The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ลอตเตอรี่ไทย กับการสร้างโอกาสทางการศึกษา (Lotteries and Educational Opportunities for Thailand)

โดย วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by paporn, 2021-11-26 05:01:18

ลอตเตอรี่ไทย กับการสร้างโอกาสทางการศึกษา (Lotteries and Educational Opportunities for Thailand)

ลอตเตอรี่ไทย กับการสร้างโอกาสทางการศึกษา (Lotteries and Educational Opportunities for Thailand)

โดย วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น

Keywords: ลอตเตอรี่ไทย,ลอตเตอรี่,ารสร้างโอกาสทางการศึกษา,โอกาสทางการศึกษา,Lotteries,Educational,Opportunities,Thailand,มหาวิทยาลัยขอนแก่น

หน้า 20

ถอดบทเรียน

เม่ือสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกาก้าวเข้าสู่ยุคถดถอย
ทางเศรษฐกิจ (Economic Recession) รัฐบาลของมลรัฐต่าง ๆ จาเป็นต้องกลับไปสู่
การพึ่งพารายได้จากธุรกิจการเส่ียงโชค โดยเฉพาะ 9 มลรัฐในเขตทางภาคใต้ของ
ประเทศ อันได้แก่ Virginia, Tennessee, North Carolina, South Carolina,
Georgia, Mississippi, Alabama, Louisiana, และ Florida ในท้ัง 9 มลรัฐนี้มีมลรัฐ
จอร์เจียที่ถือเป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของมลรัฐทางภาคใต้
นับต้ังแต่ช่วงยุคสงครามกลางเมืองของประเทศสหรัฐอเมริกา (ค.ศ. 1861-1865) แต่
ทวา่ ในชว่ งตน้ ทศวรรษที่ 1990s มลรัฐจอร์เจีย กลับกลายเป็นหน่ึงในมลรัฐที่ประสบกับ
ปัญหาคุณภาพการศึกษาต่าอย่างร้ายแรง ข้อมูลทางสถิติพบว่ามีผู้สาเร็จการศึกษาระดับ
มธั ยมศกึ ษาตอนปลายเพียงรอ้ ยละ 48 ท่ตี ดั สนิ ใจศึกษาต่อในมหาวทิ ยาลัย นอกจากน้ียัง
พบด้วยว่ามีประชากรจานวนมากถึง 136,000 คนที่ไม่สาเร็จการศึกษาในระดับ
ประถมศกึ ษา (Berman and Jones, 2012) รัฐบาลของมลรัฐตระหนักในสภาพปัญหา
ดังกลา่ วเป็นอย่างดี แต่ทว่าด้วยสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจที่หดตัวทาให้งบประมาณของ
มลรัฐมีไม่เพียงพอท่ีจะสามารถทาการปฏิรูประบบการศึกษาของมลรัฐ และในระหว่าง
การรณรงค์เลือกต้ังผู้ว่าการมลรัฐในปี 1992 ได้มีข้อเสนอให้มลรัฐจัดจาหน่ายสลากกิน
แบง่ รฐั บาลข้ึนเพ่อื นารายไดม้ าสนับสนนุ กระบวนการปฏริ ูป แต่ทวา่ ข้อเสนอดงั กลา่ วก็ก่อ
ให้ความขดั แย้งทางการเมอื งในระดบั มลรัฐระหวา่ งกล่มุ สหภาพครูและผู้ปกครองกับกลุ่ม
องค์กรทางศาสนาและสมาพันธ์สัตบุรุษ หรือ สมาพันธ์กรรมการวัดทางพระคริสต์-
ศาสนา (Parishioners’ Association) โดยกลุ่มสหภาพครูและผู้ปกครองเล็งเห็นว่า
รายได้จากการจัดจาหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลจะเป็นแหล่งงบประมาณท่ีสาคัญสาหรับ
การพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาทกุ ระดบั ซ่งึ เป็นแนวคิดทไี่ ด้รับการต่อต้านอย่างรุนแรงจาก
คริสต์ศาสนิกชนและสมาชิกองค์กรศาสนาซึ่งกังวลว่า การจัดจาหน่ายสลากกินแบ่ง
รัฐบาลของมลรฐั จะเปน็ การมอมเมาประชาชนและทาใหป้ ระชาชนเสพติดการพนันจนไม่
ประกอบสมั มาชพี ดังน้ัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหามลรัฐจอร์เจียได้มีมติผ่านกฎหมายกองทุน
สลากเพ่ือการศึกษาข้ึนมาเพื่อกากับดูแลการจาหน่ายสลากและกาหนดให้รัฐบาลมลรัฐ
จอรเ์ จยี ต้องนาเงนิ รายได้จากการจาหนา่ ยสลากไปใช้สอยในงานดา้ นการศึกษาเท่าน้ัน

หหนา้ า 1| 1

วิสยั ทศั นท์ างการศกึ ษาของไทย: มองสอู่ นาคต
(An Educational Vision for Thailand: Looking to the future)

รองศาสตราจารย์ ดร. กติ ตชิ ัย ไตรรตั นศิรชิ ยั
อธกิ ารบดีมหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น

เป็นท่ียอมรับกันท่ัวไปว่า การศึกษาคือพื้นฐานของความม่ังค่ังและความก้าวหน้า
ของชาติ จากการศึกษาวิจัยของ Peter Drucker และนักวิชาการต่าง ๆ หลายท่านพบว่า
ประเทศต่าง ๆ ในปัจจุบันที่มีขีดระดับการพัฒนาสูงและมีความม่ังคั่ง ทุกประเทศล้วน
แลว้ แตม่ ีการลงทุนทางดา้ นการพัฒนาการศึกษามาเป็นระยะเวลาอนั ยาวนานก่อนที่ประเทศ
จะมีระบบเศรษฐกิจสังคม และการเมืองท่ีเขม้ แข็ง ดังทีเ่ หน็ อยใู่ นปจั จบุ นั

การศึกษาถือว่าเป็นกระบวนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยตรง ส่งผลให้
ประชากรของประเทศไดร้ ับการปลกู ฝังและถา่ ยทอดคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม รวมทั้งค่านยิ มที่
ดีจากคนรุ่นหน่ึงไปสู่อีกรุ่นหน่ึง จนเกิดเป็นวัฒนธรรมท่ีดีงาม ประชาชนมีความซื่อสัตย์
สุจริต มีความขยันหมั่นเพียร อดทน ตรงต่อเวลา มีระเบียบวินัย ประหยัด เคารพในตัวผู้
อาวุโส มีความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ ส่งผลให้เกิดความเข้มแข็งของสังคม อัน
เป็นพ้ืนฐานของระบบเศรษฐกิจบนพื้นฐานของวัฒนธรรมและบนพ้ืนฐานของความรู้ควบคู่
ไปกับระบบการเมืองที่เข้มแข็งและเป็นประชาธิปไตยท่ียึดถือเอาผลประโยชน์ของประเทศ
และประชาชนในชาติเป็นหลัก นักวิชาการและผู้นาของทุกประเทศจึงให้ความสาคัญกับ
การศึกษาของชาติมาโดยตลอด ท้ังนี้เพราะถือว่าความสาเร็จหรือผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษา
คอื ตวั ชี้วัดคณุ ภาพการศึกษาอนั เปน็ ฐานรากและเป็นอนาคตของชาติ

โดยทวั่ ไปแล้ว เมือ่ เรากลา่ วถึงผลสมั ฤทธทิ์ ่พี งึ ประสงคท์ างดา้ นการศึกษา เรามกั จะ
นึกถึงทักษะและองค์ความรู้ที่ติดตัวผู้เรียนภายหลังจากสาเร็จการศึกษา แต่แท้ท่ีจริงแล้ว มี
ผลสัมฤทธิ์ด้านอ่ืน ๆ ที่เราจาเป็นต้องปลูกฝังในตัวผู้เรียน ได้แก่ คุณธรรม จริยธรรม
วัฒนธรรม ความสามารถในการคิดวิเคราะห์เพื่อหาคาตอบท่ีถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อ
สังคม ซึ่งเป็นตัวสะท้อนความสามารถในการเข้าสังคม การเป็นพลเมืองท่ีดี และความเป็น
“ผู้ประกอบการ” ตามเป้าหมายยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 (พ.ศ.
2552-2561) ซึ่งสอดคล้องกับคุณลักษณะของพลเมืองในศตวรรษท่ี 21 ท่ีมุ่งให้ทรัพยากร

