The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ใบความรู้วันมาฆบูชา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ใบความรู้วันมาฆบูชา

ใบความรู้วันมาฆบูชา

วันมาฆบูชา
“วันขึ้น 15 ค่า เดอื น 3”

วันมาฆบูชา 2565 ตรงกับวันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ อ่าน ประวัติวันมาฆบูชา วันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่า
เดอื น 3 วันสา่ คญั ทางพระพทุ ธศาสนา วันที่พระพุทธเจ้าแสดงโอวาทปาติโมกข์ แก่พระภิกษุจ่านวน 1,250 รูป
ที่เวฬุวันวิหาร ในกรุงราชคฤห์ โดยมิได้นัดหมาย พระภิกษุสงฆ์เหล่านี้ล้วนเป็นผู้ท่ีได้รับการอุปสมบทโดยตรง
จากพระพุทธเจ้า และบรรลพุ ระอรหนั ต์แลว้ ทุก ๆ องค์

วนั มาฆบชู า ความหมายคอื อะไร

ค่าวา่ "มาฆะ" นนั้ เป็นช่อื ของเดอื น 3 ย่อมาจากค่าว่า "มาฆบรุ ณม"ี หมายถงึ การบูชาพระในวันเพ็ญ
กลางเดือนมาฆะ ตามปฏิทนิ ของอินเดีย หรอื เดอื น 3

การกา่ หนดวนั มาฆบูชา

การก่าหนดวันมาฆบูชาตามปฏิทินจันทรคติของไทยนั้นจะตรงกับวันข้ึน 15 ค่า เดือน 3 แต่ถ้าปีใดมี
เดอื นอธกิ มาส คอื มีเดือน 8 สองครงั้ วนั มาฆบชู า ก็จะเล่อื นไปเป็นวันขน้ึ 15 ค่า เดือน 4 และมักตรงกับเดอื น
กมุ ภาพนั ธ์หรือมีนาคม ซ่งึ วนั มาฆบชู า 2565 ตรงกบั วนั พธุ ท่ี 16 กุมภาพันธ์

ประวตั ิวนั มาฆบชู า ความส่าคญั ของวันมาฆบชู า

ความส่าคัญของวันมาฆบูชา คือ เป็นวันท่ีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง "โอวาทปาติโมกข์" แก่
พระสงฆ์เป็นครง้ั แรก หลังจากตรัสรู้มาแล้วเป็นเวลา 9 เดือน ซึ่งหลักค่าสอนน้ีเป็นหลักการและวิธีการปฏบิ ตั ิ
ตา่ ง ๆ หากสรปุ เป็นใจความส่าคัญจะมเี นอื้ หาวา่ "ทา่ ความดี ละเวน้ ความชวั ทา่ จิตใจให้บรสิ ทุ ธ์"ิ

ทงั้ น้ี ในวันมาฆบูชา ไดเ้ กดิ เหตุอัศจรรย์ข้ึนพร้อม ๆ กนั ถงึ 4 ประการ อันได้แก่
1. วันน้นั ตรงกบั วันเพญ็ ขึ้น 15 คา่ เดอื น 3 ซึ่งพระจนั ทรเ์ สวยมาฆฤกษ์
2. มีพระสงฆ์จ่านวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์
แควน้ มคธ เพอ่ื สกั การะพระสมั มาสมั พุทธเจา้
3. พระสงฆท์ ี่มาประชุมท้งั หมดลว้ นแตเ่ ป็นพระอรหันต์ ผไู้ ดอ้ ภิญญา 6
4. พระสงฆท์ ง้ั หมดได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจา้ หรือ "เอหภิ ิกขุอุปสัมปทา"
และเพราะเกิดเหตุอัศจรรย์ 4 ประการข้างต้น ท่าให้วันมาฆบูชา เรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า "วันจาตุรงค
สนั นิบาต" ซึง่ ค่าว่า "จาตรุ งคสันนบิ าต" มีความหมายตามการแยกศพั ทค์ ือ
- จาตุร แปลวา่ 4
- องค์ แปลวา่ ส่วน
- สันนิบาต แปลว่า ประชมุ
ดังนนั้ "จาตรุ งคสันนบิ าต" จึงหมายความว่า "การประชุมด้วยองค์ 4" นน่ั เอง
ทั้งนี้ วันมาฆบูชา ถือว่าเป็นวันพระธรรม ขณะที่วันวิสาขบูชา ถือว่าเป็นวันพระพุทธ ส่วนวัน
อาสาฬหบชู า เปน็ วนั พระสงฆ์
ประวตั วิ ันมาฆบูชาในประเทศไทย
พิธที า่ บุญวันมาฆบูชานี้ ไมป่ รากฏหลกั ฐานว่ามีมาในสมัยใด อย่างไรก็ตาม ในหนังสอื "พระราชพธิ ีสิบ
สองเดือน" อันเปน็ บทพระราชนิพนธ์ของ "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจา้ อยู่หวั " มเี ร่ืองราวเกยี่ วกับการ

