The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

40 ชม. ผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น

ปี 2565


ข ค ำน ำ ด้วยศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ จังหวัดอุทัยธานีเป็นศูนย์ที่จัดฝึกอบรมด้านอาชีพในท้องถิ่น ตามพระราชด าริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์อาชีพให้ประชาชนมีรายได้ และเพื่อศึกษาค้นคว้า วิจัยพัฒนาอาชีพความรู้ต่าง ๆ จากภูมิปัญญาท้องถิ่นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ส าคัญคือใช้เป็นแหล่งเรียนรู้และจัดกิจกรรม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในทุกรูปแบบ ได้แก่ เป็นศูนย์สาธิต ทดลอง จัดแสดง และ จัดจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ และผลิตภัณฑ์จากโครงการพระราชด าริ รวมถึงการ สนับสนุนประสานงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการศึกษาอาชีพให้มีงานท า สร้างรายได้ให้ตนเองและครอบครัว เพื่อให้การด าเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์ฯ ที่เน้นเรื่องการมีอาชีพเพื่อ การมีงานท า สร้างรายได้ และสืบสานอนุรักษ์อาชีพต่าง ๆ ให้คงอยู่ หลักสูตรผลิตภัณฑ์จากเรซิ่นเป็น หลักสูตรการจัดกิจกรรมฝึกอบรมประชาชน ที่พัฒนาขึ้นตามความต้องการ ความจ าเป็น ในการจัดการ เรียนรู้ให้แก่ประชาชนทั่วไปที่สนใจการเรียนรู้ หลักสูตรนี้เป็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และฝึก ทักษะ เพื่อการน าความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ใน ชีวิตประจ าวันให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข รวมทั้งมีส่วน ร่วมในการส่งเสริมพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ เห็นความส าคัญของอาชีพการท า ผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น ที่จะสามารถแก้ปัญหาด้านอาชีพให้กับประชาชน จึงด าเนินการจัดท าหลักสูตรนี้ขึ้น เพื่อเป็นกรอบและแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่อไป ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยากรวิชาชีพ และนักวิชาการศึกษาจาก ส านักงาน กศน. ที่ได้ร่วมพัฒนาหลักสูตรและจัดท าแผนการเรียนรู้รวมทั้งสื่อต่าง ๆ ให้ส าเร็จไปด้วยดี และ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลักสูตรเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อวิทยากรและผู้เรียนต่อไป ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ตุลาคม 2565 ก


ค สำรบัญ หน้ำ ค ำน ำ ก ควำมรู้เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในกำรท ำผลิตภัณฑ์จำกเรซิ่น 1 หลักสูตรผลิตภัณฑ์จำกเรซิ่น 6 ความเป็นมา 9 หลักการของหลักสูตร 10 จุดประสงค์ของหลักสูตร 11 จุดประสงค์การเรียนรู้ 11 กลุ่มเป้าหมาย 11 ระยะเวลา 11 โครงสร้างหลักสูตร 12 การจัดการเรียนรู้ 12 สื่อการเรียนรู้ 12 การจัดกระบวนการเรียนรู้ 13 การวัดและประเมินผล 13 การจบหลักสูตร 13 เอกสารหลักฐานการศึกษา 13 แผนกำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้หลักสูตรผลิตภัณฑ์จำกเรซิ่น 14 ใบความรู้ ประวัติความเป็นมาของเรซิ่น 20 ใบความรู้ ข้อควรระวังก่อนท างานเรซิ่น 21 ใบความรู้ การผสมเรซิ่น 22 ใบความรู้ พวงกุญแจเรซิ่น 23 ใบความรู้ ที่คั่นหนังสือเรซิ่น 24 ใบความรู้ จานรองแก้วเรซิ่น 25 ใบความรู้ ถาดไม้เคลือบเรซิ่น 26 ใบความรู้ ชั้นใส่ขนมสามชั้นเรซิ่น 27 ใบงาน แบบบันทึกการท าผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น 28 ใบความรู้ การบรรจุหีบห่อ 29 ใบความรู้ การค านวณต้นทุน ก าไร 30


ง ใบงาน การคิดต้นทุน ก าไร 32 ใบความรู้ ช่องทางการตลาด 33 แบบวัดและประเมินผลการท าผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น 35 แบบประเมินผลงานผู้เรียน 36 แบบประเมินผลการจัดการศึกษาและฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น 37 แบบทดสอบก่อนเรียน 39 แบบทดสอบหลังเรียน 40 บรรณำนุกรม 41 รำยชื่อคณะผู้จัดท ำหลักสูตร


จ สำรบัญรูปภำพ หน้ำ ภาพที่ 1 น้ ายาเรซิ่น epoxy 1 ภาพที่ 2 น้ ายายูวีเรซิ่น 1 ภาพที่ 3 สีทึบแสง 7 ภาพที่ 4 สีโปร่งแสง 7 ภาพที่ 5 สีสะท้อนแสง 9 ภาพที่ 6 สีพาสเทล 9 ภาพที่ 7 ผงเรืองแสง 9 ภาพที่ 8 ผงมุกเงิน ผงมุกทอง 9 ภาพที่ 9 ดอกไม้แห้ง/ใบไม้แห้ง 9 ภาพที่ 10 พิมพ์ซิลิโคนที่รองแก้ว 16 ภาพที่ 11 พิมพ์ซิลิโคนตัวหนังสือ 17 ภาพที่ 12 ไม้ไอศครีม 18 ภาพที่ 13 บีกเกอร์ 19 ภาพที่ 14 ถ้วยตวงซิลิโคน 21 ภาพที่ 15 เครื่องชั่งดิจิตอล 22 ภาพที่ 16 เครื่องอบยูวีเรซิ่น 23 ภาพที่ 17 ผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น 25 ภาพที่ 18 พวงกุญแจเรซิ่น 19 ภาพที่ 19 ที่คั่นหนังสือเรซิ่น 21 ภาพที่ 20 จานรองแก้วเรซิ่น 22 ภาพที่ 21 ถาดไม้เคลือบเรซิ่น 23 ภาพที่ 22 ชั้นใส่ขนมสามชั้นเรซิ่น 25 ค


1 ควำมรู้เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในกำรท ำผลิตภัณฑ์จำกเรซิ่น วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในกำรท ำผลิตภัณฑ์จำกเรซิ่น ก่อนที่ผู้เรียนจะเข้าสู่การเริ่มต้นท า ผู้เรียนควรเรียนรู้เกี่ยวกับวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการท า ผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น ได้แก่ น้ ายาเรซิ่น Epoxy Resin น้ ายายูวีเรซิ่น สีผสมเรซิ่น ดอกไม้แห้ง ดอกไม้แห้ง พิมพ์ซิลิโคน ไม้คนเรซิ่น เครื่องชั่งดิจิตอล เครื่องอบยูวีเรซิ่น โดยมีวิธีการเลือกซื้อ การเก็บรักษา และการ น ามาใช้ ดังนี้ น ำยำเรซิ่น Epoxy Resin เป็นเรซิ่นชนิดหนึ่ง ที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว จุดเด่นหลักของ Epoxy Resin คือความแข็งแรงใน การยึดติดวัตถุแน่น เนื้องานแข็งแรง เหนียวยืดหยุ่นไม่ แตกง่าย และเงาใสเหมือนกระจกโดยไม่ต้องขัดเพิ่ม โดยทั่วไป น้ ายาเรซิ่น Epoxy Resin จะมี2 ตัวผสม คือ ตัวเรซิ่น (สาร A) และตัวน้ ายาท าแข็งิ(สาร B) ซึ่งต้องผสม 2ส่วนนี้ในอัตรา สาร A : 2 ส่วน ต่อ สาร B : 1 ส่วน ตามพื้นที่ของชิ้นงานที่จะท า ถ้าหากผสม มากเกินไป เรซิ่นก็จะแข็งตัวเร็วก่อนที่เราจะท างานเสร็จ เมื่องานแห้งก็อาจจะแตกง่าย เมื่อผสมตัวท าแข็ง แล้วต้องรีบใช้ให้หมดเพราะตัวเรซิ่นก็จะเซ็ทตัวไปเรื่อย ๆ ในระหว่างนั้น เมื่อเทลงชิ้นงานแล้วปล่อยให้แห้ง เองโดยไม่ต้องใช้เครื่องอบ น้ ายาเรซิ่นชนิดนี้ค่อนข้างมีกลิ่นเหม็นต้องท าในที่โล่งโปร่ง แต่ข้อดีคือราคาถูก น ำยำยูวีเรซิ่น เป็นเรซิ่นใส ใช้งานง่ายเนื่องจากไม่ต้องผสมตัวน้ ายาท าแข็ง เปิดขวดมาก็สามารถใช้ได้เลย และที่ ส าคัญไม่มีกลิ่นเหม็น ตัวยูวีเรซิ่นนี้จะแข็งตัวก็ต่อเมื่อโดนแสงยูวี เท่านั้น ถ้าหากต้องการเร่งเวลาให้ท างานเร็วขึ้น ต้องมีเครื่องอบยูวี แต่ถ้าหากไม่มีก็สามารถน าไปตากแดดจัดๆ ได้การที่จะแข็งเร็วหรือ ช้าก็ขึ้นอยู่กับแสงแดด เมื่อยูวีเรซิ่นแข็งตัวแล้วก็จะติดเกาะทน แต่ ราคาของ ยูวีเรซิ่นจะค่อนข้างสูง ภาพที่ 1 : น้ ายาเรซิ่น epoxy ภาพที่ 2 : น้ ายายูวีเรซิ่น


