The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติศูนย์ศิลปาชีพ ปรับปรุงครั้งที่ 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Thatchai Kumngoen, 2022-11-22 04:15:43

ประวัติศูนย์ศิลปาชีพ ปรับปรุงครั้งที่ 2

ประวัติศูนย์ศิลปาชีพ ปรับปรุงครั้งที่ 2

|๑

โครงการฟารม์ ตัวอยา่ งตามพระราชดาริ
บา้ นยางกลาง ตาบลสีบวั ทอง อาเภอแสวงหา จงั หวัดอา่ งทอง

ความเป็นมาของโครงการ

ในชํวงฤดูน้าหลากของทุกปี พ้ืนที่ภาคกลางของประเทศไทย มักประสบภัยน้าทํวม โดย
เฉพาะที่จังหวัดอํางทอง จะได๎รับผลกระทบหนักท่ีสุด เนื่องจากเป็นพ้ืนท่ีราบลุํม เวลาน้าทํวมก็จะ
คลอบคลุมเกือบทั้งจังหวัด จากเหตุการณอ์ ทุ กภยั ครง้ั ใหญํในจังหวดั อํางทอง เม่ือปลายปี พ.ศ. ๒๕๔๙
ไดส๎ รา๎ งความเสยี หายตํอพน้ื ทีก่ ารเกษตรอยํางหนัก เรือก สวน ไรํ นา ได๎รับความเสียหายหลายหม่ืนไรํ
น้าทํวมบ๎านเรือนประชาชน จนต๎องอพยพขึ้นมาอยํูอาศัยกันบนถนน ประชาชนได๎รับความเดือนร๎อน
จากอุทกภยั ในครัง้ น้ยี าวนานถงึ ๓ เดือน

เมื่อความทราบถึงสมเด็จพระนางเจ๎าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระองค์ทรงมีความหํวงใย
ประชาชนทป่ี ระสบภยั เปน็ อยาํ งมาก ทรงมพี ระราชกระแสรับส่ัง ให๎ตัวแทนและผ๎ูน้า รวมทั้งหนํวยงาน
ตํางๆ ท่เี ก่ียวข๎องในจังหวัดอํางทอง รวํ มกนั จัดทา้ โครงการฟารม์ ตวั อยํางขึ้น โดยจัดพื้นที่ที่น้าทํวมไมํถึง
จดั ตงั้ โครงการฟาร์มตัวอยําง ให๎กับราษฎรในจังหวัดอํางทองรวม ๒ แหํง แหํงแรกคือโครงการฟาร์ม
ตัวอยํางหนองระหารจีน ตั้งอยูํที่ หมูํ ๑ ต้าบลบ๎านอิฐ อ้าเภอเมือง จังหวัดอํางทอง มีพื้นท่ีประมาณ

|๒

๓๖ ไรํ และแหํงที่สอง คอื ท่ีต้งั ของศนู ย์ศิลปาชีพ สีบัวทอง ณ บ๎านยางกลาง หมํู ๓ ต้าบลสีบัวทอง
อ้าเภอแสวงหา จงั หวัดอาํ งทอง มพี น้ื ท่ีรวมขนาด ๗๒๐ ไรํ มีระบบสํงน้าชลประทานที่สมบูรณ์ จึงไมํ
เกดิ ปญั หาน้าทวํ มขงั โดยเริ่มด้าเนนิ การมาตัง้ แตํเดือน มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นต๎นมา

วตั ถปุ ระสงคข์ องโครงการ

โครงการถูกจัดต้ังข้ึนเพ่ือให๎เป็นแหลํงจ๎างงานให๎แกํราษฎร โดยเฉพาะราษฎรท่ีประสบภัย
เป็นแหลํงผลิตอาหารปลอดภัยให๎กับชุมชน เป็นแหลํงเรียนร๎ูเรื่องการเกษตร รวมทั้งเป็นแหลํง
ทอํ งเทีย่ วเชิงเกษตรได๎อีกด๎วย สามารถสร๎างงานสร๎างรายได๎ให๎กับประชาชนในพ้ืนท่ี จังหวัดอํางทอง
ให๎สามารถประกอบอาชีพท่ีสุจริต มีรายได๎เล้ียงตนเองและครอบครัว ไมํเดือดร๎อน ไมํหันไปพึ่งพายา
เสพติด หรือกอํ อาชญากรรม และในขณะเดยี วกันก็เป็นแหลํงเรียนรู๎ด๎านปฏิบัติการเกษตรและการปศุ
สัตว์ โดยใช๎วิธีการเรียนร๎ูจากการลงมือท้า (Learning by doing) เพ่ือให๎ราษฎรสามารถน้าความร๎ูที่
ได๎รบั กลบั ไปทา้ มาหากนิ ในพื้นทข่ี องตนเองอยํางถูกหลกั วชิ าการ และปลอดภยั ตํอสุขภาพ ตํอไป

ภาพกลุม่ แรงงานในโครงการฟาร์มตวั อยา่ งตามพระราชดาริ หนองระหารจีน

|๓

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จเปิดโครงการฟาร์มตัวอย่างตาม
พระราชดาริ ณ บ้านยางกลาง ตาบลสีบัวทอง อาเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง อย่างเป็น
ทางการ เมอ่ื วนั ที่ ๒๒ กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐

เสดจ็ ฯ โครงการฟารม์ ตัวอยา่ งตามพระราชดาริ ตาบลสบี ัวทอง อาเภอแสวงหา จังหวัดอา่ งทอง
ในพธิ อี ญั เชญิ แม่โพสพคนื นา วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๑

|๔

เสด็จฯ โครงการฟารม์ ตัวอยา่ งตามพระราชดาริ ตาบลสีบัวทอง อาเภอแสวงหา จงั หวดั อา่ งทอง
ในพธิ อี ัญเชญิ แม่โพสพคนื นา วนั ที่ ๙ สงิ หาคม ๒๕๕๑

|๕

แผนผงั ที่ดนิ โครงการฟาร์มตวั อยา่ งตามพระราชดาริ
ณ บา้ นยางกลาง ตาบลสีบัวทอง อาเภอแสวงหา จงั หวัดอ่างทอง

|๖

การกอ่ ต้ังศูนย์ศลิ ปาชพี สบี ัวทอง

เมื่อคร้ังที่ สมเด็จพระนางเจ๎าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชด้าเนินมาที่โครงการ
ฟาร์มตัวอยํางฯ เพื่อทอดพระเนตรความคืบหน๎าการด้าเนินงานของโครงการฟาร์มตัวอยําง มีเด็กๆ
ในพื้นที่มารอเข๎าเฝูารับเสด็จกันเป็นจ้านวนมาก และด๎วยความที่พระองค์ทรงมีความเป็นแมํสูงมาก
พระองคท์ รงรบั ส่งั ให๎ ข๎าราชบริพารในพระองค์ ลงไปสา้ รวจดูความเป็นอยํูของพวกเด็กๆ เหลําน้ี จึงได๎
ทราบวําเด็กๆ สํวนใหญมํ ีฐานะยากจน ไมไํ ดเ๎ รยี นหนงั สอื บางคนกพ็ กิ าร พระองค์จงึ ทรงรับส่ังให๎กํอต้ัง
ศูนย์ศิลปาชีพ เพ่ือรับเด็กๆ เข๎ามาท้างาน ฝึกอบรมอาชีพ ถือเป็นต๎นก้าเนิด ศูนย์ศิลปาชีพ สีบัวทอง
โดยมี พลเรือเอก สา้ เภา พลธร เป็นผูด๎ ูแลศูนยศ์ ิลปาชพี สบี ัวทองฯ มาจนถงึ ทกุ วันนี้

ด๎วยพระเมตตาของสมเด็จพระนางเจ๎าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ท่ีไมํเพียงแตํต๎องการจะ
ชํวยเหลือชํวยเหลือราษฎรที่ได๎รับความเดือนร๎อนเพียงอยํางเดียว แตํพระองค์ยังทรงต๎องการจะ
สํงเสรมิ อาชีพให๎แกรํ าษฎรในพ้นื ที่ เพื่อเสรมิ สร๎างรายได๎ให๎กับครอบครัว สามารถพึ่งพาตนเองได๎อยําง
พอเพียง และยง่ั ยนื อีกทั้งยังเป็นการอนุรกั ษ์ และสืบสานศลิ ปหตั กรรมของไทยท่มี มี าช๎านาน ให๎คงอยูํคํู
แผนํ ดินไทยสบื ไป

|๗

สมเด็จพระนางเจ๎าฯ ทรงมีพระราชประสงค์ให๎ชํวยเหลือบุตรหลานของครอบครัวราษฎร
ที่ไดร๎ ับความเดือดร๎อน และฐานะยากจน ที่ยังไมํมีอาชีพ และยังไมํมีโอกาสได๎ศึกษาตํอ ให๎เข๎ารับการ
ฝึกอบรมอาชีพ ทรงให๎กํอตั้งเป็นศูนย์ศิลปาชีพข้ึน ภายในโครงการฟาร์มตัวอยํางตามพระราชด้าริฯ
เมอ่ื วนั ที่ ๕ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ จัดเป็นศูนย์ศิลปาชีพ อันดับท่ี ๔๖ ของไทย โดยเริ่มมีการกํอต้ัง
แผนกเคร่ืองปั้นดินเผาข้ึนเป็นอันดับแรก มีราษฎรท่ีได๎ผํานการคัดเลือกท้ังหญิง และชายเข๎ารับการ
ฝกึ อบรมเปน็ จ้านวนรวม ๖๐ คน ไดค๎ รจู ากศนู ย์ศิลปาชีพในภาคตําง ๆ ท่ีมีความเชี่ยวชาญมาฝึกอบรม
วิชาชีพ และให๎ความร๎ู รวมท้ังเจ๎าหน๎าท่ีจากกรมวิทยาศาสตร์บริการมาเป็นวิทยากร สอนการใช๎
เคร่ืองมือ เคร่ืองจกั รในการผลิตเซรามคิ อยํางตํอเนื่อง ราษฎรผ๎ูเข๎ารับการฝึกอบรมอาชีพ จะได๎รับเบี้ย
เลี้ยงเพื่อให๎มีรายได๎เล้ียงตนเอง และครอบครัว ซ่ึงหากผู๎เข๎ารับการฝึกอาชีพคนใด เป็นผู๎มีความ
ประพฤตดิ ี ขยนั และมีความสามารถ จะไดร๎ ับการพิจารณาเงินรางวัลพิเศษจากกองราชเลขาในสมเด็จ
พระนางเจ๎าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ เพื่อเป็นขวัญและก้าลังใจอีกด๎วย และขณะเดียวกันก็ได๎ขยาย
โอกาสให๎ราษฎรเข๎ามารับการฝึกอบรมอาชีพเพ่ิมเติม โดยเพ่ิมแผนกตํางๆขึ้นอีก รวมเป็น ๔ แผนก
ประกอบด๎วย

๑. แผนกเคร่อื งป้ันดินเผา เริ่มด้าเนินการ เมอ่ื วนั ที่ ๕ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๐
๒. แผนกทอผ๎า เร่ิมด้าเนินการ เมอื่ วันที่ ๕ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๑
๓. แผนกปักผ๎า เริ่มด้าเนนิ การ เม่อื วันท่ี ๑ มิถนุ ายน ๒๕๕๒
๔. แผนกแกะสลักไม๎ เร่ิมดา้ เนินการ เมอ่ื วนั ที่ ๑ มิถนุ ายน ๒๕๕๒

|๘

ศูนย์ศิลปาชีพ สีบัวทองฯ เป็นหนึ่งในแหลํงสร๎างงานสร๎างอาชีพ และเป็นแหลํงทํองเท่ียวที่
สร๎างชื่อเสียงให๎กับจังหวัดอํางทอง เป็นแหลํงเรียนร๎ูส้าหรับผ๎ูท่ีสนใจในงานศิลปกรรมของไทย
ได๎มีโอกาสเข๎ามาศึกษาหาข๎อมูลได๎โดยไมํมีคําใช๎จํายใด ๆ ท้ังส้ิน ในชํวงแรกเร่ิมศูนย์แหํงน้ี ยังไมํมี
อาคารหลังใหญํ มีเพยี งเตน็ ท์ ๑ หลงั และมีนกั เรยี นรวม ๖๐ คน ฝกึ ท้างานเซรามิค จากน้ันก็เร่ิมขยาย
มาสํูแผนกอื่นๆ อีก จนปัจจุบันมีท้ังหมดรวม ๔ แผนก แผนกเครื่องป้ันดินเผา ,แผนกทอผ๎า ทอจก ,
แผนกปักผ๎า และแผนกแกะสลักไม๎ ปัจจุบัน มีราษฎรเข๎ารับการฝึกอบรมอาชีพรวมท้ังสิ้น ๑๖๐ คน
โดยผลงานการสร๎างสรรค์ของทางศูนย์ฯทั้งหมด ไมํวําจะเป็น ภาชนะเซรามิค ทอผ๎า ปักผ๎า และ
แกะสลกั ไม๎ พอท้าชิน้ งานเสร็จเรยี บรอ๎ ยแลว๎ จะสํงเข๎าไปถวายในพระราชวังจิตรลดา และสํวนหน่ึงน้า
ข้ึนถวายใช๎งานจริงในพระราชวังด๎วย บางสํวนก็เก็บรวบรวมไว๎กับผลงานของศูนย์ศิลปาชีพอื่นๆ
เพอื่ ออกรา๎ นจ้าหนาํ ยในงานของมูลนิธิสงํ เสริมศิลปาชีพฯ ท่สี วนอัมพร ชํวงเดอื นธันวาคมของทุกปี

