The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมแผนการสอนวิชาโครงงานวิทย์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by junjira13, 2021-04-09 09:16:21

รวมแผนการสอนวิชาโครงงานวิทย์

รวมแผนการสอนวิชาโครงงานวิทย์

แผนการจดั การเรยี นรู้
ชื่อวิชา โครงงานวิทยาศาสตร์

รหสั วชิ า ว 31283
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 4
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2563

ชอ่ื ครูผู้สอน
ครูจนั ทรจ์ ิรา ชัยอินทรอี าจ

ฝา่ ยวิชาการ
โรงเรยี นมงฟอร์ตวิทยาลยั

ว 31283 โครงงานวิทยาศาสตร์

รายวชิ าเพม่ิ เตมิ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลาเรียน 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

อธิบายการรายงานผลการวิจยั โปรแกรมสาเร็จรปู สาหรับการวิเคราะหข์ ้อมลู การนาเสนอข้อมูล การสรุป อภิปราย
ผล นาเสนอผลงานวิจัย เขียนการรายงานผลการวิจัย การสรุป อภิปรายผลและนาเสนอผลงานวิจัย ใช้โปรแกรมสาเร็จรูป
สาหรับการวิเคราะห์ข้อมูลและการนาเสนอข้อมูล ทาโครงงานวิทยาศาสตร์โดยใช้ปัญหาท่ีพบในท้องถ่ิน ตามปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง การพัฒนาทกั ษะการคดิ สู่ศตวรรษท่ี 21 และนโยบายโรงเรยี นมงฟอร์ตวิทยาลยั

โดยใช้ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการเรียนรู้ ความเข้าใจ กระบวนการสร้างความคดิ รวบ
ยอด กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการกลุ่มและกระบวนการปฏิบตั ิ

ให้ผู้เรียนมีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย มีความรับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ัน
การทางาน มจี ติ สาธารณะ มสี ขุ ภาพและสุนทรยี ภาพ

ผลการเรยี นรทู้ ี่คาดหวงั
1. อธิบายและเขียนการรายงานผลการวจิ ยั
2. อธิบายและใช้โปรแกรมสาเรจ็ รปู สาหรบั การวิเคราะหข์ อ้ มลู และการนาเสนอข้อมลู
3. อธบิ ายและเขยี นการสรุป อภปิ รายผลและนาเสนอผลงานวิจยั

รวมผลการเรยี นรทู้ ่ีคาดหวงั 3 ข้อ

การวเิ คราะห์จานวนคาบสอนตามปฏทิ นิ โรงเรยี นมงฟอร์ตวิทยาลัย
รหัสวชิ า ว 31283 ช่อื วิชา โครงงานวทิ ยาศาสตร์ จานวนคาบ 1 ต่อสปั ดาห์ 0.5 หน่วยกติ

ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2563
ชอ่ื ครูผู้สอน ครจู นั ทรจ์ ริ า ชยั อนิ ทรอี าจ

ัสปดาห์ วัน เดอื น ปี หนว่ ยท่ี และ หัวขอ้ ยอ่ ยการเรียนรู้ จานวน หมายเหตุ
ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ คาบ ใสเ่ ฉพาะกจิ กรรมทีก่ ระทบการ
ทสี่ อน
เรียนการสอนของตน

1 31 ตุลาคม 2563 1. การรายงานผลการวจิ ัย 1.1 การอธบิ ายผลการวจิ ัย 1 1

7 พฤศจกิ ายน 2563 วนั ผูป้ กครองพบครคู รง้ั ที่ 2 /2563

2 14 พฤศจกิ ายน 2563 1. การรายงานผลการวจิ ยั 1.2 การอธบิ ายผลการวจิ ยั 2 1

3 21 พฤศจิกายน 2563 1. การรายงานผลการวจิ ัย 1.3 การเขียนรายงานผลการวิจยั 1 1

4 28 พฤศจกิ ายน 2563 1. การรายงานผลการวจิ ัย 1.4 การเขยี นรายงานผลการวิจัย 2 1

5 5 ธนั วาคม 2563 1. การรายงานผลการวจิ ยั 1.5 การใช้โปรแกรมสาเร็จรูปสาหรับ 1

ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ ข้ อ มู ล แ ล ะ ก า ร

นาเสนอข้อมลู

6 19 ธนั วาคม 2563 1. การรายงานผลการวจิ ัย 1.6 Workshop ก า ร เ ขี ย น ง า น 1

ผลการวิจัย

4 – 8 มกราคม 2564 สอบกลางภาคเรยี นท่ี 2/2563

7 9 มกราคม 2564 1. การรายงานผลการวจิ ัย ส อ บ ก ล างภ าค วิช าโครงงา น 1

วทิ ยาศาสตร์

8 16 มกราคม 2564 2. การนาเสนอผลงานวจิ ัย 2.1 การเขีย นการสรุ ปอภิปรา ย 1

ผลการวจิ ยั

9 23 มกราคม 2564 2. การนาเสนอผลงานวจิ ัย 2.2 การนาเสนอผลงานวิจัยผ่านแผง 1

โครงงานวิทยาศาสตร์

10 30 มกราคม 2564 2. การนาเสนอผลงานวจิ ัย 2.3 การนาเสนอผลงานวิจัยผ่าน 1

โ ป ส เ ต อ ร์ น า เ ส น อ ผ ล ง า น ท า ง

วิชาการ

11 6 กุมภาพันธ์ 2564 2. การนาเสนอผลงานวิจยั 2.4 การนาเสนอผลงานวิจัยผ่านการ 1

น า เ ส น อ ห น้ า ที่ ป ร ะ ชุ ม ผ่ า น

Presentation

12 13 กมุ ภาพันธ์ 2564 2. การนาเสนอผลงานวจิ ยั 2.5 Workshop ก า ร น า เ ส น อ 1

ผลงานวิจัย 1

13 20 กมุ ภาพนั ธ์ 2564 2. การนาเสนอผลงานวจิ ยั 2.6 Workshop ก า ร น า เ ส น อ 1

ผลงานวิจยั 2

14 27 กุมภาพันธ์ 2564 2. การนาเสนอผลงานวิจยั 2.7 Workshop ก า ร น า เ ส น อ 1

ผลงานวิจยั 3

15 6 มนี าคม 2564 2. การนาเสนอผลงานวิจยั สอบ ปลายภาค วิชาโครงงาน 1

วิทยาศาสตร์

8 - 12 มีนาคม 2564 สอบปลายภาคเรียนที่ 2/2563

รวมคาบสอนตามปฏทิ ินโรงเรยี น 15

แผนการจดั การเรียนรู้

Learning Area กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

Term ภาคเรียนที่ 2 Academic Year ปีการศึกษา 2563

Title of Subject โครงงานวทิ ยาศาสตร์ Subject Code ว 31283 Level ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4

Unit No. หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 Title of Unit ก า ร ร า ย ง า น Time Allocated 6 Periods (คาบ)

ผลการวิจยั

Week No. สอนสัปดาห์ท่ี 1-3 Day วนั จันทร์-ศกุ ร์ Date ท่ี 31 - 19 Month เดือน ตุลาคม - ธนั วาคม Year พ.ศ. 2563

1. Strand and Learning Outcomes สาระและผลการเรียนรู้
ผลการเรียนรู้
1. อธิบายและเขยี นการรายงานผลการวิจัย
2. อธบิ ายและใช้โปรแกรมสาเร็จรูปสาหรับการวิเคราะหข์ อ้ มูลและการนาเสนอข้อมูล

2. Sub-topics (Topic Discussed in this Learning Unit) / Local Wisdom / 21th Century Skills / School
policies สาระการเรียนรู้เพ่ิมเตมิ (หวั ข้อย่อย) /ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิ่น / ทักษะในศตวรรษที่ 21 หรือจุดเน้นตามนโยบาย
ของโรงเรยี น
2.1 สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม
การรายงานผลการวิจยั
1. การอธบิ ายผลการวิจัย 1
2. การอธบิ ายผลการวจิ ัย 2
3. การเขยี นรายงานผลการวจิ ัย 1
4. การเขียนรายงานผลการวจิ ยั 2
5. การใช้โปรแกรมสาเร็จรปู สาหรับการวิเคราะหข์ อ้ มลู และการนาเสนอข้อมลู
6. Workshop การเขียนงานผลการวิจัย
2.2 ทกั ษะของผเู้ รยี นศตวรรษที่ 21 (3Rs x 8Cs x 2Ls)
 R1– Reading (อ่านออก)  R2– (W)riting (เขยี นได)้  R3 – (A)Rithmetics (คิดเลขเป็น)
 C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะด้านการคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณและทกั ษะในการแก้ปญั หา)
 C2 - Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม)
 C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรม ต่างกระบวนทศั น์)
 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะดา้ นความร่วมมือ การทางานเป็นทมี และภาวะผู้นา)
 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะดา้ นการส่ือสารสารสนเทศและรเู้ ท่าทัน

สื่อ)
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร)
 C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนร้)ู
 C8 – Compassion (ความมเี มตตากรณุ า วินยั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม)
 L1 – Learning (ทักษะการเรยี นร)ู้
 L2 – Leadership (ทกั ษะความเปน็ ผู้นา)

3. Learners’ Key Competencies and Desirable Characteristics สมรรถนะและคุณลักษณะพงึ ประสงค์
3.1 Learners’ Key Competencies สมรรถนะ
 1. Communication Capacity ความสามารถในการส่ือสาร
 2. Thinking Capacity ความสามารถในการคิด
 3. Problem Solving Capacity ความสามารถในการแกป้ ัญหา
 4. Capacity for Applying Life Skills ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
 5. Capacity for Technological Application ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
3.2 Desirable Characteristics คณุ ลักษณะพึงประสงค์
 1. Love of nation, religion and king รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
 2. Honesty and integrity ซื่อสัตยส์ ุจรติ
 3. Self – Discipline มีวินยั
 4. Avidity for Learning ใฝ่เรียนรู้
 5. Observance of principles of Sufficiency Economy Philosophy in one’s way of Life อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
 6. Dedication and commitment to work ม่งุ มั่นในการทางาน
 7. Cherishing Thai-ness รกั ความเป็นไทย
 8. Public-mindness มีจติ สาธารณะ
 9. Be health and well-balance สุขภาพและสุนทรยี ภาพ

4. Learning Objectives จุดประสงค์การเรียนรู้ (ระบุให้ครบ KPA)
4.1 นกั เรยี นสามารถอธิบายการรายงานผลการวิจัยไดอ้ ย่างถกู ต้อง (K, P)
4.2 นักเรยี นสามารถเขยี นการรายงานผลการวจิ ยั ได้อย่างถูกต้อง (K, P)
4.3 นักเรียนสามารถอธบิ ายโปรแกรมสาเรจ็ รูปสาหรบั การวเิ คราะห์ข้อมลู ได้อย่างถกู ตอ้ ง (K, P)
4.4 นกั เรียนสามารถอธิบายโปรแกรมสาเรจ็ รปู สาหรับการนาเสนอข้อมูลไดอ้ ย่างถูกต้อง (K, P)
4.5 นกั เรียนสามารถใชโ้ ปรแกรมสาเรจ็ รปู สาหรบั การวเิ คราะหข์ อ้ มูลได้อย่างถูกต้อง (K, P)
4.6 นกั เรยี นสามารถใช้โปรแกรมสาเร็จรปู สาหรบั การนาเสนอขอ้ มลู ไดอ้ ย่างถูกต้อง (K, P)
4.7 นักเรยี นมีความรักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซอ่ื สตั ย์สุจริต มีวินัย ใฝเ่ รยี นรู้ และอยูอ่ ยา่ งพอเพียง (A)

