The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นิเทศภายใน 2566
โรงเรียนวัดบ้านแขม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wbkschool, 2024-02-19 23:54:30

นิเทศภายใน โรงเรียนวัดบ้านแขม

นิเทศภายใน 2566
โรงเรียนวัดบ้านแขม

1 ส่วนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียน ข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียน 1. ข้อมูลทั่วไป ชื่อสถานศึกษา : โรงเรียนวัดบ้านแขม ที่อยู่ : 394 หมู่ที่ 11 ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง รหัสไปรษณีย์ 52220 สังกัด : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 โทรศัพท์ : 087-9913573 E-mail : [email protected] เปิดสอน : ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เขตพื้นที่บริการ อำเภอแม่เมาะ ตำบลแม่เมาะ (หมู่ 11 บ้านนาแขมพัฒนา ,หมู่ 7 บ้านใหม่นาแขม ,หมู่ 10 บ้านใหม่มงคล ,หมู่ 9 บ้านเวียงสวรรค์ ,หมู่ 3 บ้านหางฮุง ,หมู่ 12 บ้านเวียงหงส์ล้านนา ,หมู่2 บ้านห้วยรากไม้ ,หมู่ 1 บ้านห้วยเป็ด ) ตำบลสบป้าด (หมู่ 5 บ้านห้วยรากไม้ ,หมู่ 8 บ้านฉลองราช ,หมู่ 7 บ้านแม่เกี๋ยง) คำขวัญโรงเรียน วินัยดี มีคุณธรรม นำวิชาการ สืบสานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปรัชญาโรงเรียน ประพฤติดี มีวินัย ใฝ่ศึกษา นำพาคุณธรรม คติธรรมโรงเรียน “สุโข ปัญญา ปัฏิลาโภ” ความได้ปัญญา ทำให้เกิดสุข อัตลักษณ์ มีคุณธรรม นำวิถีไทย ใช้ชีวิตพอเพียง เอกลักษณ์ บรรยากาศร่มรื่น สดชื่นงามตา รักษาสิ่งแวดล้อม วิสัยทัศน์ โรงเรียนวัดบ้านแขมเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ มุ่งสู่มาตรฐานการศึกษามีคุณธรรม จริยธรรม ดำรงชีวิตตามแนวหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและบริหารงานแบบมีส่วนร่วม พันธกิจ 1. จัดการศึกษาให้แก่ผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาเต็ม ตามศักยภาพ 2. ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรและค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ มีวิถีชีวิตตามแนวหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3. พัฒนาส่งเสริมครูให้มีศักยภาพตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของความเป็นครู 4. บริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมด้วยระบบคุณภาพให้เป็นที่ยอมรับของผู้ปกครองและชุมชน 5. พัฒนาสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอน


35 คำนำ แผนนิเทศภายในโรงเรียนวัดบ้านแขม ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางและเป็นฐาน เพื่อพัฒนาคุณภาพ การศึกษาการนิเทศภายในโรงเรียน โดยได้ดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน บนพื้นฐานการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน โดยใช้หลักการ บูรณาการงานตามภารกิจหลักของโรงเรียน และงานนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัด โรงเรียนวัดบ้านแขม ใช้แผนการนิเทศภายในโรงเรียนเป็นแนวทางในการนิเทศ ติดตามเพื่อสนับสนุน ส่งเสริม และสร้างความเข้มแข็งภายในโรงเรียน และเพื่อให้โรงเรียนดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียน ได้อย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงกับการนำหลักสูตรแกนกลางฯ ไปใช้ในการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนด้วย การจัดการเรียนรู้เชิงรุก การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการลดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss : ภาษาไทย คณิตศาสตร์) เพื่อนำผลการประเมินไปใช้ปรับปรุงและ พัฒนา อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ผู้เรียน มีคุณภาพตามหลักสูตรและมีความสามารถตามสมรรถนะในศตวรรษที่ 21 ขอขอบคุณคณะทำงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนนิเทศภายใน โรงเรียนวัดบ้านแขม ให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ เพื่อการพัฒนาการศึกษาในทุกระดับมีคุณภาพ ส่งผลต่อ คุณภาพการศึกษาต่อไป โรงเรียนวัดบ้านแขม


36 สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข ส่วนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียน ● ข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียน ข้อมูลบุคลากรของสถานศึกษา ข้อมูลนักเรียน ข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ปีการศึกษา 2566 1 3 5 5 ส่วนที่ 2 บทนำ 8 ส่วนที่ 3 กระบวนการนิเทศภายใน 12 ส่วนที่ 4 แผนการนิเทศภายใน 18 ส่วนที่ 5 การนำแผนนิเทศภายในโรงเรียนสู่การปฏิบัติ 23 ภาคผนวก ● คำสั่ง/ประกาศโรงเรียน 58/2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศภายในโรงเรียน ปีการศึกษา 2566 ● สำเนาโครงการนิเทศภายในโรงเรียนวัดบ้านแขม 25 26 ● เครื่องมือการนิเทศภายในโรงเรียน 30


2 เป้าประสงค์ 1. นักเรียนทุกคนมีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรและค่านิยมหลักของ คนไทย 12 ประการ มีความสำนึกในการเป็นชาติไทยและมีวิถีชีวิตตามแนวหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง 3. นักเรียนได้รับการส่งเสริมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 4. ครูมีศักยภาพตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพครู 5. โรงเรียนมีการบริหารแบบมีส่วนร่วม ประสานความร่วมมือของทุกภาคส่วนด้วยระบบ ประกันคุณภาพ 6. จัดสภาพแวดล้อมและแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนให้เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอน กลยุทธ์ของโรงเรียน กลยุทธ์ที่ 1 พัฒนาคุณภาพนักเรียนทุกคนตามมาตรฐานการศึกษา ของสถานศึกษา และสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ กลยุทธ์ที่ 2 ปลูกฝังให้นักเรียนทุกคนมีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามหลักสูตรและค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สู่การปฏิบัติ กลยุทธ์ที่ 3 พัฒนาคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนให้มีศักยภาพตามมาตรฐานวิชาชีพ และจรรยาบรรณของความเป็นครู กลยุทธ์ที่ 4 พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามหลัก ธรรมมาภิบาล และการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายโดยยึดผู้เรียนเป็นเป้าหมายสูงสุด กลยุทธ์ที่ 5 พัฒนาและปรับปรุงอาคารสถานที่ แหล่งเรียนรู้ ภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จุดเน้น 1. นักเรียนที่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ต้องอ่านออก เขียนได้และมีการประเมินที่เป็นรูปธรรม 2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ขึ้นไปอ่านคล่องเขียนคล่อง 3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีความสามารถด้านภาษา ด้านคำนวณและ ด้านการใช้เหตุผล ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 4. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีผลการทดสอบระดับชาติ O-NET กลุ่มสาระหลักเพิ่มขึ้นเฉลี่ย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 5. นักเรียนมีทักษะในการสื่อสาร ทักษะการคิดและทักษะการแก้ปัญหา ทักษะชีวิตและ ทักษะการใช้เทคโนโลยีเหมาะสมตามช่วงวัย 6. นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรมตามค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ รวมทั้งมีจิตสำนึก ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและห่างไกลยาเสพติด 7. นักเรียนใฝ่เรียนรู้ ใฝ่ดีและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ 8. ผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษได้รับการส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาเต็มตามศักยภาพเป็น รายบุคคลได้แก่ 8.1 ผู้พิการ


3 8.2 ผู้ด้อยโอกาส 8.3 ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ 8.4 ผู้เรียนที่ต้องการความคุ้มครองและช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ 2. ข้อมูลครูและบุคลากร 1) ผู้บริหารสถานศึกษา 1. นายมณฑล อินเจือจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียน 2. นางปัทมา ยะหนัก รองผู้อำนวยการโรงเรียน 2) จำนวนบุคลากรระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตำแหน่ง ชาย หญิง รวม ผู้อำนวยการโรงเรียน 1 - 1 รองผู้อำนวยการโรงเรียน - 1 1 ครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ 1 - 1 ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ 1 3 4 ครู 1 5 6 ครูผู้ช่วย 1 - 1 พนักงานราชการ - - 0 ครูอัตราจ้าง 1 4 5 นักการภารโรง - - 0 ธุรการโรงเรียน 1 - 1 พี่เลี้ยงเด็กพิการ - 1 1 รวม 7 14 21


