The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

มาลัยแบน

ปี 2566


ก ค ำน ำ ด้วยศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ จังหวัดอุทัยธานีเป็นศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรตามพระราชด าริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ อนุรักษ์อาชีพให้ประชาชนมีรายได้และเพื่อศึกษาค้นคว้า วิจัยพัฒนาความรู้ด้านอาชีพต่าง ๆ จากภูมิปัญญา ท้องถิ่นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่ส าคัญคือเป็นแหล่งเรียนรู้และจัดกิจกรรมการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในทุกรูปแบบ เป็นศูนย์สาธิต ทดลอง จัดแสดงและจัดจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ ของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ และโครงการพระราชด าริ ส่งเสริมสนับสนุนประสานงานการจัดอบรม วิชาชีพศิลปวัฒนธรรมไทยแก่ประชาชนทั่วไปในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการสนับสนุนประสานงานร่วมกับ ภาคีเครือข่ายในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานท า สร้างรายได้ให้ตนเองและ ครอบครัว เพื่อให้การด าเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ที่เน้นเรื่อง การมีอาชีพเพื่อการ มีงานท า มีรายได้ และอนุรักษ์สืบสาน รักษา ต่อยอดศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องงานศิลปหัตถกรรมไทย ซึ่งในจังหวัดอุทัยธานีประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการ เกษตรท าให้มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร นอกจากนี้ยังได้น าศาสตร์พระราชามาใช้ในการด ารงชีวิต แต่ในปัจจุบันสภาพทางเศรษฐกิจสังคม โครงสร้างประชากรเปลี่ยนไปมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย จึงท าให้วิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไป ท าให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและองค์ความรู้ต่าง ๆ ก าลังจะ สูญหายไป ซึ่งหมายรวมถึงงานศิลปหัตถกรรมไทย ดังนั้นศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์จึงตระหนักถึง ความส าคัญและต้องการอนุรักษ์สืบสาน รักษา และต่อยอดด้านศิลปหัตถกรรมไทย จึงได้คัดเลือกงาน ศิลปหัตถกรรมไทยที่ก าลังจะสูญหายมาจัดท าเป็นหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์เพื่อ เผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้มีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะด้านอาชีพ สามารถน าความรู้ที่ได้รับไป ประยุกต์ใช้ในการด ารงชีวิตและประกอบอาชีพต่อไป ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิ ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิทยากร ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา และบุคลกากรของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ที่ได้ร่วมจัดท าและพัฒนา หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นและจัดท าแผนการเรียนรู้รวมทั้งสื่อต่าง ๆ ให้ส าเร็จไปด้วยดีและหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ เล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อวิทยากร ครูผู้สอน และ ผู้เรียนและผู้ที่สนใจได้น าไปใช้ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าสูงสุด ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ พฤษภาคม 2566


ข สำรบัญ หน้ำ ค ำน ำ ก ควำมรู้เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในกำรร้อยมำลัยแบน 1 ควำมรู้พื้นฐำนในกำรจัดกำรเรียนรู้ตำมหลักสูตรมำลัยแบน 8 หลักสูตรมำลัยแบน 11 ความเป็นมา 11 หลักการของหลักสูตร 11 จุดประสงค์ของหลักสูตร 12 จุดประสงค์การเรียนรู้ 12 กลุ่มเป้าหมาย 12 ระยะเวลา 12 โครงสร้างหลักสูตร 12 การจัดการเรียนรู้ 13 สื่อการเรียนรู้ 13 การจัดกระบวนการเรียนรู้ 13 การวัดและประเมินผล 13 การจบหลักสูตร 13 เอกสารหลักฐานการศึกษา 13 แผนกำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้หลักสูตรมำลัยแบน 14 ใบความรู้ ความเป็นมาของมาลัยแบน 17 ใบความรู้ วิธีการร้อยมาลัยแบน 18 แบบบันทึกการเรียนรู้ของผู้เรียนหลักสูตรมาลัยแบน 21 ใบความรู้ คุณค่าและประโยชน์ของพวงมาลัยแบน 22 ใบความรู้ การบรรจุภัณฑ์ 23 ใบความรู้ การค านวณต้นทุน ก าไร 26 ใบงาน การคิดต้นทุน ก าไร 28 ใบความรู้ ช่องทางการตลาด 29 แบบประเมินผลการจัดการศึกษาและฝึกอบรมหลักสูตระยะสั้น 33 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ผู้เรียน 40 แบบทดสอบก่อนเรียน 42 แบบทดสอบหลังเรียน 43 บรรณำนุกรม รำยชื่อคณะผู้จัดท ำหลักสูตร


ค สำรบัญรูปภำพ หน้ำ ภาพที่ 1 เข็มมาลัย 1 ภาพที่ 2 เข็มมือ 2 ภาพที่ 3 ด้ายร้อยมาลัย 3 ภาพที่ 4 กรรไกร 3 ภาพที่ 5 ถาดพลาสติก 4 ภาพที่ 6 คีมปากแหลม 5 ภาพที่ 7 ปิโตรเลียมเจลลี่ 5 ภาพที่ 8 ดอกรัก 6 ภาพที่ 9 ดอกบานไม่รู้โรย 7 ภาพที่ 10 ดอกกล้วยไม้ 7 ภาพที่ 11 ใบกล้วย หรือใบตอง 8 ภาพที่ 12 มาลัยชายเดียว 10 ภาพที่ 13 มาลัยสองชาย 10 ภาพที่ 14 มาลัยช าร่วย 11 ภาพที่ 15 มาลัยแบน 11 ภาพที่ 16 อุปกรณ์และวัสดุในการร้อยมาลัยแบน 20 ภาพที่ 17 การร้อยมาลัยแบน 21 ภาพที่ 18 การร้อยมาลัยซีกรัดพวง 22 ภาพที่ 19 การร้อยซีกรัก 23 ภาพที่ 20 ดอกข่ากลีบกล้วยไม้ 24 ภาพที่ 21 การร้อยอุบะ 24 ภาพที่ 22 การร้อยมาลัยกลม 25 ภาพที่ 23 วิธีการประกอบพวงมาลัยแบน 25 ภาพที่ 24 บรรจุภัณฑ์กระดาษ 29 ภาพที่ 25 บรรจุภัณฑ์พลาสติก 29 ภาพที่ 26 บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ 30


1 ควำมรู้เกี่ยวกับวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในกำรร้อยมำลัยแบน ศูนย์วงเดือน อำคมสุรทัณฑ์ ศูนย์ฝึกอำชีพรำษฎรตำมพระรำชด ำริ จังหวัดอุทัยธำนี วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในกำรร้อยมำลัยแบน ในการจัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ในการจัดท าหลักสูตรการร้อยมาลัยแบน จะต้องใช้วัสดุและ อุปกรณ์หลากหลายชนิด ตั้งแต่เข็มมาลัย เข็มมือ ด้าย กรรไกร คีมปากเป็ด วาสลีน ถาดพลาสติก และดอกไม้ชนิดต่าง ๆ เพื่อประกอบการท า และการจัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ให้พร้อม วัสดุและอุปกรณ์ ทุกชนิดที่น ามาใช้ต้องอยู่ในสภาพที่ดีพร้อมใช้งาน ซึ่งท าให้การประกอบอาหารได้ดี ไม่เสียแรงงาน และประหยัดเวลา วัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบด้วย อุปกรณ์ในกำรร้อยมำลัย เข็มในการร้อยมาลัย มีหลากหลายชนิด เช่น เข็มมาลัย เข็มมือ เป็นต้น ซึ่งต้องเป็นเข็มเฉพาะ ในการใช้งาน การเลือกใช้เข็มในการร้อยมาลัย จะเลือกใช้เข็มที่ให้ความสะดวกในการใช้งานเพื่อให้สามารถ ร้อยมาลัยได้หลายรูปแบบ ซึ่งมีขั้นตอนในการร้อยแตกต่างกันออกไป เพื่อให้สามารถร้อยมาลัย ได้อย่าง ประณีต สวยงาม เข็มมำลัย (Steering Wheel) เข็มมาลัย เป็นเข็มเหล็กหรือสเตนเลสยาวประมาณ 12–14 นิ้ว ปลายแหลมมี 2 ขนาด ขนาดเล็ก 6 นิ้ว ใช้กับงานละเอียด ส่วนขนาดใหญ่ใช้กับงานดอกไม้ดอกใหญ่ หรือดอกไม้ที่มีกลีบใหญ่ ๆ เวลาซื้อควร เลือกให้เหมาะสมกับงานนั้น ๆ ด้วย วิธีกำรเลือกซื้อ ให้ค านึงถึงการเลือกใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละงาน ส่วนใหญ่เป็นเข็มเหล็กสเตนเลสยาว โดยประมาณ 12 – 14 นิ้ว ปลายแหลมจะมี 2 ขนาด ขึ้นอยู่กับดอกไม้ในแต่ละขนาด วิธีกำรใช้งำน เตรียมเข็มมาลัย ให้อยู่ในสภาพที่ดี ไม่เป็นสนิม และทาน้ ามันวาสลิมที่เข็มเล็กน้อย เพื่อให้สามารถ ร้อยมาลัยได้ง่ายขึ้น วิธีกำรเก็บรักษำ เข็มร้อยมาลัย ใช้แล้วควรล้างให้สะอาด เช็ดให้แห้ง ทาด้วยน้ ามันวาสลินห่อกระดาษไขแก้ว เพื่อไม่ให้เข็มเป็นสนิม ภาพที่ 1 : เข็มมาลัย โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


2 เข็มมือ (Hand needle) เข็มสั้นธรรมดาใช้ส าหรับเย็บดอกข่า เย็บโบ หรือร้อยอุบะก็ได้ ปกติมักจะใช้เบอร์ 8 และเบอร์ 9 เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างดี กำรเลือกซื้อ เข็มมือ หรือเข็มสั้นธรรมดา สามารถเลือกเข็มเหล็กที่แข็งแรงและคงทน ไม่เป็นสนิมง่าย วิธีกำรใช้งำน เตรียมเข็ม ตรวจดูสภาพเข็มให้อยู่ในสภาพที่ดีพร้อมใช้งาน และทาน้ ามันวาสลินที่เข็มเล็กน้อย กำรดูแลรักษำ ใช้แล้วควรล้างให้สะอาด เช็ดให้แห้ง ทาด้วยน้ ามันวาสลินห่อกระดาษไขแก้ว เพื่อไม่ให้เข็มเป็นสนิม ภาพที่ 2 : เข็มมือ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ด้ำยร้อยมำลัย ด้ายมีลักษณะเป็นเส้นยาวที่ประกอบขึ้นจากเส้นใยหลาย ๆ เส้นรวมกัน ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์ หรือเส้นใยธรรมชาติโดยอาจมีการขึ้นเกลียวหรือไม่ก็ได้ ด้ายแบ่งเป็น 3 ประเภทหลักๆ คือ ด้ายจากเส้นใยสั้น (spun yarn) ด้ายจากเส้นใยยาว (filament yarn) และด้ายชนิดพิเศษ (special yarn) วิธีกำรเลือกซื้อ ต้องค านึงถึงคุณภาพของด้าย และให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยค านึงถึงสีที่ต้องการใช้งาน ชนิดของด้าย เลือกยี่ห้อที่น่าเชื่อถือ และมีความแข็งแรง ทนทาน สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี วิธีกำรใช้งำน เส้นด้ายส าหรับงานมาลัยมี 2 ขนาด คือ ขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก ด้ายร้อยมาลัยเส้นใหญ่ ควรใช้ ด้ายคู่ ด้ายร้อยอุบะใช้เส้นเล็ก เบอร์ 40 หรือ 60 นิยมใช้ด้ายสีขาว ส าหรับด้ายเย็บ หรือมัดดอกข่า ควรใช้ ด้ายเส้นเล็ก และควรเป็นสีเดียวกับกลีบดอกไม้ที่ใช้ท าตุ้มดอกข่า


3 วิธีกำรเก็บรักษำ ก่อนการเก็บหลอดด้ายควรน าปลายด้ายสอดไว้ในรอยบากหรือที่เก็บด้าย ถ้าหลอดด้ายแบบไม่มี รอยบาก ใช้เทปใสปิดปลายด้ายให้ติดกับหลอดด้าย ควรเก็บด้ายในกล่องอุปกรณ์ให้เรียบร้อย ภาพที่ 3 : ด้ายร้อยมาลัย โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ กรรไกร (Scissors) กรรไกร เป็นเครื่องมือสามัญที่จัดอยู่ในกลุ่มเครื่องมือตัด ถูกออกแบบมาให้ใช้ได้ด้วยมือเปล่า มีทั้งแบบใช้มือเดียวและใช้สองมือ และมีคุณสมบัติเด่นหลัก ๆ คือช่วยให้ตัดชิ้นงานได้ทันใจ ประหยัดแรง ประหยัดเวลา พกพาสะดวก ไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บ และวิธีการบ ารุงรักษาเครื่องมือท าได้ง่าย กรรไกร มีหลายประเภท แต่ละประเภทมีรูปทรงและรูปแบบการใช้งานได้ดีต่างกัน จึงท าให้เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือตัด ที่นิยมใช้กันเกือบทุกสายงาน วิธีกำรเลือกซื้อ สิ่งแรกที่เลือกซื้อคือต้องให้ตรงกับความต้องการใช้งานในแต่ละประเภท โดยค านึงถึงใบมีด ที่มีคุณภาพ ต้องเป็นเหล็กกล้าไร้สนิท ง่ายต่อการลับให้คม ขนาดกะทัดรัด เหมาะสมกับการใช้งาน ถือจับได้ อย่างสบาย คุ้มค่าสมกับราคาและการใช้งาน ทั้งยังต้องปลอดภัยส าหรับการใช้งาน วิธีกำรใช้งำน ควรใช้กรรไกรให้เหมาะสมกับประเภทการใช้งาน ตรวจสอบสภาพของกรรไกร ให้มีสภาพพร้อม ต่อการใช้งาน ไม่เป็นสนิม และต้องมีการลับให้คมอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สามารถใช้งานได้ วิธีกำรเก็บรักษำ ไม่ควรตัดวัสดุอย่างอื่น และไม่ให้ตกพื้น หลังการใช้งานควรใช้ผ้าชุบน้ ามันเช็ดท าความสะอาด หลังจากใช้งาน เก็บในกล่องอุปกรณ์การตัดเย็บ ภาพที่ 4 : กรรไกร โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


