The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรภาษาไทย ป.6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kamol Studio, 2022-09-25 00:23:25

หลักสูตรภาษาไทย ป.6

หลักสูตรภาษาไทย ป.6

การวิเคราะห์หลกั สตู ร
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชว้ี ัด
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย

ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๖

นางสาวกมลพร รามสันเทยี ะ

ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะชานาญการพิเศษ
โรงเรยี นบา้ นดอนด่านใน

สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต ๕

หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

วิสัยทศั น์
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน มุง่ พัฒนาผเู้ รยี นทุกคน ซงึ่ เปน็ กำลังของชาติให้เป็น

มนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพล
โลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้
และทักษะพื้นฐาน รวมท้ัง เจตคติ ที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษา
ตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนา
ตนเองได้เต็มตามศักยภาพ

หลกั การ
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน มหี ลักการที่สำคญั ดังนี้
๑. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพ่ือความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐาน

การเรียนรู้เป็นเป้าหมายสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรม
บนพื้นฐานของความเป็นไทยควบคูก่ ับความเป็นสากล

๒. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่าง
เสมอภาค และมคี ุณภาพ

๓. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอำนาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัด
การศกึ ษาใหส้ อดคล้องกบั สภาพและความต้องการของท้องถ่ิน

๔. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยืดหยุ่นทั้งด้านสาระการเรียนรู้ เวลา และ
การจัดการเรยี นรู้

๕. เป็นหลกั สตู รการศกึ ษาทเี่ น้นผู้เรยี นเป็นสำคญั
๖. เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย
ครอบคลุมทกุ กลมุ่ เปา้ หมาย สามารถเทยี บโอนผลการเรียนรู้และประสบการณ์

จดุ หมาย
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสขุ

มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกำหนดเป็นจุดหมายเพื่อให้เกิดกับผู้เรียน
เม่ือจบการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน ดงั นี้

๑. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและ
ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ
พอเพียง

๒. มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยีและ
มที กั ษะชวี ิต

๓. มีสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจิตที่ดี มีสขุ นสิ ัย และรักการออกกำลงั กาย

๔. มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและ
การปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมขุ

๕. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนา
สิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่มุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคม
อยา่ งมคี วามสขุ

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้

มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ดังน้ี

สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน มงุ่ ให้ผู้เรยี นเกดิ สมรรถนะสำคัญ ๕ ประการ ดังนี้
๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการ
ใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเอง เพื่อแลกเปลี่ยน
ข้อมูลข่าวสาร และประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจา
ต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลัก
เหตุผลและความถกู ต้อง ตลอดจนการเลอื กใชว้ ิธกี ารส่ือสาร ท่ีมปี ระสิทธภิ าพโดยคำนึงถึงผลกระทบท่ี
มตี ่อตนเองและสังคม
๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์
การคิดอยา่ งสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเปน็ ระบบ เพอ่ื นำไปสูก่ ารสร้าง องค์
ความรู้หรอื สารสนเทศเพ่ือการตดั สนิ ใจเกีย่ วกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ
ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ
เข้าใจความสมั พันธ์และการเปลย่ี นแปลงของเหตุการณต์ ่าง ๆ ในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยกุ ต์ความรู้ มา
ใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบ ท่ี
เกิดขน้ึ ตอ่ ตนเอง สังคมและส่งิ แวดล้อม
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไป
ใช้ในการดำเนนิ ชีวิตประจำวัน การเรียนรูด้ ้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนือ่ ง การทำงานและการ
อยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความ
ขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม
และการรู้จักหลกี เลย่ี งพฤตกิ รรมไม่พึงประสงค์ที่สง่ ผลกระทบต่อตนเองและผู้อืน่
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้าน
ต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การ
ส่อื สาร การทำงาน การแกป้ ัญหาอยา่ งสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม

คุณลักษณะอันพึงประสงค์
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์

เพือ่ ใหส้ ามารถอย่รู ว่ มกับผอู้ ่ืนในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้
๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
๒. ซ่อื สตั ย์สุจริต
๓. มวี นิ ยั
๔. ใฝเ่ รียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๖. มุ่งมั่นในการทำงาน
๗. รักความเปน็ ไทย
๘. มจี ิตสาธารณะ
นอกจากนี้ สถานศึกษาสามารถกำหนดคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์เพิ่มเติมให้สอดคล้องตาม

