พระมหาเวสสันดรชาดก
"กณั ฑ์มทั ร"ี
จดั ทาํ โดย
นางสาวกวติ า อาจภยั ริ
นทร์
เลขท๒ี ๗ ม.๕/๖
ประวัตผิ ู้แตง่
เกิด
ในสมัยกรุงศรีอยธุ ยาตอนปลายในแผน่
ดินสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั บรมโกศ
หนา้ ทีการงาน
ในรัชกาลสมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราช
รับราชการเปนหลวงสรวิชติ แล้วไปเปนนาย
ด่านเมอื งอุทัยธานใี นสมัยรัชกาลที 1 แหง่ กรงุ
รตั นโกสินทร์เลือนเปนพระยาพพิ ฒั นโ์ กษาและ
เจา้ พระยาพระคลงั เสนาบดีจตสุ ดมภก์ รมทา่
ผลงาน
ประพนั ธ์ในสมยั ธนบรุ แี ก้ไข
ลลิ ติ เพชรมงกุฎ
อิเหนาคําฉันท์ (พ.ศ. 2322, หลวงสรวชิ ิต)[5]
ประพนั ธใ์ นสมยั รัตนโกสนิ ทรแ์ กไ้ ข
ราชาธิราช (งานแปล, พ.ศ. 2328)
สามกก๊ (งานแปล, พ.ศ. 2408)
กากคี ํากลอน หรอื กากกี ลอนสุภาพ
รา่ ยยาวมหาชาตกิ ัณฑ์กมุ ารและกณั ฑม์ ทั รี
ลิลติ พยุหยาตราเพชรพวง
โคลงสภุ าษติ
กลอนและรา่ ยจารกึ เรอื งสร้างภูเขาทองทวี ัดราชคฤห์
ลิลิตศรีวิชยั ชาดก
สมบัตอิ มรินทรค์ ํากลอน
ลกั ษณะคําประพันธ์
มหาเวสสันดรชาดกเปนมหาชาตกิ ลอนเทศน์ มี
ลกั ษณะคําประพนั ธเ์ ปนรา่ ยยาวทมี คี าถาบาลีนาํ
รา่ ยยาว บทหนึงไม่จํากัดจํานวนวรรค แต่ทนี ยิ ม
คือตังแต่ ๕ วรรคขึนไป และแต่ละวรรคกไ็ มจ่ ํากดั จํานวน
คาํ เชน่ กนั แต่ไมค่ วรนอ้ ยกวา่ ๕ คาํ ซึงคําสุดท้ายของ
วรรคหน้าจะสง่ สัมผสั ไปวรรคหลงั คําใดก้ได้ แต่เว้นคาํ
สดุ ทา้ ยของวรรคอาจจบลงด้วย “คาํ สร้อย” (คําสรอ้ ย
เชน่ ฉะนี ดังนี นันเกดิ นันแล แลว้ แล ดว้ ยประการฉะนี
เปนต้น)
แผนผังและตัวอย่างรา่ ยยาว
ความเปนมา
มาจากรา่ ยยาวมหาเวสสนั ดรชาดก ซงึ เปนชาดก
เรืองทยี งิ ใหญท่ สี ุด โดยกลา่ วถงึ เรืองราวของพระ
โพธิสตั วซ์ ึงเสวยพระชาติเปนพระเวสสนั ดร เดมิ แต่งเปน
ภาษาบาลี ตอ่ มามีการแปลเปนภาษาไทยในสมยั กรุง
สโุ ขทยั ต่อมาในสมยั สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ โปรด
เกลา้ ฯใหป้ ราชญร์ าชบณั ฑติ แตง่ มหาชาติคาํ หลวง ซงึ เปน
มหาชาติสํานวนแรก โดยมจี ุดประสงคเ์ พอื ใช้สวด ในสมยั
พระเจ้าทรงธรรม โปรดเกล้าให้แต่งกาพย์มหาชาติ เพอื ใช้
สําหรับเทศน์ แต่เนอื ความในกาพยม์ หาชาติค่อนข้างยาว