สา้ หรบั ผลงานท่ีถือเปน็ ชน้ิ เอก ของศนู ยศ์ ิลปาชีพ สีบัวทองฯ แหํงนี้ คืองานเซรามิค เนื่องจาก
ผลงานเซรามิคของท่ีนี่ ได๎รับเลือกให๎เป็นเคร่ืองใช๎บนโต๏ะเสวย เพ่ือต๎อนรับแขกท้ังในประเทศและ
ตํางประเทศของสมเด็จพระนางเจ๎าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

|๙

สยามบรมราชกมุ ารี ศูนย์ศิลปาชีพ สีบัวทองฯ ได๎มีโอกาสท้าภาชนะบนโต๏ะเสวย ถวายเป็นชุดแรกคือ
ชุดดอกล่นั ทม ซึ่งพระองค์ทํานโปรด มีรับส่ังให๎กา้ ลังใจกบั ผป๎ู ฏิบตั งิ านวาํ “ทาดีแล้ว ให้ทาตอ่ ไป”

ตํอมาพระองค์ทํานรับสั่งให๎ท้าภาชนะเซรามิคลายดอกบัวหลวง โดยได๎ต๎นแบบดอกบัวหลวง
จากกระถางหน๎าโบสถ์วัดพระแก๎ว แล๎วน้าไปปลูกที่ศูนย์ศิลปาชีพ สีบัวทองฯ เพื่อให๎นักเรียนได๎เห็น
ดอกบัวหลวงของจริง จะได๎ถํายทอดออกมาเป็นลวดลายที่สวยงามเหมือนจริง เพื่อท้าถวาย พอท้า
ช้ินงานเสร็จจึงน้าถวายขึ้นไป พระองค์ทํานโปรดมาก และรับส่ังให๎ท้าเพิ่มอีกชุดเพ่ือถวายสมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ไวใ๎ ชท๎ วี่ งั สระปทมุ

ชดุ เครอื่ งใชบ้ นโต๊ะอาหาร ลายดอกบัวหลวง

| ๑๐

แผนกงานตา่ งๆในศูนยศ์ ลิ ปาชพี สีบัวทอง

ศนู ยศ์ ลิ ปาชพี สีบัวทอง มีแผนกงานตา่ งๆ อยู่ ๔ ประเภท คอื
๑. แผนกเครอ่ื งปั้นดินเผา เริ่มด้าเนินการ เมื่อวนั ท่ี ๕ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๐
๒. แผนกทอผ๎า เร่มิ ด้าเนินการ เมอ่ื วันท่ี ๕ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๑
๓. แผนกปกั ผ๎า เร่มิ ดา้ เนินการ เม่อื วนั ที่ ๑ มิถนุ ายน ๒๕๕๒
๔. แผนกแกะสลกั ไม๎ เริม่ ดา้ เนินการ เมอ่ื วันที่ ๑ มิถนุ ายน ๒๕๕๒
เปลยี่ นเป็น แผนกแกะสลกั ไม๎และหวั โขน เมื่อ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๙

แผนกฝึกอาชพี เครอื่ งปน้ั ดนิ เผา เซรามคิ (Ceramics) ประกอบดว้ ย
๑.๑ ประเภทเครือ่ งใช้บนโตะ๊ อาหาร

เคร่ืองจักร (Roller Head) อาทิ ชุดกาแฟ , แก๎วมัก , ถ๎วย , จานและชาม ผลิตจากดิน
ขาว (porcelain) หรือดินขาว อีกชนิดหน่ึงท่ีเรียกวํา ดินเถ๎ากระดูกสัตว์หรือดินโบน (Bone China)
จะได๎ผลิตภัณฑ์สีขาว, บาง , น้าหนักเบา , แข็งและโปรํงแสง ภาชนะดินจะถูกน้าไปเผาในเตาแก๏ส
อุ ณ ห ภู มิ ๘ ๐ ๐ อ ง ศ า เ ซ ล เ ซี ย ส เ รี ย ก วํ า ก า ร เ ผ า ดิ บ ภ า ช น ะ ที่ ผํ า น ก า ร เ ผ า ดิ บ
เรียกวํา Biscuit น้า Biscuit มาราํ งแบบท่ตี อ๎ งการแล๎วพํนสี – เขียนสีด๎วยมืออยํางประณีต เป็นสีชนิด
ใต๎เคลือบ (Underglaze) เสร็จแล๎วจุํมเคลือบ เผาเคลือบด๎วยเตาไฟฟูา อุณหภูมิ ๑๒๐๐ องศา
เซลเซยี ส ลวดลายเขยี นสีท่ไี ด๎รับความนิยมคือ ลายบัวหลวง และลายลั่นทมหลากสี ผลิตภัณฑ์เคร่ือง
เคลือบ (ใส) สีขาว (Whitewear) น้ามาตกแตํง (ภายหลังการเผาเคลือบแล๎ว) ด๎วยการปิดรูปลอก
(Decal) และนา้ เข๎าเตาเผา (เป็นคร้ังที่ ๓ ) อุณหภูมิ ๗๕๐-๘๐๐ องศาเซลเซียส เพื่อให๎รูปลอกติดกับ
ภาชนะได๎คงทน ลวดลายท่ีน้ามาท้ารูปลอกเพ่ือการอนุรักษ์และสํงเสริมศิลปะไทยได๎แกํ ลายผ๎าทอ
โบราณ (ลายดอกพกิ ุล) และลายโขนเรื่อง รามเกียรติ์

๑.๒ ประเภทป้นั ดอกไม้ – ใบไม้
ประดับตกแตํงภาชนะเกิดประโยชน์ใช๎สอยเสมอ ด๎วยความประณีตสวยงาม การเตรียม

งานปั้น เชนํ อดั พิมพล์ ายใบ ,ลายกลีบดอก , การเขา๎ ดอก , และการทา้ สใี หใ๎ กล๎เคียงธรรมชาติมากที่สุด
ต๎องท้าดว๎ ยมอื ทุกข้นั ตอน สํวนการเผาดิบ , การเคลือบ และการเผาเคลือบ เป็นกระบวนการเดียวกับ
การผลิต เครื่องใชบ๎ นโต๏ะอาหาร ยกเวน๎ ดอกไม๎ทใ่ี ชด๎ นิ โบนต๎องเผาดิบ อุณหภูมิ ๑๒๓๐ องศาเซลเซียส
เรียกวําเผา แกรงํ กอํ นการท้าสี

| ๑๑

๑.๓ ประเภทรปู สัตว์
การผลิตสัตว์ชนิดตํางๆ ก็คือ การเก็บรายละเอียดของอากัปกิริยาท่ีนําเอ็นดู เช่ือง หรือ

นาํ เกรงขาม อยํางเป็นธรรมชาติ มาไว๎ท่ีการเตรียมต๎นแบบให๎มากท่ีสุด เสร็จแล๎วจึงน้ามาถอดพิมพ์ปู
นพลาสเตอร์ เพอ่ื ใชเ๎ ปน็ พิมพใ์ นการหลํอน้าดิน การผลติ ซ้าตวั สัตวส์ ามารถท้าได๎คราวละจ้านวนมากขึ้น
อยูํกับจา้ นวนพมิ พส์ ตั ว์ทสี่ ีผวิ เข๎ม จะใช๎ดนิ Stonewear สผี ิวออํ นใชด๎ นิ Bone China

๑.๔ ประเภทหตั ถกรรมดนิ เผาพ้ืนบ้าน
ศิลปะงานปั้นเชิงอนุรักษ์วัตถุโบราณที่มีรูปทรงส มดุลใช๎วัตถุดิบคือดินเหนียว

(stonewear) ในท๎องถิ่นขึ้นรูปด๎วยแปูนหมุน เผาด๎วยเตาฟืน หรือเตาแก๏ส เคลือบข้ีเถ๎า มีต๎นทุนต้่า
เหมาะส้าหรับเป็นอาชีพเสริม การท้าเครื่องปั้นดินเผาของศูนย์ศิลปาชีพ แหํงน้ี จะใช๎ดินเน้ือละเอียด
มาก พอน้าไปเผาแล๎ว จะเหมาะกับการเขียนลาย มีคุณภาพและทนความร๎อนสูง โดยจะเน๎นการผลิต
เครื่องใช๎บนโต๏ะอาหารและของตกแตํง รูปแบบแปลกใหมํ มีความคิดสร๎างสรรค์ เพื่อไมํให๎ซ้ากับงาน
เครื่องป้นั ดนิ เผาของศนู ยศ์ ิลปาชีพ แหํงอ่ืน นอกจากนั้นการผลิตเซรามิคท่ีน่ี ถือเป็นศูนย์ผลิตเคร่ืองใช๎
บนโตะ๏ เสวยแหํงเดยี วในไทย เพ่ือใช๎ทูลเกล๎าถวายสมเด็จพระนางเจ๎าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และ
สมเดจ็ พระเทพพระรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ยังความปลาบปล้ืม ความภาคภูมิใจให๎กับผู๎ท่ีมี
สวํ นรํวมผลติ ชิน้ งานนน้ั ๆ เป็นอยํางมาก

| ๑๒

เครื่องเซรามคิ

| ๑๓

๑.๕ การปน้ั ด้วยแปน้ หมุน
การป้ันดว๎ ยแปนู หมนุ ถือเปน็ วธิ ีการปั้นท่ีสามารถข้ึนรูปทรงได๎อยํางรวดเร็ว และมีข๎อจ้ากัดคือต๎องป้ัน

ผลิตภัณฑ์มลี กั ษณะรปู ทรงกลมและรปู ทรงรเี ทาํ นนั้ ผลติ ภัณฑท์ ีน่ ยิ มปัน้ เชนํ ถ๎วย จาน ชาม แจกนั โองํ ไห และทรง
อืน่ ๆ เป็นตน๎ ถอื เป็นเทคนิคและกรรมวิธีการหน่ึง ที่ต๎องใช๎ทักษะความช้านาญของคนปั้น มีเวลาในการฝึกปฏิบัติ
ทดลอง สกั ระยะหน่งึ จนสามารถ เรยี นร๎ู สมั ผัสและคุน๎ เคยกบั กอ๎ นดนิ เหนยี วท่ีใช๎ป้นั หลงั จากน้ันก็สามารถป้นั หรอื
สรา๎ งรปู ทรงกลมหรอื ทรงรีตามความตอ๎ งการได๎ ตอ๎ งข้นึ อยํกู ับผ๎ูปน้ั วําสามารถควบคุม น้าหนัก จุดศูนย์กลาง ขนาด
และรูปทรงได๎ โดยมีจังหวะ ระยะเวลา ที่เหมาะสม เพ่ือควบคุมความช้ืนหรือน้าในเนื้อดิน(การแห๎งช๎า/เร็ว)
เน่ืองจากเนื้อดินมีการหดตวั ขยายตวั ตามลกั ษณะของเน้ือดนิ ระหวํางผง่ึ ตากใหแ๎ หง๎ มีผลในการแตกรา๎ วได๎ หากมีการ
หดตวั ของเนือ้ ดนิ เรว็ ไป ทั้งน้ีขึน้ อยกํู บั การควบคุมและขนาดความหนา/บาง ของชิ้นงาน หลังจากนั้นน้าไปตกแตํง
พนื้ ผิวและสวํ นประกอบอน่ื ๆ กอํ นนา้ ไปเผาดบิ และเผาเคลอื บให๎เปน็ ผลิตภณั ฑท์ ่ีสมบูรณพ์ ร๎อมนา้ ไปใช๎ตํอไป

