ก
ก ค ำน ำ ด้วยศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ จังหวัดอุทัยธานี เป็นศูนย์ที่จัดฝึกอบรมด้านอาชีพในท้องถิ่นตาม พระราชด าริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมี วัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์อาชีพให้ประชาชนมีรายได้ และเพื่อศึกษาค้นคว้า วิจัยพัฒนาอาชีพความรู้ต่าง ๆ จากภูมิปัญญาท้องถิ่นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ส าคัญคือใช้เป็นแหล่งเรียนรู้และจัดกิจกรรม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในทุกรูปแบบ ได้แก่ เป็นศูนย์สาธิต ทดลอง จัดแสดงและ จัดจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ และผลิตภัณฑ์จากโครงการพระราชด าริ รวมถึงการ สนับสนุนประสานงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการศึกษาอาชีพให้มีงานท า สร้างรายได้ให้ตนเองและครอบครัว เพื่อให้การด าเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ที่เน้นเรื่อง การมีอาชีพเพื่อการมีงานท า มีรายได้ และสืบสานอนุรักษ์อาชีพต่าง ๆ ให้คงอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องของ อาหารคาวและขนมไทย ซึ่งในจังหวัดอุทัยธานี ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตรท าให้มี ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร นอกจากนี้ยังได้น าศาสตร์พระราชามาใช้ในการด าเนินชีวิต แต่ในปัจจุบัน สภาพทางเศรษฐกิจสังคม โครงสร้างประชากรเปลี่ยนไปมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมายจึงท าให้วิถีชีวิต การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป กระแสวัฒนธรรมเรื่องการกินมีการเปลี่ยนแปลงชีวิตคนรุ่นใหม่ต้องการ ความสะดวก รวดเร็วไม่มีเวลาจะมาท ากิจกรรมที่ต้องใช้เวลายุ่งยากและซับซ้อน จึงท าให้ภูมิปัญญาท้องถิ่น บางอย่างก าลังจะสูญหายไป ซึ่งหมายรวมถึงอาหารและขนมไทย ดังนั้นศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ได้ ตระหนักถึงความส าคัญและต้องการสืบสานการอนุรักษ์ด้านอาหารและขนมไทยของจังหวัดอุทัยธานี จึงได้ คัดเลือกอาหารและขนมไทยที่ก าลังจะสูญหายมาจัดท าเป็นหลักสูตรเพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้มี ความรู้ ความเข้าใจ สามารถน าไปประกอบอาชีพต่อไป ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยากรวิชาชีพ ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา และบุคลากรของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ที่ได้ร่วมพัฒนาหลักสูตรและจัดท าแผนการ เรียนรู้รวมทั้งสื่อต่าง ๆ ให้ส าเร็จไปด้วยดีและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลักสูตรเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อวิทยากร ครูผู้สอน และผู้เรียนต่อไป ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ มิถุนายน 2564
ข สำรบัญ หน้ำ ค ำน ำ ก ควำมรู้เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในกำรท ำขนมวงเดือนดำรำ 1 ควำมรู้พื้นฐำนในกำรจัดกำรเรียนรู้ตำมหลักสูตรกำรท ำขนมวงเดือนดำรำ 24 หลักสูตรวิชำขนมวงเดือนดำรำ 26 ความเป็นมา 26 หลักการของหลักสูตร 26 จุดประสงค์ของหลักสูตร 27 จุดประสงค์การเรียนรู้ 27 กลุ่มเป้าหมาย 27 ระยะเวลา 27 โครงสร้างหลักสูตร 27 การจัดการเรียนรู้ 28 สื่อการเรียนรู้ 28 การจัดกระบวนการเรียนรู้ 28 การวัดและประเมินผล 28 การจบหลักสูตร 29 เอกสารหลักฐานการศึกษา 29 แผนกำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้หลักสูตรขนมวงเดือนดำรำ 30 ใบความรู้ ความเป็นมาของการท าขนมวงเดือนดารา 33 ใบความรู้ วิธีการท าขนมวงเดือนดารา 36 แบบบันทึกการเรียนรู้ของผู้เรียน หลักสูตรการท าขนมวงเดือนดารา 38 ใบความรู้ คุณค่าอาหารทางโภชนาการของขนมวงเดือนดารา 39 ใบความรู้ การบรรจุภัณฑ์ 41 ใบความรู้ การค านวณต้นทุน ก าไร 46 ใบงาน การคิดต้นทุน ก าไร 49 ใบความรู้ ช่องทางการตลาด 50 แบบประเมินผลการจัดการศึกษาและฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น 56 บรรณำนุกรม 58 คณะผู้จัดท ำ 59
ค สำรบัญรูปภำพ หน้ำ ภาพที่ 1 เตาแก๊ส 1 ภาพที่ 2 เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 3 ภาพที่ 3 เครื่องชั่งขนาดใหญ่ 3 ภาพที่ 4 เครื่องชั่งขนาดเล็ก 4 ภาพที่ 5 เครื่องชั่งดิจิตอล 4 ภาพที่ 6 ถ้วยตวงของแห้ง 7 ภาพที่ 7 ถ้วยตวงของเหลว 8 ภาพที่ 8 ช้อนตวง 9 ภาพที่ 9 มีดชนิดต่าง ๆ 9 ภาพที่ 10 เขียงไม้และเขียงพลาสติก 10 ภาพที่ 11 เขียงพลาสติก 11 ภาพที่ 12 ชามผสมหรืออ่างผสม 13 ภาพที่ 13 กระชอน 13 ภาพที่ 14 กระทะ 14 ภาพที่ 15 หม้อ และอุปกรณ์หุงต้ม 15 ภาพที่ 16 ถาด 15 ภาพที่ 17 ตระกร้อมือ 16 ภาพที่ 18 พายซิลิโคน 17 ภาพที่ 19 กระบวยสแตนเลส 19 ภาพที่ 20 หลอดหยด 20 ภาพที่ 21 อุปกรณ์ส าหรับท าขนมวงเดือนดาราโดยเฉพาะ 21 ภาพที่ 22 ขนมวงเดือนดารา (1) 25 ภาพที่ 23 ขนมวงเดือนดารา (2) 33 ภาพที่ 24 วัตถุดิบและส่วนผสม 36 ภาพที่ 25 ขนมวงเดือนดารา (3) 37 ภาพที่ 26 ขนมวงเดือนดารา (4) 38
ง สำรบัญรูปภำพ (ต่อ) หน้ำ ภาพที่ 27 ขนมวงเดือนดารา (5) 40 ภาพที่ 28 บรรจุภัณฑ์ขนมวงเดือนดารา 41ภาพที่ 29 บรรจุภัณฑ์กระดาษ 43 ภาพที่ 30 บรรจุภัณฑ์พลาสติก 43 ภาพที่ 31 บรรจุภัณฑ์โลหะ 44 ภาพที่ 32 บรรจุภัณฑ์แก้ว 44 ภาพที่ 33 บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ 45 ภาพที่ 34 ขนมวงเดือนดารา (6) 48
1 ควำมรู้เกี่ยวกับวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในกำรท ำขนมวงเดือนดำรำ ศูนย์วงเดือน อำคมสุรทัณฑ์ ศูนย์ฝึกอำชีพรำษฎรตำมพระรำชด ำริ จังหวัดอุทัยธำนี วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในกำรท ำขนมวงเดือนดำรำ ก่อนที่ผู้เรียนจะเข้าสู่การเริ่มต้นท าขนมวงเดือนดารา ผู้เรียนควรเรียนรู้เกี่ยวกับวัสดุและอุปกรณ์ที่ จ าเป็นต้องใช้ ได้แก่ เครื่องครัว เครื่องใช้ เครื่องปรุงรสที่จ าเป็นต้องใช้ก่อน โดยมีวิธีการเลือกซื้อ การเก็บรักษา และการน ามาใช้ในการท าขนมวงเดือนดารา ดังนี้ 1. อุปกรณ์ในกำรหุงต้มประเภทเตำ เตาที่ใช้ในการหุงต้มหรือประกอบอาหารนั้นมีด้วยกันหลายชนิด ได้แก่เตาถ่าน เตาน้ ามันก๊าด เตาแก๊ส และ เตาไฟฟ้า ซึ่งเตาเหล่านี้บางส่วนไม่ได้ใช้งานแล้ว ในปัจจุบันการเลือกใช้เตาในการประกอบอาหาร จะเลือกใช้ เตาในการประกอบอาหาร จะเลือกใช้เตาที่ให้ความสะดวกในการใช้งาน หาซื้อได้ง่าย เช่น เตาแก๊ส และเตา ไฟฟ้า 1.1 เตำแก๊ส (Stove) เตาแก๊สที่ใช้หุงต้ม จะมีเฉพาะแท่นหัวเตาซึ่งอาจจะเป็นหัวเตาเดี่ยว หัวเตาคู่ หรือสี่หัวเตา วิธีใช้เตำแก๊ส - เตรียมอาหารที่จะหุงต้มไว้ให้พร้อม - เลือกขนาดของภาชนะที่จะใช้หุงต้มให้เหมาะกับหัวเตา - เปิดวาล์วที่ถังแก๊ส - จุดไฟที่หัวเตาพร้อมกับเปิดวาล์วที่เตา ตอนแรกที่เปิดวาล์ว หมุนให้ก๊าซออกน้อย เพื่อป้องกัน เปลวไฟลุก เมื่อติดไฟแล้วค่อยปรับตามที่ต้องการ เมื่อหุงต้มอาหารเสร็จแล้ว ปิดวาล์วที่หัวเตาและถังก๊าซ วิธีกำรเก็บรักษำเตำแก๊ส การท าความสะอาด ส่วนที่เป็นโครงเหล็กและฝาหัวเตา ถอดออกท าความสะอาดได้โดยใช้ ฟองน้ าหรือผ้านุ่มชุบน้ าสบู่เช็ดให้สะอาด แล้วล้างด้วยน้ าสะอาดผึ่งให้แห้ง ส าหรับฝาหัวเตาเมื่อใช้นาน ๆ เศษ อาหารหรือเขม่าอาจอุดตามรูได้ ใช้ลวดหรือไม้แหลมแยงบริเวณหัวเตา และด้านข้างใช้ฟองน้ าหรือผ้านุ่มชุบน้ า สบู่เช็ด แล้วเช็ดด้วยน้ าสะอาดจนกระทั่งสะอาด ภาพที่ 1 : เตาแก๊ส โดย : ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
2 1.2 เตำแม่เหล็กไฟฟ้ำ (Induction Stove) เตาแม่เหล็กไฟฟ้า หรือเตาเหนี่ยวน าไฟฟ้า เป็นเตาที่อาศัยความร้อนจากการเหนี่ยวน าไฟฟ้าส่งผ่านไป ยังภาชนะที่สามารถเหนี่ยวน าไฟฟ้าได้เช่น เหล็ก หรือเหล็กสแตนเลสบางชนิด ท าให้ภาชนะร้อนขึ้น จนสามารถประกอบอาหารและขนมได้อุปกรณ์ที่ไม่มีความสามารถเหนี่ยวน าแม่เหล็ก เช่น อลูมิเนียม แก้ว เซรามิค จะไม่ท าให้เกิดความร้อน เตาแม่เหล็กไฟฟ้ามีระบบควบคุมด้วยไมโครชิพ ท าให้สามารถท างานที่ อุณหภูมิต่าง ๆ ได้อย่างแม่นย า มีความทันสมัย สวยงาม และเพิ่มความสะดวกสบายในการประกอบอาหาร และขนม ด้านระบบความปลอดภัยเตาแม่เหล็กไฟฟ้ามีระบบตัดไฟกรณีไฟเกิน (Over current protection)และกรณี มีความร้อนมากเกินไป (Over-heat protection) วิธีกำรเลือกซื้อเตำแม่เหล็กไฟฟ้ำ ควรเลือกเตาแม่เหล็กขั้วต่อปลั๊กไฟ และสายไฟ ที่ท าจากวัสดุที่มี คุณภาพและได้มาตรฐาน ตัวผลิตภัณฑ์มีความแข็งแรงทนทาน ผลิตจากวัสดุที่ทนความร้อนได้ดีทนทานต่อ การกัดกร่อน และการละลายจากการโดนความร้อนได้ดีมีแผงปรับก าลังไฟและฟังก์ชั่นการปรับระดับความ ร้อน สามารถท าความสะอาดได้ง่าย และมีระบบตัดไฟอัตโนมัติ เลือกใช้ภาชนะส าหรับเตาแม่เหล็กไฟฟ้า เช่น ภาชนะที่ท าด้วยเหล็ก หรือเหล็กสแตนเลสบางชนิด ภาชนะโลหะพื้นเรียบ หม้อสแตนเลส กาต้มน้ า พื้นเรียบ หม้อเหล็กเคลือบ กระทะหรือหม้อโลหะ เป็นต้น ซึ่งเมื่อวางภาชนะเหล่านี้บนเตาจะเกิดการ เหนี่ยวน าไฟฟ้าจนท าให้ภาชนะเกิดความร้อนและสามารถประกอบอาหารและขนมตามที่ต้องการได้ วิธีกำรใช้งำนเตำแม่เหล็กไฟฟ้ำ น าเตาแม่เหล็กไฟฟ้าเสียบปลั๊กไฟ เลือกระดับความร้อนที่เหมาะสม กับการประกอบอาหารและขนม วางภาชนะที่เหมาะสมกับขนาดของเตาแม่เหล็กไฟฟ้า หลังจากประกอบ อาหารและขนม เสร็จเรียบร้อยแล้วให้กดปุ่มปิด เพื่อปิดเตาแม่เหล็กไฟฟ้า ในกรณีนี้พัดลมที่ท าความเย็น ภายในเตาจะยังคงท างานต่อไป ฉะนั้นหลังการใช้งานจึงไม่ควรจะถอดปลั๊กไฟออกทันทีเพื่อให้ พัดลมความ เย็นยังท างานต่อไปจึงถอดปลั๊กไฟออก วิธีกำรเก็บรักษำเตำแม่เหล็กไฟฟ้ำ เตรียมน้ าร้อนครึ่งถ้วย ผสมน้ ายาล้างจานลงไป 2 ช้อนชา คนให้ เข้ากัน น าผ้าสะอาดชุบน้ าร้อนผสมน้ ายาล้างจานให้ชุ่ม โรยผงเบกกิ้งโซดาลงบนหน้าเตาแม่เหล็กไฟฟ้า บิดผ้า ที่ชุบน้ าร้อนให้หมาด ๆ เช็ดลงไปบนเตาที่โรยผงเบกกิ้งโซดาเอาไว้ผ้าเปียกจะส่งผลให้เบกกิ้งโซดาท างานได้ อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น คลุมผ้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที เพื่อให้เบกกิ้งโซดาท าปฏิกิริยา หากหน้าเตามี คราบติดแน่น ให้ทิ้งไว้นานขึ้นประมาณ 1 ชั่วโมง เทน้ าลงไปให้ชุ่มอยู่เสมอเพื่อให้เบกกิ้งโซดาท างานได้เต็มที่ น าฟองน้ าชุบน้ าเย็น จากนั้นน ามาเช็ดหน้าเตาเป็นการเก็บรายละเอียดสิ่งสกปรกที่อาจยังตกค้างอยู่ (ใช้ด้าน ฟองน้ าเท่านั้น) ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์มาเช็ดให้เตาแม่เหล็กไฟฟ้าให้แห้ง เตาแม่เหล็กไฟฟ้าจะสะอาด เงางาม เป็นมันวาว ภาพที่ 2 : เตาแม่เหล็กไฟฟ้า ที่มา :https://www.shopat24.com/p/SMARTHOME
3 2. อุปกรณ์เครื่องใช้ในครัว อุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวมีหลายหลายชนิด การรู้จักอุปกรณ์เครื่องใช้และวิธีการอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ การประกอบอาหารมีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลาและแรงงาและยังช่วยให้อาหารที่ประกอบส าเร็จมีลักษณะที่ ดีมีคุณภาพเครื่องใช้ที่น ามาใช้ในการประกอบอาหารด้วย อุปกรณ์เครื่องใช้ในครัว อุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวมีมากมายหลายชนิด การรู้จักอุปกรณ์เครื่องใช้และวิธีการให้อย่างถูกต้อง จะ ช่วยในการประกอบอาหารให้มีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลาและแรงงาน และช่วยให้ขนมที่ประกอบส าเร็จมี ลักษณะที่ดีมีคุณภาพ ประกอบด้วย 1. เครื่องชั่ง (Scale) เครื่องชั่งที่ใช้กันอยู่ทั่วไปมี 3 ขนำด คือ 1.1 เครื่องชั่งขนาดใหญ่ ส าหรับชั่งส่วนผสมที่มีจ านวนมาก ซึ่งในการประกอบอาหารในปัจจุบันนิยม ใช้การชั่งมากกว่าการตวง การชั่งจะช่วยในการประหยัดเวลา และมีความเที่ยงตรงได้เป็นอย่างดี เครื่องชั่งขนาด ใหญ่มีน้ าหนักตั้งแต่ 15 – 30 กิโลกรัม วัสดุเคลือบสีป้องกันสนิม การเคลื่อนย้ายไม่ควรหิ้วเพราะจะท าให้เกิด การคลาดเคลื่อนไม่เที่ยงตรง 1.2 เครื่องชั่งขนาดเล็ก เหมาะส าหรับการชั่งเครื่องปรุงจ านวนน้อย น้ าหนักตั้งแต่ 500 –1,000กรัม ไม่ เกิน 2,000 กรัม ท าด้วยโลหะหรือพลาสติกเหนียว ส าหรับเครื่องชั่งบางชนิดสามารถแยกจานออกเพื่อเท ส่วนผสม เช่น เกลือ ผงฟู การดูแลเครื่องชั่ง ควรระมัดระวังการตกหล่นอาจจะท าให้เครื่องชั่งแตกหักได้ง่าย ภาพที่ 3 : เครื่องชั่งขนาดใหญ่ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ภาพที่ 4 : เครื่องชั่งขนาดเล็ก โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
