ก
ข ค ำน ำ ด้วยศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ จังหวัดอุทัยธานี เป็นศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรตามพระราชด าริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ อนุรักษ์อาชีพให้ประชาชนมีรายได้และเพื่อศึกษาค้นคว้า วิจัยพัฒนาความรู้ด้านอาชีพต่าง ๆ จากภูมิปัญญา ท้องถิ่นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่ส าคัญคือเป็นแหล่งเรียนรู้และจัดกิจกรรมการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในทุกรูปแบบ เป็นศูนย์สาธิต ทดลอง จัดแสดงและจัดจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ ของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ และโครงการพระราชด าริ ส่งเสริมสนับสนุนประสานงานการจัดอบรม วิชาชีพศิลปวัฒนธรรมไทยแก่ประชาชนทั่วไปในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการสนับสนุนประสานงานร่วมกับ ภาคีเครือข่ายในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานท า สร้างรายได้ให้ตนเองและ ครอบครัว เพื่อให้การด าเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์ฯ ที่เน้นเรื่องการมีอาชีพเพื่อ การมีงานท า สร้างรายได้ และสืบสานอนุรักษ์อาชีพต่าง ๆ ให้คงอยู่ หลักสูตรเทียนหอมแฟนซีขนมไทยเป็น หลักสูตรการจัดกิจกรรมฝึกอบรมประชาชน ที่พัฒนาขึ้นตามความต้องการ ความจ าเป็น ในการจัดการ เรียนรู้ให้แก่ประชาชนทั่วไปที่สนใจการเรียนรู้ หลักสูตรนี้เป็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และฝึก ทักษะ เพื่อการน าความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ใน ชีวิตประจ าวันให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข รวมทั้งมีส่วน ร่วมในการส่งเสริมพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ เห็นความส าคัญของอาชีพการท า เทียนหอมแฟนซีขนมไทย ที่จะสามารถแก้ปัญหาด้านอาชีพให้กับประชาชน จึงด าเนินการจัดท าหลักสูตรนี้ ขึ้น เพื่อเป็นกรอบและแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่อไป ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิภูมิปัญญาท้องถิ่น วิทยากร ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา และบุคลกากรของศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ที่ได้ร่วมจัดท าและพัฒนา หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นและจัดท าแผนการเรียนรู้ รวมทั้งสื่อต่าง ๆ ให้ส าเร็จไปด้วยดีและหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ เล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อวิทยากร ครูผู้สอน และ ผู้เรียนและผู้ที่สนใจได้น าไปใช้ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าสูงสุด ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ พฤษภาคม 2566 ก
ค สำรบัญ หน้ำ ค ำน ำ ก ควำมรู้เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในกำรท ำเทียนหอมแฟนซีขนมไทย 1 หลักสูตรกำรท ำเทียนหอมแฟนซีขนมไทย 11 ความเป็นมา 11 หลักการของหลักสูตร 11 จุดประสงค์ของหลักสูตร 11 จุดประสงค์การเรียนรู้ 12 กลุ่มเป้าหมาย 12 ระยะเวลา 12 โครงสร้างหลักสูตร 12 การจัดการเรียนรู้ 13 สื่อการเรียนรู้ 13 การจัดกระบวนการเรียนรู้ 13 การวัดและประเมินผล 13 การจบหลักสูตร 14 เอกสารหลักฐานการศึกษา 14 แผนกำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้หลักสูตรกำรท ำเทียนหอมแฟนซีขนมไทย 15 ใบความรู้ ความรู้เบื้องต้นการท าเทียนหอมแฟนซี 19 ใบความรู้ การท าเทียนหอมแฟนซี 20 ใบงาน แบบบันทึกการท าเทียนหอมแฟนซีขนมไทย 22 ใบความรู้ การบรรจุหีบห่อ 23 ใบความรู้ การค านวณต้นทุน ก าไร 24 ใบงาน การคิดต้นทุน ก าไร 26 ใบความรู้ ช่องทางการตลาด 27 แบบวัดและประเมินผลการท าเทียนหอมแฟนซีขนมไทย 29 แบบประเมินผลงานผู้เรียน 30 แบบประเมินผลการจัดการศึกษาและฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น 31 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 33 แบบทดสอบก่อนเรียน 35 แบบทดสอบหลังเรียน 36 บรรณำนุกรม 37 รำยชื่อคณะผู้จัดท ำหลักสูตร 38 ข
ง สำรบัญรูปภำพ หน้ำ ภาพที่ 1 พาราฟิน 1 ภาพที่ 2 พี อี แวกซ์ 2 ภาพที่ 3 ไมโค แวกซ์ 3 ภาพที่ 4 หัวน้ าหอม 3 ภาพที่ 5 สีผสมเทียน 3 ภาพที่ 6 ไส้เทียน 4 ภาพที่ 7 หม้ออะลูมีเนียม 5 ภาพที่ 8 เตาแก๊ส 5 ภาพที่ 9 เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 7 ภาพที่ 10 ถาด 7 ภาพที่ 11 กรรไกร 8 ภาพที่ 12 ปิโตรเลียมเจลลี 8 5 เครื่องชั่งดิจิตอล 22 ภาพที่ 16 เครื่องอบยูวีเรซิ่น 23 ภาพที่ 17 ผลิตภัณฑ์จากเรซิ่น 25 ภาพที่ 18 พวงกุญแจเรซิ่น 19 ภาพที่ 19 ที่คั่นหนังสือเรซิ่น 21 ภาพที่ 20 จานรองแก้วเรซิ่น 22 ภาพที่ 21 ถาดไม้เคลือบเรซิ่น 23 ภาพที่ 22 ชั้นใส่ขนมสามชั้นเรซิ่น 25 ค
1 ควำมรู้เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในกำรท ำเทียนหอมแฟนซีขนมไทย วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในกำรท ำเทียนหอมแฟนซีขนมไทย ในการจัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ในการจัดท าหลักสูตรการท าเทียนหอมแฟนซีขนมไทย จะต้องใช้ วัสดุและอุปกรณ์หลากหลายชนิด เช่น พาราฟิน พี.อี.แวกซ์ ไมโครแวกซ์ สีผสมเทียน หัวน้ าหอม หม้อ เตา ไฟฟ้า ซ้อม ทัพพี เป็นต้น เพื่อประกอบการท า และการจัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ให้พร้อม วัสดุและ อุปกรณ์ทุกชนิดที่น ามาใช้ต้องอยู่ในสภาพที่ดีพร้อมใช้งาน ซึ่งท าให้การประกอบอาหารได้ดี ไม่เสียแรงงาน และประหยัดเวลา วัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบด้วย พำรำฟิน มีลักษณะเป็นแผ่นแข็ง เนื้อสีขาวขุ่น คล้ายสารส้ม วิธีกำรเลือกซื้อ ต้องค านึงถึงคุณภาพของพาราฟิน เลือกซื้อพาราฟินที่ใหม่เป็นสีขาวขุ่น ไม่เหลือง วิธีกำรใช้งำน น าไปต้ม ผสมกับพี.อี.แวกซ์ และไมโครแวกซ์ วิธีกำรเก็บรักษำ เก็บไว้ในอุณหภูมิปกติ ไม่ให้ถูกแสงแดด ภาพที่ 1 : พาราฟิน โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ พี อี แวกซ์ มีลักษณะเป็นเกล็ดสีขาว มีคุณสมบัติในการจุดเทียนให้ติดทนนาน และมีควันน้อย วิธีกำรเลือกซื้อ ต้องค านึงถึงคุณภาพของพี อี แวกซ์ เลือกซื้อพี อี แวกซ์ ที่ใหม่เป็นเกล็ดสีขาว ไม่เหลือง วิธีกำรใช้งำน น าไปต้ม ผสมกับพาราฟิน และไมโครแวกซ์ วิธีกำรเก็บรักษำ เก็บไว้ในอุณหภูมิปกติ ไม่ให้ถูกแสงแดด
2 ไมโคแวกซ์ มีลักษณะเป็นก้อนแข็งสีเหลือง คล้ายเนยแข็ง มีคุณสมบัติเพื่อให้เนื้อเทียนนิ่ม เหนียวเป็นมัน และ ง่ายต่อการปั้น วิธีกำรเลือกซื้อ ต้องค านึงถึงคุณภาพของไมโคแวกซ์ เลือกซื้อของไมโคแวกซ์ ที่ใหม่เป็นแข็งเป็นสีเหลือง วิธีกำรใช้งำน น าไปต้ม ผสมกับพาราฟิน และพี.อี.แวกซ์ วิธีกำรเก็บรักษำ เก็บไว้ในอุณหภูมิปกติ ไม่ให้ถูกแสงแดด หัวน้ ำหอม ควรเป็นหัวเชื้อน้ าหอม 100% เพราะไม่มีส่วนผสมของน้ าและแอลกอฮอร์ มีหลากหลายกลิ่นให้ เลือกตามต้องการ วิธีกำรเลือกซื้อ ต้องค านึงถึงคุณภาพของหัวน้ าหอม สามารถเลือกซื้อกลิ่นได้ตามความต้องการของการใช้งาน วิธีกำรใช้งำน น าไปหยดผสมลงใน พาราฟิน พี อี แวกซ์ และไมโคแวกซ์ ที่ต้มละลายแล้ว ในอุณหภูมิ 45 องศา เซลเซียส วิธีกำรเก็บรักษำ เก็บไว้ในอุณหภูมิปกติ ไม่ให้ถูกแสงแดด ภาพที่ 2 : พี อี แวกซ์ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ภาพที่ 3 : ไมโคแวกซ์ โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
