การพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น
เรอื่ งโครงสรา้ งประโยค (Sentence Structures)
ของนกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 6
โดยใชบ้ ทเรยี นออนไลน์บนแพลทฟอรม์ PAKKRED LEARNING CYBER
The Development for Achievement about Sentence Structure
of Grade 12 Students
Using On-line Lesson
via PAKKRED LEARNING CYBER Platform
โดย
นางสาวจฬุ าลกั ษณ์ อุปนนั ชยั
ครู คศ.3
โรงเรยี นปากเกรด็ อาเภอปากเกรด็ จงั หวดั นนทบุรี
สานกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษามธั ยมศกึ ษาเขต 3
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ
วจิ ยั ในชัน้ เรียน
เร่อื ง การพัฒนาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น เร่ืองโครงสรา้ งประโยค
(Sentence Structures) ของนักเรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6
โดยใช้บทเรียนออนไลน์บนแพลทฟอร์ม PAKKRED
LEARNING CYBER
The Development for Achievement about Sentence
Structure of Grade 12 Students Using On-line Lesson
via PAKKRED LEARNING CYBER Platform
ผู้วจิ ัย
นางสาวจฬุ าลกั ษณ์ อุปนนั ชัย
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ โรงเรียนปากเกรด็
กิตติกรรมประกาศ
งานวิจัยฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค
(Sentence Structures) ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้การออกแบบการเรียนการสอนออนไลน์
บนแพลท ฟอร์ม PAKKREDLEARNING CYBER
การดำเนนิ การวิจยั มิอาจสำเร็จลลุ ่วงไปได้หากปราศจากความร่วมมือของผ้บู ริหารและคณะครู
อาจารยโ์ รงเรยี นปากเกร็ดทใี่ ห้การสนบั สนุนการใช้อปุ กรณ์การเรยี นการสอนและสื่อเทคโนโลยรี วมถงึ สถานที่
ในการดำเนินการจดั ทำวิจยั จนสำเร็จลลุ ่วงไปด้วยดี
ท้ายนี้ขอขอบคุณคณะครูผู้สอนภาษาอังกฤษชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่ให้การสนับสนุนและ
ช่วยเหลือด้วยดีเสมอมา ขอบคุณนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 6 ที่ให้ความร่วมมือและขอขอบพระคุณเจา้ ของ
เอกสารและงานวิจยั ทุกทา่ นที่ผู้ศึกษาค้นคว้าได้นำมาอ้างอิงในการทำวิจัยจนกระทัง่ งานวิจัยฉบับน้ีสำเร็จลุล่วง
ไปไดด้ ว้ ยดี
จุฬาลกั ษณ์ อปุ นันชัย
ชอ่ื งานวจิ ัย การพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นเร่ืองโครงสรา้ งประโยค (Sentence
Structures) โดยใช้บทเรยี นออนไลน์บนแพลทฟอร์ม PAKKRED LEARNING
CYBER
ชอื่ ผู้วจิ ัย จุฬาลกั ษณ์ อปุ นนั ชัย
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาตา่ งประเทศ
บทคดั ย่อ
รายงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค
(Sentence Structures) เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิเรื่องโครงสร้างประโยคก่อนและหลังการใช้บทเรยี น
ออนไลน์ท่ผี ู้รายงานสร้างขึ้น กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรยี นระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนปากเกร็ด
อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ที่กำลังเรียนอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 1
ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 43 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) แบบวิจัยที่ใช้
คอื แบบวจิ ัยทีม่ ีกลุ่มเดียว วดั ก่อนและหลัง (One-Group Pretest-Posttest Design) โดยใช้บทเรียน
ออนไลน์ แบบทดสอบวัดผลระหว่างเรียน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่า ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบน
มาตรฐาน และการทดสอบทีแบบไม่อิสระ ผลการวิจยั พบว่า
1. ประสิทธิภาพของกจิ กรรมพัฒนาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนเร่ืองโครงสรา้ งประโยค
(Sentence Structures) โดยใช้บทเรยี นออนไลน์ (E1 / E2) 84.42 / 85.13 ซ่ึงสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
80 / 80 ทตี่ ้ังไว้
2. คะแนนทดสอบหลังเรียนของนักเรียนมัธยมชั้นปีที่ 6 โรงเรียนปากเกร็ด จำนวน 1
ห้องเรยี น จำนวนนักเรียน 43 คนท่เี รียนโดยใช้กจิ กรรมพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นเร่ืองโครงสร้าง
ประโยค (Sentence Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ท่ีระดับ .01
ก
คำนำ
รายงานการวิจัยฉบับน้ี เป็นรายงานผลการจดั กจิ กรรมการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
เรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence Structures) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 โดยใช้การออกแบบ
การเรียนการสอนออนไลน์บนแพลทฟอร์ม PAKKREDLEARNING CYBER ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี
ท่ี 6 รายวิชาภาษาอังกฤษรอบรู้ (อ30204) รายงานฉบับนี้เป็นเอกสารทางวิชาการท่ีแสดงถึง
กระบวนการพัฒนานักเรียนในเรื่องโครงสร้างประโยค ซ่ึงผู้วิจัยได้สำรวจปัญหาในการสรา้ งประโยค แล้ว
นำมาสร้างชุดกิจกรรม โดยใช้กระบวนการวิจัยมาทดลองแก้ปัญหาของนักเรียน และได้รายงานผลพร้อม
ขอ้ เสนอแนะเพอ่ื เปน็ แนวทางแกป้ ญั หาทางด้านการอ่านและการเขียนในโอกาสต่อไป
หวังเปน็ อยา่ งยิ่งวา่ เอกสารฉบบั นี้จะเปน็ ประโยชน์ต่อผู้สนใจท่ีจะนำไปพฒั นาการเรียน
การสอนให้มีประสทิ ธภิ าพมากขึ้น
จฬุ าลกั ษณ์ อปุ นันชัย
ผู้วิจยั
ข
สารบัญ
เรือ่ ง หน้า
คำนำ……………………………………………………………………………………………..........................................ก
สารบญั …………………………………………………………………………………………….......................................ข
บทท่ี 1……………………………………………………………………..................................................................1
บทท่ี 2 ..............................................................................................................................................5
บทท่ี 3 ............................................................................................................................................15
บทท่ี 4 ............................................................................................................................................16
บทที่ 5 ............................................................................................................................................20
บรรณานุกรม…………………………………………….................................................................................23
1
บทท่ี 1
บทนำ
ความเปน็ มาและความสำคัญของปัญหา
ในปจั จุบันเทคโนโลยคี อมพวิ เตอร์และอินเทอรเ์ นต็ ไดพ้ ัฒนาและเติบโตอย่างรวดเรว็ และได้
เป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอน การฝึกอบรม รวมทั้งการถ่ายทอด
ความรู้ด้วย เทคโนโลยี (ศิริภรณ์ โทอ่อน, 2556) ระบบการเรียนการสอนสมัยใหม่ได้ให้โอกาสให้
ผู้เรียนทุกคนสามารถ แสวงหาความรู้จากแหล่งอื่นๆได้อย่างมากมาย (ภัคจิรา รอดพ้น, 2553)
บทบาทของครูผู้สอนเริ่มเปลี่ยนแปลง กลายเป็นผู้ช้ีแนะแนวให้ผูเ้ รียนไปค้นคว้าหาความรู้ ดังน้ันการ
ส่งเสริมการคน้ คว้าให้กับนักเรียน นักศกึ ษานั้น ขน้ึ อยกู่ บั การนำเอารูปแบบใหม่ ๆ ของการเรียน การ
สอนเข้ามาเปลี่ยนแปลง การจัดการกับองค์ความรู้ที่เกิดขึ้น จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนา
องคก์ รใหข้ บั เคลอ่ื นไปตามเป้าหมายท่ีกำหนดไว้อย่างมีประสทิ ธิภาพ
บทเรียนออนไลน์หรืออีเลิร์นนิ่งคือการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหรือ ICT
เข้ามามีส่วนร่วมกับการจัดระบบ การเรียนการสอน เป็นกระบวนการเรียนรู้ด้วยการนำเทคโนโลยีมา
ใช้เป็นเครื่องมือช่วยกระบวนการจัดการเรียนการสอนหรือเป็นบทเรียนออนไลน์โดยผู้เรียนสามารถ
เขา้ ถงึ และเรียนรู้บทเรียนต่างๆได้ด้วยตนเองผ่านอินเทอร์เน็ตซึ่งสามารถเขา้ ถึงบทเรียนได้ทุกเวลาทุก
สถานที่ที่สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายได้ และเกิดความรู้สึกอยากเรียนรู้ในบทเรียนนั้น ๆ (สิรินธร
วัชรพืชผลและจงกล จันทร์เรือง, 2558) ทั้งนี้เทคโนโลยีช่วยพัฒนาให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจมี
ทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ซึ่งช่วยให้นักเรียนตั้งใจทำงาน
มากยิ่งข้ึน ในระดับการศึกษามัธยมเป็นระดับการศึกษาที่อยากรูอ้ ยาก เห็นในสิ่งใหม่ ๆ มีการเปิดรบั
เทคโนโลยีใหมๆ่ เขา้ มาในชีวติ เช่นเดียวกนั โรงเรียนต้องมกี ารนำเทคโนโลยีที่ เกี่ยวข้องนวัตกรรมใหม่
เขา้ มาสู่บทเรียน เขา้ มาพัฒนาการเรียนการสอน เพอื่ ให้นกั เรยี นสนกุ กบั การเรยี น
เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
กระทรวงศึกษาธิการได้ให้สถานศกึ ษาในสังกัดและในกํากับปิดเรยี นด้วยเหตุพิเศษนี้ พร้อมทั้งให้ส่วน
ราชการตน้ สังกัดกําหนดแนวทางแก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอนที่ไมส่ ามารถเปดิ เรียนได้ตามปกติ
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงได้จัดรูปแบบการเรียนการสอนทางไกลในกรณีที่ไม่
สามารถเปดิ เรียนได้ตามปกติขึ้น เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรที่เก่ยี วข้อง
และกําหนดการจัดการเรยี นรู้ ผา่ นอินเทอร์เน็ตและแอปพลเิ คชนั (ONLINE) เป็นหนง่ึ แนวทางหลักใน
การจดั การเรียนการสอน
ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นผู้วิจัยจึงสนใจที่จะจัดทำแบบฝึกการอ่านเพื่อช่วยให้นักเรียนมี
ความเข้าใจในบทอ่านหรือเรื่องที่อ่านเพิ่มขึ้นทำให้นักเรียนหาคำตอบสิ่งที่อ่านได้และใช้เวลาน้อยซ่ึง
ผู้วิจัยคาดหวังว่าแบบฝึกการอ่าน จะสามารถส่งเสริมให้นักเรียนสามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ด้านการ
อ่านภาษาอังกฤษและมีความสามารถในการอา่ นในระดับทีส่ งู ข้นึ
2
วตั ถุประสงค์ของการวจิ ัย
1 เพือ่ พัฒนาผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนเรอื่ งโครงสรา้ งประโยค (Sentence Structures) ของ
นกั เรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 วิชาภาษาอังกฤษรอบรู้ 1
2. เพอื่ พฒั นาบทเรียนออนไลนว์ ชิ าภาษาอังกฤษรอบรู้ 1 ( อ33203) ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 6
3. เพ่อื นำบทเรยี นออนไลนเ์ ข้ามาใช้ในการเรยี นการสอนในวิชาภาษาองั กฤษ
ขอบเขตของการวจิ ัย
1. ประชากรและกล่มุ ตัวอย่าง
ประชากร (Population) เป็นนักเรียนระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 รร.ปากเกรด็ ทีเ่ รยี น
