The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

งานอาจารย์ ชลดา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sutimon.mos009, 2021-09-17 02:57:17

งานอาจารย์ ชลดา

งานอาจารย์ ชลดา

พระราชบญั ญตั ิคมุ้ ครอง
แรงงาน พ.ศ.๒๕๔๑

ความหมายของพระราชบญั ญตั ิคมุ้ ครองแรงงาน
พ.ศ.๒๕๔๑

เป็นกฎหมายท่ีมีแนวคิดเกี่ยวกบั การกาหนดมาตรฐานข้นั ต่าในเร่ืองตา่ งๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การจา้ งแรงงาน
ระหว่างนายจา้ งกบั ลูกจา้ ง อาทิเช่น การกาหนดอตั ราค่าจา้ งข้นั ต่าวนั เวลาทางานปกติ วนั หยดุ วนั ลา ค่าชดเชย
ฯลฯ ท่ีนายจา้ งจะตอ้ งถือปฏิบตั ิต่อลูกจา้ ง โดยมีเจตนารมณ์ท่ีสาคญั คือ ตอ้ งการคุม้ ครองลูกจา้ งใหม้ ีมาตรฐาน
ในการจา้ งงานที่เหมาะสม เหตุผลเนื่องจากอานาจต่อรองระหว่างนายจา้ งและลูกจา้ งน้นั ไม่เท่ากนั ดงั น้นั การ
กาหนดมาตรฐานข้นั ต่าในการจา้ งงาน โดยรัฐที่ถือว่าเป็ นคนกลางระหว่างท้งั ๒ ฝ่ าย ข้ึนมาก็จะเป็ นผลดีกบั
ลูกจ้างท่ีจะได้รับการคุม้ ครองแรงงานท่ีเป็ นธรรม นอกจากน้ีกฎหมายคุ้มครองแรงงานยงั มีลักษณะเป็ น
กฎหมายสังคมและมีลกั ษณะท่ีเป็ นกฎหมายเกี่ยวกบั ความสงบเรียบร้อย ซ่ึงประเด็นสาคญั ก็คือนายจา้ งและ
ลูกจา้ งไม่สามารถท่ีจะตกลงยกเวน้ การบงั คบั ใช้กฎหมายฯ ไดถ้ า้ ไม่ไดม้ ีการกาหนดให้นายจา้ งและลูกจา้ ง
สามารถท่ีจะตกลงยกเวน้ ไดแ้ ละในกรณีท่ีมีการตกลงยกเวน้ การบงั คบั ใชก้ ฎหมายฯ ก็จะถือวา่ ขอ้ ตกลงดงั กล่าว
น้นั เป็นโมฆะ

ความสาคญั ของพระราชบญั ญตั ิคมุ้ ครองแรงงาน
พ.ศ.๒๕๔๑

กฎหมายท่ีบญั ญตั ิถึงสิทธิและหนา้ ท่ีระหวา่ งนายจา้ งและลกู จา้ ง โดยกาหนดมาตรฐานข้นั
ต่าในการจา้ งการใชแ้ รงงาน การจดั สถานท่ีและอปุ กรณ์ในการทางาน เพอ่ื ใหผ้ ทู้ างานมีสุขภาพ
อนามยั อนั ดีและมีความปลอดภยั ในชีวิต ร่างกาย และไดค้ า่ ตอบแทนตามสมควร เป็นกฎหมายที่
กาหนดแนวทางปฏิบตั ิต่อกนั ระหวา่ งบคุ คลสองฝ่ าย คือ นายจา้ งและลกู จา้ ง เพื่อใหบ้ คุ คลท้งั สอง
ฝ่ายไดม้ ีความเขา้ ใจอนั ดีตอ่ กนั สามารถตกลงในเร่ืองสิทธิหนา้ ท่ี และผลประโยชนใ์ นการทางาน
ร่วมกนั ไดร้ วมท้งั กาหนดวธิ ีการระงบั ขอ้ ขดั แยง้ หรือขอ้ พพิ าทแรงงานท่ีเกิดข้ึนใหย้ ตุ ิลงโดย
รวดเร็ว เพอื่ ใหเ้ กิดความสงบสุขในสถานประกอบกิจการ ซ่ึงจะส่งผลถึงเศรษฐกิจและความมน่ั คง
ของประเทศ

บททวั่ ไปตามพระราชบัญญตั คิ ุ้มครองแรงงาน พ.ศ.๒๕๔๑

มาตรา ๗ การเรียกร้องหรือการไดม้ าซ่ึงสิทธิหรือประโยชน์ตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
ไม่เป็นการตดั สิทธิหรือประโยชนท์ ่ีลกู จา้ งพงึ ไดต้ ามกฎหมายอื่น

มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีมีอานาจแต่งต้ังพนักงานเจ้าหน้าท่ีซ่ึงมีคุณวุฒิไม่ต่ากว่า
ปริญญาตรีทางนิติศาสตร์เพื่อมีอานาจฟ้องคดีหรือแก้ต่างคดีแรงงานให้แก่ลูกจา้ งหรือ
ทายาทโดยธรรมของลูกจา้ งซ่ึงถึงแก่ความตาย และเมื่อกระทรวงแรงงานแจง้ ให้ศาลทราบ
แลว้ ก็ใหม้ ีอานาจกระทาการไดจ้ นคดีถึงท่ีสุด

มาตรา ๙ ในกรณีท่ีนายจา้ งไม่คืนหลกั ประกนั ที่เป็ นเงินตามมาตรา ๑๐ วรรคสอง
หรือไมจ่ ่ายคา่ จา้ ง คา่ ล่วงเวลา คา่ ทางานในวนั หยดุ และค่าลว่ งเวลาในวนั หยดุ ภายในเวลาที่
กาหนดตามมาตรา ๗๐ หรือค่าชดเชยตามมาตรา ๑๑๘ ค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าว
ล่วงหนา้ หรือค่าชดเชยพเิ ศษตามมาตรา ๑๒๐ มาตรา ๑๒๑ และมาตรา ๑๒๒ ใหน้ ายจา้ งเสีย
ดอกเบ้ียให้แก่ลูกจา้ งในระหวา่ งเวลาผิดนดั ร้อยละสิบหา้ ต่อปี ๕ ในกรณีที่นายจา้ งจงใจไม่
คืนหรือไม่จ่ายเงินตามวรรคหน่ึงโดยปราศจากเหตผุ ลอนั สมควร เมื่อพน้ กาหนดเวลาเจ็ดวนั
นบั แต่วนั ท่ีถึงกาหนดคืนหรือจ่าย ใหน้ ายจา้ งเสียเงินเพิ่มให้แก่ลูกจา้ งร้อยละสิบหา้ ของเงิน
ท่ีคา้ งจ่ายทุกระยะเวลาเจ็ดวนั ในกรณีที่นายจา้ งพร้อมท่ีจะคืนหรือจ่ายเงินตามวรรคหน่ึง
และวรรคสอง และไดน้ าเงินไปมอบไวแ้ ก่อธิบดีหรือผูซ้ ่ึงอธิบดีมอบหมายเพ่ือจ่ายให้แก่
ลูกจา้ ง นายจา้ งไมต่ อ้ งเสียดอกเบ้ีย หรือเงินเพ่มิ ต้งั แตว่ นั ที่นายจา้ งนาเงินน้นั ไปมอบไว้

มาตรา ๑๐๖ ภายใตบ้ งั คบั มาตรา ๕๑ วรรคหน่ึง หา้ มมิให้นายจา้ งเรียกหรือรับหลกั ประกนั การทางาน
หรือหลกั ประกนั ความเสียหายในการทางาน ไม่วา่ จะเป็ นเงิน ทรัพยส์ ินอื่น หรือการคา้ ประกนั ดว้ ยบุคคลจาก
ลูกจา้ ง เวน้ แต่ลกั ษณะหรือสภาพของงานที่ทาน้ันลูกจา้ งตอ้ งรับผิดชอบเกี่ยวกบั การเงินหรือทรัพยส์ ินของ
นายจ้าง ซ่ึงอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้างได้ท้ังน้ีลักษณะหรือสภาพของงานที่ให้เรียกหรือรับ
หลกั ประกนั จากลูกจา้ ง ตลอดจนประเภทของหลกั ประกนั จานวนมูลคา่ ของหลกั ประกนั และวิธีการเกบ็ รักษา
ให้เป็ นไปตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการท่ีรัฐมนตรีประกาศกาหนดในกรณีที่นายจา้ งเรียกหรือรับหลกั ประกนั
หรือทาสัญญาประกนั กบั ลูกจา้ งเพื่อชดใชค้ วามเสียหายท่ีลูกจา้ งเป็ นผูก้ ระทา เม่ือนายจา้ งเลิกจา้ ง หรือลูกจา้ ง
ลาออกหรือสัญญาประกนั สิ้นอายุ ใหน้ ายจา้ งคืนหลกั ประกนั พร้อมดอกเบ้ีย ถา้ มีใหแ้ ก่ลูกจา้ งภายในเจด็ วนั นบั
แตว่ นั ท่ีนายจา้ งเลิกจา้ งหรือวนั ที่ลูกจา้ งลาออก หรือวนั ที่สญั ญาประกนั สิ้นอายแุ ลว้ แตก่ รณี

มาตรา ๑๑๗ หน้ีที่เกิดจากเงินท่ีนายจา้ งตอ้ งจ่ายตามพระราชบญั ญตั ิน้ีหรือเงินท่ีตอ้ ง
ชดใชก้ องทุนสงเคราะห์ลูกจา้ งตามมาตรา ๑๓๕ ให้ลูกจา้ งหรือกรมสวสั ดิการและคุม้ ครอง
แรงงาน แลว้ แต่กรณีมีบุริมสิทธิเหนือทรัพยส์ ินท้งั หมดของนายจา้ งซ่ึงเป็ นลูกหน้ีในลาดับ
เดียวกบั บุริมสิทธิ ในคา่ ภาษอี ากรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา ๑๑/๑๘ ในกรณีท่ีผปู้ ระกอบกิจการมอบหมายให้บุคคลหน่ึงบุคคลใดเป็ น ผู้
จดั หาคนมาทางานอนั มิใช่การประกอบธุรกิจจดั หางาน โดยการทางานน้นั เป็ นส่วนหน่ึงส่วน
ใด ในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของผูป้ ระกอบกิจการ และโดยบุคคล
น้นั จะเป็น ผคู้ วบคุมดูแลการทางานหรือรับผิดชอบในการจ่ายคา่ จา้ งใหแ้ ก่คนท่ีมาทางานน้นั
หรือไม่ก็ตาม ให้ถือว่า ผูป้ ระกอบกิจการเป็ นนายจ้างของคนที่มาทางานดังกล่าว ให้ผู้
ประกอบกิจการดาเนินการให้ลูกจา้ งรับเหมาค่าแรงท่ีทางานในลกั ษณะเดียวกนั กบั ลูกจา้ ง
ตามสญั ญาจา้ งโดยตรง ไดร้ ับสิทธิประโยชน์และสวสั ดิการที่เป็นธรรมโดยไมเ่ ลือกปฏิบตั ิ