หนา้ 2
มนุษย์มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล ใฝ่รู้ รักการอ่าน แสวงหาความรู้อย่างต่อเน่ือง
มีสานกั ในความเป็นพลเมอื งทีด่ ี คดิ เปน็ ทาเป็น แก้ปัญหาได้ มีทกั ษะดา้ นเทคโนโลยีเพยี งพอ
ต่อการส่อื สาร มีความคิดสรา้ งสรรค์และพร้อมท่ีจะทางานทกุ แห่งในโลก

ในการวิเคราะห์คุณภาพการศึกษาไทย จากการจัดอันดับโดย World
Competitiveness Yearbook 2011 จะพบว่า คุณภาพการศึกษาของไทยอยู่ในลาดับ
ท้าย ๆ ของโลก คอื อันดับที่ 51 จาก 59 ประเทศ และในกลุ่มประเทศอาเซียนเอง คุณภาพ
การศกึ ษาของประเทศไทยอย่อู นั ดับ 8 จาก 10 ประเทศ นอกจากน้นั ยังพบวา่ ประเทศไทย
ยังมีอัตราการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาไม่สูงนักคือ ต่ากว่าร้อยละ 50 ของผู้ที่จบช้ัน
มัธยมศกึ ษา ส่งผลให้มีเพียงร้อยละ 18 ของประชากรท่ีมีอายุ 25-34 ปีท่ีจบระดับอุดมศึกษา
ท้ัง ๆ ท่ีประเทศไทยใช้งบประมาณปีละ 521,233 ล้านบาท เพ่ือการศึกษาหรือประมาณ
เกือบร้อยละ 30 ของงบประมาณรายจ่ายประจาปีของรัฐ ซ่ึงตัวเลขสัดส่วนของงบประมาณ
รายจ่ายนี้ นับได้ว่าเป็นอันดับ 1 ของโลก แต่อย่างไรก็ตามเม่ือดูสัดส่วนของงบประมาณทาง
การศกึ ษาโดยเทียบกับ GDP ของประเทศ ซึ่งจะเป็นตัววัดพันธสัญญาเชิงนโยบายของรัฐบาลท่ีมี
ตอ่ การพฒั นาการศกึ ษาได้ดกี วา่ ตัวเลขสดั ส่วนของงบประมาณรายจ่ายที่จัดสรรให้แก่หน่วยงานท่ี
เกย่ี วขอ้ งกบั การศกึ ษาของรฐั ทาใหเ้ ราเห็นได้ว่า รฐั บาลทกุ รัฐบาลท่ีผ่านมาให้ความสนใจหรือให้
ความสาคัญ แก่การศึกษาไม่มากเท่าท่ีควร กล่าวคือ ประเทศไทยได้ใช้เงินเพ่ือการศึกษาเพียง
4.1% ของ GDP ของประเทศ จัดอย่ใู นอันดับท่ี 114 ของโลก ซึ่งถอื ได้วา่ ต่าเป็นอันดับท้าย ๆ ของ
ประเทศตา่ ง ๆ ในโลก และแน่นอนทีเดยี วตวั เลขนยี้ อ่ มต่ากว่าหลายประเทศในอาเซียน

เมื่อมาพิจารณารายละเอียดของการใช้จ่ายเงินงบประมาณทางด้านการศึกษาจะ
เหน็ ไดว้ ่า งบประมาณท่จี ัดสรรผ่านกระทรวงและหน่วยงานทางการศึกษา โดยเฉลี่ยร้อยละ
49 ได้ใช้จ่ายเป็นเงินเดือนและค่าตอบแทน ร้อยละ 23 เป็นวัสดุ ครุภัณฑ์ ส่ิงก่อสร้าง และ
อื่นๆ ร้อยละ 13 เป็นงบบริหารจัดการ ร้อยละ 8 เป็นทุนกู้ยืมเพ่ือการศึกษา ร้อยละ 4
เป็นงบพฒั นาผสู้ อนและผู้เรียน และร้อยละ 3 เป็นงบพฒั นาสอ่ื การเรียนการสอน

เม่ือเราหันมาดูว่า เกิดอะไรข้ึนกับระบบการศึกษาของเราโดยมองไปท่ีสถานที่ท่ี
ผปู้ กครองฝากอนาคตของลกู ไวค้ ือ โรงเรยี นหรือสถานศึกษาตา่ ง ๆ เราเหน็ ได้ว่า เมอื่ เปรียบเทียบ
กันในประเทศอน่ื ๆ เดก็ นักเรียนไทยต้องใชช้ ีวติ ในแตล่ ะวันยาวนานมากอยู่ในสถานศึกษา ถา้ มอง
ในแง่ดีก็ต้องมองว่า ประเทศไทยให้เด็กเรียนหนังสือ หรืออยู่ในโรงเรียนเป็นเวลาในแต่ละวัน
ยาวนานเปน็ อนั ดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งสูงกว่าประเทศแคนาดา และสหรัฐอเมรกิ า ถึง 5 เทา่

หหน้าน้ า19| 2
ในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทย
รฐั บาลจะตอ้ งเร่งทาความเข้าใจกับสาธารณชนเพ่ือใหป้ ระชาชนตระหนกั ในปญั หาความด้อย
คุณภาพการศึกษาของประเทศไทย ซึ่งเป็นปัญหาวิกฤตของชาติท่ีจะส่งกระทบต่อการ
พัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของประเทศการจัดเก็บภาษีเพ่ิมเพ่ือนาเงินมาพัฒนา
คณุ ภาพการศึกษาของไทยไม่ใช่หนทางท่ีเป็นไปได้ในทางการบริหารและโดยมองจากระบบ
การจัดสรรงบประมาณที่เป็นอยู่ในขณะนี้ หนทางหน่ึงท่ีเป็นไปได้คือ เม่ือประชาชนได้ใช้
จ่ายเงินไปแล้วในการซ้ือหวยใต้ดิน รัฐบาลจึงควรนาหวยใต้ดินขึ้นมาอยู่บนดิน หรือรัฐ
อาจจะออกผลิตภัณฑส์ ลากใหม่ ๆ เช่น หวยออนไลน์ หรือสลากขดู ลอก รู้ผลทันที การออก
หวยออนไลน์จะชว่ ยใหเ้ ราดดู ซึมซบั เงนิ สว่ นเกนิ จากการขายสลากกินแบ่งเกินราคา ซ่ึงคาด
ว่า รัฐจะสามารถหาเงินได้ถึงปีละไม่ต่ากว่า 30,000 ล้านบาทในระยะปีแรก แต่ในปีต่อ ๆ
ไปคาดว่าด้วยวิธีการตลาดที่พัฒนาข้ึนและการเข้าถึงประชาชนมากขึ้นจะทาให้ได้ยอดขาย
เพิม่ มากขึ้นเร่ือย ๆ จนถงึ ปีละประมาณไม่ต่ากว่า 1 แสนล้านบาท หากรัฐบาลยังใช้รูปแบบ
การจดั สรรผลประโยชน์ และกาไรตามโครงสรา้ งของสลากกนิ แบง่ ของรฐั บาล คือร้อยละ 60
จา่ ยเป็นเงนิ รางวลั แกผ่ ซู้ ้อื ขณะเดียวกันในระบบใหม่นีเ้ ราสามารถนาเงนิ รางวัลที่ไม่มีผู้ถูกใน
แต่ละงวดไปสะสมงวดต่อ ๆ ไปก็จะทาให้สามารถดึงดูดให้ประชาชนเลิกนิยมสลากกินแบ่ง
ของรฐั บาล หันมาซ้อื หวยออนไลนแ์ ทน ขณะเดียวกันรัฐอาจจะยังคงสามารถกาหนดวงเงิน
เข้าคลังไว้ท่ีเป็นจานวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 28 ของเงินจากรายได้จากการขายสลากกินแบ่ง
ของรัฐบาลเช่นเดิม แต่ในกรณีท่ีรัฐบาลมีรายได้จากการขายสลากกินแบ่งลดลง รัฐก็ยังคง
สามารถใชเ้ งนิ รายไดจ้ ากหวยออนไลน์มาทดแทนรายได้ของรัฐในส่วนที่ขาดไปจากยอดการ
ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลท่ีคาดว่าจะลดลง ข้อมูลที่ได้จากการสารวจของเราทาให้เรา
มั่นใจว่า ประชาชนจะนิยมหวยออนไลน์มากกว่าสลากกินแบ่งของรัฐบาลในรูปแบบเดิม ๆ
ท่ผี ลิตอยอู่ ย่างแน่นอน เราเสนอใหม้ ีการกาหนดไว้ในกฎหมายว่า ไม่ต่ากว่าร้อยละ 10 ของ
รายได้จากหวยออนไลน์ ต้องถูกนาเข้ากองทุนพัฒนา และยกระดับคุณภาพการศึกษาของ
ประเทศ ซึ่งในเร่ืองนี้ประเทศไทยสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ในการพัฒนาและ
ยกระดับคณุ ภาพการศึกษาของประเทศสหรฐั อเมรกิ า อย่างไรก็ตามประเทศไทยจะพบกับ
แรงต่อต้านจากผูส้ ูญเสยี ผลประโยชนห์ รือจากผู้ท่ีเคยได้โควต้าสลากกินแบ่งของรฐั บาลและผู้
ที่เป็นเจ้ามือหวยใต้ดินอย่างแน่นอนเช่นกัน คาถามที่ฝากไว้คือ เราคนไทยควรจะนาเอา
อนาคตของชาตมิ าเส่ยี ง โดยปลอ่ ยสถานการณไ์ วเ้ ช่นน้ตี ลอดไปหรอื ?

