The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jarin.panya, 2024-05-18 13:50:42

การอ่านยุคดิจิทัล

งานอัธยาศัย

คำนำ รายงานผลการประเมินโครงการส่งเสริมการอ่านในยุคดิจิทัล ฉบับนี้ เป็นการรวบรวมผลการดำเนินงาน ตามแผนปฏิบัติการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านหมี่ โดย กศน.ตำบลบ้านทราย ประจำปีงบประมาณ 2566 จัดทำขึ้นเพื่อทราบปัญหาและอุปสรรค ข้อดี ข้อเสีย ตลอดจนแนวทางในการปรับปรุง แก้ไข และนำไปใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาในโครงการที่ดำเนินงานในอันดับต่อไป ขอขอบคุณผู้อำนวยการ กศน.อำเภอบ้านหมี่ อบต.ตำบลบ้านทราย โรงเรียนวัดบ้านทราย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มผู้นำชุมชนตำบลบ้านทราย ผู้ให้ความรู้ แนวทางการจัดทำ ทุกท่านที่เสียสละเวลา และกำลังใจ จน ทำให้การประเมินโครงการครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ว่าเอกสารรายงานผลการประเมินโครงการส่งเสริมการอ่านในยุคดิจิทัล ฉบับนี้ จะสามารถเป็นข้อมูลในการพัฒนางานการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป นางจรินทิพย์ ปัญญารุ่งศักดิ์ ครูกศน.ตำบลบ้านทราย


สารบัญ บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญ 1 วัตถุประสงค์ 1 ขอบเขตของการประเมินโครงการ 2 รูปแบบการประเมินโครงการ 2 นิยามศัพท์ 3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 3 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ความสอดคล้องนโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 4 โครงการส่งเสริมการอ่านในยุคดิจิทัล 4 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 9 บทที่ 3 วิธีการดำเนินงาน รูปแบบการประเมินโครงการ 11 วิธีการประเมินโครงการ 12 เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินโครงการ 13 การวิเคราะห์ข้อมูล 13 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 13 บทที่ 4 ผลการประเมินโครงการ ตอนที่ 1 ผลการดำเนินงานในการจัดกิจกรรม 15 ตอนที่ 2 ผลการประเมินโครงการ 4 ด้าน 16 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ บรรลุวัตถุประสงค์ 18 การประเมินโครงการ 18 วิเคราะห์ผลการประเมินโครงการ 19 สรุปผลการประเมินโครงการ 19 อภิปรายผล 19 ข้อเสนอแนะ 19 บรรณานุกรม ภาคผนวก หน้า


โครงการส่งเสริมการอ่านยุคดิจิทัล 1 บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา การอ่านหนังสือมีประโยชน์เพื่อช่วยพัฒนาทั้งด้านความคิด เชาวน์ปัญญา และเป็นพื้นฐานของการต่อยอด องค์ความรู้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น การส่งเสริมการอ่านเป็นการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต แต่รูปแบบของการ อ่านหนังสือในยุคดิจิทัลมีการเปลี่ยนแปลงไป ความรู้ต่างๆ สามารถหาได้จากอินเทอร์เน็ต อ้างอิงข้อมูลปี 2561 จากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) คนไทยใช้อินเตอร์เน็ตเฉลี่ยเกือบ 10 ชั่งโมงต่อวันในวัน ทำงาน/เรียน และ 11 ชั่วโมงในวันหยุด คือประมาณ 1/3 ของชีวิตประจำวันนั้นอยู่กับอินเตอร์เน็ต Gen Y ครอง แชมป์ generation ที่ใช้เวลากับอินเตอร์เน็ตมากที่สุด ในขณะที่วัยปู่ย่าตายายก็ออนไลน์กันไม่น้อยที่ 8 ชั่วโมง กว่าๆต่อวัน ภาพรวมคนไทยใช้เวลาบนอินเตอร์เน็ตมากขึ้นประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆเทียบกับปี 2560 คนไทยใช้ เวลาไปกับ Social Media มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งต่อวัน รองลงมาคือดูหนัง/ทีวี/ฟังเพลง ที่น่าชื่นใจคือ คนไทยใช้ เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งต่อวันไปกับการอ่านบทความออนไลน์ในขณะที่ตัวเลขการอ่านหนังสือในบ้านเราลดลง เรื่อยๆ สอดคล้องกับธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่ทยอยปิดตัวลง ทำให้ทิศทางของประชาชน เด็กและเยาชนหันไปอ่านออนไลน์ มากขึ้นเรื่อยๆ พฤติกรรมการรักการอ่านหนังสือในยุคนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เพราะมีเทคโนโลยี ต่าง ๆ เข้ามาเป็นตัวขวางกั้นการรักการอ่านหนังสือ จึงจำเป็นต้องอาศัยการปลูกฝัง กระตุ้น และส่งเสริมอย่าง ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชน เด็ก และเยาวชน ต้องรู้เท่าทันในโลกการอ่านในสังคมดิจิทัล ว่ามันส่งดีผลเสีย อย่างไร เพื่อให้การอ่านในยุคนี้เกิดประโยชน์และยังคงทักษะที่สำคัญสำหรับการอ่านไม่ให้หายไป กศน.อำเภอบ้านหมี่ โดย กศน.ตำบลบ้านทราย เห็นความสำคัญของการอ่าน และในสังคมทุกวันนี้นับวัน จะเพิ่มความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ดังนั้นการรู้เท่าทันการอ่านในยุคดิจิทัลให้ได้ประโยชน์จาก การอ่าน และเกิดนิสัยรักการอ่านแก่ตนเองได้ จึงได้จัดโครงการส่งเสริมการอ่านในยุคดิจิทัล ในวันที่ 28 ธันวาคม 2565 มีการจัดเตรียมความพร้อมในการดำเนินโครงการอย่างมีคุณภาพให้มีความสอดคล้องกับนโยบาย วิสัยทัศน์ และเป้าหมายของสถานศึกษา ดังนั้นการที่จะทราบว่าองค์ประกอบด้านใดมีความพร้อมหรือด้านใดบ้างที่ควร ปรับปรุงแก้และพัฒนา ผู้ศึกษาจึงได้ตระหนักและมีความสนใจที่จะทำการประเมินโครงการส่งเสริมการในยุค ดิจิทัล เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นต่อไป วัตถุประสงค์การประเมินโครงการ 1. เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินโครงการมาเป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาในงาน การศึกษาตามอัธยาศัย 2. เพื่อทราบปัญหาและอุปสรรค ข้อดี ข้อเสีย ตลอดจนแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข 3. เพื่อนำข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมโครงการใช้เป็นแนวทางในการดำเนินโครงการในครั้งต่อไป ได้อย่าง เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ


โครงการส่งเสริมการอ่านยุคดิจิทัล 2 ขอบเขตการประเมินโครงการ การประเมินการจัดกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย โครงการส่งเสริมการอ่านในยุคดิจิทัล ในครั้งนี้ ได้ กำหนดขอบเขตของการรายงาน ออกเป็นดังนี้ 1. จะดำเนินการประเมินโครงการเฉพาะผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการส่งเสริมการอ่านในยุคดิจิทัล 2. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือแบบประเมินความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม 3. ระยะเวลาการประเมินโครงการ กำหนดระยะเวลา มกราคม 2566 รูปแบบการประเมินโครงการ 1.รูปแบบการประเมินแบบ CIPP MODEL เป็นการประเมินวัตถุประสงค์และรายละเอียดต่างๆ เพื่อช่วย ในการตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการ มีลักษณะเป็นแบบประเมินเมื่อเสร็จสิ้นการดำเนินงานโดยประเมินในด้านต่างๆ ดังนี้ 1.1 การประเมินสภาวะแวดล้อม ( Context Evaluation ) ซึ่งจะช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับการ วางแผน ในการกำหนดวัตถุประสงค์ 1.2 การประเมินการปัจจัยเบื้องต้น ( Input Evaluation ) เป็นการตัดสินใจเกี่ยวกับโครงสร้างเพื่อ กำหนดรูปแบบของโครงการ 1.3 การประเมินกระบวนการ ( Process Evaluation ) เป็นการตัดสินใจในด้านการประยุกต์ใช้เพื่อ ควบคุมการดำเนินการของโครงการ 1.4 การประเมินผลผลิต ( Product Evaluation ) จะช่วยในการตัดสินใจเพื่อตัดสินและดูผลสำเร็จของ โครงการ 2.รูปแบบการรายงานใช้รูปแบบ สถิติ X, S.D. เป็นการประเมินวัตถุประสงค์และรายละเอียดต่างๆ เพื่อ ช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการ มีลักษณะเป็นแบบรายงานเมื่อเสร็จสิ้นการดำเนินงานโดยสรุปรายงานใน ด้านต่างๆ ดังนี้ 2.1 ด้านเนื้อหา 2.2 ด้านวิทยากร 2.3 ด้านสื่อและอุปกรณ์ 2.4 ด้านทักษะ 2.5 ด้านความรู้ นิยามศัพท์


โครงการส่งเสริมการอ่านยุคดิจิทัล 3 1. ยุคดิจิทัล หมายถึง ยุคของอิเลคโทรนิคส์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่มี ความรวดเร็ว ในการสื่อสารการ ส่งผ่านข้อมูลความรู้ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในสังคมไม่ว่าจะเป็น ข่าวสาร ภาพหรือวิดีโอที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่าง รวดเร็วทุกที่และทุกเวลา 2. ส่งเสริมการอ่านในยุคดิจิทัล หมายถึง กิจกรรมที่จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน ตลอดจนเพื่อพัฒนาให้ใช้ประโยชน์จากการอ่าน เพื่อแสวงหาความรู้ต่างๆ ในปัจจุบันที่อ่านได้จากเทคโนโลยี อินเตอร์เน็ต สมาร์ทโฟน ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วทุกที่และทุกเวลา 3. โปรแกรมสำเร็จรูป XPSS หมายถึง โปรแกรมที่มีประสิทธิภาพสูง ในการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ และการ จัดการข้อมูลต่างๆ ผู้ใช้โปรแกรมสามารถวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติประเภทต่างๆ และแสดงผลการวิเคราะห์ ข้อมูลออกมาในรูปของตาราง หรือแผนภูมิได้ 4. การประเมินโครงการ หมายถึง กระบวนการวัดที่มีการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดยการนำรูปแบบจำลองซิป (CIPP Model) ซึ่งเป็นการประเมิน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านสภาวะแวดล้อม (context) ประกอบด้วย หลักการ วัตถุประสงค์ เป้าหมายของโครงการ และการเตรียมการดำเนินโครงการ ด้านปัจจัยนำ (Input) ประกอบด้วย บุคลากรวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้และงบประมาณ ด้านกระบวนการดำเนินงาน ( Process )ประกอบด้วย การดำเนินงาน กิจกรรมการดำเนินงานตามโครงการ การนิเทศติดตามผล และด้านการ ผลิต (product) หมายถึง ผลการดำเนินงานตามโครงการ และคุณภาพผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อนำไปใช้ในการ ตรวจสอบผลการดำเนินโครงการส่งเสริมการอ่านในยุคดิจิทัล 5. ผลการประเมินโครงการ หมายถึง ผลที่เกิดจากการดำเนินโครงการในด้านต่างๆ ดังนี้ 5.1 ด้านการบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ 5.2 ด้านกระบวนการขั้นตอนการดำเนินงาน 5.3 ด้านเจ้าหน้าที่ผู้ให้การบริการ 5.4 ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกในการจัดโครงการ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. ผลการประเมินโครงการเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนพัฒนาคุณภาพงานการศึกษาตาม อัธยาศัยและพัฒนาการดำเนินงานตามโครงการส่งเสริมการอ่าน 2. ผลที่ได้จากการประเมินโครงการเป็นความรู้ที่สามารถไปใช้อ้างอิงหรือคิดค้นพัฒนางานใหม่ได้ 3. ผู้รับผิดชอบโครงการและผู้เกี่ยวข้องนำผลการประเมินโครงการไปใช้พัฒนางาน เผยแพร่ และ จัดทำโครงการที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพในครั้งต่อไป


โครงการส่งเสริมการอ่านยุคดิจิทัล 4 บทที่ 2 เอกสารและแนวคิดที่เกี่ยวข้อง การรายงานประเมินผลโครงการส่งเสริมการอ่านในยุคดิจิทัล ผู้รายงานได้ศึกษาเอกสาร และแนวคิดที่ เกี่ยวข้องดังนี้ 1.ความสอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ 2566 ข้อ 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย 1.2 เร่งปลูกฝังทัศนคติ พฤติกรรม และองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง โดยบูรณาการอยู่ในกระบวนการจัดการ เรียนรู้ เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้และสร้างภูมิคุ้มกันควบคู่กับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในเชิงบวกและสร้างสรรค์ พร้อมทั้งหาแนวทางวิธีการปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้อ 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา 2.4 พัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) สำหรับผู้เรียนทุกช่วงวัย เพื่อรองรับการ เปลี่ยนแปลงสู่สังคมดิจิทัลในโลกยุคใหม่ 2.โครงการส่งเสริมการอ่านในยุคดิจิทัล หลักการและเหตุผลของโครงการ การอ่านเป็นทำความเข้าใจเนื้อหาที่ผู้เขียนต้องการสื่อสาร โดยผู้อ่านต้องพิจารณาวิเคราะห์ตีความและทำความ เข้าใจกับเนื้อหาสาระสำคัญ และนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนั้นการอ่านจึงเป็นทักษะที่ช่วยในการ แสวงหาความรู้เพื่อส่งเสริมความคิด เชาวน์ปัญญา พัฒนาทักษะการเรียน และเป็นพื้นฐานของการต่อยอดองค์ ความรู้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น รวมไปถึงก่อให้เกิดวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล สามารถนำสิ่งที่อ่านมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต การส่งเสริมการอ่านเป็นการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต แต่รูปแบบของการอ่าน หนังสือในยุคดิจิทัลมีการเปลี่ยนแปลงไป เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงสื่อสิ่งพิมพ์ให้ กลายเป็นสื่อดิจิทัล ความรู้ต่างๆ สามารถหาได้จากอินเทอร์เน็ต ถูกบรรจุไว้ในเทคโนโลยีแบบพกพา เช่น แท็บเลต คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน เผยแพร่ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทำให้เกิดแหล่งสารสนทศจำนวนมหาศาล ซึ่ง นักเรียน นักศึกษา ประชาชน สามารถเข้าถึงความรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา สร้างเครือข่ายทางสังคม การเรียนรู้ ร่วมกัน เป็นสะพานเชื่อมโยงให้เกิดความรู้ความเข้าใจของมวลมนุษย์ทุกชาติทุกภาษา และให้สามารถประกอบ กิจการงานต่างๆ อันเป็นคุณประโยชน์ร่วมกันได้ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านหมี่ โดย กศน.ตำบลบ้านทราย ได้เห็น ความสำคัญของการอ่านในสังคมยุคดิจิทัล เพื่อให้เกิดนิสัยรักการอ่าน จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย เกิดชุมชน แห่งการเรียนรู้การสร้างความรู้ต่อตนเองด้วยการอ่าน จึงได้จัดกิจกรรมโครงการส่งเสริมการอ่านในยุคดิจิทัล ซึ่ง เป็นกิจกรรมสร้างการเรียนรู้ ด้วยการอ่าน การเรียนรู้นอกห้องเรียนหรือการศึกษาตลอดชีวิต ส่งเสริมการมีส่วน ร่วมในกิจกรรมการอ่าน การกระตุ้นให้เกิดความตระหนักตื่นตัว เห็นความสำคัญของการอ่าน ในสังคมที่มีการ


