รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา ประจาปี 2563
ตัวบง่ ชีท้ ี่ ๕.๓ ผเู้ กย่ี วขอ้ งมีควำมพงึ พอใจในกำรจัดกำรเรยี นกำรสอนของครู
เกณฑท์ คี่ าดหวงั คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๘๐.๐๐
กิจกรรม/โครงการท่ีดาเนนิ การ ตัวบง่ ชคี้ วามสาเร็จ
๑. โครงกำร ประเมนิ กำรจดั กำรเรยี นกำรสอน จำกผู้ท่ี ๑. ผูเ้ รียนรอ้ ยละ ๘๕.๐๐ มคี วำมพงึ พอใจ ตอ่ กำรจดั เรียนกำรสอน
เกย่ี วข้องกบั กำรจดั กำรศึกษำของโรงเรียน ของครู
_ ผปู้ กครอง ๒. ผปู้ กครองร้อยละ ๙๐.๐๐มีควำมพงึ พอใจ ต่อกำรจัดกำรเรียน
_ นกั เรยี น กำรสอนของครู
_ กรรมกำรสถำนศึกษำ ๓. กรรมกำรสถำนศกึ ษำรอ้ ยละ ๙๐.๐๐ มคี วำมพงึ พอใจ ตอ่ กำร
๒ โครงกำรบำ้ นวชิ ำกำร เรียนกำรสอน
๓ โครงกำรเยยี่ มบำ้ น
๔ โครงกำรครพู บแมน่ ักเรยี น
มาตรฐานท่ี ๖ การบรหิ ารจดั การ
ตัวบง่ ช้ีท่ี ๖.๑ ผบู้ ริหำรมภี ำวะผนู้ ำและควำมสำมำรถในกำรบรหิ ำรจดั กำร
เกณฑท์ ี่คาดหวงั คิดเปน็ รอ้ ยละ ๙๐.๐๐
กิจกรรม/โครงการท่ีดาเนินการ ตวั บ่งชคี้ วามสาเร็จ
๑. โครงกำรพัฒนำศกั ยภำพของบคุ ลำกรภำยใน ๑. ผู้บริหำรสถำนศกึ ษำ สำมำรถแสดงทิศทำงกำรพฒั นำ
โรงเรยี น กำรศกึ ษำของสถำนศกึ ษำ ที่ควรจะเปน็ ในอนำคต ๓ - ๕
๒. คำส่งั มอบหมำยหนำ้ ทต่ี ่ำง ๆ ปขี ำ้ งหนำ้ ได้ชัดเจนและเหมำะสมกบั บริบทของทอ้ งถน่ิ
๓. โครงกำรตำมพระรำชดำริ ๘ โครงกำร ๒. ผบู้ รหิ ำรสถำนศกึ ษำรเิ รมิ่ แนวทำงในกำรบริหำรท่ที ำ้ ทำย
กับกำรเปลยี่ นแปลง และควำมเปน็ นิติบุคคลของสถำน -
ศกึ ษำ
๓. ผูบ้ ริหำรสถำนศึกษำ ริเร่มิ กำรพฒั นำคุณภำพกำรศึกษำ
อยำ่ งต่อเนื่อง
๔. ผู้บริหำรสถำนศึกษำ มีวธิ ีกำรกระตุน้ ให้ทกุ คนรว่ มกัน –
พฒั นำคุณภำพกำรศกึ ษำ
๕. สถำนศกึ ษำมสี อื่ ธรรมชำติ เชน่ พืช สัตว์ ส่ิงของ ฯลฯ
ทเ่ี หมำะสมและเอื้อต่อกำรเรยี นรู้
๖. สถำนศกึ ษำมีส่ือเทคโนโลยี สำรสนเทศที่เหมำะสม และ
เอื้อตอ่ กำรเรยี นรู้
๗. สถำนศกึ ษำมีกำรแลกเปล่ยี น / เชอื่ มโยงส่อื กำรเรยี นกำร
สอนจำกแหลง่ เรียนรู้ และภมู ปิ ัญญำในทอ้ งถิน่
๔. สถำนศึกษำมสี ื่อภมู ปิ ญั ญำท้องถ่ินท่ีเหมำะสม และเอ้ือตอ่ กำรเรียนรู้
โรงเรียนตำรวจตระเวนชำยแดนบำ้ นควนตะแบก หนา้ 51
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา ประจาปี 2563
ตัวบง่ ชีท้ ่ี ๖.๒ โรงเรยี นตำรวจตระเวนชำยแดนมีกำรจดั องคก์ รโครงสรำ้ งและกำรบรหิ ำรงำนอย่ำงเปน็ ระบบ
ครบวงจร ให้บรรลุเปำ้ หมำยกำรศกึ ษำ
เกณฑ์ที่คาดหวังคดิ เปน็ ร้อยละ ๙๐.๐๐
กิจกรรม/โครงการทีด่ าเนินการ ตัวบง่ ช้คี วามสาเร็จ
๑.แผนผัง กำรบรหิ ำรงำน ๔ งำนในโรงเรียน ๑. ผู้บริหำรสถำนศึกษำ มคี วำมรอบรูเ้ กี่ยวกับหลกั สูตรกำร
๒โครงกำรตำมพระรำชดำริ ๘ โครงกำร เรียนกำรสอน กำรวดั ผล / ประเมนิ ผลกำรเรียนกำรสอน
๓ คำสัง่ มอบหมำยหน้ำที่ ( ตำมหมวด ๔ พระรำชบัญญตั ิกำรศึกษำแห่งชำติ พ.ศ.
