The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

สลัดโรล

ปี 2565


ก ค ำน ำ ด้วยศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ จังหวัดอุทัยธานี เป็นศูนย์ที่จัดฝึกอบรมด้านอาชีพในท้องถิ่น ตามพระราชด าริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์อาชีพให้ประชาชนมีรายได้ และเพื่อศึกษาค้นคว้า วิจัยพัฒนาอาชีพความรู้ต่าง ๆ จากภูมิปัญญาท้องถิ่นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ส าคัญคือใช้เป็นแหล่งเรียนรู้และจัดกิจกรรม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในทุกรูปแบบ ได้แก่ เป็นศูนย์สาธิต ทดลอง จัดแสดง และจัดจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ และผลิตภัณฑ์จากโครงการพระราชด าริ รวมถึง การสนับสนุนประสานงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการศึกษาอาชีพให้มีงานท า สร้างรายได้ให้ตนเองและครอบครัว เพื่อให้การด าเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์ฯ ที่เน้นเรื่องการมีอาชีพเพื่อ การมีงานท า มีรายได้ และสืบสานอนุรักษ์อาชีพต่าง ๆ ให้คงอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารคาวและขนม ไทย ซึ่งในจังหวัดอุทัยธานีประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตรท าให้มีความอุดมสมบูรณ์ของ ทรัพยากร นอกจากนี้ยังได้น าศาสตร์พระราชามาใช้ในการด าเนินชีวิต แต่ในปัจจุบันสภาพทางเศรษฐกิจ สังคม โครงสร้างประชากรเปลี่ยนไปมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมายจึงท าให้วิถีชีวิต การใช้ชีวิตของคน รุ่นใหม่เปลี่ยนไป กระแสวัฒนธรรมเรื่องการกินมีการเปลี่ยนแปลง ชีวิตคนรุ่นใหม่ต้องการความสะดวก รวดเร็วไม่มีเวลาจะมาท ากิจกรรมที่ต้องใช้เวลายุ่งยากและซับซ้อน จึงท าให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นบางอย่างก าลัง จะสูญหายไป ซึ่งหมายรวมถึงอาหารและขนมไทย ดังนั้นศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ได้ตระหนักถึง ความส าคัญและต้องการสืบสานการอนุรักษ์ด้านอาหารและขนมไทยของจังหวัดอุทัยธานีจึงได้คัดเลือก อาหารและขนมไทยที่ก าลังจะสูญหายมาจัดท าเป็นหลักสูตรเพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถน าไปประกอบอาชีพต่อไป ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยากรวิชาชีพ และนักวิชาการศึกษาจาก ส านักงาน กศน. ที่ได้ร่วมพัฒนาหลักสูตรและจัดท าแผนการเรียนรู้รวมทั้งสื่อต่าง ๆ ให้ส าเร็จไปด้วยดี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลักสูตรเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อวิทยากรและผู้เรียนต่อไป ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


ข สำรบัญ หน้ำ ค ำน ำ ก ควำมรู้เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในกำรท ำอำหำร 1 ควำมรู้พื้นฐำนในกำรจัดกำรเรียนรู้ตำมหลักสูตรกำรท ำสลัดโรล 12 หลักสูตรกำรท ำสลัดโรล ความเป็นมา 12 จุดประสงค์การเรียนรู้ 13 ระยะเวลา 13 กลุ่มเป้าหมาย 13 โครงสร้างหลักสูตร 13 แหล่งการเรียนรู้และสื่อประกอบการสอน 14 การวัดการประเมินผลการเรียน 14 เกณฑ์การจบหลักสูตร 14 เอกสารหลักฐานการศึกษา 14 แผนกำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้หลักสูตรกำรท ำสลัดโรล ใบความรู้ สลัดโรล 17 ใบความรู้ คุณค่าของสลัดโรล 17 ใบความรู้ วิธีการท าสลัดโรล 25 ใบงาน แบบบันทึกการท าสลัดโรล 27 ใบความรู้ บรรจุภัณฑ์ 28 ใบความรู้ การค านวณต้นทุน ก าไร 31 ใบงาน การคิดต้นทุน ก าไร 32 ใบความรู้ ช่องทางการตลาด 33 แบบวัดและประเมินผลการท าสลัดโรล 38 ภำคผนวก 40 รำยชื่อคณะผู้จัดท ำหลักสูตร บรรณำนุกรม


1 ควำมรู้เกี่ยวกับวัสดุและอุปกรณ์ วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในกำรท ำอำหำร ในการเตรียมอาหารจะต้องใช้อุปกรณ์หลายชนิด เพื่อประกอบอาหาร การจัดเตรียมอุปกรณ์ให้ พร้อม และอุปกรณ์ทุกชนิดที่น ามาใช้อยู่ในสภาพที่ดีพร้อมใช้งาน ซึ่งท าให้การประกอบอาหารได้ดี ไม่เสีย แรงงาน และเวลา อุปกรณ์ ต่าง ๆ ที่ใช้ในการประกอบอาหาร ประกอบด้วย 1. อุปกรณ์เครื่องใช้ในครัว อุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวมีมากมายหลายชนิด การรู้จักอุปกรณ์เครื่องใช้และวิธีการให้อย่างถูกต้อง จะ ช่วยในการประกอบอาหารให้มีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลาและแรงงาและยังช่วยให้อาหารที่ประกอบ ส าเร็จนั้นมีลักษณะที่ดีมีคุณภาพเครื่องใช้ที่น ามาใช้ในการประกอบอาหารด้วย 1.1 เครื่องชั่ง (Scale) เครื่องชั่งที่ใช้กันอยู่ทั่วไปมี 2 ขนำด คือ 1.1.1 เครื่องชั่งขนาดใหญ่ ส าหรับชั่งส่วนผสมที่มีจ านวนมาก ซึ่งในการประกอบอาหารในปัจจุบัน นิยมใช้การชั่งมากกว่าการตวง การชั่งจะช่วยในกรประหยัดเวลา และมีความเที่ยงตรงได้เป็น อย่างดี เครื่องช่างขนาดใหญ่มีน้ าหนักตั้งแต่ 15 – 30 กิโลกรัม วัสดุเคลือบสีป้องกันสนิม การ เคลื่อนย้ายไม่ควรหิ้วเพราะจ าท าให้เกิดการคลาดเลื่อนไม่เที่ยงตรง 1.1.2 เครื่องชั่งขนาดเล็ก เหมาะส าหรับการชั่งเครื่องปรุงจ านวนน้อย น้ าหนักตั้งแต่ 500 – 1000 กรัม ไม่เกิน 2000 กรัม ท าด้วยโลหะหรือพลาสติกเหนียว ส าหรับเครื่องชั่งบางชนิดสามารถ แยกจานออกเพื่อเทส่วนผสม เช่น เกลือ ผงฟู ส าหรับเครื่องชั่งในปัจจุบันมีระบบดิจิตอลเข้ามา เพื่อความสะดวกและความแม่นย าให้แก่ผู้ชั่ง การดูแลเครื่องชั่ง ควรระมัดระวังการตกหล่น ซึ่ง จะท าให้เครื่องชั่งแตกหักได้ง่าย วิธีกำรเลือกซื้อเครื่องชั่งพิจำรณำดังนี้ 1. ต้องทราบถึงวัตถุประสงค์ว่าจะน าไปใช้ชั่งอะไร น้ าหนักที่ชั่งไม่เกินเท่าไร และค่าอ่านละเอียด ของเครื่องชั่งเท่าไหร่ ส่วนผสมที่จะใช้ชั่งมีขนาดเล็กหรือใหญ่ จ านวนเยอะแค่ไหน จะต้องใช้ เครื่องชั่งแบบ ดิจิตอล หรือเครื่องชั่งแบบเข็ม เป็นต้น 2. ศึกษาที่มาหรือแหล่งผลิต ว่าสินค้าน าเข้าหรือผลิตในประเทศ ถ้าสินค้าผลิตในประเทศจะมี เพียงไม่กี่ยี่ห้อเท่านั้น ส่วนมากจะเป็นสินค้าน าเข้ามากกว่า มีทั้งจากต่างประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวันและจีน ซึ่งในส่วนของน าเข้าจากจีนเองก็มีมากมายหลายเกรด แล้วแต่ลูกค้าเลือกใช้งาน 3. ศึกษาฟังก์ชั่นการใช้งาน เครื่องชั่งแต่ละตัวก็จะมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป การ เลือกฟังก์ชั่นของเครื่องชั่งควรจะเหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้จริงๆ เป็นต้น


2 4. ศึกษาโครงสร้างและอุปกรณ์เครื่องชั่ง ผู้ใช้งานควรค านึงถึงสภาวะแวดล้อมที่จะใช้เครื่องชั่ง และลักษณะการชั่ง ทั้งนี้เพื่ออายุการใช้งานที่นานขึ้น โดยเช็คส่วนประกอบเครื่องชั่ง ดังนี้ a. จอแสดงน้ าหนัก พลาสติกabs หรือสแตนเลส กันฝุ่นหรือไม่ กันน้ าหรือไม่ b. แบตเตอรี่เปลี่ยนยังไง หาซื้อเปลี่ยนใหม่ได้ง่ายไหม c. แท่นชั่งโครงสร้างเหล็กแข็งแรงหรือไม่ จุดเชื่อม ความหนาของแท่นชั่ง โหลดเซลล์ เกรดดีหรือเกรดต่ า(ส่วนใหญ่ไม่บอก) กันชื้นได้ระดับใหน 5. บริการหลังการขาย เป็นสิ่งส าคัญมาก เราจ าเป็นต้องมีการบ ารุงรักษา ตรวจเช็คค่าน้ าหนัก อย่างสม่ าเสมอ หรือหากเสีย สามารถหาซื้ออะไหล่ได้ง่าย 6. เครื่องชั่งทุกตัวควรได้รับมาตรฐาน จะต้องผ่านการตรวจรับรองจากกองชั่งตวงวัด กรมการค้า ภายในกระทรวงพาณิชย์ กำรใช้งำนเครื่องชั่งอย่ำงถูกวิธี(สมบูรณ์ มั่นความดี, 2558) เครื่องชั่งมีทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก เครื่องชั่งมีตั้งแต่ขนาด 500 กรัม 1 กิโลกรัม และ 7 กิโลกรัม เป็นต้นไป ท าจากพลาสติก โลหะ ชนิดที่ท าจากโลหะมีความทนทานกว่าพลาสติก การเลือกเครื่องชั่งที่ใช้ใน ครัวเรือนควรเลือกเครื่องชั่งที่มีความละเอียดขนาด 500 กรัม หรือ 1 กิโลกรัม 1. โต๊ะส าหรับวางเครื่องชั่งจะต้องมั่นคงแข็งแรงไม่สั่นไม่แอ่นตัว 2. เครื่องชั่งจะต้องตั้งระดับลูกน้ าเพื่อให้เครื่องชั่งสมดุล 3. ขาของเครื่องชั่งทุกขาจะต้องตั้งบนพื้นตลอดเวลา 4. เปิดเครื่องทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีก่อนใช้งานเพื่อเป็นการ Warm เครื่อง 5. ดูค่าเริ่มต้นของเครื่องชั่ง โดยเครื่องชั่งดิจิตอลให้เริ่มจาก 0.00 หรือเครื่องชั่งแบบเข็ม ให้เข็มชี้ไป ที่เลข 0 เท่านั้น 6. การชั่งน้ าหนักต้องวางสิ่งที่ต้องการชั่งตรงกลางจานชั่ง 7. ควรรีบน าสิ่งของที่ชั่งออกจากจานชั่งเมื่อชั่งเสร็จแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ และความชื้นภายในเครื่องชั่ง 8. อุณหภูมิภายในห้องเครื่องชั่งควรคงที่ เนื่องจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป 1 องศาจะท าให้เครื่องชั่ง อ่านค่าผิดไป 1-2 ส่วนในล้านส่วน และไม่ควรชั่งของที่ร้อน 9. ความชื้นสัมพัทธ์ในห้องเครื่องชั่งควรอยู่ระหว่าง 45-60% ไม่อ่านค่าน้ าหนักถ้ามีความชื้น สัมพัทธ์ในอากาศต่ ากว่า 20% และสูงกว่า 80% 10. ป้องกันกระแสลมจากเครื่องปรับอากาศหรือเครื่องมือที่ท าให้เกิดกระแสลม ซึ่งจะรบกวนการชั่ง 11. การชั่งน้ าหนักควรชั่งในช่วง 1/3 -2/3 ของค่าพิกัดสูงสุดของเครื่องชั่ง 12. ไม่ควรชั่งน้ าหนักเกินค่าพิกัดสูงสุดของเครื่องชั่ง 13. ห้ามชั่งสารเคมีหรือวัสดุต่าง ๆ บนจานชั่งโดยตรง 14. ห้ามชั่งสารหรือวัสดุในขณะร้อน ต้องรอให้เย็นลงจนถึงอุณหภูมิห้องเสียก่อน 15. วางเครื่องชั่งให้ห่างจากหน้าต่าง เพราะแสงสว่างจากดวงอาทิตย์อาจท าให้ค่าน้ าหนักไม่แม่นย า 16. ท าความสะอาดเครื่องชั่งหลังจากใช้งานเสร็จ วิธีกำรเก็บรักษำเครื่องชั่ง 1. เก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ร้อน หรือชื้นจนเกินไป 2. ไม่ควรชั่งของที่มีน้ าหนักเกินพิกัดของเครื่องชั่ง