มาตรา ๑๒ ในกรณีท่ีนายจา้ งเป็ นผรู้ ับเหมาช่วง ให้ผูร้ ับเหมาช่วงถดั ข้ึนไป หาก
มี ตลอดสายจนถึงผูร้ ับเหมาช้นั ตน้ ร่วมรับผิดกบั ผรู้ ับเหมาช่วงซ่ึงเป็นนายจา้ งในค่าจา้ ง
ค่าล่วงเวลา ค่าทางานในวนั หยุดค่าล่วงเวลาในวนั หยุดค่าชดเชย ค่าชดเชยพิเศษ เงิน
สะสม เงินสมทบ หรือเงินเพิ่ม ใหผ้ ูร้ ับเหมาช้นั ตน้ หรือผูร้ ับเหมาช่วงตามวรรคหน่ึง มี
สิทธิไล่เบ้ียเงินที่ไดจ้ ่ายไปแลว้ ตามวรรคหน่ึงคืนจากผรู้ ับเหมาช่วงซ่ึงเป็นนายจา้ ง

มาตรา ๑๓ ในกรณีท่ีกิจการใดมีการเปล่ียนแปลงตวั นายจา้ งเน่ืองจากการโอน
รับมรดกหรือดว้ ยประการอื่นใด หรือในกรณีท่ีนายจ้างเป็ นนิติบุคคล และมีการจด
ทะเบียน เปล่ียนแปลง โอน หรือควบกับนิติบุคคลใด สิทธิต่าง ๆ ท่ีลูกจ้างมีอยู่ต่อ
นายจา้ งเดิมเช่นใดให้ลูกจา้ ง มีสิทธิเช่นว่าน้นั ต่อไป และใหน้ ายจา้ งใหม่รับไปท้งั สิทธิ
และหนา้ ท่ีอนั เกี่ยวกบั ลูกจา้ งน้นั ทกุ ประการ

มาตรา ๑๔ ใหน้ ายจา้ งปฏิบตั ิต่อลูกจา้ งใหถ้ ูกตอ้ งตามสิทธิและหนา้ ท่ีท่ีกาหนดไว้ ใน
ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชยเ์ วน้ แตพ่ ระราชบญั ญตั ิน้ีกาหนดไวเ้ ป็นอยา่ งอื่น

มาตรา ๑๔/๑๙ สัญญาจา้ งระหว่างนายจา้ งกบั ลูกจา้ ง ขอ้ บงั คบั เก่ียวกบั การทางาน
ระเบียบ หรือคาส่ังของนายจา้ งท่ีทาใหน้ ายจา้ งไดเ้ ปรียบลูกจา้ งเกินสมควร ใหศ้ าลมีอานาจ
สั่งให้ สญั ญาจา้ ง ขอ้ บงั คบั เก่ียวกบั การทางาน ระเบียบ หรือคาสง่ั น้นั มีผลใชบ้ งั คบั เพยี งเท่าที่
เป็นธรรมและ พอสมควรแก่กรณี

มาตรา ๑๕ ใหน้ ายจา้ งปฏิบตั ิตอ่ ลูกจา้ งชายและหญิงโดยเท่าเทียมกนั ในการจา้ ง งาน
เวน้ แตล่ กั ษณะหรือสภาพของงานไม่อาจปฏิบตั ิเช่นน้นั ได้

มาตรา ๑๖๑๐ หา้ มมิใหน้ ายจา้ ง หวั หนา้ งาน ผคู้ วบคุมงาน หรือผตู้ รวจงานกระทา การ
ลว่ งเกิน คุกคาม หรือก่อความเดือดร้อนราคาญทางเพศตอ่ ลูกจา้ ง

การใชแ้ รงงานผหู้ ญิงตามพระราชบญั ญตั ิคมุ้ ครองแรงงาน พ.ศ.๒๕๔๑

๑. หา้ มนายจา้ งใหล้ ูกจา้ งหญิงทางานต่อไปน้ี
งานเหมืองแร่หรืองานก่อสร้าง ท่ีตอ้ งทาใตด้ ิน ใตน้ ้า ในถ้า ในอโุ มงค์ หรือปลอ่ งในภเู ขา

เวน้ แตล่ กั ษณะของงานไมเ่ ป็นอนั ตรายตอ่ สุขภาพหรือ ร่างกายของลูกจา้ งหญิงน้นั
งานท่ีตอ้ งทาบนนง่ั ร้านที่สูงกวา่ พ้นื ดินต้งั แต่ 10 เมตรข้ึนไป
งานผลิตหรือขนส่งวตั ถรุ ะเบิดหรือวตั ถไุ วไฟ
งานอื่นตามท่ีกาหนดในกฎกระทรวง

๒. หา้ มนายจา้ งใหล้ ูกจา้ งหญิง ท่ีมีครรภท์ างานในระหวา่ งเวลา ๒๒.๐๐น.-๐๖.๐๐น. ทางาน
ล่วงเวลาทางานในวนั หยดุ หรือทางานอยา่ งหน่ึงอยา่ งใด ดงั ต่อไปน้ี

งานเหมืองแร่หรืองานก่อสร้างท่ีตอ้ งทาใตด้ ิน ใตน้ ้า ในถ้า ในอโุ มงค์ หรือปลอ่ งในภูเขา
เวน้ แตล่ กั ษณะของงาน ไมเ่ ป็นอนั ตรายตอ่ สุขภาพหรือ ร่างกายของลูกจา้ งหญิงน้นั

งานเกี่ยวกบั เครื่องจกั รหรือเครื่องยนตท์ ่ีมีความสนั่ สะเทือน
งานขบั เคล่ือนหรือติดไปกบั ยานพาหนะ
งานยก แบก หาม หาบ ทูน ลาก หรือเขน็ ของหนกั เกิน ๑๕ กิโลกรัม
งานที่ทาในเรือ
งานอ่ืนตามที่กาหนดในกฎกระทรวง

๓. พนกั งาน ตรวจแรงงานมีคาสงั่ ใหน้ ายจา้ งเปล่ียนเวลาทางานหรือชวั่ โมงทางาน ของ
ลกู จา้ งหญิงท่ีทางานในระหวา่ งเวลา ๒๔.๐๐น.-๐๖.๐๐น. ไดต้ ามที่เห็น สมควรถา้ พนกั งาน
ตรวจแรงงานเห็นวา่ งานน้นั อาจเป็นอนั ตรายต่อสุขภาพ และความปลอดภยั ของลูกจา้ งหญิงน้นั

๔. ลกู จา้ งหญิงมีครรภม์ ีสิทธิขอ ใหน้ ายจา้ งเปล่ียนงานในหนา้ ที่เดิมเป็ นการ ชว่ั คราวก่อน
หรือหลงั คลอดได้ กรณีที่มีใบรับรองแพทย์ แผนปัจจุบนั ช้นั หน่ึง มาแสดงวา่ ไมอ่ าจทางานใน
หนา้ ที่เดิมตอ่ ไปได้

๕. หา้ มนายจา้ งเลิกจา้ งลูกจา้ งหญิงเพราะเหตุมีครรภ์

การใชแ้ รงงานเด็กตามพระราชบญั ญตั ิคมุ้ ครองแรงงาน พ.ศ.๒๕๔๑

๑. หา้ มนายจา้ งจา้ งเดก็ อายตุ ่ากวา่ ๑๕ ปี เป็นลูกจา้
๒. กรณี ท่ีมีการจา้ งเดก็ อายตุ ่ากวา่ ๑๘ ปี เป็นลกู จา้ ง นายจา้ งตอ้ งแจง้ ต่อพนกั งาน ตรวจ
แรงงานภายใน ๑๕ วนั นบั แตว่ นั ท่ี เด็กเขา้ ทางาน และแจง้ การสิ้นสุดการ จา้ งเด็กน้นั ตอ่
พนกั งานตรวจแรงงานภายใน ๗ วนั นบั แต่วนั ท่ีเด็กออกจากงาน นายจา้ งตอ้ งจดั ใหม้ ีเวลาพกั ๑
ชว่ั โมงต่อวนั ภายใน ๔ ชว่ั โมงแรกของ การทางาน และใหม้ ีเวลาพกั ยอ่ ยไดต้ ามท่ีนายจา้ ง
กาหนด
๓. หา้ มนายจา้ งใชล้ ูกจา้ งเดก็ ท่ีมีอายตุ ่ากวา่ ๑๘ ปี ทางานในระหวา่ งเวลา ๒๒.๐๐น.-๐๖.๐๐น.
เวน้ แต่ไดร้ ับอนุญาตจากอธิบดี
4. หา้ มนายจา้ งใชล้ ูกจา้ งเด็กท่ีมีอายตุ ่ากวา่ ๑๘ ปี ทางานลว่ งเวลา

๕. หา้ มนายจา้ งใหล้ ูกจา้ งเดก็ ที่มีอายตุ ่ากวา่ ๑๘ ปี ทางานตอ่ ไปน้ี
* งานหลอม เป่ า หลอ่ หรือรีดโลหะ
* งานป๊ัมโลหะ
* งานเกี่ยวกบั ความร้อน ความเยน็ ความสน่ั สะเทือน เสียงและแสง ท่ีมีระดบั แตกต่างจากปกติอนั อาจ

เป็นอนั ตรายตามที่กาหนดในกฎกระทรวง
* งานเก่ียวกบั สารเคมีที่เป็นอนั ตรายตามท่ีกาหนดในกฎกระทรวง
* งานเก่ียวกบั จุลชีวนั เป็นพิษซ่ึงอาจเป็นเช้ือไวรัส แบคทีเรีย รา หรือเช้ืออ่ืน ตามที่กาหนดใน

กฎกระทรวง
* งานเก่ียวกบั วตั ถุมีพษิ วตั ถรุ ะเบิด หรือวตั ถุไวไฟ เวน้ แต่งานในสถานี บริการท่ีเป็นเช้ือเพลิงตามท่ี

กาหนดในกฎกระทรวง

* งานเก่ียวกบั กมั มนั ตภาพรังสตี ามทก่ี าหนดในกฎกระทรวง

๕. หา้ มนายจา้ งใหล้ กู จา้ งเดก็ ที่มีอายตุ ่ากวา่ ๑๘ ปี ทางานตอ่ ไปน้ี (ตอ่ )
* งานขบั หรือบงั คบั รถยกหรือป้ันจน่ั ตามท่ีกาหนดในกฎกระทรวง
* งานใชเ้ ล่ือยเดินดว้ ยพลงั ไฟฟ้าหรือเครื่องยนต์
* งานท่ีตอ้ งทาใตด้ ิน ใตน้ ้า, ในถ้า อโุ มงค์ หรือปลอ่ งในภูเขา
* งานเกี่ยวกบั กมั มนั ตภาพรังสีตามที่กาหนดในกฎกระทรวง
* งานทาความสะอาดเคร่ืองจกั รหรือเครื่องยนตท์ ่ีกาลงั ทางาน
* งานท่ีตอ้ งทาบนนงั่ ร้านท่ีสูงกวา่ พ้ืนดินต้งั แต่ 10 เมตรข้ึนไป
* งานอ่ืนตามท่ีกาหนดในกระทรวง