2 วิธีกำรเก็บรักษำน ำยำเรซิ่น 1. เก็บไว้ในภาชนะเดิมที่มีลักษณะตั้งตรง เรซิ่นมักจะจ าหน่ายในภาชนะที่เข้ากันได้กับสารเคมี และจะคงความเสถียรไว้เมื่อเวลาผ่านไป 2. เก็บในที่เย็นและมืด ด้านล่างของตู้รองเท้าในร่ม ไม่ควรเก็บในตู้เย็นเพราะกลิ่นเหม็นฉุนจะไป ปนกับอาหาร 3. ห้ามเก็บในที่แสงแดดส่องถึงโดยตรง เพราะ แสงยูวีสามารถเร่งให้เรซิ่นของคุณเกิดการเหลือง และ หนืด 4. เก็บขวดเรซิ่นไว้ในถุงพลาสติก หรือ ภาชนะพลาสติกขนาดใหญ่ หากมีสิ่งใดรั่วไหล ก็จะเก็บ ความยุ่งเหยิง และมีกลิ่นเหม็น หากเรซิ่นเลอะ ให้รีบเช็ดท าความสะอาดด้วยอาซิโทน 5. จัดเก็บในที่ ๆ เรซิ่นจะไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ เช่น โรงรถ ห้องใต้หลังคา หรือ ช่องแช่แข็ง 70 องศาฟาเรนไฮต์เหมาะอย่างยิ่งสม 6. เขียนวันหมดอายุ วันที่เริ่มเปิดใช้ บนภาชนะเรซิ่นของคุณ เมื่อคุณได้ซื้อเรซิ่น เพราะวิธีนี้จะ ช่วยให้คุณใช้งานได้อย่างทันท่วงทีเนื่องจากคุณได้ท าเครื่องหมายไว้ 7. ท าความคุ้นเคยกับอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้ ในขณะที่อีพ็อกซี่เรซิ่นส่วนใหญ่มี อายุการเก็บรักษาหนึ่งปีส่วนประเภทอื่น ๆ เช่น โพลีเอสเตอร์และโพลียูรีเทนจะมีอายุการใช้งานที่สั้นกว่า มาก หากคุณจะซื้อเรซิ่นสักขวดนึง ควรมีการค านวณปริมาณเรซิ่นที่คุณสามารถใช้ได้อย่างสะดวกสบาย ภายในครึ่งอายุการเก็บรักษาเท่านั้น ข้อระวัง ผลกระทบต่ออำยุกำรเก็บรักษำของเรซิ่น 1. แสงแดด : จะมีผลต่ออายุของเรซิ่นเพียงนิดหน่อย (ทางอ้อม) เมื่อโดนแสงแดงเล็กน้อย เพราะ แสงจากพระอาทิตย์ จะมีความร้อนที่เร่งให้เรซิ่นเกิดปฏิกิริยา และเสื่อมสภาพไปเรื่อย ๆ ซึ่งทางเรซิ่นเอสเจ แนะน า ให้ควรเก็บไว้ในที่มืด หรือเก็บในที่มิดชิด ไม่ควรโดนแสงแดดนานเกิน และที่ส าคัญควรเก็บไว้ใน ภาชนะทึบแสง และปิดให้สนิทจะเป็นการช่วยท าให้เราสามารถเก็บรักษาเรซิ่นให้อยู่นานที่สุดได้ 2. อุณหภูมิ : จะมีผลต่ออายุของเรซิ่นเพิ่มขึ้น การเปิดภาชนะทิ้งไว้ ท าให้มีการระเหยของ สารเคมีในเนื้อเรซิ่น ถ้ายังไม่ได้ใช้ หรือใช้ไปแล้วส่วนนึง ควรเก็บในที่แห้ง ในอุหภูมิห้อง(เรซิ่นจะชอบ อุณหภูมิต่ า ในอุณหภูมิ 25-30 องศา) อยู่ภายในร่ม แต่ต้องเลี่ยงการโดนแสงแดด และที่ส าคัญ ปิดภาชนะ ให้สนิทที่สุด 3. ควำมชื นในอำกำศ : ส่งผลท าให้อายุของเรซิ่นสั้นลงอย่างรวดเร็ว จึงควรปิดฝาภาชนะเรซิ่นให้ สนิท เพราะถ้าหาก เรซิ่นสัมผัสโดยตรงกับอากาศที่มีความชื้นสูง เรซิ่นจะมีอายุการใช้งานสั้นลงกว่าปกติได้ และเมื่อน าออกมาใช้งานจะมีความเพี้ยน ไม่เสถียรของการเซตตัวได้ 4. ภำชนะ : ที่เป็นประเภท โลหะ อย่างเช่น ปี๊ป หรือ ถัง จะเก็บรักษาอายุเรซิ่นให้อยู่นานกว่า ภาชนะที่เป็นพลาสติก เพราะปี๊ปและถังเป็นเหล็ก จะทึบแสง แสงไม่ผ่านเข้าถึงเรซิ่น แต่ถ้าเป็นภาชนะ พลาสติกควรใช้เป็น พลาสติกที่มีความหนา ก็จะสามารถเก็บไว้ได้นานเหมือนกัน 5. กำรผสม โคบอลต์ (ตัวม่วง) : เมื่อเรซิ่นผสมโคบอลต์ เรียบร้อยแล้ว จะท าให้อายุสั้นลงอย่าง


3 รวดเร็วกว่าเรซิ่นที่ยังไม่ได้ผสม โคบอลต์ จึงไม่ควรผสม โคบอลต์ในเรซิ่นแล้วเก็บทิ้งไว้นาน แต่ควรใช้งาน ก่อน2สัปดาห์ หากผสม โคบอลต์แล้ว วิธีสังเกตุว่ำ เรซิ่นหมดอำยุแล้วหรือยัง 1. เรซิ่นจะเริ่มหนืดขึ้น จากที่เคยเป็นของเหลวไหลง่ายๆ จะเป็นของหนืดที่ไหลยากกว่าเดิม การ หนืดขึ้นส่งผลเสียท าให้ไม่สามารถผสมกับตัวเร่งได้ทั่วถึง การเซทตัวของเรซิ่นจะไม่สมบูรณ์แบบ เซตตัว แล้วชิ้นงานอาจไม่แข็งแรงเพราะปกติแล้ว น้ ายาเรซิ่นจะเป็นของเหลวใส จะเซ็ทตัวก็ต่อเมื่อ น าโคบอลต์ และตัวเร่งแข็ง มาผสมตามอัตราส่วนที่เหมาะสม 2. จับตัวกันเป็นก้อน บางส่วน บางจุด เช่นจับตัวแข็ง จับตัวเป็นเจล ตรงนั้น ตรงนี้เป็นการจับตัวที่ ไม่สมบูรณ์ ท าให้การเซทตัวไม่เสถียร แข็งบ้าง นิ่มบ้าง ไม่เซทแข็งแรงสมบูรณ์ 3. คุณสมบัติที่เปลี่ยนไป ชิ้นงานที่ท าจากเรซิ่นที่หมดอายุ ในงานไฟเบอร์กล๊าสอาจกรอบแตกง่าย ไม่เหนียว ไม่แข็งแรงเท่าที่เคยเป็น ในงานหุ้มคาร์บอนไฟเบอร์ หากเรซิ่นหุ้มนานๆ เราอาจใช้งานแค่เป็นเร ซิ่นไฟเบอร์กล๊าสธรรมดาใช้กับใยแก้ว แทนที่จะใช้กับผ้าคาร์บอนไฟเบอร์ 4. สีเหลืองขึ้น ( ในเรซิ่นหล่อใส ที่ต้องการความใส ) สีเรซิ่นที่อายุเยอะ จะมองเห็นสีเพี้ยนไปจาก เดิม ในเรซิ่นหล่อใสสีจะออกเหลือง ในเรซิ่นที่หล่อทั่วไป ที่โปรโมทโคบอลเคยเป็นสีชมพู ก็จะซีด หรือ ออก เหลืองๆ 5. แห้งช้า จนไม่แห้ง หรือ แห้งเร็ว จนควบคุมไม่ได้หลังจากคุณสมบัติเปลี่ยนไป ท าให้การแห้งตัว เซทตัวไม่เหมือนเดิม ซึ่งอาจจะท าให้เราไม่สามารถควบคุมชิ้นงานเรซิ่นนั้น ๆ อาจเกิดการแห้งช้า จนไม่แห้ง หรือ แห้งเร็ว จนควบคุมไม่ได้ สีผสมเรซิ่น สามารถแบ่งออกเป็นหลากหลายชนิด ดังนี้ สีทึบแสง – มาตราฐานสีทั่วไป นิยมใช้ผสมเรซิ่น เพื่อท างานหล่อทั่วไป เช่น องค์พระ โมเดล เหยื่อ ปลอม วงจรอิเลคทรอนิคส์คุณสมบัติทึบแสง (แสงไม่สามารถรอดผ่านชิ้นงาน) สีโปร่งแสง – คุณสมบัติมีสีใสและใสโปร่งแสง แสงสามารถรอดผ่านชิ้นงานได้ นิยมน ามาใช้ในงาน เครื่องดับที่เน้นความใส แหวน ก าไล เครื่องประดับ งานเคลือบไฟกันน้ า เพิ่มให้คุณสมบัติสีใสสวยงาม ควร เลือกเรซิ่นที่ในการผสม เป็นเรซิ่นที่มีความใส สีสะท้อนแสง – คุณสมบัติทึบแสง สว่างแวววาว เมื่อเกิดมุมกระทบกับแสงที่ส่องมาถูกชิ้นงาน นิยมใช้ในงาน DIY ที่เน้นการโชว์ผิวชิ้นงาน กลางแจ้งหรือแสงไฟ สีพำสเทล – คุณสมบัติทึบแสง โทนสีจะออกแนวหวาน นิยมใช้ในการท างานที่เน้นโทนสีแบบเรียบ ง่าย น่ารัก ดูสบายตา เช่น เครื่องประดับ หรือของตกแต่งส าหรับผู้หญิง ผงเรืองแสง – คุณสมบัติจะดูดซับแสงเก็บไว้ตอนกลางวัน และเรืองแสงในที่มืดหรือตอนกลางคืน สามารถผสมสีโปร่งแสงได้ เพื่อให้กลางวันมองเห็นเป็นสีใสโปร่งแสง กลางคืนเป็นสีเรืองแสง ใส่มากแจ่มมาก เรืองแสงมาก ผงมุกเงิน-ทอง-มุกขำว ใช้ผสมเรซิ่นหล่อเป็นชิ้นงานก็ได้ แต่ที่นิยมคือผสมแลคเกอร์แล้วปัดเงินทองที่ผิวชิ้นงาน ให้ชิ้นงานที่สวยงามแตกต่างๆ


4 ภาพที่ 3 : สีทึบแสง ภาพที่ 4 : สีโปร่งแสง ภาพที่ 5 : สีสะท้อนแสง ภาพที่ 6 : สีพาสเทล ภาพที่ 7 : ผงเรืองแสง ภาพที่ 8 : ผงมุกเงิน ผงมุกทอง


5 ดอกไม้แห้ง ใบไม้แห้ง ดอกไม้แห้ง ใบไม้แห้ง เป็นดอกไม้ ใบไม้ ที่เกิด จากธรรมชาติ โดยผ่านกระบวนการท าให้แห้งสนิท ห้ามมีความชื้นหลงเหลืออยู่ ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การ ตากแดดให้แห้ง การอบแห้ง การใช้สารซิลิก้าเจลดูด ความชื้น กำรเก็บรักษำ ดอกไม้แห้ง ใบไม้แห้ง สามารถใช้งานได้ถึงประมาณ 3 เดือน ถึง 1 ปี และควรเก็บไว้ในภาชนะที่ แห้งมีฝาปิดสนิทก็จะเก็บโดยคงสีสันสดใสไว้ได้ แม่พิมพ์ซิลิโคน เป็นแม่พิมพ์ ที่ท าจากน้ ายางซิลิโคน เป็นของเหลว สีขาวขุ่นคล้ายกาวลาเท็กส์ แต่ข้นกว่าเล็กน้อย ซึ่งนิยมน ามาใช้ท าแม่แบบ (Mold) ในงานหล่อเรซิ่นในการท าให้ยางซิลิโคนแข็งตัว ต้องใช้ตัวท าแข็ง (Silicone Hardener) ฮาร์ดยางมีลักษณะเป็นน้ า เหลว สีใส สามารถแข็งตัวได้ที่อุณหภูมิห้อง แม่พิมพ์ที่ น ามาใช้ในการผลิตชิ้นงานเรซิ่นนั้น ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการใช้งาน ว่าต้องการผลิตเป็นรูปแบบใด ซึ่ง ในท้องตลาดมีจ าหน่ายที่หลากหลายหาซื้อได้ง่าย เช่น แม่พิมพ์ที่รองแก้ว แม่พิมพ์ถาด ตัวอักษร เป็นต้น ก่อนใช้ควรเช็ดด้วยน้ ามันเช็ดซิลิโคน เพื่อก าจัดเศษฝุ่น ผง และยืดอายุการใช้งานม่พิมพ์ เมื่อใช้เสร็จดช็ด แม่พิมพ์ซิลิโคนให้แห้ง กำรเก็บรักษำ 1. เก็บในอุณหภูมิห้อง ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป 2. เก็บในที่ร่มไม่โดนแดด ซึ่งจะท าให้อายุการใช้งานลดลง 3. เก็บในที่สะอาดเพื่อป้องกันฝุ่นละออง หรือสิ่งสกปรกมาปนเปื้อนกับตัวแม่พิมพ์ยางซิลิโคน ซึ่ง อาจจะล้างออกหรือไม่ออกก็ได้ ท าให้ต้องเสียแม่พิมพ์ไปฟรีๆ ภาพที่ 9 : ดอกไม้แห้ง / ใบไม้แห้ง ภาพที่ 10 : พิมพ์ซิลิโคนที่รองแก้ว ภาพที่ 11 : พิมพ์ซิลิโคนตัวหนังสือ