ข้ันตอนการป้ันด้วยแป้นหมนุ

๑) การจบั ศูนย์ นา้ ก๎อนดินท่ผี ํานการนวดแล๎ว มาวางบนแปูนปรับความเร็วรอบตามความถนัดเบื้องต๎น
ควรใชร๎ อบชา๎ ๆ ใช๎มือสองข๎างในลักษณะ จับ บีบ กด จนก๎อนดินได๎ศูนย์ท่ีสุดโดยมีลักษณะ น่ิงไมํบิด
เบยี้ ว ไมํสํายขณะแปูนกา้ ลังหมนุ รอบ

๒) การเจาะรูตรงกลางก๎อนดินให๎มีลักษณะ เป็นโพรง กลวง เพื่อควบคุมขนาดเน้ือดิน และ
สามารถใชม๎ ือดึง รีดผนงั เน้ือดินให๎มีรูปทรงสูงขึ้น ในลักษณะเป็นทรงกระบอกตรงๆ ขนาด
ความสูง ความหนาขนึ้ อยกํู ับน้าหนักของกอ๎ นดนิ ท่ใี ช๎ป้ัน

| ๑๔

๓) การป้ันรูปทรง โดยการใช๎มือกด ดัน บีบ และดัด ทุกสํวนของเนื้อดินรูปทรงกระบอก ให๎
เปน็ ไปตามที่ต๎องการ ทงั้ รูปทรง แจกัน โอํง ไห กระถาง ถ๎วย จาน ขาม และอ่ืนๆ

๔) การตกแตํงพ้ืนผิวและสํวนประกอบ หลังจากท้าการป้ันเป็นรูปทรงผลิตภัณฑ์ตามต๎องการ
แล๎ว ควรปลอํ ยทง้ิ ให๎แหง๎ หมาดเพื่อต๎องการใหผ๎ ลิตภัณฑ์มีความแข็งแรงพอประมาณไมํอํอน
และแขง็ เกินไป นา้ มาขูดพ้ืนผิว ตกแตงํ ให๎มขี นาดความหนา ความบาง ที่เหมาะสม สวยงาม
รวมทั้งการทา้ ฐานหรอื ก๎นผลิตภัณฑด์ ว๎ ย

๕) การท้าให๎แหง๎ โดยการ ผ่งึ ตาก ใหแ๎ ห๎งเร็ว หรอื ชา๎ ขน้ึ อยูกํ บั ความเหมาะสม ของสภาพเน้ือ
ดินหรือชิ้นผลิตภัณฑ์ เน่ืองจากเน้อื ดนิ ท่ีใช๎ปั้นมีความช้ืนมาก หากไมํมีการควบคุมโดยการ
หม๎ุ ปกปดิ ดว๎ ย ผ๎า หรอื แผนํ พาสติก ผลิตภัณฑ์อาจเกิดการแตกร๎าวได๎ สาเหตุเกิดจากการ
หดตวั ของเนอ้ื ดนิ ระหวํางการผ่งึ ตาก

| ๑๕

๖) การเผาดิบ เป็นการเผาครงั้ ท่ี ๑ ใชอ้ ณุ หภมู ิเผาประมาณ 700-800 องศาเซลเซียส เพ่ือเพ่ิมความ
แขง็ แรงใหแ้ ก่ตวั ผลติ ภณั ฑ์ สามารถป้องกนั การแตกรา้ วระหว่างเคล่ือนยา้ ยและนาไปตกแตง่ ตาม
ความตอ้ งการได้ กอ่ นนาไปเผาครง้ั ท่ี ๒ ใชอ้ ณุ หภมู สิ งู หรือเผาเคลอื บตอ่ ไป

๗) การเผาเคลือบ เป็นการเผาครง้ั ท่ี ๒ เพื่อใหเ้ นื้อดิน สีและเคลือบมีการสกุ ตวั น่าใช้ และมีความ
แขง็ แกรง่ ทนทานตอ่ การขดี ขว่ น กรดและดา่ งไดเ้ ป็นอยา่ งดี รวมทง้ั ปอ้ งกันการร่วั ซึมของนา้ ได้ โดย
ใชอ้ ณุ หภมู ใิ นการเผา ประมาณ ๑,๒๐๐-๑,๒๕๐ องศาเซลเซียส

| ๑๖

๘) การป้ันชิน้ งานขนาดใหญด่ ว้ ยวิธีใชแ้ ปน้ หมนุ การปั้นดว้ ยวิธีแป้นหมนุ สามารถป้ันผลติ ภณั ฑข์ นาดใหญ่และ
มคี วามสงู ได้ ๑ -๒ เมตร โดยใชเ้ ทคนิคการป้ันเพ่ิมเตมิ คือ การตอ่ ประสานของเสน้ ดนิ หรือแท่งดินในแตล่ ะช้นั ให้
มขี นาด นา้ หนกั และความหนา บาง ท่ีเทา่ กนั และเกิดความแตกรา้ วเสียหายนอ้ ยที่สดุ ซ่ึงตอ้ งใชเ้ นือ้ ดินจานวน
มากตามขนาดความสงู และความกวา้ งท่ีตอ้ งการ ซึ่งยงั นิยมป้ันกนั แพรห่ ลายในโรงงานหรือผปู้ ระกอบการท่วั ไป
โดยการตอ่ ชน้ั ดนิ ใหค้ อ่ ยๆสงู ขนึ้ แลว้ ทิง้ ช่วงจงั หวะการแหง้ หมาดของเนือ้ ดินแตล่ ะช่วงการตอ่ ทงั้ นีข้ นึ้ อย่กู บั การ
ควบคมุ ความชืน้ ความแขง็ แรงของผนงั แท่งดินที่ใชต้ อ่ ขนึ้ รูปทรง เนื่องจากรูปทรงท่ีมีขนาดใหญ่ มีนา้ หนักมาก
ตอ้ งใชค้ วามแขง็ แรงของผนังรอยตอ่ แท่งดินหรือเสน้ ดินแตล่ ะช่วงใหส้ มั พันธก์ ับความอ่อนแขง็ ของเนือ้ ดินท่ีใช้
รวมทั้งการควบคมุ ความชืน้ ของตวั ผลิตภณั ฑไ์ ม่ใหเ้ กิดการแหง้ เรว็ จนเกินไปเพ่ือลดการสญู เสียแตกรา้ วไดใ้ น
ระหวา่ งการขนึ้ รูปทรงโดยวธิ ีการตอ่ ประสานเนือ้ ดนิ หรือระหว่างการทิง้ ไวใ้ หแ้ หง้ ขาดการควบคมุ ดแู ลการแหง้
เรว็ -ชา้ ของตวั ผลติ ภณั ฑ์ การปั้นชิน้ งานขนาดใหญ่ดงั กล่าว ตอ้ งใชท้ ักษะความชานาญของคนปั้นหรือช่างปั้น
เป็นหลกั รวมทง้ั การเลอื กใชช้ นิดเนือ้ ดนิ ท่ีสามารถควบคมุ ความเหนียว ความแขง็ แรงและการหดตวั ของเนือ้ ดิน
ให้คงที่สม่าเสมอเป็นสาคัญ จึงนับได้ว่าวิธีการสร้างรูปทรงด้วยแป้นหมุน ถือเป็ นมรดกตกทอดทาง
ศลิ ปหตั ถกรรมท่ีสาคญั ของคนไทยและคนทงั้ โลกไดเ้ ช่นเดียวกนั ดงั ภาพประกอบ

| ๑๗

๑. แผนกฝกึ อาชีพทอผา้

งานทอผ๎ามีกระบวนการผลิตหลายข้ันตอน เริ่มต๎นจากการปลูกหมํอน เล้ียงไหม , สาวเส๎น
ไหม ยอ๎ มสีไหม และการเตรยี มเส๎นพุงํ เสน๎ ยืน ซงึ่ ตอ๎ งท้าอยาํ งตํอเน่อื ง ผา๎ ทอศลิ ปาชีพจะแตกตาํ งจากผ๎า
ทอทั่วไป คือ การย๎อมสี จะย๎อมโดยใช๎วัตถุดิบจากธรรมชาติ โดยมี ๕ สีหลัก ได๎แกํ สีแดงจากคร่ัง,สี
เหลอื งไดจ๎ ากไม๎แกนํ ขนุนและไม๎มะพูด,สีชมพูได๎จากไม๎ฝาง,สีน้าเงินจากการหมักคราม และสีมํวงจาก
ครง่ั และหมักคราม เป็นตน๎ งานทอผา๎ เปน็ งานหัตศลิ ปอ์ กี แขนงหนึ่งที่สร๎างช่ือให๎กับศูนย์ศิลปาชีพแหํงน้ี
โดยเฉพาะการทอผ๎าไหมแบบโบราณ อาทิ ผ๎าลายหางกระรอก ผ๎าลายเกร็ดเตํา เป็นต๎น เม่ือเดือน
มีนาคม ๒๕๕๘ มูลนิธิสํงเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ๎าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได๎
ดา้ เนนิ การเปิดอบรมโครงการทอผา๎ ไหมยกทอง โดยมีชํางศลิ ปาชีพ จากสถาบนั สิรกิ ิติ์ และสมาชิกศูนย์
บา๎ นเนนิ ธัมมงั จงั หวดั นครศรธี รรมราช ท่ีมีความช้านาญ มาเป็นผ๎ูถํายทอดความร๎ู ให๎แกํสมาชิกศูนย์
ศลิ ปาชีพ สีบวั ทองฯ แหํงน้ี และอาจาร์ย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย มาเป็นผู๎ฝึกสอนถํายทอดความรู๎ให๎
นักเรยี นศนู ย์ศิลปาชีพ สบี ัวทองฯ จากที่เคยทอผ๎าฝูายผ๎าไหมแล๎วก็ฝึกหัดฝีมือมาทอ “ผ๎ายก” หรือผ๎า
ไหมทท่ี อดว๎ ยเทคนิคการยกลวดลายใหเ๎ ดนํ ชัด อกี ทั้งการทอจะยากกวําปกติและไมํสามารถทอคนเดียว
ได๎ ตอ๎ งใชค๎ นทอถงึ ๔ คนในการท้าหน๎าท่ีแตกตํางกันออกไป มีกระบวนการหลายข้ันหลายสํวน ระยะ
การเตรียมในการทอผา๎ แตลํ ะผืนไมตํ ้่ากวาํ ๖-๗ เดือน ท้งั การเตรียมไหม การย๎อมสีท่ีใช๎จากสีธรรมชาติ
ซ่ึงเป็นเทคนคิ ทสี่ บื ทอดตอํ กันมา เพอ่ื ใหส๎ ที ี่สดใสและติดคงทนกวําสารเคมี ทวํากลายเป็นความพิเศษท่ี
ทา้ ให๎ผ๎าทอมคี วามแข็งแรง ทนทานไมํขาดงําย

ทงั้ นศ้ี นู ย์ศลิ ปาชพี สีบัวทองฯ เป็นแหํงแรก ทมี่ ผี ลการทอผ๎าไหมยกทองเป็นทีพ่ อพระราชหฤทัย
และถกู น้าไปใชเ๎ ป็นภูษาภรณ์ ในการแสดงโขนพระราชทาน ตามพระราชด้าริ ในสมเด็จพระนางเจ๎า
สิรกิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ ีนาถ ท่ีทรงโปรดเกล๎าให๎ฟื้นฟูการทอผ๎าไหมยกทอง ซึ่งเป็นหัตกรรมของไทยที่มี
ความวจิ ติ รสวยงามมาแตํโบราณกาล เน่อื งจากการทอผ๎ายก ของศูนย์ศิลปาชีพ สีบัวทองฯ เป็นการทอ
ผา๎ ในลวดลายท่นี า้ ไปใช๎ในตวั ละครทเี่ ป็นชนชนั้ สงู ในราชสา้ นกั ตามแบบผ๎าเยยี รบับหรือผ๎ายกท่ีใช๎ในราช
ส้านกั แบบโบราณ หากแตเํ มอ่ื กํอนตอ๎ งนา้ ผ๎าเขา๎ มาจากอนิ เดยี

