ช่อื นางสาวอาวาตี มิซอ ชนั้ ปวส.1/2 เลขที14
สาขาการจัดการสำนักงาน
คานา
ค่มู ือการปฏิบัติงาน (Work Manual) ฉบบั นเ้ี ปน็ ส่วนหนง่ึ ของการดำเนินการเพ่อื เปน็ การเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพใน
การปฏิบัตงิ านขององค์กร เป็นการรวบรวมกระบวนการปฏบิ ัติงานของกลุ่มงานในสงั กดั สำนกั งานเลขานกุ าร
สำนกั การแพทย์ ประกอบดว้ ย กลุม่ งานช่วยนักบรหิ าร กลุ่มงานบรหิ ารงานท่ัวไป กลมุ่ งานการเจ้าหนา้ ท่ี กลุ่ม
งานการคลงั และกลุ่มงานนติ กิ าร โดยแตล่ ะกลมุ่ งานได้นำเสนอกระบวนการปฏิบัตงิ านของงานประจำทเี่ ป็น
งานหลกั ซงึ่ ไดแ้ สดงใหเ้ หน็ ถึงขนั้ ตอนในการปฏิบัตงิ าน รายละเอียดงาน และมาตรฐานคุณภาพงาน
เปรยี บเสมอื นแผนทบี่ อกเส้นทางการทำงานทีม่ จี ุดเริม่ ตน้ และสิน้ สดุ ของกระบวนการ เพื่อกำหนดเปน็ มาตรฐาน
ในการปฏิบัตงิ าน ไดง้ านท่มี ีคุณภาพตามที่กำหนด
ผจู้ ดั ทำหวังเปน็ อยา่ งยงิ่ วา่ นอกจากประโยชน์ของผู้ปฏบิ ตั งิ านโดยตรงแลว้ ยงั จะเป็นประโยชน์ตอ่ ผูม้ ารับบรกิ าร
เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรคู้ วามเขา้ ใจถงึ ข้นั ตอน และรายละเอียดของกระบวนการตา่ งๆ เปน็ แนวทางหนงึ่ ในการ
ประชาสมั พันธเ์ พอ่ื สร้างความเข้าใจในการปฏบิ ตั งิ านของสำนักงานเลขานกุ าร สำนกั การแพทย์
นางสาว อาวาตี มซิ อ
ผจู้ ัดทำ
สารบญั หนา้
เรื่อง 1
การปฏบิ ตั งิ าน 2
ความหมายสำนกงาน 3
เครื่องใชส้ ำนกั งาน
องคป์ ระกอบของสำนักงานอัตโนมตั ิ 4
การจดั องคก์ าร 5
การควบคุม (controlling) 6
งานหลกั
7
การปฏบิ ัตงิ านในสานักงาน
สำนักงาน คือ สถานทแ่ี หง่ หนงึ่ ซึงอาจเป็นห้องเดียวหรอื หลายห้อง จะมขี นาดเลก็ หรอื ขนาดใหญ่ก็ได้
อาจเป็นสถานทส่ี ำหรบั ทำธรุ กรรมต่างๆ หรอื เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานหรอื ควบคมุ การดำเนินงาน
โดยอาศยั สารสนเทศเป็นเคร่ืองมือ โดยมหี นา้ ทรี่ บั ขอ้ มลู จากผ้หู นงึ่ มาประมวลผลแล้วสง่ ไปใหอ้ ีกผหู้ นง่ึ
การจำแนกข้อมลู หรอื เอกสารในสำนักงานตามลกั ษณะและประเภท
1. ลกั ษณะ
1.1 คำส่ัง เชน่ ใบสั่งซอื้ สินค้า ใบขอถอนเงนิ
1..2 รายงาน เช่น รายงานผลประกอบการ รายงานโครงการ รายงานความคบื หนา้ โครงการ
1.3 บนั ทกึ ช่วยจำ
1.4 ขา่ ว
2. ประเภท
2.1 เอกสารพมิ พ์
2.2 เสียง เชน่ โทรศพั ท์
2.3 ภาพลกั ษณ์ เชน่ แผนภมู ิ
2.4 สอ่ื ทค่ี อมพวิ เตอร์อา่ นได้
องคป์ ระกอบของสำนกั งาน
