การรอบรู้บริบท การเปลี่ยนแปลงของสังคม ทั้งภายใน และภายนอกประเทศ ที่ส่งผลกระทบต่อการศึกษา
คำ นำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ E-book เล่มนี้จัดทำ ขึ้นเพื่อ ประกอบการเรียนรานวิชา คุณธรรม จริยธรรม และจิตวิญญาณ ความเป็นครู รหัส PC62501 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 เนื้อหาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เล่มนี้ประกอบ ด้วย ความสำ คัญของการศึกษา ความหมายของบริบททาง สังคม ความหมายของการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การจัดการ ศึกษาของไทย การเปรียบเทียบการศึกษาของประเทศไทย กับประเทศอาเซียน (ประเทศสิงคโปร์) การเปรียบเทียบการ ศึกษาของประเทศไทยกับประเทศฟินแลนด์ การเปลี่ยนแปลง ทางสังคมที่ส่งผลกระทบต่อการศึกษา 20 มกราคม 2566 ก
สารบัญ เรื่อง หน้า คำ นำ ก สารบัญ ข บทที่ 6 การรอบรู้บริบทการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทั้งภายในและภายนอก ประเทศ ที่ส่งผลกระทบต่อการศึกษา 1 ความสำ คัญของการศึกษา 1 ความหมายของบริบททางสังคม 5 ความหมายของการเปลี่ยนแปลงทางสังคม 7 การจัดการศึกษาของไทย 8 การเปรียบเทียบการศึกษาของประเทศไทยกับประเทศ 11 อาเซียน (ประเทศสิงคโปร์) การเปรียบเทียบการศึกษาของประเทศไทยกับประเทศฟินแลนด์ 14 การเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ส่งผลกระทบต่อการศึกษา 19 บทสรุป 25 คำ ถามทบทวน 27 ข
การรอบรู้บริบทการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทั้งภายใน และภายนอกประเทศ ที่ส่งผลกระทบต่อการศึกษา ความสำ คัญของการศึกษา มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ที่มีความแตกต่างจากสัตว์ทั้งหลาย ตรงที่ รู้จักคิด และสามารถใช้ความคิด ทำ ให้เกิดกระบวนการเรียนรู้โดยอาศัย การศึกษาทางตรง (Direct education) เช่น การเลียนแบบธรรมชาติ การสังเกตปรากฏการณ์ต่างๆทางธรรมชาติ ตลอดจนพฤติกรรมของ มนุษย์และสัตว์ ที่เกิดขึ้นในสังคมและสิ่งแวดล้อมรอบตัว แล้วนำ มาเก็บ รวบรวมไว้เป็นข้อมูลทำ สถิติและการวิเคราะห์ สิ่งใดที่มีลักษณะที่ดี มี ความเหมาะสม จะนำ ข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ปฏิบัติจนเป็นรูปแบบของ ประเพณี วัฒนธรรม ค่านิยม สิ่งใดที่เห็นว่าไม่เหมาะสม ก็พยายามหา ทางปรับเปลี่ยน มนุษย์มีความฉลาด มีการเรียนรู้ สามารถทำ ความเข้าใจในองค์ ประกอบต่างๆ ของชีวิต และสภาพแวดล้อมอื่นๆ แต่เนื่องเพราะ มนุษย์ เป็นสัตว์ที่ชอบคิดอยู่เสมอ และพยายามถ่ายทอดความคิดของตนต่อ สังคม ทำ ให้ไม่มีการหยุดนิ่งในเรื่องการแสวงหาความรู้ เนื้อหาของ ความรู้จึงมีการปรับเปลี่ยน และจัดขอบเขตของความรู้ให้เกิดใหม่อยู่ เสมอ
กล่าวโดยสรุปแล้ว การศึกษานับว่ามีส่วนสัมพันธ์กับมนุษย์ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะความสำ คัญของการศึกษา ทำ ให้มนุษย์มี ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น การได้รับความรู้จากการศึกษายัง สามารถ ตอบสนองทางด้านจิตใจ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนประกอบที่สำ คัญ ที่ จะทำ ให้มนุษย์ดำ รงชีวิตอยู่ได้ การทำ ความดี มีจริยธรรม มีคุณธรรม มี สุนทรีย์ ฯลฯ การฝึกทำ ให้จิตใจเบิกบาน อารมณ์ดี คิดดี การค้นหาชีวิต ที่แท้ของสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะมนุษย์เราเอง รู้ถึงการเกิด การตาย อัน เป็นสัจธรรมของชีวิตทุกชีวิต ทำ ให้การแก่งแย่ง ดิ้นรนชิงดีชิงเด่นลด น้อย ตรง มีความเห็นอกเห็นใจ ให้ความสงสารแก่ชีวิตที่ด้อยโอกาส หรืออ่อนแอกว่า สามารถเก็บความเป็นเดรัจฉานเอาไว้ได้ สามารถสร้าง สิ่งที่มีคุณค่า และหาความสงบสุขให้กับชีวิต ฉะนั้น การศึกษาหาความรู้ ที่เป็นแก่นแท้นั้น ย่อมสร้างคุณประโยชน์ โดยเฉพาะ สามารถทำ ให้ มนุษย์ได้รับการพัฒนาการดำ รงชีวิตที่ดี ที่เหมาะสมตามความพอใจของ แต่ละบุคคล นอกจากนี้ ภิญโญ สาธร (2526 : 11-14) ยังได้อธิบายถึงความ สำ คัญของการจัดการศึกษา ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้ 1. การศึกษา คือ วัฒนธรรมหรือกระบวนการเสริมความสุขให้แก่ชีวิต การศึกษาไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ แม้ว่ามนุษย์จะเรียนรู้จากสิ่ง แวดล้อมรอบตัวอยู่ตลอดเวลา และรู้จักการนำ ความรู้ที่ได้จากสิ่งแวดล้อม มาดัดแปลงให้เป็นประโยชน์แก่การดำ รงชีวิตก็ตาม การเรียนรู้ดังกล่าว ถ้าไม่มีการสั่งสอนถ่ายทอดให้แก่ผู้อื่น เราไม่ถือว่าเป็นการศึกษา คง เป็นเพียงการเรียนรู้อย่างหนึ่งเท่านั้น 2
