The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

งานวิจัยในชั้นเรียน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

งานวิจัยในชั้นเรียน

งานวิจัยในชั้นเรียน

41 เป็นฐาน (CBL) เรื่องเทคโนโลยีแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ช่วยให้นักเรียนมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น มีความก้าวหน้าและพัฒนาการทางการเรียนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้อาจมาจากสื่อ การเรียนการสอน กิจกรรม ใบงานที่ผ่านการสร้างและการออกแบบอย่างเป็นระบบมีการจัด กระบวนการเรียนรู้ที่มีขั้นตอนการปฏิบัติกิจกรรมชัดเจน 4. การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) เรื่องเทคโนโลยีแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยรวมอยู่ในระดับพอใจมาก ที่สุด ( X = 4.61 , SD = 0.57) ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานข้อที่ 4 เมื่อพิจารณาแต่ละประเด็นพบว่า รายการที่มีนักเรียนแสดงความคิดเห็นในระดับมากที่สุด คือ นักเรียนมีความประทับใจในการจัดการ เรียนรู้แบบ CBL ( X = 4.80 , S.D. = 0.41) ทั้งนี้ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการ จัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) เรื่องเทคโนโลยีแก้ปัญหา มีระดับมากที่สุด อาจเป็น เพราะกระบวนการจัดการเรียนรู้ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) เรื่องเทคโนโลยี แก้ปัญหา มีความเหมาะสมและเป็นไปตามลำดับขั้นตอนในการปฏิบัติกิจกรรม และรูปแบบการ จัดการเรียนการสอน มีความน่าสนใจ ทำให้นักเรียนสนุกและสนใจเนื้อหาการเรียนรู้นี้ อภิปรายผล การจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) เรื่องเทคโนโลยีแก้ปัญหา สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประเด็นที่จะนำมาอภิปราย ดังนี้ 1. การหาประสิทธิภาพของนักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) เรื่องเทคโนโลยีแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพ 82/82.25 ซึ่ง เป็นไปตามเกณฑ์80/80 ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าได้ผ่านการออกแบบอย่างมีระบบ และได้ผ่านการ ตรวจสอบในทุกขั้นตอนของกระบวนการจัดการเรียนการสอน และการจัดทำใบงาน กิจกรรมต่างๆ และเป็นไปตามสมมติฐานข้อที่ 1 ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของลัดดา ศิลาน้อย (2558, น. 141- 148) ศึกษาการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้รูปแบบการสอน แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2557 จำนวน 30 คน เครื่องมือในการวิจัยประกอบด้วย 1) เครื่องมือที่ใช้ดำเนินการ ปฏิบัติการ คือ แผนการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน จำนวน 9 แผน 2) เครื่องมือ สะท้อนผล การปฏิบัติการได้แก่ แบบสังเกตพฤติกรรมการสอนของครูโดยผู้ช่วยวิจัย แบบบันทึก การจัดกิจกรรม การเรียนรู้ของครู แบบสัมภาษณ์นักเรียน แบบทดสอบท้ายวงจร 3) เครื่องมือประเมินผลการ ปฏิบัติการได้แก่ แบบวัดทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลการวิจัยพบว่า ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียน จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ใช้ รูปแบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน นักเรียนร้อยละ 83.33 ผ่านเกณฑ์ และมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ


42 78.00 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ใช้รูปแบบการสอนแบบ สร้างสรรค์เป็นฐาน นักเรียนร้อยละ 80.00 ผ่านเกณฑ์ และมีคะแนน เฉลี่ยร้อยละ 75.50 และ สอดคล้องกับงานวิจัยของวิริยะ ฤาชัยพานิช (2558, น. 23-37) ได้ให้แนวคิดในการจัดการเรียนแบบ นักเรียนเป็นศูนย์กลาง โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน Creativity Based Learning (CBL) ว่าต้องให้นักเรียนได้เรียนรู้กระบวนการในการแกปัญหาด้วยการวิเคราะห์ปัญหาและอาศัย ความคิดสร้างสรรค์ช่วยในการวิเคราะห์ผ่าน 8 กระบวนการ ได้แก่ 1) ให้แรงบันดาลใจเพื่อทำให้ ปัญหาง่ายขึ้น 2) ศึกษาด้วยตนเองนักเรียนจะได้ค้นคว้าหาข้อมูลด้วยตนเองเพื่อคำตอบที่สร้างสรรค์ 3) นักเรียนปรึกษาครูผู้สอนโดยตรง 4) นักเรียนจะได้แก้ปัญหาของตนเองที่ตนได้รับ 5) อาศัยการ เรียนรู้แบบเกมเป็นฐาน 6) การทำงานเป็นทีม 7) การนำเสนออย่างสร้างสรรค์ และ 8) การประเมิน งานร่วมกันของนักเรียน ซึ่งจะส่งผลให้นักเรียนที่ได้รับการสอนแบบความคิดสร้างสรรค์เป็นฐานจะ สามารถพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ทักษะความคิดสร้างสรรค์ ทักษะการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม การ สื่อสารกันภายในกลุ่มและการจัดสรรเวลา 2. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) เรื่องเทคโนโลยีแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานข้อที่ 2 ทั้งนี้การเรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้ แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) เรื่องเทคโนโลยีแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทำให้ นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการค้นหาคำตอบอย่างมีเหตุผล กล้าแสดงความคิดเห็น กล้านำเสนอ สิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น ช่วยให้นักเรียนได้ฝึกการเชื่อมโยงสถานการณ์ไปสู่การค้นพบคำตอบ และรู้จัก ยอมรับข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อแนะนำของผู้อื่นอย่างมีวิจารณญาณ และนำมาพัฒนาหรือต่อ ยอดผลงานของตนให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของวรกร สุวรรณ์ (2559) ที่กล่าวว่า รูปแบบ การสอนสร้างสรรค์เป็นฐานซึ่งเป็นรูปแบบการสอนใหม่ เปิดกว้างให้ครูมีกรอบหรือ แนวทางการ จัดการเรียนการสอนหรือการจัดกิจกรรมเพิ่มเวลารู้ที่ชัดเจนง่ายต่อการนำมาใช้มีอิสระในการ สร้างสรรค์การสอนตามแนวทางการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน เน้นการกระตุ้นให้ผู้เรียนได้เกิดการ เรียนรู้และลงมือปฏิบัติด้วยตนเองด้วยรูปแบบที่หลากหลาย ซึ่งครูลดบทบาทการบอกความรู้หรือสั่ง ให้ทำงาน นอกจากนี้กระบวนการพัฒนาการบริหารจัดการรูปแบบการสอนแบบ สร้างสรรค์เป็นฐาน การที่จะให้ครูเข้าใจถึงรูปแบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน ผู้บริหาร เป็นปัจจัยสำคัญประการ หนึ่งในการส่งเสริม พัฒนาและบริหารจัดการในองค์กร ทั้งนี้การใช้กระบวนการ 5 ขั้นตอน สร้างการ รับรู้และความเข้าใจให้กับครู เป็นแนวทางหนึ่งในพัฒนาการบริหาร จัดการรูปแบบการสอนของแบบ สร้างสรรค์เป็นฐาน และสอดคล้องกับผลการวิจัยของสุพรรณี คำนันท์ (2552) ผู้เรียนที่มีระดับความ