6 ไม้คนเรซิ่น ไม้คนเรซิ่น นิยมใช้ไม้ไอศครีม ที่มีขายทั่วไปมาใช้ในการคนเรซิ่นให้เค้ากัน เนื่องจากหาง่ายและ ราคาถูก เมื่อใช้เสร็จเช็ดให้แห้งและสามารถน ากลับมาใช้ใหม่ได้ กำรเก็บรักษำ เมื่อใช้เสร็จเช็ดให้แห้ง น าไปตากแดด แล้วเก็บใส่กล่องหรือถุงเพื่อป้องกันฝุ่น และควรเก็บไว้ในที่ แห้งเพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรา ภำชนะใส่น ำยำเรซิ่น ภาชนะ ส าหรับใส่น้ ายาเรซิ่น จะเป็นแก้ว ซิลิโคนหรือพลาสติกแบบแข็งก็ได้ และควรมีลักษณะเป็น ทรงกระบอก เช่น บีกเกอร์ ถ้วยตวง เป็นต้น ภาพที่ 12 : ไม้ไอศครีม ภาพที่ 13 : บีกเกอร์ ภาพที่ 14 : ถ้วยตวงซิลิโคน


7 กำรเก็บรักษำ เมื่อใช้เสร็จเช็ดด้วยอาซิโทน ซึ่งเป็นน้ ายาเช็ดล้างอุปกรณ์และขจัดคราบเหนียวเหนอะจากเรซิ่น จากนั้นล้างภาชนะด้วยน้ ายาล้างจาน แล้วเช็ดให้แห้ง ข้อควรระวังภาชนะที่ใช้กับน้ยาเรซิ่นแล้วไม่ควร น าไปใช้ในการใส่อาหาร เครื่องชั่งดิจิตอล เป็นอุปกรณ์พื้นฐานในการท างานเรซิ่น เพราะช่วยให้เกิดความแม่นย าในการผสมให้ถูกสัดส่วนทั้ง ยางซิลิโคน เรซิ่นอีพ็อกซี่ ซึ่งเคมีแต่ละชนิด ความเข้มข้นไม่เท่ากัน การชั่งน้ าหนัก คือการท าให้สัดส่วนที่ต้อง ใช้ แม่นย า ไม่เสียหาย ข้อดีของเครื่องชั่งดิจิตอลคือ สามารถเซท “ศูนย์” เมื่อเราชั่งส่วนผสม A ไปแล้ว (ในที่นี้ สมมุติชั่ง A 200 กรัม อัตราส่วนผสม 2ต่อ1 โดยการชั่งน้ าหนัก จะต้องใส่ B 100 กรัม ในการชั่ง น้ าหนักจริง เราเซทให้เป็นเลขศูนย์) แล้วเทผสมส่วน B 100 กรัม ตามที่เราตั้งใจไว้ การเลือกใช้เครื่องชั่ง ดิจิตอลที่เซทค่าให้เป็นศูนย์เครื่องชั่งได้ นับว่ามีประโยชน์ ช่วยให้เราไม่สับสนน้ าหนักอัตราส่วน วิธีกำรใช้งำนเครื่องชั่ง 1. เครื่องชั่งมีทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก เครื่องชั่งมีตั้งแต่ขนาด 500 กรัม 1 กิโลกรัม และ 7 กิโลกรัมเป็นต้นไป ท าจากพลาสตึก โลหะ ชนิดที่ท าจากโลหะมีความทนทานกว่าพลาสติก การเลือกเครื่อง ชั่งที่ใช้ในครัวเรือนควรเลือกเครื่องชั่งที่มีความละเอียดขนาด 500 กรัม หรือ 1 กิโลกรัม (สมบูรณ์ มั่นความ ดี, 2558) 2. โต๊ะส าหรับวางเครื่องชั่งจะต้องมั่นคงแข็งแรงไม่สั่นไม่แอ่นตัว 3. เครื่องชั่งจะต้องตั้งระดับลูกน้ าเพื่อให้เครื่องชั่งสมดุล 4. ขาของเครื่องชั่งทุกขาจะต้องตั้งบนพื้นตลอดเวลา 5. เปิดเครื่องทิ้งไว้ประมาณ 15 - 30 นาที ก่อนใช้งานดูค่าเริ่มต้นของเครื่องชั่ง โดยเครื่องชั่ง ดิจิตอลให้เริ่มจาก 0.00 หรือเครื่องชั่งแบบเข็มให้เข็มชี้ไปที่เลข 0 เท่านั้น 6. การชั่งน้ าหนักต้องวางสิ่งที่ต้องการชั่งตรงกลางจานชั่ง 9. ควรรีบน าสิ่งของที่ชั่งออกจากจานชั่งเมื่อชั่งเสร็จแล้ว เพื่อหลีกเสี่ยงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ และความชื้นภายในเครื่องชั่ง ภาพที่ 15 : เครื่องชั่งดิจิตอล


8 8. อุณหภูมิภายในห้องเครื่องชั่งควรคงที่ เนื่องจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป 1 องศาจะท าให้เครื่องชั่ง อ่านค่าผิดไป 1 - 2 ส่วนในล้านส่วน และไม่ควรชั่งของขณะร้อน ต้องรอให้เย็นลงจนถึงอุณหภูมิห้อง เสียก่อน 9. ป้องกันกระแสลมจากเครื่องปรับอากาศหรือเครื่องมือที่ท าให้เกิดกระแสลม ซึ่งจะรบกวนการชั่ง 10. การชั่งน้ าหนักควรชั่งในช่วง 1/3 - 2/3 ของค่าพิกัตสูงสุดของเครื่องชั่ง 11. ไม่ควรชั่งน้ าหนักเกินค าพิกัตสูงสุดของเครื่องชั่ง 12. ห้ามชั่งสารเคมีหรือวัสดุต่าง ๆ บนจานชั่งโดยตรง 13. วางเครื่องชั่งให้ห่างจากหน้าต่าง เพราะแสงสว่างจากดวงอาทิตย์อาจท าให้ค่าน้ าหนักไม่แม่นย า วิธีกำรดูแลรักษำ 1. เก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ร้อน หรือขึ้นจนเกินไป 2. ไม่ควรชั่งของที่มีน้ าหนักเกินพิกัดของเครื่องชั่ง 3. ปิดรูเพื่อป้องกันหนูและแมลงสาบเข้าไปท าลายแผงวงจร 4. ไม่ควรเสียบชาร์จแบตเตอรี่ในระหว่างการใช้งาน 5. ท าความสะอาดเครื่องชั่งอยู่เสมอ หรือทุกครั้งหลังใช้งาน เครื่องอบยูวีเรซิ่น เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการท าให้น้ ายาเรซิ่นยูวี แห้งได้รวดเร็วขึ้นยิ่งขึ้น กว่าการตากแสงแดดปกติ มี หลากหลายขนาดขึ้นอยู่กับความจ าเป็นในการใช้งาน โดยภายในเครื่องจะมีหลอดไฟยูวีสีน้ าเงิน เมื่อใส่น้ ายา ยูวีเรซิ่นบนพิมพ์ซิลิโคนที่ต้องการแล้ว ให้น าพิมพ์ซิลิโคนไปใส่ในเครื่องอบยูวีให้ชิ้นงานโดนแสงสีน้ าเงิน ระยะเวลาในการแห้งของตัวชิ้นงาน ขึ้นอยู่กับขนาดและรูปร่างของตัวชิ้นงานด้วย โดยส่วนใหญ่ เครื่องอบยู วีจะสามารถอบชิ้นงานในระยะเวลานานสูงสุด ประมาณ 10 นาที หากชิ้นงานยังไม่แห้งให้เปิดเครื่องใหม่ ท าแบบนี้ไปจนตัวชิ้นงานจะแห้ง วิธีกำรดูแลรักษำ 1. เมื่อใช้เสร็จเช็ดท าความสะอาดเครื่องให้เรียบร้อย 2. ควรเก็บใส่กล่องเพื่อป้องการฝุ่นและการแตกหัก 3. หมั่นตรวจสอบหลอดไฟยุวีให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานเสมอ ภาพที่ 16 : เครื่องอบยูวีเรซิ่น


9 วิชำผลิตภัณฑ์จำกเรซิ่น ความรู้พื้นฐานในการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น ปัจจุบัน เรซิ่น ได้รับความ นิยมเพิ่มขึ้น และถูกน ามาใช้สร้างสรรค์เป็นผลงานต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับอย่างสร้อยคอ แหวน ก าไร ท าเป็นเครื่องใช้ เช่น พวงกุญแจ ถาดรองแก้ว หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์ชิ้นใหญ่ ๆ เช่น โต้ะ เก้าอี้ สามารถน าไปประกอบเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ได้ ซึ่งงานเรซิ่น เป็นอาชีพที่ใช้วัสดุอุปกรณ์น้อย เหมาะ ส าหรับผู้ที่ต้องเริ่มธุรกิจใหม่โดยใช้ทุนน้อย เรซิ่น คือสารที่ได้จากยางเหนียวของต้นไม้หรือจากการสังเคราะห์ขึ้นมา โพลีเอสเตอร์เรซิ่นเป็น ชนิดนึงของเทอร์โมเซ็ทติ้ง พลาสติก (Thermosetting plastic มักเรียกสั้นๆ ว่า Thermoset plastic ) เป็นพลาสติกเหลวที่ได้จากการสังเคราะห์ มีความหนืดข้นคง เป็นวัตถุไวไฟชนิดหนึ่ง คล้ายน้ ามันเครื่อง กลิ่นฉุน สามารถแข็งตัวด้วยความร้อนสูงการหดตัว 1-5% หลังเซทตัวเต็มที่ เรซิ่นสามารถหล่อขึ้นรูปทรงได้ อิสระมากมายหลากหลายรูปแบบ มีบทบาทต่อวงการอุตสาหกรรม ในชีวิตประจ าวันของเราต้องเกี่ยวข้อง กับพลาสติกไม่อย่างใดก็อย่างนึง ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ จึงมีนโยบายในการจัดการเรียนรู้การฝึกอาชีพด้านการท าผลิตภัณฑ์ จากเรซิ่น ตามความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นและเมื่อผู้เรียนส าเร็จจากการเรียนรู้ไปแล้ว สามารถน า ความรู้และทักษะไปเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเองและครอบครัว น าไปประกอบอาชีพเสริม สร้างอาชีพ ใหม่ สร้างรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัวต่อไป ในการจัดการเรียนรู้ผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น เป็นการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้เกี่ยวกับความ เป็นมา ลักษณะ ประเภท วัสดุอุปกรณ์ เทคนิคการตกแต่งชิ้นงาน ประโยชน์และคุณค่า ช่องทางการจัดการ ตลาด หลักการบรรจุหีบห่อ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ พร้อมทั้งมีทักษะได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบัน


10 หลักสูตรผลิตภัณฑ์จำกเรซิ่นจ ำนวน 40 ชั่วโมง ศูนย์วงเดือน อำคมสุรทัณฑ์ 1. ควำมเป็นมำ เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการได้ก าหนดยุทธศาสตร์2555 ภายใต้กรอบเวลา 2 ปีที่จะพัฒนา 5 ศักยภาพของพื้นที่ใน 5 กลุ่มอาชีพใหม่ ให้สามารถแข่งขันได้ใน 5 ภูมิภาคหลักของโลก "รู้เขา รู้เรา เท่าทัน เพื่อแข่งขันได้ในเวทีโลก" ตลอดจนก าหนดภารกิจที่จะยกระดับการจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มศักยภาพและขีด ความสามารถให้ประขาชนได้มีอาชีพที่สมารถสร้างรายได้ที่มั่นคง มั่งคั่ง มุ่งพัฒนาคนไทยให้ได้รับการศึกษา เพื่อพัฒนาอาชีพและการมีงานท าอย่างมีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ประชาชนมีรายได้มีงานท า อย่างยั่งยืน และมีความสามารถชิงการแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับสากล ดังนั้น การจัดการ ศึกษาอาชีพในปัจจุบันจะต้องมุ่งพัฒนาประชากรของประเทศให้มีความรู้ความสามารถ และทักษะในการ ประกอบอาชีพเน้นการบูรณาการให้สอดคล้องกับศักยภาพค้านต่างๆ ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาตลอดชีวิตใน รูปแบบใหม่ที่สร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชนและประเทศชาติตลอดจนสามารถแก้ปัญหาการว่างงานและ ส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจ เรซิ่น คือสารที่ได้จากยางเหนียวของต้นไม้หรือจากการสังเคราะห์ขึ้นมา โพลีเอสเตอร์เรซิ่นเป็น ชนิดนึงของเทอร์โมเซ็ทติ้ง พลาสติก (Thermosetting plastic มักเรียกสั้นๆ ว่า Thermoset plastic ) เป็นพลาสติกเหลวที่ได้จากการสังเคราะห์ มีความหนืดข้นคง เป็นวัตถุไวไฟชนิดหนึ่ง คล้ายน้ ามันเครื่อง กลิ่นฉุน สามารถแข็งตัวด้วยความร้อนสูงการหดตัว 1-5% หลังเซทตัวเต็มที่ เรซิ่นสามารถหล่อขึ้นรูปทรงได้ อิสระมากมายหลากหลายรูปแบบ มีบทบาทต่อวงการอุตสาหกรรม ในชีวิตประจ าวันของเราต้องเกี่ยวข้อง กับพลาสติกไม่อย่างใดก็อย่างนึง ปัจจุบัน เรซิ่นได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น และถูกน ามาใช้สร้างสรรค์เป็นผลงานต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะ เป็นเครื่องประดับอย่างสร้อยคอ แหวน ก าไร ท าเป็นเครื่องใช้ เช่น พวงกุญแจ ถาดรองแก้ว หรือแม้แต่ ผลิตภัณฑ์ชิ้นใหญ่ ๆ เช่น โต้ะ เก้าอี้ สามารถน าไปประกอบเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ได้ ซึ่งงานเรซิ่น เป็น อาชีพที่ใช้วัสดุอุปกรณ์น้อย เหมาะส าหรับผู้ที่ต้องเริ่มธุรกิจใหม่โดยใช้ทุนน้อย ดังนั้น ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ซึ่งรับผิดชอบการจัดฝึกอบรมด้านอาชีพ ให้กับประชาชน ตามพระราชด าริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อให้ผู้สนใจได้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น ท าเป็นอาชีพและสร้างรายได้ให้กับตนเอง ภาพที่ 17 : ผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น


11 2. หลักกำรของหลักสูตร 2.1 เป็นหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่นในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลา การวัดและการประเมินผล 2.2 มุ่งพัฒนาประชาชนให้ได้รับการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ และการมีงานท าอย่างมีคุณภาพ ทั่วถึงและเท่าเทียม สามารถลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว 2.3 มุ่งเน้นพัฒนาประชาชนให้เป็นบุคคลที่มีวินัย เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม มีจิตอาสา มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รับผิดชอบต่อตนเองและสังคม 2.4 มุ่งเน้นกระบวนการกลุ่มฝึกปฏิบัติจริงของผู้เรียน 3. จุดประสงค์ของหลักสูตร 3.1 เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ และความเข้าใจการประกอบผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น 3.2 เพื่อให้ประชาชนมีทักษะในการท าผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น 3.3 เพื่อให้ประชาชนสามารถน าความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการด ารงชีวิต และน าไป ประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพได้ 4. จุดประสงค์กำรเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียน 4.1 อธิบายความเป็นมาของเรซิ่นได้ 4.2 อธิบายวัสดุ อุปกรณ์และเลือกใช้ได้ในการประกอบธุรกิจผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น 4.3 อธิบายขั้นตอนการท าผลิตภัณฑ์จากเรซิ่นในรูปแบบต่าง ๆ ได้ 4.4 ปฏิบัติการการท าผลิตภัณฑ์จากเรซิ่นในรูปแบบต่าง ๆ ได้ 4.5 คิดต้นทุน ก าไรจากการประกอบธุรกิจเรซิ่น 4.6. อธิบายช่องทางการจัดการการตลาดของการประกอบธุรกิจผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น 5. กลุ่มเป้ำหมำย ประชาชนทั่วไป ตั้งแต่ 11 คน ขึ้นไป 6. ระยะเวลำ ภาคทฤษฎี 9 ชั่วโมง ภาคปฏิบัติ 31 ชั่วโมง


12 7. โครงสร้ำงหลักสูตร เรื่อง ที่ หัวเรื่อง เวลำเรียน (ชั่วโมง) ทฤษฎี ปฏิบัติ รวม 1 ช่องทางการประกอบอาชีพธุรกิจการท าผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น 1. ความส าคัญของการประกอบอาชีพการท าผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น 2. ความรู้เบื้องต้นในการประกอบอาชีพการท าผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น 3. ความเป็นไปได้และการตัดสินใจในการประกอบอาชีพการท าผลิตภัณฑ์ จากเรซิ่น 2.00 ชั่วโมง - 2.00 ชั่วโมง 2 การจัดกระบวนการเรียนรู้ การท าผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น 1. ธุรกิจการการท าผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น 2. วัสดุ อุปกรณ์ และการเลือกใช้ 3. ขั้นตอนการท าผลิตภัณฑ์จากเรซิ่นในรูปแบบต่าง ๆ 3.00 ชั่วโมง 30.00 ชั่วโมง 33.00 ชั่วโมง 3 การบริหารจัดการในการประกอบอาชีพธุรกิจการท าผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น 1. การคิดต้นทุน ก าไรจากการประกอบธุรกิจการท าผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น 2. ช่องทางการจัดการการตลาดของการธุรกิจการท าผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น 2.00 ชั่วโมง 1.00 ชั่วโมง 3.00 ชั่วโมง 4 การประเมินความรู้ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติการธุรกิจการท าผลิตภัณฑ์ จากเรซิ่น 1. การประเมินความรู้ และความเข้าใจการท าผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น 2. การประเมินทักษะการท าผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น 3. การน าความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการด ารงชีวิต และน าไปประยุกต์ใช้ ในการประกอบอาชีพ 2.00 ชั่วโมง - 2.00 ชั่วโมง รวมทั งสิ น 9.00 ชั่วโมง 31.00 ชั่วโมง 40.00 ชั่วโมง 8. กำรจัดกำรเรียนรู้ การบรรยายให้ความรู้/แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน การสาธิต การลงมือปฏิบัติ/ฝึกปฏิบัติ การอภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ 9. สื่อกำรเรียนรู้ 9.1 สื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือ ใบความรู้เป็นต้น 9.2 สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น คลิปวีดิโอ เป็นต้น 9.3 สื่อบุคคล เช่น วิทยากร ครูผู้สอน ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น 9.4 สื่อของจริง เช่น ตัวอย่างชิ้นงาน 9.5 แหล่งเรียนรู้ในชุมชน


13 10. กำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้ 10.1 วิทยากรบรรยายให้ความรู้ภาคทฤษฏี/ภาคปฏิบัติ 10.2 วิทยากรให้ผู้เรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน 10.3 วิทยากรให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ 10.4 วิทยากรประเมินผลงานของผู้เรียน และผู้เรียนร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการประเมินผลงาน 11. กำรวัดและประเมินผล ประเมินความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจากการสอบถาม แบบทดสอบ การสังเกต การมีส่วนร่วม และจากชิ้นงาน/ผลงาน กำรประเมินผล วิธีกำร เครื่องมือ ทดสอบความรู้ความเข้าใจของผู้เรียน แบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน ทดสอบคุณธรรม จริยธรรมของผู้เรียน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นิเทศ ติดตาม ประเมินผู้เรียน แบบประเมินผลงาน/ชิ้นงานของผู้เรียน ประเมินผลความพึงพอใจในการจัดกิจกรรม แบบประเมินความพึงพอใจ แนวทำงกำรประเมินผลกำรเรียน (รวบยอด) วิธีกำร เครื่องมือ เกณฑ์กำรจบหลักสูตร 1. ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 1.1 ประเมินความรู้ทางภาคทฤษฎี 1.2 ประเมินทักษะการปฏิบัติ แบบทดสอบ ผลงาน/ชิ้นงาน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 มีผลงาน/ชิ้นงานที่มีคุณภาพ 12. กำรจบหลักสูตร 12.1 มีเวลาเรียนและฝึกปฏิบัติตามหลักสูตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 12.2 มีผลการประเมินผ่านตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 12.3 มีผลงาน/ชิ้นงาน ผ่านการประเมินตามมาตรฐานและคุณภาพ 13. เอกสำรหลักฐำนกำรศึกษำ 13.1 หลักฐานการประเมินผล 13.2 วุฒิบัตรออกโดยสถานศึกษา


แผนกำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้ศูนย์วงเดือน เรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื อหำ กำรจัดเรื่องที่ 1 ช่องทำงกำรประกอบอำชีพกำรท ำผลิตภัณฑ์จำกเรซิ่น 1. ความส าคัญของ การประกอบอาชีพ ธุรการท าผลิตภัณฑ์ จากเรซิ่น อธิบายความส าคัญของ การประกอบอาชีพธุรกิจ การท าผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น ความส าคัญของการ ประกอบอาชีพธุรกิจการ ท าผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น วิทยากรอธิบประกอบอาชีเรซิ่น 2. ความรู้เบื้องต้นใน การประกอบอาชีพ ธุรกิจการท า ผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น อธิบายความรู้เบื้องต้นใน การประกอบอาชีพธุรกิจ การท าผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น 1. ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ อาชีพจากผู้รู้ ผู้ประกอบการในชุมชน 2.ความต้องการของตลาด 3.การลงทุน 4.กระบวนการผลิต การ จัดหาวัสดุ และอุปกรณ์ วิทยากรอธิบความรู้เบื้องตการท าผลิตภั


14 รู้ หลักสูตรผลิตภัณฑ์จำกเรซิ่น อำคมสุทัณฑ์ ดกระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฏี ปฏิบัติ บายความส าคัญของการ ชีพธุรการท าผลิตภัณฑ์จาก ใบความรู้ความส าคัญ ของการประกอบ อาชีพการท า ผลิตภัณฑ์จาก เรซิ่น 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียนโดยใช้ใบงาน ที่ก าหนด 1 ชั่วโมง บาย ต้นในการประกอบอาชีพ ภัณฑ์จากเรซิ่น 1. ใบความรู้ 2. สื่อรูปภาพ 30 นาที 14


เรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื อหำ กำรจัด3. ความเป็นไปได้ และการตัดสินใจใน การประกอบอาชีพ การท าผลิตภัณฑ์ จากเรซิ่น 1. อธิบายทางเลือกในการ ประกอบอาชีพได้ 2. อธิบายองค์ประกอบ ปัญหา และข้อแนะน า ก่อนตัดสินใจเลือกอาชีพ ได้ 3. อธิบายหลักเกณฑ์ และการตัดสินใจเลือก อาชีพได้ 4. การประเมินความ พร้อมและความเป็นไปได้ ของอาชีพที่ตัดสินใจเลือก ได้ 1. การวางแผนเลือก ประกอบอาชีพ 2. องค์ประกอบ ปัญหา และข้อแนะน าก่อน ตัดสินใจเลือกอาชีพ 3. หลักเกณฑ์และการ ตัดสินใจเลือกอาชีพ 4. การประเมิน ความพร้อมและ ความเป็นไปได้ของอาชีพที่ ตัดสินใจเลือก วิทยากรอธิบการตัดสินใจท าผลิตภัณฑ


15 ดกระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฏี ปฏิบัติ บายความเป็นไปได้ และ จในการประกอบอาชีพการ ฑ์จากเรซิ่น แบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ประเมินผู้เรียนโดย ใช้แบบทดสอบก่อน เรียน และหลังเรียน 30 นาที 15


เรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื อหำ กำรจัดเรื่องที่2 กำรจัดกำรบวนกำรเรียนรู้ กำรท ำผลิตภัณฑ์จำกเรซิ่น 1. การท าผลิตภัณฑ์ จากเรซิ่น อธิบายการท าผลิตภัณฑ์ จากเรซิ่น การท าผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น วิทยากรอธิบซิ่น 2. วัสดุ อุปกรณ์ และการเลือกใช้ อธิบายวัสดุ อุปกรณ์ และเลือกใช้ได้ วัสดุ อุปกรณ์ และการเลือกใช้ วิทยากรอธิบายดอกไม้ ส าหรับ3. ขั้นตอนการท า ผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น รูปแบบต่าง ๆ ผู้เรียนสามารถการท า ผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น ได้ ตามรูปแบบต่าง ๆ การท าผลิตภัณฑ์จาก เรซิ่น 1. การท าพวงกุญแจเรซิ่น ตัวอักษร ด้วยเรซิ่นยูวี 1. วิทยากรสาธิปฏิบัติพร้อมบ2. วิทยากรต2. การท าที่คั่นหนังสือ ด้วยเรซิ่น Epoxy 1. วิทยากรสาธิปฏิบัติการท าEpoxy พร้อม2. วิทยากรต


16 ดกระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฏี ปฏิบัติ บายการท าผลิตภัณฑ์จากเร 1. ใบความรู้ วิธีการท า ผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียนโดยใช้ใบงาน ที่ก าหนด 30 นาที ยวัสดุ อุปกรณ์และการเลือกใช้ บการท าผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น 1. สื่อรูปภาพ 2. สื่อของจริง 30 นาที ธิตและให้ผู้เรียนลงมือ บันทึกลงในใบงาน ตรวจผลงาน 1. ใบความรู้พวง กุญแจเรซิ่นตัวอักษร 2. สื่อของจริง 30 นาที 5 ชั่วโมง ธิตและให้ผู้เรียนลงมือ าที่คั่นหนังสือ ด้วยเรซิ่น มบันทึกลงใน ใบงาน ตรวจผลงาน 1. ใบความรู้การท าที่ คั่นหนังสือ ด้วยเรซิ่น Epoxy 2. สื่อของจริง 30 นาที 5 ชั่วโมง 16


เรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื อหำ กำรจัด3. การท าจานรองแก้ว จากเรซิ่น Epoxy 1. วิทยากรสาธิปฏิบัติการท าEpoxy พร้อม2. วิทยากรต4. การเคลือบถาดไม้ด้วย เรซิ่น Epoxy 1. วิทยากรสาธิปฏิบัติการเคEpoxy พร้อมบันทึกล2. วิทยากรต5. การท าชั้นใส่ขนมสาม ชั้น จากเรซิ่น Epoxy 1. วิทยากรสาธิปฏิบัติการท าซิ่น Epoxy ส2. วิทยากรต


17 ดกระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฏี ปฏิบัติ ธิตและให้ผู้เรียนลงมือ าจานรองแก้ว จากเรซิ่น มบันทึกลงในใบงาน ตรวจผลงาน 1. ใบความรู้การท า จานรองแก้ว จากเร ซิ่น Epoxy 2. สื่อของจริง 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียนโดยใช้ใบงาน ที่ก าหนด 30 นาที 5 ชั่วโมง ธิตและให้ผู้เรียนลงมือ คลือบถาดไม้ ด้วยเรซิ่น ลงในใบงาน ตรวจผลงาน 1. ใบความรู้การ เคลือบถาดไม้ด้วยเร ซิ่น Epoxy 2. สื่อของจริง 30 นาที 5 ชั่วโมง ธิตและให้ผู้เรียนลงมือ าชั้นใส่ขนมสามชั้น จากเร สามชั้นบันทึกลงในใบงาน ตรวจผลงาน 1. ใบความรู้การท า ชั้นใส่ขนมสามชั้น จากเรซิ่น Epoxy 2. สื่อของจริง 30 นาที 10 ชั่วโมง 17


เรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื อหำ กำรจัดเรื่องที่ 4 กำรประเมินควำมรู้ภำคทฤษฎี และภำคปฏิบัติกำรท ำผลิตภัณฑ์จำกเรซิ่น หัวข้อ 4.1 กำรประเมินควำมรู้ และควำมเข้ำใจกำรท ำผลิตภัณฑ์จำกเรซิ่น การวัดและ ประเมินผลการ เรียนรู้ของผู้เรียน เพื่อประเมินความรู้ และความเข้าใจการท า ผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น เรื่องที่ 1 ช่องทาง การประกอบอาชีพ การท าผลิตภัณฑ์จาก เรซิ่น วิทยากรวัดแของผู้เรียนเป็เรื่องที่ 2 การจัด กระบวนการเรียนรู้ การท าผลิตภัณฑ์จาก เรซิ่น เรื่องที่ 3 การบริหารจัดการ ในการประกอบอาชีพ การท าผลิตภัณฑ์จาก เรซิ่น


18 ดกระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฏี ปฏิบัติ และประเมินผลการเรียนรู้ ป็นรายบุคคล และรายกลุ่ม 1. แบบทดสอบ ก่อนเรียน และหลัง เรียน 2. แบบบันทึก การเรียนรู้ของผู้เรียน 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ประเมินผลงาน ผู้เรียนโดยใช้ใบงาน ที่ก าหนด 15 นาที 1. แบบบันทึก การเรียนรู้ของผู้เรียน 15 นาที 1. ใบงาน การคิด ต้นทุน ก าไร 2. สรุปการแลกเปลี่ยนรู้ เกี่ยวกับช่องทาง การตลาด 15 นาที 18


เรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื อหำ กำรจัดเรื่องที่ 4 กำรประเมินควำมรู้ภำคทฤษฎี และภำคปฏิบัติกำรท ำผลิตภัณฑ์จำกเรซิ่น หัวข้อ 4.2 กำรประเมินทักษะกำรท ำผลิตภัณฑ์จำกเรซิ่น 1. การเลือกใช้ จัดเตรียมวัสดุ และ อุปกรณ์ เพื่อประเมินทักษะ การท าผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น อธิบายวัสดุ อุปกรณ์และ เลือกใช้ได้ วัตถุดิบ วัสดุและอุปกรณ์ ที่ใช้ วิทยากรวัดแของผู้เรียนเป็2. การปฏิบัติการท า ผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น การปฏิบัติการท าการท า ผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น หัวข้อ 4.3 กำรน ำควำมรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในกำรด ำรงชีวิต และน ำไปประยุกต์ใช้ในกำรปการน าเสนอชิ้นงาน/ ผลงาน บรรจุภัณฑ์ การคิดต้นทุน ก าไร และช่องทางการจัด การตลาด ของการท า ผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น เพื่อประเมินการน าความรู้ ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ใน การด ารงชีวิต และน าไป ประยุกต์ใช้ในการ ประกอบอาชีพได้ 1. ผลงาน/ชิ้นงาน 2. บรรจุภัณฑ์ และการ ตกแต่งผลงาน/ชิ้นงาน 3. การคิดต้นทุน ก าไร 4. ช่องทางการจัดการ ตลาด วิทยากรวัดแของผู้เรียนเป็


19 ดกระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฏี ปฏิบัติ และประเมินผลการเรียนรู้ ป็นรายบุคคล และรายกลุ่ม แบบบันทึกการเรียนรู้ ของผู้เรียน 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 15 นาที 30 นาที ประกอบอำชีพ และประเมินผลการเรียนรู้ ป็นรายบุคคล และรายกลุ่ม แบบประเมินผล การจัดการศึกษาและ ฝึกอบรมอาชีพ หลักสูตรวิชาชีพ ระยะสั้น 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียนโดยใช้ใบงาน ที่ก าหนด 30 นาที 19


20 ใบควำมรู้ เรซิ่น คืออะไร เรซิ่น (resins) เป็นสารที่ได้จากยางเหนียวของต้นไม้หรือจากการสังเคราะห์ มีชื่อเรียกต่างๆ กัน เช่น เรซิ่นจากต้นสน เรียกว่า โรซิ่น (rosin) เรซิ่นจากธรรมชาติจ าแนกเป็น 3 ประเภท คือ 1. Oleoresin คือ เรซิ่นที่มีน ามันหอมระเหยของพืชเป็นองค์ประกอบ 2. Gum resin คือ เรซิ่นที่เป็นส่วนผสมของยางเหนียว (gum) กับเรซิ่น 3. Fossil resin คือ เรซิ่นจากต้นไม้เก่าแก่ที่มีการแปรสภาพทางเคมีเรซิ่นแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ 1. เรซิ่นจากธรรมชาติ มาจากยางไม้ เรียกอีกอย่างว่า อัมพัน 2. เรซิ่นสังเคราะห์ ใช้เคมีในการผลิต สามารถแยกออกได้เป็น 2 ประเภท ดังนี 2.1 Thermoplastic คือพลาสติกที่ใช่รีไซเคิลใหม่ได้ 2.2 Thermoset คือพลาสติกที่ไม่สามารถหลอมใหม่ได้ แบ่งได้3 ชนิด คือ โพลีเอสเตอร์ ใช้ท าไฟเบอร์ชิ นส่วนเรือ รถ Epoxy ใช้ท างานเฟอร์นิเจอร์ เทพื น เคสมือถือ โพยูรีเทน ใช้งานได้หลากหลาย เช่น เป็นแลคเกอร์ โฟมในเบาะโชว์ ฟา กระบะท้ายรถ