2. การศึกษา คือ กระบวนการสั่งสอน ฝึกอบรม หรือการถ่ายทอดความ รู้ความชำ นาญ การปลูกฝังนิสัย ทัศนคติ และความรู้สึกนึกคิด ที่รวม เรียกว่าประสบการณ์ ทั้งในเรื่องวัตถุธรรมและจิตใจ ที่มนุษย์จัดให้ แก่มนุษย์ด้วยกัน 3. การศึกษา คือ ตัวเร่งอันสำ คัญที่ทำ ให้มนุษย์ทุกสังคมมีความเจริญ มีการพัฒนา ชิรวัฒน์ นิจเนตร (2531 : 24-26) ได้สรุปถึงความสำ คัญของการ ศึกษาสอดคล้องกันว่า การศึกษา คือ กระบวนการทุกชนิดที่ช่วย ปรับปรุงหรือพัฒนาบุคคลทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ นิสัยใจคอ และ คุณสมบัติอื่นๆ ที่ยังประโยชน์ให้แก่ปัจเจกบุคคลและสังคมโดยส่วน รวม พร้อมทั้งได้กล่าวเพิ่มเติมถึงความสำ คัญของการศึกษาในสังคม ปัจจุบันว่า ควรมีเป้าหมายที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาบุคคล และสังคมในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และ วัฒนธรรม Bent และ Kronenberg (อ้างอิงจาก วนิดา สิทธิรณฤทธิ์ 2522 : 5-6) ได้ชี้ให้เห็นว่าประเทศที่ล้าหลังทางเศรษฐกิจ มีผลเนื่องจาก ความง่วงเขาเบาปัญญา เพราะว่าพลเมืองที่มีพื้นฐานการศึกษาใน ระดับต่ำ ซึ่งทำ ให้มวลรวมของผลผลิตและรายได้ของประเทศต่ำ และ ในทางตรงกันข้าม ภาพพลเมืองของประเทศได้รับการศึกษาดี จะมีผล ต่อผลิตผลและรายได้ของประเทศสูงขึ้น 3
ความสามารถในการที่จะเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ คือ สามารถอยู่ในสังคมได้เป็นอย่างดี และดำ เนินชีวิตให้เป็น ประโยชน์ต่อสังคม ความสามารถที่จะประกอบอาชีพสุจริตตามความถนัด และความ ชำ นาญที่ตนได้ศึกษามา เพื่อการดำ รงชีวิตของตนและครอบครัว ไม่ต้องเป็นภาระต่อสังคมที่ตนอยู่ วนิดา สิทธิรณฤทธิ์ (2522 : 6-7) ได้สรุปถึงความสำ คัญของการ ศึกษาเพิ่มเติมว่า การศึกษาเป็นสิ่งจำ เป็นอย่างยิ่งสำ หรับประชาชน พลเมืองของประเทศนั้นๆ เพราะจะช่วยให้ประเทศเจริญก้าวหน้าได้ อย่างรวดเร็ว มีเสถียรภาพมั่นคง มีระดับการดำ รงชีวิตสูงขึ้น นอกจาก นั้น การศึกษาจะต้องส่งเสริมให้พลเมืองมีความสามารถเพิ่มขึ้นอีก 2 ประการ คือ 1. 2. กล่าวโดยสรุป ความสำ คัญของการศึกษา คือ ทำ ให้มนุษย์ สามารถใช้ความรู้ ความคิด ที่จะนำ มาพัฒนาตนเองและสังคม ให้มี ความเจริญก้าวหน้าเหมาะสมกับเวลา การปรับเปลี่ยนและการ เคลื่อนไหวของสังคม รู้จักการใช้และการบำ รุงรักษา ตลอดจนการจัด ระบบของทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างดียิ่ง เพื่อการสืบต่อเผ่าพันธุ์ของ มนุษยชาติได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด 4
ความหมายของบริบททางสังคม บริบทของ มีต้นกำ เนิดใน คำ ภาษาละตินอธิบายถึง ช่องว่างหรือ สภาพแวดล้อมที่สามารถเป็นได้ทั้งทางกายภาพและเชิงสัญลักษณ์ ที่ ทำ หน้าที่เป็นกรอบในการพูดถึงหรือเข้าใจเหตุการณ์ บริบทถูกสร้าง ขึ้นตามชุดของสถานการณ์ที่ช่วยให้เข้าใจข้อความ สถานการณ์เหล่านี้ อาจเป็นรูปธรรมหรือนามธรรม ในทางกลับกันสังคมเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องหรือชี้ไปที่สังคม แนวคิดนี้ (สังคม) ครอบคลุมกลุ่มบุคคลที่แบ่งปัน วัฒนธรรม และมีปฏิสัมพันธ์ ซึ่งกันและกันเพื่อสร้าง ชุมชน คำ จำ กัดความเหล่านี้ทำ ให้เราเข้าใจ ความคิดของบริบททางสังคมซึ่งครอบคลุมปัจจัยทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจประวัติศาสตร์ และอื่นๆทั้งหมด ที่เป็นส่วนหนึ่งของตัวตน และความเป็นจริงของ บุคคล มนุษย์เป็นสิ่งที่มี ลักษณะทางสังคม ที่มีการพัฒนาขึ้นอยู่กับการ เชื่อมโยงที่สร้างขึ้นกับสภาพแวดล้อมของมัน ซึ่งหมายความว่า ผู้คน เป็นคนที่สร้าง บริบททางสังคม แต่ในขณะเดียวกันบริบทนี้มีผลต่อ ความเป็นจริงของพวกเขา ยกตัวอย่าง เช่น ผู้หญิงสองคนที่เกิดใน รีโอเดจาเนโร หนึ่งใน นั้นอาศัยอยู่ในละแวกชั้นสูง มีการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่ดีที่สุด ในพื้นที่ ได้เข้าร่วมชั้นเรียนที่โรงเรียนเอกชนและได้รับการเลี้ยงดู จากพ่อแม่ของเธอ แต่เด็กหญิงตัวเล็กๆ อีกคนหนึ่งถูกพ่อของเธอทอด ทิ้ง เธอได้ใช้เวลาไปกับการทำ งานที่ favela และต้องทำ งานแทนที่ เธอจะเรียนหนังสือ 5
