หมจู อมตระกละ
มณุ กิ ชาดก วา่ ดว้ ยความมอี ายยุ นื
มุณกิ ชาดก
สาเหตทุ ต่ี รสั
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทราบว่า พระภิกษุรูปหน่ึงมีความปรารถนาจะสึก
เพราะได้รับการเอาอกเอาใจ พูดจาชักชวนแทะโลมจากสาวแก่นางหนึ่ง พระพุทธองคจ์ งึ
ทรงสอบถาม พระภิกษุรูปน้ันก็ยอมรับแต่โดยดี พระบรมศาสดาจึงตรัสเตือนสติว่า
“ดูก่อนภิกษุ มิใช่แต่บัดนี้เท่าน้ันท่ีหญิงคนน้ีทาให้เธอพินาศ เม่ือก่อนน้ีเธอถึงกับสิ้นชีวิต
ในวันวิวาห์ของหญิงคนน้ี ต้องเป็นอาหารอันโอชะเล้ียงคนมากมายในงานทีเดียว”
ตรัสดงั นน้ั แล้วพระองคท์ รงนา มณุ กิ ชาดก มาตรัสแสดงดังน้ี
ขอ้ คิดจากชาดก
๑ . ไม่ว่ากาลไหน ๆ ภิกษุไม่ควรใกล้ชิดสตรี พระอานนท์เคยทูลถามพระ
สมั มาสมั พุทธเจา้ ว่า ภิกษุควรประพฤติตนอย่างไรตอ่ สตรี พระพุทธองค์ทรงตอบ
ว่า “อย่าได้พบปะสตรีใด ๆ เลย” พระอานนท์ทูลถามว่า “ถ้าจาเป็นต้องพบปะ
จะทาอย่างไร” พระพุทธองค์ทรงตอบว่า “ก็อย่าพูดคุยด้วย” พระอานนท์ทูล
ถามวา่ “ถ้าตอ้ งพูดคยุ ด้วยจะทาอยา่ งไร” พระพุทธองค์ทรงตอบว่า “กอ่ นจะพูด
ตง้ั สตใิ หม้ ั่นคงแลว้ รบี พูดใหเ้ สรจ็ ธรุ ะโดยไว”
๒ . ผทู้ เี่ ป็นผ้นู าได้ ตอ้ งหม่นั สังเกต หมั่นอบรมตนเองและบรวิ ารให้มคี วาม
มักน้อย สันโดษ พอใจในปัจจัยตามมีตามได้ ไม่โลภ มีความหนักแน่น ไม่อิจฉา
ริษยา
http://www.kalyanamitra.org