0
รายงานการศึกษา
รายวิชาการฝกึ ปฏบิ ัติวิชาชีพระหว่างเรียน 3 (ED16301)
(การใชง้ านวิจัยเป็นตวั ช่วยในการจดั การเรียนการสอน)
นางสาวณฐั วดี ลียะวงศ์ รหสั นักศกึ ษา 63040145201
นายภมู ินทร์ แกว้ เกิดมี รหัสนกั ศึกษา 63040145202
นางสาวหนึง่ ฤดี เกลย้ี งกล่ิน รหัสนกั ศึกษา 63040145203
นางสาวอริศรา วัยศรีแสง รหสั นกั ศกึ ษา 63040145206
นางสาวประคองลกั ษณ์ เหลาเกตุ รหสั นักศกึ ษา 63040145208
นางสาวฐานะมาศ บญุ ไชย รหสั นักศกึ ษา 63040145213
สาขาวิชาคอมพิวเตอรศ์ ึกษา
คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏอุดรธานี
(2565)
ก
กิตติกรรมประกาศ
ฉบับน้ีสำเร็จลลุ ว่ งได้อย่างสมบรู ณด์ ว้ ยความกรุณาและความชว่ ยเหลืออยา่ งดีจากผูช้ ่วยศาสตราจารย์
ดร. คณิศร จี้กระโทก และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ปณวรรต คงธนกุลบวร ที่ได้สละเวลาอันมีค่าแก่คณะผู้วิจัย
เพื่อให้คำปรึกษาและแนะนำตลอดจนตรวจทาน แก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ด้วยความเอาใจใส่เป็นอย่างยิ่ง จน
งานวจิ ัยฉบับน้สี ำเรจ็ สมบรู ณล์ ุลว่ งไดด้ ว้ ยดี คณะผวู้ จิ ยั จงึ กราบขอบพระคุณเป็นอยา่ งสงู ณ โอกาสน้ี
ขอขอบพระคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. คณิศร จี้กระโทก และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ปณวรรต คงธน
กลุ บวร ทกี่ รุณาใหค้ ำแนะนำชว่ ยเหลือ ตรวจแก้ไขและปรบั ปรงุ งานวจิ ัยฉบับน้ี จนเสรจ็ สมบูรณ์
ขอขอบพระคุณนายฉัตรชยั เหลาเกล้ียงดี ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะผู้บรหิ าร คณุ ครู และบุคคลากร
โรงเรียนอุดรธานีพทิ ยาคม ตำบลกดุ สระ อำเภอเมือง จงั หวัดอุดรธานี ทค่ี อยสนับสนนุ และอำนวยความสะดวก
ให้กบั ผศู้ กึ ษา ท่ใี ห้ความร่วมมอื เปน็ อย่างยิ่งในการตอบแบบสอบถามและเก็บรวบรวมข้อมลู ในการทำวจิ ัย
เหนือสิ่งอื่นใดผู้ศึกษาขอกราบขอบพระคุณบิดา มารดา เป็นอย่างสูง ที่เป็นผู้ให้ชีวิต ให้กำลังใจ
สนับสนุนทุนทรัพย์ ตลอดจนสมาชิกในครอบครัวทุกคนที่ได้ช่วยให้กำลังใจกับผู้ศึกษาเสมอมา คุณและ
ประโยชน์ใดๆ ที่อาจเกิดจากรายงานฉบับนี้ ผู้ศึกษาขออุทิศเพื่อบูชาแด่บิดา มารดา และผู้มีพระคุณสูงสุด ครู
อาจารย์ท่ใี ห้ปัญญาและผมู้ พี ระคณุ ทกุ ท่าน
คณะผู้จัดทำ
ข
คำนำ
วิชาการฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหวา่ งเรียน 3 เปน็ วิชาท่เี กี่ยวกับการประพฤตติ นเป็นแบบอย่าง
ที่ดีมี คุณธรรมและจริยธรรมตามจรรยาบรรณวิชาชีพปฏิบัติงานผู้ช่วยครูร่วมกับครูพี่เลี้ยงใน
สถานศึกษาระดับ มัธยมศึกษา โดยการวางแผนออกแบบเนื้อหาสาระและกิจกรรมการจัดการ
เรียนรู้ สื่อและเทคโนโลยี การวัดและประเมินผลตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ในรายวิชาเฉพาะด้าน
บูรณาการองค์ความรู้ทางการบริหารการศึกษา ออกแบบนวัตกรรม การดำเนินการเกี่ยวกับการ
ประกันคุณภาพการศึกษาที่สอดคล้องกับสถานศึกษาระดับ มัธยมศึกษาบริหารจัดการเรียนรู้ที่มี
คุณภาพและสร้างบรรยากาศการเรยี นรู้ใหผ้ ู้เรียนมีความสุขในการเรียน รว่ มมอื กับครูพ่ีเล้ยี งในการ
พัฒนา ดูแล ช่วยเหลือผู้เรียน ให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์วิเคราะห์และนำเสนอ แนวทางใน
การพัฒนาตนเองให้มีความเป็นครูมืออาชีพที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง ทั้งทางด้านศาสตร์
วิชาชีพครูและศาสตร์สาขาวิชาเอก พัฒนาโครงการพัฒนาผู้เรียนและนำผลจากการเรียนรู้ ใน
สถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา ไปประเมินสะท้อนกลับเป็นรายบคุ คลและร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน
รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาตนเองให้มีความรอบรู้ ทันสมัยและทันตอ่
การเปลีย่ นแปลง
เวลาที่ออกสังเกต วันที่ 15-26 เดือนสิงหาคม 2565 ได้พบปัญหาจากการสังเกต และได้
นำบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนโดยใช้แบบทดสอบมาใช้พัฒนาการเรียนการสอน โดยมีการนำ
ตัวอย่างงานวิจัยเกี่ยวกับบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนโดยใช้แบบทดสอบในการจัดการเรียนรู้
เพื่อแกป้ ญั หาการเรียนการสอนและเพื่อเพิ่มผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนของนักเรียน ผู้วิจัยหวังว่าการ
วจิ ัยครง้ั น้ี มปี ระโยชนส์ ำหรับผอู้ ่านทุกๆท่าน หากมีข้อผดิ พลาดผู้วจิ ัยยินดีรับฟังขอ้ เสนอแนะ เพ่ือ
พัฒนาและปรบั ปรงุ การวจิ ัยในโอกาสตอ่ ไป
คณะผู้จัดทำ
ค
สารบัญ
กติ ติกรรมประกาศ ..................................................................................................................... หน้า
ก
คำนำ ..................................................................................................................... ข
ค
สารบญั ..................................................................................................................... ง
จ
สารบญั ภาพ .....................................................................................................................
1
สารบญั ตาราง ..................................................................................................................... 1
2
รายละเอียดของ 2
9
รายวชิ า จุดมุง่ หมายของรายวิชา 9
10
วตั ถปุ ระสงคใ์ นการพัฒนา/ปรับปรงุ รายวิชา 11
11
ลกั ษณะและการดำเนินการ
14
การพัฒนาผลการเรยี นรู้ของนักศกึ ษา
17
ส่วนที่ 1 การศกึ ษางานวจิ ัย..................................................................................
19
ขน้ั ที่ 1 การกำหนดคำสำคญั และหวั ข้อ.......................................................
22
ขัน้ ท่ี 2 การสบื ค้นและคัดเลือกงานวจิ ยั .......................................................
30
ขั้นท่ี 3 การบันทกึ สาระงานวิจยั ..................................................................
33
บันทึกสาระงานวิจัยงานวิจัย เรื่อง การพัฒนาสื่อการสอน สําหรับการ 40
เรยี นการสอน รายวิชา 5672501 การวิเคราะหแ์ ละออกแบบเชิงวตั ถุ
บันทึกสาระงานวิจัยงานวิจัย เรื่อง การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย
สอน เร่อื ง ภาษาซเี บ้ืองตน้ สําหรบั นักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปี ท่ี 4 โรงเรียน
สงวนหญิง
บันทึกสาระงานวิจัยงานวิจัย เรื่อง การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย
สอน เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและ
เทคโนโลยี สำหรบั นกั เรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปีที่2
บันทึกสาระงานวิจัยงานวิจัย เรื่อง การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์
มัลติมเี ดยี เร่ืองการเขยี นแบบเบอื้ งตน้ สำหรบั นักเรียนช่วงชน้ั ท่ี 4
บันทึกสาระงานวิจัยงานวิจัย เรื่อง การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์
มัลติมีเดีย เรื่อง กราฟิกพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและ
เทคโนโลยี สำหรบั นกั เรียนช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 3
บันทึกสาระงานวิจัยงานวิจัย เรื่อง การพัฒนาสื่อการสอนอิเล็กทรอนิค
ผา่ นนเครอื อขา่ ยอินเทอรเ์ น็ตรายวิชาฟุตบอลเพ่ือสขุ ภาพ
ส่วนที่ 2 การสังเคราะห์ผลการวิจัยเพื่อพฒั นาเปน็ ตวั ชว่ ยงานสอน............................
สว่ นท่ี 3 การพัฒนาองค์ความรู้/นวตั กรรมทางการศกึ ษา/สื่อ/กจิ กรรม/ชุดการสอน
ง
สว่ นท่ี 4 การรายงานผลการใชง้ านวจิ ยั เป็นตัวช่วยงานสอน....................................... 41
รายการอ้างอิง ..................................................................................................................... 42
สารบัญภาพ จ
ภาพที่ 1-2 สรา้ งสอื่ การเรียนรู้............................................................................................... หน้า
ภาพที่ 3-6 สร้างแบบทดสอบ................................................................................................ 45
ภาพที่ 7-11 ประเมินผลการทดสอบ....................................................................................... 46
ภาพที่ 12-16 แบบสอบถามความพึงพอใจ……………….............................................................. 48
ภาพท่ี 17-19 กิจกรรมหน้าเสาธง.............................................................................................. 50
ภาพที่ 20 สำรวจบริบทโรงเรยี น.......................................................................................... 53
ภาพท่ี 21-28 ทดลองสอนนักเรียน............................................................................................ 54
ภาพที่ 29-31 กจิ กรรมในห้องเรียน............................................................................................ 55
ภาพที่ 32-37 เรยี นรแู้ ละช่วยงานโรงเรยี น................................................................................. 59
ภาพที่ 38 เขา้ พบผู้อำนวยการและคณะครู.......................................................................... 60
63
สารบัญตาราง ฉ
หน้า
............................................................................................................................. .
ตารางท่ี ............................................................................................................................. .
ตารางที่ ............................................................................................................................. .
ตารางที่ ...................................................................................................................... ........
ตารางที่ ............................................................................................................................. .
ตารางที่
1
รายละเอียดของรายวิชา
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏอดุ รธานี คณะครศุ าสตร์
รหัสและช่อื รายวชิ า ED16301 การฝึกปฏบิ ัตวิ ิชาชีพระหว่างเรียน 3
จุดมุ่งหมายของรายวิชา การเรยี นการสอนรายวิชานมี้ จี ดุ มุ่งหมาย เพ่ือใหน้ กั ศกึ ษา
(1) วางแผนออกแบบเนื้อหาสาระและกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ สื่อและเทคโนโลยี การวัดและ
ประเมนิ ผลตามกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ในรายวชิ าเฉพาะดา้ น
(2) บูรณาการองค์ความรู้ทางการบรหิ ารการศึกษา ออกแบบนวัตกรรม การดำเนินการเกี่ยวกับการ
ประกนั คณุ ภาพการศกึ ษาทส่ี อดคล้องกบั สถานศึกษา
(3) สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีความสุขในการเรียน ร่วมมือกับครูพี่เลี้ยงในการพัฒนา
ดแู ล ช่วยเหลอื ผเู้ รียน ให้มคี ุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
(4) วิเคราะห์และนำเสนอแนวทางในการพัฒนาตนเองให้มีความเป็นครูมืออาชีพที่เท่าทันต่อการ
เปล่ยี นแปลงท้งั ทางด้านศาสตร์วชิ าชพี ครูและศาสตร์สาขาวิชาเอก
(5) พัฒนาโครงการพัฒนาผู้เรียนและนำผลจากการเรียนรู้ในสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาไป
ประเมินสะท้อนกลับเป็นรายบุคคล
(6) รว่ มแลกเปล่ียนเรียนรู้ในรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ เพ่ือนำไปใชใ้ นการพัฒนาตนเองให้มีความ
รอบรู้ ทันสมยั และทนั ตอ่ การเปลย่ี นแปลง
วตั ถปุ ระสงค์ในการพัฒนา/ปรับปรุงรายวชิ า
เพื่อให้นักศึกษาปฏิบัติงานเป็นผู้ช่วยสอนตามที่ครูพี่เลี้ยงมอบหมาย ช่วยพัฒนาหลักสูตรการจัดการ
เรยี นรู้ สอื่ การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ วางแผนและจดั การเรียนรู้ทส่ี ามารถพฒั นาผเู้ รียนให้มีปัญญารู้คิด
วิจัยเพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาคุณภาพผู้เรียน จัดกิจกรรมและสรา้ งบรรยายกาศการเรียนรูใ้ ห้ผู้เรียนมีความสขุ
ในการเรียนโดยตระหนักถึงสุขภาวะของผู้เรยี น ปฏิบัติงาน่วมกับผูเ้ รียนอย่างสร้างสรรค์ ร่วมมือกับผู้ปกครอง
ในการพัฒนาและแก้ปัญหาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี มีคุณธรรม
จริยธรรมตามจรรยาบรรณวิชาชีพด้วยจิตวญิ ญาณความเป็นครู เอาใจใส่ ยอมรับความแตกต่างของผู้เรียนแต่
ละบุคคล สร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาผู้เรยี นใหเ้ ป็นผู้ใฝ่รู้ และสร้างนวัตกรรม พัฒนาตนเองให้มีความรอบรู้
ทันสมัยและทันต่อการเปลี่ยนแปลง และนำผลจากการศึกษาไปประเมินสะท้อนกลับ (AAR) เป็นรายบุคคล
และพฒั นาตนเอง
นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจกระบวนการวิจัยในชั้นเรียน นำไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตร และ
กระบวนการเรยี นรู้ทสี่ อดคลอ้ งกับสภาพปญั หาในชน้ั เรยี น บูรณาการกับบรบิ ทของชุมชน รบั ผิดชอบตอ่ ผู้เรียน
