วชิ า สังคมศึกษาพืน้ ฐาน
(สาระศาสนา) ส 21102
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2
พระธรรม
พระใหม่ คมฺภีรเมธี
ครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน
PhraMai BoumeE:Lecturer
ตวั ชวี้ ัด : อธิบายพทุ ธคุณและข้อธรรมสาคัญในกรอบอริยสัจ ๔ เหน็ คุณค่า
และนาไปพฒั นาแกป้ ัญหาของตนเองและครอบครัว (ส 1.1 ม. 1/5)
PhraMai BoumeE:Lecturer
PhraMai BoumeE:Lecturer
PhraMai BoumeE:Lecturer
พระไตรปิ ฎก ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ หลักธรรมทาง
พระพุทธศาสนา
๑ ในหลกั ธรรมทส่ี าคัญ (พระพุทธเจา้
๔๕ พรรษา)
ทกุ ข์ (ธรรมทีค่ วรรู)้ สมทุ ยั (ธรรมท่คี วรละ) นโิ รธ (ธรรมทค่ี วรบรรล-ุ สำเรจ็ ) มรรค (ธรรมทค่ี วรเจรญิ -ปฏิบตั )ิ
ความไม่สบายกาย เหตุแหง่ การ ความดับทกุ ข์ ข้อปฏบิ ัตทิ ี่
ไม่สบายใจ / ตัง้ เป้าหมายใหท้ ุกข์ นาไปสู่ความดับ
เกิดทกุ ข์ อัน
สภาพทท่ี นได้ยาก ทกุ ข์
ไดแ้ ก่ ตณั หา ๓ น้อยลงหรือดบั ไป
PhraMai BoumeE:Lecturer
ทุกข์ (ธรรมทค่ี วรรู)้ สมุทยั (ธรรมทีค่ วรละ) นิโรธ (ธรรมทีค่ วรบรรล-ุ สำเรจ็ ) มรรค (ธรรมทค่ี วรเจรญิ -ปฏบิ ตั )ิ
ควำมไมส่ บำยกำยไมส่ บำย เหตแุ หง่ กำรเกิดทกุ ข์ ควำมดบั ทกุ ข์ ตงั้ เป้ำหมำย ขอ้ ปฏบิ ตั ิท่ีนำไปสู่
ใจ / สภำพทีท่ นไดย้ ำก อนั ไดแ้ ก่ ตณั หำ ๓ ใหท้ กุ ขน์ อ้ ยลงหรอื ดบั ไป ควำมดบั ทกุ ข์
ขันธ์ ๕ หลักกรรม สุข ๒ ไตรสกิ ขา
ธาตุ ๔ อบายมุข ๖ คิหสิ ุข กรรมฐาน ๒
ไม่คบคนพาล ปธาน ๔
คบบัณฑติ โกศล ๓
บูชาผู้ควรบูชาPhraMai BoumeE:Lecturer มงคล ๓๘
ขันธ์ ๕ (เบญจขนั ธ์)
ส่วนท้งั ห้าอย่างทร่ี วมเข้าเป็ นชีวติ หรือ
กองแห่งรูปธรรม ๑ และนามธรรม ๔ รวมกนั บญั ญัตเิ ป็ นชีวติ
ทุกข์ *************
(ธรรม ๑. รูปขนั ธ์ รูป ร่างกาย พฤติกรรม
ทคี่ วรรู้) ๒. เวทนาขนั ธ์ การรับรู้ความรู้สึก สุข ทกุ ข์ เฉยๆ
๓. สัญญาขนั ธ์ ความกาหนดได้หมายรู้ (สี? ช่ือ? ฯลฯ)
๔. สังขารขนั ธ์ สภาพปรุงแต่งจติ ดี ช่ัว กลางๆ
๕. วญิ ญาณขนั ธ์ ความรู้อารมณ์ การเหน็ ได้ยนิ ฯ
PhraMai BoumeE:Lecturer
ทุกข์
(ธรรม
ทค่ี วรรู้)
PhraMai BoumeE:Lecturer
ทุกข์
(ธรรม
ทค่ี วรรู้)
PhraMai BoumeE:Lecturer
ธาตุ ๔
