The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นวัตกรรมภาษาอังกฤษ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ณัฐกมล เทพจันทร์, 2022-10-12 07:49:28

นวัตกรรมภาษาอังกฤษ

นวัตกรรมภาษาอังกฤษ



ED13307 ส่ือ เทคโนโลยแี ละนวตั กรรม
สำหรับครูประถมศึกษำ
คณะศึกษำศำสตร์ สำขำกำรประถมศึกษำ
มหำวทิ ยำลัยภำคตะวันออกเฉียงเหนือ

นวัตกรรมกำรจดั กำรเรียนรู้ ข

นวัตกรรมกำรจดั กำรเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ
ซิปปำโมเดล ( CIPPA Model)

กำรสอนรำยวชิ ำภำษำองั กฤษ ช้ันประถมศึกษำปี ท่ี 5
คณะผ้จู ดั ทำ

นำงสำวอนันตญำ โนนทิง
รหสั นักศึกษำ 6494110014 ช้ันปี ท่ี 2

เสนอ
ผ้ชู ่วยศำสตรำจำรย์ สมหวัง นลิ พันธ์



คำช้ีแจง

เอกสารนวตั กรรมการจดั การเรียนรูฉ้ บบั น้ีเป็นส่วนหน่ึง
จากนวตั กรรมของโรงเรียนที่จดั ทาหรือพฒั นาข้นึ เพื่อเป็ นคู่มือ
สาหรบั บคุ ลากรทางการศึกษาในเรื่อง นวตั กรรมการจดั การเรียนรู้
ระดบั ประถมศกึ ษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ภาค
ตะวนั ออกเฉียงเหนือ จากรูปแบบนวตั กรรมจานวน 15 รูปแบบ
15 รายการ ดงั น้ี

1.การพฒั นากิจกรรมการเรียนรู้กล่มุ สาระวิทยาศาสตร์
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Cycle : 5E

2.รูปแบบการจดั กระบวนการเรียนรู้ แบบโฟร์แมทซิส
เตม็ (4MAT System)

3.การจดั การเรียนรูต้ ามแนวคอนสตรัคติวิส
(Constructivist)

4.กระบวนการแกโ้ จทยป์ ัญหาของโพลยา (Polya)

5.การจดั การเรียนรู้แบบการแกป้ ัญหาเป็นฐาน

6.รูปแบบการจดั การเรียนรูโ้ ดยใชโ้ มเดลซิปปา (CIPPA
Modal)



7.การสอนตามแบบวฏั จกั รการเรียนรู้ 7E

8.การสอนแบบสรา้ งสรรคเ์ ป็ นฐาน (Creativity-based
learning : CBL)

9.การจดั การเรียนรูท้ ักษะการเขียนภาษาองั กฤษแบบ 3P

10.นวตั กรรมแผนภภาพความคิดอิสระ (Mind Mapping)

11.การจดั การเรียนรูท้ ใ่ี ช้โจทย์เป็นสถานการณ์ (Open
Approach)

12.การเรียนรู้แบบ Predict-Observe-Explain (POE)

13.การจดั การเรียนรู้แบบ (Student Teams-Achievement
Divisions : STAD)

14.การจดั การเรียนนรูแ้ บบ (Cooperative Integrated
Reading and Composition : CIRC)

15.การจดั กิจกรรมการเรียนรู้แบบ (Team - Games –
Tournament : TGT )

ซ่ึงนวตั กรรมดงั กล่าวไดผ้ ่านการทดลองใชใ้ นรูปแบบ
การวิจยั กบั นักเรียนของโรงเรียนและส่งผลในเชิงประจกั ษก์ บั



นกั เรียนอย่างเดน่ ชดั และเพื่อใหค้ รูผู้สอนใช้เป็นแนวทางในการ
ทาความเขา้ ใจเร่ืองการนานวตั กรรมทางการศึกษา มาใช้ในการ
พฒั นาการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน

คณะผจู้ ดั ทาจึงไดเ้ รียบเรียงขอ้ มูลท่เี ป็ นรูปแบบของ
นวตั กรรมพร้อมตวั อย่างแผนการจดั การเรียนรู้โดยใชน้ วตั กรรม
เพื่อใหผ้ ู้สนใจไดร้ ับความรูค้ วามเขา้ ใจมากย่งิ ข้นึ เอกสารเล่มน้ีจะ
ชว่ ยทบทวนความเขา้ ใจให้ชดั เจนยิ่งข้นึ จนสามารถนาไปใช้ใน
การพฒั นาการจดั การเรียนรูข้ องตนเองได้ ประโยชน์ทีไ่ ดจ้ าก
เอกสารฉบบั น้ียอ่ มเกิดผลโดยตรงตอ่ ผเู้ รียนและผูส้ อนในการจดั
กิจกรรมการเรียนรู้คณะผจู้ ดั ทาใคร่ขอขอบคณุ แหล่งวิทยาการที่
เป็นขอ้ มลู ใหผ้ จู้ ดั ทานามาอา้ งองิ เพื่อใช้ประโยชน์ในการจดั ทา
เอกสารคร้ังน้ี



คำนำ

ผู้จัด ท า มี จุ ด มุ่ ง หมา ย เ พื่ อพัฒ น า ผ ลสั ม ฤท ธ์ ิ ทา ง กา ร เ รี ยน
วทิ ยาศาสตร์โดยการจดั การเรียนรู้ดว้ ยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้
แบบ ซิ ปปาโมเดล เร่ื อ ง The Passage ข อ งนัก เรี ยนระดับช้ัน
ประถมศึกษาปี ที่ 5 เมื่อใช้การจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการสืบ
เสาะหาความรู้แบบซิปปาโมเดล และเพ่ือการพัฒนาผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนระดับช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5
ก่อนและหลงั การจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้
แบบซิปปาโมเดล เทยี บกบั เกณฑ์รอ้ ยละ 70 รวมท้งั เพื่อศกึ ษาความพงึ
พอใจของทีม่ ผี ลต่อการจดั การเรียนรูเ้ ร่ือง The Passage

