The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jamjijibi, 2019-02-17 12:03:54

จ้างแรงงานจ้างทำของ

บทที่ 6 จ้างแรงงาน จ้างท าของ



สัญญาจ้างแรงงาน

สัญญาจ้างแรงงาน คือ สัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งที่เรียกว่า ลูกจ้าง ตกลงจะท างานให้แก่ บุคคลอีกคนหนึ่งที่

เรียกว่า นายจ้าง และ นายจ้างตกลงจะให้สินจ้างแก่ลูกจ้างตลอดเวลาที่ท างานให้

ลักษณะของสัญญาจ้างแรงงานที่ส าคัญ คือ

1. สัญญาจ้างแรงงานเป็นเอกเทศสัญญาอย่างหนึ่ง กล่าวคือ เป็นนิติกรรมสองฝ่ายระหว่างคู่สัญญา ฝ่าย

นายจ้าง และฝ่ายลูกจ้างที่มีการ บัญญัติไว้เป็นเอกเทศในลักษณะจ้างแรงงาน-จ้างท าของ ตามประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์

2. สัญญาจ้างแรงงานเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่ก่อหนี้ให้แก่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายโดยฝ่ายลูกจ้างมีหนี้ที่

จะต้องท างานให้แก่นายจ้างและนายจ้างมีหนี้ที่จะต้องจ่ายสินจ้างให้แก่ลูกจ้างตลอดเวลาที่ท างานซึ่งผลตาม

กฎหมายหากคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ช าระหนี้อีกฝ่ายย่อมมีสิทธิที่จะไม่ช าระหนี้ได้เช่นกันแต่อย่างไรก็ตามการ
จ้างแรงงานส่วนใหญ่จะใช้กฎหมายเกี่ยวกับแรงงานที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะ

3. สัญญาจ้างแรงงานไม่มีแบบหรือหลักฐานเป็นหนังสือกล่าวคือกฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องท าตามแบบ

หรือท าเป็นหนังสือฉะนั้นเพียงแต่เจตนาของทั้งสองฝ่าตรงกันก็ถือว่าสัญญาจ้างแรงงานเกิดขึ้นแล้ว
4. สัญญาจ้างแรงงานมีสาระส าคัญอยู่ที่ตัวของคู่สัญญากล่าวคือคู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะโอนสิทธิและหน้าที่

ตามสัญญาจ้างแรงงานให้ผู้อื่นไม่ได้นอกจากอีกฝ่ายหนึ่งจะยินยอมในกรณีเมื่อลูกจ้างตายลงสัญญาจ้าง

แรงงานย่อมระงับทายาทจะสวมสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาไม่ได้แต่ส าหรับกรณีนายจ้างนั้นหากสัญญาจ้าง
แรงงานมีสาระส าคัญอยู่ที่ตัวบุคคลผู้เป็นนายจ้างสัญญาจ้างย่อมระงับไปเช่นกัน

ข้อสังเกต สัญญาจ้างแรงงานอาจเป็นความตกลงในการท างานที่ต้องใช้สติปัญญานอกจากแรงงาน

ก็ได้สินจ้างในสัญญาจ้างแรงงานอาจเป็นทรัพย์สินอื่นใดโดยไม่จ ากัดเพียงแค่ในรูปเงินตราเท่านั้น

และ “ลูกจ้าง” ในที่นี้ไม่ได้หมายความรวมถึงข้าราชการและลูกจ้างของกระทรวงทบวง กรม ซึ่งมีกฎหมาย

บัญญัติไว้เป็นพิเศษ
กฎหมายแรงงาน

ความหมาย

กฎหมายแรงงานหมายถึงกฎหมายที่บัญญัติถึงสิทธิและหน้าที่ของนายจ้างลูกจ้างองค์การของ

นายจ้างและองค์การของลูกจ้างรวมทั้งมาตรการที่ก าหนดให้นายจ้างลูกจ้างและองค์การดังกล่าวต้องปฏิบัติ
ต่อกันและปฏิบัติต่อรัฐทั้งนี้เพื่อให้การจ้างงานการให้แรงงาน การประกอบกิจการและความสัมพันธ์ระหว่าง

นายจ้างกับลูกจ้างเป็นไปอย่างเหมาะสมโดยต่างได้รับประโยชน์ที่พอเพียงอันจะมีผลท าให้เกิดความสงบสุข

ความเจริญ ความมั่นคงแก่ทั้งนายจ้าง ลูกจ้างสังคม และเศรษฐกิจของประเทศเป็นส าคัญ

กฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้องที่ส าคัญและจ าเป็นต้องใช้ มีดังนี้

2.1 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 เอกเทศสัญญา 1 ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน มาตรา 575
ถึงมาตรา 586

2.2 พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533

2.3 พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537
2.4 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

กฎหมายว่าด้วยสัญญาจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

1. ลักษณะส าคัญของสัญญาจ้างแรงงาน

สัญญาจ้างแรงงานเป็นสัญญาระหว่างบุคคลทั้งสองฝ่าย คือ ฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างโดยลูกจ้าง

ตกลงท างานให้นายจ้างและนายจ้างมีอ านาจบังคับบัญชาลูกจ้างทั้งนี้นายจ้างกับลูกจ้างอาจตกลงก าหนด