สถานการณ์ทั้งหมดเหล่านี้ (สภาพที่อยู่อาศัยความเป็นไปได้ของ การเข้าถึงการศึกษา ฯลฯ) ก่อให้เกิดบริบททางสังคมที่เด็กผู้หญิงใน คดีดังกล่าวเติบโตขึ้น บริบทเหล่านี้เป็นตัวกำ หนดปัจจุบันและอนาคต ของพวกเขา : ผู้หญิงจาก favela เนื่องจากเธอไม่ได้รับการฝึกอบรม ทางวิชาการขั้นพื้นฐาน จะมีปัญหาอย่างมากในการหางาน ดังนั้น จึง เป็นไปได้ว่าเมื่อคุณกลายเป็นผู้หญิงและมีลูกและคุณอาจทำ เช่นนั้น พวกเขาต้องผ่านประสบการณ์ที่คล้ายกับประสบการณ์ที่เธอได้รับ โดยสรุปแล้ว สิ่งนี้นำ เราไปสู่ผลกระทบที่บริบททางสังคมมีต่อ การพัฒนา ของเราและต่อความยากลำ บากอันยิ่งใหญ่ในการเรียนรู้ บางสิ่ง ที่ถูกเผาในสมองของเราตั้งแต่วัยเด็ก ในสถานการณ์ที่รุนแรง น้อยกว่าที่กล่าวไว้ ประสบการณ์และความคิด ที่ล้อมรอบเราในระหว่าง การเลี้ยงดู สภาพบุคลิกภาพของเราในลักษณะเดียวกัน และนำ เราไป สู่ทัศนคติที่มักจะขัดต่อเจตจำ นงของเรา 6
ความหมายของการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ความหมายของการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ได้มีนักสังคมวิทยา ให้ความหมายไว้มากมาย ในที่นี้ขอยกมากล่าวเพียงบางส่วน ดังนี้ พจนานุกรมศัพท์สังคมวิทยา ฉบับราชบัณฑิตยสถาน (2532 : 237) ได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมว่า การที่ระบบ สังคม กระบวนการ แบบอย่างหรือรูปแบบทางสังคม เช่น ขนบธรรมเนียมประเพณี ระบบครอบครัว ระบบการปกครอง ได้ เปลี่ยนแปลงไปไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ตาม การเปลี่ยนแปลงทางสังคม นี้อาจจะเป็นไปได้ในทางก้าวหน้าหรือถดถอย เป็นไปอย่างถาวรหรือ ชั่วคราว โดยวางแผนให้เป็นไปหรือเป็นไปเอง และที่เป็นประโยชน์ หรือให้โทษก็ได้ทั้งสิ้น กล่าวสรุป การเปลี่ยนแปลงทางสังคมนั้น จะขึ้นอยู่กับสมาชิกใน สังคม ประเพณี วัฒนธรรม ค่านิยม และการเมืองการปกครอง หากสิ่ง เหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลง ก็จะทำ ให้สังคม และโครงสร้างทางสังคม นั้นมีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน 7
การจัดการศึกษาของไทย “ นอกจากการศึกษาจะสอนให้คนเก่งแล้ว จำ เป็นอย่างยิ่งที่จะ อบรมให้ดีพร้อมกันไปด้วย ประเทศเราจึงควรจะได้คนที่มีคุณภาพ คือ ทั้งเก่ง ทั้งดี มาเป็นกำ ลังของบ้านเมือง ในความเก่ง เป็นปัจจัยและ พลังสำ หรับสร้างสรรค์ และให้ความดีเป็นปัจจัยเพื่อประกับประคอง หนุนนำ ความเก่ง ให้เป็นไปในทางที่ถูกที่อำ นวยผลประโยชน์อันพึง ประสงค์ ” อย่างไรก็ตาม แนวทางการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมไทยใน อนาคตที่สำ คัญมี 4 มิติ ดังนี้ มิติที่ 1 สังคมแห่งปัญญาชน (Intellectual society) ต้องส่งเสริม ให้มีความรู้และการเรียนรู้ที่เหมาะสม ซึ่งอาจารย์ในสถาบัน อุดมศึกษาควรเป็นผู้นำ ทางความคิด เพราะอยู่ในสถานภาพทางสังคม ที่สูง สามารถคิดแก้ปัญหาสังคมได้มากกว่า มิติที่ 2 สังคมวิทยาศาสตร์ (Scientific society) การพัฒนา ประเทศให้เจริญก้าวหน้าตามตะวันตกนั้น ต้องอาศัยความรู้ด้าน วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อช่วยให้การดำ เนินชีวิตของมนุษย์มี ความสะดวกสบาย มิติที่ 3 สังคมแห่งความเป็นพลเมืองดี (Civil society) การปฏิบัติ ตามกฎหมาย และกระบวนการกฎหมาย เพื่อให้พลเมืองมีจิต สาธารณะ มีความเอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ และสามารถช่วยเหลือ ตนเองหรือกลุ่มในการปกป้องผลประโยชน์ของ 8
มิติที่ 4 สังคมแห่งนักบุกเบิกทางเศรษฐกิจ และการจัดการ (Entrepreneurial society) เดิมสังคมไทยยึดติดกับจิตวิญญาณ มากกว่าวัตถุนิยม ทำ ให้สังคมไม่เคลื่อนไหวกลับหยุดนิ่งอยู่กับที่ ไม่มี การเสี่ยง ซึ่งแตกต่างสังคมตะวันตกที่มีผุ้บุกเบิกทางเศรษฐกิจ และ การจัดการ ดังนั้น ในปัจจุบัน และอนาคตสังคมไทยได้รับอารยธรรม ตะวันตกมากขึ้นจึงก้าวไปสู่สังคมแห่งนักบุกเบิกทางเศรษฐกิจ และการ จัดการ (วิชัย ตันศิริ, 2539 : 143-146) จากแนวคิดดังกล่าวจะเห็นได้ว่า กระบวนการจัดการศึกษาต้อง บูรณาการเป็นองค์รวมแห่งการเรียนรู้ที่มีวงจรสอดคล้องกันดังภาพที่ 1 ภาพประกอบที่ 1 องค์รวมของชีวิต ที่มา : สำ นักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, 2545 : 5 9