บรบิ ทและจุดเนน้ ของตนเอง
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย

ทำไมต้องเรยี นภาษาไทย

ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ
และเสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เปน็ เครอ่ื งมอื ในการตดิ ตอ่ ส่ือสารเพ่ือสร้าง
ความเข้าใจและความสัมพันธท์ ีด่ ีต่อกนั ทำให้สามารถประกอบกจิ ธุระ การงาน และดำรงชวี ิตร่วมกัน
ในสังคมประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์จาก
แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศต่างๆ เพ่อื พฒั นาความรู้ พัฒนากระบวนการคิดวเิ คราะห์ วจิ ารณ์ และสรา้ งสรรค์
ใหท้ ันตอ่ การเปล่ียนแปลงทางสังคม และความก้าวหน้าทางวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใช้
ในการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเป็นสื่อแสดงภูมิปัญญาของบรรพ
บุรุษด้านวัฒนธรรม ประเพณี และสุนทรียภาพ เป็นสมบัติล้ำคา่ ควรแก่การเรียนรู้ อนุรักษ์ และ
สืบสานใหค้ งอย่คู ู่ชาตไิ ทยตลอดไป

เรียนรอู้ ะไรในภาษาไทย

ภาษาไทยเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนจนเกิดความชำนาญในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร การ
เรียนรอู้ ย่างมีประสิทธภิ าพ และเพื่อนำไปใชใ้ นชวี ิตจริง

• การอา่ น การอ่านออกเสียงคำ ประโยค การอ่านบทร้อยแก้ว คำประพันธ์ชนดิ ต่างๆ
การอ่านในใจเพื่อสร้างความเข้าใจ และการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ความรู้จากสิ่งที่อ่าน เพื่อนำไป
ปรับใชใ้ นชวี ิตประจำวัน

• การเขียน การเขียนสะกดตามอักขรวิธี การเขียนสื่อสาร โดยใช้ถ้อยคำและรูปแบบต่างๆ
ของการเขียน ซึ่งรวมถึงการเขียนเรียงความ ย่อความ รายงานชนิดต่างๆ การเขียนตามจินตนาการ
วิเคราะห์วจิ ารณ์ และเขียนเชิงสร้างสรรค์

• การฟงั การดู และการพดู การฟงั และดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณ การพูดแสดงความคดิ เห็น
ความรู้สึก พูดลำดับเรื่องราวต่างๆ อย่างเป็นเหตุเป็นผล การพูดในโอกาสต่างๆ ทั้งเป็นทางการ
และไมเ่ ป็นทางการ และการพดู เพือ่ โน้มนา้ วใจ

• หลักการใช้ภาษาไทย ธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของภาษาไทย การใช้ภาษาให้ถูกต้อง
เหมาะสมกบั โอกาสและบคุ คล การแต่งบทประพันธป์ ระเภทต่างๆ และอิทธิพลของภาษาต่างประเทศ
ในภาษาไทย

• วรรณคดีและวรรณกรรม วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อศึกษาข้อมูล
แนวความคดิ คณุ คา่ ของงานประพันธ์ และความเพลิดเพลนิ การเรียนรู้และทำความเข้าใจบทเห่ บท
ร้องเล่นของเด็ก เพลงพื้นบ้านที่เป็นภูมิปัญญาที่มีคุณค่าของไทย ซึ่งได้ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด
ค่านิยม ขนบธรรมเนียมประเพณี เรื่องราวของสังคมในอดีต และความงดงามของภาษา เพื่อให้เกิด
ความซาบซง้ึ และภมู ิใจ ในบรรพบรุ ุษท่ีไดส้ ่งั สมสบื ทอดมาจนถึงปจั จบุ นั

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคดิ เพ่อื นำไปใชต้ ัดสินใจ แก้ปัญหาใน

การดำเนินชีวิตและมีนิสยั รักการอา่ น

สาระที่ ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวใน

รปู แบบตา่ งๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอย่าง
มีประสิทธิภาพ

สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ

ความรูส้ กึ ในโอกาสต่างๆ อย่างมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์

สาระท่ี ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลัง

ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ

สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น

คุณค่าและนำมาประยกุ ต์ใช้ในชีวติ จรงิ

คณุ ภาพผเู้ รยี น
หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กำหนดคุณภาพผู้เรียนเมื่อจบ

ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ และชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ ไว้ดงั นี้
จบช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓
อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง ข้อความ เรื่องสั้น ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ ได้ถูกต้อง