และสังคม การประสาน ความร่วมมือกับผู้ปกครอง ชุมชนและหรือสถานประกอบการเพื่อร่วมกันพัฒนา
ผเู้ รยี น ดำเนินการจัดกจิ กรรมประกันคณุ ภาพการศึกษาภายใน โดยใช้กระบวนการ PLC
2
ลักษณะและการดำเนินการ
ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีมีคุณธรรมและจริยธรรมตามจรรยาบรรณวิชาชีพ ปฏิบัติงานผู้ช่วยครู
ร่วมกับครูพี่เลี้ยงในสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา โดยการวางแผนออกแบบเนื้อหาสาระและกิจกรรมการ
จัดการเรียนรู้ สื่อและเทคโนโลยี การวัดและประเมินผลตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ในรายวิชาเฉพาะด้าน บูรณา
การองค์ความรู้ทางการบริหารการศึกษา ออกแบบนวัตกรรม การดำเนินการเกี่ยวกับการประกันคุณภาพ
การศึกษาที่สอดคล้องกับสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา บริหารจัดการเรียนรู้ท่ีมีคุณภาพและสร้างบรรยากาศ
การเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีความสุขในการเรียน ร่วมมือกับครูพี่เล้ียงในการพัฒนา ดูแล ช่วยเหลือผู้เรียน ให้มี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ วิเคราะห์และนำเสนอแนวทางในการพัฒนาตนเองให้มคี วามเป็นครูมอื อาชีพที่เทา่
ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านศาสตร์วิชาชีพครูและศาสตร์สาขาวิชาเอก พัฒนาโครงการพัฒนาผู้เรียน
และนำผลจากการเรียนรู้ในสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาไปประเมินสะท้อนกลับเป็นรายบุคคลและร่วม
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาตนเองให้มีความรอบรู้ ทันสมัย
และทนั ต่อการเปล่ยี นแปลง
การพัฒนาผลการเรยี นรขู้ องนักศกึ ษา
1. คุณธรรม จรยิ ธรรม
1.1 ผลการเรียนรูด้ า้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม
1.1.1 รัก ศรัทธาและภูมิใจในวิชาชีพครู มีจิตวิญญาณและอุดมการณ์ความเป็นครู และปฏิบัติตน
ตามจรรยาบรรณวิชาชพี ครู
1.1.2 มีจิตอาสา จิตสาธารณะ อดทนอดกลั้น มีความเสียสละ รับผิดชอบและซ่ือสัตย์ต่องานทีไ่ ด้รับ
มอบหมาย ท้งั ด้านวชิ าการและวิชาชีพ และสามารถพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ประพฤตติ นเป็นแบบอย่างท่ีดี
แก่ศิษย์ ครอบครวั สังคมและประเทศชาติ และเสรมิ สร้างการพฒั นาทยี่ ่งั ยืน
1.1.3 มีค่านิยมและคุณลักษณะเป็นประชาธิปไตย คือ การเคารพสิทธิ และให้เกียรติคนอื่นมีความ
สามคั คีและทำงานรว่ มกบั ผอู้ ่นื ได้ ใชเ้ หตุผลและปัญญาในการดำเนินชวี ิตและการตดั สินใจ
1.1.4 มีความกล้าหาญและแสดงออกทางคุณธรรมจริยธรรม สามารถวินิจฉัย จัดการและคิด
แก้ปญั หาทางคณุ ธรรมจรยิ ธรรมด้วยความถกู ต้องเหมาะสมกับสังคม การทำงานและสภาพแวดล้อม โดยอาศัย
หลักการ เหตผุ ลและใชด้ ุลยพนิ จิ ทางค่านิยม บรรทดั ฐานทางสังคม ความร้สู ึกของผ้อู ืน่ และประโยชน์ของสังคม
ส่วนรวม มีจิตสำนึกในการธำรงความโปร่งใสของสังคมและประเทศชาติ ต่อต้านการทุจริตคอรัปช่ันและความ
ไม่ถกู ต้อง ไมใ่ ชข้ ้อมลู บดิ เบอื น หรอื การลอกเลียนผลงาน
1.2 กลยทุ ธก์ ารสอนท่ีใช้พฒั นาการเรยี นรดู้ ้านคุณธรรม จริยธรรม
1.2.1 การวิเคราะห์แบบวิภาษวิธี (Dialectics) ในประเด็นวิกฤตด้านคุณธรรมจริยธรรมของสังคม
และวชิ าการ รวมท้ังประเด็นวิกฤตจรรยาบรรณของวิชาชพี ครู
1.2.2 การเรียนร้โู ดยการปฏิสมั พันธเ์ ชงิ ปฏิบตั กิ าร (Interaction Action Learning)
1.2.3 การเรยี นรู้จากกรณีศกึ ษา (Case Study)
3
1.2.4 การเรยี นร้จู ากกระบวนการกระจ่างคา่ นยิ ม Value Clarification
1.2.5 การเรียนรโู้ ดยบรู ณาการการปฏิบตั ิงานในสถานศกึ ษา (Work-Integrated Learning: WIL)
1.2.6 การบรรยายเชงิ ปฏสิ ัมพนั ธ์ (Interactive lecture)
1.2.7 การเรียนร้โู ดยใชฉ้ ากทศั น์เปน็ พนื้ ฐาน (Scenario-based learning)
1.2.8 การเรียนร้โู ดยใช้ปญั หาเปน็ ฐาน (Problem-based learning)
1.2.9 การเรยี นรูโ้ ดยใชว้ ิจัยเป็นฐาน (Research-Based Learning)
1.2.9 การเขา้ รว่ มกจิ กรรมเสริมความเป็นครูเปน็ รายปีตลอดหลักสูตร
1.3 กลยุทธก์ ารประเมินผลการเรียนร้ดู ้านคุณธรรม จริยธรรม
1.3.1 วดั และประเมนิ จากการสังเกตพฤตกิ รรมทำงานตามสภาพจริง (Authentic Approach)
1.3.2 วัดและประเมินจากผลการวิเคราะห์แบบวิภาษวธิ ี
1.3.3 วดั และประเมินจากกล่มุ เพ่อื น
1.3.4 วดั และประเมินจากผลงานกรณีศึกษา
1.3.5 วัดและประเมนิ โดยใชแ้ บบวดั คุณธรรมจรยิ ธรรม
1.3.6 วดั และประเมนิ คา่ นิยมและความเป็นครูจากผลการปฏิบตั กิ ารสอนในสถานศึกษา
1.3.7 วัดและประเมนิ จากผลการเขา้ รว่ มกิจกรรมเสริมความเปน็ ครเู ปน็ รายปีตลอดหลักสตู ร
2. ดา้ นความรู้
2.1 ผลการเรียนรดู้ ้านความรู้
2.1.1 มีความรอบรู้ในหลักการ แนวคิด ทฤษฎี เนื้อหาสาระด้านวิชาชีพของครู อาทิ ค่านิยมของครู
คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ จติ วิญญาณครู ปรัชญาความเป็นครู จิตวทิ ยาสำหรับครู จิตวทิ ยาพัฒนาการ
จิตวิทยาการเรียนรู้เพื่อจัดการเรียนรู้และช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน หลักสูตรและ
วิทยาการการจัดการเรียนรู้ นวัตกรรมและเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สารการศึกษาและการเรียนรู้ การ
วัดประเมินการศึกษาและการเรียนรู้ การวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนและภาษาเพื่อการ
สื่อสารสำหรับครู ทักษะการนิเทศและการสอนงาน ทักษะเทคโนโลยีและดิจิทัล ทักษะการทำงานวิจัยและวดั
ประเมิน ทักษะการร่วมมือสร้างสรรค์ และทักษะศตวรรษที่ 21 อาทิ การบูรณาการการสอน Technological
Pedagogical Content Knowledge: TPCK) การสอนแบบบูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี
กระบวนการทางวิศวกรรมและคณิตศาสตร์ Science Technology Engineering and Mathematics
Education: STEM Education) ชุมชนแห่งการเรียนรู้ Professional Learning Community: PLC และมี
ความรู้ในการประยุกต์ใช้
2.1.2 มีความรอบรู้ในหลักการ แนวคิด ทฤษฎี เนื้อหาวิชาที่สอน สามารถวิเคราะห์ความรู้และ
เนื้อหาวิชาท่ีสอนอย่างลึกซึ้ง สามารถติดตามความก้าวหน้าด้านวิทยาการและนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนา
ผเู้ รยี น โดยมีผลลพั ธ์การเรียนรแู้ ละเน้อื หาสาระดา้ นมาตรฐานผลการเรยี นรดู้ า้ นความร้ขู องแต่ละสาขาวชิ าตาม
เอกสารแนบท้าย
4
21.3. มีความรู้ เข้าใจชีวิต เข้าใจชุมชน เข้าใจโลกและการอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานความแตกต่างทาง
วัฒนธรรม สามารถเผชิญและเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม และสามารถนำแนวคิดปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี งไปประยุกตใ์ ช้ในการดำเนินชวี ิตและพัฒนาตน พฒั นางานและพัฒนาผูเ้ รียน
2.1.4 มีความรู้และความสามารถในการใชภ้ าษาไทยและภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสารตามมาตรฐาน
2.1.5 ตระหนักรู้ เห็นคุณค่าและความสำคัญของศาสตร์พระราชา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและนำมา
ประยกุ ตใ์ ช้ในการพฒั นาตน พฒั นาผเู้ รียน พฒั นางานและพัฒนาชมุ ชน
2.2 กลยุทธ์การสอนทีใ่ ชพ้ ัฒนาการเรียนร้ดู า้ นความรู้
2.2.1 การจัดการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีสรรสร้างนิยม Constructivism โดยให้ผู้เรียนวิเคราะห์และ
สงั เคราะห์องค์ความรู้ด้วยตนเอง
2.2.2 การเรียนรู้โดยใช้การสบื สอบ (Inquiry-Based Learning)
2.2.3 การเรียนรู้แบบรวมพลัง (Collaborative Learning)
2.2.4 การเรยี นร้โู ดยใชโ้ ครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning)
2.2.5 การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning)
2.2.6 การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) โดยบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับการ
เรยี นรู้ด้วยตนเองนอกชน้ั เรียนและเรยี นร่วมกันในช้ันเรียน
2.2.7 การเรียนรู้แบบห้องเรยี นกลับดา้ น (Flipped Classroom)
2.2.8 การเรยี นรู้โดยบรู ณาการการปฏิบัตงิ านในสถานศึกษา (Work-Integrated Learning: WIL)
2.2.9 การเรยี นรู้โดยใช้ฉากทศั นเ์ ปน็ พื้นฐาน Scenario-based learning
2.2.10 การเรียนรโู้ ดยใช้ปัญหาเปน็ ฐาน (Problem-based learning)
2.2.11 การเรียนรโู้ ดยใชป้ รากฏการณ์เปน็ ฐาน (Phenomenon-based learning)
2.2.12 การเรยี นรโู้ ดยใช้วจิ ัยเป็นฐาน (Research-Based Learning)
2.2.13 การเขา้ ร่วมกจิ กรรมเสรมิ ความเปน็ ครเู ป็นรายปีตลอดหลักสตู ร
2.3 กลยุทธ์การประเมินผลการเรยี นรู้ด้านความรู้
2.3.1 วดั และประเมินจากการปฏบิ ตั ิตามสภาพจริงหรือในหอ้ งปฏบิ ัติการ
2.3.2 วดั และประเมนิ จากการวเิ คราะหแ์ ละสังเคราะห์องค์ความรู้
2.3.3 วัดและประเมนิ จากผลการทบทวนวรรณกรรมและสรุปสาระสำคญั ของความรู้
2.3.4 วัดและประเมินจากการนำเสนอโครงงานหรือรายงานการค้นควา้
2.3.5 วัดและประเมนิ จากผลการปฏิบตั ิการสอนในสถานศกึ ษา
2.3.6 วดั และประเมินจากผลการเขา้ รว่ มกจิ กรรมเสริมความเป็นครเู ป็นรายปีตลอดหลกั สตู ร
5
3. ด้านทกั ษะทางปญั ญา
3.1 ผลการเรยี นรู้ด้านทกั ษะทางปญั ญา
3.1.1คิด ค้นหา วิเคราะห์ข้อเท็จจริง และประเมินข้อมูล สื่อสารสนเทศจากแหล่งข้อมูลท่ี
หลากหลายอย่างรู้เท่าทัน เป็นพลเมืองตื่นรู้ มีสำนึกสากล สามารถเผชิญและก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลง
ในโลกยุคดิจิทัล เทคโนโลยีข้ามแพลทฟอร์ม Platform และโลกอนาคต นำไปประยุกต์ใช้ในการ
ปฏิบตั ิงานและวินิจฉยั แกป้ ัญหาและพัฒนางานได้อย่างสร้างสรรค์ โดยคำนงึ ถึงความรู้ หลักการทางทฤษฎี
ประสบการณ์ ภาคปฏิบัติ ค่านิยม แนวคิด นโยบายและยุทธศาสตร์ชาติ บรรทัดฐานทางสังคมและ
ผลกระทบท่ีอาจเกิดขึน้
3.1.2สามารถคิดริเร่ิมและพฒั นางานอย่างสร้างสรรค
3.1.3สร้างและประยุกต์ใช้ความรู้จากการทำวิจัยและสร้างหรือร่วมสร้างนวัตกรรมเพ่ือ
พัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนและพัฒนาผู้เรียนให้เปน็ ผู้สร้างหรอื ร่วมสร้างนวัตกรรม รวมทั้งการถ่ายทอด
ความร้แู กช่ ุมชนและสงั คม
3.2 กลยุทธ์การสอนที่ใชพ้ ฒั นาการเรียนรู้ดา้ นทักษะทางปัญญา
3.2.1 การเรียนรโู้ ดยใช้การวจิ ัยเปน็ ฐาน (Research-Based Learning)
3.2.2 การเรยี นรูท้ สี่ ่งเสรมิ ทกั ษะการคดิ ขนั้ สูง (Higher Order Thinking skills)
3.2.3 การเรยี นรเู้ ชิงผลิตภาพ (Productive-Based Learning)
3.2.4 การเรยี นรู้โดยใชส้ ถานการณ์เป็นฐาน (Scenario-Based Learning)
3.2.5 การเรยี นรโู้ ดยใช้ปรากฏการณ์เปน็ ฐาน (Phenomenon-Based Learning)
3.2.6 การเรียนรู้โดยบูรณาการการปฏิบัติงานในสถานศึกษา (Work-Integrated Learning: WIL)
3.2.7 การวจิ ยั และพฒั นานวัตกรรม (Research and Innovation Development)
3.2.8 การส่งเสรมิ ให้ผูเ้ รียนสามารถเรียนรดู้ ้วยการนำตนเอง (Self-Directed Learning)
3.2.9 การเรยี นรู้โดยใช้ปัญหาเปน็ ฐาน (Problem-based learning
3.2.10 การเรียนรู้โดยใชโ้ ครงงานเป็นฐาน (Project-based learning)
3.2.11 การเรยี นรู้โดยวธิ โี สเครตสิ (Socrates method)
3.2.12 การเรยี นรู้โดยใชว้ ิจยั เปน็ ฐาน (Research-Based Learning)
3.2.13 การเขา้ ร่วมกิจกรรมเสริมความเป็นครูเป็นรายปีตลอดหลักสูตร
3.3 กลยุทธก์ ารประเมินผลการเรียนรดู้ า้ นทักษะทางปญั ญา
3.3.1 วัดและประเมนิ จากผลการวิเคราะหว์ ภิ าษวิธีประเด็นวกิ ฤตทางวิชาการ วชิ าชพี ทางสงั คม
3.3.2 วดั และประเมินจากผลการทำวิจยั เพอื่ สร้างองคค์ วามรู้ใหม่
3.3.3 วดั และประเมินจากผลการวิจยั และพัฒนานวัตกรรม
3.3.4 วดั และประเมนิ จากการนำเสนอรายงานหรอื ผลการปฏิบตั ิงาน
3.3.5 วัดและประเมนิ จากผลการปฏิบัตกิ ารสอนในสถานศึกษา
3.3.6 วดั และประเมินจากผลการเข้าร่วมกจิ กรรมเสริมความเป็นครูเป็นรายปีตลอดหลักสตู ร
6
4. ด้านทักษะความสัมพนั ธ์ระหวา่ งบคุ คลและความรับผดิ ชอบ
4.1 ผลการเรยี นรดู้ ้านทักษะความสัมพนั ธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
4.1.1 เข้าใจใส่ใจอารมณ์ความร้สู กึ ของผู้อื่น มีความคดิ เชงิ บวก มีวฒุ ภิ าวะทางอารมณ์สังคม
4.1.2 ทำงานร่วมกับผู้อื่น ทำงานเป็นทีม เป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี มีสัมพันธภาพที่ดีกับผู้เรียน
ผรู้ ่วมงาน ผูป้ กครองและคนในชุมชน มคี วามรบั ผิดชอบต่อสว่ นรวมทัง้ ดา้ นเศรษฐกิจ สงั คมและสิ่งแวดล้อม
4.1.3 มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ต่อตนเอง ต่อผู้เรียน ต่อผู้ร่วมงาน และต่อส่วนรวม สามารถ
ชว่ ยเหลอื และแก้ปญั หาตนเอง กล่มุ และระหว่างกลุ่มไดอ้ ยา่ งสร้างสรรค์
4.1.4 มีภาวะผู้นำทางวิชาการและวิชาชีพ มีความเข้มแข็งและกล้าหาญทางจริยธรรมสามารถชี้นำ
และถ่ายทอดความรแู้ กผ่ ้เู รยี น สถานศกึ ษา ชมุ ชนและสงั คมอยา่ งสร้างสรรค์
4.2 กลยทุ ธก์ ารสอนท่ใี ชพ้ ฒั นาการเรยี นรูด้ ้านทักษะความสมั พนั ธ์ระหวา่ งบคุ คลและความรับผิดชอบ
4.2.1 การเรยี นรู้แบบร่วมมอื (Cooperative Learning)
4.2.2 การเรยี นแบบมสี ว่ นรว่ มปฏบิ ตั กิ าร (Participative Learning through Action)
4.2.3 การเปน็ ผูน้ ำแบบมีสว่ นรว่ ม (Shared Leadership) ในการนำเสนองานวิชาการ