หนา้ 4
เราจะต้องปฏิรูปการศึกษาของชาตเิ พอื่ ความมงั่ คั่งและความผาสุกของพวกเราทุกคน เราจะ
มองไปท่ีใด เราจะสามารถใช้ประสบการณ์ของประเทศสหรัฐอเมริกามาใช้ในการจัดในการ
จดั ตั้งกองทุนและออกกฎหมายเฉพาะเพอ่ื ใชใ้ นการพฒั นาการศึกษาไดห้ รือไมแ่ ละอย่างไร

หหนา้ น้ า17| 3
6 ประเภทนว้ี ่าเปน็ การพนันหรือการเส่ียงโชค ผลที่ได้จากการสารวจชี้ให้เห็นว่า ในภาพรวม
ของทั้งประเทศ ประชาชนคนไทยส่วนใหญม่ องวา่ เกมการพนันตา่ ง ๆ เปน็ การเสยี่ งโชค โดยที่
ประชาชนเกอื บทกุ คน (99.2%) มองว่าการซือ้ สลากกินแบง่ รัฐบาลเป็นการเส่ียงโชค มากกว่า
ร้อยละ 92 มองว่าการเล่นการพนันในบ่อนเป็นการเสี่ยงโชค รองลงมาได้แก่ การพนันบอล
(76%) และหวยใต้ดนิ (74%) ส่วนการพนันมวย (68%) และการพนันม้าแข่ง (55%) จะมี
ผู้มองว่าเป็นการเส่ียงโชคต่ากว่าการพนันทุกด้าน ด้วยทัศนคติและมุมมองว่าการเล่นการ
พนันทุกประเภทน้ัน แท้ที่จริงเป็นเครื่องมือที่จะใช้ในการทดสอบดวงชะตาชีวิตและวาสนา
ของตน คนไทยในภาพรวมจึงมีพฤติกรรมในการเส่ียงโชคสูงมาก จากข้อมูลท่ีเรามีอยู่
ชี้ให้เหน็ วา่ ประชาชนคนไทยส่วนใหญน่ ยิ มเส่ียงโชคด้วยวิธีการหลัก 2 วิธี คือ การซื้อสลากกิน
แบง่ รัฐบาล และหวยใต้ดิน มากกวา่ รอ้ ยละ 61 ของประชาชนที่มีอายตุ ั้งแต่ 18 ปขี ึ้นไปเคยซื้อ
สลากกินแบง่ รัฐบาลมากกวา่ 1 งวดในรอบปีที่ผ่านมา ในหมู่ผู้ท่ีไม่ได้ซื้อทุกงวดน้ันจะซ้ือโดย
เฉลย่ี ปลี ะ 7.7 งวด นอกจากนั้นเรายังพบว่า มากกว่าร้อยละ 22 ซ้ือสลากกินแบ่งรัฐบาลทุก
งวดอย่างน้อยงวดละ 1 ใบ ในรอบปีท่ีผ่านมา โดยเฉล่ียประชาชนผู้มีอายุ 18 ปีข้ึนไป ใช้เงิน
เปน็ จานวน 4,790 บาทตอ่ ปี เพื่อซ้ือสลากกินแบ่งรฐั บาล เม่อื มาพิจารณาถึงการเส่ียงโชคด้วย
วธิ ีการซอื้ หวยใตด้ นิ เราพบตัวเลขว่า ประมาณร้อยละ 61 เคยซ้ือหวยใต้ดินอย่างน้อย 1 งวด
ในรอบปีที่ผ่านมา โดยในหมู่ผู้ท่ีไม่ได้ซื้อทุกงวดน้ันจะซ้ือหวยใต้ดินโดยเฉลี่ยปีละ 7.6 งวด
มากกว่าร้อยละ 23 ซ้ือหวยใต้ดินทุกงวด ในรอบปีท่ีผ่านมา โดยเฉลี่ยประชาชนคนไทยที่มี
อายุตง้ั แต่ 18 ปีขน้ึ ไปจะใชเ้ งนิ เพื่อซื้อหวยใตด้ นิ ปลี ะ 9,711 บาท
เมือ่ มาคานวณหาจานวนคนทม่ี อี ายตุ ั้งแต่ 18 ปขี ้ึนไป ทซ่ี อื้ สลากกินแบ่งรัฐบาล หรือซื้อหวย
ใต้ดินเราจะพบว่าในแต่ละปี จะมีผู้เคยซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล และหวยใต้ดินเป็นจานวน
อย่างละเกือบ 30 ล้านคน แต่เม่ือเราคานวณหาผู้ท่ีซื้อเป็นประจาจะพบว่า ในการออก
รางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลทุกงวดจะมีผู้ซ้ือสลากกินแบ่งรัฐบาลเกือบ 17 ล้านคน ตัวเลขนี้
อาจจะสูงถงึ 19 ล้านคน เชน่ ช่วงเทศกาลปใี หม่ และสงกรานต์ สว่ นตวั เลขผทู้ ซ่ี อื้ หวยใต้ดิน
ในงวดใดงวดหนง่ึ จะมมี ากกว่า 17 ลา้ นคน จานวนผู้ซอ้ื หวยใตด้ นิ จะไมแ่ ปรผนั ไปตามฤดกู าล
จะคงท่ีตลอดท้ังปี ไม่เหมือนกับสลากกินแบ่งรัฐบาลท่ีในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์
ประชาชนคนไทยจะนิยมซ้ือเพ่ือให้เป็นของขวัญปีใหม่ซ่ึงกันและกัน บางคนก็คิดว่าปีใหม่
ดวงชะตาชีวิตของตนจะเปลี่ยนไปในทางท่ีดีขึ้น จึงมีความต้องการเสี่ยงโชคมากข้ึนเพื่อรับ
ดวงชะตาชวี ิตท่ีคิดวา่ จะดขี ้นึ ภายหลงั ปใี หม่

หนา้ 18
เมื่อมาพจิ ารณาถึงจานวนเงินท่ีเก่ียวขอ้ งกับคา่ ใช้จ่ายท่ีประชาชนที่มีอายุต้ังแต่ 18

ปีขน้ึ ไปไดใ้ ชจ้ า่ ยเพือ่ การซ้ือสลากกินแบง่ ของรฐั บาล และหรอื การซอื้ จ่ายหวยใตด้ ิน จะพบวา่ เปน็
จานวนเงนิ ท่ีสูงมาก เม่ือเรารวมคา่ ใชจ้ ่ายทง้ั สองประเภทจะพบวา่ มีมูลค่ารวมถึงปีละ 261,024
ล้านบาท โดยในจานวนน้ีประมาณร้อยละ 64 หรือ 165,984 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายท่ีเกี่ยวข้อง
กับการซ้อื หวยใต้ดนิ ซง่ึ ประชาชนโดยท่วั ไปจะไมไ่ ด้ประโยชนจ์ ากเงนิ จานวนนี้เลย นอกจากเจ้ามือ
และผ้คู ุ้มครองหวยใต้ดนิ เท่าน้นั สว่ นอีกประมาณร้อยละ 36 หรือคิดเป็นจานวนเงิน 95,040 ลา้ น
บาท เป็นค่าใช้จ่ายของประชาชนเพื่อใช้จ่ายในการซื้อสลากกินแบ่งของรัฐบาล ทั้งหมดน้ี
ประชาชนได้ใช้จ่ายเงินมากกว่าท่ีควรจะจ่ายถึงกว่าร้อยละ 37 ของราคาจริงหรือปีหน่ึง ๆ
ประชาชนต้องจ่ายเงินซือ้ สลากกนิ แบง่ ของรฐั บาลเกินราคาไปเป็นเงินไม่ตา่ กวา่ 25,920 ล้าน
บาทต่อปี เงินจานวนมากมายเช่นน้ีสามารถนาไปใช้เพื่อสร้างอนาคตของลูกหลานของคน
ไทยด้วยการนาเงินจากใต้ดินให้ขึ้นมาอยู่บนดินและนาเงินเหล่านี้ไปใช้จ่ายเป็นงบประมาณ
ทางด้านการพฒั นาการศึกษา แทนที่จะนาเงินเพ่ืออนาคตของลูกหลานคนไทยมาเสี่ยงเพ่ือ
ประโยชน์ของคนเพยี งบางกลุ่มเท่านั้น

