The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การร้อยมาลัยห่วงรัก

ปี 2564


ก ค าน า ด้วยศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ จังหวัดอุทัยธานีเป็นศูนย์ที่จัดฝึกอบรมด้านอาชีพในท้องถิ่นตาม พระราชด าริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีโดยมี วัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์อาชีพให้ประชาชนมีรายได้และเพื่อศึกษาค้นคว้า วิจัยพัฒนาอาชีพความรู้ต่าง ๆ จากภูมิปัญญาท้องถิ่นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ส าคัญคือใช้เป็นแหล่งเรียนรู้และจัดกิจกรรม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในทุกรูปแบบ ได้แก่ เป็นศูนย์สาธิต ทดลอง จัดแสดงและ จัดจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ และผลิตภัณฑ์จากโครงการพระราชด าริ รวมถึงการ สนับสนุนประสานงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการศึกษาอาชีพให้มีงานท า สร้างรายได้ให้ตนเองและครอบครัว เพื่อให้การด าเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์ฯ ที่เน้นเรื่องการมีอาชีพเพื่อการมี งานท า มีรายได้ และสืบสานอนุรักษ์อาชีพต่าง ๆ ให้คงอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารคาวและขนมไทย ซึ่งในจังหวัดอุทัยธานีประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตรท าให้มีความอุดมสมบูรณ์ของ ทรัพยากร นอกจากนี้ยังได้น าศาสตร์พระราชามาใช้ในการด าเนินชีวิต แต่ในปัจจุบันสภาพทางเศรษฐกิจ สังคม โครงสร้างประชากรเปลี่ยนไปมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมายจึงท าให้วิถีชีวิต การใช้ชีวิตของคน รุ่นใหม่เปลี่ยนไป กระแสวัฒนธรรมเรื่องการกินมีการเปลี่ยนแปลงชีวิตคนรุ่นใหม่ต้องการความสะดวก รวดเร็วไม่มีเวลาจะมาท ากิจกรรมที่ต้องใช้เวลายุ่งยากและซับซ้อน จึงท าให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นบางอย่างก าลัง จะสูญหายไป ซึ่งหมายรวมถึงศิลปะการร้อยมาลัยด้วย ดังนั้นศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ได้ตระหนักถึง ความส าคัญและต้องการสืบสานการอนุรักษ์ด้านการร้อยมาลัย จึงได้คัดเลือกการร้อยมาลัยห่วงรักมาจัดท า เป็นหลักสูตรเพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถน าไปประกอบอาชีพต่อไป ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยากรวิชาชีพ ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา และบุคลกากรของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ที่ได้ร่วมพัฒนาหลักสูตรและจัดท าแผนการ เรียนรู้รวมทั้งสื่อต่าง ๆ ให้ส าเร็จไปด้วยดีและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลักสูตรเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อวิทยากร ครูผู้สอน และผู้เรียนต่อไป ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ มิถุนายน 2564


ข สารบัญ หน้า ค าน า ก ความรู้เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการร้อยมาลัยห่วงรัก 1 ความรู้พื้นฐานในการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการ้อยมาลัยห่วงรัก 8 หลักสูตรการร้อยมาลัยห่วงรัก 11 ความเป็นมา 11 หลักการของหลักสูตร 11 จุดประสงค์ของหลักสูตร 12 จุดประสงค์การเรียนรู้ 12 กลุ่มเปูาหมาย 12 ระยะเวลา 12 โครงสร้างหลักสูตร 12 การจัดการเรียนรู้ 13 สื่อการเรียนรู้ 13 การจัดกระบวนการเรียนรู้ 13 การวัดและประเมินผล 13 การจบหลักสูตร 13 เอกสารหลักฐานการศึกษา 13 แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้หลักสูตรการร้อยมาลัยห่วงรัก 14 ใบความรู้ ความเป็นมาของมาลัยห่วงรัก 17 ใบความรู้ วิธีการร้อยมาลัยห่วงรัก 18 แบบบันทึกการเรียนรู้ของผู้เรียน หลักสูตรวิชาการร้อยมาลัยห่วงรัก 21 ใบความรู้ คุณค่าและประโยชน์ของพวงมาลัย 22 ใบความรู้ การบรรจุภัณฑ์ 23 ใบความรู้ การค านวณต้นทุน ก าไร 26 ใบงาน การคิดต้นทุน ก าไร 28 ใบความรู้ ช่องทางการตลาด 29 แบบประเมินผลการจัดการศึกษาและฝึกอบรมหลักสูตระยะสั้น 33 บรรณานุกรม รายชื่อคณะผู้จัดท าหลักสูตร


ค สารบัญรูปภาพ หน้า ภาพที่ 1 เข็มมาลัย 1 ภาพที่ 2 เข็มมือ 2 ภาพที่ 3 ด้ายร้อยมาลัย 3 ภาพที่ 4 กรรไกร 3 ภาพที่ 5 ถาดพลาสติก 4 ภาพที่ 6 คีมปากแหลม 5 ภาพที่ 7 ปิโตรเลียมเจลลี่ 5 ภาพที่ 8 ดอกรัก 6 ภาพที่ 9 ดอกบานไม่รู้โรย 7 ภาพที่ 10 ใบกล้วย หรือใบตอง 7 ภาพที่ 11 มาลัยชายเดี่ยว 9 ภาพที่ 12 มาลัยสองชาย 9 ภาพที่ 13 มาลัยช าร่วย 10 ภาพที่ 14 อุปกรณ์และวัสดุในการร้อยมาลัยห่วงรัก 18 ภาพที่ 15 การร้อยพวงมาลัย 19 ภาพที่ 16 การพวงร้อยมาลัยซีกรัดพวง 20 ภาพที่ 17 การร้อยอุบะ 20 ภาพที่ 18 วิธีการประกอบพวงมาลัย 20 ภาพที่ 19 บรรจุภัณฑ์กระดาษ 24 ภาพที่ 20 บรรจุภัณฑ์พลาสติก 24 ภาพที่ 21 บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ 25


1 ความรู้เกี่ยวกับวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการร้อยมาลัยห่วงรัก ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรตามพระราชด าริ จังหวัดอุทัยธานี วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการร้อยมาลัยห่วงรัก ในการจัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ในการจัดท าหลักสูตรการร้อยมาลัยห่วงรัก จะต้องใช้วัสดุและ อุปกรณ์หลากหลายชนิด ตั้งแต่เข็มมาลัย เข็มมือ ด้าย กรรไกร คีมปากเป็ด วาสลีน ถาดพลาสติก และดอกไม้ชนิดต่าง ๆ เพื่อประกอบการท า และการจัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ให้พร้อม วัสดุและอุปกรณ์ ทุกชนิดที่น ามาใช้ต้องอยู่ในสภาพที่ดีพร้อมใช้งาน ซึ่งท าให้การประกอบอาหารได้ดี ไม่เสียแรงงาน และประหยัดเวลา วัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบด้วย อุปกรณ์ในการร้อยมาลัย เข็มในการร้อยมาลัย มีหลากหลายชนิด เช่น เข็มมาลัย เข็มมือ เป็นต้น ซึ่งต้องเป็นเข็มเฉพาะใน การใช้งาน การเลือกใช้เข็มในการร้อยมาลัย จะเลือกใช้เข็มที่ให้ความสะดวกในการใช้งานเพื่อให้สามารถ ร้อยมาลัยได้หลายรูปแบบ ซึ่งมีขั้นตอนในการร้อยแตกต่างกันออกไป เพื่อให้สามารถร้อยมาลัย ได้อย่างประณีต สวยงาม เข็มมาลัย (Steering Wheel) เข็มมาลัย เป็นเข็มเหล็กหรือสเตนเลสยาวประมาณ 12 –14 นิ้ว ปลายแหลมมี 2 ขนาด ขนาดเล็ก 6 นิ้ว ใช้กับงานละเอียด ส่วนขนาดใหญ่ใช้กับงานดอกไม้ดอกใหญ่ หรือดอกไม้ที่มีกลีบใหญ่ ๆ เวลาซื้อควรต้องเลือกให้เหมาะสมกับงานนั้น ๆ ด้วย วิธีการเลือกซื้อ ให้ค านึงถึงการเลือกใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละงาน ส่วนใหญ่เป็นเข็มเหล็กสเตนเลสยาว โดยประมาณ 12 – 14 นิ้ว ปลายแหลมจะมี 2 ขนาด ขึ้นอยู่กับดอกไม้ในแต่ละขนาด วิธีการใช้งาน เตรียมเข็มมาลัย ให้อยู่ในสภาพที่ดี ไม่เป็นสนิม และทาน้ ามันวาสลิมที่เข็มเล็กน้อย เพื่อให้สามารถ ร้อยมาลัยได้ง่ายขึ้น วิธีการเก็บรักษา เข็มร้อยมาลัย ใช้แล้วควรล้างให้สะอาด เช็ดให้แห้ง ทาด้วยน้ ามันวาสลินห่อกระดาษไขแก้ว เพื่อไม่ให้เข็มเป็นสนิม ภาพที่ 1 : เข็มมาลัย โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


2 เข็มมือ (Hand needle) เข็มสั้นธรรมดาใช้ส าหรับเย็บดอกข่า เย็บโบ หรือร้อยอุบะก็ได้ ปกติมักจะใช้เบอร์ 8 และเบอร์ 9 เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างดี การเลือกซื้อ เข็มมือ หรือเข็มสั้นธรรมดา สามารถเลือกเข็มเหล็กที่แข็งแรงและคงทน ไม่เป็นสนิมง่าย วิธีการใช้งาน เตรียมเข็ม ตรวจดูสภาพเข็มให้อยู่สภาพที่ดีพร้อมใช้งาน และทาน้ ามันวาสลินที่เข็มเล็กน้อย การดูแลรักษา ใช้แล้วควรล้างให้สะอาด เช็ดให้แห้ง ทาด้วยน้ ามันวาสลินห่อกระดาษไขแก้ว เพื่อไม่ให้เข็มเป็นสนิม ภาพที่ 2 : เข็มมือ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ด้ายร้อยมาลัย ด้ายมีลักษณะเป็นเส้นยาวที่ประกอบขึ้นจากเส้นใยหลาย ๆ เส้นรวมกัน ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์ หรือเส้นใยธรรมชาติโดยอาจมีการขึ้นเกลียวหรือไม่ก็ได้ ด้ายแบ่งเป็น 3 ประเภทหลักๆ คือ ด้ายจากเส้นใย สั้น (spun yarn) ด้ายจากเส้นใยยาว (filament yarn) และ ด้ายชนิดพิเศษ (special yarn) วิธีการเลือกซื้อ ต้องค านึงถึงคุณภาพของด้าย และให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยค านึงถึงสีที่ต้องการใช้งาน ชนิด ของด้าย เลือกยี่ห้อที่น่าเชื่อถือ และมีความแข็งแรง ทนทาน สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี วิธีการใช้งาน เส้นด้ายส าหรับงานมาลัยมี 2 ขนาด คือ ขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก ด้ายร้อยมาลัยเส้นใหญ่ ควรใช้ ด้ายคู่ ด้ายร้อยอุบะใช้เส้นเล็ก เบอร์ 40 หรือ 60 นิยมใช้ด้ายสีขาว ส าหรับด้ายเย็บ หรือมัดดอกข่า ควรใช้ ด้ายเส้นเล็ก และควรเป็นสีเดียวกับกลีบดอกไม้ที่ใช้ท าตุ้มดอกข่า


3 วิธีการเก็บรักษา ก่อนการเก็บหลอดด้ายควรน าปลายด้ายสอดไว้ในรอยบากหรือที่เก็บด้าย ถ้าหลอดด้ายแบบไม่มี รอยบาก ใช้เทปใสปิดปลายด้ายให้ติดกับหลอดด้าย ควรเก็บด้ายในกล่องอุปกรณ์ให้เรียบร้อย ภาพที่ 3 : ด้ายร้อยมาลัย โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ กรรไกร (Scissors) กรรไกร เป็นเครื่องมือสามัญที่จัดอยู่ในกลุ่มเครื่องมือตัด ถูกออกแบบมาให้ใช้ได้ด้วยมือเปล่า มีทั้งแบบใช้มือเดียวและใช้สองมือ และมีคุณสมบัติเด่นหลัก ๆ คือ ช่วยให้ตัดชิ้นงานได้ทันใจ ประหยัดแรง ประหยัดเวลา พกพาสะดวก ไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บ และวิธีการบ ารุงรักษาเครื่องมือท าได้ง่าย กรรไกรมี หลายประเภท แต่ละประเภทมีรูปทรงและรูปแบบการใช้งานได้ดีต่างกัน จึงท าให้เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือตัดที่ นิยมใช้กันเกือบทุกสายงาน วิธีการเลือกซื้อ สิ่งแรกที่เลือกซื้อคือต้องให้ตรงกับความต้องการใช้งานในแต่ละประเภท โดยค านึงถึงใบมีด ที่มีคุณภาพ ต้องเป็นเหล็กกล้าไร้สนิท ง่ายต่อการลับให้คม ขนาดกะทัดรัด เหมาะสมกับการใช้งาน ถือจับได้ อย่างสบาย คุ้มค่าสมกับราคาและการใช้งาน ทั้งยังต้องปลอดภัยส าหรับการใช้งาน วิธีการใช้งาน ควรใช้กรรไกรให้เหมาะสมกับประเภทการใช้งาน ตรวจสอบสภาพของกรรไกร ให้มีสภาพพร้อมต่อ การใช้งาน ไม่เป็นสนิม และต้องมีการลับให้คมอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สามารถใช้งานได้ วิธีการเก็บรักษา ไม่ควรตัดวัสดุอย่างอื่น และไม่ให้ตกพื้น หลังการใช้งานควรใช้ผ้าชุบน้ ามันเช็ดท าความสะอาด หลังจากใช้งาน เก็บในกล่องอุปกรณ์การตัดเย็บ ภาพที่ 4 : กรรไกร โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


