ก
ก ค ำน ำ ด้วยศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ เป็นศูนย์ที่จัดฝึกอบรมด้านอาชีพในท้องถิ่นตามพระราชด าริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ อนุรักษ์อาชีพให้ประชาชนมีรายได้ และเพื่อศึกษาค้นคว้า วิจัยพัฒนาอาชีพความรู้ต่าง ๆ จากภูมิปัญญา ท้องถิ่นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ส าคัญ คือใช้เป็นแหล่งเรียนรู้และจัดกิจกรรมการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในทุกรูปแบบ ได้แก่ เป็นศูนย์สาธิต ทดลอง จัดแสดงและจัดจ าหน่าย ผลิตภัณฑ์ของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ และผลิตภัณฑ์จากโครงการพระราชด าริ รวมถึงการสนับสนุน ประสานงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการศึกษาอาชีพให้มีงานท า สร้างรายได้ให้ ตนเองและครอบครัว เพื่อให้การด าเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์ที่เน้นเรื่องการมีอาชีพเพื่อการมีงาน ท า มีรายได้ และสืบสานอนุรักษ์อาชีพต่าง ๆ ให้คงอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารคาวและขนมไทยในจังหวัด อุทัยธานีประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตรมีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร นอกจากนี้ยังน า ศาสตร์พระราชามาใช้ในการด าเนินชีวิต แต่ในปัจจุบันสภาพทางเศรษฐกิจสังคม โครงสร้างประชากรเปลี่ยนไป มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย จึงท าให้วิถีชีวิต การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป กระแสวัฒนธรรมเรื่อง อาหารการกินมีการเปลี่ยนแปลง ชีวิตคนรุ่นใหม่ต้องการความสะดวกรวดเร็วไม่มีเวลาจะมาท ากิจกรรมที่ต้อง ใช้เวลายุ่งยากและซับซ้อน จึงท าให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นบางอย่างก าลังจะสูญหายไป ซึ่งหมายรวมถึงขนมและ อาหารไทย ดังนั้นศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ได้ตระหนักความส าคัญและต้องการสืบสานการอนุรักษ์ด้าน อาหารไทยของจังหวัดอุทัยธานีจึงได้คัดเลือกอาหารและขนมไทยที่ก าลังจะสูญหายมาจัดท าเป็นหลักสูตรเพื่อ เผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้มีความรู้ ความเข้าใจสามารถน าไปประกอบอาชีพต่อไป ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยากรวิชาชีพ และนักวิชาการศึกษาจาก ส านักงาน กศน. ที่ได้ร่วมพัฒนาหลักสูตรและจัดท าแผนการเรียนรู้รวมทั้งสื่อต่าง ๆ ให้ส าเร็จไปด้วยดีและหวัง เป็นอย่างยิ่งว่าหลักสูตรอาหารไทยเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อวิทยากรและผู้เรียนต่อไป ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ กรกฎาคม 2562
ข สำรบัญ หน้ำ ค ำน ำ ควำมรู้เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในกำรท ำอำหำรและขนมไทย ควำมรู้พื้นฐำนในกำรจัดกำรเรียนรู้ตำมหลักสูตรกำรท ำแกงจืดสำมกษัตริย์ หลักสูตรกำรท ำแกงจืดสำมกษัตริย์ ความเป็นมา จุดประสงค์การเรียนรู้ กลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลา เนื้อหาหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล การจบหลักสูตร เอกสารหลักฐานการศึกษา การเทียบโอนผลการเรียน แผนกำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้หลักสูตรกำรท ำแกงจืดสำมกษัตริย์ ใบความรู้ แกงจืดสามกษัตริย์ ใบความรู้ วิธีท าแกงจืดสามกษัตริย์ ใบงานจดบันทึกขั้นตอนการท าแกงจืดสามกษัตริย์ ใบความรู้ คุณค่าอาหารทางโภชนาการ ใบความรู้ การค านวณต้นทุน ก าไร ใบงาน การคิดต้นทุน ก าไร ใบความรู้ การบรรจุหีบห่อ ใบความรู้ ช่องทางการตลาด แบบวัดและประเมินผลการจัดท าแกงจืดสามกษัตริย์ ใบงาน แบบประเมินผลงานผู้เรียน บรรณำนุกรม รำยชื่อคณะผู้จัดท ำหลักสูตร
1 ควำมรู้เกี่ยวกับวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในกำรท ำอำหำรและขนมไทย วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในกำรท ำอำหำรและขนมไทย ก่อนที่ผู้เรียนจะเข้าสู่การเริ่มต้นท าอาหารและขนมไทย ผู้เรียนควรเรียนรู้เกี่ยวกับวัสดุและอุปกรณ์ที่ ใช้ในการท าอาหารและขนมไทย ได้แก่ เครื่องครัว เครื่องใช้ เครื่องปรุงรสที่จ าเป็นต้องใช้ก่อน โดยขอแนะน า ทั้งวิธีการเลือกซื้อ การเก็บรักษา และการน ามาใช้ในการประกอบอาหารและขนมไทย ดังนี้
2 อุปกรณ์ กำรชั่ง ตวง การท าขนมไทยนั้นในสมัยก่อนไม่มีการชั่ง ตวง แต่อาศัยความช านาญในการท า โดยจะดูจากความข้น เหลวของส่วนผสม เช่น ในการท าสังขยาสมัยก่อนจะขย าไข่กับน้ าตาล พอน้ าตาลละลายหมด เพียงเอามือจุ่ม ลงในอ่างผสม ก็จะบอกได้ว่าหวานพอหรือยัง ผู้เขียนเคยถามคุณแม่ว่า ท่านทราบได้อย่างไรว่ารสหวานพอดี แล้ว ท่านบอกว่ามันจะเย็นมือแสดงว่าหวานพอดีแล้ว แต่ถ้าเป็นในยุคปัจจุบัน จะใช้วิธีแบบโบราณท่านคงไม่ได้ เพราะสมัยนี้คนส่วนมากจะเก็บไข่ไว้ในตู้เย็น อุณหภูมิจึงไม่อาจเป็นตัววัดได้ ฉะนั้นการชั่ง ตวง จึงมีความ จ าเป็นที่จะต้องรู้อีกอย่างหนึ่งในการท าขนม และถ้าจะต้องท าขนมในปริมาณมาก ๆ ควรใช้มาตราส่วนในการ ชั่งจากกิโลกรัมจะแน่นอนกว่าการตวง เครื่องชั่ง เครื่องชั่งมีความส าคัญกับการท าขนมเป็นอย่างมาก ซึ่งจะมีผลต่อลักษณะของตัวขนมเอง ในการท า แต่ละครั้งควรจะต้องมีการชั่งอย่างถูกวิธี ปัจจุบันเครื่องชั่งมีอยู่หลายชนิดหลายขนาดทั้งแบบดิจิตอลและแบบ เข็ม ซึ่งแบบดิจิตอลนั้นราคาจะสูงมาก เนื่องจากเครื่องชั่งชนิดนี้สามารถให้ค่าน้ าหนักเป็นมาตรฐานมาก และ ยังมีความละเอียดสูง ส่วนเครื่องชั่งแบบเข็มนั้นสามารถชั่งของที่มีน้ าหนักตั้งแต่ 5 กรัมขึ้นไป โดยตัวเครื่องไม่สามารถบอก รายละเอียดได้ดีเท่ากับแบบดิจิตอล ส่วนการรักษาเครื่องทั้งสองชนิดนั้น สิ่งแรกที่ควรระวังคือ การชั่งสิ่งของที่ มีน้ าหนักเกินกว่าเครื่องชั่งก าหนด เพราะการชั่งสิ่งของที่เกินน้ าหนักอาจจะท าให้เข็มของเครื่องชั่งนั้นตีกลับ และสปริงของเครื่องค้างก็เป็นได้ หลังจากการใช้งานเสร็จควรท าความสะอาดและเช็ดให้แห้ง
