The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by เดินเซ ไปเมกา, 2024-07-01 20:08:16

นาฏศิลป์ตะวันออก

สรุปบนที่1

รายงาน เรื่่องนาฏศิลป์ตะวันวัออก จัดทำ โดย ด.ช.วิทยา อินทอง เลขที่15ปีการศึกษาที่2 เสนอ ครูสุดา โรงเรียนปากพนัง รายงาน หน้าน้ 1 จาก 16


คำ นำ นาฏศิลป์เป็นศิลปะการแสดงที่ บ่ง บอกถึงประวัติ วัติศาสตร์ วัฒ วั นธรรม ความเป็นอารยชาติ ที่ได้สร้างสรรค์ สืบทอดกันมา อย่างช้านาน รายงาน หน้าน้ 2 จาก 16


นาฏศิลป์อินเดีย อินเดียเป็นต้นแบบของนาจเป็นหลายๆด้าน ยาว อินเดีย มีความเชื่อในเทพเจ้าและนับถือสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับ ศาสนา ตำ นานนาฏศิลป์อินเดีย นี้เกี่ยวกับพระพราหณ ยิ่งเป็นผู้สราจะโอมเวทขึ้น ตามข้อสันนิษฐานว่าพระภรต ฤๅษีเป็นผูของแต่ เขียนในลักษณะพูดเล่าเรื่องนาฎยเวท ที่ได้เรียนนา จากพระพรหม 1.ภารตนาฏยัม การถนาฏยัมเป็นนาฏศิลป์ที่เก่าแก่ที่สุดในอินเดีย มี บ้าน สําคัญในพิธีของศาสนาฮินดูสมัยโบราณ สตรีอินดู จะถวายตัวรับใช้ศาสนาเป็น "เหวหาลี" ร่ายรำ ขับร้อง และลีลาการใช้เท้าที่รวดเร็ว เป็นการฟ้อนลีลาเหนใน เทวาลัย ซึ่งจะเริ่มฝึกตั้งแต่อายุวัยวบ รายงาน หน้าน้ 3 จาก 16


กถัก การถนาฏยัมเป็นนาฏศิลป์ที่เก่าแก่ ที่สุดในอินเดีย มี บ้านสําคัญในพิธี ของศาสนาฮินดูสมัยโบราณ สตรีอิน ดู จะถวายตัวรับใช้ศาสนาเป็น "เหว หาลี" ร่ายรำ ขับร้อง และลีลาการใช้ เท้าที่รวดเร็ว เป็นการฟ้อนลีลาเหน ใน เทวาลัยซึ่งจะเริ่มฝึกตั้งแต่อายุวัย วบ รายงาน หน้าน้ 4 จาก 16


กถูกมิ หรือ กถักกนิ เป็นการแสดงทิ้งงานว่างศิลปะการร่ายรำ แบน เก่าฯ ผู้ แสดงจะต้องคุย หน้ากากที่ว่ากถักการ ของอินเดีย เป็นต้นกล้าของนาฏศิลบตะวันออก ส่วนใหญ่จะได้เป็น แบบละคร ซึ่งส่วนมากเป็นมหา กาพย์ เช่น มหากามะรา มายณะและเองจาก นิยายปุราณะใช้ผู้ชายเสดงล้าน ใช้ ภาษารับซ้อน มีการแต่งหน้าประณีตใช้สีรรรมชาติเขียน บน ใบหน้า รายงาน หน้าน้ 5 จาก 16


นาฏศิลป์ญี่ปุ่น นาฏศิลป์ของญี่ปุ่นกำ เนิดมาจากการแสดงเพื่อ บูชา เทพเจ้าแห่งภูเขาไฟ บางประเภทเกิดจาก แรงบันดาลใจ ทางศาสนา บางประเภทเกิดจาก รสนิยมของคนชั้นสูง พ่อค้า ชาวบ้าน ตามยุค สมัยที่แตกต่างกันไป รายงาน หน้าน้ 6 จาก 16


ละครโนะ สร้างด้วยความประณีตงดงาม ท่าทาง การเคลื่อนไหว ล้วนมีความหมายทั้งสิ้น แต่เดิมแสดงใต้ร่มไม้ ต่อมาทำ เวทีอย่างง่ายๆ เป็นเวทีสี่เหลี่ยมคนดูดูได้รอบ จัดฉาก ง่ายๆ เขียนรูปตันสนและไม้ไผ่ไว้ห่างๆ รายงาน หน้าน้ 7 จาก 16


