2 ทรัพยากรหนิ
การใชป้ ระโยชนจ์ ากทรพั ยากรหนิ
2. การใชป้ ระโยชนจ์ ากหนิ แปร
➢ หินอ่อน เป็นหินที่แปรสภำพมำจำกหินปูน ประกอบด้วยแคลไซต เนื้อหินละเอียดถึง
หยำบมีหลำยสี เม่อื นำมำขัดจะมคี วำมสวยงำม จงึ นำมำใชป้ พู นื้ แกะสลกั หนิ หนิ ประดบั
o แผน่ หินอ่อนท่ีใชป้ พู ืน้ o หนิ ประดับ
2 ทรพั ยากรหนิ
การใชป้ ระโยชนจ์ ากทรพั ยากรหนิ
2. การใชป้ ระโยชนจ์ ากหนิ แปร
➢ หินชนวน เป็นหินที่แปรสภำพมำจำกหินดินดำน เนื้อหินละเอียด แข็ง ผิวมัน กะเทำะ
เปน็ แผน่ บำงได้ นิยมมำใช้ปูทำงเดิน ทำผนัง มุงหลงั คำ กระดำนชนวน
o กระดำนชนวน
3 ทรัพยากรปโิ ตเลียม
ทรพั ยำกรปิโตเลียม (petroleum) เป็นสำรประกอบไฮโดรคำร์บอนที่เกิดขึ้นเอง
ตำมธรรมชำติอำจมสี ภำพเป็นของเหลว แก๊ส หรือของแข็งได้แก่ น้ำมันดิบ (crude oil)
แก๊สธรรมชำติเหลว (condensate) แก๊สธรรมชำติ (natural gas) และบิทูเมน
(bitumen)
3 ทรัพยากรปโิ ตเลียม
กระบวนการเกดิ ปโิ ตรเลยี ม
ควำมรูเ้ พิ่มเติมแหล่งกกั เก็บปิโตรเลยี ม
▪ หนิ ตน้ กำเนดิ (source rock) คือ หนิ ท่ีประกอบด้วยซำกอนิ ทรียจ์ ำนวนมำกและมศี ักยภำพที่ทำให้
เกิดปิโตรเลยี มได้ เชน่ หินดินดำน หินโคลน หินปนู
▪ หนิ กกั เกบ็ (reservoir rock) คือ หินท่ีเน้อื หนิ มคี วำมพรุน หรือมีรอยแยกรอยแตกภำยในเนื้อหิน
เพยี งพอทจี่ ะกักเก็บปโิ ตรเลยี มได้ เช่น หนิ ทรำย หนิ ปูน
▪ หนิ ปิดทับ (overburden rock) คือ ชั้นหินที่ปกคลุมชั้นหินกักเก็บปิโตรเลียมและมีกระบวนกำร
ทำงธรณที ่ีเกีย่ วขอ้ งดังนี้
▪ กำรเกดิ ลักษณะกกั เก็บ (trap formation) กระบวนกำรทำให้เกิดลักษณะกักเก็บปิโตรเลียมไว้
ในหินกกั เกบ็ หลงั จำกปิโตรเลยี มเคลอ่ื นยำ้ ยออกจำกหินต้นกำเนิด
▪ ภำวะสมบรู ณข์ องหนิ ตน้ กำเนดิ และกำรยำ้ ยที่ (maturity and migration) เม่ือสำรอินทรยี ์ในหิน
ต้นกำเนิดอยู่ภำยใต้ควำมร้อนและควำมดันในระยะเวลำที่เหมำะสมจะเปลี่ยนเป็นสภำพปิโตรเลียม
จำกนั้นปโิ ตรเลยี มจะเคลื่อนทีจ่ ำกหินตน้ กำเนิดเข้ำไปสะสมตัวในช้ันหินกักเกบ็
3 ทรัพยากรปโิ ตเลียม
กระบวนการเกดิ ปโิ ตรเลียม