คณะผูจ้ ัดทาได้เรียบเรียงข้อมูลรูปแบบของนวัตกรรมโดย
สรุปเพื่อสามารถนาไปใชไ้ ด้ง่ายพร้อมท้ังยกตวั อย่างแผนการจดั การ
เรียนรู้โดยใช้นวตั กรรมประกอบภายในฉบับ เพ่ือให้ผูส้ นใจได้รับ
ความรูค้ วามเขา้ ใจมากยิ่งข้ึน เอกสารเลม่ น้ีจะชว่ ยทบทวนความเข้าใจ
ให้ขดั เจนย่ิงข้ึนจนสามารถนาไปใช้ในการพฒั นาการเรียนการสอน
ของตนเองได้ ผลท่ีไดจ้ ากเอกสารฉบับน้ีย่อมเกิดผลโดยตรงต่อตวั
ผู้เรียนและผูส้ อนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาการจดั
การศึกษาของประเทศสืบต่อไป



สำรบัญ

คำชีแ้ จง ก

คำนำ ง

นวตั กรรมกำรจดั กำรเรียนรโู้ ดยใชน้ วตั กรรม CIPPA Model 1

ข้ันตอนกำรจัดกำรเรยี นรโู้ ดยใชน้ วัตกรรม CIPPA Model 2

ตัวอย่ำงหนว่ ยกำรจดั กำรเรยี นรู้ 6

ตัวอยำ่ งแผนกำรจดั กำรเรียนรู้ 9

ใบควำมรู้ 18

แบบบนั ทกึ ผลกำรเรียนรู้ 22

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมกำรเรยี นรู้ 24

แบบประเมนิ แผนกำรจัดกำรเรยี นรโู้ ดยใชน้ วัตกรรม CIPPA Model 27

เอกสำรอำ้ งองิ 30

1

นวตั กรรมกำรจัดกำรเรียนรู้ CIPPA Model
CIPPA Model เป็นผลงานของนักจิตวทิ ยาชื่อ สตฟั เฟิลบีม ( ทิศนา แขม

มณี )
ไดอ้ ธิบายไวว้ ่าการเรียนการสอนแบบซิปปา เป็ นรูปแบบการเรียนการสอนท่ีเน้น
ผเู้ รียนเป็ นศูนยก์ ลาง มจี ดุ เนน้ ในการเรียนการสอนใหผ้ เู้ รียนมสี ่วนร่วมท้งั ทาง
ร่างกาย สติปัญญา สังคม และอารมณ์

โมเดล ซิปปา คือ กระบวนการสอนท่เี น้นใหผ้ เู้ รียนเกิดความรู้ ความคิด
และการตดั สินใจอย่างเป็ นระบบ สามารถสร้างความรู้ คน้ พบความรูไ้ ดด้ ว้ ยตนเอง
นกั เรียนมบี ทบาทมากในการเรียนการสอน และผูเ้ รียนสามารถนาไปใช้ใน
ชวี ติ ประจาวนั ได้

กำรเรียนแบบ CIPPA Model
โมเดลชิปปา (CIPPA Model) หรือรูปแบบการประสานห้าแนวคิด ได้

พฒั นาข้นึ โดยทิศนา แขมมณี รองศาสตราจารยป์ ระจาคณะครุศาสตร์ จฬุ ลงกรณ์
มหาวทิ ยาลยั ซ่ึงไดพ้ ฒั นารูปแบบจากประสบการณ์ในการสอนมากวา่ 30 ปี และ
พบวา่ แนวคิดจานวนหน่ึงสามารถใช้ไดผ้ ลดีตลอดมา จึงไดน้ าแนวคดิ เหลา่ น้นั มา
ประสานกันเกิดเป็ นแบบแผนข้นึ

รูปแบบการจดั การเรียนการสอนแบบชปิ ปา แสดงเป็นแผนภูมิไดด้ งั น้ี

2

ผเู้ รียนเป็ นศนู ยก์ ลาง มบี ทบาทสาคญั ในการเรียนรู้

มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้อยา่ งต่นื ตวั ต่ืนใจ
(Active Participation)

กาย (Physical) สตปิ ัญญา (Intellectual) สงั คม (Social)
+
++
อารมณ์ (Emotional)
อารมณ์ (Emotional) อารมณ์ (Emotional)

การเคล่ือนไหวร่างกาย การสร้างสรรคค์ วามรู้ การปฏิสัมพนั ธ์
(Physical Movement) (Constructing of Knowledge) (Interaction)

การเรียนรู้ทกั ษะกระบวนการ
(Process Skills Learning)

3

ความเขา้ ใจ
(Understanding)

การประยกุ ต์ใช้
(Application)

การใช้ในชวี ิตประจาวนั
(Actual Practices)

แสดงรูปแบบการจดั การเรียนการสอนแบบชปิ ปา (CIPPA MODEL) (ทิศนา แขม
มณี, 2542)

ประกอบดว้ ยข้นั ตอนการดาเนินการ 7 ข้นั ตอน ดงั น้ี

4

ข้นั ที่ 1 การทบทวนความรูเ้ ดิม ช้ันน้ีเป็นการดงึ ความรูข้ องผูเ้ รียนในเร่ืองทจ่ี ะเรียน
เพื่อชว่ ยใหผ้ ู้เรียนมีความพร้อมในการเชอื่ มโยงความรู้ใหมก่ บั ความรู้เดมิ ของตน
ซ่ึงผสู้ อนอาจใชว้ ิธีการตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ งหลากหลาย

ข้นั ท่ี 2 การแสวงหาความรู้ใหม่ ข้นั น้ีเป็นการแสวงหาขอ้ มลู ความรู้ใหมท่ ่ีผเู้ รียนยงั
ไม่มจี ากแหล่งขอ้ มูลหรือแหล่งความรูต้ า่ งๆ ซ่ึงครูอาจเตรียมมาใหผ้ ู้เรียนหรือให้
คาแนะนาเก่ยี วกบั แหลง่ ขอ้ มูลตา่ งๆ เพื่อใหผ้ เู้ รียนไปแสวงหากไ็ ด้