43 สามรถทางการเรียนสูง ปานกลางและต่ำ มีการพัฒนาการรับรู้ ความสามารถของตนเองในรายวิชา คณิตศาสตร์หลังเรียนอยู่ในระดับที่เท่ากัน 3. การหาดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) เรื่อง เทคโนโลยีแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ดัชนีประสิทธิผลมีค่าเท่ากับ 0.7102 หรือ คิดเป็นร้อยละ 71.02 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานข้อที่ 3 จะเห็นได้ว่า การจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์ เป็นฐาน (CBL) เรื่องเทคโนโลยีแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ช่วยให้นักเรียนมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น มีความก้าวหน้าและพัฒนาการทางการเรียนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้อาจมาจากสื่อ การเรียนการสอน กิจกรรม ใบงาน ที่ผ่านการสร้างและการออกแบบอย่างเป็นระบบมีการจัด กระบวนการเรียนรู้ที่มีขั้นตอนการปฏิบัติกิจกรรมชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ สุภาพร นะมา มะกะ (2562) พบว่า ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยสื่อ การสอนอินโฟกราฟิกแบบ ภาพนิ่ง สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) เรื่องเทคโนโลยีแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยรวมอยู่ในระดับพอใจมาก ที่สุด ( X = 4.61 , SD = 0.57) ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานข้อที่ 4 เมื่อพิจารณาแต่ละประเด็นพบว่า รายการที่มีนักเรียนแสดงความคิดเห็นในระดับมากที่สุด คือ นักเรียนมีความประทับใจในการจัดการ เรียนรู้แบบ CBL ( X = 4.80 , S.D. = 0.41) ทั้งนี้ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการ จัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) เรื่องเทคโนโลยีแก้ปัญหา มีระดับมากที่สุด อาจเป็น เพราะกระบวนการจัดการเรียนรู้ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) เรื่องเทคโนโลยี แก้ปัญหา มีความเหมาะสมและเป็นไปตามลำดับขั้นตอนในการปฏิบัติกิจกรรม และรูปแบบการ จัดการเรียนการสอน มีความน่าสนใจ ทำให้นักเรียนสนุกและสนใจเนื้อหาการเรียนรู้นี้ซึ่งสอดคล้อง กับงานวิจัยของชลธิชา นำมา (2560) พบว่า ความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการ จัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก


44 ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ 1.1 ครูผู้สอนควรศึกษาแนวคิดการสอนและนวัตกรรมในการสอนให้เข้าใจก่อนเพื่อ นำไปปรับใช้ในแผนและบทเรียนที่จะนำไปสอนนักเรียน 1.2 ครูผู้สอนควรอธิบายวิธีการ ขั้นตอนการทำกิจกรรมต่างๆ แก่นักเรียนให้นักเรียน เข้าใจก่อนปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้นักเรียนปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง 2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรมีการพัฒนาการออกแบบการจัดกิจกรรมและสอนเนื้อหาที่สามารถบูรณา การกับวิชาอื่นๆ ได้เพื่อนักเรียนจะได้มีความรู้ไปต่อยอด 2.2 ควรมีการออกแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับแนวการเรียนการสอนแบบยึด ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และสถานการณ์ปัจจุบัน 2.3 ควรมีการสอบถามนักเรียน และสังเกตความสนใจของนักเรียนว่า ชอบอะไร สนใจในเรื่องไหน ครูผู้สอนจะได้นำมาออกแบบกิจกรรม เพื่อให้กิจกรรมมีความสนุกสนาน นักเรียนชอบและมีความสุขในการเรียน


เอกสารอ้างอิง กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. กรมวิชาการ. (2546). กระทรวงศึกษาธิการ ความคิดสร้างสรรค์หลักการ ทฤษฎี การเรียนการสอน การวัดผลประเมินผล. กรุงเทพฯ :คุรุสภาลาดพร้าว 2534 กัญญารัตน์ โคจร. (2554). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ การคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ (CPS Learning Model) เรื่องสารและสมบัติของสาร สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒฯ. กุลธิดา ธรรมวิภัชน์ และปัญญา รอดลอย. (2549). การศึกษาสภาพปัญหาด้านการสอนวิชา คอมพิวเตอร์ของครูในระดับประถมศึกษา โดยศึกษาเฉพาะกรณีกลุ่มกรุงธนเหนือสังกัด กรุงเทพมหานคร. e-kmutt science and technology magazine 8. คู่มือครูสสวท. (2560). วิทยาการคอมพิวเตอร์. สืบค้นเมื่อ 18 กันยายน 2566, จาก http://www.krukird.com/boon/ssvtt61/ ชัยยงค์ พรหมวงค์. (2557). การวางแผนการสอนและการเขียนแผนการสอน. กรุงเทพฯ:โอเดียนสโตร์. ชลธิชา นำนา. (2560). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวรรณคดีไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 4 ที่จัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน. วารสาร ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 16 (2), 113-128. ชวลิต ชูกําแพง. (2553). การวิจัยหลักสูตรและการสอน. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. บุญชม ศรีสะอาด. (2553). ดัชนีประสิทธิผล. สืบค้นเมื่อ 15 กันยายน 2566. จาก https://etheses.rbru.ac.th/pdf-uploads บุญศรี พรหมมาพันธุ์. (2553). เอกสารฝึกอบรมการเขียนและวิเคราะห์ข้อสอบวัดผลสัมฤทธิ์ หน่วยที่ 2 สาขาวิชา ศึกษาศาสตร์. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. บุปผา กัติยัง. (2556). ผลการใช้รูปแบบการเรียนการสอนทักษะปฏิบัติของเดวีส์ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนทักษะปฏิบัติการทำขนมในท้องถิ่นสงขลาและความภาคภูมิใจในภูมิปัญญา ท้องถิ่นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต (หลักสูตรและ การสอน). สงขลา: มหาวิทยาลัยทักษิณ พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2557). หลักการวัดและประเมินผลการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่7). กรุงเทพฯ: เฮ้าส์ออฟ คอร์มิสท์.