รายวชิ าภาษาอังกฤษรอบรู้ 1 (อ 33203 )
กล่มุ ตัวอยา่ ง (Samples) เป็นผเู้ รยี นระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 6/3 ภาคเรียนท่ี 1 ปี
การศกึ ษา 2564 รร.ปากเกรด็ จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนผู้เรียน 45 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบ
เจาะจง (Purposive Sampling)
2. ตัวแปร
2.1 ตัวแปรต้น
พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence Structures)
โดยใช้บทเรียนออนไลน์รายวิชาภาษาองั กฤษรอบรู้ 1 (อ33203) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
โรงเรียนปากเกรด็
2.2 ตัวแปรตาม
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence Structures) ของ
นกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 ของ โรงเรียนปากเกร็ดกอ่ นและหลงั การเรยี นดว้ ยบทเรียนออนไลน์
3. เน้อื หา
เนื้อหาที่ใช้ในการวจิ ัยครงั้ นป้ี ระกอบดว้ ย 3 บท ดงั นี้
1) Basic Sentence Structures
2) Adjective Clause
3) Reducing Adjective Clause
3
4. ระยะเวลา
ระยะเวลาในการดำเนนิ การระหวา่ งวันท่ี 1 มิถุนายน 2559 ถงึ วันที่ 30 กนั ยายน 2564
กรอบแนวคิดการวจิ ัย ตวั แปรตาม
ตัวแปรต้น ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นเร่ืองโครงสรา้ ง
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ประโยค (Sentence Structures) ของ
เรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence นักเรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี6 ของ โรงเรยี น
Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์ ปากเกรด็ กอ่ นและหลังการจัดกจิ กรรม
รายวิชาภาษาอังกฤษรอบรู้ 1 (อ การเรยี นรูโ้ ดยใช้แบบฝกึ การอ่าน
3 3 2 0 3 ) ส ำ ห ร ั บ น ั ก เ ร ี ย น ช้ั น
มธั ยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนปากเกรด็
สมมุติฐานการวิจัย
1. นักเรียนที่ได้เรียนด้วยบทเรียนออนไลน์มีความสามารถในเรื่องโครงสร้างประโยค
(Sentence Structures) สูงข้นึ กว่าก่อนเรียน
2. นักเรียนที่ไดเ้ รยี นด้วยบทเรยี นออนไลน์มผี ลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นเรื่องโครงสรา้ งประโยค
(Sentence Structures) เฉลี่ยร้อยละ 70 ของคะแนนเต็มและมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ
95 ของจำนวนนกั เรยี นทั้งหมด
นิยามศัพทเ์ ฉพาะ
1. บทเรียนออนไลน์เรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence Structures) หมายถึงการจัดการ
เรียนการสอนออนไลน์ โดยการวิเคราะห์เนื้อหาเพื่อหาส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงเพื่อให้เกิด
ความเข้าใจความสัมพันธ์ของเนื้อหาและรวบรวมอย่างเป็นระบบ มีขั้นตอนการสอนและสรุปเพื่อให้
เขา้ ใจเรว็ ข้นึ จากนัน้ จงึ หาคำตอบอย่างเป็นขน้ั ตอน
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence Structures) หมายถึง
ความสามารถในเรื่องโครงสร้างประโยคที่ได้จากคะแนนของนักเรียนที่วัดได้จากการทำแบบทดสอบ
วัดผลสมั ฤทธิท์ ผ่ี วู้ ิจยั สร้างขนึ้ เป็นแบบปรนัยเลอื กตอบ 4 ตวั เลือกจำนวน 20 ขอ้ นำมาเทียบเกณฑ์ คือ
ให้มีคะแนนเฉล่ียร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม และมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 95 ของ
จำนวนนกั เรยี นท้ังหมด
4
ประโยชนท์ ่คี าดว่าจะไดร้ บั
1. ประโยชน์กบั ครผู ู้สอน
1.1 เป็นแนวทางแก่ครูผู้สอนในการเลือกกิจกรรมการเรียนการสอนให้เหมาะกับ
ความสามารถของนักเรยี น
1.2 เป็นสื่อที่เตรียมการสอนไว้ล่วงหน้า โดยจัดให้มีการผสมผสานจุดประสงค์
การเรยี นรู้ เนือ้ หาสาระและนวัตกรรมการเรยี นการสอนแบบใหมๆ่ เพ่ือใหน้ ักเรยี นเกิดการเรียนรู้ตาม
จดุ ประสงค์
1.3 เป็นแนวทางในการสร้างแบบฝึกทักษะ เพื่อนำไปใช้ในการเรียนการสอนวิชา
ภาษาอังกฤษ
1.4 ครูมีสือ่ การสอนท่ีสามารถสอนได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ
2. ประโยชนแ์ ก่ผูเ้ รียน
ทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์เรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence Structures) สูงขึ้น
มีพื้นฐานในการพัฒนาทักษะการอ่านการเขียนและการศึกษาต่อ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการ
สือ่ สารขั้นสูงในชวี ิตประจำวันตอ่ ไป
3. ประโยชน์ตอ่ วงการวิชาการ
3.1 มรี ายงานการวิจยั สำหรบั ใชเ้ ป็นเอกสารอ้างอิงเพื่อประโยชนใ์ นการพฒั นา
การศกึ ษา
3.2 ผลการวจิ ัยจะเป็นการเผยแพรใ่ ชเ้ ป็นแนวทางในการดำเนินงานแก้ไขปัญหา
ด้านการเรียนการสอนเรือ่ งอ่ืนๆ ต่อไป
3.3 ผบู้ รหิ ารสามารถนำไปเป็นแบบอย่างให้กบั โรงเรยี นในการแกป้ ัญหาและพัฒนา
การเรยี นการสอน
3.4 ผลการดำเนนิ งานมีการเผยแพรใ่ หก้ บั โรงเรยี นใกล้เคยี งนำไปเปน็ แบบอยา่ งใน
การพฒั นาการเรียนการสอน
บทที่ 2
เอกสารและงานวิจัยท่เี กี่ยวข้อง
ผู้วจิ ยั ได้ศึกษาเอกสารและงานวิจยั ที่เกยี่ วข้องตามลำดบั ดงั น้ี
1. เอกสารทีเ่ ก่ียวข้องกับการจดั การเรยี นรู้ออนไลน์
1.1 การจัดการเรยี นรู้ออนไลน์: วีถที ี่เป็นไปทางการศกึ ษา
2. งานวิจัยที่เกย่ี วข้อง
2.1 งานวจิ ยั ในประเทศ
เอกสารท่เี ก่ยี วข้องกบั การจัดการเรียนร้อู อนไลน์
1 แนวคดิ ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนในศตวรรษท่ี 21
eLearning การพัฒนาของโลกในยุคปัจจุบัน มงุ่ สู่ทศิ ทางของสังคมแห่งการเรียนรู้ วิธกี าร
เรยี นรูข้ องมนุษย์จึงต้องมีการปรบั เปลี่ยนให้ทนั ยคุ ทันสมัยและเขา้ กันได้กับสง่ิ แวดล้อมและทรพั ยากรใ
ปัจจุบัน ซึ่งในขณ ะนี้เป็นช่วงยุคดิจิตอลในศตวรรษท่ี 21 หรือท่ีเรียกอีกอย่างหน่ึ งว่ายุค
สังคมสารสนเทศ ดังน้ันสื่ออิเล็กทรอนิกส์จึงถือว่ามีบทบาทสาคัญเป็นอย่างมากในการถ่ายทอด
ความรู้ด้วยกระบวนต่าง ๆ ที่หลากหลายไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการต่างกันนับต้ังแต่มีการ
พัฒนาอินเทอร์เน็ต การติดต่อส่ือสารระหว่างมนุษยก็เป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็วมากข้ึน รวมทั้ง
การเรียนการสอนและการศึกษาหาความรู้ก็สามารถทำได้อย่างไร้พรมแดนทำให้เกิดคำว่า E-
Learning หรือ Electronic Learning เป็นท่ีรู้จักไปท่ัวโลก(ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา ; 8
มกราคม 2550) ได้มีนักวิชาการหลายท่านได้ให้คำนิยามไว้มากมายเก่ียวกับความหมายของ E-
learning โดยขอสรุปว่า “E-Learning คือกระบวนการการเรียนการสอนผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการส่ือสาร (ICT) และส่อื อิเล็กทรอนิกส์ อนื่ ๆท่เี หมาะสม ซ่ึงช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่
ระหวา่ งผู้เรียนและผู้สอนช่วยให้ผู้เรียน สามารถเรียนได้ตามความต้องการและความจำเป็นของตนได้
อย่างต่อเน่อื งตลอดเวลา”
4. Udemy Udacity ถูกก่อตั้งในปีเดียวกันกับ Coursera โดย Sebastian Thrun David Stavens
และ Mike Sokolsky ได้เล็งเห็นว่าโดยปกติแล้วการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนจะสามารถรองรับผู้ได้
ไม่เกิน 200 ต่อ คลาสเรียน เท่านั้นและผู้เรียนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการเรียนรู้ท่ีชอบดูวีดิโอการสอนย้อนหลัง
มากว่า เพราะมีอิสระในการเรียนรู้ จึงได้สร้างระบบ Udacity ข้ึนมา เน้นเปิดหลักสูตรในสาขาวิชา
วทิ ยาศาสตรค์ อมพิวเตอร์ แต่ต่อมาได้ขยายสาขาวิชาสู่คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และธุรกิจ หลักสูตรทงั้ หมดมีตาราง
เรียนแบบท่ีนักเรียนสามารถวางแผนเอง ดังนั้นนักเรียนสามารถศึกษามากน้อยตามท่ีต้องการในแต่ละสัปดาห์
เหมาะสำหรับนักเรียนที่มีเวลาว่างน้อย นอกจากน้ียังได้แบ่งหลักสูตรออกเป็น 3 ระดับคือ ระดับเร่ิมต้น
(beginner) ระดบั กลาง (intermediate) และระดับสูง (advanced) เพอื่ ให้เหมาะสมกบั ผ้เู รียน
5. Canvas เป็นระบบ LMS ที่มีความแตกต่างกันกับ Edx Coursera และ MOOC Platform ทั่วไป
เน้นไปท่ีการให้ความสะดวกในการบริหารจัดการ Online Course ภายในองค์กร หรือภายในมหาวิทยาลัย
Canvas ได้รับความนิยมใน วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา ให้มีการให้บริการเป็นแบบ
Opensource และแบบ freemium
6. FutureLearn คือระบบจัดการเรียนการสอนออนไลน์แบบ MOOC ที่มีคุณสมบัติคล้ายกับ
MOOC Platform ท่ัวไปมีเคร่ืองมือเด่นในการจัดการเรียนการสอนออนไลน์คือ เครื่องมือในการติดต่อส่ือสาร
ระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียนและผู้เรียนกับผู้สอน เพราะ FutureLearn เชื่อการการพูดคุยในเรื่องที่เรียนรู้กับคน
อ่ืน ๆ ท่ัวไปทำให้ได้พบโอกาสและแนวทางการเรยี นรู้ใหม่ ๆ ทำให้การเรียนออนไลน์ประสบผลสำเร็จมากข้ึน
นอกจากน้ียังมี The Open University ซ่ึงเป็นบริษัทเอกสารให้การสนับสนุน ดูแล และบริหารจัดการ ทำให้
เชอื่ ได้วา่ Course Online และระบบดงั กลา่ วมีคุณภาพมาก ๆ
7. Udacity คือระบบจัดการเรียนการสอนออนไลน์แบบ MOOC ที่มีเป้าหมาย คือการเข้าถึงองค์
ความรู้จากมหาวิทยาลัยท่ีดีที่สุดท่ัวโลก โดยมีเนื้อหาการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นไปท่ีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่ี
เกิดข้ึนใหม่ เพอื่ เป็นทางออกท่ีดที ่ีสดุ สำหรับผู้เรียนท่สี นใจในเนือ้ หาเฉพาะดา้ น ให้สามารถศกึ ษาจาก Udacity
อยา่ งลึกซ้งึ ได้
8. Open Education Europa เป็นระบบการจัดการเรียนการสอนออนไลน์แบบ MOOC ที่
พฒั นาขึน้ เพ่อื เป็นประตูสนู่ วัตกรรมแห่งการเรียนรู้ในกลุ่มประเทศยุโรป โดยคณะกรรมาธิการยุโรป. ได้เปิดตัว
คร้ังแรกในเดือนกันยายนปี 2013 ซึ่งเป็นส่วนหน่ึงของโครงการริเริ่มการเปิดศึกษาเพื่อจัดหาเกตเวย์เดียวสู่
European Open Education Resources เป้าหมายหลักคือ การนำเสนอแหล่งข้อมูลทางการศึกษาท่ีเปิด
สอนในยุโรปทั้งหมดที่มีอยู่ในหลายภาษาเพ่ือให้สามารถนำเสนอแก่ผู้เรียนครูและนักวิจัย นอกจากนี้
Education Europa เป็นแพลตฟอร์มการจัดการสอนออนไลน์แบบไดนามิกที่สร้างข้ึนด้วยเทคโนโลยี Open
source ลา่ สดุ ที่มีความสามารถในการติดตอ่ สือ่ สาร เช่น แชท เวบ็ บอรด์ เป็นตน้
9. The Open University เป็นระบบการจัดการเรียนการสอนออนไลน์แบบ MOOC ที่เน้นการ
ปรับตัวของผู้เรียนท่ีไม่เคยเรียนออนไลน์มาก่อน เน่ืองจากระบบมีการออกแบบส่วนติดต่อกับผู้ใช้งานที่เข้าใจ
ง่าย มีระบบช่วยเหลือให้กับผู้เรียน และคุณสมบัติอ่ืน ๆ ในการเรียนรู้เน้นง่ายต่อการใช้งาน โดยเน้ือหาการ
เรยี นรสู้ ว่ นใหญ่เกี่ยวกบั นวตั กรรมตา่ ง ๆ