3 ถ้วยตวง ถ้วยตวงเป็นอุปกรณ์อีกชนิดหนึ่งที่ช่วยก าหนดความเป็นมาตรฐานในการท าขนมในแต่ละครั้งให้คงเดิม ซึ่งรองลงมาจากเครื่องชั่ง โดยถ้วยตวงในบ้านเราสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ 1. ถ้วยตวงของแห้ง เป็นถ้วยตวงที่ใช้ส าหรับการชั่งตวงสิ่งของที่มีลักษณะแห้งและของที่มีลักษณะกึ่งเหลว โดยส่วนมาก จะนิยมใช้แทนเมื่อไม่สามารถหาเครื่องชั่งได้ เช่น แป้ง น้ าตาลทราย น้ าตาลทรายแดง นมผง เนยสด น้ าตาล ปี๊บ เป็นต้น เวลาตวงควรพิจารณาวัตถุดิบบางตัวว่าควรกดหรือเคาะหรือไม่ เช่น การตวงแป้งไม่ควรกดหรือ เคาะเด็ดขาดจะท าให้ส่วนผสมแน่นเกินไป แต่ถ้าเป็นเนยหรือน้ าตาลปี๊บควรกดให้แน่นเพราะจะท าให้ส่วนผสม เกิดช่องโหว่หรือส่วนผสมไม่ได้อัตราส่วนที่สูตรระบุไว้ให้ ในถ้วยตวง 1 ชุด จะประกอบไปด้วย 1 ถ้วยตวง 1/3 ถ้วยตวง และ 1/4 ถ้วยตวง ซึ่งมีจ าหน่ายทั้งแบบพลาสติก อะลูมิเนียม และสเตนเลส 2. ถ้วยตวงของเหลว จะมีลักษณะเป็นแก้วหรือพลาสติกใส เป็นถ้วยตวงที่ใช้ส าหรับการชั่งตวงสิ่งของที่มีลักษณะเหลวทุก ชนิด โดยด้านข้างถ้วยตวงจะมีขีดบอกปริมาตรโดยขนาดที่มีจ าหน่ายนั้นมีตั้งแต่ 1 ถ้วยตวง ไปจนถึง 5 ลิตรขึ้น ไปก็มี สิ่งของที่ใช้ตวงส่วนใหญ่จะเป็นพวกนมสด กะทิ น้ าผลไม้ น้ ามันพืช และไข่ไก่ เวลาวัดปริมาตรถ้วยแบบ นี้จะต้องให้ถ้วยตวงนั้นอยู่ในระดับสายตาเสียก่อนจึงค่อยอ่านค่าออกมา
4 ช้อนตวง ช้อนตวงเป็นเครื่องมือส าหรับชั่งตวงอีกชนิดหนึ่งที่ส าคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากส่วนผสม บางอย่างนั้นใช้ปริมาณที่น้อย ช้อนตวงจึงเหมาะส าหรับตวงส่วนผสม เช่น ผงฟู สารเสริมคุณภาพ ยีสต์ หรือ เครื่องปรุงต่าง ๆ ช้อนตวง 1 ชุด มี4 ขนาดดังนี้ คือ 1 ช้อนโต๊ะ, 1 ช้อนชา, 1/2 และ 1/4 ช้อนชา กรวยหยอดไข่แมงดำ ใช้ใบตองม้วนเป็นกรวย หรือใช้กรวยฝอยทองแต่ให้เลือกที่รูใหญ่หน่อย สมัยก่อนจะท าจากทองเหลือง ปัจจุบันท าจากสเตนเลส
5 กระทะทองเหลือง สามารถท าได้ทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน โดยมีคุณสมบัติไม่เก็บกลิ่นของอาหารมี 2 แบบ คือแบบ หล่อ และแบบตีขึ้นรูป แบบหลังจะราคาสูงกว่าและทนกว่า แบบหล่อจะหนักและถ้าตกบ่อย ๆ จะแตกได้ กระทะทองเมื่อน ามากวนหรือทอดจะได้ลักษณะอาหารที่ดีเพราะความร้อนสม่ าเสมอ ทั้งช่วยให้ขนมมีสีสวย สดใส เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ผ้ำขำวบำง ใช้ส าหรับกรองส่วนผสม และคลุมขนมเพื่อป้องกันไม่ให้ขนมแห้ง ลักษณะบาง โป่ง มีสีขาวสะอาด สามารถซักสิ่งสกปรกออกได้ง่าย แห้งเร็ว
6 ลังถึง ใช้ส าหรับท าขนมประเภทนึ่งมีให้เลือกสองชนิด คือ อะลูมิเนียมและสเตนเลส มีหลายขนาดสามารถ เลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม ด้านล่างก้นเรียบ ใช้ส าหรับใส่น้ า ด้านบนก้นเจาะรูขนาดใหญ่เพื่อให้ไอน้ าขึ้นไป ท าให้อาหารสุก มี 2 ชั้น มีฝา ทรงสูง ก่อนน าขนมขึ้นนึ่งให้เช็ดฝาให้สะอาด ปิดฝา เมื่อขนมสุกให้รีบเปิดฝา ระวังน้ าจะหยดใส่หน้าขนมท าให้ขนมหน้าเป็นรอยบุ๋มไม่สวย ถ้านึ่งครั้งต่อไปต่อจากครั้งแรก ให้เช็ดหยดน้ าบน ฝาลังถึงให้แห้งสนิท จึงปิดฝา พำยไม้ ใช้ส าหรับท าขนมประเภทกวน ควรเลือกขนาดให้เหมาะกับกระทะที่ใช้กวน พายไม้มีลักษณะปลาย แบนยาว มีด้ามส าหรับถือถนัดมือ
7 ถ้วยตะไล ลักษณะเป็นถ้วยเคลือบดินเผา มีทั้งปากแคบและปากกว้างใช้ส าหรับท าขนมประเภทนึ่ง เช่น ขนม ถ้วยฟู และขนมถ้วย ตะแกรงร่อนแป้ง ใช้ส าหรับร่อนแป้ง เพื่อกรองสิ่งสกปรกและท าให้เม็ดแป้งเกิดการกระจายตัวเมื่อน าไปผสมกับ ของเหลวจะท าให้ส่วนผสมเข้ากันได้ง่ายขึ้น
8 กระชอนกรองกะทิ ใช้ส าหรับกรองกะทิออกจากกากมะพร้าว ตะกร้อมือ มีลักษณะเป็นซี่ลวดลวดท าจากสเตนเลสใช้ส าหรับคนส่วนผสมให้เข้ากัน
9 กระต่ำยจีน เป็นแผ่นไม้กระดาษแผ่นยาว รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านหน้าตอกด้วยลวดทองเหลืองหรือสเตนเลส ด้านหลังเรียบ ใช้ส าหรับขูดมะพร้าว และมันส าปะหลังที่ต้องการให้เป็นฝอย มือแมว ใช้ส าหรับขูดมะพร้าวทึนทึกให้มีลักษณะเป็นเส้นใช้ส าหรับโรยหน้าขนมหรืท าไส้ขนม
10 กระต่ำยขูดมะพร้ำว เป็นเครื่องมือส าหรับขูดมะพร้าวที่ยังไม่ได้กะเทาะเปลือกออก ใช้เหล็กมาตีเหล็กแผ่นบาง ๆ ตัดรูปโค้ง มน ใช้ตะไบถู ท าซี่ละเอียดปลายเหล็กคมเรียกว่า "ฟันกระต่าย" น าส่วนเหล็กขูดฟันกระต่ายนี้ไปประกบหรือ เข้าเดือยกับรูปตัวสัตว์ที่เตรียมไว้จนเป็นกระต่ายขูดมะพร้าว หัวบีบ ใช้ส าหรับบีบขนมและตกแต่งหน้าขนมให้สวยงามน่ารับประทาน
11 ถ้วยหรือพิมพ์ใส่ขนม ใช้ส าหรับใส่ขนม เพื่อความสะดวก และเพิ่มความน่ารับประทานให้กับขนม นอกจากนั้นขนมธรรมดา เมื่อใส่ถ้วยหรือพิมพ์ท าให้ขนมดูดีสามารถเพิ่มราคาของขนมได้ ที่จับจีบ ใช้ในการจับจีบขนมที่ต้องใช้ความประณีตในการจับจีบตัวแป้ง ให้เป็นรูปดอกไม้ และตัวนก ท าให้หา ทานได้ยาก เนื่องจากต้องใช้เวลาในการจับจีบขึ้นรูป
12 กรวยหยดขนม ใช้ส าหรับใส่ส่วนผสมของเหลว หยอดลงในภาชนะเพื่อความสะดวกและไม่หกเลอะเทอะ หาซื้อได้ตาม ร้านอุปกรณ์เบเกอรี่ พิมพ์ขนม ลักษณะของพิมพ์เป็นทองเหลือง ขึ้นรูปเป็นทรงกระทง มีรูปร่างกลมหรือสี่เหลี่ยมเป็นจีบหรือเป็นดอก ด้ามท าด้วยไม้หรือโลหะ วิธีการใช้ควรแช่พิมพ์ในน้ ามันให้พิมพ์ร้อนก่อนจึงค่อยจุ่มลงในแป้ง แป้งจะเกาะติด พิมพ์และน าไปจุ่มในน้ ามัน
13 ควำมรู้พื้นฐำนในกำรจัดกำรเรียนรู้ตำมหลักสูตรกำรท ำแกงจืดสำมกษัตริย์ ความรู้พื้นฐานในการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการท าแกงจืดสามกษัตริย์มีความสัมพันธ์และเชื่อมโยง อย่างใกล้ชิดกับวิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรมไทย มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น เป็นลักษณะเฉพาะไปในแต่ละภาคของ ประเทศ การเรียนรู้การท าแกงจืดสามกษัตริย์จึงเป็นการเรียนรู้วิถีชีวิต สังคม ประเพณี วัฒนธรรม และ ประวัติศาสตร์ของชาติไทย และแต่ละภาคของประเทศ ซึ่งมีเสน่ห์ มีความหลากหลาย และน่าศึกษาค้นคว้า ด้วย เหตุนี้ ธุรกิจด้านการท าแกงจืดสามกษัตริย์จึงเป็นที่นิยมและเป็นที่ชื่นชอบส าหรับคนไทยและคนต่างชาติ เพื่อ ขยายตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการบริโภคศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ จึงมีนโยบายในการจัดการเรียนรู้การ ฝึกอาชีพด้านการท าแกงจืดสามกษัตริย์ตามความต้องการของท้องถิ่นและเมื่อผู้เรียนส าเร็จจากการเรียนรู้ไปแล้ว สามารถน าความรู้และทักษะไปเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพได้ต่อไป ในการจัดการเรียนรู้การท าแกงจืดสามกษัตริย์เป็นการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้เกี่ยวกับความ เป็นมา ลักษณะ ประเภท วัตถุดิบและวัสดุอุปกรณ์ เทคนิคการท า ประโยชน์และคุณค่า ช่องทางการจัดการ การตลาด การบรรจุหีบห่อ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ พร้อมทั้งมีทักษะได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และมี ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการประยุกต์อาหารไทยให้เข้ากับยุคสมัยโดยคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ด้วย