๖. หา้ มนายจา้ งใหล้ ูกจา้ งเด็กท่ีมีอายตุ ่ากวา่ ๑๘ ปี ทางานในสถานที่ตอ่ ไปน้ี
* โรงฆา่ สตั ว์
* สถานท่ีเลน่ การพนนั
* สถานท่ีเตน้ รา ราวง หรือ รองเงง็
* สถาน ที่ที่มีอาหาร สุรา น้าชา หรือเครื่องด่ืม อยา่ งอ่ืนจาหน่ายและบริการ โดยมีผบู้ าเรอสาหรับปรนนิบตั ิ

ลกู จา้ ง หรือโดยมีท่ีสาหรับพกั ผอ่ นหลบั นอน หรือมีบริการนวดใหแ้ ก่ลูกคา้
* สถานที่อื่นตามที่กาหนดในกฎกระทรวง

๗. หา้ มนายจา้ งจ่ายคา่ จา้ งของลูกจา้ งซ่ึงเป็นเด็กแก่บุคคลอ่ืน
๘. หา้ มนายจา้ งเรียก/หรือรับ เงินประกนั จากฝ่ายลูกจา้ งซ่ึงเป็นเด็ก
๙. ลกู จา้ ง ซ่ึงเป็นเดก็ อายตุ ่ากวา่ 18 ปี มีสิทธิลาเพอ่ื เขา้ ประชุม สมั มนา รับการอบรม รับการฝึก หรือลาเพ่อื การ
อื่นซ่ึงจดั โดยสถานศึกษา หรือหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน ท่ีอธิบดีเห็นชอบ และใหน้ ายจา้ ง จ่ายค่าจา้ งแก่ลูกจา้ ง
เด็กเทา่ กบั ค่าจา้ งในวนั ทางานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปี หน่ึงตอ้ งไม่เกิน 30 วนั

การใชแ้ รงงานภาคเกษตรกรรม พ.ศ.๒๕๕๗

ขอ้ ๑ ใหย้ กเลิกกฎกระทรวงวา่ ดว้ ยการคุม้ ครองแรงงานในงานเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๔๗
ขอ้ ๒ ในกฎกระทรวงน้ี “งานเกษตรกรรม” หมายความวา่ งานที่เก่ียวกบั การเพาะปลกู การเล้ียงสตั วก์ ารป่ า
ไม้ การทานาเกลือสมุทร และการประมงท่ีมิใช่การประมงทะเล
ขอ้ ๓ ใหน้ ายจา้ งซ่ึงจา้ งลกู จา้ งทางานเกษตรกรรมตลอดปี ปฏิบตั ิตามพระราชบญั ญตั ิคุม้ ครองแรงงานพ.ศ.
๒๕๔๑
ขอ้ ๔ ในงานเกษตรกรรมซ่ึงมิไดจ้ า้ งลูกจา้ งตลอดปี และมิไดใ้ ห้ลูกจา้ งทางานในลกั ษณะท่ี เป็นงาน
อตุ สาหกรรมต่อเน่ืองจากงานดงั กล่าว ใหน้ ายจา้ งปฏิบตั ิตามมาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔
มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๓๗ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๓ มาตรา
๔๔ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๓ มาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕ มาตรา ๗๐ มาตรา ๗๖ มาตรา ๑๑๒
มาตรา ๑๑๓ มาตรา ๑๑๔ มาตรา ๑๑๕ มาตรา ๑๒๓ มาตรา ๑๒๖ มาตรา ๑๒๗ มาตรา ๑๒๘ มาตรา ๑๒๙ มาตรา
๑๓๔ มาตรา ๑๓๖ มาตรา ๑๓๗ มาตรา ๑๓๙ มาตรา ๑๔๐ มาตรา ๑๔๒ และมาตรา ๑๔๓ แห่งพระราชบญั ญตั ิ
คุม้ ครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ และมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๑/๑ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘
มาตรา ๓๘ มาตรา ๓๙ มาตรา ๕๑ มาตรา ๑๒๔ มาตรา ๑๒๔/๑ มาตรา ๑๒๕ มาตรา ๑๓๕ และมาตรา ๑๔๑ แห่ง
พระราชบญั ญตั ิคุม้ ครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ซ่ึงแกไ้ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิคุม้ ครองแรงงาน (ฉบบั ที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๑ และตามที่กาหนดในกฎกระทรวงน้ี

ขอ้ ๕ ลกู จา้ งซ่ึงทางานติดต่อกนั มาแลว้ ครบหน่ึงร้อยแปดสิบวนั มีสิทธิหยดุ พกั ผอ่ นไดไ้ ม่นอ้ ยกวา่
สามวนั ทางาน โดยใหน้ ายจา้ งเป็นผกู้ าหนดวนั หยดุ ดงั กลา่ วใหแ้ ก่ลกู จา้ งล่วงหนา้ หรือกาหนดใหต้ ามท่ี
นายจา้ งและลูกจา้ งตกลงกนั

ใหน้ ายจา้ งจ่ายค่าจา้ งใหแ้ ก่ลูกจา้ งในวนั หยดุ พกั ผอ่ นเสมือนวา่ ลกู จา้ งมาทางานตามปกติในวนั หยดุ
พกั ผอ่ นน้นั

ถา้ นายจา้ งใหล้ กู จา้ งทางานในวนั หยดุ พกั ผอ่ นตามวรรคหน่ึงใหน้ ายจา้ งจ่ายคา่ ทางาน ในวนั หยดุ แก่
ลูกจา้ งเพ่ิมข้ึนไมน่ อ้ ยกวา่ หน่ึงเท่าของอตั ราค่าจา้ งต่อ ชว่ั โมงในวนั ทางานตามจานวนชว่ั โมงที่ทาหรือไม่
นอ้ ยกวา่ หน่ึงเทา่ ของอตั ราค่า จา้ งต่อหน่วยในวนั ทางานตามจานวนผลงานท่ีทาไดส้ าหรับลกู จา้ งซ่ึงไดร้ ับค่า
จา้ งตามผลงานโดยคานวณเป็นหน่วย

ขอ้ ๖ ในกรณี ท่ีนายจา้ งมิไดจ้ ดั ใหล้ ูกจา้ งหยดุ พกั ผอ่ นหรือจดั ใหล้ กู จา้ งหยดุ พกั ผอ่ นนอ้ ย กวา่ ท่ี
กาหนดไวต้ ามขอ้ ๕ ใหน้ ายจา้ งจ่ายค่าทางานในวนั หยดุ ใหแ้ ก่ลกู จา้ งเพ่ิมข้ึนไม่นอ้ ยกวา่ หน่ึง เทา่ ของอตั รา
ค่าจา้ งในวนั ทางานเสมือนวา่ นายจา้ งใหล้ กู จา้ งทางานในวนั หยดุ

ขอ้ ๗ ลูกจา้ งมีสิทธิลาป่ วยไดเ้ ทา่ ท่ีป่ วยจริง การลาป่ วยต้งั แต่สามวนั ทางานข้ึนไปนายจา้ งอาจให้
ลกู จา้ งแสดงใบรับรองแพทย์ แผนปัจจุบนั ช้นั หน่ึงหรือของสถานพยาบาลของทางราชการในกรณีที่ลูกจา้ ง
ไมอ่ าจ แสดงใบรับรองแพทยแ์ ผนปัจจุบนั ช้นั หน่ึงหรือของสถานพยาบาลของทางราชการได้

ใหล้ ูกจา้ งช้ีแจงนายจา้ งทราบ
ใหน้ ายจา้ งจ่ายค่าจา้ งใหแ้ ก่ลูกจา้ งในวนั ลาป่ วยเท่ากบั อตั ราค่าจา้ งในวนั ทางานตลอดระยะเวลาที่ลา
แตต่ อ้ งไม่เกินสิบหา้ วนั ทางาน
ขอ้ ๘ ใหน้ ายจา้ งจดั ใหม้ ีน้าสะอาดสาหรับดื่มโดยมีปริมาณเพียงพอแก่ลูกจา้ ง
กรณีลกู จา้ งพกั อาศยั อยกู่ บั นายจา้ งนายจา้ งตอ้ งจดั หาท่ีพกั อาศยั ที่สะอาดถูกสุขลกั ษณะและปลอดภยั
ใหแ้ ก่ลูกจา้ ง ใหน้ ายจา้ งจดั สวสั ดิการอ่ืน ๆ ที่เป็นประโยชนแ์ ก่ลกู จา้ งตามท่ีอธิบดีประกาศกาหนด

คา่ จา้ ง ค่าลว่ งเวลา คา่ ทางานในวนั หยดุ ค่าล่วงเวลาในวนั หยดุ

กฎหมายกาหนดการจ่าย ดงั ตอ่ ไปน้ี
๑. การคานวณคา่ จา้ งเป็นรายเดือน ใหจ้ ่ายเดือนละไมน่ อ้ ยกวา่ ๑ คร้ัง
๒. คา่ ลว่ งเวลา ค่าทางานในวนั หยดุ และค่าล่วงเวลาในวนั หยดุ ใหจ้ ่ายเดือนละไมน่ อ้ ยกวา่ ๑ คร้ัง
๓. กรณีเลิกจา้ ง ตอ้ งจ่ายค่าจา้ งภายใน ๓ วนั นบั แต่วนั ที่เลิกจา้ ง ตามมาตรา ๗๐
๔. อตั ราคา่ จา้ งข้นั ต่าข้ึนอยกู่ บั รัฐกาหนด นายจา้ งจะหกั ค่าจา้ งไม่ได้ เวน้ แต่
- ชาระภาษีเงินไดท้ ี่ลกู จา้ งจะตอ้ งจ่าย
- ชาระค่าบารุงสหภาพแรงงาน
- ชาระหน้ีสหกรณ์ออมทรัพย์
- เงินประกนั การทางาน หรือชดใชค้ ่าเสียหาย ในกรณีลูกจา้ งเป็นผูก้ ระทาโดยจงใจหรือประมาท

เลินเลอ่ อยา่ งร้ายแรง
- กองทนุ เงินสะสม
โดยขอ้ ๒-๕ จะหกั ไดไ้ ม่เกิน ๑๐ % และหกั รวมกนั ไมเ่ กิน ๑ ใน ๕ ของเงินที่ลกู จา้ งมีสิทธิไดร้ ับ

เวน้ แตล่ กู จา้ งยนิ ยอม
นายจา้ งตอ้ งจ่ายคา่ จา้ งใหแ้ ก่ลกู จา้ ง สาหรับวนั ลา ดงั น้ี ตามมาตรา ๕๗ ๕๘ ๕๙

๑. ลาป่ วย ปี หน่ึงไม่เกิน ๓๐ วนั ทางาน
๒. ลาเพื่อทาหมนั ตามจานวนวนั ที่มีสิทธิลา
๓. ลาเพ่ือรับราชการทหาร ปี หน่ึงไมเ่ กิน ๖๐ วนั
๔. ลาเพือ่ คลอดบุตร ครรภห์ น่ึงไมเ่ กิน ๔๕ วนั

