กกบบฏฏบบววรรเเดดชช
กกบบฏฏบบววรรเเดดชช
กกบบฏฏบบววรรเเดดชช
กกบบฏฏบบววรรเเดดชช
22447766
กกบบฏฏบบววรรเเดดชช
กบฏบวรเดช เปนการกบฏดว ยกาํ ลังเพือ่ ลม ลา งรัฐบาลพระยา
พหลพลพยหุ เสนา การกบฏเร่มิ ขน้ึ เม่ือ 11 ตลุ าคม พ.ศ. 2476 นบั
เปน การกบฏครั้งแรกในประวัติศาสตรไ ทยหลังการการปฏิวตั ิสยาม
สาเหตเุ กดิ มาจากความผดิ หวงั ตาํ แหนง ทางการเมอื งของพระวรวงศ
เธอ พระองคเ จาบวรเดช และมคี วามขดั แยง ระหวางระบอบเกา กับ
ระบอบใหมเขามาสมทบ
(พระยาพหลพลพยุหเสนา)
กก่อ่อนนเเปปลลียียนนแแปปลลงง
กกาารรปปกกคครรอองง
พลเอก พระวรวงศเธอ พระองคเ จา บวรเดช เปน เจา นายผกู ลา ว
โจมตรี ะบอบสมบูรณาญาสิทธิราชยม าตั้งแตส มัยรชั กาลท่ี 6
พระองคม คี วามชงิ ชงั ตอการปกครองของพระบาทสมเด็จ
พระมงกฎุ เกลา เจา อยหู ัว ท่แี ตง ตง้ั คนสอพลอเขา มาไวราชสํานัก
มากมาย พระองคเจา บวรเดชเคยวางแผนยดึ อํานาจจาก
พระมงกุฎเกลา แลว จะทลู เชญิ เจาฟาบรพิ ัตรสุขุมพันธุ เจา นายผมู าก
บารมแี ละมีความเดด็ ขาดข้ึนเปน กษตั รยิ แทน แตพระบาทสมเด็จ
พระมงกฎุ เกลา เสดจ็ สวรรคตเสียกอ น เจาฟาบรพิ ัตรสขุ ุมพันธไุ มรับ
ตาํ แหนง กษตั รยิ เจาฟาประชาธปิ กจึงไดเ สวยราชย
(พระวรวงศเธอ พระองคเจาบวรเดช)
หหลลังังเเปปลลียียนนแแปปลลงงกกาารร
ปปกกคครรอองง
เม่ือเปลี่ยนแปลงการปกครองสําเร็จ พันเอกพระยาพหลฯ
เสนอชื่อพระองคเจาบวรเดชในที่ประชุมคณะราษฎรเพ่ือเปน
หัวหนารัฐบาล แตหลวงประดิษฐมนูธรรมคัดคานดวยเห็นวา
พระองคเจาบวรเดชมีอุปนิสัยเปนเผด็จการและยังเปนเจา ที่
ประชุมจึงปกตก หลวงประดิษฐมนูธรรมเสนอช่ือพระยามโนปก
รณนิติธาดาเปนประธานกรรมการราษฎร (เทียบเทานายก
รัฐมนตรี) ต้ังแตนั้นมาพระองคเจาบวรเดชจึงผิดใจกับพระยา
พหลฯ และเกลียดชังหลวงประดิษฐมนูธรรม
ทางดานพระยาศรีสิทธิสงครามก็ถูกเชิญใหเขารวมรัฐบาล
คณะราษฎร แตพระยาศรีสิทธิฯปฏิเสธเพราะไมพอใจที่คณะ
ราษฎรใชวิธีการรุนแรงเปลี่ยนแปลงการปกครอง พระยาทรงสุร
เดชไมพอใจที่พระยาศรีสิทธิฯทาํ ตัวเหินหางกับคณะราษฎร จึงส่ัง
ยายพระยาศรีสิทธิฯไปอยูกระทรวงธรรมการ นัยวาเปนการ
ลงโทษทางออม
เม่ือพระยามโนปกรณนิติธาดาไดเปนประธานกรรมการ
ราษฎร ก็เกิดความขัดแยงกับสวนใหญของคณะราษฎร หลวง
ประดิษฐมนูธรรมเสนอแผนเคาโครงเศรษฐกิจที่เรียกวา "สมุด
ปกเหลือง"ซ่ึงจะทาํ ใหราษฎรทุกคนมีงานทํา ชาวนามีบาํ นาญ
เชนเดียวกับขาราชการ พระยามโนปกรณฯมองวาคณะราษฎร
คิดกาวหนาเกินไปและโจมตีหลวงประดิษฐมนูธรรมอยางรุนแรง
วา เปนคอมมวิ นสิ ต พระยามโนปกรณฯประกาศยุบสภา ออกพระ
ราชบัญญัติวา ดวยคอมมิวนสิ ตและใชเ ลนงานหลวงประดษิ ฐม นู
ธรรมจนตอ งออกไปอยตู างประเทศ คณะราษฎรสายหลวงประดิษฐ
มนธู รรมจงึ หมดอํานาจการเมือง ฝา ยเจา เร่ิมมีอาํ นาจเพม่ิ ข้นึ และ
ยุยงใหพระยามโนปกรณฯแยกตัวจากคณะราษฎร
มเี หตุใหพระยาพหลฯโกรธพระยาทรงสรุ เดชถึงขั้นจะใชมดี ทาํ
กบั ขา วไลฟน พระยาทรงสรุ เดชหลบออกมาหาพระยาฤทธ์ิอคั เนย
และพระประศาสนพิทยายทุ ธบอกวา "ไอพ จนม นั กลัดมันเปน บา อยู
ดวยกนั ไมไ ดแ ลว " ท้ังสามย่ืนใบลาออกจากตาํ แหนงราชการทง้ั หมด
เมอื่ 10 มิถนุ ายน 2476 อางวาสขุ ภาพไมอาํ นวย สง ผลใหพ ระยา
พหลฯตองลาออกจากผบู ัญชาการทหารบกดวยเพอ่ื รักษามารยาท
ตาํ แหนงทหารท่ีเคยเปน ของส่เี สือคณะราษฎรจึงวางลงทง้ั หมด กลมุ
เจาเห็นเปน โอกาสที่จะสงคนของตนข้ึนแทน ในวนั ท่ี 18 มถิ นุ ายน
มพี ระบรมราชานุญาตใิ หส เ่ี สอื ออกจากตําแหนง โดยมผี ลในวันที่ 24