4 ถาดพลาสติก (Round plastic tray) ถาดพลาสติก เป็นภาชนะส าหรับใส่ดอกไม้ขณะที่ก าลังร้อยมาลัย และใส่ดอกไม้ที่ร้อยเสร็จแล้ว วิธีการเลือกซื้อ วิธีการเลือกซื้อถาดพลาสติก ต้องเลือกซื้อถาดที่มีขนาดพอดีกับพวงมาลัย มีความแข็งแรง ทนทาน สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี วิธีการใช้งาน ใช้ส าหรับใส่ดอกไม้ในการร้อยมาลัย เพื่อไม่ให้ดอกไม้เหี่ยวเฉา ขณะที่ก าลังร้อยมาลัย และใช้ ส าหรับใส่มาลัยดอกไม้สดที่ร้อยส าเร็จแล้ว วิธีการเก็บรักษา ถาดพลาสติก สามารถล้างและเช็ดให้แห้ง อยู่ในร่ม ไม่ตากแดด และเก็บในอุณหภูมิห้องปกติ ภาพที่ 5 : ถาดพลาสติก โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ คีบปากแหลม (Needle Nose Pliers) คีมปากแหลม มีหน้าตาเป็นเอกลักษณ์ คือปากจะยาวแหลม ๆ ทั้งนี้ปากที่ยาวนั้น ถูกออกแบบมา เพื่อความแม่นย ามากขึ้น คีมปากแหลมนี้สามารถใช้งานได้หลากหลาย ส่วนมากใช้ในงานดัด ตัด วัสดุต่าง ๆ ให้เป็นไปตามต้องการ ทั้งนี้คีมปากแหลม ยังมีรูปแบบการออกแบบมาให้ใช้งานแบบเฉพาะเจาะจงในงาน นั้น ๆ เช่น งานตกปลา งานไฟฟูา งานสร้างเครื่องประดับ งานจักรยาน งานประดิษฐ์ งานในห้องแลป เป็น ต้น ซึ่งจัดได้ว่าคีมปากแหลมเป็นหนึ่งในคีมที่นิยมอย่างมาก ซึ่งช่างแทบทุกคนจะมีติดตัวอย่างน้อยคนละ 1 ชิ้นอย่างแน่นอน วิธีการเลือกซื้อ วิธีการเลือกซื้อคีมปากแหลม ต้องเลือกคีมยี่ห้อที่ดี มีคุณภาพ มีความแข็งแรง ทนทาน สามารถใช้ งานได้นาน วิธีการใช้งาน วิธีการใช้งาน ต้องค านึงถึงการใช้งาน ต้องใช้คีมให้เหมาะสมกับงาน ไม่ควรใช้คีมแทนค้อน หรือไม่ ควรใช้ค้อนตีลงบนคีม และไม่ควรใช้คีมในงานที่เป็นการงัดแงะสิ่งของ เพราะจะท าให้คีมเสียหายได้ ในส่วนของการใช้งาน ส าหรับงานร้อบมาลัย คีม ใช้ส าหรับจับเข็มมาลัยขณะรูดมาลัยออกจากเข็ม


5 วิธีการเก็บรักษา วิธีการเก็บรักษา หลังจากที่ใช้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรเช็ดท าความสะอาด หยดน้ ามันที่จุดหมุน แล้วชโลมน้ ามันหลังการใช้งานท า ปิโตรเลียมเจลลี(petroleum jelly) ปิโตรเลียมเจลลี(petroleum jelly) หรือ ปิโตรลาทัม (petrolatum) เป็นสารเคมีที่เป็นอนุพันธ์ ผลพลอยได้จากการกลั่นน้ ามันดิบใน ซึ่งจะผ่านกระบวนการกลั่นสารตกค้างต่าง ๆ ออกก่อนน ามาใช้ โดย ในช่วงยุค 1880 เริ่มมีการน าปิโตรเลียมเจลลี่มาใช้อย่างแพร่หลายในอเมริกา เพราะมีราคาถูกและน ามา แปรรูปได้หลายผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่โลชั่นไปถึงผลิตภัณฑ์ส าหรับเด็กแรกเกิด วิธีการเลือกซื้อ วิธีการเลือกซื้อ ต้องเลือกซื้อวาสลีนเจลลี่ จากยี่ห้อที่ดีมีคุณภาพ เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างดี ช่วยให้สามารถร้อยมาลัยได้ง่ายยิ่งขึ้น วิธีการใช้งาน วิธีการใช้งาน ใช้ในการทาเข็มมาลัย เพื่อช่วยให้สามารถร้อยมาลัยได้ง่ายขึ้น ลดอาการฝืดของ ดอกไม้ที่ร้อยมาลัย วิธีการเก็บรักษา วิธีการเก็บรักษา หลังจากที่ใช้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ปิดฝาให้สนิท และเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย ภาพที่ 7 : ปิโตรเลียมเจลลี่ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ภาพที่ 6 : คีมปากแหลม โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


6 วัสดุในการร้อยมาลัย วัสดุที่ใช้ในการร้อยมาลัย จะเป็นดอกไม้ชนิดต่างๆ เช่น ดอกรัก ดอกกุหลาบ ดอกบานไม่รู้โรย ดอกกล้วยไม้ และเป็นดอกไม้ที่มีขายอยู่ตามตลอดทั่วไป สามารถหาซื้อได้ง่าย และราคาไม่แพง ซึ่งมีอยู่ หลากหลายราคาให้เลือกซื้อ ตามความจ าเป็นและความต้องการของแต่ละบุคคล ดอกรัก ต้นรักเป็นพันธุ์ไม้พุ่มขนาดกลาง ที่พบเห็นได้ทั่วไปตามที่รกร้างว่างเปล่า ริมถนน ริมทาง ตามทุ่งนา ตามปุา แม้แต่ริมทะเลก็สามารถพบได้ ต้นรักขึ้นง่าย ทนทาน บางครั้งจะเห็นเมล็ดรักซึ่งมีขนสีขาวเป็นพู่ ยาวๆ ปลิวตามลมไปในที่ต่าง ๆ ดอกรักมีสองสี คือสีขาวและสีม่วง หลัก ๆ แล้วนิยมน ามาร้อยพวงมาลัย เพื่อใช้ในพิธีมงคลต่าง ๆ วิธีการเลือกซื้อ วิธีการเลือกดอกรัก จะเลือกดอกแข็งสีขาว ไม่ช้ า หรือจะเก็บจากต้นเป็นช่อ มาแกะเองเพื่อ จะได้คัดขนาดของดอกที่มีขนาดเท่า ๆ กันได้ ช่วยให้มาลัยมีความสวยงาม ประณีตมากขึ้น วิธีการใช้งาน วิธีการใช้งาน จะมีดอกรัก ที่ได้มาแกะกลีบดอกออก โดยแยกจากเกสร จะได้ประมาณ 5 กลีบดอก เพื่อเป็นการเตรียมวัสดุในการร้อยมาลัย วิธีการเก็บรักษา วิธีการเก็บรักษา ต้องพยายามไม่พรมน้ า เพราะจะท าให้ดอกช้ าและเน่าได้ควรใส่ถุงพลาสติก รัดปากถุงให้แน่น เก็บใส่เข้าตู้เย็นชั้นล่าง และห่อใส่ตะแกรงผึ่งลม ภาพที่ 8 : ดอกรัก โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ดอกบานไม่รู้โรย (Globe Amaranth หรือ Bachelor Button) เป็นพืชล้มลุกในสกุลบานไม่รู้โรย ดอกมีสีม่วง แดง ขาว ชมพู และม่วงอ่อน มีถิ่นก าเนิดในทวีป อเมริกากลาง แถบประเทศปานามา และประเทศกัวเตมาลา ปัจจุบันกลายเป็นพืชประจ าถิ่นทั่วโลก[2] ในประเทศไทยมีชื่อพื้นเมืองอื่นคือ กะล่อม (เหนือ) ดอกสามปีบ่เหี่ยว (อีสาน) ดอกสามเดือน (เชียงใหม่,ใต้) ตะล่อม (เหนือ) และกุนหยี (ใต้) วิธีการเลือกซื้อ วิธีการเลือกดอกบานไม่รู้โรย ต้องเลือกสีดอกสด กลีบเลี้ยงใบยังสดอยู่ก้านดอกแข็ง กลีบไม่ร่วงง่าย วิธีการใช้งาน วิธีการใช้งาน ต้องพยายามตัดเป็นดอก เหลือก้านดอกประมาณ 1 ½ นิ้ว


7 วิธีการเก็บรักษา วิธีการเก็บรักษา ต้องเก็บใส่ถุงพลาสติก รัดปากถุงให้แน่น เก็บเข้าตู้เย็นช่วงล่าง ถ้าไม่มีตู้เย็นให้ ใส่ถาดคลุมด้วยผ้าชื้น เพื่อให้ดอกไม้ยังสดอยู่เสมอ ใบกล้วย หรือ ใบตอง (banana leaf) ใบตอง คือ ใบของกล้วย ต้นกล้วย เป็นต้นไม้ที่มีความเกี่ยวพันธ์กับวิถีชีวิตของคนไทย เป็นอย่างยิ่ง ประโยชน์จากกล้วยได้ทั้งต้น ทั้งปลี และผลกล้วยมารับประทาน เช่น ต้น ต้นกล้วยมีกาบกล้วย ที่สามารถ ฉีกฝอยตากแห้งท าเป็นเชือกกล้วยได้ สามารถท าเป็นอาหาร กาบกล้วยใช้แกะสลักเป็นลวดลายไทย ประกอบฐานจิตกาธาน ฐานเชิงตะกอน เรียกว่า “ลายแทงหยวก” ปลี (ดอก) ใช้เป็นเครื่องเคียงรับประทาน สด ย า หรือต้มกะทิ กาบปลีใช้ตกแต่งประดับเป็นกลีบดอกไม้ หรือเครื่องประกอบการจัดดอกไม้ และผล ใช้ รับประทานทั้งสุกดิบ สามารถน ามาประกอบอาหารทั้งคาวและหวาน เป็นต้น ใบ น ามาใช้งานโดยน ามาเป็น ภาชนะส าหรับใส่ขนมหรืออาหารต่าง ๆ อาทิ ขนมกล้วย ข้าวเหนียวปิ้ง ข้าวต้มมัด ห่อหมก ฯลฯ เนื่องจาก มีความทนทานต่อความร้อน นอกจากนี้ยังนิยมน ามาประดับพานร่วมกับดอกไม้ เพื่อใช้ในงานพิธีการต่าง ๆ อีกด้วย ศิลปะงานใบตอง เป็นงานประดิษฐ์แบบไทยอีกแบบหนึ่ง ที่มีความละเอียดอ่อน สลับซับซ้อน และ ท าได้ยาก ต้องอาศัยความช านาญ ทั้งการเลือกใบตอง ถ้าเลือกไม่ดีใบตองอาจฉีกขาดได้ง่าย จึงต้องอาศัย ศึกษาเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ งานใบตองสามารถท าได้หลายแบบทั้งฉีก กรีด เจียน ตัด พับ ม้วน เย็บ ถัก สาน ให้เป็นรูปลักษณะต่าง ๆ ตามความต้องการ วิธีการเลือกซื้อ วิธีการเลือกซื้อใบตอง ควรเลือกซื้อที่มีความสดใหม่ ไม่เหี่ยวเฉา วิธีการใช้งาน วิธีการใช้งาน ต้องพยายามดูใบตองที่ซื้อมา เพื่อให้ลดความกรอบของใบตองลง ให้สามารถพับได้ วิธีการเก็บรักษา วิธีการเก็บรักษา ควรเก็บไว้ไม่ให้โดนแสงแดด และควรเก็บไว้ในเย็น ภาพที่ 9 : ดอกบานไม่รู้โรย โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ภาพที่ 10 : ใบกล้วย หรือ ใบตอง โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