โครงการส่งเสริมการอ่านยุคดิจิทัล 5 เปลี่ยนแปลง เสริมสร้างให้เด็ก เยาวชนและประชาชน เกิดการเรียนรู้อย่างหลากหลาย มีทักษะในการอ่าน การ การสื่อสารที่ดีขึ้น และยังช่วยสร้างจินตนาการ และสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการอ่านไปใช้ ในการดำเนินชีวิต เป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อ ชุมชน สังคม และประเทศชาติที่มีคุณภาพต่อไป 4. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อส่งเสริม เด็ก เยาวชน และประชาชนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีนิสัยรักการอ่านรักการค้นคว้า รู้เท่าทันเทคโนโลยี และก้าวตามทันยุคดิจิทัล 2. เพื่อส่งเสริม เด็ก เยาวชนและประชาชนให้มีทักษะกระบวนการแสวงหาความรู้จากการอ่าน และแหล่ง ความรู้จากอินเตอร์เน็ต 3. เพื่อส่งเสริม เด็ก เยาวชนและประชาชนตระหนักถึงประโยชน์คุณค่าของการอ่านจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ในยุคดิจิทัล 5. เป้าหมาย เชิงปริมาณ เด็ก เยาวชนและประชาชน จำนวน 25 คน เชิงคุณภาพ เด็ก เยาวชนและประชาชน ที่เข้าร่วมโครงการตระหนักถึงประโยชน์และคุณค่าของการอ่าน เป็นบุคคล แห่งการเรียนรู้ มีนิสัยรักการอ่าน มีทักษะกระบวนการแสวงหาความรู้ในสังคมยุคดิจิทัล มีความรู้เท่าทันกับสื่อ ออนไลน์และสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการอ่านไปใช้ในการดำเนินชีวิต 6. วิธีดำเนินการ กิจกรรมหลัก วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้า หมาย เป้าหมาย พื้นที่ ดำเนินการ ระยะ เวลา งบ ประมาณ 1.วางแผน 1.1 วางแผนปฏิบัติงาน 1.2 แต่งตั้งคณะทำงาน 1.3 จัดทำโครงการ และขออนุมัติ 1.4ประชาสัมพันธ์ โครงการ 1. เพื่อเตรียม พร้อมในการจัดทำ โครงการ 2. เพื่อจัดทำโครง การและแผนปฏิบัติ การโครงการ ครูกศน.ตำบล คณะกรรมการ กศน.ตำบล อาสาสมัคร ส่งเสริมการอ่าน บรรณารักษ์ 6 คน กศน.ตำบล บ้านทราย 20 ธ.ค.65 2.ดำเนินงาน โครงการส่งเสริมการ 1. เพื่อส่งเสริม เด็ก เยาวชน และ เด็ก เยาวชน และประชาชน 25 คน โรงเรียนวัดบ้าน ทราย หมู่ 2 28 ธ.ค.65 รวมทั้งสิ้น 2,250.-


โครงการส่งเสริมการอ่านยุคดิจิทัล 6 กิจกรรมหลัก วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้า หมาย เป้าหมาย พื้นที่ ดำเนินการ ระยะ เวลา งบ ประมาณ อ่านในยุคดิจิทัล 1. บรรยายให้ความรู้ 1.1 การอ่านในยุค ดิจิทัล 1.2 การปรับตัว เกี่ยวกับการรับรู้และ เท่าทันสื่อออนไลน์และ ดิจิทัลในสังคมปัจจุบัน 1.3 แหล่งเรียนรู้จาก สื่อดิจิทัล - แนะนำระบบ ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (2ebook Digital Library) 2.กิจกรรมส่งเสริมการ อ่าน 2.1 การทำการ์ด ความรู้ (FLASH CARDS) 2.2 การอ่าน หนังสือพิมพ์ออนไลน์ 3.สรุปความรู้ -แลกเปลี่ยนความ คิดเห็น ประชาชนเป็น บุคคลแห่งการ เรียนรู้ มีนิสัยรัก การอ่านรักการ ค้นคว้า รู้เท่าทัน เทคโนโลยี และก้าว ตามทันยุคดิจิทัล 2. เพื่อส่งเสริม เด็ก เยาวชนและ ประชาชนให้มี ทักษะกระบวนการ แสวงหาความรู้จาก การอ่าน และแหล่ง ความรู้จาก อินเตอร์เน็ต 3. เพื่อส่งเสริม เด็ก เยาวชนและ ประชาชนตระหนัก ถึงประโยชน์คุณค่า ของการอ่านจาก แหล่งเรียนรู้ต่างๆ ในยุคดิจิทัล ตำบลบ้านทราย (ชุมชนต้นแบบ) ตำบลบ้านทราย อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี บาท 3. ตรวจสอบ 3.1 การประเมินผล ก่อนดำเนินการ 3.2 การประเมิน ระหว่างดำเนิน โครงการ 1.เพื่อศึกษาเป็นไป ได้ของโครงการ 2. เพื่อศึกษาความ ก้าวหน้า และ ปัญหา อุปสรรคใน การดำเนินโครงการ เด็ก เยาวชน และประชาชน ตำบลบ้านทราย 25 คน โรงเรียนวัดบ้าน ทราย หมู่ 2 (ชุมชนต้นแบบ) ตำบลบ้านทราย อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี 27 ธ.ค.65


โครงการส่งเสริมการอ่านยุคดิจิทัล 7 กิจกรรมหลัก วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้า หมาย เป้าหมาย พื้นที่ ดำเนินการ ระยะ เวลา งบ ประมาณ 3.3 การประเมินเมื่อ เสร็จสิ้นโครงการ 3. เพื่อศึกษาความ คุ้มค่าของโครงการ 4. ขั้นปรับปรุงแก้ไข (Action) 4.1 รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล สรุป และจัดทำ รายงานการ ประเมินโครงการ 4.2 ประชุมคณะจัดทำ เพื่อนำข้อมูลมา รายงานการประเมิน โครงการไปใช้ปรับปรุง แก้ไขและพัฒนาการ ดำเนินโครงการต่อไป 1.เพื่อรวบรวมข้อ มูลสารสนเทศใน การดำเนินโครงการ 2. เพื่อจัดทำ เอกสารรายงานการ ดำเนินโครงการ นำเสนอแก่ ผู้อำนวยการ กศน. อำเภอบ้านหมี่ 3.เพื่อนำข้อมูล สารสนเทศมาใช้ใน การปรับปรุงและ พัฒนาการดำเนิน โครงการในครั้ง ต่อไป ครู กศน. ตำบล คณะกรรมการ กศน.ตำบล บรรณารักษ์ 6 คน กศน.ตำบลบ้าน ทราย หมู่ 2 ตำบลบ้านทราย อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี 5 ม.ค.66 ๗. วงเงินงบประมาณทั้งโครงการ จากเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2566 แผนงาน : พื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ผลผลิตที่ 5 ผู้รับบริการการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมจัดสร้างแหล่งเรียนรู้ในตำบล เป็นเงินทั้งสิ้น 2,250 บาท (สองพันสองร้อยห้าสิบบาทถ้วน) ดังรายการต่อไปนี้ - ค่าวัสดุ เป็นเงิน 2,050 บาท - ค่าจัดจ้างทำป้าย เป็นเงิน 200 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,250 บาท ๘.แผนการใช้จ่ายงบประมาณ กิจกรรมหลัก ไตรมาส 1 (ต.ค. – ธ.ค. 65) ไตรมาส 2 (ม.ค. – มี.ค.66) ไตรมาส 3 (เม.ย. – มิ.ย.66) ไตรมาส 4 (ก.ค. – ก.ย.66) วันที่ 28 ธันวาคม 2565 2,250 - - -