ปิโตรเลียมเกิดจำกกำรสะสมตัวของซำกสิ่งมีชีวิตขนำดเล็ก พืช รวมกับตะกอน
ทรำยแปง้ และเคลยบ์ รเิ วณพ้นื ทอ้ งทะเลหรอื ทะเลสำบขนำดใหญ่
1
กำรสะสมตัวของซำกสิ่งมีชีวิตขนำดเล็กรวมกับตะกอนเคลย์
บนพื้นท้องทะเลในบริเวณที่มีออกซิเจนน้อยมำกส่งผลให้
แบคทีเรียย่อยสลำยซำกส่ิงมีชวี ติ ได้นอ้ ย
3 ทรพั ยากรปโิ ตเลยี ม
กระบวนการเกิดปโิ ตรเลียม
2
ต่อมำมีตะกอนชุดใหม่ถูกนำพำมำสะสมตัวปิดทับอยู่ด้ำนบน
เมื่อเวลำผ่ำนไปตะกอนที่ทับถมจะมคี วำมหนำข้ึน มีกำรอัดตัว
กนั แนน่ และจมลงสู่ด้ำนล่ำง
ิหน ้ตนกำเ ินด 3 ทรัพยากรปโิ ตเลียม
กระบวนการเกดิ ปโิ ตรเลียม
3
เมื่อชั้นตะกอนที่มีซำกสิ่งมีชีวิตขนำดเล็กจมลงถึงระดับควำม
ลึกที่มีควำมดันและอุณหภูมิเหมำะสม ทำให้ตะกอนแข็งตัว
เป็นหินดินดำนและสำรอินทรีย์เปลี่ยนเป็น เคอโรเจน
(kerogen) ซึ่งเป็นสำรตั้งต้นของปิโตรเลียมอยู่ในหิน (หิน
ต้นกำเนดิ )
ิหน ้ตนกำเ ินด3 ทรัพยากรปโิ ตเลียม
กระบวนการเกิดปโิ ตรเลียม
4
เม่อื เวลำผำ่ นไปปิโตรเลยี มที่เกิดขึ้นจะเกิดกำรเคลื่อนท่ี
ออกจำ กหินต้ นกำเนิ ด และ เคลื่อ นตัวขึ้ นมำสู่
พืน้ ผิวโลกตำมช่องว่ำง หรือรอยแตกของช้ันหิน
3 ทรัพยากรปโิ ตเลียม
กระบวนการเกิดปโิ ตรเลยี ม
ัลกษณะกักเ ็กบ 5
ถ้ำมีหินปิดกั้น และลักษณะกักเก็บขวำง
กั้นไว้ ปิโตรเลียมที่เกิดขึ้นจะเคลื่อนท่ี
ออกจำกหินต้นกำเนิดเข้ำไปในหินกักเก็บ
และสะสมตวั เป็นแหล่งปโิ ตรเลยี มได้
3 ทรัพยากรปโิ ตเลยี ม
การสารวจและการขดุ เจาะปโิ ตรเลียม
กำรสำรวจทำงธรณวี ทิ ยำ เพื่อหำองค์ประกอบของแหล่งกักเก็บปิโตรเลียม ได้แก่ หินต้นกำเนิด
หินกักเก็บ และโครงสรำ้ ง
กำรสำรวจธรณฟี สิ กิ สเ์ พอ่ื หำพนื้ ที่ เพื่อประเมินศักยภำพของพื้นที่ และวำงแผนกำรเจำะหลุมสำรวจเพื่อ
เกบ็ ข้อมลู เพิ่มเตมิ สำหรบั กำรเจำะหลุมผลติ
กำรเจำะหลมุ สำรวจ เพื่อพิสูจน์ว่ำปิโตรเลียมในแหล่งกักเก็บหรือไม่ รวมทั้งประเมิน
ศักยภำพของปโิ ตรเลยี ม
กำรหยง่ั ธรณหี ลมุ เจำะ วิเครำะห์ข้อมลู ธรณีวทิ ยำภำยในหลุมเจำะตำมระดบั ควำมลึกเพื่อประเมิน
ศักยภำพในกำรพฒั นำหลมุ ผลิต
