WELCOME Chiang Mai
WELCOME Chiang Mai
คำ�นำ� หนังสือเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษารายวิชาสื่อสิ่งพิมพ์ชั้นระดับกาศ นียบัตรวิชาชีพ(ปวช.)2/1 มีเนื้อหาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งผู้ ศึกษาได้ทำการรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อ การจัดการเรียนการสอน อริญชัย ศรีสังวาลย์
สารบัญ หัวเรื่อง หน้า สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติเชียงใหม่ 1 - 6 สถานที่ท่องเที่ยววัดเชียงใหม่ 7 - 12 สถานที่ท่องเที่ยวหมู่บ้านเชียงใหม่ 13 - 18 สถานที่ท่องเที่ยวถนนคนเดินเชียงใหม่ 19 - 21 วันเข้าพรรษา 22 วันอาสาฬหบูชา 23 ฅนทำ�คนดูเรื่องสังข์ทอง 24 ประวัติและพระราชกรณียกิจรัชกาลที่10 25 เทคโนโลยีสมัยใหม่ 26 โฆษณาวิทยาลัยอาชีวสันติราษฎร์ ในพระอุปถัมภ์ 27
สถานที่ ท่องเที่ยว ธรรมชาติเชียงใหม่ ส ถ า น ที่ ท่ อ ง เ ที่ ย ว ธรรมชาติเชียงใหม่ 1
สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่เที่ยวยอดฮิตสำ�หรับคนรักธรรมชาติ ต้นไม้ ดอกไม้ค่ะ ภายในมีนิทรรศการเกี่ยวกับพรรณไม้ไทย เรือนกระจกขนาดใหญ่ที่รวบรวมพรรณไม้ในเขตป่าดงดิบ จากทั่วทุกภูมิภาคของทวีปเอเชียมาจัด แสดง เสมือนว่าได้เข้าไปอยู่ในป่าจริงๆ เลยเดียว ข้อมูลทั่วไป สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ตั้งอยู่ที่อำ เภอแม่ริมจังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ทั้งหมด ประมาณ 6,500 ไร่ เป็นสถานที่ อนุรักษ์และ รวบรวมพรรณไม้เป็นหมวดหมู่ตามวงศ์สกุลต่างๆ โดยจัดปลูกให้สอดคล้องกับธรรมชาติมากที่สุดโดย เฉพาะกลุ่มอาคาร เรือนกระจกบนยอดเขา ที่มีทั้ง ความสวยงามและความรู้ ทำ ให้สวนแห่งนี้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจและ สถานที่ศึกษา ธรรมชาติ ด้านพืช และ ภูมิทัศน์ที่โดดเด่นมาก 2
ทะเลหมอก กิ่วแม่ปาน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ใครอยากไปสูดอากาศดี ชมทะเลหมอก บนยอดดอยสวยๆ ของ เชียงใหม่ ใกล้ชิดธรรมชาติกว่าที่ เคย เราชวนมาเที่ยวกันที่นี่เลยค่ะ กิ่วแม่ปาน เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะสั้นใน อุทยานแห่ง ชาติดอยอินทนนท์ ที่นี่เป็น จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามมากๆ อีกแห่งใน เชียงใหม่เลยทีเดียว ไปเที่ยวได้ไม่ยากอีกด้วย กิ่วแม่ปาน อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตรง กม.ที่ 42 ของถนนสายจอมทอง-ยอดดอยอินทน นท์ ใกล้กับพระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะสั้น เป็นวงรอบระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางเดินที่ผ่าน แบ่งออกได้เป็น 4 ระยะ ช่วงแรกเป็นป่าดิบชื้นมีมอส และเฟิร์นขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นตามลำต้นของไม้ใหญ่ ที่แข่งขันกันเติบโตเพื่อรับแสงอาทิตย์ หลังจากผ่านดงทึบของป่าดิบเขา จึงเข้าสู่ช่วงของทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ที่ คอยเปลี่ยนสีจากสีเขียวขจึในช่วงฤดูฝนสลับกับสีน้ำตาลอ่อนอย่างพรั่งพร้อมในช่วงฤดูแล้ง เห็นไอหมอกเมฆ ไหลมาอยู่เบื้องหน้าซึ่งคาดไม่ถึงเลยว่าจะอยู่หลังม่านอันหนาทึบ หากสังเกตดีๆ ตามทางเดินจะพบมูลหรือ รอยขุดคุ้ยหาอาหารของสัตว์ป่า เมื่อเราออกเดินทางต่อจะพบกับต้นกุหลาบพันปีแดงขึ้นอยู่ตามหน้าผาเป็น ดงกว้างจำ นวนมากและมีขนาดใหญ่ ข้อมูลทั่วไป 2 3