อาจารย์ วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ผ๎ูออกแบบเคร่ืองแตํงกายและเครื่องประดับการแสดงโขน
เผยวาํ นบั แตํอดีตราชส้านักไทยน้าเข๎าผ๎าจากอินเดียมาใช๎ รวมท้ังการแสดงโขนพระราชทานด๎วย แตํ
ในชํวง ๒-๓ ปีที่ผํานมาเราได๎ฟ้ืนฟูการทอผ๎ายกเมืองนครขึ้นใหมํที่ศูนย์ศิลปาชีพเนินธัมมัง
นครศรธี รรมราช ซ่งึ เป็นผ๎าท่ีใช๎ในราชส้านักได๎ส้าเร็จ จนน้าไปใช๎ในการแสดงส้าหรับแล๎วจากนั้นจึงได๎
แกะลายราชสา้ นกั โบราณอยาํ งลายราชวัตรดอกลอย กา๎ นแยํงพุํมข๎าวบิณฑ์ดอกใน น้ามาให๎ศิลปาชีพสี

| ๑๘

บัวทองถักทอด๎วยดน้ิ เงินดนิ้ ทองแบบประเพณโี บราณ ผ๎าผืนหน่ึงใช๎เวลา ๓ เดือนในการทอรํวมกันของ
ชาํ ง ๔ คน ทั้งยังมีการปกั ลายไทยตํางๆ บนอาภรณ์แทนการจ๎างเอกชนท้า เรียกวําเป็นก้าลังส้าคัญใน
การผลติ พสั ตราภรณ์โขน

“แม้ชว่ งแรกๆ การทอผ้าและเย็บผ้าจะยาก แต่ช่างศิลปาชีพใช้เวลาไม่นานในการฝึกจนทาได้
สวย และเป็นอาจารย์ถ่ายทอดผู้อ่ืนได้ ดั่งพระราชดารัสของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
ทว่ี ่าคนไทยเกง่ มีเลอื ดศลิ ปนิ ในตวั หากไดล้ องจับงานหัตถศิลป์แล้วย่อมไม่แพช้ าตใิ ดในโลก”

ลายผา้ ยก ลายพ่มุ ขา้ วบณิ ฑก์ ้านแยง่

๓.แผนกฝกึ อาชพี ปักผา้
ภาพวิจิตรบรรจงดูไมํตํางจากงานจิตรกรรมเหลําน้ี แท๎จริงคืองานศิลปะที่เกิดจากการปัก
เสน๎ ดา๎ ยลง
บนผ๎า ด๎วยหลากหลายสีของเส๎นด๎าย ด๎วยฝีมืออันประณีต บรรจง ประกอบกับความอดทนของผ๎ูปัก
และมีใจรักในงานฝีมือประเภทนี้ จึงท้าให๎ผลงานการปักผ๎าออกมาสวยงาม ประณีต ละเอียดอํอน
สะทอ๎ นความเป็นไทย ไดเ๎ ป็นอยาํ งดี
ส้าหรบั งานปกั ผา๎ นั้น ความยากของงานปกั ผ๎าคอื การไลเํ ทยี บสีด๎าย ใหต๎ รงกบั ภาพต๎นแบบให๎
มากท่สี ุด เพ่ือให๎ผ๎าปักดูเหมือนจริงและมีมิติ ซ่ึงต๎องใช๎สมาธิและความอดทนเป็นอยํางมาก ส้าหรับ
สมาชกิ ใหมํ ที่เข๎ารบั การอบรมจะเรม่ิ หัดจากการปักลายงาํ ยๆกอํ น เชํนลายดอกไม๎ ตน๎ ไม๎ แล๎วจึงพัฒนา
ไปปกั ภาพคน หรือตวั ละครในวรรณคดี

| ๑๙

ปจั จุบันศนู ยศ์ ลิ ปาชีพ สีบัวทองฯ ได๎พัฒนางานปักผ๎า ในสํวนของการท้าภูษาภรณ์ส้าหรับการ
แสดงโขนพระราชทาน ตามพระราชด้าริในสมเดจ็ พระนางเจ๎าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ส่ิงส้าคัญที่ท้า
ให๎เคร่ืองแตงํ การในการแสดงโขนดวู จิ ิตรตระการตามากยงิ่ ข้นึ คอื การปกั เคร่ืองโขน ปัจจุบันที่ศูนย์ ศิล
ปาชพี สบี วั ทองฯ มชี ํางปกั
จ้านวน ๑๖ คน ซ่ึงแตํละคนต๎องเร่ิมต๎นฝึกจากข้ันพื้นฐานด๎วยการปักผ๎าซอยที่เป็นภาพวิว ภาพสัตว์
ภาพดอกไม๎ ปักวงกลมและลายเกลียวกํอน จากลายขนาดใหญํแล๎วจึงมาฝึกปักลายท่ีเล็กลง แตํมี
รายละเอยี ดเพิ่มมากขึ้น เชํนการปักเคร่ืองโขน ได๎แกํลายราชวัตรดอกลอย ลายพุํมข๎าวบิณฑ์หน๎าขบ
ลายราชวัตรยํอมุมไม๎สิบสอง และขนทักษิณาวัตร ซ่ึงเป็นการปักด้ินทองลงบนผ๎าอยํางเสื้อ แขนเส้ือ
อินทรธนู กรองศอ รัดเอว สนับเพลา และเกราะหน๎าตามแบบลายที่มีอยูํ โดยน้าไปใช๎ในตัวละคร
ตํางๆ อาทิ พิเภก,ทศกณั ฐ์ และเสนายกั ษ์ ชํางปักผา๎ ได๎รบั การฝึกฝนจาก อาจารย์ วรี ธรรม ตระกูลเงิน
ไทย ผู๎ออกแบบเครื่องแตงํ กายและเคร่อื งประดับการแสดงโขน รวมทั้งครูจากศูนย์ศิลปาชีพ อื่นๆ ที่มา
ชํวยสอนและฝกึ หดั จนมีฝมี ือ จงึ ไดม๎ าเปน็ อกี แรงส้าคัญในการได๎รับมอบหมายให๎ปักเครื่องแตํงกายโขน
เพือ่ ใช๎ในการแสดงโขนพระราชทาน นับต้ังแตปํ ี พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นตน๎ มา

อุปกรณท์ ใี่ ชใ๎ นการปัก

| ๒๐

ลายแยง่ พุ่มขา้ วบิณฑห์ นา้ ขบดอกใน ใชส้ าหรบั ตัวละครเสนายกั ษ์ และตวั ละครเอก

ธ ทรงจับมอื ไทยใหส้ นเขม็
แต้มไหมเต็มละเอยี ดยิบหลายสบิ สี

เนรมติ ภาพฝนั วรรณคดี
ประเพณี วัฒนธรรม และตานาน
จติ ที่จรดกาหนดไหมจึงไร้ทกุ ข์
บอกความสุขดว้ ยเร่อื งราวของชาวบา้ น
เปน็ ภาพปักแหง่ ศิลปนิ โดยวญิ ญาณ
ซึง่ เลา่ ขานพระเมตตาตราบฟา้ ดิน
ประพนั ธโ์ ดย คุณหญิงอุไรวรรณ สวสั ดศิ านต์

| ๒๑

ลายราชวตั รดอกลอย ชุดพระลักษณ-์ ชายไหว ชายแครง

ช่างศิลปาชีพปักผา้ ท่ีใช้ในตอนพิเภกสวามภิ กั ดิ์

จากพระราชอัธยาศัย ทรงภาคภูมิพระราชหฤทัย ในศิลปวัฒนธรรมไทย และคนไทย วํามี
สายเลือดทางศิลปะสืบมาแตํบรรพบุรุษ ดังนั้น แม๎จะไมํเคยเรียนรู๎วิชาศิลปะใดๆ มากํอน เพียงแตํมี
โอกาสไดท๎ ดลองฝึกฝน คนไทยกจ็ ะพัฒนาฝีมอื ให๎สร๎างสรรค์ผลงานศลิ ปะชิน้ งามได๎เสมอ

ครั้งหน่ึง สมเด็จพระนางเจ๎าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพบภาพปักโบราณ
ในพระบรมมหาราชวงั เปน็ ภาพเรือสุพรรณหงส์ ปักด๎วยไหมนอ๎ ย ทรงสอบถามถงึ ความเป็นมาของภาพ
ปักนี้ จึงทรงทราบวําเป็นฝีมือชํางหลวง สมัยสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราช เทวี พระพันวัสสา
อัยยิกาเจ๎า พระบรมราชเทวีในพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล๎าเจ๎าอยูํหัว ภาพปักนั้นสวยงามและ
ยังคงสภาพสมบูรณอ์ ยูมํ าก แมจ๎ ะผาํ น กาลเวลามาแลว๎ เนนิ่ นาน อกี ทงั้ ยงั มขี ๎าราชบรพิ ารฝุายในที่ปักผ๎า

| ๒๒

แบบโบราณคือปกั ซอยแบบไทยไดอ๎ ยํู จึงมีพระราชเสาวนยี ์ ให๎คัดเลอื กคุณข๎าหลวงบางรายไปเรียนวิชา
ปักผ๎าจากขา๎ ราชบริพารฝุายใน เพื่อสืบทอดวิชาฝมี ือช้นั เยย่ี มนไี้ ว๎

ปี ๒๕๑๘ พระบาทสมเดจ็ พระเจา๎ อยํูหวั และสมเดจ็ พระนางเจ๎าฯ พระบรมราชนิ นี าถ เสด็จแปร
พระราชฐานไปประทับ ณ พระต้าหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส เพื่อทรงเย่ียมราษฎรใน
ภาคใต๎ ทรงทราบวําราษฎรสํวนใหญํมีอาชีพรับจ๎างกรีดยางพารา และหลังจากกรีดยางแล๎วยังมีเวลา
วํางอีกมาก สมเด็จพระนางเจ๎าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงมีพระราชด้าริ ริเร่ิมให๎ราษฎรฝึกหัดงาน
หัตถกรรมหลายประเภท เพ่ือเพ่ิมรายได๎ เชํน จักสานยํานลิเภา จักสานกระจูด ซ่ึงเป็นงานฝีมือท่ี
ชาวบา๎ นคุ๎นเคยอยูํแล๎ว รวมทง้ั ใหฝ๎ กึ หัดงานฝีมือชนิดใหมํคือ "งานปักผ๎า" เน่ืองจากทรงสังเกตเห็นสตรี
ไทยมุสลิมคลุมศีรษะด๎วยผ๎าฮิญาบปักเป็นลวดลายตําง ๆ ทรงค้านึงวําสตรีไทยสํวนใหญํมีพ้ืนฐานทาง
เยบ็ ปักถักร๎อยอยํูแล๎ว คงจะเรียนร๎ูข้ันตอนการปักผ๎าได๎ไมํยาก จึงมีพระราชเสาวนีย์ให๎ทํานผู๎หญิงมณี
รัตน์ บุนนาค นางสนองพระโอษฐ์ จัดหาลายปักงํายๆ เริ่มจากลายดอกไม๎เล็ก ๆ ให๎ชาวบ๎านจังหวัด
นราธิวาสทดลองปักดู ทรงสํงคุณข๎าหลวงท่ีเคยเรียนวิธีปักซอยแบบไทยโบราณไปสอนชาวบ๎าน
พระราชทานอุปกรณ์ในการปักทุกอยาํ ง และทรงรบั ซือ้ ผลงานของสมาชกิ ทกุ คนเพอ่ื เปน็ กา้ ลังใจ

ทาํ นผหู๎ ญงิ จรงุ จิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ กลําววํา
การปักผ๎าเป็นงานทพี่ ระราชทานให๎กับชาวภาคใต๎ ทรงเห็นครอบครัวไหนยากจน มีลูกมาก ปัญหาด๎าน
ครอบครวั รายไดน๎ อ๎ ย ทรงคัดเลือกมาเลําเรียนงานปกั เร่มิ ตน๎ จากการปักดอกไม๎เลก็ ๆ เป็นการปักซอย
แบบไทยโบราณ ซึ่งต๎องใช๎การสอดประสานสีของงานปัก ให๎มีความกลมกลืน มีเหลือบของสีอํอนแกํ
คํอยๆ ทา้ จากหมํูบา๎ นหน่ึง ไปยังอีกหมํูบ๎านหนง่ึ กระทั่งปจั จบุ ันมีงานปักอยํูทั่วทุกแหํง นอกจากภาคใต๎
แล๎ว ยงั ขยายงานไปยงั ภาคอื่นด๎วย