4 3) วุฒิการศึกษาของบุคลากร วุฒิการศึกษา จำนวน รวม ร้อยละ ชาย หญิง ปริญญาเอก - - 0 ปริญญาโท 3 3 6 ปริญญาตรี 4 12 16 ตำกว่าปริญญาตรี 1 1 2 รวม 8 16 24 4) สาขาวิชาที่จบการศึกษาและภาระงานสอน สาขาวิชา จำนวน(คน) ภาระงานสอนเฉลี่ยของครู 1 คน ในแต่ละสาขาวิชา(ชม./สัปดาห์) 1. บริหารการศึกษา 2 - 2. ประถมศึกษา 1 26 ชั่วโมง /สัปดาห์ 3. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1 26 ชั่วโมง /สัปดาห์ 4. ภาษาไทย 2 26 ชั่วโมง /สัปดาห์ 5. ภาษาอังกฤษ 3 26 ชั่วโมง /สัปดาห์ 6. พลศึกษา 1 26 ชั่วโมง /สัปดาห์ 7. คอมพิวเตอร์ 3 26 ชั่วโมง /สัปดาห์ 8. คณิตศาสตร์ 2 26 ชั่วโมง /สัปดาห์ 9. ปฐมวัย 3 26 ชั่วโมง /สัปดาห์ 10. อื่น ๆ 2 - รวม 20


5 3. ข้อมูลนักเรียน จำนวนนักเรียน ปีการศึกษา 2566 รวมทั้งสิ้น 253 คน ระดับชั้นเรียน จำนวนห้อง เพศ รวม เฉลี่ยต่อห้อง ชาย หญิง อ.1 1 1 4 5 5 อ.2 1 3 6 9 9 อ.3 1 7 5 12 12 รวม 3 11 15 26 ป.1 2 29 20 49 25 ป.2 2 23 17 40 20 ป.3 1 18 18 36 36 ป.4 1 15 20 35 35 ป.5 1 18 9 27 27 ป.6 1 23 17 40 40 รวม 8 126 101 227 รวมทั้งหมด 11 137 116 253 4. ข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 4.1 ผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (RT) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2564 – 2565 (2 ปีย้อนหลัง) สมรรถนะ คะแนนเฉลี่ย ปีการศึกษา 2564 ปีการศึกษา 2565 ระดับโรงเรียน ระดับประเทศ ระดับโรงเรียน ระดับประเทศ การอ่านออกเสียง 59.62 69.95 60.25 77.38 การอ่านรู้เรื่อง 55.18 72.79 58.30 77.19 รวม 2 สมรรถนะ 57.40 71.38 59.28 77.28 เมื่อพิจารณาผลการประเมินด้านการอ่าน RT 2 ปีย้อนหลัง 1พบว่า ด้านการอ่านออกเสียง ประเภทของคำที่มีปัญหา คือ ประเภท คำ อักษรนำ อยู่ในระดับพอใช้ ด้านการอ่านรู้เรื่อง คือ การอ่านรู้เรื่องประโยค (เล่าเรื่องจากภาพ) อยู่ในระดับพอใช้


6 4.2 ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2564 – 2565 (2 ปีย้อนหลัง) ความสามารถ คะแนนเฉลี่ย ปีการศึกษา 2564 ปีการศึกษา 2565 ระดับโรงเรียน ระดับประเทศ ระดับโรงเรียน ระดับประเทศ ด้านภาษาไทย 51.50 49.44 42.27 55.86 ด้านคณิตศาสตร์ 52.36 56.14 33.87 49.12 รวมความสามารถทั้ง 2 ด้าน 51.93 52.80 38.07 52.50 ด้านคณิตศาสตร์ มีมาตรฐานที่ต้องเร่งพัฒนา คือ มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขน่าดของสิ่งที่ต้องการวัด และนำไปใช้ ป3/2 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับ เวลา และระยะเวลา มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติและให้ความรู้ทางสถิติในการแก้ปัญหา ป. 3/2 4.3 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2564 – 2565 รายวิชา คะแนนเฉลี่ย ปีการศึกษา 2564 ปีการศึกษา 2565 ระดับโรงเรียน ระดับประเทศ ระดับโรงเรียน ระดับประเทศ ภาษาไทย 44.49 50.38 46.52 53.89 คณิตศาสตร์ 39.15 39.22 32.55 37.62 วิทยาศาสตร์ 33.13 36.83 15.98 28.06 ภาษาอังกฤษ 35.15 34.31 31.25 39.34 เมื่อพิจารณาผลการทดสอบระดับชาติ (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6ในแต่ละรายวิชาที่มีมาตรฐานที่ต้องเร่งพัฒนาเนื่องจากคะแนนเฉลี่ยของโรงเรียนต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ย ดังนี้ ภาษาไทย คือ มาตรฐาน ท 1.1 ท 2.1 ท 3.1 ท 4.1 ท 5.1 ภาษาอังกฤษ คือ มาตรฐาน ต 1.1 ต 2.2 คณิตศาสตร์ คือ มาตรฐาน ค 1.1 ค 1.2 ค 2.2 ค 2.1 วิทยาศาสตร์ คือ มาตรฐาน ว 2.3 ว 3.2 ว 3.1 ว 4.2 ว 1.3


7 6. ผลการประเมินอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ แยกเป็นระดับชั้น ดังนี้ ระดับชั้นเรียน เพศ รวม ชาย หญิง ป.1 3 0 3 ป.2 5 4 12 ป.3 6 2 8 ป.4 3 3 6 ป.5 5 0 5 ป.6 3 0 3 รวม 25 9 34


8 ส่วนที่ 2 บทนำ ความสำคัญและความเป็นมา รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ในหมวด 16 การปฏิรูปประเทศมาตรา 258 จ. (3) ให้มีกลไกและระบบการผลิตคัดกรองและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ให้ได้ ผู้มีจิตวิญญาณ ของความเป็นครู มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับ ความสามารถและ ประสิทธิภาพในการสอน รวมทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคล ของผู้ประกอบวิชาชีพครู (4) ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ ตามความถนัด และปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยให้สอดคล้องกัน ทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่ นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561- 2580) ตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนา ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง” โดยยุทธศาสตร์ที่ 4.3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ มีเป้าหมาย การพัฒนาที่สำคัญเพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัย ให้เป็นคนดี เก่งและมีคุณภาพ มีทักษะที่จำเป็น ในศตวรรษที่ 21 (4.2) การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต มุ่งเน้นการพัฒนาคนเชิงคุณภาพในทุกช่วงวัย ตั้งแต่ช่วงการตั้งครรภ์ ปฐมวัย วัยเด็ก วัยรุ่น วัยเรียน วัยผู้ใหญ่ วัยแรงงานและวัยผู้สูงอายุ เพื่อสร้างทรัพยากร มนุษย์ที่มีศักยภาพมีทักษะ ความรู้ เป็นคนดี มีวินัย เรียนรู้ได้ด้วยตนเองในทุกช่วงวัย (4.3) ปฏิรูปกระบวน การเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งเน้นผู้เรียนให้มีทักษะการเรียนรู้ และมีใจใฝ่เรียนรู้ตลอดเวลา มีการออกแบบระบบการเรียนรู้ใหม่ การเปลี่ยนบทบาทครู การเพิ่มประสิทธิภาพ ระบบบริหารจัดการศึกษาและการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต สอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2560–2579 ในยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยและการสร้างสังคมแห่ง การเรียนรู้ มีเป้าหมายให้ผู้เรียนมีทักษะและคุณลักษณะพื้นฐานของพลเมืองไทยทักษะและคุณลักษณะ ที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 มีทักษะความรู้ความสามารถและสมรรถนะตามมาตรฐานการศึกษา มาตรฐานวิชาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ตามศักยภาพสถานศึกษาทุกระดับการศึกษาสามารถจัดกิจกรรม/ กระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรอย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน รวมทั้งแหล่งเรียนรู้ สื่อ ตำราเรียน และนวัตกรรม ประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ มีระบบและกลไก การวัดการติดตาม และประเมินผลมีประสิทธิภาพมีระบบการผลิตครูอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาได้มาตรฐานระดับสากล ครู อาจารย์ตลอดจนบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาสมรรถนะตามมาตรฐาน การพัฒนาคุณภาพศึกษาให้เกิดคุณภาพนั้น สิ่งหนึ่งที่เป็นคุณภาพของผู้เรียน ที่เชื่อมั่นว่าคุณภา พ ผู้เรียนจะเกิดได้และบรรลุหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และมาตรฐาน การเรียนรู้และตัวชี้วัด (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) และหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 นั้น จะต้องมีกระบวนการสู่ความสำเร็จ มีองค์ประกอบและปัจจัยคือ คุณภาพของผู้เรียน ที่โรงเรียนต้องประกัน


