แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 1
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหัสวิชา ว31112 วิชาวิทยาการคานวณ
ปีการศึกษา 2563
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 3 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 เรอื่ ง แนวคิดเชงิ คานวณ
ชือ่ ผู้สอน นายยามนี หวันตาหลา
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นข้ันตอนและเป็น
ระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ รู้เทา่ ทนั และมจี ริยธรรม
ตวั ชว้ี ัด
ว 4.2 ม.4/1 ประยุกต์ใช้แนวคิดเชิงคานวณในการพัฒนาโครงงานท่ีมีการบูรณาการกับวิชาอื่น
อย่างสร้างสรรค์ และเช่อื มโยงกับชวี ิตจริง
2. สาระสาคัญ
แนวคดิ เชิงคานวณ เป็นความสามารถในการแกไ้ ขปญั หาโดยมุง่ เน้นการคิดเชงิ ตรรกะ หรอื เป็นการ
แก้ไขปัญหาอยา่ งเปน็ ลาดบั ขั้นตอน และมีวธิ กี ารแก้ปัญหาอยา่ งมรี ะบบ
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ (K,P,A)
1. อธบิ ายเก่ียวกบั การใชแ้ นวคิดเชงิ คานวณในการแกป้ ญั หาได้ (K)
2. อภปิ รายการใชแ้ นวคดิ เชงิ คานวณในการแก้ปัญหาตามท่กี าหนด (P)
3. นกั เรียนมวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งมน่ั ในการทางาน เพ่ือใหง้ านสาเรจ็ ตามเป้าหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
1. การพัฒนาโครงงาน
2. การนาแนวคิดเชิงคานวณไปพัฒนาโครงงานทเี่ ก่ยี วกบั ชีวติ ประจาวัน เชน่ การจัดการพลงั งาน
อาหาร การเกษตร การตลาด การค้าขาย การทาธรุ กรรม สุขภาพและสงิ่ แวดลอ้ ม
4. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
5. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1.มีวินัย
2.ใฝเ่ รยี นรู้
3.มุ่งมัน่ ในการทางาน
หนา้ 2
6. ชิน้ งาน/ภาระงาน
1. ใบงานท่ี 1.1 เรอื่ ง แนวคดิ เชงิ คานวณ
2. กิจกรรมท่ี 1 การนาเสนอวิธีการแก้ปัญหา
7. กิจกรรมการเรียนรู้ วธิ ีสอนแบบ สบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)
ชั่วโมงที่ ๑
1. ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน
กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. ครูการเปิดคลิปวิดีโอท่ีเก่ียวกับการทาเค้กให้นักเรียนดูเพ่ือกระตุ้นความสนใจของนักเรียน เช่น
คลิปวิดีโอ เรื่อง Behind the Scenes Making a Unicorn Cake | Cupcake Jemma จาก
youtube (https://www.youtube.com/watch?v=4SqXUKe_MJE)
2. ครูสนทนากับนักเรียนโดยถามนักเรียนว่า ถ้านักเรียนอยากรับประทานเค้กนักเรียนจะทาอย่างไร
โดยให้นักเรียนช่วยกันตอบคาถามอย่างอิสระ จากน้ันครูแจ้งช่ือเร่ืองที่จะเรียนรู้และผลการเรียนรู้
ให้นักเรยี นทราบ
3. ครูให้นกั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพือ่ วัดความรเู้ ดิมของนกั เรียนกอ่ นเขา้ สู่กจิ กรรม
4. ครูให้นักเรียนช่วยกันสังเกตภาพหน้าหน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 แนวคิดเชิงคานวณในการพัฒนา
โครงงาน จากหนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน วิทยาการคานวณ ม.4 หน้า 2 จากน้ันครูถามคาถาม
กระตุ้นนักเรียนว่า เค้กในภาพเป็นเค้กอะไร ถ้านักเรียนอยากกินเค้กแบบในภาพจะต้องทาอย่างไร
โดยครูให้นักเรียนอภิปรายกับเพ่ือนร่วมชั้นเรียน แล้วให้นักเรียนเขียนคาตอบของตนเองลงใน
กระดาษแล้วนามาส่งครู (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการ
ทางานรายบคุ คล)
2. ขนั้ สอน
สารวจคน้ หา (Explore)
1. ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน แล้วให้สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มผลัดกันเล่าถึงปัญหาท่ี
ตนเองเคยประสบมา พร้อมกบั บอกวธิ ีแก้ปัญหานัน้ ๆ
2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์วิธีการแก้ปัญหาของกลุ่มตนเองว่า มีวิธีการแก้ปัญหาท่ี
สาคญั ก่ขี ้นั ตอน แลว้ นาเสนอผลการวิเคราะห์โดยภาพรวมของของกลุ่มตนเองหนา้ ชั้นเรียน
3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง แนวคิดเชิงคานวณ จากหนังสือเรียนและแหล่ง
การเรียนรู้ต่าง ๆ แล้วให้สมาชิกในแต่ละกลุ่มผลัดกันอธิบายเก่ียวกับแนวคิดเชิงนวณและช่วยกัน
สรุปความรทู้ ่ีได้ศึกษามาลงในกระดาษ
4. ครูสุ่มตัวแทนกล่มุ ใหอ้ อกมาอธิบายเก่ียวกับแนวคิดเชิงคานวณ โดยมีครูคอยตรวจสอบความถูกต้อง
และอธบิ ายเพ่ิมเติมในสว่ นของท่ยี งั มีขอ้ บกพรอ่ งอยู่
5. ครูถามคาถามคาถามประจาหน่วยการเรียนรู้จากหนังสือเรียน หน้า 3 ว่า การแก้ไขปัญหาใน
ชีวิตประจาวัน สอดคล้องกับแนวคิดเชิงคานวณอย่างไร โดยให้นักเรียนช่วยกันอภิปรายเพื่อหา
คาตอบ
หนา้ 3
(แนวตอบ ในชีวิตประจาวันเราต้องพบเจอปัญหาและต้องทาการแก้ปัญหา ซึง่ การแก้ปัญหา
ต้องทาเป็นขั้นตอนซ่ึงจะสอดคล้องกับแนวคิดเชิงคานวณท่ีว่า แนวคิดเชิงคานวณะเป็นทักษะท่ี
มุ่งเนน้ การคดิ เชิงตรรกะ และเป็นการแกไ้ ขปัญหาอยา่ งเป็นลาดับข้ันตอน โดยการเข้าใจปัญหาและ
วธิ ีการในการแก้ไขปญั หาอยา่ งเปน็ ระบบ )
ช่วั โมงที่ ๒
สารวจค้นหา (Explore) (ตอ่ )
6. ครูให้นักเรียนดู PPT เรื่อง แนวคิดเชิงคานวณ หรือดูหนังสือเรียนหน้า 4 แล้วครูถามคาถามเพื่อ
ทบทวนความรจู้ ากชั่วโมงทีผ่ ่านมาวา่ แนวคดิ เชิงคานวณคืออะไรและแบ่งเป็นทักษะย่อยได้กท่ี ักษะ
(แนวตอบ แนวคดิ เชิงคานวณเป็นทักษะที่มุ่งเนน้ การคิดเชงิ ตรรกะ และเป็นการแก้ไขปัญหา
อย่างเป็นลาดับข้ันตอน โดยโดยการเข้าใจปัญหาและวิธีการในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
เพื่อให้ได้มาซึ่งวิธีการแก้ไขปัญหาท่ีทั้งมนุษย์และคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจร่วมกันได้ ซ่ึงแบ่งเป็น
ทักษะย่อยได้ 4 ทักษะ คือ แนวคิดการแยกย่อย แนวคิดการจดจารูปแบบ แนวคิดเชิงนามธรรม
และแนวคดิ การออกแบบข้นั ตอน)
7. ครูให้นักเรียนกลับสู่กลุ่มเดิมที่ได้แบ่งไว้ในช่ัวโมงแรก แล้วครูต้ังปัญหาให้นักเรียนแก้โดยให้ใช้
แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหา โดยปัญหามีอยู่ว่า ในช่วงวันหยุดนักเรียนได้เดินทางไปเที่ยว
ทะเลกับครอบครวั โดยรถยนตส์ ว่ นตัว ในขณะทเ่ี ดินทางใกลถ้ ึงรถยนตเ์ สยี ไม่สามารถเคลื่อนท่ไี ด้
8. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์หาวิธีการแก้ปัญหาตามแนวคิดเชิงคานวณ โดยนาวิธีการ
แก้ปญั หาของกล่มุ ตนเองมาเขยี นลงในกระดาษ A4 ท่ีครูแจกให้
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม)
9. ครแู จง้ นกั เรยี นวา่ จะมกี ารนาเสนอวธิ กี ารแกป้ ัญหาของแตล่ ะกลุม่ หน้าช้นั เรยี น ในช่วั โมงถดั ไป
ชั่วโมงท่ี ๓
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครูให้นักเรียนออกมานาเสนอผลงานกลุ่มของตนเอง โดยในระหว่างท่ีแต่ละกลุ่มนาเสนอผลงานครู
คอยเพม่ิ เติมขอ้ มูลและให้คาแนะนานักเรียน (แตล่ ะกลุม่ ต้องใชเ้ วลาไม่เกิน 5 นาท)ี
(หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแ้ บบประเมนิ การนาเสนอผลงาน)
2. เม่ือทุกกลุ่มได้นาเสนอผลงานของตนเองแล้ว ครูชักชวนให้นักเรียนอภิปรายและสรุปร่วมกันถึง
ประโยชน์ของการใช้แนวคิดเชงิ คานวณในการแกป้ ญั หา
หนา้ 4
3. ขน้ั สรุป
ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
1. ครูให้นักเรียนจับคู่กับเพ่ือนร่วมชั้นเรียนแล้วให้นักเรียนทาแบบฝึกหัดจาก Unit Question 1 ใน
หนงั สือเรยี น หน้า 15
2. ครูมอบหมายให้นักเรียนทาใบงานที่ 1.1 เรอ่ื ง แนวคดิ เชิงคานวณ เปน็ การบา้ นมาส่งครู
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูถามนักเรียนด้วยคาถามว่า แนวคิดเชิงคานวณมีความสาคัญอย่างไร จากนั้นให้นักเรียนเขียน
คาตอบลงในกระดาษนามาสง่ ครู
2. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เพ่ือตรวจสอบความเข้าใจก่อนเรียนของนักเรยี น
3. ครูประเมินผลโดยการสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการทางานกลุ่ม และจาก
การนาเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน
4. ครูประเมินผลชิ้นงาน/ผลงานที่เกิดจากการผลงานการใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาในขั้น
สารวจค้นหา
5. ครตู รวจสอบผลการทาใบงานที่ 1.1 เรื่อง แนวคิดเชงิ คานวณ
8. สือ่ การเรยี นรู้/แหล่งเรียนรู้
1) หนงั สือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน วิทยาการคานวณ ม.4 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 1 แนวคดิ เชิงคานวณใน
การพัฒนาโครงงาน
2) ใบงานท่ี 1.1 เร่ือง แนวคิดเชงิ คานวณ
3) PowerPoint เรื่อง แนวคิดเชงิ คานวณ
9. การวดั ผลและการประเมินผลการเรยี นรู้ (รูปแบบปรับเปลยี่ นได้)
การประเมนิ ผล(ดา้ น) วิธกี ารวัด เครอื่ งมอื การวดั เกณฑก์ ารประเมนิ
(จดุ ประสงค์การเรยี นรู้) - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- ใบงานที่ 1.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
1.อธิบายเกยี่ วกับการใช้ - ตรวจใบงานท่ี 1.1
แนวคิดเชิงคานวณในการ - แบบประเมินช้ินงาน/ - ได้คุณภาพระดับผา่ น
ผลงาน
แกป้ ญั หาได้ (K)
-แบบประเมิน
2.อภปิ รายการใชแ้ นวคดิ เชงิ - ตรวจงานกล่มุ การ พฤติกรรมรายบุคคล
คานวณในการแกป้ ญั หา เขยี นถ่ายทอดวธิ ีการ (ด้านคณุ ลักษณะอันพึง
ตามท่ีกาหนด (P) ประสงค์)
แกป้ ญั หาโดยใช้
แนวคิดเชงิ คานวณ
3.นกั เรียนมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ -สังเกตความมวี นิ ยั
และมุง่ ม่ันในการทางาน
เพอื่ ใหง้ านสาเร็จตาม ใฝ่เรียนรู้ พฤตกิ รรม
เป้าหมาย (A) มุ่งม่นั ในการทางาน
หนา้ 5
10.ความคิดเหน็ ของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................
ลงช่อื
(นายหมสู่ า ผดิ ไรงาม)
หัวหน้ากลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
11. ความคดิ เห็นรองผู้อานวยการฝา่ ยบริหารวิชาการ
องค์ประกอบของแผนการจดั การเรียนรู้.........................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวชี้วัด/ผลการเรยี นรสู้ อดคล้อง...................................................................
สาระสาคัญครอบคลุมชดั เจน.........................................................................................................
สาระการเรยี นรู้มคี วามถูกต้องตามหลกั วิชาการ.............................................................................
จดุ ประสงค์การเรียนรู้มีความชัดเจนครอบคลุม 3 ด้าน..................................................................
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น.............................................................................................................
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์..............................................................................................................
ระบภุ าระงาน/ชนิ้ งาน.....................................................................................................................
กจิ กรรมการเรยี นรเู้ น้นผเู้ รียนเปน็ สาคญั ........................................................................................
สอื่ และอปุ กรณ์การเรยี นร.ู้ .............................................................................................................
การวัดและการประเมินตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นร.ู้ ........................................................................
บนั ทกึ หลงั สอน................................................................................................................ ...............
เสนอสง่ แผนการจดั การเรียนรู้ตามข้ันตอนระบบงาน.....................................................................
ลงชื่อ
(นายอบั ดลรอศักดิ์ มณีโส๊ะ)
รองผู้อานวยการฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ
12. ความคิดเห็นผู้อานวยการโรงเรยี น
อนุญาตใหใ้ ช้จัดการเรยี นการสอนได้
ควรปรบั ปรงุ คือ
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
ลงช่ือ
(นายสิรวฒุ ิ ยุนุ้ย)
ผูอ้ านวยการโรงเรยี นกาแพงวทิ ยา
หน้า 6
13. บนั ทกึ หลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 1 (แยกเปน็ ห้องเพ่ือนาไปสู่ PLC)
13.1 ผลการจดั การเรียนรู้(ตามจดุ ประสงค์)
1.อธิบายเก่ยี วกับการใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาได้ (K)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.อภิปรายการใช้แนวคดิ เชิงคานวณในการแกป้ ัญหาตามทกี่ าหนด (P)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.นักเรียนมีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ ม่นั ในการทางาน เพ่ือให้งานสาเร็จตามเปา้ หมาย (A)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
13.2. แนวทางแกป้ ญั หานักเรยี นทไี่ ม่ผ่านตัวช้วี ัด/ผลการเรยี นร้หู รือจุดประสงค์(เพื่อนาไปสู่ PLC)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ………………………………………
(นายยามนี หวนั ตาหลา)
ครูผู้สอน
วันที่………เดือน………………….พ.ศ…………
หนา้ 7
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 2
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหัสวชิ า ว31112 วิชาวิทยาการคานวณ
ปีการศกึ ษา 2563
ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 3 ชั่วโมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 เร่อื ง การพัฒนาโครงงานดา้ นเทคโนโลยี
ชอื่ ผู้สอน นายยามีน หวนั ตาหลา
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นข้ันตอนและเป็น
ระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้ อย่างมี
ประสิทธภิ าพ รเู้ ท่าทัน และมีจริยธรรม
ตัวช้ีวดั
ว 4.2 ม.4/1 ประยุกตใ์ ช้แนวคดิ เชงิ คานวณในการพัฒนาโครงงานที่มกี ารบูรณาการกบั วชิ าอืน่ อย่าง
สรา้ งสรรค์ และเช่อื มโยงกับชวี ติ จริง
2. สาระสาคัญ
การพัฒนาโครงงานทางด้านเทคโนโลยี มีขั้นตอนเบื้องต้น 6 ขั้นตอน ดังน้ี 1) กาหนดปัญหา
2) วิเคราะห์ระบบ 3) ออกแบบระบบ 4) พัฒนาระบบและทดสอบระบบ 5) ติดต้ังระบบ 6) บารุงรักษาระบบ
ซ่งึ การพฒั นาโครงงานทางด้านเทคโนโลยีจะตอ้ งนาแนวคิดเชงิ คานวณมาประยุกต์ใช้ในการทาโครงงาน
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ (K,P,A)
1. อธบิ ายขน้ั ตอนเบอื้ งตน้ ของการพฒั นาโครงงานทางด้านเทคโนโลยีได้ (K)
2. อภิปรายการพัฒนาโครงงานด้านเทคโนโลยี (P)
3. นักเรยี นมีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งมน่ั ในการทางาน เพ่ือให้งานสาเรจ็ ตามเป้าหมาย (A)
3. สาระการเรยี นรู้
1. การพฒั นาโครงงาน
2. การนาแนวคิดเชงิ คานวณไปพัฒนาโครงงานท่เี ก่ียวกับชีวิตประจาวัน เช่น การจดั การพลังงาน
อาหาร การเกษตร การตลาด การค้าขาย การทาธรุ กรรม สขุ ภาพและส่ิงแวดล้อม
4. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
5. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1.มวี นิ ยั
2.ใฝเ่ รียนรู้
3.มงุ่ มนั่ ในการทางาน
หน้า 8
6. ช้ินงาน/ภาระงาน
1. ใบงานท่ี 1.2 เรอ่ื ง การพัฒนาโครงงานทางด้านเทคโนโลยี
7. กจิ กรรมการเรียนรู้ วธิ ีสอนแบบ สบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)
ชัว่ โมงท่ี 1
1. ข้นั นาเข้าส่บู ทเรยี น
กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. ครูสนทนากับนักเรียนโดยถามนักเรียนว่า นักเรียนเคยทาโครงงานหรือไม่ แล้วนักเรียนโครงงานท่ี
นักเรียนทามีกี่ขั้นตอน โดยให้นักเรียนช่วยกันตอบคาถามอย่างอิสระ จากน้ันครูแจ้งช่ือเรื่องที่จะ