ส่วนประกอบของขนั ธ์ ๕ (ส่วนประกอบของชีวติ ) ทมี่ องเหน็ จับต้องได้
*************
ทุกข์ ๑. ปฐวธี าตุ แข็ง ธาตดุ นิ ผม ขน เลบ็ ฟัน
(ธรรม ๒. อาโปธาตุ เอิบอาบ ซมึ ซาบ ธาตนุ า้ เลอื ด เหงอ่ื
ทคี่ วรรู้) ๓. เตโชธาตุ ร้อน หนอง เสลด
ธาตุ
ไฟ อุณหภมู ิร่างกาย
ไฟย่อยอาหาร
๔. วาโยธาตุ เคลอ่ื นไหว ธาตุลม ลมหายใจ ลมทอ้ ง
PhraMai BoumeE:Lecturer
เพราะเหตุใด ขนั ธ์ ๕ และธาตุ ๔ จงึ จัดเป็ น
หลกั ธรรมที่เกย่ี วเนื่องในอริยสัจ : ทุกข์
ทุกข์ (ความไม่สบายกายไม่สบายใจ/สภาพที่ทนได้ยาก)
(ธรรม
ทคี่ วรรู้)
PhraMai BoumeE:Lecturer
เพราะขนั ธ์ ๕ และธาตุ ๔ เป็ นส่ิงทแ่ี ปรเปลยี่ น ไม่
ยงั่ ยืน หากยดึ มนั่ ไม่ปล่อยวางกท็ าให้เกดิ ทุกข์ เช่น
ทุกข์ “จดจาเร่ืองอดตี ทเ่ี ลวร้าย (สัญญาขนั ธ์) ทาให้เป็ นทกุ ข์”
(ธรรม “เห“็นรใ่นางสกิ่งาทยไ่ี เมป่ชลอย่ีบน(วแญิ ปญลงาณไปขนั แธก์)่ขทึน้ าให(ธ้เปา็ นตทุ)”กุ ข์”
ทค่ี วรรู้)
PhraMai BoumeE:Lecturer
สมุทยั หลกั กรรม
(ธรรมที่ กรรม แปลว่า การกระทาทปี่ ระกอบด้วยเจตนาต้งั ใจทา
ควรละ)
เราสามารถประกอบ กศุ ลกรรม กรรมดี - อกศุ ลกรรม กรรมช่ัว โดยทาง
๑. กายกรรม การทแ่ี สดงออกทางกาย
๒. วจกี รรม การทแี่ สดงออกทางวาจา
๓. มโนกรรม การที่แสดงออกทางใจ
PhraMai BoumeE:Lecturer
หลกั กรรม
กรรม แปลว่า การกระทาทปี่ ระกอบด้วยเจตนาต้งั ใจทา
เราสามารถประกอบ กศุ ลกรรม กรรมดี - อกศุ ลกรรม กรรมช่ัว โดยทาง
สมุทัย
(ธรรมท่ี
ควรละ)
PhraMai BoumeE:Lecturer
หลกั กรรม
กรรม แปลว่า การกระทาทปี่ ระกอบด้วยเจตนาต้งั ใจทา
เราสามารถประกอบ กศุ ลกรรม กรรมดี - อกศุ ลกรรม กรรมช่ัว โดยทาง
สมุทัย
(ธรรมท่ี
ควรละ)
PhraMai BoumeE:Lecturer
หลกั กรรม
กรรม แปลว่า การกระทาทปี่ ระกอบด้วยเจตนาต้งั ใจทา
เราสามารถประกอบ กศุ ลกรรม กรรมดี - อกศุ ลกรรม กรรมช่ัว โดยทาง
สมุทัย
(ธรรมท่ี
ควรละ)
PhraMai BoumeE:Lecturer
หลกั กรรม
กรรม แปลว่า การกระทาทปี่ ระกอบด้วยเจตนาต้งั ใจทา
เราสามารถประกอบ กศุ ลกรรม กรรมดี - อกศุ ลกรรม กรรมช่ัว โดยทาง
สมุทัย
(ธรรมท่ี
ควรละ)
PhraMai BoumeE:Lecturer
สมุทัย หลกั กรรม
(ธรรมที่ กรรม แปลว่า การกระทาท่ี
ควรละ)
ประกอบด้วยเจตนาต้งั ใจทา
เราสามารถประกอบ กศุ ลกรรม