3 3. ปิดรูเพื่อป้องกันหนูและแมลงสาบเข้าไปท าลายแผงวงจร 4. ไม่ควรเสียบชาร์จแบตในระหว่างการใช้งาน 5. ท าความสะอาดเครื่องชั่งอยู่เสมอ หรือทุกครั้งหลังใช้งาน 1.2 ถ้วยตวง (Measuring Cup) ใช้ส าหรับตวงส่วนผสมที่เป็นของแห้งชนิดต่าง ๆ เช่น แป้ง น้ าตาล เนื้อสัตว์ ผัก ถั่ว มี 4 ขนาด เรียกว่า 1 ชุด ประกอบด้วย ขนาด 1 ถ้วยตวง (One cup) ขนาด 1/2 ถ้วยตวง (One half measuring cup) ขนาด 1/3 ถ้วยตวง (One third measuring cup) ขนาด 1/4 ถ้วยตวง (One fourth measuring cup) โดยที่บริเวณของก้นถ้วยตวงแต่ละใบ จะบอกขนาดของถ้วยตวงไว้อย่างชัดเจน ถ้วยตวง ของแห้งที่พบเห็น และมีจ าหน่ายทั่วๆไป มักท าจากวัสดุ เช่น อลูมิเนียม พลาสติก และ สเตนเลส ซึ่งมีรูปทรง และขนาดมาตรฐานของถ้วยตวงเหมือนกัน กำรเลือกซื้อถ้วยพิจำรณำดังนี้ ควรเลือกซื้อชนิดที่มีผู้นิยมใช้ และหาซื้อง่าย ทนต่อการใช้งาน น้ าหนักเบา และราคาประหยัด มีที่ จับยื่นออกมา และติดแน่นกับถ้วยตวง ง่ายต่อการดูแลรักษา และท าความสะอาด ท าให้มีอายุการใช้งานที่ นานยิ่งขึ้น วิธีกำรใช้ถ้วยตวง ใช้ตวงส่วนผสมประเภทของแห้งชนิดต่าง ๆ เช่น แป้ง น้ าตาล ถั่ว เนื้อสัตว์ เลือกใช้ให้เหมาะสมกับ ขนาดที่ต้องการ โดยวางถ้วยตวงขนาดที่ต้องการบนโต๊ะพื้นราบเรียบใช้มือข้างหนึ่งจับถ้วยตวงไว้ ส่วนอีกมือ หนึ่งตักส่วนผสมของแห้งที่ต้องการตวงใส่ลงในตวงให้พูนถ้วย (ห้ามเขย่า หรือ เคาะถ้วยตวง) ใช้ที่ปาด (สปา ตูล่า – Spatula) หรือวัสดุที่มีสันเรียบตรงปาดส่วนที่พูนออก วิธีกำรดูแลรักษำถ้วยตวง - เมื่อใช้เสร็จควรล้างให้สะอาด เช็ดให้แห้งสนิท เก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย - ถ้วยตวงที่ท าจากวัสดุพลาสติก ควรท าความสะอาดโดยใช้ฟองน้ า หรือ ผ้านุ่ม ๆ เช็ดถูขณะ ล้างท าความสะอาด เพื่อไม่ให้พลาสติกเป็นริ้วรอยการขีดข่วน - ควรระวังอย่าให้ห่วงส าหรับถ้วยตวงหลุดหาย เพื่อที่จะได้ดูแลรักษาให้ถ้วยตวงอยู่ครบชุด ถ้วยตวงของเหลว (Liquid measuring cup) ใช้ส าหรับตวงส่วนผสมที่เป็นน้ า หรือของเหลวที่สามารถไหลรินได้ เช่น น้ า นม น้ ามัน น้ าเชื่อม น้ ากะทิ ถ้วยตวงชนิดนี้มักท ามาจากวัสดุที่โปร่งใส เช่น แก้ว หรือพลาสติกใส เพื่อสามารถมองเห็นของที่ น ามาตวงได้ชัดเจน ผิวด้านนอกของถ้วยตวงชนิดนี้ จะมีขีดแสดงเครื่องหมาย และตัวเลขก ากับติดอยู่เพื่อ บอกค่าปริมาตรถ้วยตวง 1 ใบ สามารถบอกค่าปริมาตรไว้หลายมาตรา เช่น 1 ถ้วยตวง มีขีดแสดง เครื่องหมาย และมีเลขก ากับบอกปริมาตรเป็นถ้วยตวง เช่น 1/4 , 1/3 , 2/3 , 1/2 , 3/4 และ 1 ถ้วยตวงไว้ ด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งบอกปริมาตรเป็นออนซ์ เช่น 2 ,4 , 6 และ 8 ออนซ์ หรือบอกปริมาตรเป็นลิตร , ปอนด์ , ไปน์ เป็นต้น ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ถ้าจะตวงของเหลวเป็นจ านวนมาก ๆ อาจใช้ถ้วยตวง ขนาดใหญ่ที่มีขนาดบอกปริมาตรมากกว่า 1 ถ้วย จะสะดวกและรวดเร็วกว่า วิธีกำรเลือกซื้อถ้วยตวงของเหลวพิจำรณำดังนี้


4 - ควรเลือกซื้อถ้วยตวงที่มีขีดบอกปริมาตรได้ง่าย และชัดเจน ท าจากวัสดุโปร่งใส และทนความร้อนได้ดี วิธีกำรใช้ถ้วยตวงของเหลว - วางถ้วยตวงบนพื้นราบเรียบ ใช้มือหนึ่งจับหูถ้วยตวง อีกมือหนึ่งเทส่วนผสมที่ต้องการตวงลงในถ้วยตวง ให้ได้ปริมาตร วิธีกำรดูแลรักษำถ้วยตวงของเหลว - อย่าให้ถ้วยตวงแก้วตกพื้นเพราะจะท าให้แตกร้าว หรือบิ่นได้ - ใช้ผ้านุ่มๆ หรือฟองน้ าจุ่มน้ ายาล้างจานเช็ดถูให้ทั่ว ล้างด้วยน้ าสะอาด 2-3 น้ า หรือจนกว่าจะสะอาด - คว่ าให้สะเด็ดน้ า และแห้งสนิท น าเก็บเข้าที่ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง เพราะจะ ท าให้แก้วขุ่นมัว ไม่ใสสะอาด 1.3 ช้อนตวง (Measuring spoon) ช้อนตวงที่นิยมใช้กันทั่วไป และมีจ าหน่ายอยู่ในท้องตลาด มักท าด้วยวัสดุที่เป็นอลูมิเนียม สเตนเลส และพลาสติก ใช้ส าหรับตวงของแห้ง และของเหลวที่มีปริมาณเพียงเล็กน้อย มีด้วยกัน 4 ขนาด เรียกว่า 1 ชุด ประกอบด้วย - ขนาด 1 ช้อนโต๊ะ (1 Table spoon) - ขนาด 1 ช้อนชา (1 Tea spoon) - ขนาด 1/2 ช้อนชา (1/2 Tea spoon) - ขนาด 1/4 ช้อนชา (1/4 Tea spoon) วิธีกำรเลือกซื้อช้อนตวงพิจำรณำดังนี้ ควรเลือกซื้อชนิดที่ท าด้วยวัสดุที่แข็งแรง ทนต่อการใช้งาน มีตัวเลขบอกขนาดให้เห็นชัดเจนที่ด้าม จับช้อนตวง วิธีกำรใช้ช้อนตวง ใช้ตวงส่วนผสมที่เป็นของแห้งและของเหลวในปริมาณไม่มาก โดยใช้มือข้างหนึ่งจับด้ามช้อนตวง ตักส่วนผสมที่ต้องการตวงให้เต็มพอดีกับขอบช้อนตวงขนาดที่ต้องการ ในกรณีตวงส่วนผสมที่เป็นของเหลว ส าหรับส่วนผสมที่เป็นของแห้ง ให้ใช้ช้อนตวงขนาดที่ต้องการตักของแห้งให้พูนช้อน ใช้ที่ปาด (Spatula) หรือวัสดุที่เรียบตรง ปาดส่วนผสมที่เกินพูนช้อนตวงออก ให้เหลือส่วนผสมที่ต้องการอยู่ในช้อนตวงเรียบ เสมอปากขอบช้อนตวง วิธีกำรดูแลรักษำช้อนตวง - ดูแลอย่าให้ช้อนตวงแยกหลุดออกจากห่วงคล้อง เพื่อจะได้อยู่ครบชุด ไม่สูญหาย - เมื่อใช้เสร็จแล้วควรล้างท าความสะอาดทันที และใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้แห้งสนิทน าเก็บเข้าที่ให้ เรียบร้อย


5 1.4 มีด (Knife) มีด คือเครื่องมือชนิดแรก ๆ ที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้ในชีวิตประจ ำวันมำอย่ำงยำวนำน เกี่ยวข้อง สัมพันธ์กับแทบจะทุกกิจกรรม ในกำรด ำเนินชีวิต ไม่ว่ำจะเป็นเผ่ำพันธุ์ หรือกลุ่มสังคมใดๆ ก็ตำม มีดเป็น เครื่องมือตัดเฉือนชนิดมีคมส ำหรับใช้ สับ หั่น เฉือน ปำด บำงชนิดอำจมีปลำยแหลมส ำหรับกรีด หรือแทง มักมีขนำดเหมำะสมส ำหรับจับถือด้วยมือเดียว วัสดุที่ใช้ผลิตใบมีด ดีไซน์ที่รวมถึงใบมีดและด้ำมจับ ซึ่งแต่ ละวัสดุก็มีคุณสมบัติที่แตกต่ำงกันออกไป วิธีการเลือกซื้อมีดพิจารณาได้จากวัสดุที่ใช้ท ามีด ดังนี้ – มีดสเตนเลส หรือเรียกว่ำโลหะทรำนซิชั่น มีข้อดีหลำยประกำรคุณพ่อบ้ำน คุณแม่บ้ำนจึงนิยมเลือก มำใช้รวมถึงอำชีพเชฟด้วย เช่น มีควำมแข็งแรง ทนต่อกำรกัดกร่อนได้ดีกว่ำเหล็ก High Carbon มีน้ ำหนัก พอเหมำะ ไม่ขึ้นสนิม สำมำรถน ำไปลับคมได้ง่ำยแต่ก็ท ำให้เสียควำมคมได้เร็วตำมไปด้วย นอกจำกนี้ ผิวสเตนเลสที่มีควำมมันวำวท ำให้สิ่งสกปรกติดยำกจึงปลอดภัยจำกกำรบนเปื้อนในอำหำรได้ – มีดเหล็ก High Carbon คนส่วนใหญ่ชื่นชอบใช้มีดที่ท ำจำกเหล็กอำจเพรำะควำมเคยชินใช้ถนัด กระชับมือ หำซื้อง่ำย มีควำมแข็งแกร่งคงทน หนำหนักใช้ได้นำน แม้เกิดสนิมง่ำย แต่ด้วยเทคโนโลยี สมัยใหม่บำงแบรนด์มีกำรท ำให้ต้ำนสนิมมำกขึ้น แต่ก็ยังต้องหมั่นลับคม ลบสนิทบ่อยๆ – มีดเซรำมิก ท ำจำก Zirconium Dioxide (เซอร์โคเนียม ไดออกไซด์) ซึ่งมีควำมแข็งแรงและคม มำก ด้วยคุณสมบัติที่แกร่งรองจำกเพชรจึงสำมำรถใช้ได้นำนจนลืมโดยไม่ต้องลับคม น้ ำหนักเบำหยิบใช้ สบำยมือ แต่มีควำมเปรำะบำง แตกหักได้จึงไม่เหมำะกับงำนสับของที่มีควำมแข็งมำกๆ เช่น กระดูก ก้อน น้ ำแข็ง อำหำรแช่แข็งที่ยังไม่ละลำยน้ ำแข็ง และอำหำรประเภทอื่นๆ ที่มีควำมแข็งเป็นพิเศษ วิธีกำรใช้มีดที่ใช้ในกำรหั่นอำหำรมีหลำยชนิด แบ่งได้ตำมประเภท ดังนี้


6 ก. มีดหั่น ใช้หั่นของทั่วไป ตัวมีดควรยาวกว่ามีดปอก ยาวประมาณ 5 นิ้วฟุต ไม่รวมด้ามปลายแหลม จะสะดวกในการเลาะกระดูก มีดหั่นมีความคมบาง ถ้าหนาเกินไปจะหั่นล าบากของที่หั่นออกมาจะ ไม่สวย ข. มีดปอก ตัวมีดสั้นประมาณ 3 นิ้ว ใบมีดเล็กกว่ามีดหั่น มีทั้งชนิดปลายแหลมและปลายมน ใช้ปอก เปลือกผัก ผลไม้ปลายมีดแหลมเพื่อเจาะหรือแซะ ค. มีดสับ ตัวมีดกว้างมีสันหนา เพื่อให้มีน้ าหนักมาก ใช้สับอาหารให้ละเอียดเท่าที่ต้องการ ง. มีดคว้ำน ใบมีดเรียว ปลายแหลมเรียวเล็ก โค้งเล็กน้อย ใช้ส าหรับเซาะหรือคว้านผลไม้หรือ แกะสลักผัก จ. มีดแล่ ใบมีดค่อนข้างโค้งและหนา มีหยักฟันปลาใช้เนื้อสัตว์ ออกจากกระดูกได้ ใช้แล่เลาะเนื้อสัตว์ ที่ปรุงร้อน ๆ ออกจากกระดูก ฉ. ที่ปอก ใช้ปลอกเปลือกโดยเฉพาะ ลักษณะคมมีดหันเข้าหากันและมีด้ามถือมีดท าจากโลหะต่าง ๆ กัน วิธีกำรดูแลรักษำมีด ใช้มีดให้ถูกวัตถุประสงค์ในการเตรียมอาหาร เช่น ไม่ใช้มีดสับมาหั่นหรือไม่ใช้มีดคว้านมาปอก เป็น ต้น ท าความสะอาด เช็ดให้แห้ง เก็บไว้ให้ห่างจากมือเด็ก และลับมีดให้คมอยู่ตลอดเวลา 1.5 เขียง (Cutting Board) มีทั้งที่ท าด้วยไม้และพลาสติก ถ้าเขียงที่ท าจากไม้เนื้อแข็งสามารถสับอาหารบนเขียงได้ แต่เขียงที่ทาก ไม้เนื้ออ่อน และเขียงที่ท าจากพลาสติก เหมาะส าหรับใช้หั่นหรือซอยอาหารเท่านั้น วิธีกำรเลือกซื้อเขียงพิจำรณำดังนี้ ควรเลือกซื้อเขียงเป็นไม้เนื้อแข็ง ท าจากไม้มะขาม ไม่มีรอยร้าวหรือเขียงพลาสติกเนื้อแข็ง ลักษณะ จะดูสวยงาม มีราคาแพงกว่าเขียงไม้ วิธีกำรใช้เขียง การใช้เขียงเป็นที่รองหรับหั่น สับ ซอย ควรเลือกใช้ให้เหมาะกับงานนั้น เช่น การหั่น ซอย ใช้เขียง พลาสติกได้ดี แต่ไม่ควรน าเขียงพลาสติกมาสับอาหาร การใช้เขียงอย่าใช้รวมกับอาหารคาวจะท าให้อาหาร หวานมีมีกลิ่นคาวได้ วิธีกำรดูแลรักษำเขียง เมื่อใช้แล้วควรล้างท าความสะอาด เช็ดให้แห้ง หรือตากแดดเก็บในที่โปร่ง อากาศถ่ายเทเพื่อไม่ให้ เขียงมีกลิ่น 1.6 ชำมผสมหรืออ่ำงผสมชนิดต่ำง ๆ (Mixing Bowls)


