The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชีววิทยา ของปลวก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ubs37092, 2022-03-09 03:09:28

ชีววิทยา ของปลวก

ชีววิทยา ของปลวก

ปลวก เป็นแมลงที่มีความเป็นอยู่แบบสังคม มักอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ภายในรัง
โดยท่ัวไปมนี ิสยั ไมช่ อบแสงสวา่ ง ชอบทม่ี ืดและอับชื้น ประชากรปลวกมีการแบ่งแยกหน้าท่ี
การทางานออกไปตามวรรณะตา่ งๆ รวม 3 วรรณะ คอื

วรรณะสืบพันธ์ หรอื แมลงเมา่
วรรณะกรรมกร หรือปลวกงาน
วรรณะทหาร

วรรณะสบื พนั ธ์ หรือแมลงเม่า ประกอบด้วยตัวเต็มวัยที่มีปีกทั้งเกศผู้และเพสเมีย ทาหน้าที่สืบพันธ์และกระจายพันธ์โดย
จะบินออกจากรงั เม่อื ดนิ ฟ้าอากาศเหมาะสม เม่ือจบั ค่กู ันแล้วจะสลัดปีก ผสมพันธกุ์ ันและหาพน้ื ที่ท่ีเหมาะสมเพอื่ วางไข่

วรรณะกรรมกร หรอื ปลวกงาน เปน็ ปลวกตัวเล็กสีขาวนวล ไม่มีปีก ไม่มีตาใช้หนวดเป็นอวัยวะรับความรู้สึกคลาทาง ทา
หน้าท่ีสร้างรงั ทาความสะอาดรัง ดแู ลไข่ เพาะเลยี้ งเชอ้ื ราและซอ่ มแซมรังที่ถูกทาลาย

วรรณะทหาร เป็นปลวกท่ีมหี ัวโต สเี ขม้ และแข็ง มกี รามขนาดใหญ่ ซึ่งดัดแปลงไปเป็นอวัยวะคล้ายคีมที่มีปลายแหลมคม
เพื่อใช้ในการต่อสู้กับศัตรูที่มารบกวนสมาชิกภายในรัง ไม่มีปีก ไม่มีตา ไม่มีเพศ บางชนิดจะดัดแปลงส่วนหั วให้ยื่นยาวออกไป
เปน็ งวง เพื่อกล่ันสารเหนียวปลอ่ ยหรือพน่ ไปตดิ ตัวศตั รู ทาให้เคล่ือนไหวไมไ่ ดห้ รอื อาจทาใหต้ ายได้

เริ่มต้นขึ้นเมื่อฤดูกาลเหมาะสม ส่วนใหญ่มักเป็นช่วงหลังฝนตนตก ปีละประมาณ 2-3 ครั้ง
โดยแมลงเม่าเพศผู้และเพศเมียนออกจากรังในช่วงพลบค่าเพื่อมาเล่นไฟ จับคู่ผสมพันธุ์กัน จากนั้น
สลดั ปีกทิ้งไป แล้วเจาะลงไปสร้างรังในดินบริเวณที่มีแหล่งอาหารและความชื้น หลังจากปรับสภาพ
ดินเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว ประมาณ 2-3 วัน จึงเริ่มวางไข่เป็นฟอง ไข่จะฟักออกมาเป็นตัวอ่อน และ
เจริญเติบโตโดยมีการลอกคราบจนเป็นตัวเต็มวัย ไข่รุ่นแรกจะฟักออกมาเป็นปลวกไม่มีปีกและเป็น
หมัน สารเคมีที่เรียกกันว่าฟีโรโมนหรือสารที่ผลิตออกมาจากทวารหนักของราชินีเพื่อให้ตัวอ่อนกิน
จะเป็นตัวกาหนดให้ตัวอ่อนพัฒนาไปเป็นปลวกวรรณะต่างๆ เช่น ปลวกงาน ,ปลวกทหาร โดย
บางส่วนของตัวอ่อนจะเจริญไปเป็นปลวกที่มีปีกสั้นไม่สมบูรณ์เต็มที่บินออกไปผสมพันธุ์ต่อไป ตัว
อ่อนบางส่วนจะเจริญเติบโตเป็นปลวกวรรณะสืบพันธุ์รอง ทาหน้าที่ผสมพันธุ์และจะออกไข่เพิ่ม
จานวนประชากรในกรณีราชา หรอื ราชนิ ี ของรงั ถกู ทาลายไป

แหล่งอาหารของปลวก
1.ไม้
2.ดินและฮวิ มสั
3.ใบไม้และเศษพชื ทีท่ ับถมอยบู่ นดนิ
4.ไลเคน และมอส
ปลวกโดยส่วนใหญ่จะกนิ อาหารพวก เปลือกไม้ ใบไม้ เนื้อไม้ ทีม่ ีเซลลโู ลส ปลวกเป็นสัตว์เซลล์เดยี ว

นเิ วศวทิ ยาของปลวก สามารถจาแนกอย่างกวา้ งๆ เป็น 2 ประเภท โดยใช้แหล่งที่อยู่อาศัยเปน็ หลักดังนี้ ปลวกที่อาศัยอยู่ในไม้
และ ปลวกท่ีอาศัยอยใู่ ต้ดิน