8 ความรู้พื้นฐานในการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการร้อยมาลัยห่วงรัก หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น รูปแบบกลุ่มสนใจ ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรตามพระราชด าริ จังหวัดอุทัยธานี ความรู้พื้นฐานในการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการร้อยมาลัยห่วงรัก มีความสัมพันธ์และเชื่อมโยง อย่างใกล้ชิดกับวิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรมไทย การร้อยมาลัย เป็นเอกลักษณ์ประจ าชาติอย่างหนึ่งที่ แสดงถึงวัฒนธรรมไทยและความเป็นไทย มีความสวยงามประณีตบรรจง และสื่อถึงความหมายในทางที่ดี มีลักษณะเฉพาะและต้องใช้การเรียนรู้และฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง การเรียนรู้การร้อยมาลัยห่วงรัก จึงเป็นการ เรียนรู้วิถีชีวิต สังคม ประเพณี วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของชาติไทย ซึ่งในปัจจุบันคนรุ่นใหม่ได้ให้ความ สนใจการร้อยมาลัยมากขึ้นเพราะนอกจากจะได้ช่วยสืบสานวัฒนธรรมของชาติแล้ว ยังเป็นการฝึกสมาธิและ จิตใจได้อีกด้วย เหตุนี้ธุรกิจด้านการร้อยมาลัยดอกไม้สด จึงกลับมาเป็นที่นิยมและเป็นที่ชื่นชอบส าหรับคน ไทยและคนต่างชาติ เพื่อขยายตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค ศูนย์วงเดือน อาคมสุร ทัณฑ์ จึงมีนโยบายในการจัดการเรียนรู้การฝึกอาชีพด้านการร้อยมาลัยห่วงรัก ตามความต้องการของ ท้องถิ่นและเมื่อผู้เรียนส าเร็จจากการเรียนรู้ไปแล้ว สามารถน าความรู้และทักษะไปเป็นแนวทางในการ ประกอบอาชีพได้ต่อไป ในการจัดการเรียนรู้การร้อยมาลัยห่วงรัก เป็นการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้เกี่ยวกับความ เป็นมา ลักษณะ ประเภท วัตถุดิบและวัสดุอุปกรณ์ วิธีการท า คุณค่าและประโยชน์ ช่องทางการจัดการ การตลาด หลักการบรรจุหีบห่อ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ พร้อมทั้งมีทักษะได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการประยุกต์การร้อยมาลัยดอกไม้สด ที่มีความประณีต สวยงาม เป็นเอกลักษณ์ เพื่อเป็นการสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ต่อไป หลักการและเหตุผล การร้อยมาลัยดอกไม้สด หมายถึง ดอกไม้ประดิษฐ์แบบไทยลักษณะหนึ่ง โดยการน าดอกไม้ กลีบดอกไม้ ใบไม้และส่วนต่าง ๆ ของดอกไม้ที่ร้อยได้ มาร้อยเป็นพวงมีลักษณะต่าง ๆ กันมากมายหลาย แบบ ตั้งแต่แบบดั้งเดิมจนถึงแบบสมัยใหม่ ซึ่งดัดแปลงมาจากแบบดั้งเดิม นั่นเอง บรรพบุรุษของไทยมีชื่อเสียงในงานด้านศิลปะการประดิษฐ์อย่างมากมาย โดยเฉพาะการประดิษฐ์ ตกแต่งพวงดอกไม้ ใบไม้ ผลไม้ และวัสดุอื่น ๆ เป็นที่ขึ้นชื่อมานานแต่โบราณกาล แต่ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าได้ มีการเริ่มต้นมาแต่ในสมัยใด คงเนื่องมาแต่ไม่มีการจดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรไว้นั่นเอง จึงไม่มีหลักฐาน ใด ๆ ให้อนุชนรุ่นหลังได้สืบค้น ต่อมาในสมัยสุโขทัย เป็นราชธานีแต่ครั้งสมัยพระเจ้าอรุณมหาราช คือพระ ร่วงเป็นพระเจ้าแผ่นดิน พระสนมเอก คือ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือนางนพมาศ ซึ่งเป็นผู้ที่มีความสามารถใน งานด้านฝีมือในการประดิษฐ์ดอกไม้สดเป็นเลิศ ในสมัยนั้น ตามหลักฐานที่อ้างถึงในพระราชนิพนธ์เรื่อง พระราชพิธี 12 เดือนตอนหนึ่งที่กล่าวถึงท้าวศรีจุฬาลักษณ์ได้คิดตกแต่งโคมลอยให้งดงามวิจิตรกว่าโคม ของพระสนมอื่นทั้งปวง โดยการน าเอาดอกไม้ต่าง ๆ มาประดิษฐ์ตกแต่ง และยังได้เอาผลไม้ มาท าการ แกะสลักตกแต่งประกอบไปด้วย แต่ก็มิได้มีการอ้างถึงว่าในการตกแต่งครั้งนั้นมีการร้อยมาลัยมาประดับ ตกแต่งด้วยหรือไม่ และในหลักฐานที่อ้างถึงตอนหนึ่งว่า ในเดือนเมษายนมีพระราชพิธีสนามใหญ่บรรดา เจ้าเมือง เศรษฐี คหบดีเข้าเฝูาถวายบังคมสมเด็จพระร่วงเจ้า เพื่อถวายเครื่องราชบรรณาการ พระสนม ก านัลต่าง ๆ ก็ร้อยกรองดอกไม้เป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ ใส่เมี่ยงหมากถวายให้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทาน แก่ ผู้มาเฝูาและในครั้งนั้นนางนพมาศ ก็ร้อยดอกไม้สีเหลืองเป็นรูปพานทองสองชั้นรองขัน มีระย้าระบาย งดงามในขันใส่เมี่ยงหมาก แล้วร้อยดอกไม้เป็นตาข่ายคลุมขันอีกทีหนึ่ง เป็นที่เจริญตาและถูกกาลเทศะ


9 สมเด็จพระร่วงเจ้าจึงทรงบัญญัติว่า ถ้าชาวไทยท าการรับแขกเป็นการสนามใหญ่ มีการอาวาห์มงคล หรือ วิวาห์มงคล เป็นต้น การร้อยมาลัยดอกไม้สด เป็นศิลปะการร้อยมาลัย ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันสูงค่าของไทย แสดงให้เห็นถึงความละเอียดอ่อน นุ่มนวล การมีสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ ต้นก าเนิดเริ่มแรกของมาลัย ไม่เป็นที่แน่ชัด แต่น่าจะอยู่ในช่วงยุคสมัยสุโขทัย ดอกไม้ที่เหมาะในการน ามาร้อย ได้แก่ ดอกกุหลาบ ดอกรัก ดอกพุด ดอกมะลิ กล้วยไม้ พวงผกา ฯลฯ แต่ดอกไม้ที่ใช้ร้อยเป็นพื้นฐานส่วนใหญ่ นิยมใช้ดอก กุหลาบ ดอกพุด ดอกมะลิ ใบไม้ ได้แก่ ใบแก้ว ใบโกศล ใบกระบือ ฯลฯ มาลัยดอกไม้สด มีหลายชนิด โดยแบ่งตามลักษณะ ดังนี้ มาลัยซีกหรือเสี้ยว มาลัยกลม มาลัยแบน มาลัยรี มาลัยตุ้ม มาลัยตัวหนอน มาลัยสามเหลี่ยม มาลัยสามกษัตริย์ มาลัยพวงดอกไม้ มาลัยเถา มาลัย ครุย มาลัยตัวสัตว์ เป็นต้น มาลัยแบ่งตามประเภทใช้สอย มี3 ประเภท ได้แก่ 1. มาลัยชายเดียว คือ มาลัยที่ร้อยเป็นพวงกลมมีอุบะห้อยที่ชายมาลัยเพียงพวงเดียว มีชื่อเรียก หลายอย่าง เช่น มาลัยมือ มาลัยคล้องแขน มาลัยข้อพระกร เป็นมาลัยที่ถือด้วยมือ หรือคล้องแขน ตัวมาลัย มีหลายรูปแบบทั้งแบบมาลัยกลมธรรมดา มาลัยแบน มาลัยสามเหลี่ยม แบบมาลัยโซ่ ฯลฯ ใช้มอบให้บุคคล พิเศษในงานส าคัญ สามารถน าไปตกแต่งพาน ตกแต่งสถานที่ หรือใช้บูชาพระได้ ภาพที่ 12 : มาลัยชายเดียว โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ 2. มาลัยสองชาย คือ มาลัยที่มีสองชาย ห้อยอุบะข้างละพวง ให้คล้องคอบุคคล เพื่อให้ดูเป็น จุดเด่น เช่น ในงานมงคลสมรส ใช้คล้องคอคู่บ่าวสาว ประธานในพิธี หรือคล้องคอบุคคลที่ก าลังจะเดินทาง ไปต่างประเทศ ภาพที่ 13 : มาลัยสองชาย ที่มา https://www.pinterest.com/pin/802063014864006096/


10 3. มาลัยช าร่วย คือ มาลัยขนาดเล็ก สวยงามน่ารัก ส่วนใหญ่จะเป็นมาลัยชายเดียว จะผูกต่อด้วย ริบบิ้น เป็นโบว์ส าหรับถือหรือติดเสื้อ ใช้มอบให้กับบุคคลจ านวนมาก ๆ เป็นของช าร่วย เป็นการแสดงความ ขอบคุณ ในโอกาสต่าง ๆ หรือใช้ในงานมงคล มีมาลัยตุ้ม มาลัยผ้าเช็ดหน้า มาลัยโซ่เล็ก มาลัยรูปสัตว์ เป็นต้น ภาพที่ 14 : มาลัยช าร่วย โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรตามพระราชด าริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ด าเนินการจัดฝึกอบรมวิชาชีพให้แก่ประชาชน ในจังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดต่าง ๆ จึงได้จัดท าหลักสูตรการร้อยมาลัยห่วงรัก ซึ่งเป็นหลักสูตรระยะสั้น รูปแบบกลุ่มสนใจ ที่เน้นการส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยให้ประชาชนได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ ได้ด้วยตนเอง และร่วมกันสืบสานให้คงอยู่ต่อไป


11 หลักสูตรการจัดการศึกษาต่อเนื่อง หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น หลักสูตรวิชาการร้อยมาลัยห่วงรัก รูปแบบกลุ่มสนใจ จ านวน 5 ชั่วโมง ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรตามพระราชด าริ จังหวัดอุทัยธานี 1. ความเป็นมา พวงมาลัย เป็นงานประดิษฐ์ดอกไม้สดที่ต้องใช้ความบรรจงและประณีต โดยการน ากลีบดอกไม้ และใบไม้ที่มีสีสันสวยงาม มาร้อยเรียงให้เกิดเป็นลวดลายต่าง ๆ ที่มีความงดงามยิ่งขึ้น การร้อยพวงมาลัย มีการถ่ายทอดกันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จวบจนปัจจุบัน นับว่าเป็นการสืบทอดและรักษาวัฒนธรรม อันดีงามของชาติ งานพวงมาลัยมีการพัฒนาในรูปแบบต่าง ๆ ให้มีความสวยงามและแปลกใหม่ เช่น การท า มาลัยชายเดียว โดยทั่วไปเรียกว่ามาลัยข้อมือ หรือมาลัยคล้องแขน ใช้ส าหรับคล้องแขนหรือบูชาพระ มาลัย สองชาย หรือมาลัยคล้องคอคู่บ่าวสาว หรือส าหรับแสดงการต้อนรับ และมาลัยของช าร่วย เช่น ตัวกระแต ทั้งนี้ ยังมีรายละเอียดต่าง ๆ เช่น การร้อยอุบะ การท าดอกข่า การแต่งตัว การประกอบมาลัยส่วนต่าง ๆ เช่น การร้อยอุบะ การท าดอกข่า การแต่งตัว การประกอบมาลัยส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกันจนส าเร็จและ สวยงาม สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชด าริให้ประชาชนคนไทย สืบสาน อนุรักษ์ รักษา ต่อยอดการร้อยมาลัยดอกไม้สด เนื่องจาก สภาพวิถีการใช้ชีวิตของประชาชนในปัจจุบันเปลี่ยนไป ท าให้ศิลปวัฒนธรรมไทยที่ดีงามในสมัยอดีต ถูกลืม เลือนไป ดังนั้นหากมีการสืบทอดและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ให้ได้รู้ที่มาและความส าคัญของ ศิลปวัฒนธรรมไทยมากขึ้น เพื่อให้เกิดการเรียนรู้มีทักษะ และสามารถสร้างอาชีพเพิ่มรายได้ให้กับตนเอง และครอบครัว ดังนั้น ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ซึ่งรับผิดชอบการจัดฝึกอบรมด้านอาชีพของจังหวัดอุทัยธานี ตามพระราชด าริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จึงได้สืบสานและอนุรักษ์การร้อยมาลัยห่วงรัก เพื่อให้ผู้สนใจได้มีความรู้ความเข้าใจการร้อยมาลัยห่วงรัก และต่อยอดท าเป็นอาชีพและสร้างรายได้ให้กับตนเองรวมทั้งยังเป็นการอนุรักษ์การร้อยมาลับห่วงรัก ซึ่งเป็น ศิลปวัฒนธรรมที่ดีงามให้คงอยู่ต่อไป 2. หลักการของหลักสูตร 2.1 เป็นหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่นในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เข้ากับกลุ่มเปูาหมาย ระยะเวลา และการวัดและการประเมินผล 2.2 มุ่งพัฒนาประชาชนให้ได้รับการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ และการมีงานท าอย่างมีคุณภาพ ทั่วถึงและเท่าเทียม สามารถลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว 2.3 มุ่งเน้นพัฒนาประชาชนให้เป็นบุคคลที่มีวินัย เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม มีจิตอาสา มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รับผิดชอบต่อตนเองและสังคม 2.4 มุ่งเน้นกระบวนการกลุ่มฝึกปฏิบัติจริงของผู้เรียน


