รายงาน เรื่อง การก่อการรัฐประหารในประเทศไทยที่เลวร้ายที่สุด โดย ส.ณ นพกร บุญสิงห์ เสนอ พระ สุนันท์ อิธฺทิเตตโช รายงานนี้เป็ นส่วนหนึ่งของการศึกษา เรื่อง การก่อการรัฐประหารในประเทศไทยที่เลวร้าย ที่สุด ราย วิชา สังคม ศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2566 โรงเรียน พุทธศาสร์ ศึกษา
คำนำ รายงานเล่มนี้ ่ ่ จัดทำขึ้นเพื่อเป็ นส่วนหนึ่งของวิชา สังคม ศึกษา ชั้น ม.5 เพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ ในเรื่่อง เรื่อง การก่อการรัฐประหารในประเทศไทยที่เลวร้ายที่สุด และได้ศึกษาอยางเข้าใจ ่ เพื่อเป็ นประโยชน์กบการเรียนผู้จัดท ั ำหวังวา่ รายงานเล่มนี้จะเป็ นประโยชน์กบผู้อ ั ่าน หรือ นักเรียน นักศึกษา ที่กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู หากมีข้อแนะน ่ ำหรือข้อผิดพลาดประการใด ผู้ จัดทำขอน้อมรับไว้และขออภัย มา ณ ที่นี้ด้วย นพกร บูญสิงห์
รัฐประหารในประเทศไทย เป็ นการถอดถอนรัฐบาลด้วยวิถีทางนอกกฎหมาย ซึ่งมักเป็ นการใช้กำลังทหารเพื่อโคนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั ่้ง หรือแต่งตั้ง หรือแม้แต่รัฐบาลชุดที่หัวหน้าคณะรัฐประหารเองเป็ นผู้นำกมี็ ลักษณะ ประเทศไทยขาดเสถียรภาพทางการเมืองสูงและมีรัฐประหารหลายครั้ง ประเทศไทยมีรัฐประหารมากที่สุดในโลก ในประวัติศาสตร์ร่วมสมัยในปี 2559 ประเทศไทยมีทหารหรืออดีตทหารเป็ นนายกรัฐมนตรีในประเทศไทย เป็ นเวลา 57 จาก 85 ปี นับแต่ล้มสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในปี 2475 รัฐประหารครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี 2557 โดย คณะ รักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ผู้ก่อการรัฐประหารในประเทศไทยเป็ นผลสำเร็จ ส่วนใหญ่เกิดจากกองทัพบก ส่วนทหารเรือเคยพยายามก่อ รัฐประหารมาแล้วครั้งหนึ่งใน กบฏวังหลวง เมื่อปี พ.ศ. 2492 และกบฏแมนฮัตตัน เมื่อปี พ.ศ. 2494 แต่กระทำการ ไม่สำเร็จ ทำให้ทหารเรือเสียอำนาจในการเมืองไทยไป สาเหตุที่ผู้ก่อการอ้างมักเป็ นเรื่องการฉ้อราษฎร์บังหลวง การดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ และความแตกแยกใน หมู่ประชาชนอยางไรก ่ตาม ็ นิธิ เอียวศรีวงศ์มองวา รัฐประหารในประเทศไทยไม ่ ่เคยเกิดขึ้นจากการตัดสินใจโดย ลำพังของกองทัพ แต่ต้องอาศัยความเห็นชอบจากชนชั้นนำกลุ่มอื่น และมองวารัฐประหารในประเทศไทยจะยังมีอยู ่ ่ ตราบเท่าที่การเมืองไทยยังเป็ นเพียงเรื่องการจัดสรรอำนาจในหมู่ชนชั้นนำ ในกรณีประเทศไทย เมื่อคณะรัฐประหารได้ทำการยึดอำนาจได้สำเร็จคณะรัฐประหารในไทยมักจะใช้วิธีการร่าง รัฐธรรมนูญฉบับชัวคราวและเสนอให้พระมหากษัตริย์ลงนามประกาศใช้ โดยมีหัวหน้าคณะรัฐประหารเป็ นผู้ลง ่ นามรับสนองพระบรมราชโองการ (Countersign the Royal Command) มีการออกบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับ ชัวคราวรับรองสถานะของประกาศและค่ำสังของคณะรัฐประหารให้ชอบด้วยกฎหมาย ทั ่ ้งนี้ อาจมีการรับรองความ สมบูรณ์สถานะทางกฎหมายของคำสั่งหรือประกาศ และรวมทั้งการกระทำที่เกี่ยวเนื่องของคณะรัฐประหารให้ชอบ ด้วยกฎหมายและชอบด้วยรัฐธรรมนูญในรัฐธรรมนูญฉบับถาวรอีกด้วย
