49 ตารางที่ 6(ต่อ) ประเด็นความพึงพอใจ S.D. ระดับความ พึงพอใจ ลำดับ 16. วิธีการวัด และเครื่องมือวัดสอดคล้องกับ พฤติกรรมผู้เรียน 4.79 0.40 มากที่สุด 5 17. วิธีการวัดและเครื่องมือวัดมีความสอดคล้องกับ ธรรมชาติของวิชา 4.13 0.40 มาก 15 18. วิธีการวัดและเครื่องมือวัดสอดคล้องกับขั้นตอน และกระบวนการเรียนรู้ในกิจกรรม 4.79 0.46 มากที่สุด 5 19. เกณฑ์การประเมินผลมีความสอดคล้องกับ ระดับความสามารถของผู้เรียน 4.15 0.36 มาก 11 20. มีความชัดเจนในการให้คะแนนแต่ละครั้ง 4.82 0.38 มากที่สุด 4 ค่าเฉลี่ยรวม 4.35 0.42 มาก - จากตารางที่ 6 พบว่า ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการเรียนชุด กิจกรรมการเรียนรู้วิชา คณิตศาสตร์ เรื่องแคลคูลัสเบื้องต้น โดยใช้วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ โดย ภาพรวม มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายรายข้อมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด 7 ข้อ ระดับมาก 11 ข้อ และปานกลาง 1 ข้อ
บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การวิจัย เรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องแคลคูลัสเบื้องต้น ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยวิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ ซึ่งผู้วิจัยได้สรุปผลการวิจัย อภิปราย ผล และข้อเสนอแนะตามลำดับ ดังนี้ 1. จุดประสงค์ของการวิจัย 2. สมมติฐานของการวิจัย 3. วิธีดำเนินการวิจัย 4. สรุปผลการวิจัย 5. อภิปรายผล 6. ข้อเสนอแนะ จุดประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้แคลคูลัส เบื้องต้น โดยใช้วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรมการ เรียนรู้คณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้แคลคูลัสเบื้องต้น โดยใช้วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมคณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ แคลคูลัสเบื้องต้น โดยใช้วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ สมมติฐานในการวิจัย 1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้แคลคูลัสเบื้องต้น โดยใช้วิธีการสอน แบบสืบเสาะหาความรู้ ที่พัฒนามีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ หน่วยการ เรียนรู้แคลคูลัสเบื้องต้น โดยใช้วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน 3.3 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ แคลคูลัสเบื้องต้น โดยใช้วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ อยู่ในระดับมาก วิธีดำเนินการวิจัย 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั้ง 4 ห้องเรียน โรงเรียนสารสาสน์วิเทศคลองหลวง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 130 คน กลุ่มตัวอย่างในครั้งนี้ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศ คลองหลวง จำนวน 39 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบเจาะจง
51 2. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ เป็นเครื่องมือที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น มี 4 ชนิด ประกอบด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์เรื่อง แคลคูลัสเบื้องต้น จำนวน 1 ชุด แผนการ จัดการเรียนรู้จำนวน 5 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หรือแบบทดสอบก่อนเรียน/ หลังเรียนซึ่งเป็นแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด จำนวน 20 ข้อ 3. การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experiment Research) ผู้วิจัยได้ดำเนินเก็บ รวบรวมข้อมูลกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศคลองหลวง ใช้รูปแบบการ ทดลองแบบ One Group Prestest Posttes Design โดยดำเนินการทดลองตามลำดับขั้นตอน คือ ทำการปฐมนิเทศชี้แจงเกี่ยวกับขั้นตอนการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้และทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนก่อนเรียนจำนวน 30 ข้อ และเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อคำนวณหาค่าทางสถิติ เสร็จแล้วผู้วิจัย ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยตนเองตามแผนการจัดการเรียนรู้ และใช้ชุดกิจกรรมการ เรียนรู้ประกอบการสอนที่สร้างไว้ ในระหว่างเรียนได้เก็บคะแนนการทำกิจกรรมและการทำ แบบทดสอบระหว่างเรียน การทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยการให้ทำแบบทดสอบ หลังเรียนเพื่อวัดความก้าวหน้าของนักเรียน สุดท้ายให้นักเรียนทำแบบสอบถามความพึงพอใจของ นักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 4. การวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชา คณิตศาสตร์ เรื่องแคลคูลัสเบื้องต้น ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตามขั้นตอน ดังนี้ 1) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการพัฒนาชุดกิจกรรมการ เรียนรู้การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์หน่วยการเรียนรู้แคลคูลัสเบื้องต้น โดยวิธีสอน แบบสืบเสาะหาความรู้ 2) ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ก่อนและหลังการใช้ ชุดกิจกรรมการการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้แคลคูลัสเบื้องต้น โดย วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 3) ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย การ พัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้แคลคูลัสเบื้องต้น โดยวิธีสอนแบบสืบ เสาะหาความรู้