12 3. จุดประสงค์ของหลักสูตร 3.1 เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ และความเข้าใจการร้อยมาลัยห่วงรัก 3.2 เพื่อให้ประชาชนมีทักษะการร้อยมาลัยห่วงรัก 3.3 เพื่อให้ประชาชนสามารถน าความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการด ารงชีวิต และน าไป ประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพได้ 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียน 4.1 อธิบายความเป็นมาของการร้อยมาลัยห่วงรัก 4.2 อธิบายวัสดุ อุปกรณ์และเลือกใช้ได้ 4.3 อธิบายขั้นตอนการร้อยมาลัยห่วงรักได้ 4.4 ปฏิบัติการร้อยมาลัยห่วงรักได้ 4.6 จัดหาหรือจัดท าการบรรจุหีบห่อได้อย่างถูกต้อง 4.6 คิดต้นทุน ก าไรจากการจ าหน่ายมาลัยห่วงรักได้ 4.7 อธิบายช่องทางการจัดการการตลาดของขนมอัญชันไข่แมงดา 5. กลุ่มเป้าหมาย ประชาชนทั่วไป ไม่น้อยกว่า 6 คน 6. ระยะเวลา ภาคทฤษฎี 1 ชั่วโมง ภาคปฏิบัติ 4 ชั่วโมง 7. โครงสร้างหลักสูตร เรื่อง ที่ หัวเรื่อง เวลาเรียน (ชั่วโมง) ทฤษฎี ปฏิบัติ รวม 1 ช่องทางการประกอบอาชีพการการร้อยมาลัยห่วงรัก 1. ความเป็นมาของการร้อยมาลัยห่วงรัก 2. ความเป็นไปได้และการตัดสินใจในการประกอบอาชีพการร้อยมาลัยห่วงรัก 10 นาที - 10 นาที 2 การจัดกระบวนการเรียนรู้ การร้อยมาลัยห่วงรัก 1. การท าการร้อยมาลัยห่วงรัก 2. วัสดุ อุปกรณ์และการเลือกใช้ 3. ขั้นตอนการร้อยมาลัยห่วงรัก 4. การปฏิบัติการร้อยมาลัยห่วงรัก 5. คุณค่าและประโยชน์ของการร้อยมาลัย 30 นาที 3.30 ชั่วโมง 4 ชั่วโมง 3 การบริหารจัดการในการประกอบอาชีพการร้อยมาลัยห่วงรัก 1. การจัดหาหรือจัดท าการบรรจุหีบห่อ 2. การคิดต้นทุน ก าไรจากการจ าหน่ายการร้อยมาลัยห่วงรัก 3. ช่องทางการจัดการการตลาดของการร้อยมาลัยห่วงรัก 20 นาที 30 นาที 50 นาที รวมทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 4 ชั่วโมง 5.00 ชั่วโมง


13 8. การจัดการเรียนรู้ การบรรยายให้ความรู้ การสาธิต การลงมือปฏิบัติ การอภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ 9. สื่อการเรียนรู้ 9.1 สื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือ ใบความรู้เป็นต้น 9.2 สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น คลิปวีดิโอ เป็นต้น 9.3 สื่อบุคคล เช่น วิทยากร ครูผู้สอน ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น 9.4 แหล่งเรียนรู้ในชุมชน 10. การจัดกระบวนการเรียนรู้ 10.1 การบรรยาย 10.2 การสาธิต 10.3 การฝึกปฏิบัติ 11. การวัดและประเมินผล ประเมินความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจากการสอบถาม แบบทดสอบ การสังเกต การมีส่วนร่วม และจากชิ้นงาน/ผลงาน 12. การจบหลักสูตร 12.1 มีเวลาเรียนและฝึกปฏิบัติตามหลักสูตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 12.2 มีผลการประเมินผ่านตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 12.3 มีผลงาน/ชิ้นงานผ่านการประเมินตามมาตรฐานและคุณภาพ 13. เอกสารหลักฐานการศึกษา 13.1 หลักฐานการประเมินผล 13.2 วุฒิบัตรออกโดยสถานศึกษา การประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ ทดสอบความรู้ความเข้าใจของผู้เรียน แบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน ทดสอบคุณธรรม จริยธรรมของผู้เรียน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นิเทศ ติดตาม ประเมินผู้เรียน แบบประเมินผลงานผู้เรียน ประเมินผลความพึงพอใจในการจัดกิจกรรม แบบประเมินความพึงพอใจ แนวทางการประเมินผลการเรียน (รวบยอด) วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การจบหลักสูตร 1. ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 1.1 ประเมินความรู้ทางภาคทฤษฎี 1.2 ประเมินทักษะการปฏิบัติ แบบทดสอบ ผลงาน / ชิ้นงาน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่น้อย กว่าร้อยละ 60 มีผลงาน/ชิ้นงานที่มีคุณภาพ


แผนการจัดกระบวนการเรียนเรื่อง จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหา การเรื่องที่ 1 ช่องทางการประกอบอาชีพการร้อยมาลัยห่วงรัก 1. ความเป็นมาของ การร้อยมาลัยห่วงรัก 1. อธิบายความเป็นมาของ การร้อยมาลัยห่วงรักได้ 1. ความเป็นมาของการร้อย มาลัยห่วงรัก 1. วิทเป็นมห่วงรั2. ความเป็นไปได้และ การตัดสินใจในการ ประกอบอาชีพการร้อย มาลัยห่วงรัก 1. อธิบายทางเลือกในการ ประกอบอาชีพได้ 2. อธิบายองค์ประกอบ ปัญหา และข้อแนะน า ก่อนตัดสินใจเลือกอาชีพได้ 3. อธิบายหลักเกณฑ์ และการตัดสินใจเลือกอาชีพ ได้ 4. การประเมินความพร้อม และความเป็นไปได้ของอาชีพ ที่ตัดสินใจเลือกได้ 1. การวางแผนเลือก ประกอบอาชีพ 2. องค์ประกอบ ปัญหา และข้อแนะน าก่อนตัดสินใจ เลือกอาชีพ 3. หลักเกณฑ์และการ ตัดสินใจเลือกอาชีพ 4. การประเมินความพร้อม และความเป็นไปได้ของ อาชีพที่ตัดสินใจเลือก วิทยาและกประกห่วงรั


14 นรู้หลักสูตรการร้อยมาลัยห่วงรัก รจัดกระบวนการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฎี ปฏิบัติ ทยากรอธิบายความ มาของการร้อยมาลัย รัก 1. ใบความรู้ ความเป็นมาของ มาลัยห่วงรัก 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียน โดยใช้ใบงาน ที่ก าหนด 5 นาที ากรอธิบายความเป็นไปได้ การตัดสินใจในการ กอบอาชีพการร้อยมาลัย รัก แบบทดสอบ ก่อนเรียน 5 นาที 14


เรื่อง จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหา การเรื่องที่ 2 การจัดกระบวนการเรียนรู้ การร้อยมาลัยห่วงรัก 1. การร้อยมาลัยห่วงรัก 1. อธิบายการร้อยมาลัย ห่วงรักได้ 1. การร้อยมาลัยห่วงรัก 1. วิทเป็นม2. วัสดุ อุปกรณ์ และการเลือกใช้ 2.อธิบายวัสดุ อุปกรณ์ และเลือกใช้ได้ 2. วัสดุ อุปกรณ์ และการเลือกใช้ 2. วิทอุปกรในกา3. ขั้นตอนการร้อยมาลัย ห่วงรัก 3. อธิบายขั้นตอนการร้อย มาลัยห่วงรักได้ 3. ขั้นตอนการร้อยมาลัย ห่วงรัก 3. วิทการร้4. การปฏิบัติการ การร้อยมาลัยห่วงรัก 4. ปฏิบัติการร้อยมาลัยห่วง รักได้ 4. การปฏิบัติการร้อยมาลัย ห่วงรักได้ 4.1 วิการร้และใพร้อม4.2 วิแลกเ5. คุณค่า และประโยชน์ ของการร้อยมาลัยห่วงรัก 5. อธิบายคุณค่าและ ประโยชน์ ของการร้อยมาลัย ห่วงรักได้ 5. คุณค่าและประโยชน์ ของการร้อยมาลัยห่วงรัก 5.1 ผู้คุณค่ร้อยม5.2 วิอภิปรเกี่ยวกของก5.3 วิ


15 รจัดกระบวนการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฎี ปฏิบัติ ทยากรอธิบายความ มาของมาลัยห่วงรัก 1. ใบความรู้ วิธีการท าการร้อย มาลัยห่วงรัก 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียน โดยใช้ใบงาน ที่ก าหนด 10 นาที ทยากรอธิบายวัสดุ รณ์และให้ผู้เรียนเลือกใช้ ารร้อยมาลัยห่วงรัก 2.1 รูปภาพ 2.2 ของจริง 5 นาที ทยากรอธิบายขั้นตอน ร้อยมาลัยห่วงรัก 3.1 ใบความรู้ วิธีการร้อยมาลัย ห่วงรัก 3.2 ใบงาน การร้อย มาลัยห่วงรัก 10 นาที วิทยากรสาธิตวิธีท า ร้อยมาลัยห่วงรัก ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ มบันทึกลงในใบงาน วิทยากรและผู้เรียน เปลี่ยนเรียนรู้ 3.30 ชั่วโมง ผู้เรียนศึกษาใบความรู้ า และประโยชน์ของการ มาลัยห่วงรัก ทยากรและผู้เรียนร่วมกัน รายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กับคุณค่า และประโยชน์ การร้อยมาลัยห่วงรัก วิทยากรสรุปองค์ความรู้ 5.1 ใบความรู้ คุณค่า และประโยชน์ ของการร้อยมาลัย ห่วงรัก 5.2 ประเด็นอภิปราย การร้อยมาลัยห่วงรัก ให้คุณค่า และ ประโยชน์ของการ อย่างไรบ้าง 5 นาที 15


เรื่อง จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหา การเรื่องที่ 3 การบริหารจัดการในการประกอบอาชีพการท าขนมอัญชันไข่แมงดา 1. จัดหาหรือจัดท าบรรจุ หีบห่อ 1. จัดหาหรือจัดท าบรรจุหีบ ห่อได้อย่างเหมาะสม 1. การจัดหาหรือจัดท า บรรจุหีบห่อ 1. วิทจัดหา2. การคิดต้นทุน ก าไร 2. คิดต้นทุน ก าไรจากการ จ าหน่ายการร้อยมาลัยห่วง รักได้อย่างถูกต้อง 2. การคิดต้นทุน ก าไร 2.1 วิเกี่ยวก าไร 2.2 ใก าไร 3.ช่องทางการจัดการ การตลาดของการร้อย มาลัยห่วงรัก 3. อธิบายช่องทางการ จัดการการตลาดของการร้อย มาลัยห่วงรัก 3. ช่องทางการจัดการ การตลาด 3. วิทเกี่ยว


16 รจัดกระบวนการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฎี ปฏิบัติ ทยากรอธิบายเทคนิคการ าหรือจัดท าบรรจุหีบห่อ 1.1 ใบความรู้ บรรจุภัณฑ์ 1.2 ตัวอย่าง บรรจุภัณฑ์ 5 นาที 10 นาที วิทยากรให้ความรู้ กับวิธีการค านวณต้นทุน ให้ผู้เรียนฝึกคิดต้นทุน 2.1 ใบความรู้การ ค านวณต้นทุน ก าไร 2.2 ใบงานการคิด ต้นทุน ก าไร 10 นาที 20 นาที ทยากรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กับช่องทางการตลาด 3. ใบความรู้ช่องทาง การตลาด 5 นาที 16


17 ใบความรู้ ความเป็นมาของการร้อยมาลัยห่วงรัก ความเป็นมา พวงมาลัย เป็นงานประดิษฐ์ดอกไม้สดที่ต้องใช้ความบรรจงและประณีต โดยการน ากลีบดอกไม้ และใบไม้ที่มีสีสันสวยงาม มาร้อยเรียงให้เกิดเป็นลวดลายต่าง ๆ ที่มีความงดงามยิ่งขึ้น การร้อยพวงมาลัย มีการถ่ายทอดกันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จวบจนปัจจุบัน นับว่าเป็นการสืบทอดและรักษาวัฒนธรรม อันดีงามของชาติ งานพวงมาลัยมีการพัฒนาในรูปแบบต่าง ๆ ให้มีความสวยงามและแปลกใหม่ เช่น การท า มาลัยชายเดียว โดยทั่วไปเรียกว่ามาลัยข้อมือ หรือมาลัยคล้องแขน ใช้ส าหรับคล้องแขนหรือบูชาพระ มาลัย สองชาย หรือมาลัยคล้องคอคู่บ่าวสาว หรือส าหรับแสดงการต้อนรับ และมาลัยของช าร่วย เช่น ตัวกระแต ทั้งนี้ ยังมีรายละเอียดต่าง ๆ เช่น การร้อยอุบะ การท าดอกข่า การแต่งตัว การประกอบมาลัยส่วนต่าง ๆ เช่น การร้อยอุบะ การท าดอกข่า การแต่งตัว การประกอบมาลัยส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกันจนส าเร็จและ สวยงาม สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชด าริให้ประชาชนคนไทย สืบสาน อนุรักษ์ รักษา ต่อยอดการร้อยมาลัยดอกไม้สด เนื่องจาก สภาพวิถีการใช้ชีวิตของประชาชนในปัจจุบันเปลี่ยนไป ท าให้ศิลปวัฒนธรรมไทยที่ดีงามในสมัยอดีต ถูกลืม เลือนไป ดังนั้นหากมีการสืบทอดและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ให้ได้รู้ที่มาและความส าคัญของ ศิลปวัฒนธรรมไทยมากขึ้น เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ มีทักษะ และสามารถสร้างอาชีพเพิ่มรายได้ให้กับตนเอง และครอบครัว ดังนั้น ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ซึ่งรับผิดชอบการจัดฝึกอบรมด้านอาชีพของจังหวัดอุทัยธานี ตามพระราชด าริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จึงได้สืบสานและอนุรักษ์การร้อยมาลัยห่วงรัก เพื่อให้ผู้สนใจได้มีความรู้ความเข้าใจการร้อยมาลัยห่วงรัก และต่อยอดท าเป็นอาชีพและสร้างรายได้ให้กับตนเองรวมทั้งยังเป็นการอนุรักษ์การร้อยมาลับห่วงรัก ซึ่งเป็น ศิลปวัฒนธรรมที่ดีงามให้คงอยู่ต่อไป