4.2.4 การใหค้ วามเหน็ การรบั ฟงั ความเห็นแบบสะทอ้ นกลับอย่างไตรต่ รอง (Reflective thinking)
4.2.5 การเรียนร้โู ดยบรู ณาการการปฏบิ ตั งิ านในสถานศกึ ษา (Work-Integrated Learning: WIL)
4.2.6 การเรยี นรู้แบบรวมพลงั Collaborative learning
4.2.7 การเข้าร่วมกิจกรรมเสรมิ ความเปน็ ครู เป็นรายปตี ลอดหลกั สตู ร
4.3 กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ดา้ นทกั ษะความสัมพันธร์ ะหวา่ งบุคคลและความรับผดิ ชอบ
4.3.1 วัดและประเมินจากผลการเรียนรู้แบบรว่ มมอื
4.3.2 วดั และประเมินจากผลการศึกษาค้นคว้าหรอื แก้โจทยป์ ัญหา
4.3.3 วัดและประเมินจากการนำเสนองานเป็นกลุ่ม การเปน็ ผู้นำผตู้ ามท่ดี ใี นการปฏบิ ัติงานร่วมกัน
4.3.4 วัดและประเมินจากผลการปฏิบตั ิการสอนในสถานศึกษา
4.3.5 วัดและประเมินจากผลการเข้าร่วมกิจกรรมเสริมความเป็นครูเปน็ รายปตี ลอดหลกั สตู ร
5. ดา้ นทกั ษะการวเิ คราะหเ์ ชงิ ตวั เลข การสอ่ื สารและการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ
5.1 ผลการเรียนรู้ดา้ นทักษะการวิเคราะหเ์ ชงิ ตัวเลข การส่ือสารและการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ
5.1.1 มีทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติ การสังเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อเข้าใจ
องคค์ วามรู้ หรอื ประเด็นปญั หาทางการศึกษาได้อย่างรวดเรว็ และถกู ต้อง
5.1.2 สื่อสารกับผู้เรียน พ่อแม่ผู้ปกครอง บุคคลในชุมชนและสังคม และผู้เกี่ยวข้องกลุ่มต่างๆได้
อย่างมปี ระสทิ ธิภาพโดยสามารถเลือกใช้การส่ือสารทางวาจา การเขียน หรอื การนำเสนอดว้ ยรูปแบบต่างๆโดย
ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารหรือนวตั กรรมตา่ งๆ ทเ่ี หมาะสม
5.1.3 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นข้อมูลหรือความรู้จากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ สามารถใช้โปรแกรมสำเร็จรูปที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ การทำงาน การ
7
ประชมุ การจดั การและสืบค้นข้อมูลและสารสนเทศ รบั และสง่ ขอ้ มูลและสารสนเทศโดยใช้ดุลยพินิจที่ดีในการ
ตรวจสอบความนา่ เชอ่ื ถือของขอ้ มูลและสารสนเทศ ตระหนักถงึ การละเมิดลิขสทิ ธ์ิและการลอกเลยี นผลงาน
5.2 กลยุทธ์การสอนที่ใช้พัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและการใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศ
5.2.1 การติดตาม วิเคราะห์ และนำเสนอรายงานประเด็นสำคัญด้านการศึกษาจากข่าวสารบนส่ือ
สงั คมออนไลน์
5.2.2 การสืบค้นและนำเสนอรายงานประเด็นสำคัญด้านการศึกษาโดยบูรณาการการใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศและเทคโนโลยีดิจิทลั
5.2.3 การจัดทำอินโฟกราฟิกเพ่ือสรปุ ประเด็นสาระสำคัญของงานทน่ี ำเสนอ
5.2.4 การเรียนรู้โดยบรู ณาการการปฏบิ ตั ิงานในสถานศึกษา (Work-Integrated Learning: WIL)
5.2.5 การเขา้ รว่ มกิจกรรมเสรมิ ความเปน็ ครูเปน็ รายปตี ลอดหลกั สูตร
5.3 กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและการใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศ
5.3.1 วดั และประเมินจากการตดิ ตาม วเิ คราะห์ และนำเสนอรายงานประเดน็ สำคัญดา้ นการศึกษา
5.3.2 วัดและประเมินจากผลการสืบค้นและนำเสนอรายงานประเด็นสำคัญการศึกษาที่มีการบูรณา
การเทคโนโลยสี ารสนเทศและเทคโนโลยีดิจทิ ัล
5.3.3 วัดและประเมินจากผลการปฏบิ ัติการสอนในสถานศกึ ษา
5.3.4 วดั และประเมินจากผลการเข้ารว่ มกิจกรรมเสริมความเป็นครูเปน็ รายปีตลอดหลักสูตร
6. ดา้ นวิธวี ิทยาการจัดการเรียนรู้
6.1 ผลการเรียนรู้ด้านวิธวี ทิ ยาการจัดการเรยี นรู้
6.1.1 สามารถเลือกใช้ปรัชญาตามความเชือ่ ในการสร้างหลักสูตรรายวิชา การออกแบบเนื้อหาสาระ
กจิ กรรมการเรียนการสอน สื่อและเทคโนโลยีการสอื่ สาร การวัดและประเมนิ ผ้เู รยี น การบริหารจัดการชน้ั เรยี น
การจัดการเรียนโดยใช้แหล่งการเรียนรู้ในโรงเรียนและนอกโรงเรียน แหล่งการเรียนรู้แบบเปิดได้อย่าง
เหมาะสมกบั สภาพบรบิ ททีต่ ่างกนั ของผเู้ รียนและพ้ืนท่ี
6.1.2 สามารถในการนำความรู้ทางจิตวิทยาไปใช้ในการวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล ออกแบบ
กิจกรรม การจัดเนื้อหาสาระ การบริหารจัดการ และกลไกการช่วยเหลือ แก้ไขและส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนท่ี
ตอบสนองความต้องการ ความสนใจ ความถนัด และศักยภาพของผู้เรียนที่มีความแตกต่างระหว่างบุคคล ท้ัง
ผูเ้ รียนปกตแิ ละผเู้ รียนท่มี คี วามตอ้ งการจำเปน็ พิเศษ หรือผู้เรยี นท่มี ขี อ้ จำกัดทางกาย
6.1.3 จัดกิจกรรมและออกแบบการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ เรียนรู้ผ่าน
การลงมือปฏิบัติและการทำงานในสถานการณ์จริง ส่งเสริมการพัฒนาการคิด การทำงาน การจัดการ การ
เผชญิ สถานการณ์ ฝกึ การปฏบิ ตั ิให้ทำได้ คดิ เปน็ ทำเปน็ โดยบูรณาการการทำงานกับการเรียนรู้และ คุณธรรม
8
จริยธรรม สามารถประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกัน แก้ไขปัญหา และพัฒนา ด้วยความความซี่อสัตย์สุจริต มี
วินยั และรับผิดชอบตอ่ ผูเ้ รียนโดยยึดผูเ้ รียนสำคญั ท่สี ุด
6.1.4 สร้างบรรยากาศ และจัดสภาพแวดล้อม สื่อการเรียน แหล่งวิทยาการ เทคโนโลยี วัฒนธรรม
และภูมิปัญญาทั้งในและนอกสถานศึกษาเพื่อการเรียนรู้ มีความสามารถในการประสานงานและสร้างความ
ร่วมมือกับบิดามารดา ผู้ปกครอง และบุคคลในชุมชนทุกฝ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกและร่วมมือกันพัฒนา
ผเู้ รยี นให้มคี วามรอบรู้ มีปัญญารู้คิดและเกดิ การใฝ่รูอ้ ยา่ งต่อเนื่องใหเ้ ต็มตามศักยภาพ
6.1.5 สามารถจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนมีทักษะศตวรรษท่ี 21 และการดำเนินชีวิตตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนำทักษะเหล่านี้มาใช้ในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียน และ
การพฒั นาตนเอง
6.2 กลยุทธ์การสอนทใ่ี ชพ้ ัฒนาการเรยี นรดู้ ้านทกั ษะการจดั การเรยี นรู้
6.2.1 การเรยี นรู้โดยบรู ณาการการปฏบิ ัตงิ านในสถานศึกษา Work-integrated learning: WIL
6.2.2 การออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยบูรณาการความรู้ในเนื้อหาวิชาเฉพาะผนวกวิธีสอนกับ
เทคโนโลยี (Technological Pedagogical Content Knowledge: TPCK)
6.2.3 การทำวิจัยในชัน้ เรียนเพอ่ื พฒั นาการเรยี นรขู้ องผู้เรยี น
6.2.4 การเรียนรโู้ ดยบูรณาการการปฏบิ ตั ิงานในสถานศกึ ษา (Work-Integrated Learning: WIL)
6.2.5 การเข้ารว่ มกิจกรรมเสริมความเปน็ ครเู ป็นรายปีตลอดหลักสตู ร
6.2.6 การเรียนรผู้ ่านประสบการณ์ Experience-Based Approach
6.2.7 การเรยี นรู้เชงิ ผลิตภาพ Productive-based learning
6.3 กลยทุ ธก์ ารประเมินผลการเรยี นรู้ดา้ นทักษะการจัดการเรียนรู้
6.3.1 วดั และประเมนิ จากการฝึกทักษะจัดการเรียนรูใ้ นสถานการณจ์ ำลอง
6.3.2 วัดและประเมนิ จากผลการปฏบิ ตั ิการสอนในสถานศึกษา
6.3.3 วัดและประเมินจากรายงานการทำวจิ ยั ในชน้ั เรยี น
6.3.4 วัดและประเมินจากผลการเข้ารว่ มกจิ กรรมเสริมความเปน็ ครเู ป็นรายปีตลอดหลกั สูตร
9
ส่วนที่ 1 การศกึ ษางานวิจัย
ข้นั ท่ี 1
หวั ข้อท่สี นใจ : การพัฒนาส่ือเพื่อการเรยี นรู้ เรื่องข้อมูลและการประมวลผลขอ้ มลู
คำสำคญั : บทเรยี นคอมพิวเตอร์ช่วยสอนโดยใชแ้ บบทดสอบ,เทคนิคการสอนโดยใชแ้ บบทดสอบ
กระบวนการกำหนดหัวข้อท่ีสนใจ
1. เปน็ ปญั หาที่ชดั เจนไม่คลุมเครอื ไมก่ ำกวม เข้าใจง่าย สามารถอ่านแลว้ เข้าใจตรงกนั
2. ปญั หาทก่ี ำหนดต้องไม่กวา้ งหรอื แคบจนเกินไป
3. ควรเป็นปัญหาทมี่ คี วามหมาย ง่ายต่อการศึกษาวจิ ยั
4. จะต้องเหมาะสมกบั เวลา ค่าใช้จ่าย และความรู้ความสามารถของผวู้ ิจัย
กระบวนการกำหนดคำสำคัญ
1. กำหนดคำสำคญั เร่ืองที่จะคน้
2. เรยี งลำดบั ความสำคญั ของคำสำคญั
3. หาคำเหมือน คำทมี่ ีความหมายขา้ งเคยี งหรอื สัมพันธก์ ัน
4. กำหนดรปู แบบการค้นทีต่ ้องการ
5. ตรวจสอบตวั สะกด
หลกั การ/ทฤษฎขี องหัวข้อท่ีสนใจ
ทฤษฎีที่สนใจ : ทฤษฎีอนุกรมวิธานของบลูม (Bloom’s Taxonomy)
หลักการ
- พื้นฐานของผู้เรียนเป็นหัวใจในการเรียน ผู้เรียนแต่ละคนจะเข้าชั้นเรียนดว้ ยพื้นฐานทีจ่ ะช่วยให้เขา
ประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ต่างกัน ถ้าเขามีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกัน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
จะไม่แตกต่างกัน
- คณุ ลักษณะของแตล่ ะคน เช่น ความรทู้ จ่ี ำเป็นก่อนเรียน แรงจูงใจในการเรียน และคณุ ภาพของการ
สอน เป็นสิ่งท่ปี รบั ปรุงได้ เพ่อื ให้แต่ละคนและท้ังกลมุ่ มีระดบั การเรียนรู้ทส่ี งู ขน้ึ
ความสำคัญ : เน่ืองจากไปสงั เกตการณแ์ ล้วพบปัญหาในห้องเรียนจงึ ได้นำมาแก้ปัญหาและพฒั นาต่อไป
10
ขนั้ ที่ 2
กระบวนการการสืบค้นงานวิจยั
1. กำหนดเร่อื งท่ีสนใจจะศึกษา
2. คน้ คว้างานวจิ ยั จาก Keyword ที่เกยี่ วข้อง
3. คดั เลือกงานวจิ ัยที่เกี่ยวข้องและมีความนา่ เชื่อถอื
การคัดเลอื กงานวิจัย
1. พิจารณาจากชื่อเรื่องงานวิจัยวา่ เกี่ยวข้องหรือใกล้เคียงกับงานวิจัยเรื่องที่จะดำเนินการ มากน้อย
เพียงไร
2. พจิ ารณาจากประชากรและกลุ่มตัวอย่าง และตัวแปรท่ีศึกษาว่าเหมาะสม และมสี ภาพ ใกลเ้ คียงกับ
ประเดน็ ทีศ่ กึ ษามากน้อยเพียงไร
3. พจิ ารณาระเบยี บ วิธกี ารศกึ ษาและผลการวจิ ัยวา่ มคี วามถกู ตอ้ ง น่าเชื่อถอื เพียงใด
4. พิจารณาปี พ.ศ. และ ค.ศ.ทีด่ ำเนินการวจิ ัยวา่ เป็นปัจจบุ นั เพียงใด
5. พิจารณาวา่ วารสารที่พิมพ์งานวจิ ยั เพ่ือเผยแพรม่ คี วามน่าเช่อื ถือและเป็นทย่ี อมรับของ นกั วิชาการ
ในศาสตรน์ ัน้ ๆ
6. ถา้ เป็นงานวิทยานิพนธห์ รือปริญญานิพนธ์ ใหพ้ ิจารณาระดับการศึกษาของผู้นำเสนอ หรือชื่อเสียง
ของสถาบนั นน้ั ๆ
7. ถ้าเป็นงานวิจัยที่ได้รับทุนอุดหนุนการวิจยั จะเป็นสิ่งที่สนับสนุนความน่าเช่ือถือของ งานวิจัยและ
ผวู้ ิจัย
11
ข้นั ท่ี 3 งานวจิ ัยเก่ยี วกับ การพัฒนาส่ือการสอน ทม่ี รี ายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์และมีบทคัดย่อที่สามารถดาวน์
โหลดเพอ่ื นำมาใช้ในการศกึ ษาจำนวน 5 เรอ่ื ง ประกอบด้วย
แบบบันทกึ สาระงานวจิ ัย1
ชอื่ เรอื่ งวิจัย การพัฒนาส่ือการสอน สําหรับการเรียนการสอน รหัส 01
ข้อมูลบรรณานุกรม รายวิชา 5672501 การวเิ คราะหแ์ ละออกแบบเชิง
วตั ถุ
ผูแ้ ต่ง
วารสาร กิตตภิ ักดีวฒั นะกลุ และพินดา พานิชกุล.(2551). การวิเคราะห์และ
ผู้พมิ พ์/เจา้ ของลขิ สิทธ์ ออกแบบระบบ. กรงุ เทพฯ: เคทพี ี คอมพ์ แอนท์ คอนซัลท์ .
ปีที่พิมพ์ : 2554 สุนทรนิ วงศ์ศริ ิกลุ และชัยวัฒน์ สทิ ธิกรโอฬารกลุ . (2537) . การ
วัตถุประสงค์ของการวิจัย พัฒนาโมเดลสําหรับการเขยี น โปรแกรมเชงิ วัตถดุ ้วย UML 2.0.
กรุงเทพฯ: ซัคเซส มีเดยี .
ภมู ินทร์ ดวงหาคลัง . (2550) . Object-Oriented Analysis and
Design. สบื คน้ เมอ่ื วนั ท่ี 20 กุมภาพนั ธ์ 2554 จาก
http://cs.payap.ac.th/pumin/212_2_50/212.html
ญาดา เขอื่ นใจ
วารสารวิชาการคณะเทคโนโลยอี ตุ สาหกรรม มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏ
ลําปาง
ญาดา เขอ่ื นใจ อาจารย์สาขาวชิ าวศวกรรมซอฟต์แวร์คณะเทคโนโลยี
อุตสาหกรรม มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏลําปาง โทร. 081-6032647
E-mail : [email protected]
เลขหนา้ 9 - 16 จังหวัด ลําปาง
1. เพ่ือพัฒนาสื่อการสอนสําหรับการเรียนการสอนในรายวิชา
5672501 การวิเคราะห์ และออกแบบเชิงวัตถุของนักศึกษาช้ัน
ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 สาขาวชิ าวศิ วกรรมซอฟต์แวร์
2. เพ่ือหาประสิทธิภาพของสื่อการเรียนการสอนสําหรับการเรียน
การสอนรายวิชา 5672501 การวิเคราะหแ์ ละออกแบบเชงิ วัตถโุ ดยการ
ประเมนิ ผลสัมฤทธ์ิ การทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรยี น
3. เพ่ือศึกษาหาความพึงพอใจของผู้เรียนในการใช้สื่อการสอน
สําหรับการเรียนการสอน ในรายวิชา 5672501 การวิเคราะห์และ
ออกแบบเชิงวตั ถุ
1ประยกุ ต์จาก รายงานการวจิ ยั เรอ่ื ง การสงั เคราะหง์ านวจิ ยั ผสู้ งู อายุในประเทศไทย (สานักงานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา, กรุงเทพฯ:
2564)
12
ประโยชน์ทจ่ี ะไดร้ บั 1. ในด้านของความรูปที่ได้รับ พบว่าผู้เรียนมีผลการเรียนก่อนและ
กรอบแนวคิดในการวจิ ัย หลังการศึกษาสื่อ การสอนสําหรับการเรียนการสอนในรายวิชา
ประเภทการวจิ ัย
ประชากรและกลมุ่ ตวั อยา่ ง 5672501 การวิเคราะห์และออกแบบเชิงวัตถุที่สร้าง ขึ้นแตกต่างกัน
การสมุ่ ตัวอย่าง โดยเฉล่ีย 8.44 คดิ เปน็ รอ้ ยละ 39.2
ตวั อยา่ ง/ผใู้ หข้ อ้ มลู / 2. ในดา้ นของการประเมินความพงึ พอใจ พบว่าผู้เรียนเห็นด้วยกบั
แหลง่ ข้อมลู
บริบทด้านพ้ืนที่ การเรยี นการสอน ในลักษณะนี้ ทาํ ให้นักศึกษาสะดวกต่อการเข้าไป
เครือ่ งมือในการเกบ็
รวบรวมขอ้ มูล เรยี นรูปและมีความเหมาะสมต่อการเรยี นรู้ของ นักศึกษามากท่ีสดุ คดิ
เป็นระดับความพึงพอใจโดยเฉล่ีย 4.22 อยู่ในระดับความพึงพอใจมาก
-
การวิจัยเชงิ สำรวจ การวจิ ัยเชิงคุณภาพ
การวิจยั เชิงทดลอง/ก่งึ ทดลอง การวจิ ยั และพัฒนา
การวจิ ัยแบบผสมผสาน อื่นๆ ระบ.ุ ...............................