ข้นั ที่ 3 การศึกษาทาความเขา้ ใจขอ้ มูล/ความรู้ใหม่ และเช่ือมโยงความรู้ใหม่กบั
ความรู้เดิม ช้นั น้ีเป็นข้นั ท่ีผู้เรียนจะตอ้ งศึกษาและทาความเขา้ ใจกบั ข้อมูล/ความรู้ท่ี
หามาไดผ้ เู้ รียนจะตอ้ งสรา้ งความหมายของขอ้ มูล/ประสบการณใ์ หม่ๆ โดยใช้
กระบวนการตา่ งๆ ดว้ ยตนเอง เชน่ ใช้กระบวนการคิด และกระบวนการกลุ่มใน
การอภปิ รายและสรุปความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ขอ้ มูลน้นั ๆ ซ่ึงอาจจาเป็ นตอ้ งอาศยั การ
เชอ่ื มโยงกบั ความรู้เดมิ

ข้นั ท่ี 4 การแลกเปลี่ยนความรู้ความเขา้ ใจกบั กลุ่ม ช้ันน้ีเป็ นข้นั ท่ผี ูเ้ รียนอาศยั กลมุ่
เป็นเคร่ืองมือในการตรวจสอบความรูค้ วามเขา้ ใจของตน รวมท้งั ขยายความรูค้ วาม
เขา้ ใจของตนแก่ผู้อ่นื

และไดร้ บั ประโยชนจ์ ากความรู้ความเขา้ ใจของผอู้ ื่นไปพรอ้ มๆ กนั

5

ข้นั ที่ 5 การสรุปและจดั ระเบยี บความรู้ ช้นั น้ีเป็นช้นั การสรุปความรู้ทใ่ี ดร้ บั ท้งั หมด
ท้งั ความรูเ้ ดมิ และความรู้ใหม่ และจดั ส่ิงทเ่ี รียนใหม้ ีระบบระเบยี บ เพ่ือช่วยให้
ผเู้ รียนจดจาส่ิงที่เรียนรู้ไดง้ ่าย

ข้นั ที่ 6 การปฏิบตั ิ และ/หรือการแสดงผลงาน หากขอ้ ความรูไ้ ดเ้ รียนรู้มาไม่มีการ
ปฏิบตั ิ ช้นั น้ีเป็ นช้นั ทชี่ ่วยใหผ้ ูเ้ รียนไดม้ ีโอกาสแสดงผลงานการสรา้ งความรูข้ อง
ตนใหผ้ อู้ ่ืนรับรู้ เป็ นการช่วยใหผ้ เู้ รียนไดต้ อกย้าหรือตรวจสอบความเขา้ ใจของตน
และชว่ ยส่งเสริมให้ผู้เรียนใชค้ วามคดิ สรา้ งสรรค์ แต่หากตอ้ งมีการปฏบิ ตั ติ าม
ขอ้ ความรู้ทีไ่ ด้ ช้นั น้ีจะเป็นข้นั ปฏิบตั แิ ละมีการแสดงผลงานท่ไี ดป้ ฏิบตั ิดว้ ย

ข้นั ท่ี 7 การประยุกต์ใชค้ วามรู้ ช้นั น้ีเป็นการฝึ กฝนให้ผูเ้ รียนนาความรูไ้ ปใช้ใน
สถานการณ์ต่างๆ ให้เกดิ ความเขา้ ใจ และความชานาญไดแ้ ก่ การท่คี รูใหผ้ ูเ้ รียนมี
โอกาสแสดงวธิ ีใชค้ วามรู้ให้เป็นประโยชน์ในเร่ืองต่าง 1 ซ่ึงเทา่ กบั ส่งเสริมให้
ผูเ้ รียนมีความคิดสรา้ งสรรค์ ในระยะแรกครูอาจต้งั โจทยส์ ถานการณต์ ่างๆ แลว้ ให้
ผเู้ รียนนาความรู้ทมี่ ีมาใช้ในสถานการณน์ ้ัน

6

พฒั นำรูปแบบกำรสอนโดยใช้นวัตกรรม CIPPA Model

รูปแบบกำรสอนโมเดล ซปิ ปำ ( CIPPA Model )

หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี 8 How to read

แผนนกำรจดั กำรเรียนรู้ เร่ือง The Passage จำนวน 3 ชั่วโมง

กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ ช้นั ประถมศกึ ษำปี ท่ี 5

หน่วย/สาระ กจิ กรรม/ สื่อ/แหลง่ วดั / ผลงาน/ทกั ษะ
การเรียนรู้ กระบวนการ เรียนรู้ ประเมินผล

เรียนรู้

1.อ่านออก 1 การทบทวน 1. หนงั สือ 1. ประเมิน 1.พูดทกั ทาย
เสียงประโยค ความรูเ้ ดิม
ขอ้ ความ และ เรียนสาระการ นักเรียน….. ใน
บทกลอนส้ัน 2 การแสวงหา
ๆ ถกู ต้องตาม ความรู้ใหม่ เรียนรู้พ้ืนฐาน 2. ประเมนิ ชีวติ ประจาวนั
หลกั การอ่าน ช้นั ครู……. ได้
3 การศึกษาทา ประถมศึกษา
2.บอกใจความ ความเขา้ ใจ ปีที่ 5 3.การ 2.อ่านและ
สาคญั และ ขอ้ มลู /ความรู้ นาเสนอ เขียนคาศพั ท์
ตอบคาถาม ใหม่ และ 2. ผลงานเป็ น เก่ยี วกบั
จากการฟัง เช่อื มโยง แบบทดสอบ ลาดบั ประเทศและ
กอ่ นเรียน ข้นั ตอน

7

และอ่านบท ความรูใ้ หม่กบั 3. บตั รเนื้อหา ดว้ ยวิธีการ สญั ชาติได้
สนทนา และ ความรู้เดิม ที่ 1 เรื่อง แปลกใหม่ ถกู ตอ้ ง
นิทานง่าย ๆ Main Idea ไดใ้ จความ
4 การ ชดั เจนและ 3.ใปฏิบตั ติ าม
3.เขยี นภาพ แลกเปล่ียน 4. บตั ร น่าสนใจ คาสง่ั อยา่ งง่าย
แผนผงั และ ความรู้ความ กจิ กรรมที่ 1 ได้
แผนภูมิ แสดง เขา้ ใจกบั กลุ่ม 4.การสรุป
ขอ้ มลู ต่าง ๆ 5. บตั ร สาระสาคญั 4.มีระเบยี บ
ตามท่ีฟังหรือ 5 การสรุปและ กจิ กรรมท่ี 2 ไดถ้ ูกตอ้ ง วนิ ยั
อา่ น จดั ระเบียบ และเขา้ ใจ
ความรู้ 6. บตั ร ง่าย
กิจกรรมท่ี 3
6 การปฏบิ ตั ิ 5.การ
และ/หรือการ 7. ออกแบบ
แสดงผลงาน แบบทดสอบ แผนผงั
หลงั เรียน ความคดิ
7 การ แสดง
ประยกุ ต์ใช้ 8. แบบ สารสนเทศ
ความรู้ ช้นั น้ี ประเมินการ ไดถ้ กู ตอ้ ง
เป็ นการฝึ กฝน นาเสนอ สื่อ
ให้ผเู้ รียนนา ผลงานราย ความหมาย
ความรูไ้ ปใชใ้ น กลุ่ม (สาหรบั

