The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนงานธุรกิจขนาดกลางและย่อม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sirinya, 2022-05-13 03:51:07

แผนการจัดการเรียนรู้

แผนการสอนงานธุรกิจขนาดกลางและย่อม

กจิ กรรมการเรยี นการสอน (สัปดาหท์ ี่ 14 ชว่ั โมงท่ี 14)

1. ผู้สอนช้ีแจง้ เกณฑ์การวดั ผลและประเมนิ ผล และข้อตกลงในการปฏิบัตงิ านของผูเ้ รยี น
2. ผสู้ อนทบทวนความรู้เดมิ ให้กบั ผเู้ รียน โดยการถาม-ตอบกอ่ นทจ่ี ะเร่ิมเรียนหัวข้อใหม่ โดยใช้
PowerPoint ประกอบการสอน
3. ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ประจาหน่วยการเรยี นรู้ที่ 6 เรอื่ ง สว่ นประสมทางการตลาด
4. ผู้สอนบรรยายเนอื้ หาสาระสาคัญของเนอื้ หา หวั ข้อ สว่ นประสมทางการตลาด (Marketing Mix -
4P’s)
1) สนิ คา้ หรอื ผลติ ภณั ฑ์ (Product)
2) ราคา (Price)
3) การจดั จาหนา่ ย (Place)
4) การสง่ เสริมการตลาด (Promotion)
5. ผู้สอนต้ังคาถามระหวา่ งการบรรยายให้ผูเ้ รียนมสี ่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น
6. ผู้สอนสรุปเนอื้ หาสาระสาคัญในรูปแบบของแผนผงั ความคดิ
7. เปิดโอกาสใหซ้ ักถามขอ้ สงสัย และหวั ขอ้ ทีย่ งั ไม่เข้าใจ
8. ใหผ้ ู้เรียนโดยให้แบ่งกลุ่มแบบร่วมมอื กลุ่มละ 3 -4 คน ตามลาดบั คะแนน เก่ง ปานกลาง และอ่อน
ให้ ปฏบิ ัติกจิ กรรมดงั นี้

1) ให้แต่ละกล่มุ นาตวั อยา่ งแผนธรุ กจิ มาประกอบการปฏิบตั ิกิจกรรม
2) ใหเ้ ลอื กศกึ ษาสนิ ค้าอปุ โภคบริโภค ท่มี อี ยใู่ นท้องตลาด และเปน็ ที่ต้องการของผบู้ รโิ ภค 1
อย่างพรอ้ มรปู ภาพประกอบ
3) ใหพ้ ัฒนากลยทุ ธ์การตลาด สว่ นประสมทางการตลาด (Marketing Mix - 4P’s) จาก
ของเดิมให้สอดคลอ้ งใหแ้ ต่ละกลมุ่ ส่งตวั แทนออกมานาเสนอ ใช้เวลา 5-10 นาที
9. เปิดโอกาสใหผ้ ู้เรยี นต้ังคาถามขอ้ สงสยั และชว่ ยกันประเมนิ ผลกลุ่มเพ่ือนที่ออกมานาเสนอหนา้ ช้นั
เรยี น
10. ผสู้ อนตรวจและประเมนิ ผลงาน พร้อมห้คาแนะนาของการนาเสนอของแตล่ ะกลุ่ม เพือ่ ใหผ้ เู้ รียน
นาไปพฒั นาและปรับปรงุ ในคร้งั ตอ่ ไป
11. ผสู้ อนมอบหมายใบงานใหผ้ เู้ รียนศกึ ษาค้นควา้ ตัวอย่างแผนธรุ กจิ แบบเต็มรูปแบบเพ่ือนามาใชใ้ น
การประกอบการเรยี นการสอน กลมุ่ ละ 1 เล่ม เพ่ือใช้ในสปั ดาหท์ ี่ 15

เทคนิควิธีการสอนทน่ี ามาใช้

1. วิธสี อนแบบแบ่งกลุ่มทางาน
เปน็ วธิ ีสอนท่ีผูส้ อนมอบหมายใหน้ ักเรยี นทางานร่วมกันเปน็ กลุ่มรว่ มมือกนั ศึกษาค้นควา้ หาวิธกี ารแก้ปญั หา
หรือปฏิบตั ิกจิ กรรมตามความสามารถ ความถนดั หรือความสนใจ เปน็ การฝึกใหผ้ เู้ รยี นทางานรว่ มกันตามวถิ ี
แหง่ ประชาธปิ ไตย

2. แบบกลุ่มร่วมมือ
เป็นการจดั การเรยี นรโู้ ดยการผสมผสานระหว่างการเรยี นรู้แบบกลุ่มและการสอนรายบคุ คล โดยให้ผเู้ รยี นได้ลง
มือทากิจกรรมในการเรียนได้ดว้ ยตนเองตามความสามารถของตน สมาชิกในกลุ่มมกี ารแลกเปล่ียนเรียนรู้ ซง่ึ
กนั และกัน เน้นการมปี ฏิสมั พันธซ์ ง่ึ กนั และกันระหว่างผูเ้ รียนกับผู้เรยี น

3. วิธสี อนแบบใชค้ าถาม
ผู้สอนจะป้อนคาถามในลกั ษณะต่าง ๆ ทเ่ี ป็นคาถามท่ีดี สามารถพัฒนาความคิดผเู้ รยี น ถามเพอื่ ใหผ้ เู้ รยี นใช้
ความคดิ เชิงเหตุผล วิเคราะห์ วจิ ารณ์ สงั เคราะห์ หรอื การประเมินค่าเพ่ือจะตอบคาถามเหลา่ นั้น

4. วิธีสอนแบบศึกษาดว้ ยตนเอง (Self Study Method)
วิธีสอนแบบศึกษาด้วยตนเอง เป็นวธิ ีสอนทีเ่ ปิดโอกาสให้ผู้เรียนศึกษาหาความร้จู ากแหลง่ วิชาด้วยตนเอง ได้แก่
การศึกษาจากหนังสือ การศึกษานอกสถานที่ หรือแหล่งเรียนรอู้ นื่ ๆ