เป็นทที่ ราบและกาหนดไวใ้ นกฎหมายโดยชัดเจนว่า เงินรายได้จากการขายสลาก
กินแบ่งของรัฐบาล ซึ่งมีสัดส่วนเป็นร้อยละ 28 ของรายได้จากการขายสลากกินแบ่งของ
รัฐบาลจะต้องถูกนาส่งเข้ากระทรวงการคลัง ซ่ึงนักการเมืองเท่าน้ันที่จะเป็นผู้มีอานาจใน
การอนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณในส่วนนี้รวมไปพร้อมกับรายได้ของรัฐจากแหล่งอื่น ๆ
ขณะเดียวกันเราทราบดีว่า รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเพ่ือเป็นรายจ่ายสาหรับการศึกษา
เป็นสดั ส่วนของรายจ่ายภาครัฐทสี่ ูงมากและเปน็ อันดับท่ี 1 ของโลกแลว้ แตก่ ารศึกษาไทยก็
ยังมคี ุณภาพตา่ การพฒั นาและการยกระดับคณุ ภาพของการศึกษาไทยจงึ จะต้องดาเนินการ
อย่างเร่งด่วนและในฐานะเป็นวาระแห่งชาติ เราจึงจาเป็นต้องมีการระดมเงินทุนเพ่ือมาใช้
เป็นงบประมาณเพ่ือการนี้โดยเฉพาะ รัฐและผู้นาของประเทศควรจะใช้อานาจและภาวะ
ผู้นาที่มีอยู่ไปเพื่อการสร้างอนาคตของประเทศโดยผ่านระบบการศึกษาโดยการขยายหรือ
เพ่ิมโอกาสทางการศึกษาและช่วยเหลือบุตรจากครอบครัวของผู้ท่ีมีรายได้ต่าหรือไม่สูงมากนัก
เพื่อให้ได้ประโยชน์จากเงินที่บิดามารดาหรือครอบครัวของเขาได้จ่ายไปเพียงเพื่อซ้ือ
ความหวังทมี่ ีอยอู่ นั สนั้ และไมถ่ าวร แทนท่ีจะใชเ้ งินทค่ี วรใช้ในการสร้างอนาคตของลูกหลาน
ตนเองไปกับการซ้ือสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาหรือซื้อหวยใต้ดิน โดยเขาไม่ได้รับ
หลักประกันอนาคตแต่อย่างใดเลย

หหนนา้ ้ า3| 4
แตค่ าถามท่ีนา่ สนใจคือ เด็กไดเ้ รียนรอู้ ะไรบ้างจากโรงเรียนหรือสถานศึกษา ทุกคนที่เป็นพ่อ
แมย่ ่อมมคี าถามน้อี ยู่ในใจด้วยกันทกุ คน

คาถามอีกคาถามท่ีน่าสนใจคือ หากเด็กนักเรียนไทยต้องใช้เวลาในการเรียน
หนังสือในโรงเรียนมาก ซ่ึงยังไม่นับการเรียนพิเศษอีก แล้วทาไมนักเรียนไทยจึงมีความรู้
ทางด้านภาษาอังกฤษต่าเป็นอันดับท้าย ๆ ของโลกคือ อยู่ในอันดับที่ 55 จากประเทศที่ทา
การทดสอบ 60 ประเทศ ความสามารถทางคณิตศาสตร์อยู่ในอันดับ 50 จากการทดสอบใน
65 ประเทศ ความสามารถทางการอ่านอยู่ในอันดับที่ 48 จาก 65 ประเทศ และ
ความสามารถทางวิทยาศาสตร์อยู่อันดับท่ี 50 จาก 65 ประเทศ ตัวเลขเหล่าน้ีสะท้อนการ
เรียนร้ขู องเดก็ นักเรียนไทย และ 3) คณุ ภาพการศกึ ษาของไทยไดโ้ ดยไมต่ ้องอธิบายมาก

เม่ือเราทาการวิเคราะห์ถึงสาเหตุท่ีทาให้การศึกษาไทยด้อยคุณภาพ เราจะพบว่า
สาเหตุหลัก ได้แก่ 1) ผู้สอนขาดการพัฒนาความรู้และความสามารถในการปรับยุทธวิธีใน
การสอนใหส้ อดคลอ้ งและเหมาะสมกบั สถานการณต์ า่ ง ๆ 2) ตัวนักเรียนขาดแรงจูงใจและ
ไมไ่ ดร้ ับการพฒั นาคุณลักษณะใหเ้ ปน็ ผู้ใฝร่ ู้ใฝ่เรียนและเครอื่ งมือหรือเทคโนโลยี สื่อการสอน
ยงั ไมไ่ ด้รับการพฒั นาหรือถูกนาไปใช้อยา่ งเต็มศกั ยภาพ

แนวทางการพฒั นาแบบปฏริ ูปเชิงระบบควรดาเนินการให้ครอบคลุมในท้ัง 3 ด้าน
ท่กี ล่าวมาข้างตน้ คือ พัฒนาผู้สอนอย่างต่อเนื่องและท่ัวถึง พัฒนาผู้เรียนทุกระดับการศึกษา
ขยายโอกาสและเปิดใหท้ นุ การศกึ ษาแก่นกั เรียนผู้ด้อยโอกาสอย่างมีเป้าหมายและมีระบบที่
ชัดเจน มงุ่ พฒั นาเทคโนโลยีด้านการเรียนการสอนท่ีมีคุณภาพและสามารถเข้าถึงได้ทุกกลุ่ม
ผ้เู รยี นทุกเวลาและทุกสถานทไ่ี มเ่ พียงแต่ในห้องเรยี น

แนวทางการพัฒนาท่ีเป็นไปไม่ได้ คือ การจัดสรรงบประมาณเพ่ิม สาเหตุเพราะ
ประเทศไทยจัดสรรงบประมาณให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นสัดส่วนของรายจ่ายภาครัฐสูง
ท่สี ดุ ในโลกอยู่แลว้

ทางเลือกท่ีเป็นไปได้น่าจะเป็นในลักษณะของการจัดหากองทุนเพื่อปฏิรูป
การศึกษาแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายให้เป็นการลงทุนเพื่ออนาคต
บทเรียนที่เป็นแบบอย่างที่ดีจะเห็นได้จากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ใช้วิธีการออกสลากเพ่ือ
พัฒนาการศึกษาโดยเฉพาะ

โจทย์ใหญ่ท่ีทุกคนควรพิจารณาร่วมกัน คือ เราจะจัดหาแหล่งทุนสนับสนุนท่ี
เพียงพอและต่อเนื่อง ได้จากที่ไหน หากพวกเราทุกคนมีความเห็นร่วมกันว่า ถึงเวลาแล้วท่ี

หนา้ 6

ทง้ั น้ี กิจการลอตเตอรีของมลรฐั จอรเ์ จีย (Georgia) ถอื ได้ว่า เป็นต้นแบบของการ
นารายได้ท่ีมาจากการเส่ียงโชคของประชาชนไปใช้ในการพัฒนาและขยายโอกาสทาง
การศึกษาให้แก่เยาวชน และยังเป็นแหล่งทรัพยากรสาคัญในการพัฒนาคุณภาพการเรียน
การสอนของครูอีกด้วย โดยอดีตนั้นคุณภาพระบบการศึกษาของมลรัฐในมลรัฐจอร์เจียเคย
อยู่ในระดับต่าสุดของประเทศสหรัฐ ประชาชนชาวจอร์เจีย ซ่ึงต้องการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาของรัฐจอร์เจีย จึงได้ร่วมกันลงประชามติรับรองกฎหมายให้มีการออกสลากกิน
แบ่ง โดยมวี ัตุประสงคท์ ช่ี ดั เจนและแนว่ แน่ที่จะนาเงินรายได้จากการจาหน่ายสลากกินแบ่ง
มาใช้เพอื่ พฒั นาการศกึ ษา โดยสภาของรัฐจอร์เจียได้มีการตรากฎหมายบังคับให้รัฐบาลมล
รฐั จอรเ์ จียต้องนาเงนิ รายได้จากการจาหน่ายลอตเตอรที งั้ หมด (หลงั จากหักค่าบริหารและค่า
ดาเนินงาน) เข้าสู่กองทุน Helping Outstanding Pupils Educationally หรือโครงการ
HOPE ซึ่งมีบทบาทหนา้ ทตี่ ามกฎหมายของรฐั จอรเ์ จีย อนั ไดแ้ ก่