8

สถานการณ์ ครูผสู้ อน/ ไดช้ ดั เจน
ตา่ งๆ นกั เรียน) และมี
ความคิด
9. แบบ สรา้ งสรรค์
ประเมิน
ความรู้/ทกั ษะ
กระบวนการ/
คณุ ลักษณะท่ี
พึงประสงค์

2 แหลง่ เรียนรู้

2.1 ใน
โรงเรียน
ไดแ้ ก่
ห้องสมุด ห้อง
Internet

9

แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ท่พี ัฒนำโดยใช้นวัตกรรม CIPPA Model

โรงเรียน สำธติ ฯ ช้นั ประถมศึกษำปี ท่ี 5

กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ รหัสวชิ ำ อ15101

รำยวชิ ำภำษำอังกฤษ ภำคเรยี นที่ 1/2565

หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี 8 How to read เวลำ 3 ชว่ั โมง

แผนกำรเรียนรู้ที่ 1 The Passage เวลำ 1 ชวั่ โมง

ผ้สู อน นำงสำวอนันตญำ โนนทิง วันท่ี 21 เดือน กันยำยน พ.ศ.2565

อำจำรย์ท่ีปรึกษำ ผ้ชู ่วยศำสตรำจำรย์ อำจำรย์ สมหวัง นลิ พันธ์

1. มำตรฐำนกำรเรยี นรู้

สำระที่ 1 ภำษำเพ่ือกำรสื่อสำร

มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเรื่องทฟ่ี ังและอา่ นจากส่ือประเภทต่างๆ และ
แสดงความคดิ เห็นอย่างมเี หตุผล

มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอขอ้ มลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เห็นในเร่ือง
ต่างๆ โดยการพูดและการเขยี น

10

ตวั ชว้ี ดั ป.5/2 อ่านออกเสียงประโยค ขอ้ ความ และบทกลอนส้นั ๆ ถูกตอ้ งตาม
หลกั การอา่ น

ป.5/3 ระบุ/วาดภาพ สัญลกั ษณ์ หรือเคร่ืองหมายตรงตามความหมายของ
ประโยค และ ขอ้ ความส้ันๆ ท่ีฟังหรืออา่ น
ป.5/4 บอกใจความสาคญั และตอบคาถามจากการฟังและอา่ นบทสนทนา
และ นิทานงา่ ยๆ หรือเรื่องส้ันๆ
ป.5/2 เขยี นภาพ แผ่นผงั และแผนภูมแิ สดงขอ้ มูลตา่ งๆ ตามท่ฟี ังหรืออา่ น

2. จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้
1 ควำมรู้ (K)
Language Features and Functions
Vocabulary : คาศพั ท์เกย่ี วกบั เรื่องราวต่างๆ
Grammar : Present Simple Tense

Language Skills
Reading : การอ่านเน้ือเร่ืองเพอื่ จบั ใจความสาคญั และตอบคาถาม

11

2 ทกั ษะ / กระบวนกำร( P)
- กระบวนการปฏิบตั ิ (ฟัง พูด อา่ น เขียน)
- กระบวนการทางานกลุ่ม
- ทกั ษะการนาความรูไ้ ปใช้
- ทกั ษะการคดิ สร้างสรรค์
- ทกั ษะการระบุ
- ทกั ษะการประเมินตนเอง
3 คณุ ลักษณะ (A)
- ซื่อสตั ยส์ ุจริต
- ใฝ่ เรียนรู้
- มงุ่ มน่ั ในการทางาน
3. สำระสำคญั

การอา่ นเรื่องราวต่างๆ แลว้ สรุปใจความสาคญั วเิ คราะหเ์ ร่ือง โดยใช้ทกั ษะ
การอา่ นการคดิ นอกจากน้ีผเู้ รียนยงั ไดน้ าเสนอส่ิงทน่ี ักเรียนช่ืนชอบ ทาให้ผูเ้ รียน
ไดฝ้ ึกแสดงความคิดเห็น

12

4. กิจกรรมกำรเรียนรู้
ช่ัวโมงท่ี 1

ข้นั ทบทวนควำมรู้เดิม (CI)
1. ทบทวนการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนในชว่ั โมงที่ผา่ นมา โดยการสนทนา
และซกั ถาม
2. ครูทกั ทายนักเรียนในช้นั และให้นักเรียนทักทายตอบครู เสร็จแลว้ ครูถามทกุ ข์สุข
ของนักเรียน ดงั น้ี

Teacher : Good morning (afternoon), how are you?
Students : Good morning, I'm fine, thank you.
3. แบ่งนกั เรียนออกเป็น 6 กลุ่มคละความสามารถโดยดูจากคะแนนสอบทีผ่ ่านมา
ข้นั แสวงหำควำมรู้ใหม่
4. ครูแจง้ เนื้อหาทจี่ ะสอนและแจกชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ เรื่อง The Passages
นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ศกึ ษาตามข้นั ตอนของชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้
5. ครูแจกแบบทดสอบก่อนเรียนในชุดกจิ กรรม ให้นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อน
เรียน จานว 10 ขอ้
ข้นั ศกึ ษำทำควำมเข้ำใจ

13

1.ครูให้นักเรียนอา่ นเนื้อเร่ืองในบตั รกิจกรรม โดยใหอ้ านตามครูทีละประโยค เม่ือมี
วรรคตอนใดทีน่ ักเรียนไมท่ ราบความหมายของคาศพั ท์ ครูใหน้ ักเรียนบนั ทึกลงใน
สมุดแลว้ หาคาตอบในพจนานุกรม