ไม่สามารถเทศน์ให้จบภายใน ๑ วัน จงึ เกิดมหาชาติขนึ ใหม่
อกี หลายสาํ นวน เพือใหเ้ ทศน์จบภายใน ๑ วัน มหาชาติ
สํานวนใหมน่ เี รียกว่า มหาชาติกลอนเทศน์ หรือ ร่ายยาว
มหาเวสสนั ดรชาดก
ต่อมาในสมยั พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าฯ
โปรดเกล้าฯให้มกี ารชาํ ระและรวบรวมมหาชาติกลอนเทศ
สํานวนตา่ ง ๆ แลว้ คัดเลือกสํานวนทดี ที ีสุดของแต่ละกัณฑ์
นาํ มาจดั พิมพ์เปนฉบบั ของหลวง ๒ ฉบบั คอื ฉบบั หอพระ
สมุดวชิรญาณ และ ฉบบั กระทรวงศกึ ษาธิการ
เนอื เรืองย่อ
พระนางมัทรีฝนรา้ ยวา่ มีบุรุษมาทาํ รา้ ย จึงขอให้พระ
เวสสนั ดรทาํ นายฝนให้ แตพ่ ระนางกย็ ังไม่สบายพระทยั ก่อนเข้า
ปา พระนางฝากพระโอรสกับพระธิดากับพระเวสสนั ดรให้ชว่ ย
ดแู ล หลงั จากนันพระนางมัทรกี เ็ สด็จเข้าปาเพอื หาผลไม้มา
ปรนนิบตั ิพระเวสสันดรและสองกมุ าร ขณะทีอยูใ่ นปา พระนาง
พบวา่ ธรรมชาตผิ ิดปกตไิ ปจากทเี คยพบเหน็ เชน่ ตน้ ไม้ทเี คยมี
ผลก็กลายเปนต้นทีมีแตด่ อก ต้นทีเคยมกี งิ โนม้ ลงมาใหพ้ อเก็บ
ผลไดง้ ่าย กก็ ลับกลายเปนตน้ ตรงสงู เกบ็ ผลไมถ่ งึ ทงั ท้องฟาก็
มืดมดิ ขอบฟาเปนสเี หลืองใหร้ ้สู ึกหวนั หวาดเปนอย่างยิง ไม้คาน
ทีเคยหาบแสรกผลไม้ก็พลดั ตกจากบา่ ไม้ตะขอทใี ช้เกียวผลไม้
พลัดหลดุ จากมือ ยิงพาใหก้ ังวลใจยิงขึนบรรดาเทพยดาทัง
หลายต่างพากันกังวลว่า หากนางมัทรกี ลบั ออกจากปาเร็วและ
ทราบเรอื งทพี ระเวสสนั ดร ทรงบรจิ าคพระโอรสธิดาเปนทาน ก็
จะต้องออกติดตามพระกุมารทังสองคืนจากชูชก พระอนิ ทร์จงึ
สง่ เทพบรวิ าร 3 องคใ์ หแ้ ปลงกายเปนสัตวร์ ้าย 3 ตวั คือราชสีห์
เสอื โคร่ง และเสือเหลือง ขวางทางไมใ่ ห้เสดจ็ กลับอาศรมไดต้ าม
เวลาปกติ เมอื ล่วงเวลาดึกแล้วจึงหลีกทางใหพ้ ระนางเสดจ็ กลับ
อาศรม เมอื พระนางเสดจ็ กลบั ถงึ อาศรมไม่พบสองกุมารกโ็ ศก
เศรา้ เสยี พระทัย เทียวตามหาและร้องไหค้ รําครวญ พระ
เวสสันดรทรงเห็นพระนางเศรา้ โศก จงึ หาวิธีตดั ความทุกข์โศก
ดว้ ยการแกล้งกลา่ วหานางวา่ คดิ นอกใจคบหากับชายอนื จึง
กลับมาถึงอาศรมในเวลาดึก เพราะทรงเกรงว่าถ้าบอกความจรงิ
ในขณะทพี ระนางกําลังโศกเศรา้ หนกั และกาํ ลังออ่ นลา้ พระนาง