๒๕๔๒ )
๒. ผบู้ รหิ ำรสถำนศกึ ษำ ให้ควำมสำคัญกบั บทบำทประธำน
ในกำรแต่งตงั้ คณะกรรมกำร และกำรประชุมคณะกรรม -
กำรบรหิ ำรหลักสตู รของสถำนศกึ ษำ
๓. ผูบ้ ริหำรสถำนศึกษำ ส่งเสรมิ สนบั สนุนกำรพัฒนำสำระ
กำรเรยี นรู้ทอ้ งถิ่นของสถำนศกึ ษำ
๔. ผ้บู รหิ ำรสถำนศกึ ษำ ส่งเสริมสนบั สนนุ กำรพฒั นำกำร –
เรียนกำรสอนอยำ่ งต่อเนอื่ ง
๕. ผู้บรหิ ำรสถำนศกึ ษำ ส่งเสรมิ และพฒั นำครูในกำรผลติ /
ใช้สือ่ อยำ่ งหลำกหลำยและเหมำะสมกับผเู้ รียน
๖. ผบู้ รหิ ำรสถำนศึกษำ มคี วำมเป็นผู้นำในกำรพัฒนำงำน
วชิ ำกำรของโรงเรยี น / กลุม่ โรงเรียน / ชมุ ชน
๗. ผบู้ รหิ ำรสถำนศกึ ษำ สนับสนนุ กำรพฒั นำและประเมิน -
ครู ใหเ้ ปน็ วิชำชีพชน้ั สงู อย่ำงเปน็ ระบบและต่อเนอ่ื ง
๘. ผู้บริหำรสถำนศึกษำตดิ ตำมควำมก้ำวหนำ้ ทำงวิชำกำร
อยู่เสมอ
๙. ผบู้ รหิ ำรสถำนศึกษำ วำงระบบและกลไกที่ดใี นกำร -
ประกันคุณภำพภำยในสถำนศกึ ษำ โดยรว่ มมอื กับชมุ ชน
และได้รบั กำรสนับสนุนจำกตน้ สงั กัด
ตวั บ่งชี้ที่ ๖.๓ โรงเรียนตำรวจตระเวนชำยแดนมกี ำรจัดกจิ กรรมและกำรเรยี นกำรสอนโดยเน้นผู้เรยี นเป็นสำคญั
เกณฑ์ทคี่ าดหวงั คิดเป็นรอ้ ยละ ๙๐.๐๐
กิจกรรม/โครงการทีด่ าเนินการ ตวั บง่ ชีค้ วามสาเรจ็
๑. กิจกรรรมกำรเรียนกำรสอนแบบบูรณำกำร ๑. ผู้เรยี นรอ้ ยละ ๙๕.๐๐ มคี วำมรคู้ วำมสำรถตำมวยั
๒.โครงกำรสอนเสริมหลังเลิกเรยี น ๒. ผู้เรยี นร้อยละ ๙๕.๐๐ ผ่ำนกำรวดั กำรกำรประเมนิ ตำม
๓ โครงกำรทกั ษะทำงวชิ ำกำร ตัวชว้ี ัด
๔ โครงกำรพัฒนำศักยภำพกำรสอนภำษำไทยเพ่อื กำรอ่ำน ๓. ผ้เู รยี นรอ้ ยละ ๙๕.๐๐ มสี ว่ นรว่ มในกำรจดั กำรเรยี นกำร
ออกเขียนได้อยำ่ งยัง่ ยนื สอนของครู
๕ กำรจดั กำรเรยี นกำรสอนของครปู ระจำช้ัน / ประจำวิชำ
๖ ฐำนกำรเรยี นรเู้ ศรษฐกิจพอเพยี งในโรงเรียน
โรงเรียนตำรวจตระเวนชำยแดนบ้ำนควนตะแบก หนา้ 52
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ประจาปี 2563
ตัวบ่งช้ที ่ี ๖.๔ โรงเรยี นตำรวจตระเวนชำยแดนมีหลักสูตรและส่อื กำรเรยี นที่เหมำะสมกับผ้เู รียน
เกณฑ์ทค่ี าดหวังคิดเป็นร้อยละ ๘๐.๐๐
กจิ กรรม/โครงการทดี่ าเนนิ การ ตัวบง่ ชค้ี วามสาเรจ็
๑. โครงกำรจัดทำและพฒั นำหลกั สูตรสถำนศกึ ษำ ๑. สถำนศึกษำมสี ำระกำรเรยี นรู้ทบ่ี ูรณำกำรกำรเรียนรรู้ ะดับ
เพือ่ คุณภำพผเู้ รยี นอย่ำงรอบดำ้ น สำกล ระดบั ชำติ และระดบั ท้องถ่ินอยำ่ งเหมำะสม
๒.กจิ กรรมจดั หำและสง่ เสรมิ กำรใช้สอื่ กำรเรยี นกำร
สอน ๒. สถำนศึกษำมสี ำระกำรเรยี นรูท้ เ่ี หมำะสมกับทอ้ งถน่ิ ท่ี -
๓. โครงกำรฝกึ อำชพี แมบ่ ำ้ น / นกั เรียน เปน็ มำตรฐำน สอดคล้องกับหลกั สตู รแกนกลำง ควำม
๔. กจิ กรรมสองภำษำนำพำสู่อำเซยี น ต้องกำรของผเู้ รียน ชมุ ชนและสงั คม
๕ โครงกำรจดั กำรเรยี นกำรสอนโดยใช้สือ่
นวตั กรรม จำกเทคโนโลยี ๓. สถำนศึกษำนำสำระกำรเรยี นรทู้ ี่เหมำะสมกบั ทอ้ งถนิ่ ไป
๖ กำรจดั กำรเรยี นกำรสอนจำกหอ้ งเรยี น ใช้อยำ่ งเปน็ ระบบ และมขี นั้ ตอนดำเนินงำนทถี่ ูกตอ้ ง
คอมพวิ เตอร์
๔. สถำนศกึ ษำดำเนนิ กำรประเมินผลกำรใชห้ ลกั สตู ร โดย
กำรมีสว่ นร่วมของทกุ ฝ่ำยทีเ่ กย่ี วขอ้ ง
๕. สถำนศกึ ษำปรับปรุงสำระกำรเรยี นรทู้ ีเ่ หมำะสมกบั ท้อง -
ถ่ิน ใหท้ นั สมัยและเหมำะสมกบั บรบิ ทของสถำนศกึ ษำ
อย่ำงตอ่ เนื่อง
๖. สถำนศึกษำมีสอ่ื ธรรมชำติ เชน่ พชื สัตว์ สง่ิ ของ ฯลฯ
ที่เหมำะสมและเอ้ือต่อกำรเรยี นรู้
๗. สถำนศกึ ษำมสี ่ือเทคโนโลยี สำรสนเทศท่เี หมำะสม และ
เอ้อื ต่อกำรเรยี นรู้
๘. สถำนศกึ ษำมีกำรแลกเปลี่ยน / เช่อื มโยงสื่อกำรเรียนกำร
สอนจำกแหลง่ เรยี นรู้ และภูมปิ ญั ญำในทอ้ งถิ่น
๙. สถำนศึกษำมีสื่อภมู ิปญั ญำท้องถน่ิ ท่ีเหมำะสม และเอ้ือ –
ตอ่ กำรเรียนรู้
๑๐. สถำนศึกษำมฐี ำนกำรเรยี นรโู้ ครงกำรตำมพระรำชดำริ ๘ โครงกำร
ภำยในโรงเรียนทเี่ อือ้ ต่อกำรเรยี นร้ขู องผเู้ รยี นและชุมชน
ตัวบ่งชี้ท่ี ๖.๕ โรงเรียนตำรวจตระเวนชำยแดนมีกำรสง่ เสริมควำมสมั พนั ธ์และควำมร่วมมอื กบั ชมุ ชน
เกณฑท์ ่ีคาดหวังคดิ เปน็ รอ้ ยละ ๘๐.๐๐
กจิ กรรม/โครงการทีด่ าเนนิ การ ตวั บ่งช้ีความสาเร็จ
๑. กจิ กรรมวนั สำคัญทำงศำสนำ ๑. สถำนศกึ ษำมีกจิ กรรมกำรให้บริกำรชมุ ชนอยำ่ งเหมำะสม
๒. กฬี ำโรงเรยี นตำดีกำสัมพนั ธ์ ๒. สถำนศึกษำเข้ำรว่ มกิจกรรมของชมุ ชนอยำ่ งสมำ่ เสมอ
๓. กิจกรรมกำรประกอบเลยี้ งอำหำรกลำงวัน ๓. สถำนศึกษำเปิดโอกำสใหช้ ุมชนมีส่วนรว่ มในกจิ กรรม –
๔. กจิ กรรมเย่ยี มบำ้ น
๕. โครงกำรส่งเสริมสขุ ภำพอนำมยั แมแ่ ละ ของโรงเรยี น
๔. สถำนศึกษำเปน็ ศูนย์กลำงในกำรประสำนงำนกบั หนว่ ย -
เดก็ ในถน่ิ ทุรกนั ดำร
งำนอื่นๆในชมุ ชน
โรงเรียนตำรวจตระเวนชำยแดนบ้ำนควนตะแบก หนา้ 53