18 ใบความรู้ วิธีการร้อยมาลัยห่วงรัก อุปกรณ์ในการร้อยมาลัยห่วงรัก วัสดุในการร้อยมาลัยห่วงรัก ภาพที่ 15 : อุปกรณ์และวัสดุในการร้อยมาลัยห่วงรัก ด้ายกลุ่ม 1 ม้วน เข็มมาลัย 1 เล่ม เข็มมือ 1 เล่ม ด้ายหลอด 1 ม้วน กรรไกร 1 อัน ถาดพลาสติก 1 ใบ ดอกรัก 100 ดอก ดอกบานไม่รู้โรย 10 ดอก คีมปากแหลม 1 อัน วาสลิน 1 กระปุก ใบตอง 1 ใบ ภาพที่ 15 : อุปกรณ์และวัสดุในการร้อยมาลัยห่วงรัก โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


19 ขั้นตอนการร้อยมาลัยห่วงรัก วิธีร้อยพวงมาลัย (ใช้เข็มยาว) 1. เลือกดอกรัก ที่มีขนาดเท่า ๆ กัน มาฉีกเป็นกลีบ จ านวน 50 ดอก เพื่อเตรียมไว้ส าหรับร้อย มาลัย 2. ฉีกใบตองให้เป็นแผ่น พับเป็นสี่เหลี่ยมเพื่อลองเป็นฐานพวงในการร้อยมาลัย 3. ชั้นที่ 1 ร้อยกลีบดอกรักเป็นวงกลม วนตามเข็มนาฬิกา จ านวน 6 กลีบ 4. ชั้นที่ 2 ร้อยเรียงสับหว่างกลีบดอกรัก วนตามเข็มนาฬิกา ไปจนหมดกลีบดอกรัก และปิดด้วย แปูนใบตอง 5. ใช้ด้ายเส้นใหญ่ จ านวน 4 เส้น ยาวกว่ามาลัยที่ร้อยไว้ (ส าหรับผูกพวง) 6. ร้อยด้ายใส่เข็มมาลัย ทาวาสลินที่เข็มและด้าย เพื่อให้สามารถรูดมาลัยได้ง่ายขึ้น 7. รูดมาลัยออกจากเข็มมาลัย แล้วผูกมัดพวง ตัดปลายด้ายที่เหลือทิ้ง ภาพที่ 16 : การร้อยพวงมาลัย โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ วิธีร้อยมาลัยซีกรัดพวง (ใช้เข็มสั้น) 1. เลือกดอกรัก ที่มีขนาดเท่า ๆ กัน มาฉีกเป็นกลีบ จ านวน 20 ดอก โดยแยกระหว่างกลีบดอก รักและแกนดอกรัก เพื่อใช้ในการร้อยมาลัยซีกรัดพวง 2. เตรียมดอกบานไม่รู้โรย จ านวน 2 ดอก ส าหรับร้อยมาลัยซีกรัดพวง 3. เตรียมด้ายใหญ๋ จ านวน 2 เส้น และด้ายเล็ก จ านวน 2 เส้น 4. ทาวาสลินที่เข็มมาลัย เพื่อให้สามารถร้อยมาลัยได้ง่ายขึ้น 5. แถวที่ 1 ร้อยกลีบดอกรักในเข็มมาลัย วางดอกรัก จ านวน 3 กลีบ ในลักษณะครึ่งวงกลม 6. แถวที่ 2 วางดอกรัก จ านวน 2 กลีบ สับหว่างกัน กับแถวที่หนึ่ง 7. ท าแบบแถวที่ 1 และแถวที่ 2 ซ้ ากัน จ านวน 4 ครั้ง 8. หลังจากนั้นขึ้นแถวใหม่ วางกลีบดอกรัก 1 กลีบ แกนดอกรัก 1 แกน กลีบดอกรัก 1 กลีบ 9. ขึ้นแถวใหม่วางแกนดอกรัก สับหว่าง จ านวน 2 แกน 10. ขึ้นแถวใหม่โดยวางแกนดอกรัก 1 แกน และวางดอกบานไม่รู้โรย 1 ดอก และวางแกนดอกรัก อีก 1 แกน 11. หลังจากนั้นท าแบบเดียวกันกับแถวที่ 1 – แถวที่ 2 ซ้ ากัน จ านวน 8 ครั้ง 12. ต่อมาท าแบบเดียวกับกับข้อ 7 – 9 อีก 1 ครั้ง


20 13. หลังจากนั้นท าแบบเดียวกันกับแถวที่ 1 – แถวที่ 2 อีก 4 ครั้ง เป็นอันเสร็จ โดยรูดมาลัยซีก ออกจากเข็ม ให้เหลือปลายด้ายไว้ในการผูกประกอบพวงมาลัย ภาพที่ 17 : การพวงร้อยมาลัยซีกรัดพวง โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ วิธีร้อยอุบะ (ใช้เข็มสั้น) 1. ร้อยตุ้มอุบะด้วยดอกบานไม่รู้โรย สวมเปลือกรัก ตามด้วยดอกรักร้อยเรียงจากดอกใหญ่ไปหา ดอกเล็ก ร้อยดอกรัก 4 ดอก จ านวน 5 เส้น และ 5 ดอก จ านวน 1 เส้น 2. ผูกรวมกัน ให้เส้นที่มีขนาดยาวที่สุด อยู่ตรงกลาง 3. ร้อยดอกบานไม่รู้โรย จ านวน 1 ดอก ครอบปิดด้านบนพวงอุบะ 4. ปลายด้ายที่เหลือเผื่อไว้ ส าหรับผูกอุบะเข้าประกอบพวงมาลัยห่วงรัก ภาพที่ 18 : การร้อยอุบะ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ วิธีประกอบพวงมาลัย น ามาลัยซีกมารัดคล้องผูกปิดด้ายของมาลัยกลมหลัก เหลือปลายด้ายไว้ น าอุบะที่เตรียมไว้น ามา ผูกเข้าด้วยกัน ภาพที่ 19 : วิธีการประกอบพวงมาลัย โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์


21 แบบบันทึกการเรียนรู้ของผู้เรียน วิชาการท าร้อยมาลัยห่วงรัก ให้ผู้เรียนจดบันทึก ขั้นตอน การร้อยมาลัยห่วงรัก ระหว่างที่วิทยากรบรรยายลงในใบงาน แบบบันทึก ส่วนผสม ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ .................................................................................................................................. ....................................... ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ขั้นตอนการท า ............................................................................................................................. ............................................ ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ .................................................................................................................................. ....................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................... .................................. ......................................................................................................................................................................... ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ .................................................................................................................................. ....................................... ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... .........................................................................................................................................................................


22 ใบความรู้ คุณค่าและประโยชน์ของมาลัย ประโยชน์และการน าไปใช้ในชีวิตประจ าวัน มาลัยมีมากมายหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีหน้าที่ใช้สอยต่างกันไปตามโอกาสและความเหมาะสม ดังนั้นจะกล่าวรวม ๆ ถึงมาลัยชนิดต่าง ๆ มีประโยชน์ดังนี้ คือ 1. ใช้ส าหรับคล้องคอเป็นเกียรติแก่เจ้าของงาน เช่น เจ้าบ่าว- เจ้าสาว ในงานแต่งงาน ผู้บังคับบัญชา หรือผู้มาร่วมงานคนใหม่ในงานเลี้ยงรับผู้มาใหม่ หรือผู้ที่จะย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ ยังที่ท างาน อื่นในงานเลี้ยงส่งผู้ที่จะจากไปยังที่อื่น ถ้าจัดงานเป็นพิธีก็มักจะนิยมใช้มาลัยสองชายชนิดส าหรับคล้องคอ เพื่อเป็นการแสดงถึงการให้เกียรติแก่บุคคลนั้น ๆ เป็นส าคัญ 2. ใช้ส าหรับคล้องคอเพื่อแสดงความยินดีหรือต้อนรับแขก เช่น การต้อนรับแขกต่างประเทศ อาจ ใช้มาลัยสองชายส าหรับคล้องคอ ในตอนที่ไปรับที่สนามบิน เพื่อเป็นการบ่งบอกหรือแสดงออกถึงความยินดี ที่บุคคลนั้น ๆ ได้มาเยี่ยมเยือน 3. ใช้ส าหรับคล้องคอ หรือสวมคอเพื่อแสดงความยินดี หรือเป็นเกียรติแก่ผู้มี ชัยชนะในการ ประกวดต่าง ๆ เช่น การประกวดความงาม การประกวดร้องเพลง หรือการประกวดการแสดงต่าง ๆ ฯลฯ ส่วนใหญ่มักนิยมใช้มาลัยสองชาย หรืออาจเป็นมาลัยพวงดอกไม้สวย ๆ ก็ได้ 4. ใช้ส าหรับคล้องคอ หรือสวมคอเพื่อแสดงความยินดี หรือเป็นเกียรติแก่ผู้มี ชัยชนะในการแข่งขัน ต่าง ๆ เช่น การแข่งขันกีฬา กรีฑา และการละเล่นต่าง ๆ ส่วนใหญ่นิยมใช้มาลัยสองชาย หรือมาลัยส าหรับ สวมคอเช่นกัน แต่ปัจจุบันมีการใช้ประโยชน์จากมาลัยได้หลายงาน ไม่ว่าจะเป็นงานมงคลหรืองานอวมงคล เพียงแต่ต้องค านึงถึงวัสดุตกแต่งให้เหมาะสมกับงานนั้น ๆ มีการใช้ดอกไม้ ใบไม้ หรือวัสดุทดแทนได้ หลาย ๆ อย่างตามสภาพของท้องถิ่น ฤดูกาล


23 ใบความรู้ บรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์(Packaging) คือ จรูญ โกสีย์ไกรนิรมล กล่าวว่า บรรจุภัณฑ์คือการน าเอาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสติกแก้ว โลหะ ไม้ประกอบเป็นภาชนะห่อหุ้ม สินค้า เพื่อประโยชน์ในการใช้สอยที่มีความแข็งแรง สวยงามได้สัดส่วนที่ ถูกต้องสร้างภาพพจน์ที่ดีมีภาษาในการติดต่อสื่อสาร และท าให้เกิดความพึงพอใจจากผู้ซื้อสินค้า นิไกโด เคล็คเตอร์ (Nikaido Clecture) กล่าวว่า บรรจุภัณฑ์ เป็นเทคนิคที่ส่งเสริมการขายกับ การประสานประโยชน์ ระหว่างวัตถุกับภาชนะบรรจุ โดยมีความมุ่งหมายเพื่อการคุ้มครองในระหว่างการ ขนส่งและการเก็บรักษาในคลัง ส่วนหนึ่งของกระบวนการทางการตลาด โดยเฉพาะปัจจุบันที่การผลิตสินค้า หรือบริการได้เน้นหรือ ให้ความส าคัญกับผู้บริโภค (Consumer Oriented) งานเทคนิคที่ต้องอาศัยความช านาญ ประสบการณ์ และความคิดสร้างสรรค์ ในอันที่จะออกแบบและผลิตหีบห่อให้มีความ เหมาะสมกับสินค้าที่ผลิตขึ้นมา ให้ความคุ้มครองสินค้าห่อหุ้มสินค้า ตลอดจนประโยชน์ใช้สอย อาทิเช่น ความสะดวกสบายใน การหอบหิ้ว พกพา หรือการใช้งาน เป็นต้น กลุ่มของกิจกรรมในการวางแผนเกี่ยวกับการออกแบบการผลิตภาชนะบรรจุ หรือสิ่งหุ้มห่อสินค้าบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความเกี่ยวพันอย่างใกล้ชิดกับฉลาก (Label) และตรายี่ห้อ (Brandname) ผลรวมของศาสตร์(Science) ศิลป์ (Art) และเทคโนโลยีของการออกแบบ การผลิตบรรจุภัณฑ์ ส าหรับสินค้าเพื่อการขนส่ง และการขาย โดยเสียค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม การใช้เทคโนโลยีและเศรษฐศาสตร์ เพื่อหาวิธีการรักษาสภาพเดิมของสินค้าจนกว่าจะถึงมือผู้บริโภคคนสุดท้าย เพื่อให้ยอดขายมากที่สุดและ ต้นทุนต ่าสุด กิจกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ และผลิตรูปร่างหน้าตาของภาชนะบรรจุ สิ่งห่อหุ้มตัวผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์การน าเอาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ ไม้ ประกอบเป็น ภาชนะหุ้มห่อสินค้า เพื่อประโยชน์ ในการใช้สอย มีความแข็งแรง สวยงาม ได้สัดส่วนที่ถูกต้อง สร้างภาพพจน์ที่ดี มีภาษาในการติดต่อสื่อสาร และท าให้เกิดผลความพึงพอใจจากผู้ซื้อสินค้า สิ่งห่อหุ้มหรือบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งภาชนะที่ใช้เพื่อการขนส่งผลิตภัณฑ์จากแหล่งผู้ผลิตไปยังแหล่ง ผู้บริโภค หรือแหล่งใช้ประโยชน์ หรือวัตถุประสงค์เบื้องต้นในการปูองกัน หรือรักษาผลิตภัณฑ์ให้คงสภาพ ตลอดจนคุณภาพใกล้เคียงกันกับเมื่อแรกผลิตให้มากที่สุด จากความหมายสรุปได้ว่าบรรจุภัณฑ์ หมายถึง การน าเอาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ ไม้ น ามาประกอบเป็นภาชนะห่อหุ้มผลิตภัณฑ์ เพื่อความสวยงาม มีคุณค่า และมีประโยชน์ในการใช้ สอย ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ดึงดูดความสนใจ และท าให้เกิดความพึงพอใจจากผู้บริโภค วัตถุประสงค์หลักของบรรจุภัณฑ์ (Objectives of Package) 1. เพื่อปูองกันผลิตภัณฑ์ (To Protect Products) สามารถปูองกันรักษาผลิตภัณฑ์ไม่ให้เสียหาย 2. เพื่อจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ (To Distribute Products) สะดวกกับการใช้งาน และเพิ่มมูลค่าทาง เศรษฐกิจ 3. เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ (To Promote Products) ดึงดูดความสนใจผู้บริโภค การออกแบบบรรจุภัณฑ์ กดู (Good) กล่าวว่า การออกแบบ เป็นการวางแผนหรือก าหนดรูปแบบรวมทั้งการตกแต่งใน โครงสร้างรูปทรงของงานศิลปะ ทัศนศิลป์ ดนตรีตลอดจนวรรณกรรม วิรุณ ตั้งเจริญ กล่าวว่า การออกแบบ หมายถึงการวางแผนสร้างสรรค์รูปแบบ โดยการวางแผนจัด ส่วนประกอบของ การออกแบบให้สัมพันธ์กับประโยชน์ใช้สอยวัสดุและการผลิต