46 เอกสารอ้างอิง (ต่อ) ไพโรจน์ คะเชนทร์. (2556). การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. สืบค้น 15 กันยายน 2566. จาก http://www.waltoongpel.com/Sarawichakam/wichakam/1-10/ ลัดดา ศิลาน้อย. (2558). การวิจัยพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน โดยใช้รูปแบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน ( CBL) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 รายวิชา ส 21103 สังคมศึกษา 2. ขอนแก่น: วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 38(4), 141-148. วัฒนาพร ระงับทุกข์. (2542). แผนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง. กรุงเทพฯ: วัฒนาพานิช. วรกร สุวรรณ์. (2559). ผลการนิเทศภายในโดยใช้เทคนิคการโค้ชผ่านเลนส์เพื่อการพัฒนาการสอน สร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) ของครูในกิจกรรมเพิ่มเวลารู้โรงเรียนบ้านทุ่งเกาะญวน. ตรัง: โรงเรียนบ้านทุ่งเกาะญวน. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). คู่มือการใช้ หลักสูตรรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับ ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา. [ม.ป.ท]. สุพรรณี คำนันท์. (2552). ผลของการเรียนแบบผสมผสานโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบค้นพบ ด้วยวิธี อุปนัยและนิรนัยที่มีต่อการรับรู้ความสามารถของตนเองในวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีระดับความสามารถางการเรียนแตกต่างกัน. วิทยานิพนธ์ ค.ม. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ สุภาพร นะมามะกะ. (2562). การพัฒนาสื่อการสอนอินโฟกราฟิกแบบภาพนิ่งเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ ค.ม. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี. กรุงเทพฯ. สุธาธิณี กรุดเงิน และ พรสิริ เอี่ยมแก้ว. (2564). ผลการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้บูรณา การแนวคิดสะเต็มศึกษาที่มีต่อความคิดสร้างสรรค์และเจตคติต่อการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วารสารวิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์. 16(3), 189-202. สุวิทย์ มูลคำ. (2549). การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการคิด. กรุงเทพฯ : อี เค บุ๊ค สมนึก ภัทรทิยาธนี. (2551). การวัดผลการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่6). กาฬสินธุ์: ประสานการพิมพ์. สมศักดิ์ ภู่วิภาดาวรรธน์. (2557). เทคนิคการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์. พิมพ์ครั้งที่ 6 กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จำกัด 2544


47 เอกสารอ้างอิง (ต่อ) ระวิวรรณ ศรีคร้ามครัน. (2552). เทคนิคการสอน. กรุงเทพฯ:สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง. ลัดดา ศิลาน้อย. (2558). การวิจัยพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21 และผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนโดยใช้รูปแบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 รายวิชา ส 21103 สังคมศึกษา 2. ขอนแก่น: วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 38(4), 141-148. วิริยะ ฤาชัยพานิชย์. (2558). การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน Creativity Based Learning (CBL) กรุงเทพฯ: วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้. วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์และวรวรรณ นิมิตพงษ์กุล. (2562). สอนสร้างสรรค์ เรียนสนุกยุค 4.0. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ด ยูเคชั่น. อนรรฆ สมพงษ์ และลดาวัลย์ มะลิไทย. (2560). การศึกษาการจัดการเรียนการสอนโดยวิธีการสอน แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity Based Learning: CBL) ในรายวิชาการศึกษาเอกสาร และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ สกลนคร. สืบค้น 15 กันยายน 2566. จาก https://www.slideshare.net/EmmyNichanan/cbl-77494336. อนุวัติ คูณแก้ว. (2555). การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้สู่ผลงานทางวิชาการเพื่อการเลื่อนวิทยฐานะ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อานนท์ เอี่ยมอาจ. (2556). ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจด้านสวัสดิการของบริษัทไทยเรยอน จำกัด (มหาชน). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา อาภัสสร วันดี. (2560). ความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อประสิทธิผลการบริหารโรงเรียน สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1. วิทยานิพนธ์ ครุศาสตรมหา บัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. อาภรณ์ ใจเที่ยง. (2550). หลักการสอน. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์. อุดม กาญจนจันทร์. (2556). ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการแก้ปัญหาอย่าง สร้างสรรค์ ของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาเกษตรศาสตร์ โดยใช้วิธีสอน แบบสร้างองค์ความรู้จากการสร้างสรรค์ชิ้นงาน ร่วมกับการสอนโดยอาศัยปัญหาเป็นฐาน. วิทยานิพนธ์ กศ.ม. พัทลุง: มหาวิทยาลัยทักษิณ.


48 เอกสารอ้างอิง (ต่อ) Applewhite, P.B. (1965). Organization Behavior. New Jersey: Englewood Cliffs, Prentice-Hall Inc. Guilford, J.P. (1956). Structure of Intellect Psychological. New York: McGraw-Hill Mari K. and Hopper. (2018). Alphabet Soup of Active Learning: Comparison of PBL, CBL, and TBL. Retrieved September 18, 2023 from https://eric.ed.gov/?q=CBL&id= EJ1279700 Maslow, Abraham. (1970). Motivation and Personnality. New York: Harper. Row.Scott, P. (1970). The Process of Conceptual Change in Science. New York: Cornell University. Torrance, E.P. and R.E. Myers. (1962). Creative Learning and Teaching. New York: Good,Mead and Company. Wood, Colin. (2006). The Development of Creative Problem Solving in Chemistry. Chemistry Education Research and Practice, 7(2).


ภาคผนวก


ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล


51 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญ รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 1. นายพจนัย ถาวงค์ราม หัวหน้ากลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนกุงแก้ววิทยาคาร 2. นางสาวจันทร์สุดา คำโยค ครูกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนกุงแก้ววิทยาคาร 3. นายดนัย พันธ์ชมภู หัวหน้าฝ่ายวิชาการ โรงเรียนกุงแก้ววิทยาคาร