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา ประจาปี 2563
ตัวบง่ ชี้ที่ ๖.๖ โรงเรียนตำรวจตระเวนชำยแดนมกี ำรบรหิ ำรจดั กำรอย่ำงมีคุณภำพเกณฑ์ท่คี ำดหวังคดิ เป็นร้อยละ ๘๐.๐๐
กิจกรรม/โครงการทด่ี าเนนิ การ ตวั บง่ ชี้ความสาเร็จ
๑.โครงกำรบรหิ ำรงำนตำมโครงกำรพระรำชดำริ ๘ ๑. ผู้บรหิ ำรมคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และปฏบิ ตั ิตนตำมจรรยำ
โครงกำร บรรณวชิ ำชพี
๒ กำรบรหิ ำรงำน ๔ งำน
๓ คำส่ังมอบหมำยหน้ำที่ ๒. ผู้บริหำรมคี วำมคดิ รเิ ร่มิ มีวสิ ยั ทัศน์ และเปน็ ผูน้ ำทำง
๔ แผนปฏบิ ตั งิ ำนประจำเดือน / ปี วิชำกำร
๕ หลักสูตรสถำนศึกษำ
๖ คู่มือแผนกพด. ๓. ผบู้ รหิ ำรมคี วำมสำมำรถในกำรบริหำรงำนวิชำกำร และ
กำรจัดกำร
๔. ผูบ้ ริหำรมีกำรบรหิ ำรทม่ี ปี ระสทิ ธภิ ำพและประสทิ ธผิ ล -
ผูเ้ กย่ี วข้องมีควำมพึงพอใจในกำรบริหำร
๕ ครู ผปู้ กครอง กรรมกำรสถำนศกึ ษำ รอ้ ยละ๙๐.๐๐ มีควำมพึงพอใจ
ต่อกำรบรหิ ำรจดั กำรของโรงเรยี น
มาตรฐานที่ ๗ การประกันคณุ ภาพภายใน
ตวั บ่งช้ที ี่ ๗.๑ โรงเรียน ตชด.มีกำรวำงระบบและกลไกกำรประกันคณุ ภำพใหเ้ ป็นสว่ นหนึ่งของระบบบริหำรเกณฑท์ ่ี
คาดหวงั คิดเป็นรอ้ ยละ ๘๐.๐๐
กจิ กรรม/โครงการท่ีดาเนินการ ตวั บ่งชี้ความสาเรจ็
๑. โครงกำรประกันคุณภำพภำยในสถำนศกึ ษำ ๑. สถำนศึกษำมีแผนภมู ิกำรจดั องคก์ รโครงสรำ้ งกำรบรหิ ำร
๒.กิจกรรมสง่ เสรมิ สนับสนุนกำรมสี ว่ นรว่ มในกำร เป็นลำยลักษณอ์ กั ษร รวมทั้งมคี ำส่ังมอบหมำยงำนและ
บรหิ ำรจดั กำร ผรู้ บั ผดิ ชอบอย่ำงชดั เจน
๓.กจิ กรรมประเมินกำรจดั กำรเรียนกำรสอน ๒. สถำนศกึ ษำมกี ำรวำงระบบระเบียบรองรบั กำรบริหำรทม่ี ี
๔.กิจกรรมกำรเรยี นกำรสอนทกุ กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ ควำมคล่องตวั สำมำรถปรบั เปลีย่ นไดต้ ำมควำมเหมำะสม
๕ กำรจดั ทำวิจยั ในชัน้ เรียน
ตัวบง่ ชที้ ่ี ๗.๒ โรงเรยี น ตชด.มกี ระบวนกำรประกนั คณุ ภำพที่ครบวงจรเกณฑท์ ค่ี ำดหวังคิดเป็นร้อยละ ๘๐.๐๐
กจิ กรรม/โครงการทีด่ าเนนิ การ ตวั บ่งชี้ความสาเร็จ
๑. โครงกำรประกนั คุณภำพภำยในสถำนศึกษำ ๑. สถำนศกึ ษำมีระบบ กลไกล และมีกำรพัฒนำคณุ ภำพ -
สถำนศกึ ษำตำมกฎกระทรวง
๒. สถำนศกึ ษำมีระบบกลไกและมกี ำรตรวจตดิ ตำมคณุ ภำพ
สถำนศกึ ษำตำมกฎกระทรวง
๓. สถำนศึกษำไดร้ บั กำรประเมินท้งั ภำยในและภำยนอก
ตำมกฎกระทรวง และเผยแพร่ผลกำรประเมินอยำ่ งกวำ้ งขวำง
๔. สถำนศึกษำนำผลกำรตรวจตดิ ตำม และผลกำรประเมิน
ภำยใน / ภำยนอกไปปรับปรุงกำรพัฒนำคุณภำพสถำน
ศกึ ษำอย่ำงตอ่ เนื่อง
โรงเรยี นตำรวจตระเวนชำยแดนบำ้ นควนตะแบก หนา้ 54
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ประจาปี 2563
ตวั บ่งชีท้ ่ี ๗.๓ โรงเรียน ตชด.มกี ำรจัดทำรำยงำนกำรประเมนิ ตนเองและใช้ผลกำรประเมินตนเองในกำรพัฒนำ
เกณฑ์ที่คาดหวังคดิ เป็นร้อยละ ๘๐.๐๐
กิจกรรม/โครงการทด่ี าเนนิ การ ตัวบง่ ช้คี วามสาเร็จ
๑. โครงกำรประกนั คุณภำพภำยในสถำนศึกษำ ๑. จัดส่งรำยงำนกำรประเมนิ ตนเองใหผ้ ู้เกยี่ วข้องได้รับทรำบ
๒. กจิ กรรมกำรจัดทำรำยงำนผลประจำปี ๒. ผู้รบั บรกิ ำรและผู้ทเี่ กย่ี วขอ้ งทกุ ฝำ่ ย มคี วำมพงึ พอใจผล
กำรบรหิ ำรงำน
๓. ผ้รู บั บริกำรและผู้ทีเ่ ก่ียวข้องทกุ ฝ่ำย มีควำมพึงพอใจผล
กำรพัฒนำผูเ้ รยี น
มาตรฐานที่ ๘ การพฒั นาคณุ ภาพชีวิตและความม่นั คงตามแนวชายแดน
ตัวบง่ ช้ที ่ี ๘.๑ สง่ เสรมิ โภชนำกำรและสขุ ภำพอนำมยั ของเด็กและเยำวชนเร่มิ ตั้งแต่ในครรภม์ ำรดำ
เกณฑ์ทค่ี าดหวงั คิดเป็นร้อยละ ๙๐.๐๐
กิจกรรม/โครงการที่ดาเนินการ ตวั บ่งช้คี วามสาเรจ็
๑. โครงกำรส่งเสรมิ โภชนำกำรและสขุ ภำพอนำมยั ๑. ผเู้ รียนร้อยละ ๙๐.๐๐ มีควำมรู้ดำ้ นโภชนำกำรและสุขภำพ
แม่และเดก็ ในถิ่นทุรกนั ดำร ๒. ผู้เรียนร้อยละ ๙๐.๐๐ มนี ำ้ หนกั สว่ นสูงตำมเกณฑม์ ำตรฐำน
ตวั บ่งช้ที ี่ ๘.๒ ส่งเสรมิ และสนบั สนุนกำรเพมิ่ โอกำสทำงกำรศกึ ษำให้แก่เดก็ และเยำวชน
เกณฑ์ท่ีคาดหวังคิดเปน็ รอ้ ยละ ๑๐๐
กจิ กรรม/โครงการที่ดาเนินการ ตวั บง่ ชี้ความสาเรจ็
1.โครงกำรสง่ เสรมิ คณุ ภำพกำรศกึ ษำ
๑.ผเู้ รียนรอ้ ยละ ๑๐๐ มีกำรศึกษำตอ่ ระดับมธั ยมศกึ ษำปีท๑ี่
๒.โครงกำรนกั เรียนในพระรำชำนเุ ครำะหฯ์ ๒ผูเ้ รียนรอ้ ยละ ๑๐๐ ได้เข้ำเรียนตำมเกณฑก์ ำรศกึ ษำภำคบังคบั ทกุ คน
๒. ผเู้ รยี นปกี ำรศึกษำละ ๑ คน ไดเ้ ปน็ นักเรยี นในพระรำชำนุเครำะห์
ตัวบง่ ชี้ท่ี ๘.๓ เสรมิ สรำ้ งศกั ยภำพของเด็กและเยำวชนในกำรเรยี นรทู้ ำงวิชำกำร
เกณฑ์ท่คี าดหวงั คิดเป็นร้อยละ ๘๐.๐๐
กิจกรรม/โครงการทด่ี าเนินการ ตวั บ่งชี้ความสาเร็จ
๑. โครงกำรสง่ เสรมิ คณุ ภำพกำรศกึ ษำ ๑. ผู้เรยี นร้อยละ ๘๕.๐๐ ใช้แหลง่ เรยี นรู้จำกห้องสมุด และแหล่งเรยี นรู้