มถิ ุนายน พลตรพี ระยาพชิ ัยสงครามจะไดเปนผูบัญชาการทหารบก
พนั เอกพระยาศรีสทิ ธิสงครามจะไดเ ปนเจา กรมยทุ ธการทหารบก
พันโทหลวงพบิ ลู สงครามจะไดเปน ผชู ว ยผบู ญั ชาการทหารบก
เเหหตตแุ แุ หห่ง่งกกบบฏฏ
รฐั บาลคณะราษฎรไมไ ดไ ววางใจในตวั พระองคเ จาบวรเดชผมู ี
อิทธพิ ลในสายทหารบกมากเทาไหร รัฐบาลชอบสงสายไปแยมพราย
ใหพระองควางตัวอยูเ ฉยๆ แลว จะทรงไดดิบไดด เี องในภายหลงั
พระองคเจา บวรเดชกท็ ราบดีวา ตัวเองตกอยูใ นฐานะไมเ ปน ท่ไี ววางใจ
ความไมพ อใจเหลา นีท้ ับถมอยูในใจของพระองคเ จา บวรเดชเรอ่ื ยมา
เมื่อพระยาพหลพลพยุหเสนาไดเ ปนนายกรัฐมนตรกี เ็ ชิญหลวง
ประดษิ ฐม นธู รรมกลบั ประเทศ เมอ่ื ต้งั กรรมการสอบสวนซง่ึ ประกอบ
ดว ยชาวตา งชาตแิ ลวพบวาหลวงประดิษฐม นูธรรมไมม ีความคดิ เปน
คอมมิวนิสต หลวงประดษิ ฐมนธู รรมจึงไดรับตาํ แหนงรัฐมนตรใี น
รฐั บาลของพระยาพหลฯ พระองคเจาบวรเดชและพวกเจา รบั ไมไดท่ี
หลวงประดษิ ฐมนูธรรมจะกลับมาเปนรัฐมนตรี มองวาหลวงประดษิ ฐ
มนธู รรมจะดําเนนิ นโยบายทสี่ รางความเดอื ดรอนตอเชอ้ื พระวงศและ
ขุนนางเกา[6] จึงกลา วโจมตวี า รฐั บาลเอาคอมมวิ นสิ ตมาเปน รัฐมนตรี
พันโทหลวงพิบูลสงครามและนาวาตรหี ลวงศภุ ชลาศัยจงึ สงจดหมายมา
ปรามพระองคความวา:
บัดนป้ี รากฏขา วตามทางสืบสวนวา ทานไดม กี ารประชุมและคดิ อยู
เสมอในอนั ทีจ่ ะใหเ กิดความไมสงบแกบ านเมอื ง และทําใหร ฐั บาล
เปน กังวล ซง่ึ เปน เหตใุ หการบรหิ ารบา นเมืองไมกาวหนาไปเทาทค่ี วร
จะเปน ในฐานะทีข่ าพเจาเปนผูร บั ผดิ ชอบรกั ษาความสงบเรียบรอย
ของบา นเมอื ง จงึ ขอเตือนใหทา นสงบจิตเสยี หากทานยังขนื จุนจาน
อีก คณะกต็ กลงจะกระทําการอยางรุนแรง และจะถือเอาความสงบ
ของบานเมืองเทานน้ั เปนกฎหมายอนั สูงสุดในการกระทําแกทาน ท่ี
กลา วมานีไ้ มใชการขูเ ข็ญ แตเ ปน การเตือนมาเพ่อื ความหวังดีเมอื่
พระองคเ จาบวรเดชทรงไดร ับจดหมายเชนน้ี พระองคทรงตรัสกับ
นายทหารทบ่ี า นวา "ฉนั กต็ ั้งใจจะเปนพลเมอื งท่สี งบ แตเ ขาไมให
สงบ หนงั สือทาํ นองคลายกันนีย้ งั ถกู สง ถงึ บคุ คลอ่ืนๆอีกหลายคน
อาทิ กรมหม่นื เทวะวงศวโรปการ, พระองคเ จาทศศิริวงศ, หมอ มเจา
ไขแสงรพี รพีพัฒน, หมอ มเจาโสภณภราไดย สวสั ดวิ ตั น, พล
ตํารวจโทพระยาอธิกรณป ระกาศ, พันโทประยรู ภมรมนตรี เปน ตน
กกาารรเเตตรรียียมมกกาารรขขอองงททัพัพกกบบฏฏ
คณะผกู อการเริม่ ชกั ชวนหาพรรคพวกทั้งในหมูทหารนอกและใน
ประจําการ การประชมุ ของคณะผกู อ การครั้งแรกเกิดข้นึ ในเดอื น
กรกฎาคม พ.ศ. 2476 โดยมีพันเอกพระยาศรีสิทธสิ งคราม พันโท
หลวงพลหาญสงคราม และรอ ยโทจงกล ไกรฤกษ ท่รี า นอาหารบน
ถนนราชวงศ การประชุมครั้งท่สี องเกิดขึ้นในเดือนสงิ หาคมท่ี
บานหลวงพลหาญสงคราม เปน การประชมุ ระหวางผูแทนทหารหัว
เมอื งตา งๆ การประชมุ คร้งั ท่ีสามเกิดข้นึ ในตน เดือนตุลาคมที่บานพนั
เอกพระยาไชเยนทรฤทธิรงคใ นจังหวัดนครราชสมี า ซึง่ ทป่ี ระชมุ
ตกลงใหใชชอ่ื แผนวา "แผนลอ มกวาง" และตกลงใชเ มอื งโคราช
เปนกองบัญชาการใหญ เนือ่ งจากเปนจงั หวดั ใหญมอี าวธุ และกําลัง
พลมากกวา หวั เมอื งอน่ื
ในชวงวางแผนการ กรมขุนชัยนาทนเรนทร, หมอ มเจา วงศนิรชร
เทวกลุ และพระองคเ จาบวรเดช ลงไปเขาเฝาในหลวงท่ีวงั ไกลกังวล
พระองคเ จาบวรเดชอาสาเปนผนู าํ "กองทัพสนี าํ้ เงนิ "
และไดข อพระราชทานพระบรมราชานญุ าตจะเปลย่ี นแปลงใหม
ในหลวงคัดคานหนัก พระองคเ จาบวรเดชโกรธในหลวงและกลบั มา
พดู กบั นายทหารคนอืน่ วา "ถาทา นไมเลน กบั เราเราก็หาคนใหม!