องค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ ไดแ้ ก่
- อาคารสถานทีห่ รอื หอ้ งท่ใี ชเ้ ป็นสำนกั งาน
- ผ้ปู ฏบิ ัติงานในสำนักงาน
- เครือ่ งใชส้ ำนักงาน
1. ผปู้ ฏิบตั งิ านในสำนกั งาน งานสำคญั ทท่ี ำในสำนกั งานแบง่ เป็น 7 ดา้ น
1.1 ด้านบริการผ้บู ริหาร เป็นงานสำคญั ด้านการวางแผน การจดั กำลังคนและองค์การ การจัดการ
ทรัพยากรมนุษย์ การจดั การ การเงิน การจัดการการผลติ และการบรกิ าร การควบคุมการดำเนินงาน และการ
จัดทำรายงาน นอกจากน้ียงั มงี านสนบั สนนุ จากพนักงานอืน่ ๆ เช่น การรบั และสนทนาทางโทรศพั ท์ การจัด
ตารางนดั หมาย การรบั สง่ เอกสารการจดั เกบ็ และคน้ หาเอกสาร และการจัดการการเดนิ ทาง
1.2 ด้านขอ้ มลู และเอกสาร จำแนกเปน็ งานการรับและการบันทกึ การรบั การสง่ เอกสาร การจดั ทำ
เอกสาร การจัดสง่ และการบันทกึ การจัดสง่ เอกสาร การจัดเก็บและการคน้ คืนเอกสาร
1.3 ดา้ นอาคารสถานท่ี พัสดุ และอปุ กรณ์
1.4 ด้านจดั การบุคลากร
1.5 ด้านการเงินและบญั ชี
1.6 ด้านการจดั การประชุม
1.7 งานประชาสมั พันธ์
2. เครื่องใชส้ ำนักงาน เครอื่ งใชส้ ำคญั นอกจากโตะ๊ เก้าอี้ ยังประกอบดว้ ย เคร่ืองพมิ พ์ดีด โทรศพั ท์ โทรสาร ตู้
เก็บเอกสาร เครือ่ งถ่ายเอกสาร คอมพวิ เตอรส์ ่วนบคุ คลพร้อมเคร่ืองพิมพ์
ความหมายของสำนักงานอตั โนมตั ิ
กอรด์ อน บี เดวสิ (Gordon 1984) “สำนกั งานอัตโนมัติ คอื การประยุกตค์ อมพวิ เตอร์และการส่ือสารในงาน
สำนักงานงานซง่ึ ประกอบด้วย พนกั งาน นักวิชาชพี และผจู้ ดั การ”
เดวดิ บารคอมบ์ (Barcomb 1989) “ในภาพกวา้ งแล้ว สำนกั งานอตั โนมัตกิ ็คอื การใช้เทคโนโลยีทเี่ หมาะสมใน
การชว่ ยใหผ้ ูค้ นจดั การสารสนเทศ สำนักงานอัตโนมัตเิ ป็นหลักการ เปน็ วิธกี ารใหมส่ ำหรบั คดิ และดำเนินงาน
กับสารสนเทศ สำนกั งานอตั โนมตั เิ ป็นของจรงิ เป็นระบบทใี่ ช้งานได้ในทางปฏิบตั ิและมีอยจู่ รงิ สำนักงาน
อัตโนมตั ไิ มไ่ ดเ้ ป็นส่งิ ท่เี รยี กว่า “สำนักงานในอนาคต” ซ่งึ ยงั เปน็ เพียงแนวคดิ ผสมทฤษฎีเทา่ น้นั ”
ชารลส์ เรย์ แจเนต็ ปาลม์ เมอร์ และเอวโี วหล์ (Ray, Palmer and Wohl 1995) “สำนักงานอตั โนมัตเิ ป็น
หลักการทเี่ กี่ยวขอ้ งกับการประสานโตต้ อบกนั ของผู้ท่ีอยู่ในสำนักงานโดยอาศบั ระบบและเทคโนโลยีเพอื่ ให้
บรรลเุ ป้าหมายขององค์การ”
ครรชติ มาลยั วงศ์ (ครรชิต มาลยั วงศ์ 2536) “แนวคิด และวธิ กี ารนำคอมพวิ เตอร์ และอปุ กรณส์ ำนักงานมา