ภาคผนวก ข เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล


53 แบบทดสอบก่อนเรียน วิชาเทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง เทคโนโลยีแก้ปัญหา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1/2566 คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว แล้วกา X ลงในกระดาษคำตอบที่ตรง กับตัวเลือกที่ต้องการ 1. ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีใดที่ทำให้การส่ง ข้อมูลของตำแหน่งยานพาหนะไปแสดงผลใน คอมพิวเตอร์ ก. 2G ข. 3G ค. 4G ง. 5G 2. การออกแบบเชิงวิศวกรรม เป็นการรวมกันของ ศาสตร์ใด ก. วิทย์ + คณิต ข. วิทย์ + ภาษาไทย ค. อังกฤษ + คณิต ง. ภาษาไทย + คณิต 3. ข้อใดไม่ใช้หลักการออกแบบผลิตภัณฑ์ ก. หน้าที่ใช้สอย ข. ความปลอดภัย ค. ความน่าทึ่ง ง. การบำรุงรักษา 4. ขั้นสุดท้ายของกระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรม คือข้อใด ก. ระบุปัญหา ข. รวบรวมข้อมูล ค. ทดสอบ ประเมินผล ง. นำเสนอวิธีแก้ปัญหา 5. หลังจากวิเคราะห์ปัญหาเรียบร้อยแล้ว ข้อใดคือ ขั้นตอนต่อไปตามกระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรม ก. รวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา ข. ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา ค. วางแผนดำเนการแก้ปัญหา ง. ทดสอบ ประเมินผล ปรับปรุงวิธีการแก้ปัญหา 6. เหตุใดการพัฒนาเทคโนโลยีต้องใช้ความรู้จาก ศาสตร์อื่น ๆ ช่วยในการพัฒนา ก. เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถใช้ได้จริง ข. เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถใช้งานได้ง่าย ค. เพื่อเป็นเหตุผลในการแก้ปัญหาให้ถูกวิธี ง. เพื่อให้ออกแบบได้เหมาะสมกับการใช้งาน 7. หลอดไฟฟ้าชนิดใดใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยที่สุด ก. หลอดไส้ ข. หลอดแอลอีดี ค. หลอดฮาโลเจน ง. หลอดฟลูออเรสเซนต์ 8. เทคโนโลยีใดส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงด้าน เศรษฐกิจมากที่สุด ก. รถยนต์ ข. เรือขนส่งสินค้า ค. โทรศัพท์เคลื่อนที่ ง. เครื่องจักรอุตสาหกรรม 9. โรงงานผลิตจักรยานแห่งหนึ่งเปลี่ยนจากการใช้ แรงงานคน เป็นการนำระบบอัตโนมัติมาใช้งาน ทำ ให้ผลิตสินค้าได้เร็วนักเรียนคิดว่าในอนาคตมีโอกาส จะเกิดเหตุการณ์ใด ก. เปลี่ยนเป็นการนำระบบ AI มาใช้ในการผลิต ข. ราคารถจักรยานสูงขึ้นเนื่องจากต้นทุนสูง ค. สินค้าล้นตลาดเพราะผลิตมากเกินไป ง. ผลิตสินค้าใหม่ ๆ ได้หลายชนิด


54 10. ก่อนที่นักเรียนจะรวบรวมข้อมูลนักเรียนควรทำ อะไรก่อน ก. ระบุปัญหา ข. ออกแบบวีธีการแก้ปัญหา ค. วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา ง. ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไข 11. ข้อใดไม่ใช่การนำเทคโนโลยีมาแก้ไขปัญหาใน อาชีพ ก. บริการส่งอาหาร ข. การขนส่ง ค. การผลิตไฟฟ้า ง. การแก้ปัญหาจราจรติดขัด 12. ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนลักษณะของธุรกิจบริการส่ง อาหาร ก. ผู้ซื้อเลือกร้านและเมนูในแอปพลิเคชันแล้วชำระเงิน ข. ระบบรับคำสั่งซื้อแล้วแจ้งพนักงานไปรับอาหารที่ร้าน ค. ลูกค้ายืนรอคิวหน้าร้านอาหาร ง. พนักงานจัดส่งอาหารถึงมือผู้ซื้อ 13. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของแอปพลิเคชันที่ดี ก. ใช้งานยุ่งยากซักซ้อน ข. มีการออกแบบที่ดี เรียบง่าย ค. มีฟังกชันการใช้งานไม่มากเกินไป ง. จัดข้อมูลต่างๆเป็นหมวดหมู่ 14. ข้อใดไม่ใช่การแก้ปัญหาของ GPS tracking ก. ทราบตำแหน่งปัจจุบันและวามเร็วของรถ ข. ควบคุมพฤติกรรมการขับรถที่ผิดวัตถุประสงค์ของพนักงาน ค. ลดประสิทธิภาพในการจัดส่งสินค้า ง. สร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าที่ใช้บริการ 15. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบหลักในระบบผลิตไฟฟ้า เซลล์แสงอาทิตย์ ก. แผงเซลล์แสงอาทิตย์ ข. แบตเตอรี่ ค. โซลาร์เซลล์ ง. อินเวอร์เตอร์ 16. ข้อใดไม่ใช่แนวคิดแบบลีน ก. งานที่ต้องแก้ไข ข. การรอคอย ค. การใช้คนไม่ตรงกับงาน ง. การทำงานที่น้อยเกินไป 17. ระบบติดตามตำแหน่งด้วยดาวเทียม คือระบบ อะไร ก. GPS tracking ข. GSP tracking ค. PGS tracking ง. SGP tracking 18. เมื่อระบุปัญหาได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือข้อใด ก. การสรุปประเมินผล ข. การทำงานตามขั้นตอน ค. การรวบรวมข้อมูลและคัดเลือกแนวคิด ง. การทดสอบ 19. ข้อใดไม่ใช่หลักของการระดมความคิด ก. รับฟังทุกแนวความคิด ข. สนับสนุนแนวคิดแปลกใหม่ ค. ต่อยอดแนวคิดผู้อื่น ง. ไม่รับฟังและสนับสนุนแนวคิดใด นอกจากตนเอง 20. ในการสัมภาษณ์ มีข้อควรคำนึงถึง ข้อใดสำคัญ ที่สุด ก. ถามทีละคำถาม ข. ไม่ชี้นำคำตอบ ค. บอกจุดประสงค์ของการสัมภาษณ์ ง. เตรียมสมุดจด บันทึกสิ่งที่สังเกตเห็น


55 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง เทคโนโลยีแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ข้อที่ เฉลย 1 ง 2 ก 3 ค 4 ง 5 ก 6 ค 7 ข 8 ง 9 ค 10 ก 11 ง 12 ค 13 ก 14 ค 15 ค 16 ง 17 ก 18 ค 19 ง 20 ค