ละครคาบูกิ เป็นละครที่ได้รับความนิยมมาก ผสมผสานระหว่างละคร โนะและละคร หุ่นบุนรากุ การแสดงมีทั้งการร้องและการ พากย์ ท่าทางการแสดงมีแบบแผนที่เคร่งครัด เรื่องที่ แสดง เป็นเรื่องประวัติศาสตร์ ศาสนาและเทพนิยาย ใช้ ผู้ชายแสดงล้วน แต่งกายด้วยสีสันฉูดฉาด มีการ เขียน หน้าคล้ายจิ๋ว การแต่งหน้ามีแบบแผนตายตัว กำ หนดว่า สีใดเป็นของตัวละครใด เช่น ผู้ร้าย หน้าสีน้ำ เงิน พระเอก หน้าสีขาว เวทีละครสร้างอย่างวิจิตรงดงาม เป็นต้น รายงาน หน้าน้ 8 จาก 16


ละครเคียวเง็น เป็นการแสดงละครตลก สลับฉาก ลักษณะคล้ายกับ จำ อวดของไทย สะท้อนให้เห็น ความเรียบง่ายของมนุษย์ เป็นละครเสียดสี เรื่องราวชวนหัว ทั้งคำ พูดและการ แสดง เนื้อเรื่องที่แสดงไม่มีการฝึกซ้อม ใช้ความรู้สึก ตามธรรมชาติ รายงาน หน้าน้ 9 จาก 16


ละครหุ่นบุนรากุ เป็นการแสดงที่นิยมและ แพร่หลายที่สุด เป็นหุ่นที่สร้าง ขึ้นอย่างประณีตงดงาม ขนาดเกือบเท่าคนจริง สามารถ เคลื่อนไหวได้แทบ ทุกส่วน เรื่องที่แสดงมักแสดงเรื่อง เดียวกับละครโนะ รายงาน หน้าน้ 10 จาก 16


เกิดจากพิธีกรรมทางศาสนา การบูชา การฉลองชัย และพิธีการขอความ อุดมสมบูรณ์ในการเกษตร ก่อนการแสดงทุกครั้งจะต้องมีการเคารพบูชาพระบรมรูป ของพระจักรพรรดิมิ่ง อ้วง เพราะถือว่าพระองค์ทรงเชี่ยวชาญ การละครและดนตรี จิ๋วเป็นการแสดงที่ผสมผสานการขับร้องและการเจรจา ประกอบกับลีลาท่าทางของนักแสดงให้ออกมาเป็นเรื่องราว โดยนำ เหตุการณ์ต่างๆ ในพงศาวดาร รวมทั้งความเชื่อทาง ประเพณีและศาสนามาแสดงเป็นเรื่อง ราว จิ๋วที่ยอมรับว่าเป็นงิ้วที่สมบูรณ์แบบชนิดแรก คือ ละครใต้ (หนานซี) ของสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ แถบเมืองเจินโจ จนกระทั่งสมัยราชวงศ์ชิง จึงเกิดจิ๋วปักกิ่งซึ่งถือเป็นศิลปะ ประจำ ชาติที่มีความโดดเด่นมาก นาฏศิลป์จีน รายงาน หน้าน้ 11 จาก 16


นาฏศิลป์ของประเทศอินโดนีเซียมีความหลากหลาย เนื่องจากมีเกาะมากมายและแต่ละเกาะ ก็มีการแสดงของตนเอง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น ศิลปะการแสดงที่เก่าแก่ที่สุด คือ การเชิดหุ่น เรียกว่า วายัง นอกจากนี้ ยังมีนาฏศิลป์ประจำ ชาติ คือ นาฏศิลป์สุมาตรา นาฏศิลป์ ชวา และนาฏศิลป์บาหลี ๑. การแสดงเชิดหุ่นเงา หรือวายัง เป็นนาฏศิลป์ประจำชาติที่เก่าแก่ที่สุด แต่เดิมหุ่นเชิ ทำ ด้วยหนังสัตว์จึงเรียก ว่า วายัง กุลิต นอกจากนี้ยังมีการแสดงวายังในรูปแบบ อื่น เช่น วายัง เบเบ (ตัวหุ่นเป็นภาพวาดเหมือนภาพ การ์ตูนบนกระดาษ) วายัง โกเล็ก (เป็นหุ่นตุ๊กตา ๑๓ มิติ ทำ จาก ไม้แกะสลัก) ฯลฯ และมีวายังที่ใช้คนแสดงจริง เช่น วายัง โตเปิง วายัง โอรัง เป็นต้น เรื่องที่ใช้แสดงในวายังคือ รามายณะ และมหาภารตะโดยนำ มาทำ เป็นบทละครเฉพ ของวายัง มีการแทรก เรื่องปรัชญา ข้อคิดขบขันใน ชีวิตประจำ วันนำ มาเชื่อม โยงร่วมสมัยใหม่ เป็นผลให้ การแสดงวายังเป็นที่นิยมตลอดกาล๒. นาฏศิลป์สุมาตรา ลักษณะการแสดงจะแสดง เป็น เรื่องราวของนิทานพื้นบ้านและเรื่องราวในราชสำ นัก จะไม่แสดงเรื่องรามายณะและมหาภารตะ เพราะประชาชน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม นอกจากนี้ยังมีระป่าขุดต่างๆ ซึ่งท่าเต้นจะนิ่มนวล ทำ นองเพลงไพเราะ การแต่งกาย มีความงดงาม ผ้านุ่งที่ใช้มักเป็น ลายยกทองและยกเงิน ใส่เสื้อกำ มะหยี่แขนยาว ตัวยาว คลุม สะโพก ผมเกล้ามวยล่า เสียบปิ่นปักผมสีทองหรือ ใช้ เครื่องประดับศีรษะสีทอง นาฏศิลป์อินโดนีเซีย รายงาน หน้าน้ 12 จาก 16