ป่าบงเปียง ถ้าคุณเป็นคนรักธรรมชาติ และไม่มีอะไรดีไปกว่า อากาศสะอาดๆ ที่สูดเข้าปอด รายล้อมด้วยทุ่งนา เขียวขจีแล้วล่ะก็ จำ เป็นต้องเก็บกระเป๋ากันด่วนๆ แล้วออกมาให้ถึง บ้านป่าบงเปียง เชียงใหม่ ที่เต็มไป ด้วยทุ่งนาสีเขียวที่สวยงามรายล้อม เห็นแล้วสดชื่นสุดๆ ไปเลย ข้อมูลทั่วไป “บ้านป่าบงเปียง” ตั้งอยู่ที่ ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านของชาวเขาปกาเกอะญอ ที่เข้ามา อาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ก่อนจะกลายเป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติ มีการปลูกข้าว และ ข้าวโพดเพื่อดำ รงชีวิต ไม่ได้ปลูกเพื่อการค้าขายแต่อย่างใด นาข้าวที่นี่เป็นนาขั้นบันไดที่สวยงามและมีชื่อ เสียงเป็นอันดับต้นๆแห่งหนึ่งของประเทศไทย อากาศเย็นสบาย และมีหมอกลงในยามเช้า เหมือนหลุดมา อยู่อีกโลกหนึ่งที่มีธรรมชาติบำ บัดให้สบายใจได้เป็นอย่างดีเลย 4
ดอยหลวงเชียงดาว ไปชิลได้ใกล้กับธรรมชาติกว่าที่เคยกันที่ ดอยหลวงเชียงดาว เป็นที่เที่ยวอีกแห่งของเชียงใหม่ที่ ความสวยงามและมีอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติมากๆ อีกทั้งยังเป็นยอดดอยที่สูงเป็นอันดับ 3 ของ ประเทศไทยในความสูงที่ 2,275 เมตร จากระดับน้ำ ทะเล แน่นอนว่า อากาศบนนี้จะดีมากๆ จนทำ ให้ ใครๆ ก็อยากขึ้นไป กอดหมอก สัมผัสความงดงามของธรรมชาติสักครั้ง ข้อมูลทั่วไป ดอยเชียงดาว หรือ ดอยหลวงเชียงดาว (อังกฤษ: Doi Chiang Dao, Doi Luang Chiang Dao) เป็น ดอยหรือยอดเขาที่มีความสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย รองมาจากดอยอินทนนท์และดอยผ้าห่มปก ตั้งอยู่ในเขตอำ เภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ มีความสูง 2,275 เมตร (7,136 ฟุต) จากระดับน้ำ ทะเล ชื่อในสมัยก่อนเรียกว่า “ดอยอ่างสลุง” ชื่อกันตามตำ นาน 4 5
ป่าสนวัดจันทร์ โครงการหลวงวัดจันทร์ โครงการหลวงวัดจันทร์ ตั้งอยู่ที่อำ เภอกัลยาณิวัฒนา ความสวยงามของที่นี่อยู่ตรง ป่าสนอายุกว่าร้อยปี ซึ่ง มีทั้งสนสองใบ และสนสามใบ เป็นจุดเที่ยวชมธรรมชาติ และถ่ายรูปที่สวยงามมากๆ โดยเฉพาะในช่วงหน้า หนาว ที่นี่จะปกคลุมไปด้วยสายหมอก และอากาศเย็นๆ รวมถึงต้นไม้ที่เปลี่ยนสีสวยงาม นอกจากนี้ ที่นี่ยังมี เส้นทางศึกษาธรรมชาติไว้สำ หรับนักท่องเที่ยวที่อยากใกล้ชิดกับธรรมชาติสุดๆ ข้อมูลทั่วไป มื่อครั้งที่พระองค์เสด็จพระราชดำ เนินเยี่ยมราษฎรที่ บ้านวัดจันทร์ และ หมู่บ้านใกล้เคียง เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2522 ทรงพบว่าราษฎรมีความแร้นแค้น ไม่มีเส้นทางคมนาคม เชื่อมกับอำ เภอ ด้อยโอกาส ทางการศึกษาและสุขภาพอนามัย ผลผลิตข้าวสำ หรับบริโภคมีไม่พอเพียงตลอดทั้งปี แต่หมู่บ้านอยู่ในสภาพ แวดล้อมซึ่งอุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะทรัพยากรป่าไม้ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ จึงทรงมีพระ กระแสรับสั่งให้ ม.จ.ภีศเดช รัชนี องค์ผู้อำ นวยการโครงการหลวง หาทางช่วยเหลือราษฎร ตำ บลบ้านจันทร์ ซึ่งในขณะนั้นมีอยู่ด้วยกัน 15 หมู่บ้าน และประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง โดยให้คำ นึงถึงการ อนุรักษ์สภาพแวดล้อมไว้ด้วย องค์ผู้อำ นวยการโครงการหลวง ได้นำ พระราชกระแสรับสั่ง หารือกับหน่วย งานที่เกี่ยวข้องและให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ อ.อ.ป. หรือ องค์การ อุตสาหกรรมป่าไม้ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการจัดตั้งโครงการหลวง 6
ส ถ า น ที่ ท่ อ ง เ ที่ ย ว วัดเชียงใหม่ 6 7
วัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดพระธาตุดอยสุเทพ ตั้งอยู่บนยอดดอยสุเทพ สร้างขึ้นเมื่อต้นพุทธศตวรรษที่ 19 ในสมัยพระเจ้ากือนา ธรรมิกราช เจ้าหลวงเมืองเชียงใหม่องค์ที่ 6 เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ได้ทรงอัญเชิญมาจาก เมืองศรีสัชนาลัย วัดพระธาตุดอยสุเทพถือเป็นพระอารามหลวง ชั้นโท ชนิดราชวรวิหารและเป็นปูชนีย สถานคู่เมืองเชียงใหม่นับตั้งแต่โบราณกาล ถ้าหากใครที่มาเยือนเมืองเชียงใหม่แล้วไม่ได้ขึ้นไปนมัสการถือ เสมือนว่ายังมาไม่ถึงเชียงใหม่ ข้อมูลทั่วไป สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๙๒๖ ในสมัยของพระญากือนามหาราช และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี พ.ศ. ๒๐๑๐ โดยมีตำ นานที่เล่าเกี่ยวกับวัดพระธาตุดอยสุเทพไว้ว่า ในสมัยพระญากือนา กษัตริย์องค์ที่ ๖ แห่ง ราชวงศ์มังราย (ครองราชย์ พ.ศ. ๑๘๙๘ - ๑๙๒๘) ผู้ทรงมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาก ได้โปรด ให้สร้างพระเจดีย์บนดอยสุเทพ โดยทรงนิมนต์พระมหาสุมนเถระเจ้า จากเมืองสุโขทัย ให้มาประกาศ ศาสนาที่เมืองเชียงใหม่ ในครั้งนั้น พระมหาสุมนเถระเจ้า ได้นำ เอาพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้ามาด้วย พระญากือนาเกิดความเลื่อมใสมาก จึงโปรดให้มีพิธีสรงน้ำ พระบรมธาตุ เพื่อจะได้อัญเชิญไปบรรจุไว้ใน สถูปเจดีย์ของวัดบุปผาราม ในขณะที่กระทำ พิธีสรงน้ำ พระบรมธาตุอยู่นั้นเอง พระบรมธาตุได้แยกออกเป็น สองส่วน พระญากือนากับพระมหาสวามีสุมนะ จึงได้พร้อมใจกัน ทำ พิธีบรรจุพระบรมธาตุองค์ใหม่ไว้ที่วัด สวนดอก ส่วนพระบรมธาตุองค์เดิม นำ ไปประดิษฐานไว้ที่ดอยสุเทพ โดยเริ่มจากการอัญเชิญผอบพระบรมสารีริกธาตุ ขึ้นสถิตเหนือเศวตคชาธารช้างมงคลแล้วอธิษฐานเสี่ยง ช้างพระที่นั่งปล่อยไป หากพระบรมธาตุประสงค์จะสถิตอยู่ ณ ที่ใด ก็ขอให้ช้างมงคลหยุด ณ ที่แห่งนั้น 8
วัดพระสิงห์วรวิหาร วัดพระสิงห์วรวิหาร เป็นวัดสำคัญในประวัติศาสตร์แห่งแผ่นดินล้านนานับแต่อดีต เป็นพระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ในบริเวณคูเมืองเชียงใหม่ ถนนสามล้าน ตำ บลพระสิงห์ อำ เภอเมือง วัด พระสิงห์วรวิหารเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ ภายในมีพระสิงห์หรือพระพุทธสิหิงค์ ซึ่งเป็น พระพุทธรูปโบราณศิลปะเชียงแสนโบราณ ปางมารวิชัยขัดสมาธิเพชร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.700 และเป็นที่ รู้จักกันในชื่อ “เชียงแสนสิงห์หนึ่ง” อีกทั้งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม่และแผ่นดินล้านนา ประดิษฐานอยู่ ข้อมูลทั่วไป วัดพระสิงห์ หรือมีชื่อเต็มว่า วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนสามล้าน ต.พระสิงห์ เป็นวัดที่มีนัก ท่องเที่ยวรู้จักคุ้นชื่อกันดี พญาผายู กษัตริย์เชียงใหม่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เพื่อบรรจุพระอัฐิของพญา คำ ฟู ซึ่งเป็นพระราชบิดา เดิมชื่อว่า วัดลีเชียงพระ บริเวณหน้าวัดแห่งนี้เคยเป็นกาดมาก่อน ชาวบ้านเรียก ว่า กาดลี 8 9
วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ดเจดีย์หลวงวรวิหาร หรือ วัดโชติการาม เป็นพระอารามหลวงเก่าแก่ของเชียงใหม่ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ที่ถนนพระปกเกล้า มีบริเวณกว้างขวาง เมื่อเดินเข้าไปจะพบพระวิหารหลวงทรงล้านนาอยู่ตรงกลาง เจ้าคุณอุบาลี คุณปรมาจารย์และเจ้าแก้วนวรัฐเป็นผู้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2471 ข้อมูลทั่วไป วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ในจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์ลำดับที่ 7 ของราชวงศ์มังราย ไม่ปรากฏปีที่สร้างแน่ชัด สันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้น่าจะสร้างใน ปี พ.ศ.1928-พ.ศ.1945 วัดเจดีย์หลวงเป็นพระอารามหลวงแบบโบราณมีการบูรณะมาหลายสมัย โดย เฉพาะพระเจดีย์ที่ปัจจุบันมีขนาดความกว้าง 60 เมตร เป็นองค์พระเจดีย์ที่มีความสำคัญที่สุดองค์หนึ่ง ในเชียงใหม่ วัดเจดีย์หลวงสร้างอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ซึ่งแต่เดิมถือว่าเป็นศูนย์กลางการปกครองของ ราชอาณาจักรล้านนา ปัจจุบันบริเวณวัดเจดีย์หลวงกลางเมืองเชียงใหม่มีสิ่งสักการะหลากหลาย ได้แก่ เจดีย์หลวง อินทขีล ต้นยาง กุมภัณฑ์ พระฤาษี ซึ่งสะท้อนพัฒนาการคติจักรวาลได้ปรับเปลี่ยนไปตาม สถานการณ์ที่แวดล้อมของเมืองชีวิต วัดเจดีย์หลวงแห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้ว มรกต พระประจำคู่บ้านคู่เมืองของไทย 10