3 สีผสมเทียน มีหลากหลายสี และหลากหลายชนิด ทั้งแบบน้ ามัน แบบผง หรือแบบแท่ง วิธีกำรเลือกซื้อ ต้องค านึงถึงการใช้งานและคุณภาพของสี สามารถเลือกซื้อสีได้ตามความต้องการของการใช้งาน เช่ วิธีกำรใช้งำน น าไปหยดผสมลงใน พาราฟิน พี อี แวกซ์ และไมโคแวกซ์ที่ต้มละลายแล้ว ในขณะที่ยังร้อนอยู่ วิธีกำรเก็บรักษำ เก็บไว้ในอุณหภูมิปกติ ไม่ให้ถูกแสงแดด ไส้เทียน เป็นเส้นด้ายดิบท าจากฝ้าย 100% พันรวมกันแล้วน าไปชุปด้วยน้ าพาราฟิน มีความยาวที่แตกต่าง กัน วิธีกำรเลือกซื้อ ต้องค านึงถึงการใช้งานและคุณภาพไส้เทียน ควรเลือกไส้เทียนที่มีสีขาวไม่เหลือง สามารถเลือกซื้อ ไส้เทียนได้ตามความต้องการของการใช้งาน วิธีกำรใช้งำน น าไปปักใส่ตัวเทียนที่ขึ้นรูปส าเร็จแล้ว ให้มีความยาว ประมาณ 2 เซ็นติเมตร วิธีกำรเก็บรักษำ เก็บไว้ในอุณหภูมิปกติ ไม่ให้ถูกแสงแดด ภาพที่ 4 : หัวน้ าหอม โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ภาพที่ 5 : สีผสมเทียน โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
4 หม้ออะลูมิเนียม หม้อ และอุปกรณ์หุงต้มท ามาจากวัสดุหลายชนิดด้วยกัน วัสดุที่มีความแตกต่างชนิดกัน จะมี คุณสมบัติการน าความร้อนที่แตกต่างกันไป ภาชนะหุงต้มที่ใช้ในครัวไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ท ามาจาก วัสดุประเภท ทองเหลือง สแตนเลสและอลูมิเนียม โลหะชนิดต่าง ๆ ที่กล่าวมานั้น วิธีกำรเลือกซื้อ เลือกตามคุณสมบัติชนิดของวัสดุที่น ามาท าภาชนะพื้นฐาน ขนาดของ ภาชนะ ปริมาณความจุ รูปทรงของหม้อแต่ละประเภทให้เหมาะสมกับการประกอบอาหาร วิธีกำรใช้งำน เลือกใช้ให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยพิจารณาจากขนาดในการบรรจุ ความสะดวกในการ ใช้งาน และความเหมาะสมของอุปกรณ์ชนิดนั้น ๆ ที่ต้องใช้ร่วมกัน เช่น ขนาดของเตาสัมพันธ์กับ ขนาดของหม้อ ความร้อนกับวัสดุที่น ามาท าภาชนะนั้น ๆ หม้อที่ท าจากอลูมิเนียมจะน าความร้อน ได้ดี ส่วนภาชนะที่ท า จากสแตนเลสสตีล จะน าความร้อนไม่ทั่วถึง ท าให้อาหารบางส่วนไหม้ บางส่วนดิบก็มี วิธีกำรเก็บรักษำ ท าความสะอาดโดยใช้ครีม ออฟ ทาร์ทาร์ 2 ช้อนโต๊ะ ละลายน้ า 4 ถ้วย หรือ น้ าส้มสายชู 1 ถ้วย ต่อน้ าเปล่า 4 ถ้วย น าไปให้ความร้อนพออุ่นแช่ภาชนะอลูมิเนียมล้างท าความสะอาด และใช้ภาชนะ ประเภทหม้อให้เหมาะสมกับวัสดุของภาชนะนั้น ๆ ภาพที่ 7 : หม้ออะลูมีเนียม โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ อุปกรณ์ในกำรหุงต้มประเภทเตำ เตาที่ใช้ในการหุงต้มหรือประกอบอาหารนั้นมีด้วยกันหลายชนิด ได้แก่เตาถ่าน เตาน้ ามันก๊าด เตา แก๊ส และเตาไฟฟ้า ซึ่งเตาเหล่านี้บางส่วนไม่ได้ใช้งานแล้ว ในปัจจุบันการเลือกใช้เตาในการประกอบอาหาร จะเลือกใช้เตาในการประกอบอาหาร จะเลือกใช้เตาที่ให้ความสะดวกในการใช้งาน หาซื้อได้ง่าย เช่น เตา แก๊ส และเตาไฟฟ้า ภาพที่ 6 : ไส้เทียน โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
5 1. เตำแก๊ส (Stove) เตาแก๊สที่ใช้หุงต้ม จะมีเฉพาะแท่นหัวเตาซึ่งอาจจะเป็นหัวเตาเดี่ยว หัวเตาคู่ หรือสี่หัวเตา วิธีใช้เตำแก๊ส - เตรียมอาหารที่จะหุงต้มไว้ให้พร้อม - เลือกขนาดของภาชนะที่จะใช้หุงต้มให้เหมาะกับหัวเตา - เปิดวาล์วที่ถังแก๊ส - จุดไฟที่หัวเตาพร้อมกับเปิดวาล์วที่เตา ตอนแรกที่เปิดวาล์ว หมุนให้ก๊าซออกน้อย เพื่อป้องกัน เปลวไฟลุก เมื่อติดไฟแล้วค่อยปรับตามที่ต้องการ เมื่อหุงต้มอาหารเสร็จแล้ว ปิดวาล์วที่หัวเตาและถังก๊าซ วิธีกำรเก็บรักษำ การท าความสะอาด ส่วนที่เป็นโครงเหล็กและฝาหัวเตา ถอดออกท าความสะอาดได้โดยใช้ ฟองน้ าหรือผ้านุ่มชุบน้ าสบู่เช็ดให้สะอาด แล้วล้างด้วยน้ าสะอาดผึ่งให้แห้ง ส าหรับฝาหัวเตาเมื่อใช้นาน ๆ เศษอาหารหรือเขม่าอาจอุดตามรูได้ ใช้ลวดหรือไม้แหลมแยงบริเวณหัวเตา และด้านข้างใช้ฟองน้ าหรือผ้า นุ่มชุบน้ าสบู่เช็ด แล้วเช็ดด้วยน้ าสะอาดจนกระทั่งสะอาด 2. เตำแม่เหล็กไฟฟ้ำ (Induction Stove) เตาแม่เหล็กไฟฟ้า หรือเตาเหนี่ยวน าไฟฟ้า เป็นเตาที่อาศัยความร้อนจากการเหนี่ยวน าไฟฟ้า ส่งผ่านไปยังภาชนะที่สามารถเหนี่ยวน าไฟฟ้าได้เช่น เหล็ก หรือเหล็กสแตนเลสบางชนิด ท าให้ภาชนะร้อน ขึ้น จนสามารถประกอบอาหารและขนมได้อุปกรณ์ที่ไม่มีความสามารถเหนี่ยวน าแม่เหล็ก เช่น อลูมิเนียม แก้ว เซรามิค จะไม่ท าให้เกิดความร้อน เตาแม่เหล็กไฟฟ้ามีระบบควบคุมด้วยไมโครชิพ ท าให้สามารถ ท างานที่อุณหภูมิต่าง ๆ ได้อย่างแม่นย า มีความทันสมัย สวยงาม และเพิ่มความสะดวกสบายในการประกอบอาหาร และขนม ด้านระบบความปลอดภัยเตาแม่เหล็กไฟฟ้ามีระบบตัดไฟกรณีไฟเกิน (Over current protection)และ กรณีมีความร้อนมากเกินไป (Over-heat protection) วิธีกำรเลือกซื้อ ควรเลือกเตาแม่เหล็กขั้วต่อปลั๊กไฟ และสายไฟ ที่ท าจากวัสดุที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ตัว ผลิตภัณฑ์มีความแข็งแรงทนทาน ผลิตจากวัสดุที่ทนความร้อนได้ดีทนทานต่อการกัดกร่อน และการละลาย จากการโดนความร้อนได้ดีมีแผงปรับก าลังไฟและฟังก์ชั่นการปรับระดับความร้อน สามารถท าความสะอาด ได้ง่าย และมีระบบตัดไฟอัตโนมัติเลือกใช้ภาชนะส าหรับเตาแม่เหล็กไฟฟ้า เช่น ภาชนะที่ท าด้วยเหล็ก หรือ เหล็กสแตนเลสบางชนิด ภาชนะโลหะพื้นเรียบ หม้อสแตนเลส กาต้มน้ าพื้นเรียบ หม้อเหล็กเคลือบ กระทะ หรือหม้อโลหะ เป็นต้น ซึ่งเมื่อวางภาชนะเหล่านี้บนเตาจะเกิดการเหนี่ยวน าไฟฟ้าจนท าให้ภาชนะเกิด ความร้อนและสามารถประกอบอาหารและขนมตามที่ต้องการได้ ภาพที่ 8 : เตาแก๊ส โดย : ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
6 วิธีกำรใช้งำน น าเตาแม่เหล็กไฟฟ้าเสียบปลั๊กไฟ เลือกระดับความร้อนที่เหมาะสมกับการประกอบอาหารและ ขนม วางภาชนะที่เหมาะสมกับขนาดของเตาแม่เหล็กไฟฟ้า หลังจากประกอบอาหารและขนม เสร็จ เรียบร้อยแล้วให้กดปุ่มปิด เพื่อปิดเตาแม่เหล็กไฟฟ้า ในกรณีนี้พัดลมที่ท าความเย็นภายในเตาจะยังคง ท างานต่อไป ฉะนั้นหลังการใช้งานจึงไม่ควรจะถอดปลั๊กไฟออกทันทีเพื่อให้ พัดลมความเย็นยังท างานต่อไป จึงถอดปลั๊กไฟออก วิธีกำรเก็บรักษำ เตรียมน้ าร้อนครึ่งถ้วย ผสมน้ ายาล้างจานลงไป 2 ช้อนชา คนให้เข้ากัน น าผ้าสะอาดชุบน้ าร้อน ผสมน้ ายาล้างจานให้ชุ่ม โรยผงเบกกิ้งโซดาลงบนหน้าเตาแม่เหล็กไฟฟ้า บิดผ้าที่ชุบน้ าร้อนให้หมาด ๆ เช็ด ลงไปบนเตาที่โรยผงเบกกิ้งโซดาเอาไว้ ผ้าเปียกจะส่งผลให้เบกกิ้งโซดาท างานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น คลุมผ้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที เพื่อให้เบกกิ้งโซดาท าปฏิกิริยา หากหน้าเตามีคราบติดแน่น ให้ทิ้งไว้นานขึ้น ประมาณ 1 ชั่วโมง เทน้ าลงไปให้ชุ่มอยู่เสมอเพื่อให้เบกกิ้งโซดาท างานได้เต็มที่ น าฟองน้ าชุบน้ าเย็น จากนั้น น ามาเช็ดหน้าเตาเป็นการเก็บรายละเอียดสิ่งสกปรกที่อาจยังตกค้างอยู่ (ใช้ด้านฟองน้ าเท่านั้น) ใช้ผ้าไมโครไฟ เบอร์มาเช็ดให้เตาแม่เหล็กไฟฟ้าให้แห้ง เตาแม่เหล็กไฟฟ้าจะสะอาด เงางาม เป็นมันวาว ถำด ถาด โดยทั่วไปมักท าด้วยวัสดุเหล็กผสมดีบุก ภาชนะเคลือบ สังกะสี มีรูปร่างต่างๆกัน เช่น รูป สี่เหลี่ยม กลมลึก รูปไข่ เป็นต้น การใช้งานส่วนใหญ่มักใช้วางวัตถุดิบ และส่วนผสมส าหรับเตรียมก่อน ขั้นตอนการท า หรือน าเข้าเตาอบ ตามแต่วัตถุประสงค์ในการใช้งาน วิธีกำรเลือกซื้อ ควรเลือกซื้อให้เหมาะสมตามประโยชน์ใช้สอย วิธีกำรใช้งำน การใช้งานถาดนั้น จะแตกต่างกันไปตามวัสดุที่ใช้ผลิตถาด ส่งผลให้อาหารอบออกมาต่างกัน เช่น – ถาดเคลือบขนมสุกเร็ว บริเวณส่วนล่างและขอบขนมหนา แข็ง ตอนกลางยุบต่ า – ถาดเหล็กผสมดีบุก ถาดอะลูมิเนียม ขนมที่ได้จะนุ่ม มีสีน้ าตาลอ่อนสวย – ถาดแก้วทนไฟสีขนมจะคล้ า แต่ได้รูปสวยดี ใช้เวลาอบเร็วขึ้น แต่ส าหรับการใช้ถาดในการท าเทียนหอมแฟนซีนั้น ควรใช้ถาดอะลูมิเนียม จะดีที่สุด วิธีกำรเก็บรักษำ เมื่อใช้แล้วควรล้างให้สะอาด และผึ่งให้แห้ง ภาพที่ 9 : เตาแม่เหล็กไฟฟ้า ที่มา :https://www.shopat24.com/p/SMARTHOME