4 1.3 เครื่องชั่งดิจิตอล เป็นเครื่องมือที่ใช้วัดน้ าหนักของวัตถุหรือสิ่งของต่าง ๆ ซึ่งสามารถแสดงหน่วย วัดได้หลากหลาย เช่น กรัม (g) ออนซ์ (oz) ปอนด์ (Ib) กิโลกรัม (Kg) กะรัต (ct) เป็นต้น ช่วยในการวัดปริมาณ น้ าหนักได้อย่างละเอียดแม่นย า และรวดเร็ว ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น มีระบบปิด เครื่องอัตโนมัติ ค านวณปริมาณการชั่งได้ละเอียดและชัดเจน คุณสมบัติของเครื่องชั่งดิจิตอลที่ดี ต้องมีความ แข็งแรง สามารถกันน้ า ฝุ่นละออง ความร้อนได้ และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน วิธีกำรเลือกซื้อเครื่องชั่ง 1. ต้องทราบถึงวัตถุประสงค์ว่าจะน าไปใช้ชั่งอะไร น้ าหนักที่ชั่งไม่เกินเท่าไร และค่าอ่านละเอียดของ เครื่องชั่งเท่าไหร่ ส่วนผสมที่จะใช้ชั่งมีขนาดเล็กหรือใหญ่ ปริมาณเท่าไหร่ จะต้องใช้เครื่องชั่งแบบดิจิตอล หรือ เครื่องชั่งแบบเข็ม เป็นต้น 2. ศึกษาที่มาหรือแหล่งผลิต ว่าสินค้าน าเข้าหรือผลิตในประเทศ ถ้าสินค้าผลิตในประเทศจะมีน้อย ส่วนมากจะเป็นสินค้าน าเข้า ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน และจีน 3. ศึกษาข้อมูลการใช้งาน เครื่องชั่งแต่ละชนิดจะมีข้อมูลการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป การเลือกข้อมูล ของเครื่องชั่งควรจะเหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้ 4. ศึกษาโครงสร้างและอุปกรณ์เครื่องชั่ง ผู้ใช้งานควรค านึงถึงสภาวะแวดล้อมที่จะใช้เครื่องชั่ง และ ลักษณะการชั่ง ทั้งนี้เพื่ออายุการใช้งานที่นานขึ้น โดยเช็คส่วนประกอบเครื่องชั่ง ดังนี้ 4.1 จอแสดงน้ าหนัก พลาสติกเอบีเอส หรือสแตนเลส มีการป้องกันฝุ่นและน้ าหรือไม่ 4.2 วิธีการเปลี่ยนแบตเตอรี่ และการซ่อมแซม 4.3 แท่นชั่งโครงสร้างเหล็กแข็งแรงหรือไม่จุดเชื่อม ความหนาของแท่นชั่ง โหลดเซลล์มีคุณภาพดีหรือไม่ และป้องกันความชื้นได้หรือไม่ 5. บริการหลังการขายเป็นสิ่งส าคัญในการบ ารุงรักษา ตรวจเช็คค่าน้ าหนักอย่างสม่ าเสมอ หรือหากช ารุด เสียหาย สามารถหาซื้ออะไหล่ได้ง่าย 6. เครื่องชั่งควรได้รับมาตรฐาน และต้องผ่านการตรวจรับรองจากกองชั่งตวงวัด กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ วิธีกำรใช้งำนเครื่องชั่ง 1. เครื่องชั่งมีทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก เครื่องชั่งมีตั้งแต่ขนาด 500 กรัม 1 กิโลกรัม และ 7 กิโลกรัม เป็น ต้นไป ท าจากพลาสติก โลหะ ชนิดที่ท าจากโลหะมีความทนทานกว่าพลาสติก การเลือกเครื่องชั่งที่ใช้ใน ครัวเรือนควรเลือกเครื่องชั่งที่มีความละเอียดขนาด 500 กรัม หรือ 1 กิโลกรัม (สมบูรณ์ มั่นความดี, 2558) ภาพที่ 5 : เครื่องชั่งดิจิตอล โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
5 2. โต๊ะส าหรับวางเครื่องชั่งจะต้องมั่นคงแข็งแรงไม่สั่นไม่แอ่นตัว 3. เครื่องชั่งจะต้องตั้งระดับลูกน้ าเพื่อให้เครื่องชั่งสมดุล 4. ขาของเครื่องชั่งทุกขาจะต้องตั้งบนพื้นตลอดเวลา 5. เปิดเครื่องทิ้งไว้ประมาณ 15 – 30 นาที ก่อนใช้งานดูค่าเริ่มต้นของเครื่องชั่ง โดยเครื่องชั่งดิจิตอล ให้เริ่มจาก 0.00 หรือเครื่องชั่งแบบเข็มให้เข็มชี้ไปที่เลข 0 เท่านั้น 6. การชั่งน้ าหนักต้องวางสิ่งที่ต้องการชั่งตรงกลางจานชั่ง 7. ควรรีบน าสิ่งของที่ชั่งออกจากจานชั่งเมื่อชั่งเสร็จแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและ ความชื้นภายในเครื่องชั่ง 8. อุณหภูมิภายในห้องเครื่องชั่งควรคงที่ เนื่องจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป 1 องศาจะท าให้เครื่องชั่งอ่าน ค่าผิดไป 1 -2 ส่วนในล้านส่วน และไม่ควรชั่งของขณะร้อน ต้องรอให้เย็นลงจนถึงอุณหภูมิห้องเสียก่อน 9. ป้องกันกระแสลมจากเครื่องปรับอากาศหรือเครื่องมือที่ท าให้เกิดกระแสลม ซึ่งจะรบกวนการชั่ง 10. การชั่งน้ าหนักควรชั่งในช่วง 1/3 - 2/3 ของค่าพิกัดสูงสุดของเครื่องชั่ง 11. ไม่ควรชั่งน้ าหนักเกินค่าพิกัดสูงสุดของเครื่องชั่ง 12. ห้ามชั่งสารเคมีหรือวัสดุต่าง ๆ บนจานชั่งโดยตรง 13. วางเครื่องชั่งให้ห่างจากหน้าต่าง เพราะแสงสว่างจากดวงอาทิตย์อาจท าให้ค่าน้ าหนักไม่แม่นย า วิธีกำรดูแลรักษำเครื่องชั่ง 1. เก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ร้อน หรือชื้นจนเกินไป 2. ไม่ควรชั่งของที่มีน้ าหนักเกินพิกัดของเครื่องชั่ง 3. ปิดรูเพื่อป้องกันหนูและแมลงสาบเข้าไปท าลายแผงวงจร 4. ไม่ควรเสียบชาร์จแบตเตอรี่ในระหว่างการใช้งาน 5. ท าความสะอาดเครื่องชั่งอยู่เสมอ หรือทุกครั้งหลังใช้งาน 2. ถ้วยตวงของแห้ง (Measuring Cup) ถ้วยตวง ใช้ส าหรับตวงส่วนผสมที่เป็นของแห้งชนิดต่าง ๆ เช่น แป้ง น้ าตาล เนื้อสัตว์ ผัก ถั่ว เป็นต้น มี 4 ขนาด เรียกว่า 1 ชุด ประกอบด้วย - ขนาด 1 ถ้วยตวง (One cup) - ขนาด 1/2 ถ้วยตวง (One half measuring cup) - ขนาด 1/3 ถ้วยตวง (One third measuring cup) - ขนาด 1/4 ถ้วยตวง (One fourth measuring cup) โดยที่บริเวณของก้นถ้วยตวงแต่ละใบ จะบอกขนาดของถ้วยตวงไว้อย่างชัดเจน ถ้วยตวงของแห้ง มัก ท าจากวัสดุ เช่น อลูมิเนียม พลาสติก และ สเตนเลส ซึ่งมีรูปทรง และขนาดมาตรฐานของถ้วยตวงเหมือนกัน วิธีกำรเลือกซื้อ ควรเลือกซื้อชนิดที่หาซื้อง่าย ทนต่อการใช้งาน น้ าหนักเบา และราคาประหยัด มีที่จับยื่นออกมา และ ติดแน่นกับถ้วยตวง ง่ายต่อการดูแลรักษา และท าความสะอาด ท าให้มีอายุการใช้งานที่นานยิ่งขึ้น วิธีกำรใช้งำน ใช้ตวงส่วนผสมประเภทของแห้งชนิดต่าง ๆ เช่น แป้ง น้ าตาล ถั่ว เนื้อสัตว์ เลือกใช้ให้เหมาะสมกับ ขนาดที่ต้องการ โดยวางถ้วยตวงขนาดที่ต้องการบนโต๊ะพื้นราบเรียบใช้มือข้างหนึ่งจับถ้วยตวงไว้ ส่วนอีกมือ หนึ่งตักส่วนผสมของแห้งที่ต้องการตวงใส่ลงในตวงให้พูนถ้วย (ห้ามเขย่า หรือ เคาะถ้วยตวง) ใช้ที่ปาด (สปาตูล่า – Spatula) หรือวัสดุที่มีสันเรียบตรงปาดส่วนที่พูนออก
6 วิธีกำรดูแลรักษำ - เมื่อเลิกใช้งานควรล้างให้สะอาด เช็ดให้แห้งสนิท เก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย - ถ้วยตวงที่ท าจากวัสดุพลาสติก ควรท าความสะอาดโดยใช้ฟองน้ า หรือ ผ้านุ่ม ๆ เช็ดถูขณะล้างท า ความสะอาด เพื่อไม่ให้พลาสติกเป็นริ้วรอยการขีดข่วน - ควรระวังอย่าให้ห่วงส าหรับถ้วยตวงหลุดหาย เพื่อที่จะได้ดูแลรักษาให้ถ้วยตวงอยู่ครบชุด 3. ถ้วยตวงของเหลว (Liquid measuring cup) ถ้วยตวงของเหลว ใช้ส าหรับตวงส่วนผสมที่เป็นน้ า หรือของเหลวที่สามารถไหลรินได้ เช่น น้ า นม น้ ามัน น้ าเชื่อม น้ ากะทิ เป็นต้น ถ้วยตวงท ามาจากวัสดุที่โปร่งใส เช่น แก้ว หรือพลาสติกใส เพื่อสามารถ มองเห็นของที่น ามาตวงได้ชัดเจน ผิวด้านนอกของถ้วยตวงชนิดนี้ จะมีขีดแสดงเครื่องหมาย และตัวเลขก ากับ ติดอยู่เพื่อบอกค่าปริมาตรถ้วยตวง 1 ใบ สามารถบอกค่าปริมาตรไว้หลายมาตรา เช่น 1 ถ้วยตวง มีขีดแสดง เครื่องหมาย และมีเลขก ากับบอกปริมาตรเป็นถ้วยตวง เช่น 1/41/31/22/33/4 และ 1 ถ้วยตวง ไว้ด้านหนึ่ง อีกด้าน หนึ่งบอกปริมาตรเป็นออนซ์ เช่น 2 4 6 และ 8 ออนซ์ หรือบอกปริมาตรเป็นลิตร ปอนด์ ไปน์ เป็นต้น ใน อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หากต้องการตวงของเหลวเป็นจ านวนมาก อาจใช้ถ้วยตวงขนาดใหญ่ที่มีขนาดบอก ปริมาตรมากกว่า 1 ถ้วย จะสะดวกและรวดเร็วกว่า วิธีกำรเลือกซื้อ ควรเลือกซื้อถ้วยตวงที่มีขีดบอกปริมาตรได้ง่าย และชัดเจน ท าจากวัสดุโปร่งใส และ ทนความร้อนได้ดี วิธีกำรใช้งำน ใช้ตวงส่วนผสมประเภทของเหลว เช่น น้ า นม น้ ามัน น้ าเชื่อม น้ ากะทิ โดยวางถ้วยตวงบน พื้นราบเรียบ เทส่วนผสมที่ต้องการตวงลงในถ้วยตวงให้ได้ปริมาตรพอดีกับปากถ้วยตวง วิธีกำรดูแลรักษำ - ห้ามให้ถ้วยตวงแก้วตกพื้นเพราะจะท าให้แตกร้าว หรือบิ่นได้ - ใช้ผ้านุ่ม ๆ หรือฟองน้ าจุ่มน้ ายาล้างจานเช็ดถูให้ทั่ว ล้างด้วยน้ าสะอาด 2-3 ครั้ง หรือจนกว่าจะสะอาด - คว่ าให้สะเด็ดน้ า และแห้งสนิท น าเก็บเข้าที่ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง เพราะ จะท าให้แก้วขุ่นมัว ไม่ใสสะอาด ภาพที่ 6 : ถ้วยตวงของแห้ง โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
7 4. ช้อนตวง (Measuring spoon) ช้อนตวงที่นิยมใช้กันทั่วไป และมีจ าหน่ายอยู่ในท้องตลาด มักท าด้วยวัสดุที่เป็นอลูมิเนียม สเตนเลส และพลาสติก ใช้ส าหรับตวงของแห้ง และของเหลวที่มีปริมาณเพียงเล็กน้อย มีด้วยกัน 4 ขนาด เรียกว่า 1ชุด ประกอบด้วย - ขนาด 1 ช้อนโต๊ะ (1 Table spoon) - ขนาด 1 ช้อนชา (1 Tea spoon) - ขนาด 1/2 ช้อนชา (1/2 Tea spoon) - ขนาด 1/4 ช้อนชา (1/4 Tea spoon) วิธีกำรเลือกซื้อช้อนตวงพิจำรณำดังนี้ ควรเลือกซื้อชนิดที่ท าด้วยวัสดุที่แข็งแรง ทนต่อการใช้งาน มีตัวเลขบอกขนาดให้เห็นชัดเจนที่ด้ามจับ ช้อนตวง วิธีกำรใช้ช้อนตวง ใช้ตวงส่วนผสมที่เป็นของแห้งและของเหลวในปริมาณไม่มาก โดยใช้มือข้างหนึ่งจับด้ามช้อนตวง ตักส่วนผสมที่ต้องการตวงให้เต็มพอดีกับขอบช้อนตวงขนาดที่ต้องการ ในกรณีตวงส่วนผสมที่เป็นของเหลว ส าหรับส่วนผสมที่เป็นของแห้ง ให้ใช้ช้อนตวงขนาดที่ต้องการตักของแห้งให้พูนช้อน ใช้ที่ปาด (Spatula) หรือวัสดุที่เรียบตรง ปาดส่วนผสมที่เกินพูนช้อนตวงออก ให้เหลือส่วนผสมที่ต้องการอยู่ในช้อนตวงเรียบ เสมอปากขอบช้อนตวง วิธีกำรดูแลรักษำช้อนตวง - ดูแลอย่าให้ช้อนตวงแยกหลุดออกจากห่วงคล้อง เพื่อจะได้อยู่ครบชุด ไม่สูญหาย - เมื่อใช้เสร็จแล้วควรล้างท าความสะอาดทันทีและใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้แห้งสนิทน าเก็บเข้าที่ให้ เรียบร้อย ภาพที่ 8 : ช้อนตวง โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ภาพที่ 7 : ถ้วยตวงของเหลว โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
8 5. มีด (Knife) มีด คือเครื่องมือชนิดแรก ๆ ที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้ในชีวิตประจ าวันมาอย่างยาวนาน เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับแทบจะทุกกิจกรรม ในการด าเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ หรือกลุ่มสังคมใดๆ ก็ตาม มีด เป็นเครื่องมือตัดเฉือนชนิดมีคมส าหรับใช้ สับ หั่น เฉือน ปาด บางชนิดอาจมีปลายแหลมส าหรับกรีด หรือแทง มักมีขนาดเหมาะสมส าหรับจับถือด้วยมือเดียว วัสดุที่ใช้ผลิตใบมีด ดีไซน์ที่รวมถึงใบมีดและด้ามจับ ซึ่งแต่ละ วัสดุก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป วิธีกำรเลือกซื้อมีดพิจำรณำได้จำกวัสดุที่ใช้ท ำมีด ดังนี้ 5.1 มีดสเตนเลส หรือเรียกว่าโลหะทรานซิชั่น มีข้อดีหลายประการคุณพ่อบ้าน คุณแม่บ้านจึงนิยม เลือกมาใช้รวมถึงอาชีพเชฟด้วย เช่น มีความแข็งแรง ทนต่อการกัดกร่อนได้ดีกว่าเหล็ก High Carbon มี น้ าหนักพอเหมาะ ไม่ขึ้นสนิม สามารถน าไปลับคมได้ง่ายแต่ก็ท าให้เสียความคมได้เร็วตามไปด้วย นอกจากนี้ ผิวสเตนเลสที่มีความมันวาวท าให้สิ่งสกปรกติดยากจึงปลอดภัยจากการบนเปื้อนในอาหารได้ 5.2 มีดเหล็ก High Carbon คนส่วนใหญ่ชื่นชอบใช้มีดที่ท าจากเหล็กอาจเพราะความเคยชินใช้ถนัด กระชับมือ หาซื้อง่าย มีความแข็งแกร่งคงทน หนาหนักใช้ได้นาน แม้เกิดสนิมง่าย แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ บางยี่ห้อมีการท าให้ต้านสนิมมากขึ้น แต่ก็ยังต้องหมั่นลับคม ลบสนิทบ่อยๆ 5.3 มีดเซรำมิก ท ำจำก Zirconium Dioxide (เซอร์โคเนียม ไดออกไซด์) ซึ่งมีความแข็งแรงและ คมมาก ด้วยคุณสมบัติที่แกร่งรองจากเพชรจึงสามารถใช้ได้นานจนลืมโดยไม่ต้องลับคม น้ าหนักเบาหยิบใช้ สบายมือ แต่มีความเปราะบาง แตกหักได้จึงไม่เหมาะกับงานสับของที่มีความแข็งมากๆ เช่น กระดูก ก้อน น้ าแข็ง อาหารแช่แข็งที่ยังไม่ละลายน้ าแข็ง และอาหารประเภทอื่นๆ ที่มีความแข็งเป็นพิเศษ วิธีกำรใช้มีดที่ใช้ในกำรหั่นอำหำรมีหลำยชนิด แบ่งได้ตำมประเภท ดังนี้ - มีดหั่น ใช้หั่นของทั่วไป ตัวมีดควรยาวกว่ามีดปอก ยาวประมาณ 5 นิ้วฟุต ไม่รวมด้ามปลาย แหลมจะสะดวกในการเลาะกระดูก มีดหั่นมีความคมบาง ถ้าหนาเกินไปจะหั่นล าบากของที่หั่นออกมาจะไม่สวย - มีดปอก ตัวมีดสั้นประมาณ 3 นิ้ว ใบมีดเล็กกว่ามีดหั่น มีทั้งชนิดปลายแหลมและปลายมน ใช้ ปอกเปลือกผัก ผลไม้ปลายมีดแหลมเพื่อเจาะหรือแซะ - มีดสับ ตัวมีดกว้างมีสันหนา เพื่อให้มีน้ าหนักมาก ใช้สับอาหารให้ละเอียดเท่าที่ต้องการ - มีดคว้ำน ใบมีดเรียว ปลายแหลมเรียวเล็ก โค้งเล็กน้อย ใช้ส าหรับเซาะหรือคว้านผลไม้หรือ แกะสลักผัก - มีดแล่ ใบมีดค่อนข้างโค้งและหนา มีหยักฟันปลาใช้เนื้อสัตว์ ออกจากกระดูกได้ ใช้แล่เลาะ เนื้อสัตว์ที่ปรุงร้อน ๆ ออกจากกระดูก ภาพที่ 9 : มีดชนิดต่าง ๆ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