จะเห็นว่าการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพนั้น ต้องนำ แนวโน้มการ เปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ดังกล่าว มาเป็นกรอบการพัฒนาคน เพื่อ ให้การพัฒนาคนบรรลุผลสำ เร็จดัง วัตถุประสงค์ 3 ข้อ 11 แนวนโยบาย สรุปได้ดังภาพที่ 2 ภาพประกอบที่ 2 กรอบการพัฒนาการศึกษา พ.ศ. 2545-2559 ที่มา : สำ นักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, 2545 : 2 สรุปได้ว่า การจัดการศึกษาของไทยมีการปรับปรุงให้ทันสมัยโดย ยึดโยงกับการเมือง เพื่อพัฒนาคนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ ดังนั้น หากการเมืองมีความมั่นคง และผู้ ที่ทำ หน้าที่ในการบริหารประเทศมีความรู้ ความสามารถ มีวิสัยทัศน์ใน การนำ พาประเทศ และมีความซื่อสัตย์ในหน้าที่ ย่อมส่งผลให้การจัดการ ศึกษาของประเทศมีความเข้มแข็งเช่นเดียวกัน 10
การเปรียบเทียบการศึกษาของประเทศไทยกับประเทศอาเซียน (ประเทศสิงคโปร์) การจัดระบบการศึกษาสิงคโปร์ จุดมุ่งหมายทางการศึกษาในระบบโรงเรียนของสิงคโปร์เพื่อ พัฒนาเยาวชนให้มีทักษะความรู้ ความสามารถเพื่อการดำ รงชีพ มี คุณธรรม จริยธรรม มีความรับผิดชอบ และเป็นพลเมืองดีของชาติ กระบวนการพัฒนาการศึกษามุ่งให้เด็กแต่ละคนสามารถพัฒนา ศักยภาพให้ได้สูงสุด การศึกษาของสิงคโปร์ กำ หนดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 10 ปี เป็นการศึกษาภาคบังคับ เพื่อให้เด็กทุกคนต้องอยู่ในระบบโรงเรียน อย่างต่ำ 10 ปี ก่อนออกไปสู่การทำ งานกล่าวคือ ประถมศึกษา 6 ปี และมัธยมศึกษา 4 ปี โดยเด็กต้องเข้าเรียนเมื่ออายุ 6 ปี ผู้ที่จะเข้า ศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย จะต้องศึกษาขั้นเตรียมมหาวิทยาลัยอีก 2 ปี การศึกษาภาคบังคับของสิงคโปร์ จะต้องเรียนรู้ 2 ภาษา ควบคู่ กันไป ได้แก่ ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาหลัก และเลือกเรียนภาษาแม่ (Mother Tongue) อีก 1 ภาษา คือ จีน (แมนดาริน) มาเลย์ หรือ ทมิฬ (อินเดีย) 11
ตารางที่ 1 แสดงการเปรียบเทียบการศึกษาของประเทศไทยกับ ประเทศสิงคโปร์ 12
ดังนั้น ประเทศสิงคโปร์ได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศหนึ่งที่มี ระบบที่มีคุณภาพ และเป็นศูนย์กลางทางการศึกษา การบริหารจัดการ ทางการศึกษาโรงเรียนทุกระดับมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับโดยเฉพาะ การศึกษาปฐมวัยที่ประเทศสิงคโปร์ให้ความสำ คัญเป็นพิเศษ มีรูป แบบการพัฒนาครูที่ดี และมีการบริหารจัดการสภาพแวดล้อม หลักสูตร สื่อการเรียนอย่างเหมาะสมยิ่ง จนถือว่าเป็นศูนย์เด็กเล็กต้นแบบกรม ส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเล็งเห็นความสำ คัญ ในการพัฒนาเด็ก ปฐมวัย โดยเน้นการจดั ระบบศูนย์การศึกษาที่ดี เอื้ออานวย การ อบรมพัฒนาเด็ก อีกทง้ั มีโครงการพัฒนาครูผู้ดููแลเด็กเล็กอย่างต่อ เนื่อง โดยเฉพาะการส่งเสริมประสบการณ์เรียนรู้ให้แกผู้ดูแลเด็กให้ รอบรู้ทั้งวิธีการทำ งาน วิธีคิดสู่การปฏิบัติอย่างมีคุณภาพ จึงเห็นควรจัด โครงการอบรม และศึกษาดูงานการจัดการศึกษาปฐมวัย สำ หรับผู้ดูแล เด็ก ณ ประเทศสิงคโปร์ขึ้น เพื่อประโยชน์ต่อผู้ดูแลเด็กต่อ ไป สิงคโปร์ประกอบด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้คุณธรรม จริยธรรมระดับ รัฐบาล และโครงการส่ง เสริมการเรียนรู้คุณธรรม จริยธรรม 13
การเปรียบเทียบการศึกษาของประเทศไทยกับประเทศฟินแลนด์ บริบทของประเทศฟินแลนด์ ระบบการศึกษาของฟินแลนด์ ฟินแลนด์ให้ความสำ คัญกับความเสมอภาค โดยไม่เก็บค่าเล่า เรียนจัดการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี ตั้งแต่อายุ 7-16 ปี โรงเรียนทุก แห่งจะบริการอาหารกลางวันฟรี การเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายไม่ บังคับ มีการจัดเตรียมอุดมศึกษาในสายสามัญ และอาชีวศึกษา และ ในระดับอุดมศึกษาจะมีมหาวิทยาลัย และวิทยาลัยอาชีวศึกษาขั้นสูง เป็นประเทศที่มีผลการทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาขององค์การ เพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และการพัฒนา (OECD - PISA) สูง และเวิล์ดอีโคโนมิกฟอรัมจัดอันดับการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้เป็น อันดับ 1 ของโลก ประชากรที่อายุเกิน 15 ปี อ่านออกเขียนได้ 100 เปอร์เซ็นต์ และจำ นวนผู้เรียนการศึกษานอกระบบ และตามอัธยาศัยมี จำ นวน 1.5 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 45 ของประชากรฟินแลนด์ เน้น (1) การดูแลหลักสูตรโดยส่วนกลาง (2) การศึกษาภาคบังคับ แบบให้เปล่า (3) การศึกษาเป็นรายบุคคล (4) การควบคุมมาตรฐาน การผลิต และพัฒนาครู (5) การควบคุมมาตรฐานที่เข้มข้น และ (6) การศึกษาตลอดชีวิต 14