9 คุณภาพต่อผู้ปกครอง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโรงเรียนต้องประกันคุณภาพต่อผู้ปกครองและผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียว่า ผู้เรียนจะต้องมีคุณภาพและมาตรฐานตามหลักสูตร มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ดังนั้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนจะต้องมีกระบวนการสู่ความสำเร็จในการพัฒนา 3 กระบวนการ คือ กระบวนการบริหาร กระบวน การเรียนการสอน และกระบวนการนิเทศการศึกษา ซึ่งกระบวนการ นิเทศการศึกษา เป็นภารกิจจำเป็นต่อ การจัดการศึกษาที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคคลหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้าน การพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน บุคลากรที่เกี่ยวข้องในหน่วยงาน จัดการศึกษา จำเป็นต้องพัฒนาและปรับปรุงตนเองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการนิเทศการศึกษา เป็นกระบวนการ ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยเหลือ ชี้แนะและพัฒนางานให้ประสบผลสำเร็จ ทันต่อสภาพการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อีกทั้งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเหลือสนับสนุนให้กระบวนการบริหาร และกระบวนการเรียนการสอน มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของประเทศ ทั้งยังเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมระบบ ประกันคุณภาพ การศึกษา ที่ต้องพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 เพื่อเข้าสู่การปฏิรูปการศึกษา และการจัดการศึกษาในยุคประเทศไทย 4.0 ตลอดทั้งมาตรฐานการศึกษาของชาติ ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีคุณภาพ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีทักษะวิชาการ ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต ทักษะการเป็นผู้นำ และทักษะ การนำไปสู่ การสร้างนวัตกร กระบวนการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน การนิเทศ การศึกษาจึงมีความสำคัญต่อการพัฒนา ปรับปรุง และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการการศึกษาในสถานศึกษา เพื่อให้ผู้บริหารและครูผู้สอนมีความรู้ ความเข้าใจในด้านการบริหารจัดการ ด้านหลักสูตร การจัดกิจกรรม การเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการปฏิบัติงานอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา จากผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6 ในปีการศึกษาที่ผ่านมา แต่ละวิชามีคะแนนไม่ถึงร้อยละ 50 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนบางกลุ่มสาระการเรียนรู้มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าร้อยละ 3 จากสภาพปัจจุบันของการจัดการศึกษาของ โรงเรียนวัดบ้านแขม กระบวนการนิเทศภายในโรงเรียนยังมีการดำเนินการไม่เต็มรูปแบบ มีทั้งปัจจัยที่เอื้อ และปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการนิเทศ การนิเทศยังขาดความต่อเนื่องและความเป็นเอกภาพที่สอดคล้องกับ บริบทของพื้นที่ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคประเทศไทย 4.0 และการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะ และคุณลักษณะพื้นฐานของพลเมืองไทย มีทักษะและคุณลักษณะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 นอกจากนั้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 ยังมีความต้องการให้มีการพัฒนาระบบนิเทศ ภายในสถานศึกษาให้เข้มแข็งและต่อเนื่อง โรงเรียนวัดบ้านแขม จึงได้จัดทำแผนนิเทศภายในโรงเรียนโดยใช้ห้องเรียนเป็นฐาน ประจำ ปีการศึกษา 2566 ขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือในการนิเทศ ปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของ ครูผู้สอนและผู้บริหารโรงเรียน ในการพัฒนาการศึกษาและคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนต่อไป วัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนให้สอดคล้องกับมาตรฐานตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 2. เพื่อพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน


10 3. เพื่อส่งเสริมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ในสถานศึกษา โดยให้ทุกคนมีส่วนร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ และร่วมรับผิดชอบ ชื่นชมในผลงาน 4. เพื่อให้เกิดการประสานงานและความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน นักเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา และชุมชน เป้าหมายของการนิเทศ โรงเรียนวัดบ้านแขมมีบุคลากรสายครูผู้สอน 18 คนซึ่งมีความมุ่งเน้นที่จะพัฒนาให้เป็นไปตาม มาตรฐานวิชาชีพทั้งระดับปฐมวัยและระดับ ชั้นพื้นฐาน ขอบเขตของการนิเทศ 1) การพัฒนาและใช้หลักสูตรสถานศึกษา 2) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 3) การจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อเทคโนโลยีดิจิทัล 4) การอ่านออกเขียนได้ 5) การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 6) การประกันคุณภาพการศึกษา


11 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. ผู้นิเทศการสอนและผู้รับการนิเทศการสอนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคนิควิธีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การนำองค์ความรู้ ข้อเสนอแนะไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 2. ผู้นิเทศการสอนและผู้รับการนิเทศการสอนมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอย่างกัลยาณมิตร 3. ผู้รับการนิเทศได้รับการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อคุณภาพของนักเรียนเป็นไปตาม หลักสูตรสถานศึกษา 4. นักเรียนมีความก้าวหน้าของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นรายบุคคล และนักเรียนมีความก้าวหน้า ผลการทดสอบ ระดับประเทศสูงขึ้น ภาพความสำเร็จในระดับสถานศึกษา 1. มีการสร้างความรู้ ความเข้าใจกับบุคลากรในสถานศึกษา 2. มีข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนรอบด้าน 3. มีระบบนิเทศภายในตามบริบทของสถานศึกษา 4. มีแผนและคู่มือการนิเทศตามบริบทของสถานศึกษา 5. มีการนิเทศครูทุกชั้นเรียน 6. มีการสรุปและรายงานผลการนิเทศ 7. ผลการทดสอบคุณภาพผู้เรียนระดับเทศสูงขึ้น 8. ผู้เรียนมีสมรรถนะและคุณลักษณะอันพึงประสงค์เป็นไปตามจุดเน้นของหลักสูตร 9. มีผลงานการปฏิบัติที่ดีของผู้บริหาร และครูผู้สอน ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ 1. ผู้บริหารสถานศึกษามีความเป็นผู้นำทางวิชาการ 2. การทำงานเป็นทีม 3. การบูรณาการโครงการ/กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง 4. การกระจายอำนาจ 5. การติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร 6. ความต่อเนื่องของการนิเทศภายใน 7. การมุ่งผลสัมฤทธิ์


