The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ubs37092, 2022-03-09 03:18:41

ชีววิทยา มด

ชีววิทยา มด

มด เป็นแมลงสังคมชั้นสูงสามรถ ลักษณะทางกายภาพของมด
ดารงชีวิตอยู่ได้ตามสภาพแวดล้อมทั่วไป ทั้ง
โลกมีมดอยู่ประมาณ 13000 ชนิด และในไทย ส่วนหวั เอว ส่วนทอ้ ง
มีมดอยู่ ทั้งหมด 700 ชนิด มดมีลักษณะ หนวด
ร่างกายแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วน ส่วนอก
ส่วนท้อง มดมีปากแบบกัดกิน หรือ มีฟัน มี กราม ขา
กราม มดหาอหารทั้งกลางวันและกลางคืนกิน ปาก เงือ่ งขา
อาหารที่หลากหลาย รวมทั้งกินซากสัตว์ที่ตาย
แล้ว มดมีการสื่อสารโดยใช้ฟีโรโมนนาทาง เล็บ ตา
มดมีการเจริญเติบโตแบบสมบูรณ์ คือ ระยะไข่
ระยะตัวหนอน ระยะดกั แด้ ระยะตัวเตม็ วยั

การจาแนกวรรณะและวงจรชีวติ ของมด วงจรชวี ิตของมด

มีการแบ่งชั้นวรรณะและแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน เป็น 3
วรรณะ ได้แก่

1.วรรณะราชินี มดราชินี จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวอื่นที่
อยู่ในรัง อกหนา ท้องใหญ่ และจะมีตาเดี่ยว ทาหน้าที่ออกไข่
และสร้างรัง ผลิตสมาชิกวรรณะอื่นๆภายในรังและควบคุม
กจิ กรรม ตา่ งๆในรัง

2. วรรณะสืบพันธุ์ จะประกอบด้วยเพศผู้และเพศเมียที่
สามารถผสมพันธุ์ได้ และมีขนาดใหญ่กว่ามดงานโดยทั่วไปจะมี
ปีก มดวรรณะนี้จะผลิตออกมาเมื่อมีการส้างรังที่ใหญ่ และผลิต
ออกมาเพอ่ื ขยายรงั เพ่มิ

3.วรรณะมดงาน มดงานจะเป็นมดเพศเมียเป็นหมัน ไม่
มีปีก เป็นมดที่ออกหาอาหารเพื่อมาเลี้ยงมดราชินี มดสืบพันธุ์
นอกจากหาอาหารแล้วยังมีหน้าที่ดูแลรัง สร้างรัง และดูแลตัว
ออ่ นภายในรังด้วย

มดละเอียด

มดละเอียด มีลกั ษณะสีเหลืองจนถึงสี น้าตาลอ่อนมีหนวด 12 ปล้อง
สามปล้องสุดทา้ ยจะใหญ่ ทอ้ งสีเขม้ ตาเล็กมีความยาว ประมาณ 1.5-2 มม. มี
ขนาดรังตั้งแต่เล็กไปจนใหญ่มีประชากรเป็นแสนตัวและจะสร้างรังย่อยอ อกมา
เพ่ือหาอาหารและกระจายอยู่ตามแหล่งต่างๆ เช่น บ้านเรือน โรงงาน อพาร์
ทเม้น คอนโด ตามกล่องไฟ รอยแตกร้าว ของกาแพงภายในรังมดมีราชินี
มากกว่า 1 ตวั มดละเอยี ดจะผสมพนั ธุท์ ้ังปีเมือ่ ผสมพันธแุ์ ลว้ ราชินีตวั ใหม่จะบิน
ออกจากรังเดิมเพือ่ ไปสร้างรังใหม่ อาหารของมดละเอียดได้แก่ น้าตาล โปรตีน
เนื้อสัตว์ เศษซากแมลงที่ตายแล้ว เลือด น้าเหลือง สารคัดหลั่ง จากร่างกาย
มนษุ ย์

มดเหม็น

มดเหม็น มลี ักษณะสาคัญ หวั และอกสีดา ทอ้ งสีน้าตาลอ่อน ตารวม
ใหญ่อยู่ข้างหน้า ทารังบนดินร่วนบริเวณโคนต้นไม้ เช่นกอไผ่ชอบซ่อนตัวตาม
กาบ และทมี่ คี วามช้นื สูงจะหาอาหารตามบ้านเรือนและจะขบั มลู ทง้ิ ไว้ทาให้เกิด
การปนเปื้อนในอาหารและจะมีกลิ่นเหม็น มีสีแดงสนิมปนสีน้าตาลเข้ม ส่วน
ท้องใส หนวดมี 12 ปล้อง อกยาวแคบ ลาตัวมีความยาว 2.5-3.5 มลิ ลิเมตร