52 สรุปผลการวิจัย การวิจัย เรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องแคลคูลัสเบื้องต้น ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยวิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ สรุปผลการวิจัยได้ดังนี้ 1. ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องแคลคูลัสเบื้องต้นของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 82.15/80.51 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 2. นักเรียนที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องแคลคูลัสเบื้องต้นของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการเรียนชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชา คณิตศาสตร์ เรื่องแคลคูลัสเบื้องต้น โดยใช้วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ โดยภาพรวม มีค่าเฉลี่ยอยู่ ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายรายข้อมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด 7 ข้อ ระดับมาก 11 ข้อ และปานกลาง 1 ข้อ อภิปรายผล จากผลการวิจัย เรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องแคลคูลัสเบื้องต้น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยวิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ สามารถอภิปรายผลการวิจัยได้ ดังนี้ 1. การหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องแคลคูลัสเบื้องต้น ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยวิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.15/80.51 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ 80/80 ทั้งนี้เป็นเพราะผู้วิจัยได้สร้างชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชา คณิตศาสตร์ เรื่องแคลคูลัสเบื้องต้น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และพัฒนาอย่างเป็นระบบ ตามหลักวิชาการ มีวิธีการที่เหมาะสม โดยเริ่มจากการศึกษาเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างชุด กิจกรรมการเรียนรู้ เทคนิควิธีการ เนื้อหา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องการสร้างชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสร้างผ่านการตรวจสอบแก้ไขข้อบกพร่องจากผู้เชี่ยวชาญ ผ่านการ ตรวจสอบคุณภาพ 3 ครั้ง และปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ก่อนนำไปใช้สอนจริง และชุดกิจกรรมการ เรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น เป็นนวัตกรรมที่มีความเหมาะสมสอดคล้องกับวัย ระดับสติปัญญา และ ความสามารถของนักเรียนและตอบสนองต่อกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญได้เป็น อย่างดี นักเรียนได้ฝึกการทำงานเป็นกลุ่มให้นักเรียนที่มีความสามารถในการเรียนในการเรียนรู้ที่ แตกต่างกันได้ทำงานร่วมกัน ได้พัฒนาความคิดอย่างอิสระ รู้จักแนวทางการแสวงหาความรู้ด้วย ตนเอง สอดคล้องกับแนวคิดของ แนวคิดของบรูเนอร์ (Brunner, 1963, pp. 1-54 อ้างถึงใน ทิศนา แขมณี, 2555) ที่กล่าวว่า มนุษย์เลือกที่จะรับรู้ในสิ่งที่ตนเองสนใจและการเรียนรู้เกิดจากกระบวนการ ค้นพบด้วยตัวเอง (Discovery learning) ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป เป็นขั้นตอนที่ผู้เรียนได้นา เสนอองค์ความรู้ที่ตนเข้าใจหน้าชั้นเรียนหรือมีการแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนแล้วนา มาอภิปราย ร่วมกับครูผู้สอนเพื่อช่วยกันสรุปองค์ความรู้ที่ถูกต้อง และหากมีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นครูผู้สอนจะ ช่วยปรับข้อมูลและสร้างความรู้ใหม่ได้ ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้ ในขั้นนี้จะเป็นการเชื่อมโยงความรู้เดิม ที่มีอยู่กับสถานการณ์ใหม่ที่ครูสร้างขึ้น โดยใช้คำถามหรือโจทย์ปัญหาในแบบฝึกหัด มาช่วยเพิ่ม
53 ความรู้ให้นักเรียนรวมถึงช่วยฝึกให้นักเรียนแยกแยะและวิเคราะห์องค์ประกอบรวมถึงเชื่อมโยง ความสัมพันธ์เนื้อหาที่เรียนกับสิ่งรอบตัว หรือเชื่อมโยงเข้ากับตัวอย่างสถานการณ์หรือปัญหาทั้งเก่า และใหม่ได้ดีขึ้น อีกทั้งยังทำให้นักเรียนมีความรู้ที่กว้างขวางและลึกซึ้งด้วย และขั้นที่ 5 ขั้นประเมินผล เป็นการตรวจสอบความรู้ของนักเรียนโดยผ่านการทำแบบฝึกหัดท้ายบทในแต่ละหัวข้อนั้น ๆ และให้ ผู้เรียนทำการแบบบันทึกการเรียนรู้เพื่อให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการเรียนการ สอนในแต่ละครั้งว่านักเรียนมีความคิดเห็นอย่างไรต่อเรื่องที่เรียน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบมโนทัศน์ ต่อเรื่องที่เรียน ปัญหาที่พบและแนวทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งข้อเสนอแนะดังกล่าวครูผู้สอนจะนำ ไป ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนและใช้ในครั้งถัดไปมนุษย์เลือกที่จะรับรู้ในสิ่งที่ตนเองสนใจและการ เรียนรู้เกิดจากกระบวนการค้นพบด้วยตัวเอง 2. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง แคลคูลัสเบื้องต้น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยวิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ มีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ชุด กิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพในการนำไปใช้พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียน โดยสามารถกระตุ้นให้นักเรียนแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง และสนใจในการเรียนมากขึ้น ทั้งนี้ เนื่องมากจากผู้วิจัยได้สร้างชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ได้แนวคิด หลักการ ทฤษฎี เอกสารหลักสูตร และ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง มีการเลือกประเภทของชุดกิจกรรมที่มีความเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน กำหนด ขอบข่ายเนื้อหาสาระได้ชัดเจนเข้าใจง่าย กำหนดองค์ประกอบของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ชัดเจน เช่น คู่มือการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ คำชี้แจงในการใช้ กำหนดกิจกรรมโดยเรียงจากเนื้อหาที่ง่ายไป ยาก มีรูปภาพประกอบเพื่อเร้าความสนใจในการเรียนรู้ของนักเรียน นักเรียนสามารถนำชุดกิจกรรม การเรียนรู้ไปศึกษาเพิ่มเติมที่บ้าน หรือนอกเวลาเรียนก็ได้ซึ่งส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ พักตร์ผกา ศรีสว่าง (2558: บทคัดย่อ) ได้ศึกษาผลการใช้ กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ 5E วิชาคณิตศาสตร์เรื่อง เซต สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ครูผู้สอนต้องจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่จะทำให้ผลการเรียนดีขึ้นแบบสืบเสาะหาความรู 5E เป็น เทคนิควิธีการสอนหนึ่งที่นำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้การศึกษาค้นคว้าอิสระครั้งนี้มีความมุ่ง หมายเพื่อพัฒนาแผนการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องเซต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดย ใช้การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผล ทางการเรียนรู้ และเพื่อศึกษาความคงทนในการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าจำนวน 2 ชนิด ได้แก่ แผนการจัดการ เรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องเซตและแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่ม สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องเซต 3. ระดับความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศคลองหลวง ที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องแคลคูลัสเบื้องต้น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยวิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ โดยภาพรวมนักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก เมื่อ พิจารณาเป็นรายข้ออยู่ในระดับมากที่สุด จำนวน 8 ข้อ ทั้งนี้เพราะผู้วิจัยมีการวิเคราะห์เนื้อหา และ จัดแบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนย่อยๆ เรียงจากเนื้อหาง่ายไปหายาก มีความต่อเนื่องตามลำดับขั้นตอน รูปภาพที่สวยงามช่วยให้ผู้เรียนมีความสนใจมากขึ้น เนื้อหาสาระในชุดกิจกรรมการเรียนรู้นั้นมี เกร็ดความรู้ สรุปความรู้เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจเนื้อหาแต่ละตอนเป็นอย่างดี กิจกรรม
54 การเรียนรู้แต่ละกิจกรรมเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง ตรวจสอบความรู้ด้วยตนเอง สอดคล้องกับ Maslow ที่กล่าวว่าการช่วยให้ผู้เรียนได้รับการตอบสนองความต้องการพื้นฐานของตน อย่างเพียงพอ การให้อิสรภาพและเสรีภาพแก่ผู้เรียนในการเรียนรู้ การจัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการ เรียนรู้จะช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดประสบการณ์ในการรู้จักตนเองตามสภาพความเป็นจริง นอกจากนี้ กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ยังมีสื่อการเรียนการสอน ที่เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน ฝึกให้ ผู้เรียนได้เรียนรู้เนื้อหาจากสิ่งที่เป็นรูปธรรมไปหานามธรรม จากเนื้อหาง่ายไปหายาก ซึ่งมีผู้สอนเป็นผู้ กำกับดูแล อธิบายเพื่อย้ำความเข้าใจและร่วมกับนักเรียนสรุปเพื่อให้นักเรียนเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น จึงทำ ให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างมีความสุข ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีของออซูเบล ที่เสนอไว้ว่า การเรียนรู้อย่างมีความหมายจะเกิดขึ้นได้หากการเรียนรู้นั้นสามารถเชื่อมโยงกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาก่อน มีสื่อ อุปกรณ์ที่เหมาะสม มีแนวทางการเรียนรู้ (Providing Learning Guidance)ให้ผู้เรียนปฏิบัติ กิจกรรมด้วยตนเอง ครูเป็นผู้แนะนา วิธีการทา กิจกรรม และแนะนา แหล่งค้นคว้าดังนั้น การเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นวิธีการสอนหนึ่งที่มีความเหมาะสมที่จะใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียน การสอน ทำให้นักเรียนสามารถพัฒนาความสามารถทางสติปัญญา รู้จักค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง ข้อเสนอแนะ จากการวิจัยการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องแคลคูลัสเบื้องต้น ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยวิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะดังนี้ ข้อเสนอแนะในการนำผลการศึกษาไปใช้ 1. นำผลการวิจัยไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 2. นำผลวิจัยไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียน ในระดับชั้นต่างๆ ให้สูงขึ้น ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป 1. ควรศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบ เสาะหาความรู้ วิชาคณิตศาสตร์ในเนื้อหาอื่น ๆ ที่เห็นว่าเหมาะสมและเกิดประโยชน์ต่อการเรียนการ สอนมากขึ้น 2. ควรศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบ เสาะหาความรู้กับกลุ่มสาระอื่นและระดับชั้นอื่น