5. Learning Activities (Session Plan) การออกแบบกจิ กรรมการจัดการเรียนรู้

5.1 Period No ช่วั โมงที่ /คาบท่ี 1-2

Day วัน จันทร์–ศกุ ร์ Date ท่ี 26 - 30 Month เดือน ตลุ าคม Year พ.ศ. 2563

Learning Objective จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

4.1 นกั เรยี นสามารถอธิบายการรายงานผลการวจิ ยั ได้อย่างถูกตอ้ ง (K, P)

4.2 นักเรียนสามารถเขียนการรายงานผลการวิจัยได้อย่างถูกต้อง (K, P)

4.7 นกั เรยี นมคี วามรักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซอื่ สตั ย์สจุ รติ มีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ และอย่อู ยา่ งพอเพยี ง (A)

Teaching Procedure กระบวนการจัดการเรียนการสอน (ระบกุ ระบวนการหลักท่ีใชอ้ อกแบบจดั การเรียนรู้ในแต่ละ

ช่วั โมงหรือคาบ)

 Mathematics Process Skill  Problem Solving  Reasoning with Principles

 Reasoning from Experience  Create Critical thinking  Value Creating Process

 Knowledge and Understanding  Awareness Creating Step  Analysis Process

 Decision Making Process  Language Learning Process  Reading Process

 Listening Process  Grouping Process  Scientific Process

 Inquiry Process  Historical Process  Technological Process

 Working Process  Creating skills for practice Process  Attitude Process

 Decision Making process  Building Creative Process  Building Conceptual Process

 Communication, interpretation and presentation Process

Teaching Procedure กจิ กรรมการเรียนการสอน คือ กระบวนการเรียนรู้ความเข้าใจ (Knowledge and Understanding)

1) ข้ันสังเกต/ตระหนัก

1.1 ครตู ัง้ คาถามเกีย่ วกับกระบวนการการอธบิ ายผลการวจิ ยั โดยให้นกั เรยี นช่วยกนั สบื ค้นคาตอบจากแหล่งข้อมูล

อนิ เทอร์เนต

1.2 ครูให้นักเรียนนาเสนอคาตอบผา่ นแอปพลิเคช่นั Canva หรืออน่ื ๆ

2) ข้ันวางแผนปฏบิ ัติ

2.1 ครูนาคาตอบของนักเรียนมาสรุป และเกร่นิ นาถึงเนื้อหาที่จะสอนในหวั ข้อ “การอธบิ ายผลการวิจยั ”

3) ขัน้ ลงมอื ปฏิบัติ

3.1 ครูให้ความร้เู ก่ยี วกับ “การอธิบายผลการวจิ ยั ”

3.2 นักเรียนทมี่ ขี ้อสงสัย ครเู ปดิ โอกาสให้ซกั ถามไดร้ ะหวา่ งการเรียนรู้

4) ขั้นพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ

4.1 ครเู ปดิ งานวิจัยที่เป็นกรณีศึกษา 3 ตัวอย่างข้นึ Projector ให้นักเรยี นดู

4.2 ครูสอบถามกระบวนการอธิบายผลการวิจัยที่นักเรียนเห็นจากงานวิจัยที่เป็นกรณีศึกษาแต่ละตัวอย่างว่ามี

กระบวนการและวิธีการอยา่ งไร และสาเหตใุ ดท่นี ักเรยี นคิดเชน่ นั้น โดยครคู อยกระตุ้นนกั เรยี นโดยใชค้ าถามช้นี าให้

นกั เรยี นคิดและวิเคราะห์ตาม

5) ข้ันสรุป

5.1 ครูสรุปขอ้ มลู เรอ่ื ง “การอธิบายผลการวจิ ัย” ครัง้ สุดทา้ ย

5.2 นาความรไู้ ปใช้กับโครงงานวทิ ยาศาสตรข์ องแต่ละกลุ่ม

6. Teaching Strategies / Teaching Method ระบุวิธีการสอนท่ใี ช้ในการจัดการเรียนรู้

 Lecture ใชบ้ รรยาย  Experiment ใช้การทดลอง  Discussions (Spoken)

 Deduction ใช้การนิรนัย  Field Trip ใช้การไปทศั นศึกษา  Hand-on Learning

 Small Group Discussion ใช้การอภปิ รายรายกลุม่  Dramatization ใชก้ ารแสดงละคร  Learning Communities

ยอ่ ย

 Role Playing ใชก้ ารแสดงบทบาทสมมติ  Case Study ใช้กรณตี ัวอยา่ ง  Multimedia Instruction

 Simulation ใชส้ ถานการณ์จาลอง  Learning Centre ใช้ศูนย์การเรียน  Peer Tutoring

 Programmed Instruction ใชบ้ ทเรยี นโปรแกรม  Game  Project-based Learning

 Demonstration ใช้การสาธติ  Induction ใชก้ ารอปุ นยั  Questioning

 Brainstorming  Cooperative Learning  Reading

 Dialogue Journals  Discovery Learning  Presentation

7. Material Aids ส่อื การเรียนการสอน/แหลง่ เรียนรู้ (สื่อวสั ดุ สิ่งของ / สื่อธรรมชาติ / สอ่ื เทคโนโลยี / ฯลฯ)
7.1 เอกสารประกอบการเรียนการสอน เรอ่ื ง การรายงานผลการวิจัย
7.2 Power point และคลิปวิดีโอ เรื่อง การรายงานผลการวจิ ัย
7.3 คอมพวิ เตอร์ในห้องคอมพวิ เตอร์
7.4 คอมพิวเตอร์แบบพกพา (Note book)
7.5 ปากกาไวท์บอร์ดสดี า น้าเงนิ และแดง
7.6 Projector
7.7 งานวจิ ยั สาหรับเปน็ กรณีศึกษา 3 ตัวอยา่ ง

8. Assessment / Evaluation การวดั ผลประเมินผล

Learning Objective Method of Tool of Assessment Criteria
เครอื่ งมือวัดผล เกณฑก์ ารผา่ นแตล่ ะจุดประสงค์
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ Assessment วิธีการ ประเมินผล
การเรียนรู้
(ระบุใหค้ รบทกุ จดุ ประสงค์) วดั ผลประเมนิ ผล - แบบบนั ทึกคะแนน ร้อยละ 70
นกั เรยี นรายบคุ คล
4.1 นักเรียนสามารถอธิบายการรายงาน - ประเมนิ จากการสมุ่ - แบบประเมินรายงาน รอ้ ยละ 70

ผลการวจิ ัยได้อย่างถูกตอ้ ง (K, P) ถามนักเรียน ผลการวจิ ัย รอ้ ยละ 70
- แบบบนั ทึกคะแนน
- ประเมนิ จากรายงาน นักเรียนรายบุคคล รอ้ ยละ 70
- แบบประเมนิ รายงาน
ผลการวจิ ยั ร้อยละ 90
ผลการวจิ ัย
4.2 นักเรียนสามารถเขียนการรายงาน - ประเมินจากการสมุ่ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ

ผลการวจิ ยั ได้อย่างถกู ตอ้ ง (K, P) ถามนักเรียน อันพึงประสงค์

- ประเมินจากรายงาน

ผลการวจิ ยั

4.7 นักเรียนมีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ประเมนิ จากพฤติกรรม

ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ และอยู่อยา่ ง การเรยี นในห้องเรยี น

พอเพยี ง (A)

5. การออกแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ (ระบุตามชั่วโมงหรือคาบที่กาหนดในหน่วยนี้ โดยออกแบบให้ละเอียดทีละ

ชว่ั โมง/คาบจนครบตามทก่ี าหนด)

5.1 ชว่ั โมงหรอื คาบที่ 3-4 วันท่ี 16 - 23 เดอื น พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2563

สอนจดุ ประสงค์ข้อที่

4.1 นักเรียนสามารถอธบิ ายการรายงานผลการวจิ ัยไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง (K, P)

4.2 นักเรยี นสามารถเขยี นการรายงานผลการวจิ ัยไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง (K, P)

4.7 นักเรียนมคี วามรักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซ่อื สัตยส์ จุ ริต มวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ และอยอู่ ยา่ งพอเพียง (A)

ใชก้ ระบวนการ (ระบกุ ระบวนการหลักทใี่ ชอ้ อกแบบจดั การเรียนรใู้ นแต่ละชั่วโมงหรอื คาบ)

 กระบวนการเรยี นรู้ความเขา้ ใจ  กระบวนการปฏิบตั ิ  กระบวนกลมุ่

 กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด  กระบวนการสร้างคา่ นิยม  กระบวนการแกป้ ัญหา

 กระบวนการเรียนภาษา  กระบวนการสร้างความตระหนกั  กระบวนการคณิตศาสตร์

 ทกั ษะกระบวนการ 9 ขั้น  กระบวนการสร้างเจตคติ  กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

 กระบวนการคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ  กระบวนการอ่าน แบบท่.ี ......  กระบวนการวิเคราะห์

 ระบกุ ระบวนการ ..............................................................................................................................

ระบุกระบวนการทีใ่ ชใ้ นการออกแบบการสอนเปน็ หลกั คือ กระบวนการเรยี นรูค้ วามเข้าใจ

1) ขั้นสังเกต/ตระหนัก

1.1 ครูต้ังคาถามเกี่ยวกับการเขียนรายงานผลการวิจัย โดยให้นักเรียนช่วยกันสืบค้นคาตอบจากแหล่งข้อมูลอินเทอร์

เนต

1.2 ครูให้นกั เรียนนาเสนอคาตอบผ่านแอปพลิเคชั่น Canva หรอื อ่ืนๆ

2) ขัน้ วางแผนปฏบิ ัติ

2.1 ครนู าคาตอบของนกั เรยี นมาสรุป และเกริน่ นาถงึ เน้อื หาทจี่ ะสอนในหวั ขอ้ “การเขยี นรายงานผลการวิจัย”

3) ขน้ั ลงมือปฏิบตั ิ

3.1 ครูใหค้ วามรู้เก่ียวกบั “การเขียนรายงานผลการวิจัย”

3.2 นกั เรยี นทมี่ ีข้อสงสยั ครเู ปดิ โอกาสให้ซกั ถามไดร้ ะหว่างการเรยี นรู้

4) ขัน้ พัฒนาความรู้ ความเข้าใจ

4.1 ครูแจกใบงานเร่อื ง “การเขยี นรายงานผลการวจิ ัย” ใหน้ กั เรยี น

4.2 ครูให้นกั เรียนเขียนรายงานผลการวิจัยลงในใบงาน โดยใช้ความรแู้ ละกระบวนการตามทค่ี รไู ด้ให้ความรู้ และคอย

ดแู ลนักเรยี นเวลามคี าถามหรอื ขอ้ สงสัยต่างๆ ให้เวลาในการเขยี นรายงานผลการวิจัยเป็นเวลา 30 นาที

