The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เกี่ยวกับเรื่องราวใน เรื่อง"มหาเวสสันดรชาดก"ทั้ง๑๓กัณฑ์ของพระพุทธเจ้า ผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
Enjoy reading

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by fonfon, 2022-11-15 07:22:45

มหาเวสสันดรชาดก

เกี่ยวกับเรื่องราวใน เรื่อง"มหาเวสสันดรชาดก"ทั้ง๑๓กัณฑ์ของพระพุทธเจ้า ผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
Enjoy reading

มหาชาติหรือมหาเวสสันดรชาดก

คำนำ

รายงานหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งในรายวิชา ภาษาไทย
ท๓๑๑๐๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่๔/๙ เสนอ ครูสุชาติ พิบูลย์วรศักดิ์ เพื่อศึกษา
ความรู้และความเป็นมา ประวัติผู้แต่ง ในเรื่อง มหาชาติหรือมหาเวสสันดร

ชาดก เพื่อที่จะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ในอนาคต



และมิได้มีจุดประสงค์ที่จะทำให้องค์กรหรือผู้ใดมีความเสียหาย ผู้จัดทำจึงขอ
ขอบพระคุณและขออภัยมา ณ ที่นี้



คณะผู้จัดทำ

สารบัญ หน้า

เรื่อง ๑-๒

ผู้แต่ง ๔
ที่มาของเรื่อง ๕
ลักษณะคำประพันธ์ ๖-๑๘
จุดประสงค์ ๑๙-๒๐
กัณฑ์ที่๑-๑๓ ๒๑
ตัวละครสำคัญ ๒๒
ฝนโบกขรพรรษ ๒๓
ทศชาติ ๒๔
ข้อคิด ๒๕
อ้างอิง
ชื่อสมาชิก

ผู้แต่ง


มหาเวสสันดรชาดกฉบับกระทรวงศึกษาธิการ เป็นฉบับที่กรมศึกษาธิการใน
ปัจจุบันรวบรวมเรื่องมหาชาติที่แต่งดีเข้าไว้ด้วยกัน โดยมี




▪︎สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส ▪︎

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔
ทรงแต่ง กัณฑ์ที่ ๔ กัณฑ์วนประเวศน์
กัณฑ์ที่ ๑ กัณฑ์ทศพร กัณฑ์ที่ ๖ กัณฑ์จุลพน
กัณฑ์ที่ ๒ กัณฑ์หิมพานต์ กัณฑ์ที่ ๑๐ กัณฑ์สักกบรรพ
กัณฑ์ที่ ๑๑ กัณฑ์มหาราช

กัณฑ์ที่ ๑๒ กัณฑ์ฉกษัตริย์
กัณฑ์ที่ ๑๓ นครกัณฑ์

▪︎ ▪︎

สํานักวัดถนน ผู้แต่งคือพระทองอยู่ สเํปา็นนักวัดสงขจาย เป็นวัดโบราณ ส่วนคนที่แต่งคาดว่าว่า คื
มุณี(ด้วง)
พระภิกษุวัดถนนสุธาราม

กัณฑ์ที่ ๓ ทานกัณฑ์ กัณฑ์ที่ ๕ กัณฑ์ชูชก

ผู้แต่ง

▪︎

พระเทพโมลี (กลิ่น)
กัณฑ์ที่ ๗ กัณฑ์มหาพน




▪︎

เจ้าพระยาพระคลัง (หน)
กัณฑ์ที่ ๘ กัณฑ์กุมาร
กัณฑ์ที่ ๙ กัณฑ์มัทรี

ที่มาของเรื่อง

เทศน์มหาชาติเป็นการพรรณนาถึง “เรื่องพระเวสสันดรชาดก” คำว่า “ชาดก” นั้นเป็นชื่อ
คัมภีร์ ประเภทหนึ่งของพระพุทธศาสนา ที่กล่าวถึงอดีตชาติของพระพุทธเจ้า เป็นคำสอน
ประเภทบุคลาธิษฐาน คือ ยกตัวละครขึ้นมาเล่าแล้ว สอดแทรกคาสอนเข้าไปในการเล่าเรื่อง
นั้นๆ ชาดกมีอยู่มากมาย แต่ที่นับว่าสำคัญ ที่สุดนั้นมีอยู่ ๑๐ ชาดก หรือ สิบชาติ นิยมเรียก
กันว่า “พระเจ้าสิบชาติ” ซึ่งในแต่ละชาติพระพุทธเจ้าทรง บำเพ็ญบารมีต่างๆกัน เพื่อมุ่งหวัง