สอ่ื การเรยี นการสอนและแหล่งการเรียนรู้

1. ส่ือส่งิ พมิ พ์ ได้แก่ หนงั สอื เรียนวชิ าการดาเนินธุรกจิ ขนาดยอ่ ม, ตัวอยา่ งแผนธรุ กจิ , ใบงาน
2. โสตทศั น์ ไดแ้ ก่ โปรเจคเตอร์
3. สอ่ื เทคโนโลยีข้ันสูง ได้แก่ PowerPoint
4. อินเทอร์เน็ต ไดแ้ ก่ https://www.facebook.com/groups

การวัดประเมินผล เกณฑก์ ารประเมินผล
1.ประเมินจากสภาพจรงิ โดยการสังเกต 1. ผเู้ รียนมีสว่ นรว่ มในกิจกรรมการเรยี นรอ้ ยละ 70
พฤติกรรมการมสี ่วนรว่ มของผ้เู รียนเป็น ขึน้ ไป
รายบุคคล
2. การสุ่มเรียกถาม-ตอบ เป็นรายบคุ คล 2. ผเู้ รียนสามารถตอบคาถามไดถ้ ูกต้องเกินร้อยละ
80 ขน้ึ ไป
3. ประเมินผลงานจากใบงาน 3. เกณฑ์ตัดสินคณุ ภาพใบงาน
คะแนน 10-12 = ดี
4. ประเมินผลจากการทากจิ กรรมกลุม่ คะแนน 7-9 = พอใช้
คะแนน 4-6 = ปรับปรุง
4. เกณฑต์ ดั สนิ คณุ ภาพกิจกรรมกล่มุ
คะแนน 10-12 = ดี
คะแนน 7-9 = พอใช้
คะแนน 4-6 = ปรับปรงุ

เอกสารอา้ งอิง/เว็บไซต์
1. สิฏฐากร ชูทรพั ย์ และ เพ็ญศรี เลศิ เกยี รติวทิ ยา. การดาเนินธุรกจิ ขนาดยอ่ ม. กรงุ เทพมหานคร : สานกั พมิ พ์
เอมพันธ์ จากัด
2. เพญ็ ศรี เขมะสุวรรณ และ ภควดี เลศิ กาญจนวัติ. การดาเนินธรุ กิจขนาดย่อม. กรุงเทพมหานคร : สานัก
พิมพศ์ นู ย์ ส่งเสริมวิชาการ

กจิ กรรมการเรยี นการสอน (สัปดาหท์ ่ี 15 ชัว่ โมงท่ี 15)

1. ผ้สู อนช้ีแจง้ เกณฑ์การวดั ผลและประเมนิ ผล และข้อตกลงในการปฏิบตั ิงานของผ้เู รียน
2. ผสู้ อนทบทวนความรู้เดมิ ใหก้ ับผู้เรียน โดยการถาม-ตอบ ก่อนทจ่ี ะเรม่ิ เรยี นหัวข้อใหม่ โดยใช้
PowerPoint ประกอบการสอน
3. ผสู้ อนแจง้ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ประจาหน่วยการเรยี นรู้ที่ 6 เร่ือง การวิเคราะห์คู่แขง่ ขันทางธุรกจิ
4. ผู้สอนให้ผเู้ รยี นจับคู่ 2 คน ยกตวั อยา่ งธุรกจิ ที่ลักษณะผลิตภณั ฑค์ ล้ายๆ กนั สามารถใชท้ ดแทนกนั
ได้ 2 ยหี่ อ้
5. ผสู้ อนเช่อื มโยงตัวอยา่ งเขา้ สเู่ นอื้ หา โดยการบรรยายสาระสาคัญของเน้ือหา ตามหัวข้อดงั นี้

1) การวเิ คราะห์สภาพแวดล้อมการแข่งขนั โดยใชห้ ลกั Five Force Model
2) แนวทางการปรบั ปรุงเพอื่ เพ่ิมขดี ความสามารถการแขง่ ขัน
6. ผู้สอนตัง้ คาถามระหวา่ งการบรรยายให้ผูเ้ รยี นมีส่วนร่วมในการแสดงความคดิ เหน็
7. ผสู้ อนสรุปเนื้อหาสาระสาคัญในรปู แบบของแผนผงั ความคดิ
8. เปิดโอกาสใหซ้ กั ถามข้อสงสัย และหัวขอ้ ทย่ี ังไมเ่ ขา้ ใจ
9. ให้ผู้เรียนโดยใหแ้ บง่ กลุ่มแบบร่วมมอื กลุม่ ละ 3 -4 คน ตามลาดับคะแนน เก่ง ปานกลาง และอ่อน
ใหป้ ฏบิ ตั ิ กจิ กรรมดงั นี้ (กลมุ่ เดิมตอ่ จากสปั ดาห์ท่ี 13)
1) ใหเ้ ลือกศกึ ษาสินค้าอปุ โภคบริโภค สินคา้ ที่เปน็ คแู่ ข่งขนั ต่อจากสัปดาห์ที่แลว้ พรอ้ มรูปภาพสนิ คา้
ประกอบการวเิ คราะห์
2) ให้การวเิ คราะห์สภาพแวดลอ้ มทางการแขง่ ขัน โดยใช้หลัก Five Force Model
10. ให้แตล่ ะกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมานาเสนอ ใช้เวลา 5-10 นาที
11. เปดิ โอกาสใหผ้ เู้ รยี นตั้งคาถามข้อสงสัย และชว่ ยกนั ประเมินผลกลมุ่ เพ่ือนที่ออกมานาเสนอหน้า
ชนั้ เรยี น
12. ผู้สอนตรวจและประเมนิ ผลงาน พรอ้ มให้คาแนะนาของการนาเสนอของแต่ละกลมุ่ เพือ่ ใหผ้ ้เู รยี น
นาไปพฒั นา และปรับปรุงในคร้ังตอ่ ไป
13. ผู้สอนมอบหมายใบงานใหผ้ เู้ รียนศกึ ษาคน้ คว้าตวั อย่างแผนธรุ กิจแบบเต็มรูปแบบเพื่อนามาใชใ้ น
การ ประกอบการเรยี นการสอน กลุม่ ละ 1 เล่ม เพ่ือใชใ้ นสัปดาหท์ ่ี 17