4.3 ครูสุ่มใบงานของนักเรียนจานวน 3 ใบงาน ให้นักเรียนที่โดนสุ่มออกมานาเสนอการเขียนรายงานผลการวิจัยของ

ตนเองคนละ 3 นาที จากนัน้ ใหน้ ักเรียนที่เหลือชว่ ยกันวเิ คราะหแ์ ละอภปิ รายการเขยี นรายงานผลการวจิ ัยจากกรณี

ตัวอย่างวา่ มคี วามถกู ตอ้ งหรอื ไม่อย่างไร และเหตใุ ดจึงเปน็ เช่นนั้น

5) ขัน้ สรปุ

5.1 ครสู รปุ ขอ้ มูลเรือ่ ง “การเขยี นรายงานผลการวิจัย” ครง้ั สุดท้าย

5.2 นาความร้ไู ปใช้กับโครงงานวทิ ยาศาสตรข์ องแตล่ ะกล่มุ

6. ระบุวธิ ีการสอนทใ่ี ช้ในการจดั การเรียนรู้

 ใช้บรรยาย (Lecture)  ใช้การสาธติ (Demonstration)  ใช้การทดลอง (Experiment)

 ใช้การนิรนัย (Deduction)  ใชก้ ารอปุ นัย (Induction)  ใชก้ ารไปทัศนศกึ ษา (Field Trip

 ใช้การอภิปรายรายกลมุ่ ยอ่ ย (Small Group Discussion)  ใชก้ ารแสดงละคร (Dramatization)

 ใชก้ ารแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing)  ใช้กรณตี วั อย่าง (Case)

 ใชส้ ถานการณจ์ าลอง (Simulation)  ใชศ้ นู ยก์ ารเรยี น (Learning Center)

 ใชบ้ ทเรียนโปรแกรม (Programmed Instruction)  ใช้เกม (Game)

 ระบเุ พ่ิมเติม...................................................................  ระบุเพิ่มเติม..................................................

7. สื่อการเรยี นการสอน/แหล่งเรยี นรู้ (สอื่ วสั ดุ สิง่ ของ/ส่ือธรรมชาต/ิ ส่ือเทคโนโลยี/ฯลฯ)
1. เอกสารประกอบการเรียนการสอน เรอ่ื ง การรายงานผลการวจิ ัย
2. Power point และคลิปวิดีโอ เรอ่ื ง การรายงานผลการวจิ ัย
3. คอมพวิ เตอรใ์ นหอ้ งคอมพวิ เตอร์
4. คอมพิวเตอร์แบบพกพา (Note book)
5. ปากกาไวท์บอร์ดสดี า น้าเงนิ และแดง
6. Projector
7. ใบงานเรื่อง “การเขยี นรายงานผลการวิจัย”

8. การวัดผลประเมินผล

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธีการวัดผลประเมินผล เครอ่ื งมือวัดผลประเมินผล เกณฑก์ ารผา่ นแต่ละ
(ระบใุ หค้ รบทกุ จุดประสงค)์ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
- แบบบันทกึ คะแนนนกั เรยี น
4.1 นักเรียนสามารถอธิบายการรายงาน - ประเมินจากการสมุ่ รายบุคคล รอ้ ยละ 70

ผลการวจิ ยั ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง (K, P) ถามนักเรียน - แบบประเมนิ ใบงาน รอ้ ยละ 70
- แบบบันทกึ คะแนนนักเรียน รอ้ ยละ 70
- ประเมินจากใบงาน
รายบุคคล รอ้ ยละ 70
4.2 นักเรียนสามารถเขียนการรายงาน - ประเมนิ จากการสมุ่ - แบบประเมินใบงาน รอ้ ยละ 90
แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึง
ผลการวจิ ัยได้อย่างถูกตอ้ ง (K, P) ถามนักเรียน
ประสงค์
- ประเมนิ จากใบงาน

4.7 นักเรียนมีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ประเมนิ จากพฤตกิ รรม

ซอื่ สัตย์สุจริต มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ และอยู่อย่าง การเรยี นในห้องเรียน

พอเพียง (A)

5. การออกแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ (ระบุตามชั่วโมงหรือคาบท่ีกาหนดในหน่วยนี้ โดยออกแบบให้ละเอียดทีละ

ชวั่ โมง/คาบจนครบตามทกี่ าหนด)

5.1 ชัว่ โมงหรือคาบท่ี 5 วนั ที่ 30 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

สอนจดุ ประสงคข์ ้อที่

4.3 นักเรียนสามารถอธิบายโปรแกรมสาเร็จรปู สาหรับการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ได้อยา่ งถกู ต้อง (K, P)

4.4 นกั เรยี นสามารถอธิบายโปรแกรมสาเรจ็ รปู สาหรบั การนาเสนอข้อมลู ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง (K, P)

4.5 นักเรยี นสามารถใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูปสาหรับการวิเคราะหข์ อ้ มลู ได้อยา่ งถูกต้อง (K, P)

4.6 นักเรียนสามารถใช้โปรแกรมสาเรจ็ รูปสาหรับการนาเสนอข้อมูลไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง (K, P)

4.7 นกั เรียนมีความรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซ่ือสัตย์สุจรติ มวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้ และอยู่อยา่ งพอเพียง (A)

ใช้กระบวนการ (ระบุกระบวนการหลกั ท่ีใช้ออกแบบจัดการเรียนรูใ้ นแตล่ ะชั่วโมงหรอื คาบ)

 กระบวนการเรียนร้คู วามเขา้ ใจ  กระบวนการปฏิบัติ  กระบวนกลมุ่

 กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด  กระบวนการสร้างคา่ นยิ ม  กระบวนการแกป้ ัญหา

 กระบวนการเรยี นภาษา  กระบวนการสร้างความตระหนกั  กระบวนการคณติ ศาสตร์

 ทกั ษะกระบวนการ 9 ขัน้  กระบวนการสรา้ งเจตคติ  กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

 กระบวนการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ  กระบวนการอา่ น แบบที.่ ......  กระบวนการวิเคราะห์

 ระบกุ ระบวนการ ..............................................................................................................................

ระบกุ ระบวนการทใี่ ชใ้ นการออกแบบการสอนเป็นหลัก คอื กระบวนการเรียนรูค้ วามเขา้ ใจ

1) ข้ันสังเกต/ตระหนกั

1.1 ครูตง้ั คาถามเกย่ี วกบั โปรแกรมสาเรจ็ รูปสาหรับการวเิ คราะหข์ ้อมลู และการนาเสนอข้อมูล ใหน้ ักเรียนสบื ค้นขอ้ มูล

จากแหล่งอินเทอรเ์ นต

1.2 ครใู หน้ กั เรยี นนาเสนอคาตอบผ่านแอปพลิเคชนั่ Canva หรืออน่ื ๆ

2) ขน้ั วางแผนปฏิบัติ

2.1 ครูนาคาตอบของนักเรียนมาสรปุ และเกรนิ่ นาถงึ เนื้อหาทจี่ ะสอนในหัวขอ้ “การใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูปสาหรบั การ

วเิ คราะหข์ อ้ มลู และการนาเสนอขอ้ มูล”

3) ขั้นลงมอื ปฏบิ ตั ิ

3.1 ครใู หค้ วามร้เู ก่ยี วกับ “การใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรปู สาหรับการวเิ คราะห์ข้อมลู และการนาเสนอขอ้ มูล”

3.2 นักเรียนท่มี ขี อ้ สงสัย ครเู ปิดโอกาสใหซ้ ักถามไดร้ ะหวา่ งการเรียนรู้

4) ขน้ั พฒั นาความรู้ ความเข้าใจ

4.1 ครูพานกั เรียนไปห้องคอมพิวเตอรข์ องโรงเรียนเพื่อให้ทดลองใช้โปรแกรมสาเร็จรูปสาหรับการวิเคราะห์ขอ้ มูลและ

การนาเสนอขอ้ มลู

4.2 ครใู ห้นกั เรยี นทดลองใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูปสาหรับการวิเคราะห์ขอ้ มูลและการนาเสนอข้อมลู โดยครคู อยดูแลและ

ให้ความช่วยเหลอื นกั เรยี นระหวา่ งการทดลองใช้

5) ขั้นสรปุ

5.1 ครูสรปุ ขอ้ มูลเรือ่ ง “การใช้โปรแกรมสาเรจ็ รปู สาหรบั การวิเคราะห์ข้อมูลและการนาเสนอข้อมูล” คร้ังสุดทา้ ย

5.2 ครูส่มุ ถามนักเรียนเพ่อื สรุปความเขา้ ใจทเ่ี กดิ ขึน้ และนาความรู้ไปใช้กับโครงงานวทิ ยาศาสตรข์ องแตล่ ะกลุ่ม

5.3 ครมู อบหมายใหน้ กั เรียนแบ่งกลมุ่ ๆ ละ 3 คน ตามความสมัครใจ เพือ่ เตรยี ม Workshop การเขียนงานผลการวิจัย

ในคาบตอ่ ไป

6. ระบุวิธกี ารสอนท่ใี ชใ้ นการจดั การเรียนรู้

 ใช้บรรยาย (Lecture)  ใช้การสาธติ (Demonstration)  ใชก้ ารทดลอง (Experiment)

 ใชก้ ารนริ นัย (Deduction)  ใช้การอปุ นัย (Induction)  ใช้การไปทศั นศึกษา (Field Trip

 ใชก้ ารอภิปรายรายกลมุ่ ย่อย (Small Group Discussion)  ใช้การแสดงละคร (Dramatization)

 ใช้การแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing)  ใช้กรณีตวั อยา่ ง (Case)

 ใช้สถานการณ์จาลอง (Simulation)  ใช้ศนู ยก์ ารเรียน (Learning Center)

 ใช้บทเรยี นโปรแกรม (Programmed Instruction)  ใชเ้ กม (Game)

 ระบุเพ่ิมเตมิ ...................................................................  ระบุเพ่ิมเตมิ ..................................................

