The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

QP-VPLAB-048 คู่มือการเก็บสิ่งส่งตรวจห้องปฎิบัติการแผนกพยาธิวิทยา_20.1.64

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by แพรว ววว, 2023-05-03 03:31:45

QP-VPLAB-048 คู่มือการเก็บสิ่งส่งตรวจห้องปฎิบัติการแผนกพยาธิวิทยา_20.1.64

QP-VPLAB-048 คู่มือการเก็บสิ่งส่งตรวจห้องปฎิบัติการแผนกพยาธิวิทยา_20.1.64

คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 0 คู่มือการเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพยาธิวิทยา โรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต อนุมัติโดย พ.ต.หญิง (อตินุช บุญภา) หัวหน้าแผนกพยาธิวิทยา


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 1 ห้องปฏิบัติการแผนกพยาธิวิทยา โรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 1.ที่ตั้ง ห้องเบอร์ 5 ตึกผู้ป่วยนอก ชั้น 1 233 ม.5 ถ.เลี่ยงเมือง ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี84000 ห้องปฏิบัติการ มีฐานะเป็นแผนกพยาธิวิทยา สังกัดโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาด 60 เตียง 2.เวลาท าการ ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ 3.หมายเลขโทรศัพท์ 077-295-284 4.หมายเลขโทรสาร 077-295-284 5.บุคลากร/หน้าที่ 5.1 บุคลากร นักเทคนิคการแพทย์ ปฏิบัติงานหน้ าที่ตรวจสอบ วิเคราะห์ วิจัย โดยน าเทคโนโลยีท าง ห้องปฏิบัติการมาใช้ เพื่อช่วยในการประเมินสุขภาพ วินิจฉัยโรค พยากรณ์ความรุนแรงของโรค ติดตาม ผลการรักษา ป้องกันโรค และควบคุมคุณภาพทางห้องปฏิบัติการ ห้องปฏิบัติการแผนกพยาธิ โรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต มีบุคลากรปฏิบัติงานทั้งหมด 7 นาย หัวหน้าแผนกพยาธิ (นายทหารเทคนิคการแพทย์) 1 นาย นักเทคนิคการแพทย์ (นายทหารทะเบียนการแพทย์) 1 นาย นักเทคนิคการแพทย์ (นายทหารเทคนิคการแพทย์) 1 นาย นักเทคนิคการแพทย์ (อัตราจ้างชั่วคราว) 3 นาย เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ(อัตราพนักงานราชการ) 1 นาย ในเวลาราชการ เวลา 08.00 น. – 16.00 น. มีบุคลากรปฏิบัติงานทั้งหมด 7 นาย นอกเวลาราชการ จัดบุคลากรปฏิบัติงาน ดังนี้ *เวลา 06.30น. – 08.00 น. จันทร์-ศุกร์ ที่ไม่ใช่วันหยุดนักขัตฤกษ์ จัดนักเทคนิคการแพทย์ ให้บริการเจาะเลือดผู้ป่วยนอก จ านวน 2 นาย (มีนักเทคนิค การแพทย์เวรดึก รับลงทะเบียนผู้ป่วยนอก) กรณีนักเทคนิคการแพทย์ลาหรือประชุมนอกหน่วย จะจัด เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการรับลงทะเบียน แทน 1 นาย และให้นักเทคนิคการแพทย์เวรดึกท าการเจาะเลือดแทน *เวลา 08.00 น. – 16.00 น. วันหยุดนักขัตฤกษ์/เสาร์อาทิตย์ จัดนักเทคนิคการแพทย์ ปฏิบัติงาน จ านวน 1 นาย *เวลา 16.00 น. - 08.00 น.ของวันถัดไป วันหยุดนักขัตฤกษ์/เสาร์อาทิตย์ จัดนักเทคนิคการแพทย์ ปฏิบัติงาน จ านวน 1 นาย *เวลา 07.00น. -12.00 น. วันเสาร์ คลินิกอายุรกรรมนอกเวลา ที่มีผู้ป่วยนัด 8 คนขึ้นไป จัดนักเทคนิคการแพทย์ ปฏิบัติงาน จ านวน 1 นาย 5.2 หน้าที่


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 2 แบ่งการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเป็น 6 งาน 5.2.1 เคมีคลินิก (Clinical chemistry) ให้บริการตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีชนิด ต่างๆ ในร่างกายจากเลือด น้ าไขสันหลัง ปัสสาวะ น้ าที่เจาะจากส่วนอื่นๆ การวิเคราะห์เชิงปริมาณและเชิง คุณภาพ ท าให้ทราบถึงความผิดปกติของการท างานของอวัยวะต่างๆ ทราบอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรค เช่น การ ตรวจไขมันในหลอดเลือดเพื่อป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน การตรวจน้ าตาลในเลือดโรคเบาหวาน การตรวจสมรรถภาพของตับ ไต การตรวจหาเอนไซม์ในร่างกาย เป็นต้น 5.2.2 โลหิตวิทยา (Hematology) งานตรวจวิเคราะห์ความผิดปกติของเม็ดเลือดทั้งเม็ด เลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด ทางด้านปริมาณ รูปร่างและองค์ประกอบทางเคมีในเลือด ฯลฯ 5.2.3 จุลชีววิทยาคลินิก (Clinical Microbiology) เป็นการตรวจวิเคราะห์เชื้อ แบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อไวรัส โดยวิธีการย้อมสีและตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ และบ่มเพาะเชื้อแบคทีเรียจาก กระแสเลือด ฯลฯ 5.2.4 ภูมิคุ้มกันวิทยาคลินิก (Clinical Immunology) เป็นการตรวจภูมิคุ้มกันที่ร่างกาย สร้างขึ้นเมื่อมีเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย เพื่อช่วยวินิจฉัยโรค ติดตามผลการรักษา พยากรณ์ความ รุนแรงของโรค เฝ้าระวังโรคทางระบาดวิทยา เช่น การตรวจเอดส์ ไวรัสตับอักเสบ ฯลฯ 5.2.5 จุลทรรศนศาสตร์คลินิก (Clinical Microscopy) เป็นการใช้กล้องจุลทรรศน์และ เครื่องมือบางชนิดเพื่อตรวจหาทางกายภาพหรือทางเคมี ค้นหาความผิดปกติจากเลือด ปัสสาวะ อุจจาระ และ เสมหะ เช่นการตรวจหาสาเหตุโรคทางเดินปัสสาวะ ตรวจภาวะตั้งครรภ์ ตรวจหาไข่ และหนอนพยาธิ ตรวจหา เชื้อมาลาเรีย การตรวจนับจ านวนและแยกชนิดเม็ดเลือด ตรวจวิเคราะห์น้ าอสุจิ ฯลฯ 5.2.6 ธนาคารเลือด (Blood Bank) เป็นการตรวจหาหมู่เลือด จัดเตรียมเลือดส่งต่อเพื่อ ขอส่วนประกอบของเลือดให้กับผู้ป่วย และการเก็บรักษาส่วนประกอบของเลือด ฯลฯ


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 3 5.3 ขั้นตอนการรับสิ่งส่งตรวจ 5.3.1 จากตึกผู้ป่วย (IPD) l สิ่งส่งตรวจจากตึกผู้ป่วย สิ่งส่งตรวจพร้อมใบ Request ลงทะเบียน จุดรับสิ่งส่ง ตรวจ แยก สิ่งส่งตรวจตาม จุดตรวจต่างๆ ตรวจวิเคราะห์ รายงานผล ตรวจสอบผล ขั้นตอนลงทะเบียน 1. จัดล าดับความเร่งด่วนในการตรวจทุกครั้ง 2. ตรวจสอบรายการตรวจให้ ถูกต้อง ครบถ้วน 3. เซ็นต์ชื่อผู้รับสิ่งส่งตรวจในแฟ้มบันทึกสิ่งส่ง ตรวจ (FR-VPLAB001) ขั้นตอนการรายงานผล/ตรวจสอบผล 1. ตรวจสอบรายการตรวจวิเคราะห์ว่าครบ ตามรายการสั่งหรือไม ่ 2. ลงผลการตรวจวิเคราะห์ใน Com ระบบ HosXP หรือทะเบียนผลการตรวจ 3. ตรวจสอบความถูกต้องของผลการตรวจ วิเคราะห์ 4. กรณีมีค่าวิกฤต แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และบันทึกลงในทะเบียนค่าวิกฤต (FRVPLAB 004) 5. ส่งผลการตรวจไปตามแผนกต่างๆที่ เกี่ยวข้อง ส่งผลตามแผนกต่างๆใน ระบบ HosXP สิ่งส่งตรวจไม่สมบูรณ์ 1. ชื่อ-สกุล หรือ HN ผู้ป่วยไม่ ตรงกัน (ใบน าส่ง + สิ่งส่งตรวจ) 2. EDTA Blood Clot , Hemolysis 3. ใส่ภาชนะผิดประเภท 4. ไม่มีใบน าส่ง ,ไม่สั่ง Order ใน Computer ตรวจวิเคราะห์ซ ้า สงสัย แนะน าเก็บสิ่งส่งตรวจซ้ า พร้อมใบปฏิเสธสิ่งส่งตรวจ แนะน าเก็บสิ่งส่งตรวจซ้ า MTคนที่2 MT คนที่ 1 ไม่ถูกต้อง


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 4 5.3.2 จากผู้ป่วยนอก (OPD) ไม่ถูกต้อง ผู้ป่วยยื่นบัตรที่ทะเบียน ทะเบียนส่งชื่อมายังห้องปฏิบัติการ เจาะเลือด , เก็บสิ่งส่งตรวจ ลงทะเบียนรับ สิ่งส่งตรวจ แยก สิ่งส่งตรวจตาม จุดตรวจต่างๆ ตรวจวิเคราะห์ รายงานผล ตรวจสอบผล ขั้นตอนลงทะเบียน 1. จัดล าดับความเร่งด่วนในการตรวจทุกครั้ง 2. ตรวจสอบรายการตรวจให้ ถูกต้องครบถ้วน 3. เซ็นชื่อผู้รับสิ่งส่งตรวจในใบ Order ขั้นตอนการรายงานผล/ตรวจสอบผล 1. ตรวจสอบรายการตรวจวิเคราะห์ว่าครบ ตามรายการสั่งหรือไม ่ 2. ลงผลการตรวจวิเคราะห์ใน Computer ระบบ HosXP หรือทะเบียนผลการตรวจ 3. ตรวจสอบความถูกต้องของผลการตรวจ วิเคราะห์ 4. กรณีมีค่าวิกฤต แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และบันทึกลงในทะเบียนค่าวิกฤต 5. ส่งผลการตรวจไปยังจุดรอตรวจ ส่งผลตามแผนกต่างๆ ในระบบHos XP แนะน าเก็บสิ่งส่งตรวจซ้ า พร้อมใบปฏิเสธสิ่งส่งตรวจ แนะนำ เก็บสิ่งส่งตรวจซำ้ MT คนที่2 MT คนที่ 1 ตรวจวิเคราะห์ซ้ า ไม ่ถูกต้อง สงสัย