ประชากรในการศึกษาคร้ังน้ี คือ นักศึกษาที่ศึกษาในรายวิชา
5672501 การวิเคราะห์ และออกแบบเชิงวัตถุในมหาวิทยาลัยราชภัฏ
ลําปาง การกําหนดกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยเป็น นักศึกษาท่ีเรียนวิชา
5672501 การวิเคราะห์และออกแบบเชงิ วตั ถุ จาํ นวน 27 คน
ไม่มีการสุ่ม สุม่ อย่างงา่ ย
เลอื กแบบเจาะจง สุ่มแบบช้ันภมู ิ(stratified)
อาสาสมัคร สุ่มแบบกลุ่ม (cluster)
อนื่ ๆ ระบุ............................. สุ่มแบบหลายข้นั ตอน
นกั ศึกษาวศิ วกรรมซอฟต์แวรร์ ะดับปรญิ ญาตรที ่ีเรยี น
รายวชิ า การวิเคราะห์และออกแบบเชงิ วตั ถุ
ประเทศ ภูมิภาค จงั หวัด ท้องถน่ิ
3.2.1 แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรยี นท่ี สรา้ งขนึ้ เพื่อวัดความรู้
ความเขา้ ใจ ในเน้ือหาของรายวิชาการวเิ คราะห์และออกแบบเชิงวัตถุ
จํานวน 20 ข้อ 3.2.2 แบบสอบถามทส่ี ร้างขน้ึ เพื่อใชใ้ นการเกบ็
รวบรวมข้อมลู เกยี่ วกับนักศึกษา ช้นั ปีท่ี 2 ทเี่ รยี นรายวชิ า 5672501
การวเิ คราะห์และออกแบบเชิงวตั ถภุ าคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2553
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏลําปาง สร้างขนึ้ จากแนวคดิ ทฤษฎีและผลงานท่ี
เกยี่ วขอ้ ง โดยแบ่ง ออกเป็น 2 ตอนคือ ตอนท ี่ 1 ความพงึ พอใจในการ
เรียนโดยใช้สอ่ื การเรยี นการสอน สําหรบั การเรียนการสอนรายวชิ า
5672501 การวิเคราะห์และออกแบบเชงิ วตั ถุ ตอนท่ี 2 ความคิดเหน็
13
ผลการวจิ ยั และ ข้อเสนอแนะต่างๆ ของการเรยี นการสอนรายวิชา 5672501 การ
วเิ คราะห์และออกแบบเชิงวตั ถุ
ข้อเสนอแนะจาก การวิจยั
แหลง่ ท่ีมาของ ผลการวิจัยการพัฒนาสื่อการสอน หาประสิทธิภาพของสื่อการ
งานวจิ ัย สอนโดยการประเมิน ผลสัมฤทธ์ิ การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน
บนั ทึกโดย และหาความพึงพอใจของผู้เรียนในการใช้ สื่อ การสอนสําหรับการ
เรียนการสอนในรายวิชา 5672501 การวเิ คราะหแ์ ละออกแบบเชิงวัตถุ
โดยใช้กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ นักศึกษาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ระดบั
ปริญญาตรีที่เรียนรายวิชา การวิเคราะห์และออกแบบเชิงวัตถุในภาค
การศึกษาท่ี 2 ปีการศึกษา 2553 จํานวน 27 คน โดยในการวิจัยได้ทํา
การสร้างสื่อการสอน ประเมินความรูปของผู้เรียนก่อนและหลังการใช้
งานและประเมินความพึงพอใจในการใช้สื่อการสอนในการวิเคราะห์
ข้อมูลใช้การหาร้อยละค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและค่าการ
ทดสอบแบบกลุ่มตัวอย่าง 2 กลมุ่ ไมเ่ ป็นอิสระจากกัน
1. ข้อสรุปงานวจิ ยั นี้ อาจใช้สถิตอิ ืน่ ๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึง
ลักษณะต่าง ๆ ทีต่ ้องศึกษาเพ่ิมเตมิ
2. ส่ือการเรียนการสอนท่พี ฒั นาควรจะเพ่ิมมัลตมิ เี ดยี อน่ื ๆ เช่น
วิดโี อหรอื ไฟล์เสียง ของผู้สอนในการนําเสนอบทเรยี นใหน้ ่าสนใจมาก
ขึ้น
กิตตภิ กั ดวี ฒั นะกลุ . (2547) . UML วเิ คราะห์และออกแบบระบบเชิง
วัตถุ พิมพ์ครง้ั ท่ี ๒. กรงุ เทพฯ: เคทีพี คอมพ์ แอนท์ คอนซัลท์.
วนั ที่
14
แบบบนั ทกึ สาระงานวิจัย2
ชือ่ เร่อื งวิจัย การพัฒนาบทเรียนคอมพวิ เตอรช์ ว่ ยสอน เร่ือง ภาษาซี รหัสงานวิจัย 02
ขอ้ มลู บรรณานุกรม
ผู้แตง่ เบื้องตน้ สาํ หรบั นกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 4 โรงเรยี น
วารสาร
ผ้พู ิมพ/์ เจา้ ของลขิ สทิ ธิ์ สงวนหญิง
ปีที่ 4
วตั ถุประสงค์ของการวจิ ัย ยอดชาย ขุนสงั วาลย์,การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เร่ือง ภาษาซี
ประโยชน์ท่จี ะได้รับ เบ้ืองต้น สําหรับนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปี ท่ี 4 โรงเรียนสงวนหญิง,วารสาร
กรอบแนวคิดในการวิจัย สหวิทยาการวิจัยและวิชาการ, 1 (4), 234
ยอดชาย ขุนสังวาลย์
วารสารสหวทิ ยาการวจิ ยั และวชิ าการ
วารสารสหวิทยาการวิจัย: ฉบบั บณั ฑติ ศึกษา
เลขหน้า13-234 จงั หวดั สุพรรณบรุ ี
1. เพื่อพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เร่ือง ภาษาซีเบ้ืองต้น สําหรับ
นกั เรยี นชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 4 โรงเรียนสงวนหญงิ จังหวัดสุพรรณบุรี
2. เพ่ือเปรียบเทียบผลสมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลงเรียน จากการ
เรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เร่ือง ภาษาซีเบ้ืองต้น สําหรับ
นกั เรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 4 โรงเรยี นสงวนหญงิ จังหวัดสุพรรณบุรี
3. เพื่อศึกษาความคงทนในการจำของนักเรียนจากเรียนด้วยบทเรียน
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ภาษาซเี บื้องตน้ สําหรบั นักเรียนช้ันมธั ยมศกึ ษา
ปที ่ี 4
4. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสงวน
หญิง จังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เร่ือง ภาษาซี
เบื้องต้น
1. ไดบ้ ทเรยี นคอมพิวเตอร์ชว่ ยสอน เรื่อง ภาษาซีเบ้ืองต้น สาํ หรับนกั เรียนชั้น
มัธยมศึกษาปี ที่ 4 โรงเรียนสงวนหญงิ จังหวัดสุพรรณบรุ ี
2. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ชว่ ยสอน เรื่อง ภาษาซี
เบื้องต้น สําหรับนกั เรยี นช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 4 โรงเรียนสงวนหญิง จงั หวัด
สุพรรณบุรี
ทฤษฎีการพฒั นาบทเรียนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน (CAI)
- ทฤษฎพี ฤติกรรมนิยม
- ทฤษฎีปญั ญานิยม ได้แก่ แนวคดิ ของ ชอมสกี้ เพยี เจตแ์ ละออซเู บล
(พรเทพ เมืองแมน 2544)
15
ประเภทการวจิ ัย ⬜ การวจิ ยั เชิงสำรวจ ⬜ การวิจัยเชิงคุณภาพ
ประชากรและตัวอยา่ ง
⬜การวจิ ัยเชิงทดลอง/ก่ึงทดลอง ⬜ การวิจัยและพฒั นา
การสุ่มตวั อยา่ ง
⬜ การวจิ ยั แบบผสมผสาน ⬜ อนื่ ๆ ระบ.ุ ...................................
ตวั อยา่ ง/ผูใ้ หข้ ้อมูล/ 1. ประชากร คือ นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสงวนหญิง จังหวัด
แหลง่ ข้อมูล สุพรรณบุรี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 จํานวน 10 ห้องเรียน รวม 385
บริบทดา้ นพืน้ ที่ คน
เครอ่ื งมือในการเก็บ 2. กลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการวิจัยคร้ังน้ี เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4 ภาค
รวบรวมข้อมูล เรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2553 โรงเรียนสงวนหญิง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้มาโดย
ใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) ซ่ึงสุ่มจากการจับฉลาก
ผลการวิจยั มา 1 ห้องเรยี น จาก 10 หอ้ งเรยี น จาํ นวน 30 คน
⬜ ไมม่ ีการสุม่ ⬜ สุ่มอย่างง่าย
⬜ เลือกแบบเจาะจง ⬜ สุ่มแบบช้ันภมู ิ(stratified)
⬜ อาสาสมคั ร ⬜ สุ่มแบบกลุ่ม (cluster)
⬜ อื่นๆ ระบุ.............................. ⬜ สุ่มแบบหลายข้นั ตอน
1นกั เรียนระดบั ประถมศึกษาปท่ี 4-6 จำนวนคน 90 คน
⬜ ประเทศ ⬜ ภูมภิ าค ⬜ จังหวดั ⬜ ทอ้ งถิ่น
3.1 แบบสัมภาษณแ์ บบมีโครงสรา้ งเพ่ือใช้สอบถามผู้เช่ียวชาญด้านเน้ือหา และ
ดา้ นการออกแบบบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอน
3.2 บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอน เรื่อง ภาษาซเี บ้ืองตน้ สำหรับนกเรียนช้ัน
มัธยมศกึ ษาปีที่ 4
3.3 แบบทดสอบวดผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น เรื่อง ภาษาซีเบ้ืองตน้ ช้ัน
มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4
3.4 แบบประเมินคุณภาพส่ือบทเรียนคอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอน เรื่อง ภาษาซี
เบื้องต้น สําหรับนักเรยี นช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 4
3.5 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอ่ การเรยี นด้วยบทเรียน
คอมพิวเตอร์ ชว่ ยสอน เร่ือง ภาษาซเี บ้ืองตน้ สาํ หรบั นกเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี
ที่ 4
การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่า T-
Test แบบ Dependent Samples ผลการวิจัยพบว่า
16
1. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เร่ือง ภาษาซีเบื้องต้น สําหรับนักเรียนชั้น
มัธยมศกึ ษาปี ที่ 4 มี ประสิทธภิ าพเท่ากบั 76.44/77.00
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนท ่ี เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย
สอน เร่ือง ภาษาซี เบ้ ืองต้น มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่า
ก่อนเรียน อย่างมนี ยั สำคัญทางสถติ ิทรี่ ะดบั .05
3. นักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ภาษาซีเบื้องต้น มี
ความคงทนในการจำหลังเรียนผ่านไป 2 สัปดาห์ อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่
ระดบั .05
4. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
เร่ือง ภาษาซเี บอ้ื งตน้ อยู่ในระดบั มาก
ขอ้ เสนอแนะจากการวิจยั 1. ข้อเสนอแนะทั่วไป
1.1 นกั เรียนสามารถนำบทเรียนคอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอน เรื่อง ภาษาซเี บื้องตน้
สําหรับนกเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 4 ไปใชในการเรียนด้วยตนเองอย่างอิสระทงั้
ในและนอกเวลาเรียนตามความพร้อมและความสนใจ
1.2 บทเรยี นคอมพวิ เตอรช์ ่วยสอนน้ี สามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนการ
สอนซ่อมเสรมิ ใหก้ บั นักเรยี นในกรณีทนี่ ักเรียนขาดเรียนหรือเรยี นรู้ช้า ไมท่ ัน
เพอื่ น
1.3 ครผู สู้ อนที่จะใชบทเรียนคอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอน ควรศึกษาวิธีการและ
ขน้ั ตอน การใช้บทเรียนคอมพิวเตอรช์ ่วยสอนใหเ้ ข้าใจอยา่ งชัดเจนก่อนที่จะ
นำไปใช้กบนักเรยี น เพ่ือจะได้ช่วยดูแลชว่ ยเหลือนกเรียนไดอ้ ยางถูกต้อง
2. ขอ้ เสนอแนะสําหรบั การวิจัยคร้ังต่อไป
2.1 ควรนำผลการพัฒนาบทเรียนคอมพวิ เตอรช์ ่วยสอนที่ได้จากการศึกษาครั้ง
น้ี ไปสร้างบทเรยี นคอมพิวเตอร์ชว่ ยสอนในเน้ือหาเร่ืองอ่นื ๆ อกี หรอื รายวิชา
อ่ืนๆ โดยเฉพาะเนื้อหา การเรียนรทู้ มี่ เี รื่องทตี่ ้องอาศัยการจินตนาการหรือมี
ความซบั ซ้อนมาก ๆ
2.2 ควรมีการศึกษาการใช้และการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ชว่ ยสอน ควบคู่
ไปกบการใช้เทคนิคการสอนรูปแบบตา่ งๆ
แหล่งทีม่ าของงานวจิ ยั ยอดชาย ขนุ สังวาลย์,การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เร่ือง ภาษาซี
เบื้องต้น สาํ หรับนกั เรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปี ท่ี 4 โรงเรยี นสงวนหญิง,วารสาร
สหวทิ ยาการวิจยั และวิชาการ, 1 (4), 255
บนั ทกึ โดย วันที่
17
แบบบนั ทกึ สาระงานวิจยั 3
ช่ือเรือ่ งวิจัย การพฒั นาบทเรยี นคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เร่อื งเทคโนโลยี รหัสงานวิจยั 03
ข้อมูลบรรณานกุ รม
ผู้แตง่ สารสนเทศ กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชีพและ
วารสาร
ผ้พู ิมพ์/เจา้ ของลขิ สทิ ธ์ิ เทคโนโลยี สำหรับนักเรยี นช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี2
ปที ่ี 2562
วัตถุประสงค์ของการวจิ ยั ปฐมพงษ์ พฤกษชาต,เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ กลมุ่ สาระการเรียนรกู้ ารงาน
ประโยชนท์ จี่ ะได้รับ อาชพี และเทคโนโลยี สำหรับนักเรยี นชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี2
กรอบแนวคิดในการวิจยั ปฐมพงษ์ พฤกษชาต
ประเภทการวิจยั
-
วิทยานพิ นธ์นี้เป็นสว่ นหนึ่งของการศึกษาตามหลักสตู รการศึกษามหาบัณฑติ
สาขาวิชาเทคโนโลยกี ารศกึ ษา คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบรู พา
พฤษภาคม 2562 ลิขสทิ ธ์ิเปน็ ของมหาวิทยาลยับูรพา
เลขหน้า - จังหวดั ชลบุรี
1.เพอ่ื พฒั นาบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ช่วยสอน เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศ
กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชีพและเทคโนโลยสี ำหรับนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่2 ให้มีประสิทธภิ าพ ตามเกณฑ์มาตรฐาน 90/90
2.เพอ่ื เปรยี บเทยี บคะแนนจากการทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรียนด้วยบทเรียน
คอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอน เรอื่ ง เทคโนโลยีสารสนเทศกลมุ่ สาระการเรียนรู้การงาน
อาชีพและเทคโนโลยสี ำหรับนักเรยี นช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี2
1.ไดบ้ ทเรยี นคอมพวิ เตอรช์ ่วยสอนทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพสำหรับเป็นสื่อการเรยี น
การสอน กลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยีสำหรับนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีท่ี2และเผยแพรแ่ ก่ครูผู้สอนหรือผู้สนใจนำไปใช้ในการจดกั าร
เรียนรตู้ อ่ ไป
2. เปน็ แนวทางให้ครผู ู้สอนสามารถนำไปใช้ในการจดัการเรียนรเู้ พอื่ ให้นักเรยี น
เกดิ ความรูค้ วามเขา้ ใจมากย่ิงขน้ึ
3.เป็นแนวทางในการสอนในรายวิชาคอมพิวเตอร์ในระดับชั้นตา่ งๆและรายวชิ า
อ่นื ๆ ตอ่ ไป
- บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ช่วยสอน (CAI)
- ADDIE Model
- ประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 90/ 90
⬜ การวิจยั เชิงสำรวจ ⬜ การวิจัยเชงิ คุณภาพ
⬜ ⬜ การวจิ ัยและพฒั นา
การวจิ ยั เชงิ ทดลอง/กึง่ ทดลอง
18
ประชากรและตวั อยา่ ง ⬜ การวิจยั แบบผสมผสาน ⬜อ่ืนๆ
การสมุ่ ตัวอยา่ ง ระบุ...........................................
