The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พลวัตภาษาไทยและภาษาต่างประเทศกับสังคมและวัฒนธรรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by anocha7293, 2020-04-21 21:45:19

พลวัตภาษาไทยและภาษาต่างประเทศกับสังคมและวัฒนธรรม

พลวัตภาษาไทยและภาษาต่างประเทศกับสังคมและวัฒนธรรม

Keywords: Infographic

เรืองที9 พลวัตภาษาไทยเเละ
ภาษาตา่ งประเทศกับสงั คม

เเละวฒั นธรรม

----------------------------------------------------------------------- 1

พลวตั ของภาษาไทยและ
ภาษาต่างประเทศกับ
สงั คมและวฒั นธรรม

----------------------------------------------------------------------------

การเปลียนเเปลงของภาษาไทย

มนษุ ย์เปนสงิ มชี ีวติ ทีมหศั จรรยท์ วี ่ามหัศจรรยน์ ันกด็ ว้ ย
เหตุว่า  มนษุ ย์มีศักยภาพในการคิดแตกตา่ งจากสงิ มชี วี ติ อนื
มนษุ ยส์ ามารถทจี ะสร้างเข้าใจความสมั พันธ์ระหว่างสิงตา่ งๆในโลก
และ ในจติ ซึงเรยี กวา่ การคดิ มโนทัศนส์ ามารถแยกแยะเพือหา
สาเหตขุ องปญหาและตัวแปรทเี กียวขอ้ งซงึ เรียกว่าการคิดวิเคราะห์
สามารถสรา้ งสรรคแ์ นวทางหรือนวัตกรรมสําหรับพัฒนาคณุ ภาพ
ชวี ติ ของตนเอง ซึงเรียกว่าการคิดสงั เคราะหห์ รอื  การคิด
สร้างสรรค์ 

ทังหมดนี จะเกิดขึนไม่ได้หากมนุษย์ไม่มี
ก ร ะ บ ว น ก า ร ใ น ก า ร ป ร ะ ม ว ล ผ ล ข้ อ มู ล เ กี ย ว กั บ
สัญลักษณ์และความหมายของสิงต่างๆ หรือที
เรียกว่าภาษาเพราะเหตุนี ภาษาจึงเปนเครืองมือ
สาํ คัญในการพัฒนามนุษย์และสังคม

นั ก ภ า ษ า ศ า ส ต ร์ ค น สํา คั ญ ข อ ง โ ล ก
ไ ด้ ก ล่ า ว ถึ ง ภ า ษ า ส รุ ป ไ ด้ ว่ า ภ า ษ า เ ป น
ธ ร ร ม ช า ติ อั น ส ร้ า ง ส ร ร ค์ ข อ ง ม นุษ ย์   เ พ ร า ะ
แ ม้ ก ร ะ ทั ง ป ร ะ โ ย ค ที บุ ค ค ล ใ ช้ สื อ ส า ร กั น
ณ ข ณ ะ ป จ จุ บั น นี ย่ อ ม เ ป น ป ร ะ โ ย ค ที มิ ไ ด้
ป ร า ก ฏ ว่ า มี ก า ร ใ ช้ ม า ก่ อ น ใ น ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์
  ด้ ว ย เ ห ตุ นี ก า ร สื อ ส า ร ใ น ชี วิ ต ป ร ะ จาํ วั น จึ ง
เ ป น ก ร ะ บ ว น ก า ร ส ร้ า ง ส ร ร ค์ อ ยู่ เ ส ม อ    

2

ภาษาคืออะไร

เมอื พจิ ารณาความหมายของ
คําวา่ ภาษาจากรากคําในภาษา
สนั สกฤต พบวา่ ทีมมี าจากภาษา
จงึ หมายถึง การใชเ้ สยี งเพอื สอื
ความหมายอยา่ งใดอยา่ งหนงึ
ระหวา่ งมนษุ ยน์ นั เอง  อยา่ งไร
ก็ตาม นกั จติ วทิ ยากล่มุ ทีใหค้ วาม
สาํ คัญกับภาษากลับมไิ ดม้ องวา่  
ภาษาเปนแต่เพยี งเครอื งมอื หนงึ
สาํ หรบั การสอื สารขอ้ มูลระหวา่ ง
มนษุ ยเ์ ท่านนั แต่ภาษายงั เปน
สงิ ทีมอี ิทธพิ ล  ซงึ ทําใหเ้ กิดการ
ปรบั เปลียนพฤติกรรมของมนษุ ย์
ไดอ้ ีกดว้ ย แนวคิดนแี สดงใหเ้ หน็
อํานาจหรอื พลังของภาษาทีมตี ่อ
บุคคล 

3

ภาษาเปลียนแปลงไป
อยา่ งไรบา้ ง

  ปจจยั ทีสาํ คัญทีสดุ ทีทําใหเ้ กิด
ภาษาก็คือหนว่ ยเสยี งและหนว่ ยความ
หมายแต่ทังนมี ขี อ้ สงั เกตวา่
เมอื เสยี งและความหมายเปนสงิ ที
เกิดขนึ ภายในบุคคล 
ดงั นนั โอกาสทีจะเกิดการแปรเปลียน
ของเสยี งและความหมายนนั ยอ่ มเกิด
ขนึ ไดง้ ่าย การเปลียนแปลงอันเนอื ง
มาจากการเปลียนแปลงของเสยี งนี
อาจจะเรยี กวา่ การเปลียนแปลงจาก
ภายในเพราะเกิดจากปจจยั ดา้ น
ชวี วทิ ยาอยา่ งไรก็ตาม การ
เปลียนแปลงของภาษาอาจจะเกิดขนึ
จากสาเหตตุ ่างๆ ซงึ หากมองในระดบั
กวา้ ง การเปลียนแปลงของภาษาก็
อาจเกิดจากการทีบุคคลทีใชภ้ าษา
ตอบสนองต่อสภาพสงั คม  เศรษฐกิจ
และการเมอื งหรอื ในดา้ น
ประวตั ิศาสตร ์ เชน่   การ
เปลียนแปลงของภาษาอาจเกิดการ
อพยพหรอื ยา้ ยถินฐาน 