วัดพันเตา วัดพันเตา วัดเก่าแก่ใจกลางเมือง ตั้งอยู่ที่ถนนพระปกเกล้า ตำ บลพระสิงห์ อำ เภอเมือง เดิมเป็นเขต สังฆาวาสและพื้นที่หล่อพระอัฎฐารสของวัดเจดีย์หลวง ต่อมาได้สร้างเป็นวัดพันเตา แต่เดิมคนเชียงใหม่เรียก ที่นี่ว่าวัด “ปันเต้า” (พันเท่า) อันหมายถึงการที่มาทำ บุญเพียงหนึ่งจะได้บุญกลับไปเป็นพันเท่า ภายหลัง เพี้ยนเป็น “พันเตา” อีกที่มาหนึ่งน่าจะมาจากการใช้วัดนี้เป็นแหล่งสร้างเตาหล่อพระนับร้อยนับพันเตา จึงได้ ชื่อว่า “วัดพันเตา” นั่นเอง ข้อมูลทั่วไป วัดพันเตาอยู่ติดกับวัดเจดีย์หลวงวิหาร เดิมเป็นหอคำ หรือท้องพระโรงของพระเจ้ามโหตรประเทศ เป็น อาคารเครื่องไม้แบบพื้นเมือง ซุ้มประตูประดับไม้แกะสลักรูปนกยูงอันเป็นสัญลักษณ์ของเจ้านายฝ่ายเหนือดู วิจิตรสง่างาม ในอดีตบริวณนี้ได้ใช้เป็นที่ตั้งเตาหลอมในการหล่อพระอัฏฐารส (เตาหลอมพระพุทธรูปยืน) ที่ ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารวัดเจดีย์หลวง เนื่องจากองค์พระขนาดใหญ่ และต้องหลอมพร้อมกันให้เสร็จจึง ได้ใช้เตาเป็นจำ นวนนับพัน เป็นที่มาของชื่อ วัดพันเตา ปัจจุบันวัดพันเตามีความสำคัญมากจนได้เป็นหัวหน้า หมวด อุโบสถแม้แต่วัดเจดีย์หลวงซึ่งเป็นวัดใหญ่ก็ยังขึ้นกับอุโบสถวัดพันเตาด้วย จุดเด่นยังอยู่ที่รั้วประตู ขนาดเล็ก ขนาดเพียงหนึ่งคนเดินเท่านั้น แต่กลับมีนักท่องเที่ยวจำ นวนมากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มา ถ่ายรูป ณ ซุ้มประตูแห่งนี้ 10 11
วัดเชียงมั่น วัดเชียงมั่น ตั้งอยู่ที่ ถนนราชภาคินัย อำ เภอเมือง เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในตัวเมืองเชียงใหม่ มีมาตั้งแต่ สมัยแรกสร้างเมือง เมื่อ พ.ศ. 1839 พญามังราย ได้ทรงยกพระตำ หนักเชียงมั่น ถวายเป็นพระอารามให้ ชื่อว่า วัดเชียงมั่น และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเจดีย์ช้างล้อม บริเวณพื้นที่หอประทับของพระองค์ พระวิหารของวัดเชียงมั่นมี 2 วิหาร คือ วิหารใหญ่ที่สร้างในสมัยปัจจุบัน ระหว่างช่องหน้าต่างของวิหาร หลังนี้มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนสีทองบนพื้นแดงงามวิจิตร บอกเล่าเรื่องราวการสร้างเมืองและวัดของ พญามังราย ทั้งเวียงกุมกาม และเมืองเชียงใหม่ สำ หรับวิหารเล็ก หรือวิหารจตุรมุข เป็นวิหารเดิมของวัด ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญของ เชียงใหม่ ส่วนพระอุโบสถมีความสำคัญต่อชาวเชียงใหม่เป็นอย่างยิ่ง เพราะในโถงด้านหน้ามีศิลาจารึกวัด เชียงมั่น บันทึกเรื่องราวการสร้างเมืองเชียงใหม่และประวัติของวัดแห่งนี้ ตลอดจนการทำ นุบำ รุงวัดโดย พระราชวงศ์ ข้อมูลทั่วไป จากหลักศิลาจารึกที่ 76 ศิลาจารึกวัดเชียงมั่น พ.ศ. 1839 ได้กล่าวถึงวัดเชียงมั่นว่า พญามังรายได้ทรง สร้างที่ประทับชั่วคราวเพื่อควบคุมการสร้างเมือง เมือ่แล้วเสร็จก้ได้โปรดให้ก่อเจดีย์ตรงที่หอนอนบ้าน เชียงมั่น ให้ชื่อว่าวัดเชียงมั่น นับเป็นพระอารามหลวงแห่งแรกของเมืองชียงใหม่ ต่อมา พ.ศ. 2014 ในรัช สมัยพญาโลกติการาช ทรงโปรดให้สร้างเจดีย์ด้วยศิลาแลง 87 ปีต่อมา พม่าเข้ายึดครองเมืองเชียงใหม่ เจ้าฟ้ามังทรา (สมเด็จพระมหาธัมมิกะราชาธิราช) โปรดให้พระยาแสนหลวงสร้างเจดีย์วิหาร อุโบสถ หอไตร ธัมมสนาสนะ กำแพงประตูโขง 12