เทคนิควิธกี ารสอนท่นี ามาใช้

1. วิธสี อนแบบแบง่ กลุ่มทางาน
เปน็ วิธีสอนท่ผี ู้สอนมอบหมายใหน้ กั เรยี นทางานร่วมกันเป็นกลมุ่ ร่วมมอื กนั ศึกษาค้นคว้าหาวธิ ีการแกป้ ญั หา
หรอื ปฏิบตั กิ ิจกรรมตามความสามารถ ความถนดั หรือความสนใจ เปน็ การฝึกใหผ้ ูเ้ รียนทางานรว่ มกนั ตามวถิ ี
แห่งประชาธิปไตย

2. แบบกลุ่มร่วมมอื
เป็นการจดั การเรียนรูโ้ ดยการผสมผสานระหวา่ งการเรยี นรู้แบบกลุ่มและการสอนรายบคุ คล โดยให้

ผเู้ รยี นไดล้ งมือทากิจกรรมในการเรียนได้ด้วยตนเองตามความสามารถของตน สมาชกิ ในกลุ่มมีการแลกเปลีย่ น
เรยี นรู้ ซึ่งกนั และกนั เนน้ การมปี ฏิสมั พนั ธ์ซึ่งกนั และกนั ระหว่างผู้เรียนกบั ผูเ้ รียน

3. วธิ สี อนแบบใชค้ าถาม
ผสู้ อนจะป้อนคาถามในลักษณะต่าง ๆ ที่เป็นคาถามทด่ี ี สามารถพฒั นาความคดิ ผเู้ รยี น ถามเพื่อให้
ผู้เรียนใช้ความคิด ชิงเหตุผล วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ สังเคราะห์ หรือ การประเมินค่าเพ่ือจะตอบคาถามเหล่าน้นั

ส่อื การเรียนการสอนและแหลง่ การเรยี นรู้

1. สื่อสงิ่ พิมพ์ ไดแ้ ก่ หนังสอื เรยี นวิชาการดาเนนิ ธุรกจิ ขนาดยอ่ ม, ตวั อย่างแผนธุรกิจ, ใบงาน

2. โสตทัศน์ ได้แก่ โปรเจคเตอร์

3. ส่อื เทคโนโลยีขน้ั สงู ได้แก่ PowerPoint

4. อินเทอร์เนต็ ไดแ้ ก่ https://www.facebook.com/groups

การวดั ประเมนิ ผล เกณฑ์การประเมินผล

1.ประเมินจากสภาพจรงิ โดยการสังเกต 1. ผ้เู รยี นมสี ว่ นรว่ มในกิจกรรมการเรียนรอ้ ยละ 70

พฤติกรรมการมสี ว่ นร่วมของผ้เู รียนเป็น ขนึ้ ไป

รายบคุ คล

2. การส่มุ เรยี กถาม-ตอบ เป็นรายบคุ คล 2. ผู้เรียนสามารถตอบคาถามได้ถูกต้องเกินร้อยละ

80 ขึน้ ไป

3. ประเมินผลงานจากใบงาน 3. เกณฑต์ ดั สินคณุ ภาพใบงาน

คะแนน 10-12 = ดี

คะแนน 7-9 = พอใช้

คะแนน 4-6 = ปรบั ปรุง

4. ประเมินผลจากการทากจิ กรรมกลมุ่ 4. เกณฑต์ ดั สินคุณภาพกิจกรรมกลุม่

คะแนน 10-12 = ดี

คะแนน 7-9 = พอใช้

คะแนน 4-6 = ปรบั ปรุง

เอกสารอา้ งอิง/เวบ็ ไซต์

1. สิฏฐากร ชทู รัพย์ และ เพ็ญศรี เลศิ เกยี รติวทิ ยา. การดาเนนิ ธุรกจิ ขนาดยอ่ ม. กรุงเทพมหานคร : สานกั พิมพ์
เอมพนั ธ์ จากดั
2. เพญ็ ศรี เขมะสวุ รรณ และ ภควดี เลศิ กาญจนวัติ. การดาเนนิ ธุรกจิ ขนาดย่อม. กรุงเทพมหานคร : สานัก
พิมพ์ศนู ย์ ส่งเสรมิ วิชาการ

กจิ กรรมการเรียนการสอน (สัปดาห์ที่ 16 ชวั่ โมงท่ี 16)

1. ผ้สู อนช้ีแจง้ เกณฑ์การวดั ผลและประเมนิ ผล และข้อตกลงในการปฏบิ ัติงานของผ้เู รยี น
2. ผสู้ อนทบทวนความรเู้ ดมิ ให้กบั ผเู้ รียน โดยการถาม-ตอบ ก่อนท่จี ะเร่มิ เรยี นหัวข้อใหม่ โดยใช้
PowerPoint ประกอบการสอน
3. ผู้สอนแจง้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ประจาหนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 6 เร่ือง แผนการตลาดสาหรับธุรกจิ
ขนาดยอ่ ม
4. ผ้สู อนทบทวนเนื้อการเรยี นเดิมจากสัปดาห์ที่แลว้ กอ่ นข้ึนหัวขอ้ ใหม่ โดยการต้ังคาถามให้ผูเ้ รยี น
ชว่ ยกนั ตอบและ แสดงความคดิ เห็น
5. ผู้สอนให้ผเู้ รยี นแตล่ ะกล่มุ ทนี่ าตวั อยา่ งแผนธุรกิจ มากลุ่มละ 1 เล่ม เป็นธุรกจิ สินคา้ อะไรกไ็ ด้ เพอ่ื
ใช้ ประกอบการเรียนรู้
6. ให้ผู้เรียนปฏบิ ตั กิ ิจกรรม โดยใหศ้ ึกษาแผนธรุ กิจ ตามหัวข้อดงั นี้