จะให้สาเร็จพระสัมมาสัมโพธิญาณ
มหา + เวสสันดร + ชาดก หมายถึงเรื่องราวที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้าในพระชาติกำเนิดอันยิ่ง
ใหญ่ คือ เป็นพระเวสสันดร ชาดกเรื่องนี้เป็นเรื่องหนึ่งใน นิบาตชาดก มีปรากฏอยู่ในพระ
ไตรปิฎก เรามักเรียกนิบาต ชาดกเป็นไทยๆว่า พระเจ้าห้าร้อยห้าสิบชาติ นิบาตชาดกเป็น
คัมภีร์ซึ่งประกอบไปด้วยนิทานเรื่องต่างๆ ล้วน เป็นอุทาหรณ์สอนธรรมะเล่าถึงการเสวยพระ
ชาติในอดีตของพระพุทธเจ้าว่าชาติใดทรงเกิดเป็นอะไร และได้ ทรงกระทำคุณความดี หรือที่

เรียกกันเป็นศัพท์ว่า "บำเพ็ญบารมี" อะไรในพระชาตินั้นๆ

ลักษณะคำประพันธ์



มหาเวสสันดรชาดกเป็นมหาชาติกลอนเทศน์ มีลักษณะคำประพันธ์

เป็นร่ายยาวที่มีคาถาบาลีนำ



ร่ายยาว บทหนึ่งไม่จำกัดจำนวนวรรค แต่ที่นิยมคือตั้งแต่ ๕
วรรคขึ้นไป และแต่ละวรรคก็ไม่จำกัดจำนวนคำเช่นกัน แต่ไม่ควรน้อย
กว่า ๕ คำ ซึ่งคำสุดท้ายของวรรคหน้าจะส่งสัมผัสไปวรรคหลังคำใดก้

ได้ แต่เว้นคำสุดท้ายของวรรคอาจจบลงด้วย “คำสร้อย” (คำสร้อย
เช่น ฉะนี้ ดังนี้ นั้นเกิด นั้นแล แล้วแล ด้วยประการฉะนี้ เป็นต้น)



ดังภาพ

จุดประสงค์



เวสสันดรชาดกจะปรากฏหลักการประพฤติปฏิบัติตน
เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินตนให้บรรลุเป้าหมายใน
ชีวิตนั้น คือการเป็นแบบอย่างที่ดี ซึ่งมีความสอดคล้อง
กันกับหลักการทางพุทธจริยศาสตร์แล้ว ยังปรากฏ
แนวคิดที่สามารถนำมาต่อยอดในการเข้าถึงการพัฒนา

ความงามของชีวิตตามหลักการทางพุทธ
สุนทรียศาสตร์ได้อย่างลงตัว

กัณฑ์ที่ ๑ ทศพร

กัณฑ์ทศพร ว่าด้วยเรื่องในอดีตชาติ พระนางผุสดีอัครมเหสีของพระอินทร์ เมื่อ
ถึงคราวจะสิ้นบุญจากสวรรค์ พระนางได้รับพร ๑๐ ข้อจากพระสวามี ก่อนที่จะไป

จุติในโลกมนุษย์เป็นพระราชมารดาของพระเวสสันดร พร ๑๐ ข้อนั้นมีดังนี้
๑. ขอให้เกิดในกรุงมัททราช แคว้นสีพี

๒. ขอให้มีดวงเนตรคมงาม และดำขลับดั่งลูกเนื้อทราย
๓. ขอให้คิ้วคมขำดั่งสร้อยคอนกยูง
๔. ขอให้ได้นาม “ผุสดี” ดังภพเดิม

๕. ขอให้มีพระโอรสเกริกเกียรติที่สุดในชมพูทวีป
๖. ขอให้พระครรภ์งามไม่ป่องนูนดั่งสตรีสามัญ
๗. ขอให้พระถันเปล่งปลั่งงดงามไม่ยานคล้อยลง

๘. ขอให้เส้นพระเกศาดำขลับตลอดชาติ
๙. ขอให้ผิวพรรณละเอียดบริสุทธิ์ดุจทองคำธรรมชาติ
๑๐. ขอให้ได้ปลดปล่อยนักโทษที่ต้องอาญาประหารได้