ส ถ า น ที่ ท่ อ ง เ ที่ ย ว หมู่บ้านเชียงใหม่ 12 13
หมู่บ้านแม่กำ ปอง หมู่บ้านเล็ก ๆ สุดแสนจะน่ารัก ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของหุบเขาและป่าไม้สีเขียวอันแสนสดชื่น แถม อากาศดีมาก เย็นสบายสุด ๆ ไปเลย แล้วมี่นี่ก็มีโฮมสเตย์ บ้านพัก มีร้านอาหาร มีธรรมชาติ เหมาะจะมานอนพักผ่อนมาก จริง ๆถ้าใครอยากมาแม่กำ ปอง แนะนำ ให้มาช่วง หน้าหนาวเลย เพราะพออากาศหนาว บรรยากาศมันก็จะดีทวีคูณขึ้นไปอีก ตอนเช้าก็จะได้เจอหมอกขาว ลอยฟุ้ง ได้ปะทะลมเย็นแบบสะใจ แค่นึกถึงก็ฟินมากๆแล้ว ข้อมูลทั่วไป บ้านแม่กำ ปอง สถานที่เที่ยวยอดฮิตของเชียงใหม่ ที่นี่เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก ในรูปแบบท่องเที่ยงเชิงอนุรักษ์ ท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติ อยู่สูงจากระดับน้ำ ทะเลประมาณ 1,300 เมตร หมู่บ้านมีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ชาวบ้านส่วนใหญ่อพยพมาจาก อ.ดอยสะเก็ด ลักษณะการสร้างบ้านเรือน อยู่บริเวณริมแม่น้ำลำธาร ท่ามกลางธรรมชาติที่คงความอุดมสมบูรณ์ รวมถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่มีความเรียบง่าย สภาพ อากาศ เย็นสบายตลอดทั้งปี และจะมีอากาศหนาวเย็นมากในช่วงฤดูหนาว อาชีพหลักของชาวบ้านคือ การ ทำ เมี่ยง (ชา) อาชีพรองคือ การปลูกกาแฟ การมาเที่ยวที่นี่ อาจจะมาแบบเช้าไปเย็นกลับ หรือ จะนอนพัก โฮมสเตย์ของชาวบ้านก็มีให้บริการมากกว่า 20 หลัง แต่ที่นี่จะไม่มีโรงแรม หรือ รีสอร์ท 14
หมู่บ้านแม่ลาย ตั้งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านแม่กำ ปอง ใครชอบความสงบ เป็นส่วนตัว แนะนำ ให้ไปเที่ยวที่นี่เลย มีทั้งโฮมสเตย์ และคาเฟ่ ท่ามกลางธรรมชาติ บรรยากาศสุดชิล ขับกล่อมด้วยเสียงลำธาร ข้อมูลทั่วไป บ้านแม่ลายตั้งอยู่ หมู่ที่ 2 ตำ บลห้วยแก้ว อำ เภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ แต่แรกเริ่มมีชาวเขาเผ่าขมุ และ ชาวบ้านในอำ เภอแจ้ห่ม จังหวัดลำ ปาง ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐาน และประกอบอาชีพอยู่เป็นกลุ่มแรก และได้ ย้ายออกไปที่อื่น ต่อมาได้มีกลุ่มชาวบ้านในอำ เภอดอยสะเก็ดเข้ามาอาศัยอยู่ โดยรวมกลุ่มกันและจัดตั้ง เป็นหมู่บ้าน เรียกชื่อ “บ้านแม่ลาย” ตามสายน้ำแม่ลายที่ไหลผ่านหมู่บ้าน มีเนื้อที่โดยประมาณทั้งหมู่บ้าน 2,500 ไร่ 14 15
หมู่บ้านปางไฮ หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี มีธรรมชาติ น้ำตก ลำธาร ไหลผ่านทั่วทั้งหมู่บ้าน เงียบสงบ คล้ายกันกับแม่กำ ปอง ข้อมูลทั่วไป บ้านปางไฮ ตั้งอยู่ที่ตำ บลเทพเสด็จ อำ เภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ลักษณะภูมิประเทศของตำ บลเทพ เสด็จเป็นภูเขาสูง มีแหล่งต้นน้ำ อากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นทำ เลที่เหมาะสมสำ หรับการปลูกกาแฟ พันธุ์อาราบิก้าชั้นดี ทำ ให้มีร้านกาแฟและที่พักเปิดให้บริการมากมาย นักท่องเที่ยวสามารถจับจองที่พักมาพัก ผ่อนท่ามกลางต้นไม้ป่าเขา 16
หมู๋บ้านแม่แมะ หมู่บ้านเล็ก ๆ ซ่อนตัวอยู่กลางป่าเขาอันอุดมสมบูรณ์ มีลำธารไหลผ่านในหมู่บ้าน และมีโฮมสเตย์ให้ บริการ ซึ่งจะมองเห็นวิวสุดอลังการ บรรยากาศเงียบสงบ ข้อมูลทั่วไป บ้านแม่แมะมีวัด มีโรงเรียน มีบ้านคนประมาณ 100 หลังคาเรือน มีชนเผ่าลาหู่อาศัยอยู่ด้วยในเขตของ หมู่บ้าน อาชีพหลักของคนที่นี่คือการเก็บใบชาขาย (ยอดใบอ่อนจะเรียกใบชา ส่วนใบแก่จะเรียกใบเมี่ยง) ซึ่งใบชาที่เก็บส่วนใหญ่จะเป็นชาที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่ก็มีบางส่วนที่ทางภาครัฐนำ มาให้ปลูกเพื่อ เป็นการส่งเสริมการเกษตร และอีกอาชีพก็คือการเลี้ยงวัวครับ 16 17