เช่ือมโยงกันด้วยระบบสอ่ื สารข้อมลู เพ่ือใหผ้ ปู้ ฏิบตั ิงานในสำนักงานสามารถทำงานรว่ มกันไดอ้ ย่างรวดเรว็ และ
สะดวกสบาย ท้ังในด้านการผลติ และการเรียกคน้ เอกสาร การประมวลผลข้อมูล การตดิ ตอ่ สอื่ สารระหวา่ ง
ผ้ปู ฏบิ ตั งิ านทั้งภายในและภายนอกสำนักงาน การจัดงานนดั หมาย การประชุม และการตัดสนิ ใจ”
สำนักงานอตั โนมัติจดั ตง้ั ขนึ้ ให้เปน็ ส่วนหน่ึงของสำนกั งาน และทำหน้าทสี่ ง่ เสริมและสนบั สนนุ หน่วยงานให้
ปฏิบตั ิงานไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ และตรงเป้าหมายที่หน่วยงานไดก้ ำหนดไว้
องค์ประกอบของสำนักงานอัตโนมตั ิ
องค์ประกอบของสำนักงานอตั โนมตั แิ บ่งเป็น 5 ประเด็น
1. บคุ ลากร อาจแบง่ ได้หลายกลมุ่ เชน่ ผบู้ ริหาร นักวชิ าชพี นักเทคนิค เลขานุการ เสมยี น และ
พนักงานอืน่ ๆ
2. กระบวนการปฏิบตั ิงาน
2.1 การรบั เอกสารและข้อมลู
2.2 การบนั ทึกเอกสารและขอ้ มลู
2.3 การส่ือสารเอกสารและขอ้ มลู
2.4 การจัดเตรียมข้อมูลข่าวสารตา่ งๆ
2.5 การกระจายขา่ วสาร
2.6 การขยายรูปแบบเอกสาร
2.7 การค้นคืนและการจดั เก็บเอกสารข้อมลู
2.8 การกำจัดและการทำลายเอกสาร
2.9 การดแู ลความม่ันคงปลอดภยั
3. เอกสาร ขอ้ มูล สารสนเทศ
4. เทคโนโลยี
5. การบรหิ ารจดั การ
การจัดสำนักงาน
คือ การเตรียมความพรอม เตรยี มงาน และเตรียมการปฏบิ ตั งิ านสำนกั งานไวลวงหนา้ ควรท่ีกำหนดวางานใน
สาํ นกั งานมีอะไรบาง ตองปฏบิ ตั ิอยางไร ซึง่ การทาํ งานทกุ อยางตองมกี ารคดิ วิเคราะหออกแบบ และวางแผน
ซ่ึงควรประกอบดว้ ยกจิ กรรมต่าง ๆ ดงั นี้
1.1 การวางแผนกิจกรรมต่าง ๆ ในระยะสัน้ (Short Plan) เป็นกจิ กรรมท่มี รี ะยะเวลาไม่เกิน 1 ปี
1.2 การวางแผนกิจกรรมต่าง ๆ ในระยะยาว (Long Plan) เป็นกิจกรรมท่มี รี ะยะเวลาต้งั แต3่ – 5 ปี
ข้นึ ไป
1.3 การวางแผนความตอ้ งการกำลงั คน (Staffing) เป็นการกาํ หนดวิธีการจดั หาการคัดเลอื ก การ
ฝึกอบรมพนักงานของสำนกั งาน
1.4 การวางแผนแบบฟอร์มสํานกั งาน (Office Form)
1.5 การวางแผนระบบ และกระบวนการปฏบิ ตั งิ านสํานกั งาน(Office System and Procedure)
1.6 การวางแผนวธิ กี ารปฏบิ ตั ิงาน (Office Method)
1.7 การวางแผนการใช้อุปกรณ์เครื่องใช้สํานกั งาน (Office Equipment & Machine)
1.8 การวางแผนเกีย่ วกับเนอื้ ท่ปี ฏบิ ัติงานสาํ นกั งาน (Office Space)
1.9 การจัดระบบการรับส่งข้อมลู
1.10 การจัดระบบการจัดเก็บเอกสาร
1.11 การวางแผนเก่ียวกบั สภาพแวดล้อมและสภาพที่ต้งั สํานกั งาน (OfficeEnvironment &