24 จากความหมายสรุปได้ว่าการออกแบบบรรจุภัณฑ์ หมายถึง การก าหนดรูปแบบและโครงสร้าง ของบรรจุภัณฑ์ให้สัมพันธ์กับหน้าที่ใช้สอยของผลิตภัณฑ์ เพื่อการคุ้มครอง ปูองกันไม่ให้สินค้าเสียหาย และ เพิ่มคุณค่าด้านจิตวิทยาต่อผู้บริโภค โดยอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ในการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสม กับผลิตภัณฑ์ ส าหรับการเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสม สิ่งที่ต้องค านึงถึง คือ การเลือกซื้อวัสดุที่จะใช้ในการ บรรจุหีบห่อที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ ให้เกิดความสวยงาม และเป็นที่สนใจของผู้บริโภค ดังนี้ 1. บรรจุภัณฑ์กระดาษ ปัจจุบันนิยมใช้กันเป็นจ านวนมาก และยังมีให้เลือกหลากหลายชนิด วัสดุที่ น ามาผลิตได้แก่เยื่อกระดาษ ซึ่งมีทั้งเยื่อกระดาษคุณภาพส าหรับบรรจุภัณฑ์อาหาร และเครื่องดื่ม เช่น แก้ว กระดาษ ถ้วยกระดาษ กล่องข้าวที่สามารถย่อยสลายได้ ส่วนเยื่อกระดาษรีไซเคิล ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ ประเภท กล่องลูกฟูก ถาดไข่ หรือถาดรองแก้วกาแฟ ซึ่งสามารถน ามาประยุกต์ใส่พวงมาลัยได้ทั้งพวงมาลัย สด และพวงมาลัยประดิษฐ์ ภาพที่ 20 : บรรจุภัณฑ์กระดาษ ที่มา https://www.facebook.com/Buppamalai-Handmade 2. บรรจุภัณฑ์พลาสติก แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ พลาสติกคงรูป และพลาสติกอ่อนตัว มีการ น ามาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ขวดพลาสติก ถ้วย และถาดพลาสติก และสามารถบรรจุอาหารร้อน อาหารสด และอาหารแช่แข็ง ซึ่งสามารถน ามาประยุกต์ใส่พวงมาลัยได้ทั้งพวงมาลัยสด และพวงมาลัย ประดิษฐ์ ภาพที่ 21 : บรรจุภัณฑ์พลาสติก ที่มา https://www.thaiblossomgold.com


25 3. บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบและประดิษฐ์ขึ้นมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยช่วยลดปริมาณขยะและย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ จึงไม่เป็นอันตรายต่อ สิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังประหยัดค่าใช้จ่าย เมื่อเลือกใช้วัสดุธรรมชาติที่มีมากในท้องถิ่น หรือวัสดุที่ สามารถน ากลับมาใช้ใหม่ได้ บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ วัสดุ ประเภทเส้นใย เช่น กล้วย หวาย เตยปาหนัน กก กระจูด ผักตบชวา ซึ่งก่อนน ามาสานเป็นบรรจุภัณฑ์ต้อง ผ่านการแปรสภาพด้วยการตากแห้ง ฟอกขาว วัสดุที่แปรรูปเป็นแผ่น และรูปทรงต่าง ๆ เช่น กระดาษ และ วัสดุประเภทไม้ เช่น ไม้สัก ไม้ไผ่ ไม้มะขาม เป็นต้น ซึ่งสามารถน ามาประยุกต์ใส่พวงมาลัยได้ทั้งพวงมาลัย สด และพวงมาลัยประดิษฐ์โดยส่วนใหญ่นิยมใส่ในกล่องไม้ ภาพที่ 22 : บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ ที่มา https://www.loveyouflower.com


26 ใบความรู้ การค านวณต้นทุน ก าไร การค านวณต้นทุนเป็นส่วนหนึ่งของระบบบัญชีและการเงินของการด าเนินงานธุรกิจ เป็นการ บันทึกการวัดผลและรายงานข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนของสินค้าของกิจการโดยทั่วไป การค านวณต้นทุนจะใช้ เวลาและลงรายละเอียดมากในกิจการที่ผลิตสินค้า แต่ไม่ได้หมายความว่ากิจการประเภทอื่น เช่น กิจการ ขายส่ง ขายปลีกร้านอาหารหรือบริการต่าง ๆ ไม่มีความส าคัญในการที่ต้องค านวณต้นทุน การค านวณ ต้นทุนสามารถน าไปใช้ได้ในทุกกิจการเพราะมีความส าคัญต่อการบริหารจัดการธุรกิจ ดังนี้ 1. เพื่อให้ทราบถึงต้นทุนการผลิต และต้นทุนขายของธุรกิจ 2. เพื่อสามารถน าต้นทุนทั้งหมดของกิจการมาเปรียบเทียบกับรายได้จากการขาย เพื่อจะได้ทราบ ว่ามีก าไรหรือขาดทุนในการขายสินค้า 3. เพื่อค านวณหรือตีราคาสินค้าคงเหลือที่ขายได้ไม่หมดว่ามีมูลค่าคงเหลือเท่าไหร่ 4. เพื่อใช้ในการวางแผนและควบคุมการซื้อสินค้าและจัดท างบประมาณในการซื้อสินค้า รวมทั้ง ต่อรองราคากับผู้ขายวัตถุดิบ 5. เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าสินค้าใดควรขายต่อไป และสินค้าใดควรเลิกขาย (ในกรณีที่ผู้ผลิตมี สินค้าหลายชนิด) ต้นทุนแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ 1. ต้นทุนผันแปร คือต้นทุนที่ผันแปรตามจ านวนหน่วยที่ผลิตหรือขาย เช่น วัตถุดิบ ค่าแรงทางตรง ค่าใช้จ่ายในการผลิตทางตรง เป็นต้น 2. ต้นทุนคงที่ คือต้นทุนที่เกิดขึ้นไม่ว่ากิจการจะได้ขายสินค้าหรือไม่ ต้นทุนนี้จะไม่เปลี่ยนแปลง ตามจ านวนหน่วยที่ผลิตหรือขาย เช่น เงินเดือนพนักงานหน้าร้าน ค่าเช่าร้าน ค่าเสื่อมราคา ค่าประกันภัย เป็นต้น ดังนั้น ต้นทุนการผลิตจะประกอบไปด้วยวัตถุดิบ + ค่าแรงงาน + ค่าใช้จ่ายในการผลิต ซึ่งทั้งสาม รายการนี้เป็นเพียงส่วนของการผลิตเท่านั้น หากจะคิดต้นทุนรวมของสินค้าจ าเป็นต้องน าค่าใช้จ่ายในการ ขาย และด าเนินการมารวมด้วย เช่น เงินเดือน ค่าคอมมิชชั่นพนักงานขาย ค่าแรงพนักงานขายหน้าร้าน ค่าการตลาด (โฆษณา แผ่นพับ) ค่าเช่าส านักงานและร้าน ค่าไฟฟูาและน้ าประปา ค่าโทรศัพท์ค่าน้ ามันรถ ดอกเบี้ย ค่าเช่ารถ ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ฯลฯ เพื่อการค านวณต้นทุนให้ใกล้เคียงความจริง หากค านวณแค่ วัตถุดิบ ค่าแรงงาน และค่าน้ า ค่าไฟฟูา ก็อาจท าให้ได้ต้นทุนสินค้าที่น้อยกว่าความเป็นจริง และมีผลท าให้ ตั้งราคาขายที่ต่ าไป และอาจท าให้ขาดทุนได้ การค านวณแบบง่ายเหมาะกับผู้ประกอบการรายเล็กที่มีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์น้อยชนิด อาจขาย เพียงน้ าพริก หรือแชมพูก็ได้ซึ่งเหมาะกับการค านวณสินค้าประเภท OTOP ที่มีความชัดเจนในเรื่องการใช้ วัตถุดิบ ค่าแรงงานต่อรอบ การผลิต และไม่มีการเก็บสต๊อกวัตถุดิบไว้การค านวณจ าเป็นต้องคิดเพื่อให้ ทราบถึงต้นทุนผลิตต่อหน่วย และน าต้นทุนผลิตไปรวมกับค่าใช้จ่ายในการด าเนินการ เพื่อให้ทราบถึงต้นทุน รวมของสินค้าอีกครั้งหนึ่ง


27 ตัวอย่าง การคิดต้นทุน ก าไร การผลิต และค่าใช้จ่ายในการร้อยมาลัยห่วงรัก วัน เดือน ปี รายการ จ านวนสิ่งของ จ านวนเงิน (บาท) หมายเหตุ 1 มิ.ย. 2564 ค่าใช้จ่าย (ต้นทุน) การก าหนดราคา ขาย คิดจาก ต้นทุน + ก าไรที่ ต้องการ ดอกรัก 100 ดอก(2 ลิตร) 140 ดอกบานไม่รู้โรย 10 ดอก 5 ใบตอง 1 ใบ 5 น้ าตาลทราย 900 กรัม 23 กะทิ 1,320 กรัม 94.50 น้ าเปล่า 360 กรัม 2 ค่าเบ็ดเตล็ด (ด้าย วาสลีน และค่าเสื่อม อุปกรณ์ ) - 30 ค่าแรงงาน 1 คน 200 รวมค่าใช้จ่าย 340 รายได้ ขายพวงมาลัยห่วงรัก 1ชิ้น ๆ ละ 340 บาท 340 ก าไร 136 บาท การก าหนดราคาขายต่อหน่วย ดังนี้ 1. ก าหนดก าไรที่ต้องการได้จากต้นทุน X (ก าไรที่ต้องการหารด้วย 100) ตัวอย่างเช่น ขายมาลัยห่วงรักจากต้นทุน 340 บาท ต้องการก าไรร้อยละ 40 ดังนั้น ก าไรที่ต้องการ = 340 X 40 หาร 100 = 136 2. การก าหนดราคาขายต่อหน่วย ได้มาจากต้นทุน + ก าไร หารด้วยจ านวนหน่วย ตัวอย่าง ขายมาลัยห่วงรัก 1 ชิ้น จากต้นทุน 340 บาท และก าไรที่ต้องการ 136 บาท ฉะนั้น ราคาขายต่อชิ้น = 340 บาท + 136 บาท หารด้วย 1 ชิ้น = 476 บาท หมายเหตุ การก าหนดก าไรที่ต้องการขึ้นอยู่กับสิ่งเหล่านี้ด้วย เช่น ราคาตลาด ลักษณะของสินค้าและบริการ เป็นสินค้าหายาก เป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม หรือมีฤดูกาลเข้ามาเกี่ยวข้องสามารถก าหนดก าไรที่ต้องการให้ สูงขึ้นได้ การตั้งราคาให้สามารถแข่งขันได้นั้นต้องอยู่บนพื้นฐานความสมดุลระหว่างความพึงพอใจของผู้ซื้อ และผู้ขาย ถ้าสินค้าโดยทั่วไปมีขายกันแพร่หลาย มีคู่แข่งมากต้องก าหนดก าไรให้น้อยลง


28 ใบงาน การคิดต้นทุน ก าไร ผู้เรียน/กลุ่ม.................................................................................................................................................. เรื่อง.............................................................................................................................................................. วัน เดือน ปี รายการ จ านวนสิ่งของ จ านวนเงิน (บาท) หมายเหตุ ค่าใช้จ่าย (ต้นทุน) .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. 1. ให้ก าหนดก าไรที่ ต้องการ คิดเป็นร้อยละ ก่อน 2. แล้วค านวณหาราคา ต่อหน่วยจึงจะทราบ รายได้ 3. น ารายได้ที่ได้มาใส่ ตาราง รวมค่าใช้จ่าย รายได้จากการขาย .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. รวมรายได้ 1. ก าไรที่ต้องการ = ต้นทุน x ( ร้อยละของก าไรที่ต้องการหารด้วย 100 ) 2. ก าหนดราคาขายต่อหน่วย = ต้นทุน + ก าไร = ____________ จ านวนหน่วย