4

ภาษาเปลียนแปลงไป
อย่างไรบ้าง

      1. การบัญญัติศัพท์  หมายถึง
การสร้างคาํ ในภาษาเพือแทนคําในอีกภาษา
ห นึ ง ส่ ว น ใ ห ญ่ วิ ธี ก า ร บั ญ ญั ติ ศั พ ท์ จ ะ ใ ช้ วิ ธี ก า ร
ประสมคาํ ทังแบบไทยและคําสมาสแบบคาํ บาลี
สันสกฤต 
เช่น  นําแข็ง บัตรเติมเงิน  ห้างสรรพสินค้า 
โทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์  ประชาธิปไตย
รัฐบาล  โศกนาฏกรรม  วิสัยทัศน์ 

  2.การแปลศัพท์  หมายถึง  การแปลความหมาย
ของคาํ ศัพท์ในภาษาหนึง มาใช้เปนคาํ ในอีกภาษา
หนึงโดยตรงเช่น  RIGHT HAND แปลว่า 
มือขวา,  SEA FOOD แปลว่า อาหารทะเล,  TEA
SPOON แปลว่า  ช้อนชา,  COLD WAR  แปลว่า 
สงครามเย็น,  BLACK MARKET  แปลว่า  ตลาด
มืด, SOLAR CELL แปลว่า  เซลล์สุริยะ  เปนต้น

3.การทับศัพท์ หมายถึง การใช้อักษร
ข อ ง ภ า ษ า ห นึ ง แ ท น เ สี ย ง ข อ ง คํา ใ น อี ก ภ า ษ า
หนึงทังนี เพือคงเสียงของคํานันไว้สําหรับใน
ภาษาไทย มีทังคําทับศัพท์ภาษาบาลี
สันสกฤต เขมร  อังกฤษ  จีน  ญีปุน  คําทับ
ศัพท์เหล่านี เรียกว่า  คาํ ยืมภาษาต่าง
ประเทศ 

•ผลจากการทีในภาษามีการหยิบยืม
คําระหว่างกัน ก่อให้เกิดผลกระทบต่อ
ภาษาทีเปนฝายยืมหรือรับคําจากภาษา
อืนเข้ามาใช้ใน3ลักษณะ ได้แก่ ผลกระ
ทบในด้านการเปลียนแปลงระบบเสียง
ผลกระทบในด้านการเปลียนแปลง

ความหมาย

5

อทิ ธิพลของภาษาตา่ ง
  ประเทศ

   การทีมภี าษาต่างประเทศต่าง ๆ ทงั ภาษา
ตะวันออกและภาษาตะวันตก เข้ามาปะปนอยู่
ใน ภาษาไทยเปนจํานวนมากการรบั คําภาษาต่าง
ประเทศเขา้ มาใชส้ อื สารในภาษาไทย และคน
ไทยได้เรียน ภาษาต่างประเทศตรงมากขนึ จึงมี
การฝกอออกเสียงตามเสยี ง ของคาํ ในภาษาตา่ ง
ประเทศ  ทําใหเ้ กิดการเปลยี นแปลงต่อการ ใช้
ภาษาไทยในการสอื สารหลายประการ

6

•ผลกระทบในดา้ นการ
เปลียนแปลงความหมาย

การยืมคําภาษาอนื มาใชใ้ น
ภาษาอาจทาํ ให้ความหมาย
ของคําในภาษาเดิมแคบลง
หรอื กว้างขึนกว่าเดิมเช่น
เดมิ ไทยใช้
คําว่า

“ดงั ” 
ซึงเปนคําไทยแท้กลับ
ลดความหมายเปนเพยี งสว่ นของสันจมูก
เท่านัน โดยทัวไปการเปลยี นแปลงในดา้ น
ความหมายเกิดไดใ้ น ๓ ลักษณะ

ได้แก ่ ความหมายแคบเขา้
(NARROWING)  ความหมายกว้างออก
(WIDENING)  และความหมายย้าย
ที  (TRANSFERENCE)  ตอ่ ไปนีเปน
ตัวอยา่ งของคาํ ยมื ภาษาบาลี-สนั สกฤตที
เมือไทยยมื มาใชแ้ ลว้ เกดิ การเปลียนแปลง
ความหมาย  

7

  ภาษามพี ลงั
ถงึ 4 ประการ

ไดแ้ ก่  

2. ภาษาเปนสิงทีชว่ ย 1.ภาษามอี าํ นาจใน
สรา้ งมโนทศั นเ์ กียว การชักนํ าให้เกดิ
กบั สิงตา่ งๆ พฤติกรรมของ
มนษุ ย์
4.ภาษาสามารถใช้
เปนเครืองมือในการ 3.ภาษาเปนสิงทใี ชส้ ง่
คดิ เกยี วกบั ภาษา ผา่ นความรู้และขยาย
เอง  ความร้ขู องมนษุ ย์  เมือ
มนษุ ยค์ ดิ ค้นองค์ความ
รตู้ ่างๆ ได้

การสรุปความหมายของภาษาวา่ เปนกระ
บวนการสอื สารนนั ยงั ไมเ่ พยี งพอ ในฐานะ
ผทู้ ีศึกษาภาษา เราจะต้องเขา้ ใจวา่ ภาษา
หมายถึง เสยี งทีใชเ้ พอื การสรา้ งความหมาย
ให้กับสงิ ต่างๆ สาํ หรบั ใชใ้ นการสอื สารและ
การควบคมุ พฤติกรรมของตนเองและผอู้ ืน

8

•ผลกระทบในดา นการ

เปลยี่ นแปลงระบบเสยี ง

ตวั อยา่ งผลกระทบดา้ นการ
เปลยี นแปลงระบบเสยี ง เชน่  

การยืมคําภาษาต่างประเทศมาใช้ เช่น
Bromine โบรมีน,fluorine
ฟลูออรีน,treatment ทรีตเมนต์ 