ปัจจัยความสำ เร็จของการศึกษาฟินแลนด์ ฟินแลนด์มีนโยบายระดับชาติในการสร้างสังคมฐานเศรษฐกิจ ความรู้ระบบการศึกษาที่บูรณาการอย่างลงตัวการทำ งานระหว่างส่วน ราชการในส่วนกลาง และท้องถิ่นการส่งเสริมกิจกรรมนักเรียนตั้งแต่ ปฐมวัย และเน้นการผลิตครูที่มีศักยภาพโดยครูต้องจบการศึกษา ศึกษาศาสตร์อย่างน้อยในระดับปริญญาโท ฟินแลนด์เน้นคุณลักษณะของคน 6 ประการ คือ 1) การให้ความสำ คัญกับการศึกษา 2) ความเสมอภาคเท่าเทียม 3) ความมีระเบียบวินัยสูง 4) ความตรงไปตรงมา และซื่อสัตย์ 5) ความเป็นผู้มีวัฒนธรรม และรกในความเป็นชาติของตน 6) การเป็นผู้มีทักษะในการทางานสูง บริบทของประเทศไทย ระบบการศึกษาของประเทศไทย ประเทศไทยให้ความสำ คัญกับลดความเหลื่อมล้า และสร้างความ เสมอภาค โดยจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานแบบให้เปล่าเป็นเวลา 12 ปี จัดการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี ตั้งแต่อายุ 7–15 ปีการเรียนมัธยมศึกษา ตอนปลายไม่บังคับ เป็นประเทศที่มีผลการทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการ ศึกษาขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD - PISA) ต่ำ กว่าค่าเฉลี่ย 15
และสภาเศรษฐกิจโลกจัดให้คุณภาพการศึกษาของไทยเป็นอันดับที่ 8 ของประเทศอาเซียนที่พิจารณา ประเทศไทยกำ หนดวิสัยทัศน์ของประเทศไว้ ดังนี้ “ มั่นคงมั่งคั่งยั่งยืน ” รวมทั้งคำ นึงถึง 3 เสาหลักอาเซียนโดย ให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมประชาชนมีความอยู่ดีกินดี ร่วมกันสร้างสถาบันหลัก และสังคมให้มีความเสมอภาคบนพื้นฐาน ของความปรองดองการเมืองโปร่งใสน่าเชื่อถือมีเสถียรภาพยั่งยืนขณะ ที่ระบบเศรษฐกิจของประเทศจะต้องยืนอยู่บนพื้นฐานของความพอ เพียงแบ่งปัน และต้องแข่งขันได้ กระทรวงศึกษาธิการกำ หนดวิสัยทัศน์ไว้ ดังนี้ “ มุ่งปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ โดยยกระดับคุณภาพการศึกษา สร้างโอกาสให้คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึง และสร้างการมี ส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อให้พลเมืองมีคุณภาพ มีความสมานฉันท์ ปรองดอง มีระเบียบวินัยมีความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ และความ เป็นไทยสามารถเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ และศักยภาพในการ แข่งขันให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ” คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ตามหลักสูตรแกนกลางฯ 1) รักชาติศาสน์กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 16
6) มุ่งมั่นในการทำ งาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ งานบริหารบุคคลของข้าราชการครู ครูฟินแลนด์ได้รับเงินเดือนสูงโดยเทศบาลจะเป็นผู้พิจารณา ระดับเงินเดือนของครูใหญ่ / อาจารย์ใหญ่ส่วนสภามหาวิทยาลัยเป็น ผู้กำ หนดอัตราเงินเดือนของอธิการบดีมหาวิทยาลัยส่วนครูแต่ละคนจะ ได้รับเงินเดือนตามภารกิจ และผลงานซึ่งครูใหญ่ / อาจารย์ใหญ่ / อธิการบดีเป็นผู้พิจารณาโดยมีสมาคมวิชาชีพครู / สหภาพครูเข้ามา ดูแลเจรจาต่อรองได้อัตราเงินเดือนนี้องค์กรท้องถิ่นจะเป็นผู้จัดสรร ส่วนรัฐบาลสนับสนุนเพียงบางส่วน ครูมีชั่วโมงของการทำ งาน ประมาณ 600 ชั่วโมงต่อปี หรือประมาณ 4 บทเรียนต่อวัน ส่วนครูไทยเงินเดือนไม่สูงมาก ผู้บริหารสถานศึกษา และเขต พื้นที่การศึกษาเป็นผู้พิจารณาเงินเดือนรัฐบาลสนับสนุนเงินเดือน ทั้งหมด ความก้าวหน้าทางวิชาชีพครู สำ นักงานสภาการศึกษากระทรวงการศึกษา และวัฒนธรรม ฟินแลนด์จะกำ กับมาตรฐานคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียน ใน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และจัดบริการฝึกอบรมพัฒนาตลอดชีวิต การเป็นครูส่วนโรงเรียนจะส่งครูไปฝึกอบรมพัฒนาอย่างเป็นระบบ 17
