ผู้เเต่ง : พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พระยาลิไทหรือพระยาลือไทย) พระราชนัดดาของพ่อขุนรามคำ แหงมหาราช วรรณคดีสมัย : สุโขทัย ลักษณะคำ ประพันธ์ : ร้อยแก้ว ประเภทความเรียง เเต่มีสัมผัสคล้องจอง จุดประสงค์ในการเเต่ง : ๑. เพื่อเทศนาโปรดพระมารดาเป็นการเจริญธรรมกตัญญู ๒. เพื่อใช้สั่งสอนประชาชนให้มีคุณธรรมเข้าใจพุทธศาสนา และช่วยกันดำ รงพุทธศาสนาไว้ให้คงมั่น แก่นของเรื่อง : ชี้ให้เห็นคุณและโทษของโลกทั้ง ๓ ที่มีแต่การปวนแปร และไม่แน่นอน สิ่งที่แน่นอนก็คือการทำ ให้มนุษย์หาทางพ้นไป จากโลกทั้ง ๓ เพื่อไปสู่ใน โลกุตรภูมิ หรือนิพพานซึ่งอยู่เหนือ กระแสของการ เวียนว่ายตายเกิด โลกทั้ง ๓ ไตร หรือ เต แปลว่า สาม ภูมิ แปลว่า แผ่นดิน หรือ ดินแดน ไตรภูมิ แปลว่า โลกทั้งสาม ได้แก่ กามภูมิ ลุ่มหลงในกาม รูปภูมิ รูปปพรหม อรูปภูมิ พรหมไม่มีรูป (ขยายความหน้า ๒) กามภูมิ รูปภูมิ อรูปภูมิ เป็นที่กำ เนิดของชีวิตทั้งหลายที่ยังลุ่มหลงอยู่ในกามเป็นแดนสุขสบายและ แดนที่เป็นทุกข์ปะปนกันเพราะผลกรรมของตนเป็นใหญ่ กามภูมิ แบ่งออก เป็นดินแดน ๒ ฝ่าย ได้แก่ หรือรูปาวจรภูมิ เป็นที่อยู่ของพรหมมีรูป เรียกว่า รูปพรหม ไม่มีเพศ มีรูปงามบริสุทธิ์ มีแสงสว่างรุ่งเรืองยิ่งกว่าเทวดาทั้งปวง มีเสียงไพเราะ และมีอายุยืนหลายพันปีทิพย์ มีทั้งหมด ๑๖ ชั้น (โสฬสพรหม) หรืออรูปาวจร ภูมิเป็นแดนของพรหมไม่มีรูป มีแต่จิตเท่านั้น แบ่งออกเป็น ๔ ชั้น ท๓๓๑๐๒ ภาษาไทย ครูผู้สอน : ภัทรวดี โพธิ์วิจิตร
สรุปโลกทั้ง ๓ ในไตรภูมิพระร่วง กามภูมิ รูปภูมิ อรูปภูมิ สุคติภูมิ อบายภูมิ พรหม ๑๖ ชั้น อากาสานัญจายตนภูมิ ฉกามาพจร (สวรรค์ทั้ง ๖ ชั้น) นรกภูมิ ดิรัจฉานภูมิ เปรตภูมิ อสูรกายภูมิ วิญญาณัญจายตนภูมิ อากิญจัญญายตนภูมิ เนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ มนุสสภูมิคือ โลกแห่งมนุษย์ประกอบด้วยดินแดน ๔ ทวีป อันมีเขาพระสุเมรุเป็นจุดศูนย์กลางของดินแดนทั้งสี่ อุตตรกุรุทวีป ทิศเหนือ บูรพวิเทหทวีป ทิศตะวันออก อมรโคยานทวีป ทิศตะวันตก ชมพูทวีป ทิศใต้ ทวีปในไตรภูมิพระร่วง
