The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แจกแนวข้อสอบนักวิชาการศึกษาไฟล์ PDF พร้อมเฉลย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by woraman pho, 2024-02-12 08:54:05

แจกแนวข้อสอบนักวิชาการศึกษาไฟล์ PDF พร้อมเฉลย

แจกแนวข้อสอบนักวิชาการศึกษาไฟล์ PDF พร้อมเฉลย

1 ชุดรวมแบบฝึกและแนวข้อสอบนักวิชาการศึกษา หนังสือ (หรือเอกสาร) เล่มนี้ ออกแบบมาเพื่อเน้นฝึกฝนข้อสอบ แบบฝึกหัดเพิ่มเติม จากเนื้อหาอ่านที่เคยได้ศึกษาพื้นฐานเรื่องราวใน ภาค ข นักวิชาการศึกษา (ท้องถิ่น) มาดีแล้วในระดับหนึ่งและชุดนี้ได้มีการรวบรวมแนวข้อสอบจริงที่เคยออกในปีก่อนๆ มาให้ศึกษา เพื่อใช้เป็นแนวทางในการอ่านเตรียมสอบนักวิชาการศึกษา พ.ศ. 2564 ผู้อ่านจ าเป็นจะต้องมีพื้นฐานความรู้เบื้องต้น ในภาค ข มาก่อนแล้วที่จะมาอ่านต าราเล่มนี้ โดยอาจได้ศึกษาต าราเล่มสีฟ้า หรือ สีเหลือง ของทีมวิชาการของเรามาจึงจะเกิดประโยชน์ ในการอ่านต าราเล่มนี้อย่างแท้จริง เพราะว่า เล่มนี้เป็นต าราต่อยอด ส าหรับคนที่พอจะมี ความรู้พื้นฐานระบบเนื้อหาต่างๆมาบ้างแล้ว หรือได้อ่านเอกสารประกอบการติวซึ่งลงไว้ให้ในกลุ่มติวแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคม นักวิชาการศึกษามีการสอบเรื่องส าคัญหลายอย่างซึ่งในชุดแบบฝึกจะเน้นกฎหมาย การศึกษาโดย ได้แบ่งเป็นแบบฝึกเน้นเป็นกลุ่มเนื้อหาประเภทเดียวกัน ดังต่อไปนี้ - กลุ่มพระราชบัญญัติการศึกษาแห่ง / พ.ร.บ. การศึกษา กศน / พ.ร.บ. การจัดการ ศึกษาส าหรับคนพิการ / ความรู้การศึกษาในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัย และ การศึกษาพิเศษ น าไว้ในกลุ่มเดียวกันเพราะเนื้อหาคาบเกี่ยวทับซ้อนกันอยู่นั่นเอง รวมถึงกฎหมายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ส่วนเนื้อหาอื่นๆ จะแยกออกเป็นกลุ่มต่างๆเพื่อง่ายต่อการท าความเข้าใจต่อไป


2 การจัดกลุ่มเนื้อหาของแบบฝึกเข้มข้นใหม่ เพื่อง่ายต่อการท าความเข้าใจ 3กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เนื้อหาส่วนของ 1. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม 2. พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. ๒๕๕๑ 3. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม 4. พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาส าหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม 6. ความรู้เกี่ยวกับงานด้านการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ การศึกษาพิเศษ การศึกษาตามอัธยาศัย (หัวข้อเลขที่เห็นเรียงตามหลักสูตรสอบที่ท้องถิ่นแจ้ง เราได้น าข้อ 6 สลับข้อ 5) ----------------------------------------------------------------------------------------------------- กลุ่มที่ 2 เนื้อหาส่วนของ 5. แผนการศึกษาชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ 7. ความรู้ในการจัดท าแผนงาน/โครงการต่างๆ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการ จัดการศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม 8. ความรู้ในการวางแผนการศึกษา การจัดพิพิธภัณฑ์ทางการศึกษา และจัดท า มาตรฐานสถานศึกษา ----------------------------------------------------------------------------------------------------- กลุ่มที่ 3 เนื้อหาส่วนของ 9. ความรู้ที่เกี่ยวกับงานตาม “ลักษณะงานที่ปฏิบัติ” ของต าแหน่งที่สมัครสอบ ในชุดแบบฝึกนี้จะเป็นเนื้อหาในส่วนของ “กลุ่มที่ 1” ในหน้าถัดไปได้เลยแบบฝึกหัด


3 ทบทวนความรู้เข้มข้นกฎหมายการศึกษา เติมค าในช่องว่างที่หายไป 1. กฎหมายแม่บททางการศึกษา มี ........ หมวด 1 บทเฉพาะกาล ........ มาตรา 2. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปัจจุบัน แก้ไขครั้งที่ ..….. พ.ศ. ……….. 3. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เกิดจาก ……………………………………………… 4. ........................ หมายความว่า กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของ บุคคลและสังคม 5. .................................... หมายถึง การศึกษาระดับก่อนอุดมศึกษา 6. การศึกษาตลอดชีวิต หมายความว่า การศึกษาที่เกิดจาก ............................... ระหว่างการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 7. ............................... หมายความว่า ข้อก าหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพที่ พึงประสงค์และมาตรฐานที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่ง 8. ................................................. หมายความว่า การประเมินผลและการติดตาม ตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายในโดยบุคลากร ของสถานศึกษานั้นเองหรือโดยหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่ก ากับดูแลสถานศึกษา 9. การประกันคุณภาพภายนอก หมายความว่า การประเมินผลและการติดตาม ตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายนอก โดย ..................................................................... 10. ครูหมายความว่า ...................................... ซึ่งท าหน้าที่หลักทางด้านการเรียน การสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ ในสถานศึกษา


4 ตอบค าถาม ข้อความต่อไปนี้ ถูก หรือ ผิด 1. คณาจารย์ไม่ใช่ บุคลากรวิชาชีพ 2. คณาจารย์หมายความว่า บุคลากรซึ่งท าหน้าที่หลักทางด้านการสอนยกเว้น การวิจัยในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาของรัฐและเอกชน 3. ครูผู้ช่วย ครู อาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์ เป็นต าแหน่งทางวิชาการ 4. ผู้สอน หมายความว่า ครูและอาจารย์ที่สอนอยู่ในสถานศึกษาระดับต่างๆ 5. ผู้บริหารสถานศึกษา หมายความว่า บุคลากรวิชาชีพที่รับผิดชอบการ บริหารสถานศึกษาแต่ละแห่งในโรงเรียนของรัฐ 6. บุคลากรทางการศึกษา หมายความว่าผู้สนับสนุนการศึกษาซึ่งเป็นผู้ท าหน้าที่ ให้บริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอน การนิเทศ และการบริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาต่างๆ 7. ผู้บริหารการศึกษา หมายความว่า บุคลากรด้านการบริหารที่รับผิดชอบในการ บริหารการศึกษานอกสถานศึกษาตั้งแต่ระดับเขตพื้นที่การศึกษาขึ้นไป 8. ความมุ่งหมายในการจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่ สมบูรณ์(เก่ง ดี มีสุข) 9. บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง มีสิทธิจัดให้บุตรหรือบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแล ได้รับการศึกษาภาคบังคับตามกฎหมาย 10. บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี ที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่ต้องช าระค่าใช้จ่าย