7 (นรารัตน์ เล็กสิงห์โต, ม.ป.ป.) กล่าวว่า อ่างผสมมีหลายขนาด ท าด้วยวัสดุหลายชนิด เช่น สแตนเลส อลูมิเนียม แก้ว พลาสติก ฯลฯ ใช้ส าหรับคลุกเคล้าส่วนผสมต่าง ๆ มีหลายชนิด หลายขนาด แบ่งตาม วัสดุ และการใช้งานได้ ดังนี้ ก. อ่ำงสแตนเลส มีความหนา หนักและทนทาน เหมาะส าหรับผสมอาหาร หือใช้เป็นภาชนะ ส าหรับดารจัดเรียมอาหาร เช่น ล้างผัก ผลไม้ หรือเป็นภาชนะส าหรับใส่อาหาร ข. อ่ำงผสมแก้ว มีความหนา ใส และมีน้ าหนัก มีทั้งแก้วทนไฟและแก้วใส เหมาะส าหรับการ ท าอาหารเพื่อการสาธิต ซึ่งท าให้เห็นอาหารได้ชัดเจน ท าความสะอาดได้ง่าย ค. อ่ำงผสมเคลือบ การผสมอาหารบางชนิดควรใช้อ่างผสมเคลือบในการประกอบอาหาร เช่น อาหารที่มีส่วนผสม น้ าปูนใส เกลือ ไข่ ถ้าเป็นภาชนะประเภทโลหะ เหล็ก หรืออลูมิเนียม ซึ่ง สารประกอบโลหะอาจท าให้เกิดการปนเปื้อนลงในอาหาร อันก่อให้เกิดอันตรายได้ดังนั้นการ ใช้ชามหรืออ่างผสมเคลือบให้เหมาะสมกับอาหารที่เป็นกรด ควรระมัดระวังอย่าให้ตกจะท าให้ ส่วนที่เคลือบกะเทาะออก ง. อ่ำงผสมอลูมิเนียม ไม่เหมาะสมส าหรับน ามาอาหารที่มีรสเปรี้ยวหรือน ามาตีไข่ จ. อ่ำงผสมพลำสติก เป็นภาชนะที่เหมาะสมกับการเตรียมอาหารที่หมัก สะดวกสบายในการ หยิบจับ อ่างพลาสติกไม่เหมาะส าหรับการตีไข่หรือน ามาผสมอาหาร ฉ. อ่ำงผสมกระเบื้อง เหมาะส าหรับกับการผสมอาหารทุกชนิด ภาชนะกระเบื้องทนต่อความ เป็นกรดและด่างได้ดี วิธีกำรเลือกซื้ออ่ำงผสมพิจำรณำดังนี้ ควรเลือกขนาดให้เหมาะสมกับปริมาณของอาหารและการใช้งาน ข้อส าคัญไม่เป็นสนิม เลือกซื้อ ตามวัตถุประสงค์การใช้สอย ควรเลือกอ่างที่มีรูปร่างโค้งเรียบไม่หักมุมเพื่อช่วยในการผสมและท าความ สะอาดได้ง่าย วิธีกำรใช้อ่ำงผสม การใช้งานของอ่างผสมแต่ละชนิดควรใช้ให้เหมาะสมกับงานหรือชนิดของอาหารที่จะ เตรียมหรือ ปรุง ตลอดจนปริมาณของอาหารเพราะอ่างมีขนาดใหญ่เกินไปอาหารก็จะดูน้อยภาชนะ หรืออ่างเล็กเกินไป อาหารก็จะล้น โดยมีหลักพิจารณา ดังนี้ 1. อ่างผสมเคลือบ แก้ว สแตนเลส เหมาะส าหรับอาหารที่มีสภาพเป็นกรด 2. อ่างผสมอะลูมิเนียมไม่เหมาะส าหรับอาหารที่มีสภาพเป็นด่าง - กรด เมื่ออาหาร ท าปฏิกิริยา กับอะลูมิเนียม ท าให้อาหารมีสีคล้ าไม่น่ารับประทานอาหารเป็นต้น ข้อสังเกต อ่างผสมที่เป็นเครื่องแก้ว เครื่องเคลือบจะใช้ในการตีไข่ได้ขึ้นกว่าที่ท าด้วยอะลูมิเนียม เพราะไข่มีฤทธิ์เป็นด่างจะไม่ท าปฏิกิริยากับ ภาชนะอื่นยกเว้นอะลูมิเนียม วิธีกำรดูแลรักษำอ่ำงผสม เมื่อใช้แล้วควรล้างท าความสะอาด เช็ดให้แห้ง หรือตากแดดเก็บในที่โปร่ง และอากาศถ่ายเท


8 1.7 กระชอน (Colander) กระชอนเป็นเครื่องกรองเพื่อแยกน้ าและกากจากกัน เช่น แยกน้ ากะทิออกจากเนื้อมะพร้าว ป้องกันสิ่งที่ไม่ต้องการหลุดลอดลงไปในน้ ากะทิ ซึ่งมีลักษณะ คล้ายตะแกรงรูโปร่งเล็ก ส าหรับกระชอนคั้น กะทินี้ท าด้วยอลูมิเนียม หรือไม้ไผ่แผ่นเล็กสานเป็นรู เล็ก ๆ ทั่วไปและมีหูสองข้างเล็ก ส าหรับพาดเกาะปาก หม้อหรืออ่างผสมเวลาที่จะคั้นกะทิ วิธีกำรเลือกซื้อกระชอนพิจำรณำดังนี้ กระชอนคั้นกะทิมีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับ วัตถุประสงค์ของการใช้งาน วิธีกำรใช้กระชอน ใช้ส าหรับการคั้นกะทิหรือกรองอาหารให้แยกส่วนเนื้อและส่วนน้ าออกจากกัน ตลอดจนใช้ส าหรับการ พักอาหารให้สะเด็ดน้ า หลังจากการใช้งานควรล้างท าความสะอาดแขวน เพื่อให้แห้ง มีทั้งรูปทรงกลมและ สี่เหลี่ยมมีหูยาวยื่นออกมาส าหรับพาดกับปากภาชนะ ส าหรับ กระชอนอลูมิเนียม มีด้ามถือ วิธีกำรดูแลรักษำกระชอน เมื่อใช้แล้วควรล้างท าความสะอาด เช็ดให้แห้ง หรือตากแดดเก็บในที่โปร่ง และอากาศถ่ายเท 3.10 อุปกรณ์ที่ใช้ในกำรหุงต้ม และนึ่ง (Boilers and Steamers) อุปกรณ์หุงต้มท ามาจากวัสดุหลายชนิดด้วยกัน วัสดุที่มีความแตกต่างชนิดกัน จะมี คุณสมบัติการน า ความร้อนที่แตกต่างกันไป ภาชนะหุงต้มที่ใช้ในครัวไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ท ามาจากวัสดุประเภท ทองเหลือง สแตนเลสและอลูมิเนียม โลหะชนิดต่าง ๆ ที่กล่าวมานั้น วิธีกำรเลือกซื้อพิจำรณำดังนี้ เลือกตามคุณสมบัติชนิดของวัสดุที่น ามาท าภาชนะพื้นฐาน ขนาดของ ภาชนะ ปริมาณความจุ รูปทรงของหม้อแต่ละประเภทให้เหมาะสมกับการประกอบอาหาร วิธีกำรใช้งำน เลือกใช้ให้เหมาะสมกับการท างาน โดยดูจากขนาดในการบรรจุ ความสะดวกในการ ใช้งานและความ เหมาะสมของอุปกรณ์ชนิดนั้น ที่ต้องใช้ร่วมกัน เช่น ขนาดของเต่าสัมพันธ์กับ ขนาดของหม้อ ความร้อนกับ วัสดุที่น ามาท าภาชนะนั้น ๆ หม้อที่ท าจากอลูมิเนียมจะน าความร้อน ได้ดี ส่วนภาชนะที่ท าจากสแตนเลสส ตีล จะน าความร้อนไม่ทั่วถึง ท าให้อาหารบางส่วนไหม้ บางส่วนดิบก็มี วิธีกำรดูแลรักษำ ท าความสะอาดใช้ครีม ออฟ ทาร์ทาร์ 2 ช้อนโต๊ะ ละลายน้ า 4 ถ้วย หรือ น้ าส้มสายชู 1 ถ้วย ต่อ น้ าเปล่า 4 ถ้วย น าไปให้ความร้อนพออุ่นแช่ภาชนะอลูมิเนียมล้างท าความสะอาด และใช้ภาชนะประเภท หม้อให้เหมาะสมกับวัสดุของภาชนะนั้น ๆ


9 3.11 ถำด (Tray) ถาด โดยทั่วไปมักท าด้วยวัสดุเหล็กผสมดีบุก ภาชนะเคลือบ สังกะสี มีรูปร่างต่างๆกัน เช่น รูป สี่เหลี่ยม กลมลึก รูปไข่ เป็นต้น การใช้งานส่วนใหญ่มักใช้วางวัตถุดิบ และส่วนผสมส าหรับเตรียมก่อน ขั้นตอนการท า หรือน าเข้าเตาอบ ตามแต่วัตถุประสงค์ในการใช้งาน กำรเลือกซื้อถำด ควรเลือกซื้อให้เหมาะสมตามประโยชน์ใช้สอย กำรใช้งำนถำด การใช้งานถาดนั้น จะแตกต่างกันไปตามวัสดุที่ใช้ผลิตถาด ส่งผลให้อาหารอบออกมาต่างกัน เช่น – ถาดเคลือบขนมสุกเร็ว บริเวณส่วนล่างและขอบขนมหนา แข็ง ตอนกลางยุบต่ า – ถาดเหล็กผสมดีบุก ถาดอะลูมิเนียม ขนมที่ได้จะนุ่ม มีสีน้ าตาลอ่อนสวย – ถาดแก้วทนไฟสีขนมจะคล้ า แต่ได้รูปสวยดี ใช้เวลาอบเร็วขึ้น แต่ส าหรับการใช้ถาดในการท าคัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้นั้นสามารถใช้ถาดที่ท ามาจากวัสดุใดก็ได้ เนื่องจาก ใช้วางวุ้น ส าหรับเคลื่อนย้าย และแช่ตู้เย็นเท่านั้น กำรเก็บรักษำอ่ำงผสม เมื่อใช้แล้วควรล้างให้สะอาด และผึ่งให้แห้ง


10 ชื่อหลักสูตรกำรท ำสลัดโรล จ ำนวน 5 ชั่วโมง ศูนย์วงเดือน อำคมสุรทัณฑ์ อ ำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธำนี 1.ควำมเป็นมำ สลัดโรล ( Salad Roll ) หรือ สลัดม้วน เป็นอาหารของคนต่างประเทศ ที่ใช้การดัดแปลง เอา สลัดที่ต้องคลุกเป็นชาม มาท าเป็น Roll เพื่อให้ทานได้ง่ายๆ โดยจิ้มกับน้ าสลัดครีม ซึ่งสามารถดัดแปลง ท า ได้หลากหลายรสชาติ สลัดโรลนับว่าเป็นอาหารส าหรับ ผู้ที่ใส่ใจกับสุขภาพ ต้องการที่จะลดน้ าหนัก ลดการ บริโภคแป้ง แต่ยังคงได้รับ สารอาหารอย่างครบถ้วน ทั้ง โปรตีน วิตามิน แคลเซียม ไขมัน HDL และ สารอาหารอื่นๆ อีกมากมาย ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย รวมทั้งยังได้รับ กากใย และไฟเบอร์จากผักสดๆ อีก ด้วย เมนูสลัดโรล จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สลัดโรล จัดเป็นหนึ่งใน อาหารคลีน ( Clean Food ) ที่เน้นการทานอาหาร ที่ท ามาจาก วัตถุดิบ สดๆ ซึ่งจุดประสงค์ของการกินคลีน ก็คือ เพื่อต้องการรักษา คุณค่าทางสารอาหาร และวิตามินต่างๆ เอาไว้ ให้ครบถ้วน เมนูสลัดโรล จึงนับเป็นเมนูอาหารคลีน เพื่อคนรักสุขภาพ ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ เป็นศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรตามพระราชด าริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้ด าเนินการจัดวิชาชีพให้กับประชาชนที่สนใจ นับว่าการท าเมนูสลัดโรลเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ของช่องทางการประกอบอาชีพ เพื่อเป็นอาชีพเสริมเพิ่ม รายได้ และเป็นการพัฒนาต่อยอดอาชีพเดิม 2.หลักกำรของหลักสูตร 1 เป็นหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่นในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลา และการวัดและการประเมินผล 2 มุ่งพัฒนาประชาชนให้ได้รับการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ และการมีงานท าอย่างมีคุณภาพ ทั่วถึง และเท่าเทียม สามารถลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว 3 มุ่งเน้นพัฒนาประชาชนให้เป็นบุคคลที่มีวินัย เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม มีจิตอาสา มี ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รับผิดชอบต่อตนเองและสังคม 4 มุ่งเน้นกระบวนการกลุ่มฝึกปฏิบัติจริงของผู้เรียน 3.วัตถุประสงค์ 1 เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ และความเข้าใจการท าสลัดโรล 2 เพื่อให้ประชาชนมีทักษะในการท าสลัดโรล 3 เพื่อให้ประชาชนสามารถน าความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการด ารงชีวิต และน าไปประยุกต์ใช้ ในการประกอบอาชีพได้


11 4. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียน 4.1 อธิบายความเป็นมาของสลัดโรลได้ 4.2 อธิบายวัสดุ อุปกรณ์และเลือกใช้ได้ 4.3 อธิบายขั้นตอนการท าสลัดโรลได้ 4.4 ปฏิบัติการท าสลัดโรลได้ 4.5 อธิบายคุณค่าอาหารทางโภชนาการของสลัดโรลได้ 4.6 จัดหาหรือจัดท าการบรรจุหีบห่อได้อย่างถูกต้อง 4.7 คิดต้นทุน ก าไรจากการจ าหน่ายสลัดโรลได้ 4.8 อธิบายช่องทางการจัดการการตลาดของสลัดโรลได้ 5.กลุ่มเป้ำหมำย กลุ่มประชาชนทั่วไป จ านวน 6 คนขึ้นไป 6.ระยะเวลำ จ านวน 5 ชั่วโมง - ภาคทฤษฎี จ านวน 1 ชั่วโมง - ภาคปฏิบัติ จ านวน 4 ชั่วโมง กลุ่มเป้ำหมำย กลุ่มประชาชนทั่วไป จ านวน 6 คนขึ้นไป 7.โครงสร้ำงเนื้อหำหลักสูตร เรื่อง ที่ หัวเรื่อง เวลำเรียน (ชั่วโมง) ทฤษฎี ปฏิบัติ รวม ช่องทางการประกอบอาชีพ 1 การท าสลัดโรล 1. ความเป็นมาของสลัดโรล 2. ความเป็นไปได้และการตัดสินใจในการประกอบอาชีพการท าสลัดโรล 15 นาที - 1 5 นาที การจัดกระบวนการเรียนรู้ 2 การท าสลัดโรล 1. การท าสลัดโรล 2. วัสดุ อุปกรณ์และการเลือกใช้ 3. ขั้นตอนการท าสลัดโรล 4. การปฏิบัติการท าสลัดโรล 5. คุณค่าอาหารทางโภชนาการของสลัดโรล 30 นาที 3.30 ชั่วโมง 4.00ชั่วโมง การบริหารจัดการในการประกอบอาชีพ 3 การท าสลัดโรล 1. การจัดหาหรือจัดท าการบรรจุหีบห่อ 2. การคิดต้นทุน ก าไรจากการจ าหน่ายสลัดโรล 3. ช่องทางการจัดการการตลาดของสลัดโรล 15 นาที 30 นาที 45 นาที รวมทั้งสิ้น 1.00 ชั่วโมง 4.00 ชั่วโมง 5.00 ชั่วโมง 8. กำรจัดกำรเรียนรู้ การบรรยายให้ความรู้ การสาธิต การลงมือปฏิบัติ การอภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้