จะเปนอนั ตรายได้ ในทสี ุดพระนางมทั รีทรงคราํ ครวญหาลูกจน
สินสติไป ครนั เมือฟนขึน พระเวสสนั ดรทรงเลา่ ความจริงว่า
พระองค์ไดป้ ระทานกุมารทังสองแก่ชชู กไปแล้วด้วยเหตผุ ลทจี ะ
ทรงบาํ เพ็ญทานบารมี พระนางมทั รจี ึงทรงคอ่ ยหายโศกเศรา้
และทรงอนโุ มทนาในการบาํ เพ็ญทานบารมีของพระเวสสันดร
ด้วย
ถอดคําประพนั ธ์
เวลานันพระนางมัทรไี ด้ทรงเขา้ ไปหาผลไม้ในปา
กท็ รงหวนั กลัว เมอื เห็นธรรมชาตผิ ดิ ปกติไป ก็ทรง
คิดถึงลกู ทังสอง เดนิ ไปกเ็ ศรา้ ไปร้องไหไ้ ป พอดูผลไมใ้ น
ปาจากทเี คยมลี ูกก็มแี ตด่ อก ทังดอกไม้ทีพระนางเคย
ร้อยไปฝากลกู ทงั สอง ทอ้ งฟากแ็ ดงเปนสายเลือด มืด
หมดทงั แปดทิศ ผลไม้กย็ ังมาหลน่ จากมอื ยงิ ผดิ สงั เกต
เลยรบี ก้าวเท้าเดินโดยเรว็ มาถึงกลางทางกด็ นั มาเจอ
สตั วท์ ังสามตัว คอื พญาราชสีห์ พญาเสอื เหลือง และ
พญาเสอื โคร่ง ยงิ รอ้ งไห้ รอเวลาก็คดิ วา่ ปานลี ุกคงคอย
หากจะเดนิ ไปทางอืนก็ไกลมาก มีทังขอนไม้ ก้อนหิน
มากมาย เลยกราบไหวอ้ ้อนวอนขอทางกลบั แลว้ จะแบ่ง
ผลไมใ้ ห้สักครงึ
เทพทงั สามทแี ปลงกายมาเมอื ได้ฟงแล้ว
กเ็ ห็นพระนางร้องไห้นําตาเตม็ ไปทังสองตาก็หลีก
ทางให้ พระนางรบี วิงไปแล้วรอ้ งไห้ไปไมย่ อมหยดุ
สกั พักก็ถงึ อาศรม ถึงทที ีลูกทังสองเคยเลน่ กันก็
ไม่เห็น ใจเริมเรมิ หวนั เรียกหาก็ไม่มี พระนางทรง
พรรณนาถึงความหลังมากมายถงึ ลกู ทังสอง คิด
ว่าลกู จะสนิ ใจไปเสียแล้ว
เมือตรสั ถามพระเวสสนั ดรก็พูดไมใ่ ยดแี ตส่ กั นดิ
คดิ วา่ คบชายอนื แต่พระนางกไ็ มถ่ ือโกรธเพราะทัง
ลกู และสามีลว้ นเปนเพอื นรว่ มในยามยาก แต่
กราบทลู เทา่ ไรพระสามีกไ็ มฟ่ ง ไม่ตรสั ตอบแตค่ าํ
เดยี ว จึงยิงทาํ ให้พระนางมัทรียงิ กลุม้ ใจยิงขึน
พระนางหนักใจเหลอื เกนิ เหมอื นคนเอาเหลก็ แดง
มาแทงใจใหเ้ จ็บใจจนทนไม่ได้ ทงั ลกู ก็หายไปแม่
แทบทนไม่ไหว หากพระเวสสนั ดรไม่ใยดี เห็นวา่
พระนางคงจะสนิ ใจอยใู่ นปานแี ลว้
ถอดคาํ ประพันธ์
เมอื พระเวสสนั ดรทรงไดฟ้ งพระนางมัทรแี ลว้
จงึ รีบคดิ หาวิธดี ับโศกให้ ว่าพระนางมพี ักตร์อนั ผดุ ผ่อง
เสมือนเอานําทองเขา้ มาทาบทับผิว เหมือนเปนนางฟาลง
มา ใครเห็นก็อยากจะชืนชม พระองค์เลยเลยพูดกลา่ ว