3. หลักการการเรียนเรยี นรูอ้ อนไลน์
ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีดิจิตอลส่งผลให้เว็บไซต์ถือเป็น
เครื่องมือท่ีมีพลังและมีประสิทธิภาพด้วยเป็นเคร่ืองมือท่ีมีความยืดหยุ่น แพร่หลายไปทั่วโลก มีความคล่องตัว
ในการจัดการเรียนรู้ โดยเฉพาะการจัดการเรียนการสอนทางไกล (Taylor, 2014) การเรียนการสอนออนไลน์
เหมือนกับการเรียนการสอนในชั้นเรียนตรงท่ีครูผู้สอนจะต้องจัดเตรียมกิจกรรมและประสบการณ์เรียนให้กับ
ผู้เรียนโดยคำนึงถึง และการเรียนการสอนที่ดีน้ัน ผู้เรียนและผู้สอนควรต้องปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน ดังน้ันการ
เรียนการสอนออนไลน์จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างบทเรียนบนเว็บ เพ่ือให้ผู้เรียนเข้ามาศึกษาเนื้อหาบทเรียน
เทา่ นัน้ หากแตย่ งั ตอ้ งมกี ารจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนโดยคำนงึ ถงึ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ
Worathan Technology (ม.ป.ป.) ได้อธิบายไว้ว่า การเรียนการสอนออนไลน์ (Online learning)
จัดเปน็ นวตั กรรมทางการศึกษาในอีกรปู แบบหน่ึง ซ่ึงสามารถเปล่ียนแปลงวิธีเรยี นในรปู แบบเดิม ๆ ให้เป็นการ
เรียนใหม่ ท่ีใชเ้ ทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำการสอน นอกจากนคี้ วามหมายอีกในหน่ึงยังหมายถึง การเรียนทางไกล,
การเรียนผ่านเว็บไซต์ อีกด้วย สอดคล้องกับ Calder & McCollum (1988) กล่าวว่า คำจำกัดความโดยทั่วไป
ของการเรียนรแู้ บบเปิด คือการเรียนรูต้ ามเวลา ตามความตอ้ งการ และสถานท่ีของตนเอง
การเรียนการสอนแบบออนไลน์ (Online learning) จะเป็นเรียนทางผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยอยู่ใน
รูปแบบของคอมพิวเตอร์ เป็นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ บวกเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต สร้างการศึกษาท่ีมี
ปฏิสัมพันธ์คุณภาพสูง โดยไม่จำเป็นต้องเดินทาง เกิดความสะดวกและเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว ทุกสถานที่
ทกุ เวลา เปน็ การสรา้ งการศกึ ษาตลอดชวี ิตใหก้ ับประชากร
การเรยี นการสอนแบบออนไลน์ เป็นการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ด้วยตนเอง ผู้เรียนสามารถ
เลือกเรียนตามความชอบของตนเอง ในส่วนของเนื้อหาของเรียน ประกอบด้วย ข้อความ , รูปภาพ , เสียง ,
VDO และMultimedia อื่น ๆ สิ่งเหล่าน้ีจะถูกส่งตรงไปยังผู้เรียนผ่าน Web Browser ท้ังผู้เรียน , ผู้สอน และ
เพื่อนร่วมช้ันทุกคน สามารถติดต่อ ส่ือสาร ปรกึ ษา แลกเปล่ียนความคิดเห็นแบบเดียวกับการเรยี นในช้ันเรียน
ท่ัวไป โดยการใช้ E-mail, Chat, Social Network เป็นต้น ด้วยเหตุนี้การเรียนรู้แบบออนไลน์ จึงเหมาะ
สำหรับทุกคน , เรยี นได้ทุกเวลา
ลักษณะสำคัญของการเรียนการสอนแบบออนไลน์ (Online learning) ผู้เรียนเป็นใครก็ได้ อยู่ท่ีใดก็
ได้ เรียนเวลาก็ใด เอาตามความสะดวกของผู้เรียนเป็นสำคัญ เนื่องจากโรงเรียนออนไลน์ได้เปิดเว็บไซต์
ใหบ้ รกิ ารตลอด 24 ช่วั โมง มีส่ือทุกประเภทที่นำเสนอในเวบ็ ไซต์ ไม่วา่ จะท้ัง ขอ้ ความ ภาพนงิ่ ภาพเคลอื่ นไหว
เสียง VDO ซ่ึงจะช่วยกระตุ้นความสนใจ ในการเรียนรู้ของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี อีกท้ังยังทำให้เหตุภาพของ
เนื้อหาตา่ ง ๆ ง่ายดายมากขน้ึ ผู้เรียนสามารถเลอื กวชิ าเรยี นได้ตามความต้องการ เอกสารบนเว็บไซต์ท่ีมี Links
ต่อไปยังแหล่งความรู้อน่ื ๆ ทำใหข้ อบเขตการเรียนรกู้ ว้างออกไป และเรียนอย่างร้ลู ึกมากขน้ึ
ประโยชน์ของการเรียนการสอนแบบออนไลน์ (Online learning) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน
การสอน เนื่องจากไม่ได้จำกัดอยู่ในสถานที่เดียวเท่าน้ัน เกิดเครือข่ายความรู้ โยงใยออกไปไกล เน้นการเรียน
แบบผ้เู รยี นเปน็ ศูนยก์ ลาง ชว่ ยลดช่องวา่ งระหว่างการเรียนรูใ้ นเมืองกับทอ้ งถน่ิ
สรุปแล้ว การเรียนรู้แบบการเรียนรู้แบบออนไลน์ เป็นการเรียนท่ีมีความมีความยึดหยุ่นสูง เป็นการ
เตรียมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนท่ีมีความใฝ่เรียนรู้ สำหรับนักเรียนนักศึกษาท่ัวไปท่ีต้องเข้าเรียนตามหลักสูตร
ผเู้ รียนจำตอ้ งมคี วามรบั ผดิ ชอบในการเรยี นมากกวา่ ปกติ เพราะเปน็ การเรียนรดู้ ว้ ยตัวเอง
4. การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ในชว่ งสถานการณโ์ ควิด – 19
ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 ในช่วงแรกไม่กระทบวงการศึกษามากนัก
เพราะเป็นช่วงระยะเวลาท่ีสถาบันการศึกษาส่วนมากปิดภาคการศึกษา 2/2562 ไปเรียบร้อยแล้ว ยกเว้น
สถาบนั การศกึ ษาในระดับอุดมศึกษาหลงั จากมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉนิ หลาย ๆ แห่ง ได้มีการประกาศ
ปดิ การเรียนการสอนและงดจัดกิจกรรมต่าง ๆ ภายในสถาบัน ทำให้ยกเลิกทั้งการเรียนการสอน และการสอบ
วัดผลปลายภาค 2/2562 ในช่วงเดือนมนี าคม 2563 ลง โดยให้อาจารย์ได้ทำการวัดผลการเรยี นรู้ด้วยวิธพี ิเศษ
ตามท่ตี กลงกนั เองภายใน
หลังจากท่ีสถานการณ์โควิด – 19 ไม่มีทีท่าที่จะยุติการแพร่ระบาดง่าย ๆ ผลกระทบที่เกิดข้ึนตามมา
คือ การจัดการเรยี นการสอนในภาคฤดูร้อนทีด่ ำเนนิ การในเดอื นเมษายน 2563 สถาบันตา่ ง ๆ ได้เร่มิ ปรึกษาถึง
แนวทางการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ โดยพัฒนาจาก Application การประชุมออนไลน์ในแพลตฟอร์ม
ต่าง ๆ คือ Google Meet, Zoom, Skype, Slack และ Microsoft Team เป็นต้น แต่ละ Application มี
รายละเอียดดังน้ี
Google Meet เป็นโปรแกรมประชุมออนไลน์ในรูปแบบของ VDO Conference สามารถนำเสนอ
งานหรือประชุมทางไกลได้ง่าย ๆ เพียงแค่ตั้งค่า Google Meet ใน Google Calendar และเม่ือถึงเวลา
ประชุมกเ็ พียงกดตาม Link ทีส่ ร้างขน้ึ ใน Google Calendar ก็สามารถเข้ารว่ มประชมุ ไดท้ ันที ไม่ตอ้ งเชอ่ื มต่อ
ใหย้ ุ่งยาก เปน็ การประชุมออนไลนใ์ นรปู แบบท่เี รยี บง่าย
Zoom เป็นโปรแกรมการประชุมผ่านระบบคลาวด์ในรูปแบบของการ VDO Conference สามารถ
เปิดวีดีโอคอลเพ่ือส่ือสารกันได้ อีกทั้งยังสามารถแชร์หน้าจอเพื่อการอธิบายรูปแบบงานให้เข้าใจได้ง่ายข้ึน
สามารถรองรับผู้ใช้งานได้พร้อมกันสูงสุดถึง 50 ซ่ึงนอกจากการประชุมแล้วก็ยังสามารถใช้เพื่อการเปิด
คอรส์ สอนออนไลน์ หรือการอบรมสมั มนาก็ไดด้ ้วยเช่นกัน
Skype น่าจะเป็นโปรแกรมที่หลายคนคุ้นเคยดีกับการเป็นแอปเพื่อการสนทนาท่ีมีประสิทธิภาพมาก
ที่สุด ท้ังในเร่ืองความคมชัดของเสียง และการเชื่อมต่อที่หลากหลาย สามารถพูดคุยผ่านเว็บแคมเคร่ืองพีซี
กล้องโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ตได้ ซึ่ง Skype ก็เป็นอีกหน่ึงโปรแกรมที่มักใช้กันในงานมากท่ีสุด ทั้งสัมภาษณ์
งาน ประชมุ งาน สามารถรบั สง่ ไฟลต์ า่ ง ๆ ซึง่ กนั และกันได้ รวมไปถึงการส่งทัง้ ภาพและเสยี ง
Slack เป็นแอปพลิเคช่ันท่ีใช้ในการส่ือสารภายในองค์กรที่มีรูปแบบการใช้งานท่สี ามารถพดู คุยกัน ส่ง
ภาพถ่าย วีดีโอ ลิ้งค์ โค้ดต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้ยังสามารถสร้างห้องขึ้นมาสำหรับพูดคุยกันในเชิงองค์กร มีการ
สนทนาแบบ IRC แชรไ์ ฟล์ อัพโหลดไฟล์กันได้ และมฟี ีเจอร์การใช้งานมากมายท่ีดูสนุกสนาน ทั้งอโี มจิ ไอคอน
ใหก้ ารทำงานดนู า่ สนใจไมน่ ่าเบ่อื
Microsoft Team เป็นบริการสนทนาแบบกลุ่มทำงานร่วมกับ Office 365 สำหรับองค์กรลักษณะ
คล้ายกับ Slack สามารถเชื่อมต่อกับ Office ได้ทั้งหมด รองรับการคุยด้วยเสียง-วิดีโอผ่าน Skype ในตัว มี
หน้าติดตามการทำงานของคนในทีม รองรับการสร้างบ็อตด้วย Microsoft Bot Framework ทั้งยังสามารถ
เชื่อมต่อได้กับหลายแพล็ตฟอร์มทั้ง Windows Mac Android ทั้งยังสามารถใช้งานบน web browser ได้อีก
ดว้ ย
5. ทฤษฎีท่ีเกีย่ วขอ้ ง
ในการเรียนรู้ออนไลน์ ผู้เรียนเป็นกุญแจและองค์ประกอบท่ีสำคัญของศูนย์กลางในการจัดการศึกษา
ดังท่ีว่า ความสำเร็จในระบบการเรียนการสอนด้วยอีเลิร์นนิ่งเก่ียวข้องโดยตรงกับวิถีของระบบ ทั้งในด้านการ
วางแผนการออกแบบการประเมินผลและการจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรแู้ บบออนไลน์ ซึ่งทั้งหมดถือเป็นการ
สนับสนุนกิจกรรมด้านการเรียนการสอน ระบบการเรียนการสอนด้วยอีเลิร์นน่ิงไม่เพียงแต่จะมีความหมาย
สำหรับผู้เรียนเท่านั้น แต่มีความหมายกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดในระบบการศึกษา เช่น ผู้สอน
บุคลากรฝ่ายสนับสนุนและสถาบันการศึกษา ยกตัวอย่างเช่น ระบบการเรียนการสอนด้วยอีเลิร์นนิ่งมีแนวโน้ม
ที่จะมีความหมายต่อผู้เรียนก็ต่อเมื่อสามารถเข้าถึงได้ง่ายมีการจัดการและการนำเสนอท่ีดี ยึดผู้เรียนเป็น
ศูนย์กลาง มีประสิทธิภาพ มีความยืดหยุ่น และมีการสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ดีที่สามารถอำนวยความ
สะดวกแก่ผู้เรียนได้ เม่ือผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้และบรรลุหรือประสบความสำเร็จในการเรียน
ตามวัตถุประสงค์การเรยี นรู้และเป้าหมายของการเรียนในรายวิชา มีความสุขจากการเรยี นก็จะส่งผลต่อระดับ
ความพึงพอใจและช่วยลดจำนวนผู้เรียนท่ีลาออกกลางคัน ซ่ึงทั้งหมดจะส่งผลโดยตรงต่อสถาบันการศึกษาใน
แงง่ บประมาณและการลงทุน (Morrison & Khan,2003)
ในการเรียนรอู้ อนไลน์ ทฤษฎกี ารเรียนรูท้ ่ีเก่ียวขอ้ ง ทีผ่ เู้ ขียนได้นำเสนอคือ ทฤษฎีการเรยี นรู้ของกาเย่
ท้ังนี้เพราะ นักการศึกษาส่วนใหญ่จึงยึดตามการจัดการเรียนการสอนตามกระบวนการ 9 ขั้นตอนของกาเย่
(Robert Gagne) ในการออกแบบและพัฒนาบทเรยี นบนเว็บ ดังมีรายละเอยี ดดังต่อไปนี้
ขั้นตอนท่ี 1 กระตุ้นหรือเร้าให้ผู้เรียนเกิดความสนใจกับบทเรียนและเนื้อหาที่จะเรียน (Motivate the
Learner) การเร้าความสนใจผู้เรียนน้ีอาจทำได้โดย การจัดสภาพแวดล้อมให้ดึงดูดความสนใจ เช่นการใช้
ภาพกราฟกิ ภาพเคลื่อนไหว และ/หรือการใชเ้ สียงประกอบบทเรียนในส่วนบทนำ
ขั้นตอนท่ี 2 บอกให้ผู้เรียนทราบถึงจุดประสงค์ของบทเรียน (Inform Learners of Learning
Objectives) การบอกให้ผู้เรียนทราบถึงจุดประสงค์ของบทเรียนน้ีมีความสำคัญเป็นอย่างย่ิง โดยเฉพาะการ
เรียนการสอนบนเว็บที่ผู้เรียนสามารถควบคุมการเรียนของตนเองได้ โดยการเลือกศึกษาเนื้อหาท่ีต้องการ
ศกึ ษาได้เอง ดังนั้นการทผ่ี ู้เรียนได้ทราบถึงจุดประสงคข์ องบทเรียนล่วงหนา้ ทำให้ผู้เรียน สามารถมงุ่ ความสนใจ
ไปท่ีเนื้อหาบทเรียนที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังสามารถเลือกศึกษาเนื้อหาเฉพาะที่ตนยังขาดความเข้าใจที่จะช่วยทำ