มดดำ

มดดา มีลักษณะสาคัญ สีน้าตาลเข้มบางส่วนสีดา ขนมีสีน้าตาล
หนวดยาวมี 12 ปลอ้ ง อกแบ่งเส้นชัดเจน ยาวประมาณ 2.3-3 มม. อาศัยอยู่
ภายนอกบ้าน เคล่อื นไหวรวดเร็ว ไม่เดินตามฟีโรโมนตัวอื่นๆ ทารังอยู่ตามรอย
แตกของต้นไม้ ในดิน ใต้กองวัสดุ ชอบกินน้าหวาน เราจะพบเห็นเยอะๆตอน
ยา้ ยไข่ ไม่กัดคน สร้างความราคาญอยา่ งเดยี ว

มดง่ำม

มดง่าม มี ลักษณะสาคัญ มีสีน้าตาลเข้ม กรามใหญ่ มีหนวด 11
ปล้อง ลาตัวยาว 4.5-13 มม. ทารังอยู่ในดินร่วนมีรอยขุดดินกองอยู่รอบๆรัง
บริเวณที่ร่ม ชื้น กินแมลงและเนื้อสัตว์ หากโดนกัดจะมีอาการคันมาก และ
เปน็ ผื่นบวมแดงแผ่กวา้ ง คล้ายถกู ไฟลวก

มดแดง

มดแดง มี ลกั ษณะสาคัญ สีแดงสนิม หัวและอกมขี นสั้น มีหนวด 12
ปล้อง ลาตัวยาว 7-11 มม. ทารงั บนต้นไม้ เช่น ต้นมะมว่ ง ต้นชมพโู่ ดยใช้
ใบไมป้ ระสานเข้าหากันโดยใช้สารเหนียวออกมาจากตวั อ่อนในการประสาน
ใบไม้ มดแดงจะกดั และฉีดสารพษิ ใสเ่ หยอ่ื เมอ่ื เหยื่อไดร้ ับบาดเจ็บก็จะชว่ ยกนั
ลากเหยื่อกลับรัง มดสามารถแบกเหย่อื ได้ 5-20 เทา่ ของน้าหนักตวั
หากกัดคนจะมีอาการบวม และคนั

มดตะนอย

มดตะนอย มลี ักษณะสาคญั สดี าปนนา้ ตาลเหลอื ง มขี นกระจาย
บางๆ ไมเ่ ป็นระเบียบ มีหนวด 12 ปล้อง ลาตวั ยาว 10.5-13 มม. อาศัยทารัง
บนตน้ ไม้ใหญ่ท่ตี ายแล้ว เช่นต้นก้มปู ทาโพรงอยภู่ ายใน กนิ เนื้อสัตวเ์ ปน็ อาหาร
หากโดนกดั จะมีอาการบดเหมอื นโดนผึง้ ต่อย มีอาการบวม และต่อมาจะคัน

มดคันไฟ

มดคนั ไฟ มีลักษณะสาคญั มสี กี ินแดงเหลือง มขี นท่หี วั และตัว หนวด
มี 10 ปล้อง ลาตวั ยาว 7-8 มม. อาศยั ทารงั อยใู่ ตด้ นิ ทรี่ ว่ นซุย ดนิ ทราย กิน
แมลงและซากสตั ว์เลก็ ๆเปน็ อาหารหรอื เศษอาหาร หากโดนกัดจะมอี าการบวม
แดงคล้ายถกู ไฟลวก มอี าการคันมากเมื่อเกาจะบวมมากข้นึ

1.สารวจหารงั และแหล่งของการระบาด
2.ดาเนนิ การทาลายแหล่งเพาะพนั ธุ์ โดยทาความสะอาดพ้ืนที่
ให้สะอาดอย่เู สมอ ไมค่ วรปลอ่ ยใหพ้ ืน้ ทสี่ กปรก หรอื มเี ศษสินค้าตกหลน่
บรเิ วณ ตามพ้นื หรอื พ้ืนทรี่ อบนอกอาคารตา่ งๆ ควรนาออก และ ทา
ความสะอาดบรเิ วณนั้นให้สะอาดสมา่ เสมอ
3. ดาเนนิ การฉีดพ่นสารเคมเี พอื่ กาจัด ตามแหลง่ เพาะพันธุ์
และ ตามแหล่งหลบซอ่ นอาศัย
4. ดาเนินการอุดปิดชอ่ งรู ซอกผนงั รอยแตกรา้ ว ท่อี าจเป็น
แหล่งหลบซ่อนอาศัยของแมลงพาหะ โดยอดุ ปิดให้สนทิ มดิ ชิด เพื่อ
ปอ้ งกันแมลงพาหะใชช้ อ่ งทางเขา้ - ออก ดงั กล่าว


Click to View FlipBook Version