กรรมดี - อกศุ ลกรรม กรรมช่ัว
โดยทาง
PhraMai BoumeE:Lecturer
อบายมุข ๖
อบายมุข ๖ : ๖ หนทางแห่งความพนิ าศ
สมุทัย
(ธรรมท่ี
ควรละ)
PhraMai BoumeE:Lecturer
อบายมุข ๖
อบายมุข ๖ : ๖ หนทางแห่งความพนิ าศ
สมุทัย
(ธรรมท่ี
ควรละ)
PhraMai BoumeE:Lecturer
อบายมุข ๖
อบายมุข ๖ : ๖ หนทางแห่งความพนิ าศ
สมุทัย
(ธรรมท่ี
ควรละ)
PhraMai BoumeE:Lecturer
อบายมุข ๖
อบายมุข ๖ : ๖ หนทางแห่งความพนิ าศ
สมุทัย
(ธรรมท่ี
ควรละ)
PhraMai BoumeE:Lecturer
อบายมุข ๖
อบายมุข ๖ : ๖ หนทางแห่งความพนิ าศ
สมุทัย
(ธรรมท่ี
ควรละ)
PhraMai BoumeE:Lecturer
อบายมุข ๖
อบายมุข ๖ : ๖ หนทางแห่งความพนิ าศ
สมุทัย
(ธรรมท่ี
ควรละ)
PhraMai BoumeE:Lecturer
สมุทยั
(ธรรมที่
ควรละ)
PhraMai BoumeE:Lecturer
เพราะเหตุใด หลกั กรรม และ อบายมุข ๖ จึง
จัดเป็ นหลกั ธรรมที่เกย่ี วเน่ืองในอริยสัจ : สมุทยั
สมุทัย (เหตุแห่งการเกดิ ทุกข์ )
(ธรรมที่
ควรละ)
PhraMai BoumeE:Lecturer
สมุทัย เพราะ หลกั กรรม (ชั่ว) และอบายมขุ ๖ เป็ นสาเหตขุ องการเกดิ ทกุ ข์ หาก
เราปฏิบตั สิ ิ่งช่ัวร้ายพวกนี้ ผลทไ่ี ด้รับคือความทกุ ข์น้ันเอง เช่น
(ธรรมที่
ควรละ) “ริลองบุหร่ีกญั ชา ส่งผลเสียให้กบั ร่างกาย (สมุทยั ) เกดิ โรคภยั จิตใจมคี วาม
ทกุ ข์”
“คบเพ่ือนชั่ว เพ่ือนแนะนาในสิ่งทชี่ ่ัว ไม่ประสบความสาเร็จในชีวติ ”
PhraMai BoumeE:Lecturer
นิโรธ ความสุขทางใจ
(ธรรมที่ (เจตสิกสุข)
ควร
บรรล)ุ ความสุขทางร่างกาย
(กายกิ สุข)
สุข ๒
(The Two kinds of Happiness)
PhraMai BoumeE:Lecturer
จงบอกคำเรยี กบคุ คลตอ่ ไปนี้
ก. บรรพชติ ข. บรรพชน
นักบวชในศาสนา : พระภกิ ษุ,สามเณร
ก. คฤหสั ถ์ ข. อริยชน
ผ้คู รองเรือน คนธรรมดา (ฆราวาส,ปุถุชน)
PhraMai BoumeE:Lecturer
สุขจากการมที รัพย์ คหิ ิสุข
(อัตถสิ ุข)
ความสุขของคฤหสั ถ์
นิโรธ สุขจากการใช้จ่ายทรัพย์อย่างเหมาะสม
(โภคสุข)
(ธรรมท่ี
ควร สุขจากการไม่เป็ นหนี้
บรรล)ุ (อนณสุข)
สุขจากการประกอบอาชีพสุขจริต ไม่มโี ทษ
(อนวัชชสุข)
PhraMai BoumeE:Lecturer
เพราะเหตุใด สุข ๒ และ คหิ ิสุข จึงจดั เป็ น
นิโรธ หลกั ธรรมที่เกย่ี วเน่ืองในอริยสัจ : นิโรธ
(ธรรมที่
ควร
บรรล)ุ
PhraMai BoumeE:Lecturer