ให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตรงตามจุดประสงค์ของบทเรยี นที่ไดก้ ำหนดไว้
ข้ันตอนที่ 3 ทบทวนความรู้เดิมที่เก่ียวข้องกับเน้ือหาบทเรียน (Recall Previous Knowledge) การ
ทบทวนความรู้เดิมชว่ ยกระตุ้นให้ผูเ้ รียนสามารถเรียนรู้เนื้อหาใหม่ไดร้ วด เร็วยิ่งข้ึน รูปแบบการทบทวนความรู้
เดิมในบทเรียนบนเว็บทำได้หลายวิธีเช่น กิจกรรมการถาม-ตอบคำถาม หรือการแบ่งกลุ่มให้ผู้เรียนอภิปราย
หรือสรุปเนอื้ หาทไ่ี ดเ้ คยเรียนมาแลว้ เปน็ ตน้
ข้นั ตอนที่ 4 นำเสนอบทเรียน (Present the Material to be Learned)การนำเสนอบทเรียนบนเว็บ
สามารถทำไดห้ ลายรูปแบบดว้ ยกันคือ การนำเสนอด้วยข้อความ รปู ภาพ เสยี ง หรือแมก้ ระทั่งวีดิทัศน์ อย่างไร
กต็ ามสิ่งสำคัญที่ผู้สอนควรให้ความสำคัญกค็ ือผู้เรียน ผู้สอนควรพิจารณาลักษณะของผู้เรียนเป็นสำคัญเพ่ือให้
การนำเสนอบทเรยี นเหมาะสมกับผ้เู รยี นมากทสี่ ุด
ขั้นตอนที่ 5 ชี้แนวทางการเรียนรู้ (Provide Guidance for Learning)การช้ีแนวทางการเรียนรู้
หมายถึงการชี้แนะให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ท่ีได้ เรียนใหม่ผสมผสานกับความรู้เก่าที่เคยได้เรียนไปแล้ว
เพ่อื ใหผ้ ู้เรยี นเกิดการเรียนรทู้ ร่ี วดเรว็ และมคี วามแมน่ ยำมากย่งิ ขึ้น
ข้ันตอนที่ 6 ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียน (Active Involvement)นักการศึกษาต่างทราบดีว่าการ
เรียนรเู้ กดิ ขึน้ จากการที่ผู้เรยี นได้มโี อกาสมี ส่วนรว่ มในกระบวนการเรียนการสอนโดยตรง ดังน้ัน ในการจัดการ
เรียนการสอนบนเว็บ จึงควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนซึ่งอาจทำได้โดยการ จัด
กิจกรรมการสนทนาออนไลน์รูปแบบ Synchronous หรือการแลกเปล่ียนความคิดเห็นผ่านเว็บบอร์ดใน
รปู แบบ Asynchronous เป็นตน้
ข้ันตอนท่ี 7 ให้ผลย้อนกลับ (Provide Feedback) ลักษณะเด่นประการหนึ่งของการเรียนการสอน
บนเวบ็ ก็คอื การทผ่ี ู้สอนสามารถติดต่อสื่อสารกบั ผ้เู รียนได้โดยตรงอย่างใกลช้ ิด เนื่องจากบทบาทของผู้สอนน้ัน
เปลี่ยนจากการเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้แต่เพียงผู้เดียว มาเป็นผู้ให้คำแนะนำและช่วยกำกับการเรียนของผู้เรียน
รายบุคคล และด้วยความสามารถของอนิ เทอรเ์ นต็ ที่ทำให้ผู้เรียนและผสู้ อนสามารถติดต่อกนั ได้ตลอดเวลา ทำ
ให้ผ้สู อนสามารถตดิ ตามกา้ วหน้าและสามารถให้ผลยอ้ นกลับแก่ผู้เรยี นแต่ละคน ได้ดว้ ยความสะดวก
ขน้ั ตอนท่ี 8 ทดสอบความรู้ (Testing) การทดสอบความรู้ความสามารถผู้เรียนเป็นข้นั ตอนทสี่ ำคัญอีก
ขั้นตอนหน่ึง เพราะทำให้ท้ังผู้เรียนและผู้สอนได้ทราบถึงระดับความรู้ความเข้าใจที่ผู้ เรียนมีต่อเน้ือหาใน
บทเรียนน้ันๆ การทดสอบความรู้ในบทเรยี นบนเวบ็ สามารถทำได้หลายรปู แบบ ไม่ว่าจะเป็นขอ้ สอบแบบปรนัย
หรืออัตนัย การจัดทำกิจกรรมการอภิปรายกลุ่มใหญ่หรือกลุ่มย่อยเป็นต้น ซึ่งการทดสอบนี้ ผู้เรียนสามารถทำ
การทดสอบบนเวบ็ ผ่านระบบเครอื ข่ายได้
ข้ันตอนท่ี 9 การจำและการนำไปใช้ (Providing Enrichment or Remediation) สามารถทำได้โดย
การกำหนดตัวเช่ือม (Links)ท่ีอนุญาตใหผ้ ู้เรยี นเลือกเข้าไปศึกษาเนื้อหาเพิม่ เตมิ ในสิ่งที่น่า จะเป็นประโยชน์ใน
การนำองคค์ วามร้ทู ไ่ี ด้รับมาไปใช้
6. กระบวนการจัดการเรียนการสอนออนไลน์
ในการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ไม่ใช่เร่ืองใหม่สำหรับวงการศึกษา เพราะต่างก็ได้รับรู้เกี่ยวกับ
กระบวนทัศน์การศึกษาที่เปลี่ยนแปลงมาสักระยะหนึ่งนั่นคือ กระบวนทัศน์การจัดการศึกษาในศตวรรษท่ี 21
คือ “Teach Less, Learn More” ได้มีการฝึกอบรมแนะนำเทคนิคการจัดการเรียนการสอนในศตวรรษท่ี 21
มาโดยต่อเนอื่ ง ซง่ึ กระบวนการจดั การเรยี นการสอนออนไลน์ มีประเดน็ สำคัญดังนี้
การเลือกแพลตฟอร์มการจัดการเรียนการสอน
ในการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ สงิ่ สำคัญคือ “ระบบส่ือสาร” ต้องมคี วามเข้าใจที่ตรงกันระหว่าง
“ผู้บริหารกับครูผู้สอน” “ผู้สอนด้วยกันเอง” และ “ผู้สอนกับผู้เรียน” การเลือกใช้แพลตฟอร์มในการใช้สอน
จงึ เปน็ สง่ิ สำคัญ ดงั น้ี
1. การใช้แพลตฟอร์มการสอนในแต่ละแพลตฟอร์มมีค่าใช้จ่ายในการเปิดใช้ Account ซ่ึงผู้บริหาร
จำเป็นต้องทำเรื่องจดั ซ้ือจัดจ้างเพ่ือขอเปิดใช้งานเพ่ือให้เกิดประสทิ ธิภาพการทำงานของแพลตฟอร์มอย่างเต็ม
ประสทิ ธภิ าพ จงึ จำเป็นต้องเลอื กใชเ้ พยี งแพลตฟอรม์ เดยี ว
2. การเลือกใชแ้ พลตฟอร์มจะต้องเป็นไปตามความต้องการของบุคลากรส่วนใหญ่ทมี่ ีความถนัดและใช้
งานสะดวก
3. การเลือกใช้แพลตฟอร์มเดียวทำให้เกิดความสะดวกแก่ผู้เรียน หากให้สิทธิ์ผู้สอนเลือกใช้งานตาม
ตัวเองถนัด ต่างคนต่างใช้ จะเกิดปัญหาการเรียนของผู้เรียนที่ต้องตามเรียนกับรายวิชาต่าง ๆ ของผู้สอนท่ีใช้
แพลตฟอรม์ ตา่ ง ๆ กนั ไป
4. การเลือกใชแ้ พลตฟอรม์ ใด ๆ กต็ าม จำเปน็ ต้องมีการฝึกอบรมในการใช้งานให้ทัง้ ผู้สอน และผูเ้ รยี น
ใหส้ ามารถใช้งานคล่องและมีประสทิ ธภิ าพ
การออกแบบบทเรียนออนไลน์
ความต้องการในการออกแบบ การนำเสนอการจัดการเรียนการสอนและการฝึกอบรมผ่านเครือข่าย
อินเทอร์เน็ตจำเป็นที่จะต้องทำการวิเคราะห์อย่างละเอียดรอบคอบ เพ่ือความรู้และความเข้าใจท้ังในด้าน
ศกั ยภาพของอินเทอรเ์ น็ตและทรพั ยากรแหล่งเรียนรตู้ ่าง ๆ ท่ีอยู่บนเครอื ข่ายอินเทอร์เน็ต กระบวนการและวิธี
ในการประยุกต์ทฤษฏีการออกแบบการเรียนการสอนเพื่อให้สามารถดึงเอาศักยภาพท่ีมีอยู่ของอินเทอร์เน็ต
ออกมา (Ritchie & Hoffman,1977) โดยท่ัวไปการออกแบบจะใช้หลักการ ADDIE Model ซึ่งเป็น
กระบวนการพัฒนารูปแบบการสอนทนี่ ักออกแบบการเรียนการสอนและนักพัฒนาการฝึกอบรมนิยมใชก้ ัน ซ่ึง
ADDIE Model มีลำดับการพัฒนาเป็น 5 ข้นั ซงึ่ ประกอบดว้ ย
(https://sites.google.com/site/prae8311/hlak-kar-xxkbaeb-khxng-addie-model)
ขัน้ ท่ี 1 ข้นั วิเคราะห์ (Analysis Phase)
ในขั้นนเี้ ปน็ การทำความเขา้ ใจปัญหาการเรียนการสอน เป้าหมายของรูปแบบการสอนและ
วัตถุประสงค์ท่ีจะสร้างขึ้นตลอดจนสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ และความรู้พื้นฐานและทักษะของผู้เรียนที่
จำเปน็ ต้องมี โดยพิจารณาจากคำถามเพ่อื การวเิ คราะหด์ งั น้ี
- ใครคอื กลุ่มเปา้ หมายและเขาตอ้ งมคี ุณลกั ษณะอยา่ งไร
- ระบุพฤตกิ รรมใหมท่ ี่คาดหวงั ว่าจะเกิดขนึ้ กับผูเ้ รยี น
- มขี อ้ จำกัดในการเรยี นรูท้ ่มี อี ยอู่ ะไรบา้ ง
- อะไรที่เป็นทางเลือกสำหรบั การเรียนร้ทู ่มี ีอยูบ่ า้ ง
- หลักการสอนที่พิจารณาเป็นแบบไหน อยา่ งไร
- มชี ่วงเวลาการพัฒนาเปน็ อยา่ งไร
ข้นั ที่ 2 ขัน้ การออกแบบ (Design Phase)
ขั้นตอนการออกแบบประกอบด้วย การสร้างจุดประสงค์การเรียนรู้ กำหนดเครื่องมือวัด
ประเมินผล แบบฝึกหัด เน้ือหา วางแผนการสอน และเลือกสื่อการสอน ข้ันตอนการออกแบบควรจะทำอย่าง
เป็นระบบและมีเฉพาะเจาะจง โดยความเป็นระบบนี้หมายถึงตรรกะ มีระเบียบแบบแผนของการจำแนก การ
พัฒนา และการประเมินแผนยุทธวิธีท่ีวางไว้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย สำหรับความเฉพาะเจาะจงหมายถึงแต่ละ
องค์ประกอบของการออกแบบรูปแบบการสอนจะต้องเอาใจใสท่ กุ รายละเอียด ซึง่ มขี ้นั ตอนดงั นี้
- จำแนกเอกสารของการออกแบบการสอนให้เป็นหมวดหมู่ท้ังด้านเทคนิคยุทธวิธีในการ
ออกแบบการสอนและส่อื
- กำหนดยุทธศาสตร์การเรียนการสอนให้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่คาดหวังในแต่ละกลุ่ม
(cognitive, affective, psychomotor)
- สร้างสตอรบี อร์ด
- ออกแบบ User interface และ User Experiment
- สร้างสอ่ื ตน้ แบบ
ขนั้ ที่ 3 ขน้ั การพฒั นา (Development Phase)
ข้ันตอนการพัฒนาคือข้ันท่ีผู้ออกแบบสร้างส่วนต่างๆ ท่ีได้ออกแบบไว้ในขั้นของการ
ออกแบบซ่ึงครอบคลุมการ สร้างเคร่ืองมือวัดประเมินผล สร้างแบบฝึกหัด สร้างเนื้อหา และการพัฒนา
โปรแกรมสำหรบั ส่ือการสอน เมื่อเรียบร้อยทำการทดสอบเพอ่ื หาข้อผดิ พลาดเพอ่ื นำผลไปปรับปรุงแก้ไข
ข้นั ท่ี 4 ขน้ั การนำดำเนนิ การ (Implementation Phase)
ในข้ันตอนการดำเนินการนี้ หมายถึงข้ันของการสอนโดยอาจจะเป็นรูปแบบช้ันเรียน การ
ฝึกอบรม หรือห้องทดลอง หรือรูปแบบการเรียนการสอนท่ีใช้คอมพิวเตอร์ โดยจุดมุ่งหมายของขั้นตอนนี้คือ
การสอนอย่างมีประสิทธภิ าพและประสิทธิผล จะต้องให้การส่งเสริมความเข้าใจของผู้เรียนสนับสนุนการเรียน
รอบรขู้ องผเู้ รยี นตามวตั ถุประสงคต์ ่าง ๆ ท่ีต้งั ไว้
ข้นั ท่ี 5 ขั้นการประเมินผล (Evaluation Phase)
ข้ันการประเมินผลประกอบด้วยสองส่วนคือการประเมินผลรูปแบบ (Formative) และ
การประ เมินผลในภาพรวม (Summative) การประเมินผลรูปแบบคือการนำเสนอในแต่ละข้ันของ ADDIE
Process ซ่ึงเป็นการประเมินผลเพื่อพัฒนา และการประเมินผลในภาพรวมจะทำเมื่อการสอนเสร็จสิ้นเพ่ือ
ประเมินผลประสิทธิผลการสอนทั้งหมดข้อมูลจากการประเมินผลรวมโดยปกติมักจะถูกใช้เพื่อการตัดสินใจ
เก่ียวกบั รปู แบบการสอน
การจดั การห้องเรียนออนไลน์
ในการเรียนการสอนออนไลน์จำเป็นอย่างย่ิงท่ีต้องมีการทำความเข้าใจถึงรายละเอียดการเรียนการ
สอนในแต่ละครั้งทเ่ี ข้าเรียน โดยผู้สอนจะตอ้ งกำหนดกรอบเวลาการเรียนการสอนไว้อยา่ งชัดเจน ดงั น้ี
1. กำหนดกิจกรรมการเรียนการสอนในแต่ละครั้งให้ชัดเจนว่ามีอะไรบ้าง เช่น ในการบรรยาย 1 คร้ัง
ใช้เวลา 3 ช่ัวโมง อาจมีกิจกรรม ทักทาย เช็คชื่อ บรรยาย แบ่งกลุ่มทำงาน นำเสนอ อภิปราย สรุป ทำ
แบบทดสอบ เปน็ ต้น
2. กำหนดสื่อการเรียนการสอนในแต่ละกิจกรรมการเรียนการสอน เช่น การการบรรยาย ผู้สอนอาจ
ไม่จำเป็นต้องเป็นการใช้บรรยายแบบออนไลน์ แต่ใช้การบรรยายอัดเป็นวิดีโอ ไว้สำหรับให้ผู้เรียนได้เปิดดูได้
ตลอด
3. กำหนดระยะเวลาของแต่ละกิจกรรมการเรียนการสอนว่าใช้เวลาเท่าไหร่ ในแต่ละกิจกรรมจะต้อง
แบ่งเวลาให้เหมาะสม และเป็นไปได้ในการเรียนการสอน เพราะการกำหนดเวลาต้องชัดเจนเพ่ือไม่ให้กินเวลา
ของรายวิชาอ่นื ๆ ดังน้ันในกจิ กรรมต่าง ๆ จะต้องดำเนนิ การไมเ่ กนิ เวลาของการบรรยายรวม
4. กำหนดว่ากิจกรรมการเรียนการสอนใดบ้างที่จะควรจะเป็นการออนไลน์ กิจกรรมใดบ้างควรจะ
ออฟไลน์ เช่น กิจกรรมบางกิจกรรม อาจไม่จำเป็นต้องออนไลน์ แต่เป็นการให้ผู้เรียนศึกษาด้วยตนเองก่อน
ก่อนที่จะเข้าสู่การออนไลน์ ดังนั้น ในการบรรยาย 3 ชั่วโมง อาจจะแบ่งเป็นกิจกรรมที่ออฟไลน์ได้ เช่น
การศึกษาเน้ือหา ด้วยเอกสารประกอบการสอน การฟังบรรยายจากส่ือวิดีโอ เป็นต้น สำหรับการออนไลน์
เลือกเฉพาะกิจกรรมที่ต้องการพบปะเห็นหน้ากัน เช่น การบรรยายสรุปเน้ือหาสำคัญ การนำเสนอ การ
อภปิ ราย เป็นตน้
การใช้สอ่ื ในการเรยี นการสอนออนไลน์
ในการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ตามทฤษฎีของกาเย่ (Robert Gagne) ต้องสร้างความน่าสนใจ