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 5 สิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ หมายถึง ของเหลวต่างๆ หรือชิ้นส่วนของเนื้อเยื่อที่ได้จากร่างกายของ ผู้ป่วยที่น ามาใช้ในการวิเคราะห์หาค่าของสารต่างๆ หรือหาพยาธิสภาพเพื่อใช้ในการวินิจฉัยโรคในทาง การแพทย์ ซึ่งสิ่งส่งตรวจส่วนใหญ่เป็นเลือด (Whole blood), ปัสสาวะ (Urine), อุจจาระ (Feces), น้ าไขสัน หลัง (CSF), น้ าจากช่องปอด (Pleural effusion), น้ าจากช่องท้อง (Peritoneal หรือ Ascitic fluid), น้ าจาก ช่องเยื่อหุ้มหัวใจ (Pericardial fluid), น้ าจากข้อต่างๆ (Synovial fluid), เสมหะ (Sputum),หนอง (Pus), Urethra discharge, Rectal swab, Pap smear และชิ้นเนื้อที่ได้จากการผ่าตัด สิ่งส่งตรวจเหล่านี้มีวิธีการ เก็บและใช้อุปกรณ์หรือภาชนะที่ใช้บรรจุแตกต่างกันไปตามลักษณะงานตรวจวิเคราะห์นั้นๆหลังจากนั้นภาชนะ ที่ใช้เก็บสิ่งส่งตรวจต่างๆ จะต้องติดฉลากบอกรายละเอียดของสิ่งส่งตรวจให้ถูกต้อง ชัดเจน อ่านง่ายก่อนน าส่ง ห้องปฏิบัติการ ระเบียบปฏิบัติการติดฉลากสิ่งส่งตรวจ สิ่งส่งตรวจทุกชนิดที่น ำส่งห้องปฏิบัติกำรเพื่อท ำกำรตรวจวิเครำะห์ต้องติดฉลำกที่ถูกต้อง สมบูรณ์ตำมที่ก ำหนดไว้ควรท ำกำรติดฉลำกที่ภำชนะบรรจุสิ่งส่งตรวจก่อนกำรเก็บสิ่งส่งตรวจ ข้อก าหนดบนฉลากที่ใช้ติดสิ่งส่งตรวจ 1. ชื่อ-สกุลผู้ป่วย 2. HN / AN 3. แผนกที่ส่ง 4. วันที่เก็บสิ่งส่งตรวจ 5. ไม่ควร ติดฉลากไปปิดบังสิ่งส่งตรวจที่อยู่ข้างในจนมองไม่เห็น เพราะไม่สามารถตรวจดู คุณภาพและปริมาณได้ 1. การเก็บสิ่งส่งตรวจ (Specimen) ทางห้องปฏิบัติการ


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 6 รูปที่ 1 แสดงตัวอย่างการติดฉลากหลอดเลือดและขวด Hemoculture - ไม่ควรปิดฉลาก ทับขีดลูกศรที่บอกระดับสิ่งส่งตรวจ และควรเปิดช่องให้เห็นปริมาณสิ่งส่งตรวจด้วย - ขวด Hemoculture ไม่ควรปิดฉลากทับ Barcode รูปที่ 2 แสดงตัวอย่างการติดฉลากกระปุกเสมหะ, ปัสสาวะและกระปุกอุจจาระ - ควรติดฉลากบนตัวกระป๋อง ไม่ควรติดไว้ที่ฝาของกระปุก เพื่อป้องกันการสลับสิ่งส่งตรวจ - ตัวอย่างส่งตรวจต้องอยู่ในสภาพที่ปิดมิดชิด หรือปิดฝา ไม่ต้องห่อกระดาษช าระ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อหรือการหกของสิ่งส่งตรวจ ข้อก าหนดข้อมูลการสั่งตรวจในระบบ HOSxP 1. ชื่อ-สกุล, อายุ ของผู้ป่วย 2. หมายเลขประจ าตัวผู้ป่วย (Hospital Number : HN) 3. วัน เวลาที่เก็บสิ่งส่งตรวจ 4. หอผู้ป่วย 5. แพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วย 6. รายการทดสอบที่ต้องการตรวจ 7. ชนิดของสิ่งส่งตรวจ (กรณีเป็นน้ าเจาะจากส่วนต่างๆของร่างกาย) ขีดบอกปริมาตร Barcode


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 7 ในกรณีที่มีการสั่งตรวจหลายรายการการทดสอบ และต้องใช้หลอดเลือดหลายหลอด ควรล าดับการใส่ เลือดลงหลอดตามดังนี้ - ขวดส าหรับการเพาะเชื้อ Hemoculture - หลอดส าหรับการทดสอบ Coagulogram (3.2 % Sodium citrate จุกสีฟ้า) - หลอดส าหรับการทดสอบ ESR (3.8 % Sodium citrate จุกสีด า) - หลอดส าหรับ Clotted blood (จุกสีแดง) - หลอดส าหรับ Lithium Heparin Tube (จุกสีเขียว) - หลอดส าหรับ EDTA (จุกสีม่วง) - หลอดส าหรับ Sodium Fluoride : (จุกสีเทา)


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 8 วิธีการเก็บปัสสาวะ • Random Urine or Single specimen เป็นปัสสาวะที่เก็บช่วงเวลาไหนก็ได้แล้วน าส่งตรวจห้องปฏิบัติการ ภายใน 2 ชั่วโมง ใช้ ส าหรับตรวจทางคุณภาพในงานประจ าวันและใช้ตรวจเป็น screening test โดยเก็บปัสสาวะในช่วงกลาง (Midstream urine) ท าความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศ โดยถ่ายช่วงแรกทิ้งไปแล้วจึงเก็บปัสสาวะช่วงกลางๆ ใส่ภาชนะให้ได้ประมาณ 10-20 ml. ปัสสาวะที่เหลือให้ถ่ายทิ้งไป ปัสสาวะที่เก็บแบบนี้ในแต่ละครั้งจะมีความ เข้มข้นของสารไม่เท่ากัน ****เจ้ำหน้ำที่ต้องแนะน ำกำรเก็บปัสสำวะกับคนไข้ “ก่อนเก็บปัสสำวะท ำควำมสะอำด อวัยวะสืบพันธ์ เช็ดให้แห้ง ปัสสำวะช่วงแรกทิ้งก่อน แล้วเก็บปัสสำวะช่วงกลำงใส่กระปุก” **** • First morning specimen เป็นปัสสาวะครั้งแรกหลังตื่นนอนในตอนเช้า มีความเข้มข้นและเป็นกรดมากกว่าปัสสาวะใน ตอนกลางวัน พวกคาสท์ (Cast) และเซลล์จะคงทนในปัสสาวะที่เป็นกรด เหมาะส าหรับการตรวจปัสสาวะ ประจ าวันโดยเก็บปัสสาวะในช่วงกลางๆ ของการถ่ายอย่างสะอาด (Clean voided midstream) คือ ก่อนการ ปัสสาวะต้องท าความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์เสียก่อน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากแบคทีเรีย และเก็บประมาณ 10-20 ml. • Catheterized specimen คือการเก็บปัสสาวะโดยใช้เครื่องมือสวนปัสสาวะ ซึ่งใช้กับผู้ป่วยที่ถ่ายปัสสาวะไม่ออก หรือ ผู้ป่วยที่หมดสติ การเก็บสิ่งส่งตรวจทางจุลทรรศนศาสตร์คลินิก


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 9 • การเก็บตัวอย่างเลือดส าหรับตรวจกลูโคส ให้เจาะเลือด 2 ml. ใส่หลอด NaF จุกสีเทา - ตรวจกลูโคสแบบอดอาหารข้ามคืน ( Fasting blood sugar ; FBS ) แนะน าให้ผู้ป่วยงดอาหารและเครื่องดื่มอย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนเจาะเลือด ( สามารถจิบน้ าเปล่าได้ ) และให้ยับยั้งการฉีดอินซูลินจนกว่าจะเก็บตัวอย่างเลือดในวันรุ่งขึ้น • การเก็บตัวอย่างเลือดส าหรับตรวจไขมัน ให้เจาะเลือด 4 ml. ใส่หลอด Lithium heparin จุกสีเขียว - ตรวจไขมันในเลือด เช่น Cholesterol, Triglyceride, LDL, HDL แนะน าให้ผู้ป่วยงดอาหารและเครื่องดื่ม อย่างน้อย 12 ชั่วโมงก่อนเจาะเลือด ( สามารถจิบน้ าเปล่าได้ ) การเก็บสิ่งส่งตรวจทางเคมีคลินิก


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 10 1. ควรเก็บตัวอย่างก่อนผู้ป่วยได้รับยาต้านจุลชีพ 2. เก็บสิ่งส่งตรวจให้ตรงบริเวณที่เป็นโรค 3. ใส่ ภาชนะ อาหารเลี้ยงเชื้อ หรือ transport media ที่เหมาะสม 4. เก็บรักษาสิ่งส่งตรวจไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม 5. ใบน าส่งบอกรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ป่วยให้ละเอียด ชัดเจน อ่านง่าย เช่น ชื่อ-สกุล, HN, ชนิดของสิ่งส่ง ตรวจ, อายุ, หอผู้ป่วย, ชนิดของสิ่งส่งตรวจ 6. ต้องระบุชนิดของการตรวจที่ต้องการให้ครบถ้วน Culture and sensitivity test (C/S) Anaerobic culture Culture for TB Culture for fungus Gram stain Indian ink 10% KOH Wet smear for TV 7. ส่งห้องปฏิบัติการโดยเร็วที่สุด 8. ภาชนะที่เก็บสิ่งส่งตรวจต้องเขียนชื่อ – สกุล , ชนิดของตัวอย่างและชนิดของการให้ตรวจ 1. อุจจาระ 1.1 ตรวจหาเชื้อก่อโรคทั่วไป (Salmonella spp. ; Shigella spp. และ Vibrio spp.) ▪ Stool swab ในผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นบิด ควรเลือกเก็บอุจจาระที่มีลักษณะเป็นมูกปนเลือด ▪ Rectal swab ใช้ไม้พันส าลีที่ปราศจากเชื้อจุ่มอาหาร Cary-blair เล็กน้อย แล้วน าไปสอดใส่ เข้าไปในทวารหนักให้ลึกประมาณหนึ่ง ถึง หนึ่งนิ้วครึ่ง หมุน 2-3 รอบ 1.2 Stool culture for Campylobacter เก็บอุจจาระใส่ขวดที่สะอาด แล้วส่งทันที การเก็บสิ่งส่งตรวจทางจุลชีววิทยาคลินิก


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 11 2. สิ่งส่งตรวจจากแผล ฝี แผลเปิด บริเวณผิวชั้นบนอาจมีแบคทีเรียอยู่ตามผิวหนังหรือในอากาศปะปนอยู่ ควรชะล้างบริเวณผิว ชั้นนอกด้วยน้ าเกลือปราศจากเชื้อเสียก่อน แล้วจึงดูดหนองที่อยู่ลึกลงไป ฝีควรท าความสะอาดด้วยยาฆ ่าเชื้อแล้วใช้เข็มแทงดูดเอาหนองออกมา Pus C/S + Gram stain I. หนองมีมากใส่ขวด Sterile II. หนองมีน้อย ใส่หลอด Miscellaneous และป้ายสไลด์ Pus culture for TB ใส่ขวด Sterile 3. สิ่งส่งตรวจจากระบบสืบพันธุ์ การเก็บสิ่งส่งตรวจจากระบบสืบพันธุ์ ไม่ต้องใช้น้ ายาฆ ่าเชื้อใดๆ ในการท าความสะอาดก่อน เก็บ แต่เนื่องจากบริเวณนี้อาจมี normal flora ควรเลือกเก็บบริเวณที่มีการอักเสบหรือเป็นแผลโดย ไม่แตะต้องบริเวณอื่น เก็บใส่ใน Stuart’s transport media ส่งห้องปฏิบัติการทันทีเพราะเชื้อหนอง ในแท้ ( Niesseria gonorrhoeae) ตายง่าย -Cervix ใช้ไม้พันส าลีปราศจากเชื้อ ป้าย mucus หรือ secretion บริเวณ cervix ทิ้งไป (ต้องท าผ่าน speculum) แล้วใช้ไม้พันส าลีที่ปราศจากเชื้อ ป้ายบริเวณ endocervical canal ใส่ใน Amies transport media ส่งห้องปฏิบัติการโดยเร็วภายในเวลา 2 ชั่วโมง -Vagina ใช้ไม้พันส าลีปราศจากเชื้อ ป้าย exudates หรือ secretion ด้านนอกทิ้งไป ป้ายเก็บ บริเวณ mucosal membrane ส่งห้องปฏิบัติการโดยเร็วภายในเวลา 2 ชั่วโมง -Urethral ใช้ไม้พันส าลีที่ปราศจากเชื้อ ป้าย exudate ด้านนอกทิ้งไปแล้วใช้ไม้พันส าลี่ปราศจาก เชื้อป้าย discharge ด้านในของ urethral (ถ้าไม่มี ให้สอด urethrogenital swab เข้าไป 2-4 cm. แล้วหมุน 1-2 วินาที) 4. การป้ายล าคอ (Throat swab ) และการท า Nasopharyngeal swab การป้ายล าคอ ใช้ที่กดลิ้น กดลิ้นผู้ป่วยไว้ใช้ไม้พันส าลีป้ายบริเวณส่วนหลังของล าคอ ต่อมทอนซิล ทั้ง 2 ข้าง หรือบริเวรที่อักเสบ การป้ายล าคอเป็นสิ่งส่งตรวจที่ใช้ตรวจหาเชื้อก่อโรคของระบบทางเดินหายใจส่วนบน ใช้ไม้กด ลิ้นผู้ป่วย แล้วใช้ไม้พันส าลีปราศจากเชื้อ เก็บบริเวณทอนซิล(tonsil) ทั้ง 2 ข้าง ผนังด้านหลังของ pharynx (posterior pharynx) และบริเวณที่อักเสบ(inflamed area) ใส่สิ่งส่งตรวจที่เก็บ ได้ใน Amies transport media 5. การเก็บน้ าไขสันหลัง หรือสารน้ าอื่นๆ จากร่างกาย (CSF, Pleural fluid, Joint fluid และ Body fluid)