เพราะ นิโรปธรหารมถานยถาใึงหก้เากรดิ ดขับึน้ ทใุกนขช์ ีวซติ ึ่งขเปอ็ นงเตปน้าหเมช่นายท่ีคฤหัสถ์
น“ิโมรธีความกงั วลจากการเป็ นหนี้ (ทุกข์) ซ่ึงสาเหตุมาจากความอยากซื้อ
(ธบครรสทวรริ่งรมลุกขท)ุขอ่ี์แงลร้วาคลาะแสพคมวงุทาจมัยงึ สแไุลขด้วจ้สาจรก้งึากงบากรรรรไรลมมุเ่มปทหี้าาหนงกมีใ้ หาายย้ไคโดดือ้ ย(กนกาิาโรรรยธไืมม) ่”เ(ปส็ นมหุทนัย)ี้ ตเ้อมง่ือมรีู้
PhraMai BoumeE:Lecturer
นโิ รธ มรรค
เปำ้ หมำย
PhraMai BoumeE:Lecturer
ไตรสิกขา กรรมฐาน ปธาน ๔
(สิกขา ๓) ๒
มรรค
หน้าที่ : ธรรมทคี่ วรเจริญ-ปฏบิ ัติ
ความหมาย : แนวทางแห่งการปฏบิ ตั ิ ๘ ประการ
สมั มาทฏิ ฐิ สัมมาสงั กปั ปะ สมั มาวาจา สมั มากัมมนั ตะ
เหน็ ชอบ ดารชิ อบ เจรจาชอบ กระทาชอบ
สัมมาวายามะ สัมมาอาชีวะ สัมมาสติ สมั มาสมาธิ
เพียรพยายามชอบ การเลีย้ งชพี ชอบ ความระลกึ ชอบ ความตงั้ ใจม่ันชอบ
มงคล ๓๘ โกศล ๓
PhraMai BoumeE:Lecturer
ไตรสิกขา (สิกขา ๓) กรรมฐาน ๒ ปธาน ๔
ศีล สมาธิ ปัญญา สมถกรรมฐาน สังวรปธาน
วิปัสสนากรรมฐาน ปหานปธาน
มงคล ๓๘ (มงคลที่ ๑-๓) ภาวนาปธาน
มรรค อนุรักขปธาน
๑. ไม่คบคนพาล
๒. คบบัณฑติ (ธรรมทคี่ วรเจริญ-ปฏบิ ตั )ิ
๓. บูชาผู้ควรบูชา
PhraMai BoumeE:Lecturer โกศล ๓
อายโกศล อปายโกศล
อุปายโกศล
ไตรสิกขา (สิกขา ๓) ข้อปฏิบัตเิ พอ่ื ใช้ฝึ กอบรมกาย วาจา ใจ ให้บรรลุ “พระนิพพาน”
ศีล สมาธิ ปัญญา
มรรค
(ธรรมทคี่ วรเจริญ-ปฏบิ ตั )ิ
ข้อปฏบิ ัตสิ าหรับฝึ กอบรมความประพฤติ
ข้อปฏิบัตสิ าหรับฝึ กอบรมจติ
ข้อปฏิบัตสิ าหรับฝึ กอบรมความรู้ให้เกิดปัญญา
PhraMai BoumeE:Lecturer
การฝึ กอบรมจติ ใหเ้ กดิ กรรมฐาน ๒ ฐานทต่ี งั้ การทางาน
ความสงบ เป็ นวิธีฝึ กอบรมจิต
สมถกรรมฐาน
การฝึ กอบรมจติ ให้เกิด วิปัสสนากรรมฐาน
ความรู้แจ้ง (ปัญญา)
มรรค
(ธรรมทค่ี วรเจริญ-ปฏิบตั )ิ
PhraMai BoumeE:Lecturer
ความเพยี รทถ่ี กู ต้อง ปธาน ๔
มรรค สังวรปธาน
ปหานปธาน
(ธรรมทค่ี วรเจริญ-ปฏิบตั )ิ ภาวนาปธาน
เพยี รระวังไม่ใหท้ าความช่ัว อนุรักขปธาน
เพยี รละ เลิกกระทาสิ่งทไี่ ม่ดี
เพยี รสร้างหรอื ทาความดี
เพยี รรักษาความดที ที่ าPhไraวM้แai Bลou้วmใeEห:Le้เctพureม่ิ r พูนมากขนึ้
มรรค ความฉลาด
ความเชี่ยวชาญ
(ธรรมทคี่ วรเจริญ-ปฏบิ ตั )ิ