ประเด็น การเลือกใช้คำ "รัฐประหาร" กบ ั"ปฏิวัติ" การปฏิวัติ หมายถึง การเปลี่ยนรูปแบบหรือระบอบการปกครองประเทศไทย จากรูปแบบหนึ่งไปสู่อีกรูปแบบหนึ่ง อยางสิ ่้นเชิง หรือมีการเปลี่ยนแปลงประมุขของรัฐเพื่อเปลี่ยน รูปแบบประมุขของรัฐ ดังนั้น การปฏิวัติต้องเป็ นเรื่อง การเปลี่ยนแปลงอยางรุนแรงในโครงสร้างของระบบเศรษฐก ่ ิจหรือการเมืองใหม่ทั้งหมด ซึ่งในประวัติศาสตร์สยาม และไทยยังเคยเกิดขึ้นครั้งเดียว คือ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ซึ่งเป็ นการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง จากสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็ นราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ รัฐประหาร หมายถึง การใช้กำลังเปลี่ยนแปลงอำนาจการบริหารประเทศโดยฉับพลันเพื่อเปลี่ยนแปลงผู้นำรัฐบาล โดยการยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลเดิมแต่ไม่เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองหรือประมุขของประเทศ การรับรองคณะรัฐประหารของพระมหากษัตริย์ ในปี 2563 รองศาสตราจารย์หริรักษ์ สูตะบุตรรองอธิการบดีฝ่ ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อ้างวา ่ พระมหากษัตริย์จะปฏิเสธไม่รับรองคณะรัฐประหารและบรรดาคำสังต่่าง ๆ ไม่ได้ เพราะจะเป็ นการถือฝ่ ายทางการ เมืองและ อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการประวัติศาสตร์ อ้างวา เมื่อคณะรัฐประหารยึดอ ่ ำนาจได้แล้ว คณะรัฐประหาร จะถือเป็ นรัฏฐาธิปัตย์ซึ่งมีอำนาจเหนือกวาพระมหากษัตริย์เสียด้วยซ ่ ้ำ ซึ่งทำให้พระมหากษัตริย์อยูในฐานะที่ไม ่ ่อาจ ปฏิเสธการรับรองคณะรัฐประหารหรือคำสังต่่าง ๆ ได้ อยางไรก ่ตาม็ ธงชัย วินิจจะกูลศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ กล่าววาพระมหากษัตริย์เคยปฏิเสธการรับรอง ่ รัฐประหารมาแล้ว ได้แก่กบฏยังเติร์กปี 2524 แม้วาจะมีประชาชนส ่ ่วนหนึ่งสนับสนุนด้วยซ้ำ ทำให้การก่อการครั้ง นั้นล้มเหลวด้านพันเอกอภิวันท์ วิริยะชัยกล่าววา ประเทศไทยเป็ นประเทศเดียวในโลกที่ทุกครั ่้งที่มีรัฐประหาร หัวหน้าคณะจะได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็ นหัวหน้าคณะ
รัฐประหาร รัฐประหารเป็ นความพยายามที่ผิดกฎหมายและเปิ ดเผยโดยกองทัพหรือชนชั้นสูงอื่น ๆ ในรัฐบาล เพื่อถอดถอนผู้นำ ที่ดำรงตำแหน่งอยูส่ ่วนรัฐประหารตัวเองเป็ นสิ่งที่ผู้นำที่ขึ้นสู่อำนาจโดยวิธีทางกฎหมาย พยายามจะอยูในอ ่ ำนาจ ด้วยวิธีที่ผิดกฎหมาย จากการประมาณการครั้งหนึ่ง มีการพยายามรัฐประหาร 457 ครั้งระหวางปี พ ่.