 คําเหลา่ นี ทาํ ใหใ้ นภาษาไทยมเี สยี งพยญั ชนะ
ตน้ ควบเพมิ ขนึ จากทมี อี ยเู่ ดมิ ๑๕ เสยี ง 
ไดแ้ ก ่ /บร/,/ฟล/, /ดร/, /ทร/
หรอื อยา่ งคาํ วา่   gas แกส๊ ,  tennis เทนนิส
facebook  เฟสบคุ๊   

 ทําใหเ้ กดิ หน่วยเสยี งพยญั ชนะทา้ ย /s/
ซงึ ไมม่ ปี รากฏในภาษาไทย
และทําใหบ้ างครงั การออกเสยี งคําบางคําใน
ภาษาไทยซงึ เดมิ ไมอ่ อกเสยี ง /s/ เปลยี นมา
ออกเสยี ง /s/

เชน่ คําวา่ ปารสี  

9

เรียนรูอะไร ในภาษาตาง
ประเทศ

•เรยี นรอู ะไรในภาษาตา งประเทศกลมุ
สาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ มุง
หวงั ใหผเู รยี นมีเจตคติที่ดตี อ ภาษาตาง
ประเทศสามารถใชภ าษาตางประเทศ
ส่อื สารในสถานการณต าง ๆ แสวงหา
ความรปู ระกอบอาชีพ และศกึ ษาตอใน
ระดบั ทส่ี งู ข้ึน รวมทง้ั มคี วามรูความเขา ใ
ในเรื่องราวและวัฒนธรรมอนั หลากหลา
ของประชาคมโลกและสามารถถายทอด
ความคดิ และวฒั นธรรมไทยไปยังสังคม
โลกไดอยางสรางสรรคประกอบดว ย
สาระสําคัญ ดังน้ี

10

สาระและมาตรฐานการเรียนรู

สาระท1ี ภาพภาษาเพอื การสือสาร

1.1 เข้าใจและตีความเรืองทีฟงและอ่านจากสือ
ประเภทต่างๆ เเสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล
1.2 มีทักษะการสือสารทางภาษาในการแลกเปลียน
ข้ อ มู ล ข่ า ว ส า ร แ ส ด ง ค ว า ม รู้ สึ ก แ ล ะ ค ว า ม คิ ด เ ห็ น อ ย่ า ง
มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ
1.3 นําเสนอข้อมูลข่าวสารความคิดรวบยอดและความ
คิดเห็นในเรือง ต่างๆโดยการพูดและการเขียน

สาระท2ี ภาษาเเละวัฒนธรรม

1.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษาและนํ าไปโซได้อย่าง
เหมาะสมกับกาลเทศะ
2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่าง
ภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับภาษา
และวัฒนธรรมไทยและนํ ามาใช้อย่างถูกต้องและ
เหมาะสม

สาระที3ภาษากบั ความสัมพนั ธก์ ับสาระการเรียนรู้อืน

ใ ช้ ภ า ษ า ต่ า ง ป ร ะ เ ท ศ ใ น ก า ร เ ชื อ ม
โ ย ง ค ว า ม รู้ กั บ ก ลุ่ ม ส า ร ะ ก า ร เ รี ย น
ร้ อื น แ ล ะ เ ป น พื น ฐ า น ใ น ก า ร พั ฒ น า
แ ส ว ง ห า ค ว า ม รู้ แ ล ะ เ ป ด โ ล ก ทั ศ น์ ข อ ง
ตน

สาระท4ี ภาษากับความสมั พันธ์กบั ชมุ ชมเเละโลก

4 . 1 ใ ช้ ภ า ษ า ต่ า ง ป ร ะ เ ท ศ ใ น ส ถ า น ก า ร ณ์ ต่ า ง ๆ
ทั ง ใ น ส ถ า น ศึ ก ษ า ขุ ม ข น แ ล ะ สั ง ค ม
4 . 2 ใ ช้ ภ า ษ า ต่ า ง ป ร ะ เ ท ศ เ ป น เ ค รื อ ง มื อ พื น ฐ า น
ใ น ก า ร ศึ ก ษ า ต่ อ ก า ร ป ร ะ ก อ บ อ า ชี พ แ ล ะ ก า ร แ ล ก
เ ป ลี ย น เ รี ย น รู้ กั บ สั ง ค ม โ ล ก

11

ทาํ ไมตองเรียนภาษา
ตางประเทศ

• ในสังคมโลกปจจุบันการเรียนรู
ภาษาตางประเทศมีความสําคัญ
และจาํ เปนอยางย่ิงในชีวิตประจาํ วัน
เนื่องจากเปนเครื่องมือสําคัญในการ
ติดตอสื่อสาร การศึกษา การ.
แสวงหาความรู การประกอบอาชีพ
การสรางความเขาใจเกี่ยวกับ
วัฒนธรรมและวิสัยทัศนของชุมชน
โลก และตระหนักถึงความหลาก
หลายทางวัฒนธรรมและมุมมอง
ของสังคมโลกนาํ มาซ่ึง มิตรไมตรี
และความรวมมือกับประเทศตางๆ
ชวยพัฒนาผูเรียนใหมีความเขาใจ
ตนเองและผูอ่ืนดีขึ้น เรียนรู และ
เขาใจความแตกตางของภาษาและ
วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี
การคิด สังคม เศรษฐกิจ การเมือง
การปกครอง

ต่อ

12

ทําไมถึงต้องเรียน
ภาษาต่างประเทศ

•มีเจตคติท่ีดีตอการใชภาษาตาง
ประเทศและใชภาษาตางประเทศเพ่ือ
การสื่อสารไดรวมท้ังเขาถึงองคความรู
ตางๆไดงายและกวางข้ึนและมีวิสัยทัศน
ในการดําเนินชีวิต ภาษาตางประเทศท่ี
เปนสาระการเรียนรูพ้ืนฐานซ่ึงกําหนด
ใหเรียนตลอดหลักสูตรการศึกษาข้ัน
พื้นฐานคือภาษาอังกฤษ สวนภาษา
ตางประเทศอ่ืน เชน ภาษาฝร่ังเศส
เยอรมัน จีน ญี่ปุน อาหรับ บาลี และ
ภาษากลุมประเทศเพื่อนบานหรือภาษา
อ่ืนๆใหอยูในดุลยพินิจของสถานศึกษา
ท่ีจะจัดทํารายวิชาและจัดการเรียนรู
ตามความเหมาะสม