5 จับผิดข้อความต่อไปนี้ ทุกข้อ (ทุกบรรทัด) ผิดหมด แต่หาจุดผิด เพื่อแก้ไข ให้ถูกต้องตามกฎหมายการศึกษาถือเป็นการทบทวนองค์ความรู้ในระดับสูง แนวทางการจัดการศึกษา มี 3 ประการ 1. เป็นการศึกษาตลอดชีวิตส าหรับปวงชนชาวไทย 4 บรรทัดนี้ผิดหมด 2. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการให้บริการทางการศึกษา จะแก้ไขอย่างไรนะ 3. การพัฒนาสาระและการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง บอกกล่าว แนะน าส าคัญ แบบฝึกชุดนี้ที่เห็นอยู่ในการฝึกเข้มข้น คอร์สรับรองผลระดับสูง หรือคอร์สที่มี การจัดอันดับของเราเท่านั้น เป็นระบบออนไลน์ รองรองผล จัดอันดับ คืนเงินให้เลย โดยเป็นเอกสารแบบฝึกที่เข้มข้นกว่าและมีจ านวนที่มากกว่าในกลุ่มติวอื่นๆของเราอยู่ สังเกตว่านี่เป็น “แบบฝึกเข้มข้น”เพราะต้องการ “จัดอันดับ”ให้ผู้สอบอยู่ในระดับ ได้คะแนนสูง หรือติดท๊อป 1 – 50 ของ การสอบ จึงต้อง “เข้มข้น” และละเอียดมาก หากใครฝึกสม่ าเสมอต่อเนื่อง ไม่ท้อถอย จะช่วยยกระดับความรู้ ชัดเจนและเหนือกว่า แต่ถ้าใครฝึกบ้าง ไม่ฝึกบ้าง คุณก็จะมีความรู้ดีมากๆ พอตัว เพราะมีแบบฝึกเข้มข้นให้ ถ้ารู้สึกยากเกินไป ท้อเกินไป ก็ไม่ต้องฝึกส่วนนั้น ไม่เป็นไร แต่อันดับของคุณอาจหล่น ลงมา เช่น ติดอันดับ 55 – 70 – 100 อะไรก็ว่าไป ไม่ติดระดับท๊อปๆที่เราคาดหวังไว้ ซึ่งนั่น เราก็ยินดี“คืนเงิน”ให้คุณตามเงื่อนไข เพราะว่า เราพยายามช่วยคุณแล้วและ คุณก็คงพยายามแล้ว แต่ว่า ท าได้ตามนั้น ตามความเป็นจริง อาจมีผิดพลาดนิดหน่อย หรืออาจมีอุปสรรคใดๆ ติดขัด ท าให้พลาดไป เราก็คืนเงินให้ ด้วยความเต็มใจแต่การ สอบติดระดับนั้น อันดับดังที่กล่าวมา คุณได้เงินคืน และยังได้รับราชการนะ เพราะว่า นักวิชาการศึกษา (อปท) เขาเรียกบรรจุกันในสองปี ราวๆกว่า 200 อัตรา การที่ใครๆ สอบได้อันดับ 51 – 150 (ไม่เข้าเป้าที่เราวางไว้ 1 – 50) คุณได้เงินคืน แถมก็ยังได้รับ การบรรจุรับราชการภายในไม่กี่เดือนด้วย เพราะอันดับเท่านั้นก็เรียกบรรจุถึงใน 1 ปี


6 จับผิดข้อความต่อไปนี้ ทุกข้อ (ทุกบรรทัด) ผิดหมด แต่หาจุดผิด เพื่อแก้ไข ให้ถูกต้องตามกฎหมายการศึกษาถือเป็นการทบทวนองค์ความรู้ในระดับสูง - การศึกษาขั้นพื้นฐาน จ านวน 9 ปี ( ป.1 – ม.3) - เด็กอายุย่างเข้าปีที่ 7 ถึงย่างเข้าปีที่ 15ต้องเข้ารับการศึกษาภาคบังคับ - ยกเว้นสอบได้ชั้นปีที่ 12 ของการศึกษาภาคบังคับ - ผู้ปกครองไม่ส่งเด็กเข้าเรียน มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือจ าคุก 1 ปี - ผู้ใดขัดขวางไม่ให้เด็กเข้าเรียน มีโทษปรับ ไม่เกิน 1,000 บาท - บุคคลที่ไม่ใช่ผู้ปกครองที่มีเด็กในความดูแลแต่ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือจ าคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ทั้งจ าทั้งปรับ -------------------------------------------------------------------------------------------------- จับผิดค าที่ขีดเส้นใต้ ข้อความใดถูก ผิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่าให้ดีๆ การศึกษา มี 3 รูปแบบ คือ 1. การศึกษาในระบบ (Formal Education)การศึกษาในสถานศึกษาทั่วไป 2. การศึกษานอกรูปแบบ (non-formalEducation)การศึกษานอกโรงเรียน 3. การศึกษาตามแต่อัธยาศัย(Informal Education) หรือ Home School * สถานศึกษาอาจจัดรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือทั้งสามรูปแบบก็ได้ การศึกษาในระบบมี 2 ระดับ คือ การศึกษาระดับพื้นฐาน และ อุดมศึกษา การศึกษาภาคบังคับ หมายถึง การศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา


7 เลือกข้อความต่อไปนี้ เติมให้ถูกต้องและสอดคล้องกับแต่ละข้อ ก. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข. คณะกรรมการสภาการศึกษา ค. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. คณะกรรมการคุรุสภา จ. คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ฉ. คณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา ช. คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ซ. คณะกรรมการการอุดมศึกษา ฌ. คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด 1. ......... มีประธานเป็นนายกรัฐมนตรี 2. ……… ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งท าหน้าที่เป็นประธาน 3. ......... ท าหน้าที่ก ากับและส่งเสริม สนับสนุนกิจการของสถานศึกษา 4. ......... ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมการ 5. ……… ผดุงคุณธรรม มาตรฐานวิชาชีพ อุทธรณ์ เกี่ยวกับโทษทางจรรยาบรรณ 6. ......... หน้าที่ในการบริหารงานบุคคลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 7. ……… ให้ความเห็นชอบในการอนุมัติการใช้หลักสูตรของสถานศึกษา 8. ......... แยกออกจากกระทรวงศึกษาธิการท าให้มีการประกาศใช้ พ.ร.บ. ฯ ล่าสุด 9. ......... จัดท าแผนการศึกษาแห่งชาติ เสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายทางการศึกษา 10. ……… ซุปเปอร์บอร์ดทางการศึกษา 11. ......... พิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 12. ......... เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นกรรมการและเลขานุการ 13. ......... ผู้อ านวยการสถานศึกษาของแต่ละแห่งท าหน้าที่กรรมการและเลขานุการ 14. ......... มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการ 15. ……… 3 คณะบุคคลหลักในกระทรวงศึกษาธิการ ความรู้ระดับลึก แตกฉาก ดูการเฉลยช่วยทบทวน ยกระดับองค์ความรู้ชัดเจน