หมู่บ้านแม่วิน อยู่ในหุบเขาท่ามกลางธรรมชาติ เป็นชุมชนที่โดดเด่นด้านการท่องเที่ยวธรรมชาติ วิถีชีวิตท้องถิ่นที่เงียบสงบ มีลำ น้ำแม่วางที่ไหลจากดอยอินทนนท์ เหมาะแก่การล่องแพ ข้อมูลทั่วไป หมู่บ้านที่เกิดจากการที่แม่นํ้าแม่วินกับแม่น้ำแม่วางไหลมาบรรจบกัน จึงเกิดเป็นชื่อหมู่บ้านสบวิน ที่มีอายุ มายาวนาน 100 กว่าปี วิถีชุมชนชาวบ้านที่นี่จะเน้นการทำ เกษตรกรรม งานหัตกรรมจากไม้ และมีการ เที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีไฮไลท์เป็นการล่องแพแม่น้ำวาง และปางช้างแม่วาง 18
สถานที่ท่องเที่ยว ถ น น ค น เ ดิ น จั ง ห วั ด เชียงใหม่ 18 19
ถนนคนเดินท่าแพ ถนนคนเดินวันอาทิตย์ที่ถนนราชดำ เนินเป็นแหล่งจำ หน่ายสินค้าขนาดใหญ่ที่มีสินค้าให้เลือกมากมาย บางชิ้นมีเพียงชิ้นเดียวในโลก บางร้านก็ทำกับมือให้เห็นกันสดๆ ระหว่างทางจะมีวัดให้ได้แวะเข้าไป ไหว้พระและชื่นชมความงามของวัด นอกจากนี้ยังจะได้ชมการแสดงสดต่างๆ ตามรายทาง ซึ่งเป็นสีสัน ที่หาดูได้ยาก ส่วนบรรยากาศของถนนคนเดินวัวลายมิได้แตกต่างจากถนนราชดำ เนินมากนัก แต่เสน่ห์ อยู่ที่ถนนมีเอกลักษณ์ทางด้านเครื่องเงิน การตีเงิน และเป็นที่ตั้งของชุมชนดั้งเดิมที่ผลิตเครื่องเงินที่ มีชื่อเสียงของเชียงใหม่ เหมาะสำ หรับเด็ก, ผู้ใหญ่, ครอบครัว, คู่รัก, เที่ยวคนเดียว, เที่ยวเป็นกลุ่ม, เที่ยวเป็นคู่ กิจกรรมสำ หรับนักท่องเที่ยว เดินช้อปปิ้งเลือกซื้อของฝากและของที่ระลึกต่างๆ ข้อมูลทั่วไป ถนนคนเดินเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในเขตอำ เภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เทศบาล เชียงใหม่จะปิดถนนส่วนหนึ่งในเชียงใหม่ เพื่อให้ชาวบ้านนำสินค้าหัตถกรรมมาวางขายกันบนถนน ถนนคนเดินในจังหวัดเชียงใหม่มีหลายแห่ง ส่วนใหญ่จำ หน่ายสินค้าที่ระลึก เสื้อผ้า อาหาร และสินค้า พื้นเมืองถนนคนเดินวันเสาร์ (ถนนคนเดินวัวลาย) อยู่ที่ถนนวัวลาย ใกล้กับประตูเมืองเชียงใหม่ เปิด เฉพาะวันเสาร์ เวลาประมาณ 17.00 - 22.00 น. 20
วันนิมมาน คอมมูนิตี้มอลล์สุดฮิตของนักท่องเที่ยวที่มีครบทั้งอาหาร คาเฟ่ และไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้บริเวณ ลานกิจกรรมหน้าหอนาฬิกายังมีจัดงานในทุกๆ สัปดาห์ โดยเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ จะ เป็นแหล่งรวมสตรีทฟู้ดร้านดัง ร้านอร่อยมากกว่า 20 ร้านมารวมไว้ในที่เดียวกัน อีกทั้งยังมีให้ เลือกหลากหลายทั้งอาหารไทย ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย อาหารฟิวชั่น บอกเลยอยากจะแวะแทบทุก ร้าน อาหารว่าเด็ดแล้ว บรรยากาศก็ชิลล์มาก บางวันก็ดนตรีสดให้ฟังเพลินหรือไม่ก็มีนักร้องชื่อ ดังขึ้นเวทีอีกเพียบ และไม่ได้มีแค่โซนสตรีทฟู้ด รอบๆ One Nimman ยังมีตั้งร้านขายสินค้าชิคๆ มากมาย ข้อมูลทั่วไป One Nimman เป็นโครงการ Mixed-Use ในเขตชุมชนใจกลางเมืองเชียงใหม่ จุดประสงค์หลักคือ การสร้างถนน และจัตุรัส (Square) สำ หรับผู้คน พร้อมกับถนนคนเดินที่มีหลังคากระจก (Galleria) เพื่อบังอาคารจอดรถขนาดใหญ่ซึ่งมีอยู่เดิม โดยทางเดินนี้จะเชื่อมระหว่างจัตุรัส 2 แห่ง ที่ได้รับ การออกแบบไว้เข้าด้วยกัน 20 21
