อารยธรรมอินเดีย
ล่มุ แมน่ าํ สนิ ธุ
By ณภัทรชนม์ ศรมี งคล ม.6/2 เลขที14
โมแฮนโจ - ดาโร แหล่งอารยธรรมสมยั ก่อน
ประวตั ิศาสตรอ์ ินเดยี
แหล่งอารยธรรมสมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์อนิ เดยี
อยบู่ รเวณลมุ่ แมน่ าํ สินธใุ นปากีสถาน และมกี าร
พบซากเมอื งโบราณ ไดแ้ ก่ โมแฮนโจ-ดาโร
และ ฮารัปปา
ฮารปั ปา
เน่ืองจากภมู ปิ ระเทศของอินเดีย ทเ่ี รียกวาชองเขาไคเบอรซ ่ึงเป็นหนทาง
มีลักษณะเป็นรปู สามเหล่ียมขนาดใหญ เดยี วทจี่ ะเขาสูอ ินเดียในสมัยโบราณ
มีเทือกเขาหมิ าลยั กนั้ อยูทางตอนเหนือ
มเี ทือกเขาฮินดุกชุ อทู างตะวันตกเฉียง เกีย่ วของกับประวตั ศิ าสตรอ นิ เดยี ตลอด
มาเพราะเสนทางนี้เป็ นทางผานของกอง
เหนือทางดานตะวันตกติดกบั ทะเล
อาหรบั สวนทางดานตะวนั อออกติดกบั ทัพของผูร กุ รานและพอคาจากเอเชีย
มหาสมทุ รอินเดียไปจนถงึ อาวเบงกอล กลาง อฟั กานิสถานเขา สอู ินเดยี เพราะ
ดงั นัน้ ผทู ่ีเดินทางโดยทางบกเขา มายัง
เดินทางท่ีสะดวก
บริเวณนี้ในสมยั โบราณตองผา น
ชอ งเขา
เเททื ืออกกเเขขาาหหิ ิมมลลั ัยย
ชนพืนเมือง ดราวิเดียน
ชนพืนเมือง ดราวเดียน หรอทีเรยกวา่
ฑราวท มลิ ักขะ พวกเขามีลักษณะรูปร่าง
เล็ก ผวิ คลาํ จมูกแบนกวา้ ง
ชาวอารยัน
เปนพวกทีอพยพเคลือนย้ายจากดินแดนเอเชยี กลาง
ลงมายังตอนใต้กระจายไปตงั ถิน ฐานในพืนทีต่างๆ
พวกดราวเดียนใหถ้ อยร่นลงไปหรอจับตัวเปนทาส พวก
อารยันมรี ูปร่างสงู ใหญผ่ ิวขาว จมูกโด่ง คลา้ ยกบั ชาว
อินเดยี ทอี ย่ทู างตอนเหนืออารยัน
ความเชอื ระบบวรรณ
ในสงั คมชาวอนิ เดยี ทสี่ วนใหญน ับถือศาสนาฮนิ ดูหรือศาสนา
พราหมณ ซ่งึ มคี วามเช่อื ในเทพเจาผเู ป็นใหญคอื "พระพรหม"
วา เป็นผสู รางโลก มนุษยเ ราเกดิ จากการสรางดวยอวัยวะตางๆ
ของพระพรหม กอใหเกดิ เร่ืองชนชนั้ วรรณะ 4 นี้ข้ึนมา
(สิง่ ท่ปี กปิด, รปู ลักษณภายนอก, ส,ี สีผวิ ) เป็นส่ิงที่
กําหนดไวในคัมภีรทางศาสนาฮนิ ดู ซ่งึ มีปรากฏครัง้
แรกในปรุ ุษสุกตะ ซ่ึงเป็นโศลกหน่ึงในคมั ภีรฤคเวท
ยคุ หลัง วา วรรณะตางๆ นัน้ เกิดข้ึนจากอวัยวะสวน
ตา งๆ ของพระผเู ป็นตน กําเนิดของสรรพสง่ิ ในจกั รวาล
ท่เี รยี กกันวา บุรุษ โดยพราหมณนัน้ เกดิ จากปาก
กษตั รยิ เ กิดจากมือ แพศยเ กิดจากลาํ ตวั และศูทรนัน้
เกดิ จากเทา การแบง กลมุ เหลานี้แสดงถึงการแบงกลุม
ตามลกั ษณะหน าท่ีของคนในสังคม
ตงั้ แตสมัยโบราณวรรณะที่สําคญั มี 4 วรรณะ ไดแก
1) วรรณะพราหมณ ไดแก นักบวช นักวิชาการ นักการเมือง
2) วรรณะกษตั รยิ ไดแ ก นักรบ ขาราชการ
3) วรรณะแพศย ไดแก พอ คา นักธรุ กิจ
4) วรรณะศูทร ไดแก ผใู ชแรงงาน ชาวนา กรรมกร
การปกครองและกฎหมาย