9 - ที่ปอก ใช้ปลอกเปลือกโดยเฉพาะ ลักษณะคมมีดหันเข้าหากันและมีด้ามถือมีดท าจากโลหะ ต่าง ๆ กัน วิธีกำรดูแลรักษำมีด ใช้มีดให้ถูกวัตถุประสงค์ในการเตรียมอาหาร เช่น ไม่ใช้มีดสับมาหั่นหรือไม่ใช้มีดคว้านมาปอก เป็นต้น ท าความสะอาด เช็ดให้แห้ง เก็บไว้ให้ห่างจากมือเด็ก และลับมีดให้คมอยู่ตลอดเวลา 6. เขียง (Cutting Board) มีทั้งที่ท าด้วยไม้และพลาสติก ถ้าเขียงที่ท าจากไม้เนื้อแข็งสามารถสับอาหารบนเขียงได้ แต่เขียงที่ทากไม้ เนื้ออ่อน และเขียงที่ท าจากพลาสติก เหมาะส าหรับใช้หั่นหรือซอยอาหารเท่านั้น เขียง ประกอบไปด้วยเขียงไม้ และเขียงพลาสติก มีทั้งที่ท าด้วยไม้และพลาสติก เขียงที่ท าจากไม้เนื้อ แข็งสามารถสับอาหารบนเขียงได้ แต่เขียงที่ท าจากไม้เนื้ออ่อน และเขียงที่ท าจากพลาสติก เหมาะส าหรับ ใช้หั่น หรือซอยอาหารเท่านั้น เขียงพลำสติก มีน้ าหนักเบา พื้นผิวเรียบสะดวกต่อการใช้งาน มีให้เลือกหลายสี สามารถแยก ประเภทการใช้งานได้อย่างชัดเจน หาซื้อได้ง่าย และที่ส าคัญคือ ท าความสะอาดง่าย ไม่เก็บกลิ่น ซึ่งสามารถ แบ่งแยกสีของเขียงตามชนิดของวัตถุดิบ และแบ่งประเภทตามการใช้งาน เพื่อป้องกันสารปนเปื้อนจากวัตถุดิบ ที่ใช้ เขียงมีทั้งหมด 6 สี ได้แก่ 1. เขียงสีแดง ใช้กับเนื้อสัตว์ดิบ เพราะอาหารที่เป็นเนื้อมีสีแดง เช่น เนื้อวัว ดังนั้นเพื่อให้ง่ายต่อ การท าอาหารประเภทเดียวกันควรใช้เขียงสีเดียวกัน ภาพที่ 10 : เขียงไม้และเขียงพลาสติก โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ที่มา : https://www.lazada.co.th ภาพที่ 11 : เขียงพลาสติก ที่มา https://thai.alibaba.com ที่มา :https://www.lazada.co.th
10 2. เขียงสีเหลือง ใช้ส าหรับหั่นเนื้อสัตว์ปีกดิบ เพราะสีเหลืองเป็นสีของลูกไก่และลูกเป็ด จึงง่ายต่อ การจ าว่าสีเหลืองคือสัตว์ปีก 3. เขียงสีน้ าตาล ใช้กับเนื้อสัตว์ปรุงสุก เพราะเนื้อที่ปรุงสุก และจ าเป็นต้องหั่นจะมีสีน้ าตาล ท าให้ ง่ายต่อการจดจ าว่าสีน้ าตาลต้องคู่กับเนื้อที่ปรุงสุกแล้ว 4. เขียงสีฟ้า ใช้กับเนื้อปลาหรืออาหารทะเลดิบ เพราะสีฟ้าเป็นสีของท้องทะเล จดจ าได้ง่ายว่าสี ฟ้าทะเลต้องคู่กับปลา 5. เขียงสีเขียว ใช้กับผักและผลไม้ เพราะสีเขียวเป็นสีของผัก เหมาะกับการจ าว่าสีเขียวคือความ สด เป็นสีของสลัดและผักสด 6. เขียงสีขาว ใช้กับขนมปังและผลิตภัณฑ์จากนม เพราะสีขาวจะง่ายต่อการจ าว่า คือ ผลิตภัณฑ์จาก นม ท าจากนม วิธีกำรเลือกซื้อเขียง ควรเลือกซื้อเขียงเป็นไม้เนื้อแข็ง ท าจากไม้มะขาม ไม่มีรอยร้าวหรือเขียงพลาสติกเนื้อแข็ง ลักษณะจะ ดูสวยงาม มีราคาแพงกว่าเขียงไม้เลือกเขียงพลาสติกตามประเภทสีของการใช้งาน เพื่อป้องกันสารปนเปื้อน จากวัตถุดิบที่ใช้ วิธีกำรใช้งำนเขียง การใช้เขียงเป็นที่รองส าหรับหั่น สับ ซอย ควรเลือกใช้ให้เหมาะกับงานนั้น เช่น การหั่น ซอยใช้เขียง พลาสติกได้ดี แต่ไม่ควรน าเขียงพลาสติกมาสับอาหาร การใช้เขียงอย่าใช้รวมกับอาหารคาว จะท าให้อาหาร หวานมีมีกลิ่นคาวได้ วิธีกำรดูแลรักษำเขียง เมื่อเลิกใช้งานควรล้างท าความสะอาด เช็ดให้แห้ง หรือตากแดดเก็บในที่โปร่ง อากาศถ่ายเทเพื่อไม่ให้เขียง มีกลิ่น และเป็นราได้ 7. ชำมผสมหรืออ่ำงผสมชนิดต่ำง ๆ (Mixing Bowls) (นรารัตน์ เล็กสิงห์โต, ม.ป.ป.) กล่าวว่า อ่างผสมมีหลายขนาด ท าด้วยวัสดุหลายชนิด เช่น สแตนเลส อลูมิเนียม แก้ว พลาสติก ฯลฯ ใช้ส าหรับคลุกเคล้าส่วนผสมต่าง ๆ มีหลายชนิด หลายขนาด แบ่งตามวัสดุ และการใช้งานได้ ดังนี้ 7.1 อ่ำงสแตนเลส มีความหนา หนักและทนทาน เหมาะส าหรับผสมอาหาร หือใช้เป็นภาชนะ ส าหรับดารจัดเรียมอาหาร เช่น ล้างผัก ผลไม้ หรือเป็นภาชนะส าหรับใส่อาหาร 7.2 อ่ำงผสมแก้ว มีความหนา ใส และมีน้ าหนัก มีทั้งแก้วทนไฟและแก้วใส เหมาะส าหรับการ ท าอาหารเพื่อการสาธิต ซึ่งท าให้เห็นอาหารได้ชัดเจน ท าความสะอาดได้ง่าย 7.3 อ่ำงผสมเคลือบ การผสมอาหารบางชนิดควรใช้อ่างผสมเคลือบในการประกอบอาหาร เช่น อาหารที่มีส่วนผสม น้ าปูนใส เกลือ ไข่ ถ้าเป็นภาชนะประเภทโลหะ เหล็ก หรืออลูมิเนียม ซึ่งสารประกอบ โลหะอาจท าให้เกิดการปนเปื้อนลงในอาหาร อันก่อให้เกิดอันตรายได้ดังนั้นการใช้ชามหรืออ่างผสมเคลือบให้ เหมาะสมกับอาหารที่เป็นกรด ควรระมัดระวังอย่าให้ตกจะท าให้ส่วนที่เคลือบกะเทาะออก 7.4 อ่ำงผสมอลูมิเนียม ไม่เหมาะสมส าหรับน ามาอาหารที่มีรสเปรี้ยวหรือน ามาตีไข่ 7.5 อ่ำงผสมพลำสติก เป็นภาชนะที่เหมาะสมกับการเตรียมอาหารที่หมัก สะดวกสบายในการ หยิบจับ อ่างพลาสติกไม่เหมาะส าหรับการตีไข่หรือน ามาผสมอาหาร 7.6 อ่ำงผสมกระเบื้อง เหมาะส าหรับกับการผสมอาหารทุกชนิด ภาชนะกระเบื้องทนต่อความเป็น กรดและด่างได้ดี
11 วิธีกำรเลือกซื้ออ่ำงผสมพิจำรณำดังนี้ ควรเลือกขนาดให้เหมาะสมกับปริมาณของอาหารและการใช้งาน ข้อส าคัญไม่เป็นสนิม เลือกซื้อตาม วัตถุประสงค์การใช้สอย ควรเลือกอ่างที่มีรูปร่างโค้งเรียบไม่หักมุมเพื่อช่วยในการผสมและท าความสะอาดได้ ง่าย วิธีกำรใช้อ่ำงผสม การใช้งานของอ่างผสมแต่ละชนิดควรใช้ให้เหมาะสมกับงานหรือชนิดของอาหารที่จะเตรียมหรือปรุง ตลอดจนปริมาณของอาหารเพราะอ่างมีขนาดใหญ่เกินไปอาหารก็จะดูน้อยภาชนะ หรืออ่างเล็กเกินไปอาหารก็ จะล้น โดยมีหลักพิจารณา ดังนี้ 1. อ่างผสมเคลือบ แก้ว สแตนเลส เหมาะส าหรับอาหารที่มีสภาพเป็นกรด 2. อ่างผสมอะลูมิเนียมไม่เหมาะส าหรับอาหารที่มีสภาพเป็นด่าง - กรด เมื่ออาหาร ท า ปฏิกิริยากับอะลูมิเนียม ท าให้อาหารมีสีคล้ าไม่น่ารับประทานอาหารเป็นต้น ข้อสังเกต อ่างผสมที่เป็นเครื่อง แก้ว เครื่องเคลือบจะใช้ในการตีไข่ได้ขึ้นกว่าที่ท าด้วยอะลูมิเนียม เพราะไข่มีฤทธิ์เป็นด่างจะไม่ท าปฏิกิริยากับ ภาชนะอื่นยกเว้นอะลูมิเนียม วิธีกำรดูแลรักษำอ่ำงผสม เมื่อใช้แล้วควรล้างท าความสะอาด เช็ดให้แห้ง หรือตากแดดเก็บในที่โปร่ง และอากาศถ่ายเท 8. กระชอน (Colander) กระชอนเป็นเครื่องกรองเพื่อแยกน้ าและกากจากกัน เช่น แยกน้ ากะทิออกจากเนื้อมะพร้าว ป้องกัน สิ่งที่ไม่ต้องการหลุดลอดลงไปในน้ ากะทิ ซึ่งมีลักษณะ คล้ายตะแกรงรูโปร่งเล็ก ส าหรับกระชอนคั้นกะทินี้ท า ด้วยอลูมิเนียม หรือไม้ไผ่แผ่นเล็กสานเป็นรู เล็ก ๆ ทั่วไปและมีหูสองข้างเล็ก ส าหรับพาดเกาะปากหม้อหรือ อ่างผสมเวลาที่จะคั้นกะทิ วิธีกำรเลือกซื้อกระชอนพิจำรณำดังนี้ กระชอนคั้นกะทิมีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับ วัตถุประสงค์ของการใช้งาน วิธีกำรใช้กระชอน ใช้ส าหรับการคั้นกะทิหรือกรองอาหารให้แยกส่วนเนื้อและส่วนน้ าออกจากกัน ตลอดจนใช้ส าหรับการ พักอาหารให้สะเด็ดน้ า หลังจากการใช้งานควรล้างท าความสะอาดแขวน เพื่อให้แห้ง มีทั้งรูปทรงกลมและ สี่เหลี่ยมมีหูยาวยื่นออกมาส าหรับพาดกับปากภาชนะ ส าหรับ กระชอนอลูมิเนียม มีด้ามถือ ภาพที่ 12 : ชามผสมหรืออ่างผสม โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
12 วิธีกำรดูแลรักษำกระชอน เมื่อใช้แล้วควรล้างท าความสะอาด เช็ดให้แห้ง หรือตากแดดเก็บในที่โปร่ง และอากาศถ่ายเท 9. กระทะ (Pan) กระทะ ท าจากโลหะชนิดต่าง ๆ เช่น ทองเหลือง เหล็ก อลูมิเนียมเป็นกระทะที่ใช้ประจ าครัว ไทย อย่างแพร่หลาย เหมาะส าหรับประกอบอาหารดาวทุกชนิด ส่วนกระทะทองเหลืองใช้เฉพาะ ประกอบอาหาร หวานเท่านั้น คนไทยนิยมรับประทานอาหารที่สุกใหม่ การใช้กระทะจึง สะดวกสบายที่จะผัด ต้ม ทอด ได้อย่าง รวดเร็ว กระทะที่ใช้อยู่ในครัวจะมีขนาดเล็ก ใหญ่และ รูปแบบที่แตกต่างกันไป วิธีกำรเลือกซื้อกระทะพิจำรณำดังนี้ ควรเลือกซื้อ ให้เหมาะสมกับการใช้งานเช่น ใช้กระทะเพื่อการทอด ๆ ลักษณะของกระทะแบบใด เหมาะสมกับการใช้งานที่ถูกวิธีและดีกว่ากัน ส่วนโลหะที่น ามาผลิตส าหรับเป็น กระทะแต่ละชนิด เช่น กระทะ ที่ท าจากอลูมิเนียมไม่ควรบางเกินไป เพราะจะท าให้ความร้อนไม่ สม่ าเสมอ ซึ่งความร้อนจะส่งผ่านไปยังโลหะ ได้ในระยะแรก ส่วนระยะหลังความร้อนจะไม่คงที่ ถ้าเป็นเนื้อเหล็กควรเลือกที่มีสีเข้ม ละเอียด เนื้อเรียบ ไม่มี รอยรั่ว น้ าหนักพอสมควร วิธีกำรใช้กระทะ ใช้กระทะแต่ละชนิดให้เหมาะสมกับการประกอบอาหารโดยใช้คู่กับทัพพี ตะหลิว และไม้พาย วิธีกำรดูแลรักษำกระทะ เมื่อใช้แล้วควรล้างท าความสะอาด เช็ดให้แห้ง หรือตากแดดเก็บในที่โปร่ง และอากาศถ่ายเท ภาพที่ 13 : กระชอน ที่มา : https://shopee.co.th ภาพที่ 14 : กระทะ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
13 10. อุปกรณ์ที่ใช้ในกำรหุงต้ม และนึ่ง (Boilers and Steamers) หม้อ และอุปกรณ์หุงต้ม (Pot and Boilers) หม้อ และอุปกรณ์หุงต้มท ามาจากวัสดุหลายชนิดด้วยกัน วัสดุที่มีความแตกต่างชนิดกัน จะมี คุณสมบัติการน าความร้อนที่แตกต่างกันไป ภาชนะหุงต้มที่ใช้ในครัวไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ท ามาจาก วัสดุประเภท ทองเหลือง สแตนเลสและอลูมิเนียม โลหะชนิดต่าง ๆ ที่กล่าวมานั้น วิธีกำรเลือกซื้อหม้อ และอุปกรณ์หุงต้ม เลือกตามคุณสมบัติชนิดของวัสดุที่น ามาท าภาชนะพื้นฐาน ขนาดของ ภาชนะ ปริมาณความจุ รูปทรง ของหม้อแต่ละประเภทให้เหมาะสมกับการประกอบอาหาร วิธีกำรใช้งำนหม้อ และอุปกรณ์หุงต้ม เลือกใช้ให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยพิจารณาจากขนาดในการบรรจุ ความสะดวกในการ ใช้งาน และความเหมาะสมของอุปกรณ์ชนิดนั้น ๆ ที่ต้องใช้ร่วมกัน เช่น ขนาดของเตาสัมพันธ์กับ ขนาดของหม้อ ความร้อนกับวัสดุที่น ามาท าภาชนะนั้น ๆ หม้อที่ท าจากอลูมิเนียมจะน าความร้อน ได้ดี ส่วนภาชนะที่ท าจากส แตนเลสสตีล จะน าความร้อนไม่ทั่วถึง ท าให้อาหารบางส่วนไหม้ บางส่วนดิบก็มี วิธีกำรดูแลรักษำหม้อ และอุปกรณ์หุงต้ม ท าความสะอาดโดยใช้ครีม ออฟ ทาร์ทาร์ 2 ช้อนโต๊ะ ละลายน้ า 4 ถ้วย หรือ น้ าส้มสายชู 1 ถ้วยต่อ น้ าเปล่า 4 ถ้วย น าไปให้ความร้อนพออุ่นแช่ภาชนะอลูมิเนียมล้างท าความสะอาด และใช้ภาชนะประเภทหม้อ ให้เหมาะสมกับวัสดุของภาชนะนั้น ๆ 11 ถำด (Tray) ถาด โดยทั่วไปมักท าด้วยวัสดุเหล็กผสมดีบุก ภาชนะเคลือบ สังกะสี มีรูปร่างต่างๆกัน เช่น รูป สี่เหลี่ยม กลมลึก รูปไข่ เป็นต้น การใช้งานส่วนใหญ่มักใช้วางวัตถุดิบ และส่วนผสมส าหรับเตรียมก่อน ขั้นตอนการท า หรือน าเข้าเตาอบ ตามแต่วัตถุประสงค์ในการใช้งาน ภาพที่ 15 : หม้อ และอุปกรณ์หุงต้ม โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ภาพที่ 16 : ถาด ที่มา : http://www.jnkitchenware.com/
14 กำรเลือกซื้อถำด ควรเลือกซื้อให้เหมาะสมตามประโยชน์ใช้สอย กำรใช้งำนถำด การใช้งานถาดนั้น จะแตกต่างกันไปตามวัสดุที่ใช้ผลิตถาด ส่งผลให้อาหารอบออกมาต่างกัน เช่น – ถาดเคลือบขนมสุกเร็ว บริเวณส่วนล่างและขอบขนมหนา แข็ง ตอนกลางยุบต่ า – ถาดเหล็กผสมดีบุก ถาดอะลูมิเนียม ขนมที่ได้จะนุ่ม มีสีน้ าตาลอ่อนสวย – ถาดแก้วทนไฟสีขนมจะคล้ า แต่ได้รูปสวยดี ใช้เวลาอบเร็วขึ้น แต่ส าหรับการใช้ถาดในการท าคัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้นั้น สามารถใช้ถาดที่ท ามาจากวัสดุใดก็ได้ เนื่องจากใช้วาง วุ้น ส าหรับเคลื่อนย้าย และแช่ตู้เย็นเท่านั้น กำรเก็บรักษำอ่ำงผสม เมื่อใช้แล้วควรล้างให้สะอาด และผึ่งให้แห้ง 12. ตะกร้อมือ (Beater or Wire Whisk) ตะกร้อมือใช้ส าหรับคนหรือตะล่อมส่วนผสมให้เข้ากัน โดยเฉพาะเนื้อเค้กที่ต้องการความเบาฟู เช่น ชิฟฟ่อนเค้ก กำรเลือกซื้อตะกร้อมือ ตรวจดูลวดที่ติดกับโครงขอบให้แน่น เส้นลวดเป็นระเบียบ รอยต่อของเส้นลวดกับด้ามต้องแข็งแรง รักษาความสะอาดง่าย ด้ามต้องจับได้พอเหมาะ ควรเลือกตะกร้อมือที่ท าด้วยสแตนเลสทั้งอัน กำรใช้งำนตะกร้อมือ ตะกร้อมือเป็นเส้นลวดยาวๆ ท าเป็นห่วงหรือขดเป็นวงใช้ตีไข่ในลักษณะตั้งฉาก ยกมือขึ้นลง แบบนี้ อาจใช้คนอาหารที่มีส่วนผสมของเหลวให้เข้ากันมือ กำรเก็บรักษำตะกร้อมือ เมื่อใช้งานเรียบร้อยแล้วควรล้างให้สะอาด และเช็ดให้แห้ง 13. ไม้พำยซิลิโคน (Silicone spatula) อุปกรณ์เครื่องครัวส าหรับคนหรือปาดส่วนผสมที่มักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี นั้นคือ "ไม้พาย" ซึ่งไม้พาย ส่วนมากที่พบเห็นกันมักจะท าจากพลาสติกหรือซิลิโคน อย่างไรก็ตาม "ไม้พายซิลิโคน" นั้นมีข้อดีมากกว่าไม้ ภาพที่ 17 : ตระกร้อมือ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