1) เป็นธรุ กจิ เกย่ี วอะไร จงอธิบาย
2) รปู แบบและประเภทธุรกจิ เป็นแบบใด
3) ลกั ษณะของทาเลที่ต้งั เปน็ อย่างไร จงอธบิ าย
4) มีแหล่งเงินทุนจากท่ีใดบ้าง
5) กลยุทธก์ ารตลาดเป็นอย่างไร
7. ผูส้ อนคอยสังเกตพฤตกิ รรมแต่ละกลุม่ และคอยให้ขอ้ เสนอแนะ หรือคาปรึกษา
8. ใหแ้ ต่ละกลุ่มสง่ ตัวแทนออกมานาเสนอ ใช้เวลา 5-10 นาที
9. เปิดโอกาสใหผ้ ู้เรียนต้ังคาถามขอ้ สงสัย และชว่ ยกนั ประเมนิ ผลกลุ่มเพื่อนที่ออกมานาเสนอ
หนา้ ชั้นเรียน
10. ผูส้ อนตรวจและประเมินผลงาน ให้คาแนะนาของการนาเสนอของแตล่ ะกล่มุ เพอ่ื ให้ผู้เรียนนาไป
พัฒนาและ ปรบั ปรงุ ในครั้งต่อไป
11. ผู้สอนและผูเ้ รยี นร่วมกันสรุปเนอ้ื หาให้ผู้เรียนอีกคร้งั เปิดโอกาสให้ผเู้ รียนไดซ้ กั ถามขอ้ สงสยั

เทคนคิ วิธีการสอนที่นามาใช้

1. วิธีสอนแบบแบ่งกลุ่มทางาน
เปน็ วธิ ีสอนทผ่ี ู้สอนมอบหมายให้นกั เรยี นทางานรว่ มกันเป็นกล่มุ ร่วมมือกนั ศึกษาคน้ คว้าหาวิธกี ารแกป้ ัญหา
หรอื ปฏิบัติกิจกรรมตามความสามารถ ความถนัด หรอื ความสนใจ เปน็ การฝึกใหผ้ ู้เรียนทางานร่วมกนั
ตามวิถีแห่ง

2. แบง่ กลุ่มร่วมมือ
เปน็ การจัดการเรยี นร้โู ดยการผสมผสานระหวา่ งการเรียนรู้แบบกลมุ่ และการสอนรายบคุ คล โดยให้ผ้เู รยี นได้ลง
มือทากิจกรรมในการเรียนได้ด้วยตนเองตามความสามารถของตน สมาชิกในกลุ่มมีการแลกเปลยี่ นเรียนรู้ ซง่ึ
กนั และกนั เนน้ การมปี ฏิสัมพันธซ์ ่งึ กนั และกันระหวา่ งผ้เู รยี นกบั ผเู้ รยี น

3. วธิ ีสอนแบบใช้คาถาม
ผู้สอนจะป้อนคาถามในลกั ษณะต่าง ๆ ท่ีเป็นคาถามทีด่ ี สามารถพฒั นาความคิดผู้เรียน ถามเพ่ือใหผ้ เู้ รียนใช้
ความคดิ เชิงเหตผุ ล วิเคราะห์ วจิ ารณ์ สงั เคราะห์ หรือ การประเมนิ ค่าเพ่ือจะตอบคาถามเหล่าน้ัน

4. วิธีสอนแบบศกึ ษาด้วยตนเอง (Self-Study Method)
วธิ สี อนแบบศกึ ษาดว้ ยตนเอง เปน็ วธิ สี อนทีเ่ ปิดโอกาสใหผ้ เู้ รียนศึกษาหาความรจู้ ากแหลง่ วิชาดว้ ยตนเอง ไดแ้ ก่
การศึกษาจากหนังสอื การศกึ ษานอกสถานท่ี หรือแหลง่ เรยี นร้อู ื่นๆ

สื่อการเรยี นการสอนและแหลง่ การเรียนรู้

1. สื่อสิ่งพิมพ์ ไดแ้ ก่ หนังสอื เรยี นวิชาการดาเนนิ ธุรกจิ ขนาดยอ่ ม, ตัวอยา่ งแผนธรุ กจิ , ใบงาน
2. โสตทศั น์ ได้แก่ โปรเจคเตอร์
3. สื่อเทคโนโลยีขัน้ สูง ไดแ้ ก่ PowerPoint
4. อินเทอรเ์ น็ต ได้แก่ https://www.facebook.com/groups

การวัดประเมนิ ผล เกณฑก์ ารประเมินผล

1.ประเมินจากสภาพจรงิ โดยการสังเกต 1. ผเู้ รียนมีสว่ นรว่ มในกิจกรรมการเรียนรอ้ ยละ 70

พฤติกรรมการมสี ่วนร่วมของผู้เรียนเป็น ข้นึ ไป

รายบคุ คล

2. การสุ่มเรยี กถาม-ตอบ เป็นรายบุคคล 2. ผู้เรียนสามารถตอบคาถามได้ถูกต้องเกนิ ร้อยละ

80 ข้นึ ไป

3. ประเมนิ ผลงานจากใบงาน 3. เกณฑ์ตดั สนิ คุณภาพใบงาน

คะแนน 10-12 = ดี

คะแนน 7-9 = พอใช้

คะแนน 4-6 = ปรบั ปรงุ

4. ประเมินผลจากการทากิจกรรมกลมุ่ 4. เกณฑ์ตัดสนิ คุณภาพกจิ กรรมกลุม่

คะแนน 10-12 = ดี

คะแนน 7-9 = พอใช้

คะแนน 4-6 = ปรับปรงุ

เอกสารอ้างอิง/เว็บไซต์

1. สฏิ ฐากร ชูทรพั ย์ และ เพ็ญศรี เลิศเกียรติวิทยา. การดาเนินธรุ กิจขนาดยอ่ ม. กรุงเทพมหานคร : สานักพิมพ์

เอมพันธ์ จากัด

2. เพญ็ ศรี เขมะสุวรรณ และ ภควดี เลิศกาญจนวัติ. การดาเนินธรุ กิจขนาดยอ่ ม. กรุงเทพมหานคร : สานกั

พิมพ์ศนู ย์

ส่งเสริมวิชาการ

ใบงานที่ 6.1 สว่ นประสมทางการตลาด
ชอื่ ......................................................สกุล..................................................หอ้ ง ...............เลขที.่ ......