โทษว่าไปลอบคบชายอืน แล้วยงั มามารยา เมือตอนเช้า
ก่อนจะไปยังทําเปนห่วงใยลูกไมอ่ ยากจาก แต่ไปซะนาน
เพิงจะกลับมาเอาปานนี หรือจะไปตดิ ใจผลไมด้ ๆี แลว้ ลืม
ลกู ลมื สามี ช่างไม่รจู้ ริงๆ กับใจหญิง หากเปนเหมอื นเมอื
ก่อนนันตอนทีเปนกษัตรยิ ์ พระนางก็คงไม่มชี ีวิตอยู่
เพราะพระองคจ์ ะสงั ประหาร รา่ งกายก็ขาดสบนั ไปทนั ตา
แล้ว
สว่ นพระนางมัทรีเมอื ไดฟ้ งคาํ พระ
เวสสนั ดรก็ทรงเจบ็ ใจและหายทุกข์โศกลงบ้าง
แลว้ ก้มกราบบงั คมทลู พระเวสสนั ดรว่าทีพระนาง
มาชา้ เพราะว่า ภายในปาทังผลไมต้ น้ ไม้ พชื
พรรณนานาชนดิ มนั แปรปรวนหมด ทงั ปามืดทัง
แปดทศิ พระนางก็รบี วงิ ไมห่ ยุดหยอ่ น แตก่ ม็ าเจอ
สัตวร์ าชสีห์ และเสอื อกี สองตัว กดั ไว้ จนเวลาตะวนั
ตกดนิ แล้วจึงมาไดพ้ ระนางพยายามอธิบายและ
แสดงความจงรักภักดตี ่อพระเวสสนั ดร ว่าพระนาง
เปนเพือนยากใหพ้ ระองคม์ าตลอดแล้วเห็นตรง
ไหนทีผดิ สงั เกตบา้ ง เมือไมว่ า่ จะทกุ ขย์ ากยังไงก็
ทนหาผลไม้ เข้าไปในปาก็โดนขดุ ขวนจนเปนรวิ
รอยเลอื ดไหล พระนางทรงรกั สามีเหมอื นดังบดิ า
ของตน ไมเ่ คยคิดทีจะนอกใจ ด้วยพระคณุ พระ
กรณุ าให้พระเวสสนั ดรทรงใหอ้ ภัยความผดิ ครังนี
ของนางด้วย
ถอดคําประพันธ์
เมอื พระนางมัทรที รงกราบทูลไปแล้วพระ
เวสสันดรกย็ งั นงิ เฉยไมก่ ล่าวอะไร พระนางจงึ ออกอาการ
เศร้าโศกยิงสะอึกสะอนื และกราบบังคมออกมาเทยี วตาม
หาพระกุมารทังสองตามสถานทีต่างๆ ราํ ลกึ ถงึ ความหลัง
เมอื ถึงสถานทตี รงทีพระกมุ ารทงั สองเคยเลน่ กัน ยิงมอง
ในนําก็มีแตน่ ําขนุ่ มองปากจ็ ากทีเคยดาํ ผดุ ดําวา่ ยอยูก่ ็
ไมม่ ี นกทีเคยบนิ ลงจกิ อาหารก็ไม่เห็น ทกุ อย่างแปลกตา
แปรปรวนไปทกุ อย่างยิงทาํ ใหใ้ จหาย ออกตามหาต่อเมอื
ไดย้ นิ เสยี งอะไรก็คดิ วา่ เปนเสยี งพระกมุ ารทังสอง มอง
เห็นอะไรตะคมุ่ ๆ กค็ ิดว่าจะเปนพระกุมารทังสอง ทกุ อย่าง
รอบกายทไี ดย้ ินไดเ้ หน็ กค็ ิดว่าจะเปนลุกทังสอง จงึ กลา่ ว
วา่ เวลาปานนจี ะดกึ ดนื จนจะร่งุ แลว้ กไ็ ม่ร้เู ลย ลมพดั
เรือยๆอกแมเ่ องก้อ่อนลา้ ทงั ดาวเดอื นก็ลบั กิงไม้ลง ฝูง
ลงิ ฝูงคา้ งก็เทยี วกลบั เกลือกอยู่มากมาย นกกเ็ งียบไปทุก
รัง แต่ตวั แม่ยงั คงเทยี วตามหาลูกอยใู่ นปา
