พัฒนาการด้านสั งคม
รายวิชาประวัติศาสตร์ (ส22106)
เสนอ
ครูญาณี อนันตอาจ
พัฒนาการด้านสั งคม
สวัสดีนักเรียนทุกคนที่ วันนี้เราจะมาเรียนเรื่อง
น่ารักด้วยนะคะ พัฒนาการทางด้านสังคม
การพัฒนาด้านสังคม สมัยอยุธยา
ในสมัยอยุธยา
การพัฒนาด้านสังคม
ในสมัยอยุธยา
ครูครับ!สังคม
ในสมัยอยุธยา
เป็ นยังไงหรอครับ
ในสมัยอยุธยา โครงสร้างสังคมไทยมีลักษณะ แล้วศักดินาคืออะไรหรอคะ
เป็นศักดินา เพราะได้มีการตรากฎหมาย
แจกแจงให้เห็นหน้าที่และความรับผิดชอบของ
ผู้คนในสังคมตามฐานะของตน
ศักดินา หมายถึง เครื่องกำหนดสิทธิและหน้าที่
ของบุคคลในสังคมเป็นการจำแนกให้เห็นถึง
ความแตกต่างในเรื่องสิทธิและหน้าที่ของบุดคล
ตามศักดินา
เช่น ผู้มีศักดินา 400 ขึ้นไปมีสิทธิเข้าเฝ้าได้ แต่ต่ำ
กว่านี้ลงมาไม่มีสิทธิเข้าเฝ้า ขณะเดียวกันผู้ที่มี
ศักดินา 400 ก็ มีสิทธิในการถือครองที่ดินเหนือ
กว่าผู้มีศักดินาต่ำกว่าลงไป เป็นต้น
ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนากแห่งกรุงศรีอยุธยาได้ทรง
ตราพระไอยการตำแหน่งนาพลเรือนและพระไอยการตำแหน่ง
นาทหารหัวเมือง หรือที่เรียกว่า กฎหมายศักดินา ขึ้นมาบังคับ
ใช้เมื่อ พ.ศ. ๑๙๙๗
โดยกำหนดให้บุคคลทุกประเภทในสังคมไทยมีศักดินาด้วยกันทั้งสิ้น
แตกต่างกันไปตามฐานะอำนาจและหน้าที่ความรับผิดชอบ ยกเว้นพระ
มหากษัตริย์ซึ่งมิได้ระบุศักดินาเพราะพระองค์ทรงเป็นเจ้าของศักดินา
ทั้งปวง
แล้ว กฎหมายศักดินาช่วยอำนวย
ประโยชน์อะไรหรอครับ
ระบบศักดินาอำนวยประโยชน์ใน
การควบคุมบังคับบัญชาผู้คนตาม
ลำดับชั้นของศักดินาและการมอบหมายให้คนมีหน้าที่รับผิดชอบตามที่
กำหนดเอาไว้ เมื่อบุดคลทำผิดต่อกันก็สามารถใช้เป็นหลักในการปรับ
ไหมได้ เช่น ถ้าผู้มีศักดินาสูงทำความผิดต่อผู้มีศักดินาต่ำกว่าก็จะปรับ
ไหม
ครูคะ ปรับไหมคืออะไรหรอคะ
เป็นการให้ผู้กระทำผิดชำระเงินค่าสินไหม
ทดแทน หรือค่าปรับแก่ผู้เสียหาย
ต่อไปครูจะพูดถึงเรื่องลักษณะโครงสร้าง
สังคมไทยสมัยอยุธยา ตั้งใจฟังให้ดีนะเด็กๆ
โครงสร้างทางสั งคมไทยสมัยอยุธยามีองค์ประกอบที่สำคัญ ดังต่อไปนี้