14 หลักสูตรกำรท ำแกงจืดสำมกษัตริย์ 1. ควำมเป็นมำ การบริโภคเนื้อสัตว์นั้นมีหลากหลายทั่วโลก ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม หรือศาสนา หรือสถานะทาง เศรษฐกิจ ผู้รับประทานมังสวิรัติเลือกไม่รับประทานเนื้อ ด้วยเหตุผลด้านจริยธรรม สิ่งแวดล้อม ศาสนาหรือ สุขภาพ ซึ่งสัมพันธ์กับการผลิตและบริโภคเนื้อสัตว์ ส าหรับแกงจืดสามกษัตริย์ เป็นอาหารที่รวมเนื้อสัตว์ 3 ชนิดคือ หมู ไก่ กุ้ง น ามามัดรวมกันด้วยหัว ผักกาดเค็มตัดเป็นเส้นเล็ก ๆ ต้มกับน้ าซุปพอสุก จะได้รสเค็ม หวาน จากหัวผักกาดเค็ม โรยหน้าด้วยพริกไทย และผักชีเป็นเมนูที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีน ซึ่งเชื่อกันว่าซุปเป็นแหล่งเสริมสารอาหารที่ดี คนไทยและคนเอเชียได้คิดค้นการปรุงเมนูแกงจืดหรือซุปที่หลากหลาย รวมถึงอาหารประเภทก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น โดยที่ส่วนประกอบในการท าแกงจืดสามกษัตริย์เป็นของหาได้ง่ายในท้องถิ่นทั่วๆไป มีสีสันน่า รับประทาน สามารถท าเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ดังนั้น ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ซึ่งรับผิดชอบการจัดฝึกอบรมด้านอาชีพของจังหวัดอุทัยธานี ตาม พระราชด าริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีจึงได้สืบ สานและอนุรักษ์การท าแกงจืดสามกษัตริย์ขึ้นมา เพื่อให้ผู้สนใจได้มีความรู้ความเข้าใจ การท าแกงจืดสาม กษัตริย์และต่อยอดท าเป็นอาชีพและสร้างรายได้ให้กับตนเองรวมทั้งยังเป็นการอนุรักษ์การท าแกงจืด สาม กษัตริย์ซึ่งเป็นอาหารคาวโบราณให้คงอยู่ต่อไป 2. จุดประสงค์กำรเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียน 2.1 อธิบายความเป็นมาของการท าแกงจืดสามกษัตริย์ได้ 2.2 อธิบายวัสดุ อุปกรณ์และเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม 2.3 อธิบายขั้นตอนการท าแกงจืดสามกษัตริย์ได้ 2.4 ปฏิบัติการท าแกงจืดสามกษัตริย์ได้ 2.5 อธิบายคุณค่าทางโภชนาการของแกงจืดสามกษัตริย์ได้ 2.6 จัดหาหรือจัดท าการบรรจุหีบห่อได้อย่างเหมาะสม 2.7 คิดต้นทุน ก าไรจากการจ าหน่ายแกงจืดสามกษัตริย์ ได้ 2.8 อธิบายช่องทางการจัดการ การตลาดของแกงจืดสามกษัตริย์ได้ 3. กลุ่มเป้ำหมำย ประชาชนทั่วไป 4. ระยะเวลำ ภาคทฤษฎี 2 ชั่วโมง ภาคปฏิบัติ 4 ชั่วโมง 5. เนื้อหำหลักสูตร 5.1 ความเป็นมาของการท าแกงจืดสามกษัตริย์ 5.2 วัสดุ อุปกรณ์และการเลือกใช้ 5.3 ขั้นตอนการท าแกงจืดสามกษัตริย์
15 5.4 การปฏิบัติการท าแกงจืดสามกษัตริย์ 5.5 คุณค่าอาหารทางโภชนาการของแกงจืดสามกษัตริย์ 5.6 การจัดหาหรือจัดท าการบรรจุหีบห่อ 5.7 การคิดต้นทุน ก าไรจากการจ าหน่ายแกงจืดสามกษัตริย์ 5.8 ช่องทางการจัดการ การตลาดของแกงจืดสามกษัตริย์ 6. กำรจัดกำรเรียนรู้ การบรรยายให้ความรู้ การสาธิต การลงมือปฏิบัติ การอภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ 7. สื่อกำรเรียนรู้ 7.1 สื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือ ใบความรู้ 7.2 สื่ออิเล็กทรอนิกส์ 7.3 สื่อบุคคล เช่น ผู้รู้ ภูมิปัญญา 7.4 แหล่งเรียนรู้ในชุมชน 8. กำรวัดและประเมินผล ประเมินความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจากการสอบถาม แบบทดสอบ การสังเกต การมีส่วนร่วม และจากชิ้นงาน/ผลงาน 9. กำรจบหลักสูตร 9.1 มีเวลาเรียนและฝึกปฏิบัติตามหลักสูตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 9.2 มีผลการประเมินผ่านตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 9.3 มีผลงาน/ชิ้นงาน ผ่านการประเมินตามมาตรฐานและคุณภาพ 10. เอกสำรหลักฐำนกำรศึกษำ วุฒิบัตรออกโดยสถานศึกษา 11. กำรเทียบโอนผลกำรเรียน เทียบโอนเป็นรายวิชาเข้าสู่หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยพิจารณาจาก จ านวนชั่วโมง และความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดหลักสูตรสถานศึกษา รายวิชาเลือก สาระการประกอบอาชีพไม่น้อยกว่าร้อยละ 60
แผนกำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้หลเรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื้อหำ กำร1. ความเป็นมาของแกงจืด สามกษัตริย์ 1. อธิบายความเป็นมาของ แกงจืดสามกษัตริย์ได้ 1. ความเป็นมาของแกง จืดสามกษัตริย์ 1. วิทเป็นม2. วัสดุ อุปกรณ์และการ เลือกใช้ 2.อธิบายวัสดุ อุปกรณ์และ เลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม 2. วัสดุ อุปกรณ์และการ เลือกใช้ 2. วิทอุปกในกา3. ขั้นตอนการท าแกงจืด สามกษัตริย์ 3. อธิบายขั้นตอนการท า แกงจืดสามกษัตริย์ได้ 3. ขั้นตอนการท าแกงจืด สามกษัตริย์ 3. วิทท าแก4. การปฏิบัติท าแกงจืดสาม กษัตริย์ 4. ปฏิบัติการท าแกงจืดสาม กษัตริย์ได้ 4. การปฏิบัติการท า แกงจืดสามกษัตริย์ 4.1 วิจืดสาลงมือใบงา4.2 วิแลกเ
ลักสูตรกำรท ำแกงจืดสำมกษัตริย์ รจัดกระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและ ประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฏี ปฏิบัติ ทยากรอธิบายความ มาของแกงจืดสามกษัตริย์ 1. ใบความรู้ ความเป็นมา ของแกงจืดสามกษัตริย์ 1. สังเกต ความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วน ร่วม 4. ชิ้นงาน/ ผลงาน 5. ประเมินผล งานผู้เรียนโดย ใช้ใบงานที่ ก าหนด 10 นาที 4 ชั่วโมง ทยากรอธิบายวัสดุ รณ์และให้ผู้เรียนเลือกใช้ ารท าแกงจืดสามกษัตริย์ 2.1 รูปภาพ 2.2 ของจริง 10 นาที ทยากรอธิบายขั้นตอนการ กงจืดสามกษัตริย์ 3.1 ใบความรู้เรื่อง วิธีการท าแกงจืด สาม กษัตริย์ 3.2 ใบงานแบบบันทึก การ ท าแกงจืดสามกษัตริย์ 30 นาที วิทยากรสาธิตวิธีท าแกง ามกษัตริย์และให้ผู้เรียน อปฏิบัติพร้อมบันทึกลงใน าน วิทยากรและผู้เรียน เปลี่ยนเรียนรู้
เรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื้อหำ กำร5. คุณค่าอาหารทาง โภชนาการของแกงจืดสาม กษัตริย์ 5. อธิบายคุณค่าอาหารทาง โภชนาการของแกงจืดสาม กษัตริย์ได้ 5. คุณค่าอาหารทาง โภชนาการ 5.1 วิผู้เรีย5.2 วิร่วมกัเรียนทางโสามก5.3 วิ6. การจัดหาหรือจัดท า บรรจุหีบห่อ 6. จัดหาหรือจัดท าบรรจุหีบ ห่อได้อย่างเหมาะสม 6. การจัดหาหรือจัดท า บรรจุหีบห่อ 6. วิทจัดหา7. การคิดต้นทุน ก าไร 7. คิดต้นทุน ก าไรจากการ จ าหน่ายแกงจืดสามกษัตริย์ ได้ 7. การคิดต้นทุน ก าไร 7.1 วิเกี่ยวก าไร7.2 ใก าไร8. ช่องทางการจัดการ การตลาดของแกงจืดสาม กษัตริย์ 8. อธิบายช่องทางการ จัดการ การตลาดของแกง จืดสามกษัตริย์ได้ 8. ช่องทางการจัดการ การตลาด 8. วิทเกี่ยวการต
17 รจัดกระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและ ประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฏี ปฏิบัติ วิทยากรแจกใบความรู้ให้ ยนศึกษา วิทยากรและผู้เรียน กันอภิปรายแลกเปลี่ยน นรู้เกี่ยวกับคุณค่าอาหาร โภชนาการของแกงจืด กษัตริย์ วิทยากรสรุปองค์ความรู้ 5.1 ใบความรู้เรื่องคุณค่า อาหารทางโภชนาการ 5.2 ประเด็นอภิปราย“แกง จืดสามกษัตริย์ ให้คุณค่าทางโภชนาการ อะไรบ้าง” 10 นาที ทยากรอธิบายเทคนิคการ าหรือจัดท าบรรจุหีบห่อ 6.1 ตัวอย่างการบรรจุหีบ ห่อ 6.2 ใบความรู้เกี่ยวกับ หลักการออกแบบบรรจุ หีบห่อ 20 นาที วิทยากรให้ความรู้ วกับวิธีการค านวณต้นทุน ร ให้ผู้เรียนฝึกคิดต้นทุน ร 7.1 ใบความรู้ “การค านวณ ต้นทุน ก าไร” 7.2 ใบงาน การคิดต้นทุน ก าไร การท าแกงจืด สามกษัตริย์ 30 นาที ทยากรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วกับช่องทางการ ตลาด 8. ใบความรู้ “ช่องทางการจัดการ การตลาด” 10 นาที
ใบควำมรู้ ควำมเป็นมำของแกงจืดสำมกษัตริย์ การบริโภคเนื้อสัตว์นั้นมีหลากหลายทั่วโลก ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม หรือศาสนา หรือสถานะทางเศรษฐกิจ ผู้รับประทานมังสวิรัติเลือกไม่รับประทานเนื้อ ด้วยเหตุผลด้านจริยธรรม สิ่งแวดล้อม ศาสนาหรือสุขภาพ ซึ่งสัมพันธ์ กับการผลิตและบริโภคเนื้อสัตว์ ส าหรับแกงจืดสามกษัตริย์ เป็นอาหารที่รวมเนื้อสัตว์ 3 ชนิด คือ หมู ไก่ กุ้ง น ามามัดรวมกันด้วยหัวผักกาด เค็มตัดเป็นเส้นเล็ก ๆ ต้มกับน้ าซุปพอสุก จะได้รสเค็ม หวาน จากหัวผักกาดเค็ม โรยหน้าด้วยพริกไทย และผักชีเป็น เมนูที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีน ซึ่งเชื่อกันว่าซุปเป็นแหล่งเสริมสารอาหารที่ดี คนไทยและคนเอเชียได้คิดค้น การปรุงเมนูแกงจืดหรือซุปที่หลากหลาย รวมถึงอาหารประเภทก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น โดยที่ส่วนประกอบในการท าแกงจืด สามกษัตริย์ เป็นของหาได้ง่ายในท้องถิ่นทั่ว ๆ ไป มีสีสันน่ารับประทาน สามารถท าเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้
19 ใบควำมรู้ อุปกรณ์ ส่วนผสม และวิธีท ำแกงจืดสำมกษัตริย์ อุปกรณ์กำรเตรียม 1. มีด 2. เขียง 3. ถาด 4. ถ้วย 5. เครื่องชั่ง 6. ช้อนตวง 7. ถ้วยตวงของเหลว 8. ถ้วยตวงของแห้ง อุปกรณ์ประกอบ 1. หม้อ 2. ทัพพี 3. เตา อุปกรณ์จัดแต่ง/รับประทาน 1. ชามก้นลึก 2. ทัพพี อุปกรณ์บริการ 1. ถ้วยซุป 2. ช้อนซุป ส่วนผสม เนื้อไก่ชิ้น 10 ชิ้น (50 กรัม) หมูสันในหั่นชิ้น 10 ชิ้น (50 กรัม) กุ้งสดปอกเปลือกผ่าหลังดึงเส้นด าออก 5 ตัว หัวไชโป๊วเค็มหั่นเส้น 10 เส้น กระเทียมทุบ 4 กลีบ รากผักชีทุบ 1 ราก พริกไทยเม็ด 1/2 ช้อนชา น้ าซุปไก่ 4 ถ้วยตวง น้ าปลา 2 ช้อนชา เกลือป่น 1/2 ช้อนชา ต้นหอมหั่นท่อน 2 ช้อนโต๊ะ ผักชีหั่นท่อน 2 ช้อนโต๊ะ
20 ใบควำมรู้ ขั้นตอน กำรท ำแกงจืดสำมกษัตริย์ ขั้นตอนที่ 1 หั่นอกไก่และเนื้อหมู เป็นเส้นเล็กยาว 2 นิ้ว กุ้งสดปอกเปลือก ผ่าหลังเอาเส้นด าออก ผ่าครึ่งตามยาว ขั้นตอนที่ 2 หั่นหัวไชโป๊วเค็มเป็นเส้นยาวล้างน้ าให้หมดเค็ม พักไว้ ขั้นตอนที่ 3 มัดรวมเนื้อไก่ เนื้อหมู และกุ้งสดรวมกันด้วยหัวไชโป๊วหั่นเส้น
21 ขั้นตอนที่ 4 ต้มน้ าซุปพอเดือด น าเนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้ลงต้มพอสุก ปรุงรสด้วยน้ าปลา ชิมรสเค็มหวาน พอเดือดทั่ว โรย หน้าด้วยต้นหอม ผักชี และพริกไทย เทคนิคกำรประกอบอำหำร: 1. น้ าที่ใช้ต้มเนื้อสัตว์ ควรใช้น้ าเดือดไฟปานกลาง พอสุกจึงลดไฟอ่อน เคี่ยวต่อสักครู่ น้ าซุปจะใส หัวไชโป๊ว ถ้าใช้ชนิดที่เค็มมากจะท าให้น้ าซุปมีรสเค็มจัด ก่อนใช้จึงควรล้างก่อน และชิมรสก่อนปรุง 2. ถ้าท าจ านวนมากให้ลวกเนื้อสัตว์ให้สุก 70 % พักไว้ ก่อนเสิร์ฟ ต้มน้ าซุปให้เดือด ปรุงรส จัดเนื้อลง ถ้วย ๆ ละ 3-5 ชิ้น เติมน้ าซุปตกแต่งด้วยต้นหอม และผักชีหั่นท่อน คุณค่ำทำงโภชนำกำรต่อ 1 คน พลังงาน 90 แคลอรี คาร์โบไฮเดรต 2 กรัม โปรตีน 12 กรัม ไขมัน 4 กรัม ฟอสฟอรัส 132 มิลลิกรัม แคลเซียม 52 มิลลิกรัม ไนอาซีน 3 มิลลิกรัม โคเลสเตอรอล 10 มิลลิกรัม โซเดียม 497 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 1.2 มิลลิกรัม วิตามินเอ 30 อาร์อี พืช- ผักสมุนไพร กระเทียม ต้นหอม ผักชี พริกไทย คุณประโยชน์ กระเทียม แก้อาการท้องอืด ท้องเพ้อ ปวดท้อง ขับลม ลดไขมัน น้ าตาลในเลือด ต้นหอม แก้ขับเสมหะ ผักชี แก้อาการคลื่นไส้ อาเจียน ขับเหงื่อ พริกไทย แก้อาการท้องอืด ท้องเพ้อ ปวดท้อง
22 ใบงำน กำรท ำแบบบันทึก กำรท ำแกงจืดสำมกษัตริย์ ให้ผู้เรียนจดบันทึก ขั้นตอนกำรท ำแกงจืดสำมกษัตริย์ขณะที่วิทยำกรบรรยำย ส่วนผสม …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ขั้นตอนการท าแกงจืดสามกษัตริย์ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. .……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… .……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................................... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. .……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….............. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. .……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….............. ความคิดเห็นส่วนตัว …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. .……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..............