โกศล ๓
ความฉลาดในเรือ่ งความเจรญิ
ความฉลาดในเร่ืองความเสอื่ ม อายโกศล
ความฉลาดในเร่อื งอุบาย อปายโกศล
PhraMai BoumeE:Lecturer
อุปายโกศล
มงคล หมายถงึ มรรค
ธรรมอันนามา
ซ่ึงความสุข (ธรรมทค่ี วรเจริญ-ปฏบิ ตั )ิ
ความเจริญ
มงคล ๓๘ (มงคลที่ ๑-๓)
๑. ไม่คบคนพาล ไม่คบ สมาคมคนทคี่ ิดช่ัว พูดช่ัว ทาช่ัว ซึง่ จะชักจูงเราไปทางเสอ่ื มเสยี
๒. คบบัณฑติ คบหาสมาคนกับคนทคี่ ิดดี พูดดี ทาดี ซ่งึ จะชักจูงเราไปทางทเ่ี จริญ
๓. บูชาผู้ควรบูชา
ใหค้ วามนับถPhอื raบMaูชi BาoumกeับE:Lศecาtuสrerดา บดิ ามารดา ครู อุปัชฌาย์ อาจารย์ บณั ฑิต
ไตรสิกขา (สิกขา ๓) กรรมฐาน ๒ ปธาน ๔
ศีล สมาธิ ปัญญา สมถกรรมฐาน สังวรปธาน
วิปัสสนากรรมฐาน ปหานปธาน
มงคล ๓๘ (มงคลที่ ๑-๓) ภาวนาปธาน
มรรค อนุรักขปธาน
๑. ไม่คบคนพาล
๒. คบบัณฑติ (ธรรมทคี่ วรเจริญ-ปฏบิ ตั )ิ
๓. บูชาผู้ควรบูชา
PhraMai BoumeE:Lecturer โกศล ๓
อายโกศล อปายโกศล
อุปายโกศล
ไตรกสาิรกฝขึ กาอ(บสริกมขจาิตใ๓ห)เ้ กดิ กรรมฐาน ๒ ปธาน ๔
ข้อปฏิบสคัตมวเิ ถพากมอ่ื รเใพรชมยี้ฝฐึรกาทอนถ่ี บกู รตมอ้ กงาย
ความสงบ เพยี รรวะปิ วัสังสไมน่ใาหก้ทรราคมวฐาามนช่ัว วาจา ใจฐใาหนบ้ ทสรต่ีังรวัง้ลกรุ ป“าพรธรทาะนานงาิพนพาน”
เป็ นปวิธหีฝาึ กนอปบธรามนจติ
ศีล สมาธิ ปัญญา
การฝึ กอบรมจติ ใหเ้ กิด
ความรู้แจ้ง (ปัญญา) เพยี รละ เลกิ กระทาสงิ่ ทไี่ ม่ดี ความภเาชวย่ี นวาชปาธญาน
มรรค ความฉลาด
เพยี (รธสรรรม้าทงค่ีหวรรือเจทริญาค-ปวฏาบิมตั ด)ิ ี
อนุรักขปธาน
ข้อปฏิบัตสิ าหรับฝึ กอบรมความประพฤติ ความฉลาดในเร่ืองความเสือ่ ม
มงคล ๑๓.๘ไม่ค(มบงคคนขลพ้อทาปล่ี ๑ฏ-บิ ๓ัตค)สิ วไาเมาหพม่ครยี ฉบั รลฝรสึาักกมดษอเาใพบาคนคม่ิรมมเวมรพงคา่ือจคนู นมงิตลมทคดาหวคี่ที กาดิมท่ี ขมชานึ้เย่ัวไจวถรพ้แงึิญูดลธว้ชรใ่ัวรหมท้ อาันช่ัวนาซมึง่ าจซะ่ึงชโคกักวศจาูงลมเรส๓าุขไคปวทาามงเเจสร่ือิญมเสีย
๒. คบบัณฑติ ข้อปคฏบบิ หัตาสิ สามหารคับนฝึกกับอคบนรทมคค่ี ิดวาดมี พรู้ใดู หด้เีกทอิดาาปดยัญโี ซกญงึ่ศจลาะชักจูงเราอไปปาทยาโงกทศเี่ ลจรญิ
๓. บูชาผู้ควรบูชา ควใาหม้คฉวาลมานดับใถนอื เบรอืู่ชางอกุบับศายาสดา บดิ ามารดา ครูออุปุปัาชยฌโากยศ์ อลาจารย์ บณั ฑติ
PhraMai BoumeE:Lecturer