12 ส่วนที่ 3 กระบวนการนิเทศภายใน แนวคิดในการนิเทศภายใน 1. การนิเทศภายใน เป็นการร่วมมือกันของบุคลากรในโรงเรียน ในการปรับปรุงแก้ไขหรือ พัฒนา การเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ 2. กลวิธีการนิเทศภายในมีหลากหลายวิธี การเลือกกลวิธีที่เหมาะสมกับ สภาพปัจจุบัน ปัญหาและ สถานการณ์ของโรงเรียนจะช่วยให้การดำเนินการนิเทศประสบผลสำเร็จดียิ่งขึ้น 3. คุณสมบัติด้านมนุษยสัมพันธ์ ความรับผิดชอบ ความรู้ความสามารถ ทางวิชาการ และความเข้าใจ แนวคิดเกี่ยวกับการนิเทศการศึกษา เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้นิเทศการศึกษา 4. การนิเทศที่พึงประสงค์ คือการนิเทศระหว่างครูด้วยกันอันจะส่งผล ให้สามารถ พัฒนาตนเอง และกลุ่มได้ 5. การจัดการนิเทศภายในโรงเรียนจัดทำได้หลายรูปแบบ การที่ผู้บริหารจะเลือกใช้รูปแบบใดนั้น ขึ้นอยู่กับขนาดของโรงเรียนและความสามารถของบุคลากรในโรงเรียนเป็นสำคัญ หลักการนิเทศภายใน 1. การปฏิบัติงานตามวิธีวิทยาศาสตร์ โดยดำเนินการอย่างมีระบบ ระเบียบ และครอบคลุม ถึงวิธีการศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา ความต้องการ การวางแผนการนิเทศ การปฏิบัติการนิเทศ การประเมินผลการนิเทศ ซึ่งควรจะมาจากการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์และสรุปผล อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นที่เชื่อถือได้ 2. การปฏิบัติงานตามวิถีประชาธิปไตย เคารพในความแตกต่างระหว่างบุคคลให้เกียรติซึ่งกันและกัน เปิดใจกว้างยอมรับผลการประเมินตนเอง ยอมรับในเหตุและผลและปฏิบัติตามข้อตกลง ตลอดจน ใช้ความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงาน เพื่อให้งานบรรลุเป้าหมาย 3. การปฏิบัติงานเพื่อพัฒนา สร้างสรรค์ โดยการแสวงหาความสามารถพิเศษของครูแต่ละบุคคล เปิดโอกาสให้ได้แสดงออกและสนับสนุนส่งเสริม ความสามารถเหล่านั้นอย่างเต็มที่ 4. การปฏิบัติตามกระบวนการกลุ่มและการมีส่วนร่วม เน้นความร่วมมือร่วมใจในการดำเนินงาน โดยยึดวัตถุประสงค์การทำงานร่วมกัน การช่วยเหลือแบ่งปันประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ร่วมคิดร่วมพัฒนา ทั้งนี้เพื่อความสำเร็จของงานโดยส่วนรวม 5. การปฏิบัติงานเพื่อประสิทธิภาพ เน้นการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ รับผิดชอบ มีการควบคุม ติดตาม ผลการดำเนินงาน และผลผลิตอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตามมาตรฐาน การศึกษา 6. การปฏิบัติงานโดยยึดวัตถุประสงค์ การดำเนินงานทุกครั้งต้องกำหนดวัตถุประสงค์ การทำงาน อย่างชัดเจน ออกแบบการดำเนินงานอย่างเหมาะสม ทั้งนี้เพื่อให้งานบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้


13 กระบวนการนิเทศภายใน กระบวนการนิเทศการศึกษาในระดับสถานศึกษา คือ การนิเทศภายในโรงเรียน ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญ ในการสนับสนุนการเรียนการสอนภายในโรงเรียน ให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพของผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งเป็นหน้าที่ที่สำคัญอย่างหนึ่งของผู้บริหารสถานศึกษาต้องดำเนินการให้เกิดขึ้น ภายในโรงเรียนและ ครูได้ปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนภายในชั้นเรียนและโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งเป็น กระบวนการประกันคุณภาพของโรงเรียนว่า โรงเรียนสามารถบริการจัดการภายในโรงเรียนจนถึง เป้าหมาย สุดท้ายคือ คุณภาพผู้เรียนตามมาตรฐานหลักสูตรและเป้าหมายที่ตั้งไว้ โรงเรียนวัดบ้านแขม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 จึงได้กำหนด กระบวนการการนิเทศบูรณาการโดยใช้ห้องเรียนเป็นฐาน โดยได้ศึกษาหลักการ แนวคิด ทฤษฏี ของการนิเทศ ดังนี้ แผนภาพ แสดงกระบวนการนิเทศภายในโรงเรียน


14 โดยมีรายละเอียดแต่ละขั้นตอน มีดังนี้ Plan ขั้นที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการ เป็นการกำหนดปัญหาและความต้องการในแก้ปัญหาหรือพัฒนา ดังนี้ 1.1 การจัดทำข้อมูลสารสนเทศพื้นฐาน เพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาวางแผน การดำเนินงาน 1.2 การแลกเปลี่ยนระดมความคิด วิเคราะห์เพื่อหาสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นและความต้องการ ในการพัฒนาตามบริบทของหน่วยงาน 1.3 การจัดลำดับปัญหาและเลือกปัญหาที่เป็นความจำเป็นหรือต้องการในลำดับเร่งด่วน หรือลำดับที่เห็นว่าสำคัญที่สุด 1.4 การสร้างการรับรู้ระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การประชุม การสัมมนา ฯลฯ เพื่อสร้างวิสัยทัศน์หรือสร้างเป้าหมายร่วมกันในการดำเนินงาน จากการศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการของโรงเรียนวัดบ้านแขมพบว่า ผลการประเมินด้านการอ่าน RT 2 ปีย้อนหลัง 1พบว่า ด้านการอ่านออกเสียง ประเภทของคำที่มีปัญหา คือ ประเภท คำ อักษรนำ อยู่ในระดับพอใช้ ด้านการอ่านรู้เรื่อง คือ การอ่านรู้เรื่องประโยค (เล่าเรื่องจากภาพ) อยู่ในระดับพอใช้ ด้านคณิตศาสตร์ มีมาตรฐานที่ต้องเร่งพัฒนา คือ มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับ การวัด วัดและคาดคะเนขน่าดของสิ่งที่ต้องการวัด และนำไปใช้ ป3/2 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหา เกี่ยวกับ เวลา และระยะเวลา มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติและ ให้ความรู้ทางสถิติ ในการแก้ปัญหา ป. 3/2 เมื่อพิจารณาผลการทดสอบระดับชาติ (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในแต่ละรายวิชา ที่มีมาตรฐานที่ต้องเร่งพัฒนาเนื่องจากคะแนนเฉลี่ยของโรงเรียนต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ย ดังนี้ -ภาษาไทย คือ มาตรฐาน ท 1.1 ท 2.1 ท 3.1 ท 4.1 ท 5.1 -ภาษาอังกฤษ คือ มาตรฐาน ต 1.1 ต 2.2 -คณิตศาสตร์ คือ มาตรฐาน ค 1.1 ค 1.2 ค 2.2 ค 2.1 -วิทยาศาสตร์ ว คือ มาตรฐาน 2.3 ว 3.2 ว 3.1 ว 4.2 ว 1.3 ผลการประเมินอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ จำนวน …34… คน