คำศัพท์ พระถัน - หน้าอก
พระเกศ
า - ผม

ดวงเนตร
- ดวงตา
ข้อคิดปร

ะจำกัณฑ์

การทำบุญจักให้สำเร็จสมประสงค์ต้องอธิษฐานจิต ตั้งเป้าหมายชีวิตที่ตนปรารถนาไว้
ความปรารถนาที่จะสำเร็จสมดังตั้งใจผู้นั้นต้องมีศีลบริบูรณ์

กัณฑ์ ๒ กัณฑ์หิมพานต์



เทพธิดาได้ลงมาเกิดเป็นลูกกษัตริย์มีชื่อว่า ผุสดี และแต่งงานกับพระเจ้ากรุงสญ
ชัย พอตั้งครรภ์ครบ ๑๐ เดือนก็คลอดโอรสนามว่า พระเวสสันดร มีช้างคู่บารมี

ชื่อปัจจัยนาค มีเมียชื่อพระนางมัทรีและลูกอีก๒คน ชาลีและกัณหา
ต่อมาพราหมณ์เมืองกาลิงขอช้างเพราะฝนไม่ตกจากพระเวสสันดร เมื่อ
พระองค์ให้ช้าง ทำให้ชาวเมืองสีพีไม่พอใจและขอพระเจ้ากรุงสณชัยให้เนรเทศ

พระเวสสันดรไปเขาวงกต



คำศั
พท์
ประสูติ หมายถึง ก
ารเกิด,การคลอด

เสด็จประพาส หมายถึง ไปเที่ยว

เนรเทศ หมายถึง ขับไล่ให้ออกไปจากถิ่น







ข้อคิดประจำกัณฑ์

การที่ทำดีเป็นสิ่งที่ควรทำแต่บางครั้งอาจมีอุปสรรค ทำให้เกิด

ปัญหาบ้าง

กัณฑ์ที่ ๓ ทานกัณฑ์



กัณฑ์ทานกัณฑ์ ว่าด้วยเรื่อง พระเวสสันดร ทูลลาพระบิดา
พระมารดา ก่อนออกเดินทางพระองค์ได้ขอบริจาคทานใหญ่ เรียกว่า
สัตตสดกมหาทาน ประกอบด้วย ช้าง ม้า โคนม รถม้า นารี ทาส ทาสี
ผ้าอาภรณ์ อย่างละ ๗๐๐ เพื่อให้กับคนทั่วไป และระหว่างการเดิน
ด้วยราชรถทองนั้น ได้มีพราหมณ์ ๔ คน มาทูลขอม้า และราชรถ

พระองค์ได้พระราชทานให้จนหมดสิ้น

คำศั
พท์
สัตสดกมหาทาน - มหาทาน ๗ อย่าง อย่างละ ๗๐๐

ข้อคิดประจำกัณฑ์
เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม พึงยอมเสียสละ

ประโยชน์สุขส่วนตัว

กัณฑ์ที่ ๔ กัณฑ์วนประเวศน์

พระเวสสันดรได้เดินทางมาถึงเมืองเจตรัฐ พระราชาได้
ออกมาต้อนรับ และประสงค์จะมอบเมืองให้ปกครอง
พระเวสสันดรทรงปฏิเสธ เพราะมีความประสงค์ที่จะ
บำเพ็ญเพียรในป่า ตลอดระยะเวลา ๗ เดือน ที่ทั้ง ๔
พระองค์ได้บำเพ็ญเพียรในป่า พระเจ้ากรุงสญชัยให้

พรานเจตบุตรมาคอยดูแลเฝ้าอารักขา

ข้อคิดประจำกัณฑ์
๑.ยามเห็นใจ ยามจน ยามเจ็บ ยามจากเป็นยามที่ควรจะได้รับ

ความเหลียวแล
๒.ผลดีของมิตรแท้ คือ ไม่ทอดทิ้งในยามเพื่อนทุกข์ ช่วยอุ้มชู

ยามเพื่อนอ่อนล้า ช่วยฉุดดึงยามเพื่อนตกต่ำ
๓.น้ำใจของคนดี หากรู้ชัดว่าปกติสุขของคนส่วนมากจะตั้งอยู่ได้
เพราะการเสียสละของตน ก็สมัครสลัดโอกาสและโชคลาภอันจะ