8 แนวข้อสอบเข้มข้น กลุ่มที่ 1 1. พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ตรงกับข้อใดมากที่สุด ก. กฎหมายแม่บทการจัดการศึกษา ข. กฎหมายเพื่อยกระดับการศึกษา ค. แนวทางจัดการศึกษาของรัฐบาล ง. แนวทางการปฏิรูปการศึกษาของ 2. ข้อใดที่ก าหนดให้รัฐต้องจัดท ากฎหมายแม่บททางการศึกษาขึ้นมาเป็นครั้งแรก ก. แผนการศึกษาแห่งชาติ ข. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ค. นโยบายของรัฐบาลด้านการศึกษา ง. พระราชบัญญัติการพัฒนาประเทศ 3. รัฐต้องจัดท ากฎหมายการศึกษา ซึ่งหมายถึง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ปรับปรุงให้สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด ก. แผนการศึกษาแห่งชาติ ข. แผนการปฏิรูปการศึกษา ค. แผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมแห่งชาติ ง. ยุทธศาสตร์ชาติ 4. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับบทบัญญัติใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 ก. การศึกษาตลอดชีวิต คือ การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างระบบ การศึกษาเพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ข. มาตรฐานการศึกษา เป็นข้อก าหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพที่พึงประสงค์ และ มาตรฐานที่ต้องการให้เกิดในสถานศึกษาทุกแห่ง ค. การศึกษาภาคบังคับ หมายถึง การศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา ง. สถานศึกษา คือสถานที่จัดการสอนตั้งแต่ก่อนประถมจนถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงระดับอุดมศึกษาที่มีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษา 5. ข้อใดไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับอ านาจหน้าที่ของรัฐมนตรี ใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ก. รักษาการตาม พ.ร.บ. ข. ออกกฎกระทรวง ระเบียบ ค. ประกาศเพื่อปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ง. ออก พ.ร.บ. เพิ่มเติมอื่นๆ


9 6. ข้อใดเป็นความมุ่งหมายของการจัดการศึกษา ก. เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ข. เพื่อสร้างคนไทยให้เป็นคนมีความรู้ คู่คุณธรรม ค. เพื่อยกระดับจริยธรรมและความสามารถในการด ารงชีวิต ง. เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญาให้กับคนไทย 7. ในกระบวนการเรียนรู้ต้องมุ่งปลูกฝังจิตส านึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับข้อใด ก. การส่งเสริม วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทย ข. การรักษาเกียรติของตนเองและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น ค. การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายใต้บริบทของประเทศไทยและบริบทของโลก ง. การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 8. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ หลักการของ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ 2542 ก. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ข. เป็นการศึกษาตลอดชีวิตส าหรับประชาชน ค. เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อคนไทยตลอดชีวิต ง. การพัฒนา สาระ และกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง 9. ข้อใดไม่ใช่หลักการจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการการจัดการศึกษา ก. ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่างๆ มาใช้ในการจัดการศึกษา ข. กระจายอ านาจด้านนโยบาย ให้มีแนวทางการปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน ค. ก าหนดมาตรฐานการศึกษา จัดระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับ ง. กระจายอ านาจสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


10 10. หลักการมีส่วนร่วมของกระบวนการจัดการศึกษา ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. บุคคลครอบครัว ข. ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ค. เอกชน สถานประกอบการ ง. สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ 11. ข้อใดคือสิทธิ และหน้าที่ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 ก. จัดให้บุคคลมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาภาคบังคับเป็นเวลาสิบสองปี ข. รัฐต้องจัดการศึกษาให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบสองปี ค. บุคคลพิการได้รับการจัดการศึกษาเมื่อพบความบกพร่องโดยที่ไม่เก็บค่าใช้จ่าย ง. บุคคลผู้มีความสามารถพิเศษจัดด้วยรูปแบบที่ค านึงถึงความต้องการส่วนบุคคล 12. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์บิดา มารดา ผู้ปกครอง พึงได้รับ ก. การสนับสนุนจากรัฐให้มีความรู้ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดู ข. การลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีสาหรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ค. การได้รับเงินสนับสนุนในการให้การศึกษาขั้นพื้นฐานแก่บุตรหลาน ง. เงินอุดหนุนจากรัฐส าหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของคนในการดูแล 13. นอกเหนือจากรัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ข้อใดมีสิทธิในการ จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ตามที่ก าหนดในกฎกระทรวง ก. บุคคล ข. ครอบครัว ค. สถาบันสังคมอื่น ง. ถูกทุกข้อ 14. ระบบการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. การศึกษาในระบบ คือ การศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาระดับอุดมศึกษา ข. การศึกษานอกระบบเป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการก าหนดจุดมุ่งหมาย ค. การศึกษาตามอัธยาศัยเป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ง. การศึกษาระดับอุดมศึกษาแบ่งเป็น 3 ระดับ ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก


11 15. สถานศึกษาสามารถจัดการศึกษารูปแบบใดได้ ก. สถานศึกษาต้องจัดการศึกษาในระบบเท่านั้น ข. สถานศึกษาอาจจัดการศึกษาในระบบหรือการศึกษานอกระบบ ค. สถานศึกษาต้องจัดการศึกษารูปแบบใดรูปแบบหนึ่งให้เหมาะสม ง. สถานศึกษาอาจจัดการศึกษารูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือทั้งสามรูปแบบก็ได้ 16. การเทียบระดับการศึกษานอกระบบหรือการศึกษาตามอัธยาศัยให้เป็นไปตามข้อใด ก. ตามก าหนดในกฎกระทรวง ข. ตามที่มีพระรากฤษฎีกาก าหนดไว้ ค. ตามก าหนดในหลักเกณฑ์ของกระทรวงศึกษาธิการ ง. ตามที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติได้ก าหนดไว้ 17. เด็กอายุย่างเข้าปีที่ 7 ต้องเข้ารับการศึกษาภาคบังคับเป็นเวลากี่ปี ก. 6 ปี ข. 9 ปี ค. 12 ปี ง. ไม่น้อยกว่า 12 ปี 18. ข้อใดไม่ใช่สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ก. ศูนย์เด็กเล็ก ข. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ค. สถานรับเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียน ง. สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 19. ข้อใดไม่ใช่โรงเรียน ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ก. โรงเรียนรัฐบาล ข. โรงเรียนเอกชน ค. โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัย ง. โรงเรียนสังกัดพุทธศาสนา 20. ข้อใดไม่จัดเป็นจัดศูนย์การเรียนตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ก. โรงเรียน ข. สถานประกอบการ ค. สถานสงเคราะห์ ง. โรงพยาบาล


12 21. กระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ อาจจัดการศึกษาเฉพาะทาง โดยค านึงถึงข้อใด ก. ข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ข. นโยบายและมาตรฐานการศึกษาของชาติ ค. ความต้องการของตลาดแรงงานและความสนใจของผู้เข้ารับการศึกษา ง. ความช านาญงานของหน่วยงานนั้นๆ 22. แนวการจัดการศึกษา โดยการจัดการศึกษาต้องยึดหลักข้อใด ก. ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ข. ผู้เรียนมีความเป็นศูนย์กลางในการจัดการเรียนรู้ตามความพึงพอใจ ค. สถานศึกษาต้องปลูกฝังจิตส านึกในการพัฒนาเด็กอย่างเต็มความสามารถ ง. ต้องส่งเสริมผู้เรียนพัฒนาเต็มตามศักยภาพในการเรียนรู้อย่างมีมาตรฐาน 23. ข้อใดไม่ใช่เรื่องการจัดกระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสม ก. ความรู้เกี่ยวกับตนเองและความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคม ข. ความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ค. ความรู้ และทักษะในการใช้ภาษาไทยและภาษาต่างประเทศอย่างถูกต้อง ง. ความรู้ และทักษะในการประกอบอาชีพและการด ารงชีวิตอย่างมีความสุข 24. ข้อใดไม่ใช่แหล่งการเรียนรู้ตลอดที่ชีวิตที่รัฐต้องส่งเสริมการด าเนินการ ก. สวนพฤกษศาสตร์ ข. อุทยานวิทยาศาสตร์ ค. พิพิธภัณฑ์ ง. สถาบันการอาชีวศึกษา 25. สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการ ยกเว้นข้อใด ก. ความประพฤติ ข. การร่วมกิจกรรม ค. คุณธรรมและจริยธรรม ง. พฤติกรรมการเรียน