12 9. สื่อกำรเรียนรู้ 9.1 สื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือ ใบความรู้เป็นต้น 9.2 สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น คลิปวีดิโอ เป็นต้น 9.3 สื่อบุคคล เช่น วิทยากร ครูผู้สอน ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น 10. กำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้ 10.1 การบรรยายให้ความรู้ ประกอบสื่อการเรียนรู้ 10.2 การสาธิต และลงมือปฏิบัติ 10.3 กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน 11. กำรวัดและประเมินผล ประเมินความรู้ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติจากการสอบถาม แบบทดสอบ การสังเกต การมีส่วนร่วม และจากชิ้นงาน/ผลงาน 12. กำรจบหลักสูตร 12.1 มีเวลาเรียนและฝึกปฏิบัติตามหลักสูตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 12.2 มีผลการประเมินผ่านตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 12.3 มีผลงาน/ชิ้นงานผ่านการประเมินตามมาตรฐานและคุณภาพ 13. เอกสำรหลักฐำนกำรศึกษำ 13.1 หลักฐานการประเมินผล 13.2 วุฒิบัตรออกโดยสถานศึกษา กำรประเมินผล วิธีกำร เครื่องมือ ทดสอบความรู้ความเข้าใจของผู้เรียน แบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน ทดสอบคุณธรรม จริยธรรมของผู้เรียน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นิเทศ ติดตาม ประเมินผู้เรียน แบบประเมินผลงาน/ชิ้นงานของผู้เรียน ประเมินผลความพึงพอใจในการจัดกิจกรรม แบบประเมินความพึงพอใจ แนวทำงกำรประเมินผลกำรเรียน (รวบยอด) วิธีกำร เครื่องมือ เกณฑ์กำรจบหลักสูตร 1. ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 1.1 ประเมินความรู้ทางภาคทฤษฎี 1.2 ประเมินทักษะการปฏิบัติ แบบทดสอบ ผลงาน/ชิ้นงาน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ไม่น้อยกว่าร้อย ละ 60 มีผลงาน/ชิ้นงานที่มีคุณภาพ


โครงสร้ำงหลักศูนย์วงเดือนเรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื้อหำ กำรจัดกเรื่องที่ 2 กำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้ กำรท ำสลัดโรล 1. การท าสลัดโรล อธิบายการท าสลัดโรล ได้ การท าสลัดโรล วิทยากรอธิบายก2. วัสดุ อุปกรณ์ และการเลือกใช้ อธิบายวัสดุ อุปกรณ์ และเลือกใช้ได้ วัสดุ อุปกรณ์ และการเลือกใช้ วิทยากรอธิบายวัเลือกใช้ในการท า3. ขั้นตอนการท า สลัดโรล อธิบายขั้นตอนการท า สลัดโรลได้ ขั้นตอนการท าสลัดโรล วิทยากรอธิบายขั้4. การปฏิบัติการท า สลัดโรล ปฏิบัติการท าสลัดโรล ตามขั้นตอนได้ การปฏิบัติการท าสลัด โรล 1. วิทยากรสาธิตให้ผู้เรียนลงมือปงาน 2. วิทยากรและผู้


กสูตร วิชำกำรท ำสลัดโรล น อำคมสุรทัณฑ์ กระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฏี ปฏิบัติ การท าสลัดโรล ใบความรู้ วิธีการท าสลัดโรล 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียน โดยใช้ใบงาน ที่ก าหนด 10 นาที วัสดุ อุปกรณ์และให้ผู้เรียน าสลัดโรล 1. สื่อรูปภาพ 2. สื่อของจริง 5 นาที ขั้นตอนการท าสลัดโรล 1. ใบความรู้วิธีการท า สลัดโรล 2. แบบบันทึกการ เรียนรู้ของผู้เรียน หลักสูตรวิชาการท า สลัดโรล 10 นาที ตวิธีท า การท าสลัดโรลและ ฏิบัติพร้อมบันทึกลงในใบ ผู้เรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3.30 ชั่วโมง


เรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื้อหำ กำรจัดก5. คุณค่าอาหาร ทางโภชนาการของ สลัดโรล อธิบายคุณค่าอาหาร ทางโภชนาการของ สลัดโรล ได้ คุณค่าอาหาร ทางโภชนาการของ สลัดโรล 1. ผู้เรียนศึกษาใบโภชนาการ ของสลั2. วิทยากรและผู้เรีแลกเปลี่ยนเรียนรู้โภชนาการสลัดโร3. วิทยากรสรุปอเรื่องที่ 3 กำรบริหำรจัดกำรในกำรประกอบอำชีพกำรท ำสลัดโรล 1. จัดหาหรือจัดท า บรรจุหีบห่อ จัดหาหรือจัดท าบรรจุ หีบห่อได้อย่าง เหมาะสม การจัดหาหรือจัดท า บรรจุหีบห่อ วิทยากรอธิบายเทบรรจุหีบห่อ 2. การคิดต้นทุน ก าไร คิดต้นทุน ก าไรจาก การจ าหน่ายสลัดโรล ได้อย่างถูกต้อง การคิดต้นทุน ก าไร 1. วิทยากรให้ควต้นทุน ก าไร 2. ให้ผู้เรียนฝึกคิ3.ช่องทางการจัดการ การตลาดของสลัด โรล อธิบายช่องทางการ จัดการการตลาดของ สลัดโรลได้ ช่องทางการจัดการ การตลาด วิทยากรแลกเปลี่การตลาด


กระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฏี ปฏิบัติ บความรู้ คุณค่าอาหารทาง ลัดโรล รียนร่วมกันอภิปราย ้เกี่ยวกับคุณค่าอาหารทาง ล องค์ความรู้ 1. ใบความรู้ คุณค่า อาหารทางโภชนาการ ของ สลัดโรล 2. ประเด็นอภิปราย สลัดโรลให้คุณค่า อาหารทางโภชนาการ อะไรบ้าง 5 นาที ทคนิคการจัดหาหรือจัดท า 1. ใบความรู้ บรรจุภัณฑ์ 2. ตัวอย่าง บรรจุ ภัณฑ์ 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียนโดยใช้ใบงาน ที่ก าหนด 5 นาที 15 นาที ามรู้เกี่ยวกับวิธีการค านวณ ดต้นทุน ก าไร 2.1 ใบความรู้ การ ค านวณต้นทุน ก าไร 2.2 ใบงานการคิด ต้นทุน ก าไร 5 นาที 15 นาที ยนเรียนรู้เกี่ยวกับช่องทาง 3. ใบความรู้ ช่องทางการตลาด 5 นาที


ใบควำมรู้เรื่องคุณค่ำของสลัดโรล อาหารที่เรารับประทานนั้นมีความหลากหลาย และให้ประโยชน์ที่แตกต่างกัน งานวิจัยมากมายได้ให้ ความรู้เกี่ยวกับการรับประทานอาหารแต่ละชนิด และยังช่วยสร้างสรรค์อาหารรูปแบบใหม่ รวมถึงเพิ่ม คุณประโยชน์ให้มากขึ้น การรับประทานอาหารเพื่อให้มีสุขภาพที่ดีนั้นต้องประกอบกับการรับประทานอย่าง พอดีและถูกต้อง สลัดโรลเป็นหนึ่งในเมนูที่หลายคนคุ้นเคยและรู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อของเมนูรักสุขภาพเพราะในสลัด โรลประกอบไปด้วยผักหลากหลายชนิดที่ให้คุณประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ผักสีเขียว : ลดการดูดซึมของสารก่อมะเร็งและโรคโลหิตจาง ผักสีเหลือง : ช่วยดูแลดวงตาให้สุขภาพดี ลดความเสื่อมในการรับสีของดวงตา ผักสีม่วง : ช่วยต้านอนุมูลอิสระและเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผนังหลอดเลือด ผักสีขาว : ช่วยชะลอความเสียหายของอวัยวะภายใน ช่วยขับลม ขับเหงื่อ และลดอาการท้องอืด ผักสีแดง : ลดการเกิดเนื้องอก มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และช่วยบ ารุงผิวพรรณ นอกเหนือจากนี้ หลายๆคนยังนิยมใส่เนื้อสัตว์ต่างๆเพื่อเพิ่มโปรตีนและรสชาติ ให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ ครบถ้วน อิ่มท้อง แถมยังไม่อ้วนอีกด้วย ประโยชน์ของผักสลัด


ผักกำดหอม ใบหรือก้านของผักกาดหอมจะมีสารรสขมที่มีชื่อว่า แลกทูคำเรียม (Lactucarium) ซึ่งสารนี้จะช่วยกระตุ้นให้เราเกิดการผ่อนคลาย ฉะนั้นการรับประทานผักกาดหอมแบบสดๆ ก่อนนอนหรือ รับประทานเป็นอาหารมื้อเย็น จึงช่วยท าให้เรานอนหลับได้สบายยิ่งขึ้น และมีประโยชน์เหมาะส าหรับคน ท้องผูกช่วยในการขับถ่าย และบรรเทาอาการท้องผูกได้ กรีน โอ๊ค มีประโยชน์ในเรื่องกากใยอาหารสูง ช่วยย่อยอาหารได้ดี ทั้งยังมีวิตามินสูง ช่วยบ ารุง สายตา บ ารุงระบบประสาท และกล้ามเนื้อ เรด โอ๊ค มีประโยชน์ในเรื่องกากใยสูง จึงช่วยล้างผนังล าไส้ให้สะอาด ช่วยก าจัดไขมัน ช่วยต้าน อนุมูลอิสระ และลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งล าไส้ได้


ผักกำดแก้ว มีประโยชน์ในเรื่องการขับถ่าย ช่วยแก้ท้องผูก ช่วยให้ระบบขับถ่ายท างานดีขึ้น นอกจากนี้ผักกาดแก้วยังเหมาะส าหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน เพราะใน 100 กรัมมีคาร์โบไฮเดรตเพียง 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แถมยังให้พลังงานเพียง 27 kcal. เรด คอรัล มีประโยชน์ในเรื่องการขับถ่าย นอกจากนี้ยังช่วยก าจัดไขมัน ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลด ความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งล าไส้ ทั้งยังให้วิตามินซีสูง ช่วยป้องกันอาหารหวัดได้ ผักร็อกเก็ต เป็นผักสลัดอีกหนึ่งชนิดมีประโยชน์ในเรื่องวิตามินซี วิตามินเอ วิตามินอี และวิตามินบี อีกหลากหลายชนิด ซึ่งนอกจากจะช่วยบ ารุงสายตา ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง ระบบขับถ่ายช่วยแก้ท้องผูก แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้ดี แถมผักนี้ยังดีต่อคุณแม่ที่ต้องให้นมลูกอีกด้วย เพราะช่วยขับน้ านมได้ดี ไวลด์ ร็อกเก็ต มีประโยชน์ในเรื่องมีวิตามินซีและโพแทสเซียมสูง ช่วยป้องกันไข้หวัดได้ดีควรกิน แบบสดมากกว่าน าไปผ่านความร้อน


ผักคอส มีประโยชน์ในเรื่อง วิตามิน และธาตุเหล็กสูง ซึ่งช่วยเพิ่มประมาณเม็ดเลือดแดงใน ร่างกาย เหมาะส าหรับผู้ที่เป็นโรคโลหิตจาง นอกจากนี้ยังมีกากใยสูงช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย และช่วย ขับของเสียออกจากล าไส้ ฟิลเล่ ไอซ์เบิร์ก มีประโยชน์ในเรื่องช่วยในการสร้างเม็ดเลือด และมีวิตามินซีสูงมาก จึงช่วย ป้องกันโรคหวัดและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย บัตเตอร์เฮด มีประโยชน์ในเรื่องช่วยบ ารุงสายตา บ ารุงเส้นผม บ ารุงระบบประสาท บ ารุงกล้ามเนื้อ บ ารุงผิว และช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ดี ที่มาแหล่งข้อมูล : https://women.trueid.net/detail/klazevdY6XAG


ประโยชน์ของแครอท แครอท เป็นพืชในตระกูลผักชีที่มีหัวอยู่ใต้ดิน มีสีสันหลากหลายทั้งส้ม แดง เหลือง ขาว และม่วง สามารถรับประทานได้ทั้งส่วนหัวที่อยู่ใต้ดินและใบ แต่ส่วนหัวจะเป็นที่นิยมน ามาใช้รับประทานเป็นอาหาร ได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบดิบ คั้นน้ า ผ่านการปรุงสุก หรือใช้ปรุงเป็นขนม รวมถึงอาจใช้เป็นยาก็ได้ เช่นกัน แครอทเป็นพืชที่ขึ้นชื่อว่าอุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหารต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะเบต้าแคโรทีน พบได้มากในพืช ผัก ผลไม้ และธัญพืชต่าง ๆ ปกติแล้วร่างกายของมนุษย์สามารถ เปลี่ยนเบต้าแคโรทีนให้ไปเป็นวิตามินเอได้ และอาจท าหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) การ รับประทานแครอทเชื่อว่าอาจมีส่วนช่วยในการรักษาโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคไฟโบรมัยอัลเจีย รวมถึง การขาดวิตามินเอ วิตามินซี และสังกะสี นอกจากนี้แครอทยังประกอบไปด้วยกากใยอาหารที่เชื่อว่ามีส่วน ช่วยปรับปรุงปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกระเพาะอาหารและล าไส้เล็ก และยังช่วยกระตุ้นการท างานของระบบ ขับถ่าย ประโยชน์ของแตงกวำ แตงกวำ แท้จริงแล้วจัดเป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งบำงคนอำจเข้ำใจผิดว่ำเป็นผัก โดยส่วนประกอบ หลักของแตงกวำกว่ำ 95% เป็นน้ ำ ส่วนที่เหลือเป็นเส้นใยธรรมชำติ แร่ธำตุ วิตำมิน และสำรประกอบ ต่ำง ๆ จึงเชื่อว่ำกำรบริโภคแตงกวำให้คุณค่ำทำงโภชนำกำรที่ดีต่อสุขภำพร่ำงกำย ดังนี้ เส้นใยอำหำร แตงกวาเป็นแหล่งของเส้นใยอาหารที่อาจบ ารุงระบบขับถ่าย และอาจช่วยในเรื่อง ของการควบคุมน้ าหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีได้ สำรพฤกษเคมีหรือไฟโตนิวเทรียนท์(Phytochemicals) เป็นสารตามธรรมชาติที่พบได้ในอาหาร จ าพวกพืชผักผลไม้ ซึ่งในแตงกวามีสารชนิดนี้ ได้แก่ ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) คิวเคอร์บิทาซิน (Cucurbitacin) และลิกแนน (Lignan) สำรต้ำนอนุมูลอิสระ (Antioxidants) เป็นสารที่เชื่อว่าอาจมีฤทธิ์ช่วยลดหรือก าจัดสารอนุมูลอิสระ ที่เป็นอันตรายต่อเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายได้ เช่น เบต้าแคโรทีน แมงกานีส วิตำมิน ในแตงกวาอุดมไปด้วยวิตามินต่าง ๆ ที่ให้พลังงานและเป็นประโยชน์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน ร่างกาย อย่างวิตามินเอ วิตามินบี และวิตามินซี แร่ธำตุแตงกวามีแร่ธาตุหลายชนิดที่อาจเป็นผลดีต่อสุขภาพผิวและระบบหมุนเวียนโลหิตได้ เช่น ซิลิกอน โพแทสเซียม และแมกนีเซียม เป็นต้น