โครงการส่งเสริมการอ่านยุคดิจิทัล 8 กิจกรรมหลัก ไตรมาส 1 (ต.ค. – ธ.ค. 65) ไตรมาส 2 (ม.ค. – มี.ค.66) ไตรมาส 3 (เม.ย. – มิ.ย.66) ไตรมาส 4 (ก.ค. – ก.ย.66) นักศึกษา ประชาชน ตำบลบ้านทราย รวมจำนวนทั้งสิ้น 25 คน บรรยายให้ ค ว า ม รู้ แ ล ะ ฝึ ก ท ำ ก า ร์ ด ค ว า ม รู้ (FLASHCARDS) 1. บรรยายให้ความรู้ 1.1 การอ่านในยุคดิจิทัล 1.2 การปรับตัวเกี่ยวกับการรับรู้และเท่าทัน สื่อออนไลน์และดิจิทัลในสังคมปัจจุบัน 1.3 แหล่งเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล - แนะนำระบบห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (2ebook Digital Library) 2.กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน 2.1 การทำการ์ดความรู้ (FLASH CARDS) จากสื่ออินเตอร์เน็ต และการบันทึกความรู้ลง การ์ดความรู้ (FLASH CARDS) 2.2 การอ่านหนังสือพิมพ์ออนไลน์ 3.สรุปความรู้ - แลกเปลี่ยนความคิดเห็น 9. ระยะเวลา - วันที่ 28 ธันวาคม 2565 10.สถานที่ - โรงเรียนวัดบ้านทราย หมู่ 2 (ชุมชนต้นแบบ) ตำบลบ้านทราย อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี 11. ผู้รับผิดชอบ 1. นางจรินทิพย์ ปัญญารุ่งศักดิ์ ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล 2. นางสาวสุธาสินี ช้อนคราม ตำแหน่ง บรรณารักษ์ ห้องสมุดประชาชนอำเภอบ้านหมี่ 12. เครือข่าย 1. ผู้นำท้องถิ่น/ผู้นำชุมชน ตำบลบ้านทราย 2. องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านทราย 3. โรงเรียนวัดบ้านทราย


โครงการส่งเสริมการอ่านยุคดิจิทัล 9 13. ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. เด็ก เยาวชน และประชาชน ผู้เข้าร่วมโครงการ ได้รับความรู้ ในการอ่าน การค้นคว้า จากอินเตอร์เน็ต และรู้เท่าทันเทคโนโลยี และก้าวตามทันยุคดิจิทัล 2. เด็ก เยาวชนและประชาชน ผู้เข้าร่วมโครงการ มีทักษะความรู้ในกระบวนการแสวงหาความรู้จากการ อ่าน และสามารถใช้แหล่งความรู้จากอินเตอร์เน็ตได้ 3. เด็ก เยาวชนและประชาชน ผู้เข้าร่วมโครงการ เกิดความกระตือรือร้น มีความสนใจในการอ่าน เห็น คุณค่าของการอ่านจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ในยุคดิจิทัล 14. ดัชนีชี้วัดความสำเร็จของโครงการ ตัวชี้วัดผลผลิต(Output) ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการตระหนักถึงประโยชน์และคุณค่าของการอ่าน เป็นบุคคลแห่งการ เรียนรู้ ตัวชี้วัดผลลัพธ์(Outcome) ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการมีความสามารถเรียนรู้สิ่ง ใหม่ๆจากการอ่านได้รวดเร็วสามารถค้นหา สิ่งที่อยากรู้หรืออยากศึกษาได้เร็วขึ้น มีทักษะกระบวนการแสวงหาความรู้จากสื่อดิจิทัล ดำรงชีวิตอยู่ในโลกดิจิทัล อย่างปลอดภัยและรู้เท่าทัน 15. การติดตามและประเมินผลโครงการ 1. แบบสอบถามความพึงพอใจในการเข้าร่วมโครงการ 2. ติดตามปัญหาและอุปสรรคระหว่างดำเนินโครงการ 3. ติดตาม สอบถาม ปัญหาและอุปสรรคในการใช้สื่อดิจิทัล หลังดำเนินโครงการ 4. แบบประเมินผลโครงการ รายงานการประเมินโครงการ 3. ผศ.ดร.ระวี จูฑศฤงค์ (2564) มโนทัศน์ (Concept) การศึกษาตามอัธยาศัย คือ กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถี ชีวิตประจําวันของบุคคลซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ตามความสนใจ ความ ต้องการ โอกาส ความพร้อม และศักยภาพในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล (พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ.2551) การศึกษาตามอัธยาศัย เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาด้วยวิธีการที่ หลากหลายที่นําไปสู่การเรียนรู้ อาจเกิดขึ้นโดยกระบวนการเรียนรู้ทางสังคม กระบวนการสนทนา การเรียนรู้ ด้วยตนเอง การเรียนรู้โดยบังเอิญ การเรียนรู้จากประสบการณ์ จากการทํางาน จากบุคคล จากครอบครัว จากชุมชน จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ความบันเทิง และการพัฒนาคุณภาพชีวิต ลักษณะสําคัญ คือ ไม่มีหลักสูตร ไม่มีเวลาเรียนที่แน่นอน ไม่จํากัดอายุ ไม่มีการลงทะเบียน ไม่มีการสอน ไม่มี การรับประกาศนียบัตร อาจมีหรือไม่มีสถานที่แน่นอน เรียนที่ไหนก็ได้ ส่วนใหญ่เป็นการเรียนเพื่อความรู้และ นันทนาการ สามารถเรียนได้ตลอดเวลาและเกิดขึ้นในทุกช่วงวัยตลอดชีวิต ตัวอย่าง เช่น การเรียนรู้เรื่องที่