7 กรรไกร กรรไกร เป็นเครื่องมือสามัญที่จัดอยู่ในกลุ่มเครื่องมือตัด ถูกออกแบบมาให้ใช้ได้ด้วยมือเปล่า มีทั้งแบบใช้มือเดียวและใช้สองมือ และมีคุณสมบัติเด่นหลัก ๆ คือ ช่วยให้ตัดชิ้นงานได้ทันใจ ประหยัดแรง ประหยัดเวลา พกพาสะดวก ไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บ และวิธีการบ ารุงรักษาเครื่องมือท าได้ง่าย กรรไกรมี หลายประเภท แต่ละประเภทมีรูปทรงและรูปแบบการใช้งานได้ดีต่างกัน จึงท าให้เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือตัดที่ นิยมใช้กันเกือบทุกสายงาน วิธีกำรเลือกซื้อ สิ่งแรกที่เลือกซื้อคือต้องให้ตรงกับความต้องการใช้งานในแต่ละประเภท โดยค านึงถึงใบมีด ที่มีคุณภาพ ต้องเป็นเหล็กกล้าไร้สนิท ง่ายต่อการลับให้คม ขนาดกะทัดรัด เหมาะสมกับการใช้งาน ถือจับได้ อย่างสบาย คุ้มค่าสมกับราคาและการใช้งาน ทั้งยังต้องปลอดภัยส าหรับการใช้งาน วิธีกำรใช้งำน ควรใช้กรรไกรให้เหมาะสมกับประเภทการใช้งาน ตรวจสอบสภาพของกรรไกร ให้มีสภาพพร้อมต่อ การใช้งาน ไม่เป็นสนิม และต้องมีการลับให้คมอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สามารถใช้งานได้ วิธีกำรเก็บรักษำ ไม่ควรตัดวัสดุอย่างอื่น และไม่ให้ตกพื้น หลังการใช้งานควรใช้ผ้าชุบน้ ามันเช็ดท าความสะอาด หลังจากใช้งาน เก็บในกล่องอุปกรณ์การตัดเย็บ ปิโตรเลียมเจลลี(petroleum jelly) ปิโตรเลียมเจลลี(petroleum jelly) หรือ ปิโตรลาทัม (petrolatum) เป็นสารเคมีที่เป็นอนุพันธ์ ผลพลอยได้จากการกลั่นน้ ามันดิบใน ซึ่งจะผ่านกระบวนการกลั่นสารตกค้างต่าง ๆ ออกก่อนน ามาใช้ โดย ในช่วงยุค 1880 เริ่มมีการน าปิโตรเลียมเจลลี่มาใช้อย่างแพร่หลายในอเมริกา เพราะมีราคาถูกและน ามา แปรรูปได้หลายผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่โลชั่นไปถึงผลิตภัณฑ์ส าหรับเด็กแรกเกิด ภาพที่ 12 : กรรไกร โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ภาพที่ 10 : ถาด ที่มา : http://www.jnkitchenware.com/
8 วิธีกำรเลือกซื้อ วิธีการเลือกซื้อ ต้องเลือกซื้อวาสลีนเจลลี่ จากยี่ห้อที่ดีมีคุณภาพ เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างดี ช่วยให้สามารถร้อยมาลัยได้ง่ายยิ่งขึ้น วิธีกำรใช้งำน วิธีการใช้งาน ใช้ในการทาถาด ใบตอง พิมพ์ต่างๆ ที่ใช้ในการท าเทียนแฟนซี เพื่อช่วยไม่ให้เทียนติด วัสดุ พิมพ์ วิธีกำรเก็บรักษำ วิธีการเก็บรักษา หลังจากที่ใช้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ปิดฝาให้สนิท และเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย ภาพที่ 13 : ปิโตรเลียมเจลลี โดย ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์
9 ควำมรู้พื้นฐำนในกำรจัดกำรเรียนรู้ตำมหลักสูตรเทียนหอมแฟนซีขนมไทย หลักสูตรวิชำชีพระยะสั้น รูปแบบกลุ่มสนใจ ศูนย์วงเดือน อำคมสุรทัณฑ์ ศูนย์ฝึกอำชีพรำษฎรตำมพระรำชด ำริ จังหวัดอุทัยธำนี ความรู้พื้นฐานในการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการท าเทียนหอมแฟนซีขนมไทย หรือเทียนหอม ที่ เราคุ้นเคยกันดีในปัจจุบันนี้ มีประวัติความเป็นมาที่พัฒนามาจาก "เทียน" อุปกรณ์ให้แสงสว่าง ซึ่งแต่เดิมมัก มีความเชื่อมโยงกับความเชื่อทางศาสนา และพิธีกรรมต่างๆ โดยเมื่อราว 3,000 ปีก่อนคริสตกาล ชาวอียิปต์ และชาวโรมันรู้จักน าไขมันสัตว์มาประดิษฐ์เป็นเทียน โดยใช้ต้นกกเป็นไส้เทียน และพัฒนามาเป็นเทียนขี้ผึ้ง ซึ่งสามารถให้แสงสว่างได้ยาวนานกว่าการใช้ไม้เสียดสีกันเพื่อให้เกิดการเผาไหม้ ต่อมามีเมื่อมีกระดาษใช้ มนุษย์ใช้กระดาษม้วนเป็นรูปทรงยาวส าหรับขึ้นรูปเทียน จุดให้เกิดแสงสว่าง หลังจากนั้นแต่ละวัฒนธรรมก็ ประยุกต์การผลิตเทียนด้วยการใช้ถั่ว อบเชย หรือไม้ที่มีกลิ่นหอมแทนการใช้ไขมันสัตว์ โดยมาผสมใส่ไว้ใน เทียน เมื่อจุดแล้วจะส่งกลิ่นหอม ซึ่งได้กลายเป็น "เทียนหอม" ในเวลาต่อมานั่นเอง ปัจจุบันเทียนหอมมีหลายชนิด มีการใช้แม่พิมพ์เพื่อขึ้นรูปทรงต่างๆ ที่มีลวดลายสวยงาม ตามแต่ จินตนาการของแต่ละบุคคล เติมสี เติมน้ าหอมกลิ่นที่หลากหลาย จนได้รับความนิยมในการฐานะผลิตภัณฑ์ เครื่องหอมชนิดหนึ่ง น ามาจุดร่วมกับ อโรม่าเพื่อให้กลิ่นหอมที่ผ่อนคลายในสปา ก่อนจะน ามาใช้อย่าง แพร่หลายในบ้านเรือน ซึ่งมีขนาดและราคาแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่แบรนด์ดังราคาแพง ไปจนถึงเทียน หอมประดิษฐ์เองที่สามารถท าใช้เองได้ง่ายๆ ภายในบ้าน ซึ่งคือเป็นงานศิลปหัตถกรรมอีกอย่าง มีความ สวยงาม และในปัจจุบันมีคนสนใจในการตกแต่งสถานที่ด้วยเทียนหอมเพิ่มมากขึ้น กำรท ำเทียนหอม แฟนซีขนมไทย จึงเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีความเป็นไปได้ที่จะน าไปประกอบเป็นอาชีพอีกทั้งยังสามารถ น าไป ถ่ายทอดเป็นวิทยากรให้กับเด็ก และเยาวชน ตามสถานศึกษาต่าง ๆ ได้อีกด้วย ด้วยเหตุผลและปัจจัย แวดล้อมตังกล่าวรวมกัน หลักสูตรการท าเทียนหอมแฟนซีขนมไทยที่มีคุณภาพและมาตรฐาน เป็นอีกหนึ่ง อาชีพที่มีโอกาสจะประสบผลส าเร็จและมีความยั่งยืนในการประกอบอาชีพ นอกจากนี้การประกอบอาชีพท าเทียนหอมแฟนซีขนมไทย ยังมีเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกส าหรับผู้ที่ ต้องการพัฒนารูปแบบท าเทียนหอมแฟนซีขนมไทยให้มีความสวยงาม ซึ่งในปัจจุบันมีแนวโน้มความเป็นไป ได้ในการประกอบอาชีพที่ประสบผลส าเร็จในธุรกิจนี้และเพื่อเป็นขยายโอกาสให้ผู้ที่สนใจเรียน ได้พัฒนา ฝีมือและความช านาญเป็นการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ ในท าเทียนหอมแฟนซีขนมไทย ให้ก้าวไกลยอมรับ และเป็นช่องทางในการประกอบอาชีพหรือเป็นเจ้าของธุรกิจที่สร้างรายได้เป็นอย่างดี ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ จึงมีนโยบายในการจัดการเรียนรู้การฝึกอาชีพการท าเทียนหอมแฟนซี ขนมไทย ตามความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นและเมื่อผู้เรียนส าเร็จจากการเรียนรู้ไปแล้ว สามารถน า ความรู้และทักษะไปเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเองและครอบครัว น าไปประกอบอาชีพเสริม สร้างอาชีพ ใหม่ สร้างรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัวต่อไป ในการจัดการเรียนรู้การท าเทียนหอมแฟนซีขนมไทย เป็น การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้เกี่ยวกับความเป็นมา ลักษณะ ประเภท วัสดุอุปกรณ์ เทคนิคการท า เทียนหอมแฟนซีขนมไทย ประโยชน์และคุณค่า ช่องทางการจัดการตลาด หลักการบรรจุหีบห่อ เพื่อให้ผู้เรียนมี ความรู้ความเข้าใจ พร้อมทั้งมีทักษะได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการประยุกต์ให้ เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบัน
10 หลักสูตรกำรท ำเทียนหอมแฟนซีขนมไทย จ ำนวน 5 ชั่วโมง ศูนย์วงเดือน อำคมสุรทัณฑ์ 1. ควำมเป็นมำ เทียนหอม ที่เราคุ้นเคยกันดีในปัจจุบันนี้ มีประวัติความเป็นมาที่พัฒนามาจาก "เทียน" อุปกรณ์ให้ แสงสว่าง ซึ่งแต่เดิมมักมีความเชื่อมโยงกับความเชื่อทางศาสนา และพิธีกรรมต่างๆ โดยเมื่อราว 3,000 ปี ก่อนคริสตกาล ชาวอียิปต์และชาวโรมันรู้จักน าไขมันสัตว์มาประดิษฐ์เป็นเทียน โดยใช้ต้นกกเป็นไส้เทียน และพัฒนามาเป็นเทียนขี้ผึ้ง ซึ่งสามารถให้แสงสว่างได้ยาวนานกว่าการใช้ไม้เสียดสีกันเพื่อให้เกิดการเผา ไหม้ต่อมามีเมื่อมีกระดาษใช้ มนุษย์ใช้กระดาษม้วนเป็นรูปทรงยาวส าหรับขึ้นรูปเทียน จุดให้เกิดแสงสว่าง หลังจากนั้นแต่ละวัฒนธรรมก็ประยุกต์การผลิตเทียนด้วยการใช้ถั่ว อบเชย หรือไม้ที่มีกลิ่นหอมแทนการใช้ ไขมันสัตว์ โดยมาผสมใส่ไว้ในเทียน เมื่อจุดแล้วจะส่งกลิ่นหอม ซึ่งได้กลายเป็น "เทียนหอม" ในเวลาต่อมา นั่นเอง ปัจจุบันเทียนหอมมีหลายชนิด มีการใช้แม่พิมพ์เพื่อขึ้นรูปทรงต่างๆ ที่มีลวดลายสวยงาม ตามแต่ จินตนาการของแต่ละบุคคล เติมสี เติมน้ าหอมกลิ่นที่หลากหลาย จนได้รับความนิยมในการฐานะผลิตภัณฑ์ เครื่องหอมชนิดหนึ่ง น ามาจุดร่วมกับ อโรม่าเพื่อให้กลิ่นหอมที่ผ่อนคลายในสปา ก่อนจะน ามาใช้อย่าง แพร่หลายในบ้านเรือน ซึ่งมีขนาดและราคาแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่แบรนด์ดังราคาแพง ไปจนถึงเทียน หอมประดิษฐ์เองที่สามารถท าใช้เองได้ง่ายๆ ภายในบ้าน ดังนั้น ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ซึ่งรับผิดชอบการจัดฝึกอบรมด้านอาชีพ ให้กับประชาชน ตามพระราชด าริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จึงได้จัดท าหลักสูตรเทียนหอมแฟนซีขนมไทย เพื่อให้ผู้สนใจได้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องเทียนหอมแฟนซี ขนมไทย สามารถท าใช้ในครัวเรือน ต่อยอดเป็นอาชีพและสร้างรายได้ให้กับตนเอง 2. หลักกำรของหลักสูตร 2.1 เป็นหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่นในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลา การวัดและการประเมินผล 2.2 มุ่งพัฒนาประชาชนให้ได้รับการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ และการมีงานท าอย่างมีคุณภาพ ทั่วถึงและเท่าเทียม สามารถลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว 2.3 มุ่งเน้นพัฒนาประชาชนให้เป็นบุคคลที่มีวินัย เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม มีจิตอาสา มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รับผิดชอบต่อตนเองและสังคม 2.4 มุ่งเน้นกระบวนการกลุ่มฝึกปฏิบัติจริงของผู้เรียน 3. จุดประสงค์ของหลักสูตร 3.1 เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ และความเข้าใจการท าเทียนหอมแฟนซีขนมไทย 3.2 เพื่อให้ประชาชนมีทักษะในการท าเทียนหอมแฟนซีขนมไทย 3.3 เพื่อให้ประชาชนสามารถน าความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน และน าไป ประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพได้ 4. จุดประสงค์กำรเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียน 4.1 อธิบายความเป็นมาของการท าเทียนแฟนซีขนมไทย 4.2 อธิบายวัสดุ อุปกรณ์และเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม 4.3 อธิบายขั้นตอนการท าเทียนแฟนซีขนมไทย 4.4 ปฏิบัติการการท าเทียนแฟนซีขนมไทย 4.5 จัดหาหรือจัดท าการบรรจุหีบห่อได้อย่างเหมาะสม
11 4.6 คิดต้นทุน ก าไรจากการจ าหน่ายเทียนแฟนซีขนมไทย และการท าบัญชีครัวเรือน 4.7 อธิบายช่องทางการจัดการการตลาดของการท าเทียนแฟนซีขนมไทย 5. กลุ่มเป้ำหมำย ประชาชนทั่วไป ตั้งแต่ 6 คน ขึ้นไป 6. ระยะเวลำ ภาคทฤษฎี 1.25 ชั่วโมง ภาคปฏิบัติ 3.35 ชั่วโมง 7. โครงสร้ำงหลักสูตร เรื่อง ที่ หัวเรื่อง เวลำเรียน (ชั่วโมง) ทฤษฎี ปฏิบัติ รวม 1 ช่องทางการประกอบอาชีพการท าเทียนหอมแฟนซีขนมไทย 1. ความเป็นมาของการท าเทียนหอมแฟนซีขนมไทย 2. ความเป็นไปได้และการตัดสินใจในการประกอบอาชีพการท าเทียนหอม แฟนซีขนมไทย 40 นาที - 40 นาที 2 การจัดกระบวนการเรียนรู้ การท าเทียนหอมแฟนซีขนมไทย 1. การท าเทียนหอมแฟนซีขนมไทย 2. วัสดุ อุปกรณ์และการเลือกใช้ 3. ขั้นตอนการท าเทียนหอมแฟนซีขนมไทย 4. การปฏิบัติการท าเทียนหอมแฟนซีขนมไทย 5. คุณค่าและประโยชน์การท าเทียนหอมแฟนซีขนมไทย 30 นาที 3.20 ชั่วโมง 3.50 ชั่วโมง 3 การบริหารจัดการในการประกอบอาชีพการท าเทียนหอมแฟนซีขนมไทย 1. การจัดหาหรือจัดท าการบรรจุหีบห่อ 2. การคิดต้นทุน ก าไร และการท าบัญชีครัวเรือน 3. ช่องทางการจัดการการตลาดการท าเทียนหอมแฟนซีขนมไทย 15 15 นาที 30 นาที รวมทั้งสิ้น 1.25 ชั่วโมง 3.35 ชั่วโมง 5 ชั่วโมง 8. กำรจัดกำรเรียนรู้ การบรรยายให้ความรู้/แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน การสาธิต การลงมือปฏิบัติ/ฝึกปฏิบัติ การอภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ 9. สื่อกำรเรียนรู้ 9.1 สื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือ ใบความรู้เป็นต้น 9.2 สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น คลิปวีดิโอ เป็นต้น 9.3 สื่อบุคคล เช่น วิทยากร ครูผู้สอน ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น 9.4 สื่อของจริง เช่น ตัวอย่างชิ้นงาน 9.5 แหล่งเรียนรู้ในชุมชน
12 10. กำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้ 10.1 วิทยากรบรรยายให้ความรู้ภาคทฤษฏี/ภาคปฏิบัติ 10.2 วิทยากรให้ผู้เรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน 10.3 วิทยากรให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ 10.4 วิทยากรประเมินผลงานของผู้เรียน และผู้เรียนร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการประเมินผลงาน 11. กำรวัดและประเมินผล ประเมินความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจากการสอบถาม แบบทดสอบ การสังเกต การมีส่วนร่วม และจากชิ้นงาน/ผลงาน กำรประเมินผล วิธีกำร เครื่องมือ ทดสอบความรู้ความเข้าใจของผู้เรียน แบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน ทดสอบคุณธรรม จริยธรรมของผู้เรียน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นิเทศ ติดตาม ประเมินผู้เรียน แบบประเมินผลงาน/ชิ้นงานของผู้เรียน ประเมินผลความพึงพอใจในการจัดกิจกรรม แบบประเมินความพึงพอใจ แนวทำงกำรประเมินผลกำรเรียน (รวบยอด) วิธีกำร เครื่องมือ เกณฑ์กำรจบหลักสูตร 1. ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 1.1 ประเมินความรู้ทางภาคทฤษฎี 1.2 ประเมินทักษะการปฏิบัติ แบบทดสอบ ผลงาน/ชิ้นงาน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 มีผลงาน/ชิ้นงานที่มีคุณภาพ 12. กำรจบหลักสูตร 12.1 มีเวลาเรียนและฝึกปฏิบัติตามหลักสูตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 12.2 มีผลการประเมินผ่านตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 12.3 มีผลงาน/ชิ้นงาน ผ่านการประเมินตามมาตรฐานและคุณภาพ 13. เอกสำรหลักฐำนกำรศึกษำ 13.1 หลักฐานการประเมินผล 13.2 วุฒิบัตรออกโดยสถานศึกษา
แผนกำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้ หลักสศูนย์วงเดือน เรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื้อหำ กำรจัดกเรื่องที่ 1 ช่องทำงกำรประกอบอำชีพกำรท ำเทียนหอมแฟนซีขนมไทย 1. ความส าคัญของ การประกอบอาชีพ ท าเทียนหอมแฟนซี ขนมไทย อธิบายความส าคัญของ การประกอบอาชีพท า เทียนหอมแฟนซีขนมไทย ความส าคัญของการ ประกอบอาชีพการท า เทียนหอมแฟนซีขนมไทย วิทยากรอธิบาประกอบอาชีพไทย 2. ความรู้เบื้องต้นใน การประกอบอาชีพ ท าเทียนหอมแฟนซี ขนมไทย อธิบายความรู้เบื้องต้นใน การประกอบอาชีพท า เทียนหอมแฟนซีขนมไทย 1. ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ อาชีพจากผู้รู้ ผู้ประกอบการในชุมชน 2.ความต้องการของตลาด 3.การลงทุน 4.กระบวนการผลิต การ จัดหาวัสดุ และอุปกรณ์ วิทยากรอธิบาความรู้เบื้องต้ท าเทียนหอมแ
13 สูตรกำรท ำเทียนหอมแฟนซีขนมไทย อำคมสุทัณฑ์ กระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฏี ปฏิบัติ ายความส าคัญของการ พท าเทียนหอมแฟนซีขนม ใบความรู้ความส าคัญ ของการประกอบ อาชีพท าเทียนหอม แฟนซีขนมไทย 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียนโดยใช้ใบงาน ที่ก าหนด 30 นาที าย ้นในการประกอบอาชีพ แฟนซีขนมไทย 1. ใบความรู้ 2. สื่อรูปภาพ 3. สื่อของจริง 15
เรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื้อหำ กำรจัดก3. ความเป็นไปได้ และการตัดสินใจใน การประกอบอาชีพ ท าเทียนหอมแฟนซี ขนมไทย 1. อธิบายทางเลือกในการ ประกอบอาชีพได้ 2. อธิบายองค์ประกอบ ปัญหา และข้อแนะน า ก่อนตัดสินใจเลือกอาชีพ ได้ 3. อธิบายหลักเกณฑ์ และการตัดสินใจเลือก อาชีพได้ 4. การประเมินความ พร้อมและความเป็นไปได้ ของอาชีพที่ตัดสินใจเลือก ได้ 1. การวางแผนเลือก ประกอบอาชีพ 2. องค์ประกอบ ปัญหา และข้อแนะน าก่อน ตัดสินใจเลือกอาชีพ 3. หลักเกณฑ์ และการ ตัดสินใจเลือกอาชีพ 4. การประเมิน ความพร้อมและ ความเป็นไปได้ของอาชีพที่ ตัดสินใจเลือก วิทยากรอธิบาการตัดสินใจในเทียนหอมแฟ
14 กระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฏี ปฏิบัติ ายความเป็นไปได้ และ นการประกอบอาชีพท า นซีขนมไทย แบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียนโดยใช้ใบงาน ที่ก าหนด 10 นาที 16
เรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื้อหำ กำรจัดกเรื่องที่ 2 กำรจัดกำรบวนกำรเรียนรู้ กำรท ำเทียนหอมแฟนซีขนมไทย 1. ท าเทียนหอม แฟนซีขนมไทย อธิบายท าเทียนหอม แฟนซีขนมไทย การท าเทียนหอมแฟนซี ขนมไทย วิทยากรอธิบาของเทียนหอมเทียนหอมแฟ2. วัสดุ อุปกรณ์ และการเลือกใช้ อธิบายวัสดุ อุปกรณ์ และเลือกใช้ได้ วัสดุ อุปกรณ์ และการเลือกใช้ วิทยากรอธิบายวัวัสดุส าหรับท าเ3. ขั้นตอนเทียนหอม แฟนซีขนมไทย อธิบายขั้นตอนการท า เทียนหอมแฟนซีขนมไทย ขั้นตอนการท าเทียนหอม แฟนซีขนมไทย 2 แบบ 1. ข้าวต้มมัด 2. ขนมข้าวตู 1. วิทยากรอธิหอมแฟนซีขน2. วิทยากรแลเรียนรู้ 4. การปฏิบัติการท า เทียนหอมแฟนซี ขนมไทย ปฏิบัติการท าเทียนหอม แฟนซีขนมไทย การปฏิบัติการท าเทียน หอมแฟนซีขนมไทย 2 แบบ 1. ข้าวต้มมัด 2. ขนมข้าวตู 1. วิทยากรสาแฟนซีขนมไทปฏิบัติพร้อมบั2. วิทยากรแลเรียนรู้
15 กระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฏี ปฏิบัติ ายประวัติความเป็นมา มแฟนซีขนมไทย การท า นซีขนมไทย 1. ใบความรู้ความรู้ ประวัติความเป็นมาของ เทียนหอมแฟนซี 2. ทฤษฎีสี 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียนโดยใช้ใบงาน ที่ก าหนด 30 นาที 20 นาที วัสดุ อุปกรณ์ และการเลือกใช้ เทียนหอมแฟนซีขนมไทย 1. สื่อรูปภาพ 2. สื่อของจริง บายขั้นตอนการท าเทียน นมไทย ะผู้เรียนแลกเปลี่ยน 1. ใบความรู้การท า เทียนหอมแฟนซีขนม ไทย 2. สื่อของจริง าธิตวิธีการท าเทียนหอม ยและให้ผู้เรียนลงมือ บันทึกลงในใบงาน ละผู้เรียนแลกเปลี่ยน 1. ใบความรู้เรื่องการ ท าเทียนหอมแฟนซี ขนมไทย 2. ใบงานการท าเทียน หอมแฟนซีขนมไทย 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียนโดยใช้ใบงานที่ ก าหนด 3 ชั่วโมง 17
เรื่อง จุดประสงค์กำรเรียนรู้ เนื้อหำ กำรจัดกเรื่องที่ 3 กำรบริหำรจัดกำรในกำรประกอบอำชีพกำรท ำเทียนหอมแฟนซีขนมไทย 1. การจัดหาหรือ จัดท าบรรจุหีบห่อ อธิบายการจัดหาหรือ จัดท าบรรจุหีบห่อ การจัดหาหรือจัดท าบรรจุ หีบห่อ วิทยากรอธิบาจัดท าบรรจุหีบ2. การคิดต้นทุน ก าไรจากการท า เทียนหอมแฟนซี ขนมไทย สามารถคิดต้นทุน ก าไร จากการท าเทียนหอม แฟนซีขนมไทย การคิดต้นทุน ก าไรจาก การท าเทียนหอมแฟนซี ขนมไทย และการท าบัญชี ครัวเรือน 1. วิทยากรให้ค านวณต้นทุนครัวเรือน 2. ให้ผู้เรียนฝึการท าบัญชีค3. ช่องทางการ จัดการการตลาดของ ธุรกิจการท าเทียน หอมแฟนซีขนมไทย อธิบายช่องทางการจัดการ การตลาดของธุรกิจการท า เทียนหอมแฟนซีขนมไทย ช่องทางการจัดการ การตลาดของธุรกิจการท า เทียนหอมแฟนซีขนมไทย วิทยากรและผู้เกี่ยวกับช่องทปัจจุบัน
16 กระบวนกำรเรียนรู้ สื่อกำรเรียนรู้ วัดและประเมินผล ชั่วโมง ทฤษฏี ปฏิบัติ ายเทคนิคการจัดหาหรือ บห่อ 1. ใบความรู้ความรู้ บรรจุภัณฑ์ 2. ตัวอย่างบรรจุภัณฑ์ 1. สังเกตความสนใจ 2. ซักถาม 3. การมีส่วนร่วม 4. ชิ้นงาน/ผลงาน 5. ประเมินผลงาน ผู้เรียนโดยใช้ใบงาน ที่ก าหนด 5 นาที 5 นาที ห้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการ น ก าไร และการท าบัญชี กคิดต้นทุน ก าไร และ รัวเรือน 1. ใบความรู้และใบ งานการค านวณต้นทุน ก าไร 2. ใบความรู้และใบ งานการท าบัญชี ครัวเรือน 5 นาที 10 นาที ผู้เรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทางการตลาดในยุค 1. ใบความรู้ช่อง ทางการจัดการ การตลาด 5 นาที 20 18
17 ใบควำมรู้
18 -
19
20 ใบงำน แบบบันทึกกำรท ำเทียนหอมแฟนซีขนมไทย ค ำชี้แจง....ให้ผู้เรียนจดบันทึก ขั้นตอน กำรท ำเทียนหอมแฟนซีขนมไทย ระหว่ำงที่วิทยำกรบรรยำย วัสดุอุปกรณ์ ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ .................................................................................................................................. ....................................... ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ....................................................................................................................................... .................................. ขั้นตอนกำรท ำ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ................................................................................................................................ ......................................... ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ........................................................................................................................................ ................................. .................................................................................................. ....................................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ............................................................................................................................................ ............................. ............................................................................................................................. ............................................