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 12 น้ าไขสันหลัง (Cerebrospinal fluid , CSF) และน้ าเลี้ยงอวัยวะภายใน เช่น น้ าจากช่องปอด(Pleural effusion), น้ าช่องท้อง (Peritoneal หรือ ascetic fluid), น้ าจากช่องเยื่อหุ้มหัวใจ (Pericardial fluid) และน้ าจากข้อต่างๆ (Synovial fluid) ใส่ขวด Steriled ปริมาณที่ใช้ : เจาะเก็บน้ าไขสันหลัง (CSF) หรือสารน้ าจากร่างกาย 2-3 ml. (แบ่งใส่ขวดที่สะอาดและ ปลอดเชื้อ จ านวน 3 ขวด ดังนี้ ขวดที่1 เพื่อส่งตรวจ Culture ขวดที่2 เพื่อส่งตรวจทางเคมีคลินิก เช่น Sugar, Protein, LDH ขวดที่3 เพื่อส่งตรวจ Cell count & Differential และย้อม Gram stain, AFB 6. ระบบทางเดินหายใจส่วนกลาง เสมหะ (Sputum) ควรเก็บเสมหะในตอนเช้าหลังตื่นนอนใหม่ๆ เนื่องจากจะมีโอกาสพบเชื้อ มากที่สุดโดยเฉพาะเชื้อวัณโรค ให้ผู้ป่วยบ้วนปากหลายๆครั้งด้วยน้ าสะอาด เพื่อลดจ านวนแบคทีเรีย ในช่องปากแนะน าให้ผู้ป่วยไอลึกๆ แล้วขากเสมหะออกมา อาจต้องกระตุ้นให้เกิดการไอ โดยจัดให้ ผู้ป่วยนอนในท่าที่หัวและไหล่อยู่ในระดับต่ ากว่าอกนาน 2-3 นาที จะท าให้ผู้ป่วยไอและเก็บเสมหะได้ ง่ายขึ้น การตรวจเสมหะหาเชื้อวัณโรค ลักษณะการเก็บเสมหะมี2 ชนิด 1. Spot sputum : หมายถึง เสมหะที่เก็บในวันที่ผูปวยมาตรวจ 2. Early morning specimen = Collected sputum : หมายถึง เสมหะที่ผูปวยเก็บได้ในตอนเช้า หลังตื่อนนอน Bronchoalveolar larvage (BAL) การย้อม GMS เพื่อหา PCP (Pneumocystis carinii Pneumonia) จาก BAL จะมีโอกาสตรวจพบ PCP ได้มากพอๆ กับการตรวจจาก Lung tissue ส่วน การตรวจจากเสมหะโอกาสพบเชื้อ จะน้อยมากกว่า - Lung tissue : Transbronchial biopsy, needle lung biopsy, open lung biopsy Sputum for AFB : ใส่กระปุกเสมหะ Sputum culture : ใส่ขวด Steriled Sputum culture for TB ใส่ขวด กระปุกเสมหะ (ควรมีเสมหะอย่างน้อย 3 มล.) BAL ย้อม GMS for PCP ใส่ขวด Steriled อธิบายการเก็บเสมหะกับคนไข้ทุกครั้ง 1.เก็บหลังจากตื่นนอนใหม่ๆ 2.บ้วนปากหลายๆครั้งด้วยน้ าธรรมดา ห้าม ใช้น้ ายาบ้วนปาก 3.หายใจลึกแล้วไอออกมา ให้ได้เสมหะแล้วบ้วนลงกระป๋องตามวันที่ระบุข้างกระป๋อง 4.ควรตรวจดูให้แน่ใจว่าเป็นเสมหะ ไม่ใช่น้ าลาย 5.ปิดฝาให้สนิทแล้วน ามาส่งห้องแล็ป


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 13 ***เสมหะที่ดีต้องมีลักษณะเป็นเมือก เหนียง ขุ่น สีเหลือง สีเขียว หรือปนแดง*** กรณีคนไข้เก็บเสมหะเองที่บ้านให้แนะน าคนไข้ ดังนี้ การเก็บเสมหะ (หลังตื่นนอนตอนเช้า) ขากเสมหะในพื้นที่มีอากาศถ่ายเท หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีผู้คน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเสมหะ 1. บ้วนปากด้วยน้ าสะอาดห้ามใช้น้ ายาบ้วนปากเปิดฝาตลับเสมหะ 2. หายใจเข้าออกลึกๆ ไอแรงๆ จนได้เสมหะในล าคอ 3. ขากเสมหะที่ได้ ใส่ตลับตามวันที่ระบุข้างตลับ 4. ควรตรวจดูให้แน่ใจว่าเป็นเสมหะลักษณะเมือก เหนียว ขุ่นข้น ไม่ใช่น้ าลาย 5. ปิดฝาตลับให้สนิท และใส่ถุงซิป 6. ล้างมือให้สะอาด และน าส่งห้องปฎิบัติการแผนกพยาธิวิทยา ** หากไม่สามารถน ามาส่งห้องปฎิบัติการแผนกพยาธิวิทยาได้ทุกวัน กรุณาใส่ถุงให้มิดชิดแช่ตู้เย็นไว้ โดยไม่ปะปนกับอาหาร และน ามาส่งในวันที่เก็บเสมหะวันสุดท้าย ** 7. การเก็บปัสสาวะ (Urine culture) ปัสสาวะช่วงกลาง (Clean – voided midstream urine) ปัสสาวะจากการสวนปัสสาวะ (Catheterized urine) การเก็บปัสสาวะช่วงกลาง ถ้าท าได้ให้เก็บปัสสาวะที่ถ่ายครั้งแรก หลังจากตื่นนอนตอนเช้า ให้ผู้ป่วย ล้างมือด้วยสบู่แล้วให้ท าความสะอาดบริเวณรอบ ๆ ปากหลอดปัสสาวะ ด้วยส าลีชุบน้ าสบู่ (ในผู้ชายให้ท าความ สะอาดบริเวณส่วนปลาย glans penis โดยการร่นหนังที่หุ้มออก ในผู้หญิง ใช้ 2 นิ้วแยก labia ให้ห่างออกจาก กัน เพื่อท าความสะอาด Vulva และแยกไว้จนกว่าจะเก็บปัสสาวะเสร็จ) แล้วเช็ดด้วยส าลีเปียกที่ปราศจากเชื้อ เปลี่ยนส าลี 2-3 ครั้ง ในผู้หญิงให้เช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลัง ถ่ายปัสสาวะช่วงแรกทิ้งไปก่อนแล้วเก็บปัสสาวะ ช่วงกลาง ผู้ป่วยที่มีสายสวนคาหลอดปัสสาวะ เมื่อต้องการตรวจปัสสาวะ ให้ใช้เข็มฉีดที่ปราศจากเชื้อ เจาะผ่าน สายยางโดยก าจัดเชื้อตรงต าแหน่งที่จะเจาะก่อน ไม่ควรเก็บปัสสาวะที่ค้างอยู่ในถุง 8. การเก็บตัวอย่างเลือดส าหรับส่งเพาะเชื้อ (hemoculture) 1.ติดสติกเกอร์ที่มีชื่อ – นามสกุล HN ผู้ป่วย เวลาที่เจาะและต าแหน่งที่เจาะ ในบริเวณที่ว่าง ห้ามติด สติ๊กเกอร์ผู้ป่วยทับ barcode หรือท าให้barcode ฉีกขาด เนื่องจาก barcode ที่เป็น serial number ใช้ใน การเข้าเครื่องเพาะเชื้อ 2. รัดสายยาง (Tourniquet) หาต าแหน่งและก าหนดต าแหน่งการเจาะเลือดไว้ 3. ท าความสะอาดผิวหนังผูปวยบริเวณที่จะเจาะเลือด โดย เช็ดผิวหนังด้วย 10 % povidone-iodine (Betadine) แล้วเช็ดซ้ าด้วย 70%Alcohol เช็ดเป็นวงกลม วนออกจากจุดศูนย์กลาง รอให้แห้งก่อนเจาะเลือด 4. หามสัมผัสบริเวณผิวสัมผัสที่เช็ดน้ ายาฆ ่าเชื้อแลว


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 14 5. เจาะเลือดโดยยึดหลัก Aseptic Technique และ one handed Technique เจาะให้ได้ปริมาณ เลือด ตามที่ระบุขางขวด ซึ่งสามารถเจาะเลือดต าแหน่งเดียวกันห่างกันอย่างน้อย 30 นาทีหรือเจาะเลือด 2 ครั้งพร้อมกันแต่ต่างต าแหน่งกัน ผู้ใหญ่ 5-10 มล/ขวด เด็ก 3-5 มล/ขวด 6. ปลดสายยางรัด (Tourniquet) ออก 7. ใชส าลีปราศจากเชื้อกดหยุดเลือด 8. ก่อนใส่เลือดในขวด Hemoculture ต้องเช็ดด้วย 70% alcohol Pad บริเวณปากขวด Hemoculture รอจนแหงเองประมาณ 30 วินาทีกอนแทงเข็ม เพื่อปองกัน Alcohol ปนเปอนเขาไปในขวด Hemoculture (ไม่ควรใช้สารที่มี iodine เป็นส่วนประกอบเช็ด เพราะจะส่งผลให้จุกยางเปลี่ยนสภาพหลังจาก เข้าเครื่อง ท าให้เกิดการปนเปื้อนได้) 9. ฉีดเลือดที่เจาะได้ลงในขวดเบาๆ โดยไมตองเปลี่ยนหัวเข็ม เขย่าให้เลือดผสมกับของเหลวในขวด ทันทีโดยหมุนขวดเบาๆเปนวงกลม 10. สงขวด Hemoculture ที่ใส่เลือดเรียบร้อยแล้ว ไปยังห้องปฏิบัติการแผนกพยาธิวิทยาโดยเร็ว ที่สุด หามเก็บขวดที่ใสเลือดแลวไวในตูเย็นและไมใหโดนแสงแดดเพราะจะท าใหเชื้อตายกอนการเพาะเชื้อ 8. แผ่นกระจกสไลด์ ใช้ไม้พันส าลีป้ายหนองแล้วป้ายบนสไลด์เพียงเบาๆทิ้งให้แห้ง ใส่ถุงพลาสติกน าส่งห้องปฏิบัติการ * แปะสติ๊กเกอร์ชื่อผู้ป่วยที่ปลาย slide 9. การเก็บสิ่งส่งตรวจเพื่อท า Anaerobic culture การเลือกสิ่งส่งตรวจ การเลือกสิ่งส่งตรวจเพื่อวินิจฉัยเชื้อแบคทีเรียไร้อากาศ ต้องค านึงถึงเวลาที่เหมาะสมในการ เก็บสิ่งส่งตรวจและต้องเก็บในบริเวณที่มีการติดเชื้อจริงๆ หลีกเลี่ยงการปนเปื้อนของเชื้อที่อาศัยอยู่ ปกติในบริเวณใกล้เคียงและจากสิ่งแวดล้อมภายนอก สิ่งส่งตรวจที่เหมาะสม -หนองจากแผลลึกๆ หนองจากสมอง ปอด ตับ ช่องท้อง เป็นต้น -สารน้ าในร่างกายที่ดูดมาจากบริเวณที่ปกติไม่มีเชื้ออะไรอยู่เลย เช่น เลือด ช่องท้อง ช่องเยื่อ หุ้มปอด สารน้ าภายในข้อ ถุงน้ าคร่ า เป็นต้น -เนื้อเยื่อต่างๆ -สิ่งส่งตรวจที่เก็บโดยวิธีพิเศษ เช่น เจาะผ่านหลอดคอ เจาะดูดจากกระเพาะปัสสาวะ สิ่งส่งตรวจที่ไม่เหมาะสม -เสมหะ -Swab ที่ป้ายจากคอและจมูก