เงื่อนไขการจ้าง ระยะเวลาการจ้าง การท างาน ค่าจ้างรวมทั้งผลประโยชน์ตอบแทนอื่นๆไว้อย่างไรก็ได้แต่

ข้อตกลงนั้นจะต้องไม่ขัดหรือแตกต่างไปจากกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีงาม
ของประชาชน เช่น จ้างผลิตยาบ้า ท าลายป่าหรือค้าประเวณี เป็นต้น

1.1 สัญญาจ้างแรงงานเป็นสัญญาต่างตอบแทนเมื่อลูกจ้างมีหน้าที่ท างานให้นายจ้างตามที่นายจ้าง

สั่ง นายจ้างมีหน้าที่จ่ายสินจ้างหรือค่าจ้างซึ่งอาจเป็นเงินตราหรือทรัพย์สินอย่างอื่นก็ได้ เพื่อตอบแทนการ
ท างานของลูกจ้างตลอดเวลาที่ลูกจ้างท างานอยู่กับนายจ้างและถ้าไม่มีการจ่ายค่าจ้างก็ไม่ใช่สัญญาจ้าง

แรงงาน

1.2 สัญญาจ้างแรงงานเป็นสัญญาที่มีลักษณะเป็นการเฉพาะตัวของลูกจ้างหรือมีสาระส าคัญอยู่ที่
สัญญากล่าวคือเมื่อนายจ้างตกลงเลือกลูกจ้างคนใดเข้าท างานกับตนแล้วนายจ้างก็ต้องปฏิบัติต่อลูกจ้างให้

เป็นตามสัญญาที่ตกลงกันไว้รวมทั้งปฏิบัติต่อลูกจ้างในเรื่องสิทธิประโยชน์และสวัสดิการอื่นๆให้เป็นไป

ตามที่กฎหมายแรงงานก าหนดไว้และหากนายจ้างจะโอนสิทธิของตนให้แก่บุคคลภายนอกท างานแทนตน
ไม่ได้ถ้านายจ้างไม่ยินยอมพร้อมใจด้วย ถ้าคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกระท าการฝ่าฝืนความยินยอมพร้อมใจนี้

คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้ เช่น นายจ้างให้ลูกจ้างไปท างานอีกบริษัทหนึ่งโดยลูกจ้างไม่

ยินยอมแม้การท างานของลูกจ้างในบริษัทใหม่จะเป็นงานลักษณะเช่นเดิมในสถานที่เดิมแต่ก็เป็นงานของ

บริษัทใหม่ซึ่งลูกจ้างมิได้ท างานให้แก่นายจ้างเดิมเช่นนี้ลูกจ้างบอกเลิกสัญญาและเรียกว่าชดเชยจากนายจ้าง
จะก าหนดรูปแบบของสัญญาหรือมีข้อความอย่างไรก็ได้

2. หน้าที่ของนายจ้าง

2.1 จ่ายสินจ้างหรือค่าจ้างให้ลูกจ้างตลอดระยะเวลาที่ลูกจ้างท างานให้โดยนายจ้างต้องจ่ายสินจ้าง

ให้ลูกจ้างตามก าหนดเวลาในสัญญาจ้างหรือตามจารีตประเพณีถ้าไม่ได้ก าหนดเวลาไว้ให้จ่ายเมื่อสิ้นสุด

ระยะเวลาที่ก าหนดจ่ายสินจ้าง
2.2 บอกกล่าวล่วงหน้าในการเลิกสัญญาจ้าง ถ้าสัญญาจ้างแรงงานมิได้ก าหนดระยะเวลาการจ้างไว้

นายจ้างจะต้องบอกกล่าวล่วงหน้าให้ลูกจ้างทราบก่อนจะเลิกสัญญาหรือเลิกจ้างและระยะเวลาในการบอก

กล่าวล่วงหน้าให้ถือก าหนดเวลาจ่ายสินจ้างแต่ละคราวเป็นส าคัญ โดยจะต้องบอกให้ลูกจ้างทราบในวันจ่าย
สินจ้างหรือก่อนวันจ่ายสินจ้างคราวนี้เพื่อให้ผลเลิกสัญญาเมื่อถึงก าหนดจ่ายสินจ้างคราวถัดไปข้างหน้า

ดังนั้นระยะเวลาการบอกกล่าวล่วงหน้าจะยาวนานเท่าใดก็จะขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการจ่ายสินจ้างแต่ละครั้ง

นายจ้างนั้น แต่ถ้าระยะเวลาจ่ายสินจ้างมากกว่า 3 เดือน ก็ให้บอกกล่าวล่วงหน้าเพียง 3 เดือน
อย่างไรก็ตามแต่ถ้าสัญญาจ้างแรงงานนั้นได้ก าหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนแล้วนายจ้างก็ไม่

ต้องแจ้งหรือบอกกล่าวล่วงหน้าแต่อย่างใด

2.3 ต้องออกใบส าคัญแสดงการท างานเมื่อการจ้างแรงงานสิ้นสุดลงไม่ว่าจะสิ้นสุดลงเพราะ