ศ. 2493 ถึง 2553 ซึ่งครึ่ งหนึ่งทำได้ สำเร็จ ในจำนวนนี้มีครึ่ งหนึ่งที่ประสบความสำเร็จความพยายามรัฐประหารส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงกลางคริสต์ ทศวรรษ 1960 แต่กมีความพยายามรัฐประหารจ ็ ำนวนมากที่เกิดขึ้นในช่วงกลางคริสต์ทศวรรษ 1970 ถึงต้นคริสต์ ทศวรรษ 1990 การรัฐประการที่เกิดขึ้นในสมัยหลังสงครามเย็นมีแนวโน้มที่จะส่งผลให้เกิดระบอบประชาธิปไตย มากกวารัฐประหารในสงครามเย็นแม้ว ่ าการรัฐประหารส ่ ่วนใหญ่ยังคงปกครองแบบอำนาจนิยมต่อไป ปัจจัยที่อาจนำไปสู่การเกิดรัฐประหารและตัวกำหนดความสำเร็จหรือล้มเหลวของการรัฐประหารมีอยูหลายปัจจัย ่ เมื่อเกิดรัฐประหารขึ้น ความสำเร็จในการทำรัฐประหารจะได้รับการขับเคลื่อนด้วยความสามารถของผู้ทำ รัฐประหารในการให้ชนชั้นสูงและสาธารณชนเชื่อวาความพยายามรัฐประหารจะประสบความส ่ ำเร็จเมื่อเวลาผาน่ ไป จำนวนรัฐประหารที่ประสบความสำเร็จมีจำนวนลดลงการรัฐประหารที่ล้มเหลวในระบอบอำนาจนิยมมีแนว โน้มที่จะทำให้อำนาจของผู้ปกครองเผด็จการเข้มแข็งขึ้นจำนวนรัฐประหารสะสมเป็ นตัวทำนายการรัฐประหารใน อนาคตได้อยางชัดเจน ปรากฏการณ์นี ่้มีชื่อเรียกวา ่"กบดักรัฐประหาร ั " (coup trap) ส่วน "มาตรการป้องกนรัฐประหาร ั " (coup-proofing) เป็ นสิ่งที่ระบอบการปกครองสร้างโครงสร้างที่ทำให้กลุ่มเล็ก ใด ๆ ยึดอำนาจได้ยาก ยุทธศาสตร์ป้องกนการรัฐประหารเหล ั ่านี้อาจรวมถึงการวางครอบครัว ชาติพันธุ์ และกลุ่ม ศาสนาในกองทัพตามเชิงยุทธศาสตร์ และการกระจายตัวหน่วยงานทางทหารและหน่วยความมันคงอย่ างไรก ่ตาม ็ สิ่งนี้ทำให้ประสิทธิผลฝ่ ายทหารลดลงเหตุผลหนึ่งที่รัฐบาลเผด็จการมีแนวโน้มที่จะมีทหารที่ไร้ความสามารถกคือ ็ รัฐบาลเผด็จการกลัววาทหารจะก่ ่อรัฐประหารหรือปล่อยให้เกิดการลุกฮือในประเทศอยางต่ ่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ ผู้ ปกครองเผด็จการจึงมีแรงจูงใจที่จะวางผู้จงรักภักดีที่ไร้ความสามารถในตำแหน่งสำคัญของกองทัพ
รายชื่อรัฐประหารในประเทศไทย 1.รัฐประหาร 1 เมษายน พ.ศ. 2476 พระยามโนปกรณ์นิติธาดาได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาปิ ดสภาผู้แทนราษฎร พร้อมงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา สาเหตุ เหตุสืบเนื่องจากการนำเสนอเค้าโครงเศรษฐกิจของนายปรีดี พนมยงค์ฉบับที่เรียกวา ่"สมุดปกเหลือง" พระยามโน ปกรณ์นิติธาดาใช้เล่ห์กลปัดร่างดังกล่าวตกไป และยกพระบรมราชวินิจฉัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่ หัวโดยไม่มีผู้รับสนอง เขาสมคบกบัพระยาทรงสุรเดช 1 ใน 4 ทหารเสือผู้เปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้นำพระยาฤ ทธิอัคเนย์และพระประศาสน์พิทยายุทธทหารเสืออีก 2 คน ใช้กำลังทหารล้อมสภาไว้และสังปิ ดสภา่ โดยความตอนหนึ่งในคำแถลงการณ์ปิ ดสภาฯของพระยามโนปกรณ์นิติธาดา ความวา่ ...ในคณะรัฐมนตรี ณ บัดนี้ เกิดการแตกแยกเป็ น ๒ พวก มีความเห็นแตกต่างกน ความเห็นข้างน้อย ั นั้นปรารถนาที่จะวางนโยบายเศรษฐกิจไปในทางอันมีลักษณะเป็ นคอมมิวนิสต์ ความเห็นข้างมากนั้น เห็นวานโยบายเช ่ ่นนั้นเป็ นการตรงกนข้ามแก ั ่ขนบประเพณีชาวสยาม และ เป็ นที่เห็นได้โดยแน่นอนที เดียววานโยบายเช ่ ่นนั้น จักนำมาซึ่งความหายนะแก่ประชาราษฎร และเป็ นมหันตภัยแก่ความมันคง่ ของประเทศ...สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเวลานี้เล่า กประกอบขึ ็ ้นด้วยสมาชิกที่แต่งตั้งขึ้นมาตาม รัฐธรรมนูญ สภานี้มีหน้าที่ในทางนิติบัญญัติ จนกวาจะมีสภาใหม ่ ่โดยราษฎรเลือกตั้งสมาชิกขึ้นมา สภาประกอบด้วยสมาชิกที่แต่งตั้งขึ้นมาชัวคราวเช่่นนี้ หาควรที่ไม่จะเพียรวางนโยบายทางเศรษฐกิจ ใหม่ เป็ นการเปลี่ยนแปลงของเก่าอันมีใช้อยูประดุจการพลิกแผ ่ นดิน ส ่ ่วนสภาในเวลานี้จะอ้างวาไม ่ ่ ได้ทำ หรือยังไม่ได้ทำกฎหมายอันมีลักษณะไปในทางนั้นกจริงอยู ็ แต่ ่เป็ นที่เห็นได้โดยชัดเจนแจ่มแจ้ง วาสมาชิกเป็ นจ ่ ำนวนมากคน มีความปรารถนาที่จะทำเช่นนั้น และมีความเลื่อมใสศรัทธาต่อรัฐมนตรี อันมีจำนวนข้างน้อยในคณะรัฐมนตรี... สำหรับตัวพระยามโนปกรณ์นิติธาดาเองนั้น ไม่เห็นด้วยกบเค้าโครงเศรษฐก ั ิจฉบับนี้ คณะนายทหารที่สนับสนุน พระยามโนปกรณ์ฯ โดย พระยาทรงสุรเดชจึงขู่ฝ่ ายที่สนับสนุนนายปรีดีโดยการใช้กำลังทหารพร้อมอาวุธปื นและ ลูกระเบิดตรวจค้นสมาชิกสภาฯ ก่อนจะเข้าที่ประชุม ดังที่วิเทศกรณีย์บันทึกไว้วา่ ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อเวลา 09.35 น. นั้น พระยาทรงสุรเดชได้นำเอาทหาร 1 กองร้อย พร้อมสรรพด้วยอาวุธและนัยวาได้เอาลูกระเบิดมือติดตัวมาด้วย ทหาร ่1 กองร้อยดังกล่าวนี้ได้ยืนอยูที่ ่ เชิงบันไดสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทำการตรวจค้นอาวุธที่บรรดาสมาชิกพกติดตัวมา ถ้าใครพกปื นติดตัว มากเก็ บเอาไว้เสียทันที การกระท ็ ำเช่นนี้ไม่เป็ นที่พอใจของสมาชิกเป็ นส่วนมาก
2.รัฐประหาร 20 มิถุนายน พ.ศ. 2476 นำโดยพลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนายึดอำนาจรัฐบาลพระยา มโนปกรณ์นิติธาดา เหตุการณ์ รัฐประหารครั้งนี้มีขึ้นหลังเกิดความตึงเครียดเมื่อพระยามโนปกรณ์นิติธาดาประกาศพระราชกฤษฎีกา ปิ ดสภาฯและงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา ทั้งนี้ พระยามโนปกรณ์นิติธาดาถือเป็ นส่วนหนึ่งของคณะ ชาติที่เป็ นปรปักษ์กบคณะราษฎรั ในเวลาหัวค่ำของคืนวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2476 คณะทหารบก, ทหารเรือ และพลเรือน นำโดยพระยาพหลพล พยุหเสนา,หลวงพิบูลสงครามและหลวงศุภชลาศัยได้ทำรัฐประหารยึดอำนาจจากพระยามโนปกรณ์นิติธาดา โดย ระบุเหตุผลวาเพราะรัฐบาลกระท ่ ำการเป็ นเผด็จการ ทำลายระบอบใหม่ หลังจากสิ้นสุด เมื่อรัฐบาลสิ้นสุด ผู้สนับสนุนรัฐบาลชุดที่แล้ว เช่น พระยาทรงสุรเดช ถูกกีดกนออกจากแวดวงการเมือง ด้าน ั พระยามโนปกรณ์นิติธาดาต้องเดินทางไปที่ปี นังพระยาพหลพลพยุหเสนามอบหมายให้เจ้าพระยาพิชัยญาติประธาน สภาผู้แทนราษฎร นำความกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยูหัว่ณ วังไกลกงวลั หัวหินเพื่อโปรด เกล้าฯ ให้เปิ ดประชุมสภาฯ พร้อมถวายรายงานเรื่องการยึดอำนาจ การรัฐประหารในครั้งนี้ มีบันทึกของพระยาพหลพลพยุหเสนาไว้วา ง่ ่ายดายกวาเมื่อ ่ ครั้งปฏิวัติวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 มาก ในขณะที่เรื่องของการบีบบังคับนายปรีดีไปยังประเทศฝรั่งเศสนั้น มีบันทึกไว้วา หลวงพิบูล ่ สงคราม และพระยาพหลพลพยุหเสนาได้กระซิบกบทางนายปรีดีโดยผ ัานทาง่ หลวงอดุลเดชจรัสวาให้เดินทางออก ่ ไปก่อน และ "เพื่อนฝูงจะแกไขให้กลับมาภายหลัง ้ " ซึ่งการรัฐประหารครั้งนี้ ผู้ก่อการต้องกระทำ หาไม่แล้ว อาจจะ ถูกจัดการหมดทั้งคณะจากกลุ่มที่นิยมระบบการปกครองแบบเก่ากได้ ็