7. สือ่ การเรียนการสอน/แหล่งเรยี นรู้ (ส่อื วสั ดุ สิ่งของ/สื่อธรรมชาต/ิ ส่อื เทคโนโลยี/ฯลฯ)
1. เอกสารประกอบการเรียนการสอน เร่อื ง การใช้โปรแกรมสาเร็จรปู สาหรับการวเิ คราะห์ข้อมูลและการนาเสนอข้อมลู
2. Power pointและคลปิ วิดีโอเรอื่ ง การใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูปสาหรบั การวิเคราะหข์ ้อมูลและการนาเสนอขอ้ มูล
3. คอมพิวเตอร์ในหอ้ งคอมพวิ เตอร์
4. คอมพิวเตอรแ์ บบพกพา (Note book)
5. ปากกาไวท์บอรด์ สีดา น้าเงนิ และแดง
6. Projector

8. การวดั ผลประเมนิ ผล

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ กี ารวัดผลประเมนิ ผล เครื่องมอื วัดผลประเมินผล เกณฑก์ ารผา่ นแตล่ ะ
(ระบใุ หค้ รบทกุ จุดประสงค)์ จดุ ประสงค์การเรียนรู้
- แบบประเมนิ ชิ้นงานหวั ข้อ
4.3 นักเรียนสามารถอธิบายโปรแกรม - ประเมนิ จากชิ้นงาน “การวเิ คราะหแ์ ละนาเสนอ ร้อยละ 70
ผลงานวจิ ัยโดยใช้โปรแกรม
สาเร็จรูปสาหรับการวิเคราะห์ข้อมลู ได้อย่าง รอ้ ยละ 70
สาเรจ็ รูป”
ถูกตอ้ ง (K, P) - แบบประเมนิ ชิ้นงานหัวข้อ
“การวเิ คราะหแ์ ละนาเสนอ
4.4 นักเรียนสามารถอธิบายโปรแกรม - ประเมินจากช้ินงาน ผลงานวจิ ยั โดยใช้โปรแกรม
สาเร็จรูปสาหรับการนาเสนอข้อมูลได้อย่าง
ถูกตอ้ ง (K, P) สาเรจ็ รูป”

4.5 นักเรียนสามารถใช้โปรแกรมสาเร็จรูป - ประเมินจากชิน้ งาน - แบบประเมนิ ช้นิ งานหวั ขอ้ รอ้ ยละ 70
สาหรับการวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างถูกต้อง “การวิเคราะหแ์ ละนาเสนอ รอ้ ยละ 70
(K, P) ผลงานวิจัยโดยใช้โปรแกรม

4.6 นักเรียนสามารถใช้โปรแกรมสาเร็จรูป - ประเมินจากช้ินงาน สาเรจ็ รูป”
สาหรับการนาเสนอข้อมลู ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง (K, - แบบประเมินช้ินงานหัวข้อ
P) “การวิเคราะหแ์ ละนาเสนอ
ผลงานวิจัยโดยใชโ้ ปรแกรม

สาเรจ็ รปู ”

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธีการวดั ผลประเมนิ ผล เครือ่ งมือวัดผลประเมนิ ผล เกณฑ์การผา่ นแตล่ ะ
(ระบุให้ครบทกุ จดุ ประสงค์) จุดประสงค์การเรยี นรู้

4.7 นักเรียนมีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ประเมินจากพฤติกรรม แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ร้อยละ 90

ซ่อื สัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และอยู่อย่าง การเรยี นในหอ้ งเรียน ประสงค์

พอเพียง (A)

5. การออกแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ (ระบุตามช่ัวโมงหรือคาบท่ีกาหนดในหน่วยน้ี โดยออกแบบให้ละเอียดทีละ

ช่วั โมง/คาบจนครบตามท่กี าหนด)

5.1 ช่ัวโมงหรือคาบท่ี 6 วนั ท่ี 7 เดอื น ธันวาคม พ.ศ. 2563

สอนจุดประสงคข์ อ้ ท่ี

4.1 นกั เรียนสามารถอธิบายการรายงานผลการวิจยั ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง (K, P)

4.2 นกั เรียนสามารถเขียนการรายงานผลการวิจยั ได้อยา่ งถกู ต้อง (K, P)

4.3 นักเรียนสามารถอธิบายโปรแกรมสาเร็จรปู สาหรบั การวิเคราะห์ขอ้ มูลได้อย่างถูกตอ้ ง (K, P)

4.4 นักเรยี นสามารถอธบิ ายโปรแกรมสาเร็จรปู สาหรบั การนาเสนอขอ้ มูลได้อย่างถูกตอ้ ง (K, P)

4.5 นกั เรยี นสามารถใช้โปรแกรมสาเร็จรูปสาหรบั การวิเคราะห์ข้อมลู ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง (K, P)

4.6 นกั เรยี นสามารถใชโ้ ปรแกรมสาเรจ็ รูปสาหรับการนาเสนอขอ้ มูลได้อยา่ งถกู ต้อง (K, P)

4.7 นักเรยี นมคี วามรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซอ่ื สตั ย์สุจรติ มวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ และอยอู่ ยา่ งพอเพยี ง (A)

ใช้กระบวนการ (ระบกุ ระบวนการหลักทีใ่ ชอ้ อกแบบจดั การเรยี นรูใ้ นแตล่ ะชั่วโมงหรอื คาบ)

 กระบวนการเรยี นรู้ความเขา้ ใจ  กระบวนการปฏบิ ัติ  กระบวนกลุ่ม

 กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด  กระบวนการสร้างค่านิยม  กระบวนการแก้ปญั หา

 กระบวนการเรียนภาษา  กระบวนการสร้างความตระหนกั  กระบวนการคณติ ศาสตร์

 ทกั ษะกระบวนการ 9 ขน้ั  กระบวนการสรา้ งเจตคติ  กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

 กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ  กระบวนการอา่ น แบบท.่ี ......  กระบวนการวิเคราะห์

 ระบุกระบวนการ ..............................................................................................................................

ระบุกระบวนการท่ใี ช้ในการออกแบบการสอนเป็นหลกั คอื กระบวนการปฏิบัติ

1) ขน้ั สงั เกต

1.1 ครูใหน้ กั เรียนน่ังตามกลุม่ ทไ่ี ด้แบง่ ไวใ้ นคาบก่อนหน้า

1.2 ครูอธิบายสงิ่ ทจี่ ะตอ้ งทาใน Workshop การเขียนงานผลการวจิ ยั โดยทบทวนจากเนื้อหาในคาบกอ่ นหนา้

2) ขั้นทาตามแบบ

2.1 ครูสาธิตวิธกี ารเขียนรายงานผลการวิจัยโดยใช้โปรแกรมในการวิเคราะห์ข้อมูลและการนาเสนอข้อมูลร่วมกบั การ

เขยี นรายงานผลการวิจัยใหน้ กั เรยี นดู

2.2 นักเรยี นทีม่ ขี อ้ สงสัย ครูเปดิ โอกาสให้ซกั ถามไดร้ ะหวา่ งการสาธติ

3) ขน้ั ให้ทาเองโดยไมม่ แี บบ

3.1 นกั เรียนทาการเขียนรายงานผลการวิจยั โดยใช้โปรแกรมในการวิเคราะห์ข้อมูลและการนาเสนอข้อมูลร่วมกับการ

เขยี นรายงานผลการวิจยั โดยครคู อยดแู ลความเรยี บร้อยตลอดคาบ

3.2 นกั เรยี นท่ีมขี อ้ สงสยั ครเู ปิดโอกาสใหซ้ กั ถามไดร้ ะหว่างปฏิบตั ิการ

3.3 นกั เรยี นทาการวาดรปู และบนั ทึกขอ้ มลู ลงในใบงานปฏบิ ัติการ

4) ขน้ั ฝกึ ให้ชานาญ

4.1 นกั เรียนแต่ละกลุม่ ออกมานาเสนอขอ้ มูลทสี่ รปุ ใหเ้ พอ่ื นๆ ใหห้ อ้ งไดฟ้ งั ร่วมกัน กล่มุ ละ 5 นาที

4.2 ครใู ห้นกั เรยี นที่ไม่ไดน้ าเสนอคอยบันทึกคาถามหรือขอ้ สงสยั ของตนเองไวใ้ นสมุดก่อน

4.3 ครูสรุปผลการ Workshop รว่ มกับนักเรยี น จากน้นั ให้นกั เรียนปิดคอมพิวเตอรแ์ ละจัดเกบ็ อุปกรณใ์ ห้เรยี บรอ้ ย

6. ระบวุ ิธกี ารสอนทีใ่ ชใ้ นการจัดการเรยี นรู้

 ใช้บรรยาย (Lecture)  ใช้การสาธติ (Demonstration)  ใช้การทดลอง (Experiment)

 ใช้การนิรนัย (Deduction)  ใชก้ ารอุปนัย (Induction)  ใชก้ ารไปทัศนศึกษา (Field Trip

 ใชก้ ารอภิปรายรายกลมุ่ ยอ่ ย (Small Group Discussion)  ใชก้ ารแสดงละคร (Dramatization)

 ใชก้ ารแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing)  ใช้กรณตี วั อย่าง (Case)

 ใชส้ ถานการณ์จาลอง (Simulation)  ใช้ศนู ย์การเรยี น (Learning Center)

 ใช้บทเรยี นโปรแกรม (Programmed Instruction)  ใชเ้ กม (Game)

 ระบุเพ่ิมเตมิ ...................................................................  ระบุเพิม่ เติม..................................................

7. ส่อื การเรยี นการสอน/แหล่งเรียนรู้ (สือ่ วสั ดุ สงิ่ ของ/ส่อื ธรรมชาต/ิ สื่อเทคโนโลยี/ฯลฯ)
1. เอกสารประกอบการเรยี นการสอน เรื่อง การรายงานผลการวิจยั
2. Power point และคลปิ วิดโี อ เร่ือง การรายงานผลการวจิ ยั
3. คอมพวิ เตอร์ในหอ้ งคอมพวิ เตอร์
4. คอมพิวเตอร์แบบพกพา (Note book)
5. ปากกาไวทบ์ อร์ดสีดา นา้ เงิน และแดง
6. Projector

8. การวัดผลประเมนิ ผล

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวดั ผลประเมินผล เคร่ืองมอื วดั ผลประเมนิ ผล เกณฑก์ ารผา่ นแต่ละ
(ระบใุ หค้ รบทกุ จดุ ประสงค)์ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
- แบบบันทึกคะแนนนักเรยี น
4.1 นักเรียนสามารถอธิบายการรายงาน - ประเมนิ จากการสมุ่ รายบคุ คล รอ้ ยละ 70
ร้อยละ 70
ผลการวิจัยได้อยา่ งถูกตอ้ ง (K, P) ถามนักเรยี น - แบบประเมนิ รายงาน ร้อยละ 70
ผลการวจิ ยั ร้อยละ 70
- ประเมินจากรายงาน รอ้ ยละ 70
- แบบบนั ทึกคะแนนนกั เรยี น
ผลการวจิ ยั รายบุคคล รอ้ ยละ 70

4.2 นักเรียนสามารถเขียนการรายงาน - ประเมนิ จากการสมุ่ - แบบประเมนิ รายงาน
ผลการวจิ ยั
ผลการวจิ ยั ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง (K, P) ถามนกั เรยี น
- แบบประเมนิ ชิ้นงานหัวข้อ
- ประเมนิ จากรายงาน “การวิเคราะห์และนาเสนอ
ผลงานวจิ ัยโดยใชโ้ ปรแกรม
ผลการวิจยั
สาเรจ็ รปู ”
4.3 นักเรียนสามารถอธิบายโปรแกรม - ประเมินจากชนิ้ งาน - แบบประเมนิ ชนิ้ งานหัวข้อ
“การวเิ คราะหแ์ ละนาเสนอ
สาเร็จรูปสาหรับการวิเคราะห์ขอ้ มูลได้อย่าง ผลงานวจิ ยั โดยใชโ้ ปรแกรม

ถูกตอ้ ง (K, P) สาเรจ็ รปู ”

4.4 นักเรียนสามารถอธิบายโปรแกรม - ประเมนิ จากชนิ้ งาน
สาเร็จรูปสาหรับการนาเสนอข้อมูลได้อย่าง
ถูกตอ้ ง (K, P)

4.5 นักเรียนสามารถใช้โปรแกรมสาเร็จรูป - ประเมนิ จากชน้ิ งาน - แบบประเมนิ ชิ้นงานหัวขอ้ รอ้ ยละ 70
สาหรับการวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างถูกต้อง “การวิเคราะห์และนาเสนอ
(K, P) ผลงานวิจัยโดยใชโ้ ปรแกรม