4 ถำดพลำสติก (Round plastic tray) ถาดพลาสติก เป็นภาชนะส าหรับใส่ดอกไม้ขณะที่ก าลังร้อยมาลัย และใส่ดอกไม้ที่ร้อยเสร็จแล้ว วิธีกำรเลือกซื้อ วิธีการเลือกซื้อถาดพลาสติก ต้องเลือกซื้อถาดที่มีขนาดพอดีกับพวงมาลัย มีความแข็งแรง ทนทาน สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี วิธีกำรใช้งำน ใช้ส าหรับใส่ดอกไม้ในการร้อยมาลัย เพื่อไม่ให้ดอกไม้เหี่ยวเฉา ขณะที่ก าลังร้อยมาลัย และใช้ ส าหรับใส่มาลัยดอกไม้สดที่ร้อยส าเร็จแล้ว วิธีกำรเก็บรักษำ ถาดพลาสติก สามารถล้างและเช็ดให้แห้ง อยู่ในร่ม ไม่ตากแดด และเก็บในอุณหภูมิห้องปกติ ภาพที่ 5 : ถาดพลาสติก โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ คีบปำกแหลม (Needle Nose Pliers) คีมปากแหลม มีหน้าตาเป็นเอกลักษณ์ คือปากจะยาวแหลม ๆ ทั้งนี้ปากที่ยาวนั้น ถูกออกแบบมา เพื่อความแม่นย ามากขึ้น คีมปากแหลมนี้สามารถใช้งานได้หลากหลาย ส่วนมากใช้ในงานดัด ตัด วัสดุต่าง ๆ ให้เป็นไปตามต้องการ ทั้งนี้คีมปากแหลม ยังมีรูปแบบการออกแบบมาให้ใช้งานแบบเฉพาะเจาะจงในงาน นั้น ๆ เช่น งานตกปลา งานไฟฟ้า งานสร้างเครื่องประดับ งานจักรยาน งานประดิษฐ์ งานในห้องแลป เป็น ต้น ซึ่งจัดได้ว่าคีมปากแหลมเป็นหนึ่งในคีมที่นิยมอย่างมาก ซึ่งช่างแทบทุกคนจะมีติดตัวอย่างน้อยคนละ 1 ชิ้นอย่างแน่นอน วิธีกำรเลือกซื้อ วิธีการเลือกซื้อคีมปากแหลม ต้องเลือกคีมยี่ห้อที่ดี มีคุณภาพ มีความแข็งแรง ทนทาน สามารถใช้ งานได้นาน วิธีกำรใช้งำน วิธีการใช้งาน ต้องค านึงถึงการใช้งาน ต้องใช้คีมให้เหมาะสมกับงาน ไม่ควรใช้คีมแทนค้อน หรือไม่ ควรใช้ค้อนตีลงบนคีม และไม่ควรใช้คีมในงานที่เป็นการงัดแงะสิ่งของ เพราะจะท าให้คีมเสียหายได้ ในส่วนของการใช้งาน ส าหรับงานร้อบมาลัย คีม ใช้ส าหรับจับเข็มมาลัยขณะรูดมาลัยออกจากเข็ม


5 วิธีกำรเก็บรักษำ วิธีการเก็บรักษา หลังจากที่ใช้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรเช็ดท าความสะอาด หยดน้ ามันที่จุดหมุน แล้วชโลมน้ ามันหลังการใช้งานท า ปิโตรเลียมเจลลี(petroleum jelly) ปิโตรเลียมเจลลี(petroleum jelly) หรือ ปิโตรลาทัม (petrolatum) เป็นสารเคมีที่เป็นอนุพันธ์ ผลพลอยได้จากการกลั่นน้ ามันดิบใน ซึ่งจะผ่านกระบวนการกลั่นสารตกค้างต่าง ๆ ออกก่อนน ามาใช้ โดย ในช่วงยุค 1880 เริ่มมีการน าปิโตรเลียมเจลลี่มาใช้อย่างแพร่หลายในอเมริกา เพราะมีราคาถูกและน ามา แปรรูปได้หลายผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่โลชั่นไปถึงผลิตภัณฑ์ส าหรับเด็กแรกเกิด วิธีกำรเลือกซื้อ วิธีการเลือกซื้อ ต้องเลือกซื้อวาสลีนเจลลี่ จากยี่ห้อที่ดีมีคุณภาพ เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างดี ช่วยให้สามารถร้อยมาลัยได้ง่ายยิ่งขึ้น วิธีกำรใช้งำน วิธีการใช้งาน ใช้ในการทาเข็มมาลัย เพื่อช่วยให้สามารถร้อยมาลัยได้ง่ายขึ้น ลดอาการฝืดของ ดอกไม้ที่ร้อยมาลัย วิธีกำรเก็บรักษำ วิธีการเก็บรักษา หลังจากที่ใช้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ปิดฝาให้สนิท และเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย ภาพที่ 7 : ปิโตรเลียมเจลลี่ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ภาพที่ 6 : คีมปากแหลม โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


6 วัสดุในกำรร้อยมำลัย วัสดุที่ใช้ในการร้อยมาลัย จะเป็นดอกไม้ชนิดต่าง ๆ เช่น ดอกรัก ดอกกล้วยไม้ดอกบานไม่รู้โรย ดอกกล้วยไม้ และเป็นดอกไม้ที่มีขายอยู่ตามตลาดทั่วไป สามารถหาซื้อได้ง่าย และราคาไม่แพง ซึ่งมีอยู่ หลากหลายราคาให้เลือกซื้อ ตามความจ าเป็นและความต้องการของแต่ละบุคคล ดอกรัก ต้นรักเป็นพันธุ์ไม้พุ่มขนาดกลาง ที่พบเห็นได้ทั่วไปตามที่รกร้างว่างเปล่า ริมถนน ริมทาง ตามทุ่งนา ตามป่า แม้แต่ริมทะเลก็สามารถพบได้ ต้นรักขึ้นง่าย ทนทาน บางครั้งจะเห็นเมล็ดรักซึ่งมีขนสีขาวเป็น พู่ยาวๆ ปลิวตามลมไปในที่ต่าง ๆ ดอกรักมีสองสี คือสีขาวและสีม่วง หลัก ๆ แล้วนิยมน ามาร้อยพวงมาลัย เพื่อใช้ในพิธีมงคลต่าง ๆ วิธีกำรเลือกซื้อ วิธีการเลือกดอกรัก จะเลือกดอกแข็งสีขาว ไม่ช้ า หรือจะเก็บจากต้นเป็นช่อ มาแกะเอง เพื่อจะได้คัดขนาดของดอกที่มีขนาดเท่า ๆ กันได้ ช่วยให้มาลัยมีความสวยงาม ประณีตมากขึ้น วิธีกำรใช้งำน วิธีการใช้งาน จะมีดอกรัก ที่ได้มาแกะกลีบดอกออก โดยแยกจากเกสร จะได้ประมาณ 5 กลีบดอก เพื่อเป็นการเตรียมวัสดุในการร้อยมาลัย วิธีกำรเก็บรักษำ วิธีการเก็บรักษา ต้องพยายามไม่พรมน้ า เพราะจะท าให้ดอกช้ าและเน่าได้ควรใส่ถุงพลาสติก รัดปากถุงให้แน่น เก็บใส่เข้าตู้เย็นชั้นล่าง และห่อใส่ตะแกรงผึ่งลม ภาพที่ 8 : ดอกรัก โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ดอกบำนไม่รู้โรย (Globe Amaranth หรือ Bachelor Button) เป็นพืชล้มลุกในสกุลบานไม่รู้โรย ดอกมีสีม่วง แดง ขาว ชมพู และม่วงอ่อน มีถิ่นก าเนิดในทวีป อเมริกากลาง แถบประเทศปานามา และประเทศกัวเตมาลา ปัจจุบันกลายเป็นพืชประจ าถิ่นทั่วโลก[2] ในประเทศไทยมีชื่อพื้นเมืองอื่นคือ กะล่อม (เหนือ) ดอกสามปีบ่เหี่ยว (อีสาน) ดอกสามเดือน (เชียงใหม่,ใต้) ตะล่อม (เหนือ) และกุนหยี (ใต้) วิธีกำรเลือกซื้อ วิธีการเลือกดอกบานไม่รู้โรย ต้องเลือกสีดอกสด กลีบเลี้ยงใบยังสดอยู่ก้านดอกแข็ง กลีบไม่ร่วงง่าย วิธีกำรใช้งำน วิธีการใช้งาน ต้องพยายามตัดเป็นดอก เหลือก้านดอกประมาณ 1 ½ นิ้ว


7 วิธีกำรเก็บรักษำ วิธีการเก็บรักษา ต้องเก็บใส่ถุงพลาสติก รัดปากถุงให้แน่น เก็บเข้าตู้เย็นช่วงล่าง ถ้าไม่มีตู้เย็น ให้ใส่ถาดคลุมด้วยผ้าชื้น เพื่อให้ดอกไม้ยังสดอยู่เสมอ กล้วยไม้ ดอกกล้วยไม้ที่ใช้ มี 4 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ฟูจี พันธุ์ขาวสนาน พันธุ์5 เอ็น และพันธุ์ซากุระ (ม่วงอ่อน) วิธีกำรเลือกซื้อ เลือกช่อดอกสด ก้านแข็งสีเขียวสด ปลายกลีบดอกไม่ด า วิธีกำรใช้งำน ถ้าใช้ทั้งก้าน น าไปแช่ในน้ า ใส่น้ าให้ท่วมประมาณ ๒ - ๓ นิ้ว แล้วใช้ผ้าชื้น คลุมเอาไว้ วิธีกำรเก็บรักษำ เด็ดกลีบใหญ่ กลีบเล็ก และจมูกกล้วยไม้ออก เสร็จแล้ว ผึ่งไว้ให้กลีบนิ่มลงกว่าเดิมนิดหน่อยแต่ไม่ ถึงกับเหี่ยว เก็บใส่ถุงเย็น วางแผ่ไว้ ไม่ต้องพับปากถุง ภาพที่ 9 : ดอกบานไม่รู้โรย โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ภาพที่ 10 : ดอกกล้วยไม้ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


8 ใบกล้วย หรือ ใบตอง (banana leaf) ใบตอง คือ ใบของกล้วย ต้นกล้วย เป็นต้นไม้ที่มีความเกี่ยวพันธ์กับวิถีชีวิตของคนไทย เป็นอย่างยิ่ง ประโยชน์จากกล้วยได้ทั้งต้น ทั้งปลี และผลกล้วยมารับประทาน เช่น ต้น ต้นกล้วยมีกาบกล้วย ที่สามารถ ฉีกฝอยตากแห้งท าเป็นเชือกกล้วยได้ สามารถท าเป็นอาหาร กาบกล้วยใช้แกะสลักเป็นลวดลายไทยประกอบ ฐานจิตกาธาน ฐานเชิงตะกอน เรียกว่า “ลายแทงหยวก” ปลี (ดอก) ใช้เป็นเครื่องเคียงรับประทานสด ย า หรือต้มกะทิ กาบปลีใช้ตกแต่งประดับเป็นกลีบดอกไม้ หรือเครื่องประกอบการจัดดอกไม้ และผล ใช้รับประทานทั้งสุกดิบ สามารถน ามาประกอบอาหารทั้งคาวและหวาน เป็นต้น ใบ น ามาใช้งานโดยน ามา เป็นภาชนะส าหรับใส่ขนมหรืออาหารต่าง ๆ อาทิ ขนมกล้วย ข้าวเหนียวปิ้ง ข้าวต้มมัด ห่อหมก ฯลฯ เนื่องจากมีความทนทานต่อความร้อน นอกจากนี้ยังนิยมน ามาประดับพานร่วมกับดอกไม้ เพื่อใช้ในงานพิธี การต่าง ๆ อีกด้วย ศิลปะงานใบตอง เป็นงานประดิษฐ์แบบไทยอีกแบบหนึ่ง ที่มีความละเอียดอ่อน สลับซับซ้อน และท าได้ยากต้องอาศัยความช านาญ ทั้งการเลือกใบตอง ถ้าเลือกไม่ดีใบตองอาจฉีกขาดได้ง่าย จึงต้องอาศัยศึกษาเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ งานใบตองสามารถท าได้หลายแบบทั้งฉีก กรีด เจียน ตัด พับ ม้วน เย็บ ถัก สาน ให้เป็นรูปลักษณะต่าง ๆ ตามความต้องการ วิธีกำรเลือกซื้อ วิธีการเลือกซื้อใบตอง ควรเลือกซื้อที่มีความสดใหม่ ไม่เหี่ยวเฉา วิธีกำรใช้งำน วิธีการใช้งาน ต้องพยายามดูใบตองที่ซื้อมา เพื่อให้ลดความกรอบของใบตองลง ให้สามารถพับได้ วิธีกำรเก็บรักษำ วิธีการเก็บรักษา ควรเก็บไว้ไม่ให้โดนแสงแดด และควรเก็บไว้ในเย็น ภาพที่ 11 : ใบกล้วย หรือ ใบตอง โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


9 ควำมรู้พื้นฐำนในกำรจัดกำรเรียนรู้ตำมหลักสูตรมำลัยแบน หลักสูตรวิชำชีพระยะสั้น รูปแบบกลุ่มสนใจ ศูนย์วงเดือน อำคมสุรทัณฑ์ ศูนย์ฝึกอำชีพรำษฎรตำมพระรำชด ำริ จังหวัดอุทัยธำนี ความรู้พื้นฐานในการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการร้อยมาลัยแบน มีความสัมพันธ์และเชื่อมโยง อย่างใกล้ชิดกับวิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรมไทย การร้อยมาลัย เป็นเอกลักษณ์ประจ าชาติอย่างหนึ่ง ที่แสดงถึงวัฒนธรรมไทยและความเป็นไทย มีความสวยงามประณีตบรรจง และสื่อถึงความหมายในทางที่ดี มีลักษณะเฉพาะและต้องใช้การเรียนรู้และฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง การเรียนรู้การร้อยมาลัยแบน จึงเป็นการ เรียนรู้วิถีชีวิต สังคม ประเพณี วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของชาติไทย ซึ่งในปัจจุบันคนรุ่นใหม่ได้ให้ความ สนใจการร้อยมาลัยมากขึ้นเพราะนอกจากจะได้ช่วยสืบสานวัฒนธรรมของชาติแล้ว ยังเป็นการฝึกสมาธิ และจิตใจได้อีกด้วย เหตุนี้ธุรกิจด้านการร้อยมาลัยดอกไม้สด จึงกลับมาเป็นที่นิยมและเป็นที่ชื่นชอบส าหรับ คนไทยและคนต่างชาติ เพื่อขยายตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ จึงมีนโยบายในการจัดการเรียนรู้การฝึกอาชีพด้านการร้อยมาลัยแบน ตามความต้องการของท้องถิ่นและ เมื่อผู้เรียนส าเร็จจากการเรียนรู้ไปแล้ว สามารถน าความรู้และทักษะไปเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพ ได้ต่อไป ในการจัดการเรียนรู้การร้อยมาลัยแบน เป็นการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้เกี่ยวกับ ความเป็นมา ลักษณะ ประเภท วัตถุดิบและวัสดุอุปกรณ์ วิธีการท า คุณค่าและประโยชน์ ช่องทางการจัดการ การตลาด หลักการบรรจุหีบห่อ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ พร้อมทั้งมีทักษะได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการประยุกต์การร้อยมาลัยดอกไม้สด ที่มีความประณีต สวยงาม เป็นเอกลักษณ์ เพื่อเป็นการสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ต่อไป หลักกำรและเหตุผล การร้อยมาลัยดอกไม้สด หมายถึง ดอกไม้ประดิษฐ์แบบไทยลักษณะหนึ่ง โดยการน าดอกไม้ กลีบดอกไม้ ใบไม้และส่วนต่างๆของดอกไม้ที่ร้อยได้ มาร้อยเป็นพวงมีลักษณะต่างๆกันมากมายหลายแบบ ตั้งแต่แบบดั้งเดิมจนถึงแบบสมัยใหม่ ซึ่งดัดแปลงมาจากแบบดั้งเดิม นั่นเอง บรรพบุรุษของไทยมีชื่อเสียงในงานด้านศิลปะการประดิษฐ์อย่างมากมาย โดยเฉพาะการประดิษฐ์ ตกแต่งพวงดอกไม้ ใบไม้ ผลไม้ และวัสดุอื่น ๆ เป็นที่ขึ้นชื่อมานานแต่โบราณกาล แต่ไม่ปรากฏแน่ชัดว่า ได้มีการเริ่มต้นมาแต่ในสมัยใด คงเนื่องมาแต่ไม่มีการจดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรไว้นั่นเอง จึงไม่มี หลักฐานใด ๆ ให้อนุชนรุ่นหลังได้สืบค้น ต่อมาในสมัยสุโขทัยเป็นราชธานีแต่ครั้งสมัยพระเจ้าอรุณมหาราช คือพระร่วงเป็นพระเจ้าแผ่นดิน พระสนมเอก คือ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือนางนพมาศ ซึ่งเป็นผู้ที่มี ความสามารถในงานด้านฝีมือในการประดิษฐ์ดอกไม้สดเป็นเลิศในสมัยนั้น ตามหลักฐานที่อ้างถึงในพระราช นิพนธ์เรื่อง พระราชพิธี 12 เดือนตอนหนึ่งที่กล่าวถึงท้าวศรีจุฬาลักษณ์ได้คิดตกแต่งโคมลอยให้งดงามวิจิตร กว่าโคม ของพระสนมอื่นทั้งปวง โดยการน าเอาดอกไม้ต่าง ๆ มาประดิษฐ์ตกแต่งและยังได้เอาผลไม้มาท า การแกะสลักตกแต่งประกอบไปด้วย แต่ก็มิได้มีการอ้างถึงว่าในการตกแต่งครั้งนั้นมีการร้อยมาลัยมาประดับ ตกแต่งด้วยหรือไม่ และในหลักฐานที่อ้างถึงตอนหนึ่งว่า ในเดือนเมษายนมีพระราชพิธีสนามใหญ่บรรดา เจ้าเมือง เศรษฐี คหบดีเข้าเฝ้าถวายบังคมสมเด็จพระร่วงเจ้า เพื่อถวายเครื่องราชบรรณาการ พระสนม ก านัลต่าง ๆ ก็ร้อยกรองดอกไม้เป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ ใส่เมี่ยงหมากถวายให้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทาน แก่ผู้มาเฝ้าและในครั้งนั้น นางนพมาศ ก็ร้อยดอกไม้สีเหลืองเป็นรูปพานทองสองชั้นรองขัน มีระย้าระบาย งดงามในขันใส่เมี่ยงหมาก แล้วร้อยดอกไม้เป็นตาข่ายคลุมขันอีกทีหนึ่ง เป็นที่เจริญตาและถูกกาลเทศะ