3.รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 นำโดยจอมพลผิน ชุณหะวัณยึดอำนาจรัฐบาล พลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวา สวัสดิ์ รัฐประหารดังกล่าวเป็ นการร่วมมือระหวางพันธมิตรกลุ ่ ่มจอมพล แปลก พิบูลสงคราม และกลุ่มนิยมเจ้า เพื่อโค่น อำนาจของกลุ่มปรีดี พนมยงค์ (ซึ่งประกอบด้วยอดีตสมาชิกเสรีไทยและทหารเรือบางส่วน) โดยอาศัยช่องจากการ สวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ผลของรัฐประหารทำให้กลุ่มปรีดีและคณะราษฎร หมดอำนาจไป และแม้จอมพล แปลก พิบูลสงครามจะได้เป็ นนายกรัฐมนตรีหลังจากนั้นแต่กไม็ ่ได้มีฐานอำนาจของ ตนเอง การเมืองไทยต่อมาอยูในช ่ ่วง "ผู้นำสามเส้า" จนถึงปี 2500 รัฐบาลธำรงนาวาสวัสดิ์ซึ่งสืบอำนาจต่อจากรัฐบาลปรีดี พนมยงค์ ไม่สามารถจัดการกบปัญหาความขัดแย้งก ั นใน ั ชาติได้ อันมีสาเหตุหลักจากการสวรรคตของสมเด็จพระเจ้าอยูหัวอานันทมหิดล ประกอบก ่ บมีการฉ้อราษฎร์บัง ั หลวงในวงราชการ เช่น การนำเงินไปซื้อจอบเสียมแจกจ่ายให้ราษฎรทำการเกษตร ทวาความปรากฏภายหลังว ่ าเป็ น ่ จอบเสียมที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเรียกกนวัา ่"กินจอบกินเสียม" เป็ นต้น ในขณะนั้นมีขาวลือและความเป็ นไปได้เป็ นที่ ่ รับรู้โดยทัวไปว ่า อาจเก่ ิดการปฏิวัติรัฐประหารขึ้น สำหรับตัวพลเรือตรีถวัลย์ แล้ว เมื่อนักข่าวซักถามเกี่ ยวกบเรื่องนี ั้ กตอบว็า ่"กนอนรอการปฏิวัติอยู ็ แล้ว ่" เพราะมันใจในศักยภาพของรัฐบาลตัวเองว่ ามีผู้บัญชาการทหารบก ่ (พลเอก อดุล อดุลเดชจรัส) ให้การสนับสนุนอยู[3]่ ความเคลื่อนไหวในการเตรียมรัฐประหารประกอบด้วยพันธมิตรทางการเมืองระหวางกลุ่ ่มจอมพล แปลก พิบูล สงคราม ที่เสียอำนาจไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กบกลุั ่มนิยมเจ้า โดยมีการเคลื่อนไหวเพื่อกล่าวหาปรีดีวา่ เป็ นผู้บงการเหตุสวรรคต ขณะเดียวกนรัฐบาลสายปรีดีเสียการสนับสนุนจากสหรัฐเนื่องจากได้ร ั ่วมมือกบเวียดมินห์ในหลายทาง เช ั ่น ส่งมอบ อาวุธให้ในทางลับ และวางแผนร่วมมือกนจัดตั ั้งองค์การความร่วมมือสันนิบาตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อต่อรอง กบชาติมหาอ ั ำนาจ กอปรกบแนวความคิดของปรีดีโน้มเอียงไปในทางสังคมนิยม ั จอมพล ผิน ชุณหะวัณ แกนนำรัฐประหาร อ้างวา สาเหตุหนึ่งที่ต้องก ่ ่อการเพราะปรีดีเตรียมประกาศชื่อผู้ลอบปลง พระชนม์ และตั้งสาธารณรัฐ
4.รัฐประหาร 6 เมษายน พ.ศ. 2491 คณะนายทหารกลุ่มที่ทำการรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 จี้บังคับให้ พันตรี ควง อภัยวงศ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และมอบตำแหน่งต่อให้ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เหตุการณ์โดยที่ภายหลังจากกล่มนายทหารนุำโดย พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ (ยศขณะนั้น) ได้ทำการรัฐประหารรัฐบาล พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 แล้วได้แต่งตั้งให้ นายควง อภัยวงศ์ หัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ พรรคฝ่ ายค้านในสภาผ้แทนราษฎร รักษาการในต ูำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อจัดการเลือกตั้ง ทั่วไปสมาชิกสภาผ้แทนราษฎร ู (ส.