ทั้งนี้ฟินแลนด์ได้ยกเลิกการใช้ศึกษานิเทศก์ไปแล้วเมื่อ 15 ปีที่ผ่าน มา โดยได้เน้นการสร้างความเข้มแข็งของผู้บริหารสถานศึกษา และครู รวมทั้งได้ทุ่มเทในการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ช่วยการจัดการเรียน การสอนและการศึกษาวิจัยเพื่อสร้างฐานข้อมูลและพัฒนานวัตกรรม ใหม่ ส่วนครูไทยมีความก้าวหน้าทางวิชาชีพครูโดยทำ ผลงานเลื่อน วิทยฐานะด้วยตนเอง เพิ่งก้าวเข้าสู่ระบบใบประกอบวิชาชีพครู และ ยังใช้ศึกษานิเทศก์ในการสร้างความเข้มแข็งของผู้บริหารสถานศึกษา และครูรวมทั้งมีการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ช่วยการจัดการเรียนการ สอน และการศึกษาวิจัยเพื่อสร้างฐานข้อมูล และพัฒนานวัตกรรมใหม่ โดยสรุปแล้ว ประเทสฟินแลนด์นั้นจะมีความก้าวหน้าทาง เทคโนโลยีมากกว่าของประเทศไทย ในการใช้เพื่อการเรียนการสอน แต่ประเทสไทย และประเทศฟินแลนด์มีหลักสูตรภาคบังคับที่เหมือน กันอยู่ 9 ปี แต่อย่างไรก็ตามประเทศฟินแลนด์นั้น ได้เน้นพัฒนา คุณภาพเด็กตั้งแต่ปฐมวัยและยังเน้นการพัฒนาครูเป็นหลักอีกด้วย 18
การเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ส่งผลกระทบต่อการศึกษา บริบทสังคมไทย การพัฒนาการศึกษาไทยกระทำ ภายใต้กรอบการปฏิรูปการศึกษา ของรัฐบาล คสช. ซึ่งมีความขัดแย้งสำ คัญดำ รงอยู่ระหว่าง การพยายาม กระชับอำ นาจการเมืองการปกครองกับความสืบเนื่องในการปฏิรูปการ ศึกษาจากหลายรัฐบาลก่อนหน้า ความพยายามในการปฏิรูปก่อนหน้ามี อาทิ เช่น การปรับหลักสูตรให้สมดุลกันระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่น สร้างเสริมวิธีการเรียนให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางมากขึ้น ปรับปรุง คุณสมบัติครูตรงสาขา และการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู บุคลากร ทางการศึกษา เพิ่มความสอดรับระหว่างชั่วโมงเรียนกับกิจกรรม ที่เล็ง เห็นความสำ คัญของการใช้เวลาในห้องเรียนให้ได้ประโยชน์สูงสุด จาก เอกสารการปฏิรูปการศึกษาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ 2558 โดยสรุป คือ ระบบการศึกษาใหม่ต้องเป็นการศึกษาเพื่อ “ สัมมาชีพ คุณภาพชีวิต และการมีส่วนร่วมต่อสังคม ” โดยหน้าที่การ จัดการศึกษาจะไม่ใช่ของรัฐแต่ฝ่ายเดียวอีกต่อไป ปรับบทบาทรัฐให้ กลายเป็นผู้สนับสนุน ส่งเสริมภาคส่วนต่างๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการ จัดการศึกษา รวมถึงการ “กระจายอำ นาจ” ไปยังสถานศึกษา และสังคม อย่างแท้จริงให้เกิด “หลากหน้าที่ หลายผู้จัด” สร้างกลไกให้สังคมเป็น ผู้ร่วมจัดการศึกษา และร่วมรับผิดชอบผลหรือคุณภาพของการจัดการ ศึกษามากขึ้น 19
ซึ่งนั่นหมายถึงการยกระดับประชาชนให้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ คุณภาพการศึกษา ไม่ใช่แค่ส่วนกลางเท่านั้น และเปิดพื้นที่การ แสดงออกให้แก่ทุกภาคส่วน แต่ความสืบเนื่องในการปฏิรูปการศึกษา ของรัฐบาล คสช. ดังกล่าวกระทำ หรือจำ กัดอยู่ในกรอบที่วิพากษ์วิจารณ์ ไม่ได้ ให้ช่องทางในการเสนอแนะที่จำ กัด และควบคุมความคิดผู้เรียน ผ่านวิชาหน้าที่พลเมือง และค่านิยม 12 ประการ และเห็นชัดว่าเน้น อุดมการณ์ชาตินิยมมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ วิจารณ์การศึกษาไทยว่า แอบเอา ลัทธิชาตินิยม อุดมการณ์ทางการเมืองสอนเด็ก และให้มองโลกในแบบ ที่ครูอยากให้เป็น แม้แต่นักเรียนบางกลุ่มยังเข้าใจว่านี่คือ การครอบงำ ซึ่งการศึกษาควรทำ หน้าที่เป็นหน้าต่างเปิดสู่ความคิดใหม่ๆ ที่กว้าง และ แตกต่าง 20
บริบทอาเซียน คือ การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การยอมรับ และเข้าใจ ความแตกต่างทางวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศ เพื่อนบ้าน และในภูมิภาคเดียวกัน เปิดมุมมองโลกทัศน์ (perspectives) กว้างขึ้น การเทียบมาตรฐานการศึกษาระหว่างกัน เช่น การจัดอันดับการศึกษาในอาเซียน การสร้างโอกาสทางการศึกษา การมีงานทำ การลงทุน การแก้ไขปัญหาสังคมร่วมกันในภูมิภาคเพื่อ รองรับการเป็นประชาคมอาเซียนเต็มรูปแบบ ประเทศสมาชิกจึงมุ่งเน้น ในเรื่องของการพัฒนาคนเป็นประเด็นสำ คัญ การศึกษาจึงถูกจัดให้เป็น แกน และเครื่องมือสำ คัญในการดำ เนินการพัฒนา แต่สถานการณ์ที่ผ่าน มาชี้ให้เห็นว่าระบบการศึกษาไทยอยู่ในขั้นวิกฤติด้านคุณภาพของผู้ เรียน โดยในรอบสิบปีที่ผ่านมาคุณภาพของระบบการศึกษาไทย และ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศมีแนวโน้มตกต่ำ ลงอย่างต่อ เนื่องเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆ อาทิเช่น เวทีเศรษฐกิจโลก ( World Economic Forum : WEF) ได้เผยแพร่ผลการจัดอันดับความ สามารถทางการแข่งขันนานาชาติ (Global Competiveness Index : GCI) ฉบับล่าสุดปี 2556 การจัดอันดับภาพรวมปีนี้ของไทยอยู่ในอันดับ ที่ 37 จาก 148 ประเทศ ซึ่งดีขึ้นจากปีที่แล้วที่อยู่อันดับที่ 38 จาก 144 ประเทศ ส่วนการประเมินความสามารถการแข่งขันด้านการศึกษาของ WEF จะมี 2 ระดับ ได้แก่ ประถมศึกษา (Primary Education) และ การศึกษาขั้นสูง (Higher Education and Training) อันรวมถึง มหาวิทยาลัย อาชีวศึกษา และมัธยมศึกษา และการพัฒนาแรงงาน ด้านประถมศึกษา (ซึ่งรวมสาธารณสุขด้วย) 21