13 26. การก าหนดหลักสูตรแกนกลาง เป็นบทบาทของข้อใด ก. คณะกรรมการสถานศึกษา ข. คณะกรรมการเขตพื้นที่ ค.สภาการศึกษา ง. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 27. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ ก. สภาการศึกษา ข. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. คณะกรรมการอุดมศึกษา ง. คณะกรรมการการอาชีวศึกษา 28. จุดมุ่งหมายส าคัญของการให้สถานศึกษาร่วมกับบุคคล ครอบครัว ชุมชน ร่วม กันส่งเสริมความเข้มแข็งชุมชน เพื่อให้เกิดสิ่งใด ก. ชุนชนมีการจัดการศึกษา อบรม แสวงหาความรู้ ข. ชุมชนมีการพัฒนาภูมิปัญญาและเรียนรู้วิทยาการใหม่ๆ ค. พัฒนาชุมชนให้สอดคล้องกับความต้องการของนโยบายรัฐบาล ง. ชุมชนมีส่วนร่วมในการสร้างรายได้จากการจัดการศึกษาตามความเหมาะสม 29. นิติบุคคลที่มีหน้าที่พิจารณาเสนอนโยบาย แผนการศึกษาแห่งชาติ และมาตรฐาน การศึกษาของชาติคือข้อใด ก. ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ข. ส านักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ค. ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. ส านักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) 30. ข้อใดไม่ใช่คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ก. ผู้แทนครู ข. ผู้แทนศิษย์เก่า ค. ผู้แทนองค์กรชุมชน ง. ผู้แทนองค์กรเอกชน


14 เกี่ยวกับระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา วิเคราะห์ข้อความต่อไปนี้ ถูก หรือ ผิด ตามหลักกฎหมาย ……….. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีการ ก าหนดคุณสมบัติทั่วไปของการเข้ารับราชการครู ไว้ส าหรับบุคคลผู้ที่มี สัญชาติไทย อายุไม่ต่ ากว่า 20 ปี บริบูรณ์เพราะต้องมีใบอนุญาตด้วย ............. กฎหมายไทยรับบุคคลสัญชาติไทยผู้ที่ไม่รู้สึกศรัทธา ไม่เลื่อมใสไม่ยึดมั่น ในสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เข้ารับราชการได้ตามระบอบประชาธิปไตย .............. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการแล้ว ถือเป็นการลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง …………. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาคือผู้ที่ได้รับการบรรจุและ แต่งตั้ง ให้ได้รับราชการโดยได้รับเงินเดือนจากงบประมาณแผ่นดิน งบบุคลากรที่จ่ายในลักษณะเงินเดือนในกระทรวงศึกษาธิการ .............. อาจารย์ หมายถึง บุคลากรวิชาชีพซึ่งท าหน้าที่หลักทางด้านการสอนและ การวิจัยในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา ระดับปริญญาของรัฐ ............. โรงเรียน ถือเป็น สถานศึกษา ไม่ใช่ หน่วยงานทางด้านการศึกษา ............. รัฐมนตรีเจ้าสังกัด เป็นรักษาการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ............ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ล่าสุด แก้ไขเพราะมีการแยกงานการอุดมศึกษาออกจากกระทรวงศึกษาธิการ


15 เติมค าในช่องว่างให้ถูกต้อง 1. ……………. ย่อมาจาก คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 2. ประธาน ก.ค.ศ. คือ ...................................................... 3. ให้ .................................... เป็นกรรมการและเลขานุการ ก.ค.ศ. 4. ก.ค.ศ. มีอ านาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวิสามัญ เรียกโดยย่อว่า ....................... 5. ………………………….. มีฐานะเป็นอธิบดี เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและบริหาร ราชการของส านักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 6. …………………………… มีอ านาจหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลส าหรับ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา 7. ……………………………. เป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาในสถานศึกษา มีหน้าที่ ควบคุม ดูแลให้การบริหารงานบุคคล ในสถานศึกษาสอดคล้องกับนโยบาย 8. บัญญัติคุณสมบัติทั่วไปข้อที่ 13 ตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา ต้องไม่เป็นผู้ ....................................................... .………………….……. เข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ 9. เงินวิทยฐานะและ …………..…………………… ไม่ถือเป็นเงินเดือน 10. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา อาจได้รับเงินเพิ่มส าหรับต าแหน่ง ..................................... ตามระเบียบที่ ก.ค.ศ. ก าหนด โดยความเห็นชอบ ของคณะรัฐมนตรี ลองท าดูก่อน แล้วศึกษาการเฉลยแนวทางค าตอบจะน าไปใช้สอบจริงและปรากฏ ในข้อสอบจริงแน่นอนข้อมูลบางส่วนในหน้านี้ ซึ่งเคยออกสอบมาแล้วหลายข้อนะ


16 ความรู้เกี่ยวกับการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย และการศึกษาพิเศษมีข้อสอบเยอะพอสมควรในปีที่ผ่านๆมา ลองท าความเข้าใจ การศึกษาในระบบคงไม่ได้อะไรมาก เพราะว่าเราอธิบายละเอียดแล้วในพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ ในเล่มแรก ภาค ข (เล่มสีเหลือง) ผู้อ่านคงท าความเข้าใจกันได้ดีแล้ว ในส่วนนี้ก็จะขอเพิ่มเติมประเด็นการศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย ให้นั่นเอง การศึกษานอกระบบ เป็นการเรียนแบบเอาวุฒิการศึกษา คือ มีสถานที่เรียน มีครูสอน มีอะไรๆเป็น “สถานศึกษา” หรือเป็นโรงเรียน นั่นเอง สมัยก่อนเรียกว่า โรงเรียน กศน เมื่อก่อน เรียกว่า “การศึกษานอกโรงเรียน” แต่ ปี 2551 เป็นต้นมา เปลี่ยนแล้วนั่นเอง ซึ่งภาษาทางการจะเรียกว่า “สถานศึกษาที่จัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย” นี่คือในปัจจุบัน (ภาษาบ้านๆเราก็เรียกกันว่า ไปเรียนหนังสือที่โรงเรียน กศน) ดังนั้น สังเกตว่า กศน ก็เลยมีการสอบราชการ สอบครู กศน สอบนักวิชาการศึกษา กศน เป็นปกติๆ เพราะถือว่ามีสถานศึกษา (โรงเรียน) เป็นงานเป็นการ เป็นเรื่องเป็นราวดีๆไง เพียงแต่ว่าจะไม่ใช่โรงเรียนในระบบการศึกษาแบบปกตินั่นเอง เพราะโรงเรียนปกติ เช่น โรงเรียน สพฐ / กทม / อปท (เทศบาล) / โรงเรียนเอกชน ฯลฯ พวกนั้นเป็นโรงเรียนที่ อยู่ในประเภทการจัดการศึกษาในระบบ (formal Education) หรือรูปแบบแรกนั่นเอง โรงเรียน กศน คือ non - formal Education เป็นรูปแบบที่ 2 (การศึกษามี 3 รูปแบบ) แต่การศึกษาตามอัธยาศัย informal Education จะไม่มี “สถานศึกษา” นะ คือ ไม่มีโรงเรียน นึกภาพตามว่า เราจัดการศึกษาตามอัธยาศัย เช่น เปิดการสอนปั้นดิน สอนจักสาน งานทอผ้า งานศิลปะ เป็นต้น ในทางกฎหมายก็จะเรียกว่า “แหล่งเรียนรู้” ผู้อ่านต้องแม่นข้อความหรือภาษาตามกฎหมายเพราะภาษาข้อสอบ มักจะถามจากตรงนี้