1. มอบทนุ การศึกษาแบบให้เปล่าแก่นักศึกษาในระดับปริญญาตรีที่มีคุณสมบัติ
ตามท่ีมหาวิทยาลัย หรือวิทยาลัยการอาชีพ หรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ
จอรเ์ จยี ได้กาหนดไว้

2. จัดสรรเงินงบประมาณเพ่ิมเติมจากงบประมาณปกติของรัฐจอร์เจียเพื่อมอบ
ให้โรงเรียน วิทยาลัยการอาชีพ และมหาวิทยาลัยนาไปใช้ในการลงทุนเพื่อ
พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพือ่ การศกึ ษา

3. จัดสรรงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนาไปใช้ในการบริหาร
จัดการสถานเล้ียงเด็กก่อนวัยเรียนของท้องถิ่น ตลอดจนกิจกรรมและ
โครงการต่าง ๆ ทีส่ ง่ เสรมิ พฒั นาการของนกั เรียนปฐมวัย

ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีทผี่ า่ นมาสลากกินแบง่ ของมลรฐั จอร์เจียได้สรา้ งและนา
เงินรายไดเ้ ข้าสูก่ องทุน HOPE อยา่ งมากมายมหาศาล อกี ทง้ั ยงั มคี า่ บริหารจดั การและคา่
ดาเนินงานท่ตี า่ มาก เนื่องจากสภามลรฐั จอร์เจีย กาหนดให้สานกั งานสลากกินแบง่ ของมลรัฐ

หนหา้ น้ า15| 5

การนาเอาอนาคตมาเสย่ี ง: อนาคตของทา่ นอย่ทู ี่ไหน?
Risking Your Future in Thailand: Where Dose Your Future

Really Lie?

รองศาสตราจารย์ ดร. พีรสิทธ์ิ คานวณศิลป์
ทปี่ รึกษาดา้ นการวิจยั และกิจการระหว่างประเทศ

มีหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ท่ีทาให้เราเชื่อได้ว่า คนไทยนิยมเล่นการพนันมาโดย
ตลอดนับต้ังแต่มีการตั้งประเทศมา มีการกล่าวกันว่า ในช่วงต้ังแต่ปี พ.ศ. 1450 จนถึง
ประมาณปี พ.ศ. 2100 คนไทยนิยมเล่นการพนันที่เรียกว่า กาถ่ัว และช่วงตั้งแต่ปี พ.ศ.
2100 ถึง พ.ศ. 2230 การพนันท่ีคนไทยนิยมคือการพนันท่ีเรียกว่า โป จากบันทึกของ
เอกอัครราชทตู ฝร่ังเศสท่ีเขา้ มาเจรญิ สมั พนั ธไมตรีกบั สมเด็จพระนารายณม์ หาราช ในปี พ.ศ.
2230 ไดร้ ะบุว่า ชาวสยามเป็นผู้รักการเล่นการพนันจนถึงจะทาลายตัวเองให้ฉิบหาย หรือ
สูญเสียอสิ รภาพของตัวเอง การพนนั ทค่ี นไทยรักท่ีจะเล่นมากท่ีสุดในช่วงหลังปี พ.ศ. 2230
คอื ติกแตก (Tic-Tac) หรอื ชาวสยามในสมัยนัน้ เรยี กกันวา่ สกา ต่อมาหลังจากนั้นชาวสยาม
จะนิยมผนวกการพนนั ขันต่อเข้าร่วมกับการแข่งขันทุกประเภท เช่น การชกมวย หรือ
กระบกี่ ระบอง การกัดปลา การตีไก่ การวิง่ ควาย การชนโค เป็นต้น จนกระท่ังต่อมาใน
ปี พ.ศ.2378 ซ่ึงตรงกับในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลท่ี 3) ชาวจีน
อพยพซ่ึงอาศัยอยู่ในพระนครได้เริ่มนาหวยเข้ามาเล่นในประเทศไทยจนเป็นท่ีคุ้นเคยในหมู่
คนไทย การพนันทายผลรางวัลในสมัยนั้นชาวจีนใช้ตัวอักษรจีนแทนการใช้ตัวเลข ซึ่งยาก
ต่อคนไทยในการเส่ียงทาย ดังน้ัน ในระยะแรกการเล่นหวยแบบน้ันจึงเป็นท่ีนิยมเฉพาะใน
หมูช่ าวจีนเท่าน้ัน ต่อมากล่มุ ชาวจีนผู้ได้รับสัมปทานหวยได้เปล่ียนมาใช้ตัวอักษรไทยแทนที่
ตวั อกั ษรจนี ทาให้เปน็ ท่ดี งึ ดูดคนไทยใหห้ นั มาแทงหวยกนั มาก ๆ

ในปี พ.ศ.2417 สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) อดีต
นกั การฑตู ชาวอังกฤษ ชื่อ “เฮนรี อาลบาสเตอร์” ได้เป็นผู้นาลอตเตอรี่เข้ามาในประเทศไทย
และใช้เป็นกลยุทธ์ในการระดมหาเงินงบประมาณแผ่นดินมาเพ่ือใช้ในกิจการของแผ่นดิน
หลังจากน้ันลอตเตอร่ีของไทยก็ได้มีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อยจนกลายมาเป็นรูปแบบปัจจุบันท่ี

หน้า 16
เห็นอยู่ แต่ด้วยวิธีการบริหารที่ลอกเรียนแบบมาจากระบบราชการ และขาดกลยุทธ์
การตลาดที่ดีประกอบกับการใช้ระบบสัมปทานตามแนวความคิดของผู้มีอานาจในการ
ปกครองประเทศท่มี องทรัพยากรของชาติเปน็ ของตนเองและมองว่าตนเองเป็นผู้มีอานาจอัน
ชอบธรรม (Legitimate Power) ในการมอบทรัพยากรต่าง ๆ ของประเทศ เช่น สัมปทาน
ป่าไม้ เหมืองแร่ คล่ืนโทรคมนาคมทั่วไป ให้แก่ผู้ได้รับสัมปทาน แทนที่จะใช้ระบบการขาย
และกระจายสินค้าสู่ผู้รับบริการหรือผู้บริโภคเหมือนในประเทศท่ีมีระบบการบริหารกิจการ
สาธารณะทพี่ ฒั นาแล้ว ดังนั้นลอตเตอรี่ของไทยจึงถูกผูกขาดมาตลอดโดยกลุ่มผู้มีอานาจใน
ประเทศเพยี งไม่กี่ราย ดงั เชน่ ทเ่ี หน็ กันอยใู่ นปัจจบุ นั

ในขณะเดียวกันประชาชนคนไทยซ่ึงมีความนิยมในการเล่นการพนัน และมองว่า
การพนันตา่ ง ๆ เปน็ วธิ ีการตรวจสอบดวงชะตาวาสนา การพนันในความคดิ ของคนไทยถือ
วา่ เปน็ เครื่องมือในการประเมนิ โชคชะตาชีวิตและวาสนา ชาวไทยมีความคิดว่าโชคลาภของ
คนมขี ้นึ มลี งไมค่ งท่ี วนั น้ีเป็นผู้แพ้การพนันหรือเสียเงินในการเสี่ยงโชค แต่วันพรุ่งนี้โชคลาภ
อาจมาโดยไมร่ ้ตู ัว ตราบใดทค่ี นเรายงั มีชีวิตอยู่ เราต้องมีความหวังว่าจะร่ารวย ถ้างานหรือ
อาชพี ท่ีตนประกอบไมส่ ามารถสรา้ งความมัน่ ค่งั และฐานะท่ดี ีแกช่ ีวิตได้ ชีวติ ก็ยังมีความหวัง
จากการพนนั หรือการเสยี่ งโชคตา่ ง ๆ ทจ่ี ะทาให้ชีวติ มีความเป็นอยู่ที่ดขี ้ึน