ไตรภูมิพระร่วง ตอน มนุสสภูมิ กล่าวถึง กำ เนิดของมนุษย์ไว้อย่าง ละเอียดเป็นขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิ จนกระทั่งคลอดจากครรภ์มารดา เมื่อแรกปฏิสนธินั้นอสุจิผสมกับรังไข่ ที่อยู่ใยู่ นครรภ์มารดาจะมีรูปร่างโปร่งเหลวเหมือน น้ำ หรือเหมือนเมือกตม เรียกว่า กลละ อ่านว่า กะ-ละ-ละ (cell ขนาดเล็ก) เมื่อผ่านไป ๗ วัน ก้อนเนื้อนั้นจะมี ลักษณะคล้ายกับน้ำ ล้างเนื้อ เรียกว่า อัมพุทะ และเมื่อผ่านไป ๑๔ วัน ก้อนเนื้อนั้นจะมีลักษณะ เหมือนตะกั่วที่เชื่อมอยู่ในหม้อ (ชิ้นเนื้อ) เรียกชื่อว่า เปสิ และเมื่อผ่านไป ๒๑ วัน ก้อนเนื้อนั้น จะมีลักษณะแข็งเป็นก้อนเหมือนไข่ไก่ เรียกว่า ฆนะ เรื่องย่อ ไตรภูมิพระร่วง ในดินเเดนมนุสสภูมิ
และเมื่อผ่านไป ๒๘ วันฆนะก็จะค่อย ๆ โตขึ้นมีตุ่มออกได้ ๕ แห่งเหมือนหูด เรียกว่า เบญจสาขาหูด ได้แก่ เเขน ๒ อัน เป็นขา ๒ อัน และเป็น หัว ๑ อัน และเมื่อผ่านไป ๓๕ จะเริ่มมีฝ่มี ฝ่ ามือ และเป็นนิ้วมือ เมื่อผ่านไป ๔๒ จะมีขน มีเล็บเท้าเล็บมือ และมีอวัยวะ ครบถ้วน เด็กที่เกิดมาในท้องแม่จะมีรูปร่าง ๑๘๔ ประการ แบบมนุษย์ ดังนี้ ส่วนบน ตั้งแต่หัวถึงคอมี ๘๔ ส่วน ส่วนกลาง ตั้งแต่คอถึงสะดือมี ๕๐ ส่วน ส่วนล่าง ตั้งแต่สะดือถึงฝ่าเท้ามี ๕๐ ส่วน เรื่องย่อ ไตรภูมิพระร่วง ในดินเเดนมนุสสภูมิ (1)
ทารกที่อยู่ในท้องแม่ ๖ เดือน นั่งยอง ๆ อยู่กลาง ท้องแม่โดยเอาหลังมาต่อหนังท้องแม่ กำ ลังกำ มือทั้ง สองแน่น ไม่ได้หายใจ ไม่ได้เหยียดมือและเท้า ต้องเจ็บปวดเหมือนถูกขังไว้ในไหหรือที่คับแคบ เวลาแม่เดิน นอน หรือลุกขึ้นทารกก็เจ็บปวด ทารกที่อยู่ในท้องแม่ ๖ เดือน นั่งยอง ๆ อยู่กลาง ท้องแม่โดยเอาหลังมาต่อหนังท้องแม่ กำ ลังกำ มือทั้ง สองแน่น ไม่ได้หายใจ ไม่ได้เหยียดมือและเท้า ต้องเจ็บปวดเหมือนถูกขังไว้ในไหหรือที่คับแคบ เวลาแม่เดิน นอน หรือลุกขึ้นทารกก็เจ็บปวด เมื่อใกล้ถึงเวลาจะคลอด จะเกิด ‘ลมกรรมชวาต’ พัดตัวเด็กให้กลับหัวลงเพื่อให้ ออกจากท้องแม่ได้ง่ายขึ้น เรื่องย่อ ไตรภูมิพระร่วง ในดินเเดนมนุสสภูมิ (2)
หลังคลอดจากท้องเเม่ หลังคลอดจากท้องแม่ ทารกที่ม ที่ าจากนรก มักจะตัวร้อนและมักจะส่งเสียงร้องไห้ เพราะจะคิดถึงความลำ บากที่เคยเจอมา ส่วนทารกที่ม ที่ าจากสวรรค์มั ค์ มักจะตัวเย็น และมักจะส่งเสียงหัวเราะ เพราะจะคิดถึงความสุขในครั้งก่อนที่เจอมา ทารกทั่ว ๆ ไป ไม่ว่าจะอยู่ในท้องแม่หรือคลอดออกมาจะไม่ สามารถจำ สิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมาได้ ทารกเมื่อมีอายุครรภ์ได้ ๖ เดือน แล้วคลอดอาจเสียชีวิต หากอายุครรภ์ได้ ๗ เดือน แล้วคลอดทารกมักจะมีสุขภาพอ่อนแอ เมื่อถึงเวลาจะคลอด จะเกิดลมเกิดแต่กรรม (คนที่เกิดในเวลา ที่มั ที่ มั นดาจะคลอดบุตร) พัดดันตัวทารกให้ขึ้นไปด้านบน และหันหัว ทารกลงมาด้านล่าง เตรียมที่จะคลอด ถ้าคลอดออกมาไม่พ้นจากตัว แม่ทารกผู้นั้น จะรู้สึกเจ็บปวดเหมือนกับช้างที่ถูกชักถูกเข็นออกจาก รูไขกุญแจโบราณ มันดา ความหมาย มารดา เรื่องย่อ ไตรภูมิพระร่วง ในดินเเดนมนุสสภูมิ (3)