๑. พระมหากษัตริย์
๒. พระบรมวงศานุวงศ์
๓. ขุนนาง
๔. ไพร่
๕. ทาส
๖. พระภิกษุสงฆ์
โค1ร.พงรสะรม้าหงาทกาษังตสัรงิย์คทมรไทงเยป็สนมพัยรอะปยุรธะยมุาขมขีอองงรค์าปชรอะากณอาบจัทกี่สรำพคัรญะองดัคง์ทต่รองไเปป็นีน้
ไนเสด้อมรืกับอจกนาาเกจร้นายี้ชยกีั๒๑วงยิ..ต่ทอพพขรงรรองใะะหงเมบป้ทเ็หรุปนก็มานธคกวรสงนษัรศมใตมนามรนิรแยุต์าวิผเช่งทนาศ์พดเิชน่ตนจาเึมงดีเคยรีววยากกัมบวเ่คชาื่อตพิใครนวะศเาจาม้าสเแชนื่ผอา่นพในดริสานมหัพมยรสณุะ์โอข-งทัฮคิย์นทดรูง
๓. ขุนนาง
๔. ไพร่
๕. ทาส
๖. พระภิกษุสงฆ์
โคเพรงรสาะรพ้ารงะทมาหงาสกั งษัคตมริยไ์ททยรสงเมปั็ยนอพุยุทธธยศาามสีอนูงปคถ์ัปมรภะกกอพบระทีอ่สงำค์คจัึญงต้ดอังงตม่ีทอศไปพินีธ้ ราช
ธผรารสุมกท1ั0่วปหรน้๑๒ะาก.. าพพรรรอะะัมบนหรเปมา็นกวงษขั้ศอตาปรนิยุฏ์วิบงัศต์ิของพระมหากษัตริย์เพื่อให้ราษฎรเกิดความ
๓. ขุนนาง
๔. ไพร่
๕. ทาส
๖. พระภิกษุสงฆ์
โคร2ง.สพร้ราะงบทรามงวสงั งศคานมุวไทงยศ์สคมืัอยบอรยุรธดยาาเมจ้ีาอนงาคย์ปซึร่งะมกีอลักบษที่ณสำะคเัปญ็นเดคังรืตอ่อญไปาตนีิ้ของ
พระมหาก๑ษ.ัตพรริยะ์มในหรากาชษัวตงริศย์์นั้นๆ บรรดาเจ้านายก็มีศักดินาแตกต่างกันไป
ตามฐานะ๒. พระบรมวงศานุวงศ์
๓. ขุนนาง
๔. ไพร่
๕. ทาส
๖. พระภิกษุสงฆ์
โครงสร้างทางสั งคมไทยสมัยอยุธยามีองค์ประกอบที่สำคัญ ดังต่อไปนี้
บรรดาพระบรมวงศานุวงศ์เหล่านี้จะได้รับส่วนแบ่งจากรายได้
ภาษ๑ี.อพากระรมขหอางกแษผั่ตนริดยิ์นโดยพระมหากษัตริย์ทรงพระราชทานให้
๒. พระบรมวงศานุวงศ์
๓. ขุนนาง
๔. ไพร่
๕. ทาส
๖. พระภิกษุสงฆ์
โครงสร้างทางสั งคมไทยสมัยอยุธยามีองค์ประกอบที่สำคัญ ดังต่อไปนี้
ส่วนสิทธิตามกฎหมายของเจ้านาย คือ จะถูกพิจารณาคดีใน
ศา๑ลใ.ดพๆระไมม่หไดา้กนษอัตกรจิยา์กศาลของกรมวัง และจะถูกนำไปขายเป็น
ทาส๒ไ.มพ่ไรด้ะบรมวงศานุวงศ์
๓. ขุนนาง
๔. ไพร่
๕. ทาส
๖. พระภิกษุสงฆ์
โครงสร้างทางสั งคมไทยสมัยอยุธยามีองค์ประกอบที่สำคัญ ดังต่อไปนี้
3. ขุนนาง คือ บุคคลรับราชการแผ่นดินสนองพระเดชพระคุณ
ขอ๑ง.พพรระมะมหหาากกษษััตตรริิยย์์ โดยขุนนางมีฐานะตั้งอยู่บนเกณฑ์ ๔