สาเรจ็ รูป”

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ กี ารวัดผลประเมนิ ผล เคร่อื งมอื วดั ผลประเมนิ ผล เกณฑ์การผ่านแตล่ ะ
(ระบุใหค้ รบทุกจุดประสงค)์ จดุ ประสงค์การเรียนรู้

4.6 นักเรียนสามารถใช้โปรแกรมสาเร็จรูป - ประเมินจากชน้ิ งาน - แบบประเมินช้ินงานหัวข้อ รอ้ ยละ 70

สาหรับการนาเสนอขอ้ มูลไดอ้ ย่างถูกต้อง (K, “การวิเคราะห์และนาเสนอ

P) ผลงานวิจัยโดยใช้โปรแกรม

สาเร็จรปู ”

4.7 นักเรียนมีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ประเมินจากพฤติกรรม แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ร้อยละ 90

ซ่อื สัตย์สุจริต มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ และอยู่อย่าง การเรยี นในหอ้ งเรยี น ประสงค์

พอเพยี ง (A)

แผนการจัดการเรยี นรู้

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563

วิชา โครงงานวิทยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว 31283 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 เรือ่ ง การนาเสนอผลงานวจิ ัย จานวน 5 ชัว่ โมง

สอนสปั ดาหท์ ี่ 8-15 วนั ที่ 14 ธนั วาคม พ.ศ. 2563 - 1 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2563



1. สาระ (Strand) มาตรฐาน (Standard) และผลการเรียนรู้
ผลการเรยี นรู้ 3 อธบิ ายและเขียนการสรุป อภปิ รายผลและนาเสนอผลงานวิจยั

2. สาระการเรียนรูเ้ พ่มิ เติม (หัวข้อย่อย)/ภมู ิปัญญาท้องถิน่ /ทกั ษะในศตวรรษที่ 21 หรอื จดุ เนน้ ตามนโยบายของโรงเรยี น
สาระการเรยี นรเู้ พมิ่ เติม
การนาเสนอผลงานวจิ ัย
1. การเขยี นการสรปุ อภปิ รายผลการวจิ ัย
2. การนาเสนอผลงานวจิ ยั ผา่ นแผงโครงงานวิทยาศาสตร์
3. การนาเสนอผลงานวิจยั ผา่ นโปสเตอร์นาเสนอผลงานทางวชิ าการ
4. การนาเสนอผลงานวจิ ยั ผา่ นการนาเสนอหนา้ ทปี่ ระชมุ ผา่ น Presentation
5. Workshop การนาเสนอผลงานวิจัย
ทักษะส่กู ารคดิ ศตวรรษที่ 21
1. 3Rs คือ Reading (อ่านออก), Writing (เขยี นได้) และ Arithmetics (คดิ เปน็ )
2. C1 : Critical thinking (ทักษะการคดิ วเิ คราะหแ์ ละเทคโนโลย)ี
นโยบายโรงเรยี นมงฟอรต์ วทิ ยาลยั 10 ข้อ
1. ปลูกฝังนกั เรยี นให้เปน็ บคุ คลทอ่ี ่ิมเอบิ อบอนุ่ อารี มคี ณุ ธรรม คุณภาพสากล
2. การพฒั นาส่ิงแวดล้อมทย่ี ง่ั ยืน

3. สมรรถนะและคณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์
3.1 สมรรถนะ (Learners’ Key Competencies)
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการแก้ปัญหา
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
3.2 คณุ ลกั ษณะพึงประสงค์ (Desirable Characteristics)
1. มุง่ มั่นในการทางาน
2. รักความเปน็ ไทย
3. มีจิตสาธารณะ
4. มีสขุ ภาพและสนุ ทรียภาพที่ดี

4. จุดประสงค์การเรียนรู้ (ระบุให้ครบ KPA)
4.1 เพ่ือใหน้ ักเรยี นอธิบายการสรุป อภปิ รายผลงานวิจัย (K, P)
4.2 เพื่อใหน้ ักเรียนอธบิ ายการนาเสนอผลงานวจิ ยั (K, P)
4.3 เพอื่ ให้นกั เรยี นเขยี นการสรปุ อภิปรายผลงานวจิ ัย (K, P)
4.4 เพื่อให้นักเรียนเขยี นการนาเสนอผลงานวจิ ยั (K, P)
4.5 เพอื่ ให้นักเรียนมุง่ ม่นั ในการทางาน รกั ความเป็นไทย มจี ิตสาธารณะ และมสี ขุ ภาพและสนุ ทรียภาพทด่ี ี (A)

5. การออกแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ (ระบุตามชั่วโมงหรือคาบที่กาหนดในหน่วยนี้ โดยออกแบบให้ละเอียดทีละ

ชว่ั โมง/คาบจนครบตามท่กี าหนด)

5.1 ช่วั โมงหรอื คาบที่ 7 วนั ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2563

สอนจดุ ประสงคข์ ้อท่ี

4.3 เพ่อื ใหน้ ักเรียนเขียนการสรปุ อภปิ รายผลงานวิจยั (K, P)

4.4 เพ่อื ใหน้ กั เรียนเขียนการนาเสนอผลงานวจิ ยั (K, P)

4.5 เพ่อื ใหน้ กั เรยี นมุง่ ม่ันในการทางาน รักความเป็นไทย มีจติ สาธารณะ และมีสุขภาพและสนุ ทรยี ภาพที่ดี (A)

ใชก้ ระบวนการ (ระบุกระบวนการหลกั ทใ่ี ชอ้ อกแบบจัดการเรียนรใู้ นแต่ละช่ัวโมงหรือคาบ)

 กระบวนการเรยี นร้คู วามเข้าใจ  กระบวนการปฏิบตั ิ  กระบวนกล่มุ

 กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด  กระบวนการสรา้ งคา่ นยิ ม  กระบวนการแกป้ ญั หา

 กระบวนการเรยี นภาษา  กระบวนการสรา้ งความตระหนกั  กระบวนการคณิตศาสตร์

 ทักษะกระบวนการ 9 ขั้น  กระบวนการสรา้ งเจตคติ  กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

 กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ  กระบวนการอา่ น แบบท.ี่ ......  กระบวนการวเิ คราะห์

 ระบุกระบวนการ ..............................................................................................................................

ระบกุ ระบวนการทีใ่ ช้ในการออกแบบการสอนเปน็ หลกั คอื กระบวนการเรยี นร้คู วามเข้าใจ

1) ขั้นสังเกต/ตระหนัก

1.1 ครตู ั้งคาถามเกย่ี วกับกระบวนการการเขยี นการสรุปอภปิ รายผลการวจิ ยั เท่าท่นี ักเรยี นร้จู ัก

1.2 ครูให้นักเรียนช่วยกนั ตอบคาถาม

2) ขน้ั วางแผนปฏบิ ัติ

2.1 ครูนาคาตอบของนักเรียนมาสรุป และเกร่ินนาถึงเนื้อหาท่ีจะสอนในหัวข้อ “การเขียนการสรุปอภิปราย

ผลการวิจยั ”

3) ขน้ั ลงมอื ปฏบิ ัติ

3.1 ครูให้ความร้เู กยี่ วกบั “การเขยี นการสรุปอภปิ รายผลการวจิ ยั ”

3.2 นกั เรยี นทมี่ ีขอ้ สงสยั ครเู ปิดโอกาสใหซ้ กั ถามไดร้ ะหว่างการเรยี นรู้

4) ข้ันพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ

4.1 ครูเปดิ การสรุปอภปิ รายผลงานวิจยั ท่ีเปน็ กรณีศึกษา 3 ตวั อย่างขนึ้ Projector ใหน้ กั เรียนดู

4.2 ครูสอบถามกระบวนการการสรุปอภิปรายผลงานวจิ ยั ทเี่ ปน็ กรณีศึกษา 3 ตัวอยา่ งทนี่ ักเรยี นเหน็ จากงานวจิ ยั ทีเ่ ป็น

กรณีศึกษาแต่ละตัวอย่างว่ามีกระบวนการและวิธีการอย่างไร และสาเหตุใดที่นักเรียนคิดเช่นน้ัน โดยครูคอย

กระตนุ้ นักเรียนโดยใช้คาถามชี้นาให้นกั เรียนคดิ และวิเคราะห์ตาม

5) ขั้นสรุป

5.1 ครูสรุปขอ้ มูลเร่อื ง “การเขียนการสรุปอภิปรายผลการวิจยั ” ครั้งสดุ ทา้ ย

5.2 ครูส่มุ ถามนกั เรยี นเพือ่ สรุปความเข้าใจทเ่ี กดิ ขนึ้ และนาความรไู้ ปใช้กบั โครงงานวิทยาศาสตรข์ องแตล่ ะกลุ่ม

6. ระบวุ ธิ ีการสอนทใ่ี ช้ในการจัดการเรียนรู้

 ใชบ้ รรยาย (Lecture)  ใช้การสาธติ (Demonstration)  ใช้การทดลอง (Experiment)

 ใชก้ ารนิรนยั (Deduction)  ใช้การอปุ นัย (Induction)  ใช้การไปทศั นศกึ ษา (Field Trip

 ใชก้ ารอภิปรายรายกลมุ่ ยอ่ ย (Small Group Discussion)  ใช้การแสดงละคร (Dramatization)

 ใช้การแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing)  ใชก้ รณตี วั อยา่ ง (Case)

 ใช้สถานการณจ์ าลอง (Simulation)  ใช้ศนู ย์การเรียน (Learning Center)

 ใช้บทเรยี นโปรแกรม (Programmed Instruction)  ใช้เกม (Game)

 ระบเุ พม่ิ เตมิ ...................................................................  ระบุเพมิ่ เตมิ ..................................................