คล่องแคล่ว เข้าใจความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ตั้งคำถามเชิงเหตุผล ลำดับเหตุการณ์
คาดคะเนเหตุการณ์ สรุปความรู้ข้อคิดจากเรื่องท่ีอ่าน ปฏบิ ตั ิตามคำส่งั คำอธบิ ายจากเร่ืองท่ีอ่านได้
เข้าใจความหมายของข้อมูลจากแผนภาพ แผนท่ี และแผนภูมิ อ่านหนังสืออย่างสม่ำเสมอและ
มมี ารยาทในการอ่าน

มีทักษะในการคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยาย บันทึกประจำวัน เขียนจดหมาย
ลาครู เขยี นเร่อื งเกี่ยวกบั ประสบการณ์ เขียนเรือ่ งตามจินตนาการและมีมารยาทในการเขยี น

เล่ารายละเอียดและบอกสาระสำคัญ ตั้งคำถาม ตอบคำถาม รวมทั้งพูดแสดงความคิด
ความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดู พูดสื่อสารเล่าประสบการณ์และพูดแนะนำ หรือพูดเชิญชวนให้
ผู้อ่ืนปฏบิ ตั ติ าม และมีมารยาทในการฟัง ดู และพูด

สะกดคำและเข้าใจความหมายของคำ ความแตกต่างของคำและพยางค์ หน้าที่ของคำ
ในประโยค มีทักษะการใช้พจนานุกรมในการค้นหาความหมายของคำ แต่งประโยคง่าย ๆ แต่งคำ
คลอ้ งจอง แต่งคำขวญั และเลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถนิ่ ไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ

เข้าใจและสามารถสรุปข้อคิดที่ได้จากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อนำไปใช้ใน
ชีวิตประจำวัน แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีที่อ่าน รู้จักเพลงพื้นบ้าน เพลงกล่อมเด็ก ซึ่งเป็น
วัฒนธรรมของท้องถิ่น ร้องบทร้องเล่นสำหรับเด็กในท้องถิ่น ท่องจำบทอาขยานและบทร้อยกรอง
ที่มคี ุณคา่ ตามความสนใจได้

จบชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖
อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะได้ถูกต้อง อธิบายความหมาย
โดยตรงและความหมายโดยนัยของคำ ประโยค ข้อความ สำนวนโวหาร จากเรื่องที่อ่าน เข้าใจ
คำแนะนำ คำอธบิ ายในค่มู ือต่าง ๆ แยกแยะขอ้ คดิ เห็นและข้อเท็จจริง รวมทง้ั จบั ใจความสำคัญของ
เรื่องที่อ่าน และนำความรู้ความคิดจากเรื่องที่อ่านไปตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตได้ มี
มารยาทและมีนิสัยรักการอ่าน และเหน็ คณุ ค่าสงิ่ ทีอ่ า่ น

มีทักษะในการคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสะกดคำ แต่งประโยค
และเขยี นขอ้ ความ ตลอดจนเขยี นสือ่ สารโดยใช้ถ้อยคำชดั เจนเหมาะสม ใชแ้ ผนภาพ โครงเร่ืองและ
แผนภาพความคิด เพื่อพัฒนางานเขียน เขียนเรียงความ ย่อความ จดหมายส่วนตัว กรอก
แบบรายการต่างๆ เขยี นแสดงความรู้สกึ และความคดิ เหน็ เขียนเรอื่ งตามจินตนาการอยา่ งสรา้ งสรรค์
และมมี ารยาทในการเขยี น

พูดแสดงความรู้ ความคิดเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดู เล่าเรื่องย่อหรือสรุปจากเรื่องที่ฟังและ
ดูตั้งคำถาม ตอบคำถามจากเรื่องที่ฟังและดู รวมทั้งประเมินความน่าเชื่อถือจากการฟังและ

ดูโฆษณาอย่างมีเหตุผล พูดตามลำดับขั้นตอนเรื่องต่างๆ อย่างชัดเจน พูดรายงานหรือประเด็น
ค้นคว้าจากการฟงั การดู การสนทนา และพดู โนม้ น้าวได้อยา่ งมีเหตผุ ล รวมทง้ั มีมารยาทในการดูและพูด

สะกดคำและเข้าใจความหมายของคำ สำนวน คำพังเพยและสุภาษิต รู้และเข้าใจ ชนิด
และหน้าที่ของคำในประโยค ชนิดของประโยค และคำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย ใช้คำราชาศัพท์
และคำสุภาพได้อย่างเหมาะสม แต่งประโยค แต่งบทร้อยกรองประเภทกลอนส่ี กลอนสุภาพ และ
กาพยย์ านี ๑๑