นายจ้างเป็นฝ่ายเลิกจ้างหรือลูกจ้างออกจากงานเองนายจ้างต้องออกใบส าคัญหรือใบรับรองแสดงการท างาน
ให้แก่ลูกจ้างนั้นซึ่งใบส าคัญแสดงการท างานต้องมีข้อความระบุเกี่ยวกับเรื่องที่ลูกจ้างได้ท างานมานานเท่าไร

(วัน เดือน ปี ที่เริ่มท างาน และออกจากงานเมื่อใด) รวมทั้งงานที่ท านั้นเป็นอย่างไร (ลักษณะงานของลูกจ้าง

เป็นงานอะไร)
2.4 ใช้ค่าเดินทางขากลับให้ลูกจ้างถ้านายจ้างไปว่าจ้างลูกจ้างมาจากต่างถิ่น(ต่างจังหวัดหรือ

ต่างประเทศ)และในการเดินทางเข้ามานายจ้างต้องออกค่าเดินทางให้เมื่อการจ้างแรงงานสิ้นสุดลงนายจ้าง

ต้องใช้เงินค่าเดินทางขากลับให้เว้นแต่การจ้างแรงงานสิ้นสุดลงเพราะการกระท าของลูกจ้างหรือเพราะ

ความผิดของลูกจ้าง
ถ้านายจ้างไม่ปฏิบัติต่อลูกจ้างให้ถูกต้องตามหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้วนี้ลูกจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญา

แล้วเรียกค่าสินไหมทดแทนหากมีความเสียหายอย่างใดๆ เกิดขึ้นจากการกระท าของนายจ้าง

3. หน้าที่ของลูกจ้าง

3.1 ลูกจ้างต้องท างานให้นายจ้างด้วยตนเองโดยจะให้คนอื่นท างานแทนไม่ได้ถ้านายจ้างไม่
ยินยอม

3.2 ลูกจ้างต้องท างานให้ปรากฏฝีมือพิเศษตามที่ได้รับรองไว้กับนายจ้าง

3.3 ลูกจ้างต้องไม่ขาดงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร

3.4 ลูกจ้างต้องบอกกล่าวล่วงหน้าให้นายจ้างทราบก่อนถึงวันที่ตนจะออกจากงานหรือไม่ท างาน
กับนายจ้างอีกต่อไป

3.5 ลูกจ้างต้องไม่ขัดค าสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง

3.6 ลูกจ้างต้องไม่ละเลยค าสั่งนายจ้างเป็นอาจิณ

3.7 ลูกจ้างต้องไม่ละทิ้งการท างานไปเสีย
3.8 ลูกจ้างต้องไม่กระท าความผิดอย่างร้ายแรง

3.9 ลูกจ้างต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต


4. ความระงับของสัญญาจ้างแรงงาน


สัญญาจ้างแรงงานระงับไปด้วยสาเหตุต่างๆ ดังนี้
4.1 เมื่อคู่สัญญาตกลงเลิกสัญญา หรือคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบอกเลิกสัญญา

4.2 นายจ้างตายในกรณีที่สาระส าคัญของสัญญาอยู่ที่นายจ้าง

4.3 ลูกจ้างตาย
4.4 สัญญาจ้างแรงงานระงับเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาตามสัญญาจ้าง

สัญญาจ้างท าของ

สัญญาว่าจ้างท าของ คือ สัญญาซึ่งบุคคล หนึ่งเรียกว่า ผู้รับจ้าง ตกลงรับจะท าการสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

จนส าเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า ผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลส าเร็จแห่งการที่ท า

นั้น สาระส าคัญของสัญญาจ้างท าของมีดังนี้

1. สัญญาจ้างท าของเป็นสัญญาต่างตอบแทน กล่าว คือ ผู้รับจ้างจะต้องท างานอย่างหนึ่งอย่างใดจนส าเร็จ

ให้แก่ผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างต้อง ให้สินจ้างเพื่อผลงานนั้น ทั้งนี้สินจ้างดังกล่าวอาจเป็นเงินตราหรือทรัพย์สิน
อย่างอื่นก็ได้ตามแต่ จะตกลงกัน

2. สัญญาจ้างท าของเป็นสัญญาที่มุ่งถึงผลส าเร็จของงานที่ท าเป็นส าคัญ กล่าวคือ วัตถุประสงค์ของสัญญา

จ้างท าของ คือ “ผลส าเร็จของงาน” ไม่ใช่ต้องการ เฉพาะแต่แรงงานของผู้รับจ้างเท่านั้น เช่น จ้างก่อสร้าง
บ้าน ท าเฟอร์นิเจอร์ ติดกระจก ซ่อมหลังคาบ้าน จ้างตัดเสื้อผ้า หรือจ้างว่าความ เมื่อไม่ใช่การจ้างแรงงาน

นายจ้างจึงไม่ต้อง รับผิดร่วมกับลูกจ้างในผลแห่งการละเมิดต่อบุคคลภายนอก ผู้รับจ้างจึงมีอิสระในการ

ท างาน มากกว่าลูกจ้างในสัญญาจ้างแรงงาน โดยที่ผู้รับจ้างไม่ได้อยู่ในความควบคุม บังคับบัญชาของผู้
ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างไม่มีสิทธิจะสั่งงาน หรือบงการผู้รับจ้าง