2. นกั เรียนอ่านตามครู แลว้ คดั ลอกลงในสมดุ ของตน ครูเขียนคาศพั ท์ยากบน
กระดานดาโดยใช้ขอ้ มูลจริงจากนกั เรียน เมอ่ื นักเรียนอ่านจบแลว้ ใหค้ รูสุ่มนักเรียน
อ่านทลี ะประโยคใหเ้ พอ่ื นฟังเพื่อฝึ กการอ่านออกเสียงทีถ่ ูกตอ้ ง

3. ใหน้ กั เรียนตอบคาถามจากการอา่ นเน้ือเร่ืองในบตั รกิจกรรม ในชุดกจิ กรรมการ
เรียนรู้

4. ครูใหน้ ักเรียนอ่านขอ้ ความของบตั รกิจกรรม ในชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ โดยให้
อา่ นตามครูทีละประโยค เม่ือมีวรรคตอนใดทน่ี ักเรียนไม่ทราบความหมายของ
คาศพั ท์ ครูให้นักเรียนบันทกึ ลงในสมดุ แลว้ หาคาตอบในพจนานุกรม

5. นักเรียนอ่านตามครู แลว้ คดั ลอกลงในสมุดของตน ครูเขียนคาศพั ท์ยากบน
กระดานดาโดยใชข้ อ้ มูลจริงจากนักเรียน เมอื่ นกั เรียนอา่ นจบแลว้ ใหค้ รูสุ่มนักเรียน
อ่านทลี ะประโยคใหเ้ พอ่ื นฟังเพ่ือฝึ กการอ่านออกเสียงทีถ่ ูกตอ้ ง

6. ใหน้ ักเรียนทากิจกรรมในบตั รกจิ กรรม โดยให้วาดภาพบา้ น 5 หลงั ตามบตั ร
กิจกรรมท่ี 2 พร้อมเขียนชื่อเจา้ ของบา้ นกากบั ไวด้ ว้ ย

ข้นั กำรแลกเปล่ยี นควำมรู้ควำมเข้ำใจกบั กลุ่ม

14

7. นักเรียนทากจิ กรรมในบตั รกิจกรรม ในชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ โดยใหอ้ ่าน
ขอ้ ความแลว้

เลือกคาตอบ a b c หรือ d ชนิดปรนัยเลือกตอบจานวน 5 ขอ้ และจบั คู่
คาตอบท่สี ัมพนั ธ์กัน จานวน 5 ขอ้
ข้นั สรุป และจดั ระเบียบกำรประเมนิ
8. ครูและนักเรียนร่วมกนั สรุปการอ่านออกเสียงคา อา่ นออกเสียงใหถ้ ูกตอ้ งตาม
อกั ขรวิธี อา่ นออกเสียงชดั เจนตามหลกั เกณฑแ์ ละการสื่อความหมายของคา
9. ครูเพ่ิมเติมในการเป็นสมาชิกของกลุ่มที่ตอ้ งสามคั ครี ่วมมอื กนั ในการทากิจกรรม
กลุ่ม
ข้นั กำรปฏบิ ัติและกำรนำไปใช้
1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ประเมินกจิ กรรม
2. ผเู้ รียนนาความรู้ไปปฏิบตั ิเช่น การอธิบายความหมายของคาศพั ทท์ ่ีนักเรียนจะ
พบไดใ้ นชีวติ ประจาวนั เป็นตน้
3. ให้ผู้เรียนนาตวั อย่างทพ่ี บในชวี ิตประจาวนั มาบนั ทึก ไวเ้ ป็นแฟม้ สะสมงาน

ข้นั ประยุกต์ใช้ควำมรู้
4. ครูต้งั โจทยส์ ถานการณแ์ ลว้ ใหน้ ักเรียนนาความรูไ้ ปใช้
5. นกั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน

15

5. ส่ือ/แหล่งกำรเรียนรู้
1 สื่อการเรียนรู้

1.1. หนงั สือเรียนสาระการเรียนรู้พ้ืนฐานช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 5 สานกั พิมพ์
แม็ค

1.2. แบบทดสอบก่อนเรียน
1.3. บตั รเนื้อหาที่ 1 เรื่อง Main Idea
1.4. บตั รกจิ กรรมที่ 1
1.5. บตั รกิจกรรมท่ี 2
1.6. บตั รกิจกรรมที่ 3
1.7. แบบทดสอบหลงั เรียน
1.8. แบบประเมินการนาเสนอผลงานรายกลมุ่ (สาหรบั ครูผสู้ อน/นกั เรียน)
1. 9. แบบประเมนิ ความรู้/ทกั ษะกระบวนการ/คุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์
2 แหลง่ เรียนรู้
2.1 ในโรงเรียน ไดแ้ ก่ หอ้ งสมุด ห้อง Internet

6.กำรวัดและประเมินผลกำรเรยี นรู้

16

ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ

และ จติ วทิ ยาศาสตร์(A) (P)

1.การนาเสนอผลงาน 1.การสรุปสาระสาคญั ได้ 1.การออกแบบแผนผงั
เป็นลาดบั ข้นั ตอนดว้ ย ถกู ตอ้ งและเขา้ ใจง่าย ความคดิ แสดง
วิธีการแปลกใหม่ได้
ใจความชดั เจนและ สารสนเทศไดถ้ กู ตอ้ ง สื่อ
น่าสนใจ ความหมายไดช้ ดั เจนและ
มคี วามคิดสร้างสรรค์

ครูประเมินตนเองโดย

1.รวบรวมขอ้ มูลเกย่ี วกบั การวิเคราะหป์ ระเดน็ สาคญั เกี่ยวกบั ใจความ
สาคญั วิเคราะหเ์ ร่ือง โดยใชท้ ักษะการอ่านการคดิ รวบรวมขอ้ มูลเกยี่ วกบั
หลกั เกณฑ์การวเิ คราะหเ์ กี่ยวกบั การสรา้ งและเกดิ ความคดิ รวบยอด

2.สะทอ้ นบทบาทของครูในการกระตุ้นและการส่งเสริมการเรียนรู้

7.แบบประเมินหลังกำรสอน

17

1. ประเมนิ นักเรียน
……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………
2. ประเมินครู
……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………

แบบทดสอบก่อนเรียน
กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ ช้นั ประถมศกึ ษำปี ท่ี 5

18

เรื่อง The Passages

คาช้แี จง 1. แบบทดสอบฉบบั น้ีมีท้งั หมด 10 ขอ้ ใช้เวลา 10 นาที

2. ให้ทาเครื่องหมายกากบาท (X) ทบั ข้อทีถ่ ูกตอ้ งท่ีสุดเพียงขอ้ เดียวลงใน
กระดาษคาตอบ

อ่านขอ้ ความต่อไปน้ี แลว้ ตอบคาถามข้อ 1 - 3

Dear Dad and Mom

Good morning My Dad and My Mom. I like my new school. My teacher's name

is Miss. Lalita Niampiam. She teaches English. She is kind. I have four friends.