17 หากข้อสอบพูดถึงค าว่า “แหล่งเรียนรู้” ให้รู้เลยว่า ไม่ใช่การศึกษาในระบบ ไม่ใช่การศึกษานอกระบบ แต่เป็น “การศึกษาตามอัธยาศัย” เป็นต้น เพราะ ภาษาของแต่ละเรื่องราวมีการบัญญัติไว้ตามกฎหมายแต่ละแบบชัดเจนเลย ตัวอย่างข้อสอบ ข้อใดคือกิจกรรมการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ก. การศึกษาในระบบ ข. การศึกษานอกระบบ ค. การศึกษาตามอัธยาศัย ง. การศึกษาตลอดชีวิต เฉลย ข้อ ค. เป็นการศึกษาตามอัธยาศัย การศึกษาตลอดชีวิต หมายถึง การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 มาตรา 8 การส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาตามอัธยาศัย ก็ได้ให้ความส าคัญต่อผู้เรียน โดยได้ระบุไว้ว่า "ผู้เรียนได้รับความรู้และทักษะพื้นฐานในการแสวงหาความรู้ที่จะเอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต" บทบัญญัติของค าศัพท์ทางกฎหมายต้องจ าแม่นสังเกตว่า การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ไม่ใช่การเรียนรู้ ไม่ใช่การเรียนการสอน แต่เป็น “กิจกรรม” การศึกษานอกระบบ คือ กิจกรรมการศึกษา การศึกษาตามอัธยาศัย คือ กิจกรรมการเรียนรู้ จ าตรงนี้ได้ดี ตอบค าถามได้เลยอย่างน้อย 2 ข้อ เช่น ถ้าถามความหมายของการศึกษา ในระบบ หรือ การศึกษาตามอัธยาศัย ก็จะตอบข้อสอบได้ โดยสังเกตคีย์เวิร์ดสองค านี้


18 ดูภาษาตามกฎหมายชัดๆ ดังต่อไปนี้ อยู่ในพระราชบัญญัติการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย “การศึกษานอกระบบ” หมายความว่า กิจกรรมการศึกษาที่มีกลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการ และ วัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ที่ชัดเจน มีรูปแบบ หลักสูตร วิธีการจัดและระยะเวลาเรียนหรือ ฝึกอบรมที่ยืดหยุ่นและหลากหลายตามสภาพความต้องการและศักยภาพในการเรียนรู้ของ กลุ่มเป้าหมายนั้น และมีวิธีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานเพื่อรับคุณวุฒิทาง การศึกษา หรือเพื่อจัดระดับผลการเรียนรู้ “การศึกษาตามอัธยาศัย” หมายความว่า กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิตประจ าวันของบุคคล ซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ตามความสนใจ ความ ต้องการ โอกาส ความพร้อม และศักยภาพในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล “สถานศึกษา” หมายความว่า สถานศึกษาที่จัดการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย ในส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ตัวอย่างแนวข้อสอบ ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการศึกษานอกระบบ ก. สถานศึกษา ข. กิจกรรมการศึกษา ค. แหล่งเรียนรู้ ง. ยืดหยุ่นและหลากหลาย ข้อนี้ตอบ ค. “แหล่งเรียนรู้” ไม่ใช่นะ นั่นเพราะว่า แหล่งเรียนรู้เป็นเรื่องของ “การศึกษาตามอัธยาศัย” ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการศึกษาตามอัธยาศัย ก. กิจกรรมการศึกษา ข. กิจกรรมการเรียนรู้ ค. ยืดหยุ่นและหลากหลาย ง. มีการวัดผลและประเมินผล ข้อนี้ตอบ ข. ถูกต้อง ส่วน ก ค ง เป็นของการศึกษานอกระบบ


19 การศึกษาต่อเนื่อง เคยออกข้อสอบ “นักวิชาการศึกษา” เพราะว่าอยู่ในเนื้อหาเกี่ยวกับ พวกความรู้เกี่ยวกับการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เริ่มปรากฏในช่วง ปี 2542 เป็นต้นมา เพราะพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติระบุถึงการจัดการศึกษาให้บุคคล ต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ทางการศึกษาไทยจึงเริ่มปรากฏแนวคิดเกี่ยวกับการศึกษา ดังกล่าวนี้ตั้งแต่นั้นมา และเริ่มชัดเจนขึ้นช่วงปี 2551 ความหมายของการศึกษาต่อเนื่อง การศึกษาต่อเนื่องเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการศึกษานอกระบบ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ โดยเป็นการจัดการศึกษา เพื่อสนองความต้องการ และความจ าเป็นของบุคคล ต่อเนื่องไป จากการศึกษาขั้นพื้นฐานและอุดมศึกษา เพื่อจะเพิ่มพูนทักษะชีวิต พัฒนาสังคมและชุมชน บนพื้นฐานของแนวคิดตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แนวข้อสอบ การจัดการศึกษาเพื่อสนองความต้องการและความจ าเป็นของบุคคลต่อเนื่อง จากการศึกษาขั้นพื้นฐานและอุดมศึกษา เพื่อจะเพิ่มพูนทักษะชีวิต พัฒนาสังคมและชุมชน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึงข้อใด ก. การศึกษานอกระบบ ข. การศึกษาตามอัธยาศัย ข้อนี้หลายคนตอบผิด ค. การศึกษาตลอดชีวิต ง. การศึกษาต่อเนื่อง เพราะไปคิดว่าตอบ ค ที่จริงตอบ ง. การศึกษาต่อเนื่อง (บางคนตอบไม่ได้ เพราะ ไม่รู้จักการศึกษาต่อเนื่อง) จุดประสงค์ของการศึกษาต่อเนื่อง เพื่อมุ่งจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาการงานและอาชีพให้ความส าคัญกับการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนางานระดับพื้นฐาน ระดับกึ่งฝีมือ และระดับฝีมือที่สอดคล้องกับสภาพและ ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถน าความรู้ไปใช้ในการ ประกอบอาชีพ หรือเพิ่มพูนรายได้