3. สัญญาจ้างท าของเป็นสัญญาที่ไม่มีแบบ กล่าวคือ สัญญาจ้างท าของเกิดขึ้นโดยการแสดง เจตนาตกลงกัน

แม้ด้วยวาจาก็สามารถ ฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ โดยไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือแต่อย่างใด

สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดของผู้รับจ้าง





ส าหรับ สิทธิ หน้าที่และความรับผิดของผู้รับจ้างพอจ าแนกได้ดังนี้


• (1) ต้องท างานให้ส าเร็จตามสัญญา



• (2) ต้องจัดหาเครื่องมือต่าง ๆ ส าหรับใช้ในการท างาน


• (3) ถ้าผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาสัมภาระ ต้องจัดหาชนิดที่ดีถ้าผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหา ผู้รับจ้างต้องใช้สัมภาระ

ด้วยความระมัดระวังและประหยัด เมื่อท าเสร็จแล้วต้องคืนสัมภาระที่เหลือ


• (4) ต้องรับผิดในความชักช้าของงานที่ท าเว้นแต่ความชักช้านั้นเกิดจากความผิดของผู้ว่าจ้าง



• (5) ต้องยอมให้ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนตรวจตราการงานได้ตลอดเวลา


• (6) ต้องแก้ไขความบกพร่องที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ท างานนั้น



• (7) ต้องรับผิดชอบในความช ารุดบกพร่องภายหลังการส่งมอบ เพียงที่ปรากฏขึ้นภายใน 1ปีนับแต่

วันส่งมอบ หรือภายใน 5 ปีถ้าเป็นสิ่งปลูกสร้างบนพื้นดิน


• (8) ถ้าผู้ว่าจ้างยอมรับการที่ท าบกพร่องนั้นโดยไม่อิดเอื้อน ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิด เว้นแต่ความช ารุด

บกพร่องนั้น จะไม่พึงพบได้ในขณะรับมอบ หรือผู้รับจ้างได้ปิดบังความนั้นเสีย


• (9) ต้องท าการให้เสร็จและส่งมอบให้ตรงตามเวลาที่ตกลงกันไว้ หากส่งมอบล่าช้า ผู้ว่าจ้างชอบที่จะ


ลดสินจ้างลง และอาจจะใช้สิทธิในการบอกเลิกสัญญาได้

สิทธิหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ว่าจ้าง




• ส าหรับสิทธิหน้าที่และความรับผิดของผู้ว่าจ้างพอจ าแนกได้ดังนี้



• (1) สิทธิเลิกสัญญาในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ได้เริ่มท าการในเวลาอันสมควร หรือในกรณี ที่ผู้รับจ้างไม่

สามารถท างานได้ทันตามก าหนดเวลา ตลอดจนสามารถใช้สิทธิยึดหน่วงสินจ้างได้


• (2) สิทธิเลิกสัญญาถ้าการที่จ้างยังท าไม่แล้วเสร็จ แต่ผู้ว่าจ้างจะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แก่ผู้

รับจ้างเช่นกัน



• (3) หน้าที่ในการจ่ายสินจ้าง เว้นแต่จะมีเหตุให้ไม่ต้องจ่ายสินจ้าง หรือมีเหตุให้ลดสินจ้าง เช่น ผู้รับ

จ้าง มีสิทธิหักค่าจ้างเท่าที่เสียหายได้


• (4) ผู้ว่าจ้างย่อมรับผิดเมื่อผู้ว่าจ้างมีส่วนผิดในกรณีสั่งให้ท าหรือในการเลือกผู้รับจ้างหรือในค าสั่งที่

ตนได้ให้ไว้



• (5) ถ้าผู้รับจ้างเป็นผู้จัดสัมภาระ และการที่จ้างท านั้นพังทลายหรือบุบสลาย ความวินาศนั้น ตกเป็น

พับแก่ผู้รับจ้าง สินจ้างก็ไม่ต้องใช้


• (6) ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดการสัมภาระและการที่จ้างท านั้นพังทลายหรือบุบสลายความวินาศตกเป็นพับ

แก่ผู้ว่าจ้าง สินจ้างก็เป็นอันไม่ต้องใช้ เว้นแต่เป็นความผิดของผู้ว่าจ้าง



สัญญาจ้างท าของ
• สัญญาจ้างแรงงาน
1.คู่สัญญา คือ นายจ้าง กับ ลูกจ้าง
1.คู่สัญญา คือ ผู้ว่าจ้าง กับ ผู้รับจ้าง