การแต่งกาย จะนุ่งผ้าถุงรัดรูป แบบยอกยาการ์ตาโดยปล่อยทิ้งชายยาวไว้ด้านข้างหรือแบบสุราการ์ตา คือ นุ่งผ้าถุงจีบหน้านางเล็ก ๆ ด้านหน้า ชายผ้ากรอมข้อเท้าทิ้งชายยาวไว้ด้านหลัง ผูกผ้าสไบไว้ที่เอว สวมเสื้อแขนยาวหรือเสื้อแขนกุดตัวยาว ใส่เสื้อเกาะอกกำ มะหยี่สีเข้มปักลวดลาย สีทองที่หน้าอก สวมกะบังหน้าทองประดับ เลื่อม ประดับมวยผมด้วยปิ่นปักผมใส่เครื่องประดับ ๔. นาฏศิลป์บาหลี นาฏศิลป์บาหลีเป็นนาฏศิลป์ที่มีความเก่าแก่ ได้รับอารยธรรมมาจาก ศาสนาฮินดูและพระพุทธศาสนาจากอินเดีย จึงมีการร่ายรำ เพื่อบวงสรวงและบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นส่วนใหญ่ เช่น ระบำ าเป็นเด็ด ใช้รำ ในพิธีศาสนา และรำ เบิกโรง เพื่อบูชาเทวดา ผู้แสดง เป็นหญิงล้วนถือถาดดอกไม้และโปรยดอกไม้ไปรอบๆนอกจากนี้มีการแสดงละครเป็นเรื่องราว เช่น มหาภารตะ รามายณะ ละครอาร์คจา เป็นละครร้องแสดงเรื่องเจ้าชายปันหยี และละครพื้นบ้าน ที่มีแบบแผนมาตรฐาน ลักษณะการแสดงมีชีวิตชีวา เร้าใจ รวดเร็ว จุดเด่นคือการยักย้ายสะโพก การใช้ดวงตา เครื่องดนตรีจะคล้ายคลึงกับดนตรีของชวา แตกต่างกันที่ลวดลายแกะสลัก ไม้ที่เป็น รูปแบบของบาหลี ใช้โลหะทองเหลืองในการทำ เครื่องดนตรี ทำ ให้มีเสียงกังวานมากกว่า การแต่งกาย ของนาฏศิลป์บาหลี จะมีสีสันสวยงาม หญิงนุ่งผ้าถุงพันตัว ตัวเอกจะพัน ผ้าถุงชายยาวลากพื้นปัดไปด้านหลัง มีผ้าคาดพ้นอกยาวพันรอบตัว ทิ้งชายไปด้านหลัง บางชุด จะสวมเสื้อแขนยาว มีเครื่องสวมศีรษะลวดลายทองหรือกะบังหน้าถ้าเป็นการแสดงพื้นบ้านก็จะ เกล้ามวยต่ำ เอียงไปด้านขวา เสียบปิ่นทองและประดับด้วยดอกลั่นทม ใส่เครื่องประดับ นาฏศิลอินโดนีเซีย การแต่งกาย รายงาน หน้าน้ 13 จาก 16