แหล่งที่มาข้อมูล : https://www.pobpad.com ประโยชน์ของเนื้อสัตว์ เนื้อหมู– เป็นเนื้อสัตว์ที่คนไทยนิยมทานมาก และยังเป็นแหล่งโปรตีนที่ส าคัญมากๆ โดยเฉพาะส่วน ที่เป็น “เนื้อสันใน” เป็นเนื้อส่วนที่มีมันแทรกน้อยที่สุด จึงมีปริมาณไขมันน้อย ให้โปรตีนสูง และยังมีวิตามิน บี 1, วิตามินเอ, ฟอสฟอรัส และไนอาซีน เหมาะกับทุกสภาพร่างกาย แต่ถ้าเป็น “เนื้อสันนอก” หรือเนื้อ ส่วนอื่นๆ จะมีปริมาณไขมันมากกว่าสันในหลายเท่า จึงไม่เหมาะกับผู้ที่ก าลังควบคุมน้ าหนัก หรือผู้ที่ป่วย เป็นโรคอ้วน หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับไขมัน เนื้อไก่– จัดเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีมาก มีไขมันน้อย (ถ้าไม่ทานส่วนหนัง) ส่วนของเนื้อไก่ที่ดีที่สุดคือ “เนื้อส่วนอก” เป็นเนื้อที่มีสารอาหารประเภทโปรตีนสูงมาก และมีไขมันเพียงร้อยละ 8.2 เท่านั้น เหมาะกับ ผู้ที่ต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อในร่างกาย ผู้ที่ต้องการลดไขมันในร่างกาย และส่วนที่ไม่ควรรับประทานคือ “เนื้อส่วนคอ” เนื่องจากมีผลการวิจัยออกมาว่าเป็นบริเวณที่พบสารตกค้างมากที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไก่ ไม่ เหมาะกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเก๊าท์ โดยเฉพาะบริเวณปีก หรือเอ็นข้อต่างๆ จะมีกรดยูริคอยู่สูง เนื้อปลำ – เนื้อสัตว์ที่ขึ้นชื่อว่า Healthy ที่สุด มีโปรตีนคุณภาพชนิดที่ย่อยง่าย มีไขมันดีที่เรียกว่า “โอเมก้า 3” อยู่สูงมาก และยังมีวิตามินแร่ธาตุที่ส าคัญต่อร่างกายอีกหลากหลายชนิด เป็นเนื้อสัตว์ที่เหมาะ กับทุกเพศทุกวัย แต่ควรเลือกทานปลาที่สด สะอาด ถูกสุขอนามัย แหล่งที่มาข้อมูล : https://festforfood.com/blog/?p=2143


ประโยชน์ของน้ ำสลัด น้ ำสลัด (dressing) หมายถึง น้ าปรุงรสหรือซอสปรุงรส ที่ใส่ในสลัด ซึ่งโดยมากแล้วในน้ าสลัดจะ ใช้น้ ามันมะกอกที่เป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งน้ ามันมะกอกนั้นเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว เป็นไขมันที่ดีต่อ ร่างกาย หากเป็นน้ าสลัดที่มีความข้นจะเติมไข่แดงและ มายองเนสลงไป ปรุงรสด้วยน้ าตาล เกลือ น้ าส้มสายชูฝรั่ง หรือน้ ามะนาว และหากแบ่งประเภทของน้ าสลัดออกจะสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ใหญ่ๆคือ สลัดน้ าข้น และ สลัดน้ าใส ซึ่งน้ าสลัดแบบข้นนั้นจะป็นกลุ่มน้ าสลัดที่ให้พลังงานสูง ไม่เหมาะนัก กับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ าหนัก หรือ หากต้องการทานควรศึกษาปริมาณค่าพลังงานต่อหน่วยบริโภค และ จ ากัดปริมาณการรับประทาน สลัดน้ ำข้น หรือน้ ำสลัดกลุ่มที่ให้พลังงำนสูง เนื่องจากประกอบไปด้วยโปรตีนและไขมัน จึงเหมาะส าหรับผู้ที่ต้องการพลังงานสูง เช่น นักกีฬา หรือผู้ที่ต้องการเพิ่มน้ าหนัก แต่ควรรับประทานในปริมาณที่ไม่มากจนเกินไป เพราะอาจท าให้โคเลสเตอรอล สูงได้หากทานมากเกินไป หรืออาจเลือกน้ าสลัดที่ใช้วัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ใช้น้ ามันร าข้าว น้ ามันเมล็ด ทานตะวัน น้ ามันคาโนลา แทนน้ ามันพืชชนิดอื่นๆ ซึ่งให้คุณภาพใกล้เคียงน้ ามันมะกอก ช่วยควบคุมปริมาณ โคเลสเตอรอลไม่ให้สูงเกินไป หรือมีการดัดแปลงสูตร เช่น ลดจ านวนไข่แดงลง หรือใช้ไข่ทั้งฟองแทน หรือ อาจจะเลือกใช้สูตรที่มีไขมันต่ าก็ได้ สลัดน้ ำใส น้ ำสลัดเพื่อสุขภำพส ำหรับคนที่ควบคุมน้ ำหนักและผู้รักสุขภำพ น้ าสลัดใส เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ เช่น คนเป็นเบาหวาน โรคหัวใจ ความดัน-โลหิตสูง และโรคอ้วน เพราะมีส่วนผสมของเกลือและน้ าตาลที่น้อยกว่า แม้ว่าจะมีส่วนประกอบหลักเป็นไขมันพืช เช่น น้ ามันมะกอก น้ ามันร าข้าว น้ ามันถั่วเหลือง น้ ามันเมล็ดองุ่น น้ ามันงา ซึ่งจัดเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน หากรับประทานในปริมาณพอเหมาะจะช่วยลด การเกิดโคเลสเตอรอลในเส้น เลือดลงได้ ถึงแม้จะเป็นน้ าสลัดแบบใสจะให้พลังงานน้อยกว่าแต่ก็ควรทานในปริมาณที่พอเหมาะเช่นกัน เพื่อให้ได้รับปริมาณที่เหมาะสมนั่นเอง แหล่งที่มาข้อมูล : https://www.lovefitt.com/healthy-fac


ใบควำมรู้ วิธีกำรท ำสลัดโรล วัตถุดิบและส่วนผสม วัตถุดิบและส่วนผสม การท าสลัดโรล โดยศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ แตงกวา แผ่นแป้งปอเปี๊ยะญวน แครอท ผักสลัด ปูอัด ไส้กรอก หมูยอ มายองเนส ผักชี มะนาว พริกขี้หนู กระเทียม


ใบควำมรู้ กำรท ำสลัดโรล วัตถุดิบกำรห่อสลัดโรล แผ่นแป้งปอเปี๊ยะญวน 10 แผ่น ปูอัด 20 แท่ง (หมูยอ เนื้อสัตว์) แครอท แตงกวา ผักสลัด วัตถุดิบกำรท ำน้ ำสลัด 1. พริกขี้หนูเขียว 10 -15 เม็ด 2. ผักชี 2 ต้น 3. กระเทียม 4-5 กลีบ 4. น้ าปลา 2 ช้อนโต๊ะ 5. น้ ามะนาว 3 ช้อนโต๊ะ 6. น้ าตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ 7. น้ าเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ 8. มายองเนส 250 กรัม วิธีกำรห่อสลัดโรล 1. เริ่มต้นน าแผ่นแป้ง ( แบ่งแผ่นแป้งเป็น 2 ชิ้น) จุ่มน้ า (ไม่แช่น้ านาน) ฉีกผักสลัดเป็นชิ้นเล็กวาง 2 ด้าน ตามด้วยแครอท แตงกวาหั่นยาว และวางปูอัดไว้สุดท้าย 2. วิธีการม้วน น าแป้งคลุมไส้ กดลงเบาๆ ม้วนไปจนสุดเพื่อให้ไส้แน่น จัดให้เห็นช่อผักสวยๆ หั่น ครึ่ง ท า 1 ครั้งได้ 2 ชิ้น วิธีกำรท ำน้ ำสลัด 1. ปั่นพริกขี้หนู กระเทียม รากผักชี ให้ละเอียดเข้ากัน 2. ใส่น้ ามะนาวและน้ าตาลทราย น้ าปลา น้ าเปล่า ลงไปคนผสมให้เข้ากัน 3. สุดท้ายใส่มายองเนสลงไปผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ


ใบงำน ให้ผู้เรียนจดบันทึก ขั้นตอน การท าสลัดโรล ระหว่างที่วิทยากรบรรยาย ส่วนผสม ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ .................................................................................................................................. ....................................... ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ....................................................................................................................................... .................................. ................................................................................................ ......................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ขั้นตอนการท า ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ................................................................................................................................ ......................................... ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ..................................................................................................................................... .................................... ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ การน าความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวัน ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................


ใบควำมรู้ บรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์(Packaging) คือ จรูญ โกสีย์ไกรนิรมล กล่าวว่า บรรจุภัณฑ์คือการน าเอาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสติกแก้ว โลหะ ไม้ประกอบเป็นภาชนะห่อหุ้ม สินค้า เพื่อประโยชน์ในการใช้สอยที่มีความแข็งแรง สวยงามได้สัดส่วนที่ ถูกต้องสร้างภาพพจน์ที่ดีมีภาษาในการติดต่อสื่อสาร และท าให้เกิดความพึงพอใจจากผู้ซื้อสินค้า นิไกโด เคล็คเตอร์ (Nikaido Clecture) กล่าวว่า บรรจุภัณฑ์ เป็นเทคนิคที่ส่งเสริมการขายกับ การประสานประโยชน์ ระหว่างวัตถุกับภาชนะบรรจุ โดยมีความมุ่งหมายเพื่อการคุ้มครองในระหว่างการ ขนส่งและการเก็บรักษาในคลัง ส่วนหนึ่งของกระบวนการทางการตลาด โดยเฉพาะปัจจุบันที่การผลิตสินค้า หรือบริการได้เน้นหรือ ให้ความส าคัญกับผู้บริโภค (Consumer Oriented) งานเทคนิคที่ต้องอาศัยความช านาญ ประสบการณ์ และความคิดสร้างสรรค์ ในอันที่จะออกแบบและผลิตหีบห่อให้มีความ เหมาะสมกับสินค้าที่ผลิตขึ้นมา ให้ความคุ้มครองสินค้าห่อหุ้มสินค้า ตลอดจนประโยชน์ใช้สอย อาทิเช่น ความสะดวกสบายใน การหอบหิ้ว พกพา หรือการใช้งาน เป็นต้น กลุ่มของกิจกรรมในการวางแผนเกี่ยวกับการออกแบบการผลิตภาชนะบรรจุ หรือสิ่งหุ้มห่อสินค้าบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความเกี่ยวพันอย่างใกล้ชิดกับฉลาก (Label) และตรายี่ห้อ (Brandname) ผลรวมของศาสตร์(Science) ศิลป์ (Art) และเทคโนโลยีของการออกแบบ การผลิตบรรจุภัณฑ์ ส าหรับสินค้าเพื่อการขนส่ง และการขาย โดยเสียค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม การใช้เทคโนโลยีและเศรษฐศาสตร์ เพื่อหาวิธีการรักษาสภาพเดิมของสินค้าจนกว่าจะถึงมือผู้บริโภคคนสุดท้าย เพื่อให้ยอดขายมากที่สุดและ ต้นทุนต ่าสุด กิจกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ และผลิตรูปร่างหน้าตาของภาชนะบรรจุ สิ่ง ห่อหุ้มตัวผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์การน าเอาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ ไม้ ประกอบเป็น ภาชนะหุ้มห่อสินค้า เพื่อประโยชน์ ในการใช้สอย มีความแข็งแรง สวยงาม ได้สัดส่วนที่ถูกต้อง สร้าง ภาพพจน์ที่ดี มีภาษาในการติดต่อสื่อสาร และท าให้เกิดผลความพึงพอใจจากผู้ซื้อสินค้า สิ่งห่อหุ้มหรือบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งภาชนะที่ใช้เพื่อการขนส่งผลิตภัณฑ์จากแหล่งผู้ผลิตไปยังแหล่ง ผู้บริโภค หรือแหล่งใช้ประโยชน์ หรือวัตถุประสงค์เบื้องต้นในการป้องกัน หรือรักษาผลิตภัณฑ์ให้คงสภาพ ตลอดจนคุณภาพใกล้เคียงกันกับเมื่อแรกผลิตให้มากที่สุด จำกควำมหมำยสรุปได้ว่ำบรรจุภัณฑ์ หมำยถึง การน าเอาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ ไม้ น ามาประกอบเป็นภาชนะห่อหุ้มผลิตภัณฑ์เพื่อความสวยงาม มีคุณค่า และมีประโยชน์ในการใช้ สอย ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ดึงดูดความสนใจ และท าให้เกิดความพึงพอใจจากผู้บริโภค วัตถุประสงค์หลักของบรรจุภัณฑ์ (Objectives of Package) 1. เพื่อป้องกันผลิตภัณฑ์ (To Protect Products) สามารถป้องกันรักษาผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสียหาย 2. เพื่อจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ (To Distribute Products) สะดวกกับการใช้งาน และเพิ่มมูลค่าทาง เศรษฐกิจ 3. เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ (To Promote Products) ดึงดูดความสนใจผู้บริโภค กำรออกแบบบรรจุภัณฑ์ กูด (Good) กล่าวว่า การออกแบบ เป็นการวางแผนหรือก าหนดรูปแบบรวมทั้งการตกแต่งใน โครงสร้างรูปทรงของงานศิลปะ ทัศนศิลป์ ดนตรีตลอดจนวรรณกรรม


วิรุณ ตั้งเจริญ กล่าวว่า การออกแบบ หมายถึงการวางแผนสร้างสรรค์รูปแบบ โดยการวางแผนจัด ส่วนประกอบของ การออกแบบให้สัมพันธ์กับประโยชน์ใช้สอยวัสดุและการผลิต จำกควำมหมำยสรุปได้ว่ำกำรออกแบบบรรจุภัณฑ์ หมำยถึง การก าหนดรูปแบบและโครงสร้าง ของบรรจุภัณฑ์ให้สัมพันธ์กับหน้าที่ใช้สอยของผลิตภัณฑ์ เพื่อการคุ้มครอง ป้องกันไม่ให้สินค้าเสียหาย และ เพิ่มคุณค่าด้านจิตวิทยาต่อผู้บริโภค โดยอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ในการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสม กับผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์กับอำหำรและขนม 1. บรรจุภัณฑ์มีบทบาทส าคัญ และมีอัตราการเจริญเติบโตมากขึ้น ควบคู่ไปกับการพัฒนา อุตสาหกรรมอาหาร 2. บรรจุภัณฑ์มีหน้าที่ส าคัญ ในการยืดยืดอายุเพื่อการเก็บรักษา และรักษาคุณภาพอาหารและ ขนม (รสชาติ กลิ่น สีรูปลักษณ์) 3. บรรจุภัณฑ์มีส่วนในการสร้างรูปลักษณ์ทางการตลาดที่แตกต่าง สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ และใช้เป็นสื่อโฆษณา นอกจากนี้ยังมีบทบาทส าคัญในด้านการอ านวยความสะดวกส าหรับการขนส่ง ผลิตภัณฑ์ ส าหรับการเลือกบรรจุภัณฑ์ สิ่งที่ต้องค านึงถึง คือ การเลือกซื้อวัสดุที่จะใช้ในการบรรจุหีบห่อที่ เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ ให้เกิดความสวยงาม และเป็นที่สนใจของผู้บริโภค ดังนี้ 1. บรรจุภัณฑ์กระดาษ ปัจจุบันนิยมใช้กันเป็นจ านวนมาก และยังมีให้เลือกหลากหลายชนิด วัสดุที่ น ามาผลิตได้แก่เยื่อกระดาษ ซึ่งมีทั้งเยื่อกระดาษคุณภาพส าหรับบรรจุภัณพ์อาหาร และเครื่องดื่ม เช่น แก้ว กระดาษ ถ้วยกระดาษ กล่องข้าวที่สามารถย่อยสลายได้ ส่วนเยื่อกระดาษรีไซเคิล ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ ประเภท กล่องลูกฟูก ถาดไข่ หรือถาดรองแก้วกาแฟ 2. บรรจุภัณฑ์พลาสติก แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ พลาสติกคงรูป และพลาสติกอ่อนตัว มีการ น ามาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ขวดพลาสติก ถ้วย และถาดพลาสติก และสามารถบรรจุอาหารร้อน อาหารสด และอาหารแช่แข็ง ที่มา http://www.bsrungsiam.co.th/web/product.html


3. บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบและประดิษฐ์ขึ้นมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยช่วยลดปริมาณขยะและย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ จึงไม่เป็นอันตรายต่อ สิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังประหยัดค่าใช้จ่าย เมื่อเลือกใช้วัสดุธรรมชาติที่มีมากในท้องถิ่น หรือวัสดุที่ สามารถน ากลับมาใช้ใหม่ได้ บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ วัสดุ ประเภทเส้นใย เช่น กล้วย หวาย เตยปาหนัน กก กระจูด ผักตบชวา ซึ่งก่อนน ามาสานเป็นบรรจุภัณฑ์ต้อง ผ่านการแปรสภาพด้วยการตากแห้ง ฟอกขาว วัสดุที่แปรรูปเป็นแผ่น และรูปทรงต่าง ๆ เช่น กระดาษ และ วัสดุประเภทไม้ เช่น ไม้สัก ไม้ไผ่ ไม้มะขาม เป็นต้น


ใบควำมรู้ กำรค ำนวณต้นทุน ก ำไร การค านวณต้นทุนเป็นส่วนหนึ่งของระบบบัญชีและการเงินของกิจการ เป็นการบันทึกการวัดผล และรายงานข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนของสินค้าของกิจการโดยทั่วไป การค านวณต้นทุนจะใช้เวลาและลง รายละเอียดมากในกิจการที่ผลิตสินค้า แต่ไม่ได้หมายความว่ากิจการประเภทอื่น เช่น กิจการขายส่ง ขาย ปลีกร้านอาหาร หรือบริการต่าง ๆ ไม่มีความส าคัญในการที่ต้องค านวณต้นทุน การค านวณต้นทุนสามารถ น าไปใช้ได้ในทุกกิจการเพราะมีความส าคัญต่อการบริหารจัดการธุรกิจ ดังนี้ 1. เพื่อให้ทราบถึงต้นทุนการผลิตและต้นทุนขายของธุรกิจ 2. เพื่อสามารถน าต้นทุนทั้งหมดของกิจการมาเปรียบเทียบกับรายได้จากการขาย เพื่อจะได้ทราบ ว่ามีก าไรหรือขาดทุนในการขายสินค้า 3. เพื่อค านวณหรือตีราคาสินค้าคงเหลือที่ขายได้ไม่หมดว่ามีมูลค่าเท่าไหร่ 4. เพื่อใช้ในการวางแผนและควบคุมการซื้อสินค้า และจัดท างบประมาณในการซื้อสินค้า รวมทั้ง ต่อรองราคากับผู้ขายวัตถุดิบ 5. เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าสินค้าใดควรขายต่อไปและสินค้าใดควรเลิกขาย (ในกรณีที่ผู้ผลิตมีสินค้า หลายชนิด) ต้นทุนแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ 1. ต้นทุนผันแปร คือต้นทุนที่ผันแปรตามจ านวนหน่วยที่ผลิตหรือขาย เช่น วัตถุดิบ ค่าแรงทางตรง ค่าใช้จ่ายในการผลิตทางตรง เป็นต้น 2. ต้นทุนคงที่คือต้นทุนที่เกิดขึ้นไม่ว่ากิจการจะได้ขายสินค้าหรือไม่ต้นทุนนี้จะไม่เปลี่ยนแปลง ตามจ านวนหน่วยที่ผลิตหรือขาย เช่น เงินเดือนพนักงานหน้าร้าน ค่าเช่าร้าน ค่าเสื่อมราคา ค่าประกันภัย เป็นต้น ดังนั้น ต้นทุนการผลิตจะประกอบไปด้วยวัตถุดิบ + ค่าแรงงาน + ค่าใช้จ่ายในการผลิต ซึ่งทั้งสาม รายการนี้เป็นเพียงส่วนของการผลิตเท่านั้น หากจะคิดต้นทุนรวมของสินค้าแล้วจ าเป็นต้องน าค่าใช้จ่ายใน การขายและด าเนินการมารวมด้วยเช่น เงินเดือน ค่าคอมมิชชั่นพนักงานขายค่าแรงพนักงานขายหน้าร้าน ค่า การตลาด (โฆษณา แผ่นพับ) ค่าเช่าส านักงานและร้าน ค่าไฟฟ้าและน้ าประปา ค่าโทรศัพท์ค่าน้ ามันรถ ดอกเบี้ย ค่าเช่ารถ ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ฯลฯ เพื่อการค านวณต้นทุนให้ใกล้เคียงความจริง หากค านวณแค่ วัตถุดิบ ค่าแรงงาน และค่าน้ า ค่าไฟฟ้า ก็อาจท าให้ได้ต้นทุนสินค้าที่น้อยกว่าความเป็นจริงและมีผลท าให้ ตั้งราคาขายที่ต่ าไป อาจท าให้ขาดทุนได้ การค านวณแบบง่ายเหมาะส าหรับผู้ประกอบการรายเล็กที่มีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์น้อยชนิด อาจ ขายเพียงน้ าพริก หรือแชมพูก็ได้ซึ่งเหมาะกับการค านวณสินค้าประเภท OTOP ที่มีความชัดเจนในเรื่อง การใช้วัตถุดิบ ค่าแรงงานต่อรอบ การผลิตและไม่มีการเก็บสต๊อกวัตถุดิบไว้การค านวณจ าเป็นต้องคิด เพื่อให้ทราบถึงต้นทุนผลิตต่อหน่วย และน าต้นทุนผลิตไปรวมกับค่าใช้จ่ายในการด าเนินการ เพื่อให้ทราบถึง ต้นทุนรวมของสินค้าอีกครั้งหนึ่ง


ใบงำน กำรคิดต้นทุน ก ำไร ผู้เรียน/กลุ่ม.................................................................................................................................................. เรื่อง.............................................................................................................................................................. วั น เดือน ปี รำยกำร จ ำ นวนสิ่งของ จ ำ นวนเงิน (บำท) หมำย เหตุ ค่าใช้จ่าย (ต้นทุน) .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. 1 . ใ ห้ ก า ห น ด ก าไร ที่ ต้องการเป็นร้อยละก่อน 2. แล้วค านวณหาราคาต่อ หน่วยจึงจะทราบรายได้ 3. น ารายได้ที่ได้มาใส่ ตารางนี้ รวมค่ำใช้จ่ำย รายได้จากการขาย .................................................. .................................................. .................................................. รวมรำยได้ 1. ก าไรที่ต้องการ = ต้นทุน x ( ร้อยละของก าไรที่ต้องการหารด้วย 100 ) 2. ก าหนดราคาขายต่อหน่วย = ต้นทุน + ก าไร = ____________ จ านวนหน่วย หมำยเหตุ การก าหนดก าไรที่ต้องการขึ้นอยู่กับสิ่งเหล่านี้ด้วย เช่น ราคาตลาด ลักษณะของสินค้าและบริการ เป็นสินค้าหายาก เป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม หรือมีฤดูกาลเข้ามาเกี่ยวข้องก็สามารถที่จะก าหนดก าไรที่ต้องการ สูงได้ การตั้งราคาให้สามารถแข่งขันได้นั้นต้องอยู่บนพื้นฐานความสมดุลระหว่างความพึงพอใจของผู้ซื้อและ ผู้ขายด้วย ถ้าสินค้าโดยทั่วไปมีขายกันแพร่หลาย มีคู่แข่งมากก็ต้องก าหนดก าไรน้อยลงไป


ใบควำมรู้ ช่องทำงกำรตลำด ช่องทางการตลาด เป็นส่วนส าคัญในการด าเนินธุรกิจ ช่องทางการตลาดหรือช่องทางการจัด จ าหน่าย มีความหมายเดียวกันซึ่งเป็นหนึ่งใน 4P ของส่วนประสมการตลาด (Marketing mix) ที่นักการตลาด นิยมน าส่วนประสมทั้งสี่มาวางเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดและการขายในยุคปัจจุบัน ดังนั้น ช่องทางการจัด จ าหน่าย (Marketing channel) จึงถูกเข้ารวมอยู่ใน P=Place นั่นคือสถานที่ขาย แหล่งขาย ช่องทางการ ขายสินค้า สินค้าแต่ละชนิดอาจมีช่องทางขายที่แตกต่างกันไป สินค้าอุปโภคมีช่องทางการขายผ่านร้าน สะดวกซื้อ อาหารสดก็มีช่องทางการขายหน้าร้านหรือหน้าบ้านของผู้ผลิต อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เสื้อผ้า ส าเร็จรูปอาจใช้ช่องทางการขายได้หลายช่องทาง เช่น ขายทางออนไลน์ ขายหน้าร้านตนเอง ขายในตลาดนัด ขายในห้างสรรพสินค้า มีการแบ่งช่องทางการจ าหน่ายในยุคปัจจุบันได้เป็นต้น 1. กำรเลือกสถำนที่ขำยหรือท ำเลที่ตั้ง 1.1 ควำมส ำคัญของกำรเลือกที่ตั้ง การตัดสินใจเลือกสถานที่ขายหรือท าเลที่ตั้ง เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เนื่องจากมีผลกระทบต่อ ธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะต่อความได้เปรียบในเชิงแข่งขันทางธุรกิจและจะมีผลต่อความส าเร็จของธุรกิจ ซึ่งผู้ประกอบการต้องพิจารณาถึงกลยุทธ์ที่ตั้งของธุรกิจที่มีความส าคัญต่อการด าเนินงาน 2 กลยุทธ์ส าคัญ ได้แก่ 1.1.1 กลยุทธ์ที่ตั้งตำมพื้นที่ เป็นแนวทางในการก าหนดให้ที่ตั้งแต่ละแห่งรับผิดชอบพื้นที่ แต่ละส่วน โดยต้องผลิตสินค้าและบริการทุกอย่างส าหรับพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งธุรกิจที่เลือกใช้กลยุทธ์ที่ตั้งตามพื้นที่ มักเป็นธุรกิจค้าปลีกหรือบริการ 1.1.2 กลยุทธ์ที่ตั้งตำมผลิตภัณฑ์เป็นแนวทางในการก าหนดให้ที่ตั้งหนึ่งแห่งท าการผลิต สินค้าเพียงหนึ่งอย่าง โดยยึดหลักของความส าคัญของวัตถุดิบที่มีในพื้นที่ 1.2 หลักเกณฑ์ในกำรเลือกสถำนที่ท ำเลที่ตั้ง การตัดสินใจเลือกสถานที่ท าเลที่ตั้ง เป็นกระบวนการที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้นเมื่อโลกก้าวเข้าสู่ ยุคโลกาภิวัตน์อีกทั้งธุรกิจขนาดย่อมจ านวนมากได้มีการเติบโตขึ้น และได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ผู้ประกอบการควรพิจารณาถึงความจ าเป็นที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงส าหรับกิจการควบคู่กันไปในแต่ละ สถานการณ์ ดังนี้ 1.2.1 ควำมพึงพอใจส่วนบุคคล โดยที่ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งมักจะพิจารณาตั้งกิจการ ของตนเองในชุมชนที่ตนอาศัยอยู่เป็นท าเลในการประกอบการ อย่างไรก็ตามในแง่ของการด าเนินธุรกิจไม่ได้ หมายความว่าจะมีเพียงพื้นที่ ซึ่งตนเองมีความเคยชินเท่านั้นที่เหมาะสมต่อการตั้งกิจการเพราะ ผู้ประกอบการธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ จากสิ่งเหล่านี้ได้ไม่ว่าจะเป็นในด้านภาพลักษณ์ ส่วนตัว การได้รับความเชื่อถือหรือการยอมรับจากสังคมและอาศัยประโยชน์จากความคุ้นเคย ความสามารถ ในการอ้างอิงกับบุคคลต่าง ๆ ภายในชุมชนที่เกี่ยวข้องกับกิจการของตนมากขึ้น 1.2.2 ควำมได้เปรียบด้ำนต้นทุน โดยเฉพาะค่าแรงหรือค่าวัตถุดิบในพื้นที่ ที่มีต้นทุนใน การด าเนินธุรกิจต่ าซึ่งสิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงค่าใช้จ่ายในการลงทุนในช่วงเริ่มต้นของกิจการที่จะช่วยลดต้นทุน การผลิตให้ต่ าลง 1.2.3 ควำมสำมำรถในกำรจัดกำรทรัพยำกร เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายในการ ด าเนินงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เนื่องจากทักษะประสบการณ์ของแรงงานจะมีความสัมพันธ์โดยตรง