15 ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา (self-Assessment Report : SAR) ปฐมวัย จุดที่ควรพัฒนา ด้านผู้เรียน -ทักษะทางภาษา และทักษะการคิด ด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ -การจัดการเรียนรู้ให้เด็กลงมือทำผ่านการเล่น ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จุดที่ควรพัฒนา ด้านผู้เรียน - การส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม - การอ่านออกเขียนได้ ด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ -การพัฒนากระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ ขั้นที่ 2 การวางแผนการนิเทศ เป็นการนำปัญหาและความต้องการ กำหนดรายละเอียดของกิจกรรมในการจัดทำแผนนิเทศ ดังนี้ 2.1 กำหนดแนวทาง/วิธีการการพัฒนาที่หลากหลายตามปัญหาที่เกิดขึ้น ตามความต้องการ และจำเป็น โรงเรียนใช้กระบวนการชุมชนการเรียนรู้วิชาทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) และการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาวิชาชีพครูและการพัฒนา ผู้เรียน 2.2 เลือกแนวทาง/วิธีการในการพัฒนาโดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง 2.3 วางแผนการดำเนินงานพัฒนา 1) การประชุมเตรียมการนิเทศ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจร่วมกัน 2) สร้างคณะนิเทศ เป็นทีมงานในการนิเทศร่วมกัน 3) กำหนดประเด็นการนิเทศ เป็น การกำหนดเนื้อหาที่จะนิเทศ 4) กำหนดระยะเวลาในการนิเทศ โดยกำหนดระยะเวลาในการนิเทศที่เหมาะสม กับการแก้ปัญหาและการพัฒนา 5) กำหนดวิธีการนิเทศและกิจกรรมการนิเทศที่เหมาะสมตามสภาพปัญหา และ ความต้องการ เช่น การประชุมสัมมนา การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสังเกตชั้นเรียน การสาธิต การบันทึกวิดีโอ และการถ่ายภาพ การสัมภาษณ์ การ Coaching & Mentoring ฯลฯ โดยเน้นการใช้ ICT ในรูปแบบต่างๆ เช่น การ ใช้ Line Application การ ใช้ Clip Video การ Conference การ ใช้ Video Line You Tube Facebook Live เป็นต้น 2.4 จัดทำแผนนิเทศ ประกอบด้วย หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ เป้าหมาย แผนการ ดำเนินการ กิจกรรมสำคัญ ปฏิทินการปฏิบัติงาน ทรัพยากรที่ต้องการ เครื่องมือนิเทศ ผลที่คาดว่าจะได้รับ ขั้นที่ 3 การสร้างสื่อและเครื่องมือนิเทศ สื่อและเครื่องมือนิเทศเป็นสิ่งที่จะช่วยให้การนิเทศมีประสิทธิภาพ บรรลุวัตถุประสงค์ และ เป็นสิ่งที่จะช่วย เก็บรายละเอียดที่ผู้รับการนิเทศไม่สามารถแสดงออกมาได้ และสามารถเก็บข้อมูลนำมา เ ป ร ี ย บ เ ท ี ย บ ผ ล ท ี ่ เ ก ิ ด ข ึ ้ น เ พ ื ่ อ เ ป ็ น แ น ว ท า ง ใ น ก า ร พ ั ฒ น า และสิ่งที่ทำให้มีความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ โดยในขั้นนี้มีกิจกรรมที่สำคัญ คือ


16 3.1 สร้างสื่อการนิเทศที่ทำให้การนิเทศบรรลุวัตถุประสงค์ เช่น วิธีการนิเทศ ทักษะการ นิเทศ เทคนิคการนิเทศ โดยเป็นสื่อที่สอดคล้องคล้องในยุคศตวรรษที่ ๒๑ เน้นการใช้ ICT ในรูปแบบต่างๆ เช่น การใช้ Line Application การใช้ Clip Video การ Conference การใช้Video Line You Tube Facebook Live เป็นต้น 3.2 สร้างเครื่องมือการนิเทศเพื่อเก็บข้อมูลเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาและพัฒนา ตรวจสอบ ติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงาน และการประเมินผลการดำเนินงาน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มี คุณภาพ ใช้ง่าย สามารถเก็บข้อมูลที่ตอบประเด็นปัญหาความต้องการ และเป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหา ปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษา ขั้นที่ 4 การปฏิบัติการนิเทศ ดำเนินการนิเทศตามวิธีการการนิเทศและกิจกรรมการนิเทศที่กำหนด โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ คือ 4.1 ประชุมเตรียมการก่อนการนิเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจของผู้นิเทศ ให้การนิเทศเป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพ 4.2 นิเทศตามขั้นตอน ระยะเวลา และใช้เครื่องมือตามที่กำหนด 4.3 การสะท้อนผลการนิเทศ 4.4 ปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานนั้น ขั้นที่ 5 การประเมินผลและรายงานผล โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ คือ 5.1 ประเมินความก้าวหน้าของการดำเนินงาน เช่น การดำเนินงานของผู้รับการนิเทศ เพื่อนำผลไปปรับปรุงแนวทางการดำเนินงาน 5.2 ประเมินผลการนิเทศเมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติการนิเทศตามระยะเวลาที่ต้องการ ในการนำผล ไปใช้ในการพัฒนา หรือในแต่ละปีการศึกษา 5.3 รายงานผลการนิเทศต่อผู้เกี่ยวข้อง 5.4 นำผลการนิเทศที่เป็นปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะไปพัฒนาการนิเทศในครั้งต่อไป หรือในปีการศึกษาต่อไป


17 กระบวนการนิเทศภายใน โรงเรียนวัดบ้านแขม


18 ส่วนที่ 4 แผนการนิเทศ/ปฏิทินการนิเทศภายใน การนิเทศ กำกับ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาภายใน สถานศึกษา โรงเรียนวัดบ้านแขมได้กำหนดแนวทางในการขับเคลื่อนการนิเทศภายในสถานศึกษาเพื่อพัฒนา คุณภาพการศึกษา ดังนี้ 1. กิจกรรมการนิเทศ ประกอบด้วย 1.1 การเยี่ยมชั้นเรียน 1.2 การสังเกตการสอนในชั้นเรียน 1.3 การนิเทศการเรียนการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน 1.4 การนิเทศแผนการจัดการเรียนรู้ 2. ภารกิจการนิเทศ. ประกอบด้วย 2.1 การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) 2.2 การจัดการศึกษาปฐมวัย 2.3 การยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน


19 แผนการนิเทศภายใน การยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ขอบข่ายการนิเทศ 1) การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนตามหลักสูตร และทักษะจําเป็นในศตวรรษที่ 21 2) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนและทักษะจําเป็นในศตวรรษที่ 21 เป้าหมายการนิเทศ เชิงปริมาณ - ครูผู้สอนทุกคนคิดเป็นร้อยละ 100 สามารถออกแบบหน่วยการเรียนรู้แผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะตามหลักสูตรและทักษะจําเป็นในศตวรรษที่ 21 - ครูผู้สอนร้อยละ 90 จัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกที่ส่งเสริมให้เกิดสรรถนะสำคัญของผู้เรียน เชิงคุณภาพ - ครูผู้สอนสามารถออกแบบหน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ - ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะตามหลักสูตรและทักษะจําเป็นในศตวรรษที่ 21


20 กิจกรรมการนิเทศ กลุ่มเป้าหมาย สื่อ/เครื่องมือ ระยะเวลา ผู้รับผิดชอบ การวางแผน(Plan) 1) ศึกษา วิเคราะห์ นโยบายและจุดเน้นของ กระทรวงศึกษาธิการ ประจําปีงบประมาณ 2567 ในการยกระดับคุณภาพการศึกษา ผลการทดสอบระดับชาติ RT NT O-NET ปีการศึกษา 2566 ผลการประเมินตนเอง ของสถานศึกษา ปีการศึกษา 2566 2) วางแผนการนิเทศดำเนินการกำหนดประเด็น ในการนิเทศ และปฏิทิน ในการนิเทศ นำ กระบวนการชุมชนการเรียนรู้วิชาทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) และการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) เป็นเครื่องมือในการพัฒนาครู เพื่อพัฒนา ผู้เรียน อย่างต่อเนื่องตามลำดับ 3) สร้างสื่อและเครื่องมือนิเทศ ดังนี้ -แบบตรวจหน่วย แผน การจัดการเรียนรู้ -แบบสังเกตชั้นเรียน การปฏิบัติการนิเทศ(DO) 1) นิเทศการออกแบบหน่วยการเรียนรู้/แผนการจัดการเรียนรู้ โดยนำกระบวนการชุมชนการเรียนรู้วิชาทางวิชาชีพ (PLC) ให้เพื่อนครูร่วมกันออกแบบหน่วยการเรียนรู้แผนการจัดการเรียนรู้ 2)นิเทศการจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน และรูปแบบออฟไลน์โดยครูอัดคลิปเพื่อให้ผู้บริหาร/เพื่อนครูได้สะท้อนผ ลการจัดการเรียนรู้ 3) เพื่อนครูสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้หลังจากสังเกตชั้นเรียนหรือ สังเกต จากคลิปการสอน ผู้บริหารและครูทุกคน -นโยบายและจุดเน้นของกระทรวง ศึกษาธิการประจําปีงบประมาณ 2566 -ผลการทดสอบระดับชาติ RT NT O-NET ปีการศึกษา 2566 ผลการ ประเมิน ตนเองของสถานศึกษา ปีการศึกษา 2566 - แบบนิเทศ ต.ค. 2566 คณะกรรมการนิเทศ ภายใน คณะกรรมการนิเทศ ภายใน และคณะครูทุกคน