พึงได้ ด้วยความชื่นชม

กัณฑ์ที่ ๕ กัณฑ์ชูชก

เฒ่าชูชกซึ่งเป็นขอทาน เป็นชาวเมือง กาลิงครัฐ ได้นำเงิน
ที่ขอทานมาได้ไปฝากไว้กับเพื่อน พอมาทวงเงินคืนเพื่อน
ได้ใช้เงินหมดแล้ว เลยยกลูกสาวชื่ออมิตตดาให้ เมื่อนางอ
มิตตดาไปอยู่กับเฒ่าชูชก นางได้ปรนนิบัติรับใช้มิได้ขาด
ตกบกพร่อง จนทำให้เพื่อนบ้านต่างอิจฉามาต่อว่าตบตี
นางจึงไม่ยอมปรนนิบัติรับใช้อีก จึงบอกให้เฒ่าชูชกไปขอ

ชาลี กัณหา เพื่อเอามาเป็นทาสรับใช้แทน

ข้อคิดประจำกัณฑ์
๑. ของที่รักและหวงแหน ที่โบราณห้ามฝากผู้อื่นไว้คือ เงิน ม้า เมีย

ยิ่งน้องเมียห้ามฝากเด็ดขาด อันตรายมาก
๒. ภรรยาที่ดีย่อมไม่ย่อหย่อนต่อหน้าที่ ข้าวดำ น้ำตัก ฟืนตอหัก

หา น้ำร้อน น้ำชาเตรียมไว้เสร็จ
๓.ของไม่คู่ควรย่อมมีปัญหา ตำราหิโตปเทศกล่าวว่า “ความรู้เป็น
พิษเพราะเหตุที่ไม่ใช้ อาหารเป็นพิษเพราะเหตุไฟธาตุไม่ย่อย เมีย

สาวเป็นพิษเพราะผัวแก่”

กัณฑ์ที่ ๖ กัณฑ์จุลพน

กล่าวถึงนายพรานเจตบุตรที่หลงเชื่อชูชกจึงได้เลี้ยง
อาหารและจัดเสบียงไปกลางทาง พร้อมบอกเส้นทาง

ไปทางเขาวงกตอย่าละเอียด “เมื่อเดินถึงทางไป
อาศรมของฤๅษีอัจจุตฤๅษี ให้ถามทางอีกครั้งหนึ่ง”
ชูชกลาพรานเจตบุตรแล้วเดินตามเส้นทางที่บอกไว้



ข้อคิดประจ
ำกัณฑ์

แม้มีอำนาจหากขาดปัญญาย่อมถูกหลอกง่าย

กัณฑ์ที่ ๗ กัณฑ์มหาพน

กัณฑ์มหาพน ว่าด้วยเรื่อง เฒ่าชูชกเดินทางมาถึง
กลางป่าใหญ่ พบกับพระอัจจุตฤาษี ได้หลอกลวง
พระฤาษีให้หลงกลว่าเป็นกัลยาณมิตรของพระ
เวสสันดร จนได้พักค้างคืนที่อาศรม พอรุ่งเช้าพระ
ฤาษีให้กินผลไม้ พร้อมบอกเส้นทาง และสภาพ

แวดล้อมในป่าที่จะเดินทางไปอาศรมของพระ
เวสสันดร

คำศัพท์ อาศรม -
ที่พำนักของฤๅษี

ข้อคิดประจำกัณฑ์
๑. ฉลาดแต่ขาดเฉลียว มีปัญญาแต่ขาดสติก็เสียทีพลาดท่าได้

๒. เชื่อง่ายเป็นทุกข์
๓. คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ ซื้อเสื่อให้ดูลาย

กัณฑ์ที่ ๘ กัณฑ์กุมาร

กัณฑ์กุมาร ว่าด้วยเรื่อง เฒ่าชูชกเดินทางไปถึงอาศรม

ของพระเวสสันดร เป็นช่วงที่พระนางมัทรีไปป่าหาผลไม้

จึงรีบเข้าไปขอพระชาลีและพระกัณหา ทั้ง ๒ กุมาร

ได้ยินแล้วพากันตกใจกลัว หนีไปซ่อนตัวอยู่ในสระบัวบัง

กายไว้ พระองค์ได้ขอร้องให้ทั้งสองออกมา แล้วเฒ่าชู

ชกก็นำทั้งสองพระองค์ไป

ข้อคิดประจำกัณฑ์



๑. ความเป็นผู้รู้จักกาลเทศะ ไม่ผลีผลามเข้าไปขอ รอจนพระมัทรีเข้าป่าจึงเข้าเฝ้า เพื่อของสอง
กุมาร เป็นเหตุให้ชูชกประสบผลสำเร็จใจสิ่งที่ตนปรารถนา ดังภาษิตโบราณว่า “ช้า ๆ จะได้พร้าเล่ม