คาสง่ั ให้ผ้เู รียนแบง่ กลุ่มแบบเพ่ือนช่วยเพ่ือน กลุ่มละ 4-5 คน ชว่ ยกนั กาหนดสว่ นประสมทางการตลาด
(Marketing Mix หรือ 4 P’s) ตามหัวข้อทก่ี าหนดให้ ดังนี้
1. ใหเ้ ลอื กศึกษาสนิ ค้าอปุ โภคบรโิ ภค ทมี่ ีอยู่ในทอ้ งตลาด และเปน็ ที่ต้องการของผบู้ รโิ ภคมา 1 ชนิด
2. ใหก้ าหนดส่วนประสมทางการตลาด (Marketing Mix - 4P’s) เพ่ือตอบสนองความต้องการของผู้บรโิ ภค
ให้มากท่ีสุด
3. ใหว้ ิเคราะห์ สินคา้ ท่เี ป็นคู่แขง่ ขนั (ทางตรง) บอกตราสินคา้ พร้อมอธิบายเหตุผลประกอบให้ชัดเจน
4. ให้แต่ละกล่มุ สง่ ตัวแทนออกมานาเสนอ ใชเ้ วลา 5-10 นาที

..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ใบงานที่ 6.2 การเขียนแผนธรุ กิจขนาดยอ่ ม
ช่อื ......................................................สกลุ ..................................................หอ้ ง ...............เลขท่ี.......

คาสง่ั

1. ให้ผเู้ รียนแบง่ กลุม่ 3-4 คน
2. นาตวั อยา่ งแผนธรุ กิจ มากลมุ่ ละ 1 เล่ม เป็นธรุ กิจสนิ คา้ อะไรก็ได้
3. ใหผ้ เู้ รียนปฏิบัตกิ ิจกรรม โดยใหศ้ กึ ษาจากแผนธุรกจิ ตามหัวข้อดงั น้ี

1. เป็นธุรกจิ เก่ียวอะไร จงอธิบาย
2. รปู แบบและประเภทธรุ กจิ เปน็ แบบใด
3. ลกั ษณะของทาเลที่ต้ังเป็นอยา่ งไร จงอธบิ าย
4. มีแหล่งเงนิ ทนุ จากทใ่ี ดบ้าง
5. กลยุทธ์การตลาดเป็นอย่างไร

หน่วยท่ี 7 แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 7 สอนสัปดาห์ท่ี 17-20
ระดับ ม.3 จานวน 4 ช่ัวโมง
ชอื่ วิชา งานธรุ กจิ ขนาดกลางและย่อม รหสั วิชา ง23101
ชื่อหน่วย แผนธุรกจิ
ช่อื ผู้สอน นางศิรนิ ยา นอ้ ยพลทนั

สาระสาคัญ

แผนธรุ กจิ เป็นเครอ่ื งมอื ทม่ี คี วามสาคญั ต่อผ้ปู ระกอบการท่ีเร่มิ ก่อตงั้ กจิ การ ซึง่ เป็นผลสรปุ ของการ
พิจารณา และการตดั สินใจท่ีจะเปลยี่ นความคิดของผปู้ ระกอบการออกมาเป็นโอกาสทางธรุ กจิ โดยจะช่วย
ชี้แนะขั้นตอนต่างๆ ของกระบวนการกอ่ ต้ังกิจการ แผนธุรกิจนจ้ี ะช่วยให้รายละเอยี ดด้านการตลาด การ
แขง่ ขนั กลยทุ ธ์การดาเนนิ ธรุ กิจ การคาดคะเนทางการเงนิ เป็นเคร่อื งช้นี าผปู้ ระกอบการไปสู่ความสาเรจ็ ต่อไป

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

จุดประสงคท์ ่ัวไป
รู้และเขา้ ใจเก่ยี วกับการเขยี นแผนธุรกิจสาหรบั ธรุ กิจขนาดยอ่ ม

จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. อธบิ ายความหมายและความสาคัญของแผนธรุ กิจได้
2. อธบิ ายวตั ถปุ ระสงค์ในการจัดทาแผนธรุ กจิ ได้
3. บอกองค์ประกอบของแผนธรุ กจิ ได้
4. เขยี นแผนธรุ กิจตามข้นั ตอนได้
5. ผเู้ รยี นมคี วามพยายามและความตงั้ ใจในการปฏิบตั ิงานจนสาเร็จ

สมรรถนะรายหนว่ ย

เขยี นแผนธรุ กิจสาหรับธุรกจิ ขนาดยอ่ ม (ตามแบบย่อ) ได้ครบตามองค์ประกอบของแผนธุรกิจ

สาระการเรยี นรู้

7. แผนธรุ กจิ
7.1 ความหมาย ความสาคัญ และวตั ถปุ ระสงค์ของแผนธรุ กิจ
7.1.1 ความหมายของแผนธุรกจิ
7.1.2 ความสาคัญของแผนธรุ กจิ
7.1.3 วตั ถปุ ระสงค์ของแผนธรุ กิจ
7.2 แผนธรุ กจิ
7.2.1 องคป์ ระกอบของแผนธุรกิจ
7.2.2 ขนั้ ตอนการเขียนแผนธุรกิจ

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงและคุณธรรมทม่ี ่งุ เน้น

25. พอประมาณ ผู้เรียนสามารถคดิ วิเคราะห์ไดเ้ หมาะกับวัตถปุ ระสงค์การเรียนรู้
26. มีเหตผุ ล ผู้เรียนทางานตามท่ไี ดร้ ับมอบหมายโดยคานึงถงึ เหตแุ ละปจั จัยแวดล้อมทัง้ หมด เพือ่ ให้
การ ดาเนนิ งานเปน็ ไปอย่างถูกต้อง
27. ขยนั อดทน ผเู้ รยี นมีความต้ังใจในการทางาน ไมล่ ะเลย ไมท่ อดท้งิ งานท่ีได้รบั มอบหมาย จนทา
ใหป้ ระสบ ผลสาเร็จในทีส่ ุด
28. รอบรู้ ผเู้ รยี นมคี วามรอบร้เู กีย่ วกับวิชาการต่างๆ ที่เก่ียวขอ้ งอย่างรอบด้าน
29. รอบคอบ ผ้เู รยี นมคี วามรอบคอบท่จี ะนาความรู้ท่ไี ดจ้ ากการศึกษาคน้ ควา้ มาประยุกตใ์ ชใ้ นการ
เรยี นไดอ้ ย่าง ถูกต้องตามเกณฑท์ ่กี าหนด