15 พายแบบพลาสติกตรงที่สามารถทนความร้อนได้ดีกว่า ท าให้นอกจากจะน าไปใช้คนส่วนผสมในถ้วยปกติแล้ว ยังสามารถใช้คนส่วนผสมในหม้อหรือกระทะที่ตั้งไฟอยู่ได้ด้วยค่ะ นอกจากนี้ ยังมีความทนทานและความ ยืดหยุ่นมากกว่าไม้พายแบบพลาสติกจึงสามารถน าไปประยุกต์ใช้ได้หลายวิธี แม้ว่าไม้พายซิลิโคนจะมีราคาสูง กว่าแต่ก็นับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า กำรเลือกซื้อพำยซิลิโคน 1. เลือกลักษณะของปลายไม้พายซิลิโคนที่เหมาะสมกับการใช้งาน - ไม้พายซิลิโคนแบบมุมแหลมนั้นที่ส่วนปลายสุดของไม้พายจะมีหัวที่ตัดเป็นแนวเฉียง มุมด้าน ยาวจะเป็นมุมแหลม ส่วนอีกด้านมีลักษณะโค้งมน ข้อดีข้อไม้พายลักษณะนี้ คือ มุมแหลมของไม้พายจะช่วยใน การปาดสิ่งของที่อยู่ตามขอบมุมได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นหม้อ, ถ้วย, ชาม หรือขวด และยังสามารถปาด สิ่งของที่ติดอยู่ตามอุปกรณ์อื่นอย่างที่ตีไข่ได้อีกด้วย นอกจากนี้ หากส่วนปลายของไม้พายมีลักษณะแบนก็จะ ท าให้มีความยืดหยุ่นดี จึงยิ่งปาดสิ่งของตามซอกมุมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น - ส่วนปลายของไม้พายซิลิโคนแบบปลายมุมฉากจะขนานไปกับภาชนะไม่เป็นปลายตัดเหมือนไม้ พายแบบมุมแหลม มีด้านหนึ่งเป็นมุมฉาก ส่วนอีกด้านจะโค้งมน โดยด้านที่เป็นมุมฉากนี้ยังมีความแตกต่างกัน อีก คือ มีทั้งแบบมุมฉากที่มนและมุมฉากที่คม มุมฉากทั้งสองแบบนี้มีความแตกต่างกันตรงที่มุมฉากที่คมจะ สามารถเข้ามุมภาชนะได้เป็นอย่างดี ในขณะที่มุมฉากแบบมนอาจไม่สามารถเข้ามุมภาชนะที่เป็นเหลี่ยมได้ 2. ขนาดและความยืดหยุ่นของไม้พายซิลิโคนก็มีผลต่อการใช้งาน วามยืดหยุ่นของไม้พายซิลิโคนก็มีผล ต่อการใช้งานเช่นกัน โดยความยืดหยุ่นมักจะขึ้นอยู่กับความหนาของปลายไม้พาย ไม้พายที่หนาจะยืดหยุ่นได้ น้อยกว่าไม้พายแบบบาง ซึ่งไม้พายที่มีความอ่อนตัวจะเหมาะส าหรับใช้ปาดสิ่งของตามซอกมุมมากกว่าน ามา คนอาหารที่ข้นหนืดหรือแข็ง แต่หากต้องการใช้กับอาหารที่ข้นมากหรือใช้ผัดอาหาร ควรใช้ไม้พายซิลิโคนที่มี ความหนาและแข็งกว่าจะเหมาะสมที่สุด 3. เลือกไม้พายซิลิโคนสามารถทนความร้อนได้มากกว่าไม้พายที่ท าจากพลาสติก ท าให้นอกจากจะใช้ คนส่วนผสมในชามแล้ว ยังสามารถใช้คนส่วนผสมในหม้อหรือกระทะที่ตั้งไฟอยู่ได้อีกด้วย แต่การทนความร้อน ของไม้พายซิลิโคนแต่ละยี่ห้อก็แตกต่างกันไป จึงควรพิจารณาให้ดีว่าไม้พายแต่ละชิ้นทนความร้อนได้สูงถึง ระดับใด ไม้พายซิลิโคนที่ทนความร้อนได้ดีควรทนได้ถึงอุณหภูมิ 200 - 315 องศาเซลเซียส หรือ 400 - 600 องศาฟาเรนไฮต์ หากไม้พายไม่สามารถทนความร้อนได้ถึงระดับนี้ ก็ไม่ควรน าไปใช้บนกระทะหรือในหม้อ 4. เลือกด้ามจับของไม้พายมีรูปแบบที่หลากหลายตามการออกแบบของแต่ละยี่ห้อ นอกจากการ ออกแบบที่สวยงามแล้ว คุณควรเลือกดูด้ามจับที่ถือแล้วมั่นคง เหมาะกับสรีระของมือของตนเอง ไม่ท าให้เมื่อย หรือปวดมือเมื่อใช้เป็นเวลานานค่ะ โดยด้ามจับที่มีเหลี่ยมนั้นเมื่อก าเป็นเวลานานอาจท าให้รู้สึกเจ็บมือได้ ภาพที่ 18 : พายซิลิโคน ที่มา : https://www.sweetybakery.com
16 ในขณะที่ด้ามจับทรงกลมจะให้ความสบายมือมากกว่า และหากด้ามจับนั้นมีขนาดเล็กหรือใหญ่มากเกินไปก็ อาจจะท าให้ใช้งานได้ไม่ถนัดเช่นกัน 5. อย่างไรก็ตาม คุณไม่ควรน าไม้พายวางทิ้งไว้บนกระทะหรือหม้อที่ตั้งไฟไว้เป็นเวลานาน และไม่ควรน า ไม้พายซิลิโคนที่ไม่ระบุระดับการทนความร้อนหรือทนความร้อนได้ในอุณหภูมิที่ไม่สูงมาก มา ท าอาหารที่ต้องใช้ความร้อนสูง เพราะตัวซิลิโคนจะละลายและปนเปื้อนมากับอาหารได้ค่ะ กำรใช้งำนพำยซิลิโคน 1. การใช้พายซิลิโคนที่มีปลายไม้พายที่เป็นมุมฉากจะมีหน้าไม้พายมากกว่าไม้พายแบบมุมแหลม และถ้าไม้พายมีความหนาและแข็งแรงก็จะยิ่งเหมาะส าหรับน าไปใช้ผัดอาหารแทนตะหลิว แต่อาจจะใหญ่เกิน กว่าจะน าไปใช้ปาดอาหารในภาชนะขนาดเล็ก และไม่เหมาะจะใช้ปาดสิ่งของตามซอกมุมแคบ ๆ เนื่องจากไม้ พายลักษณะนี้อาจไม่สามารถเข้าถึงซอกมุมเหล่านั้น 2. ความยืดหยุ่นของไม้พายซิลิโคนก็มีผลต่อการใช้งานเช่นกัน โดยความยืดหยุ่นมักจะขึ้นอยู่กับ ความหนาของปลายไม้พาย ไม้พายที่หนาจะยืดหยุ่นได้น้อยกว่าไม้พายแบบบาง ซึ่งไม้พายที่มีความอ่อนตัวจะ เหมาะส าหรับใช้ปาดสิ่งของตามซอกมุมมากกว่าน ามาคนอาหารที่ข้นหนืดหรือแข็ง แต่หากต้องการใช้กับ อาหารที่ข้นมากหรือใช้ผัดอาหาร ควรใช้ไม้พายซิลิโคนที่มีความหนาและแข็งกว่าจะเหมาะสมที่สุด 3. ไม่ควรน าไม้พายวางทิ้งไว้บนกระทะหรือหม้อที่ตั้งไฟไว้เป็นเวลานาน และไม่ควรน าไม้พาย ซิลิโคนที่ไม่ระบุระดับการทนความร้อนหรือทนความร้อนได้ในอุณหภูมิที่ไม่สูงมาก มาท าอาหารที่ต้องใช้ความ ร้อนสูง เพราะตัวซิลิโคนจะละลายและปนเปื้อนมากับอาหารได้ กำรเก็บรักษำพำยซิลิโคน ล้างท าความสะอาดด้วยน้ ายาล้างจานทั่วไป เช็ดหรือผึ่งให้แห้งก่อนจัดเก็บ 14. กระบวยสแตนเลส (Stainless Steel Dipper) กระบวย เป็นภาชนะตักน้ าสมัยก่อนท าด้วยกะลามีด้ามถือ ระบวยสแตนเลส ใช้ส าหรับตัก ลวก ต้ม จุ่ม โดยมีหลายชนิดตามการใช้งานดังนี้ กระบวยตักแกง กระบวยโปร่ง กระบวยตักน้ าจิ้ม กระบวยน้ าซุป กระบวยสุกี้ กระบวยหม้อไฟ กระบวยด้ามไม้ กระบวยด้ามงอ กระบวยตวง หัวกระบวยต่อด้าม และมีกระบวย ขนาดพิเศษยาว 1.2 เมตรด้วย กระบวยในปัจจุบันมักท าจากสังกะสี อะลูมิเนียม ทองแดง หรือพลาสติก เป็น ต้น ภาพที่ 19 : กระบวยสแตนเลส ที่มา : https://www.ikea.com
17 กำรเลือกซื้อกระบวยสแตนเลส การเลือกกระบวยสแตนเลส ให้ค านึงถึงวัตถุประสงค์ในการใช้งาน เช่น ใช้ส าหรับ ท าอาหาร ทอด ผัด เจียว คั่ว หรือใช้ส าหรับตักน้ าซุป น้ าแกง หรือ น้ าจิ้ม เลือกตัวด้ามที่ท าจากแบ็กกาไลท์ทนต่อความร้อน ท าให้ จับได้ถนัดมือ หัวกระบวยเป็นสแตนเลสเนื้อดี แข็งแรงทนทาน เนื้อสแตนเลสท าให้ทนทานต่อความร้อน ล้าง และท าความสะอาดง่าย ไม่เป็นสนิม กำรใช้งำนกระบวยสแตนเลส ใช้งานกระบวยสแตนเลสให้เหมาะสมกับชนิดของกระบวย และประเภทการใช้งาน เช่น ใช้ส าหรับ ท าอาหาร ทอด ผัด เจียว คั่ว ใช้ส าหรับตักน้ าซุป น้ าแกง น้ าจิ้ม หรือใช้ตักวัตถุดิบในการท าขนมหวานโดยควร แยกกระบวยที่ใช้ส าหรับอาหารคาว และหวาน ออกจากกัน ไม่ใช้ปะปนกัน กำรเก็บรักษำกระบวยสแตนเลส 1. เมื่อใช้เสร็จ ท าความสะอาดแล้วเช็ดให้แห้ง ก่อนท าการเก็บรักษา 2. เก็บในที่แห้งและอากาศถ่ายเทสะดวก 3. เก็บให้พันมือเด็ก หรือ สัตว์เลี้ยง เพื่อความปลอดภัย 4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสผลิตภัณฑ์กับกรดหรือด่าง 15. หลอดหยด(dropper) หลอดหยดเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ส าหรับตวงของเหลวปริมาณน้อย ๆ ท าได้โดยการนับจ านวนหยดของ ของเหลวที่หยดลงไป และสามารถเทียบมาตรฐาน (calibrate) ด้วยกระบอกตวง แล้วใช้เป็นค่าโดยประมาณ ส าหรับท าการทดลองต่อไปได้ กำรเลือกซื้อหลอดหยด หลอดหยด มีลักษณะเป็นหลอดแก้วที่ปลายข้างหนึ่งยาวเรียวเล็ก และปลายอีกข้างหนึ่งมีกระเปาะ ยางสวมอยู่การเลือกซื้อควรเลือกซื้อตามวัตถุประสงค์ที่จะใช้งาน โดยตรวจสอบขนาดของหลอดหยด ซื้อจาก ร้านค้าที่มีมาตรฐาน ในกรณีหลอดหยด เป็นหลอดแก้ว ควรตรวจเช็คกระเปาะแก้วไม่มีรอยแตกหรือบิ่น ก่อน ตัดสินใจซื้อ ภาพที่ 20 : หลอดหยด ที่มา : http://www.kasetvirul.com
18 กำรใช้งำนหลอดหยด หลอดหยดใช้ส าหรับดูดของเหลวต่าง ๆ ที่่ต้องการตวงของเหลวปริมาณน้อย ๆ ท าได้โดยการ นับจ านวนหยดของของเหลวที่หยดลงไป เช่น การดูดสีผสมอาหาร สารแต่งกลิ่นเลียนแบบธรรมชาติ หรือ สารละลายบางตัว เป็นต้น หลอดหยดเมื่อใช้ดูดสารชนิดหนึ่งแล้วห้ามน าไปดูดสารต่างชนิดกัน ถ้ายังไม่ได้ ท า ความสะอาด โดยมีขั้นตอนการใช้งาน ดังนี้ 1. จุ่มในสีผสมอาหาร หรือสารแต่งกลิ่นเลียนธรรมชาติที่ต้องการจะดูด 2. ค่อย ๆ ปล่อยจุกยางเพื่อดูดสีผสมอาหาร หรือสารแต่งกลิ่นเลียนธรรมชาติเข้ามาในหลอด หยด โดยดูดเข้ามาให้ปริมาณของเหลวใกล้เคียงกับปริมาตรที่ต้องการใช้ 3. เคลื่อนย้ายหลอดหยดไปยังภาชนะที่ต้องการ โดยพยายามไม่ให้หลอดหยดสัมผัสกับภาชนะ ใดระหว่างการเคลื่อนย้าย เพราะจะท าให้เกิดการปนเปื้อน 4. ค่อย ๆ บีบจุกยาง เพื่อปล่อยสีผสมอาหาร หรือสารแต่งกลิ่นเลียนธรรมชาติทีละหยดอย่าง สม่ าเสมอ อย่าปล่อยให้ปลายหลอดหยดแตะขอบภาชนะและอย่าให้สูงกว่าปากภาชนะมากเกินไป กำรเก็บรักษำหลอดหยด หลังใช้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ท าความสะอาดเช็ดให้แห้ง เก็บไว้ในตู้อุปกรณ์ 16. อุปกรณ์ส ำหรับท ำขนมวงเดือนดำรำโดยเพพำะ 16.1. ฟองดองเป็นพิมพ์ซิลิโคนแบบ 3 มิติเป็นแม่พิมพ์แบบชิ้นเดียวคุณสมบัติเหมือนพิมพ์ซิลิโคน ทั่วไปทุกประการส่วนใหญ่เป็นพิมพ์แบบหลุมเดียวมีลวดลายและรูปทรง 3 มิติ เสมือนจริงซึ่งแตกต่างจากพิมพ์ ซิลิโคนทั่วไปเหมาะส าหรับท าวุ้น, ช็อคโกแลต, หลอมสบู่ และเรซิ่น พิมพ์ซิลิโคนเป็นแม่พิมพ์ Food grade สามารถสัมผัสอาหารได้ปลอดภัย ทนอุณหภูมิตั้งแต่ -40 ถึง 230 องศาเซลเซียส น าเข้าตู้เย็น, ตู้อบ, หม้อนึ่ง, ช่องฟรีสได้ กำรเลือกซื้อฟองดอง หรือแม่พิมพ์ซิลิโคนดอกไม้ การเลือกซื้อฟองดอง หรือแม่พิมพ์ซิลิโคนดอกไม้นั้น ควรเลือกซื้อแม่พิมพ์ซิลิโคนที่มีคุณภาพ พิมพ์ คมชัด ผิวเรียบ และสามารถทนอุณหภูมิตั้งแต่ - 40 ถึง 230 องศาเซลเซียส ส าหรับแช่เย็น ใส่ขนมนึ่ง หรือ น าเข้าเตาอบได้ ควรพิจารณาขนาดของแม่พิมพ์ และเลือกขนาดให้เหมาะกับกล่องใส่บรรจุภัณฑ์ที่จะเลือกใช้ ภาพที่ 21 : อุปกรณ์ส าหรับท าขนมวงเดือนดารา โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
19 กำรใช้งำนฟองดอง หรือแม่พิมพ์ซิลิโคนดอกไม้ 1. เมื่อซื้อพิมพ์ซิลิโคนมาใหม่ๆ ให้น ามาล้างด้วยน้ าสบู่ ตากให้แห้ง แม่พิมพ์ซิลิโคนที่มีรายละเอียดของ ลายดอกและลึก ควรผ่าพิมพ์ก่อนใช้งาน เพื่อสะดวกต่อการแกะขนมออกจากพิมพ์ ส าหรับการใช้ พิมพ์ซิลิโคนในการท าขนมอบ การใช้ครั้งแรกควรทาด้านในพิมพ์ด้วยน้ ามัน หรือเนยเล็กน้อย 2. การใช้พิมพ์ซิลิโคนอบขนมหรือเบเกอรี่ต่างๆ ส าหรับพิมพ์ขนาดใหญ่ให้วางบนตะแกรง ในเตาอบ โดยตรง ไม่ต้องวางบนถาดอบ (Baking Sheet) ก่อน แต่ถ้าเป็นพิมพ์ขนาดเล็กต้องวางบนถาดก่อน น าเข้าเตาอบ 3. อุปกรณ์เบเกอรี่ที่เหมาะส าหรับใช้กับพิมพ์ซิลิโคนก็คือ อุปกรณ์ที่ท าจากไม้ พลาสติก หรือจ าพวกเทฟ ลอน ไม่ควรใช้อุปกรณ์เบเกอรี่ที่มีความคมในการกลับขนมหรือแคะขนมออกจากพิมพ์ 4. การอบด้วยพิมพ์ซิลิโคนจะใช้ระยะเวลาเท่ากับแม่พิมพ์โลหะ แต่ถ้าคุณใช้พิมพ์ซิลิโคนที่มีลักษณะตื้น กว่าแม่พิมพ์ธรรมดา ควรทดสอบระยะเวลาสุกของขนมในการใช้แม่พิมพ์ครั้งแรกก่อน 5. การใช้พิมพ์ซิลิโคนในเตาอบประเภท Convection oven ให้วางพิมพ์บนตะแกรงชั้นกลางของเตาอบ แต่ถ้าเป็นเตาอบแบบ Traditional oven ให้วางพิมพ์บนตะแกรงที่อยู่ชั้นล่างสุด 6. ไม่ควรตั้งอุณหภูมิเตาอบเกินกว่า 260 องศาเซลเซียส (525 องศาฟาเรนไฮต์) เพราะจะท าให้พิมพ์ ละลาย 7. ไม่ควรน าพิมพ์เปล่าๆ เข้าเตาอบ แต่ถ้าเป็นการอบถาดสุดท้าย ซึ่งมีส่วนผสมไม่พอที่จะใส่ในพิมพ์ให้ ครบทุกหลุม ให้ใส่แป้งลงในพิมพ์หลุมที่ว่างอยู่เล็กน้อย แล้วจึงน าเข้าอบ 8. ไม่น าพิมพ์ซิลิโคนไปใช้ในการย่างหรือสัมผัสเปลวไฟโดยตรง กำรเก็บรักษำฟองดอง (พิมพ์ซิลิโคน) 1. ก่อนใช้ (ซื้อมาใหม่) ล้างในน้ าอุ่น สบู่ หรือน้ ายาล้างจาน ขัดเบา ๆ ให้สะอาด เคาะให้แห้ง หรือเช็ด ด้วยผ้าสะอาด วางคว่ าแบบเอียง ตากแดดหรือลมให้แห้งสนิทก่อนเก็บ 2. หลังใช้งาน แช่ในน้ าร้อน ล้างในน้ าอุ่น น้ าสบู่ หรือน้ ายาล้างจาน ขัดเบา ๆ ให้สะอาด ตรวจเช็ค ด้านในพิมพ์ว่ามีเศษขนม หรือวุ้นตกค้างอยู่ที่กลีบของแม่พิมพ์ดอกไม้หรือไม่ ถ้ามีค้างอยู่ ให้น าออกให้หมด เคาะเบา ๆ ให้แห้ง หรือเช็ดด้วยผ้าสะอาด วางคว่ าแบบเอียง ตากแดดหรือลมให้แห้งสนิทก่อนเก็บ 3. ระวังอย่าให้มีเศษขนม เศษวุ้น หรือหยดน้ า ตกค้างด้านในพิมพ์ซิลิโคน เพราะอาจจะท าให้เป็นเชื้อ ราได้ 4. ก่อนใช้งานทุกครั้ง ควรตรวจเช็คพิมพ์ด้านในก่อนใช้ทุกครั้ง 16.2 พิมพ์คุ๊กกี้รูปพระจันทร์เสี้ยว และรูปดวงดำว มีวางจ าหน่ายทั่วไป โดยพิมพ์คุ๊กกี้รูปพระจันทร์ เสี้ยวจะมีลักษณะเป็นพระอลูมิเนียม ส่วนรูปดวงดาวจะมีลักษณะเป็นพลาสติก วิธีการดูแลรักษาคือล้างท า ความสะอาดเช็ดให้แห้งและเก็บใส่กล่อง 16.3 พู่กัน พู่กันมีผลต่อการลงสีภาพอย่างมาก เนื่องจากความใสของสีน้ า ถ้าใช้พู่กันที่ไม่ดี งานสีน้ าก็ จะออกมาไม่สวย พู่กันสีน้ าที่ดี ควรมีลักษณะขนที่อ่อนนุ่ม สามารถอุ้มน้ า อุ้มสี ได้มาก มีการคืนตัวที่ดี มีแรง สปริง และแรงดีดพอสมควร แต่ในการใช้งานส าหรับท าขนมวงเดือนดารา เราสามารถใช้งานได้กับพู่กันทุก ชนิด พู่กันมี 2 ชนิด คือ - พู่กันขนสัตว์ข้อดี คือ อุ้มน้ าได้เยอะ อุ้มสีได้เยอะ เหมาะส าหรับงานประเภทวาดภาพที่ต้องเล่นน้ า เล่นสีเยอะ เช่น งานวาดท้องฟ้า กลีบดอกไม้ ข้อด้อยของขนสัตว์คือ เนื่องจากขนมันนุ่ม ฝีแปรงที่ออกมาจะ ออกนุ่ม มน ไม่ฉาบเฉี่ยวเหมือนเส้นใยสังเคราะห์