อยางไรกต็ าม ตอมามีเช็คส่งั จา ยของพระคลังขา งที่ใหแกพระองค
เจา บวรเดชเปนจาํ นวน 200,000 บาทสันนษิ ฐานวาเปน ฝมอื ของ
กรมพระสวสั ดวิ ัดนวิศษิ ฎ หลงั จากน้นั หมอ มเจาวิบลู ยส วัสดว์ิ งศ ส
วสั ดิกลุ ราชเลขานุการกเ็ ปนผูป ระสานงานอยา งใกลชดิ กับผูนาํ
กองทัพสนี ้ําเงนิ นอกจากนี้ พระองคเจาบวรเดชยังไดเงินจากมหา
มกุฏราชวิทยาลัยอกี 200,000 บาท เน่ืองจากพระยาเสนาสงคราม
แมท ัพกบฎฝายนครสวรรค เปน ลูกพล่ี ูกนองกบั สมเด็จพระสงั ฆราช
เจา กรมหลวงวชริ ญาณวงศ
สมเด็จพระสังฆราชเจา กรมหลวงวชริ ญาณวงศ
กกาารรเเตตรรียียมมกกาารรขขอองงฝฝาายยรรัฐัฐบบาาลล
ภายหลงั การเปลยี่ นแปลงการปกครอง พนั เอกพระยาทรงสุรเดช มนั
สมองดานทหารของคณะราษฎร มองเห็นความเปนไปไดท ่ีจะเกิดการตอ
ตานดว ยกาํ ลงั จากฝา ยตรงขามขน้ึ ในไมชา ก็เรว็ จึงไดส ั่งใหกองทพั หัว
เมอื งทง้ั หมดสงอาวุธสว นใหญเขา มาท่กี รุงเทพโดยอา งวา จะสง อาวุธที่ใหม
กวา ไปให ทําใหท หารหวั เมืองตกอยูใ นสภาพขาดแคลนอาวธุ
ฝายรัฐบาลกไ็ ดรลู วงหนาถงึ การกบฏครัง้ นถ้ี งึ 2 วัน เม่อื พนั เอก
พระยาพหลพลพยหุ เสนา นายกรัฐมนตรไี ดไปตรวจเยี่ยมมณฑลทหาร
ราชบุรี มนี กั บินชือ่ เรอื อากาศโทขนุ ไสวมัณยากาศ บงั คับเครอ่ื งบนิ ลง
จอดทีส่ นามและไดย ืน่ จดหมายฉบับหน่ึงใหแ ก พลตรีพระยาสุรพนั ธเสนี
สมุหเทศาภิบาลมณฑล แลวแจงวา เปนสาสนจากพระองคเ จาบวรเดช
พระยาพหลพลพยหุ เสนาเห็นเหตกุ ารณดงั กลา วเกิดขน้ึ ตอ หนากเ็ ดาออก
ทนั ทวี า เปน สาสนท่สี ง มาเพ่อื เชญิ ชวนใหกอ การกบฏ จึงรบี เดนิ ทางกลับ
จังหวัดพระนครในวันรุงขึน้ เพื่อดําเนนิ การตอ ตา นทันที
แแผผนนลลออบบสสั งั งหหาารรททวี วี งั งั ปปาารรุสุสกก์ ์
นอกจากการใชก าํ ลังทหารเขา ลมลา งอํานาจของรฐั บาลแลว ฝายกบฏยงั
วางแผนเขา สงั หารบคุ คลสําคัญของคณะราษฎรซ่งึ พักอยใู นวงั ปารสุ กวัน
อีกดวย เพอื่ ใหร ัฐบาลเกดิ ภาวะสุญญากอ นที่คณะกูบา นเมืองจะยกทพั ลง
มาถงึ กรงุ เทพ แผนสงั หารผนู าํ รฐั บาลในกรงุ เทพถกู ดาํ เนนิ การจัดแจงโดย
นายพโยม โรจนวภิ าต สายลับฝายราชสํานกั ในพระนคร เขาไดร ับ
โทรเลขเปน รหสั ลับจากนครราชสีมาในวันที่ 9 ตุลาคมความวา คณะกู
บานเมอื งจะยกทัพออกจากนครราชสีมาในวนั ที่ 10 ตลุ าคม และจะเดนิ
ทางถึงกรุงเทพวันท่ี 11 ตุลาคม
นายพโยมตดิ ตอกับนายพนั ตรที หารมาคนหน่งึ ซ่งึ มีบรรดาศักด์ิขนุ นาย
พันตรีไดว าจา งยอดมอื ปนจากตางจงั หวัดเขามาในกรุงเทพเพือ่ มากาํ จดั
บคุ คลสาํ คัญคนหนงึ่ โดยวางแผนใหมอื ปน ลอบเขา ไปเขาดกั รอบรเิ วณ
หนาหอ งนอนในวังปารุสก เมอื่ เสยี งสัญญาณของกองทัพหัวเมอื งท่ียกมา
ถึงกรงุ เทพดังข้นึ พนั โทหลวงพบิ ลู สงครามจะพรวดพราดออกมาจากหอ ง
นอนและถูกกาํ จดั ท้งิ อยางไรกต็ าม พวกเขารอจนเชา ก็ไมมีว่ีแววของ
คณะกูบา นเมือง จนทราบภายหลังวา คณะกูบานเมอื งเลื่อนแผนการออก
ไปหนง่ึ วัน โดยจะเดินทางถึงกรุงเทพในวันที่ 12 ตลุ าคม
เเหหตตกุ กุ าารรณณ์ก์กบบฏฏ
11 ตลุ าคม "กบฏยึดทุง่ ดอนเมือง"
11 ตุลาคม พ.ศ. 2476 เพยี งสิบวนั หลงั หลวงประดิษฐมนธู รรมเดิน
ทางกลบั ประเทศสยาม พระองคเจา บวรเดชไดน ํากําลังเขาแจง ตอ
ขา ราชการหัวเมอื งวา รัฐบาลคณะราษฎรจะเอาระบอบคอมมวิ นสิ ตม าใช