นาปญั หาและอุปสรรค์ในการเรียนการสอนมาปรบั ปรุงการเรียนการสอน

ผ้เู รียนยังขาดทักษะการในการนาเสนองานและทกั ษะการคิด ดังนนั้ ผู้สอนจงึ กระตุ้นโดยใชแ้ รงจูงใจให้
ผู้เรียนสนใจและใหผ้ ู้เรียนได้มีโอกาสเรยี นรแู้ ละคน้ คว้าจากแหล่งเรยี นรอู้ ่ืนๆ

กิจกรรมการเรียนการสอน (สัปดาหท์ ี่ 17-18 ช่วั โมงท่ี 17-18)

1. ผู้สอนช้ีแจง้ เกณฑ์การวดั ผลและประเมนิ ผล และข้อตกลงในการปฏบิ ัติงานของผ้เู รยี น

2. ผสู้ อนทบทวนความรเู้ ดิมใหก้ ับผเู้ รียน โดยการตัง้ คาถาม ใหผ้ ู้เรยี นช่วยกนั ตอบก่อน ที่จะเริ่มเรยี น

หัวข้อใหม่ โดยใช้ PowerPoint ประกอบการสอน

3. ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรยี นรปู้ ระจาหนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 7 หัวข้อเร่ือง องค์ประกอบแผนธุรกิจ

4. นาเขา้ สบู่ ทเรยี น โดยเปิดคลปิ VDO เสอื ตดิ ปีก ให้ผู้เรยี นดแู ล้วให้ช่วยกันแสดงความคิดเห็น

5. ผู้เรียนนาเสนอผลงานการเขียนแผนธุรกิจทแ่ี ต่ละกล่มุ โดยมอบหมาย ให้นักเรียนแบง่ กล่มุ ละ

ประมาณ 3-4 คน เพื่อระดมสมอง แสดงความคดิ เห็นและแลกเปล่ียนความรู้ระหว่างกนั เพอื่ จัดทาแผนธุรกิจ

ขนาดย่อม

6. แต่ละกลุ่มตัดสนิ ใจเลือกจัดทาแผนธุรกจิ กลมุ่ ละ 1 กจิ การโดยศึกษาดว้ ยตนเองจากองคป์ ระกอบ

ต่อไปนี้ในการจดั ทาแผนธรุ กจิ จากตวั อยา่ งแผนธรุ กิจ (20 คะแนน)

1) ปกหนา้ และสารบัญ 6) แผนการจดั การ

2) บทสรุปผู้บริหาร 7) แผนการปฏบิ ัติการ

3) ประวัตกิ ิจการ 8) แผนการผลติ

4) การวิเคราะห์สถานการณ์ 9) แผนการเงิน

5) แผนการตลาด 10) ภาคผนวก

7. ใหผ้ ูเ้ รียนแต่ละกลุม่ ตัง้ ช่ือธรุ กจิ พร้อมเขียนรายละเอียดเกยี่ วกบั ธุรกจิ มาพอเขา้ ใจ
8. ให้แตต่ วั แทนแต่ละกล่มุ ที่เลือกได้แล้วว่าจะทาธุรกิจอะไร ออกมาแจ้งช่ือธุรกิจกับผสู้ อน เพอ่ื
ประเมนิ ว่าทาได้หรือไม่
9. กลมุ่ ที่หัวขอ้ ธุรกจิ ผ่านแล้ว ใหจ้ ดั ทาเปน็ รูปเล่มรายงาน ส่งในสัปดาห์ตอ่ ไปพร้อมนาเสนอแผนธรุ กจิ
พรอ้ มส่ือ PowerPoint ประกอบเพ่ือใหเ้ ขา้ ใจยิง่ ขึ้น โดยใช้เวลากลมุ่ ละ 20 นาที โดยทุกคนในกลุม่ ต้องมีสว่ น
รว่ มในการนาเสนอ
10. เปดิ โอกาสใหผ้ ้เู รยี นคนอ่ืนๆ ได้ซกั ถามหรือเสนอแนะข้อคดิ เหน็ เพอื่ นาไปสกู่ ารเรยี นรโู้ ดยมุ่งเน้น
การนาไปประยกุ ต์ใช้อย่างแท้จริงในธรุ กิจในปัจจุบัน
11. ผู้สอนและผเู้ รียนรว่ มกนั สรุปเน้อื หาใหผ้ ู้เรยี นอีกครงั้ หลังจากนาเสนองานตามลาดบั กลมุ่ เสร็จสิน้
และ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ซักถามข้อสงสยั
12. ผ้สู อนตรวจและประเมนิ ผลงานของแตล่ ะกลุ่มแบบภาพรวม
13. ผู้สอนและผเู้ รยี นรว่ มกนั สรุปเน้อื หาให้ผู้เรียนอีกครง้ั

เทคนิควธิ ีการสอนทน่ี ามาใช้

1. วิธีสอนแบบแบง่ กลุ่มทางาน
เป็นวิธสี อนทผี่ ูส้ อนมอบหมายใหน้ กั เรยี นทางานรว่ มกนั เปน็ กล่มุ รว่ มมือกันศึกษาค้นคว้าหาวธิ กี ารแกป้ ัญหา
หรอื ปฏบิ ัติกจิ กรรมตามความสามารถ ความถนัด หรอื ความสนใจ เป็นการฝกึ ให้ผเู้ รียนทางานรว่ มกนั ตามวถิ ี
แห่งประชาธปิ ไตย

2. แบบกลุ่มร่วมมือ
เป็นการจดั การเรียนรโู้ ดยการผสมผสานระหวา่ งการเรียนรู้แบบกล่มุ และการสอนรายบคุ คล โดยใหผ้ เู้ รยี นได้ลง
มือทากิจกรรมในการเรยี นได้ดว้ ยตนเองตามความสามารถของตน สมาชิกในกลุ่มมกี ารแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ ซง่ึ
กนั และกนั เนน้ การมีปฏิสัมพันธ์ซงึ่ กันและกนั ระหวา่ งผเู้ รียนกบั ผูเ้ รยี น