They are Tom, Jack, Lisa and Anne. They are friendly. I love them. We play

together and they help me when I can't do my homework. Lisa likes to tell joke

story for us. Love

Mark

1. Whose is this letter?

a. Mark's b. Tom's

c. Lisa's d. Anne's

2. Who does Mark send the letter to?

19

a. The uncle b. His dad and
mom

c. His friend d. His aunt

3. How many friends does he have?

a. Six b. Seven

c. Four d. Five

อ่านขอ้ ความตอ่ ไปน้ี แลว้ ตอบคาถามข้อ 4 - 6

I am Kid. I study at Borwittayabangrakam School. There are many trees and a
large playground. The hall is between the classroom and the library. The
classrooms and the library are modern. The cafeteria is apposite to the music
room. The toilets are next to the swimming pool.

4. Which school does Kid study?

a. Borwit School.

b. Bangrakam School.

c. Borwittayasuksa Schoot.

d. Borwittayabangrakam School.

5. How many playgrounds are there in this school?

20

a. Four b. Three

C. Two d. One

6. This animal is brown and yellow. It's got a long neck. It can run and it eats
leaves. It is the tallest animal in the world.

a. cheetah b. ostrich

c. giraffe d. penguin

7. This animal eats other animals. It's a type of cat. It runs very fast. It is the
fastest animal in the world.

a. giraffe b. cheetah

c. elephant d. ostrich

8. This animal is grey. It's got a long nose, big ears and a long tail. It's very
strong. It is the heaviest animals on land.

a. elephant b. cheetah

c. giraffe d.crocodile

อา่ นขอ้ ความต่อไปน้ี แลว้ ตอบคาถามข้อ 92 10

In America, balloons are favorite things for the children's birthday party. Lots of
friends come to the party. The birthday person can choose what they like to do.

21

Swimming, bowling, and camping trips are some of the options. The cake is
topped with lighted candles.

9. What are the favorite things for the children's birthday party?

a. Flowers. b. Cards.

c. Balloons. d. Pets.

10. What do they play on the birthday party?

a. Swimming. b. Bowling.

c. Camping trip. d. Everything
mentioned.

แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่พฒั นำโดยใช้นวัตกรรม CIPPA Model

โรงเรียน สำธติ ฯ ช้ันประถมศกึ ษำปี ที่ 5

กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ภำษำต่ำงประเทศ รหัสวชิ ำ อ15101

รำยวิชำภำษำอังกฤษ ภำคเรยี นที่ 1/2565

22

หน่วยกำรเรยี นรู้ที่ 9 เร่ือง At the เวลำ 3 ช่ัวโมง

แผนกำรเรียนรู้ที่ 1 ช่ือ Food and dring เวลำ 1 ชว่ั โมง

ผ้สู อน นำงสำวอนันตญำ โนนทงิ วนั ท่ี 21 เดอื น กนั ยำยน พ.ศ.2565

อำจำรย์ท่ีปรกึ ษำ ผ้ชู ่วยศำสตรำจำรย์ อำจำรย์ สมหวัง นิลพันธ์

1.สำระและมำตรฐำนกำรเรียนรู้

สาระท่ี 1 ภาษาเพ่ือการส่ือสาร

มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเรื่องที่ฟังและอา่ นจากส่ือประเภท
ตา่ งๆ และแสดงความคิดเห็นอยา่ งมีเหตผุ ล

ตวั ช้วี ดั ป.5/1 ปฏิบตั ติ ามคาส่ัง คาขอร้อง และ คาแนะนาง่ายๆ ท่ฟี ังและอา่ น

ป.5/2 อ่านออกเสียงประโยค ขอ้ ความ และบทกลอนส้ันๆ ถกู ตอ้ งตาม
หลกั การอา่ น

ป.5/3 ระบ/ุ วาดภาพ สญั ลกั ษณ์ หรือ

เคร่ืองหมายตรงตามความหมายของประโยคและขอ้ ความส้ันๆ ที่ฟัง หรืออา่ น

2. สำระสำคัญ

การฝึกการใชป้ ระโยคคาถามและประโยคบอกเล่า คาศพั ท์ หมวดอาหาร
และเครื่องด่ืม การขอและใหข้ อ้ มลู การสง่ั อาหาร

23

3. จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้
1.อา่ นและเขยี นคาศพั ท์เก่ียวกบั เร่ืองที่กาหนดให้ได้ (K)
2.การอ่านเน้ือเร่ืองเพ่ือจบั ใจความสาคญั และตอบคาถามได้ (K)
3.มีทกั ษะการคดิ สรา้ งสรรค์และการปฏิบตั ิ (ฟัง พดู อ่าน เขยี น) (P)
4.ใฝ่เรียนรู้ ผู้เรียนสมารถคิดวิเคราะห์ คิดสรา้ งสรรค์ และใชเ้ ทคโนโลยีสืบคน้
ขอ้ มลู ได้ (A)
4. สำระกำรเรียนรู้

Vocabulary : Food and drink
Grammar : ประโยคคาถามและประโยคบอกเลา่
Function : การขอและใหข้ อ้ มูล
Culture : การส่งั อาหาร

5. กิจกรรมกรเรียนรู้
จดั การเรียนรูโ้ ดยใช้รูปแบบการจดั การเรียนรูแ้ บบซิปปา (Cippa Model )

กระบวนการจดั การเรียนรู้

24

1. ข้นั ทบทวนความรูเ้ ดิม (CIPPA) สนทนาเก่ยี วกบั คาศพั ท์ในหมวด
อาหารและเครื่องดม่ื
ครู : What food do you like best ?
นักเรียน: I like Chinese food.