29 ใบความรู้ ช่องทางการตลาด ช่องทางการตลาด เป็นส่วนส าคัญในการด าเนินธุรกิจ ช่องทางการตลาดหรือช่องทางการจัด จ าหน่าย มีความหมายเดียวกันซึ่งเป็นหนึ่งใน 4P ของส่วนประสมการตลาด (Marketing mix) ที่นักการตลาด นิยมน าส่วนประสมทั้งสี่มาวางเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดและการขายในยุคปัจจุบัน ดังนั้น ช่องทางการจัด จ าหน่าย (Marketing channel) จึงถูกเข้ารวมอยู่ใน P=Place นั่นคือสถานที่ขาย แหล่งขาย ช่องทางการ ขายสินค้า สินค้าแต่ละชนิดอาจมีช่องทางขายที่แตกต่างกันไป สินค้าอุปโภคมีช่องทางการขายผ่านร้าน สะดวกซื้อ อาหารสดก็มีช่องทางการขายหน้าร้านหรือหน้าบ้านของผู้ผลิต อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เสื้อผ้า ส าเร็จรูปอาจใช้ช่องทางการขายได้หลายช่องทาง เช่น ขายทางออนไลน์ ขายหน้าร้านตนเอง ขายในตลาดนัด ขายในห้างสรรพสินค้า มีการแบ่งช่องทางการจ าหน่ายในยุคปัจจุบันได้เป็นต้น 1. การเลือกสถานที่ขายหรือท าเลที่ตั้ง 1.1 ความส าคัญของการเลือกที่ตั้ง การตัดสินใจเลือกสถานที่ขายหรือท าเลที่ตั้ง เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เนื่องจากมีผลกระทบต่อ ธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะต่อความได้เปรียบในเชิงแข่งขันทางธุรกิจและจะมีผลต่อความส าเร็จของธุรกิจ ซึ่งผู้ประกอบการต้องพิจารณาถึงกลยุทธ์ที่ตั้งของธุรกิจที่มีความส าคัญต่อการด าเนินงาน 2 กลยุทธ์ส าคัญ ได้แก่ 1.1.1 กลยุทธ์ที่ตั้งตามพื้นที่ เป็นแนวทางในการก าหนดให้ที่ตั้งแต่ละแห่งรับผิดชอบพื้นที่ แต่ละส่วน โดยต้องผลิตสินค้าและบริการทุกอย่างส าหรับพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งธุรกิจที่เลือกใช้กลยุทธ์ที่ตั้งตามพื้นที่ มักเป็นธุรกิจค้าปลีกหรือบริการ 1.1.2 กลยุทธ์ที่ตั้งตามผลิตภัณฑ์เป็นแนวทางในการก าหนดให้ที่ตั้งหนึ่งแห่งท าการผลิต สินค้าเพียงหนึ่งอย่าง โดยยึดหลักของความส าคัญของวัตถุดิบที่มีในพื้นที่ 1.2 หลักเกณฑ์ในการเลือกสถานที่ท าเลที่ตั้ง การตัดสินใจเลือกสถานที่ท าเลที่ตั้ง เป็นกระบวนการที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้นเมื่อโลกก้าวเข้าสู่ ยุคโลกาภิวัตน์อีกทั้งธุรกิจขนาดย่อมจ านวนมากได้มีการเติบโตขึ้น และได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ผู้ประกอบการควรพิจารณาถึงความจ าเป็นที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงส าหรับกิจการควบคู่กันไปในแต่ละ สถานการณ์ ดังนี้ 1.2.1 ความพึงพอใจส่วนบุคคล โดยที่ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งมักจะพิจารณาตั้งกิจการ ของตนเองในชุมชนที่ตนอาศัยอยู่เป็นท าเลในการประกอบการ อย่างไรก็ตามในแง่ของการด าเนินธุรกิจไม่ได้ หมายความว่าจะมีเพียงพื้นที่ ซึ่งตนเองมีความเคยชินเท่านั้นที่เหมาะสมต่อการตั้งกิจการเพราะ ผู้ประกอบการธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ จากสิ่งเหล่านี้ได้ไม่ว่าจะเป็นในด้านภาพลักษณ์ ส่วนตัว การได้รับความเชื่อถือหรือการยอมรับจากสังคมและอาศัยประโยชน์จากความคุ้นเคย ความสามารถในการอ้างอิงกับบุคคลต่าง ๆ ภายในชุมชนที่เกี่ยวข้องกับกิจการของตนมากขึ้น 1.2.2 ความได้เปรียบด้านต้นทุน โดยเฉพาะค่าแรงหรือค่าวัตถุดิบในพื้นที่ ที่มีต้นทุนใน การด าเนินธุรกิจต่ าซึ่งสิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงค่าใช้จ่ายในการลงทุนในช่วงเริ่มต้นของกิจการที่จะช่วยลดต้นทุน การผลิตให้ต่ าลง 1.2.3 ความสามารถในการจัดการทรัพยากร เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายในการ ด าเนินงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เนื่องจากทักษะประสบการณ์ของแรงงานจะมีความสัมพันธ์โดยตรง กับผลิตผลและคุณภาพในกระบวนการผลิตของผลิตภัณฑ์ความยั่งยืนของแรงงานในท้องถิ่นมีผลกระทบต่อ


30 อัตราค่าจ้าง ซึ่งถือเป็นต้นทุนที่ส าคัญผู้ประกอบการจะต้องค านึงถึงอยู่เสมออีกทั้งแหล่งที่ตั้งต้องมีความใกล้ กันกับวัตถุดิบและความสามารถในการขนส่งที่ธุรกิจต้องมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ 1.2.4 การเข้าถึงลูกค้า ธุรกิจขนาดย่อมยุคปัจจุบันต้องให้ความส าคัญผันแปรแหล่งที่ตั้ง ของธุรกิจไปตามประเภทของกิจการ เช่น ธุรกิจค้าปลีกและบริการต้องมีรายละเอียดของสถานที่แสดงสินค้า บริการและรูปแบบ ดังนั้น การเลือกสถานที่หรือท าเลที่ตั้งต้องใกล้ชิดกับลูกค้าและอ านวยความสะดวกต่อ การเข้ามาติดต่อและถือเป็นปัจจัยที่มีผลต่อความส าเร็จของกิจการ ดังนั้น ในขั้นตอนแรกของเกณฑ์การเลือกสถานที่หรือท าเลที่ตั้ง ผู้ประกอบการต้องตัดสินใจก่อนว่า จะเลือกด าเนินธุรกิจในชุมชน หมายถึง จังหวัดหรืออ าเภอแล้วจึงท าการตัดสินใจขั้นสุดท้ายคือการเลือก บริเวณที่ตั้งจากหลาย ๆ พื้นที่ภายในชุมชน ซึ่งเป็นการระบุถึงต าแหน่งของที่ตั้งอย่างละเอียด 2. การจัดและตกแต่งหน้าร้าน ส่วนใหญ่ร้านขายสินค้ามักจะมีผู้ขายซึ่งเป็นเจ้าของกิจการเอง หรือบางร้านอาจมีการจ้างพนักงาน ขายของโดยเฉพาะเพื่อท าหน้าที่เอาใจใส่ดูแล และแนะน าให้ค าอธิบายต่าง ๆ แก่ลูกค้าหากเป็นร้านขนาด ใหญ่มีสินค้าหลายชนิดย่อมท าให้ต้องมีพนักงานขายจ านวนมาก การจัดตกแต่งร้านค้ามีความส าคัญต้องค านึงถึงสิ่งต่อไปนี้ 1. แสงสว่างภายในร้าน ควรจัดร้านให้มีความสว่างทั่วทั้งร้านจากแสงไฟฟูาที่ร้านได้ติดเอาไว้แสง สว่างธรรมชาติมักไม่เพียงพอ และแสงแดดมักท าความเสียหายให้แก่สินค้าการใช้แสงไฟฟูา แม้จะมี ค่าใช้จ่ายสูงแต่ก็จูงใจลูกค้าให้เข้ามาซื้อสินค้าได้มากกว่าร้านที่ดูมืดสลัวมุมห้องมืด ๆ ก่อนตัดสินใจเรื่องแสง สว่างควรรู้ว่าค่าไฟฟูาเท่าไรและใช้ไฟฟูากี่ดวงถึงจะคุ้มค่ากับการขายสินค้าด้วย 2. การตกแต่งสีภายนอกและภายในร้าน นอกจากการทาสีร้านค้าให้สดใสสว่าง สวยงามแล้ว สี ของหีบห่อและตัวสินค้าก็สามารถน ามาตกแต่งให้ร้านค้าดูดีขึ้นจะต้องให้ผู้คนเห็นสินค้าชัดเจนและสวยงาม 3. การจัดหมวดหมู่ของสินค้า ควรจัดเรียงผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน หรือใช้วัสดุที่ คล้ายกันไว้ด้วยกัน 4. การติดป้ายราคาสินค้า การติดปูายบอกราคาสินค้าให้ชัดเจนที่ลูกค้าสามารถมองเห็นได้หรือ อ่านได้ เป็นการให้ความสะดวกกับลูกค้าในการตัดสินใจซื้อสินค้า 5. การจัดวางสินค้า มีความส าคัญต่อการจูงใจลูกค้าให้เลือกซื้อสินค้า เพื่อให้สะดวกและเกิดความ พึงพอใจ ควรค านึงถึงสิ่งต่อไปนี้ 5.1 ความพึงพอใจของลูกค้า 5.2 จัดสินค้าไว้ในบริเวณที่จะขาย 5.3 จัดสินค้าไว้ในระดับสายตาให้มากที่สุด 5.4 จัดสินค้าด้านหน้าบนชั้นให้เต็มอยู่เสมอ 5.5 ชั้นจะต้องปรับระดับได้ตามขนาดของสินค้า 5.6 การใช้กล่องหนุนสินค้าให้ดูมีมิติ สวยงามแม้จะมีสินค้าไม่มากนัก 5.7 ความเป็นระเบียบเรียบร้อย 5.8 สินค้ามาก่อนต้องจ าหน่ายก่อน ต้องจ าหน่ายสินค้าเก่าก่อนสินค้าใหม่เสมอ พยายามวางสินค้า มาก่อนไว้แถวหน้าเสมอ ควรจัดสินค้าที่มาก่อนให้ดูสดใสสะอาดเหมือนสินค้าใหม่ 3. การขาย การขาย คือ กระบวนการทั้งทางตรงและทางอ้อมของการจูงใจให้ผู้ซื้อสินค้าหรือบริการยินยอม กระท าสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งจะท าให้เกิดประโยชน์ทางด้านการค้าแก่ผู้ขาย เมื่อผู้ผลิตสินค้าไปสู่ผู้บริโภคมีสิ่งที่ควร พิจารณา ดังนี้


31 1. การหาตลาด ควรค านึงถึงความต้องการของตลาดว่ามีมากน้อยเพียงใด โดยใช้วิธีสังเกต สอบถามกับคนรู้จัก เพื่อนบ้าน และผู้ซื้อ กระแสการบริโภคของลูกค้ามีความต้องการซื้อเป็นของขวัญของ ฝากหรือรับประทานในครอบครัว ตลาดควรเป็นตลาดที่มีการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง เช่น ขายทางออนไลน์ ขายหน้าร้านตนเอง ขายในตลาดนัด ขายในห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อจะได้ตรงตามความต้องการ ของตลาด 2. วิธีการจ าหน่าย เมื่อผู้ผลิตลงทุนผลิตสินค้าขึ้นมาเพื่อน าสินค้าออกสู่ตลาด ถ้าผู้ผลิตสามารถ เลือกช่องทางการตลาด การจ าหน่ายสินค้าได้อย่างถูกต้องสินค้าก็จะเข้าถึงลูกค้าได้ง่าย ซึ่งอาจเป็นการ จ าหน่ายจากผู้ผลิตถึงลูกค้าโดยตรงด้วยการจัดหาสถานที่ส าหรับจ าหน่ายสินค้าที่เป็นหลักแหล่ง มีการจัด วางสินค้าที่สามารถน าเสนอสินค้าให้ดูสวยงาม หรือเป็นผู้ผลิตให้พ่อค้าคนกลางมารับซื้อไปขายให้กับ ผู้บริโภคอีกต่อหนึ่ง เพื่อกระจายสินค้าได้อย่างทั่วถึง 3. การโฆษณาประชาสัมพันธ์ถือเป็นสิ่งส าคัญที่จะท าให้ผู้ซื้อหรือลูกค้ารู้จักเกิดความต้องการที่ จะซื้อเป็นวิธีการโน้มน้าวผู้ซื้อ ที่ส าคัญการโฆษณาประชาสัมพันธ์มีหลายวิธี เช่น ใช้วิธีบอกปากต่อปาก การจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์สินค้าการออกร้านตามงานเทศกาลต่าง ๆ ของอ าเภอหรือจังหวัด การ ประชาสัมพันธ์ผ่านอินเตอร์เน็ต โดยสิ่งที่เป็นการช่วยประชาสัมพันธ์อย่างหนึ่งก็คือคุณภาพสินค้า เมื่อผู้ซื้อ หรือลูกค้าได้ซื้อสินค้าไป เช่น มีรสชาติดี มีคุณภาพ ราคาย่อมเยา จะเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์อีกช่องทาง หนึ่ง 4. การส่งเสริมการขาย การส่งเสริมการขาย หมายถึง การจูงใจที่เสนอคุณค่าพิเศษ หรือการจูงใจผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภค คนกลาง (ผู้จัดจ าหน่าย) หรือหน่วยงานขาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการสร้างยอดขายในทันที จาก ความหมายนี้สามารถสรุปได้ว่า 1. การส่งเสริมการขายเป็นการให้สิ่งจูงใจพิเศษเพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อ เช่น คูปอง ของแถม การชิงโชค การแลกซื้อ เป็นต้น 2. การส่งเสริมการขายเป็นเครื่องมือกระตุ้น กิจกรรมการส่งเสริมการขาย มีวัตถุประสงค์เพื่อ กระตุ้นให้เกิดการซื้อจ านวนมากขึ้น และสามารถตัดสินใจซื้อได้ในเวลาทันทีทันใด 3. การส่งเสริมการขายใช้ในการจูงใจกลุ่มต่าง ๆ 3 กลุ่ม คือ 3.1 การส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่ผู้บริโภค เป็นการส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่ผู้บริโภคคนสุดท้าย เพื่อจูงใจให้เกิดการซื้อจ านวนมากขึ้น ตัดสินใจซื้อได้รวดเร็วขึ้น เกิดการทดลองใช้ ถือว่าเป็นการใช้กลยุทธ์ดึง 3.2 การส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่คนกลาง เป็นการส่งเสริมการขายที่ มุ่งสู่พ่อค้าคนกลาง ผู้จัดจ าหน่าย หรือผู้ขาย ถือว่าเป็นการใช้กลยุทธ์ผลัก 3.3 การส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่พนักงานขาย เป็นการส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่พนักงานขาย หรือหน่วยงานขาย เพื่อให้ใช้ความพยายามใน การขายมากขึ้น ถือว่าเป็นการใช้กลยุทธ์ผลัก วัตถุประสงค์ของการส่งเสริมการขาย 1. การดึงลูกค้าใหม่ 2. การรักษาลูกค้าเก่าไว้ 3. การส่งเสริมลูกค้าในปัจจุบันให้ซื้อสินค้าในปริมาณมาก 4. การเพิ่มอัตราการใช้ผลิตภัณฑ์ 5. การส่งเสริมการขายท าให้ผู้บริโภคเกิดการยกระดับ 6. การเสริมแรงการโฆษณาในตราสินค้า