โครงการส่งเสริมการอ่านยุคดิจิทัล 10 สนใจด้วยตนเอง ด้วยการค้นคว้าจากอินเทอร์เน็ต การเข้าห้องสมุด การเดินผ่านป้ายประกาศแล้วแวะอ่านสิ่ง ที่สนใจ การเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ตามความสมัครใจโดยมุ่งหวังจะได้ความรู้เป็นสำคัญ โดยไม่ปรารถนาจะ รับการรับรองความสามารถและคุณวุฒิเป็นสำคัญ เป็นการเรียนรู้เพื่อตอบสนองความสนใจของตนเท่านั้น การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นส่วนที่จะเข้ามาเติมเต็มการศึกษานอกระบบและการศึกษาในระบบ ที่นำไปสู่ “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” ของแต่ละบุคคล ให้ได้รับความรู้และทักษะอย่างเพียงพอในแต่ละช่วงชีวิต เพื่อ ดำเนินชีวิต ประกอบอาชีพ และปรับตัวเข้ากับสภาพสังคมสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่าง เหมาะสม 4. การประเมินโครงการ (2564) ศูนย์ทดสอบและประเมินเพื่อพัฒนาการศึกษาและวิชาชีพ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การศึกษาเกี่ยวกับวงจรการดำเนินโครงการ จะเห็นได้ว่าการประเมิน (Evaluation) เป็น ส่วนหนึ่งที่สำคัญในวงจรการดำเนินโครงการและเป็นกระบวนการที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับการติดตาม (Monitoring) ดังได้กล่าวแล้ว แม้ว่าการประเมินจะสัมพันธ์กับการติดตามอย่างไร การประเมินก็จะมีลักษณะ พิเศษทั้งด้านความหมาย ขั้นตอน วิธีการและอื่นๆ อีกหลายประการ ซึ่งแตกต่างไปจากการติดตาม การประเมิน ไม่ใช่เป็นการมุ่งตรวจสอบหรือจับผิดการทำงานหรือการดำเนินงานโครงการ ใดโครงการหนึ่ง แต่การประเมินจะ ช่วยทำให้ข้อมูล (data) ที่มีอยู่กลายเป็นสารสนเทศ (information) ที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจ แก่ผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจตัดสินใจ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงพัฒนา โครงการ ขยายหรือยกเลิกโครงการ ทั้งนี้ ย่อมขึ้นอยู่กับ วัตถุประสงค์ของการประเมินในแต่ละครั้ง ว่าต้องการสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจในลักษณะใด ดังนั้นการ ดำเนินงานในโครงการแต่ละ โครงการจึงจำเป็นต้องอาศัยสารสนเทศจากการประเมินเป็นข้อมูลสำคัญ ตลอด ระยะเวลาใน การดำเนินงาน ในการประเมินโครงการใดๆ ผู้ที่ทำหน้าที่ประเมิน จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจใน การประเมินอย่างลึกซึ้ง เพื่อจะสามารถนำแนวคิดและวิธีการต่างๆ ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในงานอย่างเหมาะสม 5. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สมพิศ สุขแสน(2562) CIPP Model : รูปแบบการประเมินผลโครงการ ในการ ดําเนินงานตามโครงการหรือการบริหารโครงการ ไมวาจะเปนโครงการของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนก็ตาม จะต้องมีการวางแผนโครงการ โดยกําหนดเปนวัตถุประสงคและเปาหมาย ไวเพื่อคาดหวังผลลัพธที่จะเกิดขึ้น ภายหลัง เมื่อวางแผนโครงการและมีการวิเคราะหความเปนไปไดของ โครงการตลอดจนการออกแบบโครงการ เปนอยางดีแลว ผูที่มีอํานาจก็จะทําการคัดเลือกโครงการและอนุมัติโครงการตอไป ตอจากนั้นก็จะมีองคการนํา โครงการไปปฏิบัติ หรือที่เราเรียกวา การบริหาร โครงการ (Project Management) บุคคลทั่วไปมักจะคุนเคยกับ คํากลาวที่วา ถาการวางแผนโครงการดี ก็เทากับงานสําเร็จไปแลวครึ่งหนึ่ง แตในความเปนจริงแลวการวางแผน โครงการที่ดีแคจะชวยเพิ่มโอกาสสําหรับความสําเร็จเทานั้น แตก็มิใชเปนหลักประกันความสําเร็จของนโยบาย/ แผนงาน/โครงการ สาธารณะทั้งหมด ทั้งนี้เพราะความสําเร็จหรือความลมเหลวของนโยบาย/แผนงาน โครงการ ตาง ๆ จะ ตองผานกระบวนการตาง ๆ อีกมาก โดยเฉพาะกระบวนการบริหารโครงการและการประเมินผลโครง การ ถาจะกลาวใหเขาใจงาย ๆ ก็คือการวางแผน( Planning ) เปนเรื่องของการคิด การดําเนินการหรือการบริหาร ( Implementation / Operation ) เปนเรื่องของการทํา สวนการประเมินผล( Evaluation )ก็คือการเทียบ ระหวางการคิดกับการกระทํานั่นเอง การประเมินผลจึงเปนขั้นตอนสุดทายที่จะทําใหทราบวา การปฏิบัติงานตาม โครงการนั้น บรรลุวัตถุประสงคหรือไม เพียงใด มีการเบี่ยงเบนไปจากสิ่งที่คิดไวหรือไม ถาเบี่ยงเบนจะไดหาวิธี


โครงการส่งเสริมการอ่านยุคดิจิทัล 11 ปรับปรุงแกไขความคาดหวังกับการปฏิบัติจริงนั้นเปนไปในทิศทางเดียวกันใหได CIPP Model คําวา รูปแบบหรือ แบบจําลอง ภาษาอังกฤษใชคําวา Model ซึ่งหมายถึง วิธีการที่บุคคล ใดบุคคลหนึ่งไดถายทอดความคิด ความ เขาใจ ตลอดจนจินตนาการที่มีตอปรากฎการณหรือเรื่องราว ใด ๆ ใหปรากฏโดยใชการสื่อสารในลักษณะตาง ๆ เชน ภาพวาด ภาพเหมือน แผนภูมิแผนผัง ฯลฯ เพื่อใหเขาใจไดงาย และสามารถนําเสนอเรื่องราวไดอยางมีระบบ ( เยาวดี รางชัยกุล วิบูลยศรี. 2542 : 27 ) ในการประเมินผลโครงการนั้นมีแนวคิดและโมเดลหลายอยาง แตในที่นี้ ใครขอเสนอแนวคิดและ โมเดลการประเมินแบบซิป หรือ CIPP Model ของสตัฟเฟลบีม (Stufflebeam) เพราะเปนโมเดลที่ได รับการยอมรับกันทั่วไปในปจจุบัน แนวคิดของสตัฟเฟลบีม เนนการแบงแยกบทบาทของการ ทํางานระหวางฝายประเมินกับฝาย บริหารออกจากกันอยางเดนชัด กลาวคือฝายประเมินมีหนาที่ระบุ จัดหา และ นําเสนอสารสนเทศใหกับ ฝายบริหาร สวนฝายบริหารมีหนาที่เรียกหาขอมูล และนําผลการประเมินที่ไดไปใช ประกอบการตัดสิน ใจ เพื่อดําเนินกิจกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวของแลวแตกรณี ทั้งนี้เพื่อปองกันการมีอคติในการประเมิน 6.การปรับตัวของห้องสมุด บทบาทใหม่ในยุคดิจิทัล (2564) แนวคิด “ห้องสมุดมีชีวิต” ซึ่งริเริ่มผลักดันเผยแพร่ โดยอุทยานการเรียนรู้(TK park) ส่งผลสะเทือนให้ห้องสมุดทั่วประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ต่อเนื่องมาตลอดทศวรรษแห่งการอ่าน (2552-2561) อย่างไรก็ตาม “ห้องสมุดมีชีวิต” ที่อุบัติขึ้นมานานเกินกว่า ทศวรรษ ก็ยังเป็นห้องสมุดที่เต็มไปด้วยหนังสือและสารสนเทศ ซึ่งนับวันผู้คนจะสามารถเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้เองผ่าน อุปกรณ์ดิจิทัล ประเด็นที่น่าขบคิดต่อไปก็คือ ความสำเร็จที่ผ่านมาเพียงพอหรือไม่ที่จะตอบสนองความต้องการ ของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และห้องสมุดมีชีวิตจะเติมเต็มบทบาทที่ยังไม่เคยทำมาก่อนให้สอดคล้องกับ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น นอกเหนือจาก“สารสนเทศที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ” ซึ่งทำให้ห้องสมุดยังคงดำรงจุด แข็งอันเป็นข้อได้เปรียบสถาบันทางสังคมอื่นแล้ว ห้องสมุดยังมีสินทรัพย์อันล้ำค่าอยู่กับตัว นั่นคือ “พื้นที่” ที่ สามารถรังสรรค์ให้เกิดประโยชน์กับผู้คนและสังคมได้อีกมาก งานบริการด้านสารสนเทศถือเป็นงานปกติที่ จำเป็นต้องทำ นวัตกรรมการบริการที่ออกจากกรอบห้องสมุดแบบเดิม โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้เป็นหลัก ด้วยการเปลี่ยนมุมมองเรื่องพื้นที่ที่ไม่จำกัดเพียงแค่การเป็นคลังหนังสือหรือทรัพยากรและพื้นที่การอ่าน จะนำไปสู่ ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นดังที่เกิดขึ้นแล้วกับห้องสมุดหลายแห่งทั่วโลก