สวสั ดิการชองลกู จา้

สวสั ดิการแรงงานเป็นปัจจยั สาคญั ประการหน่ึงที่ช่วยใหค้ ุณภาพชีวิตของลูกจา้ งรวมถึงครอบครัวดี
ข้ึนความเอ้ืออาทรของนายจา้ งโดยการจดั สวสั ดิการแรงงานใหแ้ ก่ลูกจา้ ง ยอ่ มทาใหล้ กู จา้ งมีความรัก ความ
ผกู พนั ต่อนายจา้ ง ทาใหล้ ูกจา้ งเกิดขวญั และกาลงั ใจในการทางานซ่ึงทาใหผ้ ลผลิตของลกู จา้ งมีปริมาณสูงข้ึน
และคุณภาพสูงข้ึนในขณะเดียวกนั การจดั สวสั ดิการแรงงานใหแ้ ก่ลูกจา้ งยงั ช่วยเสริมสร้างสมั พนั ธภาพอนั ดี
ระหวา่ งนายจา้ งและลกู จา้ งช่วยลดปัญหาและขอ้ ขดั แยง้ ในสถานประกอบกิจการทาใหก้ ารประกอบกิจการ
ของนายจา้ งดาเนินไปอยา่ งราบร่ืน

กรมสวสั ดิการและคุม้ ครองแรงงานไดป้ ฏิบตั ิภารกิจดา้ นสวสั ดิการแรงงาน โดยการส่งเสริม ใหม้ ีการ
จดั สวสั ดิการข้ึนในสถานประกอบกิจการ โดยเห็นวา่ การท่ีลูกจา้ งไดร้ ับสวสั ดิการท่ีดี นอกจากทาใหล้ ูกจา้ ง
เกิดขวญั และกาลงั ใจที่ดีแลว้ ยงั ส่งผลใหล้ ูกจา้ งลดการขาดงาน ลางานและเปลี่ยนงานบ่อย ในท่ีสุดจะเป็นการ
เพิ่มประสิทธิภาพ การทางานและผลิตภาพใน การทางาน ภายใตก้ รอบภารกิจดงั กล่าว สวสั ดิการแรงงานได้
ถูกจดั แบง่ ออกเป็น ๒ ประเภท คือ

๑. สวสั ดิการแรงงานตามกฎหมาย
๒. สวสั ดิการแรงงานนอกเหนือกฎหมาย

๑. สวสั ดิการแรงงานตามกฎหมาย เป็นสวสั ดิการท่ีไดม้ ีการพิจารณาแลว้ วา่ เป็นสิ่งจาเป็น
พ้นื ฐานสาหรับลกู จา้ งในสถานประกอบกิจการ ซ่ึงพระราชบญั ญตั ิคุม้ ครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้
กาหนดหลกั เกณฑเ์ ก่ียวกบั การจดั สวสั ดิการ ไว้ ๔ ส่วน ดงั น้ี

ส่วนที่ ๑ เป็นส่วนที่ใหอ้ านาจรัฐมนตรีในการออกกฎหมายกาหนดใหน้ ายจา้ งตอ้ งจดั
สวสั ดิการประเภทตา่ งๆ โดยรัฐมนตรีไดอ้ อกกฎหมายที่ใชบ้ งั คบั เพือ่ ใหส้ ถานประกอบกิจการท่ีมี
ลกู จา้ งต้งั แต่ ๑ คนข้ึนไป ตอ้ งมีการจดั สวสั ดิการประเภทน้ี คือ กฎกระทรวงว่าดว้ ยการจดั สวสั ดิการใน
สถานประกอบกิจการ พ.ศ.๒๕๔๑ ซ่ึงมีผลบงั คบั ใชต้ ้งั แต่วนั ท่ี ๒๕ กนั ยายน ๒๕๔๘ เป็นตน้ ไป โดย
มีสาระสาคญั ดงั น้ีขอ้ ๑ ในสถานที่ทางานของลูกจา้ ง ใหน้ ายจา้ งจดั ใหม้ ี

(๑) น้าสะอาดสาหรับดื่มไม่นอ้ ยกวา่ หน่ึงที่ สาหรับลกู จา้ งไมเ่ กินสี่สิบคน และเพม่ิ ข้ึนใน
อตั ราส่วน หน่ึงที่สาหรับลูกจา้ งทุกๆ สี่สิบคน เศษของสี่สิบคนถา้ เกินยสี่ ิบคนใหถ้ ือเป็นส่ีสิบ

(๒) หอ้ งน้าและหอ้ งส้วมตามแบบและจานวนท่ีกาหนดในกฎหมายวา่ ดว้ ยการควบคุมอาคาร และ
กฎหมายอื่นท่ีเกี่ยวขอ้ ง และมีการดูแลรักษาความสะอาดใหอ้ ยใู่ นสภาพท่ีถูกสุขลกั ษณะเป็นประจาทกุ วนั
ใหน้ ายจา้ งจดั ใหม้ ีหอ้ งน้าและหอ้ งส้วมแยกสาหรับลูกจา้ งชายและลูกจา้ งหญิง และในกรณีท่ีมีลูกจา้ ง ท่ีเป็นคน
พกิ าร ใหน้ ายจา้ งจดั ใหม้ ีหอ้ งน้าและหอ้ งสว้ มสาหรับคนพิการแยกไวโ้ ดยเฉพาะ

ขอ้ ๒ ในสถานที่ทางานของลูกจา้ ง ใหน้ ายจา้ งจดั ใหม้ ีส่ิงจาเป็นในการปฐมพยาบาลและการ
รักษาพยาบาล ดงั ตอ่ ไปน้ี

(๑) สถานที่ทางานที่มีลูกจา้ งทางานต้งั แต่สิบคนข้ึนไป ตอ้ งจดั ใหม้ ีเวชภณั ฑแ์ ละยาเพือ่ ใช้ ในการ
ปฐมพยาบาลในจานวนท่ีเพยี งพอ

(๒) สถานที่ทางานท่ีมีลูกจา้ งในขณะเดียวกนั ต้งั แต่สองร้อยคนข้ึนไป ตอ้ งจดั ใหม้ ี
- เวชภณั ฑแ์ ละยาเพื่อใชใ้ นการปฐมพยาบาลตาม (๑)
- หอ้ งรักษาพยาบาลพร้อมเตียงพกั คนไขอ้ ยา่ งนอ้ ยหน่ึงเตียง เวชภณั ฑแ์ ละยานอกจาก ท่ีระบุไว้

ใน ขอ้ 1 ตามความจาเป็นและเพยี งพอแก่การรักษาพยาบาลเบ้ืองตน้
- พยาบาลต้งั แต่ระดบั พยาบาลเทคนิคข้ึนไปไวป้ ระจาอยา่ งนอ้ ยหน่ึงคนตลอดเวลาทางาน
- แพทยแ์ ผนปัจจุบนั ช้นั หน่ึงอยา่ งนอ้ ยหน่ึงคน เพอ่ื ตรวจรักษาพยาบาลไม่นอ้ ยกวา่ สัปดาห์ละ

สองคร้ัง และเม่ือรวมเวลาแลว้ ตอ้ งไมน่ อ้ ยกวา่ สปั ดาหล์ ะหกชว่ั โมงในเวลาทางาน
(๓) สถานท่ีทางานที่มีลูกจา้ งทางานในขณะเดียวกนั ต้งั แต่หน่ึงพนั คนข้ึนไป ตอ้ งจดั ใหม้ ี
-เวชภณั ฑแ์ ละยาเพือ่ ใชใ้ นการปฐมพยาบาล
- หอ้ งรักษาพยาบาลพร้อมเตียงพกั คนไขอ้ ยา่ งนอ้ ยสองเตียงเวชภณั ฑแ์ ละยานอกจากที่ระบไุ ว้

ใน ตามความจาเป็นและเพยี งพอแก่การรักษาพยาบาลเบ้ืองตน้
- พยาบาลต้งั แตร่ ะดบั พยาบาลเทคนิคข้ึนไปไวป้ ระจาอยา่ งนอ้ ยสองคนตลอดเวลาทางาน
- แพทยแ์ ผนปัจจุบนั ช้นั หน่ึงอยา่ งนอ้ ยหน่ึงคน เพ่ือตรวจรักษาพยาบาลไมน่ อ้ ยกวา่ สปั ดาห์

ละสามคร้ัง และเม่ือรวมเวลาแลว้ ตอ้ งไม่นอ้ ยกวา่ สัปดาหล์ ะสิบสองชว่ั โมงในเวลาทางาน
- ยานพาหนะซ่ึงพร้อมที่จะนาลูกจา้ งส่งสถานพยาบาลเพื่อใหก้ ารรักษาพยาบาล

ขอ้ ๓ นายจา้ งอาจทาความตกลงเพ่ือส่งลูกจา้ งเขา้ รับการรักษาพยาบาลกบั สถานพยาบาล ท่ี
เปิ ดบริ การตลอดย่ีสิบส่ีช่ัวโมงและเป็ นสถานพยาบาลที่นายจ้างอาจนาลูกจ้างส่ง เข้ารับการ
รักษาพยาบาล ไดโ้ ดยความสะดวกและรวดเร็ว แทนการจดั ให้มีแพทยต์ ามขอ้ ๒ หรือ ขอ้ ๓ ไดโ้ ดย
ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีหรื อผู้ซ่ึงอธิบดีมอบหมาย การให้นายจ้างจัดสวัสดิการตามท่ี
กฎกระทรวงดังกล่าวกาหนดถือเป็ นภารกิจของกรมต้องมีการตรวจติดตามโดยเจ้าหน้าท่ีของ
สานักงานสวสั ดิการและคุ้มครองแรงงาน และสานักงานสวสั ดิการและคุ้มครองแรงงานพ้ืนที่
นอกเหนือจากการดาเนินการดงั กลา่ ว การส่งเสริมและสนบั สนุนการจดั สวสั ดิการนอกเหนือกฎหมาย
ยงั เป็นการท่ี เจา้ หนา้ ท่ีจะตอ้ งเขา้ ไปในสถานประกอบกิจการเพื่อแนะนารูปแบบของสวสั ดิการต่างๆ
ที่กฎหมายไม่ไดก้ าหนดไว้ แต่หากสถานประกอบกิจการใดมีความพร้อมเพียงพอก็สามารถจดั ให้
เป็นไปตามความตอ้ งการของลกู จา้ งได้

ส่วนท่ี ๒ คือส่วนที่เกี่ยวกับคณะกรรมการสวสั ดิการแรงงานโดยสืบเน่ืองจากการท่ีทุกสถาน
ประกอบกิจการมีการจดั สวสั ดิการแก่ลูกจา้ งทุกแห่ง แต่รูปแบบหรือวิธีการจดั จะแตกตา่ งกนั ไปตาม
ลกั ษณะวิธีการทางาน หรือประเภทกิจการ ฯลฯ ของสถานประกอบกิจการน้นั และถึงแมจ้ ะมีการจดั
สวสั ดิการใหก้ บั ลูกจา้ งแลว้ ก็ตามแตป่ ัญหาความขดั แยง้ ระหวา่ งนายจา้ งและลูกจา้ งยงั คงปรากฏเป็ น
ระยะๆ อนั ก่อใหเ้ กิดผลเสียต่อสถานประกอบกิจการสภาพเศรษฐกิจ และการลงทนุ ของประเทศ