ใหก้ ับการจัดการเรียนการสอน ดังนั้นการเลือกใช้สื่อมคี วามสำคญั ผู้สอนสามารถใช้สื่อได้หลากหลาย ประเภท
ต่าง ๆ ท่ใี ช้มีดังนี้
1. สื่อเอกสาร โดยทั่วไป คือ สื่อประเภทตัวหนังสือที่เป็นเน้ือหาหลัก และเน้ือหาประกอบที่
เก่ยี วข้องกับเน้ือหาบทเรียนที่ทำการเรียนการสอนออนไลน์ ส่ือประเภทนี้มีไว้สำหรับให้ผเู้ รียนได้ศึกษาด้วยต้น
เอง
2. ส่ือรปู ภาพ โดยท่วั ไปอาจเป็นภาพ Inforgraphic ท่เี ป็นการประมวลภาพรวมของเน้ือหาที่
ผู้สอนต้องการให้ผู้เรียนเข้าใจในเนื้อหาองค์รวมของบทเรียน หรือภาพไดอะแกรมของเนอื้ หาบาส่วนที่ต้องการ
ให้เห็นความเชื่อมโยงของเนอ้ื หา ตลอดจนรปู ภาพทั่วไปที่ผู้สอนนำมาประกอบเพ่ือความชัดเจนของเน้ือหา ซ่ึง
ผูส้ อนอาจจะสร้างขน้ึ มาเอง หรือนำมาจากแหล่งข้อมูลอืน่ กไ็ ด้
3. Link URL ของข้อมูลในอินเตอร์เน็ต โดยท่วั ไป ผู้สอนใช้สำหรับใหผ้ ู้เรียนได้ศึกษาเพ่ิมเติม
เน้ือหาทีเ่ กย่ี วข้องกับบทเรยี น
4. สื่อวิดีโอ โดยทั่วไปสื่อวิดีโอถือว่าสำคัญมากในการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ เพราะ
เป็นการสร้างความน่าสนใจให้กับเน้ือหาของบทเรียน โดยในการเรียนการสอนออนไลน์ในระบบ MOOC ของ
Thailand Cyber University ได้กำหนดเนื้อหาส่วนท่ีเป็น วิดีโอไว้ ร้อยละ 35 ขอเน้ือหาในแต่ละบทเรียน
Skilllane (ม.ป.ป.) อธิบาย สรา้ งวชิ าออนไลนใ์ น 4 ขน้ั ตอนงา่ ย ๆ ดังน้ี
ข้ันตอนที่ 1 วางโครงสร้างหลักสูตร ข้ันตอนน้ีเป็นข้ันตอนท่ีสำคัญท่ีสุดของการสร้างวิชาเรียนขึ้นมา
วิชาหนงึ่ (ไมว่ ่าจะเป็นวชิ าออนไลน์หรือไมก่ ็ตาม) คำถามทีผ่ ู้สอนตอ้ งตอบใหไ้ ดค้ ือ เราจะสอนใคร? และ เขาจะ
ได้รับประโยชน์อะไร? เน่อื งจากกลุ่มเป้าหมายนักเรยี นตา่ งกัน เน้ือหาของสองวิชาน้ีก็จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
เมื่อหากลุ่มเป้าหมายเจอแล้ว ผู้สอนต้องวางแผนวิชาออนไลน์ของตนว่าจะมีจำนวนวีดีโอเท่าไร และแต่ละ
วดี ีโอมเี นื้อหาอยา่ งไร โดยความยาวของแตล่ ะวีดีโอนน้ั ไม่มีจำกัด แตข่ อให้จำไว้ว่า ความต้ังใจของนกั เรียนนั้นมี
จำกดั ความยาวของวดี ีโอจึงควรจะกระชบั ทสี่ ุดเทา่ ที่จะเปน็ ไปได้
ขนั้ ตอนที่ 2 เตรียมบทพูดและเอกสารประกอบให้พร้อม ผู้สอนควรจะเตรียมสอนเสมือนกับว่าตัวเอง
ต้องไปพูดที่หน้าห้อง ควรจะต้องมีสคริปท์ในระดับหนึ่ง คือไม่จำเป็นต้องละเอียดยิบ แต่ต้องรู้ในภาพใหญ่ว่า
เราจะพูดอะไรในแต่บท และมีลำดับข้ันตอนอย่างไร การเตรียมตัวที่ดีจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของ
นักเรยี นมาก และท่ีสำคัญ มนั จะช่วยใหผ้ ้สู อนประหยัดเวลา จากการท่ีไม่ตอ้ งมาอดั วีดีโอซ้ำแล้วซำ้ อีก
ข้ันตอนท่ี 3 ถ่ายวีดโี อ เมื่อเตรยี มตัวพร้อมแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการถ่ายวีดีโอ โดยการถ่ายวีดีโอนั้น
สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ คือ ถ่ายวีดีโอโดยการบันทึกหน้าจอคอมพิวเตอร์ ถ่ายวีดีโอแบบเห็นหน้า
ผ้สู อน แบบผสมผสาน และถ่ายวีดีโอจากงานสัมมนา
ข้ันตอนที่ 4 ตัดต่อวีดีโอ การตัดต่อวีดีโอน้ันมีความสำคัญต่อการถ่ายทำวีดีโอในรูปแบบผสมผสาน
รูปแบบสัมมนา และผู้ที่ต้องการให้เสียงมีคุณภาพที่ดี โปรแกรมตัดต่อสามารถทำให้เราสลับภาพไปมาได้ ใส่
เอฟเฟค และการ synchronize เสียงที่ถูกบันทึกจากเคร่ืองอัดเสียงภายนอก ซ่ึงการตัดต่อวีดีโอนั้นไม่ยากอีก
ต่อไป หลายๆบริษทั ยักษใ์ หญ่อย่าง Apple ได้ออกโปรแกรมตัดต่อวดี โี อ อาทิ iMovie และ Final Cut Pro ซึ่ง
ง่ายสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ส่วนโปรแกรมบันทึกหน้าจอเช่น Screenflow และ Camtasia ก็รองรับการตัดต่อ
วีดีโอเช่นเดียวกัน โดยทุกโปรแกรมมีหลักการใช้งานท่ีไม่ต่างกัน ถ้าเราใช้อันใดอันหน่ึงเป็นแล้ว การหัดใช้
โปรแกรมของค่ายอน่ื ก็เปน็ เรอ่ื งง่าย
2. งานวิจยั ที่เก่ียวข้อง
งานวจิ ยั ในประเทศ
อนุชา สะเล็ม (2560) ได้ศึกษาการประยุกต์ใช้ E-Learning ในกระบวนการเรียนการ
สอน พบวา่ ระบบ E-Learning สามารถใช้งานไดต้ ามท่ี ต้องการ กล่าวคือ ระบบสามารถเข้าถึงเน้ือหา
การเรียนได้จากอุปกรณ์ต่างๆ เช่นเครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ผ่านทางระบบเครือข่าย
อนิ เทอร์เน็ต และสามารถนำมาปรับกระบวนการเรยี นการ สอนจากรูปแบบเดิม ซง่ึ เปน็ การเรียนแบบ
พบหน้ากันในชั้นเรยี นเพียงอย่างเดยี วให้เปน็ กระบวนการ เรยี นการสอนแบบผสมผสาน โดยนำระบบ
E-learning มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน ร่วมกันกับการเรียน มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่
เหมาะสมในแต่ละรายวิชา มีเนื้อหาการเรียนที่น่าสนใจ ทั้ง ข้อความ เสียง รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว
ผู้สอนสามารถจัดการเนื้อหาและกิจกรรมในการเรียน เช่น การสร้างรายวิชา สร้างบทเรียน ดาวน์
โหลดข้อมูล กำหนดระยะเวลาในการเรียน กำหนดกิจกรรมในการเรียนการสอน การสั่งงานและการ
ส่งงาน การสร้างข้อสอบ การวัดและประเมินผล ความรู้ของนักเรียนผ่านระบบได้ จากประสิทธิภาพ
ของระบบ E-Learning เมื่อนำไปใช้กับกระบวนการเรียนการสอนแล้วนั้น จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อ
ผู้เรียนเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ผู้เรียนเกิดความสนในการเรียน ช่วยเสริมทักษะ การเรียนรู้ด้วยตนเอง
สามารถเรยี นรู้นอกเวลาเรียนด้วยตนเองได้ตลอดเวลา ชว่ ยใหป้ ระหยดั เวลา การเรียนในหอ้ งเรียน
ชาลิสา จิตบุญญาพินิจ (2559) ได้ศึกษาผลการเรียนรู้และผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษาใน
การพัฒนารูปแบบการเรยี นการสอนโดยใชบ้ ทเรียนอีเลิรน์ นิ่ง พบวา่ พบวา่ ประสิทธภิ าพ (E1 /E2 )ใน
การใช้อีเลริ ์นนง่ิ ในรายวิชาเทคโนโลยสาี รสนเทศ ได้ค่า (83.53/88.4) และผลการผลการวเิ คราะห์จาก
คะแนนที่นักเรียนได้ทำแบบทดสอบในรายวชิารายวชิาเทคโนโลยสีารสนเทศ พบว่าก่อนเรียนมี
ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 14.05 และหลังเรียนมีค่าเฉล่ียเท่ากับ 28.09 แสดงถึงนักเรียนมีผลสมัฤทธิ์ทางการ
เรียนที่ดีกว่าการเรียนแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 งานวิจัยนี้ได้ค้นพบว่าการที่มี
บทเรียนพร้อมมีตัวอย่างแสดง มีเน้ือหาสนุกน้ันสามารถทำใหนักเรียนสนุกและมีความสุขกับการ
เรยี นร้ดู ้วยตนเอง เขา้ ใจเน้ือหาที่เรียนได้ อีกท้ังยังเป็นการพฒันาประสทิ ธิภาพในการเรียนการสอนใน
ปัจจบุ ันท่ีมกี ารใชเท้ คโนโลยีก้าวหนา้ อกี ดว้ ย
15
บทท่ี 3
วิธีดำเนินงาน
ในการพฒั นาบทเรียนออนไลน์เพื่อพฒั นาผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นเรอื่ งโครงสรา้ ง
ประโยค (Sentence Structures) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 6 รายวิชาภาษาองั กฤษรอบรู้ 1 (อ
33203) ครั้งนี้ ผู้วจิ ัยได้กำหนดประเด็นในการดำเนินงานตามข้นั ตอนดังนี้
1. กำหนดประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง
2. เคร่อื งมือทใ่ี ช้ในการวิจัย
3. การดำเนินการทดลองและเกบ็ รวบรวมข้อมูล
4. การวเิ คราะหข์ ้อมูล
1. การกำหนดประชากรและกลุม่ ตวั อยา่ ง
1.1 ประชากร (Population)
ประชากรทใี่ ชใ้ นการวจิ ยั คร้ังนี้ ไดแ้ ก่ นกั เรยี นระดับช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรยี น
ปากเกรด็ ทเี่ รยี นรายวชิ าภาษาองั กฤษรอบรู้ 1(อ33203)
1.2 กล่มุ ตัวอยา่ ง (Sample)
กลุม่ ตัวอยา่ งทใ่ี ช้ในการวจิ ยั เป็นนักเรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 1
ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนปากเกร็ดจำนวน 1 หอ้ งเรียนจำนวนนกั เรียน 43 คนซ่งึ ได้มาโดยการเลือก
แบบเจาะจง (Purposive Sampling)
กล่มุ ตัวอย่าง (Sample) ท่ีใช้ในการดำเนินงานครงั้ นี้ เป็นนักเรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6
โรงเรียนปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ท่ีกำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564
จานวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียนทั้งหมด 43 คน ซึ่งได้มาด้วยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive
Sampling) โดยใชด้ ุลยพนิ ิจของผ้วู ิจยั ท้ังนี้เน่ืองจากผู้วิจยั เห็นว่ากลุ่มตวั อยา่ งนา่ จะเปน็ ตัวแทนท่ีดีของ
กลุ่มประชากรได้ เพราะกลุ่มตวั อย่างประกอบดว้ ยนกั เรียนท่ีมีความสามารถในการเรยี นท้ังสามระดับ
คือ เก่ง ปานกลาง และอ่อนและมีพฤติกรรมการเข้าเรียนที่สม่ำเสมอ ไม่ขาดเรียนจึงไม่มีปัญหาการ
หายไปของกลุ่มตวั อย่าง
16
2. การจัดทำเครอื่ งมอื ทใี่ ช้ในการดำเนนิ งาน
เคร่ืองมอื ที่ใชใ้ นการวิจยั ประกอบดว้ ย
1. เครื่องมอื ทใี่ ช้ในการทดลองปฏิบตั ิการ ได้แก่
1.1 แผนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค
(Sentence Structures) จำนวน 3 แผน แผนละ 2 ชว่ั โมง รวม 6 ช่ัวโมง
1.2 บทเรียนออนไลน์เรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence Structures) บนแพลทฟอร์ม
PAKKREDLEARNING CYBER จำนวน 1 หนว่ ย การเรยี นรู้ รวม 3 บทเรียน
2. เครื่องมอื ท่ีใช้ในการประเมนิ ประสิทธภิ าพการจดั การเรียนการสอนไดแ้ ก่แบบทดสอบก่อน
เรยี นและแบบทดสอบหลงั เรียน
2.1 การจดั ทำแผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ผู้วิจัยได้จัดทำแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ
Backward Design
2.1.1 ศกึ ษาและวิเคราะหห์ ลักสตู รการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 กลุม่ สาระ
การเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ของกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ (2544) โดยคำนึงถึงสาระ/
มาตรฐานการเรียนรู้ และมาตรฐานการเรียนรูช้ ่วงชั้น ผลการเรียนรู้ทีค่ าดหวัง การจัดการการเรียนรู้ สื่อ
การเรยี นรู้ การวัดและประเมินผลความรู้
2.1.2 วิเคราะห์และกำหนดสาระ/ มาตรฐานการเรียนรู้และมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น ผลการ
เรยี นรู้ที่คาดหวงั จุดประสงค์การเรียนรู้ตามหลักสตู รการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551
2.1.3 ศกึ ษาเน้อื หาความร้เู พิม่ เติมท่เี กย่ี วขอ้ งกบั บทเรียนออนไลน์
2.1.4 จัดทำสอื่ การสอนได้แกส่ ่ือปฏิสมั พันธ์ Edpuzzle, แบบฝึกหดั ออนไลน์ Live
Worksheet
3. จดั ทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค
(Sentence Structures) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อใช้วัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน และ