Location)
2. การจัดองคการ (Organizing Management)
เปนการกาํ หนดกิจกรรมตาง ๆ ในสาํ นกั งาน เชน กาํ หนดหนาทีค่ วามรบั ผดิ ชอบในการทํางานใหกับบุคลากร
การจดั หาวสั ดุและ เครอื่ งไมเครื่องมอื ท่จาีํ เปน อีกทงั้ ยังตองสรางความสัมพนั ธที่เหมาะสมภายในหนวยงาน
การจดั องคการในสาํ นักงานประกอบดวย กจิ กรรมตาง ๆ ดงั นี้
2.1 การกําหนดหนาทีแ่ ละความรบั ผดิ ชอบของบุคลากร
2.2 การกาํ หนดหนาทแี่ ละโครงสรางการจัดการองคการ
2.3 การกําหนดความสมั พันธระหวางบุคคลโดยใชผงั การจัดองคการ (Organization Chart)
2.4 หลักการจดั รปู สํานกั งานอยางเปนทางการ และไมเปนทางการ
2.5 การจัดสง่ิ แวดลอมในสาํ นกั งาน
รูปภาพ ตวั อยา่ งผังการจัดองคการ
3. การปฏิบตั ิหรอื การดําเนินการสาํ นักงาน (Actuating)
เป็นการปฏบิ ตั ิงานซงึ่ ส่วนใหญ่เกีย่ วข้องกบั คน เป็นการเกบ็ รกั ษาความสมั พันธอ์ นั ดรี ะหว่างผู้บงั คบั บัญชา
และผู้ใตบ้ งั คับบัญชา ซึ่งเกย่ี วกบเรอื่ งต่าง ๆ ดงั ต่อไปน้ี
1. การสรรหาและการคัดเลอื ก
2. การจงู ในบุคลากรสํานกั งาน
3. การบังคับบญั ชา
4. การพฒั นาบคุ ลากรและการประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ าน
5. การบริหารเงินเดือน การเลอื่ นตําแหนง่ และการโยกย้าย
6. การใช้บทบาทผู้นาํ
7. การใช้หลักมนุษยส์ ัมพนั ธ์
8. การสง่ั การ
4. การควบคมุ (Controlling)
การควบคมุ งานสาํ นักงานต้องปฏบิ ตั ใิ หส้ อดคล้องกบั การวางแผน ดังนั้นการควบคุมงานสาํ นักงานจึงควร
ควบคมุ ในเร่ืองเกยี่ วกบั
1. แบบฟอร์ม (Form Control)
2. ปริมาณ และคณุ ภาพของสํานกั งาน (Office Quantity & Quality)
3. เวลาปฏบิ ตั งิ านสาํ นกั งาน (Office – Time Use)
4. ค่าใช้จ่าย และงบประมาณในสาํ นกั งาน
5. คู่มืองานสํานักงาน (Office Manual)
ลักษณะงานและคณุ สมบัติท่ดี ีของผบู้ รหิ ารสำนกั งาน
ลกั ษณะของผู้บริหารสาํ นกั งานทด่ี คี วรมีลักษณะที่เป็นผู้นำ กล่าคดิ กล้าแสดงออก มอี าํ นาจในการ
ควบคุมงาน สามารถควบคุมงานใหบ้ รรลุตามวัตถปุ ระสงค์ และทำใหง้ านมปี ระสิทธภิ าพ เม่ือกล่าวถึง
"ประสทิ ธภิ าพ" ย่อมหมายถึงปริมาณ คณุ ภาพ และการบรกิ ารถึงแม้จะมีประสิทธิภาพสงู แต่งานยังคงตอ้ งอยู่
ภายใตเ้ ง่อื นไขทไ่ี ด้กาํ หนดไว้คือ ทรพั ยากร และเวลา จึงจะถอื ว่ามปี ระสทิ ธภิ าพสงู สดุ
ลกั ษณะทีด่ ีของผบู้ รหิ ารควรทีจ่ ะมีอัธยาศยั และมนษุ ยส์ มั พนั ธ์ท่ดี ี เพอื่ ทจ่ี ะได้เข้ากบั บุคคลอ่นื ๆ ไดง้ า่ ย