เรยี นร้แู ละผลการเรยี นรใู้ หน้ กั เรียนทราบ
2. ครูเปดิ คลิปวิดีโอทีเ่ กย่ี วกับโครงงานเทคโนโลยใี หน้ กั เรยี นดูเพ่อื กระตนุ้ ความสนใจของนักเรียน เชน่
คลปิ วิดีโอ เร่ือง Welcome to Project Jacquard จาก youtube
(https://www.youtube.com/watch?v=qObSFfdfe7I)
3. เมื่อนักเรียนดูคลิปจบแล้ว ครูถามนักเรียนว่า โครงงานในคลิปเป็นโครงงานท่ีเก่ียวกับอะไร และ
นักเรียนคิดว่าโครงงานเทคโนโลยีคืออะไร โดยครูคอยกระตุ้นให้นักเรียนให้นักเรียนในช้ันเรียน
ช่วยกันตอบคาถามและมกี ารแลกเปลย่ี นความคิดเห็นรว่ มกนั
(แนวตอบ โครงงานในคลิปเป็นโครงงานท่ีนาเทคโนโลยีมาช่วยในการทอผ้า และโครงงาน
เทคโนโลยี คือ โครงงานที่เก่ียวกับการนาความรู้ ทักษะ และทรัพยากรที่มีอยู่มาสร้างหรือพัฒนา
เคร่ืองมือ เครื่องใช้ แบบจาลองหรือวิธีการเพ่ือใช้แก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ โดยมีขั้นตอน
การทางานอยบู่ นพื้นฐานของกระบวนการเทคโนโลยี)
4. ครูถามคาถามประจาหน่วยการเรียนรู้จากหนังสือเรียน หน้า 3 เพื่อเป็นการกระตุ้นนักเรียนว่า
จุดเร่ิมต้นในการพัฒนาโครงงานทางด้านเทคโนโลยีคืออะไร โดยใหน้ ักเรียนช่วยกันอภิปรายเพื่อหา
คาตอบ
(แนวตอบ จุดเริ่มต้นในการพัฒนาโครงงานทางด้านเทคโนโลยี คือ ความต้องการในการ
แก้ปัญหาและเพื่อให้โครงงานสาเร็จลุล่วงตามเป้าหมายจึงมีการนาแนวคิดเชิงคานวณมาใช้ในการ
แกป้ ัญหาตา่ ง ๆ อยา่ งเปน็ ระบบและเปน็ ข้นั ตอน)
2. ข้ันสอน
สารวจคน้ หา (Explore)
1. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน แล้วให้สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มผลัดกันเล่าถึงโครงงานที่
ตนเองเคยไดท้ า
2. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ว่าขั้นตอนการพัฒนาโครงงานทางเทคโนโลยที ี่สาคัญมีก่ขี น้ั ตอน
แล้วร่วมกันลงความเห็นเพ่ือเป็นมติของกลุ่มตนเองวา่ ขั้นตอนการพัฒนาโครงงานทางเทคโนโลยีท่ี
สาคัญมกี ีข่ ้ันตอน
3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาเรื่อง การพัฒนาโครงงานทางด้านเทคโนโลยี จากหนังสือ
เรียนและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ แล้วให้สมาชิกในแต่ละกลุ่มผลัดกันอธิบายเกี่ยวกับ ข้ันตอน
เบื้องต้นของการพัฒนาโครงงานด้านเทคโนโลยีและช่วยกันสรุปความรู้ท่ีได้ศึกษามาลงในกระดาษ
A4
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมนิ นกั เรยี น โดยใช้แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล)
หนา้ 9
4. ครูสุ่มตัวแทนกลุ่มให้ออกมาอธิบายความรู้ท่ีกลุ่มตนเองได้ศึกษามาโดยมีครูคอยตรวจสอบความ
ถูกต้องและอธิบายเพิ่มเติมในส่วนของท่ียังมีข้อบกพร่องอยู่ แล้วสอบถามนักเรียนว่าขั้นตอนการ
พัฒนาโครงงานทางดา้ นเทคโนโลยีที่แต่ละกลุ่มไดล้ งมติไว้ กับสิ่งท่ีศึกษาไว้เหมอื นกันหรือไม่อย่างไร
โดยชักชวนให้นักเรียนในชั้นเรียนร่วมกันอภิปราย จนได้ข้อสรุปที่ว่า ขั้นตอนเบื้องต้นของการ
พัฒนาโครงงานทางด้านเทคโนโลยีเบื้องต้น มี 6 ข้ันตอน ได้แก่ กาหนดปัญหา วิเคราะห์ระบบ
ออกแบบระบบ พฒั นาระบบและทดสอบระบบ ติดตั้งระบบ และบารงุ รกั ษาระบบ
5. ครูมอบหมายให้นักเรียนทาใบงานท่ี 1.2 เรื่อง การพัฒนาโครงงานทางด้านเทคโนโลยี มาส่งเป็น
การบา้ น
ชั่วโมงที่ 2
สารวจคน้ หา (Explore) (ตอ่ )
6. ครถู ามคาถามเพ่อื เปน็ การกระต้นุ นักเรียนและทบทวนความรู้จากชัว่ โมงที่ผ่านมาดังนี้
1) ขน้ั ตอนเบ้ืองต้นของการพฒั นาโครงงานทางด้านเทคโนโลยมี ีก่ีข้นั ตอน อะไรบ้าง
2) การแกไ้ ขปญั หาโดยใช้แนวคิดเชิงคานวณมีกี่ขัน้ ตอน อะไรบา้ ง
(แนวตอบ 1) ข้ันตอนเบ้ืองต้นของการพัฒนาโครงงานทางด้านเทคโนโลยีมี 6 ข้ันตอน
ได้แก่ กาหนดปัญหา วิเคราะห์ระบบ ออกแบบระบบ พัฒนาระบบและทดสอบระบบ ติดตั้งระบบ
และบารุงรักษาระบบ
2) การแก้ไขปัญหาโดยใช้แนวคิดเชิงคานวณมี 4 ขั้นตอน คือ แนวคิดแยกย่อย
แนวคิดการจดจารปู แบบ แนวคิดเชิงนามธรรม และแนวคิดการออกแบบขน้ั ตอน )
7. ครูให้นักเรียนกลับสู่กลุ่มเดิมท่ีได้แบ่งไว้ในชั่วโมงแรก แล้วครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มคิดวิธีการ
สร้างสรรค์โครงงานที่พัฒนาห้องสมุดของโรงเรียนให้เป็นห้องสมุดท่ีทันสมัยและตอบสนองความ
ต้องการของนักเรียนท้ังโรงเรียน โดยนักเรียนจะต้องใช้ข้ันตอนเบ้ืองต้นของการพัฒนาโครงงาน
ทางดา้ นเทคโนโลยีและนาแนวคดิ เชงิ คานวณมาใชใ้ นการแก้ปัญหา
8. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์โครงงาน แล้วร่วมกันนาเขียนวิธีการดาเนินโครงงานของกลุ่ม
ตนเองลงในกระดาษฟลปิ ชาร์ท
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมนิ นกั เรียน โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุม่ )
9. ครแู จ้งนกั เรียนว่าจะมกี ารนาเสนอผลการวิเคราะห์โครงงานของแต่ละกลุ่มในชั่วโมงถัดไป
ชั่วโมงท่ี 3
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ครูให้นักเรียนออกมานาเสนอผลงานกลุ่มของตนเอง โดยในระหว่างที่แต่ละกลุ่มนาเสนอผลงานครู
คอยเพ่ิมเติมข้อมูลและให้คาแนะนานักเรยี น (แต่ละกลมุ่ ตอ้ งใช้เวลาไมเ่ กิน 5 นาท)ี
(หมายเหตุ : ครเู รม่ิ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแ้ บบประเมนิ การนาเสนอผลงาน)
2. เม่ือทุกกลุ่มได้นาเสนอผลงานของตนเองแล้ว ครูชักชวนให้นักเรียนอภิปรายและสรุปร่วมกันถึง
ประโยชนข์ องการใช้แนวคดิ เชิงคานวณในการแก้ปัญหา
หน้า 10
3. ข้นั สรุป
ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
1. ครใู หน้ กั เรยี นทาแบบทดสอบหลังเรยี น เพ่อื วัดความรู้ของนักเรียนหลังจากทากิจกรรม
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูถามนักเรียนดว้ ยคาถามวา่ แนวคิดเชงิ คานวณสัมพันธ์กับการพัฒนาโครงงานทางด้านเทคโนโลยี
อย่างไร จากนน้ั ให้นกั เรยี นเขียนคาตอบลงในกระดาษนามาส่งครู
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลังเรียน เพ่ือวัดความรขู้ องนักเรียนหลังจากทากจิ กรรม
3. ครปู ระเมินผลโดยการสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการทางานกลมุ่ และจาก
การนาเสนอผลงานหน้าชน้ั เรียน
4. ครปู ระเมนิ ผลชิน้ งาน/ผลงานที่แสดงวธิ ีการดาเนนิ โครงงานของกลมุ่ ตนเองลงในกระดาษฟลิปชาร์ท
ในขนั้ สารวจค้นหา
5. ครตู รวจสอบผลการทา ใบงานที่ 1.2 เรือ่ ง การพัฒนาโครงงานทางด้านเทคโนโลยี
8. สอ่ื การเรียนรู้/แหลง่ เรยี นรู้
1) หนังสอื เรียน รายวิชาพืน้ ฐาน วิทยาการคานวณ ม.4
2) ใบงานที่ 1.2 เรื่อง การพัฒนาโครงงานทางด้านเทคโนโลยี
3) PowerPoint เรื่อง แนวคิดเชงิ คานวณ
9. การวดั ผลและการประเมินผลการเรียนรู้
การประเมนิ ผล(ด้าน) วิธกี ารวดั เคร่ืองมอื การวดั เกณฑก์ ารประเมิน
(จุดประสงค์การเรยี นรู้) - ตรวจใบงานท่ี 1.2 - ใบงานท่ี 1.2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
1. อธิบายข้ันตอนเบื้องต้น
ของการพฒั นาโครงงาน
ทางด้านเทคโนโลยไี ด้ (K)
2. อภปิ รายการพฒั นา - ตรวจงานกลุ่ม - แบบประเมนิ ชน้ิ งาน/ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
โครงงานดา้ นเทคโนโลยี (P) วิธีการสรา้ งสรรค์ ผลงาน - ไดค้ ุณภาพระดบั ผ่าน
โครงงานพฒั นา
3.นกั เรยี นมวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ ห้องสมดุ ของโรงเรยี น
และมุ่งมน่ั ในการทางาน
เพอ่ื ให้งานสาเรจ็ ตาม -สังเกตความมวี นิ ยั -แบบประเมนิ
เป้าหมาย (A) ใฝเ่ รยี นรู้ พฤตกิ รรม พฤติกรรมรายบคุ คล
ม่งุ ม่ันในการทางาน (ดา้ นคุณลักษณะอนั พึง
ประสงค์)
หนา้ 11
10. ความคิดเหน็ ของหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
............................................................................................................................................................................