ปร๒ะก. าพรรไะดบ้แรมก่วศงักศาดินนุวางศย์ ศ ราชทินนาม และตำแหน่ง
๓. ขุนนาง
๔. ไพร่
๕. ทาส
๖. พระภิกษุสงฆ์
โครงสร้างทางสั งคมไทยสมัยอยุธยามีองค์ประกอบที่สำคัญ ดังต่อไปนี้
กขุนารนโ๑าปง.รจพดะรเมกะีศมลั้หกาฯาดิกนแษัาตต่ลงรดิตยั์ห้งลัจ่นากกัพนลระงมไปหตากามษัยตศริยที์่เไทด่้ารันบั้นและได้รับ
๒. พระบรมวงศานุวงศ์
๓. ขุนนาง
๔. ไพร่
๕. ทาส
๖. พระภิกษุสงฆ์
โครงสร้4า.งไทพาร่งคสืัองครมาษไทฎยรทสั้งมัหยลอายยุธทีย่ตา้อมีงอถงูกค์เปกรณะกฑ์อแบรทงี่งสาำนคัใญห้กัดบังทตา่งอไปนี้
ราชก๑า.รพทั้รงะใมนหยาากมษปัตกริตยิ์และในยามสงครามไพร่จะต้องสังกัด
มูลน๒าย. พถ้ราะไบม่รสัมงวกงัดศมาูนลุวนงาศ์ยจะมีความผิด
๓. ขุนนาง
๔. ไพร่
๕. ทาส
๖. พระภิกษุสงฆ์
โครงสร้าไงพทร่าแงบส่ังงอคอมกไเทป็ยนส๒มัยปอระยุเธภยทาตมาีอมงสัคง์ปกัดระกอบที่สำคัญ ดังต่อไปนี้
ได้แ๑ก่. ไพพรระ่หมลหวากงษแัตลระิยไ์พร่สม
๒. พระบรมวงศานุวงศ์
๓. ขุนนาง
๔. ไพร่
๕. ทาส
๖. พระภิกษุสงฆ์
แล้วไพร่หลวงกับไพร่สมต่าง
กัน
ยังไงหรอคะ
ไพร่หลวง หมายถึง ไพร่ที่สังกัดกรมกองต่างๆ เป็นไพร่ของ
พระมหากษัตริย์โดยตรง หน้าที่ของไพร่หลวงจะแตกต่างกัน
ไปตามหน้าที่ของกรมกองนั้นๆ
ไพร่หลวงมี ๒ ลักษณะ คือประเภทที่ต้องถูกเกณฑ์แรงงานมา
ทำงานตามที่ทางราชการกำหนด และประเภทที่ต้องส่งเงินหรือ
สิ่งของมาแทนการเกณฑ์แรงงาน ที่เรียกว่า ไพร่ส่วย
ส่วนไพร่สม หมายถึง ไพร่ที่พระมหากษัตริย์พระราชทานให้แก่เจ้านาย
และขุนนางที่มีตำแหน่งทางราชการเพื่อเป็นผลประโยชน์ตอบแทน
ไพร่สมจะตกเป็นของมูลนายเท่าที่มูลนายยังมีชีวิตอยู่ในตำแหน่ง
ราชการ
เมื่อมูลนายถึงแก่กรรมไพร่สมจะถูกโอนมาเป็นไพร่หลวง
นอกจากบุตรของมูลนายผู้นั้นจะยื่นคำร้องขอควบคุม
ไพร่สมต่อจากบิดา
ต่อมาเรามาดูระบบไพร่ในสมัยอยุธยากันนะจ๊ะ
ไพร่หลวง
ต้องถูกเกณฑ์แรงงานให้กับทางราชการ (เรียกว่าการเข้าเวร) เป็นเวลา ๑ เดือน
พักออกมาอยู่กับครอบครัว (เรียกว่า การออกเวร) เป็นเวลา ๑ เดือน
สลับกันไปตลอดปี รวมแล้วถูกเกณฑ์ไปใ