นกั เรยี นช้ันประถมศึกษาปีท่ี2ของโรงเรยี นวัดโพธ์ิทองเจริญ สังกัดสำนกั งานเขต
พน้ื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาสพุ รรณบุรี เขต 2
⬜ ไม่มีการสุ่ม ⬜ สุ่มอยา่ งง่าย
⬜ เลือกแบบเจาะจง ⬜ ส่มุ แบบชั้นภูม(ิ stratified)
⬜ อาสาสมคั ร ⬜ สมุ่ แบบกลุ่ม (cluster)
⬜ อ่นื ๆ ⬜ สุ่มแบบหลายข้ันตอน
ระบ.ุ ................................
ตวั อย่าง/ผใู้ ห้ข้อมลู /แหล่ 1นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี2/2ของโรงเรยี นวัดโพธ์ิทองเจริญ สังกดั
งข้อมลู สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 2 จำนวน 30คน
บริบทดา้ นพื้นท่ี ⬜ ประเทศ ⬜ ภมู ภิ าค ⬜ จังหวดั ⬜ ทอ้ งถิ่น
เครื่องมือในการเก็บรวบ 1.บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอนรปู แบบเกมเร่ืองการบวกและการลบจำนวน
รวมขอ้ มูล เต็ม
2.แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรียน
3.แบบประเมนิ ความพึงพอใจ สถติ ิท่ใี ช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ไดแ้ ก่ ค่าร้อยละ
คา่ เฉล่ียสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน และสถติ ิ t -test dependent samples
ผลการวิจยั 1.พบว่าบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรือ่ งเทคโนโลยสี ารสนเทศ กลุ่มสาระ
การเรยี นรกู้ ารงานอาชีพและเทคโนโลยีสำหรบั นักเรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี2
มปี ระสทิ ธภิ าพ 92.89/93.33 เปน็ ไปตามเกณฑ์มาตรฐาน 90/90
2)ผลการทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรยี น เรอ่ื ง เทคโนโลยีสารสนเทศกลุ่มสาระ
การเรยี นรู้การงาน อาชีพและเทคโนโลยีสา หรบั นักเรียนช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี2
มคี า่ เฉลี่ยของคะแนนหลงัเรยี นสูงกว่า คะแนนกอ่ นเรยี นอย่างมนี ัยสำคัญทาง
สถิติท่ีระดบั .05
ข้อเสนอแนะจากการวจิ ัย 1.เพอื่ ให้การจดั กิจกรรมการเรียนรดู้ ้วยบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ช่วยสอนเกดิ
ประสิทธภิ าพสงู สุด ผสู้ อนควรเตรียมความพรอ้ มของเครื่องคอมพวิ เตอร์
จัดเตรยี มหูฟงั และบทเรยี นในเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ใหเ้ รยี บร้อยและครบตาม
จำนวนของผูเ้ รียน
2.จากการวิจยั พบว่านักเรยี นบางคนยงัไม่มีพื้นฐานในการใช้งานคอมพิวเตอร์
ดงั น้ันการจดกั ิจกรรมการเรียนรดู้ ้วยบทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอน ผู้สอนและ
ผู้เรียนควรมคี วามรทู้ ักษะ ในการใชคอ้ มพวิ เตอรเ์ บ้ืองตน้
19
แหล่งที่มาของงานวจิ ยั 3. จากการทดลองใช้บทเรยี นคอมพวิ เตอรช์ ว่ ยสอน พบว่าบทเรยี นสามารถชว่ ย
บนั ทกึ โดย กระตุ้นให้นักเรียนเกิดการเรยี นรไู้ ด้มากข้ึนผลการเรียนของผูเ้ รยี นดขี ึ้น
จงึ สามารถนาบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ ช่วยสอน ไปใช้ในการจดกั ารเรยี นซอ่ มเสริม
ให้นักเรียนในกรณีทีน่ ักเรยี น เรียนรูช้ ้าหรอื ขาดเรียน
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร.(2554).กรอบนโยบาย
เทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสารระยะพ.ศ.2554-2563ของประเทศไทย
ICT2020.เข้าถงึ ไดจ้ าก http://www.oic.go.th/FILEWEB/CABINFOCENTE
3/DRAWER088/GENERAL/DAT A0000/00000498.PDF
วันท่ี
ชอ่ื เรอื่ งวิจัย แบบบนั ทึกสาระงานวจิ ัย4
ข้อมลู บรรณานุกรม การพฒั นาบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ มลั ตมิ ีเดยี เรื่องการ รหสั 04
เขยี นแบบเบือ้ งตน้ สำหรบั นักเรียนช่วงชั้น ที่ 4
ผู้แต่ง สยามรัฐ บุตรศรี. (2553). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดยี
วารสาร เรื่อง การเขียนแบบเบื้องต้น สำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 4. สารนิพนธ์ก
ผู้พมิ พ์/เจ้าของลิขสทิ ธ์ ศ.ม. (เทคโนโลยีการศึกษา). กรงุ เทพฯ : มหาวิทยาลัย ศรีนครนิทร
ปีท่พี มิ พ์ : 2554 วโิ รฒ. ที่ปรกึ ษาสารนิพนธ์: ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ บุญยฤทธ์ิ คงคาเพช็ ร
วัตถุประสงค์ของการวจิ ัย สยามรัฐ บตุ รศรี.
ประโยชนท์ จ่ี ะได้รับ สารนพิ นธก์ ศ.ม. (เทคโนโลยีการศึกษา). กรงุ เทพฯ : มหาวทิ ยาลัย ศรี
นครนทิ รวิโรฒ
เลขหนา้ 9 - 16 จังหวัด ลาํ ปาง
1. เพื่อพัฒนาบทเรีนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียวิชา เรื่อง การเขียนแบบ
เบื้องต้น สำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 ให้มีคุณภาพ
ตามเกณฑท์ ่ี กำหนด
2. เพื่อศึกษาผลการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียวิชา เรื่อง การ
เขยี นแบบเบอ้ื งตน้ สำหรบั นกั เรียนชว่ งช้นั ท่ี4 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี5
1. ได้บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง การเขียนแบบเบ้ืองต้น
สำหรับ นักเรียน ช่วงชั้นท่ี4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที5 ทีมีคุณภาพตาม
เกณฑ์
20
2. เปน็ แนวทางในการพฒั นาบทเรยี นคอมพวิ เตอร์มลั ติมเี ดียในเร่ืองอื่น
และสาระกา เรยี นรู้อื่นๆ ที่มีเนื้อหาใกลเ้ คยี งกนั ต่อไป
กรอบแนวคิดในการวิจัย -
ประเภทการวิจัย
การวจิ ัยเชิงสำรวจ การวิจยั เชงิ คณุ ภาพ
ประชากรและกลมุ่ ตัวอยา่ ง
การสุ่มตัวอยา่ ง การวจิ ัยเชงิ ทดลอง/กง่ึ ทดลอง การวิจยั และพฒั นา
ตัวอย่าง/ผใู้ หข้ ้อมลู / การวิจยั แบบผสมผสาน อน่ื ๆ ระบุ................................
แหลง่ ข้อมูล
นักเรียนช่วงชัน้ ที่ 4 ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 5 โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลยั
บริบทด้านพ้ืนที่
เคร่อื งมอื ในการเกบ็ ศรนี ครนทิ รวโิ รฒประสานมิตร
รวบรวมขอ้ มลู
ไมม่ กี ารสมุ่ สุ่มอยา่ งงา่ ย
เลอื กแบบเจาะจง สุ่มแบบช้นั ภูมิ(stratified)
อาสาสมคั ร สมุ่ แบบกลุ่ม (cluster)
อนื่ ๆ ระบุ............................. สุม่ แบบหลายขนั้ ตอน
ประชากรทีใช้ในการวิจัย คือ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาและ กลุ่ม
ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ รวมทั้งหมด 8 คน และกลุ่มผู้ใช้เป็น นักเรียนช่วง
ชั้นที่ 4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครนิทร
วิโรฒประสานมิตร ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 จำนวน 4 ห้อง
รวมทงั้ สิ้น 198 คน
ประเทศ ภูมภิ าค จังหวดั ท้องถนิ่
1.บทเรียนคอมพิวเตอรม์ ัลตมิ เี ดีย เรื่องการเขยี นแบบเบื้องตน้ บทเรยี น
คอมพิวเตอร์มลั ติมเี ดยี เรื่อง การเขียนแบบเบอื้ งต้น กลุ่มสาระก ารงาน
อาชีพ สำหรับช่วงชั้นท่ี4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที5 ท สร้างเสร็จแล้วให้
อาจารย์ที่ ปรึกษาสารนิพนธ์ตรวจสอบ ความถูก ต้องของรปู แบบ
และความครบถ้วนของเนื้อ หาแล้วนา มาปรับ ปรุง แก้ไขตาม
คำแนะนำ ของ อาจารย์ท่ี ปรึกษาสารนพิ นธ
2.แบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียน มาปรับ ปรุง แก้ไขแล้วนา มาใช้กับ นักเรียน โรงเรียน
สาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครนิทรวิโรฒประสานมิตรเป็น นักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีท่ี6 จา นวน 100 คน ที่เคยเรียนวิชานี้มาก่อนและไม่ใช่
กลุ่มตัวอย่าง นำไปตรวจให้คะแนน ให้ข้อที่ ถูก 1 คะแนน ส่วนข้อที่
ผิดหรือไมต่ อบให้0 คะแนน
3.แบบประเมินคุณภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียผลคะแนนที่ได้
ไปวิเคราะห์หาค่าความยากง่าย (p) และค่าอำนาจจำแนก (r) ของ
แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นเปน็ รายข้อโดยใชเ้ ทคนิค27%
ผลการวจิ ัย 21
ขอ้ เสนอแนะจาก การวิจยั
(ล้วน สายยศ และองั คณา สายยศ . 2539: 191-196) โดยเลอื กขอ้ สอบ
ที่มี ค่าความยากง่าย ระหว่าง 0.20-0.80 และค่าอำนาจจำแนก 0.20
ขึ้นไป โดยเปิดตารางสำเร็จของจุงเดห์ ฟาน และคัดเลือกข้อสอบที่จะ
นา มาเป็น แบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไว้จำนวนทั้งหมด
3 เรอ่ื งๆละ 10 ขอ้ รวมท้ังหมด 30 ขอ้
การวิจัยครั้งนี้เป็น การวิจัยและพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย
เรื่อง การเขียนแบบ เบื้องต้น สำหรับ นักเรียนช่วงชั้นที่ 4 ชั้น
มัธยมศึกษาปีท่ี 5 สามารถสรุป ผลไดด้ ังนี้
1.ได้บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง การเขียนแบบเบื้องต้น
สำหรับ นักเรียนช่วงชั้นที่4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 ซึ่งเป็นวิชาในกลุ่ม
สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยเนื้อหา หาทั้งหมด 3
เรื่อง คือเรือ่ งท่ี1 การเขยี นแบบเบ้ืองต้นเรื่องท2่ี เคร่ืองมือและอปุกรณ์
การเขยี นแบบเร่อื งที่ 3 ลักษณะ ของเสน้ และการใช้งาน ทม่ี ีคุณภาพไว
ใช้ในการเรียนการสอน
2. คุณภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ มัลติมีเดีย เรื่อง การเขียนแบบ
เบื้องต้น สำหรับ นกั เรียน ชว่ งช้นั ที่4 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 มดี ังนี้
2.1 ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อ หามีความเห็นว่า บทเรียน คอมพิวเตอร์
มัลติมีเดียมคี ุณภาพ โดยรวมอยู่ ในระดบั ดี
2.2 ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อมีความเหน็ ว่า บทเรียน คอมพิวเตอร์มลั ติมเี ดีย
มีคณุ ภาพโดยรวม อย่ใู นระดับดีมาก
3. ผลการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ มัลติมีเดียจากการทดลองกับ กลุ่ม
ตัวอย่า ง พบว่า โดยรวม ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับดี
จำนวน 25 คน คิดเป็น รอ้ ยละ 69.44 และ มผี ลสมั ฤทธ์ิ ทางการเรียน
ในระดบั ปานกลาง จำ นวน 11 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 30.56
1. ในการออกแบบบทเรยี นคอมพิวเตอร์ มลั ตมิ เี ดยี ควรศกึ ษาหลักการ
ในการออกแบบ และมีการวางแผนขั้นตอนกระบวนการผลิตให้เป็น
ระบบ เพื่อลดข้อผิดพลาดและระยะเวลาใน การผลิต เพื่อให้เป็นไป
อยา่ งสะดวกรวดเร็ว และได้สอ่ื ท่มี ีคณุ ภาพและค้มุ คา่ ต่อการผลิต
2. ในการผลิตบทเรียนคอมพิวเตอร์ มัลติมีเดีย ควรศึกษาโปรแกรม
ต่างๆ นอกจากโปรแกรม Authorware ที่ใช้เพื่อการผลิตบทเรียน
คอมพิวเตอร์ มัลติมีเดียแล้ว เพราะในแต่ละโปรแกรมมีคุณสมบัติและ
การทำ งานที่แตกต่างกันไป เพราะการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์
มัลติมีเดยี ให้มีคุณภาพนัน้ ควรใช้ โปรแกรมตา่ งๆมาผสมผสานกนั เช่น
แหลง่ ที่มาของ 22
งานวจิ ัย
บนั ทึกโดย ง า น ก ร า ฟ ิ ก ไ ด ้ แ ก ่ Photoshop, Flash, SwishMax ฯ ล ฯ
ภาพเคลื่อนไหว ควรศึกษาโปรแกรมที่ใช้ ในการตัดต่อวิดีโอได้แก่
ช่ือเรอ่ื งวจิ ยั Premiere, Ulead, Movie Maker ฯลฯ หรืองานด้านเสียง โปรแกรม
ต่างๆที่ใช้ในการแปลงเสียง หรือบัน ทึกเสียง ได้แก่ Sound Forge
ข้อมลู บรรณานุกรม เปน็ ต้น รวมทั้งโปรแกรมแปลงไฟล์ต่างๆทั้งภาพและเสียง เนื่องจาก
โปรแกรม Authorware มีข้อจำ กัดใน เรื่องของไฟล์สกลุ ต่างๆที่ไม่
ผแู้ ตง่ สามารถรองรับได้ทุกไฟล์ปัจจุบัน มีโปรแกรมที่ใช้ผลิตบทเรียน
วารสาร คอมพิวเตอร์ หลากหลายประเภท จึงจำ เป็น ที่ จะต้องศึกษาเพิ่มเติม
เพอ่ื ใหส้ ามารถเลือกใชโ้ ปรแกรมในการผลิตให้ เหมาะสม และคุ้มค่าใน
การใช้งาน จึงต้องศึกษาเรียนรู้โปรแกรมที่ใช้ในการแปลงไฟล์ด้วย
ดังนั้น ใน การผลิตสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ มัลติมีเดียจึงต้องมีความรู้
ในเรื่องโปรแกรมต่างๆที่สามารถนำ มาพัฒนา บทเรียนคอมพิวเตอร์
มลั ตมิ เี ดยี ใหม้ ีคณุ ภาพ และมคี วามนา่ สนใจยิง่ ข้นึ
สยามรัฐ บุตรศรี. (2553). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย
เรื่อง การเขียนแบบเบื้องต้น สำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 4. สารนิพนธ์ก
ศ.ม. (เทคโนโลยีการศึกษา). กรงุ เทพฯ : มหาวิทยาลัย ศรีนครนิทร
วิโรฒ. ทป่ี รกึ ษาสารนพิ นธ:์ ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ บุญยฤทธิ์ คงคาเพ็ชร
วันท่ี
แบบบันทึกสาระงานวจิ ัย5
การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง รหัส 05
กราฟิกพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
และเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี
3
ธัญธนา อ้งึ ตระกูล. (2554). การพัฒนาบทเรยี นคอมพวิ เตอร์มลั ตมิ เี ดีย
เรอื่ ง กราฟิกพ้ืนฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี และเทคโนโลยี
สำหรับนักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 3. สารนิพนธ์ กศ.ม. (เทคโนโลยี
การศกึ ษา). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวทิ ยาลัย. มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวิ
โรฒ. อาจารย์ทีป่ รึกษาสารนิพนธ:์ ผชู้ ว่ ยสตราจารย์บุญยฤทธิ์ คงคา
เพช็ ร
ธญั ธนา อ้งึ ตระกูล.
