การควบคุมการเจริญเตบิ โต
เเละ การตอบสนองของพชื
จัดทำโดย
นายวายุ ประสพรัตนโชค
ชัน้ ม.5/5 เลขท่ี 10
เสนอ
คุณครู พชรกมล พลลู าย
โรงเรียนอยุธยาวิทยาลยั
กรดเเอบไซซกิ (abscisic acid)
เปนฮอรโมนท่อี อกฤทธ์ิยับยัง้ การเจริญเตบิ โตของพืช
ทำใหพืชทนตอสภาวะเครยี ดตา งๆไดดี
มีบทบาทในการเจรญิ พัฒนาของเอม็ บรโิ อ
การพกั ตวั ของเมล็ดและของตาพืช
พบในพชื ท่มี ีระบบทอ ลำเลยี งทั่วไป มอสส สาหราย แตไ มพบในลเิ วอรเ วริ ต
การตอบสนองตอ การสัมผัส (thigmotropism)
การตอบสนองตอการสมั ผสั มีหลายรปู แบบ
เชน ใบไมยราบเม่ือถกู สัมผสั ใบจะหบุ
เนือ่ งจากท่โี คนใบมีตอมท่ถี ูกกระตนุ จะสง ผลทำใหใบหุบได
หรอื ตน หมอ ขาวหมอแกงลงิ เม่ือมแี มลงตกลงไปฝาใบจะปด
การตอบสนองตอน้ำ (hydrotropism)
พืชท่ีเจริญเตบิ โตในทีแ่ หง แลง
เชน พืชในทะเลทรายซึ่งมีฝนตกโดยเฉลย่ี นอยกวา 250 มลิ ลเิ มตรตอ ป
ดังน้นั พชื ทีข่ ้ึนในทะเลทรายจะตอ งมกี ารปรบั ตวั เพ่ือตอบสนอง
ตอปรมิ าณน้ำที่มีนอ ยโดยพืชบางชนิดมีการเจริญเติบโตออกดอกในฤดฝู นเทา นั้น
การตอบสนองทางเคมี (chemotropism)
เปนการตอบสนองของพชื โดยการเจรญิ เขา หาหรอื หนี
จากสารเคมบี างอยางท่ีเปนส่ิงเรา
เชนการงอกของหลอดละอองเรณูไปยงั รงั ไขของพชื
โดยมสี ารเคมบี างอยา งเปน สิ่งเรา
การเบนตามแสง (Phototropism)
เปนการเบนของพชื โดยมแี สงซึง่ เปน ส่ิงเราภายนอก
มกั พบไดกับพชื ทป่ี ลูกในรม ซึ่งสามารถจำแนกไดส องประเภทคือ
การเบนเขา หาแสง (Positive phototropism)
การเบนออกจากแสง (Negative phototropism)
จบิ เบอเรลลนิ (Gibberellin)
เปน ฮอรโมนพืชที่มโี ครงสรางโมเลกุลขนาดใหญ
ควบคุมการเจริญเติบโตและมีอทิ ธพิ ลตอ กระบวนการทาง
พัฒนาการรวมทงั้ การยดื ของขอ การงอก การพกั ตัว การออกดอก
การแสดงเพศ การชักนำการสรา งเอนไซม รวมทง้ั การชราของดอกและผล
ไซโทไคนนิ (cytokinin)
เปนฮอรโ มนพืชท่ีพบมากบรเิ วณปลายราก
เอ็มบรโิ อ ผลออ น นำ้ มะพราว และยีสต
มีคุณสมบัติในการกระตุน การแบง
เซลลและการเจรญิ เปลยี่ นแปลงของเซลลใ นระหวา งการเจริญเตบิ โต
นูเทชนั (nutation)
การเคลอ่ื นไหวของพืชทป่ี ลายยอดโบก
ไปมาขณะเจริญเติบโต
เนือ่ งจากสิ่งเรา ภายในของพชื เอง
แนสติกมูฟเมนต (nastic movement)
เปน การตอบสนองของพืชทท่ี ศิ ทาง
ของการเคลือ่ นไหวของพชื ไมถกู กำหนด
โดยทิศทางของปจจยั ภายนอกทีม่ ากระตนุ
เชน การหุบและการบานของดอก
บราสสิโนสเตอรอยด (Brassinosteroid)