เข้าใจและเห็นคุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน เล่านิทานพื้นบ้าน ร้องเพลงพื้นบ้าน
ของท้องถิ่น นำข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่านไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง และท่องจำบทอาขยาน
ตามท่กี ำหนดได้

ตัวชวี้ ัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง

สาระที่ ๑ การอา่ น

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอื่ นำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปญั หา ใน

การดำเนนิ ชวี ิต และมีนสิ ยั รักการอ่าน

ช้นั ตัวชี้วัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง

ป.๖ ๑. อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และ  การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของ

บทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง บทรอ้ ยแก้ว และบทร้อยกรอง ประกอบด้วย

๒. อธิบายความหมายของคำ ประโยค - คำทม่ี พี ยัญชนะควบกลำ้

และข้อความท่ีเป็นโวหาร - คำทมี่ ีอักษรนำ

- คำทม่ี ีตวั การันต์

- คำทม่ี าจากภาษาต่างประเทศ

- อักษรย่อและเคร่ืองหมายวรรคตอน

- วัน เดอื น ปีแบบไทย

- ข้อความที่เป็นโวหารตา่ งๆ

- สำนวนเปรียบเทียบ

 การอ่านบทรอ้ ยกรองเป็นทำนองเสนาะ

๓. อา่ นเร่ืองสนั้ ๆ อยา่ งหลากหลาย โดย  การอ่านจับใจความจากส่อื ต่างๆ เชน่

จับเวลาแล้วถามเกย่ี วกบั เร่ืองท่อี ่าน - เรอ่ื งส้ันๆ

๔. แยกขอ้ เทจ็ จริงและข้อคดิ เหน็ จากเรอื่ ง - นทิ านและเพลงพ้นื บา้ น

ที่อา่ น - บทความ

๕. อธิบายการนำความรแู้ ละความคิด จาก - พระบรมราโชวาท

เรอื่ งท่ีอ่านไปตัดสนิ ใจแกป้ ัญหา ในการ - สารคดี

ดำเนนิ ชวี ิต - เร่ืองสั้น

- งานเขยี นประเภทโน้มนา้ ว

- บทโฆษณา

- ข่าว และเหตกุ ารณ์สำคัญ

 การอ่านเร็ว

๖. อ่านงานเขยี นเชงิ อธบิ าย คำสั่ง  การอา่ นงานเขยี นเชิงอธิบาย คำสั่ง ข้อแนะนำ

ข้อแนะนำ และปฏิบตั ติ าม และปฏบิ ตั ติ าม

- การใชพ้ จนานุกรม

- การปฏิบัตติ นในการอยู่รว่ มกันในสงั คม

- ข้อตกลงในการอยู่ร่วมกนั ในโรงเรียน และ

การใชส้ ถานท่ีสาธารณะในชุมชนและท้องถิ่น

ชั้น ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

๗. อธบิ ายความหมายของข้อมูล จากการ  การอา่ นข้อมูลจากแผนผงั แผนที่ แผนภูมิ และ

อ่านแผนผงั แผนท่ี แผนภมู ิ และ กราฟ

กราฟ

๘. อ่านหนังสือตามความสนใจ และอธบิ าย  การอา่ นหนงั สือตามความสนใจ เช่น

คณุ คา่ ทีไ่ ด้รบั - หนงั สอื ทน่ี ักเรยี นสนใจและเหมาะสมกับวยั

- หนงั สืออ่านท่ีครแู ละนักเรียนกำหนดรว่ มกนั

๙. มมี ารยาทในการอ่าน  มารยาทในการอ่าน

สาระท่ี ๒ การเขยี น

มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนเขยี นสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเรอ่ื งราว

ในรูปแบบต่างๆ เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้า

อย่างมีประสทิ ธภิ าพ

ชน้ั ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

ป.๖ ๑. คดั ลายมือตัวบรรจงเตม็ บรรทดั  การคดั ลายมือตวั บรรจงเต็มบรรทัดและ

และครึง่ บรรทัด ครึ่งบรรทดั ตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย

๒. เขยี นส่ือสารโดยใชค้ ำได้ถูกต้อง  การเขยี นสอ่ื สาร เช่น

ชดั เจน และเหมาะสม - คำขวัญ

- คำอวยพร

- ประกาศ

๓. เขยี นแผนภาพโครงเร่ืองและ  การเขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคดิ

แผนภาพความคิดเพ่ือใช้พฒั นางาน

เขยี น

๔. เขียนเรยี งความ  การเขยี นเรียงความ

๕. เขียนย่อความจากเรอ่ื งทอ่ี ่าน  การเขียนย่อความจากส่ือต่าง ๆ เชน่ นทิ าน ความ

เรยี งประเภทต่าง ๆ ประกาศ แจง้ ความ แถลงการณ์

จดหมาย คำสอน โอวาท คำปราศรัย สนุ ทรพจน์

รายงาน ระเบียบ คำส่ัง

๖. เขยี นจดหมายส่วนตวั  การเขียนจดหมายส่วนตัว

- จดหมายขอโทษ

- จดหมายแสดงความขอบคุณ

- จดหมายแสดงความเห็นใจ

- จดหมายแสดงความยินดี

๗. กรอกแบบรายการต่างๆ  การกรอกแบบรายการ

- แบบคำรอ้ งต่างๆ

- ใบสมัครศึกษาต่อ

ชั้น ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
- แบบฝากสง่ พสั ดุและไปรษณยี ภณั ฑ์
๘. เขียนเร่ืองตามจินตนาการและ  การเขียนเรื่องตามจนิ ตนาการและสรา้ งสรรค์
สร้างสรรค์
๙. มีมารยาทในการเขยี น  มารยาทในการเขยี น

สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพดู

มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดูอยา่ งมวี จิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคดิ และ

ความรสู้ ึกในโอกาสต่าง ๆ อยา่ งมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์

ช้ัน ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ป.๖ ๑. พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจ  การพดู แสดงความรู้ ความเข้าใจในจดุ ประสงค์ของ

จดุ ประสงคข์ องเร่ืองที่ฟงั และดู เรื่องที่ฟังและดูจากสื่อต่าง ๆ ไดแ้ ก่

๒. ตงั้ คำถามและตอบคำถามเชิง - สือ่ ส่งิ พิมพ์

เหตผุ ล จากเรื่องท่ฟี ังและดู - ส่อื อิเล็กทรอนิกส์

๓. วิเคราะหค์ วามนา่ เช่ือถือจากการฟงั  การวเิ คราะห์ความน่าเชื่อถือจากการฟงั และดสู ่ือ

และดสู ่อื โฆษณาอยา่ งมีเหตผุ ล โฆษณา

๔. พูดรายงานเร่ืองหรือประเด็นที่  การรายงาน เชน่
ศกึ ษาคน้ คว้าจากการฟัง การดู - การพดู ลำดับข้นั ตอนการปฏิบตั งิ าน
และการสนทนา - การพูดลำดบั เหตุการณ์

๕. พดู โน้มน้าวอย่างมเี หตุผล และ  การพูดโนม้ นา้ วในสถานการณต์ า่ ง ๆ เช่น
นา่ เชอื่ ถอื - การเลือกต้ังกรรมการนกั เรยี น
- การรณรงคด์ ้านต่าง ๆ
๖. มีมารยาทในการฟงั การดูและ - การโตว้ าที
การพูด
 มารยาทในการฟัง การดูและการพูด

สาระที่ ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย

มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลงั

ของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ

ช้นั ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ป.๖ ๑. วเิ คราะหช์ นิดและหน้าท่ขี องคำ  ชนิดของคำ

ในประโยค - คำนาม

- คำสรรพนาม

- คำกรยิ า

- คำวเิ ศษณ์

- คำบุพบท

- คำเช่ือม

- คำอุทาน

๒. ใช้คำไดเ้ หมาะสมกับกาลเทศะ  คำราชาศพั ท์

และบุคคล  ระดบั ภาษา

๓. รวบรวมและบอกความหมาย  ภาษาถ่ิน
ของคำภาษาตา่ งประเทศที่ใช้  คำทม่ี าจากภาษาต่างประเทศ
ในภาษาไทย

๔. ระบลุ กั ษณะของประโยค  กลุม่ คำหรือวลี
๕. แต่งบทรอ้ ยกรอง  ประโยคสามัญ
 ประโยครวม
 ประโยคซอ้ น

 กลอนสภุ าพ

๖. วิเคราะห์และเปรียบเทียบ  สำนวนทเี่ ป็นคำพังเพย และสุภาษิต
สำนวนทีเ่ ป็นคำพงั เพย และ
สุภาษิต

สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่างเหน็

คณุ ค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชวี ิตจริง

ชน้ั ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง

ป.๖ ๑. แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดี  วรรณคดีและวรรณกรรม เช่น