และจะไมมกี ษัตริยจึงตอ งนําทหารเขาไปปราบปราม อยาไดทําการขัด
ขวาง พระองคเ จา บวรเดชเปน ผนู ํากองกาํ ลงั กบฏที่ชื่อวา คณะกบู า นเมอื ง
ซงึ่ ประกอบดว ยทหารโคราช (กองพันทหารราบท่ี 15, กองพนั ทหารราบท่ี
16, กองพนั ทหารมาท่ี 4, กองพนั ทหารปนใหญที่ 3 และ กองพนั ทหาร
ปน ใหญท ี่ 4) ทหารเพชรบรุ ี (กองพันทหารราบที่ 14), ทหาร
อบุ ลราชธานี (กองพนั ทหารราบที่ 18)
พนั เอกพระยาศรีสิทธิสงครามนํากาํ ลัง 2 กองพันทหารชางจากสระบุรี
เปนทัพหนาลงมายดึ ทุงดอนเมือง โดยมกี องทหารมาของรอ ยเอกหลวง
โหมรอนราญตามลงมาสมทบ และเขายึดกรมอากาศยานที่ดอนเมอื ง
เปนกองบญั ชาการ
พระยาศรีสทิ ธิสงครามสงกองหนามายดึ สถานรี ถไฟหลกั สี่ และสง นาวา
เอกพระยาแสงสิทธิการถอื หนงั สอื ถึงพระยาพหลฯความวา "คณะรัฐมนตรี
ปลอ ยใหค นดหู มนิ่ พระบรมเดชานภุ าพ และเอาหลวงประดิษฐม นธู รรม
กลบั มาเพือ่ ดาํ เนนิ การปกครองแบบคอมมิวนสิ ต จงึ ขอใหค ณะรัฐบาล
ถวายบงั คมลาออกภายในหน่งึ ชัว่ โมง มิเชนนัน้ จะใชก ําลังบงั คบั และจะเขา
ยดึ การปกครองชว่ั คราว
ทุงดอนเมือง
12 ตลุ าคม "กรุงเทพตอบโต"้
เมื่อรัฐบาลทราบวาทงุ ดอนเมอื งโดนทหารกบฏยดึ เปน ทแ่ี นชดั แลว จงึ
ประกาศกฎอัยการศกึ ในวันท่ี 12 ตุลาคม พ.ศ. 2476 ในพน้ื ท่จี ังหวัดใหญ
ทหารบกพระนคร[19] ในวันเดียวกัน รัฐบาลประกาศแกก ฎอยั การศกึ ขยาย
พนื้ ท่ีบงั คับใชเ ปนทั่วมณฑลพระนครกับมณฑลอยุธยา พันเอกพระยาทรงสุร
เดชปฏิเสธที่จะเปน ผบู งั คับกองผสม พันโทหลวงพบิ ูลสงครามจงึ รบั อาสา
เปน ผบู งั คับกองผสมปราบกบฏแทน
ในวันเดยี วกัน เม่ือชาวพระนครทราบขาววาการกบฏจากทหารหวั เมือง
พลเมืองที่เชอ่ื มั่นในระบอบใหมไดออกมาชมุ นมุ กนั ชว ยเหลอื งานฝา ยรฐั บาล
เปน จาํ นวนมาก ทหารกองหนนุ จาํ นวนมากเขา มารายงานตัวกับรัฐบาล ท้ังที่
ยังไมมีหมายเรียกระดมพลทหารกองหนุนแตประการใด
พันโทหลวงพิบูลสงครามนํากองผสมซึ่งประกอบดว ย 3 กองพันทหารราบ
และ 1 กองพันทหารปนใหญ เคลื่อนขบวนทพั จากลานพระบรมรูปทรงมาไป
ยังลานสนิ คาของบรษิ ัทปนู ซเี มนตส ยามทส่ี ถานีรถไฟบางซ่ือ ซ่งึ อยหู า งจาก
สถานรี ถไฟบางเขนไปประมาณ 5 กิโลเมตรเศษ จากนั้นจงึ เอาปนใหญ
ภเู ขาแบบ 63 ขนาดลาํ กลอง 75 มม. ระยะยิงไกล 6 กิโลเมตร มาตัง้ เรยี ง
แถวหนา กระดานอยบู นถนนประดพิ ัทธิ์ กอ นจะเรม่ิ ระดมยิงใสทหารกบฏใน
เวลาราว 14 นาฬิกา ยิงได 40 นัดพบวา กระสุนลงทุงนา้ํ หมดจึงหยุดยงิ กอง
ทหารกบฏของหลวงโหมรอนราญจึงเดนิ ลุยนา้ํ เคลื่อนลงมายดึ สถานรี ถไฟ
บางเขนไวได
13 ตลุ าคม "กบฏอ่อนกาํ ลงั "
ฝายรฐั บาลสง พันตรีหลวงเสรีเรงิ ฤทธเ์ิ ปนตัวแทนมาเจรจาใหฝ า ย
กบฏเลิกราไปเสยี และจะขอพระราชทานอภัยโทษให แตท างฝายกบฏ
กลับจบั กมุ หลวงเสรีเรงิ ฤทธิไ์ ปขังไวท ่ีอยธุ ยา ในเวลา 12 นาฬิกา ฝาย
กบฏสง นาวาอากาศเอกพระยาเวหาสยานศลิ ปสิทธ,ิ์ นาวาอากาศโท
พระยาเทเวศวรอาํ นวยฤทธิ์ และเรือเอกเสนาะ รกั ธรรม เปนคนกลาง
ถือหนังสือของพระองคเ จาบวรเดชมาเจรจากับรัฐบาล โดยยนื
เง่ือนไขทงั้ หมด 6 ขอ
1.ตองจดั การในทุกทางทจ่ี ะอํานวยผลใหประเทศสยามมีพระมหา
กษัตริยปกครองประเทศภายใตรัฐธรรมนูญชั่วกลั ปาวสาน
2.ตองดาํ เนนิ การตามรฐั ธรรมนญู โดยแทจรงิ โดยเฉพาะอยางยงิ่ คอื
การตง้ั และถอดถอนคณะรัฐบาลตอ งเปนไปตามเสยี งของหมูมาก