ด้วยเหตุดังกล่าวพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ จึงได้มีการบัญญัติให้จัดต้ัง
คณะกรรมการสวสั ดิการแรงงานข้ึนตามมาตรา ๙๒ ในการให้คาแนะนาการจดั สวสั ดิการเพ่ือให้
ความขดั แยง้ ต่างๆ ในสถานประกอบกิจการลดลง และเพื่อให้ลูกจา้ งมีคุณภาพชีวิตที่ดีข้ึน ท้งั น้ี ได้
บญั ญตั ิให้มีคณะกรรมการสวสั ดิการแรงงาน ประกอบดว้ ย ปลดั กระทรวงแรงงานเป็ นประธาน
กรรมการ กรรมการผแู้ ทนฝ่ ายรัฐบาล ๔ คน กรรมการ ผแู้ ทนฝ่ ายนายจา้ งและกรรมการผแู้ ทนฝ่ าย
ลูกจา้ ง ฝ่ ายละ ๕ คน ซ่ึงรัฐมนตรีแต่งต้งั เป็ นกรรมการ และขา้ ราชการกรมสวสั ดิการและคุม้ ครอง
แรงงาน ซ่ึงรัฐมนตรีแต่งต้งั เป็ นเลขานุการคณะกรรมการดงั กล่าว มีอานาจหนา้ ท่ีตามท่ีกาหนดไว้
ใน มาตรา ๙๓ ดงั ต่อไปน้ี

1. เสนอความเห็นตอ่ รัฐมนตรีเกี่ยวกบั นโยบาย แนวทาง และมาตรการดา้ นสวสั ดิการ
แรงงาน

2. เสนอความเห็นตอ่ รัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวง ประกาศ หรือระเบียบเกี่ยวกบั การ
จดั สวสั ดิการแรงงานในสถานประกอบกิจการ

3. ใหค้ าแนะนาในการจดั สวสั ดิการแรงงานสาหรับสถานประกอบกิจการแตล่ ะประเภท
4. ติดตามประเมินผล และรายงานผลการดาเนินการตอ่ รัฐมนตรี
5. ออกคาสัง่ ใหน้ ายจา้ งจ่ายเงินคา่ ชดเชยพเิ ศษหรือค่าชดเชยพเิ ศษแทนการบอกกลา่ ว
ล่วงหนา้ ตามมาตรา 120
6. ปฏิบตั ิการอื่นใดตามท่ีพระราชบญั ญตั ิน้ีหรือกฎหมายอ่ืนบญั ญตั ิใหเ้ ป็นอานาจหนา้ ที่
ของคณะกรรมการสวสั ดิการแรงงาน หรือตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย

ส่วนท่ี 3 นอกจากการบญั ญตั ิให้มีการจดั ต้งั คณะกรรมการสวสั ดิการแรงงานแลว้
เพ่ือเป็ นการส่งเสริมสนับสนุนและดาเนินการให้มีการจดั สวสั ดิการ โดยพระราชบญั ญตั ิ
คุม้ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กาหนดไวใ้ นมาตรา 96 ให้นายจา้ งของสถานประกอบกิจการ
ที่มีลูกจา้ งต้งั แต่ 50 คนข้ึนไป ตอ้ งจดั ให้มีคณะกรรมการสวสั ดิการ ในสถานประกอบ
กิจการ ประกอบดว้ ยผแู้ ทนลกู จา้ งอยา่ งนอ้ ยหา้ คน โดยที่คณะกรรมการสวสั ดิการในสถาน
ประกอบกิจการให้มาจากการเลือกต้งั ตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการท่ีอธิบดีกาหนดและใน
กรณีที่สถานประกอบกิจการใด ของนายจา้ งมีคณะกรรมการลูกจา้ งตามกฎหมายว่าดว้ ย
แรงงานสัมพนั ธ์แลว้ คณะกรรมการลูกจา้ ง ทาหน้าท่ีเป็ น คณะกรรมการสวสั ดิการใน
สถานประกอบกิจการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี

เจตนารมณ์ของการจดั ต้งั คณะกรรมการสวสั ดิการในสถานประกอบกิจการเป็ น
การส่งเสริมระบบทวิภาคีเพื่อเปิ ดโอกาสให้ลูกจา้ งไดม้ ีการหารือกบั นายจา้ งในการจัด
สวสั ดิการอ่ืนๆ ซ่ึงนอกเหนือจากท่ีกฎหมายกาหนดไดอ้ ยา่ งเหมาะสมแก่สถานประกอบ
กิจการ และเป็นสวสั ดิการท่ีลูกจา้ งเองก็ตอ้ งการ มิใช่นายจา้ งจดั การแต่ฝ่ ายเดียวแต่ไม่เป็น
ท่ีสนใจของลูกจา้ ง การท่ีเปิ ดโอกาสใหล้ ูกจา้ งไดแ้ สดงความตอ้ งการ และไดร้ ับฟังความ
คิดเห็นขอ้ มูลจากนายจา้ งวา่ สามารถจดั สวสั ดิการที่เสนอไดห้ รือไม่ เป็ นการส่งเสริมการ
แรงงานสัมพนั ธ์ และยตุ ิปัญหาขอ้ เรียกร้องขอ้ พพิ าทแรงงานแตเ่ บ้ืองตน้

ท้งั น้ี คณะกรรมการฯ ดงั กลา่ ว กฎหมายไดก้ าหนดหนา้ ที่ไวต้ าม มาตรา 97 ดงั น้ี
(1) ร่วมหารือกบั นายจา้ งเพ่ือจดั สวสั ดิการแก่ลูกจา้ ง
(2) ให้คาปรึกษาหารือและเสนอแนะความเห็นแก่นายจ้างในการจัดสวสั ดิการสาหรับ

ลกู จา้ ง
(3) ตรวจตรา ควบคุม ดูแล การจดั สวสั ดิการที่นายจา้ งจดั ใหแ้ ก่ลกู จา้ ง
(4) เสนอขอ้ คิดเห็น และแนวทางในการจดั สวสั ดิการท่ีเป็ นประโยชน์สาหรับลูกจา้ งต่อ

คณะกรรมการสวสั ดิการแรงงาน
ดั งน้ัน คณะกรรมการสวสั ดิการในสถานประกอบกิจการ จึงเป็ นเสมือนส่ือกลางท่ีจะ
ถ่ายทอด ความต้องการ ด้านสวสั ดิการของลูกจ้างให้นายจ้างทราบ และร่วมปรึกษาหารือให้
ข้อเสนอแนะตลอดจนตรวจสอบ ดูแลการจัดสวสั ดิการภายในสถานประกอบกิจการ เพราะ
กฎหมาย (มาตรา 98) ยงั ไดก้ าหนดไวว้ ่านายจา้ งตอ้ งจดั ให้มีการประชุมหารือกบั คณะกรรมการ
สวสั ดิการในสถานประกอบกิจการอยา่ งนอ้ ยสามเดือนต่อหน่ึงคร้ัง หรือเมื่อกรรมการสวสั ดิการใน
สถานประกอบกิจการเกินก่ึงหน่ึงของกรรมการท้งั หมดหรือสหภาพแรงงานร้องขอ โดยมีเหตุผล
สมควร

การที่กฎหมายกาหนดไวเ้ ช่นวา่ น้นั เท่ากบั เป็ นการส่งเสริม สนับสนุนและดาเนินการให้มี
การจัดสวัสดิการแรงงานข้ึนในสถานประกอบกิจการ ซ่ึงหากสถานประกอบกิจการใดไม่
ดาเนินการจะมีบทลงโทษท้งั จาคุกและปรับ

การพกั งาน

การหา้ มพกั งานลกู จา้ งเพื่อสอบสวน มาตรา 116 ในกรณีที่นายจา้ งทาการสอบสวนลกู จา้ งซ่ึงถูกกล่าวหาวา่
กระทาความผดิ หา้ มมิให้ นายจา้ งสั่งพกั งานลูกจา้ งในระหวา่ งการสอบสวนดงั กล่าว เวน้ แต่จะมีขอ้ บงั คบั
เก่ียวกบั การทา งานหรือขอ้ ตกลง เก่ียวกบั สภาพการจา้ งใหอ้ านาจนายจา้ งส่งั พกั งานลกู จา้ งไดท้ ้งั น้ีนายจา้ ง
จะตอ้ งมีคาสง่ั พกั งานเป็นหนงั สือระบุ ความผดิ และกาหนดระยะเวลาพกั งานไดไ้ ม่เกินเจ็ดวนั โดยตอ้ งแจง้
ใหล้ ูกจา้ งทราบก่อนการพกั งาน ในระหวา่ งการพกั งานตามวรรคหน่ึง ใหน้ ายจา้ งจ่ายเงินใหแ้ ก่ลูกจา้ งตาม
อตั ราท่ีกาหนดไวใ้ น ขอ้ บงั คบั เก่ียวกบั การทางานหรือตามท่ีนายจา้ งและลกู จา้ งไดต้ กลงกนั ไวใ้ นขอ้ ตกลง
เกี่ยวกบั สภาพการจา้ ง ท้งั น้ีอตั ราดงั กลา่ วตอ้ งไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละหา้ สิบของค่าจา้ งในวนั ทางานทีลูกกจา้ ง
ไดร้ ับก่อนถูกส่ังพกั งาน มาตรา 117 เม่ือการสอบสวนเสร็จส้ินแลว้ ปรากฏวา่ ลูกจา้ งไมม่ ีความผดิ ใหน้ าย
จา้ งจ่ายค่าจา้ งใหแ้ ก่ ลูกจา้ งเทา่ กบั คา่ จา้ งในวนั ทางานนบั แตว่ นั ที่ลกู จา้ งถูกส่ังพกั งานเป็นตน้ ไป โดยให้
คานวณเงินท่ีนายจา้ งจ่าย ตามมาตรา 116 เป็นส่วนหน่ึงของคา่ จา้ งตามมาตราน้ีพร้อมดว้ ยดอกเบ้ียร้อยละ
สิบหา้ ตอ่ ปี

กฎหมายคุม้ ครองแรงงาน ในเร่ืองน้ีเป็นเร่ืองเกี่ยวกบั “การพกั งานเพอื่ ทาการสอบสวน” ซ่ึงตามหลกั ทวั่ ไป
ก็คือ กฎหมายฯ หา้ มมิใหน้ ายจา้ งพกั งานลกู จา้ งเพอ่ื ทาการสอบสวนแตน่ ายจา้ งสามารถท่ีจะพกั งานเพ่อื ทา
การสอบสวนลูกจา้ งไดใ้ นกรณีท่ีมีการกาหนดใหอ้ านาจนายจา้ งสามารถพกั งานลูกจา้ งเพ่ือทาการสอบสวน

เอาไวใ้ นขอ้ บงั คบั เกี่ยวกบั การทางานตามกฎหมายคุม้ ครองแรงงาน หรือกาหนดเอาไวใ้ นขอ้ ตกลง
เกี่ยวกบั สภาพการจา้ งตามกฎหมายแรงงานสมั พนั ธ์ ในกรณีที่ไมม่ ีการกาหนดเอาไวด้ งั กลา่ วนายจา้ งจะไม่