โครงการส่งเสริมการอ่านยุคดิจิทัล 12 บทที่ 3 วิธีดำเนินการ รูปแบบการประเมินโครงการ การประเมินผลการจัดกิจกรรมตามโครงการส่งเสริมการอ่านในยุคดิจิทัลใช้รูปแบบการประเมินโครงการ CIPP MODEL ของสตัฟเฟลบีม ( D.L. Stufflebeam, 1997 , P. 261-265 ) ดังนี้ • หลักการ • วัตถุประสงค์ของโครงการ • เป้าหมายของโครงการ • การเตรียมการภายในโครงการ • บุคลากร • วัสดุอุปกรณ์ • เครื่องมือเครื่องใช้ • งบประมาณ • การด าเนินโครงการ • กิจกรรมการดา เนินงานตามโครงการ • การนิเทศติตามกา กบั • การประเมินผล • ผลการด าเนินโครงการ • คุณภาพผู้เข้ารับการอบรม ประเมินสภาวะแวดล้อม ( Context Evaluation ) ประเมินการปัจจยัเบ้ืองตน้ ( Input Evaluation ) ประเมินกระบวนการ (Process Evaluation ) การประเมินผลผลิต ( Product Evaluation )


โครงการส่งเสริมการอ่านยุคดิจิทัล 13 วิธีการประเมินโครงการ 1. การวางแผน 1.1 ประชุมคณะครู กศน.ตำบล วิเคราะห์โครงการ/กิจกรรม ดำเนินการต่อ ปรับปรุง แก้ไข พัฒนา 1.2 กำหนดกิจกรรมที่จะพัฒนาและส่งเสริมตามนโยบายการศึกษาตามอัธยาศัย 1.3 มอบหมายหน้าที่คณะทำงาน 2.วัตถุประสงค์ของการประเมิน 2.1 เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินโครงการมาเป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาใน งานการศึกษาตามอัธยาศัย 2.2 เพื่อทราบปัญหาและอุปสรรค ข้อดี ข้อเสีย ตลอดจนแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข 2.3 เพื่อนำข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมโครงการใช้เป็นแนวทางในการดำเนินโครงการในครั้งต่อไป ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ 3. ขอบเขตของการประเมินโครงการ การประเมินการจัดกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย โครงการส่งเสริมการอ่านในยุคดิจิทัล ในครั้งนี้ ได้ กำหนดขอบเขตของการประเมิน ออกเป็นดังนี้ 3.1 จะดำเนินการประเมินโครงการเฉพาะผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการส่งเสริมการอ่านในยุคดิจิทัล 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือแบบประเมินความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม 3.3 ระยะเวลาการประเมินโครงการ กำหนดระยะเวลา มกราคม 2566 4.ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มผู้นำชุมชน( อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน) ตำบลบ้านทราย จำนวน 9 คน เยาวชน ประชาชนผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 25 คน คณะครูและบุคลากร กศน.อำเภอบ้านหมี่ จ.ลพบุรี จำนวน 5 คน กลุ่มตัวอย่าง คือ ครู กศน.ตำบล จำนวน 5 คน เด็ก เยาวชน ประชาชนผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 20 คน ผู้นำชุมชน จำนวน 6 คน


โครงการส่งเสริมการอ่านยุคดิจิทัล 14 5. เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินโครงการ เครื่องมือที่ใช้ในประเมินโครงการได้สร้างเครื่องมือโดยยึดมาตรฐานของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะดังนี้ ลักษณะที่ 1 เป็นข้อคำถามเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบ เป็นแบบสำรวจรายการ (Checklist) ลักษณะที่ 2 ข้อคำถามเกี่ยวกับความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการและคำถามในการประเมินโครงการ ลักษณะที่ 3 เป็นข้อคำถามด้านกระบวนการ แบบสอบถามทั้งหมดใช้ลักษณะมาตรส่วนประมาณค่า (Rating Scales) 5 ระดับ คือ น้อยที่สุด หมายถึง ระดับ 1 น้อย หมายถึง ระดับ 2 ปานกลาง หมายถึง ระดับ 3 มาก หมายถึง ระดับ 4 มากที่สุด หมายถึง ระดับ 5 6. การเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการประเมินโครงการ ในครั้งนี้ ได้ดำเนินการ ดังนี้ 6.1ครู กศน.ตำบลดำเนินการจัดกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย ประเมินผลการดำเนินงานการจัด กิจกรรมทุกครั้งหลังจากเสร็จการจัดกิจกรรมเรียบร้อยแล้ว 6.2ตรวจสอบความถูกต้อง และนำแบบสอบถามไปวิเคราะห์ 6.3รวบรวมข้อมูลการประเมินเสนอผู้บริหารสถานศึกษาและนำไปจัดทำข้อมูลสารสนเทศของ สถานศึกษา 7. การวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลในการจัดทำประเมินโครงการในครั้งนี้ ใช้สถิติพื้นฐานในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย โดยใช้โปรแกรมสำเสร็จรูปสำหรับการวิจัยทางสังคมศาสตร์(SPSS) 8. การวิเคราะห์ผลการประเมินโครงการ วิเคราะห์ผลการประเมินโครงการ โดยใช้ X S.D. และเปรียบเทียบกับเกณฑ์เฉลี่ย 9. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1) ค่าเฉลี่ย (MEAN) ใช้สูตร X = N ƒx X = ค่าเฉลี่ย ƒx = ผลรวมของความถี่ของคะแนนทั้งหมด N = จำนวนผู้ประเมินทั้งหมด


โครงการส่งเสริมการอ่านยุคดิจิทัล 15 2) ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( STANDARD DIVIATION) ใช้สูตร S.D. = ( ) ( 1) 2 2 − − n n n X x S.D. = ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2 X = ผลรวมของกำลังสองของคะแนน ( ) 2 x = ผลรวมของคะแนนทั้งหมด ยกกำลังสอง n = จำนวนคนในกลุ่มตัวอย่าง 3) เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน กำหนดเกณฑ์การประเมินให้สอดคล้องกับการประกันคุณภาพภาพภายใน โดยแปลความหมายตามเกณฑ์แบบลิเคิร์ธ (Likert scale) แบบสอบถามที่วัดเจตคติ หรือความเชื่อ โดย กำหนดรูปแบบออกเป็นระดับความคิดเห็นของผู้ตอบ 1-5 ระดับได้เสนอไว้ดังนี้ ระดับคะแนน 4.21 – 5.00 แปลว่า ดีมาก ระดับคะแนน 3.41 –4.20 แปลว่า ดี ระดับคะแนน 2.61 –3.40 แปลว่า ปานกลาง ระดับคะแนน 1.81 –2.60 แปลว่า พอใช้ ระดับคะแนน 1.00 –1.80 แปลว่า ปรับปรุง