3.ขา ราชการซง่ึ อยใู นตําแหนง ประจําการท้งั หลายและพลเรือนตองอยู
นอกการเมอื ง ตําแหนงฝายทหารตง้ั แตผบู ัญชาการทหารบก ผู
บญั ชาการทหารเรอื ลงไปตอ งไมม หี นาท่ที างการเมอื ง
4.การแตง ต้ังบคุ คลในตาํ แหนงราชการ จักตองถือคุณวุฒแิ ละความ
สามารถเปน หลัก ไมถ ือเอาความเกี่ยวขอ งในทางการเมอื งเปนความ
ชอบหรอื เปน ขอ รงั เกียจในการบรรจุเลอ่ื นตําแหนง
5.การเลอื กตงั้ ผแู ทนราษฎรประเภทท่ี 2 ตอ งถวายใหพ ระบาท
สมเดจ็ พระเจา อยูหัวทรงเลอื ก
6.การปกครองกองทัพบกจักตอ งใหมหี นว ยผสมตามหลักยทุ ธวธิ ี
เฉลีย่ อาวธุ สาํ คญั แยกกนั ไปประจําตามทอ งถิ่น มิใหรวมกาํ ลงั ไว
เฉพาะแหง ใดแหงหนงึ่
ฝายรฐั บาลยืนกรานไมย นิ ยอมตามคาํ ขาดดงั กลา ว ทําใหการสูร บ
ดําเนนิ ตอไป ขณะเดยี วกัน ท่แี นวหนาของทหารกบฏที่บางเขนเร่มิ
เกิดความขดั สน ทหารของรอยเอกหลวงโหมรอนราญไมไ ดรบั
เสบียงและกระสนุ มาหน่ึงวนั เต็ม ขณะน้นั เปน ฤดูนา้ํ หลาก
เนื่องจากสองขางทางรถไฟถูกนํา้ ทว มหมดทาํ ใหก ารขนสง กาํ ลังบาํ รงุ
มาแนวหนาของฝา ยกบฏตอ งอาศยั เรือพายเทา นัน้ หลวงโหมรอน
ราญจงึ เดนิ เทาตามทางรถไฟยอนขน้ึ ไปยงั กองบญั ชาการท่ดี อนเมอื ง
เพื่อขอเสบียง เม่อื เขา ไปในกองบัญชาการก็พบนายทหารชน้ั ผูใหญ
ต้งั วงดื่มสุราและเลน บลิ เลียดอยู
14 ตุลาคม "รัฐบาลรุกไล"่
14 ตลุ าคม ทหารฝา ยรฐั บาลไดเ คลอ่ื นกาํ ลงั รุกคบื เขามาปะทะ
ทหารฝายกบฏทย่ี ดึ สถานีรถไฟบางเขน โดยใชห ัวรถจักรหุม เกราะดัน
หลังรถข.ต.บรรทุกรถถังเคล่ือนท่ีเขาหาพรอ มกนั ทัง้ 2 ราง นอกจากน้ี
แลว ยงั มเี หลาทหารราบอยูในรถพวงคนั หลงั อกี จาํ นวนหนึ่ง ผลจากการ
ปะทะในชว งเชา สง ผลใหฝ า ยรัฐบาลสญู เสียพันตรหี ลวงอาํ นวย
สงคราม ผบู ังคบั กองพันทมี่ ีความสาํ คัญมากไป หลวงพบิ ลู สงครามจงึ
รีบแกส ถานการณท ี่กาํ ลังจะเพล่ยี งพลํ้าทนั ที โดยสง่ั การใหไปนํารถ
สายพานติดตง้ั ปนใหญต อสูอ ากาศ QF 2-pounder จากประเทศ
องั กฤษ ทีเ่ พ่ิงผา นการตรวจรบั มาแลวจํานวน 2 คนั มาเขาสูสนามรบ
จรงิ ทนั ที
อาํ นาจการยงิ ของปนกลตอ ตานอากาศยานขนาด 40 มม. อัตรายิง
115 นดั ตอนาที เปน เรอ่ื งทนี่ าตกใจมาก กระสุนปนทําใหรังปนกลของ
ฝา ยกบฏเกดิ รขู นาดใหญ รวมทั้งปนกย็ ิงไดเ ร็วและรนุ แรงตอ เน่อื ง
ทหารกบฏทงั้ หมดไมเคยเจออาวธุ ทันสมยั แบบนมี้ ากอน จึงพากนั หนี
ตายทง้ิ ทม่ี น่ั วง่ิ หนเี อาตวั รอดกลบั ไปยงั หลักสี่ ทหารราบจากฝา ย
รัฐบาลจึงสามารถเขายืดพ้ืนท่ีทุงบางเขนไวไดโ ดยละมอม
15–24 ตุลาคม "กบฏแตกพ่าย"
15 ตลุ าคม ฝา ยรัฐบาลไดหนนุ กําลงั พรอ มอาวุธหนกั นําขึ้นรถไฟ มี
ท้ังรถเกราะและปน กล รุกไลฝายปฏวิ ัตจิ นเกอื บประชดิ แนวหนาฝา ย
กบฏที่สถานหี ลักส่ี นอกจากนี้ ฝา ยกบฏขาดกาํ ลงั เสริมมาสมทบ
เพราะทหารเพชรบุรที ร่ี วมกอการถกู หนว ยทหารราชบุรีตรงึ กาํ ลงั ไว
ทหารจากนครสวรรคและพิษณโุ ลกก็ถูกขดั ขวางจากหนวยทหารลพบรุ ี
และหนว ยทหารปราจีนบรุ ี พระองคเ จา บวรเดชเหน็ วา สฝู ายรฐั บาลไม
ไดแ ลวจงึ สั่งใหถ อนกาํ ลงั กลบั ไปตงั้ รับโคราช และมอบหมายพนั เอก
พระยาศรสี ิทธสิ งครามเปนผบู ัญชาการรบหนว ยระวงั หลัง คอยๆถอย
รอ นจากหลักส่ีมาดอนเมือง