23 ใบควำมรู้ คุณค่ำอำหำรทำงโภชนำกำร ร่างกายของมนุษย์ควรได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้ร่างกายสามารถท ากิจกรรมต่าง ๆ ได้ อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จะท าให้ร่างกายแข็งแรง ป้องกันการเจ็บป่วยได้ ง่าย หากต้องการให้ร่างกายมีความสมบูรณ์แข็งแรงและไม่เป็นโรคภัยไข้เจ็บง่าย ก็ควรใส่ใจรับประทานอาหารให้ครบ ทั้ง 5 หมู่เป็นประจ าทุกวัน รายละเอียดของอาหารหลัก 5 หมู่ของคนไทยดังนี้ อำหำรหลักหมู่ที่ 1 เนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่ว และผลิตภัณฑ์จำกเนื้อ นม ไข่ อาหารหลักหมู่ที่ 1 ประกอบด้วยอาหารประเภทเนื้อสัตว์ นม ไข่ และถั่วต่าง ๆ ซึ่งอาหารประเภทนี้ จะให้สารอาหารประเภทโปรตีนแก่ร่างกาย เพื่อให้ร่างกายมีความเจริญเติบโต รวมทั้งท าให้ร่างกายมีความแข็งแรงขึ้น นอกจากนั้น ยังท าหน้าที่ช่วยเสริมภูมิต้านทานเพื่อป้องกันโรคให้แก่ร่างกายได้เป็นอย่างดีส าหรับร่างกายที่ได้รับ บาดเจ็บจากการเกิดอุบัติเหตุจนท าให้ร่างกายเกิดการสึกหรอ สารอาหารเหล่านี้จะช่วยซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอ ใน ส่วนของสารอาหารประเภทนี้ยังถูกน าไปสร้างกระดูก เลือด กล้ามเนื้อ ผิวหนัง น้ าย่อย เม็ดเลือด และฮอร์โมน รวมทั้ง ภูมิต้านทานเชื้อโรคต่าง ๆ ดังนั้นจึงถือว่าอาหารที่อยู่ในหมู่ที่ 1 นี้ จัดเป็นอาหารหลักที่มีความส าคัญในการสร้าง โครงสร้างของร่างกายในการเจริญเติบโต และช่วยท าให้อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายสามารถท างานได้เป็นปกติยิ่งขึ้น
24 ประโยชน์ของอาหารหลักหมู่ที่ 1 1. โปรตีนเป็นสารอาหารที่มีความจ าเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย 2. ร่างกายมีความต้องการโปรตีนอยู่เสมอเพื่อน าโปรตีนไปซ่อมแซมเนื้อเยื่อในส่วนที่สึกหรออยู่ทุกวัน 3. โปรตีนมีส่วนช่วยรักษาสมดุลน้ า เพราะโปรตีนที่มีอยู่ในเซลล์และหลอดเลือดจะช่วยรักษาปริมาณน้ า ในเซลล์และหลอดเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่มีความเหมาะสม 4. ช่วยรักษาสมดุลของ กรด – ด่างของร่างกาย เนื่องจากกรดอะมิโนนั้นจะมีหน่วยคาร์บอกซีลที่มีฤทธิ์เป็นกรด และเป็นด่าง ดังนั้นโปรตีนจึงมีคุณสมบัติช่วยรักษาสมดุลของ กรด – ด่าง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งส าคัญต่อการเกิดปฏิกิริยา ต่าง ๆ ภายในร่างกาย โปรตีนเป็นสารอาหารที่มีความส าคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการช่วยเสริมสร้างการ เจริญเติบโตของร่างกายและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ดังนั้นเมื่อขาดโปรตีนหรือได้รับโปรตีนจากอาหารน้อยเกินไป ก็จะ มีผลต่อร่างกายดังต่อไปนี้ 1. กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีอาการเหน็บชา และเป็นตะคริวบ่อยครั้ง 2. รู้สึกอ่อนเพลีย เจ็บป่วยง่าย ในผู้หญิงอาจพบปัญหาประจ าเดือนมาไม่สม่ าเสมอ 3. ผิวแห้ง ผมเสียขาดความเงางาม เล็บเปราะบาง แตกหักได้ง่าย 4. มีอาการทางระบบประสาท ความจ าไม่ดี จดจ าอะไรไม่ได้ คิดอะไรไม่ออก ร่วมกับมีความรู้สึกหดหู่กังวลใจ 5. หากขาดโปรตีนในวัยเด็ก จะส่งผลให้เด็กมีร่างกายแคระแกร็น ไม่สามารถเจริญเติบโตได้เต็มเหมือนกับเด็ก ในวัยเดียวกัน อำหำรหลักหมู่ที่ 2 แป้ง น้ ำตำล ข้ำว มัน และเผือก อาหารหลักหมู่ที่ 2 ประกอบไปด้วยแป้ง น้ าตาล ข้าว มัน และเผือก เป็นต้น ซึ่งอาหารประเภทนี้จะให้ สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตแก่ร่างกาย คือการให้พลังงานแก่ร่างกาย ท าให้ร่างกายสามารถท างานได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ในส่วนของพลังงานที่ได้รับจากการรับประทานอาหารประเภทนี้โดยส่วนใหญ่จะ หมดไปเป็นวันต่อวัน จากการท ากิจกรรมต่าง ๆ เช่น การท างาน การออกก าลังกาย เป็นต้น แต่หากรับประทาน อาหารประเภทนี้มากเกินความต้องการของร่างกาย จะท าให้พลังงานถูกเปลี่ยนเป็นไขมัน ท าให้เกิดโรคอ้วนได้
25 ประโยชน์ของอาหารหลักหมู่ที่ 2 1. มีความจ าเป็นต่อการเผาผลาญไขมันในร่างกายให้เป็นไปตามปกติ 2. มีความส าคัญต่อการท างานของสมอง 3. สงวนคุณค่าของโปรตีนไม่ให้เกิดการเผาผลาญเป็นพลังงาน หากร่างกายได้รับพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตที่ เพียงพอ 4. คาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานไม่ต่ ากว่าร้อยละ 50 ของแคลอรีทั้งหมดที่ร่างกายได้รับแต่ละ วัน 5. กรดกลูคูโรนิกซึ่งเป็นสารอนุพันธุ์ของกลูโคสนั้น จะคอยท าหน้าที่ในการเปลี่ยนสารพิษที่เข้าสู่ร่างกายเมื่อ สารพิษเหล่านั้นผ่านไปที่ตับให้มีพิษลดลง อีกทั้งยังท าให้สารพิษอยู่ในสภาพที่ขับถ่ายออกมาได้ อำหำรหลักหมู่ที่ 3 ผักสด อาหารหลักหมู่ที่ 3 ประกอบไปด้วยผักสดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นต าลึง ผักกาด ผักบุ้ง ผักใบเขียวต่าง ๆ และผัก ชนิดอื่น ๆ ที่สามารถน ามารับประทานได้โดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย ซึ่งอาหารประเภทนี้จะมีส่วนในการให้วิตามินและ เกลือแร่แก่ร่างกาย อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายมีความแข็งแรง มีภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ และท าให้ อวัยวะในร่างกายสามารถท างานได้เป็นปกติ ประโยชน์ของอาหารหลัก หมู่ที่ 3 1. ช่วยในการมองเห็นของดวงตา โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีแสงสว่างน้อย 2. ช่วยเผาผลาญโปรตีนที่อยู่ในร่างกาย เพื่อเสริมสร้างให้ร่างกายแข็ง มีภูมิคุ้มกัน 3. มีส่วนส าคัญต่อการท างานของเซลล์ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบประสาท ไขกระดูก หรือทางเดินอาหาร 4. ช่วยในการท างานของระบบขับถ่าย