21 ใบควำมรู้


22 ใบควำมรู้


23 ใบควำมรู้ อุปกรณ์ในการท างานเรซิ่น 1. น ำยำเรซิ่น Epoxy Resin 2. ถ้วยพลำสติก หรือภาชนะส าหรับผสมน้ ายาเรซิ่น 3. ไม้ไอศกรีม ส าหรับคนขณะผสมเรซิ่น 4. แม่พิมพ์ซิลิโคนรูปแบบตำมชอบ เพื่อให้ง่ายต่อ การแกะออกจากพิมพ์ควรทาด้วยน้ ามันทาซิลิโคน 5. ของตกแต่ง เช่น กลิตเตอร์ กากเพชร ดอกไม้แห้ง ใบไม้แห้ง แผ่นเงิน แผ่นทอง สีผสมเรซิ่น 6. กระดำษทรำย ส าหรับขัดชิ้นงาน 7. อะไหล่ในกำรท ำเครื่องประดับ เช่น ตะขอส าหรับท าพวงกุญแจ และพวงกุญแจ วิธีท าพวงกุญแจเรซิ่น 1. ผสมน้ ายาเรซิ่น Part A และ Part B อัตราส่วน 2:1 ในถ้วยพลาสติกหรือภาชนะอื่น จากนั้นใช้ไม้ ไอศครีมคนให้เข้ากัน อาจใส่สีผสมเรซิ่นเพียงเล็กน้อยเพื่อความสวยงาม 2. เทน้ ายาเรซิ่นที่ผสมแล้วลงในแม่พิมพ์ซิลิโคนที่เตรียมไว้ ระวังอย่าให้มีฟองอากาศ 3. ใส่ของตกแต่งลงไป เช่น ดอกไม้แห้ง ใบไม้แห้ง ตามด้วยกลิตเตอร์ กากเพชร ตามใจชอบ 4. ทิ้งเอาไว้ 4 – 24 ชม. จนแห้งสนิท 5. ค่อยๆ แกะเรซิ่นออกจากแม่พิมพ์ 6. ใช้กระดาษทรายขัดเก็บงานส่วนเกินให้เรียบร้อย 7. ก็จะได้ตัวเรซิ่นที่สามารถน าเจาะรูร้อยเข้ากับตะขอส าหรับใส่พวงกุญแจ ภาพที่ 18 : พวงกุญแจเรซิ่น


24 ใบควำมรู้ อุปกรณ์ในการท างานเรซิ่น 1. น ำยำเรซิ่น Epoxy Resin 2. ถ้วยพลำสติก หรือภาชนะส าหรับผสมน้ ายาเรซิ่น 3. ไม้ไอศกรีม ส าหรับคนขณะผสมเรซิ่น 4. แม่พิมพ์ซิลิโคนแบบที่คั่นหนังสือ เพื่อให้ง่ายต่อ การแกะออกจากพิมพ์ควรทาด้วยน้ ามันทาซิลิโคน 5. ของตกแต่ง เช่น กลิตเตอร์ กากเพชร ดอกไม้แห้ง ใบไม้แห้ง แผ่นเงิน แผ่นทอง สีผสมเรซิ่น 6. กระดำษทรำย ส าหรับขัดชิ้นงาน วิธีท าจานรองแก้วเรซิ่น 1. ผสมน้ ายาเรซิ่น Part A และ Part B อัตราส่วน 2:1 ในถ้วยพลาสติกหรือภาชนะอื่น จากนั้นใช้ไม้ ไอศครีมคนให้เข้ากัน อาจใส่สีผสมเรซิ่นเพียงเล็กน้อยเพื่อความสวยงาม 2. เทน้ ายาเรซิ่นที่ผสมแล้วลงในแม่พิมพ์ซิลิโคนที่เตรียมไว้ ระวังอย่าให้มีฟองอากาศ 3. ใส่ของตกแต่งลงไป เช่น ดอกไม้แห้ง ใบไม้แห้ง ตามด้วยกลิตเตอร์ กากเพชร แผ่นทอง ตามใจชอบ 4. ทิ้งเอาไว้ 4 – 24 ชม. จนแห้งสนิท 5. ค่อยๆ แกะเรซิ่นออกจากแม่พิมพ์ 6. ใช้กระดาษทรายขัดเก็บงานส่วนเกินให้เรียบร้อย 7. จะได้ที่คั่นหนังสือเรซิ่นที่สวยงาม ภาพที่ 19 : ที่คั่นหนังสือเรซิ่น


25 ใบควำมรู้ อุปกรณ์ในการท างานเรซิ่น 1. น ำยำเรซิ่น Epoxy Resin 2. ถ้วยพลำสติก หรือภาชนะส าหรับผสมน้ ายาเรซิ่น 3. ไม้ไอศกรีม ส าหรับคนขณะผสมเรซิ่น 4. แม่พิมพ์ซิลิโคนรูปแบตำมชอบ เพื่อให้ง่ายต่อการ แกะออกจากพิมพ์ควรทาด้วยน้ ามันทาซิลิโคน 5. ของตกแต่ง เช่น กลิตเตอร์ กากเพชร ดอกไม้แห้ง ใบไม้แห้ง แผ่นเงิน แผ่นทอง สีผสมเรซิ่น 6. กระดำษทรำย ส าหรับขัดชิ้นงาน วิธีท าจานรองแก้วเรซิ่น 1. ผสมน้ ายาเรซิ่น Part A และ Part B อัตราส่วน 2:1 ในถ้วยพลาสติกหรือภาชนะอื่น จากนั้นใช้ไม้ ไอศครีมคนให้เข้ากัน อาจใส่สีผสมเรซิ่นเพียงเล็กน้อยเพื่อความสวยงาม 2. เทน้ ายาเรซิ่นที่ผสมแล้วลงในแม่พิมพ์ซิลิโคนที่เตรียมไว้ ระวังอย่าให้มีฟองอากาศ 3. ใส่ของตกแต่งลงไป เช่น ดอกไม้แห้ง ใบไม้แห้ง ตามด้วยกลิตเตอร์ กากเพชร แผ่นทอง ตามใจชอบ 4. ทิ้งเอาไว้ 4 – 24 ชม. จนแห้งสนิท 5. ค่อยๆ แกะเรซิ่นออกจากแม่พิมพ์ 6. ใช้กระดาษทรายขัดเก็บงานส่วนเกินให้เรียบร้อย 7. ได้จานรองแก้วเรซิ่นที่สวยงาม ภาพที่ 20 : จานรองแก้วเรซิ่น


26 ใบควำมรู้ อุปกรณ์ในการท างานเรซิ่น 1. น ำยำเรซิ่น Epoxy Resin 2. ถ้วยพลำสติก หรือภาชนะส าหรับผสมน้ ายาเรซิ่น 3. ไม้ไอศกรีม ส าหรับคนขณะผสมเรซิ่น 4. ถำดไม้มีขอบรูปแบบตำมชอบ 5. ของตกแต่ง เช่น กลิตเตอร์กากเพชร ดอกไม้แห้ง ใบไม้แห้ง แผ่นเงิน แผ่นทอง สีผสมเรซิ่น 6. กระดำษทรำย ส าหรับขัดชิ้นงาน วิธีท าจานรองแก้วเรซิ่น 1. ผสมน้ ายาเรซิ่น Part A และ Part B อัตราส่วน 2:1 ในถ้วยพลาสติกหรือภาชนะอื่น จากนั้นใช้ไม้ ไอศครีมคนให้เข้ากัน อาจใส่สีผสมเรซิ่นเพียงเล็กน้อยเพื่อความสวยงาม 2. เทน้ ายาเรซิ่นที่ผสมแล้วลงถาดไม้เกลี่ยให้ทั่วให้ได้ความหนาที่เท่ากัน ระวังอย่าให้มีฟองอากาศ 3. ใส่ของตกแต่งลงไปบนถาดไม้กดให้วัสดุตกแต่งให้อยู่ข้างล่างสุด เช่น ดอกไม้แห้ง ใบไม้แห้ง ตาม ด้วยกลิตเตอร์ กากเพชร แผ่นทอง ตามใจชอบ 4. ทิ้งเอาไว้ 4 – 24 ชม. จนแห้งสนิท 5. ได้ถาดไม้เคลือบเรซิ่นที่สวยงาม ภาพที่ 21 : ถาดไม้เคลือบเรซิ่น


27 ใบควำมรู้ อุปกรณ์ในการท างานเรซิ่น 1. น ำยำเรซิ่น Epoxy Resin 2. ถ้วยพลำสติก หรือภาชนะส าหรับผสมน้ ายาเรซิ่น 3. ไม้ไอศกรีม ส าหรับคนขณะผสมเรซิ่น 4. แม่พิมพ์ซิลิโคนรูปชั นใส่ขนม 3 ขนำด เพื่อให้ง่าย ต่อการแกะออกจากพิมพ์ควรทาด้วยน้ ามันทาซิลิโคน 5. ของตกแต่ง เช่น กลิตเตอร์ กากเพชร ดอกไม้แห้ง ใบไม้แห้ง แผ่นเงิน แผ่นทอง สีผสมเรซิ่น 6. กระดำษทรำย ส าหรับขัดชิ้นงาน 7. อะไหล่ในกำรท ำชั นขนม เช่น ขาตั้ง ที่จับ วิธีท าจานรองแก้วเรซิ่น 1. ผสมน้ ายาเรซิ่น Part A และ Part B อัตราส่วน 2:1 ในถ้วยพลาสติกหรือภาชนะอื่น จากนั้นใช้ไม้ไอศครีม คนให้เข้ากัน อาจใส่สีผสมเรซิ่นเพียงเล็กน้อยเพื่อความสวยงาม 2. เทน้ ายาเรซิ่นที่ผสมแล้วลงในแม่พิมพ์ซิลิโคนที่เตรียมไว้ ระวังอย่าให้มีฟองอากาศ 3. ใส่ของตกแต่งลงไป เช่น ดอกไม้แห้ง ใบไม้แห้ง ตามด้วยกลิตเตอร์ กากเพชร แผ่นทอง ตามใจชอบ 4. ทิ้งเอาไว้ 4 – 24 ชม. จนแห้งสนิท 5. ค่อยๆ แกะเรซิ่นออกจากแม่พิมพ์ 6. ใช้กระดาษทรายขัดเก็บงานส่วนเกินให้เรียบร้อย 7. ได้จานรองแก้วเรซิ่นที่สวยงาม ภาพที่ 22 : ชั้นใส่ขนมสามชั้นเรซิ่น


28 ใบงำน แบบบันทึก กำรท ำผลิตภัณฑ์จำกเรซิ่น ค ำชี แจง....ให้ผู้เรียนจดบันทึก ขั นตอน กำรท ำผลิตภัณฑ์จำกเรซิ่น ระหว่ำงที่วิทยำกรบรรยำย วัสดุอุปกรณ์ ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ .................................................................................................................................. ....................................... ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ....................................................................................................................................... .................................. ขั นตอนกำรท ำ ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ................................................................................................................................. ........................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ...................................................................................................................................... ................................... ................................................................................................ ......................................................................... ......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... ............................... ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ .............................................................................................................................................. ........................... ....................................................................................................... .................................................................. ............................................................................................................................. ............................................ ................................................................................................................................................. ........................