"ภาพปักกับภาพวาด ถ๎าคนปักเกํงๆ จะมองแทบไมํออก ซ่ึงเคยจัดแสดงในงานศิลป์แผํนดิน ท่ี
พระทีน่ ่ังอนันตสมาคม มาแล๎ว มผี ๎าปักหลายประเภท ไมวํ าํ จะเป็นนางในวรรณคดี ภาพธรรมชาติ หรือ
ภาพประเพณี วัฒนธรรมตํางๆ ภาพสัตว์ปุา ภาพโบราณสถาน แม๎แตํภาพจิตรกรรมฝาผนัง ก็ได๎รับ
ความสนใจจากผคู๎ นมากมาย นค่ี ือพระราชกรณยี กจิ หนึ่ง ท่ีทรงชํวยให๎คนมีงานท้า ชาวบ๎านเองมีความ
ตั้งอกตั้งใจมาก และอยากท้างานท่ียากถวาย เพราะนั่นหมายถึงรายได๎และเงินรางวัลที่จะได๎รับจาก

| ๒๓

พระองค์ทาํ น พระองค์ทาํ นไมไํ ดส๎ อนให๎คนข้ีเกียจ แตํสอนให๎คนขยันหม่ันเพียร ร๎ูจักที่จะสร๎างงานของ
ตนเองข้ึนมา เพ่ือเป็นความภาคภูมิใจในการที่จะหารายได๎ของตนเองขึ้นมาเลี้ยงดูครอบครัว"
ทํานผูห๎ ญงิ จรงุ จติ ต์ กลาํ วดว๎ ยความซาบซ้งึ ในพระมหากรุณาธิคณุ

ทาํ นผหู๎ ญงิ จรงุ จติ ต์ยงั กลําวดว๎ ยวาํ คนปกั ผ๎าเขาปักกันสุดฝีมือ มีพัฒนาการ คนไหนเกํงหนํอย
จะปักผ๎าเหมือนภาพเขยี นต๎นแบบ สมเด็จพระนางเจ๎าฯ จะทรงยกยํองชื่นชมให๎ท้างานปักตํอไป มีเงิน
รางวัลให๎มากน๎อยตามแตํฝีมือและสภาพครอบครัว เนื่องจากจะมีประวัติครอบครัวแนบไปกับช้ินงาน
ดว๎ ยทกุ ครงั้ กํอนจะพระราชทานภาพให๎ปกั นนั้ จะทรงอธิบายถงึ ภาพต๎นแบบ อยํางเชํน ภาพธรรมชาติ
จะทรงสอนวาํ ปุาทอี่ ดุ มสมบูรณ์ดว๎ ยตน๎ ไม๎จะชวํ ยดูดซับน้ายามนา้ หลาก ตน๎ ไมจ๎ ะทุเลาความแรงของน้า
ลง เพื่อให๎ผป๎ู ักไดเ๎ กดิ ความร๎ูสึกรักษาและหวงแหนปุาไม๎โดยไมํท้าลาย แม๎กระท่ังภาพวรรณคดีไทยจะ
ทรงเลาํ พระราชทานให๎ฟังเพอ่ื ใหผ๎ ปู๎ กั ได๎เกดิ ความสนกุ มีความสขุ กับงานที่จะไดท๎ า้

ในภาพ : อาจารย์วรี ธรรม ตระกลู เงินไทย และ ทํานผู๎หญิงจรงุ จติ ต์ ทีขะระ
ปัจจบุ ัน สมาชกิ ปกั ผ๎าศิลปาชีพ มจี ้านวนนบั หมน่ื คน สํวนใหญํมีความเป็นอยํูดขี ้ึน สามารถหลดุ พน๎ จาก
หน้ีสิน และสํงลูกหลานเรยี นหนังสอื ในระดบั สูงๆ ได๎ ทุกคนภาคภูมใิ จในฝีมอื และความสามารถพิเศษ
ของตนเอง ภาพปักศิลปาชพี จึงมใิ ชํเป็นเพียงงานหัตถศิลป์ทส่ี วยงามของไทยเทํานน้ั แตํยังเปน็ ภาพที่
สอดผสานสายใยแหงํ ความรัก ความศรทั ธา และความภาคภูมิใจอนั ลกึ ซง้ึ ระหวาํ งสมเด็จพระนางเจ๎าฯ
พระบรมราชินีนาถ กับราษฎรไวอ๎ ยํางเหนียวแนํนอีกดว๎ ย

| ๒๔

๔. แผนกฝกึ อาชพี งานแกะสลักไม้และหัวโขน
งานแกะสลักไม๎เป็นศิลปะท่ีบํงบอกเชื้อชาติของศิลปินได๎อยํางชัดเจนย่ิง ท้ังนี้เป็นเพราะลวดลาย ของ
การเลําเร่ืองในภาพ และฝีมือการแกะสลกั ของคนแตํละเชื้อชาติน้ันมีเอกลักษณ์เฉพาะตน วัตถุดิบท่ีใช๎
แกะสลักคือไม๎ ถือเป็นส่ิงล้าคําที่มีใช๎ส้าหรับการปลูกสร๎างท่ีอยํูอาศัยหรือใช๎เป็นยารักษาโรคเทําน้ัน
สํวนท่เี หลอื ยงั สามารถนา้ มาแปรรูปให๎เป็นงานศิลปะ สร๎างรายได๎เสริม ขอเพียงแตํต๎องปลูกต๎นไม๎ใหมํ
ข้ึนมาทดแทนในทอ๎ งถน่ิ ของในการท้าการแกะสลกั ไม๎นัน้ จะตอ๎ งน้าไม๎ท่ีเป็นตอไม๎จากไรํนา มาแกะสลัก
ในรปู แบบตาํ ง ๆ ตามสภาพของเน้ือไม๎ และขนาดของแผํนไม๎เชํน แกะสลักเพ่ือใช๎เป็นบานประตู บาน
หนา๎ ตาํ งท่มี ีลวดลายเป็นรูปแบบตําง ๆ ตามขนาดของแผํนไม๎ตามธรรมชาติ และท่ีนําสนใจก็คือมีการ
สอนฝึกแกะสลักรูปสัตว์ ในวรรณคดีของไทย ท่ีคํอนข๎างจะหาดูได๎ยากในปัจจุบัน งานแกะสลักไม๎ถือ
เป็นงานศิลปกรรมท่ีเกําแกํอีกประเภทหน่ึง ซ่ึงมีการสร๎างสรรค์ผลงานออกมาได๎อยํางสวยงามและ
ประณตี บรรจง สามารถสืบทอดศิลปวัฒนธรรมทีส่ บื ทอดมาจากบรรพบุรุษ จากรํุนสํูรํุน และภูมิปัญญา
ท๎องถิ่นของแตลํ ะชมุ ชนลงบนแผนํ ไม๎ได๎อยํางวจิ ิตรตระการตา

โขนพระราชทาน และการทาหัวโขน

| ๒๕

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชด้าริ ให๎ฟื้นฟูการแสดงโขน ใน
มูลนิธิสํงเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ๎าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ หรือร๎ูจักกันในชื่อ “โขน
พระราชทาน” จนถึงวันน้ีนับเป็นเวลารํวม ๑ ทศวรรษ ประชาชนคนไทยได๎มีโอกกาสชมความวิจิตร
ตระการตา สรา๎ งความประทบั ใจได๎ไมํน๎อย ท้ังฉาก แสง สี เสียง พัสตราภรณ์และเคร่ืองประดับตําง ๆ
ทปี่ ระดษิ ฐข์ ึ้นอยํางประณีต ตามจารีตโบราณ รวมถึงผ๎ายกทองท่ีนักแสดงใช๎นํุงตามบทบาทตําง ๆ ท่ีได๎
มกี ารฟืน้ ฟผู า๎ ทอยกแบบโบราณ สํวนหนึง่ จากการฟื้นฟูสบื สายมาจาก จงั หวดั นครศรีธรรมราช โดยชําง
ทอของศนู ยศ์ ิลปาชพี เนนิ ธัมมัง และศูนยศ์ ลิ ปาชีพบา๎ นตรอกแค กวาํ จะเป็น “โขนพระราชทาน” ในทุก
วันน้ี ด๎วยกระบวนการในการเตรยี มการแสดงแตํละปีมีเวลากระชั้น เรียกวํา “ปีชนปี” อีกท้ังการสร๎าง
เครอื่ งแตํงกายโขนในแตํละชุดการแสดง ตอ๎ งใช๎บคุ ลากรจา้ นวนมาก ทงั้ ทตี่ ๎องมีการสร๎างเครื่องแตํงกาย
ใหมเํ พ่ิมเติมให๎สอดคลอ๎ งในแตลํ ะตอนท่ีแสดง หรอื ซํอมแซมเครื่องแตํงกายชดุ เดมิ ด๎วยแลว๎

ศูนย์ศิลปาชีพ สีบัวทองฯ ท่ีมีทั้งแผนกทอผ๎าและปักผ๎าซ่ึงได๎รับการฝึกฝนมาจาก อาจารย์
วีรธรรม ตระกูลไทย ผูอ๎ อกแบบเครื่องแตงํ กายและเครอื่ งประดบั การแสดงโขน งานโขนอีกแขนงหนึ่งท่ี
ขาดไมไํ ดค๎ ือ “การทา้ หัวโขน” แตํหากเป็นการหัวโขนจากกระดาษขอํ ย ซ่งึ สญู หายไปเป็นเวลานานกวํา
ร๎อยปี เน่ืองจากมีผู๎ผลิตเพียงรายเดียว มีราคาแพง และไมํนิยมใช๎กระดาษขํอยในการท้าหัวโขน
แตํดว๎ ยข๎อดหี ลายประการของกระดาษขอํ ยท่ีใช๎ทา้ ใหห๎ ัวโขนมคี วามเหนียวแนํน ทนทาน แข็งแรง ไมํบุบ

| ๒๖

ไมยํ ุบ ทีส่ ้าคญั มนี า้ หนักเบา ศูนยศ์ ลิ ปาชพี สีบวั ทองฯ จึงรือ้ ฟื้นภมู ิปญั ญาโบราณ และค๎นคว๎าหาวิธีการ
ทา้ กระดาษขํอยข้ึนมาอีกครง้ั จนกลายเปน็ แหงํ แรกและแหํงเดียวท่ที า้ หัวโขนจากกระดาษขํอย อาจารย์
สมชาย ศุภลักษณ์อ้าไพพร ผู๎อ้านวยการ ผลิตหัวโขน ศูนย์ศิลปาชีพ สีบัวทองฯ นายชํางศิลปกรรม
อาวโุ ส ส้านักชํางสบิ หมํู ได๎กลําวถึงขั้นตอนการท้ากระดาษขํอยวํามีกระบวนการและข้ันตอนมากมาย
ซ่ึงชํวงเร่ิมต๎นไมํมีข๎อมูลอะไรเลย จึงต๎องสืบเสาะหาจากต้าราโบราณและลูกหลานของผู๎ที่เคยผลิตมา
กํอน จนไดว๎ ธิ ีการผลติ แบบโบราณ และจึงเริม่ ลงมือทา้ เม่อื ตน๎ เดอื น พฤศจกิ ายน ๒๕๕๘ เป็นตน๎ มา

และด๎วยตน๎ ขํอยมีอยูมํ ากมายในพ้ืนทจี่ งั หวดั เลย จึงไมใํ ชํเรื่องยากในการหาวัตถุดิบ เร่ิมต๎นด๎วย
การนา้ ตน๎ ขอํ ยไปรมควนั เพ่ือใหเ๎ ปลอื กอํอนลง และฉีกเปลือกออกมาได๎งําย แล๎วคํอยน้าไปหมักกับน้า
และปนู ขาวเป็นเวลา ๑๐ วนั เพือ่ ใหเ๎ ปลือกขอํ ยเปลอื่ ยยํุย นา้ เน้ือท่ีได๎ไปต๎มกับน้าประมาณ ๒ วัน แล๎ว
จึงน้าไปล๎างกํอนจะเอาไปทุบให๎เน้ือขํอยมีความละเอียดมากขึ้น จากน้ันน้ามาผสมกับน้าอีกครั้งให๎
กลายเป็นเนื้อเดียวกัน แล๎วเทลงในอําง น้าบล็อกไม๎มากรองเอาแตํเฉพาะเนื้อขํอยแล๎วจึงน้าบล็อกไป
ตากให๎แห๎ง และดว๎ ยยางของไมจ๎ ะชํวยทา้ ใหก๎ ระดาษยดึ เป็นแผนํ ได๎ เม่ือได๎กระดาษขํอยเป็นแผํนแล๎วจึง
น้ามาฉีกเปน็ แผนํ เล็ก ๆ ปดิ ลงบนโครงหวั โขนท่ที ้าจากปูนปลาสเตอร์ ปิดด๎วยแปูงเปียกจนครบ ๑๕ ช้ัน
การปิดกระดาษแตํละชั้นต๎องรอให๎แตํละชั้นแห๎งกํอน ใช๎ไม๎ชิ้นเล็ก ๆ มาคลึงลงบนหัวโขน เพ่ือให๎
กระดาษขํอยท่ีปดิ ลงไปมคี วามตดิ ทนนานและเปน็ เนอ้ื เดียวกนั ผําหัวโขนตรงกลางแล๎วคํอยน้ามาเย็บบ
ดว๎ ยไหมกลายเป็นหวั โขน กํอนน้าหัวโขนไปลงรัก (ยางรักคือยางไม๎ที่น้ามาจากต๎นรักมาใช๎เคลือบและ
ตกแตํงผิวของวัสดตุ ้ังแตสํ มัยโบราณ) ปูองกนั ความช่นื ปน้ั หน๎าเป็นตัวละครตําง ๆ ประดับลายโดยมีหิน
แกะเป็นแมพํ มิ พ์ ปิดทอ เขยี นสี ประดับกระจก เรยี กได๎วําการท้าหวั โขน ตอ๎ งใช๎ชํางฝีมือเกือบหมดชําง
สิบหมํู ทง้ั ชาํ งกลึง ปิดหํนุ ป้ัน ชํางทอง ชาํ งประดบั กระจก และชํางเขยี นลาย