ส่วนผู้ที่เป็นปัจเจกโพธิเจ้า (พระพุทธเจ้าพี่ตรัสรู้แล้ว) พระอรหันต์ และพระ อัครสาวกเมื่อมาเกิดในท้องแม่ยังคงจำ เรื่องเดิมได้ ต่อเมื่อออกจากท้องแม่จึงจะลืมเหมือนคนทั่วไป ไตรภูมิแบ่งบุตร ได้เป็น ๓ ลักษณะ คือ ๑. อภิชาตบุตร เป็นคนฉลาดเฉลียว มีรูปงามหรือมั่งมียศยิ่งกว่าพ่อ แม่ (บุตรที่ประเสริฐฟบิดามารดา) ๒. อนุชาตบุตร มีเพียงพ่อแม่ (บุตรที่เสมอกันกับบิดามารดา) ๓. อวชาตบุตร ด้อยกว่าพ่อแม่ (บุตรที่เลวกว่าบิดามารดา) สรุปการเกิดของมนุษย์ ปฏิสนธิ กลละ (ขนาดเศษ ๑ ส่วน ๒๕๖ ของเส้นผม ๗ วัน อัมพุทะ (น้ำ ล้างเนื้อ) ๑๗ วัน เปสิ(ชิ้นเนื้อ) ๒๑ วัน ฆนะ (ก้อนเนื้อ แท่งเนื้อ ขนาดเท่าไข่ไก่) ๒๘ วัน เบญจสาขาหูด (มีหัว แขน๒ ขา ๒ ครบ ๑ เดือน) ๓๕ วัน มีฝ่ามือ นิ้วมือ ลายนิ้วมือ ๔๒ วัน มีขน เล็บมือ เล็บเท้า (เป็นมนุษย์ครบสมบูรณ์) ๕๐ วัน ท่อนล่างสมบูรณ์ ๘๔ วันท่อนบนสมบูรณ์ ๑๘๔ วัน เป็นเด็กสมบูรณ์ นั่งกลางท้องแม่ ( ๖ เดือน)
๑. เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าคนไทยรู้จักแต่งวรรณคดี ตั้งแต่สมัยสุโขทัย ๒. เรียบเรียงเป็นร้อยแก้วมีสัมผัสคล้องจอง เช่น อยู่เย็นเป็นสุข สำ ราญบานใจ ๓. ใช้คำ ที่เป็นจังหวะน่าฟัง เช่น เย็นเนื้อเย็นใจ บ่มีทนแดดทนฝน ๔. ทำ ให้คนรุ่นหลังได้รับความรู้ทางวรรณคดีอันเป็นความคิดของ คนโบราณ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานของวรรณคดีไทย เช่น พระอินทร์ ช้างเอราวัณ เขาพระสุเมรุ นรก สวรรค์ เป็นต้น ๕. มีการใช้โวหารภาพพจน์ โดยเฉพาะอุปมาโวหาร เช่น - เลือดแลน้ำ เหลืองย้อยลงเต็มตนยะหยดทุกเมื่อแล ดุจดั่งลิงเมื่อฝนตก แลนั่งกำ มือเซาเจ่าอยู่ในโพรงไม้นั้นแล คุณค่าของเรื่อง ไตรภูมิพระร่วง ตอนมนุสสภูมิ คุณค่าด้านภูมิศาสตร์ เป็นความรู้ทางภูมิศาสตร์ของคนโบราณโดยเชื่อว่าโลก มีอยู่่ ๔ ทวีป ได้แก่ ๑. ชมพูทวีป ๒. บุรพวิเทหทวีป ๓. อุตรกุรุทวีป ๔. อมรโคยานทวีป โดยมีเขาพระสุเมรุเป็นศูนย์กลาง คุณค่าด้านศิลปกรรม จิตรกรนิยมนำ เรื่องราวและความคิดในไตรภูมิพระร่วงไปเขียนภาพสีไว้ในโบสถ์ วิหาร โดยจะเขียนภาพนรกไว้ที่ผนังด้านล่างหรือหลังองค์พระประธาน และเขียนภาพสวรรค์ไว้ที่ เบื้องบนรอบโบสถ์วิหาร