หรอื วรรณกรรมท่ีอ่าน - นทิ านพ้ืนบ้านท้องถิน่ ตนเองและท้องถ่นิ อ่นื

๒. เลา่ นิทานพ้นื บ้านทอ้ งถ่ินตนเอง - นทิ านคตธิ รรม

และนทิ านพน้ื บ้านของท้องถ่ินอ่ืน - เพลงพ้ืนบา้ น

๓. อธิบายคณุ คา่ ของวรรณคดี และ - วรรณคดแี ละวรรณกรรมในบทเรียนและตามความ

วรรณกรรมท่ีอา่ นและนำไป สนใจ

ประยกุ ต์ใช้ในชีวิตจริง

๔. ท่องจำบทอาขยานตามท่ีกำหนด  บทอาขยานและบทรอ้ ยกรองท่มี ีคณุ คา่

และบทร้อยกรองท่ีมคี ุณค่าตามความ - บทอาขยานตามท่ีกำหนด

สนใจ - บทรอ้ ยกรองตามความสนใจ

๓. ทอ่ งจำบทอาขยานตามที่กำหนด  บทอาขยานและบทร้อยกรองที่มีคุณคา่

และบทร้อยกรองท่ีมีคณุ ค่าตาม - บทอาขยานตามที่กำหนด

ความสนใจ - บทร้อยกรองตามความสนใจ

คำอธบิ ายรายวชิ า

ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
ภาษาไทย เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๖

อธิบายความหมายของคำ ประโยค ข้อความทเ่ี ปน็ โวหาร ความหมายของข้อมลู จากการอา่ น
แผนผงั แผนที่ แผนภมู ิ กราฟ อา่ นออกเสยี งบทร้อยแก้ว รอ้ ยกรอง อ่านเรื่องสัน้ ๆ งานเขยี น เชิง
อธิบาย คำส่ัง แนะนำ แยกข้อเทจ็ จรงิ และข้อคดิ เห็นจากเรือ่ งที่อ่าน อธบิ ายคุณคา่ จากหนังสอื ท่ีอา่ น
ตามความสนใจ สามารถนำความรู้จากการอา่ นไปใช้ในชีวิตประจำวัน เขียนเรยี งความ ยอ่ ความ
จดหมาย คดั ลายมือ กรอกแบบรายการตา่ งๆ เขียนส่ือสารไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม เขียนเรื่องตามจินตนาการ
และสรา้ งสรรค์ได้ พูดแสดงความรู้ความเข้าใจ ตามจดุ ประสงค์จากเร่ืองท่ีฟงั และดู ตง้ั คำถามและตอบ
คำถามเชงิ เหตผุ ล วเิ คราะห์ความนา่ เช่อื ถือเรอ่ื งทฟ่ี ังและดู จากสื่อโฆษณา อยา่ งมเี หตุผล พดู โน้มน้าว มี
เหตุผลน่าเช่อื ถือ สามารถพูดรายงานประเดน็ ท่ีศึกษาคน้ คว้า จากกการฟงั ดแู ละสนทนา ศึกษาวิเคราะห์
ชนดิ หนา้ ทข่ี องคำ ประโยค ระบลุ กั ษณะของประโยค ใช้คำไดเ้ หมาะสมกาลเทศะ บุคคล วิเคราะห์
เปรียบเทยี บ สำนวนสภุ าษิต สามารถแต่งบทรอ้ ยกรองได้ แสดงความเหน็ จากวรรณคดี วรรณกรรมท่ีอา่ น
ทอ่ งบทอาขยาน ถ่ายทอดนิทานพืน้ บ้าน อธบิ ายคณุ ค่าของวรรณคดี วรรณกรรมท้องถิน่ ท่ีอ่าน
นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ให้สอดคล้องกับขนบธรรมเนยี ม วัฒนธรรมและอาชีพตา่ งๆ ได้

เสริมสรา้ งลักษณะนิสัย พฒั นาบุคลิกภาพ มีมารยาทในการอ่าน การเขยี น การฟัง การดู
และการพดู

รหัสตวั ช้ีวัด

ท ๑.๑ ป.๖/๑,๒,๓,๔,๕,๖,๗,๘,๙ ท ๒.๑ ป.๖/๑,๒,๓,๔,๕,๖,๗,๘,๙

ท ๓.๑ ป.๖/๑,๒,๓,๔,๕,๖ ท ๔.๑ ป.๖/๑,๒,๓,๔,๕,๖

ท ๕.๑ ป.๖/๑,๒,๓,๔

รวม ๓๔ ตัวช้ีวัด

โครงสรา้ งรายวชิ าภาษาไทย ระดบั ประถมศึกษา
ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๖ เวลา ๑๖๐ ช่วั โมง