กำรพฒั นำหลมุ ผลติ ปโิ ตรเลยี ม เพื่อสูบปิโตรเลียมขึ้นมำ ขนส่งไปสู่กระบวนกำรกลั่นที่โรงกลั่น และ
นำไปใช้ประโยชนต์ ่อไป
3 ทรพั ยากรปโิ ตเลยี ม
การสารวจและการขดุ เจาะปโิ ตรเลียม
o กำรสำรวจธรณฟี สิ กิ ส์ดว้ ยวธิ ีกำรวดั คล่ืนไหวสะเทอื น
3 ทรพั ยากรปโิ ตเลยี ม
แหลง่ ปโิ ตรเลยี มในประเทศไทย
ปิโตรเลียมที่พบในปร ะเทศไทยมีทั้ง
น้ำมันดิบ แก๊สธรรมชำติ และแก๊สธรรมชำติเหลว
แหล่งน้ำมันดิบส่วนมำกจะพบบนบก เช่น แหล่ง
สิริกิติ์ วิเชียรบุรี ฝำง อู่ทอง และบำงแหล่งพบใน
อ่ำวไทย แก็สธรรมชำติส่วนมำกจะพบในอ่ำวไทย
และพบบนบกบรเิ วณภำคตะวันออกเฉยี งเหนอื
3 ทรพั ยากรปโิ ตเลยี ม
การใชป้ ระโยชนจ์ ากทรพั ยากรปโิ ตรเลยี ม
แก๊สอีเทน (ethane) ใช้เป็นวัตถุดิบในกำรผลิตสำรเคมี และ 20 องศำเซลเซยี ส แก๊สมีเทน (methane) ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้ำ
ผลติ ภัณฑ์พลำสติก 70 องศำเซลเซยี ส เชือ้ เพลงิ ในโรงงำนอุตสำหกรรมและวตั ถดุ บิ ในกำรผลิตปุ๋ยเคมี
น้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน (aviation fuel) ใช้เป็นเชื้อเพลิง 120 องศำเซลเซยี ส น้ำมันเบนชิน (gasoline) ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์
สำหรับเครอ่ื งบนิ ของสำยกำรบนิ พำณิชย์ 170 องศำเซลเซียส เบนชิน
น้ำมันหล่อลื่น (lubricating oil) ใช้ป้องกันสนิมและกำรกัด 270 องศำเซลเซียส น้ำมันดีเซล (diesel fuel) ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์
กร่อนของอุปกรณ์ต่ำง ๆ ใช้สำหรับระบำยควำมร้อนและรักษำ 350 องศำเซลเซยี ส ดีเซลล์
ควำมสะอำดของเคร่อื งยนต์
น้ำมันเตำ (fuel oil) ใช้เป็นเชื้อเพลิงเครื่องกำเนิด
600 องศำเซลเซยี ส ไฟฟ้ำเครื่องยนต์ของเรือเดินสมุทร เตำในโรงงำน
อุตสำหกรรม เตำต้มนำ้ เตำเผำ เตำหลอม
นำน้ำมันดบิ เข้ำ ยำงมะตอย (asphalt) ใชใ้ นกำรกอ่ สรำ้ งถนน
4 ทรพั ยากรถา่ นหนิ
ถ่ำนหิน (coal) เป็นหินที่สำมำรถติดไฟได้มีปริมำณคำร์บอนตั้งแต่ร้อยละ 50
ขึน้ ไปโดยนำ้ หนัก หรือปรมิ ำณคำร์บอนรอ้ ยละ 70 ขึน้ ไปโดยปริมำตร