56 แบบทดสอบหลังเรียน วิชาเทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง เทคโนโลยีแก้ปัญหา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1/2566 คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว แล้วกา X ลงในกระดาษคำตอบที่ตรง กับตัวเลือกที่ต้องการ 1. ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีใดที่ทำให้การส่ง ข้อมูลของตำแหน่งยานพาหนะไปแสดงผลใน คอมพิวเตอร์ ก. 2G ข. 3G ค. 4G ง. 5G 2. การออกแบบเชิงวิศวกรรม เป็นการรวมกันของ ศาสตร์ใด ก. วิทย์ + คณิต ข. วิทย์ + ภาษาไทย ค. อังกฤษ + คณิต ง. ภาษาไทย + คณิต 3. ข้อใดไม่ใช้หลักการออกแบบผลิตภัณฑ์ ก. หน้าที่ใช้สอย ข. ความปลอดภัย ค. ความน่าทึ่ง ง. การบำรุงรักษา 4. ขั้นสุดท้ายของกระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรม คือข้อใด ก. ระบุปัญหา ข. รวบรวมข้อมูล ค. ทดสอบ ประเมินผล ง. นำเสนอวิธีแก้ปัญหา 5. หลังจากวิเคราะห์ปัญหาเรียบร้อยแล้ว ข้อใดคือ ขั้นตอนต่อไปตามกระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรม ก. รวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา ข. ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา ค. วางแผนดำเนการแก้ปัญหา ง. ทดสอบ ประเมินผล ปรับปรุงวิธีการแก้ปัญหา 6. เหตุใดการพัฒนาเทคโนโลยีต้องใช้ความรู้จาก ศาสตร์อื่น ๆ ช่วยในการพัฒนา ก. เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถใช้ได้จริง ข. เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถใช้งานได้ง่าย ค. เพื่อเป็นเหตุผลในการแก้ปัญหาให้ถูกวิธี ง. เพื่อให้ออกแบบได้เหมาะสมกับการใช้งาน 7. หลอดไฟฟ้าชนิดใดใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยที่สุด ก. หลอดไส้ ข. หลอดแอลอีดี ค. หลอดฮาโลเจน ง. หลอดฟลูออเรสเซนต์ 8. เทคโนโลยีใดส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงด้าน เศรษฐกิจมากที่สุด ก. รถยนต์ ข. เรือขนส่งสินค้า ค. โทรศัพท์เคลื่อนที่ ง. เครื่องจักรอุตสาหกรรม 9. โรงงานผลิตจักรยานแห่งหนึ่งเปลี่ยนจากการใช้ แรงงานคน เป็นการนำระบบอัตโนมัติมาใช้งาน ทำ ให้ผลิตสินค้าได้เร็วนักเรียนคิดว่าในอนาคตมีโอกาส จะเกิดเหตุการณ์ใด ก. เปลี่ยนเป็นการนำระบบ AI มาใช้ในการผลิต ข. ราคารถจักรยานสูงขึ้นเนื่องจากต้นทุนสูง ค. สินค้าล้นตลาดเพราะผลิตมากเกินไป ง. ผลิตสินค้าใหม่ ๆ ได้หลายชนิด


57 10. ก่อนที่นักเรียนจะรวบรวมข้อมูลนักเรียนควรทำ อะไรก่อน ก. ระบุปัญหา ข. ออกแบบวีธีการแก้ปัญหา ค. วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา ง. ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไข 11. ข้อใดไม่ใช่การนำเทคโนโลยีมาแก้ไขปัญหาใน อาชีพ ก. บริการส่งอาหาร ข. การขนส่ง ค. การผลิตไฟฟ้า ง. การแก้ปัญหาจราจรติดขัด 12. ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนลักษณะของธุรกิจบริการส่ง อาหาร ก. ผู้ซื้อเลือกร้านและเมนูในแอปพลิเคชันแล้วชำระเงิน ข. ระบบรับคำสั่งซื้อแล้วแจ้งพนักงานไปรับอาหารที่ร้าน ค. ลูกค้ายืนรอคิวหน้าร้านอาหาร ง. พนักงานจัดส่งอาหารถึงมือผู้ซื้อ 13. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของแอปพลิเคชันที่ดี ก. ใช้งานยุ่งยากซักซ้อน ข. มีการออกแบบที่ดี เรียบง่าย ค. มีฟังกชันการใช้งานไม่มากเกินไป ง. จัดข้อมูลต่างๆเป็นหมวดหมู่ 14. ข้อใดไม่ใช่การแก้ปัญหาของ GPS tracking ก. ทราบตำแหน่งปัจจุบันและวามเร็วของรถ ข. ควบคุมพฤติกรรมการขับรถที่ผิดวัตถุประสงค์ของพนักงาน ค. ลดประสิทธิภาพในการจัดส่งสินค้า ง. สร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าที่ใช้บริการ 15. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบหลักในระบบผลิตไฟฟ้า เซลล์แสงอาทิตย์ ก. แผงเซลล์แสงอาทิตย์ ข. แบตเตอรี่ ค. โซลาร์เซลล์ ง. อินเวอร์เตอร์ 16. ข้อใดไม่ใช่แนวคิดแบบลีน ก. งานที่ต้องแก้ไข ข. การรอคอย ค. การใช้คนไม่ตรงกับงาน ง. การทำงานที่น้อยเกินไป 17. ระบบติดตามตำแหน่งด้วยดาวเทียม คือระบบ อะไร ก. GPS tracking ข. GSP tracking ค. PGS tracking ง. SGP tracking 18. เมื่อระบุปัญหาได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือข้อใด ก. การสรุปประเมินผล ข. การทำงานตามขั้นตอน ค. การรวบรวมข้อมูลและคัดเลือกแนวคิด ง. การทดสอบ 19. ข้อใดไม่ใช่หลักของการระดมความคิด ก. รับฟังทุกแนวความคิด ข. สนับสนุนแนวคิดแปลกใหม่ ค. ต่อยอดแนวคิดผู้อื่น ง. ไม่รับฟังและสนับสนุนแนวคิดใด นอกจากตนเอง 20. ในการสัมภาษณ์ มีข้อควรคำนึงถึง ข้อใดสำคัญ ที่สุด ก. ถามทีละคำถาม ข. ไม่ชี้นำคำตอบ ค. บอกจุดประสงค์ของการสัมภาษณ์ ง. เตรียมสมุดจด บันทึกสิ่งที่สังเกตเห็น


58 เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง เทคโนโลยีแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ข้อที่ เฉลย 1 ง 2 ก 3 ค 4 ง 5 ก 6 ค 7 ข 8 ง 9 ค 10 ก 11 ง 12 ค 13 ก 14 ค 15 ค 16 ง 17 ก 18 ค 19 ง 20 ค


59 ตารางที่ ข.1 แบบวัดความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อเกมเพื่อการเรียนรู้ เรื่องการใช้อินเทอร์เน็ต รายวิชาวิทยาการคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแผนการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน เรื่อง เทคโนโลยีแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 คำชี้แจง : โปรดแสดงความคิดเห็นของนักเรียนโดยทำเครื่องหมาย ( ) ลงในที่ตรงกับความพึง พอใจของนักเรียนที่มีต่อแผนการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) เรื่องเทคโนโลยีแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ข้อมูลทั่วไป เพศ : ชาย หญิง เกณฑ์การให้คะแนน ระดับคะแนน 5 หมายถึง เห็นด้วยอย่างยิ่ง ระดับคะแนน 4 หมายถึง เห็นด้วยมาก ระดับคะแนน 3 หมายถึง เห็นด้วย ระดับคะแนน 2 หมายถึง เห็นด้วยน้อย ระดับคะแนน 1 หมายถึง เห็นด้วยน้อยที่สุด ข้อ ที่ หัวข้อประเมิน ระดับคะแนนความคิดเห็น 5 4 3 2 1 1 เนื้อหาเข้าใจง่าย 2 เนื้อหามีความสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ 3 รูปสวยงาม 4 สีตัวอักษรและขนาดตัวอักษร อ่านง่าย มีความเหมาะสม 5 อธิบายตัวอย่างได้ชัดเจน 6 เสียงบรรยายมีความเหมาะสม 7 ใบกิจกรรมมีความเหมาะสม 8 การออกแบบบทเรียนมีความยืดหยุ่น 9 นักเรียนมีความประทับใจในการจัดการเรียนรู้แบบ CBL 10 การจัดการเรียนรู้แบบ CBL มีประโยชน์ต่อนักเรียน ข้อเสนอแนะ ....................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................