ช้แรงงานปีละ ๖ เดือน ฐานะของไพโดยทั่วไปจะ
มีศักดินาระหว่าง๑๐ - ๒๕ แล้วแต่ประเภทของไพร่
โครงสร้าง5ต.ทนทาเาองสงสัหงแมคต่ามกยไลทถัึบยงตสบุกมคัเยปค็อนลยทขุี่ธอมิยงไดาน้มมาีียอกจงรนคร์มปกสวริ่ทาะจกธิะ์อใไนดบ้แรทีัร่บสงกำงาคาัรญนไถแ่ตดลััวงะชใตีห่ว้อิพต้ไขปนอจนี้งาก
ควา๑ม. เพป็รนะทมหาสานกษาัยตมรีิยส์ิทธิซื้อขายทาสได้ ทาสมีศักดินา ๕ และถือเป็น
บุค๒ค.ลพที่รมีะฐบารนมะวตง่ศำตา้นอุวยงใศน์ สังคม
๓. ขุนนาง
๔. ไพร่
๕. ทาส
๖. พระภิกษุสงฆ์
โครงสร้าแงลทะาสุงดสัท้งาคยมพไทระยภสิกมษัุยสองยฆุ์ธคยือามบีุอคงคค์ลปทีร่สะืบกทออบดที่สำคัญ ดังต่อไปนี้
พระ๑พุ.ทพธรศะมาสหนากาซษึั่งตไรดิ้ย์รับการยกย่องและศรัทธาจาก
บุคค๒ล. ทพุกรชะบนรชัม้นวงศานุวงศ์
๓. ขุนนาง
๔. ไพร่
๕. ทาส
๖. พระภิกษุสงฆ์
โครงสร้างทใานงสสัังงคคมมอไยทุธยยสามตััย้งอแยตุ่ธพยราะมมีอหงากค์ษปัตระริกย์อจบนทถี่ึสงำไพคัรญ่แลดัะงทตา่อสไปนี้
สามารถจะบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ได้ดังนั้น สถาบันสงฆ์จึงมี
บ๑ท. บพารทะมสหำคาักญษัใตนรกิย์ารประสานระหว่างกลุ่มคนในสั่งคมไทยให้
ด๒ำ.รพงรอะยบู่รร่วมมวงกัศนาอนุยว่างงศ์สงบสุข
๓. ขุนนาง
๔. ไพร่
๕. ทาส
๖. พระภิกษุสงฆ์
โครงสร้างทใานงสสัังงคคมมอไยทุธยยสามตััย้งอแยตุ่ธพยราะมมีอหงากค์ษปัตระริกย์อจบนทถี่ึสงำไพคัรญ่แลดัะงทตา่อสไปนี้
สามารถจะบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ได้ดังนั้น สถาบันสงฆ์จึงมี
บ๑ท. บพารทะมสหำคาักญษัใตนรกิย์ารประสานระหว่างกลุ่มคนในสั่งคมไทยให้
ด๒ำ.รพงรอะยบู่รร่วมมวงกัศนาอนุยว่างงศ์สงบสุข
๓. ขุนนาง
๔. ไพร่
๕. ทาส
๖. พระภิกษุสงฆ์
วันนี้ตั้งใจเรียนกันดีมากค่ะ หมดเวลา
แล้วหัวหน้าบอกทำความเคารพ
นักเรียนทั้งหมดทำความเคารพ
ขอบคุณค่ะ/ครับ
คุณครู
สมาชิกในกลุ่ม
๑. ด.ช.กรประวีณ์ โรงอ่อน ม.2/11 เลขที่ 1
เลขที่ 13
๒. ด.ช.ธนโชติ โนรี
ม.2/11 เลขที่ 34
เลขที่ 38
๓. ด.ญ.ภัทรวดี กลิ่นฉ่ำ ม.2/11 เลขที่37
๔. ด.ญ.ศศินันท์ คำพา ม.2/11
๕.ด.ญ.วรัทญา เฟื่องสุขไพบูลย์ ม.2/11