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 15 -อุจาระ หรือ rectal swab (ยกเว้นเก็บจากผู้ป่วยที่สงสัยเป็นโรคอุจจาระร่วงจาก Clostridium difficile หรือ โรคอาหารเป็นพิษจาก Clostridium perfringens และโรค Botulism) -ปัสสาวะจากการขับถ่ายและจากการสวน -Swab ที่ป้ายจากมดลูกหรือบริเวณช่องคลอด -วัตถุตัวอย่างที่ปนเปื้อนด้วยน้ าเชื้อในล าไส้ -Swab ที่เกิดจากแผลตื้นๆ การเก็บตัวอย่าง Swab เป็นสิ่งส่งตรวจที่ไม่ดีนัก เนื่องจากป้ายตัวอย่างมาได้ปริมาณน้อย และมีเชื้ออื่นปนเปื้อนมาได้ ง่าย แห้งง่าย อาจมีเชื้อตกค้างอยู่ตามใยส าลี แต่เมื่อจ าเป็นควรใช้ Swab 2-3 อัน ใส่ Stuart’s medium แล้วพันพาราฟินที่ปากขวด การเก็บตัวอย่างของเหลว ใช้เข็มและกระบอกฉีดยาเก็บตัวอย่างไล่อากาศในกระบอกฉีดยาออกให้หมด แล้วปักเข็มลง บนจุกยางหรือเก็บตัวอย่างให้มากพอ ใส่ลงในขวดเล็กๆ ให้เต็มขวด เพื่อแทนที่อากาศให้มากที่สุด สิ่งส่งตรวจที่เป็นเนื้อเยื่อ เป็นตัวอย่างที่เหมาะส าหรับการตรวจหาเชื้อแบคทีเรียไร้อากาศที่ดีมาก เพราะเชื้ออยู่ใน เนื้อเยื่อได้นานหลายชั่วโมง ควรเก็บเนื้อเยื่อในขวด Stuart’s medium ที่เตรียมใหม่ๆ โดยกดเนื้อเยื่อ ให้ลงอยู่ในเนื้อวุ้น การน าส่ง ตัวอย่างที่เก็บแล้วควรน ามาเพาะเชื้อทันที หรือภายใน 2 ชั่วโมง ถ้านานกว่านี้ควรเก็บ ตัวอย่างไว้ที่อุณหภูมิห้องห้ามเก็บในตู้เย็น


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 16 ล าดับการใส่เลือดลงในหลอดเลือด ล าดับการใส่เลือดลงในหลอดเลือด (สีของจุก) ชนิดต่างๆ ในการเจาะผู้ป่วยทั้ง 2 ระบบแบบ ใช้ไซริงจ์และ แบบใช้หลอดระบบสูญญากาศ - ขวดส าหรับการเพาะเชื้อ Hemoculture - หลอดส าหรับการทดสอบ Coagulogram (3.2 % Sodium citrate จุกสีฟ้า) - หลอดส าหรับการทดสอบ ESR (3.8 % Sodium citrate จุกสีด า) - หลอดส าหรับ Clotted blood (จุกสีแดง) - หลอดส าหรับ Lithium Heparin Tube (จุกสีเขียว) - หลอดส าหรับ EDTA (จุกสีม่วง) - หลอดส าหรับ Sodium Fluoride : (จุกสีเทา) ต าแหน่งที่เหมาะสม 1. เส้นเลือดด าบริเวณข้อพับแขน (Antecubital fossa) มี 3 เส้นหลักคือ Median cubital vein, Cephalic vein และ Basilic vein 2. เส้นเลือดด าหลังมือ มี 2 เส้น คือ Metacarpal plexus และ Dorsal venous arch 3. เส้นเลือดด าหลังเท้า ถ้าไม่สามารถหาเส้นเลือดที่เหมาะสมในต าแหน่งดังกล่าว อาจเลือกเส้นเลือดด าที่ไหปลาร้า (Subclavian vein) หรือเส้นเลือดด าที่ขาหนีบ (Femoral vein) ซึ่งต้องใช้ผู้ที่มีความช านาญ ระเบียบปฏิบัติส าหรับการเจาะเลือดจาดเส้นเลือดด า Hemoculture 3.2 % Sodium citrate 3.8% Sodium citrate Clotted blood Lithium Heparin K3 EDTA Sodium Fluoride


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 17 รูปที่3 แสดงเส้นเลือดด าหลักที่แขนบริเวณข้อพับและหลังมือ การเจาะเส้นเลือดด าโดยใช้ไซริงจ์ (Syringe method) 1. ตรวจสอบชื่อ-สกุล ของผู้ป่วยให้ถูกต้องก่อนท าการเจาะเลือดโดยวิธีถามให้ผู้ป่วยบอกชื่อ-สกุล ด้วยตัวเอง 2. เตรียมอุปกรณ์เจาะเลือดให้พร้อม ภาชนะที่ใช้เก็บพร้อม ภาชนะที่ใช้เก็บเลือดพร้อม Lable รายละเอียดของผู้ป่วยให้ชัดเจน 3. ใช้สายยาง (Tourniquet) รัดบริเวณต้นแขนเพื่อให้เห็นเส้นเลือดด าชัดเจน โดยทั่วไปจะเจาะ บริเวณใต้ข้อพับเล็กน้อยแต่บางกรณีอาจจะเจาะบริเวณข้อมือ หรือบริเวณหลังมือ 4. ท าการเจาะเลือด 4.1 การรัดสายยางไม่ควรนานเกิน 1 นาที 4.2 ให้ผู้ป่วยก ามือหลวมๆโดยไม่ต้องเกร็งกล้ามเนื้อ 4.3 ตรวจเช็คดูต าแหน่งที่จะเจาะอีกครั้ง 4.4 ท าความสะอาดผิวหนังบริเวณที่จะเจาะด้วยส าลีชุบ 70% แอลกอฮอล์หรือ แอลกอฮอล์ เพด (Alcohol pad) โดยเช็ดจากจุดศูนย์กลางหมุนวนเป็นวงกลมจากด้านในออกด้านนอก รอจน แอลกอฮอล์แห้ง (ห้ามใช้นิ้วสัมผัสเส้นเลือดด าอีก) 4.5 แทงเข็มเข้าเส้นเลือดในลักษณะท ามุมประมาณ 15 องศาหากเจาะสองครั้งแล้วยังไม่ส าเร็จให้ ขอความช่วยเหลือจากผู้ที่มีความช านาญสูงกว่า 4.6 เมื่อเข็มเจาะเส้นเลือดจะสังเกตเห็นเมื่อเลือดเข้าสู่ Syringe ให้ตรึง Syringe อยู่กับที่แล้ว ค่อยๆ ดูดให้ได้เลือดตามปริมาตรที่ต้องการ 4.7 เมื่อได้เลือดเพียงพอแล้วให้ผู้ป่วยแบมือที่ก าออก ปลดสายรัดแขน และดึงเข็มออกจากเส้น เลือดให้ผู้ป่วยใช้มือกดส าลีแห้งปราศจากเชื้อที่รอยเจาะเลือดทันที แล้วค่อยติดทรานสปอร์ให้ ผู้ป่วยหลังจากที่จัดการกับเลือดที่เจาะไปเสร็จ แจ้งผู้ป่วยไม่ต้องพับแขน 4.8 วิธีการถ่ายเลือดใส่หลอดเลือด ปลดเข็มออกจาก Syringe โดยวิธีปลดลงในกระป๋องทิ้งหัวเข็ม เปิดฝาหลอด โดยท าการเรียงหลอดที่มีสารกันเลือดแข็งก่อน-หลังตามข้อก าหนดจนครบทุกหลอด แล้วค่อยๆเอียงหลอดเลือดเพื่อให้เลือดผสมกับสารกันเลือดแข็งโดยการคว่ าหลอดเลือดหรือขวด ไปมาเบาๆ 8-10 ครั้ง


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 18 4.9 รีบน าส่งห้องปฏิบัติการให้เร็วที่สุด การเจาะเส้นเลือดด าโดยใช้ระบบหลอดสูญญากาศ (Evacuated tube method) 1. ตรวจสอบชื่อผู้ป่วยและจัดเตรียมอุปกรณ์ที่มีข้อมูลผู้ป่วยครบถ้วนตามข้อก าหนด (ชื่อ- นามสกุล) ให้ครบถ้วน 2. รัดสายยาง (ไม่เกินกว่า 1 นาที) ให้ผู้ป่วยก ามือโดยไม่ต้องเกร็งกล้ามเนื้อ 3. หาต าแหน่งและก าหนดต าแหน่งการเจาะเลือดไว้ 4. ท าความสะอาดผิวหนังในบริเวณที่จะเจาะเลือดด้วยส าลี 70% alcohol โดยเช็ดจากจุดศูนย์กลาง วนเป็นวงกลมจากด้านในออกด้านนอก รอให้แห้ง และห้ามใช้นิ้วสัมผัสเส้นเลือดอีก 5. บิดปลอกเข็มด้านสีขาวและดึงออก หมุนเกลียวเข็มเข้ากับหัว Holder พอดี 6. ดึงปลอกเข็มออก หันปลายตัดของหัวเข็มไว้ด้านบน และแทงเส้นในลักษณะท ามุมประมาณ 15 องศา โดยใช้มือที่ถนัดตรึง Holder ไว้กับที่ ห้ามตรึงและสัมผัสกับบริเวณเข็มที่เจาะ 7. ดันหลอดที่ต้องการเก็บเลือดเข้า Holder โดยใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางเหนี่ยวปีกของ Holder และใช้ นิ้วโป้งดันก้นหลอดให้เข็มทะลุจุกหลอด 8. หมุนหันหลอดด้านที่ไม่มี sticker ขึ้น ดูและรอจนเลือดหยุดไหลเข้าหลอด (มือข้างที่ถนัดยังคงตรึง Holder ไว้กับที่) ใช้มือจับหลอด และนิ้วที่ถนัดดันขอบ Holder พร้อมดึงหลอดออก ถ้าต้องการ มากกว่า 1 หลอด***ให้ท าตามข้อ 7**** 9. เมื่อใส่เลือดให้ผสมทันทีโดยพลิกหลอดกลับไป-กลับมา 8-10 ครั้ง รูปที่4 แสดงการเจาะเส้นเลือดด าโดยใช้ระบบหลอดสูญญากาศ


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 19 ข้อควรระวังในการเจาะเลือด 1. ในการเจาะเลือดแต่ละครั้งจะต้องทราบปริมาณของเลือดที่ต้องการใช้และเจาะให้ได้ปริมาตรที่ เพียงพอ 2. จะต้องไม่เจาะเลือดที่แขนข้างที่ก าลังให้สารน้ าละสายเข้าเส้น (Intravenous infusion) หากไม่มี ทางเลือกอื่นต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเพื่อหยุดการให้สารละลายชั่วคราวประมาณ 10-15 นาที จึง จะเจาะเลือด 3. ต้องใช้เข็มใหม่ทุกครั้งและขนาดของเข็มที่เหมาะสม 4. ในระหว่างท าการเจาะเลือดถ้าสังเกตพบบริเวณรอบๆต าแหน่งที่ถูกเจาะมีลักษณะบวมแสดงว่าเข็ม เจาะเลือดนั้นแทงทะลุเส้นเลือดด า ท าให้เลือดไหลออกจากเส้นเลือดด าสู่เนื้อเยื่อรอบๆ ควรจะรีบ ปลดสายรัดแขนทันทีพร้อมทั้งดึงเข็มออกจากเส้นเลือดและใช้ส าลีแห้งหรือผ้าก๊อซแห้งกดบริเวณรอย เจาะเลือดนั้น 5. ต้องระมัดระวังไม่ให้เม็ดเลือดแดงแตก ซึ่งมีสาเหตุมาจากสิ่งเหล่านี้ 5.1 ดูดเลือดเข้า Syringe เร็วและแรงเกินไป 5.2 ฉีดเลือดจาก Syringe ลงในภาชนะเก็บเลือดเร็วและแรงหรือโดยไม่ปลดปลอกเข็มออก 5.3 เจาะเลือดในขณะแอลกอฮอล์ยังไม่แห้ง 5.4 เขย่าหรือผสมเลือดแรงเกินไป 5.5 ใช้อุปกรณ์หรือภาชนะที่ไม่แห้งสนิท