4 ทรัพยากรถา่ นหนิ
กระบวนการเกดิ ถา่ นหนิ
ถ่ำนหินเกิดจำกสะสมตัวของเศษซำกพืชซำกสัตว์ในธรรมชำติที่ทับ
ถมเป็นเวลำนำนภำยใต้ควำมร้อนและควำมดันสูง เศษซำกพืชที่มีลักษณะ
ตะกอนยังไม่แข็งตัวและมีควำมชื้นสูงเรียกว่ำ พีต (peat) ซึ่งเมื่อผ่ำน
กระบวนกำรทำงธรณีกลำยสภำพเป็นถ่ำนหินที่มีคุณภำพต่ำงกัน ได้แก่
ลิกไนต์ (lignite) ถ่ำนหนิ ซบั บิทมู ินสั (sub-bituminous coal) ถำ่ นหินบิ
ทมู นิ สั (bituminous coal) และแอนทรำไซต์ (anthracite)
4 ทรพั ยากรถา่ นหนิ
กระบวนการเกิดถา่ นหนิ
1
กำรสะสมของเศษซำกพืชที่เรียกว่ำ พีต ใน
ปริมำณมำกบริเวณแอ่งน้ำตื้น เช่น ป่ำพรุ
(swamp forest) หนองน้ำ (swamp) ป่ำ
ชำยเลน (mangrove) ทะเลสำบ (lake)
4 ทรัพยากรถา่ นหนิ
กระบวนการเกิดถา่ นหนิ
2 เมื่อระยะเวลำผ่ำนไปมีตะกอนชุดใหม่มำปิดทับ
อย่ำงรวดเร็ว ทำให้เศษซำกพืชไม่ย่อยสลำยตัวไป
จนหมด ตอ่ มำช้ันตะกอนและชั้นเศษซำกพืชมีกำร
อัดตัวกันแน่นและจมลงสู่ด้ำนล่ำง อุณหภูมิและ
ควำมดันที่เพิ่มขึ้นตำมระดับควำมลึก จะทำให้
เกิดปฏิกิริยำเคมีสสำรไฮโดรเจน ออกซิเจน และ
ไนโตรเจน และน้ำในเศษซำกพืชออกไป ทำให้
สัดส่วนของคำร์บอนสงู มำกข้นึ
4 ทรพั ยากรถา่ นหนิ
กระบวนการเกดิ ถา่ นหนิ
3
ภำยใต้สภำวะควำมร้อนและควำมดันที่สูงมำกขึ้น
จะทำให้พตี เปลีย่ นเป็นถำ่ นหินทม่ี ีคณุ ภำพสูงขึ้น
4 ทรพั ยากรถา่ นหนิ
แหลง่ ถา่ นหนิ ในประเทศไทย
ถ่ำนหินส่วนใหญ่ในประเทศไทยมีคุณภำพ
อยู่ระหว่ำงลิกไนต์ถึงถ่ำนหินซับบิทูมินัส ถ่ำนหิน
เหล่ำนี้สะสมตัวในยุคนีโอจีนพบในบริเวณภำคเหนือ
เช่น ลำปำง เชียงใหม่ ลำพูน ตำก ภำคใต้ เช่น
กะบี่ ตรัง สงขลำ สุรำษฎร์ธำนี นครศรีธรรมรำช
และถ่ำนหินบำงแหล่งที่มีคุณภำพถึงแอนทรำไซต์ซึ่ง
สะสมตัวในยุคคำร์บอนิเฟอรัส ในบริเวณภำค
ตะวนั ออกเฉียงเหนือ พบทีเ่ ลย หนองบัวลำภู
4 ทรพั ยากรถา่ นหนิ
การใชป้ ระโยชนจ์ ากทรพั ยากรถา่ นหนิ
ทอ่ ส่งไอน้ำ
หม้อต้มน้ำ หม้อควบแนน่ นำแกส๊ คำรบ์ อนไดออกไซด์
ไอน้ำ กลบั มำใชใ้ หม่
นำเถ้ำออก
นำอำกำศเข้ำ
o กำรผลิตไฟฟ้ำโดยใช้ถำ่ นหินเปน็ เชื้อเพลงิ