3. วธิ สี อนแบบใช้คาถาม
ผู้สอนจะป้อนคาถามในลกั ษณะตา่ ง ๆ ที่เปน็ คาถามที่ดี สามารถพัฒนาความคิดผเู้ รียน ถามเพอ่ื ใหผ้ ้เู รยี นใช้
ความคิด เชงิ เหตผุ ล วิเคราะห์ วิจารณ์ สังเคราะห์ หรอื การประเมินค่าเพื่อจะตอบคาถามเหลา่ นนั้

4. วธิ สี อนแบบศึกษาดว้ ยตนเอง (Self Study Method)
วิธีสอนแบบศกึ ษาด้วยตนเอง เปน็ วิธสี อนท่ีเปดิ โอกาสให้ผู้เรียนศึกษาหาความรจู้ ากแหล่งวิชาดว้ ยตนเอง ไดแ้ ก่
การศึกษาจากหนังสอื การศกึ ษานอกสถานที่ หรือแหล่งเรยี นร้อู ่นื ๆ

5. วิธีการสอนโดยใชก้ รณตี ัวอยา่ ง (Case)
กระบวนการทช่ี ว่ ยใหผ้ ู้เรียนเกดิ การเรยี นรูต้ ามวตั ถุประสงค์ โดยการให้ผู้เรยี นศกึ ษาเร่ืองทส่ี มมติขึ้นจากความ
เป็นจริง และตอบประเดน็ คาถามเก่ยี วกับเรื่องน้นั แล้วนาคาตอบและเหตผุ ลท่มี าของคาตอบน้นั มาใชเ้ ปน็
ขอ้ มูลในการอภปิ ราย เพ่ือให้ผเู้ รยี นเกดิ การเรียนรู้

ส่ือการเรยี นการสอนและแหล่งการเรียนรู้

1. ส่ือส่ิงพมิ พ์ ไดแ้ ก่ หนงั สือเรยี นวิชาการดาเนนิ ธุรกจิ ขนาดยอ่ ม, ตวั อยา่ งแผนธรุ กิจ, ใบงาน
2. โสตทศั น์ ไดแ้ ก่ โปรเจคเตอร,์ ลาโพง, โนต๊ บคุ ,
3. ส่อื เทคโนโลยีขัน้ สูง ได้แก่ PowerPoint
4. อินเทอร์เนต็ ได้แก่ https://www.facebook.com/groups
https://www.youtube.com/watch?v=Iek39V_b0Xs (รายการเสือตดิ ปกี Be Jeans, Yakuza)

การวัดประเมนิ ผล เกณฑก์ ารประเมินผล
1.ประเมินจากสภาพจรงิ โดยการสงั เกต 1. ผูเ้ รยี นมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรอ้ ยละ 70
พฤติกรรมการมีส่วนรว่ มของผูเ้ รียนเป็น ขึ้นไป
รายบคุ คล
2. การสุม่ เรยี กถาม-ตอบ เปน็ รายบุคคล 2. ผูเ้ รียนสามารถตอบคาถามได้ถูกต้องเกนิ ร้อยละ
80 ขึน้ ไป
3. ประเมนิ ผลงานจากใบงาน 3. เกณฑต์ ดั สินคุณภาพใบงาน
คะแนน 10-12 = ดี
4. ประเมนิ ผลจากการทากจิ กรรมกลุ่ม คะแนน 7-9 = พอใช้
คะแนน 4-6 = ปรับปรุง
4. เกณฑ์ตดั สนิ คุณภาพกจิ กรรมกล่มุ
คะแนน 10-12 = ดี
คะแนน 7-9 = พอใช้
คะแนน 4-6 = ปรับปรุง

เอกสารอ้างอิง/เวบ็ ไซต์

1. สฏิ ฐากร ชทู รัพย์ และ เพ็ญศรี เลศิ เกียรติวิทยา. การดาเนินธุรกจิ ขนาดย่อม. กรงุ เทพมหานคร : สานกั พิมพ์
เอมพนั ธ์ จากดั
2. เพ็ญศรี เขมะสุวรรณ และ ภควดี เลิศกาญจนวัติ. การดาเนินธุรกิจขนาดย่อม. กรงุ เทพมหานคร : สานัก
พมิ พ์ ศูนยส์ ่งเสรมิ วิชาการ
3. https://www.youtube.com/watch?v=Iek39V_b0Xs (รายการเสอื ตดิ ปกี Be Jeans, Yakuza)

กิจกรรมการเรียนการสอน (สัปดาห์ที่ 19-20 ชวั่ โมงที่ 19-20)

1. ผู้สอนชแ้ี จง้ เกณฑ์การวดั ผลและประเมินผล และข้อตกลงในการปฏบิ ัตงิ านของผ้เู รยี น
2. ผู้สอนทบทวนความรูเ้ ดมิ ใหก้ บั ผเู้ รียน โดยการต้งั คาถาม ให้ผูเ้ รยี นชว่ ยกันตอบก่อน ที่จะเริ่มเรียนหัวขอ้ ใหม่
โดยใช้ PowerPoint ประกอบการสอน
3. ผสู้ อนแจง้ จุดประสงค์การเรียนรูป้ ระจาหนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 7 หัวข้อเรื่อง การเขียนแผนธุรกจิ
4. ใหผ้ เู้ รยี นจัดโตะ๊ น่ังแบบตวั ยู โดยใหน้ ัง่ กันเปน็ กล่มุ
5. ผู้สอนส่มุ เรยี กกลมุ่ นาเสนอผลงานโดยการจบั ฉลากเรยี กตามชอื่ สนิ คา้
6. ให้ผเู้ รียนแต่ละกลุ่มนาเสนอแผนธรุ กิจ พร้อมส่ือ PowerPoint ประกอบเพ่ือให้เข้าใจยิ่งขึ้น
7. ใหท้ ุกคนมสี ว่ นร่วมในการนาเสนอผลงาน โดยใชเ้ วลากลุ่มละ 20 นาที
8. เปิดโอกาสให้ผเู้ รยี นคนอน่ื ๆ ไดซ้ กั ถาม หรือเสนอแนะข้อคิดเหน็ เพื่อนาไปสู่การเรียนรู้โดยมงุ่ เน้นการนาไป
ประยกุ ตใ์ ช้อย่างแทจ้ รงิ ในธุรกจิ ในปจั จุบัน
9. ผสู้ อนเสนอแนะแผนธรุ กจิ ของแต่ละกลุ่มที่ได้จัดทามา และสมาชกิ ทุกคนแสดงความคิดเหน็ ร่วมกนั
10. ผู้สอนสรปุ เนอ้ื หาและเปิดโอกาสใหผ้ ้เู รยี นได้ซกั ถามข้อสงสัยหรอื เนื้อหาท่ียังไมเ่ ข้าใจ
11. ผู้สอนตรวจประเมนิ การจัดทาแผนธุรกจิ ของแตล่ ะกลมุ่ ตามเกณฑ์การใหค้ ะแนน