16 ตุลาคม เวลาตีสาม ทหารกบฏเริม่ ถอนกําลงั ออกจากดอนเมอื ง
สวนหนา ทัพกบฏเดินทางถงึ สถานีปากชอ ง(กม.180)ในเวลาบา ยโมง ก็
ไปตอไมไดเนอ่ื งจากทางรถไฟขาดตอ งใชเวลาซอ มแซม กองพนั ทหาร
ราบที่ 4 ฝายรฐั บาลเขา ควบคุมพืน้ ทด่ี อนเมืองในเวลาบา ยสอง นาวา
ตรหี ลวงศภุ ชลาศยั คมุ เรอื สรุ ิยมณฑลไปยดึ เมืองอยุธยาไวไ ด สวน
ทหารกบฎทางเพชรบรุ ีกถ็ อยรนกลบั เขา เมืองเพชรบุรียึดเปนที่มนั่ เอา
ไว
17 ตลุ าคม เวลาเชามดื กบฎคนสําคญั ในโคราชตัวปลอยตวั พนั
ตํารวจเอกพระขจดั ทารุณกรรม ผูบงั คับการตํารวจโคราชและพวก
จากทีค่ ุมขัง บอกใหร ีบหนไี ปกอนที่ทัพกบฏจะมาถงึ เมือง ผู
บงั คับการตาํ รวจโคราชใชโ อกาสน้ีนาํ กาํ ลังเขา ยึดเมืองจากพวก
กบฏทนั ทีอยา งงายดาย ตอมาเวลาสบิ นาฬิกา ชาวโคราชตางต่ืน
ตกใจเม่ือมีขบวนรถไฟบรรทุกทหารของพันตรีหลวงพลเดชวิสยั
เคลอื่ นเขามา พันตรหี ลวงพลเดชวิสยั มอบตัวตอ พระขจดั ทารุณ
กรรม อา งวาถกู หลอกใหร ว มกอ การกบฏ ขณะนีพ้ วกกบฏกําลงั ถอย
รน มายังโคราช เมือ่ ผูก ารตาํ รวจโคราชไดหารอื กับหลวงพลเดชวสิ ัย
แลว เหน็ วากําลังทีม่ ีอยคู งจะตา นทานทพั กบฏไมไ หว ควรถอน
กําลงั ออกจากโคราชไปรวมกบั กาํ ลังใหญฝ ายรัฐบาลทีเ่ มอื งอบุ ล
สว นทางดา นกรุงเทพ รัฐบาลสง กองพันทหารราบท่ี 6 ขนึ้ มาสมทบ
กองพนั ทหารราบท่ี 4 ที่ดอนเมอื ง และเรมิ่ ปฏบิ ตั กิ ารกวาดลางทัพ
กบฏตอไป ขณะเดียวกัน หนวยขา วกรองของจงั หวดั ขอนแกนได
รบั ทราบขา วจากแถลงการณร ัฐบาลวาฝา ยกบฏแตกพา ยไปทาง
โคราช ผูว า ราชการจังหวดั ขอนแกนจงึ ทําลายทางรถไฟเพื่อขดั ขวาง
การลาํ เลยี งทหารมาสขู อนแกน
18 ตลุ าคม ทหารรฐั บาลเขา ยดึ สถานชี มุ ทางภาชี(กม.90)ในเวลา
บา ยสโ่ี มง พระองคเจา บวรเดชถอยไปอยสู ระบรุ ี กองกาํ ลังรักษาเมือง
โคราชของพระขจัดทารุณกรรมและหลวงพลเดชวสิ ยั ตานทานกบฏไม
ไหวจริงตามคาด จึงถอนกาํ ลงั ออกไปยังเมอื งอบุ ล พระองคเ จา บวร
เดชแคนที่พนั ตรหี ลวงพลเดชวสิ ยั ทรยศ จึงใหพลตรีพระเสนาสงคราม
คุมกําลงั 400 นายไปยดึ เมอื งบุรีรัมยเ พอ่ื ใชตีเมืองอุบลตอ ไป
19 ตุลาคม ทหารรฐั บาลเขายึดสระบุรไี วได แนวหลงั ของทหาร
กบฏถอยไปรวมกนั สถานีแกง คอย(กม.125) ขบวนรถไฟของพระองค
เจาบวรเดชเดนิ ทางถึงเมอื งโคราช พระยาศรสี ทิ ธิสงครามสงั่ การหนว ย
ระวงั หลงั เรง ถอดรางรถไฟบริเวณหลกั กิโลเมตรที่ 141-144 ซ่ึงเปนชวง
ทางโคง และแคบใกลกับสถานหี นิ ลับ ใหทหารต้งั รังปน กลบนหนา ผา
เปน ระยะ
20 ตุลาคม ทหารรฐั บาลเขายดึ สถานีแกง คอย(กม.125) แนวหลัง
ของทหารกบฏถอยไปรวมกนั ทส่ี ถานชี มุ ทางบวั ใหญ(กม.375) ทหาร
รฐั บาลจากจงั หวดั อุดรธานเี จด็ สิบนายเดินทางมาถงึ ขอนแกนและ
เคลือ่ นกาํ ลงั พลไปรกั ษาสะพานรถไฟขามแมน้ําชี เพ่ือไมใหท หารกบฏ
เดินเทาขามมายงั เมืองขอนแกนได
21 ตุลาคม ทหารรฐั บาลรุกคืบไดทีละเล็กนอ ย แนวหลงั ของทหาร
กบฎถอยไปรวมกันทีป่ ากชอง(กม.180) ทางพระองคเจาบวรเดชเม่อื
ทราบวา ทหารขอนแกนกับอดุ รธานีเขากบั ฝา ยรัฐบาล จึงสง รอ ยเอก
หลวงโหมรอนราญนาํ กาํ ลังไปยึดเมืองขอนแกน
22 ตุลาคม รอยเอกหลวงโหมรอนราญถกู เรยี กตัวกลบั มา
นครราชสีมาเพราะมขี า ววากองกาํ ลังของรฐั บาลรุกคืบเขามาแลว
หลวงโหมรอนราญเสนอใหทหารยึดอํานาจจากขา ราชการฝาย