7. ส่ือการเรยี นการสอน/แหลง่ เรยี นรู้ (สอ่ื วสั ดุ ส่งิ ของ/ส่อื ธรรมชาต/ิ สอ่ื เทคโนโลยี/ฯลฯ)
1. เอกสารประกอบการเรียนการสอน เร่อื ง การเขยี นการสรปุ อภปิ รายผลการวิจยั
2. Power point และคลปิ วิดีโอเรือ่ ง การเขียนการสรปุ อภิปรายผลการวิจยั
3. คอมพวิ เตอร์ในห้องคอมพิวเตอร์
4. คอมพวิ เตอร์แบบพกพา (Note book)
5. ปากกาไวทบ์ อรด์ สีดา นา้ เงนิ และแดง
6. Projector
7. การสรุปอภิปรายผลงานวจิ ยั ทเ่ี ป็นกรณีศึกษา 3 ตวั อยา่ ง

8. การวดั ผลประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั ผลประเมินผล เครอ่ื งมือวัดผลประเมินผล เกณฑก์ ารผ่านแต่ละ
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
- ประเมนิ จากการสมุ่ - แบบบนั ทึกคะแนนนักเรียน
(ระบใุ ห้ครบทุกจุดประสงค)์ ถามนักเรียน รายบคุ คล รอ้ ยละ 70
4.3 เพ่ือให้นักเรียนเขียนการสรุป อภิปราย
ผลงานวิจัย (K, P) - ประเมนิ จากชน้ิ งาน - แบบประเมินช้นิ งานการ รอ้ ยละ 70
นาเสนองานวจิ ยั
4.4 เพื่อให้นักเรียนเขียนการนาเสนอ - ประเมนิ จากการสมุ่ ร้อยละ 70
ผลงานวจิ ัย (K, P) ถามนกั เรยี น - แบบบนั ทึกคะแนนนกั เรยี น
รายบคุ คล รอ้ ยละ 70
4.5 เพ่ือให้นักเรียนมุ่งม่ันในการทางาน รัก - ประเมินจากช้นิ งาน
ความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ และมีสขุ ภาพ - แบบประเมนิ ชนิ้ งานการ รอ้ ยละ 90
และสนุ ทรยี ภาพท่ดี ี (A) ประเมนิ จากพฤติกรรม นาเสนองานวจิ ยั
การเรยี นในหอ้ งเรียน
แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึง
ประสงค์

5. การออกแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ (ระบุตามช่ัวโมงหรือคาบท่ีกาหนดในหน่วยนี้ โดยออกแบบให้ละเอียดทีละ

ช่วั โมง/คาบจนครบตามทีก่ าหนด)

5.1 ชว่ั โมงหรือคาบที่ 8 วนั ท่ี 4 เดอื น มกราคม พ.ศ. 2563

สอนจุดประสงค์ข้อที่

4.3 เพอ่ื ให้นกั เรียนเขยี นการสรุป อภปิ รายผลงานวจิ ัย (K, P)

4.4 เพอ่ื ให้นกั เรียนเขียนการนาเสนอผลงานวิจัย (K, P)

4.5 เพื่อให้นกั เรียนมงุ่ ม่นั ในการทางาน รกั ความเป็นไทย มจี ติ สาธารณะ และมีสขุ ภาพและสุนทรียภาพทดี่ ี (A)

ใชก้ ระบวนการ (ระบกุ ระบวนการหลกั ทใ่ี ช้ออกแบบจัดการเรียนร้ใู นแตล่ ะชวั่ โมงหรือคาบ)

 กระบวนการเรยี นรคู้ วามเข้าใจ  กระบวนการปฏบิ ตั ิ  กระบวนกล่มุ

 กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด  กระบวนการสรา้ งคา่ นิยม  กระบวนการแก้ปญั หา

 กระบวนการเรยี นภาษา  กระบวนการสร้างความตระหนกั  กระบวนการคณิตศาสตร์

 ทักษะกระบวนการ 9 ขัน้  กระบวนการสร้างเจตคติ  กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

 กระบวนการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ  กระบวนการอา่ น แบบท.่ี ......  กระบวนการวิเคราะห์

 ระบกุ ระบวนการ ..............................................................................................................................

ระบกุ ระบวนการท่ีใชใ้ นการออกแบบการสอนเป็นหลัก คอื กระบวนการเรียนร้คู วามเข้าใจ

1) ขัน้ สงั เกต/ตระหนัก

1.1 ครูต้ังคาถามเก่ียวกบั วธิ ีการนาเสนอผลงานวิจัยผ่านแผงโครงงานวิทยาศาสตร์ ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลในอินเทอร์

เนต

1.2 ครใู หน้ ักเรียนนาเสนอคาตอบผ่านแอปพลเิ คชนั่ Canva หรืออ่นื ๆ

2) ขั้นวางแผนปฏิบตั ิ

2.1 ครูนาคาตอบของนักเรียนมาสรุป และเกร่ินนาถึงเนื้อหาที่จะสอนในหัวข้อ “วิธีการนาเสนอผลงานวิจัยผ่านแผง

โครงงานวทิ ยาศาสตร์”

3) ขน้ั ลงมอื ปฏิบัติ

3.1 ครูให้ความรเู้ ก่ียวกับ “วิธีการนาเสนอผลงานวิจัยผา่ นแผงโครงงานวิทยาศาสตร์”

3.2 นกั เรยี นทมี่ ขี อ้ สงสัย ครูเปดิ โอกาสให้ซกั ถามไดร้ ะหวา่ งการเรยี นรู้

4) ขั้นพฒั นาความรู้ ความเข้าใจ

4.1 ครูแจกใบงานเรื่อง “วิธีการนาเสนอผลงานวิจยั ผ่านแผงโครงงานวทิ ยาศาสตร์” ใหน้ ักเรียน

4.2 ครูให้นักเรียนเขียนสรุปวิธีการนาเสนอผลงานวิจัยผ่านแผงโครงงานวิทยาศาสตร์ลงในใบงาน โดยใช้ความรู้แล ะ

กระบวนการตามท่ีครูได้ให้ความรู้ และคอยดูแลนักเรียนเวลามีคาถามหรือข้อสงสัยต่างๆ ให้เวลาในการเขียน

รายงานผลการวจิ ัยเปน็ เวลา 30 นาที

4.3 ครูสุ่มใบงานของนักเรียนจานวน 3 ใบงาน ให้นักเรียนท่ีโดนสุ่มออกมานาเสนอการเขียนรายงานผลการวิจัยของ

ตนเองคนละ 3 นาที จากน้ันให้นักเรียนที่เหลือช่วยกันวิเคราะห์และอภิปรายการนาเสนอผลงานวิจัยผ่านแผง

โครงงานวทิ ยาศาสตรจ์ ากกรณีตวั อยา่ งวา่ มีความถกู ต้องหรอื ไม่อย่างไร และเหตุใดจึงเปน็ เชน่ นน้ั

5) ขน้ั สรปุ

5.1 ครสู รปุ ข้อมลู เร่ือง “วิธีการนาเสนอผลงานวจิ ยั ผ่านแผงโครงงานวิทยาศาสตร์” คร้งั สุดทา้ ย

5.2 ครูสุ่มถามนักเรยี นเพ่อื สรุปความเขา้ ใจท่เี กิดขึ้น

5.3 นาความรู้ไปใช้กบั โครงงานวิทยาศาสตรข์ องแต่ละกลุม่

6. ระบุวิธกี ารสอนทใี่ ช้ในการจัดการเรยี นรู้

 ใช้บรรยาย (Lecture)  ใช้การสาธิต (Demonstration)  ใช้การทดลอง (Experiment)

 ใชก้ ารนริ นยั (Deduction)  ใช้การอุปนยั (Induction)  ใช้การไปทัศนศึกษา (Field Trip

 ใช้การอภปิ รายรายกลมุ่ ยอ่ ย (Small Group Discussion)  ใช้การแสดงละคร (Dramatization)

 ใช้การแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing)  ใช้กรณตี ัวอย่าง (Case)

 ใช้สถานการณ์จาลอง (Simulation)  ใชศ้ นู ย์การเรียน (Learning Center)

 ใช้บทเรียนโปรแกรม (Programmed Instruction)  ใชเ้ กม (Game)

 ระบเุ พิ่มเติม...................................................................  ระบุเพ่ิมเติม..................................................

7. สอ่ื การเรียนการสอน/แหล่งเรยี นรู้ (สื่อวัสดุ สิง่ ของ/ส่ือธรรมชาติ/สื่อเทคโนโลย/ี ฯลฯ)
1. เอกสารประกอบการเรียนการสอน เรอ่ื ง วธิ กี ารนาเสนอผลงานวจิ ัยผ่านแผงโครงงานวทิ ยาศาสตร์และโปสเตอร์นาเสนอ
ทางวิชาการ
2. Power point และคลิปวิดโี อเร่ือง วธิ ีการนาเสนอผลงานวิจัยผ่านแผงโครงงานวิทยาศาสตร์และโปสเตอร์นาเสนอทาง
วิชาการ
3. คอมพวิ เตอรใ์ นห้องคอมพวิ เตอร์
4. คอมพวิ เตอรแ์ บบพกพา (Note book)
5. ปากกาไวทบ์ อรด์ สีดา น้าเงิน และแดง
6. Projector
7. ใบงานเรอ่ื ง “วธิ กี ารนาเสนอผลงานวิจยั ผา่ นแผงโครงงานวทิ ยาศาสตร์”

8. การวัดผลประเมินผล

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธีการวัดผลประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วดั ผลประเมนิ ผล เกณฑ์การผา่ นแตล่ ะ
(ระบใุ หค้ รบทกุ จุดประสงค์) จุดประสงค์การเรียนรู้
- แบบบนั ทกึ คะแนนนักเรียน
4.3 เพื่อให้นักเรียนเขียนการสรุป อภิปราย - ประเมนิ จากการสมุ่ รายบคุ คล รอ้ ยละ 70

ผลงานวจิ ัย (K, P) ถามนกั เรียน - แบบประเมินชิ้นงานการ ร้อยละ 70
นาเสนองานวจิ ยั
- ประเมินจากชิน้ งาน รอ้ ยละ 70
- แบบบนั ทกึ คะแนนนกั เรียน
4.4 เพ่ือให้นักเรียนเขียนการนาเสนอ - ประเมนิ จากการสมุ่ รายบคุ คล รอ้ ยละ 70
ผลงานวจิ ัย (K, P) ถามนักเรียน
- แบบประเมนิ ชนิ้ งานการ ร้อยละ 90
- ประเมนิ จากชิ้นงาน นาเสนองานวิจยั

4.5 เพ่ือให้นักเรียนมุ่งม่ันในการทางาน รัก ประเมินจากพฤติกรรม - แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั
ความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ และมีสุขภาพ การเรยี นในห้องเรยี น พึงประสงค์
และสุนทรียภาพท่ีดี (A)

5. การออกแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ (ระบุตามช่ัวโมงหรือคาบที่กาหนดในหน่วยนี้ โดยออกแบบให้ละเอียดทีละ

ชั่วโมง/คาบจนครบตามที่กาหนด)

5.1 ชวั่ โมงหรอื คาบท่ี 9 วนั ที่ 11 เดอื น มกราคม พ.ศ. 2563

สอนจดุ ประสงค์ข้อที่

4.3 เพื่อให้นักเรียนเขียนการสรุป อภปิ รายผลงานวิจัย (K, P)

4.4 เพื่อให้นักเรยี นเขยี นการนาเสนอผลงานวิจัย (K, P)

4.5 เพอ่ื ใหน้ ักเรียนมงุ่ ม่ันในการทางาน รกั ความเป็นไทย มจี ิตสาธารณะ และมีสุขภาพและสุนทรยี ภาพท่ดี ี (A)

ใชก้ ระบวนการ (ระบกุ ระบวนการหลักทีใ่ ชอ้ อกแบบจัดการเรียนร้ใู นแตล่ ะช่ัวโมงหรือคาบ)

 กระบวนการเรยี นรคู้ วามเข้าใจ  กระบวนการปฏบิ ตั ิ  กระบวนกลมุ่

 กระบวนการสร้างความคดิ รวบยอด  กระบวนการสร้างค่านิยม  กระบวนการแก้ปัญหา

 กระบวนการเรยี นภาษา  กระบวนการสรา้ งความตระหนกั  กระบวนการคณติ ศาสตร์

 ทักษะกระบวนการ 9 ขน้ั  กระบวนการสร้างเจตคติ  กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

 กระบวนการคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ  กระบวนการอา่ น แบบท.่ี ......  กระบวนการวเิ คราะห์

 ระบุกระบวนการ ..............................................................................................................................