20 - พู่กันใยสังเคราะห์ข้อดี คือ ฝีแปรงมีการสปริงตัวได้ดีกว่าขนสัตว์ เหมาะส าหรับ การวาดเส้นเพื่อ แสดงออกถึงอารมณ์รุนแรง หรือ ขีดเขียนเส้นเพื่อสร้างสรรค์อามณ์ ข้อด้อยของมันก็คือ อุ้มน้ าได้น้อย อุ้มสีได้ ไม่เยอะเหมือนขนสัตว์ วิธีการดูแลรักษาคือล้างท าความสะอาดเช็ดให้แห้งและเก็บใส่กล่องที่มิดชิด 16.4 ไม้แต่งฟองดอง ไม้แกะสลักฟองดอง ส าหรับตกแต่งเค้กหลากหลายรูปทรง วัสดุที่น ามาใช้เป็น พลาสติก โดยทั่วไปจะมีวางจ าหน่ายเป็นแพ็ค มีทั้งหมด 9 ชิ้น หัวแต่งจะมีทั้งหมด 18 แบบ วิธีการดูแลรักษา คือล้างท าความสะอาดเช็ดให้แห้งและเก็บใส่กล่อง
21 ควำมรู้พื้นฐำนในกำรจัดกำรเรียนรู้ตำมหลักสูตรขนมวงเดือนดำรำ หลักสูตรวิชำชีพระยะสั้น รูปแบบกลุ่มสนใจ ศูนย์วงเดือน อำคมสุรทัณฑ์ ศูนย์ฝึกอำชีพรำษฎรตำมพระรำชด ำริ จังหวัดอุทัยธำนี ความรู้พื้นฐานในการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรขนมวงเดือนดารา มีความสัมพันธ์และเชื่อมโยงอย่าง ใกล้ชิดกับวิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรมไทย มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น การเรียนรู้การท าขนมวงเดือนดาราจึง เป็นการเรียนรู้วิถีชีวิต สังคม ประเพณี วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของขนมไทย ซึ่งมีเสน่ห์ มีความ หลากหลาย และน่าศึกษาค้นคว้า ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจด้านการท าขนมไทย จึงเป็นที่นิยมและเป็นที่ชื่นชอบส าหรับ คนไทย และคนต่างชาติ เพื่อขยายตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการบริโภค ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ จึง มีนโยบายในการจัดการเรียนรู้การฝึกอาชีพด้านการท าขนมวงเดือนดาราตามความต้องการของท้องถิ่น และ เมื่อผู้เรียนส าเร็จจากการเรียนรู้ไปแล้วนั้น สามารถน าความรู้และทักษะไปเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพ ได้ต่อไป ในการจัดการเรียนรู้การท าขนมวงเดือนดาราเป็นการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้เกี่ยวกับความ เป็นมา ลักษณะ ประเภท วัตถุดิบและวัสดุอุปกรณ์ วิธีการท า ประโยชน์และคุณค่า ช่องทางการจัดการการตลาด บรรจุภัณฑ์เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ พร้อมทั้งมีทักษะได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และมีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ในการประยุกต์ขนมไทยให้เข้ากับยุคสมัยโดยคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ไทยสืบไป หลักกำรและเหตุผล ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ จังหวัดอุทัยธานี เป็นศูนย์ที่จัดฝึกอบรมด้านอาชีพในท้องถิ่นตาม พระราชด าริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมี วัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์อาชีพให้ประชาชนมีรายได้ และเพื่อศึกษาค้นคว้า วิจัยพัฒนาอาชีพความรู้ต่าง ๆ เพื่อให้การด าเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์ฯ และสอดคล้องกับนโยบายและ จุดเน้นการด าเนินงาน ส านัก กศน. ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ภายใต้วิสัยทัศน์คือ “คนไทยทุกชวงวัย ไดรับโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรูตลอดชีวิตอยางมีคุณภาพ มีทักษะที่จ าเปน และสมรรถนะที่สอดรับ กับทิศทางการพัฒนาประเทศ สามารถด ารงชีวิตไดอยางเหมาะสมบนรากฐานของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง” โดยเน้นเรื่องการมีอาชีพเพื่อการมีงานท า มีรายได้ และสืบสานอนุรักษ์อาชีพต่าง ๆ ให้คงอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารโบราณและขนมไทย อีกทั้งกระแสวัฒนธรรมเรื่องการบริโภคมีการเปลี่ยนแปลง นอกจากรสชาติของอาหารที่อร่อยถูกปากแล้วนั้น รูปลักษณ์ของขนมต้องมีความสวยงาม ซึ่งมีผลต่อความ ต้องการของผู้บริโภคสมัยใหม่ อีกทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันต้องการความสะดวก รวดเร็ว ลด กิจกรรมที่ต้องใช้เวลายุ่งยากและซับซ้อน จึงท าให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นบางอย่างก าลังจะสูญหายไป รวมถึงอาหาร โบราณและขนมไทย การท าอาหารโบราณและขนมไทยจึงควรมีวิวัฒนาการร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่และ นวัตกรรม เพื่อให้สอดคล้องการความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน อาทิเช่น การท าขนมวงเดือนดารา เป็นมิติใหม่ของการท าขนมไทย โดยมีรูปลักษณ์ที่สร้างความแตกต่าง สวยงาม ละเอียดอ่อน แต่ยังคงรสชาติ ความเป็นไทย ขนมวงเดือนดาราจึงเป็นขนมไทยที่ผ่านการปรับเปลี่ยนอัตราส่วนของวัตถุดิบ เป็นการ ผสมผสานที่ลงตัว นอกจากจะมีรูปลักษณะที่สวยงามแล้ว รสชาติของขนมวงเดือนดาราที่ยังคงหอม หวาน ละมุน ใช้วิธีปรับเปรียบรูปลักษณ์ที่มีความหมาย ตามแบบต ารับขนมไทยมงคลตระกูลทองอีกด้วย ดังนั้นศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ได้ตระหนักถึงความส าคัญและต้องการสืบสานการอนุรักษ์ด้าน อาหารและขนมไทยของจังหวัดอุทัยธานี จึงได้ประยุกต์ขนมไทยที่ก าลังจะสูญหาย ร่วมกับนวัตกรรมเทคโนโลยี
22 สมัยใหม่ และขั้นตอนวิธีการท าที่ทันสมัย มาจัดท าเป็นหลักสูตรขนมวงเดือนดาราเพื่อเผยแพร่ให้ประชาชน ทั่วไปได้มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถน าไปประกอบอาชีพต่อไป ภาพที่ 22 : ขนมวงเดือนดารา (1) โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
23 หลักสูตรวิชำขนมวงเดือนดำรำ 1. ควำมเป็นมำ ขนมวงเดือนดาราเป็นชื่อขนมที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยาม บรมราชกุมารีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อขนม “วงเดือนดารา” เมื่อวันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 ขนมวงเดือนดาราประยุกต์มาจากขนมทองเอก ซึ่งเป็นขนมไทยมงคลในตระกูลทอง ซึ่งค าว่า เอก ในชื่อขนมทองเอกนั้นหมายความว่า การเป็นที่หนึ่ง ประดับด้วยทองค าเปลวบนขนมที่บ่งบอกถึงความก้าวหน้า ในหน้าที่การงาน การเลื่อนยศ เลื่อนต าแหน่ง จึงนับได้ว่าขนมวงเดือนดารา เป็นหนึ่งในขนมมงคล ซึ่งสามารถ ใช้ในการน าไปประกอบเครื่องคาวหวานเพื่อถวายพระในงานมงคลต่าง ๆ เช่น งานบวช งานมงคลสมรส หรือ งานขึ้นบ้านใหม่ โดยมีส่วนผสมหลัก คือเมล็ดบัว ไข่แดง แป้ง น้ าตาล และกะทิ ขนมวงเดือนดารา มีลักษณะของขนมมีสีทองเหลืองอร่าม ขนมรูปดวงดาววางทับอยู่ด้านบนของตัว ขนมรูปพระจันทร์เสี้ยว ประดับด้วยเม็ดน้ าตาลสีทอง และปัดด้วยผงทองส าหรับท าขนม โดยดวงดาว เปรียบเสมือนสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีเปรียบ ประดุจดวงดาราที่เจิดจรัส และส่องแสงสว่างอยู่บนท้องฟ้า ประดับอยู่บนพระจันทร์เสี้ยว เปรียบดั่งศูนย์วง เดือน อาคมสุรทัณฑ์ ที่พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ จัดตั้งศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ให้เป็น ศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรตามพระราชด าริ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพส าหรับประชาชน ดังนั้น ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ซึ่งรับผิดชอบการจัดฝึกอบรมด้านอาชีพของจังหวัดอุทัยธานีตาม พระราชด าริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จึงได้สืบ สานและอนุรักษ์การท าขนมไทย เพื่อให้ผู้สนใจได้มีความรู้ความเข้าใจการท าขนมวงเดือนดารา และต่อยอดท า เป็นอาชีพและสร้างรายได้ให้กับตนเอง 2. หลักกำรของหลักสูตร 2.1 เป็นหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่นในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลา และการวัดและการประเมินผล 2.2 มุ่งพัฒนาประชาชนให้ได้รับการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ และการมีงานท าอย่างมีคุณภาพ ทั่วถึง และเท่าเทียม สามารถลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว 2.3 มุ่งเน้นพัฒนาประชาชนให้เป็นบุคคลที่มีวินัย เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม มีจิตอาสา มีความ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รับผิดชอบต่อตนเองและสังคม 2.4 มุ่งเน้นกระบวนการกลุ่มฝึกปฏิบัติจริงของผู้เรียน 3. จุดประสงค์ของหลักสูตร 3.1 เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ และความเข้าใจการท าขนมวงเดือนดารา 3.2 เพื่อให้ประชาชนมีทักษะในการท าขนมวงเดือนดารา 3.3 เพื่อให้ประชาชนสามารถน าความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการด ารงชีวิต และน าไปประยุกต์ใช้ใน การประกอบอาชีพได้
24 4. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียน 4.1 อธิบายความเป็นมาของขนมวงเดือนดาราได้ 4.2 อธิบายวัสดุ อุปกรณ์และเลือกใช้ได้ 4.3 อธิบายขั้นตอนการท าขนมวงเดือนดาราได้ 4.4 ปฏิบัติการท าขนมวงเดือนดาราได้ 4.5 อธิบายคุณค่าอาหารทางโภชนาการของขนมวงเดือนดาราได้ 4.6 จัดหาหรือจัดท าการบรรจุหีบห่อได้อย่างถูกต้อง 4.7 คิดต้นทุน ก าไรจากการจ าหน่ายขนมวงเดือนดาราได้ 4.8 อธิบายช่องทางการจัดการการตลาดของขนมวงเดือนดาราได้ 5. กลุ่มเป้ำหมำย ประชาชนทั่วไป ไม่น้อยกว่า 6 คน 6. ระยะเวลำ ภาคทฤษฎี 1 ชั่วโมง ภาคปฏิบัติ 4 ชั่วโมง 7. โครงสร้ำงหลักสูตร เรื่อง ที่ หัวเรื่อง เวลำเรียน (ชั่วโมง) ทฤษฎี ปฏิบัติ รวม 1 ช่องทางการประกอบอาชีพการท าขนมวงเดือนดารา 1. ความเป็นมาของขนมวงเดือนดารา 2. ความเป็นไปได้และการตัดสินใจในการประกอบอาชีพการท าขนมวงเดือน ดารา 15 นาที - 15 นาที 2 การจัดกระบวนการเรียนรู้ การท าขนมวงเดือนดารา 1. การท าขนมวงเดือนดารา 2. วัสดุ อุปกรณ์และการเลือกใช้ 3. ขั้นตอนการท าขนมวงเดือนดารา 4. การปฏิบัติการท าขนมวงเดือนดารา 5. คุณค่าอาหารทางโภชนาการของขนมวงเดือนดารา 30 นาที 3.30 ชั่วโมง 4.00 ชั่วโมง 3 การบริหารจัดการในการประกอบอาชีพการท าขนมวงเดือนดารา 1. การจัดหาหรือจัดท าการบรรจุหีบห่อ 2. การคิดต้นทุน ก าไรจากการจ าหน่ายขนมวงเดือนดารา 3. ช่องทางการจัดการการตลาดของขนมวงเดือนดารา 15 นาที 30 นาที 45 นาที รวมทั้งสิ้น 1.00 ชั่วโมง 4.00 ชั่วโมง 5.00 ชั่วโมง