26 อำหำรหลัก หมู่ที่ 4 ผลไม้ อาหารประเภทนี้ประกอบไปด้วยผลไม้ชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น กล้วย ส้ม มะละกอ แอปเปิล ล าไย มังคุด และอื่น ๆ ซึ่งผลไม้เหล่านี้จะให้สารอาหารประเภทวิตามินและเกลือแร่ ซึ่งเป็นสารที่จะช่วยท าให้ร่างกายมีความ แข็งแรงพร้อมทั้งมีภูมิต้านทานโรค และยังมีกากใยอาหารที่ช่วยท าให้การขับถ่ายของล าไส้เป็นไปตามปกติ ประโยชน์ของสารอาหารหมู่ที่ 4 1. ช่วยควบคุมความเป็นกรด – ด่างในร่างกาย 2. ช่วยควบคุมความสมดุลน้ า 3. มีส่วนช่วยในการเร่งปฏิกิริยาที่มีความเกี่ยวข้องกับการเผาผลาญกลูโคสให้เกิดพลังงาน หากขาดวิตามินเหล่านี้ไปก็จะส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ดังนี้ 1.ท าให้ระบบภูมิต้านทานต่ าลง และเกิดการเจ็บป่วยได้ง่ายหรือมีสุขภาพที่อ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด 2.มักจะมีอาการท้องผูก ท าให้ระบบการขับถ่ายแปรปรวนได้ เพราะได้รับใยอาหารที่มีในผลไม้น้อยเกินไป 3.เสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกอ่อนหรือกระดูกพรุน เนื่องจากขาดวิตามินและเกลือแร่ส าคัญที่จะช่วยเสริมสร้าง ความแข็งแรงให้กับกระดูก 4.อาจมีปัญหาตาฝ้าฟางและระบบประสาทผิดปกติ อำหำรหลัก หมู่ที่ 5 ไขมัน
27 อาหารหลัก หมู่ที่ 5 ไขมัน ประกอบไปด้วย กะทิมะพร้าว น้ ามันร า น้ านมถั่ว เหลือง และน้ ามันปาล์ม เป็น ต้น ซึ่งอาหารประเภทนี้จะมีส่วนในการให้สารอาหารประเภทไขมันแก่ร่างกาย ที่สร้างความอบอุ่นแก่ร่างกาย มีการ สะสมพลังงานที่ได้จากอาหารประเภทนี้ไว้ใต้ผิวหนังตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น บริเวณสะโพก หน้าท้อง และ บริเวณต้นขา เป็นต้น และไขมันที่สะสมเป็นพลังงานเก็บไว้ใช้ในเวลาที่จ าเป็นระยะยาวอีกด้วย ประโยชน์ของอาหารหลักหมู่ที่ 5 ไขมัน 1. ไขมันในปริมาณ 1 กรัม จะให้พลังงานมากถึง 9 กิโลแคลอรี ให้กรดไขมันที่จะเป็นต่อการช่วยในการดูดซึม ของวิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค 2. ไขมันจะท าให้รสชาติของอาหารถูกปาก แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีไขมันในปริมาณที่พอเหมาะ จะเห็นได้ว่าการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่นั้นมีความส าคัญ เพราะร่างกายไม่สามารถรับสารอาหาร ประเภทใดประเภทหนึ่งแต่เพียงเท่านั้น อีกทั้งหากรับประทานอาหารไม่ครบถ้วนในอาหารหลัก 5 หมู่ เพียงพอหรือ หากขาดสารอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง จะส่งผลกระทบต่อร่างกาย ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพในด้านอื่น ๆ ดังนั้น เพื่อร่างกายจะได้รับสารอาหารไปใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพและเสริมสร้างความสมบูรณ์ให้สุขภาพ จึงต้องพิถีพิถีใส่ใจเรื่องการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเน้นสารอาหารให้ครบถ้วนอาหารหลัก 5 หมู่เป็น ประจ าทุกมื้อถึงจะดีที่สุด จะท าให้โรคภัยไข้เจ็บไม่กล้ามาเบียดเบียน มีอายุยืนยาว การรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่เป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องแบ่งสัดส่วนการรับประทานตามช่วงวัยด้วย โดยชาวไทยวัยท างานนั้นกระทรวงสาธารณสุข แนะน า ดังนี้ 1. หมู่ที่ 1 โปรตีน : 6 ส่วน 2. หมู่ที่ 2 ข้าว แป้ง : 9 ส่วน 3. หมู่ที่ 3 พืชผัก : 4 ส่วน 4. หมู่ที่ 4 ผลไม้ : 3 ส่วน 5. หมู่ที่ 5 ไขมัน : 2-3 ส่วน
28 ใบควำมรู้ กำรบรรจุหีบห่อ การบรรจุหีบห่อ หมายถึง การน าเอาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ ไม้ ประกอบเป็นภาชนะหุ้มห่อ สินค้า เพื่อประโยชน์ในการใช้สอย การค้า ความสวยงาม ดึงดูดความสนใจ ท าให้เกิดความพึงพอใจจากผู้ซื้อสินค้า วัตถุประสงค์หลักของการบรรจุหีบห่อ 1. เพื่อป้องกันสินค้า ไม่ให้แตก หัก บุบ สลาย 2. เพื่อสะดวกต่อการจ าหน่าย 3. เพื่อประชาสัมพันธ์ และดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อ ส าหรับการบรรจุหีบห่อ สิ่งที่ต้องค านึงถึงคือการเลือกซื้อวัสดุที่จะใช้ในการบรรจุหีบห่อ ที่จะคงคุณค่าทาง อาหาร และท าให้เป็นที่สนใจของผู้ซื้อ เช่น 1. บรรจุถุงพลาสติกใส 2. บรรจุในกล่องพลาสติก 3. บรรจุลงในปิ่นโต 4. บรรจุกล่องกระดาษ 5. ห่อด้วยใบตอง ฯลฯ
29 ใบควำมรู้ กำรค ำนวณต้นทุน ก ำไร การค านวณต้นทุนเป็นส่วนหนึ่งของระบบบัญชีและการเงินของกิจการเป็นการบันทึกการวัดผลและรายงาน ข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนของสินค้าของกิจการโดยทั่วไป การค านวณต้นทุนจะใช้เวลาและลงรายละเอียดมากในกิจการที่ ผลิตสินค้าแต่ไม่ได้หมายความว่ากิจการประเภทอื่น เช่น กิจการขายส่ง ขายปลีก ร้านอาหารหรือบริการต่าง ๆ ไม่มี ความส าคัญในการที่ต้องค านวณต้นทุนเลย การค านวณต้นทุนสามารถน าไปใช้ได้ในทุกกิจการเพราะมีความส าคัญต่อ การบริหารจัดการธุรกิจ ดังนี้ 1. เพื่อให้ทราบถึงต้นทุนการผลิตและต้นทุนขายของธุรกิจ 2. เพื่อสามารถน าต้นทุนทั้งหมดของกิจการมาเปรียบเทียบกับรายได้จากการขายเพื่อจะได้ทราบว่า มีก าไรหรือขาดทุนในการขายสินค้า 3. เพื่อค านวณหรือตีราคาสินค้าคงเหลือที่ขายได้ไม่หมดว่ามีมูลค่าเท่าไหร่ 4. เพื่อใช้ในการวางแผนและควบคุมการซื้อสินค้าและจัดท างบประมาณในการซื้อสินค้า รวมทั้งต่อรองราคา กับผู้ขายวัตถุดิบ 5. เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าสินค้าใดควรขายต่อไปและสินค้าใดควรเลิกขาย (ในกรณีที่ผู้ผลิตมีสินค้า หลายชนิด) ต้นทุนแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ 1. ต้นทุนผันแปร คือต้นทุนที่ผันแปรตามจ านวนหน่วยที่ผลิตหรือขาย เช่น วัตถุดิบ ค่าแรงทางตรง ค่าใช้จ่ายในการผลิตทางตรง เป็นต้น 2. ต้นทุนคงที่คือต้นทุนที่เกิดขึ้นไม่ว่ากิจการจะได้ขายสินค้าหรือไม่ต้นทุนนี้จะไม่เปลี่ยนแปลงตาม จ านวนหน่วยที่ผลิตหรือขาย เช่น เงินเดือนพนักงานหน้าร้าน ค่าเช่าร้าน ค่าเสื่อมราคา ค่าประกันภัย เป็นต้น ดังนั้น ต้นทุนการผลิตจะประกอบไปด้วยวัตถุดิบ+ค่าแรงงาน +ค่าใช้จ่ายในการผลิต ซึ่งทั้งสาม รายการนี้เป็นเพียงส่วนของการผลิตเท่านั้นหากจะคิดต้นทุนรวมของสินค้าแล้วจ าเป็นต้องน าค่าใช้จ่ายในการขายและ ด าเนินการมารวมด้วย เช่น เงินเดือน ค่าคอมมิชชั่นพนักงานขาย ค่าแรงพนักงานขายหน้าร้าน ค่าการตลาด (โฆษณา แผ่นพับ) ค่าเช่าส านักงานและร้าน ค่าไฟฟ้าและน้ าประปา ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ ามันรถดอกเบี้ย ค่าเช่ารถ ค่าใช้จ่าย เบ็ดเตล็ด ฯลฯ เพื่อการค านวณต้นทุนให้ใกล้เคียงความจริง หากค านวณแค่วัตถุดิบ ค่าแรงงานและค่าน้ า ค่าไฟฟ้าก็ อาจท าให้ได้ต้นทุนสินค้าที่น้อยกว่าความเป็นจริงและมีผลท าให้ตั้งราคาขายที่ต่ าไปและอาจขาดทุนได้ การค านวณแบบง่าย ๆ นี้เหมาะกับผู้ประกอบการรายเล็กที่มีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์น้อยชนิด อาจขายเพียง น้ าพริก หรือแชมพูก็ได้ซึ่งเหมาะกับการค านวณสินค้าประเภท OTOP ที่มีความชัดเจนในเรื่องการใช้วัตถุดิบ ค่าแรงงานต่อรอบการผลิตและไม่มีการเก็บสต๊อกวัตถุดิบไว้การค านวณจ าเป็นต้องคิดเพื่อให้ทราบถึงต้นทุนผลิตต่อ หน่วยและน าต้นทุนผลิตไปรวมกับค่าใช้จ่ายในการด าเนินการเพื่อให้ทราบถึงต้นทุนรวมของสินค้าอีกครั้งหนึ่ง