มีอานาจในการพกั งานลูกจา้ งเพ่อื ทาการสอบสวนลูกจา้ งทุกกรณีแตอ่ ยา่ งไรก็ตามแมว้ า่ กฎหมาย ฯ จะ
กาหนดใหอ้ านาจนายจา้ งสามารถพกั งานลกู จา้ งเพื่อการสอบสวนในกรณีดงั กล่าวขา้ งตน้ ไดก้ ็ตาม แต่
กฎหมาย ฯ กไ็ ดก้ าหนดวิธีการในการใชส้ ิทธิดงั กล่าวของนายจา้ งเอาไวก้ ลา่ วคือ นายจา้ งท่ีจะพกั งาน
ลกู จา้ งไดจ้ ะตอ้ งมีคา่ ส่งั เป็ นหนงั สือ ระบคุ วามผดิ และกาหนดระยะเวลาการพกั งานไดไ้ ม่เกิน 7 วนั โดย
นายจา้ งตอ้ งแจง้ ใหล้ ูกจา้ งทราบลว่ งหนา้ ก่อนการพกั งาน สาหรับค่าจา้ งระหว่างการพกั งานน้นั กฎหมาย
คุม้ ครองแรงงาน กาหนดใหน้ ายจา้ งตอ้ งจ่ายค่าจา้ ง ระหวา่ ง พกั งานไมน่ อ้ ยกวา่ อตั ราร้อยละ 50แตใ่ นกรณีท่ี

ขอ้ บงั คบั เก่ียวกบั การทางาน

หรือขอ้ ตกลงเก่ียวกบั สภาพการจา้ งมีการกาหนเอาไวม้ ากกวา่ อตั ราท่ีกฎหมายฯ กาหนดดงั กล่าวก็ใหเ้ ป็นไป
ตามน้นั นอกจากน้ี ถา้ การสอบสวนแลว้ เสร็จปรากฏวา่ ลูกจา้ งไม่มีความผิดนายจา้ งตอ้ งจ่ายคา่ จา้ งท่ีคา้ งจ่าย
ลูกจา้ งในระหวา่ ง พกั งานคืนใหก้ บั ลูกจา้ งพร้อมท้งั ดอกเบ้ีย ในอตั ราร้อยละ 15 ตอ่ ปี

โดยสามารถสรุปหลกั การสาคญั ในเร่ืองของการพกั งานตามกฎหมาย ฯ มาตรา 116 - มาตรา 117 ไดด้ งั น้ี

1. ตอ้ งเป็นการพกั งานเพื่อการสอบสวน

2. ตามหลกั ทว่ั ไปหา้ มมิใหน้ ายจา้ งสงั่ พกั งานลูกจา้ งเพ่อื การสอบสวนเวน้ แตม่ ีการก าหนดเอาไว้ ใน
ขอ้ บงั คบั เกี่ยวกบั การท างาน หรือขอ้ ตกลงเก่ียวกบั สภาพการจา้ ง

3. ข้นั ตอนการพกั งานนายจา้ งตอ้ งปฏิบตั ิตามเง่ือนไขท่ีกฎหมาย ฯ ก าหนด

4. การพกั งานสามารถท าไดส้ ูงสุดไมเ่ กิน 7 วนั โดยตอ้ งจ่ายคา่ จา้ งไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ 50

5. การสอบสวนแลว้ เสร็จ ถา้ ลูกจา้ งไม่มีความผิดนายจา้ งตอ้ งจ่ายคา่ จา้ งท่ีจ่ายไม่ครบในระหวา่ ง พกั งาน (ถา้
มี) พร้อมท้งั ดอกเบ้ียร้อยละ 15 ตอ่ ปี ใหก้ บั ลูกจา้ ง

ค่าชดเชย และค่าชดเชยพเิ ศษ

1.ค่าชดเชยกรณปี กติ

มาตรา 5 “คา่ ชดเชย” หมายความวา่ เงินท่ีนายยจา้ งจ่ายแก่ลกู จา้ งเม่ือเลิกจา้ ง นอกเหนือจากเงิน
ประเภท อ่ืนซ่ึงนายจา้ งตกลงจ่ายใหแ้ ก่ลูกจา้ ง

กฎหมายคุม้ ครองแรงงาน มาตรา 118 ไดว้ างหลกั เรื่องคา่ ชดเชยเอาไวว้ า่ ตามหลกั ทว่ั ไป นายจา้ ง
ตอ้ งจ่ายคา่ ชดเชยใหก้ บั ลูกจา้ งเมื่อมีการเลิกจา้ งเกิดข้ึนโดยการเลิกจา้ งนอกจากจะใชห้ ลกั ของการ
แสดง เจตนาตามหลกั นิติกรรมแลว้ กฎหมายฯ ยงั ไดใ้ หค้ วามหมายของคาวา่ เลิกจา้ งวา่ ยงั
หมายความถึงกรณีท่ี การกระทาใดท่ีนายจา้ งไม่ให้ลูกจา้ งทางานต่อไปและไม่ยอมจ่ายคา่ จา้ งใหก้ ็ถือ
วา่ เป็นการเลิกจา้ ง เช่นเดียวกนั เหตุผลเน่ืองจากในความเป็นจริงนายจา้ งอาจจะไมไ่ ดม้ ีการแจง้ เลิก
จา้ งลูกจา้ งตามหลกั นิติ กรรมก็ได้ แต่นายจา้ งมีพฤติกรรมบางอยา่ งท่ีกฎหมายฯ ถือวา่ พฤติการณ์
ดงั กลา่ วของนายจา้ งเสมือนวา่ นายจา้ งไดเ้ ลิกจา้ งลกู จา้ ง กฎหมายฯ จึงก าหนดพฤติการณ์ท่ีถือวา่
นายจา้ งเลิกจา้ งลกู จา้ งเอาไวใ้ นมาตรา 118 วรรค 2 “การเลิกจา้ งตามมาตราน้ีหมายความวา่ การ
กระทา ใดท่ีนายจา้ งไม่ใหล้ ูกจา้ งทางานต่อไปและ ไมจ่ ่ายคา่ จา้ งใหไ้ ม่วา่ จะเป็นเพราะเหตุส้ินสุด
สัญญาจา้ งหรือเหตุอ่ืนใดและหมายความรวมถึงกรณีท่ี ลูกจา้ งไมไ่ ดท้ างานและไม่ไดร้ ับคา่ จา้ ง
เพราะเหตทุ ี่นายจา้ งไมส่ ามารถดาเนินกิจการต่อไป”

2. การได้รับค่าชดเชยของกรณีท่ีลกู จ้างมีอายุหกสิบปี หรือเกษยี ณอายุ

มาตรา 118/180 การเกษยี ณอายตุ ามท่ีนายจา้ งและลูกจา้ งตกลงกนั หรือตามท่ีนายจา้ งกาหนดไวใ้ หถ้ ือวา่ เป็น
การเลิกจา้ งตามมาตรา 118 วรรค 2 ในกรณีที่มิไดม้ ีการตกลงหรือกาหนดการเกษยี ณอายไุ ว้ หรือมีการตกลง
หรือกาหนดการเกษยี ณอายไุ ว้ เกินกวา่ หกสิบปี ใหล้ ูกจ้างที่มีอายคุ รบหกสิบปี ข้ึน ไปมีสิทธิแสดงเจตนาตอ่
เกษยี ณอายไุ ดโ้ ดยใหแ้ สดงเจตนาตอ่ นายจา้ งและใหม้ ีผลเม่ือครบสามสิบวนั นบั แต่วนั แสดงเจตนา และให้
นายจา้ งจ่ายคา่ ชดเชยใหแ้ ก่ลกู จา้ งที่ เกษียณอายนุ ้นั ตามมาตรา 118 วรรค 1 กฎหมายคุม้ ครองแรงงาน
กาหนดใหก้ ารเกษียณอายนุ ้นั ถือวา่ เป็นการเลิกจา้ งดงั น้นั ลูกจา้ งที่ เกษียณอายจุ ะมีสิทธิไดร้ ับค่าชดเชยตาม
มาตรา 118 แต่ในกรณีที่ไมไ่ ดม้ ีการตกลงเก่ียวกบั การเกษียณอายุ ของลกู จา้ งเอาไวห้ รือมีการกานดอายลุ ูกจา้ ง
เกษียณอายเุ อาไวท้ ่ีเกิน 60 ปี ในกรณีดงั กลา่ วกฎหมายฯ ให้ สิทธิลกู จา้ งท่ีมีอายเุ กิน 60 ปี สามารถที่จะแสดง
เจตนาเกษียณอายตุ อ่ นายจา้ งไดโ้ ดยไดร้ ับค่าชดเชยตาม มาตรา 118 วรรค 1

3.ข้อยกเว้นกรณีที่นายจ้างสามารถเลกิ จ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

มาตรา 11981 นายจา้ งไมต่ อ้ งจ่ายค่าชดเชยใหแ้ ก่ลูกจา้ งซ่ึงเลิกจา้ งในกรณีหน่ึงกรณีใด ดงั ต่อไปน้ี

(1) ทจุ ริตต่อหน้าที่ หรือกระทา ความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจา้ ง

(2) จงใจทาใหน้ ายจา้ งไดร้ ับความเสียหาย

(3) ประมาทเลินเลอ่ เป็นเหตใุ หน้ ายจา้ งไดร้ ับความเสียหายอยา่ งร้ายแรง

(4) ฝ่ าฝืนขอ้ บงั คบั เก่ียวกบั การทางาน ระเบียบ หรือคาส่ังของนายจา้ งอนั ชอบดว้ ยกฎหมายและเป็น
ธรรม และนายจา้ งไดต้ กั เตือนเป็นหนงั สือแลว้ เวน้ แต่กรณีท่ีร้ายแรง นายจา้ งไม่จาเป็นตอ้ งตกั เตือน
หนงั สือ เตือนใหม้ ีผลบงั คบั ไมเ่ กินหน่ึงปี นบั แตว่ นั ท่ี ลกู จา้ งไดก้ ระทาผดิ

(5) ละทิ้งหนา้ ที่เป็นเวลาสามวนั ทางานติดต่อกนั ไม่วา่ จะมีวนั หยดุ คน่ั หรือไม่กต็ าม โดยไม่มีเหตุอนั
สมควร

(6) ไดร้ ับโทษจา คุกตามคาพพิ ากษาถึงท่ีสุดใหจ้ า คุก ในกรณี (6) ถา้ เป็นความผดิ ท่ีไดก้ ระทาโดย
ประมาทหรือความผิดลหุโทษตอ้ งเป็นกรณีที่เป็นเหตุให้ นายจา้ งไดร้ ับความเสียหาย