32 5. การเลือกช่องทางการจัดจ าหน่าย การเลือกช่องทางการจัดจ าหน่าย สามารถแบ่งช่องทางการจ าหน่ายสินค้า แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. ช่องทางการจ าหน่ายทางตรง คือ ผู้ผลิตขายสินค้าไปยังผู้ใช้หรือผู้บริโภคด้วยตนเอง 2. ช่องทางการจ าหน่ายทางอ้อม คือ ผู้ผลิตขายสินค้าผ่านตัวกลาง ตัวแทนจ าหน่ายร้านค้าส่ง และร้านค้าปลีก เพื่อจ าหน่ายไปยังผู้ใช้หรือผู้บริโภค ช่องทางการจ าหน่ายทั้งสองประเภทนี้ยังแบ่งเป็นช่องทางขายได้อีกหลายช่องทางโดยจะกล่าวถึง ช่องทางขายที่ส าคัญดังต่อไปนี้ ช่องทางจ าหน่ายทางตรงมีช่องทางขาย ดังนี้ 1. ขายผ่านหน้าร้านแบบไม่เคลื่อนที่ เป็นการขายผ่านหน้าร้านสาขาทั้งเป็นร้านค้าของตนเองหรือ เช่าหน้าร้านตามห้างสรรพสินค้า Modern trade เช่าพื้นที่ขายในปั้มน้ ามัน ขายออกบูทตามงานแสดง สินค้าเช่าพื้นที่ในอาคารส านักงาน เป็นต้น 2. ขายผ่านหน้าร้านที่เคลื่อนที่ไปมา เช่น ขายผลไม้ในรถบรรทุกที่ย้ายไปขายตามสถานที่ต่าง ๆ ได้ตามความต้องการเปิดท้ายขายของตามตลาดนัดต่าง ๆ หาบเร่แผงลอย เป็นการขายแบบอิสระ เปลี่ยนเส้นทางขายบ้าง เปลี่ยนสินค้าขายบ้าง สินค้าที่ขายอาจเป็นสินค้าตามฤดูกาลหรือเป็นสินค้าที่ผู้ขาย ไปหาซื้อได้มาในช่วงเวลานั้น ๆ 3. ขายผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อออนไลน์การขายลักษณะ E-commerce นี้จะขายผ่านหน้า โฮมเพจของของร้านค้า ส าหรับการขายผ่าน Social media เป็นการขายที่นิยมกันในกลุ่มคนที่ยังท างาน ประจ า และใช้เวลาว่าง ให้เป็นประโยชน์และกลุ่มอาชีพอิสระที่ต้องการขายสินค้าเป็นอาชีพเสริม การขาย ประเภทนี้จะขายผ่าน Facebook Intragram Line เป็นต้น


33 แบบประเมินผลการจัดการศึกษาและฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรวิชา.................................................................................... จ านวน....................... .........ชั่วโมง ระหว่างวันที่..........เดือน......................พ.ศ..................ถึงวันที่..........เดือน......................พ.ศ.................. สถานที่จัด ณ..................................................................................................................................... เกณฑ์การให้คะแนนประเมินผลการจัดการศึกษาและฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ 1. ความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาสาระ 20 คะแนน 1.1 แบบทดสอบ (20 คะแนน) 2. ทักษะการปฏิบัติ 40 คะแนน 2.1 การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ (10 คะแนน) 2.1.1 การจัดเตรียมวัสดุ (5 คะแนน) 2.1.2 การจัดเตรียมอุปกรณ์ (5 คะแนน) 2.2 ปฏิบัติตามขั้นตอน (20 คะแนน) 2.2.1 ปฏิบัติตามขั้นตอน (5 คะแนน) 2.2.2 ปฏิบัติงานเสร็จตามเวลา (5 คะแนน) 2.2.3 ปฏิบัติงานด้วยความสะอาดเรียบร้อย (5 คะแนน) 2.2.4 ปฏิบัติงานด้วยความคล่องแคล่ว (5 คะแนน) 2.3 มีทักษะในการท างานเป็นทีม (10 คะแนน) 2.3.1 การเคารพกฎ กติกา และการยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น (5 คะแนน) 2.3.2 การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น (5 คะแนน) 3. คุณภาพของผลงาน/ผลการปฏิบัติงาน (40 คะแนน) 3.1 ผลงาน/ชิ้นงาน เป็นไปตามที่หลักสูตรก าหนด (30 คะแนน) 3.1.1 คุณภาพของชิ้นงาน (10 คะแนน) 3.1.2 องค์ประกอบของชิ้นงาน (10 คะแนน) 3.1.3 การตกแต่ง/บรรจุภัณฑ์ของชิ้นงาน (10 คะแนน) 3.2 การน าเสนอผลงาน/ชิ้นงาน (10 คะแนน) ระดับผลการเรียน การตัดสินผลการเรียนให้น าคะแนนระหว่างการจัดการเรียนการสอนรวมกับคะแนนจาก แบบทดสอบหลังเรียนแล้วน าไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่ก าหนด เพื่อให้ค่าระดับผลการเรียนทั้ง 5ระดับ ดังนี้ 1. ได้คะแนน 80 – 100 ได้เกรด 4 หมายถึง ดีมาก 2. ได้คะแนน 70 - 79 ได้เกรด 3 หมายถึง ดี 3. ได้คะแนน 60 - 69 ได้เกรด 2 หมายถึง ปานกลาง 4. ได้คะแนน 50 - 59 ได้เกรด 1 หมายถึง ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ าที่ก าหนด 5. ได้คะแนน 0 - 49 ได้เกรด 0 หมายถึง ต่ ากว่าเกณฑ์ที่ก าหนด


ล าดับ ที่ เลขประจ าตัว ประชาชน ชื่อ – สกุล 1. ความรู้ความเข้าใจ ในเนื้อหาสาระ 20 คะแนน 2. ทั1.1 แบบ ทดสอบ (20) 2.1 การเตรียม วัสดุอุปกรณ์ (10) 2.1.1 (5) 2.1.2 (5) 2.2.1 (5) ลงชื่อ..................................................วิทยากร (......................................................) ลงชื่อ..................................................หัว (......................................................


34 ทักษะการปฏิบัติ 40 คะแนน 3. คุณภาพของผลงาน ผลการปฏิบัติงาน 40 คะแนน รวม 100 คะแนน ผลการเรียน 2.2 ปฏิบัติตามขั้นตอน (20) 2.3 มีทักษะใน การท างานเป็น ทีม (10) 3.1 ผลงาน/ชิ้นงาน เป็นไปตามที่หลักสูตร ก าหนด (30) 3.2 การน าเสนอ ผลงาน/ชิ้นงาน (10) 2.2.2 (5) 2.2.3 (5) 2.2.4 (5) 2.3.1 (5) 2.3.2 (5) 3.1.1 (5) 3.1.2 (5) 3.1.3 (5) วหน้ากลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ ) ลงชื่อ..................................................ผู้อนุมัติ (......................................................)


35 บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2535). กรมการศึกษานอกโรงเรียน. หนังสือเรียนวิชาช่างดอกไม้สด. การจัดดอกไม้มาลัย. จันทนา สุวรรณมาลี. (2533). ประเภทของมาลัย. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์ดอกหญ้าวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต. (2552). สถาบันภาษา. ดอกไม้กับวิถีชีวิตของคนไทย. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์สวนดุสิต. รัชนีวรรณ เพ็งปรีชา. (2555). พวงมาลัยดอกไม้สด. กรุงเทพฯ: สถาพรบุ๊คส์. แหล่งอ้างอิงออนไลน์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม. (2561). ช่องทางการขายในยุคปัจจุบัน. สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2562, จาก https://bsc.dip.go.th/th/category/marketing2/fs-salechannelpresent กราฟฟิกโปรดิวซ์. (2561). หลักการออกแบบบรรจุภัณฑ์. สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2561, จาก http://www.graphicproduce.com/knowledgedetail.php?no=19 ปัญจพาณ์พฤกสลุง. (2561). คุณประโยชน์ของขนมไทย. สืบค้นเมื่อ 9 กรกฎาคม 2561, จาก https://sites.google.com/site/panjapa38/khun-prayochn-khxng-khnm-thiy ประวัติความเป็นมาของมาลัย 1 (2559). ออนไลน์ สืบค้นเมื่อ 12 มิถนายน 2564, จากhttp://www.tlcthai.com/education/knowledgeonline/ contenteduoter16669.html/


36 คณะผู้จัดท าหลักสูตร ที่ปรึกษา นางอุทัยวรรณ โพธิ์กระจ่าง ผู้อ านวยการศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ คณะที่ปรึกษาจัดท าหลักสูตร นายเชาวฤทธิ์ จงเกษกรณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวัดผลและการประเมินผล นาวอุมาพร แขดอน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านอาชีพ นายรชฏ ศิริวัฒนะ ภูมิปัญญาด้านการท าขนม ผู้จัดท าหลักสูตร นางวัชรินทร์ พลอยส่งศรี ครูผู้ช่วย นายบดินทร์ภัทร์ พุ่มพันธ์วงศ์ ครูผู้ช่วย นางรุ่งนภา ศรีชัย ครูผู้ช่วย นางสาวพัฒนีนาถ ภักดีอักษร ครูผู้ช่วย นายวิทวัส เทียนข า ครูผู้ช่วย นางสาวดาววดี เครืออ่อน นักจัดการงานทั่วไป นางสาวนุชจรี หอมสมบัติ นักวิชาการเงินและบัญชี นายสิทธิชัย ศาสตร์ประสิทธิ์ นักจัดการงานทั่วไป นายสมเกียรติ หน่วงกลาง นักวิชาการศึกษา นางสุรีย์รัตน์ แพ่งประสิทธิ์ เจ้าพนักงานธุรการ นางสุรีฉาย จันทร เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี นางสาวสุวิมล อินเฉียน นักวิชาการพัสดุ นางสาวอุนนดา ชูรัศมี นักวิชาการศึกษา นางสาวณัฐกานต์ ครุธพันธ์ นักจัดการงานทั่วไป นางสาวชวัลพัชร เพียรกสิกรรม นักวิชาการโสตทัศนศึกษา นางสาวศิริพร เกตุประทุม เจ้าหน้าที่เกษตร ผู้สนับสนุนข้อมูลจัดท าหลักสูตร นางสาววาณีรัตน์ วงษ์วิกย์กิจ ภูมิปัญญาท้องถิ่น นางสมจิตร ทิพย์ศิริ ภูมิปัญญาท้องถิ่น นางจิราภรณ์ จงเกษกรณ์ วิทยากร นางรังสินี คุปติเกษม วิทยากร นางณัฐพัชร ไชยกุล วิทยากร นางสาวธินิษฐา นาคบัว วิทยากร รูปเล่ม / หน้าปก นายบดินทร์ภัทร์ พุ่มพันธ์วงศ์ ครูผู้ช่วย นางสาวนุชจรี หอมสมบัติ นักวิชาการเงินและบัญชี นางสาวณัฐกานต์ ครุธพันธ์ นักจัดการงานทั่วไป นางสาวศิริพร เกตุประทุม เจ้าหน้าที่เกษตร นางสาวชวัลพัชร เพียรกสิกรรม นักวิชาการโสตทัศนศึกษา


37


Click to View FlipBook Version