ผ้พู มิ พ/์ เจา้ ของลิขสทิ ธ์ 23
ปีท่ีพมิ พ์ : 2554
วตั ถุประสงค์ของการวจิ ยั สารนพิ นธ์กศ.ม. (เทคโนโลยกี ารศึกษา). กรงุ เทพฯ : มหาวิทยาลัย ศรี
ประโยชน์ท่ีจะได้รับ นครนิทรวิโรฒ
กรอบแนวคิดในการวจิ ยั เพื่อพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง กราฟ พื้นฐาน กลุ่ม
ประเภทการวิจัย สาระการเรียนรู้การ งานอาชีพและเทคโนโลยี สําหรับนักเรียนชั้น
ประชากรและกลมุ่ ตวั อย่าง ประถมศกึ ษาปีที่ 3 ให้มีประสทิ ธภิ าพตามเกณฑ์ 85/85
การสุ่มตัวอยา่ ง 1. ได้บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง กราฟพื้นฐาน กลุ่มสาระ
ตัวอยา่ ง/ผใู้ หข้ อ้ มูล/ การเรียนการงาน รู้ อาชีพและเทคโนโลยีสําหรับนักเรียนชน
แหล่งขอ้ มูล
ประถมศึกษาปที ่ี 3 ท่มี ีประสิทธภิ าพตามเกณฑท์ กี่ ําหนด
2. เพื่ออช่วยแก่ปัญหาความสามารถทางการเรียนแตกตางกัน ขาด
แคลนสื่อ เวลาทที่ใช้ ในการเรียนการสอน ผู้เรียนสามารถเรียนรู้นอก
เวลาได้และเรียนรู้ได้ด้วยตนเองตามความสามารถ และศักยภาพของ
ตนเอง 3. เพื่อเป็นแนวทางสําหรับผู้สนใจในการพัฒนาบทเรียน
คอมพวิ เตอร์มลั ติมเี ดยี ในเนือ้ หา วิชาอน่ื ๆ ต่อไป
-
การวิจัยเชิงสำรวจ การวิจัยเชิงคุณภาพ
การวจิ ัยเชิงทดลอง/กง่ึ ทดลอง การวจิ ัยและพัฒนา
การวจิ ยั แบบผสมผสาน อ่ืนๆ ระบ.ุ ...............................
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชนประถมศึกษาปีที่3
โรงเรียนประภาสวิทยา สํานักงานเขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร ที่กําลัง
ศกึ ษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2553 จํานวน 3 หอ้ ง มีนกั เรียน
รวมทงั้ หมด 105 คน
ไม่มกี ารสมุ่ สมุ่ อย่างงา่ ย
เลือกแบบเจาะจง สมุ่ แบบช้นั ภูม(ิ stratified)
อาสาสมัคร สมุ่ แบบกลุ่ม (cluster)
อืน่ ๆ ระบุ............................. สุ่มแบบหลายข้นั ตอน
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นชนประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียน
ประภาสวิทยา สาํ นกั งานเขตบงึ กมุ่ กรงุ เทพมหานคร ที่กําลังศึกษาอยู่
ในภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2553 จํานวน 48 คน ที่ได้จากการสุ่ม
แบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Random Sampling) โดยแบ่งเป็น
3 กลุ่ม ดงั นี้ กลมุ่ ตัวอยา่ งที่ใช้ในการทดลองครัง้ ที่
1. จํานวน 3 คน กลมุ่ ตัวอยางทใี่ ช้ในการทดลองครงั้ ที่
บริบทดา้ นพน้ื ที่ 24
เคร่ืองมอื ในการเกบ็
รวบรวมข้อมูล 2. จํานวน 15 คน กลมุ่ ตวั อยา่ งทใ่ี ชใ้ นการทดลองคร้งั ท่ี
3. จาํ นวน 30 คน
ผลการวิจยั
ประเทศ ภูมภิ าค จงั หวัด ทอ้ งถนิ่
ขอ้ เสนอแนะจาก การวจิ ยั 1. บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง กราฟพื้นฐาน กลุ่มสาระการ
เรยี นรูก้ ารงานอาชีพ และเทคโนโลยีสําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี
ท่ี 3
2. แบบทดสอบผลสมั ฤทธ์ทางการเรียน เรื่อง กราฟพื้นฐาน กลุ่มสาระ
การเรียนรู้การงาน อาชีพและเทคโนโลยีสําหรับนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปที ่ี 3
3. แบบประเมินคุณภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียดำเนิน
เนอื้ หา และดา้ นเทคโนโลยี การศึกษา
ผลการประเมินคุณภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่ออง กราฟ
พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีสําหรับ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา พบว่าผู้
เชียวชาญด้านเนื้ออหามีความเห็นว่าคุณภาพของบทเรียน
คอมพวิ เตอรม์ ัลติมีเดยี โดยรวมอย่ใู นระดบั ดแี ละมีคุณภาพรายด้านดังนี้
ในเรื่องลําดับขั้นในการนําเสนอเน อหา ความชัดเจนในการนําเสนอ
เนื้อหา ปริมาณของเนื้อหาในแต่ละบทเรียน และความ เหมาะสมกับ
ระดับของผู้เรียน มีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก ส่วนในเรื่องของเนื้อหา
สอดคล้องกับสาระ การเรียนรู้ความถูกต้องของเนื้อหา ความน่าสนใจ
ในการดําเนิน
เรอ่ื ง แบบฝกึ หดั สอดคล้องกับผล การเรยี นรูท้ ีค่ าดหวงั มีคณุ ภาพอยู่ใน
ระดับดี โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาให้ข้อเสนอแนะในการ ปรับปรุง
แก้ไข คือควรมีภาพประกอบเนื้อหาเพิ่มเติม ซึ่งผู้วิจัยได้ทําการแก้ไข
ปรบั ปรุงตาม ขอ้ เสนอแนะของผเู้ ชียววชาญด้านเนือ้ หาเรยี บร้อย
การวจิ ยั และพฒั นา
นักเรียนช่วงชั้นที่ 4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิต
มหาวทิ ยาลัยศรนี ครนทิ รวิโรฒประสานมติ ร
เลือกกลุ่มแบบเจาะจง
25
ประชากรทีใช้ในการวจิ ัย คือ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านเนือ้ หาและ กลุ่ม
ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ รวมทั้งหมด 8 คน และกลุ่มผู้ใช้เป็น นักเรียนช่วง
ชั้นที่ 4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครนิทร
วิโรฒประสานมิตร ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 จำนวน 4 ห้อง
รวมท้ังส้นิ 198 คน
จงั หวัด
1. บทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ตมิ เี ดยี เร่อื งการเขียนแบบเบ้อื งต้น
บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียเรื่อง การเขียนแบบเบื้องต้น กลุ่ม
สาระก ารงาน อาชีพ สำหรับช่วงชั้นท่ี4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที5 ท สร้าง
เสร็จแลว้ ให้อาจารย์ที่ ปรกึ ษาสารนพิ นธ์ตรวจสอบ ความถูก ต้องของร
ปู แบบ และความครบถ้วนของเน้ือ หาแล้วนา มาปรับ ปรุง แก้ไขตาม
คำแนะนำ ของ อาจารยท์ ี่ ปรึกษาสารนิพนธ
2. แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น
แบบทดสอบวัด ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน มาปรบั ปรงุ แกไ้ ขแลว้ นา มา
ใช้กับ นักเรียน โรงเรียน สาธิตมหาวิทยาลยั ศรีนครนทิ รวิโรฒประสาน
มิตรเปน็ นกั เรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี6 จา นวน 100 คน ท่ีเคยเรยี นวชิ า
นี้มาก่อนและไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง นำไปตรวจให้คะแนน ให้ข้อที่ ถูก 1
คะแนน สว่ นข้อที่ ผิดหรอื ไมต่ อบให้0 คะแนน
3. แบบประเมนิ คณุ ภาพบทเรยี นคอมพิวเตอร์มัลติมเี ดีย
ผลคะแนนท่ีได้ไปวิเคราะห์หาค่าความยากง่าย (p) และค่าอำนาจ
จำแนก (r) ของแบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็น รายข้อ
โดยใช้เทคนิค27% (ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ . 2539: 191-
196) โดยเลือกข้อสอบที่มี ค่าความยากง่าย ระหว่าง 0.20-0.80 และ
ค่าอำนาจจำแนก 0.20 ขึ้นไป โดยเปิดตารางสำเร็จของจุงเดห์ ฟาน
และคัดเลือกข้อสอบที่จะนา มาเป็น แบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรยี นไวจ้ ำนวนทั้งหมด 3 เร่ืองๆละ 10 ข้อรวมทัง้ หมด 30 ข้อ
การวิจัยครั้งนี้เป็น การวิจัยและพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย
เรื่อง การเขียนแบบ เบื้องต้น สำหรับ นักเรียนช่วงชั้นที่ 4 ชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 5 สามารถ
สรปุ ผลได้ดังนี้
26
1. ได้บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง การเขียนแบบ
เบือ้ งตน้ สำหรบั นักเรียนชว่ งชั้นท4่ี ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่5 ซ่งึ เป็นวชิ าใน
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยเนื้อหา หา
ทั้งหมด 3เรื่อง คือเรื่องท่ี1 การเขียนแบบเบื้องต้นเรื่องที่2 เครื่องมือ
และอปกุ รณ์การเขียนแบบเรื่องที่ 3 ลักษณะ ของเส้นและการใชง้ าน ท่ี
มคี ุณภาพไวใชใ้ นการเรยี นการสอน
2. คุณภาพของบทเรยี นคอมพิวเตอร์ มัลติมีเดยี เรื่อง การเขียน
แบบเบือ้ งต้น สำหรับ นกั เรียน ชว่ งชน้ั ที่4 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 มีดังนี้
2.1 ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อ หามีความเห็นว่า บทเรียน คอมพิวเตอร์
มลั ตมิ เี ดยี มีคุณภาพ โดยรวมอยู่ ในระดบั ดี
2.2 ผู้เชี่ยวชาญด้านสือ่ มีความเห็นว่า บทเรียน คอมพิวเตอร์มัลติมเี ดีย
มีคณุ ภาพโดยรวม อยู่ในระดบั ดมี าก
3. ผลการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ มัลติมีเดียจากการทดลอง
กับ กลุ่มตัวอย่า ง พบว่า โดยรวม ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนใน
ระดับดีจำนวน 25 คน คิดเป็น ร้อยละ 69.44 และ มีผลสัมฤทธิ์
ทางการเรยี นในระดับปานกลาง จำ นวน 11 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 30.56
1. ในการออกแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์ มลั ติมเี ดีย ควรศึกษาหลักการ
ในการออกแบบ และมีการวางแผนขั้นตอนกระบวนการผลิตให้เป็น
ระบบ เพื่อลดข้อผิดพลาดและระยะเวลาใน การผลิต เพื่อให้เป็นไป
อยา่ งสะดวกรวดเรว็ และไดส้ ื่อทม่ี ีคณุ ภาพและคุ้มค่าต่อการผลิต
2. ในการผลิตบทเรียนคอมพิวเตอร์ มัลติมีเดีย ควรศึกษาโปรแกรม
ต่างๆ นอกจากโปรแกรม Authorware ที่ใช้เพื่อการผลิตบทเรียน
คอมพิวเตอร์ มัลติมีเดียแล้ว เพราะในแต่ละโปรแกรมมีคุณสมบัติและ
การทำ งานที่แตกต่างกันไป เพราะการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์
มัลติมีเดยี ใหม้ ีคุณภาพน้นั ควรใช้ โปรแกรมต่างๆมาผสมผสานกนั เช่น
ง า น ก ร า ฟ ิ ก ไ ด ้ แ ก ่ Photoshop, Flash, SwishMax ฯ ล ฯ
ภาพเคลื่อนไหว ควรศึกษาโปรแกรมที่ใช้ ในการตัดต่อวิดีโอได้แก่
Premiere, Ulead, Movie Maker ฯลฯ หรืองานด้านเสียง โปรแกรม
ต่างๆที่ใช้ในการแปลงเสียง หรือบัน ทึกเสียง ได้แก่ Sound Forge
เปน็ ต้น รวมทั้งโปรแกรมแปลงไฟล์ต่างๆทั้งภาพและเสียง เนื่องจาก
27
โปรแกรม Authorware มีข้อจำ กัดใน เรื่องของไฟล์สกลุ ต่างๆที่ไม่
สามารถรองรับได้ทุกไฟล์ปัจจุบัน มีโปรแกรมที่ใช้ผลิตบทเรียน
คอมพิวเตอร์ หลากหลายประเภท จึงจำ เป็น ที่ จะต้องศึกษาเพิ่มเติม
เพ่อื ให้สามารถเลือกใชโ้ ปรแกรมในการผลิตให้ เหมาะสม และคุ้มค่าใน
การใช้งาน จึงต้องศึกษาเรียนรู้โปรแกรมที่ใช้ในการแปลงไฟล์ด้วย
ดังนั้น ใน การผลิตสื่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ มัลติมีเดียจึงต้องมีความรู้
ในเรื่องโปรแกรมต่างๆที่สามารถนำ มาพัฒนา บทเรียนคอมพิวเตอร์
มัลตมิ ีเดียให้มคี ุณภาพ และมีความน่าสนใจยงิ่ ขน้ึ
สยามรัฐ บุตรศรี. (2553). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย
เรื่อง การเขียนแบบเบื้องต้น สำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 4. สารนิพนธ์ก
ศ.ม. (เทคโนโลยีการศึกษา). กรงุ เทพฯ : มหาวิทยาลัย ศรีนครนิทร
วิโรฒ. ท่ปี รึกษาสารนพิ นธ:์ ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ บุญยฤทธิ์ คงคาเพ็ชร
การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง กราฟิกพื้นฐาน กลุ่ม
สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้น
ประถมศกึ ษาปีท่ี 3
ธญั ธนา อึ้งตระกลู . (2554). การพฒั นาบทเรียนคอมพวิ เตอร์มัลติมีเดีย
เรอ่ื ง กราฟกิ พน้ื ฐาน กลุ่มสาระการเรียนร้กู ารงานอาชีพและเทคโนโลยี
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. สารนิพนธ์ กศ.ม. (เทคโนโลยี
การศึกษา). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิ
โรฒ. อาจารย์ที่ปรึกษาสารนิพนธ์: ผู้ช่วยสตราจารย์บุญยฤทธิ์ คงคา
เพ็ชร
ธญั ธนา อึง้ ตระกลู .