การแสดงของเขมรแต่ดั้งเดิมใช้ผู้หญิงแสดง เพราะเป็นการแสดงภายในราชสำ นักเท่านั้น ปัจจุบันเป็นการแสดงเพื่อประชาชน ปัจจุบันามายณะของอินเดีย แต่มีหลายตอนที่ไม่เหมือนของอินเดีย และมีการแสดงอีกชุดหนึ่ง คือ ชุดโมนิเมขลาเทพธิตาและเรียมอายโซเจ้าพายุ ซึ่ง เป็นตำ นานเดียวกับเมขลารามสูรของไทย ละครที่ได้รับความนิยมอีก ชนิดหนึ่ง คือ ละครบาสสัก (Bassase) เป็นละครพูดมีเนื้อเรื่อง เที่ยวละครที่ได้กับงวาตรีชนิดนี้ได้รับอิทธิพลจากเวียดนาม ภายใต้อาณานิคม ของฝรั่งเศส มีดนตรีประกอบ ทำ นองแบบเวียดนามและจีน ตรีปแสดงนาฏศิลป์ของเขมรมีลักษณะการร่ายรำ ที่นุ่มนวล สง่า ใกล้ เคียงกับการแสดงของไทย แต่ผู้ราจะว่ากระดานทำ ต้นหลังจนแอ่นและจะย่อเข่ามากกว่าของไทย การประเท้าก็จะอยู่ระดับที่ สูงกว่า จะไม่รำ กดตัวกดไหล่เหมือนไทย แต่จะย่อ ไม่อ่อนช้อยแบบของไทย มีทั้ง การแสดง ละครนอกเรื่องพระอภัยมณี ละครในเรื่องอิเหนา และโขนเรื่อง รามเกียรติ์ เครื่องดนตรี ใช้วงปี่พาทย์เครื่องคู่และเครื่องห้าเหมือนไทย เนื่องจากในสมัยรัชกาลที่ ๓ ได้มีการจัดหาครูนาฏศิลป์ จากไทยไปสอนที่ เขมร การแต่งกาย ลักษณะการแต่งกายในนาฏศิลป์ของเขมรในแต่ละชุดจะมีความใกล้เคียง นาฏศิลป์เขมร รายงาน หน้าน้ 14 จาก 16


การแสดงของชาวพม่านั้นจะแสดงในงานพิธีการต่างๆ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับศาสนาและประเพณี นาฏศิลป์ที่เก่าแก่ของพม่า ได้แก่ ระบำ บวงสรวงเทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ระบำ นิพัตขึ้น แปลว่า ละบำ วิญญาณ ซึ่งเชื่อว่าได้รับอิทธิพลมาจากอินเดีย ส่วนการแสดงประเภทโขน ละคร ปรากฏขึ้นในสมัยพระเจ้ามังระเมื่อไทยเสียกรุงศรีอยุธยา ให้กับพม่า พวกนาฏศิลป์ไทยได้ถูกกวาดต้อนไปด้วย พระเจ้ามังระโปรดให้สอนโขนและละคร ไทย ในพม่า เล่นเรื่องรามเกียรติ์และอิเหนา ซึ่งพม่าเรียกว่า อินทรวงศ์ (Aindaraweuntha) เป็นละคร ในราชสำ นัก นอกจากนี้ยังมีการเล่นละครนอกเรื่องสังข์ทองและสังข์ศิลป์ชัย พระ เจ้ามังระโปรดมาก ทรงให้รวมพวกละครและปี่พาทย์ไว้ในราชสำ นัก และพระราชทานบ้าน เรือนให้เรียกว่า “ตำ บลโยธาราช” เป็นที่อยู่อาศัย และพวกละครไทยที่แสดงเรียกว่า “โยธยาสัตคยี” ต่อมานำ เด็กพม่ามาหัดแสดง ละครไทยในพม่าจึงพูดภาษาพม่า ต่อเมื่อละครไทยในราชสำ นักได้เสื่อมความนิยมลง “ละครนิพัตขึ้น” กลับเฟื่องฟูขึ้น ละคร นิพัตขึ้นนั้นเป็นละครที่ผูกเป็นเรื่อง มีท่าทางและบทเจรจาประกอบ และภายหลังได้เพิ่มบทตลก ลงไปด้วย การแต่งกาย ชายใส่เสื้อแขนยาว นุ่งโสร่งหรือกางเกงคลุมเข่า ประดับด้วยเลื่อม ดิ้น คล้ายกับของไทย ส่วนหญิงจะใส่เสื้อรัดอก สวมเสื้อแขนยาว ไม่มีกระดุม เปิดให้เห็นเสื้อตัวใน ชาย เสื้อโค้งงอน นุ่งผ้าถุงกรอมเท้า เกล้ามวยสูงปล่อยชายผมให้ยาวมาด้านขวา ถ้าเป็นตัวเอก จะสวมเครื่องประดับศีรษะ นาฏศิลป์พม่า รายงาน หน้าน้ 15 จาก 16


ขอบคุณที่มารับชมนะคั้บบบ รายงาน หน้าน้ 16 จาก 16


Click to View FlipBook Version