“ตลอดเวลาทไี่ ดร๎ บั ใช๎เบือ้ งพระยคุ ลบาท มีความซาบซึง้ ใจในพระมหากรุณาธิคุณ พระองค์ทรง
มรี บั ส่งั ขอบใจและทรงถามวาํ เหนอ่ื ยไหมรส๎ู ึกปลืม้ ใจเป็นอยํางมาก พระองค์ทรงเป็นถึงสมเด็จพระนาง
เจ๎าฯพระบรมราชนิ ีนาถ แตํทรงแสดงความหวํ งใยเหมอื นเปน็ ก้าลังใจและแรงบันดาลใจให๎ท้างานถวาย
อยํางเตม็ ก้าลงั และสดุ ความสามารถทม่ี ีสติปัญญา มีฝีมือใช๎ให๎เต็มท่ี ตามพระราชเสาวนีย์ พร๎อมสํงตํอ
ความร๎ูให๎คนรุํนหลังตํอไป” “พระองค์ทรงวางรากฐานไวใ๎ หแ๎ ล๎ว เหลือเพียงคนที่จะมาสานตํอหากไมํมี

| ๒๗

ใครเห็นคุณคํา คนท้าก็หมดก้าลังใจ งานอนุรักษ์ก็คํอยๆหายไป แล๎วใครจะมาปลุกรื้อฟ้ืนสิ่งเหลําน้ี”
อาจารย์สมชายฯ กลาํ ว

ทํานผู๎หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ได๎กลําวถึงเร่ืองราวเก่ียวกับการเริ่มต๎นโครงการ
“โขนพระราชทาน” ไว๎วํา “ เม่ือโขนมีความนิยมถดถอยลงไป ทรงอยากรื้อฟื้น ทรงมีรับส่ังให๎มูลนิธิ
สํงเสรมิ ศลิ ปาชพี ฯ ซึ่งมีสมาชกิ ทั้งปักและทออยํูแล๎ว จึงให๎ผู๎มีฝีมือจากงานตรงนี้มาชํวยท้าให๎โขนได๎รับ
การอนุรักษไ์ ว๎ แลว๎ คอํ ยๆพัฒนาฝีมอื ข้นึ มา แรกๆชาวบ๎านท่ที า้ ก็มีเหน่ือยมีท๎อ เราจึงมีโครงการพาพวก
เขาเหลํานั้นไปชมการแสดงโขนพระราชทาน เพื่อให๎เห็นวํางานผ๎าทองานปัก ที่พวกเขาท้ากัน ได๎
นา้ มาใช๎ในการแสดงโขนใหค๎ นไทยได๎ชืน่ ชม จงึ ท้าให๎ตอนน้ีมกี ้าลงั ใจทจ่ี ะสืบสานงานตํอไป อีกทั้งยังเป็น
อาชพี ทม่ี รี ายไดเ๎ ลี้ยงชพี ด๎วย ทีศ่ ูนยศ์ ิลปาชพี สีบวั ทองฯ นอกจากงานทอผ๎ายก งานปัก งานท้าหัวโขน
กระดาษขํอยแล๎ว ตํอไปในอนาคตจะให๎สมาชิกท้าเครื่องประดับถนิมพิมพาภรณ์ด๎วย ซ่ึงปัจจุบันเป็น
ฝีมือจากชํางทองหลวงและบริษัทเอกชนเป็นผ๎ูผลิตภายใต๎การออกแบบและดูแลโดย อ.วีรธรรมฯ ซ่ึง
หากสมาชิกท้าไดเ๎ องจะไดเ๎ ป็นงานโขนในมลู นธิ สิ ํงเสริมศลิ ปาชีพฯ ครบสมบูรณ์ รวมถึงจะขยายการทอ
ผา๎ ยกไปยงั ศนู ยศ์ ิลปาชีพบา๎ นหลังเขอื่ น และศนู ยศ์ ิลปาชีพบา๎ นทํานหญงิ จงั หวัดสรุ าษฎรธ์ านี”

กวําจะเป็น “โขนพระราชทาน” มาได๎ถึงทุกวันนี้ ไมํใชํเร่ืองงําย แตํด๎วยวิสัยทัศน์ท่ีกว๎างไกล
และทรงหวงแหนในศิลปวัฒนธรรมไทย สมเด็จพระนางเจ๎าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงคอยเป็นองค์
อุปถัมภ์ มีพระราชด้ารใิ ห๎จดั ทา้ โขนพระราชทานขน้ึ มาอยูํคูํสงั คมไทยจนถึงทกุ วันน้ี

อาจารย์ สมชาย ศุภลักษณอ์ า้ ไพพร สาธิตวิธกี ารแปะหวั โขนดว๎ ยกระดาษขอํ ย

| ๒๘

กระบวนการสรา้ งหน้าโขน
๑. ขั้นตอนการวดั ขนาดศรษี ระ
วัดขนาดศีรษะบคุ คลทจี่ ะสวมใสหํ น๎าโขน เพอื่ น้าไปออกแบบหน๎าโขนตามขนาดตามขนาดท่วี ัด

โดยปกติขนาดรอบศรษี ระ ๒๓ นว้ิ

| ๒๙

๒. ขน้ั ตอนการออกแบบ
ออกแบบหน๎าโขนที่สวมใสํจริงตามขนาดที่วดั ลงบนกระดาษ ตามลักษณะสมญาภธิ านของหนา๎

โขนแตํละหนา๎ แบํงออกเปน็ ๒ ฝุาย คือ ฝุายกรุงลงกา(ทศกณั ฐ์) และฝาุ ยพลับพลา(พระราม)

| ๓๐

๓. ขนั้ ตอนการปน้ั หนุ่ และการถอดพมิ พห์ นุ่
- การป้นั หํนุ คือ การข้ึนรูปหุํนด๎วยดินเหนียวตามลกั ษณะที่ได๎ออกแบบ โดยจะต๎อง

คา้ นงึ ถงึ ขนาดของผ๎ูสวมใสํ
- การถอดพิมพ์หุนํ การท้าพมิ พห์ นํุ ดว๎ ยเทคนิคพมิ พท์ บุ ใช๎วสั ดปุ ูนปลาสเตอรแ์ ละ

ถอดพมิ พอ์ อกมา หลํอเป็นปูนปลาสเตอร์ หลํอแบบกลวงใน (เพื่อที่จะระบายความช้ืนในข้ันตอน
การปิดหุํน)

| ๓๑

๔. ขนั้ ตอนการขน้ึ หนุ่ พอกหนุ่
โดยการทาดนิ สอพองทห่ี ุํนปนู ปลาสเตอร์ ๑ ชั้น แลว๎ ใช๎กระดาษขอํ ยเปยี กนา้ ปดิ ในช้นั แรก

จากนนั้ ใชก๎ ระดาษขํอยผนกึ กาวแปูงเปียก ปดิ ในช้ันท่ี ๒-๑๕ (ในการปิดแตํละช้ัน ใหท๎ า้ การผงึ่ แดดในท่ี
รมํ แห๎งแล๎วให๎ทา้ การกรวดกํอนน้าไปปิดในชนั้ ตอํ ๆไป)

| ๓๒

๕. ข้ันตอนผ่าห่นุ เยบ็ หุน่
- การผําหุํน หลงั จากปิดกระดาษแลว๎ ให๎ใชม๎ ีดผาํ หํุน เพื่อให๎สามารถถอดกระดาษหํุนออกจาก
หุํนปลาสเตอร์ได๎
- การเยบ็ หํุน เจาะรบู นหน๎าโขนวสั ดกุ ระดาษขอํ ย ให๎เป็นแนวทง้ั สองฟาก ทา้ การเย็บหนุํ โดย

เสน๎ ไหม และปิดหํนุ ที่เป็นรอยเย็บผนกึ ด๎วยกาวแปงู เปยี กกับกระดาษขอํ ยทงั้ ดา๎ นในและด๎านนอก

| ๓๓

๖. ขัน้ ตอนเกลย่ี หนา้
ใช๎แปรงเกล่ยี ยางรักบนหนา๎ โขนท้งั ดา๎ นในและด๎านนอกหน๎าโขนจนท่วั ประมาณ ๒-๓ ชั้น แลว๎

น้าไปตากในห๎องทไี่ มมํ ีฝนุ

| ๓๔

๗. ขัน้ ตอนปัน้ หนา้
ใช๎รกั สมุกปน้ั เป็นหางค้วิ หนวด ริมฝปี าก และสํวนอ่ืนๆ ตามลกั ษณะของหนา๎ โขนแตลํ ะหนา๎

แลว๎ ปิดดว๎ ยกระดาษปิดผิว, กรวดใหเ๎ รียบร๎อย

| ๓๕

๘. ข้ันตอนประดบั ลวดลาย
กระแหนะลายจากพิมพห์ ินสบํู ด๎วยยางรักสมกุ ประดับตามลายละเอยี ดของชั้นมาลา กระจัง

| ๓๖

๙. ขั้นตอนทาเครอื่ งประกอบ
กระแหนะลายจากพมิ พห์ นิ สบดูํ ว๎ ยยางรกั สมกุ ในช้ันเกีย้ ว จนถงึ ยอดมงกุฎ

| ๓๗

๑๐. ขน้ั ตอนลงรกั ปิดทอง
เม่ือยางรักทา้ การจับตวั ให๎ใชแ๎ ผํนทองค้าเปลวปดิ และปดั เศษทองใหเ๎ หลือแตลํ วดลายทปี่ ดิ ทอง

แล๎ว

| ๓๘

๑๑. ขน้ั ตอนระบายสเี ขยี นลาย
ใชส๎ ฝี ุนเขียน และระบายสีหนา๎ โขน แลว๎ จึงเขียนเสน๎ ฮ๎อ เส๎นพรายปาก คิ้ว ผ๎าโพก ตามลกั ษณะ

สมญาภิธานของหน๎าโขนแตํละหนา๎

| ๓๙

๑๒. ข้ันตอนประดบั แวว
ประดับแวว หรือเพชร ตามชอํ งบรรจุแวว เชํน กระจงั กรรเจยี กจร กระบัง ช้นั มาลา ช้นั เกี้ยว

จนถงึ สํวนของยอดมงกฎุ

| ๔๐

การทากระดาษข่อย

ความเปน็ มาของการรอ้ื ฟ้นื ภูมิปญั ญาการทา้ กระดาษขํอยท่เี กอื บจะสญู หายไปจากสังคมไทยนั้น
เป็นสง่ิ ทสี่ ืบเนอื่ งมาจากการที่ อาจารยส์ ุดสาคร ชายเสม ซึ่งเป็นผ๎ูออกแบบและควบคุมดูแลการจัดท้า
ฉากและเครือ่ งประกอบตํางๆในโครงการโขนพระราชทาน หรือโขนศิลปาชีพตามพระราชประสงค์ของ
สมเด็จพระนางเจ๎าสิริกติ ิ์พระบรมราชินีนาถ เพ่ือสืบสานและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ให๎ประชาชน
รนํุ ใหมไํ ด๎ร๎จู กั และตระหนักในคุณคําของนาฎศิลป์ไทยช้ันสูงนี้ ซึ่งงานที่อาจารย์สุดสาครดูแลก็รวมไป
ถึงการท้าหัวโขน ซ่ึงเป็นองค์ประกอบส้าคัญอยํางหนึ่งของการแสดง อาจารย์สุดสาคร และอาจารย์
สมชาย ศุภลักษณ์อ้าไพพร ซึ่งเป็นอาจารย์ท่ีดูแลแผนกของการจัดท้าหัวโขนที่จะน้าไปใช๎ในโขน
พระราชทานกไ็ ดเ๎ กดิ ความคดิ ที่จะทา้ กระดาษขํอยข้นึ มาใชใ๎ นการท้าหัวโขนตามวิธีชํางแบบโบราณ เพ่ือ
คงวิชาช้ันครูเอาไว๎ให๎คนรํุนหลังได๎รู๎จัก นอกเหนือไปจากน้ัน คุณคําของกระดาษขํอยยังถือกันวําเป็น
กระดาษที่ดีที่สุดในการน้ามาข้ึนรูปหัวโขนอีกด๎วย เพราะเป็นกระดาษชนิดพิเศษที่มีความเบา และ
เหนยี ว ทนทาน ปลวกมอดไมํกัดกินแบบกระดาษอ่ืนๆ