ลำดั ชือ่ มาตรฐานการเรียนร้/ู สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
(ช่ัวโมง) คะแนน
บ หน่วยการเรยี นรู้ ตัวช้วี ดั

ที่

๑ จากผาแตม้ ท๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ใช้กระบวนการอ่าน การ ๙ ๔
เขยี น สรา้ งความรู้ ความคิด ๙ ๔
สูอ่ ียปิ ต์ ท ๒.๑ ป.๖/๑ และสามารถใชภ้ าษาในการ
สือ่ สาร
ท ๔.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๔ ได้ถูกต้องตลอดจนใช้คำได้
เหมาะสมกบั บคุ คลและ
๒ ควาย ข้าว และ ท๑.๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓ กาลเทศะ
ขาวนา ป.๖/๔ ป.๖/๘
ป.๖/๙ ใชก้ ระบวนการอ่าน การ
ท๒.๑ ป.๖/๑ เขยี น สร้างความรู้ ความคิด
ท๔.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ และสามารถใช้ภาษาในการ
สอ่ื สารไดถ้ ูกต้องตลอดจน
ใช้คำได้เหมาะสมกบั บคุ คล
และกาลเทศะ

๓ อ่านปา้ ยไดส้ าระ ท๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๓ ใชก้ ระบวนการอ่าน การ ๙ ๔

ป.๖/๔ ป.๖/๕ เขียน สรา้ งความรู้ ความคดิ

ป.๖/๖ และสามารถใชภ้ าษาในการ

ท๒.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ส่อื สารได้ถูกต้องตลอดจน

ท๔.๑ ป.๖/๖ ใช้คำได้เหมาะสมกับบคุ คล

และกาลเทศะ

ลำดั ชื่อ มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก

บ หน่วยการเรียนรู้ ตวั ชวี้ ัด (ช่ัวโมง) คะแนน

ที่

๔ กทลตี านี ท๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๓ ใช้กระบวนการอ่านสร้าง ๙๕

ป.๖/๔ ความรู้ ความคิด เลือก

ท๓.๑ ป.๖/๓ แสดงความรู้สกึ ในการฟัง

ท๔.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๔ และดูอย่าง

มีวจิ ารณญาณ สามารถใช้

ภาษาในการส่ือสารได้

ถูกต้องและเหน็ คณุ ค่าของ

วรรณคดีและวรรณกรรม

๕ ละครย้อนคดิ ท๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๓ ใชก้ ระบวนการอ่าน ๙๔

ป.๖/๕ การเขยี น สรา้ งความรู้

ท๒.๑ ป.๖/๒ ป.๖/๘ ความคดิ และสามารถแสดง

ป.๖/๙ ความร้สู ึกใน

ท๓.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ การเลอื กฟังและดูอยา่ งมี

ป.๖/๖ วิจารณญาณ

๖ กลอนกานท์ ท๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๓ ใชก้ ระบวนการอ่าน สรา้ ง ๑๐ ๔

จากบา้ นไทย ป.๖/๔ ป.๖/๕ ความรู้ ความคดิ และ

ท๔.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ สามารถใชภ้ าษาในการ

ป.๖/๕ สือ่ สารได้ถูกต้อง

๗ กวา่ แผ่นดนิ จะ ท๑.๑ ป.๖/๓ ป.๖/๕ ใช้กระบวนการอ่าน การ ๑๐ ๕

กลบหนา้ ท ๒.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ เขยี น สรา้ งความรู้ ความคิด

ท๕.๑ ป.๖/๔ และสามารถใชภ้ าษาในการ

ท๒.๑ ป๖/๔ , ป๖/๙ สอ่ื สารไดถ้ ูกต้องตลอดจน

ท๒.๑ ป๖/๔ , ป๖/๙ ใช้คำไดเ้ หมาะสมกับบคุ คล

ท๔.๑ ป๖/๑ , ป๖/๔ และกาลเทศะ

ลำดั ช่อื มาตรฐานการเรียนรู/้ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั

บ หน่วยการเรียนรู้ ตวั ช้วี ดั (ชั่วโมง) คะแนน

ท่ี

๘ ไมง้ ามในสวน ท๑.๑ ป๖/๒ , ป๖/๓ , ใชก้ ระบวนการอา่ น สรา้ ง ๑๐ ๕

แก้ว ป๖/๔ , ป๖/๘ ความรู้ ความคิด และ

สามารถใช้ภาษาในการ

ส่ือสารได้ถูกต้อง

สรุปทบทวนภาพรวม ( สอบปลายภาคเรยี นท่ี ๑ ) ๕ ๑๕

รวม ๘๐ ๕๐

ลำดบั ช่ือ มาตรฐานการเรียนรู/้ เวลา นำ้ หนกั
(ชั่วโมง) คะแนน
ที่ หนว่ ยการเรียนรู้ ตัวช้วี ดั สาระสำคัญ