ระบกุ ระบวนการท่ใี ชใ้ นการออกแบบการสอนเปน็ หลัก คอื กระบวนการเรียนร้คู วามเขา้ ใจ

1) ขน้ั สงั เกต/ตระหนัก

1.1 ครูตั้งคาถามเก่ียวกับวิธกี ารนาเสนอผลงานวจิ ัยผา่ นโปสเตอร์นาเสนอทางวชิ าการเทา่ ท่นี กั เรยี นรูจ้ กั

1.2 ครูใหน้ กั เรียนช่วยกันตอบคาถาม

2) ขนั้ วางแผนปฏิบัติ

2.1 ครูนาคาตอบของนักเรียนมาสรุป และเกริ่นนาถึงเน้ือหาที่จะสอนในหัวข้อ “วิธีการนาเสนอผลงานวิจัยผ่าน

โปสเตอรน์ าเสนอทางวชิ าการ”

3) ขน้ั ลงมอื ปฏบิ ัติ

3.1 ครใู หค้ วามรูเ้ กย่ี วกับ “วิธีการนาเสนอผลงานวิจัยผา่ นโปสเตอรน์ าเสนอทางวชิ าการ”

3.2 นกั เรียนทมี่ ีขอ้ สงสัย ครเู ปิดโอกาสใหซ้ กั ถามไดร้ ะหวา่ งการเรียนรู้

4) ขนั้ พฒั นาความรู้ ความเขา้ ใจ

4.1 ครูแจกใบงานเร่อื ง “วธิ ีการนาเสนอผลงานวจิ ัยผา่ นโปสเตอรน์ าเสนอทางวิชาการ” ใหน้ ักเรยี น

4.2 ครูให้นักเรียนเขียนสรุปวิธีการนาเสนอผลงานวิจัยผ่านโปสเตอร์นาเสนอทางวิชาการลงในใบงาน โดยใช้ความรู้

และกระบวนการตามท่คี รูได้ให้ความรู้ และคอยดูแลนักเรียนเวลามีคาถามหรือข้อสงสัยต่างๆ ให้เวลาในการเขียน

รายงานผลการวจิ ยั เปน็ เวลา 30 นาที

4.3 ครูสุ่มใบงานของนักเรียนจานวน 3 ใบงาน ให้นักเรียนท่ีโดนสุ่มออกมานาเสนอการเขียนรายงานผลการวิจัยของ

ตนเองคนละ 3 นาที จากนัน้ ให้นักเรยี นทเี่ หลอื ช่วยกนั วิเคราะห์และอภิปรายการนาเสนอผลงานวจิ ยั ผ่านโปสเตอร์

นาเสนอทางวิชาการจากกรณตี วั อย่างวา่ มีความถกู ตอ้ งหรือไมอ่ ย่างไร และเหตุใดจึงเปน็ เชน่ น้นั

5) ขนั้ สรปุ

5.1 ครูสรุปขอ้ มูลเรื่อง “วธิ กี ารนาเสนอผลงานวิจัยผ่านโปสเตอรน์ าเสนอทางวชิ าการ” ครง้ั สุดท้าย

5.2 ครูส่มุ ถามนกั เรยี นเพอื่ สรุปความเข้าใจท่ีเกดิ ข้นึ

5.3 นาความรู้ไปใช้กับโครงงานวทิ ยาศาสตรข์ องแต่ละกลุ่ม

6. ระบุวิธกี ารสอนท่ใี ชใ้ นการจัดการเรยี นรู้

 ใช้บรรยาย (Lecture)  ใช้การสาธิต (Demonstration)  ใช้การทดลอง (Experiment)

 ใชก้ ารนริ นยั (Deduction)  ใชก้ ารอปุ นยั (Induction)  ใช้การไปทศั นศกึ ษา (Field Trip

 ใชก้ ารอภิปรายรายกลมุ่ ยอ่ ย (Small Group Discussion)  ใช้การแสดงละคร (Dramatization)

 ใชก้ ารแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing)  ใชก้ รณีตวั อยา่ ง (Case)

 ใชส้ ถานการณจ์ าลอง (Simulation)  ใช้ศนู ย์การเรียน (Learning Center)

 ใช้บทเรียนโปรแกรม (Programmed Instruction)  ใช้เกม (Game)

 ระบุเพ่ิมเตมิ ...................................................................  ระบุเพ่ิมเตมิ ..................................................

7. สือ่ การเรียนการสอน/แหลง่ เรียนรู้ (สื่อวัสดุ สง่ิ ของ/สอ่ื ธรรมชาติ/สื่อเทคโนโลย/ี ฯลฯ)
1. เอกสารประกอบการเรยี นการสอน เรื่อง วธิ กี ารนาเสนอผลงานวิจยั ผ่านแผงโครงงานวิทยาศาสตรแ์ ละโปสเตอรน์ าเสนอ
ทางวชิ าการ
2. Power pointและคลิปวิดโี อ เร่ือง วธิ ีการนาเสนอผลงานวิจัยผ่านแผงโครงงานวิทยาศาสตร์และโปสเตอร์นาเสนอทาง
วชิ าการ
3. คอมพวิ เตอร์ในห้องคอมพวิ เตอร์
4. คอมพิวเตอร์แบบพกพา (Note book)
5. ปากกาไวท์บอรด์ สีดา น้าเงนิ และแดง
6. Projector
7. ใบงานเร่อื ง “วธิ ีการนาเสนอผลงานวจิ ัยผา่ นโปสเตอร์นาเสนอทางวิชาการ”

8. การวดั ผลประเมนิ ผล

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วธิ กี ารวดั ผลประเมนิ ผล เคร่ืองมือวดั ผลประเมินผล เกณฑ์การผา่ นแต่ละ
(ระบใุ ห้ครบทุกจดุ ประสงค)์ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
- แบบบันทกึ คะแนนนักเรียน
4.3 เพื่อให้นักเรียนเขียนการสรุป อภิปราย - ประเมนิ จากการสมุ่ รายบุคคล ร้อยละ 70

ผลงานวจิ ยั (K, P) ถามนักเรยี น - แบบประเมนิ ช้นิ งานการ รอ้ ยละ 70
นาเสนองานวิจยั
- ประเมนิ จากชนิ้ งาน ร้อยละ 70
- แบบบนั ทึกคะแนนนักเรยี น
4.4 เพื่อให้นักเรียนเขียนการนาเสนอ - ประเมนิ จากการสมุ่ รายบคุ คล ร้อยละ 70
ผลงานวิจัย (K, P) ถามนกั เรยี น
- แบบประเมนิ ช้นิ งานการ ร้อยละ 90
- ประเมนิ จากชน้ิ งาน นาเสนองานวจิ ัย

4.5 เพื่อให้นักเรียนมุ่งมั่นในการทางาน รัก ประเมนิ จากพฤตกิ รรม แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ
ความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ และมีสุขภาพ การเรยี นในหอ้ งเรียน ประสงค์
และสุนทรียภาพท่ดี ี (A)

5. การออกแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ (ระบุตามช่ัวโมงหรือคาบท่ีกาหนดในหน่วยนี้ โดยออกแบบให้ละเอียดทีละ

ชว่ั โมง/คาบจนครบตามที่กาหนด)

5.1 ชัว่ โมงหรือคาบที่ 10 วนั ที่ 18 เดอื น มกราคม พ.ศ. 2563

สอนจดุ ประสงค์ข้อที่

4.3 เพื่อให้นกั เรยี นเขยี นการสรปุ อภิปรายผลงานวจิ ยั (K, P)

4.4 เพอ่ื ให้นกั เรยี นเขียนการนาเสนอผลงานวิจัย (K, P)

4.5 เพ่ือใหน้ ักเรียนมงุ่ มน่ั ในการทางาน รกั ความเปน็ ไทย มจี ติ สาธารณะ และมสี ุขภาพและสุนทรยี ภาพท่ดี ี (A)

ใชก้ ระบวนการ (ระบกุ ระบวนการหลกั ทใี่ ช้ออกแบบจัดการเรียนรใู้ นแตล่ ะชั่วโมงหรอื คาบ)

 กระบวนการเรยี นรคู้ วามเขา้ ใจ  กระบวนการปฏบิ ัติ  กระบวนกลมุ่

 กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด  กระบวนการสร้างคา่ นยิ ม  กระบวนการแก้ปญั หา

 กระบวนการเรยี นภาษา  กระบวนการสรา้ งความตระหนัก  กระบวนการคณิตศาสตร์

 ทักษะกระบวนการ 9 ขน้ั  กระบวนการสรา้ งเจตคติ  กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

 กระบวนการคดิ อย่างมวี ิจารณญาณ  กระบวนการอา่ น แบบท่.ี ......  กระบวนการวเิ คราะห์

 ระบกุ ระบวนการ ..............................................................................................................................

ระบุกระบวนการทใี่ ชใ้ นการออกแบบการสอนเป็นหลกั คือ กระบวนการเรียนรู้ความเข้าใจ

1) ขั้นสังเกต/ตระหนัก

1.1 ครูตง้ั คาถามเกี่ยวกับการนาเสนอผลงานวิจัยผา่ นการนาเสนอหน้าทีป่ ระชุมผ่าน Presentation เท่าทนี่ กั เรียนรจู้ กั

1.2 ครใู ห้นกั เรียนชว่ ยกันตอบคาถาม

2) ขน้ั วางแผนปฏิบัติ

2.1 ครูนาคาตอบของนักเรียนมาสรุป และเกร่ินนาถึงเน้ือหาท่ีจะสอนในหัวข้อ “การนาเสนอผลงานวิจัยผ่านการ

นาเสนอหน้าทีป่ ระชมุ ผ่าน Presentation”

3) ขนั้ ลงมือปฏบิ ัติ

3.1 ครูให้ความรเู้ ก่ียวกับ “การนาเสนอผลงานวิจัยผ่านการนาเสนอหนา้ ที่ประชุมผา่ น Presentation”

3.2 นักเรยี นที่มขี ้อสงสยั ครเู ปดิ โอกาสใหซ้ กั ถามไดร้ ะหว่างการเรียนรู้

4) ขั้นพฒั นาความรู้ ความเขา้ ใจ

4.1 ครูเปิดคลิปวิดีโอการนาเสนอผลงานวิจัยผ่านการนาเสนอหน้าท่ีประชุมผ่าน Presentation ท่ีเป็นกรณีศึกษา 3

ตวั อย่างขึ้น Projector ให้นกั เรยี นดู

4.2 ครูสอบถามกระบวนการการนาเสนอผลงานวิจัยผ่านการนาเสนอหน้าท่ีประชุมผ่าน Presentation ที่เป็น

กรณีศึกษา 3 ตัวอย่างที่นักเรียนเห็นจากงานวิจัยที่เป็นกรณีศึกษาแต่ละตัวอย่างว่ามีกระบวนการและวิธีการ

อย่างไร และสาเหตุใดที่นักเรียนคิดเช่นนั้น โดยครูคอยกระตุ้นนักเรียนโดยใช้คาถามชี้นาให้นักเรียนคิดและ

วเิ คราะห์ตาม

5) ขนั้ สรปุ

5.1 ครสู รปุ ขอ้ มลู เร่ือง “การนาเสนอผลงานวจิ ยั ผา่ นการนาเสนอหน้าทปี่ ระชมุ ผ่าน Presentation” คร้ังสุดทา้ ย

5.2 ครูสุ่มถามนักเรยี นเพ่อื สรปุ ความเขา้ ใจท่ีเกิดข้ึน

5.3 นาความรู้ไปใช้กบั โครงงานวทิ ยาศาสตร์ของแตล่ ะกลุม่

5.4 ครูมอบหมายให้นกั เรียนแบ่งกลุ่มๆ ละ 3 คน ตามความสมัครใจ เพื่อเตรียม Workshop การนาเสนอผลงานวิจัย

ผา่ นการนาเสนอหนา้ ท่ีประชุมผา่ น Presentation ในคาบตอ่ ไป

6. ระบุวธิ ีการสอนทใี่ ชใ้ นการจัดการเรยี นรู้

 ใช้บรรยาย (Lecture)  ใช้การสาธิต (Demonstration)  ใชก้ ารทดลอง (Experiment)

 ใชก้ ารนริ นยั (Deduction)  ใชก้ ารอุปนยั (Induction)  ใชก้ ารไปทัศนศกึ ษา (Field Trip

 ใช้การอภปิ รายรายกลมุ่ ยอ่ ย (Small Group Discussion)  ใชก้ ารแสดงละคร (Dramatization)

 ใช้การแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing)  ใช้กรณีตวั อยา่ ง (Case)

 ใช้สถานการณ์จาลอง (Simulation)  ใชศ้ ูนยก์ ารเรียน (Learning Center)

 ใช้บทเรียนโปรแกรม (Programmed Instruction)  ใชเ้ กม (Game)

 ระบุเพิ่มเติม...................................................................  ระบุเพ่ิมเติม..................................................

