ่งเปน 3 ขนาด ตามจํานวนการบรรทก






28



7.4 การบรหารจัดการของเสยบนเรอ





. . วิธการจัดการของเสยปนนํ ามันบนเรอ





- เรอสนค้าทกประเภทต้องมีการจัดให้มถังสําหรับสํารองตะกอนหรอกากนํ ามันไว้บนเรอ เพือ


ทําการถ่ายเททบรเวณท่าเรอได้เท่านั น (ห้ามท งตะกอนนํ ามันลงทะเล)






- สําหรับเรอทไม่ใช่เรอบรรทุกนํ ามัน สามารถตดตั งอุปกรณ์แยกนํ าปนนํ ามัน และปล่อยนํ าทม ี






ปรมาณนํ ามันเจอปนไม่เกิน ส่วนในล้านส่วนได้






- ตดตั งถังสําหรับสํารองของเสยดังกล่าวไว้บนเรอและจะถ่ายเททท่าเรอเพือทําการบําบัดต่อไป







7.3.2 วิธการจัดการของเหลวทเปนพิษบนเรอ



- ในปจจุบันยังไม่มีอุปกรณ์บําบัดของเหลวทเปนพษ แบบตดตั งบนเรอ









7.3.3 วิธการจัดการสารอันตรายทบรรจในหบห่อบนเรอ



7.3.4 วิธการจัดการนํ าเสยบนเรอ










- โดยเปนระบบบําบัดแบบถังสําเรจรปซงเปนระบบบําบัดนํ าเสยทางชวภาพ (Biological




Treatment Plant) เรอสามารถปล่อยนํ าเสยทผ่านการบําบัดแล้ว ในระยะทเรออยู่ห่างจากแผ่นดนทใกล้ทสด

















มากกว่า ไมล์ทะเล และสําหรับเรอทไม่ได้ตดตั งระบบฆ่าเช อโรคในนํ าเสยบนเรอ จะสามารถปล่อยนํ าเสย




ลงทะเลได้เมอเรออยู่หางจากแผ่นดนทใกล้ทสดมากกว่า 12 ไมล์ทะเล โดยนํ าเสยทเก็บกักไว้นั น จะปล่อยลง












ส่ทะเลในขณะทเรอนั นกําลังเดนอยู่ในเส้นทางการเดนเรอด้วยความเรวไม่น้อยกว่า นอต (knots)







29



7.3.5 วิธการจัดการขยะบนเรอ



- การจัดการขยะบนเรอในปจจบันจะแยกตามชนดของขยะ ได้แก่ ขยะประเภทกระดาษ, เศษ







กระจก, กระปอง, เศษไม้ โดยส่วนใหญ่มักถกเก็บรวบรวมในถังรองรบขยะหรอถุงพลาสตกและนํามาท งท ี





ท่าเรอ หรอในเรอบางลําทมเครองอัดขยะ (Garbage compactor) สามารถย่อยเศษอาหารก่อนทจะนําท งกลาง







ทะเล โดยจดทสามารถท งขยะต้องมระยะห่างจากฝ งทะเล









.สรป







กรมเจ่าท่าพัทยา เปนสํานักงานทดําเนนการกฎหมายว่าด้วยการเดนเรอในน่านนํ าไทย กฎหมายว่า





ด้วยเรอไทย กฎหมายว่าด้วยการ ปองกันเรอโดนกัน กฎหมายว่าด้วยการส่งเสรมการพาณชยนาวี กฎหมาย
ว่าด้วยการขนส่งต่อเนองหลายรปแบบ และกฎหมายอนทเกี ยวข้องตามทได้รบมอบหมายในเขตพื นทท ี














อธบดกําหนดปฏบัตงานร่วมกับหรอสนับสนนการปฏบัตงานของหน่วยงานอนทเกี ยวข้อง หรอทได้รับ
















มอบหมาย และกํากับดแล การส่งเสรมการพัฒนาระบบการขนส่งทางนํ าและการพาณชยนาวีให้มการ




เชอมต่อกับระบบการขนส่งอืนๆ ทั งการขนส่งผู้โดยสาร และสนค้า ท่าเรอ อู่เรอ กองเรอไทย และกิจการ






เกี ยวเนอง เพือให้ประชาชนได้รบความสะดวก รวดเรว ทั วถง และปลอดภัย ตลอดจนการสนับสนนภาคการ








ส่งออกให้มความเข้มแข็ง ให้ความสําคัญกับการพัฒนาโครงสร้างส งอํานวยความสะดวกพื นฐานทั งเพือการ
ขนส่งสนค้าและผู้โดยสารให้มีการกระจายบรการพ นฐานให้ทั วถงและเพียงพอ นําไปส่การกระจายความ





เจรญไปส่ส่วนภูมภาคและสร้างโอกาสให้กับประชาชนทกระดับในสังคม อันเปนการยกระดับคุณภาพชวิต












ของประชาชนตลอดจนเปนการส่งเสรมสนับสนนการท่องเทยวทางนํ า ตลอดจนให้บรการด้าน




ประชาสัมพันธเกี ยวกับการตดต่อต้อนรับความสะดวกแก่ผู้มาตดต่อแจกจ่ายข่าวสารสํารวจรวบรวมข้อมล



ข่าวสารต่างๆจัดทําข่าวเอกสารความรเพอใช้ในการประชาสัมพันธในรปแบบต่างๆช แจงตอบปญหาข้อข้อง







ใจให้คําแนะนําเกี ยวกับงานหรอการปฏบัตงานของหน่วยงาน เปนต้นดแลและประสานงานกับผู้เช่าเวลา











ของสถานวิทยุกระจายเสยง (สจท. ๑) เกี ยวกับการดําและระเบยบข้อบังคับทเกี ยวข้องปฏบัตงานอนท ี



เกี ยวข้องหรอตามทผู้บังคับบัญชามอบหมายต่างๆ


30


แหล่งอ้างอง





1. https://www.google.com/สํานักงานเจ้าท่าภูมภาคสาขาพัทยา , สบค้นวันท

ตลาคม





2. https://www.md.go.th/khet /สํานักงานเจ้าท่าภูมภาคท , สบค้นวันท


ตลาคม

3. https://www.md.go.th//ข้อมูลกรม/แผนงานผลดําเนนโครงการ/แผน




ยุทธศาสตร/แผนยุทธศาสตรและแผนปฏบัตการกรมเจ้าท่า.pdf , สบค้นวันท




ตลาคม


Click to View FlipBook Version