ทุกหนแห่ง สดุ แลว้ สายตาทีแมจ่ ะตามลูกไปดแู ล
สดุ ทีจะได้ยินเสียง สุดปญญาสุดค้นหาสดุ ทจี ะ
คดิ แลว้ ทแี ม่จะไดพ้ บลูกนอ้ ยแต่รอยสกั นดิ กไ็ ม่มี
ลูกทงั สองเจ้าเอ๋ย หรอื วา่ เจ้าทังสองจะสนิ เสยี แลว้
เหมอื นดงั ทีแมไ่ ดฝ้ นเมอื คืน
ถอดคําประพันธ์
เมือพระนางมัทรีทรงตามหาแลว้ จนทวั แห่งละ
๓ หน ก็ยงั ไม่เจอ ทรงหมดเรียวแรง และเมอื กลับมาที
อาศรมก็เหมือนจะสนิ ใจลงตรงนนั ทรงพรรณนาถึงลุก
ทังสอง ทรงร้องไหน้ ําตานองหน้าตลอดตงั แตต่ ามหาก็
ยังไม่หยุด คราํ ครวญรอ้ งไห้ หากว่าพระนางรู้วา่ ลกู อยู่
หนแห่งใดกจ็ ะไปตามหาหรอื ลูกจะข้ามนําทะเลไปเขต
แควน้ อนื แล้ว หากแมร่ แู้ ม่จะไปตามลูกด้วยเรยี วแรงที
เหลือ เมือตอนเชา้ แม่ยังไดก้ อดจูบลูกอยแู่ ตต้ อนนไี มเ่ หน็
เสยี แล้ว ยามลูกทงั สองอยู่แมก่ ลอ่ มเจ้าแล้วต่อแตน่ แี ม่
จะกล่อมใครใหน้ ทิ รา แมค่ ิดวา่ เจา้ จะได้เปนเพอื นยากกนั
ยามหน้าแม่จะไดฝ้ ากผพี ึงลูกทงั สองคน แต่เจ้าก็ทงิ แค่
ชือไว้ให้เปล่าออก แลว้ สมควรหรอื ไงทีมาสลัดทิงแมไ่ ป
ให้แมต่ ้องเสียใจ และจะสินใจเสยี ให้ เลยกราบบังคมทลู
นอ้ มศรี ษะลงตอ่ พระเวสสันดรเพอื ทจี ะได้รู้ แลว้ กราบ
บังคมลาเมือเทา้ ย่องยา่ งกไ็ มไ่ หวต่อรา่ งกายทีออ่ นล้า
รา่ งกายหนา้ ตาง่วงงอใหพ้ ระนางไมไ่ หวไม่ทนั ได้
บังคมทูล พอพดู พระคุณเจา้ เอย๋ แคค่ ําเดยี ว
เทา่ นันก็ไม่มีเสยี ง ตาหลับรา่ งลงสลบตรงหนา้
พระเวสสันดร ดงั พมุ่ ฉัตรทองถกู สายอสั นีฟาดลง
ระเนนเอนแลว้ กล็ ้มลงตรงหน้าพระทีนังพระเวสสนั ดร
ทันที
ถอดคาํ ประพนั ธ์
เวลานันพระเวสสนั ดรกท็ รงทอดพระเนตรเหน็
พระนางมทั รีสลบไปกค็ ิดว่าพระนางจะสนิ ใจแลว้ จงึ
พรรณนาว่า บญุ ของพีนนี อ้ ยนกั เพือนยาก เจ้ามาตาย
จากพีไปภายในวดั เจ้าจะเอาปาแห่งนีเปนปาช้า จะเอา
อาศรมหลังนหี รอื เปนบริเวณเมรุทอง จะเอาเสยี งสาริ
ดราํ ร้องเสียงจกั จนั และเรไรอันรํารอ้ งหรือมาเปนกลอง
ประโคมใน และแตรสังขเ์ ปนพณิ พาทย์ จะเอาเมฆหมอก
เปนเพดาน จะเอายงุ่ ในปาหรือมาแต่งฉัตรเงนิ และฉัตร
ทอง แล้วจะเอาแสงพระจนั ทรห์ รอื มาเปนแสงไฟประดบั
ชา่ งนา่ นจิ จามทั รมี าตายไร้ญาตอิ ยู่ในปา เมือได้ตงั สติลด