29 ใบควำมรู้ กำรบรรจุหีบห่อ การบรรจุหีบห่อ หมายถึง การน าเอาวัสดุเช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ ไม้ ประกอบเป็น ภาชนะหุ้มห่อสินค้า เพื่อประโยชน์ในการใช้สอย การค้า ความสวยงาม ดึงดูดความสนใจ ท าให้เกิดความ พึงพอใจจากผู้ซื้อสินค้า วัตถุประสงค์หลักของกำรบรรจุหีบห่อ 1. เพื่อป้องกันสินค้า ไม่ให้แตก หัก บุบสลาย 2. เพื่อสะดวกต่อการจ าหน่าย 3. เพื่อประชาสัมพันธ์ และดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อ ส าหรับการบรรจุหีบห่อ สิ่งที่ต้องค านึงถึงคือการเลือกซื้อวัสดุที่จะใช้ในการบรรจุหีบห่อที่จะไม่ ปิดบังความสวยงามของสินค้า และเป็นที่สนใจของผู้ซื้อ เช่น 1. บรรจุในกล่องกระดาษ หรือกล่องพลาสติก ที่โชว์ให้เห็นตัวสินค้า 2. บรรจุในถุงพลาสติกใสที่ตกแต่งด้วยโบว์สวยงาม 3. ใส่ถุงผ้าโปร่ง ฯลฯ


30 ใบควำมรู้ กำรค ำนวณต้นทุน ก ำไร การค านวณต้นทุนเป็นส่วนหนึ่งของระบบบัญชีและการเงินของกิจการ เป็นการบันทึกการวัดผล และรายงานข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนของสินค้าของกิจการโดยทั่วไป การค านวณต้นทุนจะใช้เวลา และลงรายละเอียดมากในกิจการที่ผลิตสินค้า แต่ไม่ได้หมายความว่ากิจการประเภทอื่น เช่น กิจการขายส่ง ขายปลีกร้านอาหาร หรือบริการต่าง ๆ ไม่มีความส าคัญในการที่ต้องค านวณต้นทุน การค านวณต้นทุน สามารถน าไปใช้ได้ในทุกกิจการเพราะมีความส าคัญต่อการบริหารจัดการธุรกิจ ดังนี้ 1. เพื่อให้ทราบถึงต้นทุนการผลิตและต้นทุนขายของธุรกิจ 2. เพื่อสามารถน าต้นทุนทั้งหมดของกิจการมาเปรียบเทียบกับรายได้จากการขาย เพื่อจะได้ทราบ ว่ามีก าไรหรือขาดทุนในการขายสินค้า 3. เพื่อค านวณหรือตีราคาสินค้าคงเหลือที่ขายได้ไม่หมดว่ามีมูลค่าเท่าไหร่ 4. เพื่อใช้ในการวางแผนและควบคุมการซื้อสินค้า และจัดท างบประมาณในการซื้อสินค้า รวมทั้ง ต่อรองราคากับผู้ขายวัตถุดิบ 5. เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าสินค้าใดควรขายต่อไปและสินค้าใดควรเลิกขาย (ในกรณีที่ผู้ผลิตมีสินค้า หลายชนิด) ต้นทุนแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ 1. ต้นทุนผันแปร คือต้นทุนที่ผันแปรตามจ านวนหน่วยที่ผลิตหรือขาย เช่น วัตถุดิบ ค่าแรงทางตรง ค่าใช้จ่ายในการผลิตทางตรง เป็นต้น 2. ต้นทุนคงที่คือต้นทุนที่เกิดขึ้นไม่ว่ากิจการจะได้ขายสินค้าหรือไม่ต้นทุนนี้จะไม่เปลี่ยนแปลง ตามจ านวนหน่วยที่ผลิตหรือขาย เช่น เงินเดือนพนักงานหน้าร้าน ค่าเช่าร้าน ค่าเสื่อมราคา ค่าประกันภัย เป็นต้น ดังนั้น ต้นทุนการผลิตจะประกอบไปด้วยวัตถุดิบ + ค่าแรงงาน + ค่าใช้จ่ายในการผลิต ซึ่งทั้งสาม รายการนี้เป็นเพียงส่วนของการผลิตเท่านั้น หากจะคิดต้นทุนรวมของสินค้าแล้วจ าเป็นต้องน าค่าใช้จ่าย ในการขายและด าเนินการมารวมด้วยเช่น เงินเดือน ค่าคอมมิชชั่นพนักงานขายค่าแรงพนักงานขายหน้าร้าน ค่าการตลาด (โฆษณา แผ่นพับ) ค่าเช่าส านักงานและร้าน ค่าไฟฟ้าและน้ าประปา ค่าโทรศัพท์ค่าน้ ามันรถ ดอกเบี้ย ค่าเช่ารถ ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ฯลฯ เพื่อการค านวณต้นทุนให้ใกล้เคียงความจริง หากค านวณแค่ วัตถุดิบค่า แรงงาน และค่าน้ า ค่าไฟฟ้า ก็อาจท าให้ได้ต้นทุนสินค้าที่น้อยกว่าความเป็นจริงและมีผลท าให้ ตั้งราคาขายที่ต่ าไป อาจท าให้ขาดทุนได้ การค านวณแบบง่ายเหมาะส าหรับผู้ประกอบการรายเล็กที่มีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์น้อยชนิด อาจขายเพียงน้ าพริก หรือแชมพูก็ได้ซึ่งเหมาะกับการค านวณสินค้าประเภท OTOP ที่มีความชัดเจนใน เรื่องการใช้วัตถุดิบ ค่าแรงงานต่อรอบ การผลิตและไม่มีการเก็บสต๊อกวัตถุดิบไว้การค านวณจ าเป็นต้องคิด เพื่อให้ทราบถึงต้นทุนผลิตต่อหน่วย และน าต้นทุนผลิตไปรวมกับค่าใช้จ่ายในการด าเนินการ เพื่อให้ทราบถึง ต้นทุนรวมของสินค้าอีกครั้งหนึ่ง


31 ตัวอย่ำงกำรคิดต้นทุน ก ำไร กำรผลิต และค่ำใช้จ่ำยในกำรจ ำจำนรองแก้วเรซิ่น วัน เดือน ปี รำยกำร จ ำนวนสิ่งของ จ ำนวนเงิน (บำท) หมำยเหตุ 11 ก.พ. 2565 ค่ำใช้จ่ำย (ต้นทุน) การก าหนดราคา ขาย คิดจากต้นทุน + ก าไรที่ต้องการ ก าไร 140 บาท น้ ายาเรซิ่น 130 กรัม 90 วัสดุตกแต่ง ดอกไม้แห้ง 10 ใบไม้แห้ง สี ค่าแรง 1 ชั่วโมง 40 รวมค่ำใช้จ่ำย 140 รำยได้ขำย 1 ชิ้น ๆ ละ 140 บาท 140 การก าหนดราคาขายต่อหน่วย ดังนี้ 1. ก าหนดก าไรที่ต้องการได้จากต้นทุน X (ก าไรที่ต้องการ÷ ด้วย 100) ตัวอย่ำงเช่น ชิ้นงานจานรองแก้ว จากต้นทุน 140 บาท ต้องการก าไรร้อยละ 100 ดังนั้น ก าไรที่ต้องการ = 140 X 140 ÷ 100 = 140 2. การก าหนดราคาขายต่อหน่วย ได้มาจากต้นทุน + ก าไร ÷ ด้วยจ านวนหน่วย 140+140 ÷ 1 = 280 บาท หมำยเหตุ การก าหนดก าไรที่ต้องการขึ้นอยู่กับสิ่งเหล่านี้ด้วย เช่น ราคาตลาด ลักษณะของสินค้าและบริการ เป็นสินค้าหายาก เป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม หรือมีฤดูกาลเข้ามาเกี่ยวข้องก็สามารถที่จะก าหนดก าไรที่ต้องการ สูงได้ การตั้งราคาให้สามารถแข่งขันได้นั้นต้องอยู่บนพื้นฐานความสมดุลระหว่างความพึงพอใจของผู้ซื้อและ ผู้ขายด้วย ถ้าสินค้าโดยทั่วไปมีขายกันแพร่หลาย มีคู่แข่งมากก็ต้องก าหนดก าไรน้อยลงไป


32 ใบงำน กำรคิดต้นทุน ก ำไร ผู้เรียน/กลุ่ม.................................................................................................................................................. เรื่อง.............................................................................................................................................................. วัน เดือน ปี รำยกำร จ ำนวนสิ่งของ จ ำนวนเงิน (บำท) หมำยเหตุ ค่าใช้จ่าย (ต้นทุน) .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. 1. ให้ก าหนดก าไรที่ ต้องการเป็นร้อยละก่อน 2. แล้วค านวณหาราคาต่อ หน่วยจึงจะทราบรายได้ 3. น ารายได้ที่ได้มาใส่ ตารางนี้ รวมค่ำใช้จ่ำย รายได้จากการขาย .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. รวมรำยได้ 1. ก าไรที่ต้องการ = ต้นทุน x ( ร้อยละของก าไรที่ต้องการหารด้วย 100 ) 2. ก าหนดราคาขายต่อหน่วย = ต้นทุน + ก าไร = ____________ จ านวนหน่วย


33 ใบควำมรู้ ช่องทำงกำรตลำด ช่องทางการตลาด เป็นส่วนส าคัญอย่างมากในการด าเนินธุรกิจ ช่องทางการตลาดหรือช่องทางการ จัดจ าหน่ายมีความหมายเดียวกันซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ P ของส่วนประสมการตลาด (Marketing mix) ที่นักการ ตลาดนิยมน าส่วนประสมทั้งสี่มาวางเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดและการขายในยุคปัจจุบัน ดังนั้นช่องทางการ จัดจ าหน่าย (Marketing channel) จึงถูกเข้ารวมอยู่ใน P = Place นั่นคือ สถานที่ขายแหล่งขาย ช่องทางการขายสินค้านั่นเอง สินค้าแต่ละชนิดอาจมีช่องทางขายที่แตกต่างกันไป สินค้าอุปโภค มีช่องทาง การขายผ่านร้านสะดวกซื้อ อาหารสดก็มีช่องทางการขายหน้าร้านหรือหน้าบ้านของผู้ผลิต อุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ เสื้อผ้าส าเร็จรูปอาจใช้ช่องทางการขายได้หลายช่องทาง เช่น ขายทางออนไลน์ ขายหน้าร้าน ตนเอง ขายในตลาดนัด ขายในห้างสรรพสินค้า มีการแบ่งช่องทางการจ าหน่าย ในยุคปัจจุบันได้แบ่งเป็น ประเภทใหญ่ๆ 2 ประเภทคือ 1. ช่องทางการจ าหน่ายทางตรง คือผู้ผลิตขายสินค้าไปยังผู้ใช้หรือผู้บริโภคด้วยตนเอง 2. ช่องทางการจ าหน่ายทางอ้อม คือผู้ผลิตขายสินค้าผ่านตัวกลาง ตัวแทนจ าหน่าย ร้านค้าส่ง และร้านค้าปลีกเพื่อจ าหน่ายไปยังผู้ใช้หรือผู้บริโภค ช่องทางการจ าหน่ายทั้งสองประเภทนี้ยังแบ่งเป็นช่องทางขายได้อีกหลายช่องทางโดยจะกล่าวถึง ช่องทางขายที่ส าคัญดังต่อไปนี้ ช่องทำงจ ำหน่ำยทำงตรงมีช่องทำงขำย ดังนี 1. ขายผ่านหน้าร้านแบบไม่เคลื่อนที่ เป็นการขายผ่านหน้าร้าน สาขาทั้งเป็นร้านค้าของตนเอง หรือเช่าหน้าร้านตามห้างสรรพสินค้า Modern trade เช่าพื้นที่ขายในปั้มน้ ามัน ขายออกบูทตามงานแสดง สินค้า เช่าพื้นที่ในอาคารส านักงาน เป็นต้น 2. ขายผ่านหน้าร้านที่เคลื่อนที่ไปมา เช่น ขายผลไม้ในรถบรรทุก ที่ย้ายไปขายตามสถานที่ต่าง ๆ ได้ตามความต้องการ เปิดท้ายขายของตามตลาดนัดต่าง ๆ หาบเร่แผงลอย เป็นการขายแบบอิสระ เปลี่ยน เส้นทางขายบ้าง เปลี่ยนสินค้าขายบ้าง สินค้าที่ขายอาจเป็นสินค้าตามฤดูกาล หรือเป็นสินค้าที่ผู้ขายไปหา ซื้อได้มาในช่วงเวลานั้น ๆ 3. ขายผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อออนไลน์การขายลักษณะ E-commerce นี้จะขายผ่านหน้า โฮมเพจของตนเองโดยมีตะกร้าให้ซื้อ และมีการโอนเงินก่อนซื้อซึ่งมีบริษัทหลายแห่งเพิ่มช่องทางการขาย ทางอิเล็กทรอนิกส์จ านวนมาก เช่น 7-11 ขายโดยให้ลูกค้าเลือกซื้อใน 7-Catalogue ส าหรับการขายผ่าน Social media เป็นการขายที่นิยมกันในกลุ่มคนที่ยังท างานประจ า และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และ กลุ่มอาชีพอิสระที่ต้องการขายสินค้าเป็นอาชีพเสริม การขายประเภทนี้จะขายผ่าน Facebook Intragram Line 4. ขายผ่านสื่อการขายที่เป็นอุปกรณ์ทันสมัย เช่น ขายผ่านโทรศัพท์มือถือ ผ่านเครื่องเอทีเอ็ม ผ่านตู้หยอดเหรียญต่าง ๆ เช่น น้ าอัดลม กาแฟ เกมส์ เครื่องกดน้ าดื่ม เครื่องซักผ้า ฯลฯ การขายผ่าน เครื่องใช้เหล่านี้ท าให้ประหยัดเรื่องแรงงานคนท าให้ต้นทุนการขายต่ าไปด้วย