25 8. กำรจัดกำรเรียนรู้ การบรรยายให้ความรู้ การสาธิต การลงมือปฏิบัติ การอภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ 9. สื่อกำรเรียนรู้ 9.1 สื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือ ใบความรู้เป็นต้น 9.2 สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น คลิปวีดิโอ เป็นต้น 9.3 สื่อบุคคล เช่น วิทยากร ครูผู้สอน ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น 9.4 สื่อของจริง 10. กำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้ 10.1 การบรรยายให้ความรู้ ประกอบสื่อการเรียนรู้ 10.2 การสาธิต และลงมือปฏิบัติ 10.3 กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน 11. กำรวัดและประเมินผล ประเมินความรู้ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติจากการสอบถาม แบบทดสอบ การสังเกต การมีส่วนร่วม และจากชิ้นงาน/ผลงาน กำรประเมินผล วิธีกำร เครื่องมือ ทดสอบความรู้ความเข้าใจของผู้เรียน แบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน ทดสอบคุณธรรม จริยธรรมของผู้เรียน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นิเทศ ติดตาม ประเมินผู้เรียน แบบประเมินผลงาน/ชิ้นงานของผู้เรียน ประเมินผลความพึงพอใจในการจัดกิจกรรม แบบประเมินความพึงพอใจ แนวทำงกำรประเมินผลกำรเรียน (รวบยอด) วิธีกำร เครื่องมือ เกณฑ์กำรจบหลักสูตร 1. ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 1.1 ประเมินความรู้ทางภาคทฤษฎี 1.2 ประเมินทักษะการปฏิบัติ แบบทดสอบ ผลงาน/ชิ้นงาน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 มีผลงาน/ชิ้นงานที่มีคุณภาพ 12. กำรจบหลักสูตร 12.1 มีเวลาเรียนและฝึกปฏิบัติตามหลักสูตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 12.2 มีผลการประเมินผ่านตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 12.3 มีผลงาน/ชิ้นงานผ่านการประเมินตามมาตรฐานและคุณภาพ 13. เอกสำรหลักฐำนกำรศึกษำ 13.1 หลักฐานการประเมินผล 13.2 วุฒิบัตรออกโดยสถานศึกษา
แผนกำรจัดกระบวนกำรเรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื้อหำ กำรจัดกระบวน1. ความเป็นมาของ การท าขนมวงเดือน ดารา 1. อธิบายความเป็นมาของ การท าขนมวงเดือนดารา ได้ 1. ความเป็นมาของ การขนมวงเดือนดารา 1.1 วิทยากรอธิบายของการท าขนมวงเด2. วัสดุอุปกรณ์และ การเลือกใช้ 2. อธิบายวัสดุ อุปกรณ์ และเลือกใช้ได้อย่าง เหมาะสม 2. วัสดุ อุปกรณ์และ การเลือกใช้ 2.1 วิทยากรอธิบายท าขนมวงเดือนดาร2.2 วิทยากรอธิบายประกอบการท าขนม2.3 ผู้เรียนเลือกใช้วั3. ขั้นตอนการท า ขนมวงเดือนดารา 3. อธิบายขั้นตอนการท า ขนมวงเดือนดาราได้ 3. ขั้นตอนการท า ขนมวงเดือนดารา 3.1 วิทยากรอธิบายส่วนผสมและขั้นตอขนมวงเดือนดารา
26 เรียนรู้หลักสูตรขนมวงเดือนดำรำ นกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฏี ปฏิบัติ ยความเป็นมา ดือนดารา 1. ใบความรู้เรื่องความ เป็นมาของขนมวงเดือน ดารา 2. รูปภาพ 3. สื่อออนไลน์ 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียน โดยใช้ใบงาน ที่ก าหนด 5 นาที ยอุปกรณ์ในการ รา ยวัสดุที่ใช้ มวงเดือนดารา วัสดุอุปกรณ์ 1.ตัวอย่างวัสดุ อุปกรณ์ 2. สื่อออนไลน์ 10 นาที ยการเตรียม อนการท า 1. ใบความรู้เรื่องการท า ขนมวงเดือนดารา 2. สื่อออนไลน์ 3. วัสดุ อุปกรณ์ของจริง 10 นาที
เรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื้อหำ กำรจัดก4. การปฏิบัติการ ท าขนมวงเดือน ดารา 4. ปฏิบัติการท าขนมวง เดือนดาราได้ 4. การปฏิบัติการท า ขนมวงเดือนดารา 4.1 วิทยเดือนดา4.2 วิทยเรียนรู้ 5. คุณค่าของ ขนมวงเดือนดารา 5. อธิบายคุณค่าของ ขนมวงเดือนดาราได้ 5. คุณค่าของขนมวง เดือนดารา 5.1 ผู้เรีของขนม5.2 วิทยอภิปรายคุณค่าข5.3 วิทย6. การจัดหาหรือ จัดท าบรรจุหีบห่อ 6. จัดหาหรือจัดท าการ บรรจุหีบห่อได้อย่าง เหมาะสม 6. การจัดหาหรือจัดท า การบรรจุหีบห่อ 6.1 วิทยจัดหาแลหีบห่อ 6.2 ให้ผู้บรรจุหีบ
27 กระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฎี ปฏิบัติ ยากรสาธิตวิธีการท าขนมวง าราและผู้เรียนลงมือปฏิบัติ ยากรและผู้เรียนแลกเปลี่ยน 1. ใบงาน การจัดท า ขนมวงเดือนดารา 3.5 ชั่วโมง ยนศึกษาใบความรู้คุณค่า มไทย ยากรและผู้เรียนร่วมกัน ยแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับ องขนมวงเดือนดารา ยากรสรุปองค์ความรู้ 1. ใบความรู้ เรื่อง คุณค่าของขนมไทย 10 นาที 15 นาที ยากรอธิบายการจัดท า/ ละเทคนิคของการท าบรรจุ ผู้เรียนออกแบบและจัดท า บห่อ 1. ใบความรู้เรื่อง การบรรจุหีบห่อ 2. ตัวอย่างการ บรรจุ หีบห่อ 5 นาที 15 นาที
เรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื้อหำ กำรจัดก7. การคิดต้นทุน ก าไร 7. คิดต้นทุน ก าไรจากการ จ าหน่ายขนมวงเดือนดารา 7. การค านวณต้นทุน ก าไร 7.1 วิทยวิธีการคิ7.2 ให้ผู้ก าไร 8. ช่องทางการ จัดการการตลาด ของขนมวงเดือน ดารา 8. อธิบายช่องทางการ จัดการการตลาดของขนมวง เดือนดาราได้ 8. ช่องทางการตลาด ของขนมวงเดือนดารา 8.1 วิทยผู้เรียนศึ8.2 วิทยอภิปรายช่องทาง
28 กระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฎี ปฏิบัติ ยากรให้ความรู้เกี่ยวกับ คิดต้นทุน ก าไร ผู้เรียนฝึกการคิดต้นทุน 1. ใบความรู้ เรื่อง การค านวณต้นทุน ก าไร 2. ใบงาน 10 นาที ยากรแจกใบความรู้ให้ ศึกษา ยากรและผู้เรียนร่วมกัน ยแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับ งการจัดการการตลาด 1. ใบความรู้เรื่อง ช่องทางการตลาด 10 นาที
29 ใบควำมรู้ ควำมเป็นมำของกำรท ำขนมวงเดือนดำรำ ขนมไทยจัดเป็นอาหารที่คู่ส ารับกับข้าวไทยมาตั้งแต่ครั้งโบราณ โดยใช้ค าว่าส ารับกับข้าวคาวหวาน โดยทั่วไปประชาชนจะท าขนมเฉพาะในงานเลี้ยง นับตั้งแต่การท าบุญเลี้ยงพระ งานมงคลและงานพิธี การ อาหารหวานที่จัดเป็นส ารับจะต้องประกอบด้วย ของหวานอย่างน้อย 5 สิ่ง ซึ่งต้องเลือกให้มีรสชาติ สีสัน ชนิด ตลอดจนลักษณะที่กลมกลืนกัน แต่ละส ารับจะต้องมีผลไม้ 10 ที่ และขนมเป็นน้ า 1 ที่เสมอ ใน สมัยโบราณคนไทยจะนิยมท าขนมเฉพาะงานหรือเทศกาลส าคัญเท่านั้น เช่น งานท าบุญ ต้อนรับแขกส าคัญ เพราะขนมบางชนิดจ าเป็นอาศัยก าลังคนในขั้นตอนการท าพอสมควร (กฤติยา แหลมศรี, ม.ป.ป.) กล่าวว่า ขนมไทยอาจจ าแนกตามความละเอียดอ่อนในขั้นตอน กรรมวิธีการท า วัตถุประสงค์ของการท าขนม แหล่งที่มาหรือสูตรต้นต ารับของขนม ซึ่งสามารถจ าแนกได้ เป็น 4 หมวด ดังนี้ 1. ขนมชาววัง : เป็นขนมไทยที่ใช้ความละเมียดละไม ประดิดประดอยหลายขั้นตอน สูตรต้นต า หรับเกิดจากค่านิยมคนสมัยก่อนมักส่งลูกหลานที่ เป็นผู้หญิงเข้าไปในวัง เพื่อถวายตัวรับใช้เจ้านายใน ต าหนักต่างๆ โดยมีการฝึกฝน ฝึกฝืมือด้านต่าง ๆ อย่างวิถีของชาววัง รวมถึงการฝีกท าอาหารและขนมไทย ขนมชาววังจึงขึ้นชื่อในเรื่องของความละเอียด ประณีต พิถีพิถันในทุกขั้นตอนของการท ารวมถึงการเลือกใช้ วัตถุดิบ ตัวอย่างของขนมชาววังได้แก่ ขนมลูกชุบ ขนมเบื้อง วุ้นกะทิ วุ้นสังขยา ขนมไข่เหี้ย เป็นต้น 2. ขนมชาวบ้าน (หรือขนมตามฤดูกาล) : เป็นขนมไทยที่ท าง่ายๆ ไม่พิถีพิถันมาก วัตถุดิบที่ใช้ มักจะเป็นผลไม้ที่หาได้ตามฤดูกาล มักท าเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน โดยเน้นท ากินเอง เหลือก็สามารถ น าไปขายได้ ตัวอย่างของขนมชาวบ้าน ได้แก่ ฟักทองเชื่อม กล้วยไข่เชื่อม กล้วยตาก เป็นต้น นอกจากผลไม้ ที่หาได้ตามฤดูกาลแล้ว วัตถุดิบ หลักอื่น ๆ ที่ใช้ก็มักจะเป็นสิ่งที่หาได้ง่าย เช่น ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว มะพร้าว น ามาผสม กับน้ าตาล ท าเป็นขนมได้หลากชนิด ไม่ว่าจะเป็นขนมเปียกปูน ขนมจาก ขนมขี้หนู ตะโก้ ขนม น้ าดอกไม้ และอื่น ๆ อีกมากมาย ส าหรับผลไม้ที่เหลือเกินรับประทาน ก็จะน ามาถนอมอาหารด้วย ภูมิ ภาพที่ 23 : ขนมวงเดือนดารา (2) โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
30 ปัญญาชาวบ้าน เพื่อให้สามารถเก็บไว้กินได้นานๆ เช่น ทุเรียนกวน มะม่วงกวน กล้วยตาก กล้วยฉาบ เป็น ต้น 3. ขนมไทยที่ใช้ในงานประเพณี และศาสนา : ขนมไทยในกลุ่มนี้จะสอดแทรกอยู่ ในงานประเพณี ต่าง ๆ รวมถึงงานบุญทางศาสนาด้วย ตัวอย่างเช่น ในประเพณีปีใหม่ ของไทย (วันสงกรานต์) นอกจากมี การท าบุญตักบาตร รดน้ าด าหัวแล้ว คนไทยใน สมัยโบราณนิยมท าขนม กาละแมร์ และข้าวเหนียวแดงเพื่อ ถวายพระและแจกจ่ายให้เพื่อนบ้านอีกด้วย นอกจากนั้น ในช่วงวันสารทไทย ก็มักจะนิยมท าขนม "กระยา สารท" เพื่อท าบุญ ร าลึกถึงบรรพชนที่ล่วงลับไปแล้ว โดยจะตักบาตรด้วยกระยาสารทที่ตัดเป็นชิ้น ๆ ห่อ ด้วยใบตองคู่กับกล้วยไข่เป็นของแกล้มกัน 4. ขนมไทยที่ใช้กับงานมงคล : งานมงคลต่างๆ มักจะมีขนมไทยความหมายดีๆ ประกอบอยู่ในพิธี อย่างขาดเสียมิได้ ไม่ว่าจะเป็นงานบวช งานแต่งงาน งานขึ้นบ้านใหม่ โดยงานมงคลเหล่านี้มักจะมีการ ท าบุญเลี้ยงพระ ตัวอย่างขนมไทยที่ใช้ในงานมงคลได้แก่ ขนมชั้น เม็ดขนุน ขนมถ้วยฟู ขนมปุยฝ้าย เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีขนมที่มีค าว่าทองทั้งหลาย เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ทองเอก ทองพลุ เพื่อมี ความหมายนัยว่า เงินทองจะได้ไหลมาเทมา ส่วนเม็ดขนุนก็สื่อถึงการท าภารกิจใด ๆ ก็จะลุล่วงไปได้ ด้วยดี มีคนช่วยเหลือสนับสนุนให้งานส าเร็จ ขนมถ้วยฟูหรือปุยฝ้าย สื่อถึงความเฟื่องฟู ส่วนในงานฉลองเลื่อนยศ เลื่อนต าแหน่ง ก็มักจะมีขนมจ่ามงกุฏ เพื่อสื่อถึงยศต าแหน่ง ที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นต้น ขนมวงเดือนดาราเป็นชื่อขนมที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อขนม “วงเดือนดารา” เมื่อวันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 ขนมวงเดือนดาราประยุกต์มาจากขนมทองเอก ซึ่งเป็นขนมไทยมงคลในตระกูลทอง ซึ่งค าว่า เอก ในชื่อขนมทองเอกนั้นหมายความว่า การเป็นที่หนึ่ง ประดับด้วยทองค าเปลวบนขนมที่บ่งบอก ถึงความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การเลื่อนยศ เลื่อนต าแหน่ง จึงนับได้ว่าขนมวงเดือนดารา เป็นหนึ่งใน ขนมมงคล ซึ่งสามารถใช้ในการน าไปประกอบเครื่องคาวหวานเพื่อถวายพระในงานมงคลต่าง ๆ เช่น งาน บวช งานมงคลสมรส หรืองานขึ้นบ้านใหม่ โดยมีส่วนผสมหลัก คือเมล็ดบัว ไข่แดง แป้ง น้ าตาล และกะทิ ขนมวงเดือนดารา มีลักษณะของขนมมีสีทองเหลืองอร่าม ขนมรูปดวงดาววางทับอยู่ด้านบนของตัว ขนมรูปพระจันทร์เสี้ยว ประดับด้วยเม็ดน้ าตาลสีทอง และปัดด้วยผงทองส าหรับท าขนม โดยดวงดาว เปรียบเสมือนสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีเปรียบ ประดุจดวงดาราที่เจิดจรัส และส่องแสงสว่างอยู่บนท้องฟ้า ประดับอยู่บนพระจันทร์เสี้ยว เปรียบดั่งศูนย์วง เดือน อาคมสุรทัณฑ์ ที่พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ จัดตั้งศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ให้ เป็นศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรตามพระราชด าริ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพส าหรับประชาชน ดังนั้น ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ซึ่งรับผิดชอบการจัดฝึกอบรมด้านอาชีพของจังหวัดอุทัยธานี ตามพระราชด าริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จึงได้สืบสานและอนุรักษ์การท าขนมไทย เพื่อให้ผู้สนใจได้มีความรู้ความเข้าใจการท าขนมวงเดือนดารา และ ต่อยอดท าเป็นอาชีพและสร้างรายได้ให้กับตนเอง
31 ใบควำมรู้ วิธีกำรท ำขนมวงเดือนดำรำ ส่วนผสม ขั้นตอนกำรขนมวงเดือนดำรำ 1. ปั่นกะทิกับเม็ดบัวบดให้ละเอียดด้วยเครื่องปั่น ใส่กระทะทองตั้งไฟคนให้เข้ากัน 2. ใส่น้ าตาลทรายเคี่ยวพอข้น ดับไฟ พักไว้พออุ่น 3. ค่อย ๆ ใส่ไข่แดงกวนให้เข้ากัน เติมสีเหลืองไข่ แต่งสีให้สวยแล้วค่อย ๆ ร่อนแป้ง กวนพอให้เข้า กันดี ใช้ไฟอ่อน ๆ กวนพอแป้งร่อนจากกระทะจึงยกลง 4. นวดขนมจนเนื้อขนมเนียน พักพอขนมอุ่นตักเป็นก้อนกลม ๆ กดลงในพิมพ์ดวงจันทร์เสี้ยว และ พิมพ์ดวงดาว ปาดให้เสมอแล้วเคาะออก 5. วางขนมรูปดวงดาว ลงบนขนมรูปดวงจันทร์เสี้ยว กดเล็กน้อยให้ขนมติดกัน ปัดด้วยผงทองให้ทั่ว ตัวขนม วางเม็ดน้ าตาลสีทองลงตรงกลางขนมรูปดวงดาว กดเบาๆ จัดเรียงขนมลงในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด อบควันเทียนให้หอม น้ าตาลทราย 300 กรัม เม็ดบัวนึ่งสุก 125 กรัม แป้งสาลีคั่วสุก 200 กรัม ไข่ไก่ 3 ฟอง ไข่เป็ด 2 ฟอง หัวกะทิ 460 กรัม น้ าตาลส าหรับเบเกอร์รี่ เม็ดน้ าตาลทราย สีทอง ภาพที่ 24 : วัตถุดิบและส่วนผสม โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