หลงั เรียนเปน็ แบบทดสอบปรนยั ชนิดเลือกตอบ จำนวน 20 ข้อ
17
3.1 วิธดี ำเนินการ
ในการดำเนินงานครง้ั นเี้ มอ่ื ไดก้ ลุ่มตวั อยา่ งแลว้ ผู้วจิ ยั ได้ดำเนนิ การทดลอง เกบ็ รวบรวมข้อมลู
โดยดำเนินการตามขน้ั ตอน ดังน้ี
1. อธบิ ายและชี้แจงจดุ ประสงคใ์ นการทดลองให้นักเรยี นเขา้ ใจ
2. แนะนำวธิ ีการหลกั การและขน้ั ตอนในการเรียนให้นกั เรียนเข้าใจอย่างชดั เจน
3. ทดสอบก่อนเรยี น
4. ทดลองตามแผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้โดยนักเรียนเรียนรูด้ ว้ ยตนเองด้วยตนเองใชเ้ วลา
12 คาบเรียน
5. ทำการทดสอบหลังเรียนโดยใชแ้ บบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลงั เรียน
6. นำคะแนนทไ่ี ด้จากการทดลองมาวิเคราะหต์ ามวธิ กี ารทางสถติ ิโดยใช้คา่ สถติ ิทดสอบที
(t– test) แบบ Dependent
4. การจัดกระทำและการวิเคราะห์ข้อมลู
4.1 การวเิ คราะห์ข้อมลู
4.1.1 หาประสทิ ธิภาพของกิจกรรมพัฒนาผลสัมฤทธิท์ างการเรียนเรื่องโครงสรา้ งประโยค
(Sentence Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์ โดยการหาค่า E1 / E2
4.1.2 เปรียบเทยี บผลสัมฤทธิ์ก่อนเรยี นและหลงั เรยี น เพือ่ พฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน
เรอ่ื งโครงสร้างประโยค (Sentence Structures) ดว้ ยบทเรยี นออนไลน์ โดยใช้วิธีการทางสถติ ิทดสอบ
ที (t – test) แบบ Dependent
4.2 สถิตทิ ่ใี ช้ในการวิเคราะห์ขอ้ มูล
4.2.1 สถิตพิ น้ื ฐาน
1. ค่าเฉลีย่ เลขคณิต (Arithmetic Mean) คำนวณจากสตู ร (ล้วน สายยศ และ
อังคณา สายยศ, 2538 : 73)
X = X
n
เมอื่ X แทน ค่าเฉลย่ี เลขคณิต
X แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด
n แทน จำนวนนกั เรยี นในกลุ่มตวั อยา่ ง
18
2. สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) คำนวณจากสูตร (ล้วน
สายยศ และอังคณา สายยศ, 2538 : 79)
S= n X 2 − ( X )2
n(n −1)
เมอื่ S แทน ค่าส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
X แทน คะแนนแตล่ ะตัว
X แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด
n แทน จำนวนนักเรยี นในกลุ่มตวั อย่าง
3. ค่าร้อยละ (Percentage )
ค่ารอ้ ยละ = fx100
N
เมื่อ f แทน ความถขี่ องขอ้ มลู
N แทน จำนวนขอ้ มลู ท้งั หมด
4.2.2 สถิตทิ ่ีใชใ้ นการตรวจสอบคณุ ภาพเครอื่ งมือ
1. หาค่าความยากง่าย ( p ) และค่าอำนาจจำแนก ( D ) ของแบบทดสอบวัดผล
สัมฤทธิ์กิจกรรมพัฒนาการอ่านเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์โดยใช้แบบฝึกการอ่าน โดยใช้หลักการเรียง
คะแนนจากคะแนนมากไปหาคะแนนน้อยแล้วตัดกลุ่มท่ีได้คะแนนมาก 25% เปน็ กลุ่มเก่งแล้วตัดกลุ่ม
ที่ได้คะแนนน้อย 25%เปน็ กลุ่มอ่อน (วเิ ชียร เกตสุ ิงห์, 2530 : 115)
p= R
N
เมอ่ื p แทน ค่าความยากงา่ ยของแบบทดสอบแตล่ ะข้อ
R แทน จำนวนท่ที ำข้อนน้ั ถูก
N แทน จำนวนคนทที่ ำข้อนน้ั ทั้งหมด
D = Ru − RL
N
2
19
เมอ่ื D แทน ค่าอำนาจจำแนก
Ru แทน จำนวนนกั เรียนทีต่ อบถกู ในกลุม่ เกง่
RL แทน จำนวนนกั เรยี นทต่ี อบถูกในกลมุ่ อ่อน
N แทน จำนวนนกั เรียนในกลมุ่ เกง่ และกลุ่มออ่ น
จากการทำกิจกรรมพัฒนาผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนเรอ่ื งโครงสร้างประโยค (Sentence
Structures) ดว้ ยบทเรียนออนไลน์
E2 แทน ประสทิ ธภิ าพของผลลพั ธ์คิดเป็นรอ้ ยละจากการ
ทำแบบทดสอบหลังเรียน
X แทน คะแนนรวมของนักเรียนจากการทำแบบทดสอบก่อนเรียน
F แทน คะแนนรวมของนักเรยี นจากการทำแบบทดสอบหลังเรียน
N แทน จำนวนนกั เรยี น
A แทน คะแนนเต็มของกิจกรรม
B แทน คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังเรยี น
2. สถิติเพือ่ ทดสอบสมมตฐิ านข้อท่ี 2 ผลสมั ฤทธ์ิกิจกรรมพฒั นาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเร่อื ง
โครงสรา้ งประโยค (Sentence Structures) ด้วยบทเรียนออนไลน์ สงู กว่าก่อนเรียนโดยใช้คา่ สถติ ิ
ทดสอบที ( t - test ) แบบ Dependent จากสูตร( Ferguson, 1971 : 154)
t = D
n D2 − ( D)2
n −1
เม่อื t แทน ค่าท่ใี ชใ้ นการพจิ ารณา t - distribution
D แทน ความแตกตา่ งระหว่างคะแนนทดสอบหลังเรียน
และกอ่ นเรยี นดว้ ยกจิ กรรมพฒั นาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
เร่ืองโครงสร้างประโยค (Sentence Structures) ด้วย
บทเรยี นออนไลน์
D แทน ผลรวมของผลต่างระหว่างคะแนนทดสอบหลังเรียน
และกอ่ นเรยี นดว้ ยกจิ กรรมพฒั นาผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น
เรอ่ื งโครงสร้างประโยค (Sentence Structures) ด้วย
บทเรยี นออนไลน์
D2 แทน ผลรวมของกำลังสองของผลตา่ งระหว่างคะแนน
ทดสอบหลังเรยี นและกอ่ นเรยี นด้วยกจิ กรรมพัฒนา
ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนเรอื่ งโครงสรา้ งประโยค
(Sentence Structures) ด้วยบทเรียนออนไลน์
n แทน จำนวนนักเรียนท่เี ป็นกลมุ่ ตัวอยา่ ง
16
บทท่ี 4
ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู
การวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาการพัฒนาบทเรียนออนไลน์เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence Structures) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
โรงเรียนปากเกร็ดด้วยกิจกรรมพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence
Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์ ในการวิเคราะห์ข้อมูลผู้วิจัยแบ่งการนำเสนอผลการวิเคราะห์
ข้อมูลตามลำดบั ดงั นี้
1. สญั ลกั ษณท์ ่ใี ชใ้ นการเสนอผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู
2. ลำดบั ข้นั ตอนในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมลู
3. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
1. สัญลักษณ์ท่ใี ช้ในการเสนอผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูล
สัญลกั ษณ์ท่ใี ชใ้ นการเสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล มีดังตอ่ ไปนี้
N แทน จำนวนกลุม่ ตัวอยา่ งในแต่ละกลุ่ม
X แทน คา่ เฉลย่ี
S.D. แทน สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน
t แทน สถิติทดสอบท่ีใช้เปรียบเทยี บกบั ค่าวิกฤตเพ่ือทราบความมีนยั สำคัญ
E1 แทน ประสทิ ธิภาพของกระบวนการการจัดกิจกรรมการเรียนรูท้ ้งั หมด
E2 แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ของกจิ กรรมพัฒนาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนเร่อื ง
โครงสรา้ งประโยค (Sentence Structures) โดยใช้บทเรยี นออนไลน์
2. ลำดบั ขั้นตอนในการเสนอผลการวิเคราะหข์ ้อมูล
ผวู้ ิจยั ได้ดำเนนิ การวเิ คราะห์ข้อมลู ตามลำดบั ขั้นตอน ดงั น้ี
ตอนท่ี 1 การทดลองเพอื่ หาประสทิ ธภิ าพของกจิ กรรมพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเรอื่ ง
โครงสรา้ งประโยค (Sentence Structures) โดยใช้บทเรยี นออนไลน์
ตามเกณฑม์ าตรฐาน 80/80
ตอนที่ 2 การศึกษาผลสมั ฤทธิ์การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเร่ือง
โครงสร้างประโยค (Sentence Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์
ของนักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 6 โรงเรยี นปากเกรด็
17
3. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
ในการนำเสนอผลการวิเคราะหข์ ้อมลู ผ้วู ิจัยขอเสนอเป็น 3 ตอน โดยมีรายละเอียดดงั น้ี
ตอนที่ 1 การทดลองเพ่อื หาประสิทธิภาพของกิจกรรมพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเร่อื ง
โครงสร้างประโยค (Sentence Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์
เมื่อนำกิจกรรมพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence
Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80 /80 ไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างคือ
นักเรียนชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 6 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564 โรงเรียนปากเกร็ด จำนวน 1 ห้องเรียน
จำนวนนักเรียน 43 คน ผลการวเิ คราะห์ข้อมลู ปรากฏดังตารางที่ 2-4
ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละของคะแนนจากการใช้กิจกรรมพัฒนา
ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นเรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence Structures) โดยใช้บทเรยี นออนไลน์
6 ชุด ดงั ตารางที่ 2
ตารางท่ี 2 คา่ เฉล่ยี ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐานและร้อยละของคะแนนจากการใช้กจิ กรรมพฒั นาทักษะ
การอา่ นเพื่อยกระดับผลสัมฤทธ์ิโดยใช้แบบฝึกการอ่าน
แบบทดสอบ คะแนนเต็ม X S.D. รอ้ ยละ
ชุดท่ี 1 10 0.79 77.30
7.74
ชดุ ที่ 2 10 8.02 0.64 80.20
ชุดที่ 3 10 8.33 0.75 83.40
ชุดท่ี 4 10 8.74 0.49 87.40
ชดุ ท่ี 5 10 8.88 0.32 88.80
ชดุ ที่ 6 10 8.93 0.26 89.40
รวม 60 50.65 2.82 84.42
จากตารางท่ี 2 พบวา่ ผลจากการใช้กจิ กรรมพฒั นาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นเรื่องโครงสรา้ ง
ประโยค (Sentence Structures) โดยใช้บทเรยี นออนไลน์กบั กลุ่มตวั อย่าง ซ่ึงเปน็ นักเรียนชนั้
มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564 โรงเรยี นปากเกรด็ จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน
นักเรียน 43 คน ปรากฏวา่ ค่าเฉล่ยี ของคะแนนจากการใช้กจิ กรรมพฒั นาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนเร่ือง
โครงสร้างประโยค (Sentence Structures) โดยใช้บทเรยี นออนไลน์ทงั้ 6 ชุด มีคา่ เฉลี่ย 50.65
และมีส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐานเทา่ กับ 2.82 คดิ เปน็ รอ้ ยละ 84.42 นน้ั คือ ประสทิ ธิภาพของกิจกรรม
พฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นเร่ืองโครงสร้างประโยค (Sentence Structures) โดยใชบ้ ทเรยี น
ออนไลน์ (E1) เทา่ กับ 84.42
18
ค่าเฉล่ีย สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐานและร้อยละจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธท์ิ างการ
อา่ นก่อนและหลังการใช้พัฒนาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นเร่ือง โครงสรา้ งประโยค (Sentence
Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์ ดังตารางที่ 3
ตารางที่ 3 ค่าเฉลยี่ สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐานและรอ้ ยละจากการทำแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการ
อา่ นก่อนและหลงั การใช้กิจกรรมพัฒนาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นเร่อื ง โครงสรา้ งประโยค (Sentence