ภาคผนวก ค แบบประเมินและผลการหาค่าคุณภาพเครื่องมือ


61 แบบประเมินความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง เทคโนโลยีแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เกณฑ์การประเมิน ให้คะแนน +1 เมื่อแน่ใจว่า แบบทดสอบนั้นวัดตรงตามจุดประสงค์การเรียนรู้ ให้คะแนน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่า แบบทดสอบนั้นวัดตรงตามจุดประสงค์การเรียนรู้ ให้คะแนน -1 เมื่อแน่ใจว่า แบบทดสอบนั้นวัดไม่ตรงตามจุดประสงค์การเรียนรู้ ตารางที่ ค.1 แบบประเมินความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จุดประสงค์การเรียนรู้ แบบทดสอบ ความคิดเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 1 วิเคราะห์การนำ เทคโนโลยีมา แก้ปัญหาในอาชีพได้ (P) 1. ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีใดที่ทำ ให้การส่งข้อมูลของตำแหน่งยานพาหนะ ไปแสดงผลในคอมพิวเตอร์ ก. 2G ข. 3G ค. 4G ง. 5G อธิบายการรวบรวม ข้อมูลและคัดเลือก แนวคิดได้ (K) 2. การออกแบบเชิงวิศวกรรม เป็นการ รวมกันของศาสตร์ใด ก. วิทย์ + คณิต ข. วิทย์ + ภาษาไทย ค. อังกฤษ + คณิต ง. ภาษาไทย + คณิต อธิบายการนำ เทคโนโลยีมา แก้ปัญหาในอาชีพได้ (K) 3. ข้อใดไม่ใช้หลักการออกแบบ ผลิตภัณฑ์ ก. หน้าที่ใช้สอย ข. ความปลอดภัย ค. ความน่าทึ่ง ง. การบำรุงรักษา


62 ตารางที่ ค.1 แบบประเมินความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (ต่อ) จุดประสงค์การเรียนรู้ แบบทดสอบ ความคิดเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 1 อธิบายการรวบรวม ข้อมูลและคัดเลือก แนวคิดได้ (K) 4. ขั้นสุดท้ายของกระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรม คือข้อใด ก. ระบุปัญหา ข. รวบรวมข้อมูล ค. ทดสอบ ประเมินผล ง. นำเสนอวิธีแก้ปัญหา อธิบายการรวบรวม ข้อมูลและคัดเลือก แนวคิดได้ (K) 5. หลังจากวิเคราะห์ปัญหาเรียบร้อย แล้ว ข้อใดคือขั้นตอนต่อไปตาม กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ก. รวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้อง กับปัญหา ข. ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา ค. วางแผนดำเนการแก้ปัญหา ง. ทดสอบ ประเมินผล ปรับปรุงวิธีการ แก้ปัญหา สามารถวิเคราะห์ การนำเทคโนโลยีมา แก้ปัญหาในอาชีพได้ (P) 6. เหตุใดการพัฒนาเทคโนโลยีต้องใช้ ความรู้จากศาสตร์อื่น ๆ ช่วยในการ พัฒนา ก. เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถใช้ได้จริง ข. เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถใช้งานได้ง่าย ค. เพื่อเป็นเหตุผลในการแก้ปัญหาให้ถูกวิธี ง. เพื่อให้ออกแบบได้เหมาะสมกับการใช้งาน


63 ตารางที่ ค.1 แบบประเมินความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (ต่อ) จุดประสงค์การเรียนรู้ แบบทดสอบ ความคิดเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 1 อธิบายการนำ เทคโนโลยีมา แก้ปัญหาในอาชีพได้ (K) 7. หลอดไฟฟ้าชนิดใดใช้พลังงาน ไฟฟ้าน้อยที่สุด ก. หลอดไส้ ข. หลอดแอลอีดี ค. หลอดฮาโลเจน ง. หลอดฟลูออเรสเซนต์ สามารถวิเคราะห์ การนำเทคโนโลยีมา แก้ปัญหาในอาชีพได้ (P) 8. เทคโนโลยีใดส่งผลต่อการ เปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจมากที่สุด ก. รถยนต์ ข. เรือขนส่งสินค้า ค. โทรศัพท์เคลื่อนที่ ง. เครื่องจักรอุตสาหกรรม อธิบายการรวบรวม ข้อมูลและคัดเลือก แนวคิดได้ (K) 9. โรงงานผลิตจักรยานแห่งหนึ่ง เปลี่ยนจากการใช้แรงงานคน เป็นการ นำระบบอัตโนมัติมาใช้งาน ทำให้ผลิต สินค้าได้เร็วนักเรียนคิดว่าในอนาคตมี โอกาสจะเกิดเหตุการณ์ใด ก. เปลี่ยนเป็นการนำระบบ AI มาใช้ใน การผลิต ข. ราคารถจักรยานสูงขึ้นเนื่องจาก ต้นทุนสูง ค. สินค้าล้นตลาดเพราะผลิตมากเกินไป ง. ผลิตสินค้าใหม่ ๆ ได้หลายชนิด


64 ตารางที่ ค.1 แบบประเมินความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (ต่อ) จุดประสงค์การเรียนรู้ แบบทดสอบ ความคิดเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 1 อธิบายการรวบรวม ข้อมูลและคัดเลือก แนวคิดได้ (K) 10. ก่อนที่นักเรียนจะรวบรวมข้อมูล นักเรียนควรทำอะไรก่อน ก. ระบุปัญหา ข. ออกแบบวีธีการแก้ปัญหา ค. วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา ง. ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุง แก้ไข อธิบายการนำ เทคโนโลยีมา แก้ปัญหาในอาชีพได้ (K) 11. ข้อใดไม่ใช่การนำเทคโนโลยีมา แก้ไขปัญหาในอาชีพ ก. บริการส่งอาหาร ข. การขนส่ง ค. การผลิตไฟฟ้า ง. การแก้ปัญหาจราจรติดขัด อธิบายการนำ เทคโนโลยีมา แก้ปัญหาในอาชีพได้ (K) 12. ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนลักษณะของ ธุรกิจบริการส่งอาหาร ก. ผู้ซื้อเลือกร้านและเมนูในแอปพลิเค ชันแล้วชำระเงิน ข. ระบบรับคำสั่งซื้อแล้วแจ้งพนักงานไป รับอาหารที่ร้าน ค. ลูกค้ายืนรอคิวหน้าร้านอาหาร ง. พนักงานจัดส่งอาหารถึงมือผู้ซื้อ