ประธานคณะกรรมการบริหารหลักสูตร และคณะกรรมการสอบ ได้
พิจารณาสารนิพนธ์ เรื่อง การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย
เร่อื ง กราฟกิ พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนร้กู ารงานอาชีพและเทคโนโลยี
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ของ ธัญธนา อึ้งตระกูล ฉบับน้ี
แล้วเห็นสมควรรับเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญา
28
การศกึ ษามหาบณั ฑติ สาขาวิชาเทคโนโลยกี ารศึกษา ของมหาวิทยาลัย
ศรนี ครินทรวโิ รฒได้
เพื่อพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง กราฟ พื้นฐาน กลุ่ม
สาระการเรียนรู้การ งานอาชีพและเทคโนโลยี สําหรับนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปที ่ี 3 ใหม้ ีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 85/85
1. ได้บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง กราฟพื้นฐาน กลุ่มสาระ
การเรียนการงาน รู้ อาชีพและเทคโนโลยีสําหรับนักเรียนชน
ประถมศึกษาปที ี่ 3 ท่ีมปี ระสิทธิภาพตามเกณฑท์ ่กี ําหนด
2. เพื่ออช่วยแก่ปัญหาความสามารถทางการเรียนแตกตางกัน ขาด
แคลนสื่อ เวลาทที่ใช้ ในการเรียนการสอน ผู้เรียนสามารถเรียนรู้นอก
เวลาได้และเรียนรู้ได้ด้วยตนเองตามความสามารถ และศักยภาพของ
ตนเอง 3. เพื่อเป็นแนวทางสําหรับผู้สนใจในการพัฒนาบทเรียน
คอมพิวเตอรม์ ลั ตมิ ีเดียในเนอื้ หา วชิ าอน่ื ๆ ต่อไป
การวจิ ยั และพัฒนา
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชนประถมศึกษาปีท่ี 3
โรงเรียนประภาสวิทยา สํานักงานเขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร ที่กําลัง
ศกึ ษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2553 จาํ นวน 3 หอ้ ง มีนักเรียน
รวมทั้งหมด 105 คน
เฉพาะเจาะจง
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นชนประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียน
ประภาสวิทยา สาํ นกั งานเขตบึงกมุ่ กรุงเทพมหานคร ท่กี ําลังศึกษาอยู่
ในภาคเรียนท่ี2 ปีการศึกษา 2553 จํานวน 48 คน ที่ได้จากการสุ่ม
แบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Random Sampling) โดยแบ่งเป็น
3 กลุ่ม ดังนี้ กลุม่ ตัวอยา่ งทีใ่ ช้ในการทดลองครัง้ ที่
1 จํานวน 3 คน กลมุ่ ตวั อยางท่ีใชใ้ นการทดลองคร้งั ท่ี
2 จํานวน 15 คน กลมุ่ ตวั อย่างที่ใช้ในการทดลองครงั้ ที่
3 จํานวน 30 คน
จังหวดั
29
1. บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง กราฟพื้นฐาน กลุ่มสาระการ
เรียนรูก้ ารงานอาชีพ และเทคโนโลยีสําหรบั นักเรียนช้ันประถมศึกษาปี
ท่ี 3
2. แบบทดสอบผลสมั ฤทธ์ทางการเรียน เรื่อง กราฟพื้นฐาน กลุ่มสาระ
การเรียนรู้การงาน อาชีพและเทคโนโลยีสําหรับนักเรียนช้ัน
ประถมศกึ ษาปีที่ 3
3. แบบประเมินคุณภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียดำเนิน
เน้อื หา และด้านเทคโนโลยี การศกึ ษา
แสดงผลการประเมินคุณภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่ออง
กราฟ พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา
พบว่าผู้เชียวชาญด้านเนื้ออหามีความเห็นว่าคุณภาพของบทเรียน
คอมพวิ เตอรม์ ัลตมิ ีเดยี โดยรวมอยู่ในระดบั ดแี ละมีคุณภาพรายด้านดังน้ี
ในเรื่องลําดับขั้นในการนําเสนอเน อหา ความชัดเจนในการนําเสนอ
เนื้อหา ปริมาณของเนื้อหาในแต่ละบทเรียน และความ เหมาะสมกับ
ระดับของผู้เรียน มีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก ส่วนในเรื่องของเนื้อหา
สอดคล้องกับสาระ การเรียนรู้ความถูกต้องของเนื้อหา ความน่าสนใจ
ในการดําเนิน
เรื่อง แบบฝึกหดั สอดคลอ้ งกบั ผล การเรยี นรู้ท่คี าดหวัง มีคณุ ภาพอยู่ใน
ระดับดี โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาให้ข้อเสนอแนะในการ ปรับปรุง
แก้ไข คือควรมีภาพประกอบเนื้อหาเพิ่มเติม ซึ่งผู้วิจัยได้ทําการแก้ไข
ปรบั ปรงุ ตาม ข้อเสนอแนะของผู้เชยี ววชาญดา้ นเนอ้ื หาเรยี บรอ้ ย
1.ในการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย ผู้พัฒนาควรเลือก
โปรแกรมสําหรับสร้าง บทเรียนให้เหมาะสมกับการเรียนการสอน
เนื่องจากปัจจุบนั มีโปรแกรมสาํ หรับสรา้ งบทเรียน หลากหลาย โดยแต่
ละโปรแกรมจะมีขอ้ ดแี ละข้อจาํ กดั ท่ีแตกตา่ งกันไป
2.บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง กราฟพื้นฐาน กลุ่มสาระการ
เรียนรู้การงานอาชีพ และเทคโนโลยีสําหรับนักเรียนประถมศึกษาปที ่ี3
สามารถใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนได้จริง อีกทั้ง ยังเป็นแหล่งเรียนรู้
ทางเลือกหนึ่งที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง โดยไม่จํากัดเวลา
หรอื สถานทีซ่ ึ่งทาํ ใหผ้ เู้ รียนมที กั ษะในการเรยี นมากข้ึน
แหล่งทม่ี าของ 30
งานวจิ ยั
ธญั ธนา อ้งึ ตระกลู . (2554). การพฒั นาบทเรยี นคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย
บนั ทกึ โดย เรือ่ ง กราฟกิ พืน้ ฐาน กลุม่ สาระการเรียนร้กู ารงานอาชพี และเทคโนโลยี
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. สารนิพนธ์ กศ.ม. (เทคโนโลยี
การศึกษา). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิ
โรฒ. อาจารย์ที่ปรึกษาสารนิพนธ์: ผู้ช่วยสตราจารย์บุญยฤทธิ์ คงคา
เพช็ ร
วนั ที่
แบบบันทกึ สาระงานวิจยั 6
ช่ือเรอ่ื งวิจยั การพฒั นาส่ือการสอนอเิ ล็กทรอนคิ ผ่านน รหสั 02
ข้อมูลบรรณานุกรม
เครอื อขา่ ยอินเทอร์เน็ตรายวิชาฟตุ บอลเพื่อ
ผแู้ ตง่
วารสาร สุขภาพ
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
ถนอมพร ตันพิพัฒน์. (2539). “อินเตอร์เน็ตเพ่ือการศึกษา”วารสารครุ
ศาสตร์3 (กรกฎาคม–กนยั ายน),หน้า 1-11.
เอนก ประดิษฐ์พงษ์ (2545) การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเรื่องชีวิต และวิวัฒนาการหรับนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาตอนปลาย. วิทยานิพนธ์ ศศ.ม. มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวิ
โรฒ
ผศ.ดร.ประพนั ธ์ เกียรติเผา
ก า ร ว ิ จ ั ย จ า ก ค ณ ะ ศ ึ ก ษ า ศ า ส ต ร ์ แ ล ะ พ ั ฒ น ศ า ส ต ร์
มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ วทิ ยาเขตกำแพงแสน
1. เพื่อพัฒนาสื่อการสอนอิเล็คทรอนิคผา่ นเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
รายวิชาฟตุ บอลเพอื่ สขุ ภาพ
ใหไ้ ดป้ ระสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กา หนด 80/80
2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์คะแนนสอบก่อนเรียนกับคะแนนสอบ
หลังเรียน ของการเรยี น
ด้วยสื่อการสอนอิเล็คทรอนิคผา่ นเครือข่ายอินเทอร์เน็ต รายวิชา
ฟตุ บอลเพ่อื สุขภาพ
3. เพื่อประเมินความพึงพอใจ ต่อสื่อการสอนอิเล็คทรอนิคผ่าน
เครอื ขา่ ยอินเทอรเ์ นต็ รายวชิ า
ฟตุ บอลเพ่ือสขุ ภาพ
31
ประโยชน์ที่จะไดร้ ับ 1. ได้สื่อการสอนอิเล็คทรอนิคผา่ นเครือข่ายอินเทอร์เน็ต รายวิชา
ฟุตบอลเพ่อื สุขภาพ
ผู้พิมพ/์ เจา้ ของลขิ สทิ ธ์ 2. นสิ ิตมีผลสัมฤทธท์ิ างเรยี นรายวชิ าฟุตบอลเพอ่ื สขุ ภาพดีขน้ึ
ปีทพ่ี ิมพ์ : 2559 3.นิสิตมีสมรรถนะผลการเรยี นรทู้ ้งั ๕ ดา้ น ในการเรยี นรายวิชาฟุตบอล
กรอบแนวคิดในการวิจัย เพ่อื สขุ ภาพดขี น้ึ
ประเภทการวิจัย 4.นิสิตมคี วามพงึ พอใจต่อการจดัการเรียนการสอนท่ีใช้สอ่ื อิเล็คทรอนิค
บนเครือขา่ ย
ประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง อินเทอรเ์ น็ต รายวิชาฟตุ บอลเพอ่ื สขุ ภาพ
ผศ.ดร.ประพันธ์ เกียรตเิ ผา.ที่อยู่ ตดิ ตอ่ E-mail และอน่ื ๆ
การส่มุ ตัวอยา่ ง [email protected], [email protected]
ตัวอยา่ ง/ผูใ้ ห้ข้อมูล/ เลขหน้า จังหวดั นครปฐม
แหล่งข้อมูล
บริบทดา้ นพื้นท่ี -
เคร่อื งมือในการเก็บ
รวบรวมข้อมูล การวิจัยเชงิ สำรวจ การวิจยั เชงิ คุณภาพ
การวิจยั เชิงทดลอง/ก่งึ ทดลอง การวจิ ัยและพฒั นา
การวิจัยแบบผสมผสาน อนื่ ๆ ระบ.ุ ...............................
กลุ่มตัวอย่างเป็นนิสิตลงทะเบียนเรียนรายวิชาฟุตบอลเพื่อสุขภาพ
01175122 ภาคต้นปีการศึกษา 2559 จำนวน 40คน คิดเป็นร้อยละ
ร้อย
ไมม่ ีการสมุ่ ส่มุ อย่างงา่ ย
เลือกแบบเจาะจง สมุ่ แบบชัน้ ภมู (ิ stratified)
อาสาสมคั ร สุ่มแบบกลมุ่ (cluster)
อืน่ ๆ ระบ.ุ ............................ สมุ่ แบบหลายขั้นตอน
กลุม่ ตวั อยา่ งเป็นนิสติ ลงทะเบยี นเรยี นรายวิชาฟตุ บอลเพอ่ื สุขภาพ
01175122 ภาคตน้ ปีการศึกษา 2559
ประเทศ ภมู ภิ าค จังหวัด ท้องถ่ิน
1.2แบบทดสอบก่อนเรยี นเน้ือหาบทเรยี น จา นวน 4 ชุด (บทที่ 1 –
บทท่ี 4)
1.3แบบทดสอบยอ่ ย บทที่ 1อจำนวน 1 ชุด บทที่ 2 จำนวน 4 ชุด บท
ท่ี 3 จำนวน 2 ชดุ และ บทที่ 4จำนวน 2 ชุด
1.4แบบทดสอบหลงั เรียน จำนวน 4 บท (บทท่ี 1 – บทท่ี 4)
1.5 แบบทดสอบปลายภาคเรียน จำนวน 50ข้อ
ผลการวจิ ัย 32
ข้อเสนอแนะจาก การวจิ ัย
1. แบบสอบถามความพึงพอใจ ต่อการใช้ส่ือการสอนอิเล็คทรอนิคผา่ น
แหลง่ ที่มาของงานวิจัย เครอื ข่ายอินเทอรเ์ นต็ รายวิชาฟตุ บอลเพ่ือสขุ ภาพ ประกอบดว้ ย
บันทึกโดย ตอนท่ี1ขอ้ มูลท่ัวไปของผตู้อบแบบสอบถาม
ตอนท่ี2 เปน็ แบบสอบถามชนิด rating scale 5 ระดับ
ตอนท่ี3 เปน็ ข้อเสนอแนะ
สื่อการสอนอิเล็คทรอนิคผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีประสิทธิภาพ
83.11/82.35 เป็นไปตามเกณฑ์ทีก่ า หนด 80/80 ผลการเปรียบเทียบ
ผลสัมฤทธิ์คะแนนสอบก่อนเรียนกับคะแนนสอบหลังเรียน
ไม่แตกต่างกัน ที่นัยสำคัญ ที่ .05 และความพึงพอใจของการใชส้ ื่อการ
สอนอเิ ลค็ ทรอนคิ อย่ใู นระดบั ทีส่ งู มาก
5.7.1 ควรมกี ารศึกษาเปรยี บเทยี บผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นระหว่างกลุ่ม
ที่สอนโดยใช้สื่ออิเล็คทรอนคิ ผา่ นเครือข่ายอินเทอร์เนต็ กับกลุ่มที่สอน
แบบปกติ
5.7.2 ควรมีการศึกษาด้านปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการเรียนรู้โดยใช้สื่อ
อิเล็คทรอนิคผา่ นเครอื ข่ายอินเทอร์เนต็ เช่น ปัจจัยด้านอุปกรณ์ท่ีใช้ใน
การเรียนสื่ออิเล็คทรอนิค ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อศึกษา
ข้อจำกัดเกี่ยวกับความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว ในการเรียนใน
สภาพจรงิ ของนิสิต
5.7.3 ควรมีวิเคราะห์ข้อสอบเพื่อหาความยากง่าย ค่าอานาจจำแนก
ของขอ้ สอบรายข้อและหาคา่ ความเชื่อมน่ั ทั้งฉบับ
ผศ.ดร.ประพันธ์ เกยี รตเิ ผา.(2559). คณะศึกษาศาสตรแ์ ละพฒั น
ศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วทิ ยาเขตกำแพงแสน
วันท่ี
33
ส่วนที่ 2 การสังเคราะห์ผลการวจิ ัยเพ่อื พัฒนาเปน็ ตวั ช่วยงานสอน
ให้นักศึกษาสังเคราะห์ผลการวจิ ัย องค์ความรู้/นวตั กรรมทางการศึกษา/สื่อ/กจิ กรรม/ชุดการ
สอน สาหรับประยุกต์ใช้เป็ นตวั ช่วยในการจัดการเรียนการสอนหรือจดั กจิ กรรมส่งเสริมการเรียนรู้ให้กบั
ผ้เู รียนท่ีได้จากผลการศึกษาและสังเคราะห์งานวจิ ัย
รหสั งานวิจยั ผลการวจิ ยั องคค์ วามรู้/นวตั กรรม/
ส่อื /กจิ กรรม/ ชดุ การ
สอน ที่ได้จากงานวิจัย
01 การศึกษาวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) -แบบการทำงานเป็นกลุ่ม
พัฒนาแอปพลิเคชั่น เพื่อการเรียนรู้รายวิชา -เรอ่ื งกฎหมายคอมพวิ เตอร์
วิทยาการคำนวณ 2) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ ทางการ
เรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ใช้
แอปพลิเคชั่น เพื่อการเรียนรู้เป็นสื่อเสริมการ
เรียนรู้กับการสอนแบบปกติ 3) ศึกษาความพึง
พอใจของนักเรียนที่มีต่อแอปพลิเคชั่นเพื่อการ
เรียนรู้ ที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวจิ ยั
ครงั้ น้ี คอื
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียน
เทศบาล 5 จงั หวัดยะลา จำนวน 50 คน เพื่อ
เข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ
25 คน โดยกลุ่มทดลอง คือ กลุ่มที่ได้รับการ
สอนโดยใช้แอปพลเิ คชั่น
เป็นสื่อเสริมในการเรียนรู้และกลุ่มควบคุม คือ
กลุ่มที่ได้รับการ สอนแบบปกติเครื่องมือการ
วิจัย ประกอบด้วย 1) แอปพลิเคชั่นเพื่อ การ
เรยี นรเู้ รื่อง กฎหมายคอมพวิ เตอรแ์ ละลิขสิทธ์ิ2)
แผนการ สอน 3) แบบประเมินคุณภาพ
แอปพลิเคชั่น 4) แบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียน จำนวน 20 ข้อ และ 4) แบบวัด
ความพึง พอใจของผู้เรียนที่มีต่อแอปพลิเคช่ัน
เพื่อการเรียนรูท้ ี่พัฒนาข้ึน การ วิเคราะห์ข้อมลู
ใช้ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบ
34
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างกลุ่มทดลอง
และกลุ่มควบคุมโดย การทดสอบค่าที(t-test)
ผลการวิจัย พบว่า 1) แอปพลิเคชั่นเพื่อ การ
เรียนรู้เรื่อง กฎหมายคอมพิวเตอร์และลิขสิทธ์ิ
โดยภาพรวมมี คณุ ภาพอยู่ในระดับดี(X = 4.34,
S.D. = 0.67) 2) ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของ
นักเรียนที่ใช้แอปพลิเคชั่นเป็นสื่อเสริมการ
เรียนรู้ สูงกว่าการสอนแบบปกติอย่างมี
นัยสำคัญทางสถิติทีร่ ะดับ .05 และ 3) นักเรียน
มีความพึงพอใจต่อแอปพลิเคชั่นเพื่อการเรียนรู้
ที่ พัฒนาขึ้น โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
(X = 4.50, S.D. = 0.53)
02 การวิจัยนี้ศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางใน -ได้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการจ้อ
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนวิชา มลู
วิทยาการคำนวณ เรื่อง การจัดการข้อมูล โดย
ใช้ หนังสืออิเลก็ ทรอนกิ สม์ วี ตั ถปุ ระสงค์เพื่อ (1)
เพื่อสร้างและหา ประสิทธิภาพของหนังสือ
อิเล็กทรอนิกส์ ชดุ เทคโนโลยีการจัดการ ข้อมลู
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน
สาธิตมหาวิทยาลัย รามคำแหง (ฝ่ายมัธยม) ให้
มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ 80/80 (2) เพ่ือ
เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การ
จัดการข้อมูล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่
5 โรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลยั รามคำแหง (ฝา่ ย
มัธยม) ที่เรียนโดยใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์กับ
การ เรียนแบบปกติ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการ
วจิ ัย
คือนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน
สาธิตมหาวิทยาลัย รามคำแหง (ฝ่ายมัธยม)
กรุงเทพมหานคร ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา
35
2564 มจี ำนวน 2 หอ้ ง ไดแ้ ก่ ห้องทดลองจำนวน
31 คน และห้องควบคุม จำนวน 33 คน ซึ่ง
ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง โดยห้องเรียน
ท้งั 2 ห้องมีผลการทดสอบก่อนเรียนแตกต่างกัน
อย่าง ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ . 05
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) หนังสือ
อิเล็กทรอนิกส์ 2) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้
หนังสอื อิเล็กทรอนิกส์ 3) แผนการจัดการเรยี นรู้
แบบปกติ4) แบบทดสอบ ผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนเรื่อง การจัดการข้อมูล ที่มีค่าความเชื่อม่ัน
ของแบบทดสอบทั้งฉบับเท่ากับ 0.89 วิเคราะห์
ข้อมูลโดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบน
ม า ต ร า ฐ า น แ ล ะ ก า ร ท ด ส อ บ ค ่ า ที
แบบ Independent
03 งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างสื่อ -ไดค้ วามรู้เกมมิฟเิ คชัน
การเรียนรู้ประเภทเกม โดยใช้กลยุทธ์เกมมิฟิ
เคชัน เพื่อส่งเสริม การคิดเชิงคำนวณ รายวิชา
พื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการ
คำนวณ) สำหรับนกั เรยี น
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 2) เพื่อศึกษาระดับการ
คิดเชิงคำนวณ ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปี
ท่ี 2 หลังจากการเรียนด้วยสื่อการเรียนรู้ ที่
สร้างขึ้น 3) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
เรื่อง การแสดง ลำดับขั้นตอนการทำงาน หรือ
การแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์