ภาคเรยี นท่ี ๒

๙ ครืน้ เครง ท๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ใชก้ ระบวนการอ่าน การ ๙๕

เพลงพน้ื บา้ น ป.๖/๓ ป.๖/๕ เขยี น สร้างความรู้ ความคดิ

ท๒.๑ ป.๖/๑ และสามารถใชภ้ าษาในการ

ท๔.๑ ป.๖/๒ ป.๖/๕ สอื่ สารได้ถูกต้อง และเหน็

ท๕.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ คุณค่าของวรรณคดแี ละ

ป.๖/๓ วรรณกรรม

๑๐ ช้อนกลางสรา้ ง ท๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ใช้กระบวนการอ่าน การ ๑๐ ๕

สขุ ภาพ ป.๖/๓ ป.๖/๕ เขียน สรา้ งความรู้ ความคดิ

ท๒.๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓ และสามารถพดู แสดงความ

ท ๓.๑ ป.๖/๔ ป.๖/๖ คดิ เห็นอยา่ งมีวิจารณญาณ

๑๑ สวยรา้ ย สายลับ ท๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๔ ใชก้ ระบวนการอ่าน การ ๑๐ ๔

ป.๖/๔ ป.๖/๕ เขยี น สร้างความรู้ ความคิด

ท๒.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๔ แงะสามารถใช้ภาษาในการ

ป.๖/๕ ส่อื สารไดถ้ ูกต้องและเห็น

ท๕.๑ ป.๖/๔ คุณค่าของวรรณคดีและ

วรรณกรรม

๑๒ สีศ่ ิษย์พระดาบส ท๑.๑ ป.๖/๓ ป.๖/๕ ใช้กระบวนการอา่ น การ ๑๐ ๔
ท ๒.๑ ป.๖/๕ ป.๖/๗
ท ๓.๑ ป.๖/๕ เขยี น สร้างความรู้ ความคดิ

และสามารถพดู แสดงความ

คิดเห็นอยา่ งมวี จิ ารณญาณ

๑๓ หน่งึ ใน ท ๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ ใชก้ ระบวนการอ่าน การ ๙๕
ประชาคม ป.๖/๔ ป.๖/๕
ป.๖/๗ เขยี น สรา้ งความรู้ ความคิด

ท ๒.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ และสามารถใชภ้ าษาในการ
ป.๖/๓ ป.๖/๕
สื่อสารได้ถูกต้อง และเห็น

คุณค่าของวรรณคดแี ละ

วรรณกรรม

ลำดบั ชื่อ มาตรฐานการเรยี นร้/ู เวลา น้ำหนัก

ที่ หน่วยการเรียนรู้ ตวั ชี้วดั สาระสำคญั (ช่ัวโมง) คะแนน

๑๔ เสยี แลว้ ท๑.๑ ป.๖/๓ ป.๖/๕ ใช้กระบวนการอา่ น การ ๙๔

ไมก่ ลับคืน ท๒.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๕ เขียน สรา้ งความรู้ ความคดิ

ป.๖/๖ และสามารถใช้ภาษาในการ

สื่อสารไดถ้ ูกต้อง

๑๕ นิทานแสนสนกุ ท๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๓ ใช้กระบวนการอา่ น การ ๙ ๔
ป.๖/๔ ป.๖/๘ ป.๖/๙ เขยี น สรา้ งความรู้ ความคิด
ท๒.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๓ และสามารถพดู แสดงความ
ท๓.๑ ป.๖/๓ คิดเหน็ อย่างมีวจิ ารณญาณ

๑๖ พา่ งเพี้ยงพสุธา ท๑.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๔ ใชก้ ระบวนการอา่ น การ ๙ ๔

ป.๖/๖ เขยี น สร้างความรู้ ความคิด

ท๒.๑ ป.๖/๑ ป.๖/๒ และสามารถใช้ภาษาในการ

ป.๖/๗ ป.๖/๙ ส่ือสารได้ถูกต้อง

ท ๔.๑ ป.๖/๒

สรุปทบทวนภาพรวม ( สอบปลายภาค ) ๕ ๑๕

รวมทั้งสิน้ ตลอดปี ๑๖๐ ๑๐๐


Click to View FlipBook Version