65 ตารางที่ ค.1 แบบประเมินความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (ต่อ) จุดประสงค์การเรียนรู้ แบบทดสอบ ความคิดเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 1 สามารถวิเคราะห์ การนำเทคโนโลยีมา แก้ปัญหาในอาชีพได้ (P) 13. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของแอปพลิเคชัน ที่ดี ก. ใช้งานยุ่งยากซับซ้อน ข. มีการออกแบบที่ดี เรียบง่าย ค. มีฟังกชันการใช้งานไม่มากเกินไป ง. จัดข้อมูลต่างๆเป็นหมวดหมู่ สามารถวิเคราะห์ การนำเทคโนโลยีมา แก้ปัญหาในอาชีพได้ (P) 14. ข้อใดไม่ใช่การแก้ปัญหาของ GPS tracking ก. ทราบตำแหน่งปัจจุบันและวามเร็ว ของรถ ข. ควบคุมพฤติกรรมการขับรถที่ผิด วัตถุประสงค์ของพนักงาน ค. ลดประสิทธิภาพในการจัดส่งสินค้า ง. สร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าที่ใช้บริการ อธิบายการนำ เทคโนโลยีมา แก้ปัญหาในอาชีพได้ (K) 15. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบหลักใน ระบบผลิตไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ ก. แผงเซลล์แสงอาทิตย์ ข. แบตเตอรี่ ค. โซลาร์เซลล์ ง. อินเวอร์เตอร์ อธิบายการรวบรวม ข้อมูลและคัดเลือก แนวคิดได้ (K) 16. ข้อใดไม่ใช่แนวคิดแบบลีน ก. งานที่ต้องแก้ไข ข. การรอคอย ค. การใช้คนไม่ตรงกับงาน ง. การทำงานที่น้อยเกินไป


66 ตารางที่ ค.1 แบบประเมินความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (ต่อ) จุดประสงค์การเรียนรู้ แบบทดสอบ ความคิดเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 1 อธิบายการนำ เทคโนโลยีมา แก้ปัญหาในอาชีพได้ (K) 17. ระบบติดตามตำแหน่งด้วย ดาวเทียม คือระบบอะไร ก. GPS tracking ข. GSP tracking ค. PGS tracking ง. SGP tracking อธิบายการออกแบบ แนวคิดได้ (K) 18. เมื่อระบุปัญหาได้แล้ว ขั้นตอน ต่อไปคือข้อใด ก. การสรุปประเมินผล ข. การทำงานตามขั้นตอน ค. การรวบรวมข้อมูลและคัดเลือกแนวคิด ง. การทดสอบ อธิบายการนำเสนอ งานได้ (K) 19. ข้อใดอธิบายคุณสมบัติของ ซอฟต์แวร์นำเสนองานได้ถูกต้อง ก. ช่วยให้การนำเสนองานทำได้ง่าย สะดวก รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ข. ทำให้การนำเสนองานมีความน่าสนใจ มากยิ่งขึ้น ค.สามารถแสดงข้อมูลในลักษณะที่สื่อความ ได้ง่าย ง. ซอฟต์แวร์นำเสนองานที่นิยมใช้คือ Microsoft Word สามารถอธิบายการ สัมภาษณ์ได้ (K) 20. ในการสัมภาษณ์ มีข้อควรคำนึงถึง ข้อใดสำคัญที่สุด ก. ถามทีละคำถาม ข. ไม่ชี้นำคำตอบ ค. บอกจุดประสงค์ของการสัมภาษณ์ ง. เตรียมสมุดจด บันทึกสิ่งที่สังเกตเห็น


67 ตารางที่ ค.1 แบบประเมินความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (ต่อ) จุดประสงค์การเรียนรู้ แบบทดสอบ ความคิดเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 1 สามารถวิเคราะห์ การนำเทคโนโลยีมา แก้ปัญหาในอาชีพได้ (P) 21. ข้อใดแสดงความสัมพันธ์ของการ เปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีไม่ถูกต้อง ก. ควาย : รถไถนา ข. รถม้า : รถยนต์ ค. เรือพาย : เรือยนต์ ง. เกวียน : รถบรรทุกของ อธิบายการนำ เทคโนโลยีมา แก้ปัญหาในอาชีพได้ (K) 22. ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้เทคโนโลยี เปลี่ยนแปลง ก. สังคม ข. วัฒนธรรม ค. ความเรียบง่าย ง. ความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์การนำ เทคโนโลยีมา แก้ปัญหาในอาชีพได้ (P) 23. นักเรียนพบว่าช่วงฤดูฝนนั้นทำให้ ผ้าที่ตากไว้แห้งช้าและอับชื้น นักเรียน สามารถนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาใน สถานการณ์นี้ได้อย่างไร จึงจะ เหมาะสมที่สุด ก. ซื้อเครื่องอบผ้า ข. ใช้นํ้ายาซักผ้าที่ป้องกันกลิ่นอับชื้น ค. พัฒนาระบบหลังคากันฝนอัตโนมัติ เมื่อมีฝนตก ง. ศึกษาข้อมูลพยากรณ์อากาศก่อนการ ซักและตากผ้า


68 ตารางที่ ค.1 แบบประเมินความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (ต่อ) จุดประสงค์การเรียนรู้ แบบทดสอบ ความคิดเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 1 สามารถวิเคราะห์ การนำเทคโนโลยีมา แก้ปัญหาในอาชีพได้ (P) 24. เหตุใดการพัฒนาเทคโนโลยีต้องใช้ ความรู้จากศาสตร์อื่น ๆ ช่วยในการ พัฒนา ก. เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถใช้ได้จริง ข. เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถใช้งานได้ง่าย ค. เพื่อเป็นเหตุผลในการแก้ปัญหาให้ถูกวิธี ง. เพื่อให้ออกแบบได้เหมาะสมกับการใช้งาน วิเคราะห์การนำ เทคโนโลยีมา แก้ปัญหาในอาชีพได้ (P) 25. เทคโนโลยีที่ดีควรมีคุณลักษณะ อย่างไร ก. ทันสมัย ข. ราคาถูก ค. นำมาใช้งานได้ทุกสถานการณ์ ง.แก้ปัญหาและตอบสนองความต้องการได้ สามารถวิเคราะห์ การนำเทคโนโลยีมา แก้ปัญหาในอาชีพได้ (P) 26. การที่มีการเปลี่ยนแปลงของ เทคโนโลยีเนื่องมาจากสาเหตุใด ก. ความเจริญของสังคมโดยรอบ ข. ความต้องการและการแก้ปัญหาของ มนุษย์ ค. ความรู้และความสามารถของมนุษย์ เพิ่มขึ้น ง. ขาดแคลนอุปกรณ์และสิ่งอำนวย ความสะดวก