4. ค่าชดเชยพเิ ศษกรณนี ายจ้างย้ายสถานประกอบกจิ การ

หลกั สาคญั ของกฎหมายคุม้ ครองแรงงาน ในเรื่องน้ีก็คือ

1. กฎหมายคุม้ ครองแรงงาน ก าหนดหนา้ ท่ีของนายจา้ งท่ีจะยา้ ยสถานประกอบกิจการตอ้ ง
แจง้ ให้ ลกู จา้ งทราบลว่ งหนา้ โดยวธิ ีการปิ ดประกาศ ตามหลกั เกณฑท์ ี่กฎหมายคุม้ ครอง
แรงงาน กาหนด และใน กรณีที่นายจา้ งไม่แจง้ ใหล้ ูกจา้ งทราบลว่ งหนา้ นายจา้ งมีความรับผิด
ต่อลูกจา้ งในการจ่าย “คา่ ชดเชยพิเศษ แทนการบอกกลา่ วลว่ งหนา้ ” ใหก้ บั ลูกจา้ งท่ีไมป่ ระสงค์
จะไปทางาน ณ สถานประกอบการแห่งใหม่ตาม อตั ราท่ีกฎหมายฯ กาหนด

2. กฎหมายคุม้ ครองแรงงาน กาหนดสิทธิของลูกจา้ งท่ีเห็นวา่ การยา้ ยสถานประกอบกิจการ
ดงั กล่าว มีผลกระทบสาคญั ตอ่ การดารงชีวติ ตามปกติของลูกจา้ ง หรือครอบครัวของลกู จา้ ง
และลูกจา้ งไม่ประสงค์ จะไปทางาน ณ สถานประกอบกิจการแห่งใหม่จะตอ้ งแจง้ ใหน้ ายจา้ ง
ทราบตามหลกั เกณฑก์ ฎหมายฯ กาหนด โดยลกู จา้ งจะมีสิทธิไดร้ ับคา่ ชดเชยพิเศษไมน่ อ้ ยกวา่
คา่ ชดเชยทวั่ ไปที่กาหนดเอาไวใ้ นกฎหมายฯ มาตรา 118

3. กฎหมายคุม้ ครองแรงงาน กาหนดเวลาท่ีนายจา้ งจะตอ้ งจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอก
กล่าว ลว่ งหนา้ และคา่ ชดเชยพิเศษเนื่องจากการยา้ ยสถานประกอบกิจการใหก้ บั ลูกจา้ ง โดย
จะตอ้ งจ่ายภายใน เจ็ดวนั นบั แตว่ นั ท่ีสญั ญาจา้ งสิ้นสุด

4. กฎหมายคุม้ ครองแรงงาน กาหนดวิธีการดาเนินการในกรณีที่นายจา้ งมีความเห็นวา่ ลูกจา้ งไม่
อยู่ ในเงื่อนไขของการไดร้ ับคา่ ชดเชยพิเศษ เนื่องจากการยา้ ยสถานประกอบกิจการใหน้ ายจา้ ง
ยน่ื เร่ืองให้ คณะกรรมการสวสั ดิการแรงงานพิจารณาตามหลกั เกณฑท์ ี่กฎหมายฯ กาหนด

5. กฎหมายคุม้ ครองแรงงาน กาหนดหลกั เกณฑก์ ารดาเนินการของคณะกรรมการสวสั ดิการ
แรงงาน ในการพจิ ารณาวา่ ลูกจา้ งจะมีสิทธิไดร้ ับค่าชดเชยพเิ ศษแทนการบอกกล่าวล่วงหนา้ หรือ
คา่ ชดเชยพเิ ศษ กรณีนายจา้ งยา้ ยสถานประกอบกิจการ หรือไม่

6. กฎหมายคุม้ ครองแรงงาน กาหนดสิทธิของนายจา้ งและลกู จา้ งในการนาคดีสู่ศาลแรงงาน
กรณีท่ี ฝ่ ายใดไม่พอใจในคาวนิ ิจฉยั ของคณะกรรมการสวสั ดิการแรงงาน โดยตอ้ งปฏิบตั ิตาม
หลกั เกณฑแ์ ละ เงื่อนไขที่กฎหมายฯ กาหนด

5. ค่าชดเชยพเิ ศษกรณีนายจ้างนา เครื่องจักร หรือเทคโนโลยีมาใช้แทนลูกจ้าง

คา่ ชดเชยในกรณีน้ีเป็นกรณีท่ีนายจา้ งเลิกจา้ งลูกจา้ งเพราะเหตุท่ีนายจา้ งปรับปรุง หน่วยงาน กระบวนการ
ผลิต การจาหน่าย หรือการบริหารอนั เน่ืองมาจากการน าเครื่องจกั รมาใชห้ รือเปล่ียนแปลง เครื่องจกั ร หรือ
เทคโนโลยอี นั เป็นสาเหตุที่ท าใหน้ ายจา้ งตอ้ งลดจานวนลูกจา้ งลงกฎหมายคุม้ ครองแรงงาน กาหนดให้
นายจา้ งจ่าย คา่ ชดเชยพิเศษ ใหก้ บั ลูกจา้ งโดยมีหลกั เกณฑ์ ดงั น้ี

1. ลูกจา้ งท่ีจะไดร้ ับคา่ ชดเชยพเิ ศษ กรณีน้ีจะตอ้ งมีอายงุ านเกิน 6 ปี ข้ึนไป

2.อตั ราค่าชดเชยพเิ ศษ คานวณจากอายงุ านของลูกจา้ งในส่วนที่อายงุ านเกิน 6 ปี ข้ึนไป ในอตั รา เทา่ กบั ปี ละ
15 วนั แตค่ านวณแลว้ อตั ราสูงสุดจะตอ้ งไม่เกิน 360 วนั (ในกรณีระยะเวลาการท างานในส่วน ที่ไม่ครบ 1
ปี แตม่ ากกวา่ 180 วนั ใหน้ บั เป็นการท างานครบ 1 ปี )

3. ลกู จา้ งท่ีอายงุ านเกิน 6 ปี ข้ึนไป นอกจากจะมีสิทธิไดร้ ับค่าชดเชยพิเศษตามกฎหมาย ฯ มาตรา 122 แลว้
ลกู จา้ งยงั มีสิทธิไดร้ ับคา่ ชดเชยตามกฎหมาย ฯ มาตรา 118 อีกดว้ ย เพราะมีการเลิกจา้ ง เกิดข้ึน

สาหรับกรณีของการบอกกล่าวลว่ งหนา้ ใหล้ ูกจา้ งทราบตามกฎหมายฯ มาตรา 121 ก าหนดให้ นายจา้ งตอ้ ง
บอกกล่าวล่วงหนา้ ใหก้ บั ลูกจา้ งทราบไมน่ อ้ ยกวา่ 60 วนั โดยจะไมน่ าหลกั การทว่ั ไปในเร่ือง ของการบอก
กลา่ วลว่ งหนา้ ตามกฎหมายคุม้ ครองแรงงาน มาตรา 17 มาใชก้ บั การเลิกจา้ งในกรณีน้ี และใน กรณีที่
นายจา้ งไมแ่ จง้ ใหล้ ูกจา้ งท่ีจะเลิกจา้ งทราบลว่ งหนา้ หรือแจง้ ลว่ งหนา้ ใหท้ ราบนอ้ ยกวา่ ระยะเวลาท่ี
กฎหมายคุม้ ครองแรงงาน ก าหนด นายจา้ งจะตอ้ งจ่าย ค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกลา่ วลว่ งหนา้ เทา่ กบั
อตั ราคา่ จา้ งสุดทา้ ย 60 วนั

กองทุนสงเคราะห์ลูกจา้ ง

1. การกาหนดใหม้ ีกองทนุ สงเคราะหล์ กู จา้ ง

มาตรา 126 ใหม้ ีกองทุนสงเคราะหล์ กู จา้ งในกรมสวสั ดิการและคุม้ ครองแรงงานมีวตั ถุประสงค์
เพ่ือเป็น ทุนสงเคราะห์ลูกจา้ งในกรณีท่ีสูงจา้ งออกจากงาน หรือตาย หรือในกรณีอ่ืนตามท่ี
กาหนดโดยคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลกู จา้ ง กฎหมายคุม้ ครองแรงงานมาตราน้ีเป็น
จุดเริ่มตน้ ของการกาหนดใหม้ ีกองทุนฯ ท่ีใหค้ วามช่วยแก่ ลูกจา้ ง ตามหลกั เกณฑท์ ี่กฎหมายฯ
กาหนด

2. แหล่งที่มาของเงินในกองทุนสงเคราะห์ ลูกจา้ ง มาตรา 127 กองทนุ สงเคราะห์ลกู จา้ ง
ประกอบดว้ ย

(1) เงินสะสมและเงินสมทบ

(2) เงินที่ตกเป็นของกองทุนสงเคราะห์ลกู จา้ งตามมาตรา 133 และมาตรา136

(3) เงินเพมิ่ ตามมาตรา 131
(4) เงินค่าปรับทีไดร้ ับจากการลงโทษผกู้ ระทา ความผิดตามพระราชบญั ญตั ิดงั น้ี
(5) เงินหรือทรัพยส์ ินที่มีผบู้ ริจาคให้

(6) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล

(7) เงินรายไดอ้ ื่น

(8) เงินดอกผลของกองทุนสงเคราะห์ลูกจา้ ง

3.เง่ือนไขการเป็ นสมาชิกกองทนุ สงเคราะห์ลูกจ้าง

กฎหมายคุม้ ครองแรงงานกาหนดเงื่อนไขการเป็นสมาชิกกองทนุ สงเคราะหล์ กู จา้ งเอาไว้ โดย
พิจารณาจากกิจการที่มีลูกจา้ งต้งั แต่สินคนข้ึนไปตอ้ งเขา้ เป็นสมาชิกกองทนุ สงเคราะห์ลกู จา้ ง โดย กฎ
หมายฯ มีขอ้ ยกเวน้ เอาไว้ 2 กรณีคือ

1. กิจการใดที่นายจา้ งไดม้ ีการจดั ต้งั กองทุนส ารองเล้ียงชีพตามกฎหมายเก่ียวกบั กองทนุ ส ารองเล้ียง
ชีพ ซ่ึงจดทะเบียนแลว้ ใหก้ บั ลูกจา้ งหรือ

2. กิจการใดท่ีนายจา้ งจดั ใหม้ ีการสงเคราะห์แก่ลกู จา้ ง ในกรณีที่ลูกจา้ งออกจากงานหรือตายตาม
หลกั เกณฑห์ รือวิธีการท่ีก าหนดในกฎกระทรวง

4. หน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้างในการจ่ายเงินเข้ากองทุน สงเคราะห์ลูกจ้าง

มาตรา131วรรค 1 นบั แตว่ นั ท่ีลกู จา้ งเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลกู จา้ ง ทุกชนิดที่ มีการจ่ายคา่ จา้ ง
ใหล้ กู จา้ งจ่ายเงินสะสม โดยใหน้ ายจา้ งหกั จากค่าจา้ งและนายจา้ งจ่ายเงินสมทบเขา้ กองทนุ สงเคราะห์
ลูกจา้ ง ท้งั น้ี ตามอตั ราที่ กาหนดในกฎกระทรวงแตต่ อ้ งไม่เกินร้อยละห้าของค่าจ้าง