หรอื ข้อความ ของนกั เรียนจากการเรยี นด้วยส่ือ
การเรียนรู้ ที่สร้างขึ้น และ 4) เพื่อศึกษาความ
พึงพอใจของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีท่ี 2 ท่ี
มีต่อสื่อการเรียนรู้ที่สร้างขึ้น กลุ่มตัวอย่างคือ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนนา
หลวง กรุงเทพมหานคร ที่กำลังศึกษาอยู่ใน
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2562 ซึ่งได้มาโดย
36
การ สุ่มอย่างง่าย โดยวิธีจับฉลากห้องเรียนได้
ห้องเรียน 1 ห้อง จำนวน นักเรียนทั้งหมด 39
คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าเฉลย่ี
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที
ผลการวิจัยพบว่า 1) ส่ือการเรียนรู้ที่สร้างข้ึน
มีผลการประเมินคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก 2)
นักเรียนที่เรียนด้วยสื่อการเรียนรู้ที่สร้างขึ้น มี
ระดับการคิดเชิง คำนวณอยู่ในระดับมาก 3)
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน เรื่องการ
แสดงลำดับขั้นตอนการทำงาน หรือการ
แก้ปัญหาอย่างง่าย โดยใช้ภาพ สัญลักษณ์หรือ
ข้อความ จากการเรียนด้วยสื่อการเรียนรู้ ที่
สร้างข้ึน หลังเรยี นสงู กว่าก่อนเรียน ซ่ึงแตกต่าง
กันอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ
4) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อ สื่อการเรียนรู้ท่ี
สรา้ งขึ้นอยใู่ นระดับมาก
04 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) -ได้ความรู้เกยี่ วt-tet
เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนรายวิชา
เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) เรื่องแนวคิดเชิง
คำนวณกับการแก้ปัญหาของผู้เรียนจากการใช้
บอร์ดเกมกับเกณฑ์ร้อยละ 70 2) ศึกษาระดับ
ความพึงพอใจของผู้เรียนที่เรียนด้วยบอร์ดเกม
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรียนทุ่งหว้าวรวิทย์
อำเภอทุ่งหวา้ จังหวดั สตูล ภาคเรยี นท่ี 2 ปี
การศึกษา 2563 จำนวน 41 คน เครื่องมือที่ใช้
ในการวิจัย ประกอบด้วย บอร์ดเกม
ประกอบการเรียนการสอนรายวิชา เทคโนโลยี
(วิทยาการคำนวณ) เรื่องแนวคิดเชิงคำนวณกบั
การ แก้ปัญหา แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์และ
แบบสอบถามความพึง พอใจ สถิติที่ใช้ในการ
วเิ คราะห์ขอ้ มลู ได้แกค่ ่าเฉลยี่ ค่าสว่ น เบีย่ งเบน
37
มาตรฐาน และสถิติทดสอบ t-test (One
Sample T Test) ผลการวิจัยพบว่าผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนด้วยบอร์ดเกม รายวิชาเทคโนโลยี
(วิทยาการคำนวณ) เรื่องแนวคิดเชิงคำนวณกับ
การแก้ปัญหาหลงั เรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70
ที่ระดับนัยสำคัญ ทางสถิติ.05 ระดับความพึง
พอใจต่อการใช้สื่อบอร์ดเกม สำหรับ นักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อยู่ในระดับมากที่สุด มี
ค่าเฉลี่ย 4.96 และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
0.11
05 การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา -ได้ความรู้ One Group Pretest–
( Research and Development) มี Posttest Design -ได้ความรู้เรื่อง
วัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อสร้างและพัฒนา อลั กอรทิ มึ (Algorithm)
หนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง อัลกอริทึม
(Algorithm) เพื่อวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 กลุ่ม
สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(วิทยาการคำนวณ) ให้ มีประสิทธิภาพตาม
เกณฑ์ 80/80 (2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ด้วย
หนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง อัลกอริทึม
(Algorithm) เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 กลุ่ม
สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
(วิทยาการคำนวณ) (3) เพื่อศึกษาความพึง
พอใจของ นักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยหนังสือ
อ่านเพิ่มเติม เรื่อง อัลกอริทึม (Algorithm)
เพื่อวดั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น สำหรบั นักเรียน
ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการ
คำนวณ) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้
ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1
38
โรงเรียนเทศบาล 1 (วัดสัตตนารถ ปริวัตร)
สังกัดสำนักการศึกษาเทศบาลเมืองราชบุรี
อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรีภาคเรียนที่ 1 ปี
การศึกษา 2562 ซึ่งได้มาโดยวิธีการ สุ่มแบบ
เป็นกลุ่ม (Cluster random sampling) ใช้
แบบแผนการ วิจัยแบบ One Group Pretest–
Posttest Design จำนวน 1 ห้องเรียน 28 คน
เครื่องมอื ท่ีใช้ในการวจิ ัย ได้แก่ (1) หนังสืออ่าน
เพิ่มเติม เรื่อง อัลกอริทึม (Algorithm)เพื่อวัด
ผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน สำหรับนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น จำนวน 7 เล่ม (2) แผนการ
จดั การเรยี นรู้ จำนวน 7 แผน 14 ชวั่ โมง ( 3 )
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ
นักเรียนเป็น แบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ
4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ (4) แบบสอบถาม
วัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียน
ด้วยการ พัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง
อัลกอริทึม (Algorithm) เพื่อวัด ผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา
ปีที่ 4 กลุ่ม สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) เป็นแบบ
ประเมินชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating
Scale) 5 ระดับ จำนวน ข้อ สถิติที่ใช้ในการ
วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย
( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การทดสอบ
สมมุติฐานแบบ t- test dependent และการ
วเิ คราะห์เนือ้ หา (Content Analysis )
39
นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 5 จังหวัดยะลา การศึกษาวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์
เพื่อ 1) พัฒนาแอปพลิเคชั่นเพื่อการเรียนรู้ รายวิชาวิทยาการคำนวณ2) เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน
สาธติ มหาวิทยาลยั รามคำแหง (ฝ่ายมธั ยม) เรือ่ ง การจดั การข้อมูล โดยใช้หนังสืออเิ ลก็ ทรอนิกส์มีวัตถุประสงค์
เพื่อ (1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนนา
หลวง กรุงเทพมหานคร 1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) เรื่อง
แนวคิดเชิงคำนวณกับการแก้ปญั หาของผเู้ รยี นจากการใชบ้ อรด์ เกมกบั เกณฑ์ร้อยละ 70 2) ศกึ ษาระดับความ
พึงพอใจของผู้เรียนที่เรียนด้วยบอร์ดเกม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1
โรงเรียนเทศบาล 1 (วัดสัตตนารถปริวัตร) สังกัดสำนักการศึกษาเทศบาลเมืองราชบุรี อำเภอเมือง จังหวัด
ราชบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพ่ือสรา้ งและพัฒนาหนังสืออา่ นเพ่ิมเติม เรอ่ื ง อัลกอริทึม (Algorithm) เพ่ือวัด
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (2) เพื่อเปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง อัลกอริทึม (Algorithm) เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียน
40
ส่วนท่ี 3 การพฒั นาองคค์ วามรู้/นวตั กรรมทางการศกึ ษา/ส่อื /กจิ กรรม/ชุดการสอน
จากผลการศึกษาและสังเคราะห์ผลการวิจัย ให้นักศึกษาพฒั นาองค์ความรู้/นวัตกรรมทางการศึกษา/
สื่อ/กิจกรรม/ชุดการสอนสำหรับประยุกต์ใช้จัดการสอนหรือจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนที่ได้
จากผลการศกึ ษาและสงั เคราะหง์ านวจิ ยั
การพัฒนาองค์ความรู้วิจัยนี้เป็นการศึกษากระบวนการพัฒนาทักษะบทเรียนคอมพิวเ ตอร์ช่วยสอน
โดยใช้แบบทดสอบ เรื่องข้อมูลและการประมวลผล รายวิชาวิทยาการคำนวณ สำหรับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สำหรับการเรียนรู้ของนักเรียนในชุมชน กรณีศึกษาโรงเรียนอุดรธานีพิทยาคม
ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โดยมีวัตถุประสงค์ศึกษากระบวนการพัฒนาทักษะบทเรียน
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน โดยใช้แบบทดสอบ เรื่องข้อมูลและการประมวลผล รายวิชาวิทยาการคำนวณ
สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และศึกษากระบวนการจัดการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ วิธีการ
ให้ความรู้แก่นักเรียนที่ได้รับการปฏิบัติจริงในพื้นที่ มีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์และจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์
ที่ไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน สำหรับการเรียนการสอนทำให้การศึกษาการสร้างกระบวนการใช้งาน
คอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบสื่อการเรียนรู้เป็นไปได้ อย่างไม่เต็มที่แก่นักเรียน สุดท้ายสิ่งที่สำคัญ คือ พื้นที่จัด
แสดงความรู้และต่อยอดทักษะการใช้งาน คอมพิวเตอร์ช่วยสอนแบบสื่อการเรียนรู้ ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญท่ี
จะทำให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาทักษะการใช้งานคอมพิวเตอร์
ช่วยสอน โดยใช้แบบทดสอบ เรื่องข้อมูลและการประมวลผล รายวิชาวิทยาการคำนวณ สำหรับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 คือ สร้างการยอมรับในศักยภาพของผู้เรียนว่าสามารถเรียนรู้ได้ เรียนรู้และเข้าใจการ
พัฒนาทักษะบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนโดยใช้แบบทดสอบ เรื่องข้อมูลและการประมวลผล
รายวิชาวิทยาการคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ว่าสิ่งนี้ เป็นเครื่องมือท่ีมีประสิทธิภาพ
ในการเรียนและพัฒนาศักยภาพของนักเรียนในอนาคตบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย สอนสร้างขึ้นเพื่อศึกษา
ค้นคว้า โดยมีการบรรจเุ นื้อหาความรูต้ ่างๆ ชุดคำถามพร้อมเฉลยคำตอบ เรื่องบทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน
โดยใช้แบบทดสอบ เรื่องข้อมูลและการประมวลผล รายวิชาวิทยาการคำนวณ สำหรับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 แนวทางในการจัดการเรียนการสอนให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการเล่นและได้รับการพัฒนา
ทุกๆดา้ น ทั้งดา้ นรา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ สังคมและสติปญั ญาอยา่ งเหมาะสม สามารถนำไปใช้ปฏิบตั ไิ ด้จริง
41
ส่วนท่ี 4 การรายงานผลการใชง้ านวิจยั เปน็ ตัวชว่ ยงานสอน
การรายงานผลการนำองค์ความรู้/นวัตกรรมทางการศึกษา/สื่อ/กิจกรรม/ชุดการสอน จากการ
สงั เคราะห์งานวิจัยพัฒนาหรอื ประยกุ ต์ใช้เป็นตัวช่วยงานสอน
เร่มิ ตน้ คาบ ไดม้ ีแนะนำตวั และทำความรู้จกั กับนักเรียนชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 1/3 ทำให้นกั เรยี นมีคุน้ เคย
กับเรามีการพดู คยุ เร่ืองราวต่างๆและไม่เกร็งเกินไป จากนัน้ จะมกี ารทำแบบทดสอบกอ่ นเรียนเพ่อื วดั ผลสัมฤทธ์
ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1/3 แล้วมีการเกริ่นนำเข้าเรื่องที่จะสอนโดยการใช้สื่อการสอน
canva ในการนำเสนอเนื้อหา เรอื่ งขอ้ มูลและการประมวลผล เนือ้ หาประกอบไปด้วย 1.อนิ เตอรเ์ น็ต 2.ข้อมูล
3.การรวบรวมข้อมูล หลังจากบรรยายเสร็จจะให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนเพื่อวัดผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรยี นของนกั เรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1/3 โดยใชแ้ บบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิท์ างเรียนฉบบั เดยี วกนั
ภาพที่ 4.1 นวัตกรรมทางการศึกษา/สื่อ/กิจกรรม/ชุดการสอน ที่ประยุกต์หรือพัฒนาจากการสังเคราะห์
งานวจิ ยั
ภาพท4ี่ .2 บรรยากาศการจัดการสอนหรอื จดั กจิ กรรมส่งเสริมการเรยี นรูใ้ ห้กับผเู้ รียนจากเครอ่ื งมือที่พัฒนา
42
รายการอ้างอิง
ไชยยศ เรืองสุวรรณ. (2545). การออกแบบและพฒั นาบทเรียนคอมพวิ เตอร์ และบทเรียนเครอื ข่าย.
มหาสารคาม: ภาควชิ าเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา,คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัย
มหาสารคาม.
นฤมล คงกา เหนดิ . (2555). การพัฒนาบทเรยี นคอมพิวเตอร์ ชว่ ยสอน เร่อื งเทคโนโลยสี ารสนเทศ
และการส่ือสารกลมุ่ สาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี
ที่ 5 กลมุ่ โรงเรียนประถมศึกษา สังกดั สำนกั งานคณะกรรมการสง่ เสรมิ การศกึ ษาเอกชน เขตพื้นที่
การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 3 คลองสาน.วทิ ยานิพนธ์ ครุศาสตรมหาบัณฑติ , สาขาวิชาเทคโนโลยี
และสือ่ สารการศึกษา, มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏ บ้านสมเด็จเจา้ พระยา.
กิตตภิ กั ดีวฒั นะกลุ และพนิ ดา พานชิ กุล.(2551). การวิเคราะหแ์ ละออกแบบระบบ. กรุงเทพฯ: เคทีพี คอมพ์
แอนท์ คอนซัลท์ .
สุนทรนิ วงศศ์ ิรกิ ลุ และชัยวฒั น์ สิทธกิ รโอฬารกุล. (2537) . การพัฒนาโมเดลสาํ หรบั การเขยี น โปรแกรมเชิง
วตั ถุด้วย UML 2.0. กรุงเทพฯ: ซคั เซส มเี ดีย .
ภูมนิ ทร์ ดวงหาคลงั . (2550) . Object-Oriented Analysis and Design. สืบค้นเมื่อวนั ท่ี 20 กมุ ภาพนั ธ์
2554 จาก http://cs.payap.ac.th/pumin/212_2_50/212.html
ญาดา เขื่อนใจ อาจารย์สาขาวชิ าวศวกรรมซอฟต์แวรค์ ณะเทคโนโลยอี ตุ สาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภฏั ลาํ ปาง
ยอดชาย ขนุ สังวาลย์,การพัฒนาบทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอน เรื่อง ภาษาซีเบื้องต้น สาํ หรบั นกั เรยี นช้ัน
มัธยมศึกษาปี ที่ 4 โรงเรียนสงวนหญิง,วารสารสหวิทยาการวจิ ยั และวชิ าการ, 1 (4), 234
ปฐมพงษ์ พฤกษชาต,เร่ืองเทคโนโลยสี ารสนเทศ กลุม่ สาระการเรยี นรูก้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี สำหรบั
นกั เรียนชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี2
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร.(2554).กรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและสอ่ื สารระยะ
พ.ศ.2554-2563ของประเทศไทย ICT2020.เขา้ ถงึ ได้จาก
http://www.oic.go.th/FILEWEB/CABINFOCENTE3/DRAWER088/GENERAL/DAT
A0000/00000498.PDF
สยามรัฐ บุตรศรี. (2553). การพฒั นาบทเรยี นคอมพวิ เตอร์มัลติมีเดีย เร่อื ง การเขยี นแบบเบื้องตน้ สำหรบั
นักเรียนชว่ งช้ันที่ 4. สารนพิ นธ์กศ.ม. (เทคโนโลยกี ารศึกษา). กรงุ เทพฯ : มหาวิทยาลัย ศรนี ครนิทร
วิโรฒ. ที่ปรกึ ษาสารนิพนธ์: ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ บญุ ยฤทธิ์ คงคาเพ็ชร
ธัญธนา อง้ึ ตระกลู . (2554). การพฒั นาบทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ติมีเดยี เรอื่ ง กราฟิกพน้ื ฐาน กลุ่มสาระการ
เรียนรูก้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี สำหรับนกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. สารนิพนธ์ กศ.ม.
(เทคโนโลยีการศึกษา). กรุงเทพฯ: บณั ฑติ วทิ ยาลยั . มหาวิทยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ. อาจารย์ท่ปี รกึ ษา
สารนิพนธ์: ผชู้ ว่ ยสตราจารยบ์ ุญยฤทธ์ิ คงคาเพช็ ร
43
ถนอมพร ตนั พิพฒั น์. (2539). “อนิ เตอรเ์ น็ตเพ่ือการศึกษา”วารสารครุศาสตร3์ (กรกฎาคม–กนัยายน),หนา้ 1-
11.
เอนก ประดษิ ฐพ์ งษ์ (2545) การพฒั นาบทเรยี นคอมพิวเตอร์ช่วยสอนผ่านเครอื ข่ายอินเทอรเ์ นต็ เรื่องชวี ิต
และวิวัฒนาการหรบั นักเรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย. วทิ ยานิพนธ์ ศศ.ม.
มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ
ผศ.ดร.ประพนั ธ์ เกยี รติเผา.(2559). คณะศึกษาศาสตรแ์ ละพฒั นศาสตรม์ หาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์
วิทยาเขตกำแพงแสน