ลงชอื่
(นายหมสู่ า ผิดไรงาม)
หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
11. ความคดิ เห็นรองผู้อานวยการฝา่ ยบริหารวชิ าการ
องคป์ ระกอบของแผนการจัดการเรยี นร้.ู ........................................................................................
มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชีว้ ัด/ผลการเรยี นรสู้ อดคล้อง...................................................................
สาระสาคญั ครอบคลมุ ชัดเจน.........................................................................................................
สาระการเรียนรู้มีความถูกต้องตามหลกั วิชาการ.............................................................................
จุดประสงค์การเรยี นรู้มคี วามชัดเจนครอบคลุม 3 ด้าน..................................................................
สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน.............................................................................................................
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์..............................................................................................................
ระบุภาระงาน/ชิน้ งาน.....................................................................................................................
กจิ กรรมการเรยี นรู้เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคัญ........................................................................................
สอื่ และอุปกรณ์การเรยี นร.ู้ .............................................................................................................
การวัดและการประเมินตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นร.ู้ ........................................................................
บนั ทึกหลงั สอน...............................................................................................................................
เสนอส่งแผนการจดั การเรียนรตู้ ามขั้นตอนระบบงาน.....................................................................
ลงชอื่
(นายอับดลรอศกั ด์ิ มณโี ส๊ะ)
รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
12. ความคิดเหน็ ผอู้ านวยการโรงเรยี น
อนญุ าตให้ใช้จดั การเรียนการสอนได้
ควรปรับปรุง คอื
............................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................
ลงชอ่ื
(นายสิรวุฒิ ยุนุ้ย)
ผูอ้ านวยการโรงเรยี นกาแพงวทิ ยา
หนา้ 12
13. บนั ทึกหลังการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 2 (แยกเปน็ หอ้ งเพื่อนาไปสู่ PLC)
13.1 ผลการจัดการเรยี นร้(ู ตามจุดประสงค์)
จากการนาแผนการจดั การเรียนรู้ไปใชใ้ นการจดั การเรียนรู้ให้กับนกั เรียนชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 4
จานวน 138 คน ปรากฏดังน้ี
ข้ันนา : นักเรยี นสามารถตอบคาถามเกี่ยวกับความรเู้ บือ้ งต้นในการทาโครงงานได้ เพราะนกั เรียน
เคยผ่านการทาโครงการมาแล้วในชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3
ขนั้ สอน : นักเรยี นสามารถอภิปรายขน้ั ตอนการพฒั นาโครงงานทางเทคโนโลยีได้
ขน้ั สรุป : นักเรยี นสามารถสรุปความหมายและอธบิ ายข้นั ตอนการพฒั นาโครงงานทางเทคโนโลยไี ด้
การวดั ผลตามจุดประสงค์
จากจุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายขนั้ ตอนเบือ้ งตน้ ของการพัฒนาโครงงานทางด้านเทคโนโลยีได้ (K)
2. อภปิ รายการพัฒนาโครงงานด้านเทคโนโลยี (P)
3. นกั เรียนมีวินยั ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งม่นั ในการทางาน เพ่ือใหง้ านสาเร็จตามเป้าหมาย (A)
สามารถสรปุ ผลได้ดงั นี้
1. อธิบายขนั้ ตอนเบ้อื งต้นของการพัฒนาโครงงานทางด้านเทคโนโลยีได้ (K)
ประเมินจากการสง่ ใบงานที่ 1.2 ผลเป็นดังน้ี
ผลการสง่ ใบงานท่ี 1.2 และคะแนนรวมใบงานท่ี 1.2
ช้ัน จานวนนกั เรียน ร้อยละของนักเรียน คะแนนเฉลีย่ ร้อยละของนักเรยี น
ทั้งหมด ส่งงาน ทสี่ ง่ งาน ผ่าน ไม่ผา่ น
ม.4/1 42 42 100.00 5.00 100.00
ม.4/3 33 33 100.00 4.60 100.00
ม.4/5 33 31 93.94 4.80 93.94
ม.4/7 30 30 100.00 4.00 100.00
2. อภปิ รายการพัฒนาโครงงานดา้ นเทคโนโลยี (P)
ประเมินจากการนาเสนองานกลมุ่ วิธกี ารสร้างสรรค์โครงงานพฒั นาหอ้ งสมุดของโรงเรยี น ผลการ
ประเมินเปน็ ดงั นี้
- ชน้ั ม.4/1 ม.4/3 ม.4/7 นักเรียนผ่านการประเมนิ ร้อยละ 100
- ช้ัน ม.4/5 ผ่านการประเมินร้อยละ 93.94 และไมผ่ า่ นการประเมินรอ้ ยละ 6.06 (ไม่ผา่ น 2 คน)
3. นกั เรยี นมีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งม่ันในการทางาน เพ่ือให้งานสาเร็จตามเป้าหมาย (A)
ผลการประเมินการมีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และม่งุ มัน่ ในการทางาน เพอื่ ใหง้ านสาเรจ็ ตามเปา้ หมาย
ผลเป็นดงั นี้
- ชน้ั ม.4/1 ม.4/3 ม.4/7 นักเรียนผา่ นการประเมินร้อยละ 100
- ช้ัน ม.4/5 ผา่ นการประเมินรอ้ ยละ 93.94 และไม่ผา่ นการประเมินรอ้ ยละ 6.06 (ไมผ่ า่ น 2 คน)
หน้า 13
13.2. แนวทางแก้ปญั หานักเรยี นทไี่ มผ่ า่ นตวั ช้วี ัด/ผลการเรยี นรู้หรือจดุ ประสงค์ (เพอื่ นาไปสู่ PLC)
จากผลการประเมิน พบว่า นักเรียนท่ีไม่ผ่านเกณฑ์คือนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 4/5 จานวน 2 คน
เน่ืองจากนักเรียนดังกล่าวขาดเรียนบ่อยและไม่เคยส่งงานที่ครูได้มอบหมาย จึงส่งผลให้ไม่มีคะแนนเก็บใน
หนว่ ยการเรยี นรู้
แนวทางการแก้ปัญหา ครูผู้สอนนาปัญหาท่ีเกิดข้ึนไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกระบวนการ PLC ของกลุ่ม
สาระฯ พรอ้ มทงั้ ไดป้ รึกษาครทู ่ปี รึกษาของนักเรยี นดังกล่าวเพื่อหาแนวทางการแก้ปญั หาต่อไป
ลงช่ือ………………………………………
(นายยามนี หวนั ตาหลา)
ครผู ้สู อน
วนั ที่………เดอื น………………….พ.ศ…………
หนา้ 14
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวชิ า ว31112 วิชา วิทยาการคานวณ
ปีการศกึ ษา 2563
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 3 ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 เร่อื ง ทาความรูจ้ ักกับบอรด์ Kidbright
ช่อื ผสู้ อน นายยามนี หวนั ตาหลา
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและเป็น
ระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ รเู้ ท่าทนั และมจี ริยธรรม
ตวั ชี้วดั
ว 4.2 ม.4/1 ประยุกต์ใช้แนวคิดเชิงคานวณในการพัฒนาโครงงานที่มีการบูรณาการกับวิชาอ่ืน
อย่างสร้างสรรค์ และเชือ่ มโยงกบั ชวี ิตจริ
2. สาระสาคญั
บอรด์ KidBright เป็นบอร์ดสมองกลฝังตัว (Embedded Board) สามารถใช้เป็นระบบควบคุมขนาด
จวิ๋ ที่ประกอบดว้ ย Microcontroller จอแสดงผล และเซนเซอรแ์ บบง่าย
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ (K,P,A)
1. นกั เรียนสามารถอธิบายการทางานของบอร์ด KidBright ได้ (K)
2. นักเรียนสามารถเขยี นโปรแกรมแบบบล็อกตามท่ีกาหนดได้ (P)
3. นกั เรยี นมีวินยั ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ มน่ั ในการทางาน เพื่อให้งานสาเร็จตามเปา้ หมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
1. องคป์ ระกอบต่างๆของบอรด์ สมองกล KidBright