13

ลักษณะ
ธรรมชาติของภาษา

การศึกษาภาษาในอดีตและปจจุบันมี
ความแตกตางกันบาง
กลาวคือในอดีตจะเนนศึกษากฎเกณฑ
ภาษาเขียนมากกวาภาษาพูดแตใน
ปจจุบันเนนการศึกษา
การใชภาษาจริงๆ โดยเฉพาะอยางย่ิง
ภาษาพูดส่ิงหน่ึงท่ีนักภาษาศาสตรเห็น
ตรงกันในเร่ืองของภาษาคือ ภาษามี
ลักษณะธรรมชาติ 9 ลักษณะ ดังตอไป
น้ี

14

1. ภาษาเปนสิงสมมติ

ภาษาเปนสิงทีมนษุ ยส์ รา้ งขึนแทนความ
หมายทีตนตอ้ งการสอื สาร บางครงั ไม่อาจ
หาเหตผุ ลไดว้ ่าเพราะเหตุใดจึงเรียกสงิ
ต่างๆอยา่ งนนั ทังนีเพราะสังคมสมมติ
ภาษาขึนใช้แทนความหมาย เชน่ ภาษา
ไทยเรยี กสัตวเ์ คยี วเอือง เขาโค้ง ลาํ ตัวมีสี
ต่างๆ เช่น นํา้ ตาลขาว ว่า “ววั ” ในขณะที
ภาษาองั กฤษเรียกสัตวช์ นิดดังกล่าววา่
“cow” ถึงแม้วา่ ภาษาแต่ละภาษาจะมีเสียง
บางเสียงทีบอกความหมายไดบ้ ้าง เชน่ ใน
ภาษาไทย เสยี งสระออทมี ีตวั ม สะกด
แสดงความหมายว่า “กลมหรือโค้ง” เช่น
นอ้ ม ออ้ ม คอ้ ม เปนต้น หรอื แม้แตค่ ําทีใช้
เลยี นเสยี งธรรมชาติแตล่ ะชาติก็จะไดย้ ิน
ไม่เหมือนกัน เชน่ ภาษาไทยใช้แทนเสียง
ไก่ขนั ว่า เอก้ -อี-เอก้ -เอก้ ภาษาองั กฤษ ใช้
วา่ cock-doodle-doo เปนต้น ดงั นนั
ภาษาจงึ เปนสงิ มนษุ ยใ์ นแตล่ ะสังคม
สมมตสิ ร้างขึนเพอื ใชส้ อื ความหมายใน
สงั คมนันๆ

15

2. ภาษาหมายถึงภาษาของ
มนษุ ย์

ซึงเปนพฤติกรรมการสือสารแบบต้อง
เรียนรู้ ส่วนภาษาของสัตวไ์ ม่มคี ณุ สมบตั ิ
พอทีจะเรียกวา่ ภาษาได้ทังนีเพราะสตั วส์ ่ง
เสยี งตามสญั ชาตญาณไม่ไดเ้ กิดจากการ
เรยี นรู้ภาษาเหมอื นมนษุ ย์ นอกจากนันภาษา
สัตวย์ ังมีเสยี งจํากัดตายตัวอีกด้วย

3. ภาษาหมายถงึ ภาษาพูด

เพราะภาษาพูดเปนเครืองมือทีใช้ในการ
สอื สารทัวไปมากทสี ุดส่วนภาษาเขยี นนันนัก
ภาษาศาสตร์ถอื วา่ เปนเพยี งตัวแทนของการ
บันทึกของภาษาพูดเท่านันอกี ทังยังไม่มีระบบ
การเขียนของภาษาใดในโลกทีจะถ่ายทอด
เสียงพดู ออกมาไดอ้ ยา่ งสมบรู ณ์

4.ภาษามโี ครงสร้าง 16
หรอื องคป์ ระกอบ

โครงสรา้ งของภาษาประกอบด้วยเสยี งซงึ
มนษุ ย์เปล่งออกมาโดยใชอ้ วัยวะต่างๆ และ
ความหมายซึงเปนทีกําหนดตกลงกันทวั ไป ดงั
นนั การเปล่งเสียงทไี ม่มีความหมายจึงไม่นับวา่
เปนภาษา เพราะโครงสรา้ งหรอื องคป์ ระกอบไม่
ครบทังเสยี งและความหมายนันเอง

5.ภาษามีระบบกฏเกณฑ์
เเน่นนอนในตวั

ภาษาทุกภาษาในโลกจะมรี ะบบกฎเกณฑท์ ี
แน่นอนของตนเอง ทําใหม้ นษุ ย์สามารถเรยี น
รแู้ ละเขา้ ใจภาษานนั ๆได้ โดยใช้ระบบสือสาร
ของตน ถา้ เราใชภ้ าษาผดิ ระบบเราก็จะไม่
สามารถสือสารกันเขา้ ใจได้

6. ภาษามีจ านวนประโยค
ไมร่ ู้จบ

ภาษามีเสียงจาํ กดั แต่เมือนําเสียงมาเรียงต่อ
กันเปนคําและนําคําเหลา่ นนั มาผลติ เปนคําพูด เรา
จะไดจ้ ํานวนประโยคไม่รู้จบ เพราะผูพ้ ูดภาษาใด
กต็ ามสามารถสรา้ งประโยคใหมๆ่ ในภาษานนั ๆขนึ
ใชไ้ ด้เอง โดยผอู้ ืนทใี ชภ้ าษาเดียวกนั จะสามารถ
เขา้ ใจได้ทันทแี ม้จะไมเ่ คยได้ยินมากอ่ นก็ตาม แต่
โดยทัวไปประโยคทมี นษุ ย์ใช้จะไมข่ ยายยืดยาวมาก
เพราะมนษุ ย์มรี ะบบความจําทีมขี ดี จาํ กัด