21 ใบควำมรู้ กำรบรรจุหีบห่อ การบรรจุหีบห่อ หมายถึง การน าเอาวัสดุเช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ ไม้ ประกอบเป็น ภาชนะหุ้มห่อสินค้า เพื่อประโยชน์ในการใช้สอย การค้า ความสวยงาม ดึงดูดความสนใจ ท าให้เกิดความ พึงพอใจจากผู้ซื้อสินค้า วัตถุประสงค์หลักของกำรบรรจุหีบห่อ 1. เพื่อป้องกันสินค้า ไม่ให้แตก หัก บุบสลาย 2. เพื่อสะดวกต่อการจ าหน่าย 3. เพื่อประชาสัมพันธ์ และดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อ ส าหรับการบรรจุหีบห่อ สิ่งที่ต้องค านึงถึงคือการเลือกซื้อวัสดุที่จะใช้ในการบรรจุหีบห่อที่จะไม่ ปิดบังความสวยงามของสินค้า และเป็นที่สนใจของผู้ซื้อ เช่น 1. บรรจุในกล่องกระดาษ หรือกล่องพลาสติก ที่โชว์ให้เห็นตัวสินค้า 2. บรรจุในถุงพลาสติกใสที่ตกแต่งด้วยโบว์สวยงาม 3. ใส่ถุงผ้าโปร่ง ฯลฯ
22 ใบควำมรู้ กำรค ำนวณต้นทุน ก ำไร การค านวณต้นทุนเป็นส่วนหนึ่งของระบบบัญชีและการเงินของกิจการ เป็นการบันทึกการวัดผล และรายงานข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนของสินค้าของกิจการโดยทั่วไป การค านวณต้นทุนจะใช้เวลา และลงรายละเอียดมากในกิจการที่ผลิตสินค้า แต่ไม่ได้หมายความว่ากิจการประเภทอื่น เช่น กิจการขายส่ง ขายปลีกร้านอาหาร หรือบริการต่าง ๆ ไม่มีความส าคัญในการที่ต้องค านวณต้นทุน การค านวณต้นทุน สามารถน าไปใช้ได้ในทุกกิจการเพราะมีความส าคัญต่อการบริหารจัดการธุรกิจ ดังนี้ 1. เพื่อให้ทราบถึงต้นทุนการผลิตและต้นทุนขายของธุรกิจ 2. เพื่อสามารถน าต้นทุนทั้งหมดของกิจการมาเปรียบเทียบกับรายได้จากการขาย เพื่อจะได้ทราบ ว่ามีก าไรหรือขาดทุนในการขายสินค้า 3. เพื่อค านวณหรือตีราคาสินค้าคงเหลือที่ขายได้ไม่หมดว่ามีมูลค่าเท่าไหร่ 4. เพื่อใช้ในการวางแผนและควบคุมการซื้อสินค้า และจัดท างบประมาณในการซื้อสินค้า รวมทั้ง ต่อรองราคากับผู้ขายวัตถุดิบ 5. เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าสินค้าใดควรขายต่อไปและสินค้าใดควรเลิกขาย (ในกรณีที่ผู้ผลิตมีสินค้า หลายชนิด) ต้นทุนแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ 1. ต้นทุนผันแปร คือต้นทุนที่ผันแปรตามจ านวนหน่วยที่ผลิตหรือขาย เช่น วัตถุดิบ ค่าแรงทางตรง ค่าใช้จ่ายในการผลิตทางตรง เป็นต้น 2. ต้นทุนคงที่ คือต้นทุนที่เกิดขึ้นไม่ว่ากิจการจะได้ขายสินค้าหรือไม่ ต้นทุนนี้จะไม่เปลี่ยนแปลง ตามจ านวนหน่วยที่ผลิตหรือขาย เช่น เงินเดือนพนักงานหน้าร้าน ค่าเช่าร้าน ค่าเสื่อมราคา ค่าประกันภัย เป็นต้น ดังนั้น ต้นทุนการผลิตจะประกอบไปด้วยวัตถุดิบ + ค่าแรงงาน + ค่าใช้จ่ายในการผลิต ซึ่งทั้งสาม รายการนี้เป็นเพียงส่วนของการผลิตเท่านั้น หากจะคิดต้นทุนรวมของสินค้าแล้วจ าเป็นต้องน าค่าใช้จ่าย ในการขายและด าเนินการมารวมด้วยเช่น เงินเดือน ค่าคอมมิชชั่นพนักงานขายค่าแรงพนักงานขายหน้าร้าน ค่าการตลาด (โฆษณา แผ่นพับ) ค่าเช่าส านักงานและร้าน ค่าไฟฟ้าและน้ าประปา ค่าโทรศัพท์ค่าน้ ามันรถ ดอกเบี้ย ค่าเช่ารถ ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ฯลฯ เพื่อการค านวณต้นทุนให้ใกล้เคียงความจริง หากค านวณแค่ วัตถุดิบค่า แรงงาน และค่าน้ า ค่าไฟฟ้า ก็อาจท าให้ได้ต้นทุนสินค้าที่น้อยกว่าความเป็นจริงและมีผลท าให้ ตั้งราคาขายที่ต่ าไป อาจท าให้ขาดทุนได้ การค านวณแบบง่ายเหมาะส าหรับผู้ประกอบการรายเล็กที่มีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์น้อยชนิด อาจขายเพียงน้ าพริก หรือแชมพูก็ได้ซึ่งเหมาะกับการค านวณสินค้าประเภท OTOP ที่มีความชัดเจนใน เรื่องการใช้วัตถุดิบ ค่าแรงงานต่อรอบ การผลิตและไม่มีการเก็บสต๊อกวัตถุดิบไว้ การค านวณจ าเป็นต้องคิด เพื่อให้ทราบถึงต้นทุนผลิตต่อหน่วย และน าต้นทุนผลิตไปรวมกับค่าใช้จ่ายในการด าเนินการ เพื่อให้ทราบถึง ต้นทุนรวมของสินค้าอีกครั้งหนึ่ง
23 ตัวอย่ำงกำรคิดต้นทุน ก ำไร กำรผลิต และค่ำใช้จ่ำยในกำรท ำเทียนหอมแฟนซีขนมไทย วัน เดือน ปี รำยกำร จ ำนวนสิ่งของ จ ำนวนเงิน (บำท) หมำยเหตุ ค่ำใช้จ่ำย (ต้นทุน) การก าหนดราคา ขาย คิดจากต้นทุน + ก าไรที่ต้องการ ก าไร 530 บาท พาราฟิน 500 กรัม 250 พี อี แวกซ์ 50 กรัม 50 ไมโคแวกซ์ 50 กรัม 50 ไส้เทียน 10 อัน 10 ค่าวัสดุสิ้นเปลือง (หัว น้ าหอม สี) 50 ค่าแรง ชั่วโมง ละ 40 บาท 3 ชั่วโมง 120 รวมค่ำใช้จ่ำย 530 รำยได้จำกกำรขำย 20 ชิ้น ๆ ละ 53 บาท 1,060 การก าหนดราคาขายต่อหน่วย ดังนี้ 1. ก าหนดก าไรที่ต้องการได้จากต้นทุน X (ก าไรที่ต้องการ÷ ด้วย 100) ตัวอย่ำงเช่น ชิ้นงานเทียนหอมข้าวต้มมัด จากต้นทุน 530 บาท ต้องการก าไรร้อยละ 100 ดังนั้น ก าไรที่ต้องการ = 530 X 100 ÷ 100 = 530 2. การก าหนดราคาขายต่อหน่วย ได้มาจากต้นทุน + ก าไร ÷ ด้วยจ านวนหน่วย 530+530 ÷ 20 = 53 บาท หมำยเหตุ การก าหนดก าไรที่ต้องการขึ้นอยู่กับสิ่งเหล่านี้ด้วย เช่น ราคาตลาด ลักษณะของสินค้าและบริการ เป็นสินค้าหายาก เป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม หรือมีฤดูกาลเข้ามาเกี่ยวข้องก็สามารถที่จะก าหนดก าไรที่ต้องการ สูงได้ การตั้งราคาให้สามารถแข่งขันได้นั้นต้องอยู่บนพื้นฐานความสมดุลระหว่างความพึงพอใจของผู้ซื้อและ ผู้ขายด้วย ถ้าสินค้าโดยทั่วไปมีขายกันแพร่หลาย มีคู่แข่งมากก็ต้องก าหนดก าไรน้อยลงไป
24 ใบงำน กำรคิดต้นทุน ก ำไร ผู้เรียน/กลุ่ม.................................................................................................................................................. เรื่อง.............................................................................................................................................................. วัน เดือน ปี รำยกำร จ ำนวนสิ่งของ จ ำนวนเงิน (บำท) หมำยเหตุ ค่าใช้จ่าย (ต้นทุน) .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. 1. ให้ก าหนดก าไรที่ ต้องการเป็นร้อยละก่อน 2. แล้วค านวณหาราคาต่อ หน่วยจึงจะทราบรายได้ 3. น ารายได้ที่ได้มาใส่ ตารางนี้ รวมค่ำใช้จ่ำย รายได้จากการขาย .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. .................................................. รวมรำยได้ 1. ก าไรที่ต้องการ = ต้นทุน x ( ร้อยละของก าไรที่ต้องการหารด้วย 100 ) 2. ก าหนดราคาขายต่อหน่วย = ต้นทุน + ก าไร = ____________ จ านวนหน่วย
25 ใบควำมรู้ ช่องทำงกำรตลำด ช่องทางการตลาด เป็นส่วนส าคัญอย่างมากในการด าเนินธุรกิจ ช่องทางการตลาดหรือช่องทางการ จัดจ าหน่ายมีความหมายเดียวกันซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ P ของส่วนประสมการตลาด (Marketing mix) ที่นักการ ตลาดนิยมน าส่วนประสมทั้งสี่มาวางเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดและการขายในยุคปัจจุบัน ดังนั้นช่องทางการ จัดจ าหน่าย (Marketing channel) จึงถูกเข้ารวมอยู่ใน P = Place นั่นคือ สถานที่ขายแหล่งขาย ช่องทางการขายสินค้านั่นเอง สินค้าแต่ละชนิดอาจมีช่องทางขายที่แตกต่างกันไป สินค้าอุปโภค มีช่องทาง การขายผ่านร้านสะดวกซื้อ อาหารสดก็มีช่องทางการขายหน้าร้านหรือหน้าบ้านของผู้ผลิต อุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ เสื้อผ้าส าเร็จรูปอาจใช้ช่องทางการขายได้หลายช่องทาง เช่น ขายทางออนไลน์ ขายหน้าร้าน ตนเอง ขายในตลาดนัด ขายในห้างสรรพสินค้า มีการแบ่งช่องทางการจ าหน่าย ในยุคปัจจุบันได้แบ่งเป็น ประเภทใหญ่ ๆ 2 ประเภทคือ 1. ช่องทางการจ าหน่ายทางตรง คือผู้ผลิตขายสินค้าไปยังผู้ใช้หรือผู้บริโภคด้วยตนเอง 2. ช่องทางการจ าหน่ายทางอ้อม คือผู้ผลิตขายสินค้าผ่านตัวกลาง ตัวแทนจ าหน่าย ร้านค้าส่ง และร้านค้าปลีกเพื่อจ าหน่ายไปยังผู้ใช้หรือผู้บริโภค ช่องทางการจ าหน่ายทั้งสองประเภทนี้ยังแบ่งเป็นช่องทางขายได้อีกหลายช่องทางโดยจะกล่าวถึง ช่องทางขายที่ส าคัญดังต่อไปนี้ ช่องทำงจ ำหน่ำยทำงตรงมีช่องทำงขำย ดังนี้ 1. ขายผ่านหน้าร้านแบบไม่เคลื่อนที่ เป็นการขายผ่านหน้าร้าน สาขาทั้งเป็นร้านค้าของตนเอง หรือเช่าหน้าร้านตามห้างสรรพสินค้า Modern trade เช่าพื้นที่ขายในปั้มน้ ามัน ขายออกบูทตามงานแสดง สินค้า เช่าพื้นที่ในอาคารส านักงาน เป็นต้น 2. ขายผ่านหน้าร้านที่เคลื่อนที่ไปมา เช่น ขายผลไม้ในรถบรรทุก ที่ย้ายไปขายตามสถานที่ต่าง ๆ ได้ตามความต้องการ เปิดท้ายขายของตามตลาดนัดต่าง ๆ หาบเร่แผงลอย เป็นการขายแบบอิสระ เปลี่ยน เส้นทางขายบ้าง เปลี่ยนสินค้าขายบ้าง สินค้าที่ขายอาจเป็นสินค้าตามฤดูกาล หรือเป็นสินค้าที่ผู้ขายไปหา ซื้อได้มาในช่วงเวลานั้น ๆ 3. ขายผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อออนไลน์การขายลักษณะ E-commerce นี้จะขายผ่านหน้า โฮมเพจของตนเองโดยมีตะกร้าให้ซื้อ และมีการโอนเงินก่อนซื้อซึ่งมีบริษัทหลายแห่งเพิ่มช่องทางการขาย ทางอิเล็กทรอนิกส์จ านวนมาก เช่น 7-11 ขายโดยให้ลูกค้าเลือกซื้อใน 7-Catalogue ส าหรับการขายผ่าน Social media เป็นการขายที่นิยมกันในกลุ่มคนที่ยังท างานประจ า และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และ กลุ่มอาชีพอิสระที่ต้องการขายสินค้าเป็นอาชีพเสริม การขายประเภทนี้จะขายผ่าน Facebook Intragram Line 4. ขายผ่านสื่อการขายที่เป็นอุปกรณ์ทันสมัย เช่น ขายผ่านโทรศัพท์มือถือ ผ่านเครื่องเอทีเอ็ม ผ่านตู้หยอดเหรียญต่าง ๆ เช่น น้ าอัดลม กาแฟ เกมส์ เครื่องกดน้ าดื่ม เครื่องซักผ้า ฯลฯ การขายผ่าน เครื่องใช้เหล่านี้ท าให้ประหยัดเรื่องแรงงานคนท าให้ต้นทุนการขายต่ าไปด้วย 5. ขายผ่านพนักงานขาย แม้ว่าการขายผ่านพนักงานจะเป็นวิธีเก่าที่ใช้กันมานานแต่ก็เป็นวิธีที่ดี ที่สุดส าหรับสินค้าที่ขายให้กับอุตสาหกรรมเพราะต้องการการสาธิต การอธิบายวิธีการใช้และรายละเอียด คุณสมบัติของสินค้า สินค้าใหม่ที่ต้องการการอธิบายและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จ าเป็นต้องใช้การขาย ผ่านพนักงานขายเพื่อให้รู้จักสินค้าและทราบถึงคุณสมบัติของสินค้าก่อน นอกจากนั้นการขายผ่านพนักงาน ขายท าให้กิจการได้รับ Feedback จากลูกค้าว่าพอใจหรือไม่พอใจในสินค้าของกิจการซึ่งท าให้เจ้าของ กิจการน ามาปรับปรุงแก้ไขได้ภายหลัง
26 ช่องทำงกำรจ ำหน่ำยโดยอ้อมมีช่องทำงกำรขำย ดังนี้ 1. ขายผ่านตัวแทนจ าหน่าย สินค้าจ าเป็นต้องมีการแต่งตั้งตัวแทนขายเพื่อกระจายสินค้าได้ทั่ว ประเทศ เช่น รถยนต์ เครื่องจักรต่าง ๆ ยางรถยนต์ อะไหล่รถยนต์ สินค้าบางประเภทจ าเป็นต้องมีตัวแทน จ าหน่ายหากผู้ผลิตไม่เชี่ยวชาญในการตลาดแต่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตมากกว่า การขายผ่านตัวแทนยัง เหมาะกับการขายสินค้าที่เป็นบริการ เช่น ขายกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์และประกันชีวิต เป็นต้น 2. ขายผ่านคนกลางทั้งผู้ค้าส่งหรือผู้ค้าปลีก ส าหรับผู้ผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภคมักจะใช้วิธีการ ขายผ่านผู้ค้าส่งตามอ าเภอ และจังหวัดต่าง ๆ เพื่อกระจายสินค้า ส าหรับผู้ผลิตรายเล็กก็อาจขายผ่าน ผู้ค้าปลีกที่ขายตรงให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ 3. ขายผ่านระบบแฟรนไชส์ผู้ผลิตที่มีการขายแฟรนไชส์ให้กับบุคคลภายนอกสามารถใช้วิธีการขาย ผลิตภัณฑ์ผ่านเครือข่ายหรือแฟรนไชส์ของตนเองได้ เช่น ราชาบะหมี่ ชายสี่บะหมี่เกี้ยว ข้าวมันไก่มิดไนท์ เป็นต้น ส าหรับผู้ประกอบการที่ด าเนินธุรกิจส่งออกสินค้าไปต่างประเทศก็มีช่องทางการขายสองทาง เช่นกันคือ เป็นผู้ส่งออกเองโดยขายตรงให้กับลูกค้าและอีกทางหนึ่งคือขายสินค้าผ่าน trader ที่เป็นตัวกลาง ขายสินค้าให้กับต่างประเทศ ปัจจุบันธุรกิจขนาดใหญ่มักใช้ช่องทางการขายทั้งทางตรงและทางอ้อมร่วมไป ด้วยกันโดยขายผ่านหน้าร้าน ผ่านสื่อออนไลน์ ผ่านสาขา ผ่านตัวแทนจ าหน่าย และใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ ในการ ส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวางเพื่อท าให้ธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
27 แบบวัดและประเมินผลกำรท ำเทียนหอมแฟนซีขนมไทย ประเด็นที่เกี่ยวข้อง 1. ทักษะกำรใช้วัสดุ อุปกรณ์ 1.1 เลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ ได้เหมาะสมกับประเภท 1.2 ท าความสะอาด บ ารุงรักษาและจัดเก็บวัสดุ อุปกรณ์ได้อย่างถูกต้อง 2. ทักษะกำรประดิษฐ์ ออกแบบ และควำมคิดสร้ำงสรรค์ 2.1 ออกลักษณะ ให้เหมาะสมกับกระถางและงานที่ให้ 2.2 มีความคิดสร้างสรรค์ และสวยงาม 3. ทักษะกำรปฏิบัติ 3.1 ปฏิบัติได้ตามคุณลักษณะและมีเทคนิควิธีการที่ถูกต้อง 4. ทักษะกำรน ำเสนอ 4.1 น าเสนอผลงานได้อย่างเหมาะสม
28 ใบงำน แบบประเมินผลงำนผู้เรียน ชื่อ - นามสกุล .......................................................................................................………………............…. หลักสูตร ............................................................................... กลุ่ม……………….………………...................... ค ำชี้แจง : ให้ผู้ประเมินขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ประเด็นที่ประเมิน ผู้ประเมิน ตนเอง เพื่อน วิทยำกร 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 1. ทักษะกำรใช้วัสดุ อุปกรณ์ 1.1 เลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ ได้เหมาะสมกับประเภทและปริมาณ 1.2 ท าความสะอาด บ ารุงรักษาและจัดเก็บวัสดุ อุปกรณ์ ได้อย่าง ถูกต้อง 2. ทักษะกำรประดิษฐ์ ออกแบบ และควำมคิดสร้ำงสรรค์ 2.1 ออกลักษณะต้น ใบ และผล เหมาะสมกับตัววัสดุ 2.2 มีความคิดสร้างสรรค์ และสวยงาม 3. ทักษะกำรปฏิบัติ 3.1 ปฏิบัติได้ตามคุณลักษณะ 3.2 มีเทคนิควิธีการที่ถูกต้อง 4. ทักษะกำรน ำเสนอ 4.1 มีการน าเสนอได้อย่างเหมาะสม 5. การบรรจุหีบห่อ 5.1 จัดท าหรือจัดหาบรรจุหีบห่อได้อย่างเหมาะสม 6. คิดต้นทุน ก าไร 6.1 คิดต้นทุน ก าไร ก าหนดราคาขายได้ถูกต้อง รวม รวมทุกรำยกำร เฉลี่ย ผู้ประเมิน ...........................................................(ตนเอง) ผู้ประเมิน .......................................................... (เพื่อน) ผู้ประเมิน ................................................................ (วิทยากร)
29 แบบประเมินผลกำรจัดกำรศึกษำและฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรวิชา.................................................................................... จ านวน.......................... ......ชั่วโมง ระหว่างวันที่..........เดือน......................พ.ศ..................ถึงวันที่..........เดือน......................พ.ศ.................. สถานที่จัด ณ................................................................................................................. .................... เกณฑ์กำรให้คะแนนประเมินผลกำรจัดกำรศึกษำและฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น ศูนย์วงเดือน อำคมสุรทัณฑ์ 1. ควำมรู้ควำมเข้ำใจในเนื้อหำสำระ 20 คะแนน 1.1 แบบทดสอบ (20 คะแนน) 2. ทักษะกำรปฏิบัติ 40 คะแนน 2.1 การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ (10 คะแนน) 2.1.1 การจัดเตรียมวัสดุ (5 คะแนน) 2.1.2 การจัดเตรียมอุปกรณ์ (5 คะแนน) 2.2 ปฏิบัติตามขั้นตอน (20 คะแนน) 2.2.1 ปฏิบัติตามขั้นตอน (5 คะแนน) 2.2.2 ปฏิบัติงานเสร็จตามเวลา (5 คะแนน) 2.2.3 ปฏิบัติงานด้วยความสะอาดเรียบร้อย (5 คะแนน) 2.2.4 ปฏิบัติงานด้วยความคล่องแคล่ว (5 คะแนน) 2.3 มีทักษะในการท างานเป็นทีม (10 คะแนน) 2.3.1 การเคารพกฎ กติกา และการยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น (5 คะแนน) 2.3.2 การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น (5 คะแนน) 3. คุณภำพของผลงำน/ผลกำรปฏิบัติงำน (40 คะแนน) 3.1 ผลงาน/ชิ้นงาน เป็นไปตามที่หลักสูตรก าหนด (30 คะแนน) 3.1.1 คุณภาพของชิ้นงาน (10 คะแนน) 3.1.2 องค์ประกอบของชิ้นงาน (10 คะแนน) 3.1.3 การตกแต่ง/บรรจุภัณฑ์ของชิ้นงาน (10 คะแนน) 3.2 การน าเสนอผลงาน/ชิ้นงาน (10 คะแนน) ระดับผลกำรเรียน การตัดสินผลการเรียนให้น าคะแนนระหว่างการจัดการเรียนการสอนรวมกับคะแนนจาก แบบทดสอบหลังเรียนแล้วน าไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่ก าหนด เพื่อให้ค่าระดับผลการเรียนทั้ง 5ระดับ ดังนี้ 1. ได้คะแนน 80 – 100 ได้เกรด 4 หมายถึง ดีมาก 2. ได้คะแนน 70 - 79 ได้เกรด 3 หมายถึง ดี 3. ได้คะแนน 60 - 69 ได้เกรด 2 หมายถึง ปานกลาง 4. ได้คะแนน 50 - 59 ได้เกรด 1 หมายถึง ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ าที่ก าหนด 5. ได้คะแนน 0 - 49 ได้เกรด 0 หมายถึง ต่ ากว่าเกณฑ์ที่ก าหนด
ล ำดับ ที่ เลขประจ ำตัว ประชำชน ชื่อ – สกุล 1. ควำมรู้ควำมเข้ำใจ ในเนื้อหำสำระ 20 คะแนน 2. ทั1.1 แบบ ทดสอบ (20) 2.1 กำรเตรียม วัสดุอุปกรณ์ (10) 2.1.1 (5) 2.1.2 (5) 2.2.1 (5) ลงชื่อ..................................................วิทยากร (......................................................) ลงชื่อ......................................... (..........................................