อน่ื ๆ ภำยในโรงเรยี น
๒. โครงกำรเกษตรเพื่ออำหำรกลำงวัน ๒. ผเู้ รยี นร้อยละ ๘๕.๐๐ มีทกั ษะด้ำนกำรเกษตร
๓. โครงกำรส่งเสรมิ สหกรณ์ ๓. ผเู้ รียนรอ้ ยละ ๘๕.๐๐ มคี วำมรู้และทักษะด้ำนสหกรณ์
๔. โครงกำรอนรุ กั ษ์ทรัพยำกรธรรมชำติและ ๔. ผู้เรยี นรอ้ ยละ ๘๕.๐๐ มีจติ สำนักในกำรอนรุ กั ษท์ รัพยำกรธรรมชำติ
ส่ิงแวดลอ้ ม และส่งิ แวดล้อม
โรงเรียนตำรวจตระเวนชำยแดนบ้ำนควนตะแบก หนา้ 55
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ประจาปี 2563
ตัวบง่ ชท้ี ี่ ๘.๔ เสริมสร้ำงศักยภำพของเด็กและเยำวชนทำงกำรอำชีพ
เกณฑท์ คี่ าดหวงั คดิ เป็นรอ้ ยละ ๙๐.๐๐
กจิ กรรม/โครงการทด่ี าเนินการ ตัวบ่งช้คี วามสาเรจ็
๑ โครงกำรฝกึ อำชพี
๒ กจิ กรรมกำรปลูกพชื ๑.ผเู้ รียนรอ้ ยละ ๙๐.๐๐ มที ักษะพ้ืนฐำนสำมำรถนำไปประกอบอำชีพได้
๒ ผู้เรยี นร้อยละ ๙๐.๐๐ มีทกั ษะด้ำนอำชีพสำมำรถนำไปใช้ใน
๓ กจิ กรรมกำรเลย้ี งสตั ว์ ชีวิตประจำวนั ได้
๔ โครงกำรส่งเสรมิ สหกรณ์ 3.ผ้เู รียนรอ้ ยละ ๙๐.๐๐ มีทกั ษะพืน้ ฐำนสำมำรถนำไปประกอบอำชีพได้
4.ผเู้ รียนรอ้ ยละ 90.00 มคี วำมรทู้ ำงดำ้ นวิชำสหกรณ์
ตวั บ่งชท้ี ่ี ๘.๕ ปลกู ฝังจติ สำนึกและพฒั นำศกั ยภำพของเด็กและเยำวชนในกำรอนุรกั ษท์ รพั ยำกรธรรมชำตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม
เกณฑท์ ี่คาดหวงั คิดเป็นรอ้ ยละ ๘๐.๐๐
กิจกรรม/โครงการท่ีดาเนินการ ตัวบง่ ชีค้ วามสาเรจ็
๑. โครงกำรอนรุ กั ษ์ทรัพยำกรธรรมชำติ ๑. ผ้เู รยี นรอ้ ยละ ๘๐.๐๐ มคี วำมรู้และมจี ติ สำนกึ ในกำรอนุรกั ษ์
และสง่ิ แวดลอ้ ม ทรัพยำกรธรรมชำติและส่ิงแวดล้อม
๒. โครงกำรปลกู ต้นไม้ในใจ ๒. ผูเ้ รยี นร้อยละ ๑๐๐ มสี ว่ นร่วมในกำรอนุรักษ์
๓. โครงกำรโรงเรยี นสวยดว้ ยมอื เรำ ทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มภำยในโรงเรยี น
ตวั บง่ ชที้ ี่ ๘.๖ เสริมสรำ้ งศกั ยภำพของเดก็ และเยำวชนในกำรอนรุ ักษ์และสบื ทอดวฒั นธรรมและภมู ิปญั ญำทอ้ งถิ่น
เกณฑ์ทค่ี าดหวงั คิดเป็นรอ้ ยละ ๘๐.๐๐
กจิ กรรม/โครงการทด่ี าเนนิ การ ตวั บง่ ชีค้ วามสาเรจ็
๑.โครงกำรอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมทอ้ งถิ่น ๑. ผู้เรียนร้อยละ ๘๐.๐๐ มีควำมพ่งึ พอใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเอง
2.กจิ กรรมวนั สำคญั ทำงศำสนำ ๒ ผเู้ รียนรอ้ ยละ ๑๐๐ เขำ้ ร่วมกจิ กรรมวนั สำคญั ทำงศำสนำของตนเอง
โรงเรยี นตำรวจตระเวนชำยแดนบำ้ นควนตะแบก หนา้ 56
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ประจาปี 2563
ภาคผนวก
โรงเรียนตำรวจตระเวนชำยแดนบำ้ นควนตะแบก หนา้ 57
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา ประจาปี 2563
ภาคผนวก
1. กำรกำหนดค่ำเป้ำหมำย แนบทำ้ ยประกำศ
2. กำรใหค้ วำมเหน็ ชอบประกำศมำตรฐำนกำรศกึ ษำข้ันพื้นฐำนและคำ่ เป้ำหมำย
3. ประกำศกำรกำหนดค่ำเปำ้ หมำยตำมมำตรฐำนกำรศึกษำของสถำนศึกษำระดับกำรศกึ ษำขั้น
พน้ื ฐำนเพ่อื กำรประกนั คุณภำพภำยในของสถำนศกึ ษำ
4. กำรกำหนดคำ่ เป้ำหมำย แนบทำ้ ยประกำศ
5. คำสงั่ แตง่ ตง้ั คณะกรรมกำรประเมนิ คณุ ภำพภำยในของสถำนศกึ ษำ
6. บนั ทกึ กำรพจิ ำรณำให้ควำมเห็นชอบรำยงำนกำรประเมนิ ตนเองของสถำนศึกษำ
7. ประกำศโรงเรยี น เรื่องกำรใชม้ ำตรฐำนกำรศึกษำขนั้ พื้นฐำน ระดับข้นั พน้ื ฐำน
8. ประกำศโรงเรียน เรื่องกำหนดคำ่ เป้ำหมำยมำตรฐำนกำรศึกษำข้ันพน้ื ฐำน
โรงเรียนตำรวจตระเวนชำยแดนบำ้ นควนตะแบก หนา้ 58
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา ประจาปี 2563
การให้ความเห็นชอบ
ประกาศมาตรฐานการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐานและค่าเป้าหมาย ปกี ารศึกษา 2563
ของโรงเรยี นตารวจตระเวนชายแดนบา้ นควนตะแบก
กำรประชุมคณะกรรมกำรสถำนศึกษำข้ันพื้นฐำน โรงเรียนตำรวจตระเวนชำยแดนบ้ำนควนตะแบก คร้ังท่ี 1 /
2563 เมื่อวันที่ 7 เดือน มิถุนำยน พ.ศ.2563 ได้พิจำรณำค่ำเป้ำหมำยมำตรฐำนกำรศึกษำระดับกำรศึกษำขั้น
พ้ืนฐำน ( ปีกำรศึกษำ 2563 ) เห็นชอบให้ดำเนินกำรประกำศได้
ประเสรฐิ ปำลสง
( นายประเสริฐ ปาลสง )
ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน
โรงเรียนตารวจตระเวนชายแดนบ้านควนตะแบก
โรงเรยี นตำรวจตระเวนชำยแดนบำ้ นควนตะแบก หนา้ 59
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา ประจาปี 2563
ประกำศโรงเรียนตำรวจตระเวนชำยแดนบำ้ นควนตะแบก
เรอื่ ง กำรกำหนดค่ำเป้ำหมำยตำมมำตรฐำนกำรศึกษำของสถำนศกึ ษำระดับกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำนเพอ่ื
ประกันคณุ ภำพภำยในของสถำนศกึ ษำ
.................................................................