20 ส านักงานงาน กศน. ได้ก าหนดภารกิจและวัตถุประสงค์ การศึกษาต่อเนื่อง ดังนี้ 1. มุ่งจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ โดยให้ความส าคัญกับการจัดการศึกษาหลักสูตร ระยะสั้น และการฝึกอบรม ที่สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยมุ่งให้ผู้เรียน สามารถน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจ าวัน ทั้งนี้ให้พัฒนาหลักสูตรที่หลากหลาย และทันสมัย สามารถให้บริการได้อย่างกว้างขวาง 2. มุ่งจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตให้กับทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยจัดกิจกรรมการศึกษา ที่มุ่งเน้นให้ทุกกลุ่มเป้าหมาย มีความรู้ความสามารถในการจัดการชีวิตของตนเองให้อยู่ในสังคมได้ อย่างมีความสุข โดยเน้นกิจกรรมของสถานศึกษา 3 D รวมทั้งกิจกรรมการใช้เวลาว่างให้เป็น ประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว และชุมชน 3. มุ่งจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมละชุมชนโดยใช้รูปแบบการฝึกอบรม การเข้าค่าย การ ประชุมสัมมนา การศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และรูปแบบอื่นๆที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้ กลุ่มเป้าหมายน าความรู้ไปพัฒนาสังคมและชุมชน 4. พัฒนาระบบคลังหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่องที่สถาบัน กศน.ภาคทุกแห่ง เพื่อพัฒนา หลักสูตรให้ได้มาตรฐาน สะดวกต่อการน าไปใช้ หลักสูตรประเภทนี้จะเปิดกว้างส าหรับประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเป้าหมาย การศึกษานอกระบบโรงเรียนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ที่สนใจและต้องการเรียนรู้เพื่อน าความรู้ ทักษะ หรือประสบการณ์ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน โดยมีทักษะการอ่านเขียนภาษาไทยเป็นอย่างดี ยกเว้นในบางหลักสูตรอาจก าหนดให้มีคุณสมบัติเพิ่มเติมที่จ าเป็นกับการเรียนรู้ในหลักสูตรนั้นๆ จัดขึ้นเพื่อเสริมพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน โดยไม่แบ่งเป็นระดับชั้น การจัดการศึกษาต่อเนื่องของส านักงาน กศน มี ๓ ลักษณะ ๑. สถานศึกษาเป็นผู้จัด ๒. สถานศึกษาร่วมจัดกับเครือข่าย ๓. ภาคีเครือข่าย เป็นผู้จัด โดยสถานศึกษาส่งเสริม สนับสนุนให้เครือข่ายเป็นผู้จัด ทั้งนี้เครือข่ายและผู้เรียนต้องมีการท าข้อตกลงร่วมกันในการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียน


21 อย่างไรก็ตาม ในปีพ.ศ. 2561 มีการปรับปรุงแนวทางเกี่ยวกับเรื่อง “การศึกษาต่อเนื่อง” โดยส านักงาน กศน ดังต่อไปนี้ การศึกษาต่อเนื่อง หมายถึง การจัดการศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบที่เป็น หลักสูตรระยะสั้น ที่จัดตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอาชีพ ทักษะ ชีวิต การพัฒนาสังคมและชุมชน ซึ่งรวมถึงการจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง และการใช้เทคโนโลยี ซึ่งน าไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต สถานศึกษา หมายถึง สถานศึกษาในสังกัดนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย และสถานศึกษาในก ากับ สถานศึกษาในก ากับ หมายถึง สถานศึกษาภาคีเครือข่ายของส านักงานส่งเสริมการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย วิทยากร หมายถึง บุคคลที่ได้รับการคัดเลือกและแต่งตั้งจากสถานศึกษาหรือภาคีเครือข่าย ให้ท าหน้าที่จัดการเรียนรู้ตามกิจกรรมของการจัดการศึกษาต่อเนื่อง ผู้เรียน หมายถึง ผู้ที่ได้สมัครเข้ารับการศึกษาต่อเนื่องในสถานศึกษาหรือภาคีเครือข่าย การเรียนรู้เป็นกลุ่ม หมายถึง การเรียนรู้ตั้งแต่ 6 คนขึ้นไป ที่ต้องการเรียนรู้ในหลักสูตร การศึกษาต่อเนื่องในสถานศึกษา หรือภาคีเครือข่าย การเรียนรู้จาก/แหล่งเรียนรู้หมายถึง การจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนในแหล่งเรียนรู้เช่น ศูนย์สาธิตการท าไร่นาสวนผสม ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง การเรียนรู้ในสถานประกอบการ หมายถึง การจัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในสถานประกอบการ หรือแหล่งประกอบการ หรือแหล่งเรียนรู้ เช่น โรงเรียนเสริมสวย ฯลฯ การเรียนรู้จากฐานการเรียนรู้ หมายถึง การจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ ตามความต้องการ ความสนใจ ตามฐานการเรียนรู้ที่จัดให้โดยมีวิทยากรให้ความรู้ในแต่ละฐานการ เรียนรู้


22 ผู้อ่านสังเกตว่า กศน ถึงกับมีการท าคู่มือการศึกษาต่อเนื่องเลยนะ และลองสังเกตที่ สารบัญของคู่มือ มีการกล่าวถึง PDCA ด้วยนะ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความรู้ กศน ไง ต่อมาได้มีการยกเลิก พ.ศ. 2559 ข้างต้น และใช้ตัว พ.ศ. 2561 ดังด้านล่างนี้ ดังนั้น ถ้าเจอข้อสอบจริงถามถึง การศึกษาต่อเนื่องเพราะเกี่ยวกับ ความรู้เรื่องการจัดการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ควรจะตอบได้ ไม่พลาดง่ายเกินไป ตัวอย่างเช่น การจัดการศึกษาต่อเนื่องของ ส านักงาน กศน ยกเว้นข้อใด ก. สถานศึกษาเป็นผู้จัด ข. ภาคีเครือข่ายเป็นผู้จัด ค. ส านักงาน กศน เป็นผู้จัด ง. สถานศึกษาร่วมกับภาคีเครือข่าย


23 เด็กพิเศษ เด็กพิเศษ (Special Child) หรือเด็กที่มีความต้องการพิเศษ (Child With Special Needs) หมายถึงเด็กที่จ า เป็นต้องได้รับการดูแล ช่วยเหลือ บ าบัดฟื้นฟูและให้การเรียนการ สอนที่เหมาะสม กับลักษณะความจ าเป็นและความต้องการของเด็กแต่ละคน ประเภทของเด็กพิเศษ มีการจ าแนกไว้แตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ และลักษณะการจัด บริการเพื่อให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสม ในประเทศไทย ตาม “ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ก าหนดประเภทและ หลักเกณฑ์ของคนพิการทางการศึกษา พ.ศ.2552” ได้แบ่งเด็กกลุ่มนี้ออกเป็น 9 ประเภท 1. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น 2. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน 3. บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา 4. บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ 5. บุคคลที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ 6. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา 7. บุคคลที่มีปัญหาทางพฤติกรรม หรือ อารมณ์ 8. บุคคลออทิสติก 9. บุคคลพิการซ้ าซ้อน จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก และ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องก าหนด ประเภท และหลักเกณฑ์ของคนพิการทางการ ศึกษา พ.ศ. 2552 เมื่อน า มาจัดกลุ่มเด็ก ที่มีความต้องการพิเศษแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ 1. เด็กปัญญาเลิศ หรือเด็กที่มีความ สามารถพิเศษ (gifted or talented child) 2. เด็กที่มีความบกพร่องในด้านต่างๆ 3. เด็กยากจนและด้อยโอกาส