32 เคล็ดลับ 1. ควรแช่เม็ดบัวอย่างน้อย 3 ชั่วโมง แต่ไม่ควรค้างคืนเพราะจะท าให้เม็ดบัวมีกลิ่นเหม็น และ เสียง่าย 2. การใชไข่เป็ดผสมกับไข่ไก่จะท าให้ขนมวงเดือนดารามีสีสวยแบบธรรมชาติ 3. การคั่วแป้งไม่ควรคั่วจนแป้งสุกเกินไปจนเปลี่ยนสี เพราะจะท าให้ขนมวงเดือนดารามีกลิ่น แป้งและหืน 4. ควรมีกะทิสดต่างหากไว้อีก 1 ถ้วยตวง ส าหรับแตะมือแล้วนวด กรณีขนมแห้งเกินไป ภาพที่ 25 : ขนมวงเดือนดารา (3) โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
33 แบบบันทึกขนมวงเดือนดำรำ ชื่อ ...................................................................................................... ให้ผู้เรียนจดบันทึก ขั้นตอน การท าขนมวงเดือนดาราระหว่างที่วิทยากรบรรยาย แบบบันทึก ส่วนผสม ............................................................................................................................. ............................................ .................................................................................................................................................... ..................... .............................................................................................................. ........................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................... ................ ................................................................................................................... ...................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ............................................................................................................................................................ ............. ..................................................................................................................... .................................................... ขั้นตอนกำรท ำ ............................................................................................................................. ............................................ .................................................................................................................................................. ....................... ............................................................................................................ ............................................................. ............................................................................................................................. ............................................ ....................................................................................................................................................... .................. ................................................................................................................. ........................................................ ............................................................................................................................. ............................................ .......................................................................................................................................................... ............... ................................................................................................................... ...................................................... ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ............................................ .................................................................................................................................................. ....................... ............................................................................................................ ............................................................. ............................................................................................................................. ............................................ ..................................................................................................................................................... .................... .............................................................................................................. ........................................................... ภาพที่ 26 : ขนมวงเดือนดารา (4) โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
34 ใบควำมรู้ คุณค่ำอำหำรทำงโภชนำกำรของขนมวงเดือนดำรำ ขนมไทย มีรากเหง้ามาจากสังคมเกษตร ผูกพันกับธรรมชาติ วัตถุดิบที่น ามาท าเป็นขนมก็ล้วนมา จากธรรมชาติ ดังนั้นคุณสมบัติหลายประการของผลผลิตตามธรรมชาติก็จะยังมีอยู่มาก จากการส ารวจ คุณค่าทางโภชนาการขนมไทย ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ขนมไทยส่วนใหญ่ นอกจากจะ มีคุณค่าในสารอาหารหลักอย่างคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมันแล้ว ยังมีแร่ธาตุและวิตามินที่ส าคัญต่อร่างกาย รวมอีกด้วย อาทิ แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ เรตินอล แคโรทีน เป็นต้น ซึ่งคุณค่าอาหารรวมหมู่ แบบนี้จะหาไม่ได้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้ประกอบด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อ ร่างกาย ดังนี้ เม็ดบัว หรือ เมล็ดบัว คือส่วนของเมล็ดที่อยู่ข้างในฝักของบัวหลวง จัดเป็นธัญพืชชนิดหนึ่งที่ให้ คุณค่าทางอาหารสูงไม่แพ้ธัญพืชตระกูลถั่ว แต่ในขณะที่ธัญพืชประเภทถั่วอย่าง อัลมอนด์หรือพีแคน จะมี สารอาหารประเภทกรดไขมันดีอย่าง กรดไขมันโอเมก้า 3 ในปริมาณสูง เม็ดบัวกลับให้สารอาหารที่เป็น คาร์โบไฮเดรตและโปรตีนมากกว่าสารอาหารจ าพวกกรดไขมัน และมากไปกว่านั้นเม็ดบัวยังเป็นอาหารที่ให้ แคลอรีต่ า จึงเหมาะอย่างยิ่งส าหรับผู้ที่ต้องการลดน้ าหนัก หรืออยู่ในช่วงที่ต้องควบคุมอาหาร นอกจากนี้ใน เม็ดบัวยังอัดแน่นไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์อีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นวิตามินบี วิตามินเอ วิตามินอี ไฟเบอร์ แคลเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม โพแทสเซียม สังกะสี และเม็ดบัวยังเป็นแหล่งของสาร ต้านอนุมูลอิสระ และมีสารไฟโตนิวเทรียนท์ที่มีประโยชน์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน และมีสรรพคุณช่วยต้านการ อักเสบได้อย่างดีอีกด้วย กะทิเป็นส่วนประกอบมาจากมะพร้าว ที่คนไทยมักนิยมน ามาประกอบอาหารหลายชนิดให้มี รสชาติอร่อย และยังนิยมน ากะทิท าขนมหวานหลากหลายชนิด แต่หลายคนมักหลีกเลี่ยงในการรับประทาน กะทิ เพราะมีความเชื่อว่ากะทิเป็นตัวการส าคัญของความอ้วน และท าให้เกิดการสะสมไขมันภายในร่างกาย แต่จริงๆ แล้วกะทิก็เป็นอาหารอย่างหนึ่งที่มีประโยชน์หลายอย่างส าหรับร่างกาย เช่น กะทิย่อยง่าย ท าให้ ร่างกายสามารถน าไปใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว โดยร่างกายจะเผาพลาญกะทิให้กลายเป็นพลังงานในตับ เพื่อให้ร่างกายสามารถน ามาใช้ประโยชน์ได้อย่างทันทีในกะทิมีกรดลอริค ซึ่งเป็นกรดที่สามารถช่วยต่อต้าน เชื้อไวรัส และป้องกันเชื้อแบคทีเรีย เชื้อจุลรินทีย์ และต่อต้านเชื้อราภายในร่างกาย จึงจัดได้ว่ากะทิสามารถ สร้างภูมิกันเชื้อโรคต่างๆ ภายในร่างกายได้เป็นย่างดี ช่วยลดการสะสมของไขมัน เพราะเมื่อเราบริโภคกะทิเข้าไปแล้วนั้น กะทิจะมีส่วนในการช่วยดึงไขมันตาม ส่วนต่างๆ ของร่างกายที่ถูกสะสมไว้ไปแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานได้อีกด้วย จึงสามารถช่วยลดการสะสมของ ไขมันได้เป็นอย่างดีกะทิมีฤทธิ์ในการช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง กะทิยัง อุดมไปด้วยแร่ธาตุอีกมากมาย เช่น ธาตุแคลเซียม, ธาตุเหล็ก, ธาตุแมกนีเซียม, ธาตุฟอสฟอรัส, ธาตุ โพแทสเซียม, ธาตุสังกะสี เป็นต้น และแร่ธาตุเหล่านี้ก็เป็นแร่ธาตุที่ให้ประโยชน์หลายอย่างส าหรับร่างกาย ของเรา เช่น - แคลเซียม ช่วยท าให้กระดูกและฟันแข็งแรง ช่วยกระตุ้นการท างานของเอนไซม์ในร่างกาย ช่วย ท าให้ระบบประสาทท างานได้อย่างเป็นปกติ - ธาตุเหล็ก ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย ป้องกันอาการอ่อนเพลีย และช่วยป้องกัน การเกิดภาวะโลหิตจาง
35 - ธาตุแมกนีเซียม ช่วยป้องกันความดันโลหิต ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ และยังช่วยป้องกันการเกิด ภาวะกระดูกพรุน - ธาตุฟอสฟอรัส ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง ช่วยเผาพลาญไขมัน และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึก หรอของร่างกาย - ธาตุโพแทสเซียม ช่วยควบคุมให้ปริมาณน้ าในร่างกายมีความสมดุล ช่วยลดความดันโลหิต และ บรรเทาอาการของโรคภูมิแพ้ - ธาตุสังกะสี ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและการเจริญเติบโตให้กับร่างกาย น้ ำตำลทรำย มีสรรพคุณช่วยดับร้อน ถอนพิษ แก้อาการอักเสบ ช่วยรักษาปากเป็นแผล มีอาการ เจ็บคอ ไอมีเสมหะเหลือง น้ าเชื่อมที่ได้จากน้ าตาลทรายขาว สามารถใช้เป็นยารักษาบาดแผลเน่าเปื่อยได้ เพราะน้ าเชื่อมสามารถเปลี่ยนสภาพกรดและด่างบริเวณปากแผลได้ ท าให้เซลล์ผิวหนังถูกกระตุ้น การ ไหลเวียนของโลหิตท างานดีขึ้น และยังเป็นอาหารที่ถูกน าไปใช้หล่อเลี้ยงผิวหนังบริเวณนั้นอีกด้วย ท าให้เชื้อ โรคไม่สามารถเจริญเติบโตได้ และบาดแผลก็จะหายเร็วขึ้น ภาพที่ 27 : ขนมวงเดือนดารา (5) โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
36 ใบควำมรู้ บรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์(Packaging) คือ จรูญ โกสีย์ไกรนิรมล กล่าวว่า บรรจุภัณฑ์คือการน าเอาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสติกแก้ว โลหะ ไม้ประกอบเป็นภาชนะห่อหุ้ม สินค้า เพื่อประโยชน์ในการใช้สอยที่มีความแข็งแรง สวยงามได้สัดส่วนที่ ถูกต้องสร้างภาพพจน์ที่ดีมีภาษาในการติดต่อสื่อสาร และท าให้เกิดความพึงพอใจจากผู้ซื้อสินค้า นิไกโด เคล็คเตอร์ (Nikaido Clecture) กล่าวว่า บรรจุภัณฑ์ เป็นเทคนิคที่ส่งเสริมการขายกับ การประสานประโยชน์ระหว่างวัตถุกับภาชนะบรรจุ โดยมีความมุ่งหมายเพื่อการคุ้มครองในระหว่างการ ขนส่งและการเก็บรักษาในคลัง ส่วนหนึ่งของกระบวนการทางการตลาด โดยเฉพาะปัจจุบันที่การผลิตสินค้า หรือบริการได้เน้นหรือ ให้ความส าคัญกับผู้บริโภค (Consumer Oriented) งานเทคนิคที่ต้องอาศัยความช านาญ ประสบการณ์ และความคิดสร้างสรรค์ ในอันที่จะออกแบบและผลิตหีบห่อให้มีความ เหมาะสมกับสินค้าที่ผลิตขึ้นมา ให้ความคุ้มครองสินค้าห่อหุ้มสินค้า ตลอดจนประโยชน์ใช้สอย อาทิเช่น ความสะดวกสบายใน การหอบหิ้ว พกพา หรือการใช้งาน เป็นต้น กลุ่มของกิจกรรมในการวางแผนเกี่ยวกับการออกแบบการผลิตภาชนะบรรจุ หรือสิ่งหุ้มห่อสินค้าบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความเกี่ยวพันอย่างใกล้ชิดกับฉลาก (Label) และตรายี่ห้อ (Brandname) ผลรวมของศาสตร์(Science) ศิลป์ (Art) และเทคโนโลยีของการออกแบบ การผลิตบรรจุภัณฑ์ ส าหรับสินค้าเพื่อการขนส่ง และการขาย โดยเสียค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม การใช้เทคโนโลยีและเศรษฐศาสตร์ เพื่อหาวิธีการรักษาสภาพเดิมของสินค้าจนกว่าจะถึงมือผู้บริโภคคนสุดท้าย เพื่อให้ยอดขายมากที่สุดและ ต้นทุนต ่าสุด กิจกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ และผลิตรูปร่างหน้าตาของภาชนะบรรจุ สิ่ง ห่อหุ้มตัวผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์การน าเอาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ ไม้ ประกอบเป็น ภาชนะหุ้มห่อสินค้า เพื่อประโยชน์ ในการใช้สอย มีความแข็งแรง สวยงาม ได้สัดส่วนที่ถูกต้อง สร้าง ภาพพจน์ที่ดี มีภาษาในการติดต่อสื่อสาร และท าให้เกิดผลความพึงพอใจจากผู้ซื้อสินค้า สิ่งห่อหุ้มหรือบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งภาชนะที่ใช้เพื่อการขนส่งผลิตภัณฑ์จากแหล่งผู้ผลิตไปยังแหล่ง ผู้บริโภค หรือแหล่งใช้ประโยชน์ หรือวัตถุประสงค์เบื้องต้นในการป้องกัน หรือรักษาผลิตภัณฑ์ให้คงสภาพ ตลอดจนคุณภาพใกล้เคียงกันกับเมื่อแรกผลิตให้มากที่สุด ภาพที่ 28 : บรรจุภัณฑ์ขนมวงเดือนดารา (5) โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