วันเข้าพรรษา วันเข้าพรรษา (วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 หรือปีอธิกมาส จะเลื่อนเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 หลัง) หรือ เทศกาลเข้าพรรษา (วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือปีอธิกมาส จะเลื่อนเป็นวัน แรม 1 ค่ำ เดือน 8 หลัง ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11) ถือว่าเป็นวันและช่วงเทศกาลทางศาสนาพุทธที่สำคัญ เทศกาลหนึ่งในประเทศไทย โดยมีระยะเวลาประมาณ 3 เดือนในช่วงฤดูฝน โดยวันเข้าพรรษาเป็นวัน สำคัญทางพระพุทธศาสนาที่ต่อเนื่องมาจากวันอาสาฬหบูชา (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8) ซึ่งพุทธศาสนิกชน ชาวไทยทั้งพระมหากษัตริย์และคนทั่วไปได้สืบทอดประเพณีปฏิบัติการทำ บุญในวันเข้าพรรษามาช้านาน แล้วตั้งแต่สมัยสุโขทัย ประวัติวันเข้าพรรษา สาเหตุที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตการจำ พรรษาอยู่ ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่งตลอด 3 เดือนแก่พระสงฆ์ นั้น มีเหตุผลเพื่อให้พระสงฆ์ได้หยุดพักการจาริกเพื่อเผยแพร่ศาสนาไปตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นไป ด้วยความยากลำ บากในช่วงฤดูฝน เพื่อป้องกันความเสียหายจากการอาจเดินเหยียบย่ำธัญพืชของชาว บ้านที่ปลูกลงแปลงในฤดูฝน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงเวลาจำ พรรษาตลอด 3 เดือนนั้น เป็นช่วงเวลา และโอกาสสำคัญในรอบปีที่พระสงฆ์จะได้มาอยู่จำ พรรษารวมกันภายในอาวาสหรือสถานที่ใดสถานที่ หนึ่ง เพื่อศึกษาพระธรรมวินัยจากพระสงฆ์ที่ทรงความรู้ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างความ สามัคคีในหมู่คณะสงฆ์ด้วย 22 ข้อมูลทั่ว
วันอาสาฬหบูชา วันอาสาฬหบูชา ตรงกับ วันเพ็ญ เดือน ๘ ก่อนปุริมพรรษา (ปุริมพรรษาเริ่ม ตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ในปีที่ไม่มีอธิกมาสเป็นต้นไป ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑) ๑ วัน ประวัติวันอาสาฬหบูชา เป็นวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา คือ เทศน์กัณฑ์แรก ชื่อว่าธัมมจักกัปปวัตตน สูตร โปรดพระปัญจวัคคีย์ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมือง พาราณสี ในปีแรกที่ทรงตรัสรู้และ เพราะผลของพระธรรมเทศนากัณฑ์นี้เป็นเหตุให้ท่าน พระโกณฑัญญะในจำ นวนพระปัญจวัคคีย์ ทั้ง ๕ ได้ธรรมจักษุ (โสดาปัตติมรรค หรือ โสดาปัตติมรรคญาณ คือญาณที่ทำ ให้สำ เร็จเป็นโสดาบัน) ดวงตาเห็นธรรม คือ ปัญญา รู้เห็นความจริงว่า สิ่งใดก็ตามมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวง ล้วนมีความดับไป เป็นธรรมดา แล้วขอบรรพชาอุปสมบทต่อพระองค์ เป็นพระอริยสงฆ์องค์แรกของ พระพุทธศาสนา และทำ ให้พระรัตนตรัยครบองค์ ๓ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ 22 23 ข้อมูลทั่วไป
ฅนทำคนดู เรื่องสังข์ทอง เรื่องย่อมีว่า ท้าวยศวิมลมีมเหสี ๒ องค์ คือนางจันทร์เทวีเป็นพระมเหสีเอก และนางจันทามเหสีรอง นางจันทร์เทวีคลอดลูกออกเป็นหอยสังข์จึงถูกนางจันทาใส่ความว่าจะทำ ให้บ้านเมืองเดือดร้อนควรขับ ไล่ทั้งแม่และลูก ท้าวยศวิมลจึงจำ ใจให้พาลูกไปเสียไปอาศัยตากับยายในป่า วันหนึ่งสงสารแม่แอบออก มาจากเปลือกหอยช่วยไล่ไก่ที่มาจิกข้าวเปลือกและหุงหาอาหารไว้ให้ เมื่อนางจันทร์เทวีกลับมาพบจึง ทุบหอยสังข์เสีย ความทราบถึงท้าวยศวิมลขอให้นำ พระสังข์เข้าเฝ้าแต่ก็ถูกนางจันทายุยงจนนำ พระสังข์ ไปถ่วงน้ำ พญานาคมาพบและส่งไปอยู่กับนางพันธุรัตน์ เมื่อนางพันธุรัตน์ไม่อยู่ก็แอบไปเที่ยวเล่นที่หลัง วังพบเห็นกระดูกมากมายกองอยู่จึงรู้ว่านางพันธุรัตน์คือยักษ์ และพบบ่อเงินบ่อทองก็ชุบบ่อเงินและบ่อ ทองแล้วขโมยรูปเงาะเกือกทอง และไม้พลอง หนีขึ้นเขาไป นางพันธุรัตน์เรียกหาก็ไม่ลงมา นางร้องไห้จน อกแตกตายแต่ได้เขียนมหาจินดามนตร์ที่เรียกเนื้อเรียกปลาไว้ที่โขดหิน พระสังข์ลงมาเห็นก็ท่องจนจำ ได้ กล่าวถึงท้าวสามนต์ ประกาศหาบุตรเขยโดยการให้บุตรสาวทั้ง ๗ เลือกคู่ด้วยการเสี่ยงมาลัยแต่รจนา เลือกไม่ได้ ท้าวสามนต์เลยคิดว่าผู้ชายที่นำ มาให้รจนาเลือกทั้งหมดยังไม่ถูกใจ อำ มาตย์จึงทูลว่ามีเจ้า