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 20 - กรณีส่งตรวจเพาะเชื้อ ต้องมีใบประวัติผู้ป่วยแนบมาให้ทุกครั้ง โดยเขียนรายละเอียดให้ถูกต้อง ชัดเจน บน ฉลากที่ใช้ติดสิ่งส่งตรวจ เช่น เวลาเจาะเก็บ, ต าแหน่งที่เจาะเก็บ เป็นต้น - กรณีส่งตรวจ HIV จะต้องมีใบ counselling มาด้วย กรณีต้องการผลด่วนให้ติดสติ๊กเกอร์ “ด่วน” ที่สิ่งส่งตรวจ และคีย์ STAT มาในระบบ HOSxP ข้อแนะน าการใช้อุปกรณ์ในการเก็บและน าส่งสิ่งส่งตรวจ 1. การน าส่งสิ่งส่งตรวจ 1. ต้องติดฉลากรายละเอียดของผู้ป่วยเจ้าของสิ่งส่งตรวจบนภาชนะที่บรรจุสิ่งส่งตรวจให้ชัดเจน อ่าน ง่าย 2. น าส่งสิ่งตรวจส่งห้องปฏิบัติการ โดยใส่กล่องน าขนส่งให้เรียบร้อย 2. อุปกรณ์ในการเก็บสิ่งส่งตรวจ งานเคมีคลินิก 1. หลอดพลาสติกขนาด 13×75 mm. จุกสีเขียว ในหลอดมีสารกันเลือดแข็งชนิด heparin ใช้ตรวจ ทางเคมีคลินิกทั่วไป 3-4 ml. 2. หลอดพลาสติกขนาด 13×75 mm. จุกสีเทา ในหลอดมีสารกันเลือดแข็งชนิด NaF ซึ่งพอเหมาะ กับการเก็บเลือด 2 ml. เพื่อส่งตรวจ Blood sugar 3. หลอด CBC ขนาด 13×75 mm จุกสีม่วง ในหลอดมีสารกันเลือดแข็งชนิด EDTA ( Ethylene diamine tetra-acetic acid ) เป็นละอองน้ าเกาะที่ผิวด้านใน ซึ่งมีปริมาณพอเหมาะกับเลือด 2 ml. เพื่อส่งตรวจ HbA1C 4. ขวดแก้วใสสะอาดหรือ Sterile ขนาด 8-10 ml. ส าหรับเก็บ CSF และ Body fluids อื่นๆ 1-3 ml. เพื่อส่งตรวจ Protein, Sugar 5. กระป๋องเก็บปัสสาวะขนาด 30 ml. พร้อมฝาปิด กระป๋อง สีใส (แนะน าให้ผู้ป่วยเก็บปัสสาวะ 20- 30 ml.) เพื่อส่งตรวจ Urine microalbumin, Urine Creatinine การน าสิ่งส่งตรวจส่งห้องปฏิบัติการ


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 21 งานโลหิตวิทยา 1. หลอด CBC ขนาด 13×75 mm จุกสีม่วง ในหลอดมีสารกันเลือดแข็งชนิด EDTA ( Ethylene diamine tetra-acetic acid ) เป็นละอองน้ าเกาะที่ผิวด้านใน ซึ่งมีปริมาณพอเหมาะกับเลือด 2 ml. เมื่อใส่เลือดให้ผสมทันทีโดยพลิกหลอดกลับไป-กลับมา 8-10 ครั้ง ส าหรับส่งตรวจ CBC, Malaria, Reticulocyte, Inclusion body, Hb typing, OF test, DCIP, G6PD, Dengue และ Chikungunya เป็นต้น 2. หลอด PT, PTT เป็นหลอดพลาสติกขนาด 13×75 mm. จุกสีฟ้า ข้างในหลอดมี 3.2% Sodium citrate เป็นสารกันเลือดแข็ง ต้องเจาะให้ได้ตรงตามปริมาตรขีดข้างหลอดเสมอ 2.7 ml 3. Capillary tube Hematocrit tube (สีแดง) ข้างในหลอดเคลือบด้วย Heparin ให้เจาะ 2 หลอด เพื่อหาค่า Hct โดยปิดปลายข้างหนึ่งด้วยดินน้ ามัน * ระวังไม่ให้มีฟองอากาศและใส่เลือดให้ได้ปริมาตร 3 ใน 4 ของ tube 4. Microcontainer EDTA ในหลอดมีสารกันเลือดแข็งชนิด EDTA ใส่เลือด 0.5- 1 ml.(ส าหรับคนที่ เจาะเลือดยากหรือเด็กทารก) แล้วผสมทันทีโดยเอียงหลอดกลับไปมา 5-10 ครั้ง 5. หลอด ESR ขนาด 13×75 mm จุกสีด า ในหลอดมีสารกันเลือดแข็งชนิด 3.8% Sodium citrate เป็นน้ ายาอยู่ในหลอด ต้องเจาะเลือดให้ได้ปริมาณตรงขีดลูกศรสีด าข้างหลอด 1.6 ml เมื่อใส่เลือด ให้ผสมทันทีโดยพลิกหลอดกลับไปกลับมา 8-10 ครั้ง รูปที่5 แสดงวิธีการเขย่า ( mix) เลือดกับสารที่เคลือบอยู่ในหลอด ( Additive) ในหลอดเก็บเลือด สูญญากาศอย่างถูกวิธี โดยเอียงหลอดพลิกกลับไปมาในแนว 180 องศา ไม่ควรเขย่าหลอดแรงๆ เพราะจะท า ให้เกิด hemolysis อ้างอิง http://www.si.mahidol.ac.th/th/manual/Project/page3-03.htm


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 22 งานจุลชีววิทยา 1. ขวด Hemoculture ส าหรับขวด Hemoculture ผู้ใหญ่ ใส่เลือดผู้ป่วย 8-10 ml. ส าหรับขวด Hemoculture เด็ก ใส่เลือดผู้ป่วย 1-3 ml. ( mix ) ปริมาณเชื้อที่พบแปรผันตามตามปริมาณ เลือดที่เจาะ 2. ขวดส าหรับ Stool culture (Cary-blair medium) ใช้น าส่ง Stool swab หรือ Rectal swab 3. ขวดแก้วใส Sterile ขนาด 10-50 ml. ส าหรับเก็บ CSF culture, Body fluids culture, Sputum culture, Urine culture, Stool culture 4. ตลับพลาสติก ส าหรับเก็บเสมหะ เพื่อส่งตรวจ AFB งานภูมิคุ้มกันวิทยาคลินิก 1. หลอดพลาสติกขนาด 13×75 mm. พร้อมฝาปิด จุกสีแดง เจาะเลือดเป็น Clotted blood 4ml. 2. หลอดเจลพลาสติกขนาด 13×100 mm. พร้อมฝาปิด จุกสีเหลือง เจาะเลือด 5 ml. งานจุลทรรศน์ศาสตร์คลินิก 1. กระป๋องเก็บปัสสาวะขนาด 30 ml. พร้อมฝาปิด กระป๋อง สีใส (แนะน าให้ผู้ป่วยเก็บปัสสาวะ 20- 30 ml.) 2. กระปุกเก็บอุจจาระ เป็นตลับหรือกระปุกสีเทาขนาด 10-40 ml. พร้อมฝาปิดและช้อนเก็บ อุจจาระ 3. ขวดแก้วใสสะอาด หรือขวด Sterile ขนาด 10 ml. ใช้เก็บ CSF 1-2 ml. ส าหรับส่งตรวจ Cell count / Cell differential งานธนาคารเลือด 1. หลอด CBC ขนาด 13×75 mm จุกสีม่วง ในหลอดมีสารกันเลือดแข็งชนิด EDTA ( Ethylene diamine tetra-acetic acid ) เป็นละอองน้ าเกาะที่ผิวด้านใน ซึ่งมีปริมาณพอเหมาะกับเลือด 2 ml. เมื่อใส่เลือดให้ผสมทันทีโดยพลิกหลอดกลับไปกลับมา 8-10 ครั้ง


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 23 14.1 เกณฑ์การรับสิ่งส่งตรวจ เจ้าหน้าที่ผู้รับสิ่งส่งตรวจ ตรวจสอบความถูกต้องของการระบุสิ่งส่งตรวจให้ถูกคน โดยตรวจสอบข้อมูล ชื่อ-สกุล เลขที่ผู้ป่วย (H.N.) ในฉลากบนภาชนะให้ตรงกับข้อมูลผู้ป่วยในระบบ HOSxP เจ้าหน้าที่ผู้รับสิ่งส่งตรวจ ตรวจสอบคุณภาพ ความถูกต้อง ความครบถ้วนและปริมาณสิ่งส่งตรวจ เทียบ กับรายการทดสอบในระบบ HOSxP ให้เป็นไปตามคู่มือของการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่ - ชื่อ-สกุล - เลขที่ผู้ป่วย (H.N.) - ชื่อแพทย์ผู้ส่งตรวจ - ชนิดสิ่งส่งตรวจและต าแหน่งที่เก็บสิ่งส่งตรวจ - รายการที่ขอตรวจ - วันที่เก็บสิ่งส่งตรวจ - หอผู้ป่วย หากมีข้อมูลส าคัญที่มีผลต่อการทดสอบหรือแปลผลไม่ครบถ้วนให้เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ ติดตามข้อมูลและรายงานผลการทดสอบเมื่อได้รับข้อมูลดังกล่าวแล้ว ในรายที่ขอผลการทดสอบ ด่วน (stat) ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับที่จุดรับสิ่งส่งตรวจผู้ป่วยใน และ เจ้าหน้าที่ในห้องปฏิบัติการ ท าสัญลักษณ์ที่สื่อความหมายร่วมกันว่า ด่วน (stat) และด าเนินการทดสอบ และรายงานผลเป็นการเร่งด่วน 14.2 เกณฑ์การปฏิเสธสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการ มีเกณฑ์การปฏิเสธสิ่งส่งตรวจเป็น 2 ระดับ ตามความวิกฤตต่อการทดสอบ ระดับ 1 ปฏิเสธสิ่งส่งตรวจในรายที่วิกฤตต่อการทดสอบ เช่น ข้อมูล ที่สติ๊กเกอร์และใบส่ง ตรวจไม่ตรงกัน สิ่งส่งตรวจไม่ได้คุณภาพตามที่ระบุในคู่มือการส่งตรวจ สิ่งส่งตรวจที่เก็บไม่ตรงกับ ประเภทของการทดสอบ สิ่งส่งตรวจไม่เพียงพอต่อการทดสอบ โดยผู้รับสิ่งส่งตรวจจะเขียนใบ ปฏิเสธสิ่งส่งตรวจแจ้งการปฏิเสธและแจ้งแนวทางการแก้ไข เช่น ขอให้ผู้ส่งจัดเก็บสิ่งส่งตรวจมาใหม่ ยกเว้น ผู้ส่งยืนยันที่จะใช้สิ่งส่งตรวจนั้น เพราะไม่สามารถเก็บใหม่ได้หรือเก็บยากซึ่งมีแนวปฏิบัติ 2 ทาง คือ ผู้ส่งขอน าสิ่งส่งตรวจไปแก้ไข ซึ่งต้องด าเนินการดังนี้ 1. ผู้รับบันทึกอุบัติการณ์และใบปฏิเสธสิ่งส่งตรวจ 2. ผู้รับท าบันทึกไปยังหอผู้ป่วย ใบปฏิเสธสิ่งส่งตรวจ เพื่อให้ทราบว่า เป็นสิ่งส่งตรวจไม่ ถูกต้องให้ท าการแก้ไขใหม่และส่งสิ่งส่งตรวจที่ถูกต้องกลับมายังห้องปฏิบัติการ เพื่อ ใช้ในการตรวจวินิจฉัยคนไข้ต่อไป ระดับที่ 2 เกณฑ์บางข้อที่ไม่สมบูรณ์ แต่ไม่วิกฤตต่อการทดสอบ เช่น เวลาที่เก็บสิ่งส่ง ตรวจในบางรายการตรวจ ผู้รับสิ่งส่งตรวจจะโทรศัพท์แจ้งให้ผู้ส่งให้ข้อมูลเพิ่มเติมและด าเนินการต่อ เกณฑ์การรับและปฏิเสธสิ่งส่งตรวจ