2.ผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างของลูกจ้างผู้รับเหมา 2.ผู้ประกอบกิจการไม่เป็นนายจ้างของลูกจ้าง ผู้รับเหมา
ด้วย
3.จัดหาลูกจ้างมาท างานที่มิได้อยู่ในกระบวนการผลิต หรือธุรกิจของผู้ประกอบกิจการ
3.จัดหาลูกจ้างมาท างานในส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด วิธีแก้ไขคือ แยกไลน์ผลิตให้ชัดเจน ให้เจ้าหน้าที่ของผู้รับเหมาไปดูแลการผลิต และให้
ในกระบวนการผลิต หรือธุรกิจ (บริการลูกค้า / เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างเป็นผู้ตรวจคุณภาพก่อนส่งงาน ทั้งนี้ต้องคุยกันให้ชัดเจน และต้องแยก
จ าหน่ายสินค้า) ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบ ส านักงานของเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานไม่ให้ไปอยู่รวมกับ HR ของผู้ว่าจ้าง โดยแยกสถานที่
กิจการ ให้ชัดเจน หรือมีการเช่าสถานที่มีมิเตอร์ค่าไฟฟ้า ค่าประปา

4.จ่ายค่าจ้างตามวันเวลาท างาน หรือตาม 4.เน้นจ่ายค่าจ้างตามผลส าเร็จของงาน หรือจ่ายตามสัดส่วนของผลส าเร็จตามที่ได้ตกลงกันไว้
ระยะเวลาที่ตกลงกัน ล่วงหน้า
5.ผู้ว่าจ้างไม่เข้าไปมีส่วนในการสรรหา / คัดเลือกลูกจ้าง วิธีแก้ไข น าคุณสมบัติที่ผู้ว่าจ้างต้องการ
5.ก าหนดการสรรหาและเป็นผู้คัดเลือกพนักงาน มาก าหนดในการคัดเลือก

ความระงับแห่งสัญญาจ้างท าของ





สัญญาจ้างท าของจะระงับลงได้ดังนี้



• (1) สัญญาจ้างท าของระงับลงโดยผลของกฎหมาย เช่น การท างานแล้วเสร็จตามสัญญาหรือมีการ

วินาศสิ้นไปของสัมภาระ ตลอดจนความตายของผู้รับจ้าง


• (2) สัญญาจ้างท าของระงับลงโดยการใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง


• (3) สัญญาจ้างท าของระงับลงโดยผู้ว่าจ้างใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา ในกรณีที่การจ้างยังท าไม่แล้วเสร็จ


และได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้รับจ้างเรียบร้อยแล้ว


อายุความ



การฟ้องร้องด าเนินคดีเพื่อให้ผู้รับจ้างผิดในความช ารุดบกพร่อง ต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่วันที่

ความช ารุดบกพร่องได้ปรากฏขึ้น

สัญญาจ้างแรงงาน



ท าที่……………………………………


………………………………………..


วันที่……….เดือน………………………พ.ศ…………


หนังสือสัญญานี้ท าขึ้นระหว่างบริษัท………………………..…………………………………..จ ากัด


(ต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “นายจ้าง”) กับนาย……………………………..……………………………………

หนังสือเดินทางเลขที่……………………………………………………….. (ต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า"ลูกจ้าง")


อีกฝ่ายหนึ่ง ตามรายละเอียดและเงื่อนไขดังต่อไปนี้


ข้อ 1. นายจ้างตกลงว่าจ้างให้ลูกจ้างท างานในบริษัทของนายจ้าง ณ ประเทศไทย

ต าแหน่ง…………………………………อัตราเงินเดือน……………….บาท (…………………………………)


มีก าหนดเวลา………………ป ี

ข้อ 2. ในระหว่างการจ้างตามสัญญานี้ ลูกจ้างมีสิทธิที่จะได้รับ


2.1 อาหารและที่พักอาศัยโดยนายจ้างเป็นผู้จัดหางานให้


2.2 การรักษาพยาบาลโดยนายแพทย์ของนายจ้าง หรือโดยโรงพยาบาลของรัฐบาล

2.3 วันหยุดพักผ่อน…………วัน เมื่อได้ท างานอย่างมีประสิทธิภาพครบ………….ป ี


2.4 เงินปันผลในอัตราร้อยละ 3 ของยอดก าไรสุทธิของนายจ้างในแต่ละปี

2.5 ส าหรับกรณีที่ท างานอย่างมีประสิทธิภาพครบ 1 ปี แล้วจะได้รับการพิจารณาเพิ่ม


เงินเดือนไม่เกินร้อยละ 5

ข้อ 3. ลูกจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของนายจ้างโดยเคร่งครัด


ข้อ 4. ลูกจ้างจะต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนด้วยความซื่อสัตย์ และขยันหมั่นเพียร โดยปฏิบัติตาม


ค าสั่งหรือข้อบังคับใด ๆ ของนายจ้าง หรือผู้ควบคุมงาน ณ สถานที่ท างานของตน

ข้อ 5. ลูกจ้างจะต้องท างานวันละ …………….ชั่วโมง สัปดาห์ละ…………..วัน โดยมีวันหยุดตาม


วันหยุดของทางราชการ ลูกจ้างจะต้องท างานล่วงเวลาตามที่นายจ้างก าหนดให้ โดยจะได้รับค่าจ้างล่วงเวลา

ส่วนการจ่ายนั้นให้เป็นไปตามระเบียบของนายจ้าง


ข้อ 6. เงินร้อยละ 10 ของเงินเดือนปกติแต่ละเดือนของลูกจ้าง จะถูกนายจ้างหักไว้เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย

ของนายจ้างกรณีบอกเลิกของสัญญานี้ เนื่องมาจากการผิดสัญญาของลูกจ้างนายจ้างจะคืนเงินที่หักไว้ให้แก่


ลูกจ้างเมื่อได้ท างานอย่างมีประสิทธิภาพครบ……………ปี แล้ว

ข้อ 7. ลูกจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดของต่อตนเองในเรื่องความเจ็บป่วย บาดเจ็บหรือตายอันเกิดจาก


ความประมาท หรือการผิด หรือการศีลธรรมของลูกจ้างเอง


ข้อ 8. ในกรณีที่ลูกจ้างมีความจ าเป็นที่จะออกงานนี้ เนื่องมาจากความจ าเป็นส่วนตัวก่อนครบ

สัญญาจะกระท ามิได้ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากนายจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร


ข้อ 9. นอกจากการท างานให้แก่นายจ้างแล้ว ลูกจ้างไม่มีสิทธิไปท างานให้กับผู้อื่นอีกไม่ว่าจะ


เป็นการท างานในวันหยุดหรือนอกเวลาการท างานปกติก็ตาม

ข้อ 10. ในกรณีที่ลูกจ้างได้เป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของนายจ้างอันเกิดจากการ


ละทิ้งหน้าที่ หรือการท าผิดพลาดของตน ลูกจ้างจะต้องถูกบังคับให้ชดใช้ต่อความเสียหายนั้นด้วยค่าใช้จ่าย

ของตัวเอง


ข้อ 11. ลูกจ้างรับรองว่าก่อนจะได้ลงนามในสัญญานี้ ตนได้รับรู้สภาพการอยู่อาศัย สภาพของ


งาน ขนบธรรมเนียมประเพณีของประเทศไทยซึ่งตนตกลงท างานดีแล้ว

ข้อ 12. สัญญานี้อาจถูกบอกเลิกในเวลาใด ๆ ก็ได้ หากลูกจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาในระหว่าง


การจ้าง หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทย ลูกจ้างจะต้องถูกส่งกลับประเทศของตนด้วยค่าใช้จ่าย

ของตนเอง


ข้อ 13. รายละเอียดและเงื่อนไขของสัญญานี้ อาจมีการแก้ไขได้ตามความจ าเป็น


ลงชื่อ………………………………………….นายจ้าง ลงชื่อ…………………………………………ลูกจ้าง

(……………………………………………..) (……………………………………………)




ลงชื่อ………………………………………….พยาน ลงชื่อ…………………………………………พยาน


(……………………………………………..) (……………………………………………)

ตัวอย่าง สัญญาจ้างท าของ


เขียนที่....................................................


วันที่............เดือน..................พ.ศ. ๒๕.......




สัญ ญ าฉบับ นี้ ท าขึ้ น ระห ว่าง............................…………………...............อยู่เลขที่ .............ห มู่ ที่ .............ซ อย
.....................................ถนน..............................แขวง/ต าบล.............................เขต/อ าเภอ..................................จังหวัด........................................
ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ ผู้ว่าจ้าง ” ฝ่ายหนึ่ง


กับ………………………………………………………………………………………………………………………….
อยู่เลขที่............………………………………….หมู่ ที่.................ซอย......................ถนน...........................…………………แขวง/ต าบล

.........................เขต/อ าเภอ..................................จังหวัด.............................ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ ผู้รับจ้าง ” อีกฝ่ายหนึ่ง

ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันดังมีข้อความต่อไปนี้





ข้ อ ๑ . ผู้ ว่ า จ้ า ง ต ก ล ง จ้ า ง แ ล ะ ผู้ รั บ จ้ า ง ต ก ล ง รั บ จ้ า ง ใ ห้ ท า ก า ร
..........................…………………………………………………………………….เลขที่......................แขวง/ต าบล...................................เขต/
อ าเภอ..........................จังหวัด................................ให้ถูกต้องตามแบบและรายละเอียดของงานที่แนบท้ายสัญญาทุกประการและให้ถือเป็นส่วน
หนึ่งของสัญญานี้





ข้อ ๒. ผู้รับจ้างตกลงจะรับท าการตามที่ก าหนดในสัญญาข้อ ๑. ให้เสร็จสิ้นภายในก าหนด....................วัน นับแต่วันท า
สัญญานี้ซึ่งตรงกับ วันที่............เดือน...........………………พ.ศ. ๒๕......................


ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัยใด ๆ เป็นเหตุให้การด าเนินกิจการดังกล่าวต้องหยุดชะงักลง โดยมิใช่ความผิดของฝ่ายผู้รับจ้าง
ให้ยืดก าหนดเวลาในวรรคก่อนออกไปเท่ากับเวลาที่สูญเสียไปเพราะเหตุดังกล่าว


ถ้าผู้รับจ้างไม่สามารถท างานให้แล้วเสร็จบริบูรณ์ภายใน ผู้ว่าจ้างมีสิทธิจะบอกเลิกสัญญา









ข้อ ๓. ในวันท าสัญญานี้ ผู้รับจ้างได้น าหลักประกันเป็นหนังสือค ้าประกัน

ของ..........................................เป็นจ านวนร้อยละ................ของราคา.......................บาท (................................................)มามอบไว้แก่ผู้ว่าจ้าง