21 กิจกรรมการนิเทศ กลุ่มเป้าหมาย สื่อ/เครื่องมือ ระยะเวลา ผู้รับผิดชอบ สะท้อนผลการจัดการเรียนรู้ (SEE) S1:นำผลสะท้อนหลังการจัดการเรียนรู้ปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาให้มีคุณภาพมากขั้น S2:รายงานผลการจัดการเรียนรู้ คณะกรรมการนิเทศ ภายใน และคณะครูทุกคน เผยแพร่และแบ่งปัน (Share) คณะครูนำเสนอ แนวทางกระบวนการที่ทำ ในรูปแบบวิจัยชั้นเรียน และ สื่อการสอนที่ใช้ คณะครูทุกคน


22 ตารางการนิเทศภายใน โรงเรียนวัดบ้านแขม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 ลำดับที่ วัน เดือน ปี กิจกรรม ผู้นิเทศ หมายเหตุ 1 ม.ค.- ก.พ. 2567 เยี่ยมชั้นเรียน รองผู้อำนวยการ ปัทมา ยะหนัก 2 ม.ค. 2567 คณะครูนิเทศกันเอง โดยใช้การจับคู่ Buddy คณะครู 3 ก.พ. 2567 คณะกรรมการ นิเทศชั้นเรียนตามช่วงชั้น ช่วงชั้นปฐมวัย นางบัวเหลียว อินต๊ะวงศ์ษา นางสาววฐิตา ก๋าวงศ์วิน นางสาวสุกัญญา เมืองตั้ง นางสาวสุกัญญา เมืองตั้ง ช่วงชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 – 3 นายวิโรจน์ไข่มุกเลิศฤทธิ์ นางสาวธีมาพร เปี่ยมสุข นางสาวชลธิชา โชติรัตน์ นางสาวโชติกา จันทร์ยอด นางสาวกรพินธ์ุ มะลิวัน นายพินิจ เรียนคำวงค์ นางปรมาพร วงศ์วัง นางปรมาพร วงศ์วัง ช่วงชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 – 6 นางสาววัลภาภรณ์แสนสุวรรณ นางฐิตารีย์กุลวงศ์คเณศ นางสาวเจนจิรา จิระโพธิ์ นางสาวจันจิรา สยอง นายอภิเษก ปั๋นดี นายวีรภัทร โตบุญมี นายธรรมนูญ เสาร์แก้ว นายธรรมนูญ เสาร์แก้ว


23 ส่วนที่ 5 การนำแผนการนิเทศภายในโรงเรียนสู่การปฏิบัติ โรงเรียนวัดบ้านแขม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 ดำเนินการ นำแผนการนิเทศการศึกษา สู่การปฏิบัติ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาและยกระดับคุณภาพ การศึกษาของสถานศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ดังนี้ 1. ประชุมชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจในการเป้าหมายของการนิเทศการศึกษา แนวทางการดำเนินงาน ตลอดจนระบบการกำกับ ติดตาม การดำเนินงานตามแผนนิเทศการศึกษาให้คณะครูและบุคลากร ทางการศึกษาที่เกี่ยวข้อง 2. จัดทำโครงการเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนแผนการนิเทศการศึกษาสู่การปฏิบัติ จำนวน 1 โครงการ 3. เชื่อมโยงแผนการนิเทศภายในสถานศึกษาเพื่อให้มีความสอดคล้อง สัมพันธ์กันของแผนการนิเทศ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 5. ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้เกี่ยวข้องดำเนินการนิเทศด้วยกระบวนการนิเทศ Plan Do See Share ตามแผนการนิเทศการศึกษา โดยมีการแจ้งคณะครู และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ทราบถึง ประเด็นที่จะดำเนินการนิเทศ เป็นระยะตามปฏิทินการนิเทศที่กำหนดไว้ 6. กำกับ ติดตาม ตรวจสอบการดำเนินงานนิเทศการศึกษาโดยผู้บริหารสถานศึกษา 7. ตรวจสอบ และประเมินผลการนิเทศตามเป้าหมาย วัตถุประสงค์ และผลลัพธ์ที่เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ ของการนิเทศ (OKRs) ตามที่ได้กำหนดไว้ รวมถึงผลสำเร็จของการนิเทศที่เกิดขึ้นกับสถานศึกษา ผู้บริหาร ครูผู้สอน และนักเรียน 8. สังเคราะห์ผลการนิเทศ สรุปและจัดทำรายงานผลการนิเทศ นำเสนอและเผยแพร่ผลการนิเทศ ผ่านเว็บไซต์ของโรงเรียน 9. นำผลการประเมินการนิเทศการศึกษามาใช้ในการปรับปรุงพัฒนาสถานศึกษา คุณภาพผู้เรียน และวางแผนการนิเทศการศึกษาในปีงบประมาณต่อไป


24 ภาคผนวก - คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการการนิเทศภายในโรงเรียน - สำเนาโครงการนิเทศภายในโรงเรียนวัดบ้านแขม -เครื่องมือนิเทศ


25 คำสั่งโรงเรียนวัดบ้านแขม ที่ 58 /2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จำเป็นต้องมีระบบการจัดการ ที่ดีและกระบวนการนิเทศที่เป็นกระบวนการ 1 ในอันที่จะทำให้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกระบวนการ บริหารและการจัดการบรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้กระบวนการนิเทศภายในมีหลักการที่สำคัญคือการทำให้ บุคลากรทุกคนในโรงเรียนยอมรับซึ่งกันและกันพร้อมทั้งให้คำเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาอาจจะเกิดขึ้นและ มีการปรับปรุงพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้นอีกทั้งเป็นการตอบสนองนโยบายภารกิจและขอบข่ายตามเกณฑ์มาตรฐาน สถานศึกษา โรงเรียนวัดบ้านแขม จึงแต่งตั้งบุคคลและตำแหน่งต่อไปนี้ดำเนินการนิเทศภายในดังนี้ 1 นายมณฑล อินเจือจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียน ประธานกรรมการ 2 นางปัทมา ยะหนัก รองผู้อำนวยการโรงเรียน กรรมการเยี่ยมชั้นเรียน 3 นางสาวสุกัญญา เมืองตั้ง ครู กรรมการนิเทศครูระดับปฐมวัย 4 นางปรมาพร วงศ์วัง ครู กรรมการนิเทศครูระดับชั้น ป.1-3 5 นายธรรมนูญ เสาร์แก้ว ครู กรรมการนิเทศครูระดับชั้น ป.4-6 ทั้งนี้ให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งในครั้งนี้ปฏิบัติหน้าที่เต็มความรู้ความสามารถโดยคำนึงถึง ประสิทธิภาพและประสิทธิผลก่อให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมเป็นที่ตั้งหากมีปัญหาเกิดขึ้นในการดำเนินงานให้ รีบรายงานผู้บริหารทราบโดยทันทีเพื่อหาแนวทางแก้ไข ทั้งนี้ตั้งแต่ วันที่ 15 พฤษภาคม 2566 เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2566 (ลงชื่อ)....................... ....................... (นายมณฑล อินเจือจันทร์) ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบ้านแขม