ด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความเชื่อของคนไทยที่ไม่สามารถแยกแยะ
ระหว่างการพนันและการเส่ยี งโชคหรือเรอ่ื งโชคชะตาวาสนาได้ จงึ ทาให้คนไทยนยิ มท่ีจะเล่น
การพนันทุกชนิดที่มีอยู่ในประเทศไทย แม้จะมีความนิยมมากน้อยต่างกันก็ตาม แต่
แรงผลักดันในการเล่นการพนันของคนไทยมาจากสาเหตุเดียวกันคือ ความหวังท่ีจะมีชีวิต
ความเป็นอยู่ที่ดีข้ึนในอนาคต ขณะเดียวกันคนไทยซ่ึงมีชีวิตอยู่ภายใต้ระบบอุปถัมภ์ท่ีต้อง
พงึ่ พิงรฐั หรอื ผูป้ กครองประเทศและเป็นผู้มีความจงรักภักดีต่อผู้ที่มีอานาจวาสนาที่สามารถ
ดูแลชะตาชีวิตความเป็นอยู่ของตนเอง ได้ตระหนักและมีความคิดว่ามีบางเร่ืองที่ตนเองไม่
สามารถพ่ึงผู้ทมี่ อี านาจและวาสนาในสังคมได้ แต่ต้องพึ่งสิ่งเร้นลับที่จะมาพลิกผันชะตาชีวิต
ของตนเองใหด้ ขี ึน้ คนไทยจึงหันไปหาการพนนั หรอื การเส่ยี งโชคในความคิดคนไทย

เพือ่ เปน็ การทดสอบความเช่ือของคนไทยในเรอ่ื งนี้ วทิ ยาลยั การปกครองทอ้ งถนิ่
มหาวิทยาลยั ขอนแกน่ จงึ ไดส้ ารวจมมุ มองและความคดิ ของประชาชนท่ีมีต่อการพนัน 6
ประเภท อันได้แก่ สลากกนิ แบ่งรฐั บาล หวยใตด้ ิน การพนันบอล การพนันม้าแขง่ การ
เลน่ ในบ่อน และการพนนั มวย โดยมวี ัตถุประสงค์ท่จี ะทราบวา่ ประชาชนมองการพนนั ทง้ั

หหนน้า้ า 5| 6

ความหวังใหม่สาหรับโอกาสทางการศกึ ษา: ถอดบทเรียนจากประเทศ
สหรัฐอเมริกา

A New Hope for Educational Opportunity: A US Experience

โดย ศาสตราจารย์ ดร. แลร์ร่ี เบอร์แมน
คณบดผี ู้ก่อตั้งวิทยาลยั สาหรับนกั สึกษาที่มีความสามารถพเิ ศษ
มหาวิทยาลัยจอร์เจียสเตท มลรัฐจอรเ์ จีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

ในช่วงทศวรรษของปี ค.ศ. 1960 หรือ พ.ศ. 2503 Larry Pickett สมาชิกสภามล
รฐั New Hampshire ไดก้ ล่าวถงึ สลากกินแบ่งรัฐบาล หรือ Lottery ว่าเป็น “วิธีการแสวงหา
ทรัพยากรสาหรับการศึกษาท่ีมีความเป็นไปได้สูงและยังเป็นวิธีการเรี่ยไรเงินจากประชาชนท่ี
ตั้งอยู่บนพ้ืนฐานความสมัครใจ” นับจากวันน้ันจนถึงวันน้ีนับเป็นระยะเวลา 50 ปีแล้วที่
กิจการลอตเตอรใี นประเทศสหรฐั อเมริกาไดม้ บี ทบาทสาคัญในการปฏิรูประบบการศึกษาและ
กิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ ของประเทศ โดยมีการประมาณการว่าได้มีการนาเงิน
รายได้ทีเ่ กดิ จากกจิ การลอตเตอรขี องรัฐบาลมลรฐั ต่าง ๆ เขา้ ส่รู ัฐมีจานวนสูงมากถึง 375,000
ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐในตลอดระยะเวลา 50 ปที ผี่ า่ นมา

สาหรับประเทศสหรัฐอเมริกานั้น รัฐบาลกลางหรือสหพันธรัฐ (Federal
Government) ที่กรุง Washington D.C. ไม่ได้เป็นองค์กรที่บริหารและจัดจาหน่ายสลากกิน
แบง่ รฐั บาล แต่อานาจในการอนุญาตให้มีกิจการลอตเตอรีน้ันเป็นของรัฐบาลของแต่ละมลรัฐ
ทั้งนี้ ดว้ ยศักยภาพของกิจการลอตเตอรีในการสรา้ งรายไดใ้ ห้แก่ภาครัฐ ทาให้มลรัฐต่าง ๆ ใน
ประเทศสหรัฐอเมริกาอนญุ าตให้มีการจาหน่ายลอตเตอรีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยใน
ปัจจุบันมมี ลรฐั ทง้ั สน้ิ 44 มลรฐั ทไ่ี ด้มกี ารออกลอตเตอรเ่ี พือ่ หาเงินงบประมาณรายได้มาใช้ใน
การพัฒนาการศึกษา มีแต่เพียง 6 มลรัฐเท่าน้ันที่ยังไม่มีการจาหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล
ได้แก่ มลรัฐ Alabama, Alaska, Hawai’I, Missisippi, Utah และ Nevada ในปีท่ีแล้วหรือ
พ.ศ. 2556 สภาของ มลรัฐ Wyoming ได้ออกกฎหมายรับรองความชอบธรรมของกิจการ
สลากกินแบ่งรัฐบาล ทาให้ Wyoming เป็นมลรัฐล่าสุดท่ีมีการอนุญาตให้จัดจาหน่าย
ลอตเตอรไี ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งตามกฎหมาย

หนา้ 8

หหนา้ น้ า13| 7
4. การออกสลากกินแบ่งรัฐบาลในรูปแบบใหม่โดยผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งข้อดี

ของวิธีนี้ คือ ประชาชนจะเป็นผู้กาหนดหรือเลือกตัวเลขท่ีตนเองต้องการเอง
และประชาชนหลาย ๆ คนสามารถซื้อหมายเลขเดยี วกันได้ตามท่ีเขาต้องการ
เงินรางวัลจะไม่ถูกกาหนดตายตัว ข้ึนอยู่กับจานวนผู้ซ้ือในแต่ละเลขหมาย
หากหมายเลขใดที่มผี ูซ้ ้ือน้อยหรอื ไม่มีการซื้อเลย อย่างเช่นเลขซ้ากัน 6 ตัว ก็
จะมีการตั้งรางวัลเมอ่ื มีการออกไวส้ งู กวา่ เลขธรรมดาท่วั ไปอย่างมาก การออก
สลากโดยระบบน้ีจะมีการแข่งขันกันเองระหว่างวิธีการออกสลากกินแบ่ง
รัฐบาลแบบเดิมกบั แบบออน์ไลน์ ระบบนใ้ี นประเทศอืน่ ๆ ได้มีการนามาใช้กัน
อยา่ งแพร่หลาย รวมท้ังในประเทศอังกฤษ ซึ่งได้ใช้เงินจากสลากกินแบ่งของ
รัฐไปใช้จ่ายในการพัฒนากีฬาและเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ผ่านมา
และในประเทศสหรัฐอเมริกาทีน่ าเงินรายไดจ้ ากการออกสลากในรูปแบบน้ีมา
ใชใ้ นการพฒั นาการศกึ ษาและดาเนนิ กิจการสาธารณประโยชน์เพ่อื ประชาชน

หนา้ 14

หหนน้า้ า 7| 8

(Georgia Lottery Corporation) มีโครงสร้างการบริหารจัดการแบบบริษัทเอกชนที่มี
ประสิทธิภาพโดยการควบคุมงบค่าใช้จ่ายในการบริหารให้ต่า และควบคุมการใช้จ่ายงบ
ดาเนินงานอย่างเข้มงวด ท้ังหมดนี้จึงเป็นเหตุปัจจัยทาให้โครงการ HOPE ไม่เพียงแต่ได้รับ
การยอมรับจากประชาชนในมลรัฐจอร์เจียเท่าน้ัน แต่โครงการ HOPE ยังได้ส่งผลต่อการ
พฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมของรัฐจอรเ์ จยี ดว้ ย เนื่องจากนักศกึ ษาทจ่ี บจากมหาวทิ ยาลัยในรัฐ
จอร์เจียมีคุณภาพดีขึ้นและเป็นทรัพยากรมนุษย์ท่ีสาคัญในการพัฒนาต่าง ๆ บัณฑิตท่ีจบ
เหล่านี้มีสัดส่วนและจานวนที่ทางานในรัฐจอร์เจียภายหลังสาเร็จการศึกษามากข้ึน ซึ่งต่าง
จากเดมิ ท่ีนักเรยี นท่จี บชน้ั ไฮสกลู (High School) ทีม่ คี ะแนนสูงมักจะไปเรียนต่อในรัฐอ่ืน ๆ
และเมื่อเรียนจบแล้วมักจะไปทางานในรัฐอ่ืน ๆ หรือรัฐที่ตนเรียนจบมา ในปัจจุบันตัวแบบ
ในการใช้เงินกองทุนจากการขายสลากกินแบ่งของรัฐจอร์เจียได้กลายเป็นต้นแบบของระบบ
การบรหิ ารจดั การสลากกินแบ่งเพ่ือการศึกษาท่ีมลรัฐอ่ืน ๆ และหลากหลายประเทศทั่วโลก
นาไปถอดบทเรียนเพ่ือประยุกต์เอาไปใช้เป็นแม่แบบในการปฏิรูปและปรับปรุงระบบ
การศกึ ษาของประเทศ