เงาะป่าบ้าใบ้เท่านั้นที่แปลกกว่าคน เชิญเสด็จไปดู ท้าวสามนต์เห็นความน่าเกลียดน่าชังของเจ้าเงาะถึง กับทนดูไม่ได้แต่ใจก็คิดจะ แกล้งประชดรจนา สั่งอำ มาตย์ให้พาไปให้รจนาเลือก รจนาแม้ไม่อยากมีคู่ แต่ ก็อยากเห็นเจ้าเงาะป่าตัวประหลาดจึงออกไปดู สังข์ทองในรูปเงาะป่าเกิดถูกใจรจนาจึงอธิษฐานของให้ รจนาเห็นรูปทองที่อยู่ ข้างใน เมื่อรจนาเห็นจึงโยนมาลัยไปให้ ท้าวสามนต์โกรธจึงขับไล่รจนาและเจ้าเงาะ ให้ไปปลูกกระท่อมอยู่ที่ปลายนา และคิดกำจัดเจ้าเงาะด้ยการให้ไปจับปลามาให้ได้ร้อยตัวส่วนเขยทั้งหก จับปลาไม่ได้ มาขอพระสังข์แต่ต้องแลกกับการตัดปลายจมูก ต่อมาก็ให้ไปหาเนื้อ พระสังข์ก็ใช้มหาจินดา มนตร์ได้เนื้อมานับร้อย ส่วยเขยทั้งหกหาไม่ได้ มาขอพระสังข์แต่ต้องแลกด้วยการตัดหู ประวัติเรื่องสังข์ทอง 24
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทร เทพยวรางกูร ประวัติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรง เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลย เดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระ ราชสมภพเมื่อวันจันทร์ที่ 28 ก.ค.2495 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ได้รับพระราชทานพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าลูก ยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ทรงมีพระเชษฐภคินี คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราช กัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และพระขนิษฐา 2 พระองค์ คือ สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิย ชาติ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภ รณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระราชกรณียกิจ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์มาโดยตลอด เพื่อ แบ่งเบาพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช ทั้งในการพระราชพิธีสำคัญ เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจแก่เกษตรกรไทย และพระราชพิธีทางศาสนาต่างๆ นอกจากนี้ได้โดยเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำ เนินไปแปรพระราชฐานประทับแรมตาม ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย โดยทรงติดตามความก้าวหน้า ด้านการชลประทาน การสร้างเขื่อนต่างๆ และพระราชทาน แนวพระราชดำ ริให้กรมชลประทานแก้ปัญหาตามที่ชาวบ้าน กราบทูล ส่งให้ราษฎรมีน้ำ ใช้ในการเกษตรอย่างอุดมสมบูรณ์ และช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในฤดูฝน 25
เทคโนโลยีสมัยใหม่ เครือข่ายมือถือ 5G/6G (Mobile Network 5G/6G) ระบบ 4G ที่ใช้กันในปัจจุบันก็สามารถทำความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดเพิ่มขึ้นจาก 3G อีกราว 50 เท่า และสำ หรับ 5G จะมีการรับส่งข้อมูลสูงสุดเพิ่มขึ้นไปอีก 20 เท่าจาก 4G แต่ที่พิเศษคือ สามารถใช้ การได้แม้แต่ขณะที่เคลื่อนที่เร็วถึง 500 กิโลเมตร/ชั่วโมง สามารถส่งข้อมูลต่อพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก 100 เท่า ดังนั้น 5G จะเป็นแพลตฟอร์ม (Platform) ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีอื่นๆ เข้าไว้ด้วยกัน เช่น AI, Big Data, Cloud และ IoT เป็นต้น ทำ ให้สามารถรองรับระบบรถยนต์ไร้คนขับ เกิดบริการรูปแบบใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนได้มากมาย เช่น การขายโดยใช้ AR/VR ช่วยการเชื่อมต่อยานพาหนะเข้ากับระบบควบคุมการจราจรได้ นอกจากนี้ยัง รวมถึงการให้บริการปรึกษาทางการแพทย์ทางไกล หรือแม้แต่ผ่าตัดทางไกลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต 26 ข้อมูลทั่วไป
27