ปลวกที่อาศัยอยู่ในไม้ ตลอดชีวิตจะอาศัยและกินอยู่ภายในเนื้อไม้ โดยมีการสร้าง ปลวกที่อาศัยอยู่ในดิน อาศัยอยู่ในดิน แล้วออกไปหาอาหารที่อยู่ตามพื้นดินหรือ เหนือ
ทางเดินมาตดิ ตอ่ กบั พ้ืนดนิ แบ่งได้ 2 กลุม่ ยอ่ ย บนพื้นดินขึ้นไป โดยทาท่อทางเดินดินห่อหุ้มตัว เพื่อป้องกันการสูญเสียความชื้น และหลบ
ซ่อนตวั จากศตั รู ที่จะมารบกวน จาแนกได้ 3 กลมุ่ ย่อย
ปลวกไม้แห้ง ( Dry-Wood Termites ) อาศัยอยู่ในไม้ที่แห้งหรือไม้ที่มีอายุการใช้งาน
มานานปี ความชน้ื ตา่ ปลวกใต้ดนิ ( Subterranean Termites ) อาศัยและทารังอยู่ใต้ดิน เช่น ปลวกในกลุ่ม
Coptotermes, Microtermes, Ancistrotermes และ Hypotermes เปน็ ต้น
ปลวกไม้เปียก ( Damp Wood Termites ) อาศัยและกินอยู่กับเนื้อไม้ของไม้ยืนต้น
หรอื ไม้ล้มตาย ทีม่ ีความชน้ื สงู ปลวกทอ่ี าศยั อย่ตู ามจอมปลวก (Mound-building termites) เปน็ ปลวกทีส่ ร้างรงั
นาดกลางถึงขนาดใหญ่ อยู่บนพ้ืนดนิ เช่น ปลวกในกลุ่ม Globitermes,Odontotermes
ตัวอย่างปลวกไมแ้ ห้ง ตวั อย่างปลวกไม้เปยี ก และ Macrotermes เป็นตน้

ปลวกที่อาศัยอยู่ตามรังขนาดเล็ก (Carton nest termites) เป็นปลวกที่สร้างรังขนาด
เล็กอยู่บนดิน หรือเหนือ พื้นดิน เช่น ตามกิ่งไม้ ต้นไม้ เสาไฟฟ้า หรือโครงสร้างอื่นๆ ภายใน
อาคาร เช่น ปลวกในกลุ่ม Microcerotermes,Termes, Dicuspiditermes, Nasutitermes
และ Hospitalitermes เป็นตน้

ตัวอยา่ งปลวกใต้ดนิ ตัวอย่างปลวกตามจอมปลวก ตัวอยา่ งปลวกตามรังขนาดเลก็

วิธีการควบคมุ และกาจดั ปลวก

ปลวกโดยส่วนมากจะมชี ่องทางการเข้าทาลายอาคารบ้านเรือนอยู่หลายช่องทาง อาทิเช่น ตามรอยแตกราวของ
พื้นคอนกรีต บันได หรือรอยต่อระหว่างพื้นคอนกรีตและผนังอาคาร ตามท่อประปา ท่อน้าทิ้ง และตามท่อสา ยไฟ
หลกั การควบคมุ ปลวกน้ัน มีวิธกี ารดงั น้ี

1.การใช้ศตั รูธรรมชาติ (Pathogenic agents) ช่น การใชเ้ ช้ือรา แบคทีเรยี และไส้เดอื นฝอย เป็นต้น
2.การป้องกันโดยใช้สารเคมี การใช้สารกาจัดปลวก (termiticides) เป็นการาจัดโดยการฉีดพ่นหรืออัดสาร
กาจัดปลวกลงไปในพนื้ ดนิ เชน่ การใชเ้ หยอื่ (bait) ใชส้ ารเคมกี ลุ่มออรก์ าโนฟอสเฟส กลมุ่ ไพรีทรอยด์สงั เคราะห์และกลุ่ม
อ่ืนๆ
3.การป้องกันโดยไมใ่ ช้สารเคมี เช่น การใช้แผ่นโลหะ โลหะผิวลื่น การใช้เศษหินบก เศษแก้วบด การใช้ไม้ที่มี
ความทนทานตอ่ ธรรมชาติ
4.การควบคุมโดยการใชเ้ หยื่อ (bait) เป็นวธิ ที ี่ทาให้ปลวกตายอย่างต่อเนื่อง เช่น สารควบคุมการเจริญเติบโต
(Insert growth regulator) หรือการใชส้ ารเคมที อ่ี อกฤทธช์ิ ้าทม่ี คี ุณสมบัตพิ ิเศษดึงดูดใหป้ ลวกเขา้ มากนิ
5.การใชก้ ับดักแสงไฟ (light tray) ดงึ ดดู หรือขับไลแ่ มลงเม่า เพอ่ื ลดปรมิ าณที่จะผสมพันธุแ์ ละสรา้ งปลวกใหม่


Click to View FlipBook Version