ผู้ใต้บงั คบั บัญชาจงึ จะกล้าปรึกษา ส่งผลให้ได้แนวทางในการแก้ปญั หาตามมา
บางหนว่ ยงานท่ีมขี นาดเลก็ ผบู้ รหิ ารสํานกั งาน อาจเป็นบคุ คลเดียวกันกับหัวหนา้ บางสาํ นกั งาน ซ่งึ หัวหน้า
สาํ นกั งานกท็ ําหน้าที่ควบคุมดูแลงานภายในสาํ นกั งานทงั้ หมด หรอื ส่วนใดส่วนหนึง่ ของสํานักงาน ดังน้ัน
ผู้บรหิ ารสำนักงาน หรอื หัวหน้าสาํ นักงาน จึงควรเป็น บคุ คลทม่ี ีความรอบรู้ มคี วามรคู้ วามสามารถในวิชาชี
ลักษณะงานของผบู้ ริหารสาํ นกั งานจึงแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ดงั นี้
1. งานหลกั
1) ให้คาํ ปรกึ ษาแนะนาํ
2) ชักจงู ฝึกอบรมและควบคุมบุคลากร
3) เสริมสร้างใหเ้ กดิ ให้มนุษยส์ มั พนั ธ์อนั ดีกบั บคุ ลากร
2. งานทีเ่ กี่ยวข้องกับการปฏบิ ัตงิ าน
1) วางแผนงานในหน่วยงาน
2) การบรหิ ารงานบุคคล
3) บริหารงานเอกสาร
4) ประสานงานกับหน่วยงานอื่น
5) กระจายภาระงานอย่างยตุ ธิ รรม
6) พัฒนา และนําเอาวธิ ีการใหม่มาใช้เพอื่ ปรับปรงุ ประสทิ ธิภาพของงาน
3. หน้าท่ีต่อผู้ใตบ้ ังคับบัญชา
1) ให้การฝึกอบรมบคุ ลากร
2) พัฒนาตัวแทนบุคลากร (เพอื่ ทดแทนบคุ ลากรทลี่ าหยุดพกั ผ่อน ลาป่วยและอ่ืนๆ)
3) มอบหมายความรบั ผดิ ชอบงาน
4) ประนปี ระนอมเพื่อไม่ให้บุคลากรเกิดความขัดแย้ง
5) มคี ณุ ธรรมในการบรหิ ารงาน
6) มศี ิลปะในการบรหิ ารบคุ คล
7) ควบคุมการทำงานโดยให้มคี วามยดื หยนุ พอสมควร
4. หน้าทที่ มี่ ีต่อผู้บังคบั บัญชา
1) รับผิดชอบต่องานในหน่วยงานของตนเองอย่างเตม็ ความสามารถ
2) ประสานงานกบั หัวหน้างานอ่ืน
3) มีวิธกี ารหรอื หลกั การทจี่ ะปรบั ปรงุ งาน
4) มคี วามสามารถในการจัดระบบ และวธิ ีการปฏบิ ัตงิ าน
คณุ ลกั ษณะทด่ี ขี องพนักงานสำนักงาน
ลักษณะและคุณสมบตั พิ นักงานทดี่ ี ซง่ึ เป็นลกั ษณะและคณุ สมบัติทต่ี อ้ งใชใ้ นการทำงานร่วมกบั ผอู้ ืน่ และการ
ทำงานของตนเอง รวมไปถงึ การปฏิบัติตนเมอ่ื เราอยูใ่ นองค์กร ซ่งึ ควรจะมดี งั ตอ่ ไปน้ี
1. ปฏิบัติตามกฎระเบยี บขององค์กรที่ไดว้ างไว้กบั พนกั งานทุกคนอยา่ งเครง่ ครดั เชน่ เร่อื งเวลาเข้าทำงาน
การขาด การลา เปน็ ต้น ควรจะปฏิบตั ิตามกฎระเบียบท่ีไวว้ างไวเ้ พื่อไมใ่ หม้ ผี ลเสียกบั การทำงาน และให้เปน็ ไป
แนวทางเดยี วกันกบั พนักงานผอู้ ่ืน
2. การแตง่ กายตอ้ งเหมาะสมกับสถานท่ี หรอื แตง่ กายตามระเบยี บขององคก์ รท่ไี ดว้ างไว้ รวมไปถึงการ
สือ่ สารดว้ ยคำพูด ต้องใหเ้ กยี รตสิ ถานทแ่ี ละผู้อนื่ เพือ่ ใหท้ ำงานรว่ มกบั ผู้อื่นได้ และเขา้ กบั ผู้อืน่ ได้เป็นอยา่ งดี