งาม ด่วนได้สามผลามมักพลิกแพลง” ช้าเป็นการนานเป็นคุณ ผู้รู้จักโอกาส มีมารยาท กล้าหาญ
ใจเย็น เป็นสำเร็จ



๒. พ่อแม่ทุกคนรักลูกเหมือนกัน แต่เป็นห่วงไม่เท่ากัน ห่วงหญิงมากกว่าห่วงชาย เพราะท่าน
เปรียบไว้ว่า “ลูกหญิงเหมือนข้าวสาร ลูกชายเหมือนข้าวเปลือก”



๓. สติ เตสัง นิวารณัง สติเป็นเครื่องป้องกันอันตรายทั้งปวงได้ ขันติ สาหสวารณา ขันติป้องกัน
ความหุนหันพลันแล่นได้ เป็นเหตุให้พระเวสสันดรไม่ประหารชูชกด้วยพระขรรค์ เมื่อถูกชูชก
ประนาม



๔. วิสัยหญิงนั้น แม้จะมากอยู่ด้วยเมตตากรุณา ชอบปลดเปลื้องทุกข์แก่ผู้อื่นก็จริงอยู่ แต่เว้นอย่าง
เดียว ที่ผู้หญิงนั้นไม่มีวันจะสละสิ่งนั้น คือ “ลูก”

กัณฑ์ที่ ๙ กัณฑ์ มัทรี

กัณฑ์มัทรี ว่าด้วยเรื่อง พระนางมัทรีเข้าป่าหาผลไม้ ขณะเดินทาง
กลับอาศรมพบเจอเหตุการณ์มหัศจรรย์ต่าง ๆ เช่น เกิดพายุใหญ่
มืดครึ้มไปทั่วบริเวณ อีกทั้งยังมีสิงห์สาราสัตว์ร้ายมาขวางทางไว้
เมื่อมาถึงอาศรมได้ทราบเรื่องราวของกุมารทั้ง ๒ ทำให้พระองค์
เสียพระทัยมากจนสลบไป หลังจากฟื้ นคืนสติกลับมา พระนางได้

อนุโมทนากับพระเวสสันดรด้วย

คำศัพท์ เสียพ
ระทัย - เสียใจ



ข้อคิดประจำกัณฑ์
ลูกคือแก้วตาดวงใจของผู้เป็นพ่อแม่ “ลูกดีเป็นที่ชื่นใจของพ่อแม่ ลูกแย่
พ่อแม่ช้ำใจ” รักใครเล่าจะเท่าพ่อแม่รัก ห่วงใดเล่าจะเท่าพ่อแม่ห่วง หวง
ใดเล่าจะเท่าพ่อแม่หวง ให้ใครเล่าจะเท่าพ่อแม่ให้ เพราะฉะนั้นพึงเป็นลูก
แก้ว ลูกขวัญ ลูกกตัญญู ที่ชาวโลกชื่นชม พรหมก็สรรเสริญฯ

กัณฑ์ที่ ๑๐ กัณฑ์สักกบรรพ

ท้าวสักกะเทวราชเสด็จแปลงเป็นพราหมณ์เพื่อทูลขอนางมัทรี พระเวสสันดร
จึงพระราชทานให้ พระนางมัทรีก็ยินดีอนุโมทนาเพื่อร่วมทานบารมีให้สำเร็จ
พระสัมโพธิญาณ เป็นเหตุให้เกิดแผ่นดินไหวสะท้าน ท้าวสักกะเทวราชในร่าง

พราหมณ์จึงฝากนางมัทรีไว้ยังไม่รับไป ตรัสบอกความจริงและถวายคืน
พร้อมถวายพระพร๘ ประการดังนี้
๑. ขอให้พระบิดามีเมตตา
๒. ขอให้ปล่อยนักโทษ
๓. ขอให้อนุเคราะห์คนยากจน
๔. ขออย่าให้รู้อำนาจสตรี
๕. ให้พระโอรสมีอายุยืน

๖. ขอให้ฝนแก้ว๗ ประการตกลงในเมืองสีพี
๗. ขอให้สมบัติในท้องพระคลังอย่ารู้หมดสิ้น
๘. เมื่อทิวงคตแล้ว ขอให้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต

คำศัพท์ ทิวงคต - ตาย
สวรรค์ชั้นดุสิต - เป็นสวรรค์ที่ประทับพระโพธิสัตว์และว่าที่พระพุทธบิดาและพระพุทธมารดา มี

ท้าวสันดุสิตเป็นจอมเทพ
สตรี - ผู้หญิง

ท้าวสักกะเทวราช - พระอินทร์
ข้อคิดปร
ะจำกัณฑ์

การทำดีแม้ไม่มีคนเห็น ก็เป็นความดีอยู่วันยังค่ำ ดุจทองคำแม้จะอยู่ในตู้โชว์ หรือใน
กำปั่ นก็เป็นทองคำอยู่นั่นเอง เข้าลักษณะว่า ความดีเหมือนเพชรเหมือนทอง การ
ทำความดีแม้ไม่มีคนเห็น แต่เทพยดาอารักษ์เบื้องบนท่านย่อมรู้

กัณฑ์ที่ ๑๑ กัณฑ์ มหาราช

กล่าวถึงชูชกพาสองกุมารเดินทางมาถึงป่าใหญ่ เทพเจ้าแปลงร่างเป็น
พระเวสสันดรและพระนางมัทรี มาคอยดูแลพระกุมารทั้งสอง

เมื่อเดินทางมาถึงทางแยกสองแพร่งที่จะไปนครกลิงครัฐและนครสีพี
เทพเจ้าก็ดลใจให้ชูชกเดินหลงเข้าไปในนครสีพีและพาสองกุมาไปถึงหน้า

พระที่นั่งโดยมิได้มีใครทักท้วง
พระเจ้าสญชัยโปรดให้ชูชกและสองกุมารเข้าเฝ้า แล้วโปรดให้เบิก
พระราชทรัพย์ไถ่ถอนพระกัณหาชาลีตามพิกัดค่าที่พระเวสสันดรกำหนดไว้

พระราชทานรับขวัญและเตรียมการไปรับพระเวสสันดร
ขณะเดียวกันพระเจ้ากรุงกลิงครัฐโปรดให้พราหมณ์ ๘ คน นำช้าง
ปัจจัยนาคมาถวายคืน ฝ่ายชูชกบริโภคอาหารเกินขนาดไฟธาตุกำเริบท้องแตก

ถึงแก่ความตาย

ข้อคิดในกัณฑ์
๑. คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ย่อมได้รับความปกป้องคุ้มครองภัย

ในที่ทุกสถาน
๒. พึงสละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ พึงสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต พึงสละ

ชีวิตเพื่อรักษาความถูกต้อง คือ ธรรม

กัณฑ์ที่ ๑๒ กัณฑ์ฉกษัตริย์

พระเจ้ากรุงสญชัย พระนางผุสดี พระชาลี พระกัณหา เสด็จไปทูล
เชิญพระเวสสันดร พระนางมัทรีกลับพระนคร เมื่อกษัตริย์ทั้งหก
พระองค์ทรงพบกัน ต่างก็ทรงสะอื้นไห้คร่ำครวญ เสนาอำมาตย์
สนมกำนัล ก็สะอื้นไห้คร่ำครวญ ต่างตกอยู่ในวิสัญญีภาพ ต่อมา
พระอินทร์บันดาลให้ฝนโบกขรพรรษตกลงมา ทุกคนจึงฟื้ นคืนสติ
และขอให้พระเวสสันดรลาผนวช กลับไปครองราชสมบัติสืบไป

คำศัพท์ ฉกษัตริย์ - กษัตริย์ทั้งหก คือ พระเวสสันดร พระนางมัทรี
พระเจ้ากรุงสญชัย พระนางผุสดี พระชาลี พระกัณหา
วิสัญญีภาพ - สิ้นสติ

ข้อคิดประจำกัณฑ์
๑.พรากมีวันพบ จากมีวันเจอ จากกันยามเป็นได้เห็นน้ำใจ จาก

กันยามตายได้เห็นน้ำตา
๒.การให้อภัยเป็นเพราะได้สำนึกเป็นเหตุให้ลบรอยร้าวฉาน

บันดาลสันติสุขแก่ส่วนรวม
๓.สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้ผิด บรรพชิตยังรู้เผลอ ความ
ผิดพลาดเป็นเรื่องของมนุษย์ แต่การให้อภัยเป็นวิสัยของเทวดา