24 เด็กปัญญาเลิศหรือเด็กที่มีความสามารถพิเศษ (gifted or talented child) เป็นเด็กที่มีพัฒนาการแตกต่างจากเด็กปกติทั่วไป โดยพบว่าเด็กปัญญาเลิศ หมายถึง เด็กที่มีความฉลาดหรือระดับสติปัญญา (IQ) สูงกว่าเกณฑ์ปกติคือมากกว่า 130 ขึ้นไป ร่วมกับ การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (creativity) และความสามารถในการท างานได้ส าเร็จ (task commitment) ร่วมด้วย ในขณะที่เด็กที่มีความสามารถพิเศษ หมายถึง เด็กที่มีความสามารถพิเศษเฉพาะ ด้านที่สูงกว่าเด็กอื่นในวัยเดียวกัน ตามค าจ ากัดความของความฉลาด 8 ประการ (multiple intelligences) โดย โฮเวิร์ดการ์ดเนอร์(Howard Gardner) เช่น ดนตรีศิลปะ การใช้ภาษา กีฬา หรือคณิตศาสตร์ เป็นต้น เด็กกลุ่มนี้มักไม่ได้รับความสนใจหรือให้การช่วยเหลือเท่าที่ควร แต่พบว่าเด็กกลุ่มนี้อาจมีปัญหาที่ต้องน ามาพบแพทย์เช่น แยกตัว เบื่อหน่าย ไม่ตั้งใจเรียน ไม่มีสมาธิหรือซึมเศร้า เป็นต้น เด็กที่มีความบกพร่องในด้านต่างๆ เด็กกลุ่มนี้มักเรียนรู้ช้า และมีพัฒนาการล่าช้ากว่าเด็กปกติในวัยเดียวกัน จ าเป็นต้องให้ ความช่วยเหลือพิเศษตามความจ า เป็นของแต่ละบุคคลเพื่อช่วยให้เด็กสามารถเจริญเติบโตและ พัฒนาศักยภาพต่อไปได้ในบทความนี้จะแบ่งเด็กกลุ่มนี้ออกเป็น 9 ประเภท ตามประกาศของ กระทรวงศึกษาธิการ ตัวอย่างข้อมูลที่ควรจดจ าในการใช้สอบ - เด็กที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น (visual impairment) ซึ่งอาจมีความรุนแรง แตกต่างกันไป ตั้งแต่ตาบอด คือไม่สามารถมองเห็นได้เลย มีความชัดของสายตาเมื่อแก้ไขแล้วอยู่ ในระดับ 6/60 หรือ 20/200กับเด็กที่มีสายตาเลือนลาง คือสามารถมองเห็นได้บ้างแต่ไม่เท่าเด็ก ปกติโดยมีความชัดของสายตาเมื่อแก้ไขแล้วอยู่ในระดับ 6/18 หรือ 20/70


25 - เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน (hearing impairment) ได้แก่ เด็กที่มีการ สูญเสียการได้ยินตั้งแต่ระดับหูตึง (26-89 เดซิเบล) จนถึงระดับหูหนวก (90 เดซิเบล) โดยอาจ เป็นการสูญเสียตั้งแต่ก าเนิดหรือเกิดในภายหลังก็ได้ - เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา (intellectual disabilities) ได้แก่ เด็กที่มีระดับ เชาวน์ปัญญาต่ ากว่าเกณฑ์เฉลี่ยและมีพฤติกรรมการปรับตนบกพร่องตั้งแต่ 2 ด้านขึ้นไป จาก ทั้งหมด 10 ด้าน โดยมีอาการแสดงก่อนอายุ18 ปี - เด็กออทิสติก หรือกลุ่มอาการออทิซึม (autistic or autism spectrum disorder) ได้แก่ เด็กที่มีความผิดปกติของพัฒนาการทางระบบประสาท (neurodevelopmental disorder) ซึ่งส่งผลให้เกิดความบกพร่องของพัฒนาการและพฤติกรรม 3 ด้านหลัก 1. ความบกพร่องของพัฒนาการทางสังคม 2. ความบกพร่องของพัฒนาการทางภาษา 3. ความผิดปกติทางพฤติกรรม - เด็กพิการซ้ าซ้อน ได้แก่ เด็กที่มีสภาพความบกพร่องหรือความพิการมากกว่าหนึ่ง ประเภทในบุคคลเดียวกัน เช่น เด็กที่มีภาวะสติปัญญาบกพร่องร่วมกับตาบอด เป็นต้น เด็กยากจนและด้อยโอกาส ได้แก่เด็กที่ครอบครัวหรือผู้เลี้ยงดูมีเศรษฐานะยากจนขาดแคลนปัจจัยสี่ที่จ าเป็นในการ เจริญเติบโตและพัฒนาการด้านต่างๆของเด็ก รวมถึงเด็กที่ด้อยโอกาสกลุ่มอื่นๆ เช่น เด็กต่างด้าว เด็กเร่ร่อน เด็กที่ถูกเลี้ยงดูอย่างไม่เหมาะสม ปล่อยปละละเลยทอดทิ้งหรือถูกทารุณกรรม ฯลฯ เด็กกลุ่มนี้จัดเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ซึ่งควรได้รับการสงเคราะห์และคุ้มครอง สวัสดิภาพ เพื่อให้สามารถเติบโตและพัฒนาได้เต็มศักยภาพ มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


26 เรื่องเกี่ยวกับครูการศึกษาพิเศษที่เป็นข้อสอบ ครูการศึกษาพิเศษ คือครูเฉพาะทาง ที่ท าหน้าที่จัดการศึกษาส าหรับนักเรียนที่มีความ ต้องการพิเศษ เนื่องจากมีความต้องการการศึกษาในรูปแบบพิเศษ หรือภาวะความบกพร่องบาง ประการทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ พฤติกรรม ท าให้มีผลกระทบในการเรียนแบบปกติ ท าให้ จ าเป็นต้องมีการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลซึ่งเป็นหน้าที่ของครูการศึกษาพิเศษ สอนเด็กพิเศษในชั้นเรียนเรียนร่วมหรือชั้นเรียนคู่ขนาน ประเมินนักเรียนในทักษะต่างๆ วิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อยเพื่อน าไปวางแผนจัดการเรียนการสอน ปรับบทเรียนและเนื้อหาให้เหมาะ กับความสามารถแต่ละคน จัดท าแผนการเรียนรู้เฉพาะบุคคล ประเมินพัฒนาการเด็ก ให้ค าปรึกษา ส าหรับผู้ปกครองที่มีลูกเป็นเด็กพิเศษ ประสานงานกับ ครูประจ าชั้น หมอ นักบ าบัด ส าหรับการส่งเสริมเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ครูการศึกษาพิเศษจะมีการท า แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Program : IEP) ซึ่งจะช่วยให้เด็กมีความต้องการพิเศษแต่ละบุคคลมีแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสม ครูการศึกษาพิเศษ จะมีจ านวนชั่วโมงภาระงานสอน ดังต่อไปนี้ การศึกษาพิเศษ เฉพาะความพิการ และศูนย์การศึกษาพิเศษ - ชั่วโมงสอน ตามตารางสอน ไม่ต่ ากว่า 6 ชั่วโมง / สัปดาห์ - จ านวนชั่วโมงภาระงานสอน ไม่ต่ ากว่า 12 ชั่วโมง / สัปดาห์ ศึกษาสงเคราะห์และราชประชานุเคราะห์ - ชั่วโมงสอน ตามตารางสอน ไม่ต่ ากว่า 12 ชั่วโมง / สัปดาห์ - จ านวนชั่วโมงภาระงานสอน ไม่ต่ ากว่า 18 ชั่วโมง / สัปดาห์ เงิน พ.ค.ศ. หรือเงินเพิ่มส าหรับต าแหน่งที่มีเหตุพิเศษ (พ.ค.ศ.) ให้จ่ายตามหลักเกณฑ์ เดิมทีสมัยก่อนได้ เดือนละ 2,000 บาท ต่อมาปรับแก้เป็น เดือนละ 2,500 บาท จนถึงปัจจุบัน ชั่วโมงสอนก็คือสอนเป็นครู ไปสอนนี่แหล่ะ ส่วนชั่วโมง ภาระงานงานสอนก็คือรวม ชั่วโมงสอนและอื่นๆที่ไม่ใช่ การสอนโดยตรง เช่น การ ท า IEP / IIP หรือภาระใน งานการพัฒนาคุณภาพของ สถานศึกษา (งานโรงเรียน)