ประกอบราชกุศลมาฆบูชาไว้วา่
ประเทศไทยเริ่มก่าหนดพิธีปฏิบัติในวันมาฆบูชาเป็นครั้งแรกในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอม

เกลา้ เจา้ อยู่หวั รชั กาลท่ี 4 ซึ่งมีการประกอบพิธเี ปน็ ครัง้ แรกในปี พ.ศ. 2394 ในพระบรมมหาราชวังกอ่ น โดยมี
พิธีพระราชกุศลในเวลาเช้า นมัสการพระสงฆ์จากวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร และวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมา
รามราชวรวหิ าร จ่านวน 30 รปู มาฉันภตั ตาหารในพระอุโบสถวดั พระศรรี ตั นศาสดาราม

เมื่อถึงเวลาค่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ทรงจุดธูปเทียนนมัสการ
พระสงฆ์ทา่ วตั รเยน็ และสวดคาถาโอวาทปาติโมกข์ เม่อื สวดจบทรงจุดเทยี น 1,250 เลม่ รอบพระอุโบสถ มกี าร
ประโคมอีกครง้ั หนึง่ แลว้ จึงมกี ารเทศนาโอวาทปาติโมกข์ 1 กณั ฑ์ เปน็ ท้ังเทศนาภาษาบาลีและภาษาไทย ส่วน
เคร่ืองกัณฑป์ ระกอบดว้ ย จวี รเนื้อดี 1 ผนื เงิน 3 ต่าลงึ และขนมตา่ ง ๆ เม่ือเทศนาจบ พระสงฆ์ 30 รูป สวดรบั

ในสมัยรัชกาลท่ี 4 น้ัน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย่หู ัวจะเสด็จออกประกอบพิธดี ้วยพระองค์
เองทุกปี แต่มีการยกเว้นบ้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 5 เน่ืองจากบางครัง้

ตรงกับช่วงเสด็จประพาสก็จะทรงประกอบพิธีมาฆบูชาในสถานท่ีน้ัน ๆ ขึ้นอีกแห่ง นอกเหนือจากภายใน
พระบรมมหาราชวงั

ต่อมาการประกอบพิธีมาฆบูชาได้แพร่หลายออกไปภายนอกพระบรมมหาราชวงั และประกอบพิธีกัน
ท่ัวราชอาณาจกั ร ทางรัฐบาลจงึ ประกาศให้เปน็ วนั หยุดทางราชการดว้ ย เพอื่ ให้ประชาชนจากทุกสาขาอาชีพได้
ไปวัด เพ่ือท่าบุญกุศลและประกอบกิจกรรมทางศาสนา

นอกจากนใ้ี นปี พ.ศ. 2549 รฐั บาลไทยประกาศใหว้ นั มาฆบชู า เป็นวันกตญั ญูแหง่ ชาติ อีกดว้ ย
วนั มาฆบชู า กบั หลักธรรมทีควรนา่ ไปปฏิบัติ

หลักธรรมท่ีควรน่าไปปฏิบัติคือ "โอวาทปาติโมกข์" ซ่ึงเป็นหลักค่าสอนส่าคัญอันเป็นหัวใจของ
พระพุทธศาสนา เพ่ือน่าไปสู่ความหลุดพ้น หลักธรรมประกอบด้วย หลักการ 3 อุดมการณ์ 4 และวิธีการ 6
ดังนี้