กับผลิตผลและคุณภาพในกระบวนการผลิตของผลิตภัณฑ์ความยั่งยืนของแรงงานในท้องถิ่นมีผลกระทบต่อ อัตราค่าจ้าง ซึ่งถือเป็นต้นทุนที่ส าคัญผู้ประกอบการจะต้องค านึงถึงอยู่เสมออีกทั้งแหล่งที่ตั้งต้องมีความใกล้ กันกับวัตถุดิบและความสามารถในการขนส่งที่ธุรกิจต้องมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ 1.2.4 กำรเข้ำถึงลูกค้ำ ธุรกิจขนาดย่อมยุคปัจจุบันต้องให้ความส าคัญผันแปรแหล่งที่ตั้ง ของธุรกิจไปตามประเภทของกิจการ เช่น ธุรกิจค้าปลีกและบริการต้องมีรายละเอียดของสถานที่แสดงสินค้า บริการและรูปแบบ ดังนั้น การเลือกสถานที่หรือท าเลที่ตั้งต้องใกล้ชิดกับลูกค้าและอ านวยความสะดวกต่อ การเข้ามาติดต่อและถือเป็นปัจจัยที่มีผลต่อความส าเร็จของกิจการ ดังนั้น ในขั้นตอนแรกของเกณฑ์การเลือกสถานที่หรือท าเลที่ตั้ง ผู้ประกอบการต้องตัดสินใจก่อนว่า จะเลือกด าเนินธุรกิจในชุมชน หมายถึง จังหวัดหรืออ าเภอแล้วจึงท าการตัดสินใจขั้นสุดท้ายคือการเลือก บริเวณที่ตั้งจากหลาย ๆ พื้นที่ภายในชุมชน ซึ่งเป็นการระบุถึงต าแหน่งของที่ตั้งอย่างละเอียด 2. กำรจัดและตกแต่งหน้ำร้ำน ส่วนใหญ่ร้านขายสินค้ามักจะมีผู้ขายซึ่งเป็นเจ้าของกิจการเอง หรือบางร้านอาจมีการจ้างพนักงาน ขายของโดยเฉพาะเพื่อท าหน้าที่เอาใจใส่ดูแล และแนะน าให้ค าอธิบายต่าง ๆ แก่ลูกค้าหากเป็นร้านขนาด ใหญ่มีสินค้าหลายชนิดย่อมท าให้ต้องมีพนักงานขายจ านวนมาก กำรจัดตกแต่งร้ำนค้ำมีควำมส ำคัญต้องค ำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ 1. แสงสว่ำงภำยในร้ำน ควรจัดร้านให้มีความสว่างทั่วทั้งร้านจากแสงไฟฟ้าที่ร้านได้ติดเอาไว้แสง สว่างธรรมชาติมักไม่เพียงพอ และแสงแดดมักท าความเสียหายให้แก่สินค้าการใช้แสงไฟฟ้า แม้จะมี ค่าใช้จ่ายสูงแต่ก็จูงใจลูกค้าให้เข้ามาซื้อสินค้าได้มากกว่าร้านที่ดูมืดสลัวมุมห้องมืด ๆ ก่อนตัดสินใจเรื่องแสง สว่างควรรู้ว่าค่าไฟฟ้าเท่าไรและใช้ไฟฟ้ากี่ดวงถึงจะคุ้มค่ากับการขายสินค้าด้วย 2. กำรตกแต่งสีภำยนอกและภำยในร้ำน นอกจากการทาสีร้านค้าให้สดใสสว่าง สวยงามแล้ว สี ของหีบห่อและตัวสินค้าก็สามารถน ามาตกแต่งให้ร้านค้าดูดีขึ้นจะต้องให้ผู้คนเห็นสินค้าชัดเจนและสวยงาม 3. กำรจัดหมวดหมู่ของขนม ขนมที่มีลักษณะใกล้เคียงกันหรือขนมที่ใช้รับประทานร่วมกันจะต้อง จัดวางไว้ด้วยกัน เช่น ขนมหม้อแกงวางใกล้กับขนมตะโก้ ข้าวเหนียววางใกล้กับสังขยา เป็นต้น 4. กำรติดป้ำยรำคำสินค้ำ การติดป้ายบอกราคาสินค้าให้ชัดเจนที่ลูกค้าสามารถมองเห็นได้หรือ อ่านได้ เป็นการให้ความสะดวกกับลูกค้าในการตัดสินใจซื้อสินค้า 5. กำรจัดวำงสินค้ำ มีความส าคัญต่อการจูงใจลูกค้าให้เลือกซื้อสินค้า เพื่อให้สะดวกและเกิดความ พึงพอใจ ควรค านึงถึงสิ่งต่อไปนี้ 5.1 ความพึงพอใจของลูกค้า 5.2 จัดสินค้าไว้ในบริเวณที่จะขาย 5.3 จัดสินค้าไว้ในระดับสายตาให้มากที่สุด 5.4 จัดสินค้าด้านหน้าบนชั้นให้เต็มอยู่เสมอ 5.5 ชั้นจะต้องปรับระดับได้ตามขนาดของสินค้า 5.6 การใช้กล่องหนุนสินค้าให้ดูมีมิติ สวยงามแม้จะมีสินค้าไม่มากนัก 5.7 ความเป็นระเบียบเรียบร้อย 5.8 สินค้ามาก่อนต้องจ าหน่ายก่อน ต้องจ าหน่ายสินค้าเก่าก่อนสินค้าใหม่เสมอ พยายามวางสินค้า มาก่อนไว้แถวหน้าเสมอ ควรจัดสินค้าที่มาก่อนให้ดูสดใสสะอาดเหมือนสินค้าใหม่ 3. กำรขำย


การขาย คือ กระบวนการทั้งทางตรงและทางอ้อมของการจูงใจให้ผู้ซื้อสินค้าหรือบริการยินยอม กระท าสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งจะท าให้เกิดประโยชน์ทางด้านการค้าแก่ผู้ขาย เมื่อผู้ผลิตสินค้าไปสู่ผู้บริโภคมีสิ่งที่ควร พิจารณา ดังนี้ 1. การหาตลาด ควรค านึงถึงความต้องการของตลาดว่ามีมากน้อยเพียงใด โดยใช้วิธีสังเกต สอบถามกับคนรู้จัก เพื่อนบ้าน และผู้ซื้อ กระแสการบริโภคของลูกค้ามีความต้องการซื้อเป็นของขวัญของ ฝากหรือรับประทานในครอบครัว ตลาดควรเป็นตลาดที่มีการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง เช่น ขายทางออนไลน์ ขายหน้าร้านตนเอง ขายในตลาดนัด ขายในห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อจะได้ตรงตามความต้องการ ของตลาด 2. วิธีการจ าหน่าย เมื่อผู้ผลิตลงทุนผลิตสินค้าขึ้นมาเพื่อน าสินค้าออกสู่ตลาด ถ้าผู้ผลิตสามารถ เลือกช่องทางการตลาด การจ าหน่ายสินค้าได้อย่างถูกต้องสินค้าก็จะเข้าถึงลูกค้าได้ง่าย ซึ่งอาจเป็นการ จ าหน่ายจากผู้ผลิตถึงลูกค้าโดยตรงด้วยการจัดหาสถานที่ส าหรับจ าหน่ายสินค้าที่เป็นหลักแหล่ง มีการจัด วางสินค้าที่สามารถน าเสนอสินค้าให้ดูสวยงาม หรือเป็นผู้ผลิตให้พ่อค้าคนกลางมารับซื้อไปขายให้กับ ผู้บริโภคอีกต่อหนึ่ง เพื่อกระจายสินค้าได้อย่างทั่วถึง 3. การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ถือเป็นสิ่งส าคัญที่จะท าให้ผู้ซื้อหรือลูกค้ารู้จักเกิดความต้องการที่จะ ซื้อเป็นวิธีการโน้มน้าวผู้ซื้อ ที่ส าคัญการโฆษณาประชาสัมพันธ์มีหลายวิธี เช่น ใช้วิธีบอกปากต่อปาก การ จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์สินค้าการออกร้านตามงานเทศกาลต่าง ๆ ของอ าเภอหรือจังหวัด การ ประชาสัมพันธ์ผ่านอินเตอร์เน็ต โดยสิ่งที่เป็นการช่วยประชาสัมพันธ์อย่างหนึ่งก็คือคุณภาพสินค้า เมื่อผู้ซื้อ หรือลูกค้าได้ซื้อสินค้าไป เช่น มีรสชาติดี มีคุณภาพ ราคาย่อมเยา จะเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์อีกช่องทาง หนึ่ง 4. กำรส่งเสริมกำรขำย การส่งเสริมการขาย หมายถึง การจูงใจที่เสนอคุณค่าพิเศษ หรือการจูงใจผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภค คนกลาง (ผู้จัดจ าหน่าย) หรือหน่วยงานขาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการสร้างยอดขายในทันที จาก ความหมายนี้สามารถสรุปได้ว่า 1. การส่งเสริมการขายเป็นการให้สิ่งจูงใจพิเศษเพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อ เช่น คูปอง ของแถม การชิงโชค การแลกซื้อ เป็นต้น 2. การส่งเสริมการขายเป็นเครื่องมือกระตุ้น กิจกรรมการส่งเสริมการขาย มีวัตถุประสงค์เพื่อ กระตุ้นให้เกิดการซื้อจ านวนมากขึ้น และสามารถตัดสินใจซื้อได้ในเวลาทันทีทันใด 3. การส่งเสริมการขายใช้ในการจูงใจกลุ่มต่าง ๆ 3 กลุ่ม คือ 3.1 การส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่ผู้บริโภค เป็นการส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่ผู้บริโภคคนสุดท้าย เพื่อจูงใจให้เกิดการซื้อจ านวนมากขึ้น ตัดสินใจซื้อได้รวดเร็วขึ้น เกิดการทดลองใช้ ถือว่าเป็นการใช้กลยุทธ์ดึง 3.2 การส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่คนกลาง เป็นการส่งเสริมการขายที่ มุ่งสู่พ่อค้าคนกลาง ผู้จัดจ าหน่าย หรือผู้ขาย ถือว่าเป็นการใช้กลยุทธ์ผลัก 3.3 การส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่พนักงานขาย เป็นการส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่พนักงานขาย หรือหน่วยงานขาย เพื่อให้ใช้ความพยายามใน การขายมากขึ้น ถือว่าเป็นการใช้กลยุทธ์ผลัก วัตถุประสงค์ของการส่งเสริมการขาย 1. การดึงลูกค้าใหม่ 2. การรักษาลูกค้าเก่าไว้ 3. การส่งเสริมลูกค้าในปัจจุบันให้ซื้อสินค้าในปริมาณมาก


4. การเพิ่มอัตราการใช้ผลิตภัณฑ์ 5. การส่งเสริมการขายท าให้ผู้บริโภคเกิดการยกระดับ 6. การเสริมแรงการโฆษณาในตราสินค้า 5. กำรเลือกช่องทำงกำรจัดจ ำหน่ำย การเลือกช่องทางการจัดจ าหน่าย สามารถแบ่งช่องทางการจ าหน่ายสินค้า แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. ช่องทำงกำรจ ำหน่ำยทำงตรง คือ ผู้ผลิตขายสินค้าไปยังผู้ใช้หรือผู้บริโภคด้วยตนเอง 2. ช่องทำงกำรจ ำหน่ำยทำงอ้อม คือ ผู้ผลิตขายสินค้าผ่านตัวกลาง ตัวแทนจ าหน่ายร้านค้าส่ง และร้านค้าปลีก เพื่อจ าหน่ายไปยังผู้ใช้หรือผู้บริโภค ช่องทางการจ าหน่ายทั้งสองประเภทนี้ยังแบ่งเป็นช่องทางขายได้อีกหลายช่องทางโดยจะกล่าวถึง ช่องทางขายที่ส าคัญดังต่อไปนี้ ช่องทำงจ ำหน่ำยทำงตรงมีช่องทำงขำย ดังนี้ 1. ขำยผ่ำนหน้ำร้ำนแบบไม่เคลื่อนที่ เป็นการขายผ่านหน้าร้านสาขาทั้งเป็นร้านค้าของตนเองหรือ เช่าหน้าร้านตามห้างสรรพสินค้า Modern trade เช่าพื้นที่ขายในปั้มน้ ามัน ขายออกบูทตามงานแสดง สินค้าเช่าพื้นที่ในอาคารส านักงาน เป็นต้น 2. ขำยผ่ำนหน้ำร้ำนที่เคลื่อนที่ไปมำ เช่น ขายผลไม้ในรถบรรทุกที่ย้ายไปขายตามสถานที่ต่าง ๆ ได้ตามความต้องการเปิดท้ายขายของตามตลาดนัดต่าง ๆ หาบเร่แผงลอย เป็นการขายแบบอิสระ เปลี่ยนเส้นทางขายบ้าง เปลี่ยนสินค้าขายบ้าง สินค้าที่ขายอาจเป็นสินค้าตามฤดูกาลหรือเป็นสินค้าที่ผู้ขาย ไปหาซื้อได้มาในช่วงเวลานั้น ๆ 3. ขำยผ่ำนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อออนไลน์การขายลักษณะ E-commerce นี้จะขายผ่านหน้า โฮมเพจของของร้านค้าโดยมีตะกร้าให้ซื้อ และมีการโอนเงินก่อนซื้อซึ่งมีบริษัทหลายแห่งเพิ่มช่องทางการ ขายทางอิเล็กทรอนิกส์จ านวนมาก เช่น Shopee Lazada 7- 11 ขายโดยให้ลูกค้าเลือกซื้อใน Catalogue ส าหรับการขายผ่าน Social media เป็นการขายที่นิยมกันในกลุ่มคนที่ยังท างานประจ า และใช้เวลาว่าง ให้เป็นประโยชน์และกลุ่มอาชีพอิสระที่ต้องการขายสินค้าเป็นอาชีพเสริม การขายประเภทนี้จะขายผ่าน Facebook Intragram Line เป็นต้น 4. ขำยผ่ำนสื่อกำรขำยที่เป็นอุปกรณ์ทันสมัย เช่น ขายผ่านโทรศัพท์มือถือ ผ่านเครื่องเอทีเอ็ม ผ่านตู้หยอดเหรียญต่าง ๆ เช่น น้ าอัดลม กาแฟ เกมส์ เครื่องกดน้ าดื่ม เครื่องซักผ้า เป็นต้น การขายผ่าน เครื่องใช้เหล่านี้ท าให้ประหยัดเรื่องแรงงานคนท าให้ต้นทุนการขายต่ าไปด้วย 5. ขำยผ่ำนพนักงำนขำย แม้ว่าการขายผ่านพนักงานจะเป็นวิธีเก่าที่ใช้กันมานานแต่ก็เป็นวิธีที่ดี ที่สุดส าหรับสินค้าที่ขายให้กับอุตสาหกรรมเพราะต้องการการสาธิต การอธิบายวิธีการใช้และรายละเอียด คุณสมบัติของสินค้า สินค้าใหม่ที่ต้องการการอธิบายและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจ าเป็นต้องใช้การขาย ผ่านพนักงานขายเพื่อให้รู้จักสินค้าและทราบถึงคุณสมบัติของสินค้าก่อน นอกจากนั้นการขายผ่านพนักงาน ขายท าให้กิจการได้รับ Feedback จากลูกค้าว่าพอใจหรือไม่พอใจในสินค้าของกิจการซึ่งท าให้เจ้าของ กิจการน ามาปรับปรุงแก้ไขได้ภายหลัง ช่องทำงกำรจ ำหน่ำยโดยอ้อมมีช่องทำงกำรขำยดังนี้ 1. ขำยผ่ำนตัวแทนจ ำหน่ำย สินค้าจ าเป็นต้องมีการแต่งตั้งตัวแทนขายเพื่อกระจายสินค้าได้ ทั่วประเทศ เช่น รถยนต์ เครื่องจักรต่าง ๆ ยางรถยนต์ อะไหล่รถยนต์ สินค้าบางประเภทจ าเป็นต้องมี