หน้า 10
ปรชั ญาของการเกิดสลากกินแบง่ ของรฐั บาลอยูท่ ่ีการมุ่งหาเงนิ รายได้จากกาไรเพ่ือ

นามาใช้จ่ายในการบริหารงานของรัฐบาล มิใช่อยู่บนปรัชญาของการดาเนินงานเพ่ือแก้ไข
ปัญหาเฉพาะหน้าของประเทศที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เหมือนอย่างเช่นใน
ประเทศอังกฤษ ซ่ึงเป็นต้นแบบของสลากกินแบ่งของไทย หรือของประเทศสหรัฐอเมริกาท่ี
มุ่งหาเงินรายได้จากสลากกินแบ่งของรัฐเพื่อพัฒนาการศึกษาและเพื่อใช้ในกิจการ
สาธารณประโยชน์ ดงั น้นั เราจงึ ไมแ่ ปลกใจทีผ่ ู้มีอานาจหรือนักการเมอื งของไทยจะมองสลาก
กินแบ่งของรัฐเป็นเครื่องมือหรือแหล่งแสวงหากาไรหรือผลประโยชน์ ดังน้ันจึงเป็น
ภาระหน้าที่และความสามารถเฉพาะตัวของผู้อานวยการสานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลท่ี
จะต้องจัดสรรผลประโยชน์ให้ผู้มีอานาจในรัฐอย่างลงตัว โดยเริ่มต้นด้วยการจัดสรรโควต้า
ของสลากกินแบ่งของรัฐบาลให้แก่ผู้มีอานาจทางการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์ ซ่ึงโควต้า
เหล่าน้ีปรากฎว่า มีการจัดสรรอย่างเป็นระบบและลงตัวมาเป็นเวลาช้านาน ยากท่ี
ผู้อานวยการสานักงานสลากกนิ แบ่งคนใดจะไปขยับหรอื เปลย่ี นแปลงได้

ในปัจจบุ ันผู้ไดร้ ับโควต้ารายใหญ่ท่ีสุดคือ ตัวขา้ ราชการระดับสูงบางกระทรวงและ
กลมุ่ ผู้วา่ ราชการจังหวัดของทุกจังหวัดรวมกันเป็นสัดส่วนร้อยละ 26 รองลงมาได้แก่ มูลนิธิ
ต่าง ๆ ที่ตั้งขึ้นโดยผู้มีอานาจทางเศรษฐกิจและการเมืองร้อยละ 21 กลุ่มผู้ค้ารายย่อย
รวมกันประมาณร้อยละ 20 กลุ่มบริษัทและองค์กรเอกชนต่าง ๆ รวมกันร้อยละ 19 และที่
น่าสนใจคือ มีผทู้ ี่สามารถนาชอ่ื ของคนพกิ ารมาหาผลประโยชน์จากสลากกินแบ่งของรัฐบาล
ถึงร้อยละ 14 โดยที่ไม่จาเป็นต้องหมายความว่า คนพิการหรือทหารผ่านศึกท่ีพิการใน
ประเทศไทยทุกคนหรอื สว่ นใหญ่ไดร้ ับผลประโยชน์จากโควตา้ สลากกนิ แบ่ง

โควต้าที่ได้รับจะมีการขายต่อกันโดยเร่ิมต้ังแต่การซื้อโควต้าจากผู้ที่ได้โควต้าราย
ย่อยมารวมกนั ก่อนทีจ่ ะสง่ ใหผ้ คู้ ้าสง่ ท่ีเปน็ ย่ปี ว๋ั ในราคาใบละ 83 บาท และยี่ปั๋วขายให้ซาปั๋ว
ราคาใบละ 90 บาท ก่อนท่ีซาปั๋วจะขายให้ผู้ค้าเร่ในราคาใบละ 92 บาท ผู้ค้าเร่รายย่อย
เหลา่ น้ีจะนาไปขายต่อกับประชาชนในราคาใบละระหว่าง 110-120 บาท แต่อย่างไรก็ตาม
ผู้ขายเร่ซ่ึงทั้งประเทศมีมากกว่า 1 แสนคนน้ันจะได้กาไรก่อนหักรายจ่ายหลัก อันได้แก่
ค่าเช่าท่ีพัก ค่าเดินทาง เพียงงวดละประมาณ 5,000 บาทต่อคนเท่าน้ัน กาไรจากการขาย
สลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาส่วนใหญ่จึงตกอยู่กับผู้ได้รับโควต้ารายใหญ่ต้น ๆ ท่ีทากาไร
รวมถึงปลี ะ 8,640 ลา้ นบาท แตเ่ นื่องจากผู้ไดร้ ับโควตา้ ที่เปน็ สมาคมรวมทัง้ โควต้าในส่วนของ
สมาคมคนพิการ มลู นิธิต่าง ๆ กลุม่ ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ได้รับโควต้ารายย่อยต่าง ๆ จะถูก

หหนนา้ ้ า1|19
กลุ่ม 5 เสือกองสลากคือ บริษัทสลากมหาลาภ บริษัท ปลื้มวัธนา บริษัทไดมอนด์ลอตโต้
บริษัท หยาดน้าเพชร และบริษัท บีบีเมอร์ชานท์ รวมกับกลุ่มของ ร้อยเอกธรรมนัส
พรหมเผ่า เสริมกาลังกัน ในการรวมโควต้าจากกลุ่มผู้ได้รับโควต้าอื่น ๆ และนาสลาก
ท้ังหมดที่รวบรวมได้มาจดั เรยี งหมายเลขใหม่ให้เป็นกลุ่มเป็นชุด เพ่ือกาหนดราคาขายใหม่ท่ี
เกินราคา ทาให้สลากกินแบ่งของรัฐบาลจาเป็นต้องขายในราคาเกินกว่าท่ีกาหนดไว้ท่ี
80 บาท โดยราคาขายจรงิ ในปัจจบุ ันอยูร่ ะหว่าง 110-120 บาท

เมอ่ื มาวิเคราะหจ์ านวนเงินทีป่ ระชาชนต้องจา่ ยไปเพ่อื ซื้อสลากกนิ แบ่งเกินราคาจะ
พบว่า ประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่หรือแทบทั้งหมดเป็นผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ต้องจ่ายเงิน
ให้แก่สว่ นทเี่ กินจากราคาสลากกินแบ่งท่ีควรขายใบละ 80 บาท รวมกันเป็นจานวนเงินที่สูง
ถงึ 25,920 ล้านบาทตอ่ ปี และประชาชนเหลา่ น้ีเปน็ ผูท้ ากาไรหรอื สร้างรายได้ใหแ้ ก่กลมุ่ ผทู้ ีไ่ ดร้ บั
ผลประโยชน์จากสลากกินแบ่งของรัฐบาลรวมกันมีมูลค่ารวมกันสูงถึง 31,968 ล้านบาทต่อปี
มองอีกมมุ หนึ่งคือ มีการค้ากาไรเกินราคาจากสลากกนิ แบง่ ของรฐั บาลรวมกันถึง 25,920 ล้านบาท
ตอ่ ปี หากขายสลากอย่างถูกตอ้ งตามราคาทก่ี าหนดไว้ในราคาใบละ 80 บาท กลุ่มผลประโยชน์ท่ี
เกยี่ วข้องกับสลากกินแบ่งรัฐของบาลก็ยังจะได้กาไรถึงปีละ 6,048 ล้านบาทต่อปี ซึ่งตัวเลขน้ี
ยังเป็นตัวเลขท่ีเด่นทางเศรษฐศาสตร์ของธุรกิจ กล่าวคือกลุ่มผลประโยชน์น้ีสามารถทาได้
กาไร (ก่อนหักร่ายจ่ายซ่ึงส่วนใหญ่เป็นค่าคุ้มครอง) ระหว่างร้อยละ 7 ถึงร้อยละ 9 ต่อ 15
วนั หรอื ระหวา่ งรอ้ ยละ 160 ถึงร้อยละ 216 ต่อปี ซึง่ ยากทีจ่ ะมีธรุ กจิ อะไรที่ถูกกฎหมายจะ
ทากาไรได้มากเช่นนี้อยู่แล้ว ดังน้ันเมื่อเกิดความไม่ยุติธรรมขึ้นในสังคม ดังท่ีเห็นอยู่ คสช.
(คณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ) จงึ ควรเขา้ มาแก้ไขปญั หานอ้ี ยา่ งจรงิ ใจและจรงิ จงั