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 24 ประสานงานเพิ่มเติม เช่น ส่งสิ่งส่งตรวจมาไม่ครบตามรายการขอตรวจผู้รับจะโทรศัพท์แจ้งและรอ การส่งมาเพิ่ม โดยจะท าการทดสอบสิ่งส่งตรวจที่ส่งมาก่อน สิ่งส่งตรวจที่น ามาส่งแผนกพยาธิวิทยา ต้องเป็นสิ่งส่งตรวจที่เก็บถูกต้องตามขั้นตอนที่แนะน าไว้ มี การน าส่งที่ถูกวิธี ต่อไปนี้คือสิ่งส่งตรวจที่ปฏิเสธการรับไว้ตรวจวิเคราะห์ 1. Clot ในหลอดที่มีสารกันเลือดแข็ง 2. ซีรั่มหรือพลาสมามีลักษณะ Hemolysis (รบกวนการตรวจวิเคราะห์ ALP, AST(SGOT) ,CK-MB, Direct Bilirubin, Magnesium, Phosphorus, Potassium, Total Bilirubin, Uric acid และ Hemolysis 4+ รบกวนการตรวจวิเคราะห์ Glucose, Triglyceride) 3. ปริมาตรไม่ถูกต้อง มาก หรือ น้อย เกินไป 4. เจาะเลือดผิดคน 5. ไม่เขียนชื่อ-สกุล ที่ข้างภาชนะบรรจุ 6. ติดชื่อสลับคน 7. ใส่ในหลอดบรรจุสารกันเลือดแข็งผิดชนิด 8. ไม่ระบุชนิดสิ่งส่งตรวจ 9. ไม่มีสิ่งส่งตรวจในภาชนะบรรจุ 10. ชื่อ-สกุลผู้ป่วยในใบสั่งตรวจและภาชนะบรรจุไม่ตรงกัน 11. ไม่มีประวัติแบบฟอร์ม กรณีส่งต่อ 12. น าส่งโดยไม่มีใบส่งตรวจ 13. ขนส่งในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม 14.สิ่งส่งตรวจมีปริมาณน้อยมากไม่เพียงพอต่อการวิเคราะห์ 15.สิ่งส่งตรวจที่เก็บไม่ถูกต้องเช่นต้องการเสมหะแต่เก็บเป็นน้ าลาย หากพบกรณีดังกล่าวทางแผนกพยาธิจะด าเนินการแก้ไขดังที่กล่าวมาข้างต้น


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 25 จากสิ่งส่งตรวจที่เก็บไว้แล้ว ให้ปฏิบัติดังนี้ 1. งานเคมีคลินิกให้เพิ่มได้ภายใน 4 ชั่วโมง 2. งานโลหิตวิทยาให้เพิ่มได้ภายใน 4 ชั่วโมง 3. งานจุลทรรศน์ศาสตร์คลินิกให้เพิ่มได้ภายใน 2 ชั่วโมง เฉพาะสิ่งส่งตรวจที่เป็น body fluid เท่านั้น 4. สิ่งส่งตรวจที่เป็นปัสสาวะและอุจจาระควรเก็บใหม่ทุกครั้งที่มีการตรวจ 5. งานภูมิคุ้มกันวิทยาคลินิกให้เพิ่มได้ภายใน 4 ชั่วโมง 6. เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการผู้รับค าสั่งทางโทรศัพท์ให้บันทึกค าสั่งดังกล่าวลงในแบบฟอร์มการรับ รายการทดสอบทางวาจา (FR-VPLAB-006) ให้ครบถ้วน การขอเพิ่มรายการทดสอบ


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 26 งานแผนกพยาธิวิทยาคลินิก มีแนวปฏิบัติในการปฏิบัติในการรายงานผลการทดสอบดังนี้ 1. ผลการทดสอบจะถูกตรวจสอบก่อนการรายงานผล โดยผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่ห้องปฏิบัติการ ก าหนดและมอบหมายอ านาจหน้าที่ 2. การรายงานผล เป็นการรายงานทางเอกสาร หรือผ่านระบบคอมพิวเตอร์เครือข่าย ไม่รายงาน ผลทางโทรศัพท์ ยกเว้น ผลการทดสอบอยู่ในช่วงค่าวิกฤต 3. ค่าของผลการทดสอบจะรายงานเป็นหน่วยสากลหรือหน่วยที่เป็นที่ยอมรับ 4. มีการแปลผลในบางการทดสอบ รวมถึงการมีข้อเสนอแนะ หรือหมายเหตุอื่น ๆ ที่จ าเป็น เช่น สิ่งส่งตรวจไม่เหมาะสม ซึ่งอาจมีผลต่อการทดสอบ 5. รายงานผลถือเป็นความลับของผู้ป่วย จะเปิดเผยให้ผู้อื่นรับทราบไม่ได้นอกจากเจ้าตัว หรือผู้ที่ เกี่ยวข้อง เช่น แพทย์ 6. มีระบบประกันคุณภาพการรายงานผล เช่น การสุ่มตรวจการรายงานผลหรือตรวจสอบการ รายงานผลทั้งหมด มีการทบทวนผลการสุ่มตรวจการรายงานผล หรือการตรวจสอบหลังการรายงานผลไป แล้ว เป็นต้น 7. การส่งสิ่งส่งตรวจไปยังห้องปฏิบัติการรับเหมาช่วงต่อ หรือรายการตรวจวิเคราะห์อื่นๆที่ ห้องปฏิบัติการไม่ได้ท าการตรวจวิเคราะห์ จะมีการแจ้งวันนัดฟังผล ทางห้องปฏิบัติการจะส่งผลให้ทางระบบ HOSxP ผู้ป่วยสามารถรับผลตรวจได้จากแผนกตรวจโรคผู้ป่วยนอกหรือผู้ป่วยใน 1. การรายงานผลตามปกติ รายงานผลทางระบบคอมพิวเตอร์เครือข่ายของโรงพยาบาล ตามวันและเวลาที่ก าหนดของแต่ละการ ทดสอบ ผู้ส่งตรวจสามารถดูผลได้ทางระบบคอมพิวเตอร์ ระยะเวลาในการรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ 1.1 ผล LAB ทั่วไป - ส่งสิ่งส่งตรวจรอบเช้า รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ก่อนเวลา 12.00 น. (ออกให้ตามคิวที่ เจาะเลือดหรือตามใบนัดเวลาที่ให้กับคนไข้) - ส่งสิ่งส่งตรวจรอบบ่าย รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ก่อนเวลา 16.00 น. (ออกให้ตามคิวที่ เจาะเลือดหรือตามใบนัดเวลาที่ให้กับคนไข้) 1.2 ผล LAB ด่วน (Stat) - หลังจากท าการตรวจวิเคราะห์เสร็จ เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจะโทรแจ้งพยาบาลประจ าตึก ทันที 1.3 ผล LAB ส่งตรวจห้องปฏิบัติการรับช่วงเหมาต่อ - ส่งตรวจศูนย์แลปธนบุรีLAB ทั่วไป เช่น Thyroid Function Test ต่างๆ มีระยะเวลาการ รายงานผล 10 วันรวมทั้งผลชิ้นเนื้อ ทางห้องปฏิบัติการจะให้ใบนัดวันฟังผลตรวจกับคนไข้ - ส่งตรวจศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ สุราษฎร์ธานี การรายงานผลการทดสอบ


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 27 ยืนยันการตรวจยาเสพติด - ส่งตรวจโรงพยาบาลศูนย์สุราษฎร์ธานี Crossmatch ขอเลือด, ขอผลเร่งด่วน (กรณีเครื่องมือขัดข้อง), CD4, viral load รูปที่ 6 ภาพแสดงตัวอย่างใบนัดฟังผลตรวจ Out lab โรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 2. การรายงานผลทางโทรศัพท์ 1. การตรวจวิเคราะห์ กรณีค่าวิกฤต เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจะโทรรายงานผลการตรวจ วิเคราะห์กับแพทย์หรือพยาบาลประจ าตึกผู้ป่วยทันที 2. ผลการตรวจ Anti-HIV, การตรวจสารเสพติดในปัสสาวะและผลตรวจอื่นๆที่ไม่ใช่ค่าวิกฤต ไม่ รายงานผลการตรวจทางโทรศัพท์


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 28 งานพยาธิวิทยาคลินิก ร่วมกับแพทย์ และ สหวิชาชีพ ได้ร่วมกันพิจารณาว่า การทดสอบใดและ ค่าของการทดสอบเท่าไร ที่ห้องปฏิบัติการจะต้องแจ้งให้ผู้ส่งตรวจรับทราบเป็นการเร่งด่วน ค่าวิกฤติทางเคมีคลินิก No. Test of Analysis Reference range (ค่าอ้างอิง) Critical Value (ค่าปัจจุบัน) Low Value High Value 1. Sodium 136-145 mmol/L ≤ 125 ≥ 150 2. Potassium 3.5-5.1 mmol/L < 3.0 > 5.5 (>6.0 เฉพาะไตเทียม) 3. Glucose 74-109 mg/dl < 70 > 350 4. Creatinine M: 0.67-1.17 mg/dl F: 0.51-0.95 mg/dl ≥ 3.0 (เฉพาะ OPD, ER, Ward) 5. CO2 22-29 mmol/L ≤ 10 < 15 (เฉพาะไตเทียม) 6. CPK 0-170 U/L ≥200 7. Triglyceride 0-200 mg/dl ≥ 500 8. CK-MB < 25 ng/ml รายงานทุกกรณี 9. Troponin- T < 50 ng/l รายงานทุกกรณี 10. NT proBNP 0-300 pg/ml >300 pg/ml ค่าวิกฤต


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 29 ค่าวิกฤตทางโลหิตวิทยา No. Test of Analysis Reference range (ค่าอ้างอิง) Critical Value (ค่าปัจจุบัน) Low Value High Value 1 WBC 4,300 – 10,400 cells/cu.mm. <2,000 >20,000 2 HCT 36 - 46% < 25 * Hct< 30 % เฉพาะไตเทียม > 50 3 Platelet Count 140,000 –400,000 cells/cu.mm. <50,000 > 500,000 4 Hb 13.3-15.5 g/dl ≤ 8.0 5 Malaria Not found Found ทุกๆ Stageของทุกๆ Species ของ Malaria 6 PT INR - INR ≥ 3.5 (โทรรายงานเฉพาะเวลา ราชการ) * INR ≥ 4.0 (โทรแจ้งทันที) 7 Blast 0% ≥ 1% 8 20WBCT Clot ≤20 นาที Unclot >20 นาที ค่าวิกฤติทางจุลชีววิทยา No. Test of Analysis Reference range (ค่าอ้างอิง) Critical Value (ค่าปัจจุบัน) 1. Hemoculture No growth Positive 2. AFB Not found AFB seen Positive