โศกเศรา้ จงึ พิจารณาก็รู้ว่ายังไม่สนิ จงึ เอาผา้ กบั นํามา
ประคบเพอื ให้ฟน ยกศรี ษะพระนางตงั บนตกั แลว้ ประคบ
เพอื ใหน้ างฟนตนื ขนึ มา
เมือพระนางมทั รตี ืนขึนมาเหน็ ตนนอน
อย่บู นตักพระเวสสนั ดร ก็เห็นวา่ มิควร เลยรบี ลุก
แล้วถัดลงไป กท็ รงทลู ถามพระเวสสันดรต่อว่า
ลกู ทังสองอยทู่ ไี หน พระองคท์ รงเล่าให้ฟงว่า ได้
ให้ทานแกพ่ ราหมณเ์ มือวานนแี ลว้ ขอใหพ้ ระนาง
จงอย่าโศกเศรา้ ไปเลย ใหศ้ รทั ธาในการทาํ ทาน
ครังนี หากเรายังมีชีวติ อยู่ตอ้ งไดเ้ จอกนั สักวนั
พระองค์จะตอ้ งใหผ้ ทู้ ีมาขอ ถึงแมจ้ ะมีผมู้ าขอเนอื
หนงั เลือด หรอื จะเปนดวงตา พระองค์พรอ้ มทจี ะ
ให้ และถา้ หากพระองคม์ เี งินทองมากมาย หากมี
ยาจกมาไหวว้ อนขอกจ็ ะให้เชน่ กนั มทั รจี งชว่ ย
อนโุ มทนาทานในครงั นีด้วย
ถอดคาํ ประพนั ธ์
พระนางมทั รที รงถามว่า เมือวานนที าํ ไม
พระองค์ไมบ่ อกใหร้ ู้ พระเวสสันดรจงึ ตอบว่า หากจะเลา่
ให้พระนางฟงกส็ ุดใจมาจากปาไกลยังเหนือยอยู่ และ
ดว้ ยความรกั ร้อนรนทมี ีตอ่ ลกู ทลี ูกทังสองไปไกลตา
พระนางมทั รเี ลยพูดต่อวา่ พระกมุ ารทังสองคนพระนา
งอตุ สาถนอม เลยี งดูมา ก็ขออนุโมทนาด้วยปยบุตร
ทานบารมดี ้วย ขอให้นาํ พระทัยพระองค์จงผอ่ งแผ้วอยา่
มีมัจฉรยิ ธรรมอกศุ ลอย่าปนในนําพระทัยของพระองค์
ขอ้ คดิ
๑. “รักใครเลา่ จะเท่าพ่อแม่รัก ห่วงใดเล่าจะเท่าพอ่ แม่
ห่วง หวงใดเล่า จะเท่าพ่อแม่หวง ให้ใครเล่าจะเทา่ พ่อแม่
ให้”
๒. ลกู ดชี นื ใจพ่อแม่ ลูกแย่พอ่ แมช่ ําใจ
๓. ลูกกตญั ู ชาวโลกอนโุ มทนา เทวดาชนื ชม พรหมก็
สรรเสริญ
อ้างอิง
๑. วัดหัวลําโพง พระอารามหลวง.//(๒๕๕๕).// ขอเชิญ
พทุ ธศาสนิกชนร่วมรบั เปนเจา้ ภาพในฟงเทศมหาชาติเวสสันดร
ชาดก.//สบื คน้ เมอื วันท๓ี ธันวาคม ๒๕๖๕,/
จาก/http://buddhajak.ac.th/pdf/mahachart.pdf
๒.โรงเรยี นเตรียมอดุ มศกึ ษา.//(๒๕๖๕).// มหาเวสสนั ดรชาดก
กณั ฑม์ ทั รี.//สบื ค้นเมือวันท๓ี ธันวาคม ๒๕๖๕,/
จาก/http://e-
learning.triamudom.ac.th/courses/55/unit02/06.html
๓. Wannakadee M.5 .//(๒๕๖๕).// มหาเวสสนั ดรชาดก กัณฑ์
มัทร.ี //สบื คน้ เมือวนั ที๓ ธันวาคม ๒๕๖๕,/
จาก/https://sites.google.com/site/
ขอบคณุ คะ่