Structures) โดยใช้บทเรยี นออนไลน์
ระยะเวลาการทดสอบ คะแนนเต็ม X S.D. รอ้ ยละ
ก่อนเรยี น 40 13.05 3.96 32.63
หลังเรียน 40 2.53 85.13
34.05
จากตารางท่ี 3 คา่ เฉลยี่ ของคะแนนจากการทำแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการอ่านหลัง
การใช้กจิ กรรมพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องโครงสรา้ งประโยค (Sentence Structures) โดย
ใช้บทเรยี นออนไลน์มีค่าเทา่ กับ 34.05 คิดเป็นร้อยละ 85.13 น่นั คอื ประสิทธิภาพของผลลพั ธ์ (E2)
เท่ากบั 85.13
ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูลเพือ่ หาประสิทธิภาพของกิจกรรมพัฒนาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นเรอ่ื ง
โครงสร้างประโยค (Sentence Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์ ดงั ตารางที่ 4
ตารางท่ี 4 ประสิทธิภาพของกิจกรรมพัฒนาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นเร่ืองโครงสรา้ งประโยค
(Sentence Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์
คะแนน คะแนนเต็ม X S.D. รอ้ ยละ
60 2.82 84.42
คะแนนเฉล่ยี จากการใช้กจิ กรรม 50.65
พัฒนาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนเรื่อง 40 2.53 85.13
โครงสรา้ งประโยค (Sentence 34.05
Structures) โดยใช้บทเรยี น
ออนไลน์ จำนวน 6 ชดุ
คะแนนจากแบบทดสอบวัด
ผลสมั ฤทธท์ิ างการอา่ นหลังการทำ
กิจกรรมพัฒนาผลสมั ฤทธ์ิทางการ
เรียนเร่ืองโครงสรา้ งประโยค
(Sentence Structures) โดยใช้
บทเรียนออนไลน์
19
จากตาราง 4 พบว่าคะแนนเฉลยี่ จากการใช้กิจกรรมพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง
โครงสร้างประโยค (Sentence Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์ ทั้งหมด จำนวน 6 ชุด มีค่า
เท่ากับ 50.65 คิดเป็นร้อยละ 84.42 และคะแนนจากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังการทำกิจกรรม
พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence Structures) โดยใช้บทเรียน
ออนไลน์มีค่าเท่ากับ 34.05 คิดเป็นร้อยละ 85.13 นั่นคือประสิทธิภาพของกิจกรรมพัฒนาผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์ (E1 / E2)
84.42 / 85.13 ซง่ึ สงู กว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80 / 80 ท่ีตั้งไว้
ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบความสามารถด้านโครงสร้างประโยคก่อน
และหลังการทำกิจกรรมพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence
Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนปากเกร็ด จำนวน 1
หอ้ งเรียน จำนวนนกั เรียน 43 คน ดงั ตารางท่ี 5
ตารางท่ี 5 ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทักษะการอ่านโดยใช้กจิ กรรมพัฒนาผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence Structures) โดยใช้บทเรยี นออนไลน์
การทดสอบ NX S.D. t
49.28**
กอ่ นเรยี น 43 13.05 3.96
หลังเรียน 43 34.05 2.53
** มนี ัยสำคัญทางสถติ ทิ ่ีระดบั .01, t42 ( .99 ) = 2.423
จากตาราง 5 พบว่าคะแนนทดสอบหลงั เรียนของนกั เรียนมัธยมช้ันปีท่ี 6 โรงเรยี น
ปากเกร็ดจำนวน 43 คนที่เรียนโดยใช้กิจกรรมพัฒนาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนเรือ่ งโครงสร้างประโยค
(Sentence Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
.01
สรุปได้ว่ากิจกรรมพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence
Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์ สามารถนำไปใช้เป็นกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพเพราะทำให้ผู้เรยี นมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นสูงขึ้นส่งผลให้เกดิ การพัฒนาทักษะการอ่าน
การเขียน และการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการอา่ นและการเขยี นท้ังโดยรวมและรายข้อ
20
บทที่ 5
สรุปผล อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ
การศึกษากิจกรรมพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence
Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์คร้ังน้ี มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พือ่ เปรียบเทยี บความสามารถทางการเรียน
เรื่องโครงสร้างประโยค ก่อนและหลังการใช้กิจกรรมพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเรื่องโครงสร้าง
ประโยค (Sentence Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์ทผี่ ู้วจิ ัยจัดทำข้ึน
ประชากร
ประชากรทใี่ ชใ้ นการศึกษาคร้ังน้ี เป็นผู้เรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 โรงเรยี นปากเกรด็
อำเภอปากเกรด็ จังหวดั นนทบรุ ี ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564
กลุม่ ตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัด
นนทบุรี ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 43
คน ซ่งึ ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)
เครื่องมอื ทีใ่ ช้ในการจัดเกบ็ ข้อมูล
1. กิจกรรมพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence
Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์ สำหรับผ้เู รยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรยี นปากเกร็ด
2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทักษะการอ่านก่อนเรียน(Pre- test) และแบบทดสอบวัดผล
สมั ฤทธิ์ทกั ษะการอ่านหลังเรยี น (Post- test)
การเก็บรวบรวมข้อมูล
เกบ็ รวบรวมข้อมลู โดยผวู้ ิจยั ดว้ ยการให้ผู้เรยี นกล่มุ ตัวอยา่ งทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์เรื่อง
โครงสร้างประโยค ก่อนเรียน (Pre-test) แล้วให้ผู้เรียนกลุ่มตัวอย่างทำกิจกรรมพัฒนาพัฒนา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค ทำแบบทดสอบย่อยระหว่างการทำกิจกรรม ทำ
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทักษะการอา่ นหลงั เรยี น (Post-test)
21
สถติ ทิ ่ีใช้ในการวเิ คราะหข์ ้อมูล ประกอบด้วย สถิติพน้ื ฐาน ไดแ้ ก่ ค่ารอ้ ยละ ค่าเฉลีย่
ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบสมมุติฐานใช้การทดสอบทีแบบไม่อิสระ สถิติที่ใช้หาคุณภาพ
เครื่องมือ ได้แก่ การหาค่าความเท่ียงตรงตามเนือ้ หา (IOC)
สรุปผลการวเิ คราะห์
1. ประสิทธิภาพของกิจกรรมพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค
(Sentence Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์เท่ากบั 84.42 / 85.13 สงู กว่าเกณฑ์ท่ีต้ังไว้ คือ
80 / 80
2. ผลสัมฤทธิ์เรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence Structures) ของผู้เรียนกลุ่มตัวอย่าง
หลังการใช้กิจกรรมพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence Structures)
โดยใช้บทเรียนออนไลน์ สูงกว่าผลสัมฤทธิ์เรื่องโครงสร้างประโยค ก่อนการใช้กิจกรรมพัฒนา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์
อย่างมนี ยั สำคญั ทางสถติ ิทีร่ ะดับ .01
การอภิปรายผล
จากผลของการจัดกิจกรรมพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค
(Sentence Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่ผู้วิจัยได้
พัฒนาขึ้นสามารถอภปิ รายผลไดด้ ังนี้
1. ผลการพัฒนาและหาประสิทธิภาพของบทเรียนออนไลน์ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธ์ิโดยใช้โดย
ใช้บทเรียนออนไลน์ ซึ่งจัดทำขึ้นสำหรับนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้เกณฑ์ 80/80 พบว่าชุด
กิจกรรมพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence Structures) โดยใช้
บทเรียนออนไลน์มีประสิทธิภาพเทา่ กับ 84.42/85.13 ซึ่งสูงกวา่ เกณฑ์มาตรฐานทีก่ ำหนด ทั้งนี้อาจมี
สาเหตุมาจาก
1.1 กิจกรรมพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence
Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์จัดทำขึ้นโดยผู้วิจัยได้ดำเนินการจัดทำตามหลักในการสร้าง
กิจกรรมสอดคล้องกับแนวความคิดของพรพรหม อัตตวัฒนากุล (2547 : 21) ; สำนักงาน
คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (2537 : 145 -146 ) และอารีย์ บัวคุ้มภัย (2540 : 21-22)
เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence Structures) โดยใช้บทเรียน
ออนไลน์ตามข้นั ตอน ดงั นี้
1.1.1 วิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์เรื่องโครงสร้างประโยคและผลจากการตอบแบบสอบถาม
ปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างประโยค ของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการ
กำหนดขอบเขตของเนือ้ หา
1.1.2 ศกึ ษาและวิเคราะห์ หลกั สตู รการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระ
การเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ ของกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ (2551) คมู่ อื การจัดกิจกรรม
22
การเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ พุทธศักราช 2551 ของกรมวิชาการ กระทรวง
ศึกษาธิการ โดยคำนึงถึงสาระ/ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด การจัดการการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ การ
วดั และประเมินผลความรู้
1.1.3 ศกึ ษาและวิเคราะห์ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชวี้ ัด ตามหลกั สูตรการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศของกรมวิชาการ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร (2551) ทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับทักษะการอ่าน
1.1.5 ศึกษาเนื้อหาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนออนไลน์เพิ่มเติม จากหนังสือ ตำรา
และเอกสาร
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน พบว่าผู้เรียนที่เรียนด้วยกิจกรรมพัฒนาผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์ มีผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรยี นอย่างมนี ัยสำคัญทางสถิติท่ีระดบั .01 ทงั้ นี้อาจมสี าเหตุมาจาก
2.1 กิจกรรมพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence
Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์ เป็นกิจกรรมท่ีมีการจัดทำขึ้นโดยกำหนดเนื้อหาจากการ
วิเคราะห์จากข้อมูลผลสัมฤทธ์ิรายวิชาภาษาอังกฤษรอบรู้ 1 และข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาเกี่ยวกับทักษะ
ภาษาอังกฤษของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็นกิจกรรมที่มีประสิทธิภาพเพราะได้ผ่าน
ขั้นตอนการทดลองหาประสิทธิภาพและปรับปรุงแก้ไขถึง 3 ขั้น คือ ขั้นทดลองรายเดี่ยว ขั้นทดลอง
กลุ่มเลก็ และข้นั การทดลองภาคสนาม
2.2 กิจกรรมพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence
Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์ช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของผู้เรียนเพราะมีขอบเขต
ความรชู้ ัดเจนครอบคลุมและผู้เรยี นได้มโี อกาสไดเ้ รยี นรู้ความถูกต้องเกย่ี วกับโครงสร้างประโยค
2.3 กิจกรรมพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องโครงสร้างประโยค (Sentence
Structures) โดยใช้บทเรียนออนไลน์มีลักษณะเป็นกิจกรรมปฏิบัติ และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ฝึก
ทกั ษะฝึกทกั ษะการคิดวิเคราะห์
2.4 ผู้เรียนได้ทำแบบทดสอบระหว่างเรียนในระหว่างการทำกิจกรรม เพื่อวัดผลและ
ประเมินผลเรื่องโครงสร้างประโยค เพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าของผู้เรียน และช่วยปรับปรุงการจัด
กิจกรรมการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพส่งผลต่อคุณภาพการเรียนการสอนที่คำนึงถึงผู้เรยี นเปน็
สำคญั
2.5 จากการทำกิจกรรมพัฒนาผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นเรอื่ งโครงสรา้ งประโยค
(Sentence Structures) โดยใชบ้ ทเรยี นออนไลน์ ทำให้ผ้เู รียนเกดิ ความชำนาญและไดร้ บั การพฒั นา
ทักษะเรอ่ื งโครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษเปน็ อย่างมาก
ขอ้ เสนอแนะ
จากผลของการจัดกิจกรรมพฒั นาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นเร่ืองโครงสรา้ งประโยค
(Sentence Structures) โดยใช้บทเรยี นออนไลน์ มีข้อเสนอแนะดงั นี้
23
1. ดา้ นการนำผลของการพัฒนากจิ กรรมไปใช้
จากผลของการพัฒนากิจกรรมพบว่า ผลสัมฤทธิ์เรื่องโครงสร้างประโยคสูงขึ้น ผู้เรียนได้
เรียนรู้อย่างมีความสขุ และประสบความสำเร็จ
ดังนั้นผู้สอนสามารถใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทาง
โครงสร้างประโยคสูงขึ้นและเรียนรู้ในด้วยตนเองอย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จมากยิ่งข้ึน
ดังนี้
ผู้สอนควรใช้สื่อนวัตกรรม ให้เหมาะสมกับผู้เรียน มีความสนุกสนาน เนื้อหาทันสมัย มี
สาระมกี ารจูงใจใหต้ ิดตามและมีความต่อเน่ือง จัดให้มกี จิ กรรมการเรยี นรู้ท่หี ลากหลาย ชวนให้ผู้เรียน
เกิดความสนใจต่อบทเรียนนั้นๆ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนทุกคนได้เรียนรู้ตามความถนัดและความสนใจ
ตลอดจนเลือกใช้สื่อประกอบการเรียนที่หลากหลายเหมาะสมกับบทเรียน กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้
และตรงกับจุดประสงค์การเรียนรู้ ผู้สอนควรประเมินผลการเรียนการสอนจากพัฒนาการของผู้เรยี น
ในภาพรวม ให้ผู้เรียนประเมินผลและปรับปรุงข้อบกพร่องของตนเองรวมทั้งการจัดบรรยากาศใน
ห้องเรียนที่ผ่อนคลาย เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงออก ยกย่องชมเชย ให้กำลังใจ สร้างสัมพันธ์ที่ดี
ระหว่างผู้เรียนกบั ผู้สอน และผู้เรียนกบั ผู้เรียน สนับสนนุ ให้ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนความคิดเหน็ กับกลมุ่
เพื่อน และกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการคิดที่หลากหลาย เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้เรียนมี
แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียน เห็นความสำคัญของการเรียน คุณค่าของการเรียน
และประโยชนข์ องการเรยี น
ทั้งนี้เพื่อให้การเรียนรู้ในชั้นเรียนอย่างมีความสุขมากขึ้น ซ่ึงจะส่งผลให้เกิดประโยชน์อีก
หลายประการโดยเม่ือผเู้ รียนได้เรียนรู้ในชัน้ เรียนอย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จและส่งผลให้
เกิดความพงึ พอใจมากทีส่ ุด ทำให้ผูเ้ รียนอยากเรียนรู้ อยากเขา้ เรียนในช้ันเรียน และไมร่ สู้ กึ เบื่อใน
การเรียน รักที่จะเรียนรู้ ส่งผลให้กลายเป็นบุคคลที่รักการเรียนรู้ และแสวงหาความรู้อยู่ตลอดเวลา
นัน่ คอื เปน็ บคุ คลท่เี รียนรู้ตลอดชวี ิตนน่ั เอง
2. ขอ้ เสนอแนะในการวจิ ัยครง้ั ต่อไป
2.1 การจัดสื่อการสอนออนไลน์ต้องคำนึงถึงความสามารถในการเรียนรู้ที่แตกต่างกันของ
นักเรียนกล่มุ สงู กลมุ่ ปานกลาง และกลมุ่ ตำ่
2.2 การจดั การเรยี นการสอนออนไลนส์ ำหรบั นักเรยี นท่ีไม่มีความไม่มีความพร้อมด้านความรู้
ความสามารถ และประสบการณ์ ความพร้อม ด้านพฤติกรรมเช่นไม่มีวินัย ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่มี
ความพยายามในการเรียนรู้มีอุปสรรคปัญหามาก ครูผู้สอนต้องใช้เวลามากในการติดตาม ให้
คำแนะนำ ให้ความช่วยเหลืออย่างใกลช้ ดิ และสม่ำเสมอ
2.3 ควรมีการพัฒนากิจกรรมท่ีเชอื่ มโยงทกั ษะอ่านและเขยี นเพอ่ื ผู้เรยี นจะสามารถพัฒนาได้
ท้ังทักษะอา่ นและเขยี น
23
บรรณานุกรม
กระทรวงศึกษาการ. (2551). หลกั สูตรการศึกษาข้นั พื้นฐานพุทธศกั ราช 2551. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์
ชมุ นุมสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย
พิมพ์พนั ธ์ เดชะคุปต.์ แนวคดิ และแนวทางของการจัดการเรยี นการสอนทีย่ ดึ นกั เรยี นเป็น
ศูนย์กลาง. กรุงเทพฯ : ภาควิชามัธยมศึกษา คณะครศุ าสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย,
2541.
ลว้ น สายยศ แล อังคณา สายยศ. (2536). หลักการวิธีวิจัยทางการศึกษา.กรุงเทพฯ :บริษทั ศึกษา
พรจำกัด
สุนนั ทา มน่ั เศรษฐวทิ ย.์ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ีเ่ น้นผเู้ รียนเป็นสาคัญ. ชยั นาท : ชมรมพัฒนา
ความรู้ดา้ นระเบยี บกฎหมายและพัฒนาวชิ าชีพครู, 2545.
การผลิตนวตั กรรมการเรียนการสอน การสรา้ งแบบฝกึ . ชัยนาท : ชมรมพฒั นาความรู้ดา้ นระเบียบ
กฎหมาย, 2544.
กมลชนก แก้วทอง. (ม.ป.ป.). กระบวนการจัดการเรยี นการสอน E-learning แบบออนไลน์. แหล่ง
สืบค้นออนไลน์ https://sites.google.com/site/kamonchanok561031350/krabwnkar-
cadkar-reiyn-kar-sxn-e-learning-baeb-xxnlin สืบค้นเม่ือ วนั ท่ี 26 พฤษภาคม 2564.
ธ นั ช พ ร ข วั ญ ท อ ง . (ม .ป .ป .). ท ฤ ษ ฎี ก า ร เรี ย น รู้ ก า เย่ . แ ห ล่ ง สื บ ค้ น อ อ น
ไ ล น์ https://sites.google.com/site/rmeannii206/thvsdi-kar-reiyn-ru สบื คน้ เมือ่ วนั ท่ี
26 พฤษภาคม, 2564
พริ ิยะ ผลพริ ุฬห.์ (2563). เรียน “ออนไลน์” กบั การปิด-เปิดโรงเรยี นในช่วงโควดิ -19. แหลง่ สืบคน้
ออนไลน์ https://www.posttoday.com/finance-stock/columnist/6219 35 สื บ ค้ น
เมื่ อ 2 6 พฤษภาคม 2564.
มหาวิทยาลยั จฬุ าลงกรณ.์ (2563). คิดใหม่ ทำใหม่ กบั การเรียนการสอนออนไลนใ์ นชว่ ง COVID-
19. แหล่ง สบื คน้ ออนไลน์ https://www.chula.ac.th/news/29739/ สืบคน้ เมอื่ 26
พฤษภาคม 2564.
หลักการออกแบบของ ADDIE model. (ม.ป.ป.). การเรียนการสอนผา่ นเวบ็ . แหลง่ สืบออนไลน์
https://sites.google.com/site/prae8311/hlak-kar-xxkbaeb-khxng-addie-model
สบื ค้นเมื่อ 8 มถิ ุนายน 2563
24
ภาคผนวก
-ตารางที่ 2 แสดงคะแนนจำนวนขอ้ ทต่ี อบถกู จากการสอบแบบทดสอบ
วดั ผลสมั ฤทธิ์เรอื่ งโครงสร้างประโยค ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6
วิชาภาษาองั กฤษรอบรู้ 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564
ของนักเรียนกล่มุ เกง่ และกล่มุ ออ่ นจำนวนนกั เรียนกล่มุ ละ 11
คน
-ตารางท่ี 3 แสดงคา่ ความยากง่าย (p) และคา่ อำนาจจำแนก (D) ของ
แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธเ์ิ รื่องโครงสรา้ งประโยค ชั้น
มธั ยมศึกษาปีที่ 6 วิชาภาษาองั กฤษรอบรู้ 1 ภาคเรยี นที่ 1
ปีการศกึ ษา 2564
-ตารางที่ 4 ตารางแสดงผลการพฒั นาผลสมั ฤทธเ์ิ รอ่ื งโครงสร้างประโยค
ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 6 วชิ าภาษาองั กฤษรอบรู้ 1 ภาคเรยี นท่ี 1
ปีการศึกษา 2561
ตารางท่ี 2 แสดงคะแนนจำนวนข้อที่ตอบถูกจากการสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิเรื่องโครงสร้างประโยค ชน้ั
มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 วชิ าภาษาอังกฤษรอบรู้ 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564
ของนกั เรยี นกลุ่มเกง่ และกล่มุ ออ่ นจำนวนนกั เรียนกลุ่มละ 11 คน
จำนวนนกั เรียนทีต่ อบ จำนวนนกั เรยี นท่ีตอบ จำนวนนกั เรยี นที่ตอบ
ขอ้ ท่ี ถกู ข้อที่ ถกู ข้อที่ ถูก
กลุ่มเก่ง กลุ่มอ่อน กลมุ่ เก่ง กลุ่มอ่อน กลมุ่ เก่ง กลุ่มอ่อน
16 2 14 5 2 27 6 1
25 1 15 5 2 28 6 1
35 1 16 4 1 29 7 1
45 2 17 6 2 30 6 2
5 10 4 18 5 1 31 6 2
67 3 19 10 1 32 6 2
75 2 20 4 1 33 7 2
88 0 21 7 2 34 8 3
96 2 22 6 2 35 6 2
10 9 4 23 7 3 36 5 1
11 7 2 24 4 1 37 7 2
12 6 2 25 6 2 38 5 2
13 7 2 26 5 1 39 8 5
40 6 2
ค่าความเชื่อม่ันของแบบทดสอบทงั้ ฉบับ เท่ากับ 0.65
rtt = n − pq
−1 1
n St 2
rtt = 40 1 − 5.75
40 −1 15.71
rtt = 0.65
ตารางท่ี 3 แสดงคา่ ความยากงา่ ย (p) และค่าอำนาจจำแนก (D) ของแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์
เรอ่ื งโครงสรา้ งประโยค ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 6 วิชาภาษาองั กฤษรอบรู้ 1 ภาคเรยี นที่ 1
ปกี ารศึกษา 2564
ขอ้ ที่ p D ข้อที่ p D ขอ้ ที่ p D
1 0.30 0.36 14 0.26 0.27 27 0.23 0.45
2 0.30 0.36 15 0.21 0.27 28 0.37 0.45
3 0.44 0.36 16 0.30 0.27 29 0.30 0.55
4 0.44 0.27 17 0.44 0.36 30 0.35 0.36
5 0.65 0.55 18 0.26 0.36 31 0.21 0.36
6 0.23 0.36 19 0.47 0.82 32 0.33 0.36
7 0.49 0.27 20 0.44 0.27 33 0.30 0.45
8 0.26 0.73 21 0.35 0.45 34 0.51 0.45
9 0.21 0.36 22 0.37 0.36 35 0.47 0.36
10 0.60 0.45 23 0.47 0.36 36 0.21 0.36
11 0.37 0.45 24 0.23 0.27 37 0.33 0.36
12 0.23 0.36 25 0.23 0.36 38 0.21 0.27
13 0.37 0.45 26 0.40 0.36 39 0.51 0.27
40 0.28 0.36
ตารางที่ 4 ตารางแสดงผลการพัฒนาผลสัมฤทธ์ิเร่ืองโครงสร้างประโยค วิชาภาษาองั กฤษรอบรู้ 1
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564
ผู้เรยี น คะแนนสอบหลงั เรียน ผูเ้ รยี น คะแนนสอบหลงั เรยี น
(40) (40)
1 31 23 37
2 35 24 36
3 29 25 33
4 37 26 30
5 33 27 34
6 38 28 36
7 30 29 33
8 36 30 27
9 32 31 28
10 30 32 31
11 28 33 26
12 38 34 37
13 32 35 38
14 33 36 33
15 36 37 39
16 34 38 35
17 39 39 35
18 34 40 37
19 36 41 30
20 38 42 39
21 36 43 26
22 35
http://www.pakkredlearningcyber.com/moodle/course/view.php?id=156#section-0