ส.) ต่อมาในการเลือกตั้งวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2491 พรรคประชาธิปัตย์ สามารถชนะการเลือกตั้งได้รับเสียงสูงสุดใน สภาฯ นายควง อภัยวงศ์ ในฐานะ หัวหน้าพรรคได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสืบต่อ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ บ่งชี้ว่า ผ้มีอูำนาจที่แท้จริงก็คือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ผ้บัญชาการทหารแห่งชาติ ที่ทางคณะรัฐประหารได้แต่ง ู ตั้งให้ดำรงตำแหน่งนี้ และให้การสนับสนุนนั่นเอง และมีความเป็ นไปได้ว่าอาจมีการรัฐประหารซ้อน เพราะทั้งก่อน และหลังการเลือกตั้ง ได้มีความพยายามของกล่มบุ ุคคลกล่มหนึ่ง พยายามที่จะมิให้นายควง ดุำรงตำแหน่งนายก รัฐมนตรี ถึงขนาดได้เข้าเฝ้า พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าธานีนิวัต กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร ประธาน องคมนตรี เพื่อมิให้แต่งตั้งนายควง แต่ทางพระองค์เจ้าธานีนิวัตฯ ได้ตอบว่า ปล่อยให้เป็ นกระบวนการของสภาฯ อีกทั้งคณะรัฐบาลของนายควง ก็ได้มีความขัดแย้งกับคณะรัฐประหาร ในเรื่องของการแต่งตั้ง พ.ต.ท.เผ่า ศรียานนท์ รองอธิบดีกรมตำรวจ หนึ่งในสมาชิกคณะรัฐประหารเป็ นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่ทาง พล.ท.ชิต มั่นศิลป์ สินาดโยธารักษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่เห็นชอบด้วย เนื่องจากคณะรัฐประหารหลังการ รัฐประหารใหม่ ๆ ได้ประกาศว่าจะไม่แทรกแซงการทำงานของรัฐบาล ซึ่งในเรื่องทั้งหมดนี้ พล.ท.กาจ กาจสงคราม รองหัวหน้าคณะรัฐประหารได้ออกมาประกาศว่า ไม่เป็ นความจริง และคณะรัฐประหารมิได้มีความต้องการที่จะ ทำการรัฐประหารอีกครั้ง พล.ต.สวัสดิ์ สวัสดิรณชัย สวัสดิเกียรติ พ.ท.ละม้าย อทยานานนท์ุ พ.อ.ขุนศิลป์ศรชัย หลังจากการเลือกตั้งไม่นาน ได้มีกล่มคนจุำนวนหนึ่ง เรียกตัวเองว่า "คณะประชาธิปไตย" ประกอบด้วยนักการ เมืองกล่มหนึ่ง นุำโดย พล.ท.พระยาเทพหัสดิน รวมทั้ง ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์เองด้วยส่วนหนึ่ง เช่น นาย เลื่อน พงษ์โสภณ, นายฟอง สิทธิธรรม, นายเลียง ไชยกาล ได้รวมตัวกันสนับสนุน จอมพล ป. ให้ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีอีกครั้ง โดยเขียนลงไปในป้ายประกาศว่าจะขอ "สนับสนุนจอมพล ป.ตลอดกาล" ซึ่งคนกล่มนี้ไดุ้
เคลื่อนไหวรวมตัวกันที่สนามหลวงและสวนลมพินี พร้อมกับได้ล่ารายชื่อบุ ุคคลต่าง ๆ เพื่อให้สนับสนุน จอมพล ป. จากนั้นในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2491 เวลาประมาณ 09.00 น. ซึ่งตรงกับวันจักรี อันเป็ นวันหยุดราชการ กล่มนายุ ทหารจำนวน 4 คน ประกอบด้วย พ.ท.ก้าน จำนงภูมิเวท, พล.ต.สวัสดิ์ สวัสดิรณชัย สวัสดิเกียรติ, พ.อ.ขุนศิลป์ศร ชัย และ พ.ท.