7. ส่ือการเรียนการสอน/แหลง่ เรียนรู้ (สอื่ วัสดุ สิ่งของ/ส่อื ธรรมชาต/ิ สื่อเทคโนโลย/ี ฯลฯ)
1. เอกสารประกอบการเรียนการสอน เรื่อง การนาเสนอผลงานวิจยั ผา่ นการนาเสนอหนา้ ที่ประชมุ ผา่ น Presentation
2. Power point และคลปิ วิดโี อ เร่ือง การนาเสนอผลงานวิจยั ผา่ นการนาเสนอหน้าที่ประชุมผ่าน Presentation
3. คอมพวิ เตอร์ในห้องคอมพิวเตอร์
4. คอมพวิ เตอรแ์ บบพกพา (Note book)
5. ปากกาไวท์บอรด์ สีดา น้าเงิน และแดง
6. Projector
7. คลปิ วดิ โี อการนาเสนอผลงานวจิ ยั ผา่ นการนาเสนอหน้าที่ประชมุ ผา่ น Presentation ท่เี ป็นกรณีศกึ ษา 3 ตวั อยา่ ง

8. การวดั ผลประเมินผล วิธกี ารวดั ผลประเมนิ ผล เครือ่ งมอื วดั ผลประเมนิ ผล เกณฑ์การผา่ นแต่ละ
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- ประเมินจากการสมุ่ - แบบบันทึกคะแนนนกั เรียน
(ระบใุ หค้ รบทุกจดุ ประสงค)์ ถามนกั เรยี น รายบุคคล รอ้ ยละ 70
4.3 เพื่อให้นักเรียนเขียนการสรุป อภิปราย
ผลงานวจิ ยั (K, P) - ประเมินจากชิน้ งาน - แบบประเมินชิ้นงานการ รอ้ ยละ 70
นาเสนองานวจิ ัย
4.4 เพ่ือให้นักเรียนเขียนการนาเสนอ - ประเมินจากการสมุ่ รอ้ ยละ 70
ผลงานวิจยั (K, P) ถามนกั เรียน - แบบบันทึกคะแนนนักเรียน
รายบคุ คล ร้อยละ 70
4.5 เพ่ือให้นักเรียนมุ่งม่ันในการทางาน รัก - ประเมนิ จากชิ้นงาน
ความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ และมีสขุ ภาพ - แบบประเมนิ ชน้ิ งานการ ร้อยละ 90
และสนุ ทรียภาพทด่ี ี (A) ประเมินจากพฤติกรรม นาเสนองานวิจยั
การเรยี นในหอ้ งเรยี น
แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ
ประสงค์

5. การออกแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ (ระบุตามชั่วโมงหรือคาบท่ีกาหนดในหน่วยน้ี โดยออกแบบให้ละเอียดทีละ

ช่ัวโมง/คาบจนครบตามท่ีกาหนด)

5.1 ชวั่ โมงหรอื คาบท่ี 11 วนั ท่ี 1 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2563

สอนจดุ ประสงคข์ อ้ ที่

4.1 เพื่อให้นักเรยี นอธิบายการสรุป อภิปรายผลงานวิจยั (K, P)

4.2 เพื่อใหน้ ักเรยี นอธิบายการนาเสนอผลงานวิจัย (K, P)

4.5 เพอื่ ใหน้ กั เรียนมงุ่ ม่นั ในการทางาน รกั ความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ และมีสขุ ภาพและสนุ ทรียภาพที่ดี (A)

ใชก้ ระบวนการ (ระบุกระบวนการหลกั ท่ใี ชอ้ อกแบบจัดการเรียนร้ใู นแต่ละช่ัวโมงหรือคาบ)

 กระบวนการเรยี นรูค้ วามเข้าใจ  กระบวนการปฏบิ ัติ  กระบวนกลมุ่

 กระบวนการสร้างความคดิ รวบยอด  กระบวนการสร้างคา่ นยิ ม  กระบวนการแกป้ ญั หา

 กระบวนการเรยี นภาษา  กระบวนการสรา้ งความตระหนัก  กระบวนการคณติ ศาสตร์

 ทักษะกระบวนการ 9 ขนั้  กระบวนการสรา้ งเจตคติ  กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

 กระบวนการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ  กระบวนการอ่าน แบบท.ี่ ......  กระบวนการวเิ คราะห์

 ระบกุ ระบวนการ ..............................................................................................................................

ระบกุ ระบวนการทีใ่ ชใ้ นการออกแบบการสอนเปน็ หลกั คือ กระบวนการปฏบิ ตั ิ

1) ขั้นสังเกต

1.1 ครูใหน้ กั เรียนนัง่ ตามกลุ่มทไ่ี ดแ้ บ่งไว้ในคาบก่อนหนา้

1.2 ครูอธิบายส่งิ ทีจ่ ะต้องทาใน Workshop การนาเสนอผลงานวจิ ยั โดยทบทวนจากเนอ้ื หาในคาบก่อนหน้า

2) ข้ันทาตามแบบ

2.1 ครูสาธิตวิธกี ารนาเสนอผลการวจิ ัยใหน้ ักเรียนดู

2.2 นกั เรยี นทีม่ ขี ้อสงสัย ครูเปดิ โอกาสใหซ้ ักถามไดร้ ะหว่างการสาธติ

3) ขั้นให้ทาเองโดยไม่มแี บบ

3.1 นักเรียนทา Presentation โดยใชโ้ ปรแกรม Microsoft PowerPoint โดยครคู อยดูแลความเรียบร้อยตลอดคาบ

3.2 นกั เรียนทีม่ ขี อ้ สงสยั ครูเปดิ โอกาสใหซ้ ักถามได้ระหว่างปฏบิ ตั ิการ

3.3 นกั เรยี นทาการจดั เก็บไฟล์ Presentation ลงใน Google drive เพ่อื สง่ งาน

4) ข้ันฝึกใหช้ านาญ

4.1 นักเรยี นแต่ละกล่มุ ออกมานาเสนอข้อมลู ทสี่ รปุ ให้เพือ่ นๆ ใหห้ อ้ งได้ฟังร่วมกัน กล่มุ ละ 5 นาที

4.2 ครูให้นักเรียนทไ่ี ม่ไดน้ าเสนอคอยบนั ทึกคาถามหรือขอ้ สงสยั ของตนเองไว้ในสมุดก่อน

4.3 ครสู รุปผลการ Workshop รว่ มกบั นักเรียน จากนั้นใหน้ ักเรยี นปิดคอมพิวเตอรแ์ ละจัดเก็บอุปกรณ์ใหเ้ รียบร้อย

6. ระบวุ ิธกี ารสอนทใ่ี ช้ในการจดั การเรยี นรู้

 ใชบ้ รรยาย (Lecture)  ใชก้ ารสาธติ (Demonstration)  ใชก้ ารทดลอง (Experiment)

 ใช้การนิรนัย (Deduction)  ใชก้ ารอปุ นยั (Induction)  ใชก้ ารไปทศั นศึกษา (Field Trip

 ใช้การอภปิ รายรายกลมุ่ ยอ่ ย (Small Group Discussion)  ใช้การแสดงละคร (Dramatization)

 ใชก้ ารแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing)  ใช้กรณีตวั อย่าง (Case)

 ใชส้ ถานการณ์จาลอง (Simulation)  ใชศ้ ูนยก์ ารเรยี น (Learning Center)

 ใชบ้ ทเรยี นโปรแกรม (Programmed Instruction)  ใช้เกม (Game)

 ระบุเพิม่ เติม...................................................................  ระบุเพิม่ เติม..................................................

7. ส่อื การเรียนการสอน/แหลง่ เรยี นรู้ (สือ่ วัสดุ สิง่ ของ/สอ่ื ธรรมชาต/ิ สอื่ เทคโนโลยี/ฯลฯ)
1. เอกสารประกอบการเรียนการสอน เรื่อง Workshop การนาเสนอผลงานวจิ ัย
2. Power point และคลิปวดิ ีโอ เรื่อง Workshop การนาเสนอผลงานวจิ ยั
3. คอมพวิ เตอรใ์ นหอ้ งคอมพิวเตอร์
4. คอมพิวเตอร์แบบพกพา (Note book)
5. ปากกาไวท์บอร์ดสดี า น้าเงนิ และแดง
6. Projector
7. Program Microsoft PowerPoint
8. Google drive

8. การวดั ผลประเมนิ ผล

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวัดผลประเมินผล เครอ่ื งมือวัดผลประเมินผล เกณฑ์การผ่านแต่ละ
(ระบใุ ห้ครบทกุ จุดประสงค์) จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
- แบบบนั ทึกคะแนนนกั เรยี น
4.1 เ พ่ื อใ ห้ นัก เ รี ย น อธิ บ า ย ก า ร ส รุ ป - ประเมินจากการสมุ่ รายบุคคล ร้อยละ 70

อภิปรายผลงานวจิ ยั (K, P) ถามนกั เรยี น - แบบประเมินการนาเสนอหนา้ ร้อยละ 70
ชน้ั เรยี น
- ประเมินจากการ ร้อยละ 70
- แบบบนั ทึกคะแนนนักเรียน
นาเสนอหนา้ ช้นั เรียน รายบคุ คล รอ้ ยละ 70

4.2 เพ่ือให้นักเรียนอธิบายการนาเสนอ - ประเมินจากการสมุ่ - แบบประเมินการนาเสนอหนา้ ร้อยละ 90
ผลงานวิจยั (K, P) ถามนักเรียน ชั้นเรยี น

4.5 เพ่ือให้นักเรียนมุ่งมั่นในการทางาน รัก - ประเมินจากการ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ
ความเปน็ ไทย มีจิตสาธารณะ และมีสขุ ภาพ นาเสนอหนา้ ชน้ั เรียน ประสงค์
และสุนทรียภาพทีด่ ี (A) ประเมนิ จากพฤติกรรม
การเรยี นในห้องเรียน


Click to View FlipBook Version