กำรประกันคุณภำพกำรศึกษำ เป็นกระบวนกำรทำงกำรศึกษำเพ่ือสร้ำงควำมม่ันใจและเป็นหลักประกนั
ตอ่ ผเู้ รยี น ผู้ปกครอง ชุมชนและสงั คม สถำนศึกษำสำมำรถจดั กำรศกึ ษำได้ตำมมำตรฐำน อีกท้งั ผทู้ ี่สำเร็จกำรศึกษำนั้นมี
คณุ ภำพตำมทสี่ งั คมตอ้ งกำร ตำมแผนกำรศึกษำแหง่ ชำติ พ.ศ.2560 – 2579 ซึง่ กำหนดให้มกี ำรประเมนิ คณุ ภำพ
1. เพ่ือพัฒนำระบบประกันคุณภำพกำรศกึ ษำของสถำนศกึ ษำทีบ่ ูรณำกำรเชือ่ งโยงกับระบบประกันคุณภำพภำยใน
กำรประเมนิ คุณภำพภำยนอก และกำรติดตำมประเมนิ ผลของหน่วยงำนสว่ นกลำงและส่วนภมู ิภำค
2. พัฒนำระบบประเมินประสทิ ธิภำพกำรจดั กำรศึกษำของสถำนศกึ ษำทุกระดบั ช้นั / ประเภทกำรศกึ ษำ
3. ปรับปรุงระบบประกันคุณภำพของสถำนศึกษำรับกำรประเมินคุณภำพภำยในโดยหน่วยงำนต้นสังกัดและ
หน่วยงำนนอกเพือ่ รบั รองคุณภำพกำรศึกษำ
เพ่ือให้กำรดำเนินกำรตำมระบบกำรประกันคุณภำพภำยในเป็นไปตำมท่ีโรงเรียนตำรวจ-ตระเวนชำยแดนบ้ำน
ควนตะแบก จึงได้กำหนดมำตรฐำนกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำนตำมกรอบมำตรฐำนใหม่ท่ีสอดคล้องกับประกำศกระทรวง
ศึกษำธิกำรดังกล่ำว และได้กำหนดค่ำเป้ำหมำยเพ่ือเป็นแนวทำงในกำรพัฒนำคุณภำพกำรจัดกำรศึกษำโรงเรียน
ประจำปี 2563 ทั้งน้ี โดยควำมเห็นชอบของคณะกรรมกำรสถำนศึกษำข้ันพื้นฐำน โรงเรียนตำรวจตระเวนชำยแดน
บ้ำนควนตะแบก และกำรมีสว่ นร่วมของผู้เกี่ยวข้องทั้ง คณะครูทุกคนในโรงเรียน ผู้ปกครองและประชำชนในชุมชนให้
เหมำะสมและสอดคลอ้ งกนั เพอ่ื นำไปส่กู ำรพฒั นำคณุ ภำพตำมมำตรฐำนกำรศึกษำ กำรประเมินคณุ ภำพภำยใน และเพ่ือ
รองรับกำรประเมนิ คุณภำพภำยนอกต่อไป ทั้งนรี้ ำยละเอยี ดตำมเอกสำรแนบทำ้ ยประกำศนี้
ประกำศ ณ วันท่ี 16 พฤษภำคม พ.ศ. 2563
ดำบตำรวจ
( โกศล แกว้ มณี )
ครูใหญโ่ รงเรยี นตำรวจตระเวนชำยแดนบำ้ นควนตะแบก
โรงเรยี นตำรวจตระเวนชำยแดนบ้ำนควนตะแบก หนา้ 60
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ประจาปี 2563
การกาหนดค่าเปา้ หมาย แนบท้ายประกาศโรงเรียนตารวจตระเวนชายแดนบา้ นควนตะแบก
เรื่อง การกาหนดคา่ เป้าหมายตามมาตรฐานการศกึ ษาของสถานศกึ ษา ระดับการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน
มาตรฐาน / ประเด็นการพิจาณา ค่าเปา้ หมาย
มาตรฐานท่ี 1 คุณภาพของผ้เู รยี น ยอดเย่ียม
1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผเู้ รียน ยอดเยี่ยม
1.1.1 มคี วำมสำมำรถในกำรอ่ำน กำรเขยี น กำรสื่อสำร และกำรคดิ คำนวณ ยอดเยย่ี ม
1.1.2 มคี วำมสำมำรถในกำรคดิ วิเครำะห์ คิดอยำ่ งมวี ิจำรณญำณ อภปิ รำยแลกเปลีย่ น ดีเลศิ
ควำมคิดเห็น และแก้ปัญหำ
1.1.3 มคี วำมสำมำรถในกำรสร้ำงนวตั กรรม ดเี ลศิ
1.1.4 มคี วำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศและกำรสื่อสำร ยอดเย่ียม
1.1.5 มผี ลสมั ฤทธท์ิ ำงกำรเรียนตำมหลกั สูตรสถำนศึกษำ ยอดเยี่ยม
1.1.6 มคี วำมรู้ ทกั ษะพื้นฐำน และเจตคติทด่ี ีต่องำนอำชพี ยอดเยี่ยม
1.2 คณุ ลักษณะทพี่ งึ ประสงค์ของผเู้ รียน ยอดเยี่ยม
1.2.1 กำรมคี ุณลกั ษณะและคำ่ นิยมที่ดตี ำมทสี่ ถำนศึกษำกำหนด ยอดเยี่ยม
1.2.2 ควำมภมู ใิ จในท้องถิ่นและควำมเปน็ ไทย ยอดเยี่ยม
1.2.3 กำรยอมรับท่จี ะอยูร่ ่วมกันบนควำมแตกตำ่ งและหลำกหลำย ดเี ลิศ
1.2.4 สขุ ภำวะทำงรำ่ งกำย และจติ สงั คม ยอดเยย่ี ม
มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบรหิ ารและการจัดการของผู้บริหารสถานศกึ ษา ยอดเยย่ี ม
2.1 มเี ปำ้ หมำยวสิ ยั ทศั นแ์ ละพนั ธกิจทส่ี ถำนศึกษำกำหนดชัดเจน ดเี ลิศ
2.2 มรี ะบบบรหิ ำรจัดกำรคุณภำพของสถำนศึกษำ ยอดเยย่ี ม
2.3 ดำเนนิ งำนพัฒนำวิชำกำรท่ีเน้นคณุ ภำพผ้เู รยี นรอบด้ำนตำมหลกั สูตรสถำนศกึ ษำ ยอดเยย่ี ม
และทกุ กลุ่มเป้ำหมำย
2.4 พัฒนำครูและบคุ ลำกรให้มคี วำมเช่ียวชำญทำงวชิ ำชีพ ดเี ลิศ
2.5 จดั สภำพแวดล้อมทำงกำยภำพและสงั คมที่เอ้ือต่อกำรจดั กำรเรียนรูอ้ ย่ำงมคี ุณภำพ ยอดเยย่ี ม