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 30 ตารางแสดงค่าอ้างอิงของการตรวจทางเคมีคลินิก Test ค่าอ้างอิง Unit วิธีตรวจวิเคราะห์ สิ่งส่งตรวจ ออกผล 1. Albumin 3.5-5.2 g/dl Colorimetric assay Lithium heparin Blood 1 ชม. 2. Alkaline Phosphatase M:40-129 F:35-104 U/L Colorimetric assay Lithium heparin Blood 1 ชม. 3. ALT M:10-50 F:10-35 U/L IFCC Assay with PYP Lithium heparin Blood 1 ชม. 4. AST M:10-50 F:10-35 U/L IFCC Assay with PYP Lithium heparin Blood 1 ชม. 5. BUN 6-20 mg/dL Kinetic test with urease Lithium heparin Blood 1 ชม. 6. Calcium 18-60 ปี:8.6-10.0 60-90 ปี:8.8-10.2 mg/dl Cresolphthalien complexone Lithium heparin Blood 1 ชม. 7. CPK M:0-190 F:0-170 U/L UV test Lithium heparin Blood 1 ชม. 8. Creatinine M:0.67-1.17 F:0.51-0.95 mg/dL Enzymatic method Lithium heparin Blood 1 ชม. 9. Direct Bilirubin 0.0-0.2 mg/dl Diazo method Lithium heparin Blood 1 ชม. 10. Fasting blood sugar (FBS) 74-109 mg/dL Hexokinaseassay Sodium Fluoride (NaF)Blood 1 ชม. 11. Globulin 1.5-3.5 g/dL Calculation - 1 ชม. 12. HDL M:>55 F:>65 mg/dL Enzyme colorimetric Lithium heparin Blood 1 ชม. 13. LDL <100 mg/dL Enzyme colorimetric Lithium heparin Blood 1 ชม. 14. Phosphorus 2.5-4.5 mg/dL Phosphomolybdate (UV) Lithium heparin Blood 1 ชม. 15. Total Bilirubin 0.0-1.2 mg/dl Colorimetric Diazo method Lithium heparin Blood 1 ชม. 16. Total Cholesterol <200 mg/dl Enzyme colorimetric assay Lithium heparin Blood 1 ชม. 17. Total Protein 6.6-8.7 g/dL Biuret Blank Lithium heparin 1 ชม. ค่าอ้างอิง


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 31 Blood 18. Triglyceride <150 mg/dL Enzyme colorimetric Lithium heparin Blood 1 ชม. 19. Uric acid M:3.4-7.0 F:2.4-5.7 mg/dL Enzyme colorimetric Lithium heparin Blood 1 ชม. ตารางแสดงค่าอ้างอิงของการตรวจทางเคมีคลินิก(ต่อ) Test ค่าอ้างอิง Unit วิธีตรวจวิเคราะห์ สิ่งส่งตรวจ ออกผล 20. Serum osmolality 285-295 mOsm/L Calculation - 1 ชม. 21. Sodium(Na) 136-145 mmol/L Indirect ISE Lithium heparin Blood 1 ชม. 22. Potassium (K) 3.4-4.5 mmol/L Indirect ISE Lithium heparin Blood 1 ชม. 23. Chloride(Cl) 98-107 mmol/L Indirect ISE Lithium heparin Blood 1 ชม. 24. CO2 22-29 mmol/L colorimetric Lithium heparin 1 ชม. 25. HbA1C 4.8-5.9 % Turbidimetricinhibition immunoassay EDTA Blood 1 ชม. 26. Troponin-T <50 ng/L Immunochromatography (Sandwich complex) Lithium heparin 30 นาที 27. CK-MB <25 ng/ml Immunochromatography (Sandwich complex) Lithium heparin 30 นาที 28. NT-proBNP AHF:Rule out < 300 pg/ml pg/ml Immunochromatography (Sandwich complex) Lithium heparin 30 นาที 29. Urine albumin mg/l Immunoturbidimetry assay Urine 1 ชม. 30. Urine creatinine M:40-278 F:29-226 mg/dL Colorimetry Urine 1 ชม.


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 32 ตารางแสดงค่าอ้างอิงของการตรวจทางโลหิตวิทยา Test ค่าอ้างอิง วิธีตรวจ Specimen ออกผล 1.CBC - Hct - Hb - WBC count - WBC diff. - RBC morphology - RBC Count - MCV - MCH - MCHC - Platelet estimate - Platelet count M:40-54% F : 37-47% M:14-18g/dl F: 12-16 g/dl 4500-10000cell/cu.mm Neutrophil 50-70 % Lymphocyte 18-42 % Monocyte 2-11 % Eosinophil 1-5 % Basophils 0-2 % ค่าปกติ Normochromic Normocytic M:4.5-6.0x106 F:4.0-5.5 x106 80-97fl 27-34 pg 33-36g/dl Adequate 130000-4000000 cell/cu.mm Automate EDTA Blood 45 นาที


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 33 ตารางแสดงค่าอ้างอิงของการตรวจทางโลหิตวิทยา(ต่อ) Test ค่าอ้างอิง วิธีตรวจ Specimen ออกผล 5.ESR M : 0-15 mm/hr F : 0-20 mm/hr Westergren 3.8% sodium citrate Blood 1 ชม. 6.Malaria Not found Microscopy EDTA Blood 50 นาที 7.20WBCT ค่าปกติ clot (เท่ากับ 20 นาที) Clotting time Blood 2 ml 45 นาที 8.Cell count , Cell differential RBC 0 Cell/HPF WBC 0-5 Cell/HPF กรณีพบ RBC และ WBC รายงาน จ านวน RBC และรายงาน WBC แยกชนิดPMN และ MN Microscopy Body fluid 3 ml 1 ชม. 9.Dengue NS1-Ag, IgM, IgG Negative Immunochromato graphy EDTA Blood 30 นาที 11.Microphilaria Not found Microscopy EDTA Blood 50 นาที


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 34 ตารางแสดงค่าอ้างอิงของการตรวจทางจุลทรรศน์ศาสตร์คลินิก Test วิธีการเก็บ/ค่าอ้างอิง Specimen เวลาออกผล 1.Routine Urinalysis - Color - Appearance - pH - Sp.gr - Protein - Sugar - Blood - Ketones - Bilirubin - Urobillinogen - Nitrite - Leukocyte - RBC Urine - WBC Urine - Epithelium cell - Bacteria - Mucous - Crystal - Amorphus - Hyaline cast - Cellular cast - Granular cast - Waxy cast - Fatty cast - RBC cast - WBC cast - Bacteria cast - Epithelial cast - ควรเก็บปัสสาวะครั้งแรก ในตอนเช้า และเป็นปัสสาวะที่เก็บใหม่ๆ Pale yellow - yellow Clear 5.0-7.0 1.003-1.030 Negative Negative Negative Negative Negative Negative Negative Negative 0-5 0-5 0-5 Negative Not found Negative Not found Negative Negative Negative Negative Negative Negative Negative Negative Negative Random Urine (or Single Urine) 10-20 ml 30 นาที


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 35 ตารางแสดงค่าอ้างอิงของการตรวจทางจุลทรรศน์ศาสตร์คลินิก(ต่อ) Test วิธีการเก็บ/ค่าอ้างอิง Specimen เวลาออกผล - Ammonium biurate crystal - Bilirubin crystal - Calcium carbonate crystal - Calcium oxalate crystal - Calcium phosphate crystal - Uric acid crystal - Cystine crystal - Tyrosine crystal - Triplephosphate crystal - Renal cell - Bladder cell Negative Negative Negative Negative Negative Negative Negative Negative Negative Negative Negative Random Urine (or Single Urine) 10-20 ml 30 นาที 2.Stool 2.1 Stool Examination - Color - Form - RBC - WBC - Parasite - Protozoa - Mucous 2.2 Stool Occult blood - เก็บใส่กระปุกสะอาดปิด ฝาสนิท Yellow-Brown Soft 0 (Negative) 0 (Negative) Not found Not found - Negative อุจจาระ 1-5 กรัม 30 นาที


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 36 ตารางแสดงค่าอ้างอิงของการตรวจทางจุลทรรศน์ศาสตร์คลินิก (Rapid test) Test ค่าอ้างอิง วิธี Specimen ออกผล 1. Methamphetamine Negative (Cut off 1000 ng/ml) Immunochromatography Urine 3-5 ml. 30 นาที 2. Urine hCG Negative Immunochromatography Urine 3-5 ml. 30 นาที 3. Urine THC Negative Immunochromatography Urine 3-5 ml. 30 นาที ตารางแสดงค่าอ้างอิงของการตรวจทางภูมิคุ้มกันวิทยา Test ค่าอ้างอิง Specimen วิธี ออกผล 1.RPR Non-reactive Clotted Blood Flocculation 45 นาที 2.HBs Ag Negative Clotted Blood Immunochromatography 30 นาที 3.HBs Ab Negative Clotted Blood Immunochromatography 30 นาที 4.HCV Ab Negative Clotted Blood Immunochromatography 30 นาที 5.Anti-HIV (Immunochromatography) วิธีที่ 1 Determine Non-reactive Clotted Blood Immunochromatography 2 ชม. 6.Anti-HIV (Immunochromatography) วิธีที่ 2 Wondfo Non-reactive Clotted Blood Immunochromatography 2 ชม. 7.Anti-HIV (Gel Particle Agglutination) วิธที่ 3 Non-reactive Clotted Blood Gel Particle Agglutination 3 ชม. 8.Rhumatoid factor Negative Clotted Blood Latex Agglutination 45 นาที 9.Influanza Ag Negative Nasal Swab Immumofluorescense 30 นาที


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 37 ตารางแสดงค่าอ้างอิงของการตรวจทางจุลชีววิทยา Test Specimen วิธีการเก็บ/ค่าอ้างอิง ออกผล 1.Gram stain Sputum/Urine/Stool/PUS/Body fluid (ใส่ขวด sterile) กรณี ไม่พบเชื้อ รายงาน Not found และ จ านวน WBC กรณี พบเชื้อ รายงานแกรม, ลักษณะ/ รูปร่าง, การเรียงตัว, ปริมาณ, จ านวน WBC, จ านวน Epithelium cell 1 ชม. 2. AFB for sputum Sputum ควรเก็บเสมหะหลังจากตื่นนอน และเป็น เนื้อเสมหะใส่กระปุกสะอาดมีฝาปิด กรณีไม่พบเชื้อ รายงาน No AFB Seen กรณีพบเชื้อ รายงาน – จ านวน AFB/100 Oil fields • 1-9 AFB/100 OPF • AFB Positive 1+ • AFB Positive 2+ • AFB Positive 3+ 2 ชม. 3.KOH Skin Scraping ขูดบริเวณขอบของรอยโรค ด้วยแผ่นสไลด์ หรือมีด ไม่พบเชื้อรายงาน Not found • รายงาน Septate hyphae/Arthroconidia – โรค กลาก • รายงาน Fragmented hyphae /Round or oval thicked wall yeast cells- โรคเกลื้อน • รายงาน Budding yeast cells / Pseudohyphae เกิด จากการ ติดเชื้อ Candida albicans 45 นาที


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 38 ตารางแสดงค่าอ้างอิงของการตรวจทางจุลชีววิทยา(ต่อ) ตารางแสดงค่าอ้างอิงของการตรวจทางธนาคารเลือด Test ค่าอ้างอิง Specimen ออกผล 1.ABO Blood group กรุ๊ป A,B,O,AB Blood EDTA 3 ml. 30 นาที 2.Rh typing Rh Positive Rh Negative Blood EDTA 3 ml. 30 นาที Test Specimen วิธีการเก็บ/ค่าอ้างอิง ออกผล 4.Tzanck smear ตุ่มน้ าใสตามผิวหนัง เช็ด 70% Alcohol บริเวณตุ่มน้ า ใช้ ใบมีดปราศจากเชื้อสะกิดเปิดตุ่มน้ าซับ น้ า ให้แห้งแล้วใช้ ใบมีดขูดบริเวณฐาน แผล ป้ายสิ่งส่งตรวจที่ได้บนแผ่นสไลด์ รอให้แห้งแล้วใส่ถุงซิป • รายงาน Not found กรณีไม่พบ เซลล์ผิดปกติ • รายงาน Multinucleated giant cell เกิดจากการติด เชื้อไวรัส Herpes simplex, Chicken pox หรือ Varicella zoster 45 นาที 5. Wet smear Body fluid • ตรวจพบ Trichomonase vaginaris, Fungus, Clue cell ,Crystal ระบุชนิด รายงานสิ่งที่ตรวจ พบ (Found) และ รายงานจ านวน เม็ดเลือดขาว • ตรวจไม่พบ Trichomonase vaginalis, Fungus, Clue cell , Crystal รายงาน Not Found และ รายงานจ านวนเม็ดเลือดขาว 0-5 Cell/HPF 1 ชม.