10 สมเด็จพระร่วงเจ้าจึงทรงบัญญัติว่า ถ้าชาวไทยท าการรับแขกเป็นการสนามใหญ่ มีการอาวาห์มงคล หรือวิวาห์มงคล เป็นต้น การร้อยมาลัยดอกไม้สด เป็นศิลปะการร้อยมาลัย ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันสูงค่าของไทย แสดงให้เห็นถึงความละเอียดอ่อน นุ่มนวล การมีสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ ต้นก าเนิดเริ่มแรกของมาลัย ไม่เป็นที่แน่ชัด แต่น่าจะอยู่ในช่วงยุคสมัยสุโขทัย ดอกไม้ที่เหมาะในการน ามาร้อย ได้แก่ ดอกกล้วยไม้ ดอกรัก ดอกพุด ดอกมะลิ กล้วยไม้ พวงผกา ฯลฯ แต่ดอกไม้ที่ใช้ร้อยเป็นพื้นฐานส่วนใหญ่ นิยมใช้ดอก กล้วยไม้ดอกพุด ดอกมะลิ ใบไม้ ได้แก่ ใบแก้ว ใบโกศล ใบกระบือ ฯลฯ มาลัยดอกไม้สด มีหลายชนิด โดยแบ่งตามลักษณะ ดังนี้ มาลัยซีกหรือเสี้ยว มาลัยกลม มาลัยแบน มาลัยรี มาลัยตุ้ม มาลัยตัวหนอน มาลัยสามเหลี่ยม มาลัยสามกษัตริย์ มาลัยพวงดอกไม้ มาลัยเถา มาลัย ครุย มาลัยตัวสัตว์ เป็นต้น มาลัยแบ่งตามประเภทใช้สอย มี3 ประเภท ได้แก่ 1. มำลัยชำยเดียว คือ มาลัยที่ร้อยเป็นพวงกลมมีอุบะห้อยที่ชายมาลัยเพียงพวงเดียว มีชื่อเรียก หลายอย่าง เช่น มาลัยมือ มาลัยคล้องแขน มาลัยข้อพระกร เป็นมาลัยที่ถือด้วยมือ หรือคล้องแขน ตัวมาลัย มีหลายรูปแบบทั้งแบบมาลัยกลมธรรมดา มาลัยแบน มาลัยสามเหลี่ยม แบบมาลัยโซ่ ฯลฯ ใช้มอบให้บุคคล พิเศษในงานส าคัญ สามารถน าไปตกแต่งพาน ตกแต่งสถานที่ หรือใช้บูชาพระได้ ภาพที่ 12 : มาลัยชายเดียว โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ 2. มำลัยสองชำย คือ มาลัยที่มีสองชาย ห้อยอุบะข้างละพวง ให้คล้องคอบุคคล เพื่อให้ดูเป็น จุดเด่น เช่น ในงานมงคลสมรส ใช้คล้องคอคู่บ่าวสาว ประธานในพิธี หรือคล้องคอบุคคลที่ก าลังจะเดินทาง ไปต่างประเทศ ภาพที่ 13 : มาลัยสองชาย ที่มา https://www.pinterest.com/pin/802063014864006096/


11 3. มำลัยช ำร่วย คือ มาลัยขนาดเล็ก สวยงามน่ารัก ส่วนใหญ่จะเป็นมาลัยชายเดียว จะผูกต่อด้วย ริบบิ้น เป็นโบว์ส าหรับถือหรือติดเสื้อ ใช้มอบให้กับบุคคลจ านวนมาก ๆ เป็นของช าร่วย เป็นการแสดงความ ขอบคุณ ในโอกาสต่าง ๆ หรือใช้ในงานมงคล มีมาลัยตุ้ม มาลัยผ้าเช็ดหน้า มาลัยโซ่เล็ก มาลัยรูปสัตว์ เป็นต้น ภาพที่ 14 : มาลัยช าร่วย โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรตามพระราชด าริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ด าเนินการจัดฝึกอบรมวิชาชีพให้แก่ประชาชน ในจังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดต่าง ๆ จึงได้จัดท าหลักสูตรการร้อยมาลัยแบน ซึ่งเป็นหลักสูตรระยะสั้น รูปแบบกลุ่มสนใจ ที่เน้นการส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยให้ประชาชนได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ ได้ด้วยตนเอง และร่วมกันสืบสานให้คงอยู่ต่อไป ภาพที่ 15 : มาลัยแบน โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


12 หลักสูตรกำรจัดกำรศึกษำต่อเนื่อง หลักสูตรวิชำชีพระยะสั้น หลักสูตรมำลัยแบน รูปแบบกลุ่มสนใจ จ ำนวน 10 ชั่วโมง ศูนย์วงเดือน อำคมสุรทัณฑ์ ศูนย์ฝึกอำชีพรำษฎรตำมพระรำชด ำริ จังหวัดอุทัยธำนี 1. ควำมเป็นมำ มาลัย เป็นงานประดิษฐ์ดอกไม้สดที่ต้องใช้ความบรรจงและประณีต โดยการน ากลีบดอกไม้ และใบไม้ที่มีสีสันสวยงาม มาร้อยเรียงให้เกิดเป็นลวดลายต่าง ๆ ที่มีความงดงามยิ่งขึ้น การร้อยพวงมาลัย มีการถ่ายทอดกันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จวบจนปัจจุบัน นับว่าเป็นการสืบทอดและรักษาวัฒนธรรม อันดีงามของชาติ งานพวงมาลัยมีการพัฒนาในรูปแบบต่าง ๆ ให้มีความสวยงามและแปลกใหม่ เช่น การท า มาลัยชายเดียว โดยทั่วไปเรียกว่ามาลัยข้อมือ หรือมาลัยคล้องแขน ใช้ส าหรับคล้องแขนหรือบูชาพระ มาลัย สองชาย หรือมาลัยคล้องคอคู่บ่าวสาว หรือส าหรับแสดงการต้อนรับ และมาลัยของช าร่วย เช่น ตัวกระแต ทั้งนี้ ยังมีรายละเอียดต่าง ๆ เช่น การร้อยอุบะ การท าดอกข่า การแต่งตัว การประกอบมาลัยส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกันจนส าเร็จและสวยงาม สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงมี พระราชด าริให้ประชาชนคนไทย สืบสาน อนุรักษ์ รักษา ต่อยอดการร้อยมาลัยดอกไม้สด เนื่องจากสภาพ วิถีการใช้ชีวิตของประชาชนในปัจจุบันเปลี่ยนไป ท าให้ศิลปวัฒนธรรมไทยที่ดีงามในสมัยอดีต ถูกลืมเลือน ไป ดังนั้นหากมีการสืบทอดและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ให้ได้รู้ที่มาและความส าคัญของศิลปวัฒนธรรม ไทยมากขึ้น เพื่อให้เกิดการเรียนรู้มีทักษะ และสามารถสร้างอาชีพเพิ่มรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว ดังนั้น ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ซึ่งรับผิดชอบการจัดฝึกอบรมด้านอาชีพของจังหวัดอุทัยธานี ตามพระราชด าริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จึงได้สืบสานและอนุรักษ์การร้อยมาลัยแบน เพื่อให้ผู้สนใจได้มีความรู้ความเข้าใจการร้อยมาลัยแบน และต่อยอดท าเป็นอาชีพและสร้างรายได้ให้กับตนเอง รวมทั้งยังเป็นการอนุรักษ์การร้อยมาลับแบน ซึ่งเป็น ศิลปวัฒนธรรมที่ดีงามให้คงอยู่ต่อไป 2. หลักกำรของหลักสูตร 2.1 เป็นหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่นในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลา และการวัดและการประเมินผล 2.2 มุ่งพัฒนาประชาชนให้ได้รับการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ และการมีงานท าอย่างมีคุณภาพ ทั่วถึงและเท่าเทียม สามารถลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว 2.3 มุ่งเน้นพัฒนาประชาชนให้เป็นบุคคลที่มีวินัย เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม มีจิตอาสา มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รับผิดชอบต่อตนเองและสังคม 2.4 มุ่งเน้นกระบวนการกลุ่มฝึกปฏิบัติจริงของผู้เรียน 3. จุดประสงค์ของหลักสูตร 3.1 เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ และความเข้าใจการร้อยมาลัยแบน 3.2 เพื่อให้ประชาชนมีทักษะการร้อยมาลัยแบน 3.3 เพื่อให้ประชาชนสามารถน าความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการด ารงชีวิต และน าไป ประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพได้


13 4. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียน 4.1 อธิบายความเป็นมาของการร้อยมาลัยแบน 4.2 อธิบายวัสดุ อุปกรณ์และเลือกใช้ได้ 4.3 อธิบายขั้นตอนการร้อยมาลัยแบนได้ 4.4 ปฏิบัติการร้อยมาลัยแบนได้ 4.6 จัดหาหรือจัดท าการบรรจุหีบห่อได้อย่างถูกต้อง 4.6 คิดต้นทุน ก าไร จากการจ าหน่ายมาลัยแบนได้ 4.7 อธิบายช่องทางการจัดการการตลาดของมาลัยแบน 5. กลุ่มเป้ำหมำย ประชาชนทั่วไป ไม่น้อยกว่า 6 คน 6. ระยะเวลำ ภาคทฤษฎี 2 ชั่วโมง ภาคปฏิบัติ 8 ชั่วโมง 7. โครงสร้ำงหลักสูตร เรื่อง ที่ หัวเรื่อง เวลำเรียน (ชั่วโมง) ทฤษฎี ปฏิบัติ รวม 1 ช่องทางการประกอบอาชีพการการร้อยมาลัยแบน 1. ความเป็นมาของการร้อยมาลัยแบน 2. ความเป็นไปได้และการตัดสินใจในการประกอบอาชีพการร้อยมาลัยแบน 30 นาที 30 ชั่วโมง 1 ชั่วโมง 2 การจัดกระบวนการเรียนรู้/ฝึกปฏิบัติการร้อยมาลัยแบน 1. การร้อยมาลัยแบน 2. วัสดุ อุปกรณ์และการเลือกใช้ 3. ขั้นตอนการร้อยมาลัยแบน 4. การปฏิบัติการร้อยมาลัยแบน 5. คุณค่าและประโยชน์ของการร้อยมาลัย 1 ชั่วโมง 7 ชั่วโมง 8 ชั่วโมง 3 การบริหารจัดการในการประกอบอาชีพการร้อยมาลัยแบน 1. การจัดหาหรือจัดท าการบรรจุหีบห่อ 2. การคิดต้นทุน ก าไร จากการจ าหน่ายการร้อยมาลัยแบน 3. ช่องทางการจัดการการตลาดของการร้อยมาลัยแบน 30 นาที 30 นาที 1 ชั่วโมง รวมทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง 8 ชั่วโมง 10 ชั่วโมง 8. กำรจัดกำรเรียนรู้ การบรรยายให้ความรู้ การสาธิต การลงมือปฏิบัติ การอภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้


14 9. สื่อกำรเรียนรู้ 9.1 สื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือ ใบความรู้เป็นต้น 9.2 สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น คลิปวีดิโอ เป็นต้น 9.3 สื่อบุคคล เช่น วิทยากร ครูผู้สอน ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น 9.4 แหล่งเรียนรู้ในชุมชน 10. กำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้ 10.1 การบรรยาย 10.2 การสาธิต 10.3 การฝึกปฏิบัติ 11. กำรวัดและประเมินผล ประเมินความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจากการสอบถาม แบบทดสอบ การสังเกต การมีส่วนร่วม และจากชิ้นงาน/ผลงาน 12. กำรจบหลักสูตร 12.1 มีเวลาเรียนและฝึกปฏิบัติตามหลักสูตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 12.2 มีผลการประเมินผ่านตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 12.3 มีผลงาน/ชิ้นงานผ่านการประเมินตามมาตรฐานและคุณภาพ 13. เอกสำรหลักฐำนกำรศึกษำ 13.1 หลักฐานการประเมินผล 13.2 วุฒิบัตรออกโดยสถานศึกษา กำรประเมินผล วิธีกำร เครื่องมือ ทดสอบความรู้ความเข้าใจของผู้เรียน แบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน ทดสอบคุณธรรม จริยธรรมของผู้เรียน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นิเทศ ติดตาม ประเมินผู้เรียน แบบประเมินผลงานผู้เรียน ประเมินผลความพึงพอใจในการจัดกิจกรรม แบบประเมินความพึงพอใจ แนวทำงกำรประเมินผลกำรเรียน (รวบยอด) วิธีกำร เครื่องมือ เกณฑ์กำรจบหลักสูตร 1. ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 1.1 ประเมินความรู้ทางภาคทฤษฎี 1.2 ประเมินทักษะการปฏิบัติ แบบทดสอบ ผลงาน / ชิ้นงาน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่น้อย กว่าร้อยละ 60 มีผลงาน/ชิ้นงานที่มีคุณภาพ


แผนกำรจัดกระบวนกำรเรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื้อหำ กำรเรื่องที่ 1 ช่องทำงกำรประกอบอำชีพมำลัยแบน 1. ความเป็นมาของ มาลัยแบน 1. อธิบายความเป็นมาของ มาลัยแบนได้ 1. ความเป็นมาของ มาลัยแบน 1. วิทเป็นม2. ความเป็นไปได้และ การตัดสินใจในการ ประกอบอาชีพการร้อย มาลัยแบน 1. อธิบายทางเลือกในการ ประกอบอาชีพได้ 2. อธิบายองค์ประกอบ ปัญหา และข้อแนะน า ก่อนตัดสินใจเลือกอาชีพได้ 3. อธิบายหลักเกณฑ์และ การตัดสินใจเลือกอาชีพได้ 4. การประเมินความพร้อม และความเป็นไปได้ของอาชีพ ที่ตัดสินใจเลือกได้ 1. การวางแผนเลือก ประกอบอาชีพ 2. องค์ประกอบ ปัญหา และข้อแนะน าก่อนตัดสินใจ เลือกอาชีพ 3. หลักเกณฑ์และการ ตัดสินใจเลือกอาชีพ 4. การประเมินความพร้อม และความเป็นไปได้ของ อาชีพที่ตัดสินใจเลือก วิทยาและกประกแบน


15 รเรียนรู้หลักสูตรมำลัยแบน รจัดกระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฎี ปฏิบัติ ทยากรอธิบายความ มาของมาลัยแบน 1. ใบความรู้ ความเป็นมาของ มาลัยแบน 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียน โดยใช้ใบงาน ที่ก าหนด 15 นาที 30 นาที ากรอธิบายความเป็นไปได้ การตัดสินใจในการ กอบอาชีพการร้อยมาลัย แบบทดสอบ ก่อนเรียน 15 นาที 15


เรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื้อหำ กำรเรื่องที่2 กำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้มำลัยแบน 1. การร้อยมาลัยแบน 1. อธิบายการร้อยมาลัย แบนได้ 1. การร้อยมาลัยแบน 1. วิทเป็นม2. วัสดุ อุปกรณ์ และการเลือกใช้ 2.อธิบายวัสดุ อุปกรณ์ และเลือกใช้ได้ 2. วัสดุ อุปกรณ์ และการเลือกใช้ 2. วิทอุปกรในกา3. ขั้นตอนการร้อยมาลัย แบน 3. อธิบายขั้นตอนการร้อย มาลัยแบนได้ 3. ขั้นตอนการร้อยมาลัย แบน 3. วิทการร้4. การปฏิบัติการ การร้อยมาลัยแบน 4. ปฏิบัติการร้อยมาลัยแบน ได้ 4. การปฏิบัติการร้อยมาลัย แบนได้ 4.1 วิมาลัยลงมือลงใน4.2 วิแลกเ5. คุณค่า และประโยชน์ ของการร้อยมาลัยแบน 5. อธิบายคุณค่าและ ประโยชน์ ของการร้อยมาลัย แบนได้ 5. คุณค่าและประโยชน์ ของการร้อยมาลัยแบน 5.1 ผู้คุณค่ร้อยม5.2 วิอภิปรเกี่ยวกของก5.3 วิ


16 รจัดกระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฎี ปฏิบัติ ทยากรอธิบายความ มาของมาลัยแบน 1. ใบความรู้ วิธีการร้อยมาลัยแบน 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียน โดยใช้ใบงาน ที่ก าหนด 10 นาที 7 ชั่วโมง ทยากรอธิบายวัสดุ รณ์และให้ผู้เรียนเลือกใช้ ารร้อยมาลัยแบน 2.1 รูปภาพ 2.2 ของจริง 10 นาที ทยากรอธิบายขั้นตอน ร้อยมาลัยแบน 3.1 ใบความรู้ วิธีการร้อยมาลัย แบน 3.2 ใบงาน การร้อย มาลัยแบน 30 นาที วิทยากรสาธิตวิธีการร้อย ยแบน และให้ผู้เรียน อปฏิบัติพร้อมบันทึก นใบงาน วิทยากรและผู้เรียน เปลี่ยนเรียนรู้ ผู้เรียนศึกษาใบความรู้ า และประโยชน์ของการ มาลัยแบน ทยากรและผู้เรียนร่วมกัน รายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กับคุณค่า และประโยชน์ การร้อยมาลัยแบน วิทยากรสรุปองค์ความรู้ 5.1 ใบความรู้ คุณค่า และประโยชน์ ของการร้อยมาลัย แบน 5.2 ประเด็นอภิปราย การร้อยมาลัยแบนให้ คุณค่า และประโยชน์ ของการอย่างไรบ้าง 10 นาที 16


เรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื้อหำ กำรเรื่องที่ 3 กำรบริหำรจัดกำรในกำรประกอบอำชีพมำลัยแบน 1. จัดหาหรือจัดท าบรรจุ หีบห่อ 1. จัดหาหรือจัดท าบรรจุหีบ ห่อได้อย่างเหมาะสม 1. การจัดหาหรือจัดท า บรรจุหีบห่อ 1. วิทจัดหา2. การคิดต้นทุน ก าไร 2. คิดต้นทุน ก าไร จากการ จ าหน่ายมาลัยแบนได้อย่าง ถูกต้อง 2. การคิดต้นทุน ก าไร 2.1 วิเกี่ยวก าไร 2.2 ใก าไร 3.ช่องทางการจัดการ การตลาดของมาลัยแบน 3. อธิบายช่องทางการ จัดการการตลาดของมาลัย แบน 3. ช่องทางการจัดการ การตลาด 3. วิทเกี่ยว


17 รจัดกระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฎี ปฏิบัติ ทยากรอธิบายเทคนิคการ าหรือจัดท าบรรจุหีบห่อ 1.1 ใบความรู้ บรรจุภัณฑ์ 1.2 ตัวอย่าง บรรจุภัณฑ์ 10 นาที 10 นาที วิทยากรให้ความรู้ กับวิธีการค านวณต้นทุน ให้ผู้เรียนฝึกคิดต้นทุน 2.1 ใบความรู้การ ค านวณต้นทุน ก าไร 2.2 ใบงานการคิด ต้นทุน ก าไร 10 นาที 20 นาที ทยากรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กับช่องทางการตลาด 3. ใบความรู้ช่องทาง การตลาด 10 นาที 17


18 ใบควำมรู้ ควำมเป็นมำของมำลัยแบน ควำมเป็นมำ การร้อยมาลัย เป็นงานประดิษฐ์ดอกไม้สดที่ต้องใช้ความบรรจงและประณีต โดยการน ากลีบดอกไม้ และใบไม้ที่มีสีสันสวยงาม มาร้อยเรียงให้เกิดเป็นลวดลายต่าง ๆ ที่มีความงดงามยิ่งขึ้น การร้อยพวงมาลัย มีการถ่ายทอดกันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จวบจนปัจจุบัน นับว่าเป็นการสืบทอดและรักษาวัฒนธรรม อันดีงามของชาติ งานมาลัยมีการพัฒนาในรูปแบบต่าง ๆ ให้มีความสวยงามและแปลกใหม่ เช่น การท า มาลัยซีก มาลัยกลม มาลัยแบน ใช้ส าหรับคล้องแขนหรือบูชาพระ มาลัย คือ การน าดอกไม้ กลีบดอกไม้ หรือส่วนต่าง ๆ ของดอกไม้ มาร้อยลงในเข็มยาว ๆ ที่เราเรียกว่า เข็มมาลัย แล้วรูดออกใส่ด้าย ผูกเป็นพวง ดอกไม้ที่เหมาะในการน ามาร้อยได้แก่ กล้วยไม้ดอกรัก ดอกพุด ดอกบานไม่รู้โรย กุหลาบ เป็นต้น ทั้งนี้ ยังมีรายละเอียดต่าง ๆ เช่น การร้อยอุบะ การท าดอกข่า การร้อยซีกรัดพวง การแต่งตัว การประกอบมาลัย ส่วนต่าง ๆ ชนิดมาลัยแบ่งได้ตามลักษณะ ดังนี้ 1. มาลัยซีกหรือเสี้ยว หมายถึง มาลัยที่ร้อยไม่เต็มวง ร้อยเพียงครึ่งวงกลมหรือน้อยกว่า 2. มาลัยกลม หมายถึง การร้อยกลีบดอกทีละดอกหรือกลีบวนรอบเข็ม โดยให้มีรัศมีของกลีบ เท่ากัน นิยมร้อยตั้งแต่ 6 กลีบ เช่น ห่วงรัก ถึง 15 ดอก เช่น ดอกพุด ถ้าเป็นดอกเล็กหรือกลีบเล็ก ต้องใช้ จ านวนกลีบมาก แต่ถ้ากลีบดอกใหญ่ให้ใช้กลีบน้อย ให้พิจารณาตามความเหมาะสม 3. มาลัยแบน หมายถึง มาลัยที่ร้อยกลีบดอกด้านข้างทอดกลีบยาวทั้งสองข้าง ส่วนด้านหน้า และด้านหลัง ส่งกลีบดอกสั้น มาลัยแบนมี 2 ชนิด คือ มาลัยแบนหน้าเดียวและมาลัยแบน 2 หน้า 4. มาลัยเถา หมายถึง มาลัยที่ร้อยจากมาลัยซีก หรือมาลัยกลม น ามาผูกต่อกันเป็นวงกลมจัดวาง บนพาน วงล่างสุดจะเป็นวงใหญ่ แล้วค่อย ๆ วงเล็กขึ้น คล้ายยอดเจดีย์ ยอดตกแต่งด้วยมาลัยตุ้ม ส่วนฐาน ตกแต่งด้วยเย็บแบบเฟื่องและทัดหู สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงมี พระราชด าริให้ประชาชนคนไทย สืบสาน อนุรักษ์ รักษา ต่อยอดการร้อยมาลัยดอกไม้สด เนื่องจากสภาพ วิถีการใช้ชีวิตของประชาชนในปัจจุบันเปลี่ยนไป ท าให้ศิลปวัฒนธรรมไทยที่ดีงามในสมัยอดีต ถูกลืมเลือน ไป ดังนั้นหากมีการสืบทอดและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ให้ได้รู้ที่มาและความส าคัญของศิลปวัฒนธรรม ไทยมากขึ้น เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ มีทักษะ และสามารถสร้างอาชีพเพิ่มรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว ดังนั้น ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ซึ่งรับผิดชอบการจัดฝึกอบรมด้านอาชีพของจังหวัดอุทัยธานี ตามพระราชด าริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จึงได้สืบสานและอนุรักษ์การร้อยมาลัยแบน เพื่อให้ผู้สนใจได้มีความรู้ความเข้าใจการร้อยมาลัยแบน และต่อยอดท าเป็นอาชีพและสร้างรายได้ให้กับตนเองรวมทั้งยังเป็นการอนุรักษ์การร้อยมาลับแบน ซึ่งเป็น ศิลปวัฒนธรรมที่ดีงามให้คงอยู่ต่อไป


19 ใบควำมรู้ วิธีกำรร้อยมำลัยแบน อุปกรณ์ในกำรร้อยมำลัยแบน วัสดุในกำรร้อยมำลัยแบน ด้ายกลุ่ม 1 ม้วน เข็มมาลัย 1 เล่ม เข็มมือ 1 เล่ม ด้ายหลอด 1 ม้วน กรรไกร 1 อัน ถาดพลาสติก 1 ใบ ดอกรัก 100 ดอก ดอกบานไม่รู้โรย 10 ดอก คีมปากแหลม 1 อัน วาสลิน 1 กระปุก ใบตอง 1 ใบ กรรไกรตัดด้าย 1 อัน


20 วิธีกำรร้อย 1. เตรียมเข็มมาลัย มือซ้ายจับเข็มให้พอดีมือ ร้อยรองฐานด้วยใบตองหรือขั้วดอกกล้วยไม้เป็นแป้น รูดลงมาชนกับปลายนิ้วหัวแม่มื้อและนิ้วชี้ 2. ทยอยริดกลีบดอกกล้วยไม้ออกจากขั้ว เลือกกลีบที่สมบูรณ์ไว้ใช้ ทยอยริดกลีบเฉพาะส่วนที่จะ ใช้ที่ละน้อย 3. มือขวาจับกลีบกล้วยไม้เตรียมใส่เช็ม โดยต้องพับกลีบกล้วยไม้ก่อนร้อย ขั้นตอนกำรร้อยมำลัยแบน วิธีร้อยมำลัย (ใช้เข็มยำว) 1. เลือกดอกกล้วยไม้ที่มีขนาดเท่า ๆ กัน มาฉีกเป็นกลีบ เพื่อเตรียมไว้ส าหรับร้อยมาลัยแบน 2. ฉีกใบตองให้เป็นแผ่น พับเป็นสี่เหลี่ยมเพื่อลองเป็นฐานพวงในการร้อยมาลัย 3. ชั้นที่ 1 ร้อยกลีบดอกรักเป็นวงกลม วนตามเข็มนาฬิกา จ านวน 6 กลีบ 4. ชั้นที่ 2 ร้อยเรียงสับหว่างกลีบดอกรัก วนตามเข็มนาฬิกา ไปจนหมดกลีบดอกรัก และปิดด้วย แป้นใบตอง 5. ใช้ด้ายเส้นใหญ่ จ านวน 4 เส้น ยาวกว่ามาลัยที่ร้อยไว้ (ส าหรับผูกพวง) 6. ร้อยด้ายใส่เข็มมาลัย ทาวาสลินที่เข็มและด้าย เพื่อให้สามารถรูดมาลัยได้ง่ายขึ้น 7. รูดมาลัยออกจากเข็มมาลัย แล้วผูกมัดพวง ตัดปลายด้ายที่เหลือทิ้ง กำรร้อยมำลัยแบนกลีบกล้วยไม้ยกดอก 2 ด้ำน ดอกไม้ที่ใช้ 1. ดอกกล้วยไม้ 2. ดอกพุด 3. ดอกบานไม่รู้โรย 4. ดอกรัก 5. ดอกข่ากล้วยไม้ ภาพที่ 16 : อุปกรณ์และวัสดุในการร้อยมาลัยแบน โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ดอกพุด 100 ดอก ดอกกล้วยไม้ 100 ดอก