17

•ภาษาตา่ งประเทศทนี ํามาใช้
ในการสือสารในชีวติ ประจําวนั

 

          ภาษาเปนเครอื งมือในการตดิ ต่อ
สือสาร ดังนนั เมือแต่ละชาตมิ กี ารตดิ ต่อ
สมั พันธก์ นั จึงเปนเรอื ง ปกติวิสัยทีจะมี
การหยบิ ยมื ภาษาของชาตอิ นื มาใชไ้ ม่มี
ภาษาใดในโลกทไี ม่มีคาํ ใน ภาษาอนื
เขา้ มาปะปน การนําคําหรือลกั ษณะทาง
ภาษาของอกี ภาษา เข้าไปใชใ้ นภาษาของ
ตน ย่อมเกดิ ขึน   เมอื คนต่างภาษากนั
ตอ้ งทาํ การตดิ ต่อ หรือมคี วามสัมพันธ ์
กนั เปนระยะเวลานาน  กจ็ ะมีการยืมเกดิ
ขนึ   การยมื คอื การทภี าษาหนึงนําเอาคาํ
หรอื ลักษณะทางภาษาของอีกภาษาหนึง
เขา้ ไปใชใ้ นภาษา ของตนเอง ภาษาไทย
ของเราได้มกี ารยมื คาํ มาจากภาษาอืนมา
ใชป้ ะปนอยู่มากมา ยตงั แต่โบราณกาล
ตังแตส่ มัยของพอ่ ขุนรามคาํ แหง
มหาราช ก็ยงั ปรากฏคาํ ยมื มาจากภาษา
บาลี สนั สกฤตและเขมรเขา้ มา ปะปนอยู่
มากมาย   

 

สาเหตุทีทําให้ภาษาต่าง 18

ประเทศเข้ามาปะปนใน
ภาษาไทย

การติดต่อสัมพันธ์กันทาํ ให้ภาษาต่างประเทศเข้ามาปะปน
อยู่ในภาษาไทย  ด้วยสาเหตุหลายประการ พอสรุปได้ดังนี

1.  ความสัมพันธ์กันทางเชือชาติและถินทีอยู่อาศัยตามสภาพ
ภูมิศาสตร์ 

ประเทศไทยมีอาณาเขตติดต่อหรือใกล้เคียงกันกับมิตร
ประเทศกับประเทศต่าง ๆ หลายประเทศได้แก่ พม่า ลาว
มาเลเซีย เขมร มอญ  ญวน จึงทําให้คนไทยทีอยู่อาศัยบริเวณ
ชายแดนมีความเกียวพันกับชนชาติต่าง ๆ โดยปริยาย มีการ
เดินทางข้ามแดนไปมาหาสู่ซึงกันและกัน มีการแต่งงานกัน
เปนญาติกัน จึงเปนสาเหตุสาํ คัญให้ภาษาของประเทศเหล่า
นันเข้ามาปะปนอยู่ในภาษาไทย

2.ความสัมพันธ์กันทางด้านประวัติศาสตร์
ชนชาติไทยเปนชนชาติทีมีประวัติศาสตร์อัน

ยาวนาน มีการอพยพโยกย้ายของคนไทยเข้ามาอยู่
ในถิน  ซึงชนชาติอืนเคยอาศัยอยู่ก่อนหรือมีการทํา
ศึกสงครามกับชนชาติอืนมีการกวาดต้อนชนชาติ
อืน เข้ามาเปนเชลยศึก หรือชนชาติอืนอพยพเข้ามา
อยู่ ในแผ่นดินไทยด้วยเหตุผลต่าง ๆ และอาจจะ
กลายเป นคนไทยในทีสุด ผลทีตามมาก็คือคนเหล่า
นัน ได้นําถ้อยคําภาษาเดิม ของตนเองมาใช้ปะปน
กับ ภาษาไทย
3.ความสัมพันธ์กันทางด้านการค้า 

จากหลักฐานทางด้านประวัติศาสตร์ ชนชาติ
ไทยมีการติดต่อค้าขาย แลกเปลียนสินค้ากับ
ชนชาติต่าง ๆ มาเปนเวลาอันยาวนาน เช่น ชาวจีน
ชาวโปรตุเกส ฝรังเศส อังกฤษ ฮอลันดา ตลอดถึง
ญีปุน ยิงปจจุบันการค้าขายระหว่างประเทศมีความ
สําคัญมากขึน มีการใช้ภาษา-ต่างประเทศในวงการ
ธุรกิจการค้ามากขึน คาํ ภาษาต่างประเทศมีโอกาส
เข้ามาปะปนอยู่ในภาษาไทยได้ตลอดเวลาไม่มีวัน
สินสุด

19

4.  ความสมั พันธ์ทางดา้ นศาสนา

คนไทยมีเสรีภาพในการยอมรับนับถอื ศาสนามาเปน
เวลาช้านาน เมือยอมรบั นับถอื ศาสนาใดก็ย่อมได้รับถอ้ ยคํา
ภาษาทีใชใ้ นคําสอน หรอื คาํ เรยี กชือตา่ ง ๆ ในทางศาสนา
ของศาสนานนั ๆ มาปะปนอยูใ่ นภาษาไทยด้วย เชน่ ศาสนา
พราหมณใ์ ชภ้ าษาสนั สกฤต ศาสนาพุทธใชภ้ าษาบาลี
ศาสนาอสิ ลามใช้ภาษาอาหรบั และศาสนาครสิ ต์ใชภ้ าษา
อังกฤษ ดงั นันภาษาต่าง ๆ ทใี ช้ ในทางศาสนาก็จะเขา้ มา
ปะปนในภาษาไทยดว้ ย