กระดาษขอํ ยน้ัน ถือเป็นภูมิปัญญาไทยมาตั้งแตํครั้งอดีต แตํขาดการสืบทอดอนุรักษ์ท่ีดี ท้าให๎
หยุดการผลิตไปนานกวําย่ีสิบปีแล๎ว บุคลากรในศูนย์ศิลปาชีพ สีบัวทอง จึงได๎พยายามท่ีจะท้าขึ้นมา
ใหมํอีกคร้ังเพ่ือผลิตหัวโขนที่มีคุณภาพตามแบบชํางสมัยกํอนจริงๆ ที่ใช๎กระดาษขํอยขึ้นรูป โดย
ศูนย์กลางการจัดท้าจะอยูํท่ีศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง โดยเริ่มงานตั้งแตํปี พ.ศ. ๒๕๕๘ เร่ิมต้ังแตํการ
คน๎ ควา๎ หาข๎อมูลการทา้ กระดาษขํอยจากสูตรการท้ากระดาษขํอยของบ๎านคุณยายลูกอินที่สายตระกูล
นน้ั ผลติ กระดาษขํอยขายอยูํที่ ซอยไสวสุวรรณ ยํานบางโพมาตั้งแตํสมัยรัชกาลที่ ๕ และเป็นตระกูล
สุดท๎ายท่ผี ลิตกระดาษขอํ ยขาย หลังจากน้นั กท็ ้าการออกส้ารวจต๎นขํอยในเขตจังหวัดอยุธยา อํางทอง
สุพรรณบุรี สงิ ห์บรุ ี เพือ่ นา้ มาท้าเป็นกระดาษขํอยคุณภาพดีท่ีนอกจากจะน้าไปผลิตเป็นหัวโขนท่ีใช๎ใน
งานแสดงโขนพระราชทานแลว๎ ยงั นําจะมโี อกาสท่ีจะผลติ ขน้ึ เพื่อใชง๎ านตาํ งๆไดอ๎ ีก

โดยการทา้ กระดาษขอํ ยนนั้ จะต๎องท้าการจัดเตรียมเย่ือขํอย โดยการน้าเปลือกขํอยจากต๎นมา
ทา้ การลอกตากแดด แลว๎ ผาํ นขบวนการหมกั และต๎มจนเย่ือขํอยสุด จากน้ันจึงจะน้าเยื่อขํอยท่ีผํานการ

| ๔๑

ทุบละเอยี ดดแี ลว๎ มาลงตะแกรงหลํอกระดาษ เม่ือได๎กระดาษเรียบร๎อยดี จะน้ากระดาษท่ีได๎ไปเคลือบ
กาวแปงู เปยี ก(แปูงขา๎ วเจ๎า) และรีดกระดาษให๎เรียบดว๎ ยความร๎อน จึงจะไดก๎ ระดาษขํอยเอามาใช๎งาน

จากความเป็นมาของการรื้อฟน้ื ภมู ปิ ัญญาการผลิตกระดาษขอํ ยไดส๎ ้าเร็จของศูนย์ศิลปาชีพ สีบัว
ทอง ท้าให๎เกิดเป็นความคิดท่ีจะน้ากระดาษขํอยท่ีผลิตได๎นี้ มาจัดท้าเป็นสมุดไทย จารึกบทสวดพระ
ปาฏโิ มกขเ์ พือ่ รวมไว๎เป็นหนึ่งในเคร่ืองสังเค็ดประกอบงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร กลายเป็นที่มาของสมุดปาฏิโมกข์
ในรูปแบบของสมุดไทยที่ท้าขึ้นจากกระดาษขํอยตามแบบภูมิปัญญาโบราณที่เกื อบจะหายสาบสูญไป
แลว๎ จากสังคมไทย ถอื เปน็ การเชิดชู “ความร๎ู” และ “คร”ู ในทางการชาํ งจากการถวายงานในครัง้ นี้

ลักษณะสมุดปาฏโิ มกข์ เลมํ นี้ เปน็ สมดุ ไทยขาว ปกหนา๎ -หลงั เขียนลายรดน้าปิดทอง ปกหน๎ามี
อกั ษร ภ.ป.ร. อยํูในวงกลีบบัว ภายในชุบอักษรขอม-บาลีตลอดเลํม หน๎าท๎ายชุบอักษรไทย ยํอเป็นค้า
พระราชทานอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลพระบรมศพ อักษรที่ชุบนี้ ได๎นักชุบอักษรจากจิตอาสาและ
คณะครู-ศษิ ย์จากศนู ย์ศิลปาสีบัวทอง และ ศูนย์ศิลปาชีพ เกาะเกิด มีผ๎าหํอสมุดพระปาฏิโมกข์นี้ หํอ
ดว๎ ยผ๎าพมิ พล์ ายอยํางศลิ ปะ ลายอยํางอยธุ ยา ภายในสงั เวียน พิมพอ์ กั ษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร.ภายใต๎
พระมหาพิชยั มงกุฎ ประกอบอุณาโลม ใตล๎ งมามีอักษรไทยยอํ เขียนวาํ พระบรมศพ ๒๕๖๐

| ๔๒

ความในใจจากก้อนดนิ

ทกุ ชวี ิตท่ีอยูํในศนู ย์ศลิ ปาชพี สบี วั ทอง ตํางมีความส้านึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระ
นางเจ๎าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ เป็นอยํางยิ่ง ด๎วยพระเมตตาท่ีมุํงหวังให๎ราษฎรยากไร๎ ได๎รับความ
ชวํ ยเหลอื ในดา๎ นตาํ ง ๆ น่ีคือสํวนหน่ึงจากหัวใจของนกั เรยี นจ้านวนหนึง่ ที่เข๎ารํวมกับศูนย์ศิลปาชีพ สีบัว
ทอง ที่มีตํอสมเด็จพระนางเจ๎าฯพระบรมราชินีนาถ อันเป็นท่ีเคารพรักประหน่ึง “แม่” ของแผํนดินท่ี
ชวํ ยชบุ ชีวิตพลกิ ฟื้นกอ๎ นดนิ แห๎งแลง๎ ไร๎คาํ ใหก๎ ลายเป็นผืนดนิ อดุ มสมบรู ณ์

นางสาว วสะวรรณ โตงาม นกั เรยี น ศูนยศ์ ิลปาชพี สบี วั ทองฯ รนํุ แรก แผนกปกั ผา๎

“ เน่ืองจาก ตอนเด็กดิฉันไมํได๎ไปฉีดวัคซีนปูองกันโรคโปลิโอ พอโตข้ึนมาท้าให๎ขาพิการ แตํ
ความโชครา๎ ยกย็ ังได๎รับโอกาส จากศูนย์ศิลปาชีพ สีบัวทองฯ รับเข๎าท้างานในแผนกปักผ๎า ท้าให๎มีชีวิต
ความเป็นอยํูท่ีดีขึ้น ถ๎าไมํมีพระองค์ทําน วันน้ีดิฉันคงไมํได๎มาน่ังอยํูตรงนี้ ชีวิตเราคงไมํดีข้ึนแนํๆ แตํ
กํอนเคยคิดวาํ ตัวเองไมํมีคาํ เพราะวําความพิการ แตํตอนน้ีไมํใชํแล๎ว ชีวิตเรามีคํามาก และต้ังใจวําจะ
ท้างานท่ีศูนย์ฯแหํงน้ี ไปจนกวําจะไมํมีแรง อยากท้างานรับใช๎พระองค์ทําน และอยากสืบสานภูมิ
ปัญญาไทยตอํ ไป ตอนมาฝึกงานท่ีน่ีใหมํๆ ความร๎ูเรื่องงานปักผ๎าเริ่มต๎นจากศูนย์ อาศัยการฝึกฝนฝีมือ
และเกบ็ เกีย่ วประสบการณจ์ ากครผู ๎ูสอน จนพัฒนาฝีมือขึน้ มาเรื่อยๆ และมผี ลงานที่ภมู ิใจท่สี ุด คือได๎รับ
รางวลั ชมเชยจากการปักภาพลงบนผา๎ เป็นภาพไกํฟูาพญาลอ” ภาพไกฟํ าู พญาลอนี้ ผูป๎ ักภาพได๎ใช๎เวลา
ปักภาพน้ีนานถึง ๑๐ เดอื นเพื่อรงั สรรค์ผลงานขึ้นมา นอกเหนือไปจากรางวัลชมเชยแล๎ว ผ๎าปักผืนนี้
ยังได๎รับคัดเลือกให๎ไปแสดงในงานแถงขําวเปิดตัว ภาพปักศิลปาชีพ งานนิทรรศการงานปักศิลปาชีพ
เม่ือเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ณ หอศิลป์ สมเด็จพระนางเจ๎าสิริกิติ์ พระบรมราชีนีนาถ ปัจจุบัน
น.ส. วสะวรรณฯ เป็นชํางปักศิลปาชีพ ท่ีได๎ปักเคร่ืองโขนเพ่ือน้าไปใช๎ในการแสดงมาแล๎วถึง ๒ ปี เชํน
ปักลายเสอื้ หนมุ านในตอนพรหมาศ น.ส.วสะวรรณฯ ยังกลําวอีกวํา “ รู๎สึกภูมิใจและดีใจมากที่ได๎เป็น
สํวนหนึ่งในการสืบสานวัฒนธรรมไทยงานศิลปหัตกรรมที่ใกล๎จะสูญหาย เราจะสืบทอดและท้างานที่
สมเด็จพระนางเจ๎าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรัก ท้าให๎ดีที่สุดและสวยท่ีสุด แม๎กํอนหน๎านี้ท๎อแท๎บ๎าง
เพราะเปน็ งานยาก แตกํ ็พยายามทา้ เต็มทีแ่ ละใหก๎ ้าลงั ใจตัวเองเสมอวํา พระองค์ทํานทรงมีเมตตาให๎กับ
เรา เราตอ๎ งทา้ ให๎ดที ่สี ดุ และพฒั นาฝมี ือใหด๎ ีย่ิงข้ึน

| ๔๓

ภาพปักไกฟํ ูาพญาลอ ฝมี อื การปกั ของ นางสาว วสะวรรณ โตงาม

นางสาว พลอยไพลิน อนุ่ ละม้าย นักเรยี นศนู ยศ์ ิลปาชีพ สีบวั ทองฯ รุนํ แรก แผนกเซรามิค
“หลังจากเรียนจบชั้น มัธยมศึกษาปีท่ี ๖ ก็เข๎าท้างานในโรงงาน และเม่ือศูนย์ศิลปาชีพแหํงน้ี

เปิดอบรมอาชีพ จึงได๎มาสมัคร และได๎รับเข๎ามาท้างาน ท้าให๎มีรายได๎เล้ียงตัวเองและครอบครัว แตํ
ที่สุดแหํงความภูมิใจท่ีได๎เข๎ามาท้างานในศูนย์แหํงนี้ คือได๎มีโอกาสรับเสด็จ สมเด็จพระนางเจ๎าสิริกิต์ิ
พระบรมราชินีนาถ ถึง ๒ คร้ัง และทุกคร้ังท่ีได๎สร๎างผลงาน ตนเองก็ภูมิใจและตั้งใจท้างานให๎ดีท่ีสุด
เพราะคิดวําวันหน่ึงผลงานท่ีตนเองท้า อาจจะได๎อยํูบนโต๏ะเสวยของพระองค์ทําน ก็เป็นได๎ พอมอง
ยอ๎ นกลับไปอดีต ถา๎ วนั นั้นไมํไดม๎ าท้างานท่ีน่ี ชีวิตคงไมํดีขึ้นเหมือนทุกวันน้ี ถึงแม๎ทุกวันน้ีจะได๎รายได๎
ไมมํ ากนัก แตํกอ็ ยูแํ บบพอเพยี ง เล้ยี งตัวเองได๎ ทสี่ า้ คญั คือ มีเวลาอยูกํ บั ครอบครัวมากขนึ้ ”