บา้ นเมอื งในลุ่มแม่นําสินธุ มรี ่องรอยของการปกครองแบบรวม
อาํ นาจเข้าศูนยก์ ลาง ทังนเี หน็ ได้จากรูปแบบการสร้างเมือ
งอารัปปาและ เมืองเฮนโจ-ดาโร ทีมกี ารวางผังเมืองในลักษณะ
เดียวกนั มกี ารตัดถนนเปนระเบียการสร้างบา้ นใชอ้ ฐิ ขนาด
เดียวกนั ตัวเมืองมกั อยู่ใกล้ปอม ซึงตอ้ งมีผนู้ าํ ทมี ีอํานาจแบบรวม
ศูนย์ ผ้นู าํ มสี ถานภาพเปนทังกษตั รยแ์ ละเปนนักบวชมที งั อาํ นาจ
ทางโลกและทางธรรมตอ่ มาเมือพวกอารยนั เข้ามาปกครองดิน
แดนลมุ่ นาํ สนิ ธุแทนพวกดราวเดยี นจึงได้เปลียนแปลง การ
ปกครองเปนแบบ กระจายอํานาจโดยแต่ละเผา่ มหี ัวหนา้ ทีเรยก
วา่ ราชา ปกครองกนั เอง
ความเจรญิ ของอารยธรรม
อินเดยี ล่มุ แมน่ าํ สนิ ธุ'
(ชวง 2,500 - 1500 ป กอนคริสตศักราช)
เปนเมืองขนาดใหญ่ มีการวางผงั เมอื งทีดี
มีระบบชลประทานทีดี
อารยธรรมคลา้ ยคลงึ กับเมโสโปเตเมีย
การดํารงชีวิตและการค้า
คนในดนิ แดนลุมน้ําสินธุมกี ารทําอาชพี
การเกษตรเป็นพ้ืนฐานทางเศรษฐกจิ และ
มีการทาํ การคาภายในการเพม่ิ ประชากร
ในแตล ะอาณาจกั ร ทําใหก ารคาในเมือง
ตา งๆขยายตวั ข้นึ ซ่ึงมสี นิ คาสาํ คญั เชน
ดบี ุก ทองแดง หนิ มีคา ชนิดตา งๆ
นอกจากนี้ยงั มสี ินคา อตุ สาหกรรม เชน
การทอ ผา ฝ าย ผา ไหม เป็นสนิ คาในการ
ขายในดินแดนตา งๆ อาทิ อาระเบยี เปอร
เชยี อียิปต เป็นตน
สมยั มุสลิมรกุ ราน
มุสลิมที่เขา รุกรานอินเดีย คอื มสุ ลิมเช้อื สาย
เติรก จากเอเชยี กลาง เขา ปกครองอินเดียภาค
เหนือ ตัง้ เมอื งเดลี เป็นเมอื งหลวง เม่อื เขา มาปก
ครองมกี ารบีบบงั คบั ใหช าวอินเดียมานับถอื ศาสนา
อิสลาม ราษฎรทไ่ี มนับถอื ศาสนาอสิ ลามจะถกู เกบ็
ภาษี “จิซยา” ในอัตราสงู หากหันมานับถอื จะได
รบั การยกเวน การกระทําของเตริ ก สงผลใหส งั คม
อินเดียเกดิ ความแตกแยกระหวา งพวกฮินดูและ
มุสลิมจนถงึ ปัจจบุ นั
สมยั ชาวตะวนั ตกเขา้ มารกุ ราน
ตอนนัน้ เป็นผูผกู ขาดการคา เครอื งเทศแตผ ูเ ดยี ว ฮอลแลนดก็สัง่ เคร่ืองเทศจาก
ลสิ บอนไปขายยังยโุ รปทาํ ใหราคาเคร่ืองเทศสูงข้ึนมากในยุโรป อนั เน่ืองจาก
ความตองการสงู และมีการคาเพ่ือเอากําไรหลงั จากนัน้ ฮอลแลนดเดินเรอื มายัง
เอเชียและหาแหลง เคร่ืองเทศ ฮอลแลนดประสบผลสําเร็จเป็นอยางมาก การประ
สบควาสาํ เรจ็ ของฮอลแลนดท ําใหอังกฤษพยายามเขา มามีบทบาททางองั กฤษ
และไดร ับการสนับสนนุ จากกษตั รยิ อ งั กฤษ องั กฤษขยายสถานีการคา ขยาย
บทบาททางการทหารการเดนิ เรือมากข้นึ และประสบความสาํ เรจ็ อยา งมากจึง
พยายามกีดกันบทบาทของฮอลแลนดใหลดลง
แตตะวันตกออกจากการคาอนิ เดียความแตกตางทางศาสนาการปฏวิ ัติ
ระหวา งผูปกครองทีเ่ ป็นมสลุ ิมกบั ประชากรสว นใหญ เศรษฐกจิ ของ