2.6 จัดระบบเทคโนโลยีสำรสนเทศเพ่ือสนบั สนุนกำรบริหำรจัดกำรและกำรจัดกำรเรยี นรู้ ยอดเยย่ี ม
มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจดั การเรยี นการสอนที่เน้นผูเ้ รียนเปน็ สาคญั ยอดเยย่ี ม
3.1 จดั กำรเรียนร้ผู ำ่ นกระบวนกำรคิดและปฏิบตั ิจรงิ และสำมำรถนำไปประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ได้ ยอดเยย่ี ม
3.2 ใชส้ อื่ เทคโนโลยสี ำรสนเทศ และแหล่งเรยี นรูท้ ่เี อื้อตอ่ กำรเรียนรู้ ยอดเยย่ี ม
3.3 มกี ำรบรหิ ำรจัดกำรชน้ั เรียนเชิงบวก ดเี ลิศ
3.4 ตรวจสอบและประเมนิ ผู้เรียนอย่ำงเปน็ ระบบ และนำผลมำพัฒนำผู้เรียน ยอดเยยี่ ม
3.5 มกี ำรแลกเปล่ยี นเรยี นรู้และใหข้ ้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพฒั นำและปรับปรุงกำรจัดกำรเรียนรู้ ดเี ลิศ
โรงเรียนตำรวจตระเวนชำยแดนบ้ำนควนตะแบก หนา้ 61
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ประจาปี 2563
มาตรฐานการศึกษาขนั้ พ้นื ฐานเพ่อื การประกันคณุ ภาพภายในของสถานศกึ ษา
มำตรฐำนกำรศึกษำระดับกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน เพื่อกำรประกันคุณภำพภำยในของสถำนศึกษำ
พ.ศ.2562 มีจำนวน 3 มำตรฐำน ไดแ้ ก่
มำตรฐำนที่ 1 คณุ ภำพของผเู้ รียน
1.1 ผลสัมฤทธ์ทิ ำงวชิ ำกำรของผูเ้ รียน
1.2 คุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ของผ้เู รยี น
มำตรฐำนที่ 2 กระบวนกำรบริหำรและกำรจัดกำร
มำตรฐำนท่ี 3 กระบวนกำรจดั กำรเรยี นกำรสอนทเ่ี นน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคัญ
แต่ละมาตรฐานมีรายละเอียด ดังนี้
มาตรฐานที่ 1 คณุ ภาพของผู้เรยี น
1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผูเ้ รียน
1) มคี วำมสำมำรถในกำรอำ่ น กำรเขียน กำรส่ือสำร และกำรคดิ คำนวณ
2) มีควำมสำมำรถในกำรคิดวิเครำะห์ คิดอย่ำงมีวิจำรณญำณ อภิปรำยแลกเปล่ียน
ควำมคิดเหน็ และแกป้ ญั หำ
3) มคี วำมสำมำรถในกำรสรำ้ งนวตั กรรม
4) มคี วำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศและกำรสื่อสำร
5) มผี ลสมั ฤทธทิ์ ำงกำรเรียนตำมหลักสตู รสถำนศึกษำ
6) มคี วำมรู้ ทักษะพื้นฐำน และเจตคติที่ดีต่องำนอำชีพ
1.2 คณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงคข์ องผเู้ รยี น
1) กำรมีคุณลกั ษณะและค่ำนิยมที่ดีตำมที่สถำนศกึ ษำกำหนด
2) ควำมภูมิใจในท้องถ่ินและควำมเปน็ ไทย
3) กำรยอมรับทจ่ี ะอยู่รว่ มกนั บนควำมแตกต่ำงและหลำกหลำย
4) สุขภำวะทำงร่ำงกำย และจิตสงั คม
มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบริหารและการจัดการของผู้บรหิ ารสถานศึกษา
2.1 มเี ป้ำหมำยวิสยั ทศั นแ์ ละพนั ธกิจทส่ี ถำนศึกษำกำหนดชัดเจน
2.2 มรี ะบบบรหิ ำรจดั กำรคุณภำพของสถำนศึกษำ
2.3 ดำเนินงำนพัฒนำวิชำกำรที่เน้นคุณภำพผู้เรียนรอบด้ำนตำมหลักสูตรสถำนศึกษำ
และทกุ กลมุ่ เป้ำหมำย
2.4 พฒั นำครูและบุคลำกรใหม้ ีควำมเชีย่ วชำญทำงวชิ ำชีพ
2.5 จัดสภำพแวดล้อมทำงกำยภำพและสังคมท่เี อือ้ ต่อกำรจัดกำรเรยี นร้อู ย่ำงมคี ุณภำพ
2.6 จัดระบบเทคโนโลยีสำรสนเทศเพ่ือสนบั สนนุ กำรบริหำรจดั กำรและกำรจดั กำรเรยี นรู้
มาตรฐานท่ี 3 กระบวนการจัดการเรยี นการสอนท่ีเนน้ ผ้เู รียนเป็นสาคญั
3.1 จดั กำรเรยี นรู้ผ่ำนกระบวนกำรคิดและปฏบิ ัตจิ ริง และสำมำรถนำไปประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ได้
3.2 ใชส้ อื่ เทคโนโลยสี ำรสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ทีเ่ อื้อต่อกำรเรยี นรู้
3.3 มกี ำรบริหำรจดั กำรชน้ั เรยี นเชงิ บวก
โรงเรยี นตำรวจตระเวนชำยแดนบำ้ นควนตะแบก หนา้ 62
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา ประจาปี 2563
คาสงั่ โรงเรียนตารวจตระเวนชายแดนบา้ นควนตะแบก
ที่ 08 / 2563
เรอื่ ง แต่งต้ังคณะกรรมกำรประเมนิ คณุ ภำพภำยในของสถำนศกึ ษำโรงเรียนตำรวจตระเวนชำยแดน บ้ำนควนตะแบก
ปกี ำรศึกษำ 2562 ระดับปฐมวัยและระดบั กำรศึกษำขัน้ พื้นฐำน
…………………………………………..