หลักการ 3 คอื หลักคา่ สอนท่ีควรปฏิบัติ ได้แก่
1. การไม่ทา่ บาปทัง้ ปวง คอื การลด ละ เลกิ ท่าบาปทัง้ ปวง อนั ไดแ้ ก่ อกศุ ลกรรมบถ 10 ซ่ึง

เป็นทางแห่งความชั่ว 10 ประการท่ีเป็นความช่ัวทางกาย (การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติผิดในกาม)
ทางวาจา (การพูดเท็จ การพูดส่อเสียด การพูดเพ้อเจ้อ) และทางใจ (การอยากได้สมบัติของผู้อื่น การผูก
พยาบาท และความเหน็ ผิดจากท่านองคลองธรรม)

2. การท่ากุศลให้ถึงพร้อม คือ การท่าความดีทุกอย่างตามกุศลกรรมบถ 10 ทั้งความดีทาง
กาย (ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้มาเป็นของตน มีความเอ้ือเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่
ประพฤติผิดในกาม) ความดีทางวาจา (ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดหยาบคาย ไม่พูดเพ้อเจ้อ) และความดี
ทางใจ (ไมโ่ ลภอยากไดข้ องผ้อู ื่น มีความเมตตาปรารถนาดี มคี วามเขา้ ใจถกู ต้องตามท่านองคลองธรรม)

3. การท่าจิตใจให้ผ่องใส คือ ท่าจิตใจให้บริสุทธิ์ หลุดจากนิวรณ์ที่คอยขัดขวางจิตใจไม่ให้
เข้าถึงความสงบ ได้แก่ ความพอใจในกาม, ความพยาบาท, ความหดหู่ท้อแท้, ความฟุ้งซ่าน และความลังเล
สงสัย

ซ่ึงทั้ง 3 หลักการข้างต้น สามารถสรุปใจความส่าคัญได้ว่า "ท่าความดี ละเว้นความชั่ว ท่า
จิตใจใหบ้ รสิ ทุ ธ์ิ" น่ันเอง

อดุ มการณ์ 4 ได้แก่
1. ความอดทน อดกลั้น คอื ไมท่ า่ บาปทง้ั กาย วาจา ใจ
2. ความไม่เบยี ดเบียน คือ งดเวน้ จากการทา่ รา้ ย หรือเบียดเบียนผู้อนื่
3. ความสงบ ไดแ้ ก่ การปฏิบตั ิตนใหส้ งบทัง้ ทางกาย วาจา ใจ
4. นิพพาน ได้แก่ การดบั ทกุ ข์ ซงึ่ เปน็ เป้าหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา

วิธกี าร 6 ไดแ้ ก่
1. ไมว่ า่ ร้าย คือ ไมก่ ล่าวให้รา้ ย โจมตีใคร
2. ไมท่ า่ รา้ ย คอื การไมเ่ บียดเบียนผู้อื่น
3. สา่ รวมในปาฏโิ มกข์ คอื เคารพระเบยี บวนิ ยั กฎกตกิ า รวมทง้ั ขนบธรรมเนยี มประเพณีอัน

ดงี ามของสังคม
4. รูจ้ กั ประมาณ คือ รจู้ กั ความพอดีในการบริโภค รวมทั้งการใช้สอยสงิ่ ต่าง ๆ
5. อยู่ในสถานทส่ี งัด คอื อยู่ในสถานที่ทม่ี ีสิ่งแวดล้อมท่เี หมาะสม
6. ฝกึ หดั จติ ใจใหส้ งบ คือ การฝกึ หัดชา่ ระจิตใจใหส้ งบ มีประสิทธภิ าพที่ดี