5.  ความสมั พันธท์ างดา้ นวฒั นธรรมและประเพณี

เมือชนชาติต่าง ๆ เข้ามาสมั พันธต์ ิดต่อกับชนชาติ
ไทย หรอื เขา้ มาตงั หลกั แหล่งอยูใ่ นประเทศไทย ย่อมนํา
เอาวัฒนธรรมและประเพณีทีเคยยึดถือปฏิบัติอยใู่ นสังคม
เดิมของตนมาประพฤตปิ ฏิบตั ใิ นสังคมไทย นาน ๆ เข้า
ถ้อยคําภาษาทเี กียวข้องกบั วัฒนธรรมและประเพณีเหล่า
นัน ก็กลายมาเปนถ้อยคาํ ภาษาทีเกียวข้องกับชีวติ ประจาํ
วันของคนไทยมากขนึ จนถงึ ปจจุบันการหยบิ ยมื คําจาก
ภาษาอนื มาใช้ในการสอื สารยงั ไม่มีวนั สนิ สดุ ตราบใดที
เรายังตดิ ต่อ สัมพันธ์ กับชาวต่างชาติ การหยิบยมื ภาษา
ต่างประเทศมาใช้ในการสอื สารจะต้องคงมีตลอดไป ภาษา
ไทยหยบิ ยมื ภาษาบาลี ภาษาสนั สกฤต ภาษาเขมร เข้ามา
ใชใ้ นการตดิ ต่อสือสาร ทงั ในสว่ นของรูปคาํ และวธิ กี าร
สรา้ งคาํ ใหม่จํานวนมากมาย เปนเวลายาวนานจนคนไทย
สว่ นใหญไ่ มค่ ่อยมีความรสู้ กึ วา่ เปนคาํ ทียืมมาจากภาษาต่าง
ประเทศ  ภาษาอังกฤษเปนภาษาสากลในการติดต่อสอื สาร
จงึ เปนภาษา ต่างประเทศทีเขา้ มามี อทิ ธพิ ลต่อคนไทยมาก
ทสี ุด       

พลวั ตทางสั งคมและ 20
วั ฒนธรรม 

•สั งคมย่ อมมี การเปลี ยนแปลงอยู่ ตลอด
เวลา เพราะความต้ องการของมนุษย์ เรานั นไม่ มี ที
สิ นสุ ดอี กอย่ างหนึ งสภาพสิ งแวดล้ อมก็
เปลี ยนแปลงไปเรื อย ๆ การเปลี ยนแปลงจะเร็ ว
หรื อช้ านั นขึ นอยู่ กั บปจจั ยที มาเกี ยวข้ อง
เช่ น ระดั บการศึ กษาของผู้ คนในสั งคม การ
สื อสารโทรคมนาคมทางดาวเที ยม การติ ดต่ อกั น
ทางอิ นเตอร์ เน็ต โลกข้ อมู ลข่ าวสารที ไร้ พรมแดน
การติ ดต่ อกั นทาง E-MAIL จดหมายอิ เลคทอ
นิ คส์ เเละตลอดจนความคิ ดริ เริ มสร้ างสรรค์ ของ
ผู้ คนในสั งคมนั นๆ ทําสั งคมโลกมนุษย์ นั นแคบ
ขึ น ก็ เปนสาเหตุ ของการเปลี ยนแปลงทางสั งคม
ได้ ทั งสิ น

•การเปลี ยนแปลงทางสั งคม หมายถึ ง การที
ระบบสั งคม กระบวนการแบบอย่ างหรื อรู ปแบบ
ทางสั งคม
เช่ น ขนบธรรมเนี ยมประเพณี ระบบครอบครั ว
ระบบการปกครองได้ เปลี ยนแปลงไป ไม่ ว่ าจะเปน
ด้ านใดก็ ตาม การเปลี ยนแปลงทางสั งคม อาจเปน
ไปในทางก้ าวหน้าหรื อถดถอย เปนไปอย่ างถาวร
หรื อชั วคราวโดยวางแผนให้ เปนไปหรื อเปนไปเอง
และที เปนประโยชน์หรื อให้ โทษก็ ได้ ทั งสิ น  จาก
ประสบการณ์ทางสั งคมที ผ่ านมา เราจะพบว่ าการ
เปลี ยนแปลงทางสั งคมเปนเรื องที เกิ ดขึ นตลอด
มา และการเปลี ยนแปลงนั น ๆ อาจเปลี ยนแปลง
ในลั กษณะที เปนผลก่ อให้ เกิ ดความก้ าวหน้าผู้ คน
ให้ การยอมรั บ แต่ บางครั งก็ อาจเปลี ยนแปลงไป
ในทางลบ

21

ภาษาในสงั คมไทยจากแนก
ตามเกณฑห์ นา้ ที

ภาษาต่างๆ มีหนา้ ทที างสังคมตา่ งกัน หนา้ ทที างสังคม
หมายถึงบทบาทของภาษาในสงั คม
หรือการทีคนในสังคมใช้ภาษาต่างๆ ทํากจิ กรรมอะไร
ภาษาต่างๆ ในสังคมใดสังคมหนึง อาจจําแนก
ตามหนา้ ทที างสงั คมได้เปนประเภทต่างๆ ได้ 10
ประเภท

1. ภาษาราชการ (official language)
หมายถึง ภาษาทีใช้ในกจิ กรรมระดบั ชาติ เชน่ ในการ
ประชมุ รฐั สภาการประกาศทางราชการ ในวงการตา่ งๆของ
รัฐ ในหนงั สือราชการทีเปนทางการต่างๆ และใน
สอื มวลชนทกุ ประเภท ในสงั คมไทยภาษาทที าํ หนา้ ทีเปน
ภาษาราชการ ไดแ้ ก่ ภาษาไทยมาตรฐาน

2. ภาษาเมอื งหลวง (capital language)
คอื ภาษาทใี ช้ในอาณาบรเิ วณเมืองหลวงของประเทศ ไมจ่ าํ เปน
ตอ้ งเปนภาษาเดียวกบั ภาษาราชการ ในประเทศอนิ เดยี ภาษา
เมอื งหลวงไดแ้ ก่ ภาษาฮนิ ดี ซึงใชโ้ ดยคนส่วนใหญใ่ นกรงุ เดลลี
แต่ภาษาราชการของอนิ เดยี ไดแ้ ก่ ภาษาองั กฤษ ในสังคมไทย
ภาษาเมืองหลวงไดแ้ ก่ภาษาไทยกรุงเทพ