เทคนิควธิ ีการสอนท่ีนามาใช้

1. วิธีสอนแบบแบ่งกลุ่มทางาน
เปน็ วิธีสอนท่ผี สู้ อนมอบหมายใหน้ กั เรยี นทางานร่วมกันเปน็ กล่มุ รว่ มมอื กันศึกษาค้นคว้าหาวิธีการแกป้ ัญหา
หรือปฏิบตั กิ ิจกรรมตามความสามารถ ความถนัด หรือความสนใจ เปน็ การฝกึ ใหผ้ ูเ้ รียนทางานร่วมกันตามวิถี
แห่งประชาธิปไตย

2. วิธสี อนแบบใชค้ าถาม
ผสู้ อนจะปอ้ นคาถามในลักษณะต่าง ๆ ท่ีเปน็ คาถามท่ีดี สามารถพฒั นาความคดิ ผู้เรยี น ถามเพือ่ ใหผ้ เู้ รยี นใช้
ความคิดเชงิ เหตุผล วิเคราะห์ วิจารณ์ สังเคราะห์ หรือ การประเมนิ ค่าเพื่อจะตอบคาถามเหลา่ นน้ั

สื่อการเรยี นการสอนและแหล่งการเรียนรู้

1. สื่อส่ิงพมิ พ์ ไดแ้ ก่ หนังสือเรยี นวชิ าการดาเนินธุรกจิ ขนาดย่อม
2. โสตทศั น์ ได้แก่ โปรเจคเตอร์, โนต๊ บุค
3. สื่อเทคโนโลยีข้ันสูง ได้แก่ PowerPoint
4. อนิ เทอร์เนต็ ไดแ้ ก่ https://www.facebook.com/groups

การวดั ประเมนิ ผล เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.ประเมนิ จากสภาพจริง โดยการสังเกต 1. ผู้เรียนมสี ่วนร่วมในกิจกรรมการเรยี นร้อยละ 70
พฤติกรรมการมีสว่ นรว่ มของผู้เรียนเป็น ข้นึ ไป
รายบุคคล
2. การสมุ่ เรียกถาม-ตอบ เปน็ รายบคุ คล 2. ผู้เรียนสามารถตอบคาถามไดถ้ ูกต้องเกินร้อยละ
80 ขน้ึ ไป
3. ประเมินผลงานจากใบงาน 3. เกณฑ์ตัดสินคุณภาพใบงาน
คะแนน 10-12 = ดี
4. ประเมนิ ผลจากการทากจิ กรรมกลุม่ คะแนน 7-9 = พอใช้
คะแนน 4-6 = ปรบั ปรงุ
4. เกณฑ์ตดั สนิ คุณภาพกิจกรรมกลมุ่
คะแนน 10-12 = ดี
คะแนน 7-9 = พอใช้
คะแนน 4-6 = ปรับปรงุ

เอกสารอ้างองิ /เว็บไซต์

1. สฏิ ฐากร ชทู รัพย์ และ เพ็ญศรี เลิศเกียรตวิ ทิ ยา. การดาเนนิ ธุรกจิ ขนาดย่อม. กรุงเทพมหานคร : สานกั พิมพ์
เอมพนั ธ์ จากดั
2. เพ็ญศรี เขมะสวุ รรณ และ ภควดี เลศิ กาญจนวตั ิ. การดาเนินธุรกจิ ขนาดยอ่ ม. กรุงเทพมหานคร : สานกั
พิมพ์ ศูนย์สง่ เสรมิ วชิ าการ

ใบงานที่ 7 แผนธรุ กจิ

ชอ่ื ......................................................สกุล..................................................หอ้ ง ...............เลขที.่ ......

คาสง่ั

1. ใหน้ กั เรยี นแบ่งกลุ่มละประมาณ 3-4 คน เพอ่ื ระดมความคดิ เห็นและแลกเปลย่ี นความรู้ระหวา่ งกันเพอ่ื

จัดทาแผนธุรกจิ ของกจิ การ

2. ตดั สินใจเลือกจัดทาแผนธุรกิจกลุ่มละ 1 กจิ การโดยศึกษาองคป์ ระกอบต่อไปนี้ในการจัดทาแผนธุรกิจ

(20 คะแนน)

1) ปกหน้าและสารบัญ 6) แผนการจดั การ

2) บทสรปุ ผู้บรหิ าร 7) แผนการปฏบิ ตั กิ าร

3) ประวัตกิ จิ การ 8) แผนการผลิต

4) การวเิ คราะห์สถานการณ์ 9) แผนการเงนิ

5) แผนการตลาด 10) ภาคผนวก

3. จัดทาเป็นเอกสารประกอบการนาเสนอและพร้อมส่งเพ่ือประเมินผลการเรียนรู้

4. นาเสนอแผนธรุ กจิ พร้อมสือ่ PowerPoint ประกอบเพือ่ ให้เข้าใจยงิ่ ขึน้

5. ให้ทุกคนมีสว่ นร่วมในการนาเสนอผลงาน โดยใชเ้ วลากลมุ่ ละ 20 นาท

วเิ คราะห์หลกั สตู ร


Click to View FlipBook Version