กจิ กรรมวันมาฆบชู าทีควรปฏบิ ัติ

การปฏิบัติตนส่าหรบั พุทธศาสนกิ ชนในวันมาฆบูชา คือ ในตอนเช้า ควรไปท่าบุญตักบาตร ไปวัดเพื่อ
ฟังพระธรรมเทศนา หรือจัดส่ารับคาวหวานไปท่าบุญถวายภัตตาหาร ช่วงบ่าย ฟังพระแสดงพระธรรมเทศนา
เจริญสมาธภิ าวนา เมือ่ ถึงตอนค่า น่าดอกไม้ ธปู เทียน ไปเวียนเทยี น 3 รอบ ทีพ่ ระอโุ บสถ โดยการเวยี นเทียน
นน้ั จะเวยี นขวา จา่ นวน 3 รอบ และชว่ งเวลาที่เดินอยู่นน้ั ให้ระลึกถงึ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ นอกจากน้ี
พุทธศาสนิกชนควรบ่าเพ็ญสาธารณประโยชน์ตามสถานท่ีต่าง ๆ และรักษาศีล ส่าหรับตามบ้านเรือน สถานท่ี
ราชการ จะมีการประดบั ธงชาติ ธงธรรมจักร เพอื่ ระลึกถึงวันสา่ คัญทางพระพุทธศาสนา

ขอ้ เสนอแนะการจดั กจิ กรรมทางวัฒนธรรมในวันมาฆบูชา
กิจกรรมวันมาฆบชู าเกียวกับครอบครวั
กิจกรรมที่ครอบครัวควรท่าในวันมาฆบูชา อย่างเช่น การท่าความสะอาดบ้าน จัดแต่งที่บูชาประจ่า

บ้าน ชักชวนครอบครัวไปทา่ บญุ ตักบาตร ฟังศลี ฟงั ธรรม บา่ เพ็ญกศุ ล ปฏบิ ัตธิ รรม รวมทง้ั ควรศึกษาหลกั ธรรม
คา่ ส่ังสอน และความสา่ คัญของวนั มาฆบชู าด้วย

กิจกรรมวนั มาฆบชู าเกียวกับสถานศึกษา
ในสถานศึกษาเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ส่าคัญอีกแห่ง โดยภายในสถานศึกษาควรมีการร่วมร่าลึกถึง
ความส่าคัญของวันมาฆบูชา เช่น จัดนิทรรศการให้ความรู้ ประกวดเรียงความ ตอบปัญหาธรรมะ บรรยาย
ธรรม หรือร่วมกันท่าบุญ ตักบาตร เวียนเทียน บ่าเพ็ญกุศล อีกทั้งประกาศเกียรติคุณนักเรียนผู้ท่าประโยชน์
ประพฤตติ นเป็นแบบอย่างทด่ี ี
กิจกรรมวันมาฆบชู าเกยี วกับสถานทที ่างาน
ควรประชาสัมพันธ์ในที่ท่างาน และจัดให้มีการบรรยายธรรม หรือบ่าเพ็ญประโยชน์ร่วมกัน ร่วม
ทา่ บญุ บ่าเพ็ญกศุ ลร่วมกัน
กจิ กรรมวนั มาฆบชู าเกยี วกับสังคม
ภาคส่วนตา่ ง ๆ ในสงั คม ไมว่ า่ จะเป็น วดั มูลนธิ ิ สมาคม สื่อมวลชน สนามบิน สถานีรถไฟ ฯลฯ ควร
ช่วยกันประชาสัมพันธ์ความส่าคัญของวันมาฆบูชา อาจเป็นการพิมพ์เอกสารให้ความรู้ จัดให้มีการเข้าร่วม
กิจกรรมทางศาสนารว่ มกนั เชน่ ทา่ บุญตกั บาตร ฟังธรรม ช่วยกันรณรงค์ใหเ้ ลกิ อบายมขุ โดยรณรงคใ์ ห้ช่วยกนั
ท่าประโยชนต์ อ่ สงั คมแทน อาจชว่ ยกนั ปลกู ต้นไม้ ท่าความสะอาดท่สี าธารณะ ฯลฯ

ประโยชน์ทีจะไดร้ ับจากการจดั กิจกรรมในวันมาฆบชู า

พุทธศาสนิกชนจะมีความรู้ ความเข้าใจอย่างถูกต้องเก่ียวกับความส่าคัญของวันมาฆบูชา รวมทั้ง
หลักธรรมต่าง ๆ ซ่ึงจะท่าให้เกิดความตระหนักต่อความส่าคัญของพระพุทธศาสนา อีกทั้งยังเป็นการปฏิบัติ
หนา้ ทีใ่ นฐานะชาวพุทธ และยงั เป็นการช่วยธ่ารงพระพุทธศาสนาให้สบื ต่อไป


Click to View FlipBook Version