21 ส่วนประกอบ - มาลัยแบนยกดอกพวงหลัก - มาลัยซีกรัก - รัดข้อซีกรัก - อุบะดอกกล้วยไม้ วิธีกำรร้อย แถวที่ 1 ร้อยกลีบกล้วยไม้ 2 พุด 2 กล้วยไม้2 พุด 2 แถวที่ 2 กล้วยไม้1 พุด 1 กล้วยไม้1 พุด 1 แถวที่ 3 กล้วยไม้2 พุด 2 กล้วยไม้2 พุด 2 ท าซ้ าเหมือนแถวที่ 3 แถวที่ 4 กล้วยไม้1 พุด 1 บานไม่รู้โรย 1 พุด 1 กล้วยไม้1 แถวที่ 5 กล้วยไม้ 1 พุด 1 บานไม่รู้โรย 1 พุด 1 กล้วยไม้ 1 แถวที่ 6 ท าเหมือนแถวที่ 1 แถวที่ 7 ท าเหมือนแถวที่ 2 แถวที่ 8 ท าเหมือนแถวที่ 1 ท าซ้ าแบบเดิม จ านวน 11 ครั้ง แถวที่ 9 กล้วยไม้ 1 พุด 1 กล้วยไม้ 1 พุด 1 แถวที่ 10 ท าเหมือนแถวที่ 3 แถวที่ 11 ท าเหมือนแถวที่ 4 แถวที่ 12 ท าเหมือนแถวที่ 5 แถวที่ 13 ท าเหมือนแถวที่ 3 แถวที่ 14 ท าเหมือนแถวที่ 2 ร้อยแถวต่อ ๆ ไปลายจะวนกลับให้ร้อยต่อจนได้ความยาวประมาณ 14 ช่องลาย/เข็ม ให้ร้อย 2 เข็ม ต่อกัน ลักษณะของมาลัยที่ร้อยจะเห็นลายขึ้นทั้ง 2 ด้าน โดยมีบานไม่รู้โรยอยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยพุด ด้านข้างจะเป็นกลีบกล้วยไม้ ภาพที่ 17 : การร้อยมาลัยแบนกลีบกล้วยไม้ยกดอก 2 ด้าน โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


22 วิธีร้อยมำลัยซีกรัดพวง (จ านวน 37 แถว) 1. เลือกดอกรัก ที่มีขนาดเท่า ๆ กัน มาฉีกเป็นกลีบ จ านวน 20 ดอก โดยแยกระหว่างกลีบดอกรัก และแกนดอกรัก เพื่อใช้ในการร้อยมาลัยซีกรัดพวง 2. เตรียมดอกบานไม่รู้โรย จ านวน 2 ดอก ส าหรับร้อยมาลัยซีกรัดพวง 3. เตรียมด้ายใหญ่ จ านวน 2 เส้น และด้ายเล็ก จ านวน 2 เส้น 4. ทาวาสลินที่เข็มมาลัย เพื่อให้สามารถร้อยมาลัยได้ง่ายขึ้น 5. แถวที่ 1 ร้อยกลีบดอกรักในเข็มมาลัย วางดอกรัก จ านวน 3 กลีบ จัดระยะห่างเท่า ๆ กัน ให้ได้ครึ่งวงกลม 6. แถวที่ 2 วางดอกรัก จ านวน 2 กลีบ สับหว่างกันกับแถวที่แรก (ชั้นที่ 1 กับ ชั้นที่ 4 ให้นับรวม เป็น 1 ช่วงลาย) 7. แถวที่ 3 – 8 วางกลีบสับหว่างชั้นที่ 1 และที่ 2 จนถึงชั้นที่ 8 แจะจบตรงชั้นที่มีดอกรัก 2 กลีบ เท่ากับช่วงลายที่ 4 8. แถวที่ 9 ให้เริ่มขึ้นลาย คือ กลีบรัก 1 แกน 1 กลีบรัก 1 ให้สับหว่างกับชั้นที่ 8 9. แถวที่ 10 แกน 1 กลีบรัก 1 แกน 1 สับหว่างชั้นที่ 9 (ชั้นที่ 9 และ 10 นับเป็นช่วงลายที่ 5 ) 10. แถวที่ 11 กลีบรัก 1 แกน 1 กลีบ 1 11. แถวที่ 12 แกน 2 สับหว่างบานไม่รู้โรย แกน 1 กลีบรัก 1 แกน 1 (ชั้นที่ 11 และ 12 นับเป็นช่วงลาย ที่ 6) 12. แถวที่ 13 กลีบรัก 2 13. แถวที่ 14 กลีบรัก 1 วางดอกไม่รู้โรย 1 กลีบรัก 1 14. แถวที่ 15 กลีบรัก 1 กลีบรัก 1 แกน 1 กลีบรัก 1 แกน 1 15. แถวที่ 16 แกน 2 16. แถวที่ 17 กลีบรัก 1 แกน 1 กลีบรัก 1 17. แถวที่ 18 กลีบรัก 2 18. แถวที่ 19 กลีบรัก 3 19. แถวที่ 20 สับหว่าง กลีบรัก 2 20. แถวที่ 21 – แถวที่ 29 วางกลีบสับหว่างเหมือนชั้นที่ 1 และที่ 2 ท าซ้ ากัน 9 ครั้ง 21 แถวที่ 30 กลีบรัก 1 แกน 1 กลีกรัก 1 ท าแบบเดิมถึง แถวที่ 6 – แถวที่ 18 22 แถวที่ 31 หลังจากนั้นท าแบบเดียวกันกับแถวที่ 1 – แถวที่ 2 อีก 4 ครั้ง เป็นอันเสร็จ โดยรูด มาลัยซีกออกจากเข็ม ให้เหลือปลายด้ายไว้ในการผูกประกอบพวงมาลัย ภาพที่ 18 : การร้อยมาลัยซีกรัดพวง โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


23 วิธีกำรร้อยซีกรัก (จ านวน 13 แถว) 1. แถวที่ 1 ร้อยกลีบรัก 3 กลีบ 2. แถวที่ 2 กลีบรัก 2 สับหว่างกันกับแถวที่แรก 3. แถวที่ 3 – แถวที่ 13 สับหว่างกันเหมือนชั้นที่ 1 และที่ 2 จนถึงชั้นที่ 13 - เมื่อได้ความยาวแล้ว ร้อยด้ายเส้นใหญ่ 4 เส้น โดยวัดความยาวของด้ายให้ได้ประมาณ 2 เข็ม จับทบกัน 4 ครั้ง ร้อยเส้นคู่ผ่านเข็ม ทบดึงเสมอกันเป็น 4 เส้น ปิดปลายยอดด้วยใบตองพับ ใช้คีมจับที่เข็ม ช่วยดึงรูดมาลัยเข้าเส้นด้าย ดึงให้เหลือปลายด้วยไว้ประมาณ 5 นิ้ว หรือมากกว่า ภาพที่ 19 : การร้อยมาลัยซีกรัดพวง โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ดอกข่ำกลีบกล้วยไม้ วัสดุอุปกรณ์ 1. ก้านกล้วยไม้ 2. กลีบดอกกล้วยไม้ 3. ด้ายเส้นเล็ก เบอร์ 60 สีแดง ขั้นตอนกำรท ำ 1. ตัดก้านกล้วยไม้ให้มีความยาวพอประมาณ บากกล้วยไม้แล้วมัดปมด้ายจากนั้นน ามามัดติดกับ ก้านของกล้วยไม้ 2. ม้วนปมด้ายมัดรอบก้านกล้วยไม้1 รอบ 3. ม้วนกลีบกล้วยไม้ให้มีลักษณะคล้ายกรวยปลายแหลม น ามาครอบด้านบนของก้านกล้วยไม้ แล้วมัดตรึงให้ติดกันด้วยด้าย 1 รอบ 4.พับกลีบกล้วยไม้ให้มีลักษณะกระพุ้งหรือป่องออก น ามาประกบตรงก้านแล้วมัดตรึงให้แน่น 5. พับกลีบที่ 2 ในลักษณะเดียวกันแล้วน ามาประกบด้านตรงข้ามกับกลีบแรก มัดตรึงให้แน่น เป็นชั้นที่ 1 6. ชั้นที่ 2- 4 พับกลีบลักษณะเดียวกันแล้วน ามาประกบสับหว่างกับชั้นแรก มัดตรึงด้วยด้าย ให้แน่น


24 ภาพที่ 20 : ดอกข่ากลีบกล้วยไม้ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ วิธีร้อยอุบะ (ใช้เข็มสั้น) 1. ร้อยตุ้มอุบะด้วยดอกกล้วยไม้ สวมปลอกรัก ตามด้วยดอกรักร้อยเรียงจากดอกใหญ่ไปหา ดอกเล็ก ร้อยดอกรัก 5 ดอก จ านวน 5 เส้น และ 5 ดอก จ านวน 1 เส้น 2. ผูกรวมกัน ให้เส้นที่มีขนาดยาวที่สุด อยู่ตรงกลาง 3. ร้อยดอกบานไม่รู้โรย จ านวน 1 ดอก ครอบปิดด้านบนพวงอุบะ 4. ปลายด้ายที่เหลือเผื่อไว้ ส าหรับผูกอุบะเข้าประกอบพวงมาลัยแบน ภาพที่ 21 : การร้อยอุบะ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ กำรร้อยมำลัยกลมดอกพุด (จ านวน 9 แถว) ดอกไม้ที่ใช้ - ดอกพุด ผังลำยมะลิกลม 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0


25 วิธีกำรร้อย เริ่มจากแถวแรกร้อยดอกพุด 6 ดอก แถวต่อมาร้อยขึ้น 6 ดอกเช่นกัน แต่ให้วางสับหว่างกับ แถวแรก ร้อยส่งก้านดอกให้มีความยาวเท่า ๆ กัน ร้อยสับหว่างกันจนได้ความยาวประมาณ 9 แถว เมื่อได้ความยาวแล้ว ร้อยด้ายเส้นใหญ่ 4 เส้น โดยวัดความยาวของด้ายให้ได้ประมาณ 2 เข็ม จับ ทบกัน 4 ครั้ง ร้อยเส้นคู่ผ่านเข็ม ทบดึงเสมอกันเป็น 4 เส้น ปิดปลายยอดด้วยใบตองพับ ใช้คีมจับที่เข็ม ช่วยดึงรูดมาลัยเข้าเส้นด้าย ดึงให้เหลือปลายด้วยไว้ประมาณ 5 นิ้ว หรือมากกว่า ข้อควรระวัง อย่าเผลอตัดด้ายทิ้งโดยเด็ดขาดถ้ายังไม่ได้ความยาวของมาลัย ใช้เข็มอันเดิมร้อยฐานใบตองแล้วเริ่มร้อยต่อเป็นเข็มที่ 2 จนได้ความยาวตามที่ต้องการให้รูดดอกไม้ ที่ร้อยเสร็จแล้ว รูดลงมาที่ด้ายร้อยต่อจากเข็มแรก โดยเว้นช่องว่างของมาลัยเข็มแรกและเข็มที่ 2 ไว้ประมาณ 1/2 - 2 นิ้ว โดยประมาณ ต่อจากนั้นฉีกใบตองที่รองเป็นแป้นฐานออกทั้ง 2 ด้านออก จัดวาง ลายทั้ง 2 เข็ม ให้ต่อกัน แล้วจึงรูดให้ชิดกัน ก็จะได้ลายประกบกันพอดี จับปลายด้านทั้ง 2 ข้าง ผูกเข้า ด้วยกันเป็นวงกลมตัดปลายด้ายทิ้ง (พักเก็บไว้ในถุงพลาสติกใส) ภาพที่ 22 : การร้อยมาลัยกลม โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ วิธีประกอบมำลัยแบน - มาลัยแบนที่ร้อยเสร็จ น ามาผูกคล้องปิดรอยผูกพวงมาลัยหลัก - อุบะมาผูกเข้ากับพวงหลัก อย่างละ 3 ครั้ง - มัดซีกรัดพวง อย่างละ 3 รอบ แล้วพลิกด้านกลับมามัด 3 ครั้ง คล้องรัดปิดรอยต่อด้ายที่ผูก น ามาลัยซีกมารัดคล้องผูกปิด ด้ายของมาลัยกลมหลัก เหลือปลายด้ายไว้ น าอุบะที่เตรียมไว้น ามาผูกเข้า ด้วยกัน ภาพที่ 23 : วิธีการประกอบพวงมาลัยแบน โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


26 แบบบันทึกกำรเรียนรู้ของผู้เรียน หลักสูตรมำลัยแบน ให้ผู้เรียนจดบันทึก ขั้นตอน การร้อยมาลัยแบน ระหว่างที่วิทยากรบรรยายลงในใบงาน แบบบันทึก ส่วนผสม ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ .................................................................................................................................. ....................................... ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ขั้นตอนกำรท ำ ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ .................................................................................................................................. ....................................... ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ .................................................................................................................................. ....................................... ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... .........................................................................................................................................................................


27 ใบควำมรู้ คุณค่ำและประโยชน์ของมำลัย ประโยชน์และกำรน ำไปใช้ในชีวิตประจ ำวัน มาลัยมีมากมายหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีหน้าที่ใช้สอยต่างกันไปตามโอกาสและความเหมาะสม ดังนั้นจะกล่าวรวม ๆ ถึงมาลัยชนิดต่าง ๆ มีประโยชน์ดังนี้ คือ 1. ใช้ส าหรับคล้องคอเป็นเกียรติแก่เจ้าของงาน เช่น เจ้าบ่าว - เจ้าสาว ในงานแต่งงาน ผู้บังคับบัญชา หรือผู้มาร่วมงานคนใหม่ในงานเลี้ยงรับผู้มาใหม่ หรือผู้ที่จะย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ ยังที่ท างาน อื่นในงานเลี้ยงส่งผู้ที่จะจากไปยังที่อื่น ถ้าจัดงานเป็นพิธีก็มักจะนิยมใช้มาลัยสองชายชนิดส าหรับคล้องคอ เพื่อเป็นการแสดงถึงการให้เกียรติแก่บุคคลนั้น ๆ เป็นส าคัญ 2. ใช้ส าหรับคล้องคอเพื่อแสดงความยินดีหรือต้อนรับแขก เช่น การต้อนรับแขกต่างประเทศ อาจ ใช้มาลัยสองชายส าหรับคล้องคอ ในตอนที่ไปรับที่สนามบิน เพื่อเป็นการบ่งบอกหรือแสดงออกถึงความยินดี ที่บุคคลนั้น ๆ ได้มาเยี่ยมเยือน 3. ใช้ส าหรับคล้องคอ หรือสวมคอเพื่อแสดงความยินดี หรือเป็นเกียรติแก่ผู้มี ชัยชนะในการ ประกวดต่าง ๆ เช่น การประกวดความงาม การประกวดร้องเพลง หรือการประกวดการแสดงต่าง ๆ ฯลฯ ส่วนใหญ่มักนิยมใช้มาลัยสองชาย หรืออาจเป็นมาลัยพวงดอกไม้สวย ๆ ก็ได้ 4. ใช้ส าหรับคล้องคอ หรือสวมคอเพื่อแสดงความยินดี หรือเป็นเกียรติแก่ผู้มี ชัยชนะในการแข่งขัน ต่าง ๆ เช่น การแข่งขันกีฬา กรีฑา และการละเล่นต่าง ๆ ส่วนใหญ่นิยมใช้มาลัยสองชาย หรือมาลัยส าหรับ สวมคอเช่นกัน แต่ปัจจุบันมีการใช้ประโยชน์จากมาลัยได้หลายงาน ไม่ว่าจะเป็นงานมงคลหรืองานอวมงคล เพียงแต่ต้องค านึงถึงวัสดุตกแต่งให้เหมาะสมกับงานนั้น ๆ มีการใช้ดอกไม้ ใบไม้ หรือวัสดุทดแทนได้ หลาย ๆ อย่างตามสภาพของท้องถิ่น ฤดูกาล 5. เป็นการฝึกสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ การน าดอกไม้และส่วนต่าง ๆ ของดอกไม้มาร้อยเรียง ให้มีลวดลายรูปแบบลักษณะต่าง ๆ จึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงความละเอียดอ่อน ฝึกความอดทนของผู้เรียน อีกทั้งยังสามารถน าไปเผยแพร่ และประกอบเป็นอาชีพเพื่อเสริมรายได้ให้แก่บุคคลทั่วไปได้อีก