ในบทความนี้ได้เสนอทางเลือกเชิงนโยบายในการแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งของ
รัฐบาลขายเกินราคา โดยจะมีการวิเคราะห์ถึงผลท่ีจะช่วยให้มีการแก้ปัญหาการขายสลาก
กินแบง่ ของรัฐบาลเกนิ ราคาจากมากไปหาน้อยตามลาดบั ดังนี้

1. ปรับปรุงระบบโควต้าใหม่จากเดิมท่ีไม่มีอายุสัมปทานมาเป็นการกาหนด
ระยะเวลาของโควตา้ เพยี งคร้งั ละ 2-4 ปี และเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่ว ๆ ไป
สามารถรวมตัวกันเข้ารับโควต้าได้ พร้อม ๆ กันนี้ควรยกเลิกโควตาของ
ก ลุ่ม ผู้มีอา น า จ ข อ ง รัฐ ใ ห้เ ป็น ข อ ง ประชาชนทั้งน้ีเพ่ือประชาชนจะได้คุม
กันเองและตรวจสอบกันเอง หากพบว่า ผูไ้ ด้รับโควตา้ รายใดมีการนาโควตา้ ไป

หน้า 12
ขายและรวมกันเพ่ือผูกขาดและกาหนดราคาการขายขึ้นใหม่ ให้ดาเนินการ
ยกเลิกโควต้าโดยทันที ซ่ึงทางเลือกน้ีไม่ได้เกิดได้ง่ายนัก เพราะจะมีแรง
ต่อตา้ นท้ังที่เปดิ เผยและไม่เปดิ เผยจากกล่มุ ผลประโยชนเ์ ดมิ

2. เพม่ิ จานวนสลากกินแบ่งรฐั บาล โดยไม่จาเป็นต้องเพิ่มเป็นเลข 7 ตัว เพราะจะ
ไม่ได้รับความนิยมจากประชาชน ประชาชนจะมีความรสู้ ึกวา่ สลากกนิ แบง่ ของ
รัฐบาลที่มีเลข 7 หลัก จะให้ความหวังกับประชาชนได้น้อยกว่าสลากที่มีเลข 6
หลัก ในส่วนท่ีเพ่ิมใหม่น้ีควรเปิดโอกาสให้ผู้รับโควต้ารายใหม่ในลักษณะราย
ย่อยเข้ามาเป็นผู้รับโควต้า สาหรับการเปิดให้สิทธิ์การรับโควต้าสลากกินแบ่ง
รัฐบาลท่ีจะพิมพ์เพ่ิมข้ึนนี้ควรใช้วิธีการจับสลากตามจานวนรายของผู้มีสิทธิได้
โควต้าที่กาหนดไว้ หากผมู้ ีอทิ ธพิ ลในโควตา้ เดมิ จะเข้ามาซอื้ หรือรวบรวมโควต้า
ใหม่ เพื่อไปกาหนดราคาและผูกขาดราคาใหม่ให้สูงกว่าในราคาท่ีกาหนดไว้บน
สลากย่อมทาได้ไม่ง่ายนัก เพราะมีอุปสงค์ของสลากกินแบ่งรัฐบาลที่สูงขึ้นมา
เป็นตวั สรา้ งความสมดุลระหว่างราคากับอุปทานอกี ต่อหน่งึ

3. การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ของสานักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งสามารถ
ดาเนินการได้ 2 แนวทาง ไดแ้ ก่ 1) การออกหวย 2 ตัว หรือ 3 ตัว โดยใช้เคร่ือง
อัตโนมัติ ในลักษณะการนาหวยใต้ดินมาอยู่บนดิน 2) การออกสลากขูดลอก รู้
ผลทันที ท่ีผู้ซ้ือสามารถซ้ือได้ตามร้านค้าสะดวกซ้ือโดยท่ัวไป ซึ่งจากงานวิจัย
ของวิทยาลัยการปกครองท้องถ่ินพบว่า ประชาชนให้ความสนใจกับแนวทาง
ทงั้ 2 แนวทางนี้เป็นอยา่ งมาก

หหน้ า้ า |910

สลากกนิ แบ่งขายเกินราคา: เงนิ เหล่านไี้ ปไหน?
The Overpricing of the Thai Lottery: Where Does the Money Go?

รองศาสตราจารย์ ดร. ศภุ วัฒนากร วงศธ์ นวสุ
คณบดวี ิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น

การขายสลากกินแบ่งของรฐั บาลขายเกินราคาเปน็ ปัญหาท่กี ระทบผ้ทู ีม่ ีรายได้น้อย
จนไปถึงรายได้ปานกลางของประเทศมาตลอด ทุกรัฐบาลท่ีผ่านมาไม่สามารถที่จะแก้ไข
ปัญหานี้ได้ ทัง้ นีเ้ พราะปญั หานีม้ ีความซบั ซอ้ นมาก และต้องการความจริงใจและจริงจังเชิง
นโยบายจากผู้มีอานาจของรัฐจึงจะแก้ปัญหาน้ีได้ ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้
คณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ (คสช) ไดใ้ ห้ความสนใจกบั ปญั หาทท่ี า้ ทายน้ี และต้องการที่จะ
เขา้ มาแก้ไขปญั หาน้อี ยา่ งจรงิ จัง ซึง่ ถงึ วันนก้ี ็ยังไมม่ ผี ู้ใดมคี วามม่ันใจว่าปัญหานี้จะได้รับการ
แก้ไขอย่างถาวร แต่อย่างน้อยปัญหานี้ก็ได้รับการกล่าวถึงโดยสื่อมวลชนทุกประเภทเป็น
อย่างกว้างขวาง ประชาชนผู้มีรายได้น้อยท่ีฝากความหวังของชีวิตไว้กับสลากกินแบ่งของ
รฐั บาลจึงเร่มิ มีความหวงั วา่ ปญั หาของตนจะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ในบทความนี้มุ่งท่ี
1) สะท้อนให้เห็นถึงระบบและวงเงินท่ีเก่ียวข้อง และ 2) เสนอแนะแนวทางในการแก้ไข
ปัญหาน้ี

สลากกนิ แบง่ ของรัฐบาลถอื ว่าเป็นเครือ่ งมือหรอื กลไกในการช่วยหาเงินรายได้จาก
กาไรของการขายสลากกนิ แบง่ ของรัฐบาลมาสนับสนุนทางด้านงบประมาณแก่รัฐบาล โดยมี
การตราพระราชบญั ญตั ิว่า สานกั งานสลากกนิ แบง่ รัฐบาลต้องส่งเงินรายได้จากการจาหน่าย
สลากจานวน 28 เปอร์เซน็ ตเ์ ป็นงบประมาณแผ่นดินใหก้ ับกระทรวงการคลงั สว่ นเงินรางวัล
ท่จี า่ ยให้แกผ่ ู้ถกู รางวัลนัน้ คดิ เป็น 60 เปอรเ์ ซ็นต์ของรายได้ และจัดสรรเป็นเงินค่าตอบแทน
หรือส่วนลดให้แก่ตัวแทนจาหน่ายเป็นจานวน 9 เปอร์เซ็นต์ ส่วนรายได้จากการจาหน่าย
เพยี งร้อยละ 3 จะถูกนาไปเป็นค่าบริหารจัดการดาเนินงานของสานักงานสลากในระยะ 10
ปีท่ีผ่านมาน้ีสานักงานสลากกินแบ่งได้ส่งเงินรายได้ให้แก่กระทรวงการคลังเป็นจานวน
รวมกันมากกว่า 120,000 ล้านบาท ส่วนการใช้จ่ายงบประมาณเหล่านี้จะต้องผ่านการ
พจิ ารณาของรัฐสภาเป็นระบบงบประมาณปกติ


Click to View FlipBook Version