5.เงื่อนไขการจ่ายเงินกองทุน สงเคราะห์ลกู จา้ ง

มาตรา 133 ในกรณีท่ีลูกจา้ งออกจากงาน ใหก้ รมสวสั ดิการและคุม้ ครองแรงงานจ่ายเงินจากกองทนุ สงเคราะห์
ลกู จา้ งในส่วนท่ีเป็นเงินสะสม เงินสมทบ และดอกผลจากเงินดงั กลา่ วใหแ้ ก่ลกู จา้ ง ในกรณีท่ีลูกจา้ งตาย ถา้
ลูกจา้ งมิไดก้ าหนดบคุ คลผจู้ ะพึงไดร้ ับเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจา้ งไวโ้ ดยทา เป็นหนงั สือตามแบบท่ีอธิบดี
กาหนดมอบไวแ้ ก่กรมสวสั ดิการและคุม้ ครองแรงงาน หรือไดก้ าหนดไวแ้ ต่บคุ คลผู้ น้นั ตายก่อน ใหจ้ ่ายเงินจาก
กองทนุ สงเคราะห์ลกู จา้ งตามวรรคหน่ึงใหแ้ ก่บตุ ร สามีภรรยา บิดา มารดา ที่มีชีวติ อยคู่ นละส่วนเท่า ๆ กนั
มาตรา 134 การจ่ายเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลกู จา้ งในกรณีอ่ืนนอกจากกรณีตามมาตรา 133 ให้ คณะกรรมการ
กองทนุ สงเคราะหล์ ูกจา้ งกาหนดระเบียบการจ่ายเงินสงเคราะห์อตั ราเงินท่ีจะจ่ายและระยะเวลา การจ่าย โดย
พิจารณาจากจานวนเงินกองทุนสงเคราะห์ลกู จา้ งส่วนท่ี มิใช่เงินที่จะตอ้ งนา ไปจ่ายตามมาตรา 133 มาตรา 137
สิทธิเรียกร้องเงินจากกองทนุ สงเคราะห์ลกู จา้ งไมอ่ าจโอนกนั ไดแ้ ละไม่อยใู่ นความรับผดิ แห่ง การบงั คบั คดี

6. การใช้สิทธิไล่เบยี้ ของกรมสวสั ดกิ ารและค้มุ ครองแรงงาน

เนื่องจากตามกฎหมายคุม้ ครองแรงงาน ก าหนดใหส้ ามารถนาเงินในกองทนุ สงเคราะห์ลูกจา้ ง ใน
กรณีอื่นนอกเหนือจากกรณีลกู จา้ งออกจากงาน หรือในกรณีลกู จา้ งตาย ซ่ึงการจ่ายในกรณีอ่ืนดงั กลา่ ว
จะ เป็นไปตามระเบียบท่ีคณะกรรมการกองทนุ สงเคราะหล์ ูกจา้ งก าหนด กฎหมายฯ จึงก าหนดการใช้
สิทธิไล่ เบ้ียของกรมสวสั ดิการและคุม้ ครองแรงงาน ในเงินดงั กล่าวเอาไว้

7. มาตรการบงั คบั ทางกฎหมายฯ

มาตรา 131 วรรค 2 -วรรค 3 นบั แต่วนั ท่ีลูกจา้ งเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะหล์ กู จา้ ง ทุกคร้ังที่มี การ
จ่าย ค่าจา้ ง ใหล้ ูกจา้ งจ่ายเงินสะสม โดยใหน้ ายจา้ งหกั จากค่าจา้ งและนายจา้ งจ่ายเงินสมทบเขา้ กองทนุ
สงเคราะห์ ลกู จา้ ง ท้งั น้ีตามอตั ราที่ กาหนดในกฎกระทรวงแต่ตอ้ งไม่เกินร้อยละห้าของค่าจ้าง

พนักงานตรวจ

1.การกาหนดให้มีพนักงานตรวจแรงงาน
มาตรา 5 “พนกั งานตรวจแรงงาน หมายความวา่ ผซู้ ่ึงรัฐมนตรีแตง่ ต้งั ใหป้ ฏิบตั ิตาม
พระราชบญั ญตั ิน้ี มาตรา 139ในการปฏิบตั ิการตามหนา้ ที่ใหพ้ นกั งานตรวจแรงงานมี
อานาจดงั ต่อไปน้ี
(1) เขา้ ไปในสถานประกอบกิจการหรือสานกั งานของนายจา้ ง และสถานที่ ทางานของ
ลูกจา้ งในเวลาทา การเพอื่ ตรวจสภาพการทางานของลกู จา้ งและสภาพการจา้ ง สอบถามขอ้
เทจ็ จริง ถา่ ยภาพ ถา่ ยสาเนาเอกสาร ท่ีเกี่ยวกบั การจา้ ง การจ่ายคา่ จา้ ง ค่าล่วงเวลา ค่าทา งาน
ในวนั หยดุ คา่ ลว่ งเวลาในวนั หยดุ และทะเบียนลกู จา้ ง เกบ็ ตวั อยา่ งวสั ดุหรือผลิตภณั ฑเ์ พอ่ื
วเิ คราะหเ์ ก่ียวกบั ความปลอดภยั ในการทางาน และกระทาการอยา่ งอืน่ เพอ่ื ใหไ้ ดข้ อ้ เทจ็ จริง
ในอนั ท่ี จะปฏิบตั ิการใหเ้ ป็นไปตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
(2) มีหนงั สือสอบถามหรือเรียกนายจา้ ง ลูกจา้ ง หรือบุคคลซ่ึงเกี่ยวขอ้ งมาช้ีแจง้ ขอ้ เทจ็ จริง
หรือใหส้ ่ง ส่ิงของหรือเอกสารท่ีเก่ียวขอ้ งเพอ่ื ประกอบการพจิ ารณา
(3) มีคาสงั่ เป็นหนงั สือใหน้ ายจา้ งหรือลกู จา้ งปฏิบตั ิใหถ้ ูกตอ้ งตามพระราชบญั ญตั ิน้ี

2.การอุทธรณ์คาสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน
มาตรา 141101 คาสงั่ ของพนกั งานตรวจแรงงานตามมาตรา 139 (3) ใหอ้ ุทธรณ์ต่ออธิบดี
หรือผซู้ ่ึงอธิบดี มอบหมายไดภ้ ายในระยะเวลาท่ีกาหนดในคาสง่ั และใหอ้ ธิบดีหรือผซู้ ่ึง
อธิบดีมอบหมายพจิ ารณาคาอทุ ธรณ์ และแจง้ ผอู้ ุทธรณ์โดยไม่ชกั ช้า แตต่ อ้ งไม่เกินสา
มสิบวนั นบั แต่วนั ที่ไดร้ ับอุทธรณ์คาวนิ ิจฉยั ของอธิบดีหรือผูซ้ ่ึง อธิบดีมอบหมาย
ดงั กลา่ วใหเ้ ป็นที่สุดการอุทธรณ์ตามวรรคหน่ึงยอ่ มไม่เป็นการทุเลาการปฏิบตั ิตามคาส่งั
ของพนกั งานตรวจแรงงาน เวน้ แต่ อธิบดีหรือผซู้ ่ึงอธิบดีมอบหมายจะมีคาส่งั เป็นอยา่ ง
อื่น หรือมีการวางหลกั ประกนั ตามท่ีอธิบดีหรือผซู้ ่ึงอธิบดี มอบหมายกาหนด ในกรณีท่ี
นายจา้ งหรือลูกจา้ งไดป้ ฏิบตั ิตามคาสงั่ ของพนกั งานตรวจแรงงานตามมาตรา 139 (3)
หรือได้ ปฏิบตั ิตามคาวนิ ิจฉยั ของอธิบดีหรือผซู้ ่ึงอธิบดีมอบหมายตามวรรคหน่ึงภายใน
ระยะเวลาท่ีกาหนด กรดาเนิน คดีอาญาต่อนายจา้ งหรือลูกจา้ งใหเ้ ป็นอนั ระงบั ไป

บทกาหนดโทษ
เน้ือหาโดยสรุปในส่วนน้ีเป็นเรื่องเก่ียวกบั บทกาหนดโทษ ในกรณีท่ีนายจา้ งไมป่ ฏิบตั ิตาม
กฎหมาย ฯ โดยในบางความผิดจะมีโทษปรับแต่เพียงอยา่ งเดียว แตบ่ างความผิดจะมีท้งั โทษ
จาคุก และโทษปรับ โดย โทษข้นั ต่าสุดคือ ปรับไม่เกิน 5,000 บาท และโทษข้นั สูงสุดคือจ าคุก
ไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือท้งั จ าท้งั ปรับ แตอ่ ยา่ งไรกต็ ามความผิดตามกฎหมาย
คุม้ ครองแรงงานเป็นความผิดท่ีสามารถ เปรียบเทียบได้ ถา้ ผมู้ ีอ านาจเปรียบเทียบปรับเห็นวา่ ผู้
กระท าความผดิ ไมค่ วรไดร้ ับโทษจ าคุกหรือไมค่ วรถูก ฟ้องร้อง

นักศึกษาคิดว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มคี วามสาคญั ต่อ
ตนเองอย่างไร

นายจตพุ ร สายทอง นายณัฐวัฒน์ วงค์แก้ว
กฎหมายคุม้ ครองแรงงานยงั มีลกั ษณะเป็น กฎหมายสังคม
และมีลกั ษณะที่เป็นกฎหมายเกี่ยวกบั ความสงบเรียบร้อย เห็นดว้ ยกบั มาตรา 44 ท่ีไมใ่ หบ้ งั คบั ลกู จา้ งซ่ึงเป็นเดก็ ต้งั แต่
อายสุ ิบสามปี บริบูรณ์แต่ยงั ไม่ถึงสิบหา้ ปี บริบูรณ์ ที่นายจา้ ง
นายเอกรินทร์ อนิ ทะนนั รับเขา้ ทางานตามประกาศของคณะปฎิวตั ิ ฉบบั ท่ี 103 ลง
การกาหนดอตั ราค่าจา้ งข้นั ต่า วนั เวลาทางานปกติ วนั หยดุ วนั ท่ี 16 มีนาคมคม พใส 2515 อยกู่ ่อนวนั ท่ีพระราชบญั ญตั ิ
วนั ลา คา่ ชดเชย ฯลฯ ท่ี นายจา้ งจะตอ้ งถือปฏิบตั ิต่อลูกจา้ ง น้ีใชบ้ งั คบั

นายสุธีมนต์ เครือเกยี้ ว นายธนวัฒน์ ใจบุญ

ต้องการค้มุ ครองลกู จ้างให้มีมาตรฐานใน การจ้างงานท่ี การใชแ้ รงงานทว่ั ไปซ่ึงประกอบดว้ ยเรื่องเวลาปกติ
เหมาะสม เหตผุ ลเน่ืองจากอานาจตอ่ รองระหวา่ ง และจานวนชว่ั โมงทางานปกติ หลกั เกณฑ์
นายจ้างและลกู จ้างนนั ้ ไม่เท่ากนั

นายภูวดล สมกลู

นายจา้ งและลูกจา้ งจะทา สญั ญาจา้ งโดยกาหนดเง่ือนไข
อยา่ งใดก็ได้ ท้งั น้ีตอ้ งไม่ต่ากวา่ ท่ีกฎหมายกาหนด


Click to View FlipBook Version