69 ตารางที่ ค.1 แบบประเมินความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (ต่อ) จุดประสงค์การเรียนรู้ แบบทดสอบ ความคิดเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 1 อธิบายการออกแบบ แนวคิดได้ (K) 27. ข้อใดไม่ใช่หลักของการระดมความคิด ก. รับฟังทุกแนวความคิด ข. สนับสนุนแนวคิดแปลกใหม่ ค. ต่อยอดแนวคิดผู้อื่น ง. ไม่รับฟังและสนับสนุนแนวคิดใด นอกจากตนเอง อธิบายการนำเสนอ งานได้ (K) 28. ซอฟต์แวร์ในข้อใดคือซอฟต์แวร์ที่ ใช้ในการนำเสนองาน ก. Microsoft Office Word ข. Microsoft Office PowerPoint ค. Microsoft Office Excel ง. Microsoft Office Access สามารถวิเคราะห์ การนำเสนองานได้ (P) 29. กราฟเหมาะกับการนำเสนอข้อมูล ประเภทใด ก. เสียง ข. ตัวเลข ค. รูปภาพ ง. ตัวอักษร อธิบายการนำเสนอ งานได้ (K) 30. ข้อใดคือลักษณะของการสร้างงาน นำเสนอที่มีประสิทธิภาพ ก. ใช้สัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยหรือ ประโยคแบบสั้น ข. เลือกลักษณะแบบอักษรตามความสนใจ ของผู้สร้างงาน ค. ใช้ข้อความบรรยายเนื้อเรื่องในแต่ละ สไลด์อย่างละเอียด ง. เลือกสีพื้นหลังที่โดดเด่นเพื่อดึงดูด สายตาผู้ชม


70 ตารางที่ ค.2 ความสอดคล้อง (IOC) แบบทดสอบ เรื่องเทคโนโลยีแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 ของผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน คะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ รายการประเมินข้อที่ คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 รวม ค่าเฉลี่ย IOC แปลผล 1 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใช้ได้ 2 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใช้ได้ 3 +1 +1 0 2.00 0.67 ใช้ได้ 4 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใช้ได้ 5 0 +1 +1 2.00 0.67 ใช้ได้ 6 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใชได้ 7 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใช้ได้ 8 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใช้ได้ 9 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใช้ได้ 10 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใช้ได้ 11 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใชได้ 12 0 +1 +1 2.00 0.67 ใช้ได้ 13 +1 0 +1 2.00 0.67 ใช้ได้ 14 +1 0 +1 2.00 0.67 ใช้ได้ 15 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใช้ได้ 16 +1 +1 0 2.00 0.67 ใช้ได้ 17 +1 0 +1 2.00 0.67 ใช้ได้ 18 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใช้ได้ 19 +1 0 +1 2.00 0.67 ใช้ได้ 20 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใช้ได้


71 ตารางที่ ค.2 ความสอดคล้อง (IOC) แบบทดสอบ เรื่องเทคโนโลยีแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 ของผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน (ต่อ) คะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ รายการประเมินข้อที่ คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 รวม ค่าเฉลี่ย IOC แปลผล 21 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใช้ได้ 22 +1 0 +1 1.00 0.67 ใช้ได้ 23 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใช้ได้ 24 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใชได้ 25 +1 +1 0 2.00 0.67 ใช้ได้ 26 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใช้ได้ 27 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใช้ได้ 28 +1 +1 +1 3.00 1.00 ใช้ได้ 29 +1 +1 0 2.00 0.67 ใช้ได้ 30 +1 +1 0 2.00 0.67 ใชได้ การประเมินความสอดคล้อง ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา โดยการหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ใช้สูตรดังนี้ (สมนึก ภัททิยธนี, 2558: 220-221) IOC = N R เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างจุดประสงค์กับเนื้อหา หรือ ระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์ R แทน ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด N แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด


72 ตารางที่ ค.3 ค่าความยากง่าย (p) ค่าอำนาจจำแนก (r) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน เรื่องเทคโนโลยีแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


73 ตารางที่ ค.4 การหาประสิทธิภาพ การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ และการหาดัชนีประสิทธิผลของ แผนการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) เรื่องเทคโนโลยีแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


74 ตารางที่ ค.5 การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแผนการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์ เป็นฐาน (CBL) เรื่องเทคโนโลยีแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


ภาคผนวก จ ภาพการเก็บรวบรวมข้อมูล


76 ภาพการเก็บรวบรวมข้อมูล ภาพเก็บข้อมูลการหาคุณภาพของข้อสอบ ภาพที่ จ.1 นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน ภาพที่ จ.2 นักเรียนนำเสนอหน้าชั้นเรียน


77 ภาพการทดลองใช้แผนการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์ (CBL) ภาพที่ จ.3 นักเรียนทำกิจกรรมระหว่างเรียน ภาพที่ จ.4 นักเรียนทำกิจกรรมระหว่างเรียน


78 ภาพที่ จ.5 นักเรียนนำเสนอหน้าชั้นเรียน ภาพที่ จ.6 นักเรียนนำเสนอหน้าชั้นเรียน ภาพที่ จ.7 นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน


79 ประวัติย่อผู้วิจัย ชื่อ-นามสกุล นางสาวประคองลักษณ์ เหลาเกตุ ชื่อ-นามสกุล Miss Prachonglak laoket วันเดือนปีเกิด 23 สิงหาคม 2542 ที่อยู่ที่ติดต่อได้ 263 หมู่ 4 บ้านโคกกลาง ต.หว้าทอง อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น 40150 E-mail [email protected] เบอร์โทรศัพท์ 0639874047 ประวัติการศึกษา วุฒิการศึกษา สถาบันการศึกษา ปีที่สำเร็จการศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 โรงเรียนบ้านโคกกลางวิทยา พ.ศ. 2552 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โรงเรียนบ้านโคกกลางวิทยา พ.ศ. 2555 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 โรงเรียนเวียงนครวิทยาคม พ.ศ. 2558 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 โรงเรียนเวียงนครวิทยาคม พ.ศ. 2561 ครุศาสตรบัณทิต มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี พ.ศ. 2567 (คอมพิวเตอร์ศึกษา)


Click to View FlipBook Version