2. การสร้างชุดคาสั่งแบบบลอ็ ก
4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
5. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1.มีวนิ ัย
2.ใฝ่เรียนรู้
3.มงุ่ ม่ันในการทางาน
6. ชิ้นงาน/ภาระงาน
1. กิจกรรมที่ 3.1 การเขียนโปรแกรมพืน้ ฐานโดยใชบ้ อร์ด KidBright
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ วิธีสอนแบบปฏบิ ตั ิ
หน้า 15
ช่ัวโมงท่ี 1
1. ขน้ั นาเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครเู ปดิ คลปิ วีดโี อแนะนาบอร์ด KidBright ให้นกั เรียนดู จากเวบ็
https://www.youtube.com/watch?v=CfCGy4TIQAs&t=3s
2. ข้นั สอน
1. ครแู บ่งกลุม่ ผูเ้ รยี นเปน็ กลมุ่ กลุม่ ละ 4-5 คน
2. ครแู จกบอร์ด KidBright พร้อมอุปกรณเ์ ชอ่ื มตอ่ ตา่ งๆใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลมุ่
3. ครสู อนขั้นตอนการดาวนโ์ หลดโปรแกรม KbIde และโปรแกรม KidBright IDE ลงในคอมพวิ เตอร์
4. ครูแนะนาองคป์ ระกอบต่างๆและอธิบายการทางานของบอร์ด KidBright เพิ่มเตมิ จากทนี่ ักเรยี นได้ดู
ในคลิปวดี ีโอ พร้อมทง้ั ให้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มเปิดดอู ปุ กรณภ์ ายในกลอ่ ง
5. นักเรียนดาวน์โหลดโปรแกรมท่ีครูบอกลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพ่ือใช้ในการเขียนชุดคาส่ังแบบ
บล็อกในคาบถดั ไป
ชัว่ โมงท่ี 2
6. นกั เรียนน่งั ตามกลุ่มท่ีไดจ้ ัดไว้ในคาบทแ่ี ลว้
7. ครูเปิดคลิปวีดีโอเรื่อง การเขียน code เบ้ืองต้น "โคมไฟและพัดลมอัตโนมัติ" โดยใช้บอร์ด
KidBright จากเวบ็
https://www.youtube.com/watch?v=o3Amzgi5hLg&list=PLoa6MvCfmUITT-
Wi5WIm54JwezetntAj3&index=2
8. นกั เรยี นลงมือเขียนชดุ คาส่ังแบบบล็อก ให้โคมไฟและพัดลมทางานได้ โดยใช้ความรู้จากคลิปวีดีโอที่
ได้ดู
9. ครูเดินสังเกตการทางานกลุ่มของนักเรียน พรอ้ มให้คาแนะนาสาหรับนักเรียนท่มี ีปัญหาในการเขียน
โปรแกรม
10. ครูตรวจผลงานของกลุ่มที่เสร็จแล้ว
ชว่ั โมงที่ 3
11. นักเรียนน่ังตามกลุ่มที่ได้จัดไว้ในคาบท่ีแล้วจากน้ันลงมือเขียนชุดคาส่ังแบบบล็อก โดยให้โคมไฟ
และพดั ลมทางานได้ โดยมเี งือ่ นไขดงั น้ี
1. ไฟจะเปิดทางานก็ต่อเม่ือครูปิดไฟในห้องเรียน และจอ LED ของบอร์ดจะต้องแสดงค่า
ความสว่าง ณ เวลาน้ันด้วย
2. พัดลมจะทางานเมื่อในห้องมีอุณหภูมิเกิน 30 องศาเซลเซียส (ผลที่ได้คือพัดลมจะต้อง
ไม่ทางาน เนื่องจากห้องเรียนมีเครื่องปรับอากาศและมีอุณหภูมิไม่ถึง 30 องศาเซลเซียส) และจอ
LED ของบอร์ดจะตอ้ งแสดงคา่ อุณหภมู ิของห้อง ณ เวลาน้ันด้วย
12. ครูเดินสังเกตการทางานกลุ่มของนักเรียน พร้อมให้คาแนะนาสาหรับนักเรียนท่ีมีปัญหาในการ
เขยี นโปรแกรม
12. ครูตรวจผลงานของกลมุ่ ท่ีเสร็จแลว้ พร้อมบันทึกคะแนนลงในสมุดบนั ทึกคะแนน
หน้า 16
3. ข้ันสรปุ
1. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลการทากิจกรรม และครูสรุปเพ่ิมเติมเก่ียวกับการทางานพ้ืนฐานของ
บอรด์ Kidbright
8. สอ่ื การเรยี นร/ู้ แหลง่ เรยี นรู้
1) หนังสอื เรียน รายวิชาพ้นื ฐาน วทิ ยาการคานวณ ม.4
2) ใบความรู้เรื่อง ทาความรู้จักบอร์ด KIdbright
3) บอร์ด Kidbright
4) วีดีโอจาก Youtube :
1. https://www.youtube.com/watch?v=CfCGy4TIQAs&t=3s
2. https://www.youtube.com/watch?v=o3Amzgi5hLg&list=PLoa6MvCfmUITT-
Wi5WIm54JwezetntAj3&index=2
9. การวัดผลและการประเมินผลการเรยี นรู้
การประเมินผล (ด้าน) วธิ กี ารวดั เครอื่ งมือการวัด เกณฑ์การประเมิน
(จดุ ประสงค์การเรยี นร)ู้
1. นักเรยี นสามารถ ถามคาถามนักเรียน แบบบนั ทกึ การตอบ นกั เรียนตอบคาถาม
อธิบายการทางานของ ถกู ต้องทุกข้อ
บอร์ด KidBright ได้ (K) ระหวา่ งทีน่ กั เรียนทา คาถาม
2. นักเรียนสามารถเขียน กจิ กรรม นกั เรียนสามารถเขียน
โปรแกรมทาให้อุปกรณท์ ่ี
โปรแกรมแบบบลอ็ กตามท่ี กิจกรรมท่ี 3.1 การเขียน แบบบนั ทึกผลกิจกรรมท่ี กาหนดทางานได้
กาหนดได้ (P) โปรแกรมพื้นฐานโดยใช้ 3.1 การเขียนโปรแกรม ระดบั คุณภาพ ดี ข้นึ ไป
3. นักเรียนมีวินยั ใฝ่ บอรด์ KidBright พื้นฐานโดยใช้บอรด์
เรียนรู้ และมุ่งมน่ั ในการ
ทางาน เพื่อใหง้ านสาเรจ็ KidBright
ตามเป้าหมาย (A)
สงั เกตพฤติกรรมการ แบบสงั เกตพฤติกรรม
ทางานกลุม่
หน้า 17
10. ความคดิ เหน็ ของหวั หน้ากล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
......................................................................................................................................... ...................................
................................................................................................ ............................................................................
ลงชื่อ
(นายหมสู่ า ผิดไรงาม)
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
11. ความคดิ เห็นรองผู้อานวยการฝา่ ยบรหิ ารวิชาการ
องคป์ ระกอบของแผนการจัดการเรียนร.ู้ ........................................................................................
มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรสู้ อดคล้อง...................................................................
สาระสาคัญครอบคลุมชัดเจน.........................................................................................................
สาระการเรียนรูม้ คี วามถูกตอ้ งตามหลกั วิชาการ.............................................................................
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้มคี วามชัดเจนครอบคลุม 3 ด้าน..................................................................
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น.............................................................................................................
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค.์ .............................................................................................................
ระบุภาระงาน/ชิ้นงาน.....................................................................................................................
กจิ กรรมการเรียนร้เู น้นผูเ้ รียนเปน็ สาคญั ........................................................................................
สอ่ื และอปุ กรณ์การเรียนรู้..............................................................................................................
การวัดและการประเมนิ ตามจุดประสงคก์ ารเรียนรู้.........................................................................
บันทกึ หลงั สอน................................................................................................................ ...............
เสนอส่งแผนการจัดการเรยี นรตู้ ามข้นั ตอนระบบงาน.....................................................................
ลงช่ือ
(นายอับดลรอศกั ดิ์ มณีโสะ๊ )
รองผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
12. ความคิดเห็นผูอ้ านวยการโรงเรียน
อนุญาตใหใ้ ชจ้ ดั การเรียนการสอนได้
ควรปรบั ปรุง คือ
............................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................