พลเรอื นในโคราช แตพ ระองคเจา บวรเดชดาํ ริวา "เวลานใี้ ครๆ กแ็ ล
เห็นวา เราแพแ ลวทั้งน้นั จะยดึ อาํ นาจการปกครองบา นเมอื งเราก็ไมม ี
นายทหารมากพอจะใหไปควบคมุ โทษผิดเทานีก้ พ็ อแลว อยาให
มากกวานี้เลย" พระองคเ จาบวรเดชเรม่ิ วางแผนเสดจ็ ลภ้ี ัยไปยังอนิ โด
จนี ของฝรั่งเศส นายทหารชัน้ ผูใหญฝายกบฏกว็ างแผนเดินทางหลบ
หนอี อกนอกประเทศตามความถนดั พระยาศรีสทิ ธสิ งครามไมทราบ
ความจริงจึงปก หลกั ท่ผี าเสด็จตอ ไป ในค่าํ วนั น้นั กองสวนหนาฝา ย
รัฐบาลเรมิ่ เคลอื่ นพลถงึ หลักกิโลเมตรท่ี 140
23 ตลุ าคม เกดิ การสูรบบริเวณหลักกโิ ลเมตรท่ี 141-144 ตลอดทัง้
วัน เมื่อตกคาํ่ หนวยของวา ที่รอ ยตรตี ุ จารเุ สถยี ร สามารถสังหาร
พนั เอกพระยาศรีสทิ ธิสงคราม
24 ตุลาคม พนั โทหลวงพิบูลสงครามเดนิ ทางถึงแกงคอยในชว ง
สายเพอ่ื รับฟงรายงาน
25 ตลุ าคม พระองคเจาบวรเดชและพระชายาทรงขนึ้ เครอื่ งบินจาก
นครราชสีมาหนีไปยงั เมืองไซง อน ทหารรฐั บาลเขา ยดึ เมือง
นครราชสีมาไวได
พนั โทหลวงพิบูลสงคราม
พพรระะบบรรมมววงงศศ์เ์เสสดดจ็ จ็ หหนนีไีไปปชชาายยแแดดนน
16 ตุลาคม เคร่อื งบนิ ฝา ยกบฏบนิ มาท้ิงใบปลิวที่วังไกลกงั วลเพือ่ ทลู
วา การยดึ อาํ นาจลมเหลว ในค่าํ วันตอ มา เม่ือพระบาทสมเด็จประปก
เกลา ฯทราบวาทหารเพชรบรุ ยี อมจาํ นนตอรฐั บาลแลว และรัฐมนตรี
กระทรวงยุตธิ รรมกาํ ลงั เดนิ ทางลงมาเขา เฝา กท็ รงตนื่ ตระหนกรบี เสดจ็ ลง
เรือพระที่นั่งศรวรณุ ซึง่ เปนเรือยนตล าํ เล็กอยา งกะทนั หันพรอ มกบั
สมเดจ็ พระนางเจาราํ ไพพรรณ,ี สมเดจ็ พระเจาบรมวงศเธอ กรมพระสวสั
ดวิ ดั นวิศิษฎ, พระเจาวรวงศเธอ พระองคเจา อาภาพรรณี, พระวรวงศเธอ
พระองคเจา วรานนทธวัช, หมอมเจาประสบศรี จริ ประวตั ,ิ หมอมเจา กม
ลีสาณ ชมุ พล, หมอ มเจาครรชติ พล อาภากร, หมอมเจานนทยิ าวัด ส
วัสดวิ ตั น, หมอมเจา เศรษฐพนั ธ จกั รพันธุ พรอมทหารรักษาวังอีก 6-7
นาย มุง หนา จงั หวัดสงขลา
เนือ่ งจากเรอื ไมพ อนงั่ หมอมเจาศภุ สวัสดิ์วงศสนิทและเจากาวิละวงศ
ณ เชยี งใหม ตอ งนาํ ทหารรักษาวังบางสวนข้ึนไปยึดขบวนรถไฟจาก
สถานีวงั กพงในชวงบาย เจากาวิละวงศเปน พนกั งานขบั รถ ขบวนรถไฟ
พเิ ศษนอี้ อกจากหัวหินเวลาตหี นึ่งของวนั ที่ 18 ตุลาคม มีผโู ดยสาร
ประกอบดวย: กรมพระยาดาํ รงราชานุภาพ, หมอ มเจาจงจติ รถนอม ดิ
ศกุล, หมอ มเจาพูนพิศมยั ดิศกลุ , หมอมเจา พไิ ลยเลขา ดศิ กุล, กรม
พระยานรศิ รานวุ ดั ติวงศพรอ มพระธิดา, กรมหมน่ื อนุวัตจาตรุ นต, หมอ ม
เจา ศุภสวัสดว์ิ งศสนทิ สวัสดวิ ัตน, พลโทพระยาวชิ ิตวุฒิไกร, พระยาอิศร
าธริ าชเสวี และทหารรกั ษาวังสองกองรอย
เมอื่ นายเลง ศรีสมวงศ อธบิ ดกี รมรถไฟทราบขาว จงึ รบี สง
โทรเลขแจงสถานรี ายทางลวงหนาวา ทหารหลวงลักขบวนรถจกั ร
ออกจากวังกพง ใหท ําการสกัดกน้ั พนักงานกรมรถไฟจึงไปถอด
รางรถไฟชว งกอนถงึ สถานีประจวบครี ขี นั ธ ขบวนรถไฟพิเศษไป
ตอ ไมไดตองหยดุ ระหวา งทาง ทหารหลวงตองชว ยกนั ถอดรางท่วี งิ่ ที่
ผา นมาแลว มาตอเพ่ือใหรถไฟเดินตอไปได เมอ่ื ขบวนรถไฟมาถึง
สถานีประจวบครี ีขนั ธก็ถกู กักรถไมใ หเ ดนิ ทางตอจนเกอื บจะยงิ
กนั สมุหราชองครักษจงึ โทรเลขไปยงั รัฐมนตรมี หาดไทย พระยา
อดุ มพงศเพ็ญสวสั ด์ริ ีบนาํ ความเขา แจง นายกรัฐมนตรี พระยาพหล