เพื่อประกันการปฏิบัติตามสัญญา หลักประกันดังกล่าวมีอายุประกันหลังจากวันที่กิจการแล้วเสร็จภายในก าหนดความรับผิดตามสัญญาถ้าวัน

แล้วเสร็จตามสัญญาต้องยืดออกไปด้วยเหตุใดๆก็ตาม ผู้รับจ้างต้องน าหลักประกันมามอบให้แก่ผู้ว่าจ้างให้มีอายุการประกันให้ครบความรับผิด
ตามสัญญาเสมอไป


หลักประกันที่ผู้รับจ้างน ามามอบไว้ข้างต้น ผู้ว่าจ้างจะคืนให้เมื่อผู้รับจ้างพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว




ข้อ ๔. ผู้ว่าจ้างตกลงช าระค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างเป็นเงินทั้งสิ้น.....................บาท (..................................................…..)โดย
ช าระค่าจ้างให้เป็นงวด ๆ รวมงวด โดยจ่ายตามผลส าเร็จของงาน ซึ่งมีรายละเอียดการช าระค่าจ่างดังนี้


งวดที่ ๑. ช าระเงินค่าจ้าง จ านวนเป็นเงิน............................บาท (..............................................................…….) จ่ายให้เมื่อ
ผู้รับจ้างได้..................................................ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในวันที่.........เดือน.......................พ.ศ. ............


งวดที่ ๒. ช าระเงินค่าจ้างจ านวนเป็นเงิน................................บาท (..............................................................…….) จ่ายให้
เมื่อผู้รับจ้างได้..................................................ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในวันที่....…….เดือน........…………………พ.ศ. ...........


งวดที่ ๓. ช าระเงินค่าจ้างจ านวนเป็นเงิน................................บาท (..............................……............) จ่ายให้เมื่อผู้รับจ้างได้
..................................................ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในวันที่....…….เดือน........………………..พ.ศ. .....…...


ง ว ด ที่ ๔ . ช า ร ะ เ งิ น ค่ า จ้ า ง จ า น ว น เ ป็ น เ งิ น ................................บ า ท
(......................................………………………………….....) จ่ายให้เมื่อผู้รับจ้างได้..................................................ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในวันที่
....…….เดือน........………………..พ.ศ….........


หากผู้ว่าจ้างผิดนัดไม่ช าระเงินค่าจ้างแก่ผู้รับจ้างตามสัญญาข้อนี้ ไม่ว่างวดใดก็ตามผู้รับจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญานี้ได้
และความเสียหายใด ๆ เนื่องจากการไม่ช าระค่าจ้างตามสัญญา ผู้ว่าจ้างเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายนั้นแก่ผู้รับจ้างด้วย





ข้อ ๕. วัสดุเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ในการงานรวมทั้งสัมภาระต่าง ๆ ที่จ าเป็นให้ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหา ซึ่งจะต้องใช้วัสดุ
อุปกรณ์ตามขนาด คุณภาพ และช่างฝีมือดีดังที่แจ้งไว้ในรายละเอียดที่แนบท้ายสัญญานี้ จนแล้วเสร็จ


ข้อ ๖. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรูปแบบ รายการ และรายละเอียดตามสัญญาผู้ว่า


จ้างจะต้องแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้รับจ้างมีสิทธิที่จะยอมรับ หรือไม่ยอมรับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงก็ได้ ค่าใช้จ่ายจากการ
เปลี่ยนแปลงดังกล่าวผู้ว่าจ้างต้องรับผิดชอบ โดยค านึงถึงความจ าเป็นและผลเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการแก้ไขเปลี่ยนแปลงดังกล่าว




ข้อ ๗. ผู้รับจ้างสัญญาว่าจะไม่เอางานทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งสัญญานี้ไปให้ผู้อื่นรับจ้างช่วงอีกทอดหนึ่ง โดย

มิได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้างก่อน เว้นแต่ผู้รับจ้างเห็นว่างานที่ท าไม่อาจเสร็จสิ้นตามที่ก าหนดไว้ในสัญญาข้อ ๒. ผู้รับจ้างจะเอางานส่วนใดส่วน
หนึ่ง แห่งสัญญาไปให้ผู้อื่นรับจ้างช่วงอีกทอดหนึ่งได้ ต่อเมื่อได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้างก่อน

ข้อ๘. ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมงานที่รับจ้างนี้อยู่ตลอดเวลาที่งานยังไม่เสร็จหรือจะมอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้ควบคุมงาน
แทนตนก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ผู้รับจ้างแจ้งชื่อผู้ได้รับมอบหมายให้ผู้ว่าจ้างทราบเป็นหนังสือ และผู้ควบคุมงานแทนผู้รับจ้างจะต้องเป็น

ผู้รับผิดชอบแทนผู้รับจ้าง ค าสั่งต่างๆ ซึ่งได้แจ้งแก่ผู้แทนของผู้รับจ้างถือได้ว่าได้แจ้งแก่ผู้รับจ้างแล้ว