30 ตัวอย่ำง กำรคิดต้นทุน ก ำไร กำรผลิตและค่ำใช้จ่ำยในกำรท ำแกงจืดสำมกษัตริย์ วัน เดือน ปี รำยกำร จ ำนวนสิ่งของ จ ำนวนเงิน (บำท) หมำยเหตุ 1 มี.ค 2561 ค่ำใช้จ่ำย (ต้นทุน) การก าหนดราคา ขาย คิดจากต้นทุน + ก าไรที่ต้องการ เนื้อไก่หั่นชิ้น 1 ก.ก 80 หมูสันนอกหั่นชิ้น 1 ก.ก 130 กุ้งสดปอกเปลือก 0.5 ก.ก 120 หัวไชโป๊หั่นเส้น 100 กรัม 10 กระเทียมทุบ 4 กลีบ 30 รากผักชีทุบ 1 ราก พริกไทยเม็ด ครึ่งช้อนชา น้ าปลา 2 ช้อนชา เกลือป่น ครึ่งช้อนชา ต้นหอม ผักชี 4 ช้อนโต๊ะ ค่าเบ็ดเตล็ด (ค่าไฟฟ้า ค่า น้ า ค่าแก๊ส) - 30 ค่าแรง 1 คน 200 รวมค่ำใช้จ่ำย 600 รำยได้ ขายแกงจืดสามกษัตริย์ 30 ถุง ๆละ 28 บาท 840 การก าหนดราคาขายต่อหน่วย ดังนี้ 1. ก าหนดก าไรที่ต้องการได้จากต้นทุน X (ก าไรที่ต้องการหารด้วย 100) ตัวอย่าง ขายแกงจืดสามกษัตริย์จากต้นทุน 600 บาท ต้องการก าไรร้อยละ 40 ดังนั้น ก าไรที่ต้องการ = 600 X 40 หาร 100 = 240 2. การก าหนดราคาขายต่อหน่วย ได้มาจากต้นทุน + ก าไร หารด้วยจ านวนหน่วย ตัวอย่าง ท าแกงจืดสามกษัตริย์ได้ 30 ถุง จากต้นทุน 600 บาท และก าไรที่ต้องการ 240 บาท ฉะนั้น ราคาขายต่อถุง = 600 บาท + 240 บาท หารด้วย 30 ถุง = 28 บาท หมำยเหตุ การก าหนดก าไรที่ต้องการขึ้นอยู่กับสิ่งเหล่านี้ด้วย เช่น ราคาตลาด ลักษณะของสินค้าและบริการ เป็นสินค้า หายาก เป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม หรือมีฤดูกาลเข้ามาเกี่ยวข้องก็สามารถที่จะก าหนดก าไรที่ต้องการสูงได้ การตั้งราคาให้ สามารถแข่งขันได้นั้นต้องอยู่บนพื้นฐานความสมดุลระหว่างความพึงพอใจของผู้ซื้อและผู้ขายด้วย ถ้าสินค้าโดยทั่วไปมี ขายกันแพร่หลาย มีคู่แข่งมากก็ต้องก าหนดก าไรน้อยลงไป
31 ใบงำน กำรคิดต้นทุน ก ำไร ผู้เรียน/กลุ่ม........................................................................................................................................................ เรื่อง .................................................................................................................................................................... วัน เดือน ปี รำยกำร จ ำนวนสิ่งของ จ ำนวนเงิน (บำท) หมำยเหตุ ค่าใช้จ่าย (ต้นทุน) .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. 1. ให้ก าหนดก าไรที่ ต้องการเป็นร้อยละก่อน 2. แล้วค านวณหาราคาต่อ หน่วยจึงจะทราบรายได้ 3. น ารายได้ที่ได้มาใส่ ตารางนี้ รวมค่ำใช้จ่ำย รายได้จากการขาย .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. รวมรำยได้ 1. ก าไรที่ต้องการ = ต้นทุน x ( ร้อยละของก าไรที่ต้องการหารด้วย 100 ) 2. ก าหนดราคาขายต่อหน่วย = ต้นทุน + ก าไร = ____________ จ านวนหน่วย
32 ใบควำมรู้ ช่องทำงกำรตลำด ช่องทางการขายเป็นส่วนส าคัญอย่างมากในการด าเนินธุรกิจ ช่องทางการขายหรือช่องทางการจัดจ าหน่ายมี ความหมายเดียวกันซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ P ของส่วนประสมการตลาด (Marketing mix) ที่นักการตลาดนิยมน าส่วนประสม ทั้งสี่มาวางเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดและการขายในยุคปัจจุบัน ดังนั้นช่องทางการจัดจ าหน่าย (Marketing channel) จึงถูกเข้ารวมอยู่ใน P=Place นั่นคือสถานที่ขาย แหล่งขาย ช่องทางการขายสินค้านั่นเอง สินค้าแต่ละชนิดอาจมี ช่องทางขายที่แตกต่างกัน ไปสินค้าอุปโภคมีช่องทางการขายผ่านร้านสะดวกซื้อ อาหารสดก็มีช่องทางการขายหน้า ร้านหรือหน้าบ้านของผู้ผลิต อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เสื้อผ้าส าเร็จรูปอาจใช้ช่องทางการขายได้หลายช่องทางเช่น ขาย ทางออนไลน์ ขายหน้าร้านตนเอง ขายในตลาดนัด ขายในห้างสรรพสินค้า มีการแบ่งช่องทางการจ าหน่ายในยุค ปัจจุบันได้เป็นประเภทใหญ่ๆ 2 ประเภทคือ 1. ช่องทางการจ าหน่ายทางตรง คือผู้ผลิตขายสินค้าไปยังผู้ใช้หรือผู้บริโภคด้วยตนเอง 2. ช่องทางการจ าหน่ายทางอ้อม คือผู้ผลิตขายสินค้าผ่านตัวกลาง ตัวแทนจ าหน่าย ร้านค้าส่งและร้านค้าปลีก เพื่อจ าหน่ายไปยังผู้ใช้หรือผู้บริโภค ช่องทางการจ าหน่ายทั้งสองประเภทนี้ยังแบ่งเป็นช่องทางขายได้อีกหลายๆทางโดยจะกล่าวถึงช่องทางขายที่ ส าคัญๆดังต่อไปนี้ ช่องทำงจ ำหน่ำยทำงตรงมีช่องทำงขำยดังนี้ 1. ขายผ่านหน้าร้านแบบไม่เคลื่อนที่ เป็นการขายผ่านหน้าร้าน, สาขาทั้งเป็นร้านค้าของตนเองหรือเช่าหน้า ร้านตามห้างสรรพสินค้า, Modern trade, เช่าพื้นที่ขายในปั้มน้ ามัน, ขายออกบูทตามงานแสดงสินค้า, เช่าพื้นที่ใน อาคารส านักงานเป็นต้น 2. ขายผ่านหน้าร้านที่เคลื่อนที่ไปมา เช่น ขายผลไม้ในรถบรรทุกที่ย้ายไปขายตามสถานที่ต่างๆได้ตามความ ต้องการ, เปิดท้ายขายของตามตลาดนัดต่างๆ, หาบเร่, แผงลอย เป็นการขายแบบอิสระ เปลี่ยนเส้นทางขายบ้าง เปลี่ยนสินค้าขายบ้าง สินค้าที่ขายอาจเป็นสินค้าตามฤดูกาลหรือเป็นสินค้าที่ผู้ขายไปหาซื้อได้มาในช่วงเวลานั้นๆ 3. ขายผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อออนไลน์การขายลักษณะ E-commerce นี้จะขายผ่านหน้าโฮมเพจของ ตนเองโดยมีตะกร้าให้ซื้อและมีการโอนเงินก่อนซื้อซึ่งมีบริษัทใหญ่ๆหลายแห่งเพิ่มช่องทางการขายทางอิเล็กทรอนิกส์ จ านวนมากเช่น 7-11 ขายโดยให้ลูกค้าเลือกซื้อใน 7-Catalogue ส าหรับการขายผ่าน Social media เป็นการขายที่ นิยมกันในกลุ่มคนที่ยังท างานประจ าและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และกลุ่มอาชีพอิสระที่ต้องการขายสินค้าเป็น