เปน สารกลุมสเตยี รอยดที่ออกฤทธติ์ อ การเจริญเตบิ โตของพชื
ไดหลากหลาย พบคร้ังแรกในละอองเรณขู องพืชตระกลู ผกั กาด
ในปจ จบุ นั พบสารกลุมนแ้ี ลวมากกวา 60 ชนิด
นอกจากนนั้ BR ยงั มีโครงสรางคลา ยฮอรโ มน
ที่ควบคมุ การลอกคราบของแมลง
พลั ไวนัส (pulvinus)
กลมุ เซลลท ม่ี ีขนาดใหญผ นงั เซลลบาง
มคี วามไวสูงตอสงิ่ เรา ที่มากระตนุ
อยูบรเิ วณโคนกานใบของพืชบางชนิด เชน ตนไมยราบ
ความเครยี ดของพืช (Plant stress)
ความเครียดคอื สภาวะหน่งึ ทเ่ี กดิ ข้นึ กบั พืช
เมอ่ื พชื ตอ งเผชิญกับปจ จัยทางสง่ิ แวดลอม
ท่ไี มเ หมาะสมตอ การเจรญิ เติบโต
โดยพชื จะมกี ารตอบสนองตอ ความเครยี ดดว ยกลไก
และรปู แบบที่แตกตางกันออกไป
แรงดันเตง (turgor movement)
เซลลพ ืชดดู น้ำเขาไป เซลลจ ะเตงขนึ้ เพราะเกดิ แรงดันเตง
ทำใหพืชกางใบออกไดเ ต็มท่ี แตถา เสียน้ำไปใบจะเห่ียวหรอื เฉาลง
การเคล่ือนไหวหรอื การตอบสนองแบบนี้แบงออกเปนcontact movement
สตรโิ กแลกโทน (strigolactone)
เก่ยี วขอ งกับการยบั ยงั้ การเจรญิ ของตาขา ง
ในปจ จบุ ันมนุษยย งั สามารถสงั เคราะหส าร
ทม่ี ีสมบัติคลายฮอรโมนพืชเพื่อนำมาใชประโยชนทางการเกษตร
สภาพพกั ตวั ของเมล็ด (seed dormancy)
ชว งทีเ่ มล็ดพืชยังไมพ รอมท่ีจะงอกขึ้นเปน ตนพชื ใหมไ ด
ดังน้ันการเพาะเมลด็ บางชนิดอาจตอ งทำลายการพกั ตัวของพืชกอน
เพื่อใหเมล็ดงอกไดเ รว็ ยง่ิ ขนึ้ วิธกี ารทำลายการพักตวั ของเมล็ด
ออกซิน (auxin)
เปน กลุม ของฮอรโ มนพืชทกี่ ระตุน การเจริญเตบิ โต
ทำใหม ีการแบง เซลลและยดื ตัวของเซลล
การขนสงออกซินภายในพืชเปน การขนสง อยางมที ิศทาง
เอทิลนี (ethylene)
เปน ฮอรโ มนพืชทม่ี ีสภาพเปนกา ซที่อณุ หภมู หิ อ ง
บทบาททส่ี ำคญั ของเอทิลีน
คอื ควบคุมกระบวนการเติบโตที่เกี่ยวของกับความชรา
การหลดุ รวงของใบ ดอก ผล
และควบคุมการเจรญิ ของพชื เมือ่ อยใู นสภาวะท่ีไมเ หมาะสม
การเบนเนอ่ื งจากความโนม ถวง (gravitropism)
เปนการตอบสนองที่มที ิศทางสมั พันธก บั ทิศทางของเเรงโนมถวงของโลก
มสี องประเภท ไดเ เก
1.การเจริญของปลายรากพืชจากการเบนเขา หาเเรงโนมถว ง
2.การเจรญิ ของปลายยอดพชื จากการเบนหนเี เรงโนม ถวง
ฮอรโ มนพชื (plant hormone)
ฮอรโมนพืช เปน สารเคมที ่พี ชื สรา งขึน้ มา
เพือ่ ควบคมุ การเจริญเติบโตของพชื
และใชเปน การตอบสนองตอ สิง่ เรา ของพืชดวย
ฮที ชอ็ คโปรตนี (heat-shock protein)
เปน โปรตนี ทีจ่ ะถกู กระตนุ เม่ือพืชไดรบั ความรอน
โดยจะชวยรกั ษาโครงสรางโปรตีนชนดิ อนื่
ใหสามารถทำงานไดอ ยางปกติ