ละม้าย อทยานานนท์ ได้แต่งกายเต็มยศขัดกระบี่ถือปื นเข้าพบ นายควง อภัยวงศ์ ที่บ้านพักในซอยุ ตรงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติ อ้างเหตุเรียกร้องให้นายควงจ่ายเงินจำนวน 28 ล้านบาท อันเป็ นค่าใช้จ่ายระหว่างเดิน ทางกลับจากเชียงตุง หลังการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งได้ทำการเบิกจ่ายก่อนหน้านั้นแล้วจากกระทรวงการ คลัง จำนวน 9 ล้านบาท แต่นายควงไม่ยอมจ่าย ซึ่งเรื่องนี้เป็ นความขัดแย้งระหว่างนายควงกับทหารกล่มนี้มาอยุู่ ก่อนแล้ว ที่ทำให้ก่อนหน้านั้นมีข่าวลือว่าจะเกิดการรัฐประหาร และที่สุดขอให้นายควงลาออกจากตำแหน่งนายก รัฐมนตรีภายใน 24 ชั่วโมง โดยอ้างว่าคณะนายทหารที่ทำการรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 นั้น เห็นว่า รัฐบาลนายควงไม่สามารถแก้ไขปัญหาภาวะเศรษฐกิจของชาติที่ตกต่ำลงได้ โดยเฉพาะเรื่องค่าครองชีพที่พ่งสุ ูงขึ้น มาก เมื่อนายทหารกล่มนี้กลับไปแล้ว ในเวลาเที่ยง นายควงได้ส่งนายทหารคนสนิทเข้าพบนายทหารชั้นผุ ้ใหญ่ที่เป็ นแกน ู นำในการรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ที่วังสวนกหลาบ อันเป็ นฐานบัญชาการ เพื่อขอค ุำยืนยันในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่พบ ต่อมาในเวลา 14.00 น. พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ หัวหน้าคณะรัฐประหารได้เดินทางมาพบนายควงด้วยตัว เองถึงบ้านพัก และยืนยันถึงความต้องการของคณะนายทหาร นายควงพยายามติดต่อกับ ผ้บัญชาการทหารเรือ และ ู ผ้บัญชาการทหารอากาศ เพื่อขอความค ู้มครองแต่ไม่เป็ นผล นายควงได้เรียกประชุ ุมคณะรัฐมนตรีทั้งหมดที่บ้าน พักเพื่อขอทราบท่าที แม้นายบุญเท่ง ทองสวัสดิ์ รัฐมนตรีสั่งราชการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า จะเป็ นผ้สั่งการู ให้ตำรวจทำการจับกมคณะนายทหารกลุ ่มนี้เสียในฐานะเป็ นกบฏ แต่ก็ในที่ประช ุ ุมไม่เห็นด้วย ด้วยเกรงว่าจะเป็ น เหตุให้เกิดการนองเลือด อีกทั้งม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช รัฐมนตรีสั่งราชการกระทรวงการคลัง ได้ยืนยันว่า รัฐบาลมิ อาจลดค่าครองชีพให้ต่ำลงมาทันใจคณะรัฐประหารจริง ที่สุดในเวลา 16.00 น. ที่ประชุมได้ร่างใบกราบบังคมทูลลาออกของนายควงเสร็จ และมีมติให้ นายควงพ้นจาก ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2491 และปลายเดือนเมษายน ปี เดียวกันนั้น คณะรัฐมนตรีมีมติให้ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสืบต่อ เป็ นการเริ่มต้นครองอำนาจของ จอมพล ป. ครั้งใหม่ ที่ยาวนานถึงเกือบ 10 ปี เนื่องจากรัฐประหารครั้งนี้ กระทำเป็ นการภายในใช้นายทหารเพียงไม่กี่คน โดยไม่มีการเคลื่ยนย้ายกำลังพลใด ๆ ทำให้ได้ชื่อว่า "รัฐประหารเงียบ" ซึ่งสื่อมวลชนในขณะนั้นเรียกเหตุการณ์ครั้งนี้ว่าเป็ น "การจี้นายกรัฐมนตรี