อาชีพเสริม การขายประเภทนี้จะขายผ่านFacebook, Intragram, Line 4. ขายผ่านสื่อการขายที่เป็นอุปกรณ์ทันสมัย เช่น ขายผ่านโทรศัพท์มือถือ ผ่านเครื่องเอทีเอ็ม ผ่านตู้หยอด เหรียญต่างๆเช่น น้ าอัดลม กาแฟ เกมส์ เครื่องกดน้ าดื่ม เครื่องซักผ้า ฯลฯ การขายผ่านเครื่องใช้เหล่านี้ท าให้ประหยัด เรื่องแรงงานคนท าให้ต้นทุนการขายต่ าไปด้วย 5. ขายผ่านพนักงานขาย แม้ว่าการขายผ่านพนักงานจะเป็นวิธีเก่าๆที่ใช้กันมานานแต่ก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดส าหรับ สินค้าที่ขายให้กับอุตสาหกรรมเพราะต้องการการสาธิต การอธิบายวิธีการใช้และรายละเอียดคุณสมบัติของสินค้า สินค้าใหม่ที่ต้องการการอธิบายและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจ าเป็นต้องใช้การขายผ่านพนักงานขายเพื่อให้รู้จักสินค้า และทราบถึงคุณสมบัติของสินค้าก่อน นอกจากนั้นการขายผ่านพนักงานขายท าให้กิจการได้รับ Feedback จากลูกค้า ว่าพอใจหรือไม่พอใจในสินค้าของกิจการซึ่งท าให้เจ้าของกิจการน ามาปรับปรุงแก้ไขได้ภายหลัง
33 ช่องทำงกำรจ ำหน่ำยโดยอ้อมมีช่องทำงกำรขำยดังนี้ 1. ขายผ่านตัวแทนจ าหน่าย สินค้าจ าเป็นต้องมีการแต่งตั้งตัวแทนขายเพื่อกระจายสินค้าได้ทั่วประเทศเช่น รถยนต์ เครื่องจักรต่างๆ ยางรถยนต์ อะไหล่รถยนต์ สินค้าบางประเภทจ าเป็นต้องมีตัวแทนจ าหน่ายหากผู้ผลิตไม่ เชี่ยวชาญในการตลาดแต่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตมากกว่า การขายผ่านตัวแทนยังเหมาะกับการขายสินค้าที่เป็น บริการเช่นขายกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์และประกันชีวิตเป็นต้น 2. ขายผ่านคนกลางทั้งผู้ค้าส่งหรือผู้ค้าปลีก ส าหรับผู้ผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภคมักจะใช้วิธีการขายผ่าน ผู้ค้าส่งตามอ าเภอและจังหวัดต่างๆเพื่อกระจายสินค้า ส าหรับผู้ผลิตรายเล็กก็อาจขายผ่านผู้ค้าปลีกที่ขายตรงให้กับ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ 3. ขายผ่านระบบแฟรนไชส์ผู้ผลิตที่มีการขายแฟรนไชส์ให้กับบุคคลภายนอกสามารถใช้วิธีการขายผลิตภัณฑ์ ผ่านเครือข่ายหรือแฟรนไชส์ของตนเองได้เช่น ราชาบะหมี่, ชายสี่หมี่เกี้ยว, ข้าวมันไก่มิดไนท์เป็นต้น ส าหรับผู้ประกอบการที่ด าเนินธุรกิจส่งออกสินค้าไปต่างประเทศก็มีช่องทางการขายสองทางเช่นกันคือเป็นผู้ ส่งออกเองโดยขายตรงให้กับลูกค้าและอีกทางหนึ่งคือขายสินค้าผ่าน trader ที่เป็นตัวกลางขายสินค้าให้กับ ต่างประเทศ ปัจจุบันธุรกิจขนาดใหญ่มักใช้ช่องทางการขายทั้งทางตรงและทางอ้อมร่วมไปด้วยกันโดยขายผ่านหน้า ร้าน ผ่านสื่อออนไลน์ ผ่านสาขา ผ่านตัวแทนจ าหน่ายและใช้กลยุทธ์ต่างในการส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ อย่างกว้างขวางเพื่อท าให้ธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
34 แบบวัดและประเมินผล ประเด็นที่เกี่ยวข้อง 1. กำรจัดเตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือ 1.1 เลือกใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ ได้เหมาะสมกับประเภทและปริมาณ 1.2 ท าความสะอาดบ ารุงรักษาและจัดเก็บอุปกรณ์เครื่องมือได้อย่างถูกต้อง 2. จัดเตรียมวัตถุดิบ 2.1 เลือกใช้วัตถุดิบได้อย่างเหมาะสม 2.2 เตรียมวัตถุดิบได้อย่างเหมาะสม 2.3 จัดเก็บวัตถุดิบได้อย่างถูกต้องตามประเภทของวัตถุดิบ 3. ทักษะกำรท ำ 3.1 ท าได้ตามคุณลักษณะและมีเอกลักษณ์ที่ถูกต้อง 4. ทักษะกำรจัดตกแต่ง และน ำเสนอ 4.1 จัดตกแต่งและน าเสนอได้อย่างเหมาะสม
35 ใบงำน แบบประเมินผลงำนผู้เรียน ชื่อ - นามสกุล ..................................................................................………………............…. หลักสูตร ......................................................... กลุ่ม……………….………………...................... ค ำชี้แจง : ให้ผู้ประเมินขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ประเด็นที่ประเมิน ผู้ประเมิน ตนเอง เพื่อน วิทยากร 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 1. จัดเตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือ 1.1 เลือกใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ ได้อย่างเหมาะสม 1.2 ท าความสะอาดบ ารุงรักษาและจัดเก็บเครื่องมือได้อย่าง ถูกต้อง 2. จัดเตรียมวัตถุดิบ 2.1 เลือกใช้วัตถุดิบได้อย่างเหมาะสม 2.2 เตรียมใช้วัตถุดิบได้อย่างเหมาะสม 2.3 จัดเก็บวัตถุดิบได้อย่างเหมาะสม 3. ทักษะการท า 3.1 ทักษะฝีมือด้านการท า 3.2 รสชาติ 3.3 ความสะอาด 3.4 ความปลอดภัย 4. ทักษะการจัดตกแต่งและน าเสนอ 4.1 มีความเป็นระเบียบ 4.2 มีความคิดสร้างสรรค์ 5. การบรรจุหีบห่อ 5.1 จัดท าหรือจัดหาบรรจุหีบห่อได้อย่างเหมาะสม 6. คิดต้นทุน ก าไร 6.1 คิดต้นทุน ก าไร ก าหนดราคาขายได้ถูกต้อง รวม รวมทุกรายการ เฉลี่ย ผู้ประเมิน ......................................................(ตนเอง) ผู้ประเมิน........................................................ (เพื่อน) ผู้ประเมิน ................................................................ (วิทยากร)
36 บรรณำนุกรม แหล่งอ้ำงอิงออนไลน์ คนรักสุขภาพ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://mukjung.blogspot.com/2013/08/blog-post_5468.html (วันที่สืบค้นข้อมูล: 12 มิถุนายน 2562). FoodNetworkSolution ศูนย์เครือข่ายข้อมูลอาหารครบวงจร. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.foodnetworksolution.com/cookbook/item/0103/แกงจืดสามกษัตริย์(วันที่สืบค้น ข้อมูล: 12 มิถุนายน 2562). honestdocs. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://www.honestdocs.co/5-food-group-and-its-benefit (วันที่สืบค้นข้อมูล 17 มิถุนายน 2562). กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://bsc.dip.go.th/th/category/marketing2/fs-salechannelpresent (วันที่สืบค้นข้อมูล 18 มิถุนายน 2562). ร้านทวีผล. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.taweephon.com/product/34/กระต่ายจีน (วันที่สืบค้นข้อมูล: 4 กรกฎาคม 2562).