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 39 งาน ชนิดสิ่งส่งตรวจ สถานที่เก็บ เก็บไว้นาน 1.งานเคมีคลินิก 1.หลอดเลือด 2.Urine 2-8 ºC ตู้เย็นเก็บเวชภัณฑ์ 3 ไม่เก็บ 7 วัน ไม่เก็บ 2.งานโลหิตวิทยา 1.หลอด CBC 2.Slide CBC 2-8 ºC ตู้เย็นเก็บเวชภัณฑ์ 3 Room temp.ในกล่องเก็บสไลด์ แยกตามวัน 7 วัน 3.จุลชีววิทยา 1.Slide gram stain 2.Slide AFB Room temp.ในกล่องเก็บสไลด์ Room temp.ในกล่องเก็บสไลด์ AFB 7 วัน 6 เดือน 4.งานภูมิคุ้มกันวิทยา 1.หลอดเลือด 2-8 ºC ตู้เย็นเก็บเวชภัณฑ์ 3 7 วัน 5.งานจุลทรรศน์ศาสตร์คลินิก ไม่มีการเก็บเพราะสิ่ง ส่งตรวจไม่คงสภาพ 6.งานธนาคารเลือด 1.หลอดเลือด 2-8 ºC ตู้เย็นเก็บเวชภัณฑ์ 3 7วัน การก าหนดเก็บสิ่งส่งตรวจหลังตรวจวิเคราะห์


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 40 การป้องกันการติดเชื้อ (Universal precaution) ในการจัดเก็บ น าส่ง และเก็บท าลายภายหลังการ ตรวจวิเคราะห์ 1. การจัดเก็บตัวอย่างต้องปฎิบัติด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ที่อาจจะมีอยู่ในสิ่งส่ง ตรวจด้วยระบบ Universal precaution ได้แก่ 1.1 การจัดเก็บอาหารและเครื่องดื่มต้องจัดเก็บในที่ที่เหมาะสม 1.2 ห้ามใส่เครื่องประดับรุงรัง ทรงผมควรสั้น หรือรวบผมขณะปฏิบัติงาน 1.3 สวมเสื้อกาวน์ สวมถุงมือ ขณะปฏิบัติงาน และเปลี่ยนถุงมือเมื่อพบว่าถุงมือรั่วขณะ ปฏิบัติงาน หรือหลังใช้งาน 1.4 การล้างมือหลังปฏิบัติงาน ก่อนรับประทานอาหาร ล้างมือก่อนออกจากพื้นที่ปฎิบัติงาน 2. การท าลายสิ่งส่งตรวจให้ท าลายแบบขยะติดเชื้อ 3. ของมีคม เข็มเจาะเลือด ต้องทิ้งในขยะติดเชื้อส าหรับของมีคม รูปที่ 7 กล่องทิ้งของเข็มหรือของมีคม การป้องกันการติดเชื้อ และการท าลายตัวอย่าง


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 41 1. ตารางรายการทดสอบและชนิดของสิ่งส่งตรวจที่ส่งตรวจภายนอกที่ส่งศูนย์แลปธนบุรี ล าดับที่ รายการทดสอบ ชนิด ตัวอย่าง ออก ผล ปริมาตร (ml.) วิธีวิเคราะห์ ภาชนะ บรรจุ ค่าอ้าอิง reference range 1 T3 Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood 0.8-2 ng/dl 2 T4 Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood 5.1-14.1 ug/ml 3 TSH Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood 2.0-4.4 pg/ml 4 Free T3 Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood 2.0-4.4 pg/ml 5 Free T4 Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood 0.93-1.7 ng/ml 6 Parathyroid Hormone Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood 15-65 pg/ml 7 Dilentin level Serum 1 D 3 CMIA Clotted Blood 10-20 ug/ml 8 B-HCG Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood 0-5 mIU/ml 9 LH Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood Children:0.2-1.4 mIU/ml Men:1.7-8.6 mIU/ml Follicular:2.4-12.6 mIU/ml Ovalation:14.0- 95.6 mIU/ml Luteal:1.0-11.4 mIU/ml Postmenopause:7 .7-58.5 mIU/ml รายการทดสอบและชนิดของสิ่งส่งตรวจที่ส่งตรวจภายนอก


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 42 ล าดับที่ รายการทดสอบ ชนิด ตัวอย่าง ออก ผล ปริมาตร (ml.) วิธีวิเคราะห์ ภาชนะ บรรจุ ค่าอ้าอิง reference range 10 FSH Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood Men:1.5-12.4 mIU/ml Follicular:3.5-12.5 mIU/ml Ovalation:4.7-21.5 mIU/ml Luteal:1.7-7.7 mIU/ml Postmenopause:2 5.8-134.8 mIU/ml 11 Prolactin Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood M:4.04-15.2 ng/ F:4.79-22.3 ng/ml 12 Progesterone Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood M:0.2-1.4 ng/ml Follicular phase:0.2-1.5 U/L Ovalation phase:0.8-3.0 U/L Luteal phase:1.7- 3.0 U/L Postmenopause:0 .1-0.8 U/L 13 ANA Serum 10 D 3 IFA Clotted Blood Negative 14 G-6-PD EDTA blood 10 D 3 Fluorescenc e test EDTA Tube Normal 15 Inclusion body EDTA blood 10 D 3 Dry precipitatio n EDTA Tube Negative 16 Sugar in fluid Body fluid 1 D 1 Colorimetric assay Sterile bottle - 17 Protein in fluid Body fluid 1 D 1 Turbidimetr y Sterile bottle 20-40 mg/dl


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 43 ล าดับที่ รายการทดสอบ ชนิด ตัวอย่าง ออก ผล ปริมาตร (ml.) วิธีวิเคราะห์ ภาชนะ บรรจุ ค่าอ้าอิง reference range 18 Amylase Serum 1 D 3 Colorimetric assay Clotted Blood 28-100U/L 19 Lipase Serum 1 D 3 Colorimetric assay Clotted Blood 20 LDH Serum 1 D 3 UV assay Clotted Blood 135-225 U/L 21 Vitamin D Serum 1 D 3 ECILA Clotted Blood <60 U/L 22 Testosterone Serum 10 D 3 ECILA Clotted Blood M:1.93-7.40 ng/ml F:0.029-0.408 ng/ml 23 Cortisol Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood AM:6.2-19.4 ug/ml PM:2.3-11.9 ug/ml 24 Alpha fetoprotein (AFP) Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood 0-13.6 ng/ml 25 CEA Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood 0-3.4 ng/ml 26 Total PSA Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood 0-4 ng/ml 27 CA 125 Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood 0-35 U/ml 28 CA 15-3 Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood 0-25 U/ml 29 CA 19-9 Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood 0-39 U/ml 30 Ferritin Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood M:30-400 ng/ml F:13-150 ng/ml


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 44 ล าดับที่ รายการทดสอบ ชนิด ตัวอย่าง ออก ผล ปริมาตร (ml.) วิธีวิเคราะห์ ภาชนะ บรรจุ ค่าอ้าอิง reference range 31 Serum iron Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood M:59-158 ug/ml F:37-145 ug/ml 32 Transferrin Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood 16-45 % 33 TIBC Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood 228-428 ug/dl 34 OF EDTA blood 10 D 3 Osmotic fragility test EDTA Tube Negative 35 DCIP EDTA blood 10 D 3 Turbidimetr y EDTA Tube Negative 36 PT INR Plasma 10 D 2 Coagulation 3.2% sodium citrate 10-14 sec. 37 HBe-Ag (screening) Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood Negative 38 Anti- HBc total (screening) Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood Negative 39 Anti HAV (IgM) Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood Negative 40 HIV-Ab (confirm)weste rn Blot Serum 10 D western Blot Clotted Blood Negative 41 Hemoculture - 10 D - Automate - - 42 Urine c/s Urine 10 D - Culture Urine ใน ขวดsterile - 43 Sputum c/s Sputum 10 D - Culture Sputum ใน ขวดsterile - 44 Stool c/s Stool 10 D - Culture Stool ใน ขวดsterile -


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 45 ล าดับที่ รายการทดสอบ ชนิด ตัวอย่าง ออก ผล ปริมาตร (ml.) วิธีวิเคราะห์ ภาชนะ บรรจุ ค่าอ้าอิง reference range 45 TB culture Sputum - Culture Sputum ใน ขวดsterile - 46 Pus c/s Pus 10 D - Culture Pusในขวด sterile - 47 Biopsy pathology+Cyt ology Biopsy 10 D - Microscopy 10%Forma line - 48 Widal test Serum 10 D 3 Agglutinatio n Clotted Blood Negative 49 Weil-Felix test Serum 10 D 3 Agglutinatio n Clotted Blood Negative 50 Leptospirosis Serum 10 D 3 MAT Clotted Blood Negative 51 Urine Osmolality Urine 10 D 10-20 ISE Urine ใน กระปุก urine - 52 Urine Sodium Urine 10 D 10-20 ISE Urine ใน กระปุก urine - 53 Urine Potassium Urine 10 D 10-20 ISE Urine ใน กระปุก urine - 54 Megnesium Serum 10 D 3 Colorimetric Clotted Blood 1.6-2.6 mg/dl 55 Free PSA Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood 0-4 ng/ml 56 Biopsy pathology+Cyt ology Biopsy 10 D - Microscopy 10%Forma line -


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 46 ล าดับที่ รายการทดสอบ ชนิด ตัวอย่าง ออก ผล ปริมาตร (ml.) วิธีวิเคราะห์ ภาชนะ บรรจุ ค่าอ้าอิง reference range 57 PTT Plasma 10 D 2 Coagulation 3.2% sodium citrate 22-25 sec. 58 Aldosterone Plasma 14 D 5 - Heparinize d tube - 59 Renin EDTA blood 10 D 5 - EDTA Tube - 60 HBV DNA (Viral load) EDTA blood 10 D 5 Real-time PCR EDTA Tube - 61 HBs Ab (Titer) Serum 10 D 3 ECLIA Clotted Blood - ค าอธิบายอักษรย่อ 1. ECML = Electrochemiluminometric assay 2. EIA = Enzyme immunoassay 3. IFA = Immunofluorescence assay 4. CMIA = Chemiluminasecence immunoassay


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 47 2. ตารางรายการทดสอบและชนิดของสิ่งส่งตรวจที่ส่งตรวจภายนอกที่ส่งโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ล าดับที่ รายการทดสอบ ชนิด ตัวอย่าง ออกผล ปริมาตร (ml.) วิธีวิเคราะห์ ภาชนะ บรรจุ ค่าอ้าอิง reference range 1 CD4 EDTA blood 20 D 3 Flow cytometry EDTA Tube - 2 HIV viral load Serum 20 D 3 Real-time PCR Gel tube - 3 Fresh Frozen plasma EDTA blood 3-4 hr 3 ABO grouping EDTA Tube - 4 Platelet concentrate EDTA blood 3-4 hr 3 ABO grouping EDTA Tube - 5 Cyo-remove plasma EDTA blood 3-4 hr 3 ABO grouping EDTA Tube - 6 Leukocyte depleted PRC EDTA blood 3-4 hr 3 Crossmatching EDTA Tube - 7 Pack Red Cell EDTA blood 3-4 hr 3 Crossmatching EDTA Tube - 8 Cyopecipitate EDTA blood 3-4 hr 3 ABO grouping EDTA Tube -


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 48 ในกรณีที่แพทย์ขอผลด่วน ให้ward เขียน ระบุในระบบ HOSxP โดย Test ที่สามารถขอผลด่วนได้ มีรายการดังนี้ Test ระยะเวลารายงานผล 1. CBC 30 นาที นับตั้งแต่ได้รับตัวอย่าง 2. Hct 20 นาที นับตั้งแต่ได้รับตัวอย่าง 3. Malaria film 30 นาที นับตั้งแต่ได้รับตัวอย่าง 4. Glucose 45 นาทีนับตั้งแต่ได้รับตัวอย่าง 5. BUN 45 นาที นับตั้งแต่ได้รับตัวอย่าง 6. Creatinine 45 นาที นับตั้งแต่ได้รับตัวอย่าง 7. Electrolyte (Na+,K+,Cl-,CO2) 45 นาที นับตั้งแต่ได้รับตัวอย่าง 8. Urine Analysis 30 นาที นับตั้งแต่ได้รับตัวอย่าง การสั่งตรวจวิเคราะห์และขอผลด่วน


คู่มือ การเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการแผนกพย าธิวิทยาโรงพยาบาลค่ายวิภาวดีรังสิต 49 รูปที่8 แสดงรายการสั่งตรวจจากเคมีคลินิกในระบบ HosXP รูปที่9 แสดงรายการสั่งตรวจทางโลหิตวิทยาในระบบ HosXP


Click to View FlipBook Version