28 ใบควำมรู้ บรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์(Packaging) คือ จรูญ โกสีย์ไกรนิรมล กล่าวว่า บรรจุภัณฑ์คือการน าเอาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสติกแก้ว โลหะ ไม้ประกอบเป็นภาชนะห่อหุ้ม สินค้า เพื่อประโยชน์ในการใช้สอยที่มีความแข็งแรง สวยงามได้สัดส่วนที่ ถูกต้องสร้างภาพพจน์ที่ดีมีภาษาในการติดต่อสื่อสาร และท าให้เกิดความพึงพอใจจากผู้ซื้อสินค้า นิไกโด เคล็คเตอร์ (Nikaido Clecture) กล่าวว่า บรรจุภัณฑ์ เป็นเทคนิคที่ส่งเสริมการขายกับ การประสานประโยชน์ ระหว่างวัตถุกับภาชนะบรรจุ โดยมีความมุ่งหมายเพื่อการคุ้มครองในระหว่างการ ขนส่งและการเก็บรักษาในคลัง ส่วนหนึ่งของกระบวนการทางการตลาด โดยเฉพาะปัจจุบันที่การผลิตสินค้า หรือบริการได้เน้นหรือ ให้ความส าคัญกับผู้บริโภค (Consumer Oriented) งานเทคนิคที่ต้องอาศัยความช านาญ ประสบการณ์ และความคิดสร้างสรรค์ ในอันที่จะออกแบบและผลิตหีบห่อให้มีความ เหมาะสมกับสินค้าที่ผลิตขึ้นมา ให้ความคุ้มครองสินค้าห่อหุ้มสินค้า ตลอดจนประโยชน์ใช้สอย อาทิเช่น ความสะดวกสบายใน การหอบ หิ้ว พกพา หรือการใช้งาน เป็นต้น กลุ่มของกิจกรรมในการวางแผนเกี่ยวกับการออกแบบการผลิตภาชนะ บรรจุ หรือสิ่งหุ้มห่อสินค้าบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความเกี่ยวพันอย่างใกล้ชิดกับฉลาก (Label) และตรา ยี่ห้อ (Brandname) ผลรวมของศาสตร์(Science) ศิลป์ (Art) และเทคโนโลยีของการออกแบบ การผลิต บรรจุภัณฑ์ส าหรับสินค้าเพื่อการขนส่ง และการขาย โดยเสียค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม การใช้เทคโนโลยีและ เศรษฐศาสตร์เพื่อหาวิธีการรักษาสภาพเดิมของสินค้าจนกว่าจะถึงมือผู้บริโภคคนสุดท้าย เพื่อให้ยอดขาย มากที่สุดและต้นทุนต ่าสุด กิจกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ และผลิตรูปร่างหน้าตาของภาชนะ บรรจุสิ่งห่อหุ้มตัวผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์การน าเอาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ ไม้ ประกอบเป็นภาชนะหุ้มห่อสินค้า เพื่อประโยชน์ ในการใช้สอย มีความแข็งแรง สวยงาม ได้สัดส่วนที่ถูกต้อง สร้างภาพพจน์ที่ดี มีภาษาในการติดต่อสื่อสาร และท าให้เกิดผลความพึงพอใจจากผู้ซื้อสินค้า สิ่งห่อหุ้มหรือบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งภาชนะที่ใช้เพื่อการขนส่งผลิตภัณฑ์จากแหล่งผู้ผลิตไปยังแหล่ง ผู้บริโภค หรือแหล่งใช้ประโยชน์ หรือวัตถุประสงค์เบื้องต้นในการป้องกัน หรือรักษาผลิตภัณฑ์ให้คงสภาพ ตลอดจนคุณภาพใกล้เคียงกันกับเมื่อแรกผลิตให้มากที่สุด จำกควำมหมำยสรุปได้ว่ำบรรจุภัณฑ์ หมำยถึง การน าเอาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ ไม้ น ามาประกอบเป็นภาชนะห่อหุ้มผลิตภัณฑ์ เพื่อความสวยงาม มีคุณค่า และมีประโยชน์ในการ ใช้สอย ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ดึงดูดความสนใจ และท าให้เกิดความพึงพอใจจากผู้บริโภค วัตถุประสงค์หลักของบรรจุภัณฑ์ (Objectives of Package) 1. เพื่อป้องกันผลิตภัณฑ์ (To Protect Products) สามารถป้องกันรักษาผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสียหาย 2. เพื่อจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ (To Distribute Products) สะดวกกับการใช้งาน และเพิ่มมูลค่าทาง เศรษฐกิจ 3. เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ (To Promote Products) ดึงดูดความสนใจผู้บริโภค กำรออกแบบบรรจุภัณฑ์ กดู (Good) กล่าวว่า การออกแบบ เป็นการวางแผนหรือก าหนดรูปแบบรวมทั้งการตกแต่งใน โครงสร้างรูปทรงของงานศิลปะ ทัศนศิลป์ ดนตรีตลอดจนวรรณกรรม วิรุณ ตั้งเจริญ กล่าวว่า การออกแบบ หมายถึงการวางแผนสร้างสรรค์รูปแบบ โดยการวางแผนจัด ส่วนประกอบของ การออกแบบให้สัมพันธ์กับประโยชน์ใช้สอยวัสดุและการผลิต


29 จำกควำมหมำยสรุปได้ว่ำกำรออกแบบบรรจุภัณฑ์ หมำยถึง การก าหนดรูปแบบและโครงสร้าง ของบรรจุภัณฑ์ให้สัมพันธ์กับหน้าที่ใช้สอยของผลิตภัณฑ์ เพื่อการคุ้มครอง ป้องกันไม่ให้สินค้าเสียหาย และ เพิ่มคุณค่าด้านจิตวิทยาต่อผู้บริโภค โดยอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ในการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสม กับผลิตภัณฑ์ ส าหรับการเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสม สิ่งที่ต้องค านึงถึง คือ การเลือกซื้อวัสดุที่จะใช้ในการ บรรจุหีบห่อที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ ให้เกิดความสวยงาม และเป็นที่สนใจของผู้บริโภค ดังนี้ 1. บรรจุภัณฑ์กระดาษ ปัจจุบันนิยมใช้กันเป็นจ านวนมาก และยังมีให้เลือกหลากหลายชนิด วัสดุที่ น ามาผลิตได้แก่เยื่อกระดาษ ซึ่งมีทั้งเยื่อกระดาษคุณภาพส าหรับบรรจุภัณฑ์อาหาร และเครื่องดื่ม เช่น แก้ว กระดาษ ถ้วยกระดาษ กล่องข้าวที่สามารถย่อยสลายได้ ส่วนเยื่อกระดาษรีไซเคิล ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ ประเภท กล่องลูกฟูก ถาดไข่ หรือถาดรองแก้วกาแฟ ซึ่งสามารถน ามาประยุกต์ใส่พวงมาลัยได้ทั้งพวงมาลัย สด และพวงมาลัยประดิษฐ์ ภาพที่ 24 : บรรจุภัณฑ์กระดาษ ที่มา https://www.facebook.com/Buppamalai-Handmade 2. บรรจุภัณฑ์พลาสติก แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ พลาสติกคงรูป และพลาสติกอ่อนตัว มีการ น ามาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ขวดพลาสติก ถ้วย และถาดพลาสติก และสามารถบรรจุอาหารร้อน อาหารสด และอาหารแช่แข็ง ซึ่งสามารถน ามาประยุกต์ใส่พวงมาลัยได้ทั้งพวงมาลัยสด และพวงมาลัย ประดิษฐ์ ภาพที่ 25 : บรรจุภัณฑ์พลาสติก ที่มา https://www.thaiblossomgold.com


30 3. บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบและประดิษฐ์ขึ้นมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยช่วยลดปริมาณขยะและย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ จึงไม่เป็นอันตรายต่อ สิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังประหยัดค่าใช้จ่าย เมื่อเลือกใช้วัสดุธรรมชาติที่มีมากในท้องถิ่น หรือวัสดุที่ สามารถน ากลับมาใช้ใหม่ได้ บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ วัสดุ ประเภทเส้นใย เช่น กล้วย หวาย เตยปาหนัน กก กระจูด ผักตบชวา ซึ่งก่อนน ามาสานเป็นบรรจุภัณฑ์ต้อง ผ่านการแปรสภาพด้วยการตากแห้ง ฟอกขาว วัสดุที่แปรรูปเป็นแผ่น และรูปทรงต่าง ๆ เช่น กระดาษ และ วัสดุประเภทไม้ เช่น ไม้สัก ไม้ไผ่ ไม้มะขาม เป็นต้น ซึ่งสามารถน ามาประยุกต์ใส่พวงมาลัยได้ทั้งพวงมาลัย สด และพวงมาลัยประดิษฐ์โดยส่วนใหญ่นิยมใส่ในกล่องไม้ ภาพที่ 26 : บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ ที่มา https://www.loveyouflower.com


31 ใบควำมรู้ กำรค ำนวณต้นทุน ก ำไร การค านวณต้นทุนเป็นส่วนหนึ่งของระบบบัญชีและการเงินของการด าเนินงานธุรกิจ เป็นการ บันทึกการวัดผลและรายงานข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนของสินค้าของกิจการโดยทั่วไป การค านวณต้นทุนจะใช้ เวลาและลงรายละเอียดมากในกิจการที่ผลิตสินค้า แต่ไม่ได้หมายความว่ากิจการประเภทอื่น เช่น กิจการ ขายส่ง ขายปลีกร้านอาหารหรือบริการต่าง ๆ ไม่มีความส าคัญในการที่ต้องค านวณต้นทุน การค านวณ ต้นทุนสามารถน าไปใช้ได้ในทุกกิจการเพราะมีความส าคัญต่อการบริหารจัดการธุรกิจ ดังนี้ 1. เพื่อให้ทราบถึงต้นทุนการผลิต และต้นทุนขายของธุรกิจ 2. เพื่อสามารถน าต้นทุนทั้งหมดของกิจการมาเปรียบเทียบกับรายได้จากการขาย เพื่อจะได้ทราบ ว่ามีก าไรหรือขาดทุนในการขายสินค้า 3. เพื่อค านวณหรือตีราคาสินค้าคงเหลือที่ขายได้ไม่หมดว่ามีมูลค่าคงเหลือเท่าไหร่ 4. เพื่อใช้ในการวางแผนและควบคุมการซื้อสินค้าและจัดท างบประมาณในการซื้อสินค้า รวมทั้ง ต่อรองราคากับผู้ขายวัตถุดิบ 5. เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าสินค้าใดควรขายต่อไป และสินค้าใดควรเลิกขาย (ในกรณีที่ผู้ผลิตมี สินค้าหลายชนิด) ต้นทุนแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ 1. ต้นทุนผันแปร คือต้นทุนที่ผันแปรตามจ านวนหน่วยที่ผลิตหรือขาย เช่น วัตถุดิบ ค่าแรงทางตรง ค่าใช้จ่ายในการผลิตทางตรง เป็นต้น 2. ต้นทุนคงที่ คือต้นทุนที่เกิดขึ้นไม่ว่ากิจการจะได้ขายสินค้าหรือไม่ ต้นทุนนี้จะไม่เปลี่ยนแปลง ตามจ านวนหน่วยที่ผลิตหรือขาย เช่น เงินเดือนพนักงานหน้าร้าน ค่าเช่าร้าน ค่าเสื่อมราคา ค่าประกันภัย เป็นต้น ดังนั้น ต้นทุนการผลิตจะประกอบไปด้วยวัตถุดิบ + ค่าแรงงาน + ค่าใช้จ่ายในการผลิต ซึ่งทั้งสาม รายการนี้เป็นเพียงส่วนของการผลิตเท่านั้น หากจะคิดต้นทุนรวมของสินค้าจ าเป็นต้องน าค่าใช้จ่ายในการ ขาย และด าเนินการมารวมด้วย เช่น เงินเดือน ค่าคอมมิชชั่นพนักงานขาย ค่าแรงพนักงานขายหน้าร้าน ค่าการตลาด (โฆษณา แผ่นพับ) ค่าเช่าส านักงานและร้าน ค่าไฟฟ้าและน้ าประปา ค่าโทรศัพท์ค่าน้ ามันรถ ดอกเบี้ย ค่าเช่ารถ ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ฯลฯ เพื่อการค านวณต้นทุนให้ใกล้เคียงความจริง หากค านวณแค่ วัตถุดิบ ค่าแรงงาน และค่าน้ า ค่าไฟฟ้า ก็อาจท าให้ได้ต้นทุนสินค้าที่น้อยกว่าความเป็นจริง และมีผลท าให้ ตั้งราคาขายที่ต่ าไป และอาจท าให้ขาดทุนได้ การค านวณแบบง่ายเหมาะกับผู้ประกอบการรายเล็กที่มีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์น้อยชนิด อาจขาย เพียงน้ าพริก หรือแชมพูก็ได้ซึ่งเหมาะกับการค านวณสินค้าประเภท OTOP ที่มีความชัดเจนในเรื่องการใช้ วัตถุดิบ ค่าแรงงานต่อรอบ การผลิต และไม่มีการเก็บสต๊อกวัตถุดิบไว้การค านวณจ าเป็นต้องคิดเพื่อให้ ทราบถึงต้นทุนผลิตต่อหน่วย และน าต้นทุนผลิตไปรวมกับค่าใช้จ่ายในการด าเนินการ เพื่อให้ทราบถึงต้นทุน รวมของสินค้าอีกครั้งหนึ่ง


32 ตัวอย่ำง กำรคิดต้นทุน ก ำไร กำรผลิต และค่ำใช้จ่ำยในมำลัยแบน วัน เดือน ปี รำยกำร จ ำนวนสิ่งของ จ ำนวนเงิน (บำท) หมำยเหตุ 11 พ.ค. 2566 ค่ำใช้จ่ำย (ต้นทุน) การก าหนดราคา ขาย คิดจาก ต้นทุน + ก าไรที่ ต้องการ ดอกรัก 200 กรัม 20 ดอกบานไม่รู้โรย 10 ดอก 5 ดอกพุด 100 กรัม 20 ดอกกล้วยไม้ลทรย 10eรัมก า 1010023 กะทิ 1,320 กรัม 94.50 น้ าเปล่า 360 กรัม 2 ค่าเบ็ดเตล็ด (ด้าย วาสลีน และค่าเสื่อม อุปกรณ์ ) - 30 ค่าแรงงาน 1 คน 200 รวมค่ำใช้จ่ำย 375 รำยได้ ขายพวงมาลัยแบน 1 ชิ้นๆ ละ 450 บาท 450 การก าหนดราคาขายต่อหน่วย ดังนี้ 1. ก าหนดก าไรที่ต้องการได้จากต้นทุน X (ก าไรที่ต้องการหารด้วย 100) ตัวอย่ำงเช่น ขายมาลัยแบนจากต้นทุน 375 บาท ต้องการก าไรร้อยละ 50 ดังนั้น ก าไรที่ต้องการ = 375 X 20 หาร 100 = 75 2. การก าหนดราคาขายต่อหน่วย ได้มาจากต้นทุน + ก าไร หารด้วยจ านวนหน่วย ตัวอย่ำง ขายมาลัยแบน 1 ชิ้น จากต้นทุน 375 บาท และก าไรที่ต้องการ 75 บาท ฉะนั้น ราคาขายต่อชิ้น = 375 บาท + 75 บาท หารด้วย 1 ชิ้น = 450 บาท หมำยเหตุ การก าหนดก าไรที่ต้องการขึ้นอยู่กับสิ่งเหล่านี้ด้วย เช่น ราคาตลาด ลักษณะของสินค้าและบริการ เป็นสินค้าหายาก เป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม หรือมีฤดูกาลเข้ามาเกี่ยวข้องสามารถก าหนดก าไรที่ต้องการให้ สูงขึ้นได้ การตั้งราคาให้สามารถแข่งขันได้นั้นต้องอยู่บนพื้นฐานความสมดุลระหว่างความพึงพอใจของผู้ซื้อ และผู้ขาย ถ้าสินค้าโดยทั่วไปมีขายกันแพร่หลาย มีคู่แข่งมากต้องก าหนดก าไรให้น้อยลง