ลงชื่อ
(นายสริ วฒุ ิ ยนุ ุ้ย)
ผู้อานวยการโรงเรยี นกาแพงวทิ ยา
หนา้ 18
13. บนั ทกึ หลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3
13.1 ผลการจัดการเรียนร้(ู ตามจดุ ประสงค์)
การประเมินด้านความรู้ (K) : นักเรยี นสามารถอธิบายการทางานของบอร์ด KidBright ได้ (K)
ช้นั จานวน จานวน รอ้ ยละของ จานวน รอ้ ยละของ
นักเรยี น ผู้เรียนท่ี นักเรียนท่ี ผเู้ รียนทไี่ ม่ นกั เรียนท่ี
ทง้ั หมด ผา่ นการ ผ่านการ ผ่านการ ไมผ่ ่านการ
ประเมนิ ประเมิน ประเมิน ประเมนิ
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4/1
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4/3
ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 4/5
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4/7
การประเมินด้านทกั ษะ (P) : นกั เรียนสามารถเขยี นโปรแกรมแบบบล็อกตามท่ีกาหนดได้ (P)
ชน้ั จานวน จานวน รอ้ ยละของ จานวน รอ้ ยละของ
นกั เรยี น ผเู้ รยี นท่ี นักเรียนที่ ผูเ้ รยี นที่ไม่ นกั เรยี นท่ี
ทั้งหมด ผา่ นการ ผา่ นการ ผ่านการ ไมผ่ า่ นการ
ประเมนิ ประเมิน ประเมิน ประเมิน
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4/1
ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 4/3
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4/5
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4/7
การประเมนิ ดา้ นคณุ ลักษณะ (A) : นักเรียนมวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ และม่งุ ม่ันในการทางาน เพ่ือให้งานสาเร็จตาม
เป้าหมาย (A)
ชัน้ จานวน จานวน รอ้ ยละของ จานวน รอ้ ยละของ
นกั เรยี น ผ้เู รยี นที่ นกั เรยี นท่ี ผ้เู รียนทไ่ี ม่ นักเรยี นที่
ท้งั หมด ผา่ นการ ผ่านการ ผา่ นการ ไมผ่ ่านการ
ประเมนิ ประเมนิ ประเมนิ ประเมิน
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4/1
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4/3
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4/5
ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 4/7
13.2. แนวทางแก้ปญั หานักเรยี นทไ่ี ม่ผ่านตวั ชี้วดั /ผลการเรียนร้หู รอื จุดประสงค์ (เพื่อนาไปสู่ PLC)
............................................................................................................................. ...............................................
.................................................................................................................................................................. ..........
ลงชอ่ื ………………………………………
(นายยามีน หวนั ตาหลา)
ครูผูส้ อน
หน้า 19
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 4
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวชิ า ว31112 รายวชิ า วิทยาการคานวณ
ปกี ารศกึ ษา 2563
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 4 ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 เรือ่ ง เรม่ิ ต้นโครงงานอัตโนมัติ
ชื่อผู้สอน นายยามนี หวนั ตาหลา
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
ว 4.2 : เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็น ข้ันตอนและเป็น
ระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ รูเ้ ท่าทัน และมีจริยธรรม
ตวั ช้ีวัด
ว. 4.2 ม.4/1 ประยกุ ตใ์ ช้แนวคดิ เชิงคานวณในการพัฒนาโครงงานท่ีมีการบูรณาการกับวิชาอื่นอยา่ ง
สรา้ งสรรค์ และเชอื่ มโยงกับชวี ติ จรงิ
2. สาระสาคญั
การแกป้ ัญหาหรือการทาโครงงานอาจมกี ารรบั และสงั่ งานระหวา่ งคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ โดย
มีการกาหนดเงอื่ นไขเพื่อให้คอมพิวเตอร์ดาเนินการตามคาสัง่ การสร้างเงือ่ นไขอาจมกี ารใช้งานตัวแปรซึ่งเป็น
ชอ่ื ที่ใช้แทนขอ้ มลู ขณะใดขณะหน่ึง โดยทั่วไปแล้วในทางคอมพิวเตอร์ ตัวแปรจะถูกใชเ้ พื่อแทนข้อมูลและเก็บ
คา่ ของข้อมูล โดยอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามบริบทการทางาน นอกจากนี้การเขียนโปรแกรมส่วนใหญ่ต้องมีการ
คานวณทางคณิตศาสตร์ ซ่ึงนิพจน์ทางคณิตศาสตร์จะมีตัวดาเนินการท่ีต้องพิจารณาลาดับก่อนหลัง ตัว
ดาเนินการทางคณิตศาสตร์ เช่น บวก ลบ คูณ หาร และหารเอาเศษ
จุดประสงค์การเรียนรู้ (K,P,A)
1. นกั เรียนสามารถยกตวั อย่างโครงงานทางด้านเทคโนโลยที ีใ่ ช้บอร์ด KidBright ได้ (K)
2. ใชง้ านตัวแปรและตวั ดาเนนิ การทางคณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหาด้วยคอมพวิ เตอร์ได้ (P)
3. นกั เรียนมีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มนั่ ในการทางาน เพือ่ ให้งานสาเร็จตามเปา้ หมาย (A)
3. สาระการเรยี นรู้
1. การประยุกตโ์ ครงงานโดยใชบ้ อร์ด KidBright
2. ตัวแปร
3. ตวั ดาเนนิ การทางคณติ ศาสตร์
4. สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รยี น
4.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
4.2 ความสามารถในการคิด
4.3 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
หนา้ 20
5. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งม่ันในการทางาน
6. ช้นิ งาน/ภาระงาน
1. กจิ กรรมท่ี 1 ตวั อยา่ งการประยุกตโ์ ครงงานโดยใชบ้ อรด์ KidBright
2. ใบกิจกรรมที่ 2.1 ทบทวนตวั แปรและการคานวณทางคณิตศาสตร์
7. กิจกรรมการเรยี นรู้ วิธสี อน.................................................................................................
ชวั่ โมงที่ 1
ขน้ั นา
1. ครูนาเข้าสู่บทเรียน โดยตั้งประเด็นอภิปรายร่วมกันเก่ียวกับปัญหาในชีวิตประจาวนั ท่ีสามารถแก้ไข
ไดด้ ว้ ยบอร์ด KidBright
ขัน้ สอน
1. ครแู บง่ กลมุ่ ผูเ้ รียนเป็นกลมุ่ กล่มุ ละ 4-5 คน
2. นักเรียนทากิจกรรมที่ 1 ศึกษาโครงงานท่ีมีการใช้บอร์ด KidBright นักเรียนสามารถหาข้อมูลได้
จาก
อินเทอร์เนต็ โดยใหเ้ วลาศกึ ษาและทาความเข้าใจ 25 นาที จากนน้ั อภิปรายร่วมกันในกลุ่ม
3. นกั เรียนออกมาเล่าโครงงานท่ีไดศ้ ึกษาหน้าห้องเรยี น กลุม่ ละไมเ่ กนิ 5 นาที
ชว่ั โมงท่ี 2
ข้ันสอน
4. ครยู กตวั อยา่ งสมการทางคณิตศาสตร์ และถามนกั เรยี น เชน่ a = b + 6 ถา้ กาหนดให้ b มีค่าเปน็
2, 3 และ 4 ค่าของ a จะมีค่าเท่าใดบ้าง หากต้องการให้บอร์ด KidBright คานวณค่าดังกล่าวแทน นักเรียน
จะสามารถเขียนโปรแกรมไดอ้ ย่างไร
5. นกั เรยี นทาใบกิจกรรมที่ 2.1 ทบทวนตวั แปร และการคานวณทางคณติ ศาสตร์
6. ครูสุ่มถามนักเรียนท่ีทาข้อท่ี 1 แล้วได้ผลลัพธ์จากการทดลองต่างจากที่คาดหมายไว้ โดยให้อธิบาย
เหตผุ ล จากน้ันร่วมกันเฉลยคาตอบขอ้ ที่ 2 จากการทากิจกรรมท่ี 2.1
ชัว่ โมงท่ี 3
ข้นั สรปุ
1. ครูสรุปเพิ่มเติมให้นักเรียนเห็นความแตกต่างของการใช้งานตัวแปรและการไม่ใช้งานตัวแปรว่ามี
ความแตกต่างกันในส่วนของการรับและเก็บข้อมูล โดยการใช้งานตัวแปรหากไม่มีการปรับเปล่ียนค่าของตัว
แปร ตัวแปรก็ยังคงเก็บค่าเดิมอยู่เสมอ และตั้งคาถามว่า “นักเรียนจะนาตัวแปรไปใช้ประโยชน์ในการทางาน
ไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง”
2. นักเรยี นและครรู ่วมกันสรุปผลการทากิจกรรมจากการใช้บอรด์ KidBright
หนา้ 21
ช่วั โมงที่ 4
3. ครทู ดสอบความรหู้ ลังเรยี นเรอ่ื งความรูท้ ั่วไปของบอรด์ KidBright ผ่านเว็บไซต์ Quizizz
8. สอ่ื การเรียนรู/้ แหลง่ เรยี นรู้
1. กจิ กรรมที่ 1 ตัวอย่างการประยกุ ต์โครงงานโดยใช้บอรด์ KidBright
2. ใบกจิ กรรมท่ี 2.1 ทบทวนตัวแปรและการคานวณทางคณิตศาสตร์
3. บอร์ด KidBright
9. การวดั ผลและการประเมินผลการเรยี นรู้
การประเมนิ ผล (ด้าน) วธิ ีการวดั เคร่ืองมือการวดั เกณฑ์การประเมนิ
นกั เรียนตอบคาถาม
(จดุ ประสงค์การเรียนร้)ู ถูกต้องทุกข้อ
1. นกั เรยี นสามารถ ทากจิ กรรมท่ี 1 แบบบนั ทกึ การตอบ ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 70
ยกตวั อยา่ งโครงงาน ตัวอย่างการประยุกต์ คาถาม ระดับคุณภาพ ดี ข้ึนไป
ทางดา้ นเทคโนโลยที ี่ใช้ โครงงานโดยใช้บอรด์
บอรด์ KidBright ได้ (K) KidBright
2. ใช้งานตวั แปรและตัว ทาใบกจิ กรรมที่ 2.1 ใบกิจกรรมท่ี 2.1
ดาเนนิ การทางคณิตศาสตร์ ทบทวนตวั แปรและ ทบทวนตวั แปรและการ
ในการแก้ปัญหาด้วย การคานวณทาง คานวณทางคณิตศาสตร์
คอมพิวเตอร์ได้ (P) คณติ ศาสตร์
3. นักเรยี นมวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ สังเกตพฤติกรรมการ แบบสังเกตพฤติกรรม
และมุง่ มน่ั ในการทางาน ทางานกลมุ่
เพอ่ื ให้งานสาเร็จตาม
เป้าหมาย (A)
หน้า 22
10. ความคดิ เห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
............................................................................................................................. ...............................................