2. ข้นั แสวงหำควำมรู้ใหม่ (CIPPA)
2.1 ครูเตรียมเอกสารเสนอแนะคาศัพทห์ มวดอาหารและเครื่องด่ืม
2.2 นักเรียนฟังบทสนทนาในเทป แลว้ ตอบคาถาม ใครทาอะไร ที่ไหน
แลว้ ครูสรุป
สถานการณ์บทสนทนา
Tape script
Susan is at a fast food restaurant near her work. She is very hungry and
has little time.
Girl : Good afternoon. May I take your order , please ?
Susun : Yes, please. I would like a hamburger.
Girl : Would you like anything to drink?
Susun : Yes, please. I would like a Coke.

25

Girl : Small or large?

Susun : Large please.

3. ข้นั ศึกษำทำควำมเข้ำใจ (CIPPA)
ความรูใ้ หมแ่ ละเชอื่ มโยงความรู้ใหม่กบั ความรู้เดิม แบง่ กลุ่มศึกษาเอกสาร

ในหนงั สือเสริมการใช้ ภาษาองั กฤษเพ่ือสื่อสารสาหรับนกั เรียนไทย(ประถม)
3.1 แจกใบงานที่ 1ให้นักเรียนฟังเทปและเลอื กคาตอบทถี่ ูกตอ้ งโดยครู

เปิดเทป 2 คร้งั ครูอธิบายคาศพั ท์ยาก ใหน้ ักเรียนกอ่ นเปิดเทป
Tape script

Susan is at a fast food restaurant near her work. She is very hungry and
has little time.
Girl : Good afternoon. May I take your order , please ?
Susun : Yes, please. I would like a hamburger.
Girl : Would you like anything to drink?
Susun : Yes, please. I would like a Coke.
Girl : Small or large?

26

Susun : Large please.

3.2 ให้นักเรียนฟังเทปอกี คร้งั หน่ึง เพอื่ ทบทวนคาตอบของตวั เอง
4.ข้นั แลกเปลยี่ นควำมรู้ควำมเข้ำใจกลับกล่มุ (CIPPA)
ใหก้ ลุ่มช่วยกนั ตรวจสอบความรูค้ วามเขา้ ใจซ่ึงกนั และกนั
4.1 นกั เรียนนาบทสนทนา ระหว่าง Susan และ Girl ฝึ กพดู ตามจนเกดิ
ทกั ษะ
4.2 หลงั จากน้ันให้กลุ่มตรวจสอบกันเอง แลว้ นาสถานการณ์ มาจาลอง
เป็นตวั เองและเพื่อน ฝึ กพูดจนคล่อง
Pornchai is at a fast food restaurant near her work. He is very
hungry and has little time.
Pondanai : Good afternoon. May I take your order , please ?
Pornchai : Yes, please. I would like a donut.
Pondanai : Would you like anything to drink?
Pornchai : Yes, please. I would like Fanta.
Pondanai : Small or large?

27

Pornchai : Large please.

5. ข้ันสรุปและจดั ระเบียบควำมรู้ (CIPPA)
ให้นกั เรียนสรุปประเดน็ สาคญั ประกอบดว้ ย
5.1 ความคิดรวบยอดหลกั
5.2 ความคิดรวบยอดย่อยของความรูท้ ้งั หมดท้งั ความรูเ้ ดมิ และความรู้

ใหม่แลว้ นามารวบรวมเรียบเรียงใหไ้ ด้ใจความ สาระสาคญั ครบถว้ นสะดวกแก่การ
จดจาโดยจดเป็นโครงสรา้ งความรู้ ซ่ึงเป็ นวธิ ีหน่ึงทีช่ ่วยจดจา
6.ข้นั แสดงผลงำน (CIPPAA)

ให้ผเู้ รียนแสดงผลงานการสร้างความรู้ของตนโดยการแสดงบทบาทสมมตุ ิ
(Role play) ประเมินผลงานตามเกณฑ์ที่เหมาะสม
7.ข้นั ประยกุ ต์ใช้ควำมรู้ (CIPPA)

ครูต้งั โจทยส์ ถานการณ์ตา่ งๆ แลว้ ให้ผูเ้ รียนนาความรูไ้ ปใช้
6. ส่ือ/แหลงกำรเรยี นรู้ (Materials)

6.1 ส่ือ
1 บตั รคา fried chicken,hamburger,hot dog,toast,spaghetti,jam,sausage,

28

Roll,pizza,salad,mustard,French fries,Cninese food ,donut,cookies,
pudding,pie,cake pancake,Coke.Fanta,ice tea,ice coffee,orange juice,lemon tea,

2 รูปภาพ
3 แถบประโยค
4 Work sheet
5 Picture Dictionary
6 แถบบนั ทึกเสียง
7 Worksheet
8 แบบฝึกหดั
9 Sheet เกยี่ วกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
6.2 แหล่งกำรเรียนรู้
1.ห้องเรียน

7. กำรวัดและประเมินผล (Assessment)

ส่ิงท่วี ดั เคร่ืองมอื เกณฑ์

29

ความรู้ K 1.ฟังบทสนทนาในเทป แลว้ ตอบ 1.แบบฝึ กหดั
ทกั ษะ P คาถาม
คุณธรรม A 2.ตรวจสมุด ประจาตวั
นกั เรียน หรือ
แบบฝึ กหัด

1.พฤติกรรม การทางาน รายบุคคล 1.สังเกตพฤติกรรม การ
ทางาน รายบุคคล

2.แบบสังเกต
พฤติกรรม การทางาน
รายบุคคล

1.พฤติกรรม การทางานกลุ่ม 1.สงั เกตพฤติกรรม การ
2.ม่งุ ม่ันในการทางาน ทางานกลุ่ม

2.การตรวจสอบความ
ถกู ตอ้ งในการทาแบบ
ฝึกในใบงานท่ี 2

3.2 ตรวจสอบการ
แสดงบทบาทสมมตุ ิ

ครูประเมินตนเองโดย

30

1.รวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกบั การวิเคราะหป์ ระเด็นสาคญั เกี่ยวกบั ใจความสาคญั
วเิ คราะห์เรื่อง โดยใช้ทกั ษะการอา่ นการคดิ รวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกบั หลักเกณฑก์ าร
วิเคราะหเ์ ก่ียวกบั การสรา้ งและเกิดความคดิ รวบยอด

2.สะทอ้ นบทบาทของครูในการกระตุ้นและการส่งเสริมการเรียนรู้

8.แบบประเมินหลังกำรสอน

1. ประเมินนักเรียน
……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………

2. ประเมินครู

……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………

แบบบนั ทึกผลการเรียนรู้ของ นกั เรียน ครู

วนั ................................ที.่ .............เดือน.................................................พ.ศ. ............