33 ใบงำน กำรคิดต้นทุน ก ำไร ผู้เรียน/กลุ่ม.................................................................................................................................................. เรื่อง.............................................................................................................................................................. วัน เดือน ปี รำยกำร จ ำนวนสิ่งของ จ ำนวนเงิน (บำท) หมำยเหตุ ค่าใช้จ่าย (ต้นทุน) .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. 1. ให้ก าหนดก าไรที่ ต้องการ คิดเป็นร้อยละ ก่อน 2. แล้วค านวณหาราคา ต่อหน่วยจึงจะทราบ รายได้ 3. น ารายได้ที่ได้มาใส่ ตาราง รวมค่ำใช้จ่ำย รายได้จากการขาย .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. รวมรำยได้ 1. ก าไรที่ต้องการ = ต้นทุน x ( ร้อยละของก าไรที่ต้องการหารด้วย 100 ) 2. ก าหนดราคาขายต่อหน่วย = ต้นทุน + ก าไร = ____________ จ านวนหน่วย


34 ใบควำมรู้ ช่องทำงกำรตลำด ช่องทางการตลาด เป็นส่วนส าคัญในการด าเนินธุรกิจ ช่องทางการตลาดหรือช่องทางการจัด จ าหน่าย มีความหมายเดียวกันซึ่งเป็นหนึ่งใน 4P ของส่วนประสมการตลาด (Marketing mix) ที่นักการตลาด นิยมน าส่วนประสมทั้งสี่มาวางเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดและการขายในยุคปัจจุบัน ดังนั้น ช่องทางการจัด จ าหน่าย (Marketing channel) จึงถูกเข้ารวมอยู่ใน P=Place นั่นคือสถานที่ขาย แหล่งขาย ช่องทางการ ขายสินค้า สินค้าแต่ละชนิดอาจมีช่องทางขายที่แตกต่างกันไป สินค้าอุปโภคมีช่องทางการขายผ่านร้าน สะดวกซื้อ อาหารสดก็มีช่องทางการขายหน้าร้านหรือหน้าบ้านของผู้ผลิต อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เสื้อผ้า ส าเร็จรูปอาจใช้ช่องทางการขายได้หลายช่องทาง เช่น ขายทางออนไลน์ ขายหน้าร้านตนเอง ขายในตลาดนัด ขายในห้างสรรพสินค้า มีการแบ่งช่องทางการจ าหน่ายในยุคปัจจุบันได้เป็นต้น 1. กำรเลือกสถำนที่ขำยหรือท ำเลที่ตั้ง 1.1 ควำมส ำคัญของกำรเลือกที่ตั้ง การตัดสินใจเลือกสถานที่ขายหรือท าเลที่ตั้ง เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เนื่องจากมีผลกระทบต่อ ธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะต่อความได้เปรียบในเชิงแข่งขันทางธุรกิจและจะมีผลต่อความส าเร็จของธุรกิจ ซึ่งผู้ประกอบการต้องพิจารณาถึงกลยุทธ์ที่ตั้งของธุรกิจที่มีความส าคัญต่อการด าเนินงาน 2 กลยุทธ์ส าคัญ ได้แก่ 1.1.1 กลยุทธ์ที่ตั้งตำมพื้นที่ เป็นแนวทางในการก าหนดให้ที่ตั้งแต่ละแห่งรับผิดชอบพื้นที่ แต่ละส่วน โดยต้องผลิตสินค้าและบริการทุกอย่างส าหรับพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งธุรกิจที่เลือกใช้กลยุทธ์ที่ตั้งตามพื้นที่ มักเป็นธุรกิจค้าปลีกหรือบริการ 1.1.2 กลยุทธ์ที่ตั้งตำมผลิตภัณฑ์เป็นแนวทางในการก าหนดให้ที่ตั้งหนึ่งแห่งท าการผลิต สินค้าเพียงหนึ่งอย่าง โดยยึดหลักของความส าคัญของวัตถุดิบที่มีในพื้นที่ 1.2 หลักเกณฑ์ในกำรเลือกสถำนที่ท ำเลที่ตั้ง การตัดสินใจเลือกสถานที่ท าเลที่ตั้ง เป็นกระบวนการที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้นเมื่อโลกก้าวเข้าสู่ ยุคโลกาภิวัตน์อีกทั้งธุรกิจขนาดย่อมจ านวนมากได้มีการเติบโตขึ้น และได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ผู้ประกอบการควรพิจารณาถึงความจ าเป็นที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงส าหรับกิจการควบคู่กันไปในแต่ละ สถานการณ์ ดังนี้ 1.2.1 ควำมพึงพอใจส่วนบุคคล โดยที่ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งมักจะพิจารณาตั้งกิจการ ของตนเองในชุมชนที่ตนอาศัยอยู่เป็นท าเลในการประกอบการ อย่างไรก็ตามในแง่ของการด าเนินธุรกิจไม่ได้ หมายความว่าจะมีเพียงพื้นที่ ซึ่งตนเองมีความเคยชินเท่านั้นที่เหมาะสมต่อการตั้งกิจการเพราะ ผู้ประกอบการธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ จากสิ่งเหล่านี้ได้ไม่ว่าจะเป็นในด้านภาพลักษณ์ ส่วนตัว การได้รับความเชื่อถือหรือการยอมรับจากสังคมและอาศัยประโยชน์จากความคุ้นเคย ความสามารถในการอ้างอิงกับบุคคลต่าง ๆ ภายในชุมชนที่เกี่ยวข้องกับกิจการของตนมากขึ้น 1.2.2 ควำมได้เปรียบด้ำนต้นทุน โดยเฉพาะค่าแรงหรือค่าวัตถุดิบในพื้นที่ ที่มีต้นทุนใน การด าเนินธุรกิจต่ าซึ่งสิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงค่าใช้จ่ายในการลงทุนในช่วงเริ่มต้นของกิจการที่จะช่วยลดต้นทุน การผลิตให้ต่ าลง


35 1.2.3 ควำมสำมำรถในกำรจัดกำรทรัพยำกร เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายในการ ด าเนินงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เนื่องจากทักษะประสบการณ์ของแรงงานจะมีความสัมพันธ์โดยตรง กับผลิตผลและคุณภาพในกระบวนการผลิตของผลิตภัณฑ์ความยั่งยืนของแรงงานในท้องถิ่นมีผลกระทบต่อ อัตราค่าจ้าง ซึ่งถือเป็นต้นทุนที่ส าคัญผู้ประกอบการจะต้องค านึงถึงอยู่เสมออีกทั้งแหล่งที่ตั้งต้องมีความใกล้ กันกับวัตถุดิบและความสามารถในการขนส่งที่ธุรกิจต้องมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ 1.2.4 กำรเข้ำถึงลูกค้ำ ธุรกิจขนาดย่อมยุคปัจจุบันต้องให้ความส าคัญผันแปรแหล่งที่ตั้ง ของธุรกิจไปตามประเภทของกิจการ เช่น ธุรกิจค้าปลีกและบริการต้องมีรายละเอียดของสถานที่แสดงสินค้า บริการและรูปแบบ ดังนั้น การเลือกสถานที่หรือท าเลที่ตั้งต้องใกล้ชิดกับลูกค้าและอ านวยความสะดวกต่อ การเข้ามาติดต่อและถือเป็นปัจจัยที่มีผลต่อความส าเร็จของกิจการ ดังนั้น ในขั้นตอนแรกของเกณฑ์การเลือกสถานที่หรือท าเลที่ตั้ง ผู้ประกอบการต้องตัดสินใจก่อนว่า จะเลือกด าเนินธุรกิจในชุมชน หมายถึง จังหวัดหรืออ าเภอแล้วจึงท าการตัดสินใจขั้นสุดท้ายคือการเลือก บริเวณที่ตั้งจากหลาย ๆ พื้นที่ภายในชุมชน ซึ่งเป็นการระบุถึงต าแหน่งของที่ตั้งอย่างละเอียด 2. กำรจัดและตกแต่งหน้ำร้ำน ส่วนใหญ่ร้านขายสินค้ามักจะมีผู้ขายซึ่งเป็นเจ้าของกิจการเอง หรือบางร้านอาจมีการจ้างพนักงาน ขายของโดยเฉพาะเพื่อท าหน้าที่เอาใจใส่ดูแล และแนะน าให้ค าอธิบายต่าง ๆ แก่ลูกค้าหากเป็นร้านขนาด ใหญ่มีสินค้าหลายชนิดย่อมท าให้ต้องมีพนักงานขายจ านวนมาก กำรจัดตกแต่งร้ำนค้ำมีควำมส ำคัญต้องค ำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ 1. แสงสว่ำงภำยในร้ำน ควรจัดร้านให้มีความสว่างทั่วทั้งร้านจากแสงไฟฟ้าที่ร้านได้ติดเอาไว้แสง สว่างธรรมชาติมักไม่เพียงพอ และแสงแดดมักท าความเสียหายให้แก่สินค้าการใช้แสงไฟฟ้า แม้จะมี ค่าใช้จ่ายสูงแต่ก็จูงใจลูกค้าให้เข้ามาซื้อสินค้าได้มากกว่าร้านที่ดูมืดสลัวมุมห้องมืด ๆ ก่อนตัดสินใจเรื่อง แสงสว่างควรรู้ว่าค่าไฟฟ้าเท่าไรและใช้ไฟฟ้ากี่ดวงถึงจะคุ้มค่ากับการขายสินค้าด้วย 2. กำรตกแต่งสีภำยนอกและภำยในร้ำน นอกจากการทาสีร้านค้าให้สดใสสว่าง สวยงามแล้ว สีของหีบห่อและตัวสินค้าก็สามารถน ามาตกแต่งให้ร้านค้าดูดีขึ้นจะต้องให้ผู้คนเห็นสินค้าชัดเจนและสวยงาม 3. กำรจัดหมวดหมู่ของสินค้ำ ควรจัดเรียงผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน หรือใช้วัสดุที่ คล้ายกันไว้ด้วยกัน 4. กำรติดป้ำยรำคำสินค้ำ การติดป้ายบอกราคาสินค้าให้ชัดเจนที่ลูกค้าสามารถมองเห็นได้หรือ อ่านได้ เป็นการให้ความสะดวกกับลูกค้าในการตัดสินใจซื้อสินค้า 5. กำรจัดวำงสินค้ำ มีความส าคัญต่อการจูงใจลูกค้าให้เลือกซื้อสินค้า เพื่อให้สะดวกและเกิดความ พึงพอใจ ควรค านึงถึงสิ่งต่อไปนี้ 5.1 ความพึงพอใจของลูกค้า 5.2 จัดสินค้าไว้ในบริเวณที่จะขาย 5.3 จัดสินค้าไว้ในระดับสายตาให้มากที่สุด 5.4 จัดสินค้าด้านหน้าบนชั้นให้เต็มอยู่เสมอ 5.5 ชั้นจะต้องปรับระดับได้ตามขนาดของสินค้า 5.6 การใช้กล่องหนุนสินค้าให้ดูมีมิติ สวยงามแม้จะมีสินค้าไม่มากนัก 5.7 ความเป็นระเบียบเรียบร้อย 5.8 สินค้ามาก่อนต้องจ าหน่ายก่อน ต้องจ าหน่ายสินค้าเก่าก่อนสินค้าใหม่เสมอ พยายามวางสินค้า มาก่อนไว้แถวหน้าเสมอ ควรจัดสินค้าที่มาก่อนให้ดูสดใสสะอาดเหมือนสินค้าใหม่


36 3. กำรขำย การขาย คือ กระบวนการทั้งทางตรงและทางอ้อมของการจูงใจให้ผู้ซื้อสินค้าหรือบริการยินยอม กระท าสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งจะท าให้เกิดประโยชน์ทางด้านการค้าแก่ผู้ขาย เมื่อผู้ผลิตสินค้าไปสู่ผู้บริโภคมีสิ่งที่ควร พิจารณา ดังนี้ 1. กำรหำตลำด ควรค านึงถึงความต้องการของตลาดว่ามีมากน้อยเพียงใด โดยใช้วิธีสังเกต สอบถามกับคนรู้จัก เพื่อนบ้าน และผู้ซื้อ กระแสการบริโภคของลูกค้ามีความต้องการซื้อเป็นของขวัญของ ฝากหรือรับประทานในครอบครัว ตลาดควรเป็นตลาดที่มีการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง เช่น ขายทางออนไลน์ ขายหน้าร้านตนเอง ขายในตลาดนัด ขายในห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อจะได้ตรงตามความต้องการ ของตลาด 2. วิธีกำรจ ำหน่ำย เมื่อผู้ผลิตลงทุนผลิตสินค้าขึ้นมาเพื่อน าสินค้าออกสู่ตลาด ถ้าผู้ผลิตสามารถ เลือกช่องทางการตลาด การจ าหน่ายสินค้าได้อย่างถูกต้องสินค้าก็จะเข้าถึงลูกค้าได้ง่าย ซึ่งอาจเป็นการ จ าหน่ายจากผู้ผลิตถึงลูกค้าโดยตรงด้วยการจัดหาสถานที่ส าหรับจ าหน่ายสินค้าที่เป็นหลักแหล่ง มีการจัด วางสินค้าที่สามารถน าเสนอสินค้าให้ดูสวยงาม หรือเป็นผู้ผลิตให้พ่อค้าคนกลางมารับซื้อไปขายให้กับ ผู้บริโภคอีกต่อหนึ่ง เพื่อกระจายสินค้าได้อย่างทั่วถึง 3. กำรโฆษณำประชำสัมพันธ์ถือเป็นสิ่งส าคัญที่จะท าให้ผู้ซื้อหรือลูกค้ารู้จักเกิดความต้องการ ที่จะซื้อเป็นวิธีการโน้มน้าวผู้ซื้อ ที่ส าคัญการโฆษณาประชาสัมพันธ์มีหลายวิธี เช่น ใช้วิธีบอกปากต่อปาก การจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์สินค้าการออกร้านตามงานเทศกาลต่าง ๆ ของอ าเภอหรือจังหวัด การประชาสัมพันธ์ผ่านอินเตอร์เน็ต โดยสิ่งที่เป็นการช่วยประชาสัมพันธ์อย่างหนึ่งก็คือคุณภาพสินค้า เมื่อผู้ซื้อหรือลูกค้าได้ซื้อสินค้าไป เช่น มีรสชาติดี มีคุณภาพ ราคาย่อมเยา จะเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์อีก ช่องทางหนึ่ง 4. กำรส่งเสริมกำรขำย การส่งเสริมการขาย หมายถึง การจูงใจที่เสนอคุณค่าพิเศษ หรือการจูงใจผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภค คนกลาง (ผู้จัดจ าหน่าย) หรือหน่วยงานขาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการสร้างยอดขายในทันทีจาก ความหมายนี้สามารถสรุปได้ว่า 1. การส่งเสริมการขายเป็นการให้สิ่งจูงใจพิเศษเพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อ เช่น คูปอง ของแถม การชิงโชค การแลกซื้อ เป็นต้น 2. การส่งเสริมการขายเป็นเครื่องมือกระตุ้น กิจกรรมการส่งเสริมการขาย มีวัตถุประสงค์เพื่อ กระตุ้นให้เกิดการซื้อจ านวนมากขึ้น และสามารถตัดสินใจซื้อได้ในเวลาทันทีทันใด 3. การส่งเสริมการขายใช้ในการจูงใจกลุ่มต่าง ๆ 3 กลุ่ม คือ 3.1 การส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่ผู้บริโภค เป็นการส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่ผู้บริโภคคนสุดท้าย เพื่อจูงใจให้เกิดการซื้อจ านวนมากขึ้น ตัดสินใจซื้อได้รวดเร็วขึ้น เกิดการทดลองใช้ ถือว่าเป็นการใช้กลยุทธ์ดึง 3.2 การส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่คนกลาง เป็นการส่งเสริมการขายที่ มุ่งสู่พ่อค้าคนกลาง ผู้จัดจ าหน่าย หรือผู้ขาย ถือว่าเป็นการใช้กลยุทธ์ผลัก 3.3 การส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่พนักงานขาย เป็นการส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่พนักงานขาย หรือหน่วยงานขาย เพื่อให้ใช้ความพยายามใน การขายมากขึ้น ถือว่าเป็นการใช้กลยุทธ์ผลัก วัตถุประสงค์ของการส่งเสริมการขาย 1. การดึงลูกค้าใหม่ 2. การรักษาลูกค้าเก่าไว้ 3. การส่งเสริมลูกค้าในปัจจุบันให้ซื้อสินค้าในปริมาณมาก