26 ชื่อโครงการ นิเทศภายใน แผนงาน บริหารงานวิชาการ สนองกลยุทธ์ของสถานศึกษา ข้อ3 การพัฒนาคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนให้มีศักยภาพ ตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของความเป็นครู สอดคล้องมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน มฐ.2 หน่วยงานที่รับผิดชอบ โรงเรียนวัดบ้านแขม ผู้รับผิดชอบโครงการ นายธรรมนูญ เสาร์แก้ว ลักษณะโครงการ ต่อเนื่อง ระยะเวลาดำเนินการ 1 พฤษภาคม 2566 – 30 เมษายน 2567 1.หลักการและเหตุผล การศึกษามีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพการณ์ไม่ว่าจะเป็นวิธีการสอน หลักสูตร เทคโนโลยี ตลอดจนบุคลากร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ย่อมมีผลกระทบต่อการเรียนการสอนของสถานศึกษา ภารกิจสำคัญของการดำเนินงานใน โรงเรียน คือการพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพตามจุดหมายของหลักสูตร การจัดการศึกษาเพื่อให้ผู้เรียนบรรลุผลสำเร็จตาม จุดหมายของหลักสูตรดังกล่าวอย่างมีคุณภาพ และเป็นไปตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 นั้น จะต้อง อาศัยกระบวนการ 3 อย่าง คือ กระบวนการบริหาร กระบวนการนิเทศ และกระบวนการเรียนการสอน ทั้ง 3 อย่างนี้ เกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน การพัฒนาผู้เรียนให้มีความสมบูรณทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรูและคุณธรรม จริยธรรม ในการดำรงชีวิตสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ จัดการศึกษาให้นักเรียน เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุขได้นั้นกระบวนการนิเทศเป็นกระบวนการหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการจัดการศึกษาของ โรงเรียนและพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานการศึกษา การนิเทศภายในโรงเรียนเป็นกระบวนการหนึ่ง ของการนิเทศ ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาโรงเรียน 2 ประการ คือ ส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียน และให้ความช่วยเหลือแก่ครู ในการปรับปรุงพัฒนากระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้มีประสิทธิสูงขึ้น ปัจจุบันโรงเรียนวัดบ้านแขม ยังไม่สามารถพัฒนาโรงเรียนให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการศึกษาได้ทุกด้าน ซึ่ง โรงเรียนร่วมกันวิเคราะห์พบว่าผู้เรียนยังต้องได้รับการพัฒนา ด้านความรู้ความสามารถตามมาตรฐานของหลักสูตร ส่งผล ให้คุณภาพของโรงเรียนวัดบ้านแขมอยู่ในระดับที่ยังไมเป็นที่น่าพอใจทั้งด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน และด้านการบริหารจัดการ โรงเรียนจึงไดจัดทำโครงการการนิเทศภายในโรงเรียน เพื่อพัฒนาครูให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อจะได้ส่งผลให้ นักเรียนมีคุณภาพและมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตามจุดหมายของหลักสูตรตลอดจนการพัฒนางานด้านต่าง ๆ ของ โรงเรียนโดยเฉพาะการปฏิบัติงานด้านวิชาการ ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและนักเรียน ครูผู้สอนมีคุณภาพได้มาตรฐาน การศึกษา โรงเรียนจึงได้จัดทำโครงการนิเทศภายในขึ้นเป็นโครงการต่อเนื่อง


27 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะเกี่ยวกับวิธีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียน เป็นสำคัญนำไปใช้ปรับปรุง พัฒนาการจัดกระบวนการเรียนการสอนของตนได้ 2.2 เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนทุกระดับให้สูงขึ้น 2.3 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการ 3. เป้าหมาย 3.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ 1. นิเทศเยี่ยมชั้นเรียนทุกชั้นเรียนอย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง /คน 2. พัฒนาครูทุกคนด้านการจัดการเรียนการสอน 3.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ 1. ร้อยละ 75 ครูมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะเกี่ยวกับวิธีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียน เป็นสำคัญและนำไปใช้ปรับปรุง พัฒนาการจัดกระบวนการเรียนการสอน 2. ร้อยละ 80 ครูมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเองทางวิชาชีพดีขึ้น 3. ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการมีความพึงพอใจในระดับมาก 5. ขั้นตอนการดำเนินงาน ขั้นตอนดำเนินงาน กิจกรรมหลัก ระยะเวลา ผู้รับผิดชอบ 1.ประชุมคณะครูเพื่อวางแผนการ 1.จัดทำคำสั่งผู้รับผิดชอบ พฤษภาคม 2566 นายธรรมนูญ เสาร์แก้ว 2.ดำเนินงานตามโครงการ 3.จัดทำข้อมูล 2. นิเทศชั้นเรียน อย่างน้อย ภาคเรียนละ 1 ครั้ง/คน 1 พฤษภาคม 2566 – 30 เมษายน 2567 ฝ่ายบริหาร 4.รายงานสรุปผลการดำเนินงาน 3.รายงานสรุปผลสัมฤทธิ์ (500 บาท) มีนาคม 2567 – เมษายน 2567 นายธรรมนูญ เสาร์แก้ว


28 6. งบประมาณ งบประมาณ ...500..... บาท จำแนกตามรายการใช้จ่ายและแหล่งงบประมาณได้ดังนี้ รายการวัสดุ อุปกรณ์/กิจกรรม แหล่งงบประมาณ รวม งบประมาณ บริจาค อื่น ๆ 1. วัสดุ อุปกรณ์ 500 - - 500 2. ค่าตอบแทน - - - - รวม 500 - - 500 7. การวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงของโครงการ ปัจจัยเสี่ยง วิธีการ/กิจกรรมกำจัดความเสี่ยง - ในสถานการณ์ โรคระบาดไวรัส โควิด 19 ทำให้การ นิเทศ กำหนดช่วงเวลาที่แน่นอนไม่ได้ - กำหนดระยะเวลานิเทศ เป็นช่วง ๆ หรือกำหนดนิเทศ แบบคลิปวิดีโอ 8. การติดตาม / ประเมินผล / รายงาน 8.1 ดำเนินกิจกรรมตามโครงการ 8.2 ครูนำผลการประเมินไปพัฒนาการเรียนการสอน 8.3 รายงานสรุปผลการดำเนินงาน 9. ระดับความสำเร็จ ตัวชี้วัดความสำเร็จ วิธีการประเมิน เครื่องมือ 1.ร้อยละ 75 ครูมีความรู้ความเข้าใจ และทักษะเกี่ยวกับ วิธีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและนำไปใช้ ปรับปรุง พัฒนาการจัดกระบวนการเรียนการสอน นิเทศติดตาม สังเกต - แบบนิเทศ 2.ร้อยละ 90 ครูมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเองทาง วิชาชีพดีขึ้น นิเทศ - นิเทศชั้นเรียน 3. ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการมีความพึงพอใจใน ระดับมาก สำรวจ สัมภาษณ์ - แบบสำรวจ - แบบสอบถาม


29 10. ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. ครูมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะเกี่ยวกับวิธีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียน เป็นสำคัญและนำไปใช้ปรับปรุง พัฒนาการจัดกระบวนการเรียนการสอน 2. ครูมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเองทางวิชาชีพดีขึ้น (ลงชื่อ)..............................................ผู้เสนอโครงการ (นายธรรมนูญ เสาร์แก้ว) ครู ชำนาญการ (ลงชื่อ)..............................................ผู้อนุมัติโครงการ (นายมณฑล อินเจือจันทร์) ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบ้านแขม


30 แบบการเยี่ยมชั้นเรียน (CLASSROOM VISTATION) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียน วัดบ้านแขม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาการศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 ----------------------------------------------------------- คำชี้แจง แบบการเยี่ยมชั้นเรียนนี้ เป็นแบบเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนของครูในแต่ละรายวิชาที่สอน โดย ผู้บริหารหรือผู้เยี่ยมชั้นเรียน และบันทึกข้อมูลจากการเยี่ยมชั้นเรียน โดยทำเครื่องหมายถูก ( / ) ในแบบประเมินทุกข้อ ตอนที่ ๑ ข้อมูลทั่วไป ๑. ผู้รับผิดชอบชั้นเรียน (ชื่อ-นามสกุล) …………………………………………………………………………………………… ๒. กลุ่มสาระการเรียนรู้/วิชา ....................................................................................................................... เรื่องที่สอน..................................................................................... ระดับชั้น/ห้องที่สอน .........../............ วันที่............เดือน...............................พ.ศ. ................... คาบที่................เวลา......................................... ๓. ผู้เยี่ยมชั้นเรียน / ผู้นิเทศ (ชื่อ- นามสกุล) นางปัทมา ยะหนัก ตอนที่ ๒ การเยี่ยมชั้นเรียน ๕ = ปฏิบัติได้ระดับดีมาก ๔ = ปฏิบัติได้ระดับดี ๓ = ปฏิบัติได้ระดับปานกลาง ๒ = ปฏิบัติได้ระดับพอใช้ ๑ = ควรปรับปรุงแก้ไข ก. สภาพห้องเรียน ที่ รายการ ระดับการปฏิบัติ หมายเหตุ 5 4 3 2 1 1 ห้องเรียนสะอาด เรียบร้อย 2 การจัดบรรยากาศในห้องเรียนเป็นบรรยากาศ ทางวิชาการ ๓ มีป้ายแสดงข้อมูลสถิติของห้องเรียนที่เป็น ปัจจุบัน ๔ มีสัญลักษณ์ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ๕ มีการจัดมุมวิชาการ หรือมุมประสบการณ์ ทางการเรียนรู้ รวม ค่าเฉลี่ย