โครงการส่งเสริมการอ่านยุคดิจิทัล 16 บทที่ 4 ผลการประเมินโครงการ ผลการดำเนินงานการจัดกิจกรรมงานการศึกษาตามอัธยาศัย โครงการส่งเสริมการอ่านในยุคดิจิทัล ของ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านหมี่ จะนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล แบ่ง ออกเป็น 4 ตอนดังนี้ ตอนที่ 1 ผลการดำเนินงานในการจัดกิจกรรม ปีงบประมาณ 2566 ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมด้านการศึกษาตามอัธยาศัยตามกรอบและแนวทางที่ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกำหนด และเป้าหมาย กลยุทธ์ ตัวชี้วัดของ สถานศึกษา ในพื้นที่บริการตามรายละเอียดในตารางดังนี้ ตาราง 1 แสดงข้อมูลการจัดกิจกรรมงานการศึกษาตามอัธยาศัย โครงการ การดำเนินการ เป้าหมาย(คน) ผลการดำเนินงาน สถานที่จัดกิจกรรม (คน) โครงการส่งเสริมการอ่านในยุคดิจิทัล 25 31 โรงเรียนวัดบ้านทราย หมู่ 2 ตำบลบ้านทราย อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี จากตาราง 1 พบว่า การจัดกิจกรรมโครงการส่งเสริมการอ่านในยุคดิจิทัลสามารถดำเนินการได้ จำนวน 31 คน เงินงบประมาณ 2,250 บาท คิดเป็นร้อยละ 100 ตาราง 2 แสดงผลการประเมินความพึงพอใจผู้เข้าร่วมโครงการ ประเด็น ร้อยละ x S.D ระดับความคิดเห็น 1.ด้านเนื้อหา 2.ด้านกระบวนการจัดกิจกรรม 3.วิทยากร 4.การอำนวยความสะดวก 91.6 91.8 90.4 94.0 4.58 4.59 4.52 4.70 .331 .280 .319 .391 ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก รวมเฉลี่ย 91.95 4.59 .330 ดีมาก จากตาราง 2 พบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจด้านการอำนวยความสะดวก เป็นลำดับสูงสุด คิดเป็นร้อย ละ 94 (4.70) ระดับความคิดเห็น ดีมาก รองลงมาคือ ด้านกระบวนการจัดกิจกรรม คิดเป็นร้อยละ 91.8 (4.59) ระดับความคิดเห็น ดีมาก ความพึงพอใจในภาพรวม คิดเป็นร้อยละ 91.95 (4.59) ระดับความคิดเห็น ดีมาก


โครงการส่งเสริมการอ่านยุคดิจิทัล 17 ตอนที่ 2 ผลการประเมินโครงการ 4 ด้าน ตาราง 3 ผลการประเมินโครงการด้านสภาวะแวดล้อม ประเด็น ร้อยละ x S.D ระดับความคิดเห็น 1.กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ โครงการ 2.มีการส่งเสริมให้ผู้เข้ารับบริการมีส่วนร่วมใน กิจกรรม 3.ผู้รับบริการมีทัศนคติที่ดีต่อการให้ความสำคัญและ เห็นคุณค่าของการอ่าน 4.มีการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง 93.6 93 91.6 94.8 4.68 4.65 4.58 4.74 .475 .551 .502 .445 ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก รวมเฉลี่ย 93.25 4.66 .493 ดีมาก จากตาราง 3 ผลการประเมินพบว่า มีการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง เป็นลำดับสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 94.8 (4.74) ระดับความคิดเห็น ดีมาก รองลงมาคือ กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ คิดเป็นร้อย ละ 93.6 (4.68) ระดับความคิดเห็น ดีมาก ผลการประเมินด้านสภาวะแวดล้อมในภาพรวม คิดเป็นร้อยละ 93.25 (4.66) ระดับความคิดเห็น ดีมาก ตาราง 4 ผลการประเมินโครงการด้านปัจจัย ประเด็น ร้อยละ x S.D ระดับความคิดเห็น 1. เจ้าหน้าที่จัดกระบวนการมีความรู้ความสามารถใน การจัดกิจกรรม 2.เจ้าหน้าที่มีความเหมาะสมในการแต่งกาย/บุคลิค/ ท่าทาง การให้บริการ 3.สถานที่สำหรับการให้บริการมีความเหมาะสม 4.ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม 5.วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดโครงการมีความเหมาะสม เพียงพอ 87 93 86.4 93 90.4 4.35 4.65 4.32 4.65 4.52 .608 .551 .541 .551 .570 ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก รวมเฉลี่ย 89.96 4.49 .564 ดีมาก จากตาราง 4 ผลการประเมินพบว่า เจ้าหน้าที่มีความเหมาะสมในการแต่งกาย/บุคลิค/ท่าทาง การให้บริการ และ ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม เป็นลำดับสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 93 (4.65) ระดับความคิดเห็น ดีมาก รองลงมาคือ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดโครงการมีความเหมาะสมเพียงพอ คิดเป็นร้อยละ 90.4 (4.52) ระดับ ความคิดเห็น ดีมาก ผลการประเมินด้านปัจจัย ในภาพรวม คิดเป็นร้อยละ 89.96 (4.49) ระดับความคิดเห็น ดีมาก


โครงการส่งเสริมการอ่านยุคดิจิทัล 18 ตาราง 5 ผลการประเมินโครงการด้านกระบวนการ ประเด็น ร้อยละ x S.D ระดับความคิดเห็น 1.การศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการพัฒนา 2.การจัดทำกรอบแนวคิดและกำหนดจุดพัฒนาตามสภาพ ปัญหาและความต้องการ 3.การวางแผนดำเนินโครงการ 4.การปฏิบัติงานตามโครงการในหน้าที่ที่แต่ละคนรับผิดชอบ 5.การดำเนินกิจกรรมที่กำหนดในโครงการตามขั้นตอนทุก กิจกรรม 6.การนิเทศติดตามกำกับการดำเนินโครงการตามขั้นตอนที่ กำหนด 94.2 94.8 86.4 86.4 93.6 94.2 4.71 4.74 4.32 4.32 4.71 4.71 .461 .445 .626 .599 .545 .551 ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก รวมเฉลี่ย 91.6 4.58 .498 ดีมาก จากตาราง 5 ผลการประเมินพบว่า การจัดทำกรอบแนวคิดและกำหนดจุดพัฒนาตามสภาพปัญหาและความ ต้องการ เป็นลำดับสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 94.8 (4.74) ระดับความคิดเห็น ดีมาก รองลงมาคือ การศึกษาสภาพ ปัญหาและความต้องการในการพัฒนา คิดเป็นร้อยละ 94.2 (4.71) ระดับความคิดเห็น ดีมาก ผลการประเมินด้าน กระบวนการ ในภาพรวม คิดเป็นร้อยละ 91.6 (4.58) ระดับความคิดเห็น ดีมาก ตาราง 6 ผลการประเมินโครงการด้านผลผลิต ประเด็น ร้อยละ x S.D ระดับความคิดเห็น 1.ได้รับความรู้หรือประโยชน์จากกระบวนการการจัด กิจกรรมทุกขั้นตอน 2.ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับบริการตรงตามความต้องการ 3.ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับบริการอย่างพึงพอใจ 4.ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ความเข้าใจและทักษะไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของตนเองได้ดี 91.6 93.6 92 90.4 4.58 4.68 4.60 4.52 .502 .475 .200 .570 ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก รวมเฉลี่ย 91.9 4.59 .436 ดีมาก จากตาราง 6 ผลการประเมินพบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับบริการตรงตามความต้องการ เป็นลำดับสูงสุด คิด เป็นร้อยละ 93.6 (4.68) ระดับความคิดเห็น ดีมาก รองลงมาคือ ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับบริการอย่างพึงพอใจ คิด เป็นร้อยละ 92 (4.60) ระดับความคิดเห็น ดีมาก ผลการประเมินด้านผลผลิต ในภาพรวม คิดเป็นร้อยละ 91.9 (4.59) ระดับความคิดเห็น ดีมาก