คุณค่าของเรื่อง ไตรภูมิพระร่วง ตอนมนุสสภูมิ คุณค่าด้านสังคมและวัฒนธรรม ไตรภูมิพระร่วงสอนให้คนทำ บุญละบาป ให้เกิดความเชื่อในนรกและสวรรค์ เช่น การทำ บุญรักษาศีล เจริญสมาธิภาวนาจะได้ขึ้นสวรรค์ การทำ บาปตกนรกแนวความคิดนี้มีอิทธิพลเหนือจิตใจ ของคนไทยมาช้านานเป็นเสมือนแนวการสอนศีลธรรมของสังคม ให้คนปฏิบัติชอบซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการอยู่ร่วมกันในสังคม คุณค่าด้านประเพณีและวัฒนธรรม แสดงให้เห็นความเชื่อที่ตกทอดมาสู่ประเพณีและวัฒนธรรมในปัจจุบัน เช่น การจัดดอกไม้ธูปเทียนให้คนตายก่อนปิดฝาโลงเพื่อให้ผู้ ห้ ผู้ตายนำ ดอกไม้นั้นไปสักการะ พระจุฬามณีเจดีย์บนสวรรค์ การเผาศพในเมรุเปรียบเสมือนการเดินทางขึ้นเขาพระสุเมรุ ไปสู่สวรรค์ ไตรภูมิพระร่วงได้กำ หนดกรอบแห่งการประพฤติปฏิบัติให้คนในสังคมทั้งฝ่าย ผู้ปกครองและผู้ถูกปกครองได้ประพฤติปฏิบัติให้เกิดความสงบสุข โดยเน้นว่า..... ผู้ปกครองที่มีคุณธรรมและผู้ใต้การปกครองต้องยึดมั่นในผลของกรรม พระจุฬามณีเจดีย์บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
คำ ศัพท์ยากประจำ หน่วย กลละ = รูปแรกเริ่มที่ปฏิสนธิในครรภ์มารดาในช่วงสัปดาห์แรก อัมพุทะ = น้ำ ล้างเนื้อ,รูปของการก่อกำ เนิดมนุษย์ในช่วงสัปดาห์ที่ ๒ ของการตั้งครรภ์ เปสิ = ชิ้นเนื้อ (ในครรภ์มารดา) ฆนะ = ก้อน,แท่ง เบญจาสาขาหูด = ปุ่มที่เป็น ๕ กิ่ง ในที่นี้หมายถึงก้อนเนื้อที่มีปุ่มเกิด ๕ ปุ่ม คือ หัว ๑ ปุ่ม แขน ๒ ปุ่ม ขา ๒ ปุ่ม เอือน = พยาธิในท้องชนิดหนึ่ง (ภาษาถิ่นใต้) ตืด = พยาธิ เร่ว = ป่าช้า คนกันอยู่ในท้องแม่ = ปะปน,ระคนกัน เริม = ไชชอน ดุน (ภาษาถิ่นอีสาน ออ,คั่งกันอยู่) จะงอยไส้ดือ = ปลายสายสะดือ เซา = เหงาหงอย ห่อน = เคย อยู่ธรห้อย = โครงเครงไปมาทรงตัวไม่ได้ กระหนกระหาย = ทุรนทุรายกระสับกระส่าย โสด = อีกส่วนหนึ่ง ประตูลักษ = คือ ช่องดาลซึ่งเป็นรูสำ หรับสอดลูกดาลเข้าไปเขี่ยดาล (กลอน) ที่ขัดบานประตูช่องดาลเทียบได้กับรูกุญแจ หีบ = หนีบ เหง = ทับ พระปัจเจกโพธิเจ้า = พระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้แล้วมิได้สั่งสอนเวไนยสัตว์ พระอรหันตาขีณาสพ = พระอรหันต์ผู้หมดกิเลสแล้ว ลมกรรมชวาต = ลมเกิดแต่กรรม คือ ลมที่เกิดในเวลาที่มารดาจะคลอดบุตร แอ่นยัน = คดเพราะตัวถูกกดดันด้วยลมกรรมชวาต