3. ภาษาภูมภิ าค (provincial language)
หมายถึงภาษาระดบั ภาคทใี ชใ้ นตา่ งจงั หวัด ซึงไมใ่ ช่เขตเมือง
หลวงหลายประเทศทเี ปนสังคมหลายภาษา มกั มภี าษาหลายภาษา
ทที าํ หนา้ ทเี ปนภาษาภมู ิภาค ซงึ แตกตา่ งจากภาษาเมืองหลวง ใน
สงั คมไทยภาษาภมู ภิ าค ไดแ้ ก่ ภาษาไทยถนิ เหนือ ภาษาไทยถิน
อสี านภาษาไทยถนิ ใต้ ภาษาไทยถินกลาง ภาษาไทยถนิ อนื ๆ ระดับ
จงั หวดั ก็จดั ให้อยู่ในประเภทนีดว้ ย

22

4. ภาษานานาชาติ (international language)
หมายถงึ ภาษาทที าํ หนา้ ทีเปนภาษากลาง (lingua franca )
สาํ หรบั สือสาร กับประเทศอนื หรอื ชาวตา่ งประเทศทอี ยู่ใน
ประเทศ แทบจะกลา่ วได้ว่าทกุ สังคมในโลกใช้ภาษาองั กฤษเปน
ภาษานานาชาติ รวมทงั สังคมไทยดว้ ย

5. ภาษากลางในประเทศไทย (local lingua franca)
คอื ภาษาทีทําหนา้ ทีเปนสอื กลางในการตดิ ต่อสอื สารภายใน
ประเทศ ในสังคมไทยภาษาทที าํ หนา้ ทีนี ได้แก่ ภาษาไทย
มาตรฐาน

6. ภาษาเฉพาะกลุ่ม (group language) หมายถงึ
ภาษาทีใช้สอื สารเฉพาะคนในกล่มุ ชาติพันธเ์ุ ดยี วกัน โดย
เฉพาะภายในบ้าน หรอื ภายในชุมชนของตน ภาษาไทยถนิ ทุก
ภาษา ภาษาย่อยของภาษาไทยต่างๆและภาษาชนกลุ่มนอ้ ยทงั
หลายทําหนา้ ทีนีทังสิน เช่น ภาษาจนี ต่างๆ ของชาวเขา เชน่ ม้ง
เย้า ลีซอ กระเหรียง ภาษาตระกูลมอญเขมร เชน่ กยู มลาบรี
(ผีตองเหลอื ง) หรอื ชาวบน เปนตน้

7. ภาษาการศกึ ษา (educational language)หมายถงึ ภาษาทีใช
เปนสือในการเรยี นการสอนทีโรงเรียน
มหาวิทยาลยั และสถาบนั การศกึ ษาอืนๆ ในสงั คมส่วนใหญ่
ภาษาทที ําหนา้ ทเี ปนภาษาการศึกษา กบั ภาษาราชการ

8. ภาษาสอนเปนวิชา (school-subject language)
คือภาษาทีสอนในโรงเรียนหรือสถาบันต่างๆ ภาษาต่างประเทศ
ในสังคมไทยภาษาสอนเปนวิชามีหลายภาษา ทังภาษาไทยมาตรฐาน
เอง และภาษาตะวันตกกับตะวันออก เช่น ภาษาอังกฤษ ฝรังเศส
เยอรมัน อิตาเลียน สเปน โปรตุเกส รัสเซีย ญีปุน จีน เกาหลี เวียดนา
มาเลย์ เขมร บาลี และสังสกฤต

9. ภาษาศาสนา (religions language)
คือภาษาทีใชใ้ นกิจกรรมทางศาสนา ในสังคมไทยภาษาศาสนาทสี าํ คญั
ไดแ้ ก่ ภาษาบาลี ใช้ในกจิ กรรมพทุ ธศาสนา เช่น พธิ กี รรมทีศักดสิ ทิ ธิ
และเปนทางการ

10. ภาษาวรรณกรรม(Literary language) หมายถึง
ภาษาทใี ช้เขียนวรรณกรรหรอื ผลงานทีตพี มิ พ์เผยแพร่
เชน่ เปนภาษาราชการ ภาษาการศกึ ษา ภาษากลางใน
ประเทศ ภาษาวรรณกรรม

วัฒนธรรมต่างชาตกิ บั การ 23
เปลยี นแปลงทางสังคมและ

วฒั นธรรมไทย

สังคมไทยปจจุบันกําลังอยใู่ นกระแสของ
การเปลยี นแปลงอยา่ งรวดเร็วดว้ ยเหตผุ ล
ของทงั ปจจยั ภายในและปจจัยภายนอกจน
ทําให้มองเหน็ ว่าทศิ ทางการเปลียนแปลง
ของสงั คมไทยมแี นวโนม้ ทีจะปรบั เปลยี น
จากสงั คมแบบพุทธเกษตรไปสกู่ ารเปน
สังคมสมยั ใหม่ทีมุ่งเนน้ แสวงหาความทนั
สมัย (Modernization) ตามแนวทางของ
ประเทศตะวันตกชัดเจนขนึ ทกุ ทจี ะอย่างไร
ก็ตามเมอื ศกึ ษาแลว้ พบว่าการเปลียนแปลง
ของสังคมไทยหาไดเ้ กดิ ขึนอยา่ งฉบั พลนั
ทนั ทหี ากปแอตน่วขวิ อ้ ัฒคนวาามกขารอมงาคเณุนินนานจน
3 สามารถกาํ หนดชว่ งเวลาของการ
เปลียนแปลงสงั คมไทย