37 จำกควำมหมำยสรุปได้ว่ำบรรจุภัณฑ์ หมำยถึง การน าเอาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ ไม้ น ามาประกอบเป็นภาชนะห่อหุ้มผลิตภัณฑ์ เพื่อความสวยงาม มีคุณค่า และมีประโยชน์ในการใช้ สอย ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ดึงดูดความสนใจ และท าให้เกิดความพึงพอใจจากผู้บริโภค วัตถุประสงค์หลักของบรรจุภัณฑ์ (Objectives of Package) 1. เพื่อป้องกันผลิตภัณฑ์ (To Protect Products) สามารถป้องกันรักษาผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสียหาย 2. เพื่อจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ (To Distribute Products) สะดวกกับการใช้งาน และเพิ่มมูลค่าทาง เศรษฐกิจ 3. เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ (To Promote Products) ดึงดูดความสนใจผู้บริโภค กำรออกแบบบรรจุภัณฑ์ กูด (Good) กล่าวว่า การออกแบบ เป็นการวางแผนหรือก าหนดรูปแบบรวมทั้งการตกแต่งใน โครงสร้างรูปทรงของงานศิลปะ ทัศนศิลป์ ดนตรีตลอดจนวรรณกรรม วิรุณ ตั้งเจริญ กล่าวว่า การออกแบบ หมายถึงการวางแผนสร้างสรรค์รูปแบบ โดยการวางแผนจัด ส่วนประกอบของ การออกแบบให้สัมพันธ์กับประโยชน์ใช้สอยวัสดุและการผลิต จำกควำมหมำยสรุปได้ว่ำกำรออกแบบบรรจุภัณฑ์ หมำยถึง การก าหนดรูปแบบและโครงสร้าง ของบรรจุภัณฑ์ให้สัมพันธ์กับหน้าที่ใช้สอยของผลิตภัณฑ์ เพื่อการคุ้มครอง ป้องกันไม่ให้สินค้าเสียหาย และ เพิ่มคุณค่าด้านจิตวิทยาต่อผู้บริโภค โดยอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ในการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสม กับผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์กับอำหำรและขนม 1. บรรจุภัณฑ์มีบทบาทส าคัญ และมีอัตราการเจริญเติบโตมากขึ้น ควบคู่ไปกับการพัฒนา อุตสาหกรรมอาหาร 2. บรรจุภัณฑ์มีหน้าที่ส าคัญ ในการยืดยืดอายุเพื่อการเก็บรักษา และรักษาคุณภาพอาหารและ ขนม (รสชาติ กลิ่น สีรูปลักษณ์) 3. บรรจุภัณฑ์มีส่วนในการสร้างรูปลักษณ์ทางการตลาดที่แตกต่าง สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ และใช้เป็นสื่อโฆษณา นอกจากนี้ยังมีบทบาทส าคัญในด้านการอ านวยความสะดวกส าหรับการขนส่ง ผลิตภัณฑ์ ส าหรับการเลือกบรรจุภัณฑ์ สิ่งที่ต้องค านึงถึง คือ การเลือกซื้อวัสดุที่จะใช้ในการบรรจุหีบห่อที่ เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ ให้เกิดความสวยงาม และเป็นที่สนใจของผู้บริโภค ดังนี้ 1. บรรจุภัณฑ์กระดาษ ปัจจุบันนิยมใช้กันเป็นจ านวนมาก และยังมีให้เลือกหลากหลายชนิด วัสดุที่ น ามาผลิตได้แก่เยื่อกระดาษ ซึ่งมีทั้งเยื่อกระดาษคุณภาพส าหรับบรรจุภัณพ์อาหาร และเครื่องดื่ม เช่น แก้ว กระดาษ ถ้วยกระดาษ กล่องข้าวที่สามารถย่อยสลายได้ ส่วนเยื่อกระดาษรีไซเคิล ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ ประเภท กล่องลูกฟูก ถาดไข่ หรือถาดรองแก้วกาแฟ
38 2. บรรจุภัณฑ์พลาสติก แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ พลาสติกคงรูป และพลาสติกอ่อนตัว มีการ น ามาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ขวดพลาสติก ถ้วย และถาดพลาสติก และสามารถบรรจุอาหารร้อน อาหารสด และอาหารแช่แข็ง 3. บรรจุภัณฑ์โลหะ เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้มาเป็นระยะเวลานาน ปัจจุบันยังได้น ามาใช้งานอยู่ ลักษณะของบรรจุภัณฑ์ที่ท ามาจากโลหะนั้นมีหลากหลายรูปแบบ เช่น ปิ่นโต กระป๋องเครื่องดื่ม หรืออาหาร ส าเร็จรูป ถังหูหิ้ว หลอดเครื่องส าอาง อลูมิเนียมฟอยล์ หรืออลูมิเนียมแผ่นเปลว และกระป๋องฉีดพ่นต่าง ๆ ภาพที่ 29 : บรรจุภัณฑ์กระดาษ ที่มา http://www.warehouse69.net/product ภาพที่ 30 : บรรจุภัณฑ์พลาสติก ที่มา http://www.bsrungsiam.co.th/web/product.html ภาพที่ 31 : บรรจุภัณฑ์โลหะ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
39 4. บรรจุภัณฑ์แก้ว มีลักษณะใส มีความสวยงาม สามารถเห็นผลิตภัณฑ์ได้ชัดเจน แต่มีข้อเสีย คือ แตกหักง่าย บรรจุภัณฑ์แก้วจึงต้องใช้คู่กับเยื่อกระดาษขึ้นรูป หรือ กระดาษรังไข่ (Pulp mold) เพื่อป้องกัน การแตกร้าว บรรจุภัณฑ์แก้วที่นิยมผลิตและใช้กันมีอยู่ 3 สี คือ สีใส เช่น ขวดแก้ว ขวดน้ าหอม ขวดน้ าพริก ขวดแยม เป็นต้น สีอ าพัน นิยมใช้ท าขวดยา และขวดเบียร์ ซึ่งเป็นสีที่สามารถป้องกันการเกิดปฏิกิริยาเวลา ถูกแสงแดดหรือความร้อนได้และสีเขียว ลักษณะจะคล้ายกับสีอ าพัน ใช้กับประเภทเครื่องดื่ม 5. บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบและประดิษฐ์ขึ้นมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยช่วยลดปริมาณขยะและย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ จึงไม่เป็นอันตรายต่อ สิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังประหยัดค่าใช้จ่าย เมื่อเลือกใช้วัสดุธรรมชาติที่มีมากในท้องถิ่น หรือวัสดุที่ สามารถน ากลับมาใช้ใหม่ได้ บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ วัสดุ ประเภทเส้นใย เช่น กล้วย หวาย เตยปาหนัน กก กระจูด ผักตบชวา ซึ่งก่อนน ามาสานเป็นบรรจุภัณฑ์ต้อง ผ่านการแปรสภาพด้วยการตากแห้ง ฟอกขาว วัสดุที่แปรรูปเป็นแผ่น และรูปทรงต่าง ๆ เช่น กระดาษ และ วัสดุประเภทไม้ เช่น ไม้สัก ไม้ไผ่ ไม้มะขาม เป็นต้น ภาพที่ 32 : บรรจุภัณฑ์แก้ว ที่มา http://thislovegift.lnwshop.com/product ภาพที่ 33 : บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
40 ใบควำมรู้ กำรค ำนวณต้นทุน ก ำไร การค านวณต้นทุนเป็นส่วนหนึ่งของระบบบัญชีและการเงินของกิจการ เป็นการบันทึกการวัดผล และรายงานข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนของสินค้าของกิจการโดยทั่วไป การค านวณต้นทุนจะใช้เวลา และลง รายละเอียดมากในกิจการที่ผลิตสินค้า แต่ไม่ได้หมายความว่ากิจการประเภทอื่น เช่น กิจการขายส่ง ขายปลีกร้านอาหาร หรือบริการต่าง ๆ ไม่มีความส าคัญในการที่ต้องค านวณต้นทุน การค านวณต้นทุน สามารถน าไปใช้ได้ในทุกกิจการเพราะมีความส าคัญต่อการบริหารจัดการธุรกิจ ดังนี้ 1. เพื่อให้ทราบถึงต้นทุนการผลิตและต้นทุนขายของธุรกิจ 2. เพื่อสามารถน าต้นทุนทั้งหมดของกิจการมาเปรียบเทียบกับรายได้จากการขาย เพื่อจะได้ทราบ ว่ามีก าไรหรือขาดทุนในการขายสินค้า 3. เพื่อค านวณหรือตีราคาสินค้าคงเหลือที่ขายได้ไม่หมดว่ามีมูลค่าเท่าไหร่ 4. เพื่อใช้ในการวางแผนและควบคุมการซื้อสินค้า และจัดท างบประมาณในการซื้อสินค้า รวมทั้ง ต่อรองราคากับผู้ขายวัตถุดิบ 5. เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าสินค้าใดควรขายต่อไปและสินค้าใดควรเลิกขาย (ในกรณีที่ผู้ผลิตมีสินค้า หลายชนิด) ต้นทุนแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ 1. ต้นทุนผันแปร คือต้นทุนที่ผันแปรตามจ านวนหน่วยที่ผลิตหรือขาย เช่น วัตถุดิบ ค่าแรงทางตรง ค่าใช้จ่ายในการผลิตทางตรง เป็นต้น 2. ต้นทุนคงที่ คือต้นทุนที่เกิดขึ้นไม่ว่ากิจการจะได้ขายสินค้าหรือไม่ ต้นทุนนี้จะไม่เปลี่ยนแปลง ตามจ านวนหน่วยที่ผลิตหรือขาย เช่น เงินเดือนพนักงานหน้าร้าน ค่าเช่าร้าน ค่าเสื่อมราคา ค่าประกันภัย เป็นต้น ดังนั้น ต้นทุนการผลิตจะประกอบไปด้วยวัตถุดิบ + ค่าแรงงาน + ค่าใช้จ่ายในการผลิต ซึ่งทั้งสาม รายการนี้เป็นเพียงส่วนของการผลิตเท่านั้น หากจะคิดต้นทุนรวมของสินค้าแล้วจ าเป็นต้องน าค่าใช้จ่าย ในการขายและด าเนินการมารวมด้วย เช่น เงินเดือน ค่าคอมมิชชั่นพนักงานขาย ค่าแรงพนักงานขายหน้าร้าน ค่าการตลาด (โฆษณา แผ่นพับ) ค่าเช่าส านักงานและร้าน ค่าไฟฟ้าและน้ าประปา ค่าโทรศัพท์ค่าน้ ามันรถ ดอกเบี้ย ค่าเช่ารถ ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ฯลฯ เพื่อการค านวณต้นทุนให้ใกล้เคียงความจริง หากค านวณแค่ วัตถุดิบค่า แรงงาน และค่าน้ า ค่าไฟฟ้า ก็อาจท าให้ได้ต้นทุนสินค้าที่น้อยกว่าความเป็นจริงและมีผลท าให้ ตั้งราคาขายที่ต่ าไป อาจท าให้ขาดทุนได้ การค านวณแบบง่ายเหมาะส าหรับผู้ประกอบการรายเล็กที่มีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์น้อยชนิด อาจขายเพียงน้ าพริก หรือแชมพูก็ได้ซึ่งเหมาะกับการค านวณสินค้าประเภท OTOP ที่มีความชัดเจนใน เรื่องการใช้วัตถุดิบ ค่าแรงงานต่อรอบ การผลิตและไม่มีการเก็บสต๊อกวัตถุดิบไว้การค านวณจ าเป็นต้องคิด เพื่อให้ทราบถึงต้นทุนผลิตต่อหน่วย และน าต้นทุนผลิตไปรวมกับค่าใช้จ่ายในการด าเนินการ เพื่อให้ทราบถึง ต้นทุนรวมของสินค้าอีกครั้งหนึ่ง
41 ตัวอย่ำงกำรคิดต้นทุน ก ำไร กำรผลิต และค่ำใช้จ่ำยในกำรท ำ “ขนมวงเดือนดำรำ” วัน เดือน ปี รำยกำร จ ำนวนสิ่งของ จ ำนวนเงิน (บำท) หมำยเหตุ 24 ธ.ค. 2565 ค่ำใช้จ่ำย (ต้นทุน) การก าหนดราคา ขาย คิดจาก ต้นทุน + ก าไรที่ ต้องการ หัวกะทิ 460 กรัม 35 เม็ดบัวนึ่งสุก 125 กรัม 55 ไข่แดง 6 ฟอง 30 แป้งสาลีคั่ว 200 กรัม 11 น้ าตาล 300 กรัม 7 ค่าเบ็ดเตล็ด 20% (ค่า ไฟฟ้า ค่าน้ า ค่าแก๊ส) - 27.60 ค่าแรงงาน 1 คน 120 รวมค่ำใช้จ่ำย 285.60 รำคำต้นทุนขนมวง เดือนดำรำต่อชิ้น จ านวนที่ท าได้ต่อสูตร 75 ชิ้น ๆ ละ 3.80 กำรก ำหนดรำคำขำยต่อหน่วย ดังนี้ 1. ก าหนดก าไรที่ต้องการได้จากต้นทุน X (ก าไรที่ต้องการหารด้วย 100) หลักการค านวณก าไรส่วนใหญ่ประมาณ 30-50 % ของ(ทุน + ค่าแรง) หากเป็นอาหารหรือขนมที่ท าง่าย ควรคิดก าไรประมาณ 30 % แต่ถ้ามีขั้นตอนในการท าที่ยุ่งยากและซับซ้อน ควรคิดก าไรให้เพิ่มขึ้นจาก 30 % แต่ไม่ควรเกิน 50 %) ตัวอย่ำงเช่น ขายคัพเค้กวุ้นกะทิดอกไม้จากต้นทุน 285.60 บาท ต้องการก าไรร้อยละ 50 ดังนั้น ก าไรที่ต้องการ = 285.60 X 50 หาร 100 = 142.80 บาท 2. การก าหนดราคาขายต่อหน่วย ได้มาจากต้นทุน + ก าไร หารด้วยจ านวนหน่วย ตัวอย่ำงเช่น ท าขนมวงเดือนดาราได้ 75 ชิ้น จากต้นทุน 285.60 บาท และก าไรที่ต้องการ 142.80 บาท ฉะนั้น ราคาขายต่อชิ้น = 285.60 บาท + 142.80 บาท หารด้วย 75 ชิ้น = 5.71 บาท ดังนั้น เราจะขายขนมวงเดือนดารา ชิ้นละประมาณ 7 บาท
42 3. หากมีการบรรจุภัณฑ์หรือการบรรจุหีบห่อที่มีราคาสูง ควรชี้แจงกับลูกค้าในกรณีที่ลูกค้าต้องการ บรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม นั้นหมายถึงเราต้องแบกรับภาระต้นทุนในส่วนนั้น โดยควรมีการตั้งราคาเพื่อใช้ในการ ขาย ตัวอย่ำงเช่น ขายราคาต่อชิ้น 7 บาท ไม่รวมกล่องบรรจุ ขายราคาต่อชุดเล็ก (1 ชุด มี 4 ชิ้น ชิ้นละ 7 บาท) 35 บาท ราคารวมกล่องบรรจุ ขายราคาต่อชุดใหญ่ (1 ชุด มี 12 ชิ้น ชิ้นละ 7 บาท) 120 บาท ราคารวมกล่องบรรจุ หมำยเหตุ การก าหนดก าไรที่ต้องการขึ้นอยู่กับสิ่งเหล่านี้ด้วย เช่น ราคาตลาด ลักษณะของสินค้าและบริการ เป็นสินค้าหายาก เป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม หรือมีฤดูกาลเข้ามาเกี่ยวข้องก็สามารถที่จะก าหนดก าไรที่ต้องการ สูงได้ การตั้งราคาให้สามารถแข่งขันได้นั้นต้องอยู่บนพื้นฐานความสมดุลระหว่างความพึงพอใจของผู้ซื้อและ ผู้ขายด้วย ถ้าสินค้าโดยทั่วไปมีขายกันแพร่หลาย มีคู่แข่งมากก็ต้องก าหนดก าไรน้อยลงไป ภาพที่ 34 : ขนมวงเดือนดารา (5) โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์