........................................................................................................................................................ ....................
ลงช่ือ
(นายหม่สู า ผดิ ไรงาม)
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
11. ความคดิ เห็นผู้ช่วยผู้อานวยการฝา่ ยบริหารวชิ าการ
องคป์ ระกอบของแผนการจัดการเรียนรู้.........................................................................................
มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชวี้ ดั /ผลการเรียนรู้สอดคลอ้ ง...................................................................
สาระสาคญั ครอบคลมุ ชัดเจน.........................................................................................................
สาระการเรียนรมู้ ีความถูกต้องตามหลกั วิชาการ.............................................................................
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้มีความชดั เจนครอบคลุม 3 ดา้ น..................................................................
สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน.............................................................................................................
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์..............................................................................................................
ระบภุ าระงาน/ชนิ้ งาน.....................................................................................................................
กิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคญั ........................................................................................
สอื่ และอุปกรณ์การเรยี นร้.ู .............................................................................................................
การวดั และการประเมินตามจุดประสงค์การเรียนร้.ู ........................................................................
บันทกึ หลังสอน................................................................................................................ ...............
เสนอสง่ แผนการจดั การเรียนรูต้ ามข้ันตอนระบบงาน.....................................................................
ลงชื่อ
(นายอบั ดลรอศักด์ิ มณีโส๊ะ)
รองผู้อานวยการกล่มุ บริหารวชิ าการ
12. ความคดิ เห็นผอู้ านวยการโรงเรียน
อนุญาตให้ใชจ้ ดั การเรยี นการสอนได้
ควรปรบั ปรงุ คือ
............................................................................................................................................. .................
ลงช่อื
(นายสริ วฒุ ิ ยนุ ยุ้ )
ผู้อานวยการโรงเรียนกาแพงวทิ ยา
หน้า 23
13. บันทกึ หลังการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 4
13.1 ผลการจดั การเรียนร(ู้ ตามจดุ ประสงค)์
การประเมินด้านความรู้ (K) : นักเรยี นสามารถยกตวั อย่างโครงงานทางด้านเทคโนโลยีทีใ่ ชบ้ อร์ด
KidBright ได้ (K)
ชั้น จานวน จานวน ร้อยละของ จานวน รอ้ ยละของ
นักเรยี น ผู้เรียนที่ นกั เรยี นที่ ผเู้ รียนที่ไม่ นกั เรียนที่
ท้ังหมด ผ่านการ ผ่านการ ผา่ นการ ไม่ผ่านการ
ประเมิน ประเมิน ประเมนิ ประเมนิ
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4/1
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4/3
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 4/5
ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 4/7
การประเมินดา้ นทกั ษะ (P) : ใช้งานตัวแปรและตวั ดาเนินการทางคณติ ศาสตร์ในการแก้ปัญหา
ดว้ ยคอมพิวเตอร์ได้ (P)
ชั้น จานวน จานวน รอ้ ยละของ จานวน ร้อยละของ
นักเรยี น ผเู้ รียนท่ี นักเรยี นที่ ผเู้ รยี นทีไ่ ม่ นกั เรยี นที่
ท้งั หมด ผ่านการ ผ่านการ ผา่ นการ ไม่ผา่ นการ
ประเมิน ประเมิน ประเมิน ประเมนิ
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4/1
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4/3
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4/5
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4/7
การประเมนิ ดา้ นคุณลักษณะ (A) : นักเรียนมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมั่นในการทางาน เพ่ือให้งาน
สาเร็จตามเปา้ หมาย (A)
ชนั้ จานวน จานวน รอ้ ยละของ จานวน ร้อยละของ
นักเรียน ผเู้ รียนท่ี นักเรยี นท่ี ผเู้ รยี นท่ไี ม่ นกั เรยี นที่
ทั้งหมด ผา่ นการ ผ่านการ ผา่ นการ ไมผ่ า่ นการ
ประเมิน ประเมิน ประเมิน ประเมิน
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 4/1
ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 4/3
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 4/5
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4/7
หน้า 24
13.2. แนวทางแก้ปญั หานกั เรียนทไี่ ม่ผา่ นตัวช้ีวัด/ผลการเรยี นรู้หรอื จุดประสงค์ (เพ่ือนาไปสู่ PLC)
...................................................................................... ......................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................
ลงชอ่ื ………………………………………
(นายยามนี หวันตาหลา)
ครูผู้สอน
วนั ท่ี………เดือน………………….พ.ศ…………
หนา้ 25
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 5
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหสั วิชา ว31112 รายวิชา วทิ ยาการคานวณ
ปีการศึกษา 2563
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 5 ช่วั โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่อง กรณีศึกษาโครงงานด้านเทคโนโลยี
ชือ่ ผู้สอน นายยามีน หวนั ตาหลา
1. มาตรฐานการเรียนรู้
ว 4.2 : เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็น ข้ันตอนและเป็น
ระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ รเู้ ท่าทัน และมีจริยธรรม
ตัวชว้ี ัด
ว. 4.2 ม.4/1 ประยุกตใ์ ช้แนวคดิ เชิงคานวณในการพัฒนาโครงงานที่มีการบรู ณาการกบั วชิ าอ่ืนอยา่ ง
สร้างสรรค์ และเชื่อมโยงกบั ชวี ิตจริง
2. สาระสาคญั
การศึกษาวิธีการประยุกต์ใช้แนวคิดเชิงคานวณเพ่ือพัฒนาโครงงาโดยนาแนวคิดเชิงคานวณมาใช้หา
วธิ ีในการแก้ปัญหา เม่ือได้วธิ ีแกป้ ัญญาแล้วจึงนาปญั หานั้นมาจัดทาเป็นโครงงาน โดยมีขั้นตอนการดาเนิน
โครงงานเบ้ืองต้นทัง้ หมด 6 ข้ันตอน ดงั น้ี
1) กาหนดปญั หา 2) วเิ คราะหร์ ะบบ 3) ออกแบบระบบ
4) พฒั นาระบบและทดสอบระบบ 5) ติดตง้ั ระบบ 6) บารุงรักษาระบบ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ (K,P,A)
1. นกั เรยี นสามารถยกตัวอยา่ งโครงงานทางด้านเทคโนโลยี ได้ (K)
2. ศึกษา วเิ คราะห์กรณศี ึกษาโครงงานด้านเทคโนโลยโี ดยนาแนวคิดเชงิ คานวณมาใช้ (P)
3. นักเรยี นมวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทางาน เพอื่ ให้งานสาเรจ็ ตามเป้าหมาย (A)
3. สาระการเรยี นรู้
1. แนวคดิ เชงิ คานวณ
2. ขัน้ ตอนการพัฒนาโครงงานดา้ นเทคโนโลยี 6 ขั้นตอน
3. กรณีศึกษาโครงงานทางด้านเทคโนโลยี
4. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
4.4 ความสามารถในการสอ่ื สาร
4.5 ความสามารถในการคดิ
4.6 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
หนา้ 26
5. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุง่ มั่นในการทางาน
6. ช้ินงาน/ภาระงาน
1. ใบกิจกรรมที่ 3 บนั ทึกผลการศึกษาโครงงานทางด้านเทคโนโลยี
7. กจิ กรรมการเรียนรู้ วธิ ีสอน.................................................................................................