พลหยุหเสนาส่ังการอนุญาตใหร ถไฟเดนิ ไดต ลอดสายทางทางดาน
เรอื พระทีน่ ่งั ศรวรุณนา้ํ มันหมดทช่ี มุ พร ตอ งขน้ึ ฝง รอจนกระทง่ั ถงึ
เชา วนั ที่ 19 ตุลาคม จึงไดพ บกับไดพ บกับเรือวลยั ของบริษัทอสิ ต
เอเชียติก กปั ตนั เรือวลยั ชาวเดนมารกเชญิ คณะของในหลวงข้นึ
เรอื วลยั และพว งเรอื พระท่ีนั่งศรวรณุ ไปยงั สงขลา ตกเย็นวนั
เดียวกันน้ัน ขบวนรถไฟกไ็ ปถงึ สงขลา พระบรมวงศส ว นหนา รีบ
ไปจดั แจงสถานท่ใี นพระตําหนกั เขานอยเตรียมรบั ในหลวง เรือ
วลัยเดนิ ทางมาถงึ อา วสงขลาในเชาวันถัดมา
ผผลลลลพั พั ธธ์ ์
25 ตุลาคม พระบาทสมเด็จประปกเกลาฯมพี ระราชกระแสจาก
พระตาํ หนกั เขานอย จงั หวดั สงขลา แนะนาํ ใหร ัฐบาลประกาศ
อภัยโทษใหแกผ ูรวมกอ การจลาจลตลอดจนนายทหารและบุคคลที่
ไมใ ชหัวหนา หรือคนสําคญั ในการกระทําคร้ังนเ้ี สียโดยเรว็ แตถกู แต
รฐั บาลปฏิเสธโดยอางหลกั การทว่ี า จําตอ งดาํ เนนิ คดใี หถ ึงท่สี ดุ เสีย
กอ น
29 ตุลาคม รัฐบาลจดั ตง้ั ศาลพิเศษขึ้นพิจารณาพพิ ากษาคดีเก่ยี ว
กับการกบฏและจลาจล คาํ พพิ ากษาถือเปน เด็ดขาดไมมีอุทธรณฎ ีกา
มีผูถกู จบั กุมกวาหกรอ ยคน มีการสงฟอ ง 318 คน ใชเ วลาพิจารณา
ความนานนบั ป พบวา มีความผิดตอ งโทษ 296 คน ในจํานวนนีต้ อง
โทษประหารชีวิต 6 คน จําคุกตลอดชีวิต 244 คนอยางไรกต็ าม
พระบาทสมเด็จพระปกเกลา ทรงปฏิเสธการลงพระนามใหป ระหาร
ชวี ติ ตามคําพิพากษา จึงนาํ ตัวไปประหารไมไ ด
รัฐบาลไดจดั ใหม รี ฐั พิธใี หแกผ เู สยี ชวี ติ ทงั้ 17 คนคราวปราบกบฏ
บวรเดช ในการนไ้ี ดทําหนังสือขอพระราชานุญาติใชพื้นทีส่ นาม
หลวงในการประกอบพธิ ี พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา ฯปฏเิ สธทนั ที
ทรงรับสั่งใหไปใชสถานทอี่ ื่น แตรฐั บาลยังคงยืนกรานที่จะใชพ้นื ที่
สนามหลวง ทาํ ใหพ ระองคยนิ ยอมตามนัน้ รัฐบาลจัดสรา งเมรุ
ช่วั คราวสนามหลวง ซงึ่ เดมิ พระบาทสมเด็จพระปกเกลา เจาอยูหวั ไม
ทรงยินยอมใหใชพน้ื ทที่ งุ พระเมรุนี้ แตท างคณะราษฎรยนื กรานทจี่ ะ
สรา งเมรุชวั่ คราวบนทุง พระเมรุ พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา จึงตอ ง
ทรงยินยอม แตระบถุ อยคําดว ยทว งทํานองวา "ทรงไมข ดั ขอ ง แตข อ
ใหเ ปนทเ่ี ขาใจวา พระราชดาํ ริในเรื่องน้เี ปน ไปอกี อยางหนึง่ " นถ่ี ือ
เปน ครง้ั แรกในประวตั ิศาสตรท ม่ี ีการจัดพิธีศพสามญั ชนบนทอ ง
สนามหลวง ซ่งึ กอ นหนา นนั้ จะใชเ ปน ทป่ี ระกอบพิธสี ําหรบั เช้ือพระ
วงศเ ทา น้ัน
สามปใหหลังในวนั ที่ 14 ตลุ าคม พ.ศ. 2479 ไดม พี ธิ ีเปด
อนุสาวรียปราบกบฏหรอื “อนสุ าวรียพิทักษร ฐั ธรรมนญู ” ทบ่ี ริเวณ
หลักสี่ บางเขน ซง่ึ เปน หน่งึ ในพ้นื ท่สี รู บ เพอื่ เปนอนสุ รณร ะลึกถึง
เหตกุ ารณป ราบกบฏบวรเดชเพือ่ พิทกั ษร ัฐธรรมนูญ แตป จ จุบนั
นิยมเรยี กชื่อเพยี งตามแหลง ทีต่ ั้งวา “อนสุ าวรียหลักส่ี
ภายหลังการสละราชสมบตั ิและเขาสรู ัชกาลใหม รัฐบาลไดท ูล
ขอพระราชทานอภยั โทษจากประหารชวี ติ เปนจําคุกตลอดชีวิต และ
จากจาํ คกุ ตลอดชวี ติ เปนถกู เนรเทศไปเกาะตารุเตาในปพ.ศ. 2482
ตอ มาไดมกี ารปลอยตัวบรรดาผูไ ดร ับโทษกรณกี บฏบวรเดชทงั้ หมด
ออกจากเรือนจําพ.ศ. 2487 ซึง่ เปน ผลจากการนิรโทษกรรมโดย
คณะรัฐมนตรชี ดุ พันตรีควง อภัยวงศ
อนสุ าวรียปราบกบฏ