37 4. การเพิ่มอัตราการใช้ผลิตภัณฑ์ 5. การส่งเสริมการขายท าให้ผู้บริโภคเกิดการยกระดับ 6. การเสริมแรงการโฆษณาในตราสินค้า 5. กำรเลือกช่องทำงกำรจัดจ ำหน่ำย การเลือกช่องทางการจัดจ าหน่าย สามารถแบ่งช่องทางการจ าหน่ายสินค้า แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. ช่องทำงกำรจ ำหน่ำยทำงตรง คือ ผู้ผลิตขายสินค้าไปยังผู้ใช้หรือผู้บริโภคด้วยตนเอง 2. ช่องทำงกำรจ ำหน่ำยทำงอ้อม คือ ผู้ผลิตขายสินค้าผ่านตัวกลาง ตัวแทนจ าหน่ายร้านค้าส่ง และร้านค้าปลีก เพื่อจ าหน่ายไปยังผู้ใช้หรือผู้บริโภค ช่องทางการจ าหน่ายทั้งสองประเภทนี้ยังแบ่งเป็นช่องทางขายได้อีกหลายช่องทางโดยจะกล่าวถึง ช่องทางขายที่ส าคัญดังต่อไปนี้ ช่องทำงจ ำหน่ำยทำงตรงมีช่องทำงขำย ดังนี้ 1. ขำยผ่ำนหน้ำร้ำนแบบไม่เคลื่อนที่ เป็นการขายผ่านหน้าร้านสาขาทั้งเป็นร้านค้าของตนเองหรือ เช่าหน้าร้านตามห้างสรรพสินค้า Modern trade เช่าพื้นที่ขายในปั้มน้ ามัน ขายออกบูทตามงานแสดง สินค้าเช่าพื้นที่ในอาคารส านักงาน เป็นต้น 2. ขำยผ่ำนหน้ำร้ำนที่เคลื่อนที่ไปมำ เช่น ขายผลไม้ในรถบรรทุกที่ย้ายไปขายตามสถานที่ต่าง ๆ ได้ตามความต้องการเปิดท้ายขายของตามตลาดนัดต่าง ๆ หาบเร่แผงลอย เป็นการขายแบบอิสระ เปลี่ยนเส้นทางขายบ้าง เปลี่ยนสินค้าขายบ้าง สินค้าที่ขายอาจเป็นสินค้าตามฤดูกาลหรือเป็นสินค้าที่ผู้ขาย ไปหาซื้อได้มาในช่วงเวลานั้น ๆ 3. ขำยผ่ำนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อออนไลน์การขายลักษณะ E-commerce นี้จะขายผ่านหน้า โฮมเพจของของร้านค้า ส าหรับการขายผ่าน Social media เป็นการขายที่นิยมกันในกลุ่มคนที่ยังท างาน ประจ า และใช้เวลาว่าง ให้เป็นประโยชน์และกลุ่มอาชีพอิสระที่ต้องการขายสินค้าเป็นอาชีพเสริม การขาย ประเภทนี้จะขายผ่าน Facebook Intragram Line เป็นต้น


38 แบบประเมินผลกำรจัดกำรศึกษำและฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรวิชา.................................................................................... จ านวน....................... .........ชั่วโมง ระหว่างวันที่..........เดือน......................พ.ศ..................ถึงวันที่..........เดือน......................พ.ศ.................. สถานที่จัด ณ..................................................................................................................................... เกณฑ์กำรให้คะแนนประเมินผลกำรจัดกำรศึกษำและฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น ศูนย์วงเดือน อำคมสุรทัณฑ์ 1. ควำมรู้ควำมเข้ำใจในเนื้อหำสำระ 20 คะแนน 1.1 แบบทดสอบ (20 คะแนน) 2. ทักษะกำรปฏิบัติ 40 คะแนน 2.1 การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ (10 คะแนน) 2.1.1 การจัดเตรียมวัสดุ (5 คะแนน) 2.1.2 การจัดเตรียมอุปกรณ์ (5 คะแนน) 2.2 ปฏิบัติตามขั้นตอน (20 คะแนน) 2.2.1 ปฏิบัติตามขั้นตอน (5 คะแนน) 2.2.2 ปฏิบัติงานเสร็จตามเวลา (5 คะแนน) 2.2.3 ปฏิบัติงานด้วยความสะอาดเรียบร้อย (5 คะแนน) 2.2.4 ปฏิบัติงานด้วยความคล่องแคล่ว (5 คะแนน) 2.3 มีทักษะในการท างานเป็นทีม (10 คะแนน) 2.3.1 การเคารพกฎ กติกา และการยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น (5 คะแนน) 2.3.2 การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น (5 คะแนน) 3. คุณภำพของผลงำน/ผลกำรปฏิบัติงำน (40 คะแนน) 3.1 ผลงาน/ชิ้นงาน เป็นไปตามที่หลักสูตรก าหนด (30 คะแนน) 3.1.1 คุณภาพของชิ้นงาน (10 คะแนน) 3.1.2 องค์ประกอบของชิ้นงาน (10 คะแนน) 3.1.3 การตกแต่ง/บรรจุภัณฑ์ของชิ้นงาน (10 คะแนน) 3.2 การน าเสนอผลงาน/ชิ้นงาน (10 คะแนน) ระดับผลกำรเรียน การตัดสินผลการเรียนให้น าคะแนนระหว่างการจัดการเรียนการสอนรวมกับคะแนนจาก แบบทดสอบหลังเรียนแล้วน าไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่ก าหนด เพื่อให้ค่าระดับผลการเรียนทั้ง 5ระดับ ดังนี้ 1. ได้คะแนน 80 – 100 ได้เกรด 4 หมายถึง ดีมาก 2. ได้คะแนน 70 - 79 ได้เกรด 3 หมายถึง ดี 3. ได้คะแนน 60 - 69 ได้เกรด 2 หมายถึง ปานกลาง 4. ได้คะแนน 50 - 59 ได้เกรด 1 หมายถึง ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ าที่ก าหนด 5. ได้คะแนน 0 - 49 ได้เกรด 0 หมายถึง ต่ ากว่าเกณฑ์ที่ก าหนด


ล ำดับ ที่ เลขประจ ำตัว ประชำชน ชื่อ – สกุล 1. ควำมรู้ควำมเข้ำใจ ในเนื้อหำสำระ 20 คะแนน 2. ทั1.1 แบบ ทดสอบ (20) 2.1 กำรเตรียม วัสดุอุปกรณ์ (10) 2.1.1 (5) 2.1.2 (5) 2.2.1 (5) ลงชื่อ..................................................วิทยากร (......................................................) ลงชื่อ..................................................หัว (......................................................


39 ทักษะกำรปฏิบัติ 40 คะแนน 3. คุณภำพของผลงำน ผลกำรปฏิบัติงำน 40 คะแนน รวม 100 คะแนน ผลกำรเรียน 2.2 ปฏิบัติตำมขั้นตอน (20) 2.3 มีทักษะใน กำรท ำงำนเป็น ทีม (10) 3.1 ผลงำน/ชิ้นงำน เป็นไปตำมที่หลักสูตร ก ำหนด (30) 3.2 กำรน ำเสนอ ผลงำน/ชิ้นงำน (10) 2.2.2 (5) 2.2.3 (5) 2.2.4 (5) 2.3.1 (5) 2.3.2 (5) 3.1.1 (5) 3.1.2 (5) 3.1.3 (5) วหน้ากลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ ) ลงชื่อ..................................................ผู้อนุมัติ (......................................................)


40 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ผู้เรียน ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ หลักสูตรวิชา......................................................................จ านวน..............ชั่วโมง วันที่..................................................................สถานที่จัด ณ .................................................................... ชื่อ-สกุล................................................................................................................................................... ค าชี้แจง : ให้วิทยากรสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องว่างที่ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน 5 4 3 2 1 1. รักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ 1.1 เป็นพลเมืองดีของชาติ 1.2 ธ ารงไว้ซึ่งความเป็นไทย 1.3 ศรัทธา ยึดมั่น และปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา 1.4 เคารพเทิดทูน สถาบันพระมหากษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ประพฤติตรงตามความเป็นจริงต่อตนเองทั้งทางกาย วาจา ใจ 2.2 ประพฤติตรงตามความเป็นจริงต่อผู้อื่นทั้งทางกาย วาจา ใจ 3. มีวินัย 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของ สถานศึกษา ครอบครัว ชุมชนและสังคม 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 ตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียน และเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ 4.2 แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆทั้งภายในและภายนอก สถานศึกษาด้วยการเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม สรุปเป็นองค์ความรู้ และสามารถน าไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้ 5. อยู่อย่ำงพอเพียง 5.1 ด าเนินชีวิตอย่างพอประมาณ มีเหตุผล รอบคอบ มีคุณธรรม 5.2 มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ปรับตัวเพื่ออยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข 6. มุ่งมั่นในกำร ท ำงำน 6.1 ตั้งใจและรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่การงาน 6.2 ท างานด้วยความเพียรพยายามและอดทนเพื่อให้งานส าเร็จตาม เป้าหมาย 7. รักควำมเป็นไทย 7.1 ภาคภูมิใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรมไทย และมีความกตัญูกตเวที 7.2 เห็นคุณค่าและใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม 7.3 อนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาไทย 8. มีจิตสำธำรณะ 8.1 ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจโดยไม่หวังผลตอบแทน 8.2 เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษา ชุมชนและสังคม


41 เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ าเสมอดีเยี่ยม ให้ 5 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ าเสมอดีมาก ให้ 4 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน


42 แบบทดสอบก่อนเรียน หลักสูตรมำลัยแบน ศูนย์วงเดือน อำคมสุรทัณฑ์ 1. การร้อยมาลัยดอกไม้สดหมายถึงข้อใด ก. ดอกไม้ประดิษฐ์แบบไทยลักษณะหนึ่ง ข. การน าดอกไม้ กลีบดอกไม้ใบไม้และส่วนต่าง ๆ ของดอกไม้ที่ร้อยได้ ค. การร้อยที่มีลักษณะต่าง ๆ กันมากมายหลายแบบ ง. ถูกทุกข้อ 2. การร้อยมาลัยมีต้นก าเนิดเริ่มแรกของมาลัยไม่เป็นที่ปรากฎแน่ชัดแต่ทราบว่าน่าจะอยู่ในช่วงยุคสมัยใด ก . สมัยสุโขทัย ข. สมัยอยุธยา ค. สมัยธนบุรี ง. สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ 3. มาลัยแบ่งตามประเภทการใช้สอยมีกี่ประเภท ก. 2 ประเภท ข. 3 ประเภท ค. 4 ประเภท ง. 5 ประเภท 4. ดอกไม้ที่นิยมน ามาใช้ในการร้อยมาลัยได้แก่ข้อใด ก. ดอกกล้วยไม้ ดอกพุด ข. ดอกรัก กุหลาบ ค. ดอกบานไม่รู้โรย ดอกมะลิ ง. ถูกทุกข้อ 5. เข็มมาลัยเป็นเข็มเหล็กหรือสเตนเลสมีขนาดกี่นิ้ว ก. 6 - 9 นิ้ว ข. 10 -11 นิ้ว ค. 12 -13 นิ้ว ง. 14 - 15 นิ้ว 6. วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในงานร้อยมาลัยประกอบด้วยอะไรบ้าง ก. เข็มมาลัย เข็มมือ ข. ด้าย กรรไกร ค. คีมปากเป็ด วาสลิน ง. ถูกทุกข้อ 7. ข้อใดมาลัยสองชายนิยมใช้ในงานมงคลอะไรบ้าง ก. งานบวช ข. งานบูชาพระ ค. งานมงคลสมรส ง. การตกแต่งสถานที่ 8. มาลัยซีกหรือเสี้ยว หมายถึง ข้อใด ก. มาลัยที่ร้อยเต็มวง ข. มาลัยที่ร้อยไม่เต็มวง ร้อยเพียงครึ่งวงกลม หรือน้อยกว่า ค. มาลัยที่ร้อยกลีบดอกทีละดอกหรือกลีบ วนรอบเข็ม นิยมร้อยต่อตัว ตั้งแต่ 6 กลีบ ง. มาลัยที่ร้อยกลีบดอกด้านข้างทอดกลีบยาวทั้งสองข้าง ส่งด้านหน้าและด้านหลัง ส่งกลีบดอกสั้น 9. มาลัยแบน หมายถึง ข้อใด ก.มาลัยที่ร้อยไม่เต็มวง ร้อยเพียงครึ่งวงกลม หรือน้อยกว่า ข. มาลัยที่ร้อยเต็มวง ค. มาลัยที่ร้อยกลีบดอกทีละดอกหรือกลีบ วนรอบเข็ม นิยมร้อยต่อตัว ตั้งแต่ 6 กลีบ ง. มาลัยที่ร้อยกลีบดอกด้านข้างทอดกลีบยาวทั้งสองข้าง ส่งด้านหน้าและด้านหลัง ส่งกลีบดอกสั้น10. 10. ข้อใดไม่ใช่ดอกไม้ที่ใช้การร้อยมาลัยแบน กลีบกล้วยไม้ยกดอก 2 ด้าน ก. ดอกกล้วยไม้ ข. ดอกพุด ข. ดอกรัก ง. ดอกบานไม่รู้โรย คะแนนที่ได้


Click to View FlipBook Version