ไทยอยู่ที่อันดับ 81 ของโลกและ อันดับ 7 ในอาเซียน ด้านการศึกษา ขั้นสูงและฝึกอบรม ไทยอยู่ในอันดับที่ 66 เทียบกับประเทศใน อาเซียน WEF ประเมินไทยอยู่อันดับที่ 5 ในภาพรวม เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ ไทย ต้องรีบพัฒนาอย่างเร่งด่วน 3 ข้อ ได้แก่ อัตราเข้าเรียนประถม (อันดับ ที่ 9) คุณภาพระบบการศึกษา (อันดับที่ 8) คุณภาพประถมศึกษา (อันดับที่ 7) ตามลำ ดับ คุณภาพของการศึกษาในระดับอุดมศึกษาเป็น อีกประเด็นที่ WEF เน้นย้ำ ว่าไทยต้องเร่งพัฒนา เนื่องจากมีคุณภาพที่ "ต่ำ ผิดปกติ" หากศึกษาระบบการจัดการศึกษาบางประเทศในกลุ่มประชาคม อาเซียนโดยสังเขป เช่น ประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย มีลักษณะการนำ การศึกษารองรับการแข่งขันทางเศรษฐกิจ นโยบายการพัฒนาประเทศ ของรัฐบาล วิสัยทัศน์ของผู้นำ คือ วิสัยทัศน์ของชาติที่การศึกษาต้องนำ ไปสู่การสร้างความมั่งคั่ง แต่สิ่งที่ควรเปรียบเทียบอีกประเด็น คือ ระบบการจัดการปกครองที่แตกต่างจากไทย เช่น สิงคโปร์เป็นประเทศ เล็กมากมีรูปแบบการบริหารการปกครอง ที่รวมศูนย์ เน้นสร้าง เสถียรภาพทางการเมืองมากกว่าการมีส่วนร่วมของประชาชน แม้จะมี รายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรสูงที่สุดในอาเซียน แต่ความเหลื่อมล้ำ ทาง เศรษฐกิจค่อนข้างสูง คือ ค่าสัมประสิทธิ์จีนอยู่ที่ 0.476 เข้าใกล้ 1 มาก ที่สุด ส่วนมาเลเซียมีประเด็นปัญหาช่องว่างความสัมพันธ์ระหว่างชนก ลุ่มน้อย เช่น ชาวจีน ชาวมลายู ชาวอินเดีย 22
บริบทสากล ประเทศไทยมักถูกนำ ไปเปรียบเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว และ กับประเทศในแถบเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบเรื่องความ สามารถในการแข่งขัน การจัดอันดับคุณภาพการศึกษา เช่น การจัด อันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดระดับโลก การจัดอันดับการสอบแข่งขัน ระหว่างประเทศ (PISA) การประเมินผลสัมฤทธิ์ วิชาคณิตศาสตร์ - วิทยาศาสตร์ (TIMSS) การจัดอันดับประเทศที่มีร้อย ละค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของค่าใช้จ่ายสาธารณะทั้งหมดในกลุ่ม ประเทศ OECD การจัดอันดับประเทศที่นักเรียนอายุ 15 ปี ทำ การบ้าน มากที่สุดต่อสัปดาห์ การเปรียบเทียบชั่วโมงเรียนของกลุ่มประเทศ OECD เทียบกับเอเชีย ในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน มีองค์ประกอบสำ คัญ ประการหนึ่ง คือ แรงงาน ผู้มีบทบาทในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งประกอบด้วยแรงงานมีทักษะฝีมือกับแรงงานที่ด้อยทักษะฝีมือ แต่ แรงงานสองกลุ่มได้รับค่าจ้าง และสวัสดิการแตกต่างกัน แรงงานด้อย ฝีมือได้รับค่าจ้างต่ำ กว่าแรงงานมีฝีมือ อันเป็นการลดต้นทุนของบริษัทที่ กำ ลังแข่งขันกัน และส่วนใหญ่เป็นแรงงานย้ายถิ่น แรงงานผู้อพยพลี้ ภัยเข้ามาทำ งานในประเทศที่เจริญกว่า ก่อให้เกิดช่องว่างความเข้าใจ ทางวัฒนธรรม ภาษา ที่ต่างต้องปรับทัศนคติเข้าหากัน และระมัดระวัง เรื่องของการเหยียดเชื้อชาติ ซึ่งจะต้องมีการส่งเสริมการศึกษาให้แก่ แรงงานอพยพ และแรงงานไทยด้วยท่ามกลางกระแสที่มีการย้ายถิ่น ตลอดเวลา 23
สำ หรับการพัฒนาประเทศไทย ได้เดินตามประเทศที่พัฒนาแล้วในยุโรป และอเมริกาเหนือ แต่ยังมีช่องว่างความเจริญระหว่างประเทศด้อยพัฒนา ประเทศกำ ลังพัฒนา และประเทศพัฒนาแล้วอย่างมาก การเรียนรู้บท เรียนวิกฤติเศรษฐกิจของยุโรป และอเมริกายังมีไม่มากพอ เพราะ ประเทศที่กำ ลังพัฒนา เช่น ไทยยังใช้นโยบายพัฒนาทุนอุตสาหกรรมที่ ไม่สามารถกระจายความมั่งคั่งไปยังคนส่วนใหญ่ได้ ที่เรียกว่าปัญหา ความเหลื่อมล้ำ ทางสังคม และระบบที่ไม่เป็นประชาธิปไตยเพียงพอที่จะ กระจายความมั่งคั่งให้ทั่วถึง 24