4

24

ผสมผสานทางวัฒนธรรม

ผสมผสานทางวฒั นธรรมในการผสมผสาน
ทางวฒั นธรรมเปนวิธีการทีรบั เอาวัฒนธรรม
ของสงั คมอนื มาปฏบิ ัตเิ ช่นเมืออยู่ในสงั คมใด
กต็ ้องรับเอาวัฒนธรรมของสังคมนนั มาปฏบิ ตั ิ
ถา้ หากวัฒนธรรม2ทีรบั มากลายเปนสิงหนึงที
ปฏิบตั สิ ืบตอ่ กนั มาการผสมผสานก็จะเกิดขึน
เช่นคนไทยไปอย่ตู า่ งประเทศนานๆติดนิสัยดืม
นําชาหรือกาแฟเมือกลับมาอยใู่ นประเทศไทย
แล้วกย็ งั คงปฏบิ ัติเช่นนันก็เทา่ กบั วา่ เปนการ
รบั เ3อาวัฒนธรรมดังกล่าวนีมาปฏบิ ตั จิ นกลาย
เปนสว่ นหนึงของพฤตกิ รรมทกี ระทาํ ตามปกติ
อีกทงั การผสมผสานทางวัฒนธรรมจะมมี ากเมือ
สังคมหนึงถูกรกุ รานฝายชนะจะพยายามบงั คบั
ใหพ้ วกแพป้ ฏิบตั ติ ามแบบอยา่ งวฒั นธรรมของ
ตน

5

25

การเข้ามาของชาวต่างชาติ

•การเข้ามาของชาวต่างชาติส่ง
ผลกระทบตอ่ การดาํ รงชวี ิตของ
ผคู้ นทังสองเกาะหลายประก ได้แก่
การแพร่กระจายทางวัฒนธรรมของ
ชาติตะวันตกการขยายตัวของการ
ทอ่ งเทยี วการเข้ามาลงทุนของชาว
ต่างชาติและการเปลียนแปลงทาง
ด้านสาธารณูปโภคแต่ประเดน็ ที
สาํ คัญทีสดุ คือการแพร่กระจายทาง
วัฒนธรรมทเี ปลียนแปลงวถิ ชี วี ิต
ของผู้คนแบบดงั เดิมกล่าวคอื การ
เปลียนแปลงวัฒนธรรมในการเรยี น
รทู้ มี ีคา่ นิยมด้านการศกึ ษาเล่าเรียน
เปลียนแปลงไปจากรปู แบบเดมิ การ
เรยี นรูจ้ ากภายนอกเข้ามามีบทบาท
ตอ่ ผู้คนในเกาะสมุยและเกาะพะงนั
มากขึนผูค้ นนิยมส่งลกู หลานไป
เรียนโรงเรยี นประจําทกี รุงเทพฯ
การส่งเสริมให้เรียนภาษาอังกฤษ
เพอื นํามาในการประกอบธรุ กจิ ของ
ครอบครวั คํานิยมทตี ้องการให้ลูก
หลานเรียนทางด้านวชิ าชพี แพทย์

26

สรุป พลวัตภาษาไทยเเละ
ภาษาต่างประเทศกับสังคม
เเละวัฒนธรรม

สังคมของมนุษย์เปนสังคมภาษา สังคม
มนุษย์มีโครงสร้างทีซับซ้อน ในสังคม
หนึงอาจแยกเปนสังคมกลุ่มย่อยๆ ภาษา
ของกลุ่มทีแตกต่างกันนี มักจะต่างกัน
ทังสองด้านคือ ต่างกันในแง่ของภาษา
โดยตรง และต่างกันทางสังคม ภาษา
ถิน เปนเรืองสําคัญทางการเมืองการ
ปกครอง เพราะหากประเทศใดมีภาษา
ถินทีแตกต่างกันมากจนแข่งขันกัน
เปนภาษากลางหรือภาษาประจําชาติ ก็
จะเกิดความไม่ปรองดองกันขึน ทังนีก็
เพราะเปนภาษาสังคม นอกจากภาษา
จะแตกต่างกันในลักษณะของกลุ่มถิน
ชาติแล้วในสังคมหนึงๆ ภาษายังแสดง
ถึงการจัดชนชันในสังคม การจัดแบ่ง
กลุ่มในสังคม และแสดงเครือข่ายความ
สัมพันธ์กันในระหว่างชนชันหรือกลุ่ม
ในสังคมด้วย นอกจากนีภาษายังเปน
ส่วนสําคัญทีทําให้เกิดการเปลียนแปลง
และปรากฏการณ์ต่างๆ ทีเกิดขึนใน
สังคมได้อีกด้วย

เพลวตั ภาษาไทยเเละภาษาต่างประเทศกับ
สังคมเเละวฒั นธรรม
•หัวขอ้ ย่อย

หนา้ ที

1. การเปลียนเเปลงของภาษาไทย
2. ภาษาคอื อะไร
3-4. ภาษาเปลยี นเเปลงอย่างไรบา้ ง
5. อิทธิพลภาษาต่างประเทศ
6. ผลกระทบด้านการเปลยี นเเปลงความหมาย
7. ภาษามีพลัง
8. ผลกระทบในดา้ นการเปลียนเเปลงระบบเสยี ง
9. เรยี นรอู้ ะไรในภาษาต่างประเทศ
10. สาระเเละมาตรฐานการเรียนรู้
11-12. ทาํ ไมต้องเรียนภาษาตา่ งประเทศ
13-16. ลกั ษณะตามธรรมชาติของภาษา
17. ภาษาตา่ งประเทศทีนํามาใชใ้ นการสือสารใน
ชีวิตประจาํ วัน
18-19. สาเหตุทีทําให้ภาษาต่างประเทศปะปนใน
ภาษาไทย
20. พลวตั ทางสังคมและวัฒนธรรม
21-22. ภาษาในสงั คมไทยจากแนกตามเกณฑ์
หนา้ ที
23. วัฒนธรรมต่างชาติกบั การเปลียนแปลงทาง
สังคมและวฒั นธรรมไทย
24. ผสมผสานทางวฒั นธรรม
25. การเขา้ มาของชาวตา่ งชาติ
26. สรุป พลวัตภาษาไทยเเละภาษาต่างประเทศกบั
สังคมเเละวัฒนธรรม

ผู้สอน

ผศ. ดร. ภมู ภิ ควธั จ์ ภูมพงศ์คชศร


Click to View FlipBook Version