โครงการส่งเสริมการอ่านยุคดิจิทัล 19 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ วัตถุประสงค์ของการประเมินโครงการ 1. เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินโครงการมาเป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาในงาน การศึกษาตามอัธยาศัย 2. เพื่อทราบปัญหาและอุปสรรค ข้อดี ข้อเสีย ตลอดจนแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข 3. เพื่อนำข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมโครงการใช้เป็นแนวทางในการดำเนินโครงการในครั้งต่อไป ได้อย่าง เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากร กลุ่มผู้นำชุมชน( อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน) ตำบลบ้านทราย จำนวน 9 คน เยาวชน ประชาชนผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 25 คน คณะครูและบุคลากร กศน.อำเภอบ้านหมี่ จ.ลพบุรี จำนวน 5 คน กลุ่มตัวอย่าง คือ ครู กศน.ตำบล จำนวน 5 คน เด็ก เยาวชน ประชาชนผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 20 คน ผู้นำชุมชน จำนวน 6 คน รูปแบบการประเมิน การประเมินโครงการส่งเสริมการอ่านในยุคดิจิทัล ในรูปแบบการประเมินแบบ CIPP MODEL โดย ประเมินในด้านสภาวะแวดล้อม (Context) ด้านปัจจัย (Input) ด้านกระบวนการ (Process) และด้านผลผลิต (Product) การประเมินโครงการ ผู้รับผิดชอบโครงการได้ประเมินผลหลังการดำเนินโครงการส่งเสริมการอ่านในยุคดิจิทัล ในด้านสภาวะ แวดล้อม ด้านปัจจัย ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิต การวิเคราะห์ผลการประเมินโครงการ วิเคราะห์การประเมินโครงการโดยใช้ S.D. และเปรียบเทียบกับเกณฑ์เฉลี่ย


โครงการส่งเสริมการอ่านยุคดิจิทัล 20 สรุปผลการประเมินโครงการ ผลการประเมินโครงการหลังการดำเนินงานโดยรวมเฉลี่ยทุกด้านอยู่ในระดับ ดีมาก และมีค่าเฉลี่ยในแต่ละด้านดังนี้คือ 1. ด้านสภาวะแวดล้อม (Context) คิดเป็นร้อยละ คิดเป็นร้อยละ 93.25 ค่าเฉลี่ยที่ 4.66 ระดับความ คิดเห็น ดีมาก 2. ด้านปัจจัย (Input) คิดเป็นร้อยละ 89.96 ค่าเฉลี่ยที่ 4.49 ระดับความคิดเห็น ดีมาก 3. ด้านกระบวนการ (Process) คิดเป็นร้อยละ 91.6 ค่าเฉลี่ยที่ 4.58 ระดับความคิดเห็น ดีมาก 4. ด้านผลผลิต (Product) คิดเป็นร้อยละ 91.9 ค่าเฉลี่ยที่ 4.59 ระดับความคิดเห็น ดีมาก อภิปรายผล การประเมินโครงการส่งเสริมการอ่านในยุคดิจิทัล ดำเนินตามรูปแบบการประเมินทุกขั้นตอนอย่างเป็น ระบบ โดยการดำเนินงาน มีการวิเคราะห์สภาพปัญหาการดำเนินงาน การศึกษาความต้องการของบุคลากรที่ร่วม ดำเนินโครงการ โดยสอดคล้องกับนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัด วางแผนและจัดทำโครงการพัฒนาให้ตรงตาม สภาพที่แท้จริงมากที่สุด ทำให้การดำเนินโครงการเป็นไปตามขั้นตอนอย่างมีประสิทธิภาพ การประเมินโครงการ ส่งเสริมการอ่านในยุคดิจิทัล ได้เลือกใช้รูปแบบการประเมินแบบซิป หรือ CIPP Model ของ Daniel L. Stufflebeam เนื่องจากเป็นรูปแบบการประเมินที่สามารถนำไปใช้ในการประเมินได้ครอบคลุมเนื้อหาที่ต้องการ จะศึกษา การประเมินรูปแบบดังกล่าวนี้มีการแบ่งการประเมินออกเป็น 4 ด้าน ด้วยกัน คือ การประเมิน สภาพแวดล้อม (Context) การประเมินปัจจัยเบื้องต้น(Input) การประเมินกระบวนการ (Process) และการ ประเมินผลผลิต (Products) ผลจากการประเมินโครงการส่งเสริมการอ่านในยุคดิจิทัล ปรากฏว่า ผลการประเมิน ในทุกด้านโดยรวมผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในระดับ ดีมาก เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ จะเห็นได้ว่าในด้าน ด้านปัจจัย (Input) แม้ว่าระดับความพึงพอใจอยู่ในเกณฑ์ ดีมาก มีระดับค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.49 ซึ่งน้อยที่สุด เมื่อ เทียบกับด้านอื่นๆ ซึ่งเป็นด้านที่ควรนำไปวิเคราะห์ เพื่อเป็นแนวทางพัฒนาในโครงการครั้งต่อไปให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อให้โครงการมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ข้อเสนอแนะสำหรับนำผลการประเมินไปใช้ มีดังนี้คือ 1. ควรมีการดําเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นการกระตุ้น ให้เกิดความสนใจในการอ่าน สร้างนิสัยรัก การอ่าน 2. ควรศึกษาถึงความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม ผลกระทบที่เกี่ยวข้อง หลังจากการดำเนินงานโครงการ 3. ส่งเสริมการศึกษาวิจัย ค้นหาวิธีการและพัฒนากิจกรรมให้เท่าทันการเข้ามาของดิจิทัลที่เปลี่ยนแพลท ฟอร์มการอ่านไปสู่หน้าจอของอุปกรณ์ต่างๆ และการเข้ามาของสื่อออนไลน์และโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ทำให้ พฤติกรรมการอ่านหนังสือเปลี่ยนไป 4. ควรประเมินทัศนการอ่านและการแสวงหาความรู้ของผู้เข้าร่วมโครงการ 5. ควรประเมินในด้านความคุ้มค่าในการจัดโครงการ


โครงการส่งเสริมการอ่านยุคดิจิทัล 21 บรรณานุกรม การประเมินโครงการ (2564), ศูนย์ทดสอบและประเมินเพื่อพัฒนาการศึกษาและวิชาชีพ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ขวัญชัย ขัวนา และธารทิพย์ ขัวนา (2560) ,การจัดการศึกษาตามอัธยาศัยในศตวรรษที่ 21 วารสารครุศาสตร์ คณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน., ประจำปีงบประมาณ 2565 ผศ.ดร.ระวี จูฑศฤงค์ (2564), มโนทัศน์ (CONCEPT) ของการศึกษานอกระบบโรงเรียนและการศึกษาตาม อัธยาศัย เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สมพิศ สุขแสน (2562), CIPP Model : รูปแบบการประเมินผลโครงการ เรื่อง " เทคนิคการ วางแผนและ การประเมินผล" สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542, สุภาษิต อัญชลี ธรรมะวิธีกุล ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ.(2552) สืบค้น, การประเมินโครงการ ,https://panchalee.wordpress.com TK PARK อุทยานการเรียนรู้ (2565),สืบค้น,ปัจจัยหรือเงื่อนไขที่หล่อหลอมสู่การสร้างนิสัยการอ่านของคนไทย: การศึกษาเชิงคุณภาพ


โครงการส่งเสริมการอ่านยุคดิจิทัล 22 ภาคผนวก


โครงการส่งเสริมการอ่านยุคดิจิทัล 23 28 2565 13.00 – 16.00 . 2 ( ) เป ดโครงการ โดย นายชัยวัจน์ ละออง ผู้อ านวยการโรงเรียนวัดบ้านทราย


โครงการส่งเสริมการอ่านยุคดิจิทัล 24 28 2565 13.00 – 16.00 . 2 ( )


Click to View FlipBook Version