ตัวแทนจ าหน่ายหากผู้ผลิตไม่เชี่ยวชาญในการตลาดแต่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตมากกว่า การขายผ่าน ตัวแทนยังเหมาะกับการขายสินค้าที่เป็นบริการเช่นขายกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์และประกันชีวิตเป็นต้น 2. ขำยผ่ำนคนกลำงทั้งผู้ค้ำส่งหรือผู้ค้ำปลีก ส าหรับผู้ผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภคมักจะใช้ วิธีการขายผ่านผู้ค้าส่งตามอ าเภอและจังหวัดต่าง ๆ เพื่อกระจายสินค้า ส าหรับผู้ผลิตรายเล็กก็อาจขายผ่าน ผู้ค้าปลีกที่ขายตรงให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ 3. ขำยผ่ำนระบบแฟรนไชส์ผู้ผลิตที่มีการขายแฟรนไชส์ให้กับบุคคลภายนอกสามารถใช้วิธีการขาย ผลิตภัณฑ์ผ่านเครือข่ายหรือแฟรนไชส์ของตนเองได้เช่น ราชาบะหมี่ชายสี่บะหมี่เกี้ยว ข้าวมันไก่มิดไนท์เป็น ต้น ส าหรับผู้ประกอบการที่ด าเนินธุรกิจส่งออกสินค้าไปต่างประเทศก็มีช่องทางการขายสองทาง เช่นกันคือ เป็นผู้ส่งออกเองโดยขายตรงให้กับลูกค้า และอีกทางหนึ่งคือขายสินค้าผ่าน Trader ที่เป็น ตัวกลางขายสินค้าให้กับต่างประเทศ ปัจจุบันธุรกิจขนาดใหญ่มักใช้ช่องทางการขายทั้งทางตรงและทางอ้อม ร่วมไปด้วยกัน โดยขายผ่านหน้าร้าน ผ่านสื่อออนไลน์ ผ่านสาขา ผ่านตัวแทนจ าหน่ายและใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ ในการส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวางเพื่อท าให้ธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว


แบบประเมินผลกำรจัดกำรศึกษำและฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรวิชำ.................................................................................... จ ำนวน................................ชั่วโมง ระหว่ำงวันที่..........เดือน......................พ.ศ..................ถึงวันที่..........เดือน.................พ.ศ.................. สถำนที่จัด ณ............................................................................................................................... เกณฑ์กำรให้คะแนนประเมินผลกำรจัดกำรศึกษำและฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น ศูนย์วงเดือน อำคมสุรทัณฑ์ 1. ความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาสาระ 20 คะแนน แบบทดสอบ (20 คะแนน) 2. ทักษะการปฏิบัติ 40 คะแนน 2.1 กำรเตรียมวัสดุอุปกรณ์ (10 คะแนน) 2.1.1 กำรจัดเตรียมวัสดุ (5 คะแนน) 2.1.2 กำรจัดเตรียมอุปกรณ์ (5 คะแนน) 2.2 ปฏิบัติตำมขั้นตอน (20 คะแนน) 2.2.1 ปฏิบัติตำมขั้นตอน (5 คะแนน) 2.2.2 ปฏิบัติงำนเสร็จตำมเวลำ (5 คะแนน) 2.2.3 ปฏิบัติงำนด้วยควำมสะอำดเรียบร้อย (5 คะแนน) 2.2.4 ปฏิบัติงำนด้วยควำมคล่องแคล่ว (5 คะแนน) 2.3 มีทักษะในกำรท ำงำนเป็นทีม (10 คะแนน) 2.3.1 กำรเคำรพกฎ กติกำ และกำรยอมรับควำมคิดเห็นของผู้อื่น (5 คะแนน) 2.3.2 กำรมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น (5 คะแนน) 3. คุณภาพของผลงาน/ผลการปฏิบัติงาน (40 คะแนน) 3.1 ผลงำน/ชิ้นงำน เป็นไปตำมที่หลักสูตรก ำหนด (30 คะแนน) 3.1.1 คุณภำพของชิ้นงำน (10 คะแนน) 3.1.2 องค์ประกอบของชิ้นงำน (10 คะแนน) 3.1.3 กำรตกแต่ง/บรรจุภัณฑ์ของชิ้นงำน (10 คะแนน) 3.2 กำรน ำเสนอผลงำน/ชิ้นงำน (10 คะแนน) ระดับผลการเรียน กำรตัดสินผลกำรเรียนให้น ำคะแนนระหว่ำงกำรจัดกำรเรียนกำรสอนรวมกับคะแนนจำก แบบทดสอบหลังเรียนแล้วน ำไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่ก ำหนด เพื่อให้ค่ำระดับผลกำรเรียนทั้ง 5 ระดับ ดังนี้ 1. ได้คะแนน 80 – 100 ได้เกรด 4 หมำยถึง ดีมำก 2. ได้คะแนน 70 - 79 ได้เกรด 3 หมำยถึง ดี 3. ได้คะแนน 60 - 69 ได้เกรด 2 หมำยถึง ปำนกลำง 4. ได้คะแนน 50 - 59 ได้เกรด 1 หมำยถึง ผ่ำนเกณฑ์ขั้นต่ ำที่ก ำหนด 5. ได้คะแนน 0 - 49 ได้เกรด 0 หมำยถึง ต่ ำกว่ำเกณฑ์ที่ก ำหนด


ล า ล าดับ ที่ ป เลขประจ าตัว ประชาชน ชื่อ – สกุล ๒. ควำมรู้ควำมเข้ำใจในเนื้อหำ สำระ ๒๐ คะแนน 1.1 แบบ ทดสอบ (20) 2.1 การเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ (10) 22 .1.1 (5) 2 .1.2 (5) 2ลงชื่อ..................................................วิทยากร (......................................................) ลงชื่อ............................................... (..............................................


2. ทักษะการปฏิบัติ 40 คะแนน 3. คุณภาพของผลงานผลการปฏิบัติงาน 40 คะแนน ร รวม 100 คะแนน ผลการเรียน 2.2 ปฏิบัติตามขั้นตอน (10) 2 2.3 มีทักษะใน การท างานเป็น ทีม ( 10) 3.1ผลงาน/ชิ้นงาน เป็นไปตามที่หลักสูตร ก าหนด (30) 3 3.2 การน าเสนอ ผลงาน/ชิ้นงาน (10) 2 .2.1 (5) 2 .2.2 (5) 2 .2.3 (5) 2 .2.4 (5) 2 .3.1 (5) 2 .3.2 (5) 3 .1.1 (10) 3 .1.2 (10) 3 .1.3 (10) ...หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ ..) ลงชื่อ..................................................ผู้อนุมัติ (นางอุทัยวรรณ โพธิ์กระจ่าง) ผู้อ านวยการศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ผู้เรียนหลักสูตรวิชำชีพระยะสั้น ศูนย์วงเดือน อำคมสุรทัณฑ์ ศูนย์ฝึกอำชีพรำษฎรตำมพระรำชด ำริ จังหวัดอุทัยธำนี หลักสูตรวิชำกำรท ำสลัดโรล จ ำนวน 5 ชั่วโมง ชื่อ-สกุล............................................................. ค ำชี้แจง : ให้วิทยากร/ครูผู้สอน/คณะกรรมการนิเทศติดตามสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนในระหว่างเรียน และนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องว่างที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้ำน รำยกำรประเมิน ระดับคะแนน 5 5 4 4 3 3 2 1 1. รักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ 1.1 เป็นพลเมืองดีของชาติ 1.2 ธ ารงไว้ซึ่งความเป็นไทย 1.3 ศรัทธา ยึดมั่น และปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา 1.4 เคารพเทิดทูน สถาบันพระมหากษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ประพฤติตรงตามความเป็นจริงต่อตนเองทั้งทางกาย วาจา ใจ 2.2 ประพฤติตรงตามความเป็นจริงต่อผู้อื่นทั้งทางกาย วาจา ใจ 3. มีวินัย 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของสถานศึกษา ครอบครัว ชุมชนและสังคม 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 ตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียน และเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ 4.2 แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆทั้งภายในและภายนอก สถานศึกษาด้วยการเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม สรุปเป็นองค์ความรู้ และ สามารถน าไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้ 5. อยู่อย่ำงพอเพียง 5.1 ด าเนินชีวิตอย่างพอประมาณ มีเหตุผล รอบคอบ มีคุณธรรม 5.2 มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ปรับตัวเพื่ออยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข 6 . มุ่ ง มั่ นใ น ก ำ ร ท ำงำน 6.1 ตั้งใจและรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่การงาน 6.2 ท างานด้วยความเพียรพยายามและอดทนเพื่อให้งานส าเร็จตาม เป้าหมาย 7. รักควำมเป็นไทย 7.1 ภาคภูมิใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรมไทย และมี ความกตัญูกตเวที 7.2 เห็นคุณค่าและใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องเหมาะสม 7.3 อนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาไทย 8. มีจิตสำธำรณะ 8.1 ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจโดยไม่หวังผลตอบแทน 8.2 เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษา ชุมชนและสังคม รวมคะแนน คะแนนร้อยละ = (....................คะแนน x 100) 90 คะแนน


ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์กำรให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ าเสมอดีเยี่ยม ให้ 5 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ าเสมอดีมาก ให้ 4 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน


แบบทดสอบก่อนเรียน หลักสูตรวิชำกำรท ำสลัดโรล วันที่............................................ ชื่อ - สกุล....................................................................................................................................................... แบบทดสอบก่อนเรียน ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบความรู้ก่อนเรียนของผู้เรียนวิชาชีพระยะสั้น หลักสูตรการท าสลัดโรล ของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ (คะแนนเต็ม 10 คะแนน) ค าชี้แจง ให้ผู้เรียน ท าเครื่องหมาย √ หน้าข้อที่ถูก และ เครื่องหมาย × หน้าข้อที่ผิด .............................. สลัดโรลมีชื่อเดิมคือ สลัดม้วน เป็นอาหารของคนต่างประเทศ .............................. เครื่องเคียงในการท าสลัดโรล คือ ผักสลัด ……………………….. ส่วนประกอบส าคัญของการท าสลัดโรลคือผักสลัดชนิดต่างๆ ……………………….. น้ าสลัดโรลสามารถท าได้หลากหลายตามความชอบ ………………………... การท าน้ าสลัดโรลควรท าไว้ในปริมาณมากๆเพื่อสะดวกในการน าไปใช้ ……………………….. สลัดโรลเป็นเมนูอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน ทั้ง โปรตีน วิตามิน ……………………….. การห่อสลัดโรลต้องจุ่มแผ่นแป้งในน้ าให้นานเพื่อให้ห่อง่าย ………………………... งาขาวคั่วเป็นส่วนประกอบหนึ่งในการท าน้ าสลัด .............................. เมนูสลัดโรลเป็นหนึ่งในเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ ............................. ผู้มีปัญหาด้านอาการท้องผูกไม่ควรทานเมนูสลัดโรล


แบบทดสอบหลังเรียน หลักสูตรวิชำกำรท ำสลัดโรล วันที่............................................ ชื่อ - สกุล....................................................................................................................................................... แบบทดสอบก่อนเรียน ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบความรู้หลังเรียนของผู้เรียนวิชาชีพระยะสั้น หลักสูตรการท าสลัดโรล ของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ (คะแนนเต็ม 10 คะแนน) ค าชี้แจง ให้ผู้เรียน ท าเครื่องหมาย √ หน้าข้อที่ถูก และ เครื่องหมาย × หน้าข้อที่ผิด .............................. สลัดโรลมีชื่อเดิมคือ สลัดม้วน เป็นอาหารของคนต่างประเทศ .............................. เครื่องเคียงในการท าสลัดโรล คือ ผักสลัด ……………………….. ส่วนประกอบส าคัญของการท าสลัดโรลคือผักสลัดชนิดต่างๆ ……………………….. น้ าสลัดโรลสามารถท าได้หลากหลายตามความชอบ ………………………... การท าน้ าสลัดโรลควรท าไว้ในปริมาณมากๆเพื่อสะดวกในการน าไปใช้ ……………………….. สลัดโรลเป็นเมนูอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน ทั้ง โปรตีน วิตามิน ……………………….. การห่อสลัดโรลต้องจุ่มแผ่นแป้งในน้ าให้นานเพื่อให้ห่อง่าย ………………………... งาขาวคั่วเป็นส่วนประกอบหนึ่งในการท าน้ าสลัด .............................. เมนูสลัดโรลเป็นหนึ่งในเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ ............................. ผู้มีปัญหาด้านอาการท้องผูกไม่ควรทานเมนูสลัดโรล


บรรณำนุกรม -กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม. (2561). ช่องทางการขายในยุคปัจจุบัน. สืบค้นเมื่อ 24 มิถุนายน 2564, จาก https://bsc.dip.go.th/th/category/marketing2/fs-salechannelpresent -หลักการออกแบบบรรจุภัณฑ์. สืบค้นเมื่อ 24 มิถุนายน 2564, จาก http://www.graphicproduce.com/knowledgedetail.php?no=19 -นิธิยา รัตนาปนนท์. (2556). หลักโภชนาศาสตร์(พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์. -อมรินทร์CUISINE. (2556). เมนูอร่อยตามสั่ง. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง. -อบเชย วงศ์ทอง และขนิษฐา พูนผลกุล. (2556). หลักการประกอบอาหาร (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. -สื่อสุขภาพ บริษัทไทยควอลิตี้บุ๊คส์ (2006). -บรรจุภัณฑ์ จาก https://anyflip.com/lmgcl/oxtw/basic สืบค้นเมื่อ 24 มิถุนายน 2564 -ประโยชน์ของน้ าสลัด จาก https://www.lovefitt.com/healthy-fac สืบค้นเมื่อ 12 มกราคม 2565 -ประโยชน์ของเนื้อสัตว์จาก https://festforfood.com/blog/?p=2143 สืบค้นเมื่อ 12 มกราคม 2565 -ประโยชน์ของผักสลัด จาก https://women.trueid.net/detail/klazevdY6XAG สืบค้นเมื่อ 12 มกราคม 2565 -ประโยชน์ของแตงกวา จาก https://www.pobpad.com สืบค้นเมื่อ 12 มกราคม 2565 -ประโยชน์ของแครอท จาก https://www.pobpad.com สืบค้นเมื่อ 12 มกราคม 2565


คณะผู้จัดท ำหลักสูตร ที่ปรึกษำ นางอุทัยวรรณ โพธิ์กระจ่าง ผู้อ านวยการศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ผู้จัดท ำหลักสูตร นางวัชรินทร์ พลอยส่งศรี ครูผู้ช่วย นางรุ่งนภา ศรีชัย ครูผู้ช่วย นายบดินทร์ภัทร์พุ่มพันธ์วงศ์ ครูผู้ช่วย นางสาวพัฒนีนาถ ภักดีอักษร ครูผู้ช่วย นายวิทวัส เทียนข า ครูผู้ช่วย นางสาวดาววดี เครืออ่อน นักจัดการงานทั่วไป นางสาวนุชจรี หอมสมบัติ นักวิชาการเงินและบัญชี นายสิทธิชัย ศาสตร์ประสิทธิ์ นักจัดการงานทั่วไป นายสมเกียรติ หน่วงกลาง นักวิชาการศึกษา นางสุรีย์รัตน์ แพ่งประสิทธิ์ เจ้าพนักงานธุรการ นายดนัย สดุดี เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี นางสาวชลธิชา สีระวัฒน์ นักวิชาการโสตทัศนศึกษา นางสาวอุนนดา ชูรัศมี นักวิชาการศึกษา นางสาวสุวิมล อินเฉียน นักวิชาการพัสดุ นางสาวณัฐกานต์ครุธพันธ์ นักจัดการงานทั่วไป นางสาวศิริพร เกตุประทุม เจ้าหน้าที่เกษตร รูปเล่ม / หน้ำปก นางรุ่งนภา ศรีชัย ครูผู้ช่วย นายสิทธิชัย ศาสตร์ประสิทธิ์ นักจัดการงานทั่วไป


Click to View FlipBook Version