นางสาว ศริ พิ ร เกตุนาค นักเรยี น ศูนยศ์ ลิ ปาชพี สบี วั ทองฯ แผนกเซรามิค
“เนือ่ งจากดิฉนั เป็นโรคไตวายเร้ือรัง แตํได๎รับบริจาคไต จากผู๎ท่ีเสียชีวิต โดยทางโรงพยาบาล

พระมงกุฎเกล๎า ติดตํอให๎รีบเข๎ามา กรุงเทพฯ เพื่อรับการผําตัดดํวน ซ่ึงกํอนหน๎านี้ดิฉันได๎รักษาตัวมา
ตลอด โดยการฟอกเลือด ดิฉันไมมํ เี งินคาํ เดนิ ทางและไมมํ ีรายได๎ แตํไดร๎ ับการชํวยเหลือจากศูนย์ศิลปา

| ๔๔

ชพี สบี ัวทองฯ ดูแลเรอื่ งคํารกั ษาพยาบาล คําเดินทาง ถึงแม๎จะขาดงานบํอยเนื่องจากอาการปุวย แตํ
ก็ไดร๎ ับเบ้ียเล้ยี งเปน็ คําครองชีพมาตลอด และยังได๎เป็นคนไข๎ในพระบรมราชูนุเคราะห์ ในสมเด็จพระ
นางเจา๎ สิรกิ ิติ์ พระบรมราชนิ นี าถ ดิฉันได๎รับการปลูกถํายเปล่ียนไตจนอาการดีขึ้น โดยท่ีไมํต๎องไปฟอก
เลือดอกี ชํวงแรกหลังการเปล่ียนไต อยูํในความดูแลของหมอ ไปตามหมอนัดสัปดาห์ละคร้ัง ตํอมาก็
เร่มิ นัดหาํ งขึน้ จนเปน็ เดอื นละครั้ง แตํละคร้งั ไปตามหมอนัด จะได๎รับการชํวยเหลือเป็นคําเดินทาง จาก
บ๎านมาโรงพยาบาลพระมงกุฎครัง้ ละ ๕๐๐ บาท ดฉิ ัน ขอกราบขอบพระคุณทํานท่ีทรงมีความเมตตา
ตํอดิฉนั ในการรกั ษา เหมอื นตํอชวี ิตให๎ดิฉันมีลมหายใจยาวนานข้ึน ให๎มีอาชีพ ท้างานเลี้ยงตนเองและ
ครอบครวั ดฉิ ันจะตั้งใจทา้ งาน ต้ังใจท้าหน๎าทีง่ านของตนเองเป็นอยํางดี ซื่อสัตย์ มีความรับผิดชอบ
ตํองานทท่ี ้า จนกวาํ จะไมสํ ามารถทา้ งานได๎”

นางสาว น้าฝน สอนศรี นกั เรียนศูนย์ศลิ ปาชีพ สีบวั ทองฯ แผนกเซรามิค

ได๎รับพระเมตตาจาก สมเด็จพระนางเจ๎าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงชํวยเหลือบุตรชาย ท่ี
พิการตงั้ แตํก้าเนิด และทรงรับไวเ๎ ปน็ คนไข๎ในพระบรมราชนู เุ คราะห์ “ดิฉันขอกราบขอบพระคุณทําน ที่
ทาํ นทรงเมตตาใหก๎ บั เด็กชาย พนั ธกาน นา้ หอม ปจั จุบนั อายุ ๘ ปี ท่ไี ด๎รับการรักษา ซึ่งเป็นบุตรชาย
ของข๎าพเจ๎า ที่รํางกายพิการมาต้ังแตํก้าเนิด คือขาขวาทํอนบนบริเวณสํวนนํอง สั้นกวําขาข๎างซ๎ายถึง
๑๐ เซนติเมตร มีลักษณะการเดินปัดไปทางด๎านขวา แตํตอนน้ีก้าลังรักษาตัวอยํูท่ี โรงพยาบาลพระ
มงกุฎเกล๎า มาตั้งแตํวันท่ี ๖ สิงหาคม ๒๕๕๖ ได๎รับการดูแลจากคุณหมอ พันโท ปัญญา สุริย์จามร
และทําน พลเรือเอก ส้าเภา พลธร ผู๎ดูแลนักเรียนศูนย์ศิลปาชีพ สีบัวทองฯ ที่ได๎ย่ืนส่ิงดีๆให๎มา ให๎
ค้าแนะนา้ การรกั ษาในโรงพยาบาล และการเดินทาง รวมท้ังคําใช๎จํายทางด๎านตํางๆมากมาย ซึ่งทาง
ครอบครัวของดิฉัน มีฐานะที่ยากจน ไมํมีเงินพอท่ีจะมาใช๎เป็นคํารักษาบุตรชายได๎ ปัจจุบันนี้ ตัว
บตุ รชายของข๎าพเจา๎ ไดร๎ บั การผาํ ตัด เมอื่ วนั ท่ี ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๖ ตดั แตํงบริเวณกระดูกสะโพกของ
เดก็ ทมี่ ลี ักษณะงอผิดรูปจากคนปกติ โดยใช๎เหลก็ เข๎าไปตดั และดัดใหม๎ ลี ักษณะตรง และอีกบริเวณหนึ่ง
คือ กระดกู ขาขวาทํอนบน มีลักษณะกระดูกบิดผิดรูป เวลาเดินของเด็ก เท๎าหน๎าจะเดินปัดไปทางขวา
มาก จงึ ได๎มีการใช๎เหลก็ ดัดและดามในกระดกู ใหก๎ ระดกู มีลักษณะท่ีตรงไมํผิดรูปในการเดิน คุณหมอได๎
นดั ในวันท่ี ๒๓ ธนั วาคม ๒๕๕๖ เพอื่ เอ็กซเรย์ เช็คดูเหลก็ ในกระดูก และการแตํงสะโพกคร้ังนี้ จะท้า

| ๔๕

ให๎กระดูกของเด็กยาวข้ึนอีกประมาณ ๑-๒ เซนติเมตร เป็นที่นําภาคภูมิใจของข๎าพเจ๎า ที่ได๎รับการ
ผาํ ตดั และการดแู ลจากคณุ หมอ และทําน พล.ร.อ. สา้ เภาฯ เป็นอยํางดี และขอบพระคุณทํานอยํางสูง
ทีก่ รณุ ามาโดยตลอด ซึ่งตอนนี้ พ.ท. ปัญญา ฯ ได๎ให๎การแนะน้าในการยืดกระดูก แตํละคร้ัง ยืดได๎ครั้ง
ละ๒ เซนติเมตร แตํจะต๎องผําตัดได๎เพียง ๓ คร้ังเทํานั้น ของรํางกายเด็ก แตํการรักษาโดยการยืด
กระดูก จะใชร๎ ะยะเวลาในการรกั ษาจนเดก็ อายุได๎ ๑๖ ปี ถึงจะสิน้ สุดการรกั ษา หรือจะใสํขาเทียมก็มี
อยูํ ๒ วิธี คือจะตอ๎ งตดั ข๎อเท๎าออกเพ่อื จะใสขํ าเทยี มเพราะจะมชี าํ งท้าขาเทียมสํวนมากที่จะท้าขาเทียม
ใสํได๎ และอกี วธิ ี จะไมมํ กี ารตดั ขอ๎ เท๎าออกแตจํ ะมชี าํ งสํวนนอ๎ ยทที่ า้ ขาเทียมใสํให๎ได๎ ต๎องเป็นชํางท่ีเกํง
มากๆในการทา้ ขาเทียมเพอื่ ให๎ใสํให๎ได๎ ดิฉันและครอบครัว กราบขอบพระคุณทําน ที่ทรงมีพระเมตตา
แดํดฉิ นั และบุตรชายในการรักษาตัวคร้งั น้ี ดิฉันจะตั้งใจท้างาน ตั้งตนเป็นคนดี ต้ังใจท้าหน๎าที่ เป็นศิษย์
ที่ดีของศูนย์ศิลปาชีพ สีบัวทองฯ และประเทศชาติตลอดไป” (จดหมายของนักเรียน กราบบังคมทูล
สมเดจ็ พระนางเจ๎าฯ พระบรมราชนิ ีนาถ)

ภาพหลงั การผาํ ตดั ยดื กระดูกขาของ เด็กชาย พนั ธกาน น้าหอม อายุ ๘ ปี บุตรชายของ นางสาว น้าฝน
สอนศรี นักเรียนศูนยศ์ ิลปาชพี แผนกเซรามิค

| ๔๖

นางสาว การะเกด ปทุมสูติ นกั เรยี นศนู ยศ์ ลิ ปาชพี สบี ัวทองฯ แผนกปกั ผา๎

“ดฉิ นั มสี มาชกิ ในครอบครัวท้งั หมด ๔ คน ฐานะทางครอบครัวยากจน พํอและแมํไมํมีเงินสํง
เสยี ให๎ดิฉันได๎ศึกษาในระดับสูงเหมือนคนอ่ืน ข๎าพเจ๎าจึงจบการศึกษาเพียงแคํช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖
จึงต๎องมาประกอบอาชีพหารายได๎ชํวยเหลือจุนเจือในครอบครัว ครอบครัวของดิฉันมีความเป็นอยูํท่ี
ล้าบากมาก บ๎านของข๎าพเจ๎าปลูกเป็นเพิงสังกะสีเล็กๆ หลังคาร่ัว ไมํสามารถกันน้าได๎เวลาฝนตก
พื้นบ๎านก็ไมํมีไม๎กระดานหรือพ้ืนปูนซีเมนต์ มีเพียงพื้นดินที่ใช๎กระสอบปุ๋ยปูเพ่ือท้าพื้นบ๎านดิฉันได๎มา
สมัครเป็นนักเรียนศูนย์ศิลปาชีพ สีบัวทองฯ และได๎รับโอกาสเข๎าเป็นนักเรียนแผนกปักผ๎าในปี พ.ศ.
๒๕๕๔ ตอํ มาได๎มีตัวแทนจากทางจงั หวดั อาํ งทอง มาส้ารวจความเป็นอยูํของครอบครัวที่ยากจน และ
บ๎านของดิฉันได๎รับคัดเลือกจากทางจังหวัดให๎ได๎รับความชํวยเหลือ แตํเม่ือเรื่องบ๎านของดิฉันได๎ออก
รายการทวี ี รายการหนึง่ ถงึ สภาพความเปน็ อยูทํ ี่ยากล้าบาก และเม่อื ความทราบถงึ สมเด็จพระนางเจ๎า
สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ วําดิฉันเป็นนักเรียนศูนย์ศิลปาชีพ สีบัวทองฯ พระองค์ทํานทรงมีพระมหา
กรณุ าธคิ ณุ อยํางล๎นพน๎ พระองค์ทาํ นทรงมเี มตตา ทรงพระราชทานบา๎ นให๎แกํครอบครัวของดิฉัน ท้า
ให๎ครอบครัวของดิฉัน มีความเป็นอยูํที่ดีข้ึน มีอาชีพท่ีสุจริตท้า และมีบ๎านที่มั่นคงได๎อยูํอาศัยอยํางมี
ความสุข ดิฉันและครอบครัว ร๎ูสึกส้านึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระนางเจ๎าฯ
พระบรมราชินีนาถ ดิฉันจะตั้งใจท้างานอยํางเต็มที่ ด๎วยความซื่อสัตย์ สุจริต จะใช๎ชีวิตอยูํอยําง
เพียงพอตามแนวพระราชด้าริ ตลอดไป”ภาพบ๎าน นางสาว การะเกดฯ ที่ได๎รับพระมหากรุณาธิคุณ
จาก สมเดจ็ พระนางเจ๎าสริ ิกติ ิ์ พระบรมราชนิ ีนาถพระราชทานเงินเป็นคาํ กํอสรา๎ งบา๎ น

ภาพบ้านหลงั เดิม ภาพบา้ นหลังใหม่

| ๔๗

ศูนยศ์ ลิ ปาชีพ สบี วั ทอง
หมู่ ๓ ตาบลสบี วั ทอง อาเภอแสวงหา จังหวัดอา่ งทอง

โทร ๐๓๕-๒๒๙๖๓๗


Click to View FlipBook Version