บทสรุป การศึกษามีส่วนสำ คัญทำ ให้มนุษย์ได้รับความรู้จากการศึกษา หาความรู้ที่เป็นแก่นแท้นั้นย่อมสร้างคุณประโยชน์โดยสามารถทำ ให้ มนุษย์ได้รับการพัฒนาการดำ รงชีวิตที่ดีเหมาะสม สามารถใช้ความรู้ ที่จะ นำ มาพัฒนาตนเองและสังคม ให้มีความเจริญก้าวหน้า เหมาะสมกับการ เปลี่ยนแปลงและการเคลื่อนไหวของสังคม สิ่งนี้จะนำ เราไปสู่ผลกระทบ ที่มีบริบททางสังคมมีผลต่อการพัฒนาและนำ เราไปสู่ทัศนคติที่มักจะขัด ต่อเจตจำ นง การเปลี่ยนแปลงจะขึ้นอยู่กับสมาชิกในสังคม ประเพณี วัฒนธรรม ค่านิยม และการปกครอง หากสิ่งเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลง ก็ จะทำ ให้สังคมมีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน การจัดการศึกษามีการปรับปรุงให้ทันสมัยกับการเมืองเพื่อพัฒนาคน ให้มีคุณลักษณะที่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ เช่น ประเทศสิงคโปร์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่มีระบบที่มีคุณภาพ และเป็นศูนย์กลาง ทางการศึกษา มีการบริหารจัดการทางการศึกษาโรงเรียนทุกระดับมี คุณภาพเป็นที่ยอมรับ มีรูปแบบการพัฒนาครูที่ดี และมีการบริหารจัดการ สภาพแวดล้อม หลักสูตรการเรียนเหมาะสม ประเทศฟินแลนด์จะมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากกว่า ประเทศไทย ในการใช้การเรียนการสอน แต่ประเทศฟินแลนด์ได้เน้น พัฒนาคุณภาพและยังเน้นการพัฒนาครูเป็นหลัก ระบบการศึกษาใหม่ ต้องเป็นการศึกษาเพื่อสัมมาชีพคุณภาพชีวิตและการมีส่วนร่วมต่อสังคม โดยหน้าที่การจัดการศึกษาจะไม่ใช่ของรัฐแต่ฝ่ายเดียวอีกต่อไปปรับ บทบาทรัฐกลายเป็นผู้สนับสนุนส่งเสริมภาคส่วนต่างๆ 25
ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา คุณภาพการศึกษาไม่ใช่แค่ส่วน กลางเท่านั้นและเปิดพื้นที่การแสดงออกให้แก่ทุกภาคส่วนแต่ความสืบ เนื่องในการปฏิรูปการศึกษาของรัฐบาล คสช. ดังกล่าวกระทำ หรือจำ กัด อยู่ในกรอบที่วิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ให้ช่องทางในการเสนอแนะที่จำ กัด และควบคุมความคิดของผู้เรียนผ่านวิชาหน้าที่พลเมืองและค่านิยม 12 ประการและเห็นได้ชัดว่าเน้นอุดมการณ์ชาตินิยมมากขึ้น ซึ่งการศึกษา ควรทำ หน้าที่เป็นหน้าต่างเปิดสู่ความคิดใหม่ๆที่กว้างและแตกต่าง 26
คำ ถามทบทวน 1. เพราะเหตุใดประเทศสิงคโปร์จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นระบบการ จัดการศึกษาที่มีคุณภาพ 2. แนวทางการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมไทยในอนาคตที่สำ คัญมีกี่ มิติ มีอะไรบ้าง 3. อะไรบ้างที่เป็นปัจจัยความสำ คัญการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ 4. คุณมีความคิดเห็นอย่างไร เกี่ยวกับการศึกษาของไทยในยุคปัจจุบัน 5. ในการจัดระบบการศึกษาของประเทศสิงคโปร์ มีจุดมุ่งหมายอย่างไร บ้าง 27
บรรณานุกรม ผจงจิตต์ อธิคมนันทะ. 2541. การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม. กรุงเทพ : สำ นักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำ แหง. พรรณอร อุชุภาพ. 2561. การศึกษาและวิชาชีพครู. กรุงเทพ : สำ นักพิมพ์แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พนัส หันนาคินทร์. 2521. การศึกษาของไทย. กรุงเทพ : ไทยวัฒนาพานิช. สุพัตรา สุภาพ. 2546. ปัญหาสังคม. กรุงเทพ : สำ นักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช. ครูบ้านนอก. 2548. เปรียบเทียบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเทศไทยกับ ประเทศฟินแลนด์. ที่มา : https://www.kroobannok.com/board_view.php? b_id=175082&bcat_id=16 พจนา วาลัย. (ไม่ระบุปีที่พิมพ์). การศึกษาไทยกับการรับมือการ เปลี่ยนแปลงทางสังคม. ที่มา : https://prachatai.com/journal/2016/01/63691 มหาวิทยาลัยมกุฏราชวิทยาลัย. 2559. การศึกษาเปรียบเทียบของ ประเทศไทยกับประเทศสิงคโปร์. ที่มา : https://singaporblog.files.wordpress.com/2017/05/e0b8a3e0b8b0e0 b89ae0b89ae0b881e0b8b2e0b8a3e0b8a8e0b8b6e0b881e0b8a9e0b8b2e0b 8aae0b8b4e0b887e0b884e0b982e0b89be0b8a3e0b98c.pdf ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง. (ไม่ระบุปีที่พิมพ์). คำ นิยาม บริบททางสังคม. ที่มา : https://th.tax-definition.org/90547-social-context ค