นอกจากนเ้ี ราควรควบคมุ อารมณ์ของตนเองเมอื่ เจอสภาวะกดดนั หรือมปี ัญหาเกดิ ข้ึนกบั งาน หรอื การทำงาน
ร่วมกับผ้อู ืน่
3. ควรมกี ารพฒั นางาน และปรับปรงุ งานอย่างต่อเนื่อง เม่ือไดร้ บั มอบหมายงานใด หรอื ทำตามหนา้ ทท่ี ี่ตน
ตอ้ งรบั ผิดชอบกไ็ มค่ วรจะทำงานใหเ้ สรจ็ เพยี งอย่างเดยี ว ควรมกี ารพัฒนา และปรบั ปรงุ งานนน้ั ใหด้ ขี ึ้นในครงั้
ถัดไป สำหรบั พนกั งานเข้าใหมค่ วรมบี ันทึกไวจ้ ดบนั ทกึ การทำงานต่างๆ ไว้ เพอื่ นำไปเปน็ แนวทางในการพัฒนา
ปรับปรงุ ในครง้ั ถัดไป
4. มคี วามรบั ผิดชอบต่อหนา้ ที่ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย เมอ่ื ไดร้ บั มอบให้ทำงานใดๆ ควรจะทำงานนั้นใหเ้ สรจ็ ลลุ ว่ ง
ตามเวลาทกี่ ำหนดไว้ โดยใหม้ ีขอ้ บกพรอ่ งนอ้ ยสุด ควรมกี ารไตร่ตรองพิจารณาก่อนให้ถกู ตอ้ งกอ่ นท่ีจะสง่ มอบ
งานให้กบั ผอู้ ่นื หรอื ส่งงานให้หัวหน้าหรือลกู ค้าไดพ้ ิจารณา
5. มคี วามซอ่ื สัตยส์ จุ รติ ต่อหน้าท่กี ารงาน รวมทง้ั มจี รรยาบรรณในหนา้ ท่นี น้ั ๆ เป็นอย่างดี ได้รบั งานอยา่ งไร
ควรทำให้เสรจ็ ตามขน้ั ตอน ไมค่ วรลัดขั้นตอน หรือทำผิดปกติจากเดิมโดยการดดั แปลง เปลย่ี นแปลงการทำงาน
ใหม่ ถ้าทำข้อน้ีได้จะไดร้ ับการไว้วางใจ และเปน็ ทรี่ ักใครข่ องผอู้ ืน่ ทำใหเ้ ราทำงานไดอ้ ยา่ งเปน็ สขุ
6. ใหค้ วามชว่ ยเหลอื งานต่างๆ อยา่ งเตม็ ที่ นอกจากงานท่ีเรารับผดิ ชอบแล้ว งานอืน่ ๆ ที่เขาขอความรว่ มมือ
หรือขอความคิดเหน็ หรอื ใหช้ ่วยเหลือควรมนี ้ำใจในการเขา้ รว่ ม และช่วยงานน้นั ใหส้ ำเรจ็ ลลุ ว่ งไปโดยดี
7. เข้ากับผรู้ ว่ มงานไดด้ ีไมว่ า่ จะเปน็ การทำงานรว่ มกัน หรือการทำงานกบั บคุ คลภายนอกกส็ ามารถปรบั ตวั
เข้ากับบคุ คลเหล่าน้ันได้ นอกจากนีค้ วรให้คำแนะนำใหค้ วามร้กู บั ผรู้ ว่ มงานหรือบคุ คลอ่ืนบ้างเมอื่ บุคคลน้ัน
ตอ้ งการคำแนะนำ หรอื ขอความชว่ ยเหลือไม่ว่าจะเป็นเร่อื งงานหรือเรอื่ งส่วนตัวก็แลว้ แต่
8. ไม่ควรนำปญั หาในหนา้ ท่กี ารงาน ขอ้ ผิดพลาด ขอ้ บกพร่องท่เี กิดกับงาน หรือเรอ่ื งส่วนตัวมาเปน็ ขอ้
โตแ้ ยง้ พดู คุยกนั ในกลมุ่ พนกั งานในลกั ษณะทไี่ มเ่ กดิ ประโยชนก์ ับองค์กร แตค่ วรนำมาพูดในลกั ษณะการ
แกป้ ญั หาร่วมกนั หรอื หาข้อยตุ ิเรอื่ งนั้นใหล้ ลุ ว่ งไปดว้ ยดี นอกจากนคี้ วรให้ความเคารพผูร้ ่วมงาน และหัวหนา้
งานเพราะจะทำให้การทำงานรว่ มกันไดเ้ ปน็ อย่างดี