พระรำชบัญญัติกำรศึกษำแห่งชำติ พ.ศ.2542 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 กำหนดให้
หน่วยงำนต้นสังกัดและสถำนศึกษำจัดให้มีระบบประกันคุณภำพภำยในสถำนศึกษำ อันนำไปสู่กำรกำหนดให้มี
มำตรฐำนส่วนท่ี 1 กำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน ประกอบกับได้มีกำรประกำศใช้กฎกระทรวงกำรประกันคุณภำพกำรศึกษำ
พ.ศ. 2561 และกระทรวงศึกษำธิกำรมีกำรประกำศให้ใช้มำตรฐำนกำรศึกษำ ระดับปฐมวัยและระดับกำรศึกษำขั้น
พื้นฐำน และระดับกำรศึกษำพิเศษ พ.ศ.2561 ลงวันที่ 6 สิงหำคม 2561 สำหรับให้สถำนศึกษำใช้เป็นแนวทำง
ดำเนินกำรเพ่ือกำรประกันคุณภำพภำยในของสถำนศึกษำและเตรียมกำรสำหรับกำรประเมินภำยนอก ซ่ึงจะทำให้เกิด
ควำมมั่นใจแก่ผู้มีส่วนเก่ียวข้องทุกฝ่ำยว่ำกำรจัดกำรศึกษำของสถำนศึกษำมีคุณภำพ ได้มำตรฐำนและคงรักษำไว้ซ่ึง
มำตรฐำนจำกกำรดำเนินงำนประกันคุณภำพภำยในของสถำนศึกษำ โดยมีกำรจัดทำรำยงำนประจำปี เสนอต่อ
หน่วยงำนต้นสังกัด หน่วยงำนท่ีเกี่ยวข้องและเปิดเผยต่อสำธำรณชน เพ่ือนำไปสู่กำรพัฒนำคุณภำพและมำตรฐ ำน
กำรศกึ ษำและเตรยี มกำรสำหรบั กำรประเมินคุณภำพภำยนอกโรงเรยี นตำรวจตระเวนชำยแดนบ้ำนควนตะแบก
อำศัยอำนำจบังคับบัญชำและอำนำจหน้ำที่ตำมควำมในมำตรำ 35 และมำตรำ 39 แห่งพระรำชบัญญัติ
ระเบียบบริหำรรำชกำรกระทรวงศึกษำศึกษำธิกำร พ.ศ. 2540 อำนำจตำมมำตรำ 27 แห่งพระรำชบัญญัติระเบียบ
ข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ พ.ศ.2547 และอำศัยอำนำจระเบียบสำนักนำยกรัฐมนตรีว่ำด้วยพนักงำน
รำชกำร พ.ศ.2547 เพื่อให้กำรบริหำรสถำนศึกษำเกิดประสิทธิภำพและประสิทธิผลสูงสุดต่อทำงรำชกำร จึงแต่งต้ัง
คณะกรรมกำรประเมินคุณภำพภำยในสถำนศึกษำ เพื่อทำกำรประเมินมำตรฐำนกำรศึกษำระดับปฐมวัยและระดับ
กำรศกึ ษำข้นั พนื้ ฐำนใหแ้ ล้วเสร็จ ดงั ตอ่ ไปนี้
โรงเรยี นตำรวจตระเวนชำยแดนบำ้ นควนตะแบก หนา้ 63
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ประจาปี 2563
1. คณะกรรมกำรอำนวยกำร มีหน้ำท่ี ให้คำแนะนำ ปรึกษำ อำนวยควำมสะดวก แก้ไขปัญหำในกำร
ดำเนนิ กำรประกนั คณุ ภำพภำยในสถำนศกึ ษำ แกค่ ณะกรรมกำรดำเนินงำน ประกอบดว้ ย
1.1 ดำบตำรวจโกศล แก้วมณี ครใู หญ่ ประธำนกรรมกำร
1.2 จำ่ สิบตำรวจวีรพงศ์ สงั ข์แก้ว ครผู ู้สอน กรรมกำร
1.3 จ่ำสบิ ตำรวจหญิงอรเวง กมิ ำคม ครผู ู้สอน กรรมกำร
1.4 จ่ำสิบตำรวจหญงิ สุจนิ คงท่งุ ครผู ู้สอน กรรมกำร
1.5 จำ่ สบิ ตำรวจกชกำนต์ เณรำนนท์ ครูผสู้ อน กรรมกำร
1.6 จ่ำสบิ ตำรวจบญุ แรง แสนหมนื่ ผชู้ ่วยครใู หญ่ฝ่ำยวิชำกำร กรรมกำร/เลขำนกุ ำร
1.7 สิบตำรวจตรีกัณหรัตน์ จนั ทรจ์ บ ผู้ชว่ ยครวู ชิ ำกำร กรรมกำรผู้ชว่ ยเลขำนุกำร
1.8 สบิ ตำรวจตรีวิทยำ สำมำรถ ผชู้ ่วยครวู ชิ ำกำร กรรมกำร/ผูช้ ว่ ยเลขำนกุ ำร
2. คณะกรรมกำรประเมินคุณภำพกำรศกึ ษำภำยในสถำนศกึ ษำ ระดับปฐมวัย ประกอบด้วย
2.1 ดำบตำรวจโกศล แก้วมณี ครูใหญ่ ประธำนกรรมกำร
2.2 จำ่ สิบตำรวจวีรพงศ์ สงั ขแ์ ก้ว ผชู้ ว่ ยครูใหญฝ่ ำ่ ยบรหิ ำร กรรมกำร
2.3 นำงสำวสุนิษำ จนิ ดำวงษ์ ครูผูส้ อน กรรมกำร
2.4 จำ่ สบิ ตำรวจบุญแรง แสนหมน่ื ผู้ชว่ ยครูใหญ่ฝำ่ ยวิชำกำร
2.5 นำงสำวอรอนงค์ ยอดแก้ว ครผู สู้ อน กรรมกำร/เลขำนุกำร
2.6 นำงชรินทร์ทพิ ย์ ผอมทอง ครูผสู้ อน กรรมกำร/ผ้ชู ่วยเลขำนกุ ำร
ขอใหผ้ ู้ท่ีไดร้ บั กำรแต่งต้ังปฏบิ ตั ิหนำ้ ทดี่ ้วยควำมเรียบร้อย ถกู ต้อง ให้สำเร็จลลุ ว่ งตำมวตั ถุประสงค์
ทั้งน้ีตั้งแต่บดั นี้เป็นต้นไป
สงั่ ณ วันท่ี 30 มีนำคม พ.ศ. 2563
ดำบตำรวจ
( โกศล แกว้ มณี )
ครใู หญโ่ รงเรยี นตำรวจตระเวนชำยแดนบ้ำนควนตะแบก
โรงเรยี นตำรวจตระเวนชำยแดนบำ้ นควนตะแบก หนา้ 64
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ประจาปี 2563
บันทกึ การพจิ ารณาใหค้ วามเหน็ ชอบเอกสาร
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ปีการศึกษา 2563
ของโรงเรยี นตารวจตระเวนชายแดนบา้ นควนตะแบก
สานกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาการประถมศึกษาพทั ลุง เขต 1
...............................................
มติท่ีประชุมคณะกรรมกำรสถำนศึกษำขั้นพื้นฐำนโรงเรียนตำรวจตระเวนบ้ำนควนตะแบก เม่ือ วันที่ 10
เมษำยน พ.ศ. 2563 ได้พิจำรณำให้ควำมเห็นชอบรำยงำนกำรประเมินตนเองของสถำนศึกษำ ปีกำรศึกษำ 2563
ด้วยมติเปน็ เอกฉันทใ์ ชร้ ำยงำนต่อหนว่ ยงำนตน้ สงั กดั และสำธำรณชนได้
ประเสริฐ ปำลสง
( นำยประเสริฐ ปำลสง )
ประธำนคณะกรรมกำรสถำนศึกษำข้ันพน้ื ฐำน
โรงเรียนตำรวจตระเวนชำยแดนบ้ำนควนตะแบก
ดำบตำรวจ
( โกศล แกว้ มณี )
ครใู หญ่โรงเรยี นตำรวจตระเวนชำยแดนบำ้ นควนตะแบก
โรงเรยี นตำรวจตระเวนชำยแดนบ้ำนควนตะแบก หนา้ 65
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ประจาปี 2563
ประกาศโรงเรยี นตารวจตระเวนชายแดนบ้านควนตะแบก
เรือ่ ง ใหใ้ ช้มาตรฐานการศึกษา ระดับปฐมวัยและระดบั การศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน
เพอื่ ประกันคุณภาพภายในของสถานศกึ ษา
-------------------------------------------------
โดยที่มีประกำศใช้กฎกระทรวงว่ำด้วยระบบหลักเกณฑ์ และวิธีกำรประกันคุณภำพ
กำรศึกษำ พ.ศ.2561 นโยบำยกำรปฏิรูปกำรศึกษำในทศวรรษท่ีสองท่ีกำหนดเป้ำหมำยและยุทธศำสตร์กำร
พัฒนำคุณภำพคนไทยและกำรศึกษำไทยในอนำคต ประกอบกับมีนโยบำยปฏิรูประบบกำรประเมินบุคลำกร
ประกันคุณภำพท้ังภำยในและภำยนอกของทุกระดับก่อนจะมีกำรประเมินคุณภำพในรอบต่อไป จำเป็นต้อง
ปรับปรุงมำตรฐำนกำรศึกษำขั้นพน้ื ฐำนให้สอดคล้องกัน จึงใหย้ กเลิกประกำศกระทรวงศึกษำธิกำร เรอ่ื ง ให้ใช้
มำตรฐำนกำรศึกษำระดับปฐมวัย เพ่ือกำรประกันคุณภำพภำยในของสถำนศึกษำ ลงวนั ที่ 27 กรกฎำคม พ.ศ.