องั กฤษในอนิ เดยี การผูกขาดทางการคาของผปู กครองอินเดยี สมยั นัน้ และ
การเมืองของอนิ เดียสมยั ราชวงศโ มกลุในท่ีสุดองั กฤษกป็ ระสบผลสําเร็จ
ในการเขายึดครองอนิ เดียในสมยั ราชวงศโมกลใุ นศตวรรษ ท่1ี 9จน
อินเดียตกเป็นอาณานิคมขององั กฤษในที่สุด
ระบบการปกครองอินเดยี
ทีรบั มาจากอังกฤษ
สมยั อาณานิคมอังกฤษ
ในปลายสมยั อาณาจักรโมกลุ กษตั ริยทรงใชจา ยฟมุ เฟือย
ตองเพมิ่ ภาษแี ละเพมิ่ การเกณฑแรงงานทําใหประชาชน
อยูรอด นอกจากนี้ยงั กดขท่ี ําลายลา งศาสนาฮนิ ดอู ยา ง
รุนแรงทาํ ใหเกิดความแตกแยกภายในชาติเป็นเหตุให
อังกฤษคอ ยๆเขา แทรกแซง และครอบครองอินเดยี ทีละ
น อยจนในทส่ี ดอุ งั กฤษลมราชวงศโมกุลและครอบครอง
อนิ เดียในฐานะอาณานิคมอังกฤษและสิ่งทอ่ี งั กฤษวางไว
ใหก บั อนิ เดีย คอื
- รากฐานการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
- การศาล การศึกษา
- ยกเลกิ ประเพณีบางอยา ง เชน พิธสี ตี (การเผาตัวตาย
ของหญิงหมายฮนิ ดู
มหาตมะ คานธี
ยาวาหะราล เนหร์ ู
สมยั เอกราช
หลงั สงครามโลกครัง้ ท2่ี ขบวนการชาตนิยมาอินเดียนําโดย มหาตมะ คาน
ธี และ ยาวาหะราล เนหร ู เป็ นผูนําเรยี กรอ ง เอกราชมหาตมะคานธี ใช
หลกั อหงิ สาและสตัยเคราะหในการ เรียกรองเอกราชจนประสบความสําเรจ็
หลงั จากไดรับเอกราช
อนิ เดยี ปกครองดวยระบอบประชาธิปไตย แตป ีค.ศ.1947มปี ัญหาความคัด
แยง ทางศาสนาอยางรุนแรงระหวา งกลุมคนนับถอื ศาสนาฮินดูกบั กลมุ คนที่
นับถอื ศาสนาอสิ ลามจนนมาสูการแยกประเทศของกลุมที่นับถอื ศาสนา
อสิ ลามโดยแยกออกมาเป็น ประเทศปากีสถาน ตอมาปี ค.ศ. 1971 ปากสี
ถานตะวนั ออกไมพ อใจตอ การถูกเอาเปรียบจากปากีสถานตะวนั ตก จนเกิด
การแยกประเทศมาเป็นประเทศบังคลาเทศในปัจจบุ ัน
เส้ นเวลา
แสดงอารยธรรมอินเดียสมัยก่อนประวัติศาสตร์
แสดงลําดับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์อินเดียและโลก
บทสรปุ ของอารยธรรมอินเดยี
ล่มุ แมน่ าํ สนิ ธุ
ความคดิ จากอารยธรรมอนิ เดยี ไดแ พรกระจายไดต าม
อาณาจกั รตางๆ มากมาย โดยเฉพาะความคดิ จากศาสนา
ฮินดไู ดแพรเขา สอู าณาจกั รทางเอเชียตะวันออกเฉียงใตจน
กอใหเ กดิ วิหารเก่ียวกบั ความเช่ือทางศาสนา กอ ใหเกดิ
สถาปัตยกรรม จิตรกรรม และวรรณคดีทางศาสนามากมาย
ตอ มาเม่ือพทุ ธศาสนาไดรบั การยอมรบั มากข้ึนและไดแ พร
ขยายเขา มาสูทงั้ เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต และเอเชยี ตะวนั
ออก โดยเฉพาะการแพรข ยายไปตามเสน ทางสายไหมจาก
อินเดยี สจู นี และเปอรเซยี แนวความคิดทางพุทธศาสนาก็
เขา มาเจรญิ แทนทกี่ ระแสความคดิ เดิม
The end
By นางสาวณภัทรชนม ศรมี งคล ม.6/2 เลขท่1ี 4