30 ทักษะกำรปฏิบัติ 40 คะแนน 3. คุณภำพของผลงำน ผลกำรปฏิบัติงำน 40 คะแนน รวม 100 คะแนน ผลกำรเรียน 2.2 ปฏิบัติตำมขั้นตอน (20) 2.3 มีทักษะใน กำรท ำงำนเป็น ทีม (10) 3.1 ผลงำน/ชิ้นงำน เป็นไปตำมที่หลักสูตร ก ำหนด (30) 3.2 กำรน ำเสนอ ผลงำน/ชิ้นงำน (10) 2.2.2 (5) 2.2.3 (5) 2.2.4 (5) 2.3.1 (5) 2.3.2 (5) 3.1.1 (5) 3.1.2 (5) 3.1.3 (5) ..........หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ .............) ลงชื่อ..................................................ผู้อนุมัติ (......................................................)
31
32
33 แบบทดสอบก่อนเรียน หลักสูตรกำรท ำเทียนหอมแฟนซีขนมไทย ชื่อ – สกุล.......................................................................................................................................... ค ำชี้แจง โปรดท ำเครื่องหมำย หน้ำข้อควำมที่ถูก และท ำเครื่องหมำย หน้ำข้อควำมที่ผิด .............. 1. วัสดุที่ใช้ในการท าเทียนหอม ประกอบด้วย พาราฟิน ไมโคแวกซ์ และพี อี แวกซ์ .............. 2. อัตราส่วนในการใส่ ไมโคแวกซ์ และพี อี แวกซ์20% ของน้ าหนักพาราฟิน .............. 3. พี อี แวกซ์ มีลักษณะเป็นเกล็ดสีขาว มีคุณสมบัติเพื่อจุดเทียนให้ติดทนนาน .............. 4. ไมโคแวกซ์ มีลักษณะเป็นก้อนแข็ง สีน้ าตาล คล้ายเนยแข็ง มีคุณสมบัติเพื่อให้เนื้อเทียนนิ่ม เหนียว เป็นมัน ง่ายต่อการปั้น .............. 5. ในการใช้ความร้อนเพื่อละลายเทียน สามารถใช้ได้เฉพาะเตาไฟฟ้าเท่านั้น .............. 6. ไส้เทียนที่ดี ควรเป็นเส้นด้ายดิบผลิตจากเส้นฝ้าย 100% .............. 7. สามารถใช้สีผสมอาหาร ใส่ลงในพาราฟิน เพื่อช่วยเพิ่มสีสันให้กับเทียนได้ .............. 8. ไม้จิ้มฟัน ใช้ส าหรับตกแต่งและปักไส้เทียนบนตัวชิ้นงาน .............. 9. สิ่งที่ควรค านึงถึงมากที่สุดในการท าเทียนหอมแฟนซีขนมไทย คือ สี และรูปร่างของชิ้นงาน ให้ ใกล้เคียงกับของจริงมากที่สุด .............. 10. สูตรการค านวณราคาขายต่อชิ้น = ต้นทุนรวมต่อชิ้น + % ก าไรที่ต้องการ เฉลย 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10.
34 แบบทดสอบหลังเรียน หลักสูตรกำรท ำเทียนหอมแฟนซีขนมไทย ชื่อ – สกุล.......................................................................................................................................... ค ำชี้แจง โปรดท ำเครื่องหมำย หน้ำข้อควำมที่ถูก และท ำเครื่องหมำย หน้ำข้อควำมที่ผิด .............. 1. วัสดุที่ใช้ในการท าเทียนหอม ประกอบด้วย พาราฟิน ไมโคแวกซ์ และพี อี แวกซ์ .............. 2. อัตราส่วนในการใส่ ไมโคแวกซ์ และพี อี แวกซ์20% ของน้ าหนักพาราฟิน .............. 3. พี อี แวกซ์ มีลักษณะเป็นเกล็ดสีขาว มีคุณสมบัติเพื่อจุดเทียนให้ติดทนนาน .............. 4. ไมโคแวกซ์ มีลักษณะเป็นก้อนแข็ง สีน้ าตาล คล้ายเนยแข็ง มีคุณสมบัติเพื่อให้เนื้อเทียนนิ่ม เหนียว เป็นมัน ง่ายต่อการปั้น .............. 5. ในการใช้ความร้อนเพื่อละลายเทียน สามารถใช้ได้เฉพาะเตาไฟฟ้าเท่านั้น .............. 6. ไส้เทียนที่ดี ควรเป็นเส้นด้ายดิบผลิตจากเส้นฝ้าย 100% .............. 7. สามารถใช้สีผสมอาหาร ใส่ลงในพาราฟิน เพื่อช่วยเพิ่มสีสันให้กับเทียนได้ .............. 8. ไม้จิ้มฟัน ใช้ส าหรับตกแต่งและปักไส้เทียนบนตัวชิ้นงาน .............. 9. สิ่งที่ควรค านึงถึงมากที่สุดในการท าเทียนหอมแฟนซีขนมไทย คือ สี และรูปร่างของชิ้นงาน ให้ ใกล้เคียงกับของจริงมากที่สุด .............. 10. สูตรการค านวณราคาขายต่อชิ้น = ต้นทุนรวมต่อชิ้น + % ก าไรที่ต้องการ เฉลย 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10.
35 บรรณำนุกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม. (2561). ช่องทางการขายในยุคปัจจุบัน. สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2565, จาก https://bsc.dip.go.th/th/category/marketing2/fs-salechannelpresent กราฟฟิกโปรดิวซ์. (2561). หลักการออกแบบบรรจุภัณฑ์. สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2565, จาก http://www.graphicproduce.com/knowledgedetail.php?no=19 อารีย์ ไกรทอง(2551).ท าเทียนหอมแฟนซีขนมไทย(ครั้งที่พิมพ์ 1).กรุงเทพทหานคร:โรพิมพ์มิตรสัมพันธ์ จ ากัด. เศรษฐมันตร์ กาญจนกุล. (2553). เทียนหอมแฟนซีขนมไทย. กรุงเทพฯ: เศรษฐศิลป์. สุนิสา จันทร์เลขา. (2548). หลักการตลาด. เข้าถึงเมื่อ 16 เมษายน 2550. เข้าถึงได้จาก http://www.lpru.ac.th/webpage tec/sunisa/index.htm บุษรัตน์ ตันกิตติกร (2537), เทียนหอมขนมไทย. กรุงเทพฯ: เอ็มเอสไอ
36 คณะผู้จัดท ำหลักสูตร ที่ปรึกษำ นางอุทัยวรรณ โพธิ์กระจ่าง ผู้อ านวยการศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ คณะที่ปรึกษำจัดท ำหลักสูตร นายเชาวฤทธิ์ จงเกษกรณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวัดผลและประเมินผล นางอุมาพร แขดอน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านอาชีพ ผู้จัดท ำหลักสูตร นางวัชรินทร์ พลอยส่งศรี ครู นายบดินทร์ภัทร์ พุ่มพันธ์วงศ์ ครู นางรุ่งนภา ศรีชัย ครู นางสาวพัฒนีนาถ ภักดีอักษร ครู นายวิทวัส เทียนข า ครู นางสาวดาววดี เครืออ่อน นักจัดการงานทั่วไป นางสาวนุชจรี หอมสมบัติ นักวิชาการเงินและบัญชี นายสิทธิชัย ศาสตร์ประสิทธิ์ นักจัดการงานทั่วไป นายสมเกียรติ หน่วงกลาง นักวิชาการศึกษา นางสุรีย์รัตน์ แพ่งประสิทธิ์ เจ้าพนักงานธุรการ นายดนัย สดุดี เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี นางสาวอุนนดา ชูรัศมี นักวิชาการศึกษา นางสาวสุวิมล อินเฉียน นักวิชาการพัสดุ นางสาวณัฐกานต์ ครุธพันธ์ นักจัดการงานทั่วไป นางสาวศิริพร เกตุประทุม เจ้าหน้าที่เกษตร รูปเล่ม / หน้ำปก นายบดินทร์ภัทร์ พุ่มพันธ์วงศ์ ครู นายสิทธิชัย ศาสตร์ประสิทธิ์ นักจัดการงานทั่วไป