ข้อ ๙. ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่ออุปัทวเหตุ หรือภยันตราย ความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นจากการงานของผู้รับจ้างเอง และ
ต้องรับผิดชอบในเหตุเสียหายอันเกิดแก่ทรัพย์สินของผู้ว่าจ้างซึ่งมีอยู่ในบริเวณที่ท าการจ้างนี้ โดยการกระท าของคนงาน ช่าง หรือบริเวณของผู้

รับจ้างด้วย




ข้อ ๑๐. ผู้ว่าจ้างจะต้องตรวจรับมอบงานภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่ผู้รับจ้างได้มีหนังสือแจ้งไป หากผู้ว่าจ้างไม่อาจตรวจ
รับมอบงานภายในก าหนดให้ถือว่า ผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับมอบงานแล้วโดยปริยาย




ข้อ ๑๑. ถ้าผู้รับจ้างส่งงานล่าช้ากว่าวันแล้วเสร็จตามสัญญา แต่ผู้ว่าจ้างยังมิได้บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างยอมให้ผู้ว่าจ้าง
ด าเนินการดังต่อไปนี้


๑. ปรับผู้รับจ้างเป็นรายวัน วันละ..................บาท (..................................)


นับตั้งแต่วันที่ล่วงเลยก าหนดวันแล้วเสร็จตามสัญญาจนถึงวันที่งานแล้วเสร็จบริบูรณ์

๒. เรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้รับจ้างท างานล่าช้า (ถ้ามี)


๓. เรียกค่าใช้จ่ายในการควบคุมงาน ในเมื่อผู้ว่าจ้างต้องจ้างผู้ควบคุมงานนั้นอีกต่อหนึ่งนับตั้งแต่วันที่ล่วงเลยก าหนดวัน
แ ล้ ว เส ร็ จ ต า ม สั ญ ญ า จ น ถึ ง วั น ที่ ผู้ รั บ จ้ า ง ส่ ง ม อ บ ง า น โ ด ย คิ ด เป็ น ร า ย วั น วั น ล ะ ......................บ า ท

(...............................................…………………………)

ในระหว่างการปรับนั้น ถ้าผู้ว่าจ้างเห็นว่าผู้รับจ้างไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและใช้
สิทธิตามสัญญา ข้อ ๑๗ นอกเหนือจากการปรับจนถึงวันเลิกสัญญาด้วย




ข้อ ๑๒. ถ้าผู้ว่าจ้างบอกเลิกสัญญาแล้ว ผู้รับจ้างยอมให้ผู้ว่าจ้างด าเนินการดังต่อไปนี้


๑. ริบหลักประกันสัญญาดังกล่าวในสัญญาข้อ ๓.


๒. ยินยอมให้ผู้ว่าจ้างเรียกเอาค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นเพราะจ้างบุคคลอื่นท าการนี้ต่อไปจนงานเสร็จบริบูรณ์

๓. เรียกเอาค่าใช้จ่ายในการควบคุมงาน เมื่อผู้ว่าจ้างต้องจ้างผู้ควบคุมงานนั้นอีกต่อหนึ่งจนงานเสร็จบริบูรณ์


๔. เรียกค่าเสียหายอันพึงมีจากผู้รับจ้าง

ข้อ ๑๓. เมื่อผู้ว่าจ้างบอกเลิกสัญญาแล้ว ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างต้องจ้างบุคคลอื่นเข้าท างานที่ค้างอยู่ให้เสร็จบริบูรณ์ หาก
ปรากฏว่าเงินค่างานที่เหลือจ่ายไม่พอส าหรับการท างานรายนี้เป็นจ านวนเท่าใด ผู้รับจ้างยอมให้ผู้ว่าจ้างหักเงินจ านวนนั้นจากค่าจ้างที่ค้างช าระ
และยอมรับผิดชดใช้เงินจ านวนที่ยังขาดอยู่นั้นจนครบถ้วน


หากมีเงินค่าจ้างตามสัญญาที่หักไว้จ่ายเป็นค่าปรับและค่าเสียหายแล้ว ยังเหลืออยู่อีกเท่าใดผู้ว่าจ้างจะคืนเงินให้แก่ผู้รับจ้าง
หมด


ข้อ ๑๔. ผู้รับจ้างสัญญาว่าจะจัดการรักษาความสะอาดตลอดเวลาที่ท างานจ้างจนแล้วเสร็จ

ข้อ ๑๕. ให้ถือว่ารูปแบบ รายการ และรายละเอียดในงานที่รับจ้างแนบท้ายสัญญานี้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญา





สัญญานี้ท าขึ้นเป็นสองฉบับมีข้อความถูกต้องตรงกัน โดยคู่สัญญายึดถือเอาไว้ฝ่ายละหนึ่งฉบับ คู่สัญญาได้อ่านและเข้าใจ
ข้อความโดยตลอดแล้ว จึงลงลายมือชื่อพร้อมประทับตรา (ถ้ามี) ไว้เป็นส าคัญต่อหน้าพยาน




ลงชื่อ......................................ผู้ว่าจ้าง


(.........................................)




ลงชื่อ......................................ผู้รับจ้าง

(.........................................)




ลงชื่อ......................................พยาน


(.........................................)




ลงชื่อ......................................พยาน


(.........................................)


Click to View FlipBook Version