27 แนวข้อสอบทบทวนเตรียมสอบนักวิชาการศึกษา 1. ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สังกัดใด ก. ส านักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ข. ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ค. ส านักงานรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ง. ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. กระบวนการคิดเป็นตามแนวทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย คือการสังเคราะห์ตามข้อใด ก. ตนเอง สังคม ข. ความรู้ คุณธรรม จริยธรรม ค. ตนเอง ชุมชน ง. สังคม ตนเอง วิชาการ 3. ปรัชญาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษานอกระบบคือข้อใด ก. ปรัชญาพิพัฒนาการนิยม ข. ปรัชญาสารัตถนิยม ค. ปรัชญาพฤติกรรมนิยม ง. ปรัชญานิรันตรนิยม 4. non formal Education คือข้อใด ก. การศึกษาในระบบ ข. การศึกษานอกระบบ ค. การศึกษาตามอัธยาศัย ง. การศึกษาต่อเนื่อง 5. การศึกษา Home School ซึ่งจัดแบบการศึกษาตามอัธยาศัย หมายถึงข้อใด ก. formal Education ข. non formal Education ค. informal Education ง. long life Education 6. การศึกษานอกระบบ หมายถึงข้อใด ก. การจัดการเรียนรู้ตามศักยภาพและความสนใจ ข. การจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา กศน ค. กิจกรรมการศึกษาที่มีกลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการ และวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน ง. กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิตประจ าวันของบุคคล ตามความสนใจ ความต้องการ และศักยภาพของแต่ละบุคคล


28 7. การศึกษาตามอัธยาศัย หมายถึงข้อใด ก. กิจกรรมการศึกษาที่มีกลุ่มเป้าหมายหรือการฝึกอบรมที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย ข. กิจกรรมการเรียนรู้ในสถานศึกษาที่ยืดหยุ่นและหลากหลายตามสภาพความต้องการ ค. กิจกรรมการเรียนการสอนโดยผู้มีความต้องการจัดตามสภาพความสนใจของบุคคล ง. การกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิตประจ าวัน ตามความสนใจและศักยภาพของแต่ละบุคคล 8. ข้อใดไม่ใช่แหล่งการเรียนรู้ตามอัธยาศัย ก. พิพิธภัณฑ์ ข. สถานศึกษา กศน ค. ห้องสมุดประชาชน ง. คอมพิวเตอร์ออนไลน์ 9. การศึกษาต่อเนื่องในปัจจุบันมีการเพิ่มแนวทางใดเพื่อจัดการศึกษานอกระบบซึ่งน าไปสู่ การพัฒนาคุณภาพชีวิต ก. เทคโนโลยี ข. ยุทธศาสตร์ ค. สมรรถนะการเรียนรู้ ง. มาตรฐานการศึกษา 10. การเรียนรู้เป็นกลุ่มในหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่องในสถานศึกษาหรือภาคีเครือข่ายของ ส านักงาน กศน คือกี่คน ก. ตั้งแต่ 3 คน ขึ้นไป ข. ตั้งแต่ 4 คน ขึ้นไป ค. ตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป ง. ตั้งแต่ 6 คน ขึ้นไป 11. เด็กที่มีความฉลาดหรือระดับสติปัญญา (IQ) สูงกว่าเกณฑ์ปกติคือมากกว่า 130ขึ้นไป ร่วมกับ การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (creativity) คือข้อใด ก. เด็กอัจฉริยะ ข. เด็กปัญญาเลิศ ค. เด็กฉลาด ง. เด็กที่มีความสามารถพิเศษ 12. เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา (intellectual disabilities) เด็กที่มีระดับเชาวน์ปัญญา ต่ ากว่าเกณฑ์เฉลี่ยและมีพฤติกรรมการปรับตนบกพร่อง โดยมีอาการแสดงก่อนอายุเท่าไร ก. ก่อนอายุ 12 ปี ข. ก่อนอายุ 15 ปี ค. ก่อนอายุ 18 ปี ง. ก่อนอายุ 20 ปี


29 13. เด็กออทิสติก เกิดความบกพร่องของพัฒนาการและพฤติกรรม 3 ด้านหลัก ยกเว้นด้านใด ก. ความบกพร่องด้านสติปัญญา ข. ความบกพร่องของพัฒนาการทางสังคม ค. ความผิดปกติทางพฤติกรรม ง. ความบกพร่องของพัฒนาการทางภาษา 14. ข้อใดหมายถึงเด็กด้อยโอกาส ก. เด็กที่ถูกทารุณกรรม ข. เด็กที่ถูกเลี้ยงดูอย่างไม่เหมาะสม ค. เด็กเร่ร่อน ง. ถูกทุกข้อ 15. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับชั่วโมงสอนของครูการศึกษาพิเศษ เฉพาะความพิการ ก. ชั่วโมงสอนตามตารางสอน 6 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ ข. ชั่วโมงสอนตามตารางสอน ไม่ต่ ากว่า 6 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ ค. ชั่วโมงภาระงานสอน 6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ง. ชั่วโมงภาระงานสอน ไม่ต่ ากว่า 6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 16. เงิน พ.ค.ศ. ส าหรับครูการศึกษาพิเศษ ได้เดือนละกี่บาท ก. 1,500 บาท ข. 2,000 บาท ค. 2,500 บาท ง. 3,000 บาท 17. พ.ค.ศ. ย่อมาจากอะไร ก. เงินเพิ่มส าหรับครูการศึกษาพิเศษ ข. เงินเพิ่มส าหรับต าแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ค. เงินเพิ่มพิเศษส าหรับครูการศึกษาพิเศษ ง. เงินเพิ่มพิเศษส าหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 18. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของครูการศึกษาพิเศษ ก. สอนเด็กพิเศษในชั้นเรียนร่วมหรือชั้นเรียนคู่ขนาน ข. จัดท าแผนการศึกษาเฉพาะบุคคลส าหรับเด็กพิเศษ ค. ให้ค าปรึกษาส าหรับผู้ปกครองที่มีลูกเป็นเด็กพิเศษ ง. ให้ความช่วยเหลือเด็กพิเศษในการเข้ารับการศึกษา


30 19. ส านักบริหารงานการศึกษาพิเศษอยู่สังกัดส่วนราชการใด ก. ส านักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษิการ ข. ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ค. ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. ส านักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 20. การจัดให้คนพิการได้เข้าศึกษาในระบบการศึกษาทั่วไปทุกระดับ หมายถึงข้อใด ก. การศึกษาพิเศษ ข. การเรียนร่วม ค. การศึกษาเฉพาะบุคคล ง. การศึกษาส าหรับคนพิการ เฉลยค าตอบของ 30 ข้อหลัง (เน้น กศน และ การศึกษาพิเศษ) 1. ข 2. ง 3. ก 4. ข 5. ค 6. ค 7. ง 8. ข 9. ก 10. ง 11. ข 12. ค 13. ก 14. ง 15. ข 16. ค 17. ข 18. ง 19. ค 20. ข เฉลยค ำตอบกับแบบฝึ กหัดให้ศึกษำจำกคลิปบรรยำย เพื่อเป็ นกำรทบทวน ส่วนที่เป็ นแบบปรนัยเลือกตอบ สำมำรถดูเฉลยได้เลยแบบ ก ข ค ง ได้ลงไว้ให้แล้ว เฉลยค าตอบของ 30 ข้อแรก เน้นกฎหมายพื้นฐาน และการศึกษาไทย 1. ก 2. ข 3. ค 4. ค 5. ง 6. ก 7. ง 8. ค 9. ข 10. ง 11. ข 12. ค 13. ง 14. ง 15. ง 16. ก 17. ข 18. ค 19. ค 20. ก 21. ข 22. ก 23. ค 24. ง 25. ค 26. ง 27. ค 28. ก 29. ข 30. ง


Click to View FlipBook Version