ชัว่ โมงที่ 1
ขั้นนา
1. ครูนาเข้าสู่บทเรียน โดยต้ังประเด็นอภิปรายร่วมกนั เก่ียวกับปัญหาในชีวิตประจาวันท่ีสามารถแก้ไข
ได้ด้วยเทคโนโลยี
ขนั้ สอน
1. ครแู บ่งกลมุ่ ผเู้ รียนเป็นกล่มุ กลมุ่ ละ 4-5 คน
2. ครูให้นักเรียนดูคลิปการนาเสนอโครงงานเทคโนโลยี ยกตัวอย่างโครงงานด้านเทคโนโลยี พร้อม
อธบิ ายโครงงานดังกลา่ ววา่ มขี นั้ ตอนพฒั นาอย่างไรในแต่ละขนั้ ตอนของแนวคิดเชิงคานวณ
3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มค้นหาโครงงานเทคโนโลยีทางอินเทอร์เน็ต จานวน 3 โครงงาน พร้อม
รายงานชือ่ หวั ข้อโครงงานใหค้ รภู ายในคาบเรียน
ชว่ั โมงที่ 2
ข้นั สอน
4. ครูให้นักเรียนศึกษาตัวอย่างโครงงานด้านเทคโนโลยี 3 โครงงาน ตามที่นักเรียนได้รายงานหัวข้อให้
ครูทราบในคาบทผ่ี า่ นมา
5. นักเรียนบันทึกผลการศึกษาโครงงานลงในเอกสารที่ครูแจกให้ โดยให้นักเรียนสรุปว่าในแต่ละ
โครงงาน เจา้ ของโครงงานได้ใช้ข้นั ตอนแนวคิดเชิงคานวณอย่างไรบ้าง แต่ละขั้นตอนในการพัฒนาโครงงาน มี
การทาอะไรบา้ ง
ชว่ั โมงที่ 3
ข้ันสอน
6. นักเรียนบันทึกผลการศึกษาโครงงานลงในเอกสารที่ครูแจกให้ โดยให้นักเรียนสรุปว่าในแต่ละ
โครงงาน เจา้ ของโครงงานได้ใช้ข้ันตอนแนวคดิ เชิงคานวณอย่างไรบ้าง แตล่ ะข้ันตอนในการพัฒนาโครงงาน มี
การทาอะไรบ้าง (ต่อ)
7. ครูแจ้งให้นักเรียนทราบว่า ในคาบถัดไปจะมีการนาเสนอผลการศึกษาโครงงานของแต่ละกลุ่ม กลุ่ม
ละ 1 โครงงาน ไม่เกนิ 10 นาที ตอ่ กล่มุ
หน้า 27
ชวั่ โมงท่ี 4
8. นกั เรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอผลการศึกษาโครงงาน กลุ่มละ 1 โครงงาน
9. เมอื่ นกั เรยี นแต่ละกล่มุ นาเสนอเสร็จ ครูคอยอธบิ ายเพิ่มเติมในกรณีที่นกั เรยี นมีขอ้ สงสยั
ชว่ั โมงท่ี 5
ขนั้ สรปุ
1. ครูสรุปเพ่ิมเติมให้นักเรียนเห็นความสาคัญของการใช้แนวคิดเชิงคานวณในการพัฒนาโครงงาน
ด้านเทคโนโลยี
2. นักเรยี นและครรู ว่ มกันสรปุ ผลการทากิจกรรมการศกึ ษาโครงงานด้านเทคโนโลยี
3. ครูทดสอบความรหู้ ลังเรยี นเรอ่ื งโครงงานเทคโนโลยี ผ่านเวบ็ ไซต์ Quizizz
8. สื่อการเรยี นรู/้ แหล่งเรียนรู้
1. ใบกจิ กรรมที่ 3 บันทกึ ผลการศึกษาโครงงานทางด้านเทคโนโลยี
9. การวดั ผลและการประเมินผลการเรยี นรู้
การประเมนิ ผล (ดา้ น) วิธีการวัด เคร่อื งมอื การวดั เกณฑ์การประเมนิ
นกั เรยี นทกุ กลุ่มส่งหัวข้อ
(จดุ ประสงค์การเรียนรู้) ครบตามกาหนด
1. นักเรียนสามารถ แบบบันทกึ การรายงาน แบบบันทึกการส่งงาน ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 70
ยกตวั อย่างโครงงาน หัวขอ้ โครงงาน ระดบั คุณภาพ ดี ขน้ึ ไป
ทางดา้ นเทคโนโลยี ได้
(K)
2. ศกึ ษา วเิ คราะห์ ทาใบกจิ กรรมท่ี 3 บนั ทกึ ใบกจิ กรรมท่ี 3 บนั ทึก
กรณีศึกษาโครงงานด้าน ผลการศึกษาโครงงาน ผลการศกึ ษาโครงงาน
เทคโนโลยโี ดยนาแนวคิด ทางดา้ นเทคโนโลยี ทางดา้ นเทคโนโลยี
เชิงคานวณมาใช้ (P)
3. นักเรยี นมวี นิ ยั ใฝ่ สังเกตพฤตกิ รรมการ แบบสังเกตพฤติกรรม
เรียนรู้ และมงุ่ ม่นั ในการ ทางานกลมุ่
ทางาน เพ่ือให้งานสาเร็จ
ตามเปา้ หมาย (A)
หน้า 28
10. ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
............................................................................................................................. ...............................................
........................................................................................................................................................ ....................
ลงชื่อ
(นายหมู่สา ผดิ ไรงาม)
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
11. ความคิดเหน็ ผ้ชู ว่ ยผอู้ านวยการฝ่ายบริหารวชิ าการ
องคป์ ระกอบของแผนการจดั การเรียนร.ู้ ........................................................................................
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชีว้ ดั /ผลการเรียนรูส้ อดคล้อง...................................................................
สาระสาคญั ครอบคลุมชดั เจน.........................................................................................................
สาระการเรยี นรู้มีความถูกต้องตามหลักวิชาการ.............................................................................
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้มคี วามชดั เจนครอบคลุม 3 ด้าน..................................................................
สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน.............................................................................................................
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค.์ .............................................................................................................
ระบภุ าระงาน/ชน้ิ งาน.....................................................................................................................
กิจกรรมการเรียนรู้เน้นผ้เู รยี นเป็นสาคัญ........................................................................................
ส่ือและอปุ กรณ์การเรยี นรู้..............................................................................................................
การวัดและการประเมินตามจดุ ประสงค์การเรียนรู.้ ........................................................................
บนั ทกึ หลงั สอน................................................................................................................ ...............
เสนอส่งแผนการจัดการเรียนรูต้ ามขั้นตอนระบบงาน.....................................................................
ลงชื่อ
(นายอับดลรอศักด์ิ มณีโส๊ะ)
รองผู้อานวยการกล่มุ บริหารวชิ าการ
12. ความคดิ เห็นผูอ้ านวยการโรงเรยี น
อนุญาตใหใ้ ชจ้ ดั การเรียนการสอนได้
ควรปรบั ปรุง คือ
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................
ลงชอื่
(นายสริ วุฒิ ยุนุ้ย)
ผูอ้ านวยการโรงเรียนกาแพงวิทยา
หน้า 29
13. บันทกึ หลงั การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5
13.1 ผลการจัดการเรยี นร้(ู ตามจุดประสงค์)
การประเมนิ ดา้ นความรู้ (K) : นักเรียนสามารถยกตัวอยา่ งโครงงานทางด้านเทคโนโลยี ได้ (K)
ชั้น จานวน จานวน รอ้ ยละของ จานวน ร้อยละของ
นักเรยี น ผเู้ รยี นท่ี นกั เรียนที่ ผู้เรยี นท่ีไม่ นกั เรียนท่ี
ทั้งหมด ผา่ นการ ผ่านการ ผ่านการ ไม่ผ่านการ
ประเมนิ ประเมิน ประเมิน ประเมนิ
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 4/1
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4/3
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4/5
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4/7
การประเมินดา้ นทกั ษะ (P) : ศกึ ษา วเิ คราะห์กรณีศกึ ษาโครงงานด้านเทคโนโลยีโดยนาแนวคิด
เชิงคานวณมาใช้ (P)
ช้นั จานวน จานวน รอ้ ยละของ จานวน ร้อยละของ
นักเรียน ผู้เรียนที่ นกั เรียนที่ ผู้เรียนท่ไี ม่ นกั เรียนที่
ท้งั หมด ผา่ นการ ผ่านการ ผ่านการ ไมผ่ ่านการ
ประเมนิ ประเมิน ประเมิน ประเมิน
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4/1
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4/3
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4/5
ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 4/7
การประเมนิ ด้านคุณลักษณะ (A) : นักเรียนมวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มน่ั ในการทางาน เพ่ือให้งาน
สาเร็จตามเปา้ หมาย (A)
ช้นั จานวน จานวน ร้อยละของ จานวน รอ้ ยละของ
นกั เรียน ผู้เรยี นที่ นกั เรยี นที่ ผ้เู รียนที่ไม่ นักเรยี นที่
ทั้งหมด ผ่านการ ผา่ นการ ผา่ นการ ไม่ผา่ นการ
ประเมิน ประเมิน ประเมิน ประเมิน
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4/1
ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 4/3
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4/5
ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4/7
หนา้ 30
13.2. แนวทางแก้ปัญหานักเรยี นท่ีไม่ผ่านตัวช้วี ัด/ผลการเรยี นรู้หรอื จุดประสงค์ (เพ่ือนาไปสู่ PLC)
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................. ...............................................
.......................................................................................................................................................................... ..
ลงชื่อ………………………………………
(นายยามีน หวันตาหลา)
ครูผู้สอน
วนั ท่ี………เดือน………………….พ.ศ…………
หนา้ 31
หนา้ 32