34 5. ขายผ่านพนักงานขาย แม้ว่าการขายผ่านพนักงานจะเป็นวิธีเก่าที่ใช้กันมานานแต่ก็เป็นวิธีที่ดี ที่สุดส าหรับสินค้าที่ขายให้กับอุตสาหกรรมเพราะต้องการการสาธิต การอธิบายวิธีการใช้และรายละเอียด คุณสมบัติของสินค้า สินค้าใหม่ที่ต้องการการอธิบายและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จ าเป็นต้องใช้การขาย ผ่านพนักงานขายเพื่อให้รู้จักสินค้าและทราบถึงคุณสมบัติของสินค้าก่อน นอกจากนั้นการขายผ่านพนักงาน ขายท าให้กิจการได้รับ Feedback จากลูกค้าว่าพอใจหรือไม่พอใจในสินค้าของกิจการซึ่งท าให้เจ้าของ กิจการน ามาปรับปรุงแก้ไขได้ภายหลัง ช่องทำงกำรจ ำหน่ำยโดยอ้อมมีช่องทำงกำรขำย ดังนี 1. ขายผ่านตัวแทนจ าหน่าย สินค้าจ าเป็นต้องมีการแต่งตั้งตัวแทนขายเพื่อกระจายสินค้าได้ทั่ว ประเทศ เช่น รถยนต์ เครื่องจักรต่าง ๆ ยางรถยนต์ อะไหล่รถยนต์ สินค้าบางประเภทจ าเป็นต้องมีตัวแทน จ าหน่ายหากผู้ผลิตไม่เชี่ยวชาญในการตลาดแต่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตมากกว่า การขายผ่านตัวแทนยัง เหมาะกับการขายสินค้าที่เป็นบริการ เช่น ขายกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์และประกันชีวิต เป็นต้น 2. ขายผ่านคนกลางทั้งผู้ค้าส่งหรือผู้ค้าปลีก ส าหรับผู้ผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภคมักจะใช้วิธีการ ขายผ่านผู้ค้าส่งตามอ าเภอ และจังหวัดต่าง ๆ เพื่อกระจายสินค้า ส าหรับผู้ผลิตรายเล็กก็อาจขายผ่าน ผู้ค้าปลีกที่ขายตรงให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ 3. ขายผ่านระบบแฟรนไชส์ผู้ผลิตที่มีการขายแฟรนไชส์ให้กับบุคคลภายนอกสามารถใช้วิธีการขาย ผลิตภัณฑ์ผ่านเครือข่ายหรือแฟรนไชส์ของตนเองได้เช่น ราชาบะหมี่ ชายสี่บะหมี่เกี้ยว ข้าวมันไก่มิดไนท์ เป็นต้น ส าหรับผู้ประกอบการที่ด าเนินธุรกิจส่งออกสินค้าไปต่างประเทศก็มีช่องทางการขายสองทาง เช่นกันคือ เป็นผู้ส่งออกเองโดยขายตรงให้กับลูกค้าและอีกทางหนึ่งคือขายสินค้าผ่าน trader ที่เป็นตัวกลาง ขายสินค้าให้กับต่างประเทศ ปัจจุบันธุรกิจขนาดใหญ่มักใช้ช่องทางการขายทั้งทางตรงและทางอ้อมร่วมไป ด้วยกันโดยขายผ่านหน้าร้าน ผ่านสื่อออนไลน์ ผ่านสาขา ผ่านตัวแทนจ าหน่าย และใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ ในการ ส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวางเพื่อท าให้ธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว


35 แบบวัดและประเมินผลกำรท ำผลิตภัณฑ์จำกเรซิ่น ประเด็นที่เกี่ยวข้อง 1. ทักษะกำรใช้วัสดุ อุปกรณ์ 1.1 เลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ ได้เหมาะสมกับประเภทและปริมาณ 1.2 ท าความสะอาด บ ารุงรักษาและจัดเก็บวัสดุ อุปกรณ์ได้อย่างถูกต้อง 2. ทักษะกำรประดิษฐ์ ออกแบบ และควำมคิดสร้ำงสรรค์ 2.1 ออกลักษณะ ให้เหมาะสมกับตัวแม่พิมพ์ที่ใช้ 2.2 มีความคิดสร้างสรรค์ และสวยงาม 3. ทักษะกำรปฏิบัติ 3.1 ปฏิบัติได้ตามคุณลักษณะและมีเทคนิควิธีการที่ถูกต้อง 4. ทักษะกำรน ำเสนอ 4.1 น าเสนอผลงานได้อย่างเหมาะสม


36 ใบงำน แบบประเมินผลงำนผู้เรียน ชื่อ - นามสกุล .......................................................................................................………………............…. หลักสูตร ............................................................................... กลุ่ม……………….………………...................... ค ำชี แจง : ให้ผู้ประเมินขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ประเด็นที่ประเมิน ผู้ประเมิน ตนเอง เพื่อน วิทยำกร 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 1. ทักษะกำรใช้วัสดุ อุปกรณ์ 1.1 เลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ ได้เหมาะสมกับประเภทและปริมาณ 1.2 ท าความสะอาด บ ารุงรักษาและจัดเก็บวัสดุ อุปกรณ์ได้อย่าง ถูกต้อง 2. ทักษะกำรประดิษฐ์ ออกแบบ และควำมคิดสร้ำงสรรค์ 2.1 ออกลักษณะต้น ใบ และผล เหมาะสมกับตัววัสดุ 2.2 มีความคิดสร้างสรรค์ และสวยงาม 3. ทักษะกำรปฏิบัติ 3.1 ปฏิบัติได้ตามคุณลักษณะ 3.2 มีเทคนิควิธีการที่ถูกต้อง 4. ทักษะกำรน ำเสนอ 4.1 มีการน าเสนอได้อย่างเหมาะสม 5. การบรรจุหีบห่อ 5.1 จัดท าหรือจัดหาบรรจุหีบห่อได้อย่างเหมาะสม 6. คิดต้นทุน ก าไร 6.1 คิดต้นทุน ก าไร ก าหนดราคาขายได้ถูกต้อง รวม รวมทุกรำยกำร เฉลี่ย ผู้ประเมิน ...........................................................(ตนเอง) ผู้ประเมิน .......................................................... (เพื่อน) ผู้ประเมิน ................................................................ (วิทยากร)


37 แบบประเมินผลกำรจัดกำรศึกษำและฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั น หลักสูตรวิชา.................................................................................... จ านวน....................... .........ชั่วโมง ระหว่างวันที่..........เดือน......................พ.ศ..................ถึงวันที่..........เดือน......................พ.ศ.................. สถานที่จัด ณ................................................................................................................. .................... เกณฑ์กำรให้คะแนนประเมินผลกำรจัดกำรศึกษำและฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั น ศูนย์วงเดือน อำคมสุรทัณฑ์ 1. ควำมรู้ควำมเข้ำใจในเนื อหำสำระ 20 คะแนน 1.1 แบบทดสอบ (20 คะแนน) 2. ทักษะกำรปฏิบัติ 40 คะแนน 2.1 การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ (10 คะแนน) 2.1.1 การจัดเตรียมวัสดุ (5 คะแนน) 2.1.2 การจัดเตรียมอุปกรณ์ (5 คะแนน) 2.2 ปฏิบัติตามขั้นตอน (20 คะแนน) 2.2.1 ปฏิบัติตามขั้นตอน (5 คะแนน) 2.2.2 ปฏิบัติงานเสร็จตามเวลา (5 คะแนน) 2.2.3 ปฏิบัติงานด้วยความสะอาดเรียบร้อย (5 คะแนน) 2.2.4 ปฏิบัติงานด้วยความคล่องแคล่ว (5 คะแนน) 2.3 มีทักษะในการท างานเป็นทีม (10 คะแนน) 2.3.1 การเคารพกฎ กติกา และการยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น (5 คะแนน) 2.3.2 การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น (5 คะแนน) 3. คุณภำพของผลงำน/ผลกำรปฏิบัติงำน (40 คะแนน) 3.1 ผลงาน/ชิ้นงาน เป็นไปตามที่หลักสูตรก าหนด (30 คะแนน) 3.1.1 คุณภาพของชิ้นงาน (10 คะแนน) 3.1.2 องค์ประกอบของชิ้นงาน (10 คะแนน) 3.1.3 การตกแต่ง/บรรจุภัณฑ์ของชิ้นงาน (10 คะแนน) 3.2 การน าเสนอผลงาน/ชิ้นงาน (10 คะแนน) ระดับผลกำรเรียน การตัดสินผลการเรียนให้น าคะแนนระหว่างการจัดการเรียนการสอนรวมกับคะแนนจาก แบบทดสอบหลังเรียนแล้วน าไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่ก าหนด เพื่อให้ค่าระดับผลการเรียนทั้ง 5ระดับ ดังนี้ 1. ได้คะแนน 80 – 100 ได้เกรด 4 หมายถึง ดีมาก 2. ได้คะแนน 70 - 79 ได้เกรด 3 หมายถึง ดี 3. ได้คะแนน 60 - 69 ได้เกรด 2 หมายถึง ปานกลาง 4. ได้คะแนน 50 - 59 ได้เกรด 1 หมายถึง ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ าที่ก าหนด 5. ได้คะแนน 0 - 49 ได้เกรด 0 หมายถึง ต่ ากว่าเกณฑ์ที่ก าหนด


ล ำดับ ที่ เลขประจ ำตัว ประชำชน ชื่อ – สกุล 1. ควำมรู้ควำมเข้ำใจ ในเนื อหำสำระ 20 คะแนน 2. 1.1 แบบ ทดสอบ (20) 2.1 กำรเตรียม วัสดุอุปกรณ์ (10) 2.1.1 (5) 2.1.2 (5) 2.2.1 (5)ลงชื่อ..................................................วิทยากร (......................................................) ลงชื่อ......................................... (..........................................


38 ทักษะกำรปฏิบัติ 40 คะแนน 3. คุณภำพของผลงำน ผลกำรปฏิบัติงำน 40 คะแนน รวม 100 คะแนน ผลกำรเรียน 2.2 ปฏิบัติตำมขั นตอน (20) 2.3 มีทักษะใน กำรท ำงำนเป็น ทีม (10) 3.1 ผลงำน/ชิ นงำน เป็นไปตำมที่หลักสูตร ก ำหนด (30) 3.2 กำรน ำเสนอ ผลงำน/ชิ นงำน (10) 2.2.2 (5) 2.2.3 (5) 2.2.4 (5) 2.3.1 (5) 2.3.2 (5) 3.1.1 (5) 3.1.2 (5) 3.1.3 (5) ..........หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ .............) ลงชื่อ..................................................ผู้อนุมัติ (......................................................)


Click to View FlipBook Version