1. ข้นั ตอนการสอน

31

...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
................
2. ความรู้ที่ได้
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
................
3. ทกั ษะท่ีไดร้ บั
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
................

4. คณุ ลักษณะท่ดี ี / ค่านิยม / คุณธรรม / จริยธรรม

32

...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
................
5. ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
................
6. ผลงาน
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
................

แบบสังเกตพฤตกิ รรมกำรเรยี น (สำหรับนักเรยี น)

33

ช่ือผสู้ อน....................................................................... ช้ัน....................................

กลุ่มสาระการเรียนรู้................................................. เร่ือง.........................................

วนั ท.่ี ................... เดอื น................................. พ.ศ. .................. เวลา......................

คำชแี้ จง ให้ผนู้ ิเทศสงั เกตพฤติกรรมการสอนนของครูและโปรดทาเครื่องหมาย /
ลงในชอ่ งพฤติกรรมการสอนตามรายการ การสงั เกตพฤติกรรมการสอนดงั น้ี

ผลการสังเกต

รายการ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเติม

1.ครูจดั กจิ กรรมการ
เรียนการสอนใหผ้ เู้ รียน
ไดค้ ดิ อย่างหลากหลาย

2.ครูเสนอ / จดั แหลง่
ความรู้เพื่อใหผ้ ู้เรียนได้
ฝึกการคน้ ควา้ รวบรวม
ขอ้ มูล

3.ครูจดั กิจกรรมและ
สถานการณ์ใหผ้ ูเ้ รียน

34

แลกเปลีย่ นความคิดและ
ประสบการณ์

4.ครุเปิ ดโอกาสให้
นักเรียนไดน้ เสนอ
ผลงานของตวั เอง / กลุ่ม
ในรูปแบบตา่ งๆ

5.ครูจดั กิจกรรมให้
นักเรียนไดล้ งมอื ปฏบิ ตั ิ

6.ครูเปิ ดโอกาสให้
นกั เรียนไดแ้ สดงความ
คดิ เหน็ และยอมรบั
เกย่ี วกบั ผลงานและ
ความสามารถของตนเอง
และผอู้ ื่น

7.ครูจดั กจิ กรรมการ
เรียนรูท้ ี่มีการเช่ือมโยง
ความรู้เดมิ กบั ความรู้
ใหม่ให้ผเู้ รียน

8.ครูมีการใช้ส่ือการ 35
เรียนรูอ้ ยา่ งหลากหลาย
ลงช่อื ..............................................................
9.ครูใหก้ ารเสริมแรง (..................................................................)
นักเรียนอย่างเหมาะสม
ผปู้ ระเมนิ
10.ครุจดั กิจจกรรมการ
เรียนรูใ้ ห้เอ้อื ต่อการฝึก
ความรบั ผิดชอบของ
นกั เรียน

แบบประเมินแผนกำรจัดกำรเรียนรู้

36

โดยใช้นวัตรกรรม CIPPA Model (สำหรับครู)

รายการ มากที่สุด มาก พอใช้ ปรบั ปรุง

4 321

1.สาระสาคญั แสดงความคดิ รวบ
ยอดของสาระการเรียนรูท้ ี่
สอดคล้องกบั จุดประสงค์การเรียน

2.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ครอบคลุมพฤติกรรมการเรียนรู้
หลายดา้ น (พุทธิพิสยั /ทักษะพิสัย/
จติ พสิ ัยและระบุพฤติกรรมท่ี
สามารถวดั ได)้

3.สาระการเรียนรู้ถูกต้องครบถว้ น
ชดั เจนตามหลกั วิชาการ

4.กระบวนการเรียนรู้

4.1สอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคก์ าร
เรียนรู้

37

4.2จดั กจิ กรรมเตรียมความพร้อม
และทบทวนความรูเ้ ดมิ

4.3จดั กิจกรรมหรือกาหนด
สถานการณท์ ี่เป็นประเด็นปัญหา
ให้ให้นักเรียนคดิ

4.4จดั กจิ กรรมให้นักเรียนได้
แลกเปลี่ยนการเรียนรู้

4.5จดั กิจกรรมใหน้ ักเรียนไดน้ า
นาเสนอผลงาน

4.6จดั กจิ กรรมช้แี นะความรู้
เพ่ิมเติมอภปิ รายแสดงขอ้ คิดเหน็

4.7จดั กิจกรรมทาแผนภาพ
ความคิดอิสระโดยสรุป
สาระสาคญั และองคค์ วามรู้เป็น
ของตนเอง

5.สื่อ อุปกรณแ์ ละแหล่งการเรียนรู้
ท่ีเหมาะสมตามความสามารถของ
ผเู้ รียน

38

6.มีการวดั และประเมนิ ผลท่ี
หลากหลายสอดคลอ้ งกบั
พฤติกรรม ท่ีกาหนนดใน
จุดประสงค์กบั ธรรมชาตขิ องสาระ
การเรียนรู้

หมายเหตุ ระดบั ผลการประเมินข้นึ อยู่กบั ดุลพินิจของผูส้ อนในนการกาหนดชว่ ง
คะแนน

39

อ้ำงอิง

สืบคน้ งานวจิ ยั ของ ลลิตา เนียมเปี่ยม กิจกรรมการเรียนรู้โดยใชร้ ูปแบบ
โมเดลซิปปา ที่ส่งเสรียมความสามารถดา้ นการอา่ นภาษาองั กฤษเพื่อความเขา้ ใจ
สาหรบั นกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ท่ปี รึกษางานวิจยั รองศาสตราจารย์ ดร.วารี
รัตน์ แกว้ อุไร ปี 2561

file:///C:/Users/user/Downloads/2019_01_21_10_50_35.pdf


Click to View FlipBook Version