กัณฑ์ที่ ๑๓ กัณฑ์นครกัณฑ์

พระเวสสันดรทรงลาผนวช ทรงสั่งลาพระอาศรม รับเครื่องทรงกษัตริย์ แล้ว
เสด็จกลับไปครองเมืองสีพี พระเวสสันดรเสด็จขึ้นครองราชย์ครองแผ่นดิน
ทำให้ไพร่ฟ้าเสนาอำมาตย์มีสุขสงบกันทั่วทั้งแคว้น ชาวเมืองยึดมั่นในศีล
บำเพ็ญกุศลตามสัตย์อธิษฐานของพระเวสสันดร กษัตริย์เมืองกาลิงครัฐ ก็นำ
ช้างปัจจัยนาคมาถวายคืน เพราะบ้านเมืองมีฝนตกต้องตามฤดูกาลแล้ว พระ

เวสสันดรทรงอยู่ในทศพิธราชธรรม และยังคงทรงบริจาคทาน จนพระ
ชนมายุได้ ๑๒๐ พรรษาจึงสวรรคต แล้วจุติอุบัติเป็นท้าวสันดุสิตเทพบุตร บน

สวรรค์ชั้นดุสิต รวมระยะเวลาที่พระเวสสันดร มัทรี ชาลี กัณหา ต้องนิราศ
จากพระนครไปอยู่ป่า เป็นเวลา ๑ ปี ๑๕ วัน

คำศัพท์ ทศพิธราชธรรม - คือจริยวัตร 10 ประการที่
พระเจ้าแผ่นดินทรงประพฤติเป็นหลักธรรม ประจำพระองค์
หรือเป็นคุณธรรมประจำตนของผู้ปกครองบ้านเมือง ให้มี

ความเป็นไปโดยธรรมและยังประโยชน์สุขให้เกิดแก่
ประชาชนจนเกิดความชื่นชมยินดี

ข้อคิดประจำกัณฑ์
การทำความดี ย่อมได้รับผลดีตอบแทน การใช้ธรรมะในการปกครอง

ย่อมทำให้เกิดความสงบร่มเย็น

ตัวละครที่สำคัญในมหาเวสสันดรชาดก

พระเวสสันดร - เป็นแบบอย่างของผู้เสียสละประโยชน์
ส่วนตัว เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม มุ่งบำบัดทุกข์

บำรุงสุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง ยอมเสียสละความสุข
ส่วนพระองค์ แม้จะทุกข์ก็ไม่หวั่น เป็นแบบอย่างของ

บุคคลผู้ไม่ยึดติดอำนาจวาสนา

พระนางมัทรี - เป็นแม่แบบของภรรยาผู้มี
ลักษณะเป็นกัลยาณมิตรของสามีสนับสนุน

เป้าหมายชีวิตอันประเสริฐที่สามีได้ตั้งไว้
และยังเป็นแบบอย่างของภรรยาตามทัศนะ

ของคนตะวันออก

กัณหา ชาลี ชาลี
เป็นโอรสของพระเวสสันดรกับพระนางมัทรี ซึ่งคำ

ว่าชาลี แปลว่าผู้มีตาข่าย เป็นเด็กที่มีความ
ซื่อตรงและเชื่อฟังในสิ่งที่พ่อบอก

กัณหา
เป็นธิดาของพระเวสสันดรและพระนางมัทรี
เป็นคนที่มีความกตัญญูและมีความเฉลียว

ฉลาด

ตัวละครที่สำคัญในมหาเวสสันดรชาดก

ชูชก - ข้อดีเป็นคนที่รักครอบครัว ทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง
และคนที่รัก ข้อเสีย เห็นแก่ตัว รักเมียมากไป ลักษณะ
นิสัยของชูชก ๑. มีความตระหนี่เหนียวแน่น ขอทานได้
มากเท่าไรก็เก็บไว้ไม่ยอมนำไปใช้จ่ายจนได้ถึง ๑๐๐
กษาปณ์ ๒. มีความโลภ เที่ยวขอทานจนมีเงินมากมายก็

ยังไม่ยอมหยุดเพื่อนำเงินมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ ตนยัง
คงขอเรื่อยไป และเป็นบุรุษโทษ18 ประการ

พระนางผุสดี - พระนางผุสดีเป็นพระมารดาของ
พระเวสสันดรคนที่ฉลาด มีความรอบคอบใน
การขอพร และเป็นแม่ที่ดี รักลูกมากกว่าใครๆ

พระเจ้ากรุงสญชัย - เป็นแบบอย่างของนักปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

ฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่ รู้จักผ่อนผันเพื่อ
คลี่คลายสถานการณ์ ไม่เว้นแก่พวกพ้อง

ฝนโบกขรพรรษ

ฝนโบกขรพรรษ คือฝนที่มีสีแดง ไหลซึมลงดินอย่า
รวดเร็ว ผู้ใดอยากให้เปียกย่อมเปียก ผู้ใดไม่อยากให้
เปียกก็ไม่เปียก เกิดแค่เฉพาะเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง

กับพระพุทธเจ้าเท่านั้น ผู้ที่บัลดาลให้ฝนโบกขร
พรรษตกคือพระอินทร์

ทศชาติ

ทศชาติ คือ การบำเพ็ญบารมีในสิบชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ก่อนที่จะได้
ตรัสรู้เป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือ

ชาติที่ ๑ เสวยพระชาติเป็นพระเตมีย์ทรงบำเพ็ญเนกขัมมบารมี
ชาติที่ ๒ เสวยพระชาติเป็นพระมหาชนก ทรงบำเพ็ญวิริยบารมี
ชาติที่ ๓ เสวยพระชาติเป็นพระสุวรรณสามทรงบำเพ็ญเมตตาบารมี
ชาติที่ ๔ เสวยพระชาติเป็นพระเนมิราชทรงบำเพ็ญอธิษฐานบารมี

ชาติที่ ๕ เสวยพระชาติเป็นพระมโหสถทรงบำเพ็ญบารมี
ชาติที่ ๖ เสวยพระชาติเป็นพระภูริทัตทรงบำเพ็ญศีลบารมี
ชาติที่ ๗ เสวยพระชาติเป็นพระจันทกุมารทรงบำเพ็ญขันติบารมี
ชาติที่ ๘ เสวยพระชาติเป็นพรหมนารททรงบพเพ็ญอุเบกขาบารมี
ชาติที่ ๙ เสวยพระชาติเป็นพระวิธูรบัณฑิตทรงบำเพ็ญสัจจบารมี
ชาติที่ ๑๐ ชาติสุดท้ายเสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดรทรงบำเพ็ญทานบารมี

๑๒ ๓ ๔ ๕

๖๗๘ ๙ ๑๐

ข้อคิดที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

๑. ข้อคิดในการแบ่งปัน และช่วยเหลือผู้อื่นที่เดือดร้อน
๒. การไม่เห็นแก่ตัวหรือโลภมากจนเป็นภัยตัวเอง
๓.ความรักในครอบครัวจะช่วยเหลือกันในยามทุกข์
๔.การเชื่อฟังพ่อแม่และสามีภรรยาของตน
๕.การมีจิตใจเมตตา
๖.มีความใจเย็น ไม่ขาดสติ
๗.ไม่เอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง

อ้างอิง

อีสานร้อยแปด.(ม.ป.ป). เวสสันดรชาดก 13 กัณฑ์
เข้าถึงได้จาก :

https://esan108.com/%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8
%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%8A

%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%81-13-
%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C.html.

(สืบค้นเมื่อ ๑๓ พฤศจิกายน๒๕๖๕)

นาง อารมณ์ มงคลลักษณ์.( ๒๕๔๕). ทศชาติ เข้าถึงได้จาก :
https://www.nectec.or.th/schoolnet/library/create-

web/10000/religion/10000-6053.html.
( สืบค้นเมื่อ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๕)

ผลงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้รายวิชา ท๓๑๑๐๒ ภาษาไทย ๒
เสนอ ครู สุชาติ พิบูลย์วรศักดิ์
ครูประจำวิชา

สมาชิก
๑. นายรณวร พินิจผดุงธรรม เลขที่ ๒
๒. นายชัชนันท์ ประจักษ์รัตนกิจ เลขที่ ๓

๓. นายจิรศักดิ์ หลีจุฬาลัย เลขที่ ๔
๔. นายเทพทัต พิมพิลา เลขที่ ๕
๖. นางสาว พิมพ์มาดา กันเรือง เลขที่ ๑๙
๗. นางสาวปลายฝน สิมมา เลขที่ ๒๒
๘. นางสาววิรงรอง มั่งคั่ง เลขที่ ๒๓
๙.นางสาวกนกลักษณ์ ฮินท่าไม้ เลขที่ ๔๔
๑๐. นางสาวศิริวิมล พันธ์ด้อหล้า เลขที่ ๔๕


Click to View FlipBook Version