2554 ประกำศกระทรวงศึกษำธิกำร เรื่อง ให้ใช้มำตรฐำนกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน เพ่ือกำรประกันคุณภำพ
ภำยในของสถำนศกึ ษำ ลงวนั ที่ 11 ตลุ ำคม พ.ศ.2559
พระรำชบัญญัติกำรศึกษำแห่งชำติ พ.ศ.2542 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มำตรำ
9 (3) ได้กำหนดกำรจัดระบบ โครงสร้ำง และกระบวนกำร จัดกำรศึกษำให้ยึดหลักสำคัญข้อหนึ่ง คือมีกำร
กำหนดมำตรฐำนกำรศึกษำ และจัดระบบกำรประกันคุณภำพกำรศึกษำทุกระดับและประเภทกำรศึกษำ
กำหนดนโยบำย แผน และมำตรฐำนกำรศึกษำและมำตรำ 48 ให้หน่วยงำนต้นสังกัดและสถำนศึกษำจัดให้มี
ระบบประกันคุณภำพภำยในสถำนศึกษำและให้ถือว่ำกำรประกันคุณภำพภำยในเป็นส่วนหนึ่งของกำรบริหำร
กำรศกึ ษำท่ีต้องดำเนินกำรอย่ำงต่อเน่ือง โดยมกี ำรจัดทำรำยงำนประจำปีเสนอต่อหน่วยงำนตน้ สังกัดหนว่ ยงำน
ที่เก่ียวข้องและเปิดเผยต่อสำธำรณชนเพื่อนำไปสู่กำรพัฒนำคุณภำพมำตรฐำนกำรศึกษำและเพื่อกำรรองรับกำร
ประกนั คุณภำพภำยนอก โรงเรียนตำรวจตระเวนชำยแดนบ้ำนควนตะแบก จึงประกำศให้ใช้มำตรฐำน
กำรศึกษำ ระดับปฐมวัยและระดับกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำนเพื่อกำรประกันคุณภำพภำยในของสถำนศึกษำ ตำม
เอกสำรแนบท้ำยประกำศน้ีเพ่ือเป็นเป้ำหมำยในกำรพัฒนำคุณภำพกำรศึกษำระดับปฐมวัย ระดับกำรศึกษำขั้น
พน้ื ฐำนและกำรประเมินคณุ ภำพภำยใน ตง้ั แต่ปีกำรศึกษำ 2563 เปน็ ตน้ ไป
ประกำศ ณ วันท่ี 2 พฤษภำคม พ.ศ. 2563
ดำบตำรวจ
( โกศล แก้วมณี )
ครูใหญโ่ รงเรียนตำรวจตระเวนชำยแดนบำ้ นควนตะแบก
โรงเรยี นตำรวจตระเวนชำยแดนบำ้ นควนตะแบก หนา้ 66
รายงานการประเมินตนเองของสถานศกึ ษา ประจาปี 2563
ประกำศโรงเรยี นตำรวจตระเวนชำยแดนบ้ำนควนตะแบก
เรอ่ื ง กำหนดค่ำเป้ำหมำยตำมมำตรฐำนกำรศึกษำของสถำนศึกษำ
ระดับปฐมวยั และระดบั กำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน
เพ่ือกำรประกันคุณภำพภำยในของสถำนศกึ ษำ
.....................................................................
ด้วยกระทรวงศึกษำธิกำร ได้ประกำศใช้กฎกระทรวงว่ำด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีกำรประกัน
คุณภำพกำรศึกษำ พ.ศ.2561 ซึ่งเหตุผลในกำรประกำศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ แนวทำงในกำรดำเนินงำน
ตำมประกำศกฎกระทรวงว่ำด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีกำรประกันคุณภำพกำรศึกษำ พ.ศ.2553 ไม่
สอดคล้องกับหลักกำรประกันคุณภำพกำรศึกษำที่แท้จริง จึงส่งผลให้กำรดำเนินกำรประกันคุณภำพท้ังภำยใน
และภำยนอกไม่สัมพันธก์ ัน เกดิ ควำมซ้ำซ้อนและคลำดเคลื่อนในกำรปฏบิ ัติ ทำใหไ้ มส่ ะท้อนควำมเปน็ จริงและเป็นกำรสร้ำง
ภำระใหส้ ถำนศึกษำ
ตำมประกำศกระทรวงศึกษำธิกำร เร่ือง ให้ใช้มำตรฐำนกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำนเพ่ือกำรประกันคุณภำพ
ภำยในของสถำนศึกษำระดับปฐมวัย และระดับกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน ฉบับลงวันที่ 20 กุมภำพันธ์ 2561
โรงเรียนตำรวจตระเวนชำยแดนบ้ำนควนตะแบก ปรบั มำตรฐำนกำรศึกษำของสถำนศึกษำระดับปฐมวยั และ
ระดับกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน จำกกำรมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง ท้ังบุคลำกรทุกคนในโรงเรียน ผู้ปกครอง และ
ประชำชนในชุมชนให้เหมำะสมและสอดคล้องกัน เพ่ือนำไปสู่กำรพัฒนำคุณภำพกำรศึกษำตำมมำตรฐำน
กำรศึกษำระดับปฐมวัย และระดับขั้นพื้นฐำน กำรประเมินคุณภำพภำยในและรองรับกำรประเมินคุณภำพ
ภำยนอก โดยควำมเห็นชอบของคณะกรรมกำรสถำนศกึ ษำขนั้ พน้ื ฐำน ในกำรประชุม ครงั้ ท่ี 3 / 2563 เมอ่ื วนั ท่ี 10
เมษำยน พ.ศ. 2563
เพ่ือให้กำรพัฒนำคุณภำพและมำตรฐำนกำรศึกษำของโรงเรียนตำรวจตระเว นชำยแดนบ้ำนควน
ตะแบกมีคุณภำพและมำตรฐำน จึงกำหนดค่ำเป้ำหมำยกำรพัฒนำคุณภำพตำมมำตรฐำนกำรศึกษำของ
สถำนศกึ ษำ ระดับปฐมวัย และระดบั กำรศกึ ษำขนั้ พืน้ ฐำน ตำมเอกสำรแนบทำ้ ยประกำศนี้
ประกำศ ณ วนั ท่ี 13 พฤษภำคม พ.ศ. 2563
ดำบตำรวจ
( โกศล แกว้ มณี )
ครูใหญโ่ รงเรียนตำรวจตระเวนชำยแดนบ้ำนควนตะแบก
โรงเรยี นตำรวจตระเวนชำยแดนบำ้ นควนตะแบก หนา้ 67
รายงานการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา ประจาปี 2563
likh’
สรา้ งภมู ปิ ัญญา พฒั นาคณุ ภาพชวี ิต สัมฤทธผิ ลความมั่นคง
โรงเรยี นตารวจตระเวนชายแดนบา้ นควนตะแบก หนา้ 68
สงั กดั กองกากบั การตารวจตระเวนชายแดนที่ 43
กองบัญชาการตารวจตระเวนชายแดน
โรงเรยี นตำรวจตระเวนชำยแดนบำ้ นควนตะแบก