31 ข. พฤติกรรมของครู ที่ รายการ ระดับการปฏิบัติ หมายเหตุ 5 4 3 2 1 1 มีการเตรียมการสอน และบันทึกการสอน 2 มีสื่อ อุปกรณ์การสอน และมีร่องรอยการใช้ 3 ควบคุมดูแลการจัดห้องเรียนให้มีบรรยากาศ แห่งการเรียนรู้ 4 พูดด้วยน้ำเสียงน่าฟังและเร้าความสนใจของนั กเรียน 5 แต่งกายเหมาะสมกับสภาพความเป็นครู รวม ค่าเฉลี่ย ค. พฤติกรรมของนักเรียน ที่ รายการ ระดับการปฏิบัติ หมายเหตุ 5 4 3 2 1 1 กล้าพูดกล้าคุยกับคนแปลกหน้าและ กล้าซักถามครูผู้สอน 2 กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ 3 มีความสนุกสนาน ร่าเริง แจ่มใส 4 สนใจปฏิบัติกิจกรรมที่ได้รับมอบหมาย 5 แต่งกายสะอาด เรียบร้อย 6 มีระเบียบวินัยดี และมีมารยาทเรียบร้อย รวม ค่าเฉลี่ย รวมเฉลี่ยทุกด้าน


32 ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ลงชื่อ......................................................ผู้เยี่ยม/นิเทศ (นางปัทมา ยะหนัก) รองผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบ้านแขม เกณฑ์การแปลความหมาย ระดับคะแนน 4.51 – 5.00 หมายถึง ปฏิบัติได้ระดับดีมาก ระดับคะแนน 3.51 – 4.50 หมายถึง ปฏิบัติได้ระดับดี ระดับคะแนน 2.51 – 2.50 หมายถึง ปฏิบัติได้ระดับปานกลาง ระดับคะแนน 1.51– 2.50 หมายถึง ปฏิบัติได้ระดับพอใช้ ระดับคะแนน 1.00– 1.50 หมายถึง ควรปรับปรุงแก้ไข


33 แบบประเมินการนิเทศการสอน เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ข้อมูลผู้รับการนิเทศ ชื่อ ….…………………………………………………………… นามสกุล ..…………………………………………………………... รายวิชา ………………………………………………………………….. ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ .……./………. ผู้นิเทศชื่อ ….…………………………..……………………………….ตำแหน่ง ………………………..………… คำอธิบายการประเมินระดับคุณภาพของการปฏิบัติเพื่อการจัดการเรียนรู้ 3 หมายถึง ดีมาก 2 หมายถึง ดี 1 หมายถึง พอใช้ 0 หมายถึง ไม่ได้ปฏิบัติ คำชี้แจง ประเมินผลการปฏิบัติ โดยใช้เครื่องหมาย ✓ ลงในช่องว่างตามความคิดเห็นที่เป็นจริง รายการนิเทศ ระดับคุณภาพ หมายเหตุ 0 1 2 3 ด้านจุดประสงค์/เป้าหมายการจัดการเรียนรู้ 1.1 ออกแบบหน่วยการเรียนรู้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด/ผลการ เรียนรู้ที่คาดหวัง 1.2 วางแผนการจัดการเรียนรู้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด/ผลการ เรียนรู้ที่คาดหวังและมีการกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้เป็นไปตามหลักสูตรและ เหมาะสมมุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning ด้านเนื้อหา 2.1 เนื้อหาที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีความสอดคล้องกับจุดประสงค์การ เรียนรู้ 2.2 ส่งเสริมให้เกิดแนวคิดที่นักเรียนต้องเรียนรู้ฝึกฝนด้วยตนเองและมีความถูกต้อง ตามหลักวิชาการ 2.3 จัดลำดับเนื้อหาเหมาะสมกับช่วงวัยและระดับชั้นของผู้เรียน ด้านกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำ 3.1 มีการตรวจสอบความรู้เดิมของนักเรียน 3.2 มีกิจกรรมสนับสนุนผู้เรียนเชื่อมโยงความรู้และช่วยเหลือผู้เรียนที่ยังขาดพื้นฐาน การเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม ขั้นสอน 3.3 กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับครู และระหว่าง ผู้เรียนด้วยกันเองเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีการปฏิบัติจริง มีความท้าทายและมีระดับ ความยากง่ายเหมาะสมกับช่วงวัย ซึ่งสามารถสะท้อนการเรียนรู้ด้วยตนเองได้


34 รายการนิเทศ ระดับคุณภาพ หมายเหตุ 0 1 2 3 3.4 มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายตอบสนองต่อความแตกต่างของผู้เรียนสร้าง ประสบการณ์ใหม่ในการเรียนรู้ โดยเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ 3.5 บทบาทของครูเป็นผู้ชี้แนะส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการบูรณาการทักษะต่างๆเพื่อ สร้างองค์ความรู้ด้วยผู้เรียนเอง 3.6 มีคำถามกระตุ้นทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การคิดสร้างสรรค์หรือการคิด เพื่อแก้ปัญหาใหม่ๆ ขั้นสรุป 3.7 กิจกรรมส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะการสื่อสารการสรุปผลการเรียนรู้ เช่น เพื่อ การนำเสนอ การอภิปรายในกลุ่ม หรือเสนอแนวทางในการปฏิบัติตนใน ชีวิตประจำวัน ด้านการสื่อการเรียนรู้ 4.1 มีการเลือกใช้สื่อหรือตัวอย่างที่หลากหลายร่วมในการจัดการเรียนรู้ เหมาะสม กับเนื้อหา จุดประสงค์ กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการคิดวิเคราะห์ 4.2 มีสื่อที่สามารถใช้ในการทบทวนบทเรียน ตอบสนองการเรียนรู้ที่หลากหลาย และมีการเลือกใช้สื่อ ประกอบการจัดการเรียนรู้จาก DLIT ด้านการวัดและประเมินผล 5.1 ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของตนเองและเพื่อนร่วม ในชั้นเรียน 5.2 มีวิธีการประเมินผลระหว่างเรียนรู้ที่หลากหลาย เน้นการประเมินผลตามสภาพ จริง โดยมีการสังเกตค้นหาข้อผิดพลาดในการปฏิบัติหรือมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อน เพื่อให้การประเมินผลสอดคล้องกับจุดประสงค์หรือเป้าหมายการสอน สรุปผลการประเมิน ข้อเสนอแนะ ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.....................................................................ผู้เยี่ยม/นิเทศ (………………………………………………………………) ผลการนิเทศการสอน เกณฑ์เปรียบเทียบระดับคุณภาพการปฏิบัติ คุณภาพระหว่าง คุณภาพระหว่าง คุณภาพระหว่าง คุณภาพระดับ 40 – 48 32 – 39 24 – 31 ต่ำกว่า 24 หมายถึงเกณฑ์อยู่ในระดับ หมายถึงเกณฑ์อยู่ในระดับ หมายถึงเกณฑ์อยู่ในระดับ หมายถึงเกณฑ์อยู่ในระดับ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง


Click to View FlipBook Version