5.รัฐประหาร 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494 นำโดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ยึดอำนาจรัฐบาลตนเอง เหตุเนื่องจาก จอมพล ป . พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี อ ้างว่าไม่ได ้รับความสะดวกในการบริหารราชการแผ่นดิน เหตุ สบเนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปี พ ื.ศ. 2492 อันเป็ นรัฐธรรมนูญที่ใชอยู่ขณะนั้น ไม่เอื้อให ้เกิดอ ้ ำนาจ คือให ้ผู ้ที่เป็ น สมาชกวุฒิสภาจะเป็ นข ้าราชการประจ ิ ำไม่ได ้ สาเหตุ การยึดอำนาจกระทำโดยไม่ใช้การเคลื่อนกำลังใด ๆ เพียงแต่มีความเคลื่อนไหวโดยมีตำรวจและทหาร รวมทั้งรถถัง เฝ้าประจำการในจุดยทธศาสตร์ต่าง ๆ ในพื้นที่กร ุ ุงเทพมหานคร มาตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน จนกระทั่งในเวลา หัวค่ำ ของวันที่ 29 พฤศจิกายน ก็ได้มีการประกาศผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ว่าบัดนี้ คณะ บริหารประเทศชั่วคราว ประกอบด้วย หลวงยทธศาสตร์โกศล ุ (ประยูร ยุทธศาสตร์โกศล) หลวงชำนาญอรรถยทธ์ ุ ( เอื้อน กลไกรเวสุ ) พลเรือตรี สุนทร สุนทรนาวิน พลอากาศเอก ฟื้ น รณนภากาศ ฤทธาคนี พลอากาศโท หลวงเชิด วุฒากาศ พลอากาศโท หลวงปรุงปรีชากาศ [1] ได้กระทำการยึดอำนาจเป็ นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อผดุงไว้ซึ่งความ มั่นคงของประเทศชาติ จากภัยคอมมิวนิสต์ที่กำลังคุกคามอย่างรุนแรง โดยเรียกตัวเองว่า "คณะบริหารประเทศ ชั่วคราว" และได้ความร่วมมือจากทั้ง 3 กองทัพ และตำรวจ โดยในประกาศ คณะบริหารประเทศชั่วคราว ฉบับที่ 1 คณะบริหารประเทศชั่วคราว แต่งตั้ง นายพลตำรวจโท เผ่า ศรียานนท์[2]เป็ นผ้รักษาความสงบภายในทั่วราชู อาณาจักร ต่อมา ในประกาศ คณะบริหารประเทศชั่วคราว ฉบับที่ 3 คณะบริหารประเทศชั่วคราว ได้เพิ่ม พลเอก ผิน ชุณหะวัณ พลโท เดช เดชประดิษฐยุทธ พลโท สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ให้ดำรงตำแหน่งคณะบริหารประเทศ ชั่วคราว[3]โดยผลของประกาศดังกล่าวส่งผลให้อำนาจหน้าที่ทั้งหลายทั้งปวงอันเป็ นอำนาจบริหารราชการแผ่นดิน อย่ในบังคับบัญชาของ หลวงย ูทธศาสตร์โกศล ุ (ประยูร ยทธศาสตร์โกศลุ ) หลวงชำนาญอรรถยุทธ์ (เอื้อน กลไกรุ เวส) พลเรือตรี สุนทร สุนทรนาวิน พลอากาศเอก ฟื้ น รณนภากาศ ฤทธาคนี พลอากาศโท หลวงเชิดวุฒากาศ พล อากาศโท หลวงปรุงปรีชากาศ พลเอก ผิน ชุณหะวัน พลโท เดช เดชประดิษฐยทธ พลโท สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ใน ุ ประกาศ คณะบริหารประเทศชั่วคราว ฉบับที่ 4 คณะบริหารประเทศชั่วคราว แต่งตั้งกรรมการเจ้าหน้าที่ควบคุม และตรวจข่าวโฆษณาทางหนังสือพิมพ์และสิ่งพิมพ์ จำนวน 15 ราย[4]ได้แก่ พันเอกหาญ อุดมสรยทธ ว่าที่พันเอกุ อัมพร จินตกานนท์ นายพันตำรวจโทชีพ ประพันธ์เนติวุฒิ นายร้อยตำรวจเอกสัมพันธ์ รัญเสวะ พันตรีสุรแสง วิบูลย์เสข พันตรีทองหล่อ วีระโสภณ นายร้อยตำรวจเอกจำเนียร วงศ์ไชยบูรณ์ นายร้อยตำรวจเอกกวี บุษกร นาย อิสระ กาญจนะคูหะ นายวิชิต หอมโกศล นายบรรเทอน อมาตยกล นายประพัฒน์ ชื่นประสิทธิ์ นายชวน คนิษฐ์ ใน ุ วันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494
สรุป รัฐประหารในประเทศไทย เป็ นการถอดถอนรัฐบาลด ้วยวิถีทางนอกกฎหมาย ซงมักเป็ นการใช ึ่ก้ำลังทหารเพื่อโค่น รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้ง หรือแม ้แต่รัฐบาลชุดที่หัวหน้าคณะรัฐประหารเองเป็ นผู ้น ำก็มี